๕๐
5. ความจำเป็นของผู้ลงทนุ แตล่ ะราย บางคนอาจมคี วามจำเปน็ ทางด้านการเงนิ บางคน
อาจมีความจำเป็นในแง่ของความรู้สึกและจิตใจ นักลงทุนบางประเภทอาจมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บ
สะสมเงนิ ไวเ้ พอ่ื ใช้ในยามชรา เพื่อการศกึ ษา หรือเพื่อปรบั ฐานะการครองชีพของตนเองให้ดขี น้ึ
หลักที่ควรคำนึงถงึ ในการลงทนุ
1. ความปลอดภัยของเงนิ ลงทนุ คำนึงโอกาสทีจ่ ะไดร้ ับเงนิ ต้นคนื พร้อมทัง้ ผลตอบแทนที่
คาดคะเนไว้
2. ความเหมาะสม คำนึงถึงความรู้ความสามารถของผู้ลงทุนสภาพแวดล้อมและความ
เปน็ ไปไดใ้ นทางเศรษฐกิจ
3. การเปลี่ยนแปลงมูลค่า การคาดคะเนถึงมูลค่าของสินทรัพย์ที่จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง
จากเงินทลี่ งทุนไป
4. เสถียรภาพของรายได้ ลงทุนในหลักทรพั ย์ที่ให้รายไดส้ ม่ำเสมอในระยะยาวมคี วาม
มน่ั คง
5. ความคลอ่ งตวั ในการซื้อขาย หลักทรัพยท์ ซ่ี ือ้ มาสามารถนำไปซื้อขายในตลาดได้ง่าย
และรวดเรว็ มากนอ้ ยเพยี งใด
6. ภาษีที่ต้องชำระ ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบขอ้ ได้เปรียบเสียเปรียบของการลงทุน
แตล่ ะประเภท โดยพิจารณาภาษที ีต่ ้องชำระประกอบ
7. การไดร้ ับผลประโยชน์ด้านภาษอี ันเน่อื งมาจากการลงทุน การซื้อ หลกั ทรพั ยบ์ างชนิด
สามารถนาไปลดหย่อนภาษีได้
8. ควรมกี ารลงทุนหลายประเภทเพื่อลดความเส่ียงเพราะถา้ มีหลักทรพั ย์ของบางธุรกิจ
ขาดทนุ อาจมีหลกั ทรพั ยข์ องธุรกจิ อืน่ ทไ่ี ด้กำไร
๕๑
แนวทางการศกึ ษาต่อระดับท่ีสงู ข้ึน
โดยโครงการจัดต้งั คณะสาธารณสขุ ศาสตรแ์ ละสหเวชศาสตร์
1. รู้เป้าหมาย
สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการเรียนต่อก็คือ รู้จักเป้าหมายของตัวเองว่าเราจะเรียนต่อไป
ทำไม เพราะการเรียนต่อโดยไร้เป้าหมายจะทำให้เสยี เวลาและเสียเงินไปเปลา่ ๆ หากเรียนไปแล้วรู้สึก
ไม่ใช่หรอื ไม่ชอบ เพราะฉะนนั้ แล้วเราควรกำหนดเปา้ หมายใหช้ ัดเจนสำหรบั การเรียนตอ่ ว่าเราจะเรียนไป
ทำไมและเพื่ออะไร เช่น เรียนต่อเพื่อใช้ในการทำงานในสายที่ตัวเองทำงาน เรียนต่อเพื่อเป็นอาจารย์
หรือเรียนต่อเพือ่ หาความรู้เพ่ิมเตมิ เพราะส่ิงเหลา่ น้ีจะมีผลในการเลือกเรียนในหลักสตู รตา่ ง ๆ และช่วย
ให้เรากำหนดขอบเขตของเวลาได้อย่างชัดเจนดว้ ย ถา้ ทา่ นจบในวิชาชพี ชนั้ สูงซง่ึ ในคณะของเราจะมีสาขา
เวชระเบียน ซงึ่ มีแผนในการเปดิ หลักสตู รปริญญาตรใี นปี 2564 ที่วทิ ยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และ
สาธารณสุข กาญจนาภิเษก ถ้าท่านจบทางด้านอื่น ๆ เช่น สาขาประกาศนียบัตรเทคนิคเภสัชกรรม
สาขาประกาศนียบัตรฉุกเฉินการแพทย์ ก็สามารถเลือกเรียนต่อทางด้านสาธารณสุขได้ ซึ่งก็มี
มหาวิทยาลัยที่เปิด เช่น มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยราชภัฏต่าง ๆ ที่อาจจะเปิด
หลกั สตู รภาคพเิ ศษวนั เสาร์ - อาทิตย์ หรอื บางคนอาจจะสนใจไปเรยี นต่อใหม่เลย เชน่ ดา้ นพยาบาล ก็
สามารถเลือกวิธีทางนี้ได้ แต่สำหรับคนที่จบด้านปริญญาตรีก็มีหลักสูตร ด้านปริญญาโทให้เลือก
เรียน เชน่ หลกั สตู ร สม. สาธารณสขุ ศาสตรมหาบัณฑิต ผู้ที่จบสาขาเวชระเบยี น อาจจะเรียนด้านเวช
สารสนเทศ ท่ีเปดิ ทมี่ หาวทิ ยาลัยมหิดล หรือสาขาสถติ ิ สาขาสารสนเทศที่เปดิ ต่าง ๆ สำหรับผู้ที่จบใน
ดา้ นเก่ยี วข้องกับการแพทยแ์ ผนไทยก็มสี าขาแพทยแ์ ผนไทยระดับปริญญาโท ตามมหาวทิ ยาลัยให้เลือก
เรียน เช่น ปริญญาโทนอกเวลาของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาที่เปิดวันเสาร์ - อาทิตย์ หรือจะ
เรียน ในเวลาถา้ สามารถลาเรียนได้ เชน่ มหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ก็เปิดรับ
ปริญญาโท หรอื ถา้ มคี วามพร้อมดา้ นภาษาองั กฤษอาจจะเรียนสาขาการแพทยแ์ ผนไทยแพทย์ทางเลือกที่
จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั
2. ควรเลอื กเรยี นภาคปกติ หรือภาคพเิ ศษ
สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาที่จบประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงและเมื่อไปทำงานตาม
หน่วยงานแล้วไม่ได้บรรจขุ ้าราชการ อาจจะมีข้อจำกัดในการเรียนภาคปกตทิ ่ีต้องเรียนวนั จันทร์ - ศุกร์
และปัจจุบันในหลักสูตรต่าง ๆ ของมหาวิทยาลยั ก็มีการเอื้อในการเรียนภาคพิเศษอยูแ่ ล้ว ควรสนใจใน
การเรยี นภาคพิเศษเนอื่ งจากเมือ่ ท่านจบแล้วการทำงานในโรงพยาบาลหรอื ในสถานทตี่ า่ ง ๆมีความสำคัญ
มาก จึงไม่สามารถลาเรียนต่อได้ ขอให้การศึกษาภาคพิเศษที่เรียนวันเสาร์ – อาทิตย์หรือเป็นระบบ
ทางไกล เช่น มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยศึกษาหลักสูตรที่กล่าวไว้ในข้อ 1 แล้ว สำหรับ
หลักสตู รภาคปกตอิ าจจะเป็นข้อจำกดั อยา่ งมากในกลมุ่ น้ี
สำหรบั ผทู้ ี่เรยี นปรญิ ญาโทโดยปกติแล้วการเรียนตอ่ ปรญิ ญาโทจะมีให้เลอื กเรียนได้สอง
แบบซึ่งก็คือภาคปกติและภาคพิเศษ โดยทั้งสองภาควิชานั้นจะมีรายละเอียดทีแ่ ตกต่างกันเล็กน้อย แต่
โครงสรา้ งหลักสูตรจะเหมือนกนั
สำหรับภาคปกติจะเป็นการเรียนในรูปแบบวันจันทร์-ศุกร์ การเรียนจะไม่หนักเท่าภาค
พิเศษ เพราะไม่ตอ้ งมวี ชิ าเรยี นอัดเกนิ ไป ทำให้มเี วลาทำงานสง่ อาจารยใ์ นวนั เสารอ์ าทติ ย์ดว้ ย การเรียน
ภาคปกติจึงเหมาะสำหรับคนที่มีเวลาว่างในวันปกติ ผู้ที่ยังไม่ได้ทำงานประจำ คนที่มีรายได้น้อยและ
คนทำงานอสิ ระนนั่ เอง
ภาคพเิ ศษ ภาคพเิ ศษจะมีความแตกตา่ งกบั ภาคปกติกค็ อื มีการเรยี นการสอนในวนั เสาร-์
อาทิตย์ สว่ นคา่ หน่วยกิตจะแพงกว่าการเรียนภาคปกตถิ ึง 3 เทา่ ภาคพิเศษจะเหมาะสำหรับผู้ท่ีทำงาน
ประจำเพราะมีเวลาจำกดั ในการเรียนแต่จะมีความเหมาะสมในผู้ท่ีไม่สามารถลาเรียนต่อได้และปัจจุบัน
หลกั สูตรภาคพเิ ศษไดร้ บั ความนยิ มมากกวา่ หลักสูตรธรรมดา เพราะมขี อ้ จำกดั เรอ่ื งการลาศกึ ษาตอ่
3. โครงสร้างหลกั สตู ร
๕๒
โครงสร้างหลกั สูตรของปรญิ ญาตรที ีต่ อ่ เนื่องจะม2ี แบบคอื หลักสตู รปกติที่มีการรบั แบบ
เทยี บโอน กบั หลกั สตู รตอ่ เนื่อง ขอให้ศกึ ษาให้ดี ถา้ เปน็ หลักสตู รแบบปกตจิ ะใช้วธิ ีการเทียบโอนโดยนำ
รายวิชาที่เคยศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชัน้ สูงมาเทียบกับตัวหลักสูตรที่เปดิ แล้วเหลืออกี หน่วย
กติ ก็เรยี นเพ่ิมเตมิ จนจบการศึกษาดงั นนั้ การจะเรียนมากหรือนอ้ ยขนึ้ อยูก่ บั การเทยี บโอนหน่วยกิต ถ้าโอน
ไดม้ ากก็เหลอื เรียนนอ้ ยแต่อย่างไรกไ็ ม่ต่ำกวา่ 2ปี แต่ถ้าเปน็ หลกั สตู รตอ่ เนอ่ื งเปน็ หลกั สตู รใหม่ท่ีต่างจาก
เดมิ เชน่ ทันตสาธารณสขุ ตอ่ เนอื่ งกจ็ ะใชเ้ วลาเรยี นประมาณ2ปี
สำหรับผู้ที่จบระดับปริญญาตรีแล้ว ในการเลือกระดับปริญญาโทมีแบบแผนของ
หลักสตู รปรญิ ญาโทจะมใี ห้เลอื กด้วยกนั อยู่ 3 แบบ แผน ก1, ก2, และแผน ข ซึ่งหลักสตู รเหล่านม้ี คี วาม
ต่างกนั ทง้ั วิชาเรียน ความเขม้ ขน้ และรปู แบบการเรยี น
แบบแผน ก1 คอื หลกั สูตรที่เหมาะสำหรบั ผทู้ ม่ี คี วามเชี่ยวชาญหรอื อาจารยใ์ นสาขาวิชา
นน้ั ๆ โดยหลกั สตู รแบบแผน ก1 จะไมม่ กี ารเรียนการเรียนการสอน แต่จะมุ่งเนน้ ให้ผู้เรยี นใช้เวลาไปกับ
การทำวทิ ยานิพนธเ์ ทา่ น้ัน ทำให้หลักสูตร ก1 ไมเ่ หมาะสำหรับผเู้ ร่มิ ตน้
แบบแผน ก2 จะมีความต่างจากแบบแผน ก1 ก็คือ มีการเพิ่มการเรียนการสอนให้เพ่ือ
ปรับพื้นฐานและความรู้ให้กับผู้เรียน เพื่อช่วยให้ผู้เรยี นสามารถนำความรูเ้ หลา่ นั้นไปทำวิทยานิพนธ์ได้
การเรยี นแบบแผน ก1 จึงเหมาะสำหรบั ผทู้ ส่ี นใจแตไ่ ปเป็นอาจารย์แตต่ อ้ งการเสริมความร้ใู ห้มากขน้ึ
แบบแผน ข แบบแผน ข จะมคี วามคลา้ ยคลงึ กบั แบบแผน ก2 เพยี งแต่จะมีความเข้มขน้
น้อยของเนื้อหาน้อยกว่าการเรียนแบบ แผน ก และไม่ต้องทำวิทยานพิ นธ์เพื่อจบการศึกษา แต่ต้องทำ
เป็นสารนิพนธห์ รอื การคน้ คว้าอิสระแทน การเรียนแบบแผน ข จงึ เหมาะสำหรบั ผูท้ ่ีต้องการนำความรู้ที่
ได้จากการเรียนไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการทำงานประจำ
4 .รู้จกั วิธีการสอบเขา้
ปกติแล้วการสอบเข้าเรียนต่อจะมีอยู่ด้วยกัน 2 รอบคือการสอบข้อเขียนและการสอบ
สมั ภาษณ์ การสอบรอบแรกจะเป็นการสอบข้อเขยี นเพื่อวดั ความรพู้ ืน้ ฐานของผู้เข้าสอบ โดยทางภาควิชา
จะเป็นคนกำหนดหวั ข้อหรือหนังสือที่ให้ผู้เข้าสอบให้ได้อ่านเป็นการเตรียมตัว และอาจจะมีการสอบวัด
ระดับภาษาอีกด้วยด้วย โดยการสอบวัดระดับภาษาจะสามารถสอบได้ท่ีมหาวิทยาลัยโดยตรงเชน่ CU-
TEP, TU-GET, KU-EPT เป็นต้น และสามารถนำผลคะแนนสอบจาก Toeic, IELTS ก็สามารถยื่น
คะแนนแทนการสอบวัดระดับภาษาได้ในการเรียนระดับปริญญาโทควรเตรียม หัวข้อท่ีใช้สอบสมั ภาษณ์
จะเปน็ หัวขอ้ เก่ยี วกับวิทยานิพนธห์ รอื หัวข้อวจิ ยั ท่ีเคยทำมาและหัวข้อทจี่ ะทำตอ่ ในระดบั ปริญญาโทของผู้
เข้าสอบ แต่สำหรับปริญญาตรีต่อเนือ่ งส่วนมากการสอบเข้าจะไม่ยากมากให้เตรียมความพร้อมในการ
สมั ภาษณ์ที่เกี่ยวข้องกับการนำความรู้ไปใช้ในระดบั ท่สี ูงข้ึน
๕๓
แนะนำหลกั สูตรบัณฑติ ศึกษาของคณะ
หลักสตู รสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต(หลักสตู รภาคพเิ ศษ)
(Master of Public Health)
โดยวทิ ยาลยั การสาธารณสุขสริ นิ ธร จังหวดั พิษณโุ ลก
“มหาบัณฑิตท่ีมอี งคRความรส$ู หสาขา การวจิ ยั และ
การจดั การเชงิ ระบบ สามารถประยกุ ตศR าสตรแR ละศลิ ปใ½ นการจดั การ
สุขภาพชุมชนทีส่ นองตอบตอA ปSญหาและความจำเปนU ของชุมชนทั้ง
ในระดับบุคคล ครอบครัว ชมุ ชน อยAางยงั่ ยนื .”
เมือ่ สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรฯ มหาบัณฑิตมีความรู-ความสามารถดงั นี้
1. มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในการปฏบิ ัตงิ านทางด$านการจดั การสขุ ภาพชมุ ชน ภายใต$กรอบจรรยาบรรณ
วชิ าชีพและวิชาการ
2. ประยุกตแR นวคิด ทฤษฎีทางการสาธารณสขุ และหลกั การทส่ี ำคญั ทางด$านการจดั การสุขภาพชมุ ชน
ไปใชใ$ นการประเมนิ สถานการณสR ุขภาพ ความเสี่ยงและผลกระทบดา$ นสุขภาพของประชากรได$
สอดคลอ$ งกบั สถานการณRปญS หาและความจำเปนU ด$านสขุ ภาพของประชากร
3. ทำงานวิจัยทางดา$ นการจัดการสุขภาพชมุ ชนรวA มกบั ทีมสหสาขาไดอ$ ยาA งเหมาะสม และวเิ คราะหR
วจิ ารณR ผลงานวจิ ัยและส่งิ พมิ พตR ลอดจนเสนอแนวคิดและแนวทางการพฒั นางานวิชาการ
4. ทำงานเปUนทมี มีความรับผิดชอบและมภี าวะผ$ูนำ
5. ถาA ยทอดและสอื่ สารองคRความรู$ทางด$านการจดั การสขุ ภาพชมุ ชนให$กบั ทกุ ภาคสวA น โยใชเ$ ทคโนโลยี
สารสนเทศทีเ่ หมาะสมและทนั สมยั
๕๔
วนั เวลา การเรียนการสอน
สาธารณสุขศาสตร์ 1. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทุกสาขาวิชาในสาย
สกอ. รบั รอง
วทิ ยาศาสตร์สขุ ภาพและสาขาที่เก่ียวข้อง จากสถาบันอุดมศึกษาท่ี
เก่ียวข้องกบั
2. ไดร้ ะดบั คะแนนเฉลยี่ สะสมไมต่ ่ำกวา่ 2.50
ตาม 3. มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานทางด้านสาธารณสุขหรืองานที่
สมัครเขา้ รบั การสาธารณสขุ ไมน่ ้อยกวา่ 1 ปี
คณะกรรมการ 4. มคี ะแนนความร้ภู าษาอังกฤษผ่านเกณฑ์ขั้นตำ่ ในการรบั เข้าศึกษา
ประกาศฯ
5. ผู้มีคณุ สมบตั นิ อกเหนือจากเกณฑ์ ข้อ 2 ข้อ 3 อาจไดร้ ับพิจารณาให้
การคัดเลือกเช้าศึกษาตามดุลยพินิจของประธานหลักสูตรและ
บรหิ ารหลักสตู ร
แบบประเมนิ ความพึงพอใจ
๕๕
คมูC ือปจx ฉิมนิเทศสำหรบั นกั ศึกษาในสงั กัดคณะสาธารณสขุ ศาสตรOและสหเวชศาสตรO
กรุณาทำเครอื่ งหมาย R ลงในชAองทต่ี รงกบั ความคดิ เห็นของทAานมากทีส่ ุดตามรายการดงั ตอA ไปน้ี
ข$อมูลทว่ั ไปของผูต$ อบแบบสอบถาม
1. เพศ ชาย หญงิ
2. จบการศกึ ษาหลกั สูตร................................................................................................................
ลำดับ รายการ ระดบั ความพงึ พอใจ
มาก ปานกลาง นอ- ย นอ- ยที่สดุ
มากทส่ี ุด (4) (3) (2) (1)
(5)
รปู เลมA
1 รูปแบบคูAมอื มคี วามนาA สนใจ
2 ความเหมาะสมของภาพและตวั อักษร
3 ขนาดรูปเลมA มคี วามเหมาะสม
เนอื้ หามคี วามครอบคลุมและเหมาะสม
1 เรอื่ งการเตรียมความพร$อมเพอ่ื การทำงาน
ในสถานบรกิ ารสาธารณสขุ
2 การเตรียมความพร$อมเพื่อสอบใบ
ประกอบวชิ าชีพสาธารณสุขชุมชน
3 เรื่องการเตรียมความพร$อมเพื่อสอบ
ใบประกอบวิชาชพี แพทยแR ผนไทย
4 เรื่องการเตรียมความพรอ$ มในการสอบ ก.พ.
5 เรอ่ื งการชำระหน้ี กยศ.
6 เรื่องการรู$เทาA ทนั สอื่ DIGITAL
7 เรื่องการทำงานด$วยหวั ใจความเปUนมนษุ ยR
8 เรื่องการวางแผนเรื่องการออมและการ
ลงทนุ
9 แนวทางการศึกษาตAอระดบั ที่สูงขน้ึ
10 ภาพรวมของคมAู อื
11 สามารถนำคูAมือไปใช$ประโยชนRในการ
ปฏิบตั งิ านไดจ$ ริง
ขอ- ความคิดเห็น / ข-อเสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๕๖
ที่ปรกึ ษา คณะผจู- ดั ทำ
นายสมชาย ธรรมสารโสภณ รกั ษาการในตำแหนงA อธิการบดี สถาบนั พระบรมราชชนก
นางสาวปSทมา ทองสม รองอธิการบดี สถาบันพระบรมราชชนก
นายวินยั สยอวรรณ ผช$ู วA ยอธิการบดี สถาบันพระบรมราชชนก
คณะผ-จู ดั ทำ
ผู้อำนวยการวิทยาลยั การสาธารณสุขสิรนิ ธร จังหวดั พิษณโุ ลก
ผอู้ ำนวยการวิทยาลัยการสาธารณสุขสริ ินธร จังหวดั สุพรรณบุรี
ผ้อู ำนวยการวิทยาลัยการแพทยแ์ ผนไทยอภยั ภเู บศร จังหวดั ปราจนี บุรี
ผอู้ ำนวยการวทิ ยาลยั การสาธารณสุขสริ นิ ธร จังหวัดยะลา
ผู้อำนวยการวทิ ยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จงั หวดั ตรัง
ผอู้ ำนวยการวทิ ยาลัยการสาธารณสขุ สริ ินธร จังหวัดอบุ ลราชธานี
ผอู้ ำนวยการวิทยาลัยการสาธารณสุขสริ ินธร จังหวัดชลบุรี
ผอู้ ำนวยการวิทยาลัยการสาธารณสขุ สิรนิ ธร จงั หวดั ขอนแกน่
ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสขุ กาญจนาภิเษก
นางวนิดา วงษาพรหม โครงการจัดตัง้ คณะสาธารณสุขศาสตรแR ละสหเวชศาสตรR สถาบนั
พระบรมราชชนก
นางสาวนลิ วรรณ ลามะทา โครงการจัดตั้งคณะสาธารณสุขศาสตรแR ละสหเวชศาสตรR สถาบนั
พระบรมราชชนก
จดั รูปเลมC
วทิ ยาลยั เทคโนโลยีทางการแพทยRและสาธารณสุข กาญจนาภิเษก