เรื่อง แกนกระดาษรีไซเคิล จัดท ำโดย 1.นางสาวปุณยนุช ขินเพชร รหัสนักศึกษา 6413001809 2.นางสาวฤทัย เมฆฉาย รหัสนักศึกษา 6513000104 3.นางสาวอรอนงค์ วงษ์มณี รหัสนักศึกษา 6513000168 4. นางสาววราภรณ์ โพคาพานิตย์ รหัสนักศึกษา 6513000476 5.นายสุรศักดิ์ แก้วรุ่งเรือง รหัสนักศึกษา 6513001017 6.นางสาวกนิษฐา รูปสม รหัสนักศึกษา 6523000790 7.นางสาวณัฐวดี กองวิเชียร รหัสนักศึกษา 6523001238 เสนอ อาจารย์ ธนัปภรณ์ วงศ์ค า โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา วิชา พัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง รหัสวิชา อช 31003 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย กศน.ตำบลทับตีเหล็ก ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี
ค ำน ำ โครงงานนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำแกนกระดาษที่เหลือใช้ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อีกครั้ง เพื่อใช้เวลาว่าง ให้เกิดประโยชน์ เพิ่มรายได้จากการนำแกนกระดาษมาประดิษฐ์เป็นสิ่งต่างๆที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบ ใหม่ นำมาใช้ภายในบริเวณในบ้านได้ และยังเป็นช่องทางการประกอบอาชีพได้อีกด้วย การนำแกนกระดาษมาใช้ ใหม่ให้เกิดประโยชน์ หรือที่เรียกกันว่า รีไซเคิล ( Recycle) คือ เป็นการจัดการวัสดุเหลือใช้ที่กำลังจะเป็นขยะ โดยนำไปผ่านกระบวนการ แปรสภาพ โดยเฉพาะการหลอมเพื่อให้เป็นวัสดุใหม่แล้วนำกลับมาใช้ได้อีก ซึ่งวัสดุที่ ผ่านการแปรสภาพนั้นอาจจะเป็นผลิตภัณฑ์เดิมหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ก็ได้รีไซเคิลมีความหมายต่างจาก รียูส์(Reuse) ซึ่งหมายถึง การนำกลับมาใช้ใหม่โดยไม่ผ่านกระบวนการแปรสภาพใดๆทั้งสิ้นในความเข้าใจของคนบางกลุ่มนั้น การรีไซเคิลยังหมายถึง การนำวัสดุเหลือใช้กลับมาปรับเปลี่ยนรูปแบบ หรือพัฒนารูปร่างใหม่ ให้สามารถนำมาใช้ ประโยชน์ในรูปแบบอื่นๆ เช่น ขวดน้ำพลาสติก หากนำมาใช้ใส่น้ำอีกครั้งเป็น การรียูส์ (reuse) แต่ถ้านำเอาขวด นำพลาสติกมาตัดให้เป็นกระป๋อง แล้วนำไปใช้ตัดดินบรรจุในถุง หรือนำขวดพลาสติกมาตัดครึ่ง เป็นแจกันใส่ ดอกไม้ หรือเป็นที่ใส่ปากกา มักถูกเรียกว่าเป็นการรีไซเคิลขวดน้ำพลาสติก ดังนั้นทางคณะผู้จัดทำจึงได้นำแกนกระดาษมาประดิษฐ์เป็นชิ้นงานที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเล็งเห็น ความสำคัญและประโยชน์ของแกนกระดาษที่ทิ้งกันมากมาย สามารถที่จะมาทำประโยชน์ได้หลายทาง นอกจากนี้ แกนกระดาษยังสามารถประยุกต์ให้เป็นชิ้นงานต่างๆ ตามความต้องการได้ ผู้จัดทำหวังว่าโครงงานเล่มนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจศึกษาค้นหว้า เพื่อที่จะนำความรู้ที่ได้มาใช้ให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อไป หากผิดพลาดประการใด ทางคณะผู้จัดทำต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย คณะผู้จัดทำ
บทคัดย่อ ในการจัดทำโครงงานเรื่อง แกนกระดาษรีไซเคิล เพื่อให้ทราบถึงการแปรรูปของที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยการนำเอาแกนกระดาษมาทำให้เป็นสิ่งของซึ่งสามารถไปใช้ได้จริง และเป็นการนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งเป็นวิธีหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพให้กับชีวิตเพิ่มคุณค่าให้กับสิ่งแวดล้อม และช่วยรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้ได้ดีที่สุดในหนทาง หนึ่ง ผลจากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลพบว่า วิธีการนำเสนอโครงงานชิ้นนี้มีประโยชน์และมีเนื้อหาสาระ มากมายต่อผู้ที่รับฟัง และบุคคลต่างๆ ที่มีความสนใจในโครงงานชิ้นนี้ และเพื่อนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาและใช้ให้ เกิดประโยชน์สูงสุด
กิตติกรรมประกำศ โครงงานเรื่อง แกนกระดาษรีไซเคิล ยกตัวอย่างการนำเศษวัสดุมาทำให้เกิดประโยชน์ได้สำเร็จลุล่วงไปได้ ด้วยดี เนื่องจากได้รับความกรุณาจากบุคคลต่อไปนี้. อาจารย์ ธนัปภรณ์ วงศ์คำ อาจารย์ที่ปรึกษา กศน. ตำบล ทับตีเหล็กที่ได้แนะนำการจัดทำโครงงานครั้งนี้ และเพื่อนๆ นักศึกษาในกลุ่ม ที่ได้ให้ความร่วมมือหาแหล่งข้อมูล ข่าวสารต่างๆจนโครงงานชิ้นนี้สำเร็จ และยังมีอีกหลายท่านที่ยังไม่ได้เอ่ยนาม ทางคณะผู้จัดทำ ขอขอบคุณบุคคล เหล่านี้จากใจจริง ที่ทำให้โครงงานชิ้นนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี คณะผู้จัดทำ
สำรบัญ เรื่อง หน้ำ บทที่ 1 บทน า ที่มาและความส าคัญของโครงงาน 1 วัตถุประสงค์ 1 สมมิฐาน 2 เป้าหมาย 2 ขอบเขตในการจัดท าโครงงาน 2 บทที่ 2 บทเอกสาร กระดาษ 3-4 ประโยชน์ของแกนกระดาษ 3-4 คุณสมบัติแกนกระดาษ 4-5 ชนิดของกระดาษ 6 ประโยชน์ของกระดาษ 7
สำรบัญ(ต่อ) เรื่อง หน้ำ บทที่ 3วิธีด าเนินงานการศึกษา ข้นัตอนดา เนินการศึกษา 8 แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการศึกษา 8 การเก็บรวบรวบข้อมูล 8 การน าเสนอผลการศึกษา 8 ข้นัตอนที่1วสัดุ–อุปกรณ์ 9 ข้นัตอนที่2วิธีการทา 10–13 บทที่ 4ผลการด าเนินงาน ผลการด าเนินงาน 14 ผลการศึกษาค้นคว้าการจัดท าโครงงาน 14 บทที่ 5 สรุปผลการศึกษาค้นคว้า และ ข้อเสนอแนะ สรุปผลการศึกษาค้นคว้า 15 สิ่งที่ไดจ้ากการศึกษา 15 ข้อเสนอแนะ 15 อ้างอิง 16
บทที่ 1 ที่มาและความสำคัญ แกนกระดาษ ในปัจจุบันคนส่วนมากมักจะไม่เห็นความสำคัญและประโยชน์ของท่อกระดาษก็คือ กระดาษรีไซเคิลที่ นำมาม้วนเข้าด้วยกันใหม่โดยใช้กาวอัดกับเครื่องม้วนจนออกมาเป็นท่อกระดาษที่มีความแข็งแรงบางคนนำมาแกน กระดาษ ความแข็งแรงของท่อกระดาษนั้นจะขึ้นอยู่กับวิธีการม้วนและชนิดของกาวที่ใช้ในการม้วนนั้นเองด้วยเหตุ ที่มีการใช้ท่อกระดาษอย่างแพร่ในหลายลักษณะอาทิเช่นเป็นแกนกระดาษโทรสาร เป็นแกนกระดาษชำระ เป็น แกนม้วนผ้า เป็นถังใส่ยาฯลฯ จึงทำให้แกนกระดาษมีส่วนที่กลายเป็นของเหลือใช้มากมาย(ในที่นี้จะขอเรียกว่าท่อ กระดาษจะเหมาะสมกว่า) มาใช้เพื่อเขี่ยเศษอาหารอย่างเดียวโดยไม่ทราบเลยว่าแกนกระดาษยังนำมาใช้ประโยชน์ ได้อีกมากมาย แกนกระดาษทำมาจากไม้แปรรูปเป็นไม้ที่มีเนื้อแข็ง ในประเทศไทย ทำจากไม้โดยการฝา กระบวนการย่อยให้บาง ตัดพอดีชิ้น สุดท้ายอัดให้แน่นปัจจุบันมักผลิตแกนกระดาษโดยใช้เครื่องจักรในการผลิต ผู้จัดทำจึงคิดว่าไม้แกนกระดาษน่าจะนำมาสร้างสรรค์ชิ้นงานในรู้แบบต่างๆได้ จึงนำมาสร้างชิ้นงานนี้ ขึ้นมาและยังสอดคล้องกับรายวิชาที่เรียนในภาคเรียนนี้คือ วิชาช่องทางการขยายอาชีพและวิชาเศรษฐกิจพอเพียง จึงทำแกนกระดาษรีไซเคิลขึ้นมาเป็นการนำเอาวิชาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ประดิษฐ์เป็นชิ้นงานให้เกิด ความสวยงาม สะดุดตา และนำไปเป็นงานอดิเรก อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับชิ้นงานเพื่อสร้างรายได้อีก ด้วย วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาข้อมูลรูปแบบลักษณะโครงสร้างของแกนกระดาษรีไซเคิล 2. เพื่อเป็นการฝึกทักษะทางด้านความคิดสร้างสรรค์ 3. เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ในการทำงานจริงของกลุ่มและเป็นการจุดประกายแนวความคิดในการ สร้างสรรค์ ชิ้นงาน 4. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ที่สนใจ ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา อันเป็นการพัฒนา ศักยภาพ ของประชาชน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 1
สมมติฐาน การจัดทำโครงงานฉบับนี้ ได้ตั้งสมมติฐานในการค้นคว้าไว้ ดังนี้ 1. แกนกระดาษเป็นสิ่งที่แข็ง ในการที่จะนำมาใช้จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ 2. โครงงานนี้เป็นโครงงานประดิษฐ์ ที่สามารถประยุกต์เป็นรูปทรงต่าง ๆ หรือชิ้นงานอื่น ๆ ที่ น่าสนใจ เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ชิ้นงาน เป้าหมาย 1. เพื่อเพิ่มคุณค่าของวัสดุ เช่น เศษวัสดุ วัสดุท้องถิ่นและอื่น ๆ ทำให้มีมูลค่าและประโยชน์ใช้ สอยมากขึ้น 2. เพื่อเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง ที่ประดิษฐ์ชิ้นงานได้อย่างมีคุณภาพ สวยงาม เป็นที่ชื่น ชอบและเป็นที่สนใจแก่ผู้พบเห็น ขอบเขตในการจัดทำโครงงาน ในการจัดทำโครงงาน เรื่อง แกนกระดาษรีไซเคิล ได้กำหนดขอบเขตไว้ ดังนี้ เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการนำ วิชาช่องทางพัฒนาอาชีพ กับวิชาเศรษฐกิจพอเพียงมา ประยุกต์ให้เป็น ชิ้นงาน ที่สามารถ นำมาใช้ประโยชน์ได้จริง มีผู้จัดทำโครงงานจำนวน 5 คน เป็นนักศึกษา กศน. ตำบลทับตีเหล็ก ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย งบประมาณในการจัดทำ - 200 บาท สถานที่ดำเนินงาน - บ้าน และ กศน. ตำบลทับตีเหล็ก ระยะเวลาในการจัดทำโครงงาน - ธันวาคม 2565 – กุมภาพันธ์ 2565 2
บทที่ 2 เอกสาร ม้วนกระดาษหรือท่อกระดาษก็คือ กระดาษรีไซเคิลที่นำมาม้วนเข้าด้วยกันใหม่โดยใช้กาวอัดกับเครื่อง ม้วนจนออกมาเป็นท่อกระดาษที่มีความแข็งแรงกระดาษสำหรับทำแกนและกรวยกระดาษ มีคุณสมบัติเด่นด้าน ความแข็งแรง เนื่องจากเป็นกระดาษหลายชั้นที่มีความหนาและความแข็งแรงสูง โดยเฉพาะการยึดแน่นระหว่างชั้น ของเนื้อกระดาษ สามารถดูดซึมกาวได้ดีเหมาะสำหรับอุตสาหกรรมแกนหรือหลอดกระดาษทุกประเภท ได้แก่ แกนกระดาษชำระ หลอดด้าย แกน ม้วนฟิล์ม แผ่นรองกระป๋อง ตลอดจนแกนม้วนกระดาษความแข็งแรงของท่อ กระดาษนั้นจะขึ้นอยู่กับวิธีการม้วนและชนิดของกาวที่ใช้ในการม้วนนั้นเองหาง่าย .หาได้ทั่วไปตามโรงงานสิ่งทอ, โรงงานกระดาษ, การขนส่งยาเม็ด หรือแม้แต่ในม้วนกระดาษชำระก็เป็นท่อกระดาษ น้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับวัสดุ ก่อสร้างอื่นๆในความแข็งแรงที่ใช้งานได้ทนทาน เพราะเป็นวัสดุเหลือใช้จากระบบอุตสาหกรรมซึ่งมีมาตรฐานใน การผลิตเพื่อใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพอยู่แล้วทั้งยังมีการเคลือบกันน้ำจึงหมดห่วงเรื่องสภาพความชื้นซึ่งมีผลต่อ กระดาษได้รักษาสิ่งแวดล้อม เพราะท่อกระดาษถูกผลิตมาจากกระดาษที่นำกลับมาใช้ใหม่และด้วยความเป็น กระดาษทำให้สามารถนำท่อกระดาษกลับสู่การ Recycle ได้ง่ายกว่าเศษวัสดุก่อสร้างอื่นๆเป็นมิตรต่อผู้ใช้พื้นผิว ของกระดาษมีความสวยงามในตัวเองซึ่งหาไม่ได้ในโลหะหรือปูนที่หยาบกระด้าง ประโยชน์ของแกนกระดาษ แกนกระดาษเมื่อนำมาใช้ก็ทิ้งแบบไม่มีประโยชน์เช่นม้วนกระดาษชำระ จึงนำมาประดิษฐ์เป็นของใช้น้ำหนัก เบาเมื่อเทียบกับวัสดุก่อสร้างอื่นๆในความแข็งแรงที่ใช้งานได้ทนทาน เพราะเป็นวัสดุเหลือใช้จากระบบ อุตสาหกรรมซึ่งมีมาตรฐานในการผลิตเพื่อใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพอยู่แล้วทั้งยังมีการเคลือบกันน้ำจึงหมดห่วง เรื่องสภาพความชื้นซึ่งมีผลต่อกระดาษได้ และยังสามารถใช้สารพัดประโยชน์ในครัวเรือนได้อีกมากมาย 3
กระดำษ คุณสมบัติทางกายภาพ กระดาษ เป็นวัสดุที่ผลิตขึ้นมาสำหรับการจดบันทึก มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เชื่อกันว่ามีการใช้กระดาษครั้งแรกๆ โดยชาวอียิปต์และชาวจีนโบราณ แต่กระดาษในยุคแรกๆ ล้วนผลิตขึ้นเพื่อการจดบันทึกด้วยกันทั้งสิ้น จึงกล่าวได้ ว่าระบบการเขียนคือแรงผลักดันให้เกิดการผลิตกระดาษขึ้นในโลก ปัจจุบันกระดาษไม่ได้มีประโยชน์ในการใช้จด บันทึกตัวหนังสือ หรือข้อความ เท่านั้น ยังใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้มากมาย เช่น กระดาษชำระ กระดาษห่อของขวัญ กระดาษลูกฟูกสำหรับทำกล่อง เป็นต้น ประวัติการใช้กระดาษในสยามไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน แต่วัสดุที่มี ลักษณะอย่างกระดาษนั้น เรามีกระดาษที่เรียกว่า สมุดไทย ผลิตจากเยื่อไม้ทุบละเอียด ต้มจนเปื่อย ใส่แป้งเพื่อให้ เนื้อกระดาษเหนียว แล้วนำไปกรองในกระบะเล็กๆ ทิ้งไว้จนแห้ง แล้วลอกออกมาเป็นแผ่น พับทบไปมาจนตลอด ความยาว จึงได้เป็นเล่มสมุด เรียกว่า สมุดไทยขาว หากต้องการ สมุดไทยดำ ก็จะผสมผงถ่านในขั้นตอนการผลิต ในทางภาคเหนือของไทย มีการผลิตกระดาษด้วยวิธีการคล้ายคลึงกัน เรียกว่า กระดาษสา เมื่อนำมาทำเป็นสมุดใช้ เขียน เรียกว่า ปั๊บสา คำว่า กระดาษ ในภาษาไทยสันนิษฐานว่าน่าจะทับศัพท์มาจากภาษาอาหรับและเปอร์เซียคือ กิรฏอส ในสมัยที่ชาวเปอร์เซียเข้ามาค้าขายในกรุงศรีอยุธยาซึ่งภาษามลายูก็ได้ทับศัพท์จากสองภาษานี้เช่นเดียวกัน คือ kertas หมายถึง กระดาษ เช่นกัน ส่วน กิรฏอส ในภาษาอาหรับนั้น แม้ว่าจะมีใช้มาก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 6 แต่ ก็เป็นคำที่ยืมมาจากภาษากรีก khartes ซี่งภาษาอังกฤษก็ได้ยืมคำนี้ไปใช้เป็น chart, card และ charter การใช้ กระดาษในปัจจุบัน เนื่องจากกระดาษเป็นวัสดุสิ้นเปลือง จึงมีการนำกระดาษกลับมาใช้อีก เช่น กระดาษ หนังสือพิมพ์นำมาพับถุงกระดาษ กระดาษสำหรับเขียนแม้ใช้แล้วทั้งสองหน้า ก็สามารถนำไปพิมพ์อักษรเบรลล์ สำหรับคนตาบอดได้ เมื่อหมดสภาพแล้ว ก็นำไปเข้าโรงงานแปรรูปเป็นสินค้าประเภทลังกระดาษ ได้อีก กระดาษที่ใช้งานในสำนักงานในประเทศไทยทั่วไปปัจจุบันนี้ใช้ขนาดมาตรฐาน คือ ขนาด A4 น้ำหนัก 80-100 แกรม เป็นส่วนมาก คุณสมบัติทางกล 1.ไม่สามารถป้องกันความชื้น จึงเสียความแข็งแรงเมื่อถูกน้ำหรืออยู่ในสภาวะเปียกชื้น เพราะคุณสมบัติของ กระดาษทั่วไปจะยอมให้น้ำและก๊าซซึมผ่านได้ดี 2. มีความแข็งแรงน้อยกว่าบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่น เช่น โลหะ แก้ว พลาสติกแข็งขึ้นรูปเพราะกระดาษมีความทนทาน ต่อการกดทับ การรับน้ำหนัก การดึง แรงทิมทะลุ แรงฉีกขาดน้อยกว่า 3. คุณสมบัติทางเคมี องค์ประกอบของกระดาษแบ่งออกเป็น 2 จำพวก คือ 1.องค์ประกอบที่เป็นเส้นใย 2.องค์ประกอบที่ไม่เป็นเส้นใย องค์ประกอบที่เป็นเส้นใย กระดาษสามารถยึดตัวเป็นแผ่นได้เกิดจากเส้นใยเป็นจำนวนมากสานกันอย่างไม่เป็นระเบียบ เส้นใยดังกล่าว โดยทั่วไปจะใช้เส้นใยจากธรรมชาติจากพืช อาจมีการใช้เส้นใยจากสัตว์หรือจากแร่ก็ได้ นอกจานี้ยังมีการใช้เส้นใย สังเคราะห์ เช่นพวกพอลิอาไมด์ (Polyamide) ซึ่งช่วยทดแทนการใช้เส้นใยจากธรรมชาติ และเพื่อเป็นการใช้ 5 4
ทรัพยากรได้คุ้มค่าประกอบกับการลดต้นทุนของกระดาษ ได้มีการนำกระดาษใช้แล้วมาใช้ในการผลิตกระดาษอีก ครั้งหนึ่ง เยื่อที่ได้จากกระดาษที่ใช้แล้วจะมีความขาวและความแข็งแรงต่ำลงเนื่องจากต้องผ่านขบวนการขจัดสิ่งที่ ปนเปื้อนมาด้วยเส้นใยจากพืชที่เป็นตัวหลักของกระดาษ ทำมาจากไม้เนื้ออ่อน เช่น ต้นสน ต้นยูคาลิปตัส ซึ่งมีเส้น ใยยาวช่วยให้กระดาษมีความแข็งแรงและเหนียว และมีการนำไม้เนื้อแข็งจำพวก ต้นโอ๊ก ต้นเมเปิล มาใช้ทำเส้นใย ซึ่งจะได้เส้นใยที่สั้นกว่าแต่ช่วยทำให้ผิวกระดาษเรียบและทึบแสงมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการนำพืชล้มลุก เช่นต้น กก ปอกระเจา อ้อย ฝ้าย มาใช้ทำเยื่อกระดาษด้วย เส้นใยจะประกอบด้วยเซลลูโลส (Cellulose) ซึ่งเป็นสารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่มีโครงสร้างโมเลกุลของน้ำตาล กลูโคสมาเรียงต่อกัน กับเฮมิเซลลูโลส (Hemicellulose) ซึ่งเป็นสารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่มีโครงสร้างโมเลกุล ของกลูโคสและน้ำตาลอื่น ๆ เช่น แมนโนส (Mannose) ฟูโคส (Fucose) ไซโลส (Xylose) มาต่อกัน เส้นใยยังมี ส่วนที่เป็นลิกนิน (Lignin) ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมเส้นใยให้อยู่ด้วยกัน ในขบวนการผลิตกระดาษ ลิกนินจะถูกขจัดออก จากเยื่อกระดาษ หากมีลิกนินหลงเหลืออยู่ในกระดาษ จะทำให้กระดาษเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเมื่อได้รับแสง องค์ประกอบที่ไม่ใช่เส้นใย องค์ประกอบที่ไม่ใช่เส้นใยจะเป็นสารเติมแต่งหรือแอดดิทีฟ (Additives) ที่เติมเข้าไประหว่างการผลิตกระดาษเพื่อ ช่วยให้กระดาษที่ได้ออกมามีคุณสมบัติเหมาะกับการใช้งานที่ต้องการได้ดียิ่งขึ้น สารเติมแต่งมีมากมายแล้วแต่ กรรมวิธีการผลิตของแต่ละโรงงาน แต่ที่ใช้กันมากมีดังนี้ 1. ฟิวเลอร์ (Filler)ใช้เพื่อให้กระดาษมีความขาวขึ้นเรียบขึ้น ทึบแสงมากขึ้น รับหมึกดีขึ้น ตลอดจนลดการซึมผ่าน ของหมึกพิมพ์ สารที่ใช้เติมเข้าไปมี ปูนขาว ดินเหนียว ไททาเนียมไดออกไซด์ เป็นต้น สารเหล่านี้ยังช่วยทำให้ น้ำหนักกระดาษมากขึ้นเป็นการลดต้นทุนในการใช้เยื่อกระดาษได้ 2. สารยึดติด (Adhesive) เป็นสารที่ช่วยให้เส้นใยและส่วนผสมอื่น ๆ ยึดติดกันได้ดี อีกทั้งช่วยให้ผิวหน้ายึดติด กับเนื้อกระดาษ สารยึดติดมีทั้งสารที่ทำมาจากธรรมชาติ เช่น แป้งข้าวโพด แป้งมัน โปรตีนที่มีอยู่ในนม และสารที่ สังเคราะห์ขึ้น เช่น อาคริลิก (Acrylic) สารจำพวกโพลิไวนิล (Polyvinyl) เป็นต้น 3. สารกันซึม (Sizing Agent) เป็นสารที่ใช้เติมลงในน้ำเยื่อเพื่อช่วยลดการซึมของของเหลวเข้าไปในเนื้อกระดาษ กระดาษที่ใช้ในการพิมพ์ด้วยระบบออฟเซ็ทจำเป็นต้องเติมสารประเภทนี้ สารกันซึมที่ใช้มีทั้งสารที่ทำจาก ธรรมชาติและสารที่สังเคราะห์ขึ้น 4. สารเพิ่มความแข็งแรงของผิว (Surface Sizing) เป็นสารที่ถูกเคลือบบนผิวกระดาษในขั้นตอนการผลิตที่ กระดาษที่เป็นแผ่นแล้ว เพื่อช่วยให้เส้นใยที่ผิวมีการยึดเกาะกับเส้นใยชั้นถัดลงไปได้ดีขึ้น ทำให้ผิวมีความแข็งแรง ทนต่อการขูดขีด แรงดึง แรงกดทะลุ การถอนของผิว สารเพิ่มความแข็งแรงของผิวที่ใช้กันมากและราคาไม่สูงคือ แป้งอย่างละเอียด (Starch)
ชนิดของกระดาษ การจำแนกกระดาษสามารถจัดแบ่งได้หลายวิธี ในที่นี้จะจัดแบ่งชนิดของกระดาษที่ใช้ในวงการพิมพ์ ซึ่งสามารถ รวบรวมได้ดังนี้ กระดาษปรู๊ฟ (Newsprint) เป็นกระดาษที่มีส่วนผสมของเยื่อบดที่มีเส้นใยสั้น และมักนำเยื่อจากกระดาษใช้แล้ว มาผสมด้วย กระดาษปรู๊ฟมีน้ำหนักเพียง 40 – 52 กรัม/ตารางเมตร มีสีอมเหลือง ราคาไม่แพงแต่ความแข็งแรง น้อย เหมาะสำหรับงานพิมพ์หนังสือพิมพ์ และเอกสารที่ไม่ต้องการคุณภาพมาก กระดาษแบ้งค์ (Bank Paper) เป็นกระดาษบางไม่เคลือบผิว น้ำหนักไม่เกิน 50 กรัม/ตารางเมตร มีสีให้เลือก หลายสี ใช้สำหรับงานพิมพ์แบบฟอร์มต่าง ๆ ที่มีสำเนาหลายชั้น กระดาษปอนด์ (Bond Paper) เป็นกระดาษที่ทำจากเยื่อเคมีที่ผ่านการฟอกและอาจมีส่วนผสมของเยื่อที่มาจาก เศษผ้า มีสีขาว ผิวไม่เรียบ น้ำหนักอยู่ระหว่าง 60 – 100 กรัม/ตารางเมตร ใช้สำหรับงานพิมพ์ที่ต้องความสวยงาม ปานกลาง พิมพ์สีเดียวหรือหลายสีก็ได้ กระดาษอาร์ต (Art Paper) เป็นกระดาษที่ทำจากเยื่อเคมี (เยื่อที่ผลิตโดยใช้สารเคมี) และเคลือบผิวให้เรียบด้าน เดียวหรือทั้งสองด้าน การเคลือบอาจจะเคลือบมันเงาหรือแบบด้านก็ได้ มีสีขาว น้ำหนักอยู่ระหว่าง 80 – 160 กรัม/ตารางเมตร ใช้สำหรับงานพิมพ์ที่ต้องการความสวยงาม งานพิมพ์สอดสี เช่นแคตตาล็อก โบร์ชัวร์ กระดาษฟอกขาว (Woodfree Paper) เป็นกระดาษที่ทำจากเยื่อเคมี (เยื่อที่ผลิตโดยใช้สารเคมี) และฟอกให้ ขาว เป็นกระดาษที่มีคุณภาพและมีความหนาแน่นสูง การดูดซึมน้อย ใช้สำหรับงานพิมพ์หนังสือ กระดาษพิมพ์ เขียน กระดาษเหนียว (Kraft Paper) เป็นกระดาษที่ทำจากเยื่อซัลเฟต (เยื่อใยยาวที่ผลิตโดยใช้สารซัลเฟต) จึงมีความ เหนียวเป็นพิเศษ มีสีเป็นสีน้ำตาล น้ำหนักอยู่ระหว่าง 80 – 180 กรัม/ตารางเมตร ใช้สำหรับทำสิ่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์ กระดาษห่อของ ถุงกระดาษ กระดาษการ์ด (Card Board) เป็นกระดาษที่มีความหนาและแข็งแรงประกอบด้วยชั้นของกระดาษหลายชั้น ชั้นนอกสองด้านมักเป็นสีขาว แต่ก็มีการ์ดสีต่าง ๆ ให้เลือกใช้ บางชนิดมีผิวเคลือบมันเรียบ ซึ่งเรียก กระดาษอาร์ต การ์ด น้ำหนักกระดาษการ์ดอยู่ระหว่าง 110 – 400 กรัม/ตารางเมตร ใช้สำหรับทำปกหนังสือ บรรจุภัณฑ์ที่มีราคา เช่นกล่องเครื่องสำอาง กระดาษกล่อง (Box Paper) เป็นกระดาษที่ทำจากเยื่อบด และมักนำเยื่อจากกระดาษใช้แล้วมาผสม มีสีคล้ำไป ทางเทาหรือน้ำตาล ผิวด้านหนึ่งมักจะประกบด้วยชั้นของกระดาษขาวซึ่งอาจมีผิวเคลือบมันหรือไม่ก็ได้เพื่อความ สวยงามและพิมพ์ภาพลงไปได้ หากเป็นกระดาษไม่เคลือบ จะเรียก กระดาษกล่องขาว หากเป็นกระดาษเคลือบผิว มัน จะเรียก กระดาษกล่องแป้ง น้ำหนักกระดาษกล่องอยู่ระหว่าง 180 – 600 กรัม/ตารางเมตร ใช้สำหรับทำ สิ่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์ เช่น กล่อง ป้ายแข็ง ฯลฯ กระดาษแข็ง (Hard Board) เป็นกระดาษหลายชั้นแข็งหนาทำจากเยื่อไม้บดและเยื่อกระดาษเก่า มีผิวขรุขระสี คล้ำ มีคำเรียกกระดาษชนิดนี้อีกว่า กระดาษจั่วปัง น้ำหนักมีตั้งแต่ 430 กรัม/ตารางเมตรขึ้นไป ใช้ทำใส้ในของปก หนังสือ ฐานปฏิทินตั้งโต๊ะ บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ 7 6
กระดาษแฟนซี (Fancy Paper) เป็นคำเรียกโดยรวมสำหรับกระดาษที่มีรูปร่างลักษณะของเนื้อและผิวกระดาษที่ ต่างจากกระดาษใช้งานทั่วไป บางชนิดมีการผสมเยื่อที่ต่างออกไป บางชนิดมีผิวเป็นลายตามแบบบนลูกกลิ้งหรือ ตะแกรงที่กดทับในขั้นตอนการผลิต มีสีสันให้เลือกหลากหลาย มีทั้งกระดาษบางและหนา ประโยชน์สำหรับ กระดาษชนิดนี้สามารถนำไปใช้แทนกระดาษที่ใช้อยู่ทั่วไป ตั้งแต่นามบัตร หัวจดหมาย ไปจนถึงกล่องบรรจุภัณฑ์ กระดาษอื่น ๆ นอกจากกระดาษชนิดต่าง ๆ ที่เอ่ยมาข้างต้นแล้ว ยังมีกระดาษชนิดอื่น ๆ อีก เช่น กระดาษถนอม สายตา กระดาษกันปลอม (Security Paper) กระดาษเอ็นซีอาร์ (Carbonless Paper) กระดาษสังเคราะห์ กระดาษสติ๊กเกอร์ ฯลฯ ประโยชน์ของกระดาษ ในปัจจุบัน “กระดาษ” มีการผลิตมาจากไม้หลายๆ ประเภท เช่น ต้นกระดาษ ต้นยูคาลิปตัส ฯลฯ มาเป็นกระดาษ แผ่นๆ ไว้ใช้ประโยชน์กัน นอกจากไม้แล้ว ยังมีการนำกระดาษที่ผ่านการใช้งานแล้วไปรีไซเคิลผลิตเป็นกระดาษอีก ครั้งหนึ่ง แม้คุณภาพจะด้อยกว่า แต่การใช้งานไม่เคยด้อยกว่าเลย หรือจะนำกระดาษที่ใช้งานแล้วมาผลิตเป็นเปป เปอร์มาเช่ก็ได้เช่นกันการใช้ประโยชน์ของ “กระดาษ” มีมากจนเหลือจะคณานับได้ เนื่องด้วยเป็นวัสดุที่สารพัด ประโยชน์อย่างแท้จริง แม้มันจะเปียกน้ำแล้วจะยุ่ยและใช้ประโยชน์ได้น้อยลงก็ตาม การใช้ประโยชน์ของกระดาษ จะขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดกระดาษที่ผลิตออกมา (ขนาดใหญ่สุดคือ A0 (8 เท่าของกระดาษขนาด A4) ตัวอย่างเช่น – กระดาษขาวธรรมดา : จะมีการใช้ประโยชน์อย่างหลากหลาย เช่น เขียน วาดรูป พิมพ์เอกสารต่างๆ หรือนำมา เป็นฉากหลังในการถ่ายรูปเพื่อเน้นสิ่งของสิ่งนั้นๆ – กระดาษสี (มีทั้งแบบอ่อนและแบบแข็ง) : ใช้ในการตกแต่งต่างๆ ทั้งป้ายนิเทศ ป้ายประชาสัมพันธ์ หรือป้ายงาน ต่างๆ หรือเอามาห่อกล่องของขวัญ กล่องภาชนะต่างๆ ให้มีความสวยงาม หรือมาทำแบบจำลองอาคารต่างๆ
บทที่ 3 ในการจัดทำโครงงานเรื่อง แกนกระดาษรีไซเคิล คณะผู้จัดทำได้ดำเนินการศึกษาค้นคว้าตามลำดับ ดังนี้ ขั้นตอนด ำเนินกำรศึกษำ เพื่อให้การศึกษาครั้งนี้บรรลุผลตามความมุ่งหมายคณะผู้จัดทำได้กำหนดขั้นตอนดำเนินการเป็น 3 ขั้นตอนดังนี้ 1. จัดเตรียมโครงงานการศึกษาเป็นขั้นตอนการศึกษาเอกสาร ตำรา และแหล่งข้อมูลต่าง ๆ โดยขอ คำปรึกษาจากอาจารย์ที่ปรึกษา 2. ดำเนินการศึกษาเป็นขั้นตอนที่ผู้จัดทำได้ทำการเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์และจำแนกประเภทของ ข้อมูล 3. รายงานผลการศึกษาเป็นขั้นตอนการนำเสนอต่อคณะอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อตรวจสอบการ ถูกต้องและแก้ไข ปรับปรุงผลการศึกษา ฉบับนี้ แหล่งข้อมูลที่ใช้ในกำรศึกษำ ได้แก่ - สื่อการเรียน - สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ - สื่อทางอินเตอร์เน็ต กำรเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลผู้จัดทำได้นำข้อมูลทั้งหมดมาเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์เพื่อเป็นฐานข้อมูล นำข้อมูล ทั้งหมดไปวิเคราะห์และจำแนกประเภท กำรน ำเสนอผลกำรศึกษำ การศึกษาโครงงาน เรื่อง แกนกระดาษรีไซเคิล สามารถเสนอผลการศึกษาเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้ 1. ขั้นตอน วัสดุ – อุปปกรณ์ คำบรรยายพร้อมภาพประกอบ 2. ขั้นตอน วิธีการทำ พร้อมภาพประกอบ 8
ขั้นตอนที่ 1 วัสดุ – อุปกรณ์ 1. แกนกระดาษ 6. ไม้บรรทัด 2. เลื่อย 7. มีดคัตเตอร์ 3. ตลับเมตร 8. ดินสอ 4. เทปใส 9. ปากกา 5. กาวร้อน 9
ขั้นตอนที่ 2 วีธีท ำ 1. วัดขนาดและตัดแกนกระดาษเป็ นรูปทรง ตามขนาดที่ต้องการเพื่อท ารูปทรงและตัดส่วนที่เกินออก 10
2.ตัดแกนกระดาษเป็นทรง แล้วนำกาวร้อนมาติด กับกระดาษและตัดส่วนที่เกินออก 3.ตัดเป็นรูปทรง สี่เหลี่ยมจากนั้นติดกาวให้แน่น 11
4.นำส่วนประกอบที่ติดกาวไว้แล้วทั้งหมด นำมาประกอบติดกัน 5. พ่นสีชิ้นงานตามชอบ 12
13 6.ชิ้นงานแกนกระดาษรีไซเคิลที่สำเร็จแล้ว
บทที่ 4 ผลการดำเนินงาน การศึกษาโครงงาน เรื่อง แกนกระดาษรีไซเคิล เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการประดิษฐ์ วัสดุเหลือใช้ให้เป็น ชิ้นงานที่สามารถนำไปใช้ได้จริง พร้อมทั้งช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่ชิ้นงาน โดยศึกษาจากเอกสาร และสื่อต่าง ๆ จากการ เก็บรวบรวมข้อมูล สามารถนำเสนอผลการศึกษาเป็นขั้นตอน ซึ่งมีทั้งหมด 2 ขั้นตอน ดังนี้ 1. ขั้นตอน วัสดุ – อุปปกรณ์ คำบรรยายพร้อมภาพประกอบ 2. ขั้นตอน วิธีการทำ พร้อมภาพประกอบ ผลการศึกษาค้นคว้าการจัดทำโครงงาน จากผลการศึกษาค้นคว้าสามารถแบ่งออกได้เป็นข้อ ดังนี้ 1. เป็นการนำวัสดุเหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์ 2. เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่วัสดุเหลือใช้ และเป็นการสร้างรายได้ 3. เป็นการสร้างจิตสำนึกที่ดีในการใช้ทรัพยากรรักษาสิ่งแวดล้อมและการอยู่ร่วมกันในธรรมชาติ 4. ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ตามจิตนาการ เกิดความภาคภูมิใจในผลงาน 5. ประหยัดค่าใช้จ่ายและได้สิ่งของที่เราประดิษฐ์เองไว้ใช้งาน 14
บทที่ 5 สรุปผลการศึกษาค้นคว้า และ ข้อเสนอแนะ โครงงาน เรื่อง แกนกระดาษรีไซเคิล ผู้จัดทำโครงงานได้รับความรู้และประสบการณ์ดังนี้ 1. รู้จักขั้นตอนการทำชิ้นงานตามความวัตถุประสงค์ 2. มีประสบการณ์ในการจัดทำสิ่งประดิษฐ์ จากสิ่งของเหลือใช้ 3. สามารถนำสิ่งของเหลือใช้มาทำให้มีคุณค่า 4. ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 5. สามารถสร้างรายได้จากสิ่งที่ประดิษฐ์ 6. ทำให้ความสามัคคีของคนในกลุ่ม ข้อเสนอแนะ สามารถนำแกนกระดาษรีไซเคิล และใช้กระดาษที่ไม่ได้ใช้หรือใช้แล้วมาทำสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เพื่อใช้ ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆที่สะดุดตา และ ตกแต่งให้สวยงานเป็นที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ ถ้าหากทำการ จำหน่ายก็จะเป็นการเพิ่มจุดสนใจยิ่งขึ้น 15
อ้ำงอิง http://home.kapook.com/view64454.html http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B4 %E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99