จัดทำโดยนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี
B
R
U
N
E
I
ประเทศบรูไน
เนอการาบรูไนดารุสซาลาม
รายงาน
วิชา การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
(20202-2111)
จัดทำโดย
นายณัฐวุฒิ โสมคง รหัส 64202020051
นางสาวสิรินทรา ฤทธิกุล รหัส 64202020069
ปวช.2/2 สาขาการตลาด
เสนอ
อาจารย์ วัชรีย์ บุญกล่ำ
คำนำ
รายงานเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่ อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา
การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ระดับชั้น ปวช.2/2
สาขาการตลาด เพื่ อให้ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่องเศรษฐกิจอาเซียน
ทำความรู้จักกับประเทศบรูไน และได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่ อเป็น
ประโยชน์กับการเรียน
ผู้จัดทำหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือ
นักเรียน นักศึกษา ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำหรือ
ข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
คณะผู้จัดทำ
สารบัญ หน้า
เรื่อง 1
ข้อมูลทั่วไปของประเทศบรูไน 2-5
ชื่อประเทศ 6
เมืองหลวง 7
8
ผู้นำประเทศ 9
10
ประวัติ 11
พระราชประวัติการทรงงาน 12
พระราชกรณียกิจที่สำคัญ 13
พระราชบุตร 14-18
คณะรัฐมนตรีบรูไน
ที่ตั้งประเทศ
ธงชาติเเละตราเเผ่นดิน
ประชากรเเละการศึกษา
การก่อตั้งประเทศ
การทหาร
การขนส่งและโทรคมนาคม
สภาพภูมิศาสตร์เเละภูมิอากาศ
การเมืองการปกครอง
เศรษฐกิจ
ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ
ทรัพยากรสำคัญ
สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ
สารบัญ หน้า
19-21
เรื่อง
22-26
วัฒนธรรม 27-29
ชุดประจำชาติ 30
อาหารประจำชาติ 31
ดอกไม้ประจำชาติ 32
การละเล่นพื้ นบ้าน
วัน-เทศกาลสำคัญ
สถานที่สำคัญ
เหตุการณ์สำคัญ
การเดินทางไทย-บรูไน
ความสัมพั นธ์ไทย-บรูไน
1
ชื่อประเทศ
ประเทศบรูไน หรือ
เนอการาบรูไนดารุสซาลาม
Negara Brunei Darussalam
เมืองหลวง
บันดาร์เซอรีเบอกาวัน
หรือ บันดาร์เสรีเบกาวัน เป็นเมือง
หลวงและเมืองท่าที่สำคัญของ
ประเทศบรูไนดารุสซาลาม อยู่ใน
เขตการปกครองบรูไน-มัวรา
มีประชากรประมาณ 60,000 คน
เดิมชื่อว่า เมืองบรูไน ภายหลัง
เมื่อบรูไนพ้ นจากการเป็นเมืองขึ้น
ในลักษณะแบบคุ้มครองของ
อังกฤษแล้ว จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น
บันดาร์เซอรีเบกาวัน
2
ผู้นำประเทศ
พระมหากษัตริย์ – สมเด็จพระราชาธิบดี
สุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์, สุลต่านบรูไน
(2510–ปัจจุบัน)
ประวัติ
ตำเเหน่ง สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนองค์ที่ 29 /นรม./รมว.กระทรวงกลาโหม/รมว.
กระทรวงการคลัง/รมว.กระทรวงต่างประเทศ/ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/
ผู้นำศาสนา
ประสูติ 15 ก.ค.2489 (76 พรรษา/ปี 2565) ณ บันดาร์เสรีเบกาวัน
เป็นพระราชโอรสพระองค์แรกของสุลต่าน เซอร์ มูดาโอมาร์ร อาลี ไซฟุดดิน ที่ 3
เชื้อชาติ มาเลย์
การศึกษา การศึกษาชั้นตอนที่บันดาร์เสรีเบกาวัน
สถาบันวิคตอเรียในกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
วิทยาลัยการทหาร SANDHURST สหราชอาณาจักร ระหว่างปี 2509-2510
สถานภาพ อภิเษกสมรสกับมเหสี 3 พระองค์ ได้แก่
1. สมเด็จพระราชินีรายา อิสเตรีเปงกิรัน อนัค ซาเลฮา (ทรงอภิเษกสมรสปี2508) มี
พระราชโอรส2 พระองค์และพระราชธิดา 4 พระองค์โดยพระราชโอรสองค์แรก คือ เจ้า
ชายอัล มูห์ตาดีบิลลา โบลเกียห์เป็นมกุฎราชกุมาร
2. พระมเหสีเปงกิรัน อิสเตรีมาเรียม อับดุล อาซิส (ทรงอภิเษกสมรสปี2524 แต่ทรง
หย่าเมื่อปี2546) มีพระราชโอรส 2 พระองค์และพระราชธิดา 2 พระองค์
3. อาซรีนาซ มาซา ฮาคิม (อภิเษกปี2548 แต่ทรงหย่าเมื่อปี2553) มีพระราชโอรส 1
พระองค์และพระราชธิดา 1 พระองค์ ระหว่างปี 2509-2510
3
พระราชประวัติการทรงงาน
14 ส.ค.2504 ทรงได้รับการสถาปนาเป็นมกุฎราชกุมาร
5 ต.ค.2510 ทรงดำรงพระอิสริยศเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีบรูไน
องค์ที่ 29
ปี2527-ปีจจุบัน ทรงดำรงตำแหน่ง นรม. รมว.กระทรวงการคลัง
รมว.กระทรวงกลาโหมรมว.กระทรวงการต่างประเทศ
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้นำทางศาสนาอิสลาม
ของบรูไน
พระราชกรณียกิจที่สำคัญ
ปี 2534 ทรงนำหลัก “ราชาธิปไตยอิสลามมลายู (Melayu
Islam Beraja-MIB)” ซึ่งมีสถาบันกษัตริย์เป็น
ก.ย.2547 ศูนย์กลางความจงรักภักดีมาใช้ในการปกครอง
ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติต่าง ๆ เพื่ อ
ส.ค.2541 แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2502 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ
ปี 2548 การพั ฒนาประชาธิปไตยในบรูไน
ต.ค.2556 ทรงแต่งตั้งเจ้าชายอัล มูห์ตาดี บิลลา โบลเกียห์
มี.ค.2563 ดำรงตำแหน่งมกุฎราชกุมารแห่งบรูไน
ทรงประกาศปรับ ครม. ครั้งแรกในรอบ 22 ปี
ทรงประกาศใช้กฎหมายชะรีอะฮ์ (Sharia Law)
เปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 16
4
พระราชบุตร
Princess Ameerah อับดุล วาคีล เจ้าชายอับดุล มาทีนแห่งบรูไน
เกิด: พ.ศ. 2551 เกิด: 1 มิถุนายน 2549 เกิด: 10 สิงหาคม 2534
(อายุ 14 ปี) (อายุ 31 ปี)
(อายุ 16 ปี)
ฟัดซิลาห์ ลูบาบุล โบลเกียห์ อัซมาห์ โบลเกียห์ เจ้าชายอับดุล มาลิก
เกิด: 23 สิงหาคม 2528 เกิด: 26 กันยายน 2527 เกิด: 30 มิถุนายน 2526
(อายุ 37 ปี)
(อายุ 38 ปี) (อายุ 39 ปี)
เจ้าชายอับดุล อาซิมแห่งบรูไน Hafizah Sururul Bolkiah พรินเซส มาจีดาห์ โบลเกียห์
เกิด: 29 กรกฎาคม 2525 เกิด: 12 มีนาคม 2523 เกิด: 16 มีนาคม 2519
(อายุ 42 ปี) (อายุ 46 ปี)
เสียชีวิตเมื่อ: 24 ตุลาคม 2563
เจ้าชายอัลมุห์ตาดี บิลละห์ มกุฎราชกุมารแห่งบรูไน Princess Muta-Wakkilah Princess Rashidah
เกิด: 17 กุมภาพั นธ์ 2517 เกิด: 12 ตุลาคม 2514 เกิด: 26 กรกฎาคม 2512
(อายุ 48 ปี) (อายุ 51 ปี)
(อายุ 53 ปี)
5
คณะรัฐมนตรีบรูไน
นรม. Sultan Haji Hassanal Bolkiah
รมต.อาวุโสประจำสำนัก นรม.
HRH Prince Al-Muhtadee Billah
รมว.ประจำสำนัก นรม.
Hon. Isa Ibrahim
และที่ปรึกษาของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไน
รมว.ประจำสำนัก นรม.
Abdul Mokti Mohd. Daud
รมว.กระทรวงคมนาคมและสารสนเทศ
Hon.Abdul Mutalib Md. Yusof
รมว.กระทรวงวัฒนธรรม เยาวชน และกีฬา
Maj. Gen. (Rtd.) Aminuddin Abidin
รมว.กระทรวงกลาโหม
Sultan Haji Hassanal Bolkiah
รมว.กระทรวงกลาโหม คนที่สอง
Hon. Maj. Gen. (Rtd.) Halbi Mohd. Yussof
รมว.กระทรวงการพัฒนา Hon..Suhaimi Gafar
รมว.กระทรวงศึกษาธิการ
Hon. Hamzah Sulaiman
รมว.กระทรวงพลังงาน
Hon.Dr. Mat Suny Mohd Hussein
รมว.กระทรวงการคลังและเศรษฐกิจ
Sultan Haji Hassanal Bolkiah
รมว.กระทรวงการคลังและเศรษฐกิจ คนที่สอง
Hon.Dr. Mohd. Amin Liew Abdullah
รมว.กระทรวงต่างประเทศและการค้า
Sultan Haji Hassanal Bolkiah
รมว.กระทรวงต่างประเทศและการค้า คนที่สอง
Hon. Erywan Yusof
รมว.กระทรวงสาธารณสุข
Hon. Dr. Md. Isham Jaafar
รมว.กระทรวงมหาดไทย
Hon. Abu Bakar Apong
รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
Hon.Ali Apong
และการท่องเที่ยว
รมว.กระทรวงกิจการศาสนา Hon. Awang Badaruddin Awang Othman
--------------------------------------------
(ต.ค.2564)
6
ที่ตั้ง
เป็นรัฐเอกราชบนเกาะบอร์เนียวในภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ ชายฝั่ งทางด้านเหนือจรดทะเลจีนใต้
พรมแดนทางบกที่เหลือจากนั้นถูกล้อมรอบด้วยรัฐ
ซาราวักของมาเลเซียตะวันออก บรูไนเป็นประเทศเดียว
ที่มีพื้ นที่ทั้งหมดอยู่บนเกาะบอร์เนียว
เมืองหลวง คือ กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน
ภาษาราชการ: ภาษามลายูบรูไน
สกุลเงิน: ดอลลาร์บรูไน
พื้ นที่: 5,765 ตารางกิโลเมตร (2,226
ตารางไมล์)
ปกครองเเบบ: สมบูรณาญาสิทธิราช
แบบอิสลาม
เวลา: ต่างจากไทย +1 ชั่วโมง
เเผนที่ประเทศบรูไน
กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน
7
ธงชาติประเทศบรูไน
ธงชาติธงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีเหลือง
มีแถบคาดสีขาวและสีดำ พาดตามแนว
ทแยงมุมจากบนซ้ายไปล่างขวา กลางธงมี
ภาพตราแผ่นดินของบรูไนซึ่งสีต่าง ๆ มี
ความหมาย ดังนี้
สีเหลือง หมายถึง กษัตริย์
สีขาว และสีดำ หมายถึง มุขมนตรี
สาเหตุที่ธงชาติบรูไนใช้สีเหลืองสื่อถึง
กษัตริย์นั้น เนื่องจากธงประจำพระองค์
ของสุลต่านแห่งบรูไน ใช้ธงพื้ นสีเหลือง
ตราสัญลักษณ์เเผ่นดิน
ประกอบด้วยสัญลักษณ์ 5 อย่าง คือ
ราชธวัช (ธง)
พระกลด (ร่ม)
ปีกนก 4 ขน
มือสองข้าง
ซีกวงเดือนหรือพระจันทร์เสี้ยว
ภายในวงเดือนซึ่งหงายขึ้นนั้น มีข้อความภาษาอาหรับจารึกไว้ ซึ่งแปลความได้ว่า
“น้อมรับใช้ตามแนวทางของพระอัลเลาะห์เสมอ”
(“Always in service with God’s guidance”)
8
ประชากร
471,103 คน (ก.ค.2564) เชื้อสายมาเลย์ 65.7% จีน 10.3% และอื่น ๆ 24%
มีชนพื้ นเมือง 7 ชนเผ่าเรียกโดยรวมว่ามลายูหรือมาเลย์โครงสร้างประชากร
วัยเด็ก (0-14 ปี) 22.41%
วัยรุ่นถึงวัยกลางคน(15-64 ปี) 71.69% และวัยชรา (65 ปีขึ้นไป) 5.9%
อัตราการเกิด 16 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการตาย
3.75 คนต่อประชากร 1,000 คน อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโดยรวม 78.14 ปี
เพศชาย 75.75 ปี เพศหญิง
80.63 ปี อัตราการเพิ่ มของประชากร 1.48%
ประชากรส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาอิสลาม (ซุนนี) 78.8% คริสต์ 8.7% พุ ทธ
นิกายมหายาน 7.8% ฮินดูและอื่น ๆ 4.7%
การศึกษา
จัดการศึกษาให้กับเด็กทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
การศึกษาแบ่งเป็น 4 ระดับ ซึ่งจัดสรรตาม
กลุ่มอายุ ได้แก่ 1) ระดับปฐมวัย 7 ปี
2) ระดับมัธยมศึกษา 7-8 ปี
3) ระดับเตรียมอุดมศึกษา 2 ปี และ
4) ระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย 3-4 ปี ไม่มีการศึกษา
สามัญเป็นภาคบังคับ แต่เด็กชาวมุสลิมในบรูไน
ทุกคนต้องเรียนศาสนาเป็นภาคบังคับใช้เวลารวม 7 ปี โดยมีกระทรวงกิจการ
ศาสนาของบรูไนเป็นผู้กำกับดูแล
อัตราการรู้หนังสือของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 99.7% งบประมาณด้านการ
ศึกษา 558.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2563)
9
การก่อตั้งประเทศ
บรูไนเคยเป็นที่ตั้งอาณาจักรที่เจริญรุ่งเรืองในช่วงศตวรรษที่ 14-16
มีอาณาเขตครอบคลุมพื้ นที่ส่วนใหญ่ของเกาะบอร์เนียวตอนเหนือ และบาง
ส่วนของหมู่เกาะซูลู (Sulu) มีชื่อเสียงทางการค้า โดยเฉพาะการบูร พริกไทย
และทองคำแต่เสื่อมอำนาจลงในศตวรรษที่ 19 โดยสูญเสียดินแดนจาก
สงครามโจรสลัด และการขยายอาณานิคมของประเทศตะวันตก ในที่สุดได้เข้า
เป็นดินแดนในอารักขาของสหราชอาณาจักรโดยสมบูรณ์เมื่อปี 2449
เศรษฐกิจของบรูไนเริ่มมั่นคงหลังจากสำรวจพบแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่
ที่เมืองเซรีอา (Seria) ทางด้านตะวันตกเมื่อปี 2472 สหราชอาณาจักรให้
อำนาจบรูไนปกครองตนเองตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2502 แต่ยังดูแลด้าน
การต่างประเทศและให้คำปรึกษาด้านการป้องกันประเทศ ผลการเลือกตั้งครั้ง
แรกเมื่อปี 2505 พรรคประชาชนบอร์เนียว (Borneo People’s Party) ได้
รับชัยชนะัท่วมทัน แต่ถูกกีดกันไม่ให้จัดตั้งรัฐบาลจึงพยายามยึดอำนาจจาก
สุลต่านแต่ไม่สำเร็จ
เนื่องจากสุลต่านทรงได้รับความช่วยเหลือจากกองทหารกุรข่าของ
สหราชอาณาจักรที่ส่งตรงมาจากสิงคโปร์ รัฐบาลได้ประกาศภาวะฉุกเฉินมา
ตั้งแต่ปี 2505 ทำให้ไม่มีการเลือกตั้งมาจนถึงปัจจุบัน บรูไนได้รับเอกราชเมื่อ
1 ม.ค.2527 หลังจากอยู่ภายใต้อารักขาของสหราชอาณาจักรนานถึง 95 ปี
ประเทศบรูไน ศตวรรษที่ 14
10
การทหาร
ตราสัญลักษณ์ทหารบรูไน
กองทัพบรูไนมีขนาดเล็กที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วย
ทบ. ทร. และ ทอ. ขึ้นตรงต่อ ผบ.ทหารสูงสุด บรูไนไม่มีการเกณฑ์ทหาร
แต่ชายบรูไนอายุ 17 ปี สามารถเข้ารับราชการทหารโดยสมัครใจ
กองทัพบรูไนมีกำลังพล 72,000 นาย และกำลังสำรอง 700 นาย
เป็น ทบ. 4,900 นาย
ทร. 1,200 นาย
ทอ. 1,100 นาย
นอกจากนี้ สุลต่านยังมี กกล.ทหารกุรข่าส่วนพระองค์ (Gurkha Reserve
Unit-GRU) ประมาณ 400-500 นาย
งบประมาณทางทหาร ปี2565
ประมาณ: 327.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ยุทโธปกรณ์สำคัญ
รถถังเบา (สกอร์เปียน) 20 คัน
ยานยนต์หุ้มเกราะ 45 คัน
เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 81 มม. 24 เครื่อง
เรือตรวจการณ์ชายฝั่ งและเรือรบ 9 ลำ
เรือบรรทุก บ. 4 ลำ
ฮ.ขนส่ง 21 ลำ
เจ้าชายอับดุล มาทีนแห่งบรูไน
ในเครื่องเเบบทหาร
11
การขนส่งและโทรคมนาคม
มีท่าอากาศยาน 2 แห่ง คือ สนามบินนานาชาติบรูไน
สนามบิน Anduki
- สนามบินนานาชาติบรูไน
- สนามบิน Anduki
ซึ่งใช้ในกิจการของบริษัท Brunei Shell
Petroleum (BSP) อยู่ที่เขตเบเลต
เส้นทางรถไฟระยะทาง 13 กม.
ถนนระยะทาง 3,029 กม. ท่าเรือเพื่ อการ
สัญจร 5 แห่ง ได้แก่ บันดาร์เสรีเบกาวัน กัว
ลา เบเลต มูอารา เซรีอา และตูตง ท่าเรือ
เพื่ อขนส่งสินค้า 1 แห่ง คือ ท่าเรือที่มูอารา
โทรคมนาคม
โทรศัพท์พื้ นฐานให้บริการ 86,590 เลขหมาย (ปี 2562)
โทรศัพท์เคลื่อนที่ 574,799 เลขหมาย (ปี 2562)
รหัสโทรศัพท์ +673
จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 461,600 คน (ปี 2564)
รหัสอินเทอร์เน็ต .bn เว็บไซต์
การท่องเที่ยว : http://www.bruneitourism.com/
12
สภาพภูมิศาสตร์
ประเทศบรูไนประกอบด้วย 2 ส่วนที่ไม่ติด
กันคือด้านตะวันตกและด้านตะวันออกโดยที่
ประชากรร้อยละ 97 อาศัยอยู่ในส่วนด้านตะวัน
ตก และมีประชากรเพี ยงประมาณ 10,000 คน
ที่อาศัยอยู่ในด้านตะวันออก ซึ่งมีภูเขาเป็น
จำนวนมาก และเป็นที่ตั้งของเขตเติมบูรง เมือง
หลัก ๆ ของบรูไนคือเมืองหลวงบันดาร์เซอรีเบ
อกาวัน เมืองท่ามัวรา และเซอเรีย
สภาพภูมิอากาศ
ภูมิอากาศในบรูไนเป็นภูมิอากาศเขตร้อน มีอุณหภูมิสูง ความชื้นสูง และ
ฝนตกมาก
อุณหภูมิเฉลี่ยใน บรูไน
ฤดูกาลที่ร้อนมีระยะเวลา 5.3 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ถึงวันที่ 8
กันยายน และอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยรายวันสูงกว่า 32°C เดือนที่มีอากาศร้อน
ที่สุดของปีใน บรูไน คือ พฤษภาคม โดยมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยเท่ากับ 32°C
และต่ำสุดเฉลี่ยเท่ากับ 25°C
ฤดูกาลที่เย็นมีระยะเวลา 1.8 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม ถึงวันที่ 21
กุมภาพั นธ์ และอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยรายวันต่ำกว่า 30°C เดือนที่มีอากาศหนาว
ที่สุดของปีใน บรูไน คือ มกราคม โดยมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยเท่ากับ 24°C และ
สูงสุดเฉลี่ยเท่ากับ 30°C
13
การเมืองการปกครอง
การปกครอง
รัฐเดี่ยว สมบูรณาญาสิทธิราชแบบอิสลาม
รัฐธรรมนูญปัจจุบันซึ่งแก้ไขล่าสุดเมื่อ 1 มกราคม พ.ศ. 2527
กำหนดให้สุลต่านทรงเป็นอธิปัตย์ คือเป็นทั้งประมุข นายกรัฐมนตรี และ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นชาวบรูไนเชื้อ
สายมาเลย์โดยกำเนิด และจะต้องเป็นมุสลิมนิกายสุหนี่ นอกจากนี้ บรูไน
ไม่มีสภาที่ได้รับเลือกจากประชาชน
นโยบายหลักของบรูไน ได้แก่การสร้างความเป็นปึกแผ่นภายในชาติ และ
ดำรงความเป็นอิสระของประเทศ ทั้งนี้ บรูไนมีที่ตั้งที่ถูกโอบล้อมโดย
มาเลเซีย และมีอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศมุสลิมขนาดใหญ่อยู่ทางใต้
บรูไนมีความสัมพั นธ์ใกล้ชิดกับสิงคโปร์ เนื่องจากมีเงื่อนไขคล้ายคลึงกัน
หลายประการ อาทิ เป็นประเทศเล็ก และมีอาณาเขตติดกับประเทศมุสลิม
ขนาดใหญ่
นับจากการพยายามยึดอำนาจเมื่อปี พ.ศ. 2505 รัฐบาลได้ประกาศ
กฎอัยการศึกส่งผลให้ไม่มีการเลือกตั้ง รวมทั้งบทบาทพรรคการเมืองได้
ถูกจำกัดอย่างมาก จนปัจจุบันพรรคการเมือง ได้แก่ Parti
Perpaduan Kebangsaan Brunei (PPKB)
และ Parti Kesedaran Rakyat (PAKAR)
ไม่มีบทบาทมากนัก เนื่องจากรัฐบาลควบคุมด้วยมาตรการ
ต่าง ๆ อาทิ กฎหมายความมั่นคงภายในประเทศ
(Internal Security Act (ISA)) ห้ามการชุมนุม
ทางการเมือง และสามารถถอดถอนการจดทะเบียน
เป็นพรรคการเมืองได้ ตลอดจนห้ามข้าราชการ
(ซึ่งมีเป็นจำนวนกว่าครึ่งของประชากรบรูไนทั้งหมด)
เป็นสมาชิกพรรคการเมือง นอกจากนี้
รัฐบาลเห็นว่าพรรคการเมืองไม่มีความจำเป็น
เนื่องจากประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็น
หรือขอความช่วยเหลือจากข้าราชการของสุลต่าน
ได้อยู่แล้ว
14
เศรษฐกิจ
(1) บรูไนเป็นประเทศที่ร่ำรวยไปด้วยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็น
ผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้มาสู่ประเทศเป็นอันดับหนึ่ง แต่รัฐบาลบรูไนก็เริ่ม
ตระหนักว่าประเทศชาติจะพึ่ งพิ งรายได้จากทรัพยากรทั้งสองอย่างเท่านี้
ไม่ได้เสียแล้ว แต่ควรหันมาให้ความสนใจกับทรัพยากรธรรมชาติอี่น ๆ ที่
ยังคงมีมากมายเช่น ป่าไม้ แร่ธาตุ สัตว์น้ำ และพื้ นที่อันอุดมสมบรูณ์
เหมาะแก่การเกษตร
การขุดเจาะปิโตรเลียมใต้ทะเล (2)เพื่ อเป็นการเร่งรัด
การพั ฒนารูปแบบของ
การลงทุน สุลตานบรูในได้ทรงตั้ง
กระทรวงขึ้นมาใหม่คือกระทรวง
อุตสาหกรรมและทรัพยากรธรรมชาติ
เพื่ อทำหน้าที่ดูแลวางแผนและดำเนินงานด้าน
อุตสาหกรรมและการลงทุนโดยเฉพาะ โครงการ
อุตสาหกรรมที่ได้รับการสนับสนุนและเร่งรัดส่ง
เสริมเป็นพิ เศษ ได้แก่ อุตสาหกรรมขนาดเล็ก
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่สัมพั นธ์กับภาคเกษตร
ป่าไม้ และการประมง
15
เศรษฐกิจ
การดำเนินการช่วงแรกนั้น รัฐบาลมุ่งสนับสนุนโรงงานและ
อุตสาหกรรมขนาดเล็กในภูมิภาคที่สามารถป้อนผลผลิตให้กับผู้บริโภคใน
ท้องถิ่นก่อนเป็นอันดับแรกแล้วจึงขยายไปสู่การผลิตเพื่ อการส่งออกใน
ระยะยาว รัฐบาลได้ตั้ง่ความหวังว่าอุตสหกรรมเหล่านี้จะเป็นแหล่งที่เข้า
มาแทนที่อุตสาหกรรมน้ำมันที่อาจหมดไปในอนาคต โดยที่ประชาชนยังมี
หลักประกันว่าจะมีงานทำ
บรูไนเป็นประเทศที่มั่งคั่งด้วยทรัพยากร
ขณะนี้ยังมีประชากรน้อยมาก แต่บรูไนก็ไม่ได้หวังพึ่ งพา
รายได้จากการขายน้ำมันเพี ยงอย่างเดียว ได้พยายามที่จะพั ฒนาประเทศ
ให้พึ่ งพาตัวเองได้ อย่างไรก็ตามบรูไนเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงมาก
แห่งหนึ่งของโลก แต่รัฐบาลได้ให้สวัสดิการอย่างดีเลิศแก่ประชาชน
อาทิ ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาลฟรี
การศึกษา รัฐให้เปล่า จนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษานอกจากนี้
ยังมีสวัสดิการแก่ข้าราชการของรัฐ
อุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ คือ
น้ำมัน ส่วนพื ชเกษตรที่สำคัญ ได้แก่
ข้าว กล้วย
16
ดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ (ปี 2563)
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 12,016.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 1.2%
รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี: 27,466.3 ดอลลาร์สหรัฐ
ประชากรวัยทำงาน : 217,212 คน
อัตราการว่างงาน : 6.9% (ปี 2562)
อัตราเงินเฟ้อ : ร้อยละ 1.9
มูลค่าการส่งออก : 7,830 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2562)
สินค้าส่งออก : ก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเลียมดิบ ปิโตรเลียมกลั่น แอลกอฮอล์
อุตสาหกรรม ไฮโดรคาร์บอนอุตสาหกรรม
คู่ค้าส่งออกที่สำคัญ : ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ อินเดีย มาเลเซีย ไทย จีน และ
เกาหลีใต้
มูลค่าการนำเข้า : 6,810 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2562)
สินค้านำเข้า : ปิโตรเลียมดิบ ปิโตรเลียมกลั่น รถยนต์ เรือลากจูง วาล์ว
คู่ค้านำเข้าที่สิงคโปร์ สิงคโปร จีน มาเลเซีย ไนจีเรีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐฯ
คู่ค้าสำคัญ : ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ จีน และเกาหลีใต้
คู่ค้าสำคัญ 5 อันดับในกลุ่มอาเซียน : มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม และ
อินโดนีเซีย
17
ทรัพยากรสำคัญของประเทศบรูไน
ทรัพยากรสำคัญ: น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ
อุตสาหกรรมหลัก: น้ำมัน อาหาร (สินค้าเกษตรและประมง) และเสื้อผ้า
สินค้าส่งออกที่สำคัญ : น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ
ตลาดส่งออกที่สำคัญ : ญี่ปุ่น อาเซียน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย อินเดีย
สินค้านำเข้าที่สำคัญ : เครื่องจักรอุตสาหกรรม รถยนต์เครื่องใช้ไฟฟ้า
สินค้าเกษตร อาทิข้าวและผลไม้ตลาดนำเข้าที่สำคัญ : อาเซียน สหภาพ
ยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน
เเท่นขุดเจาะน้ำมันดิบ เเท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ
18
สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ
สมาชิกองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่
APEC, ARF, ASEAN, G-77, ILO, IMF, INTERPOL, OIC, UN,
UNCTAD, UNESCO, WHO และ WTO
APEC ARF ASEAN
G-77 ILO IMF INTERPOL
OIC UN UNCTAD WHO
UNCTAD WTO
19
วัฒนธรรม
บรูไนมีความสัมพั นธ์อย่างใกล้ชิดกับมาเลเซีย และอินโดนีเซียเป็นอย่างมาก
มีวัฒนธรรม ภาษา การแต่งกายและการดำรงชีวิตที่คล้ายกัน วัฒนธรรมส่วน
ใหญ่ได้อิทธิพลมาจากศาสนาอิสลามเป็นหลัก เช่น สตรีชาวบรูไนจะแต่งตัว
มิดชิด และจะไม่ยื่นมือให้ผู้ชายจับมือทักทาย เป็นต้น
ชุดประจำชาติ บรูไนดารุสซาลาม
หญิง :สวมเสื้อคลุมยาว ที่เรียกว่า “บาจูกูรง” ใส่กระโปรงมิดชิด
และสวม “ฮิญาบ” ผ้าคลุมศีรษะสำหรับหญิงอิสลาม
ชาย :สวมเสื้อแขนยาว คอปิด กางเกงขายาว มีผ้าพั นรอบเอว
และสวมหมวก หรือมีผ้าพั นศีรษะ
20
อาหาร
อัมบูยัติ (Ambuyat) :
มีลักษณะคล้ายโจ๊กแต่ข้นกว่า มีส่วนผสมหลักคือแป้ง
สาคู รับประทานแทนข้าวคู่กับซ๊อสเปรี้ยว และเครื่องเคียง
เช่น ปลาทอด เนื้อทอด และผักจิ้ม
ดอกไม้ประจำชาติ
ดอกไม้ประจำชาติ บรูไน : ดอกซิมปอร์ (Simpor)
21
การละเล่นของประเทศบรูไน
เสือกินวัว (Tiger Eat Cow)
ให้ผู้เล่นตกลงกันว่าใครจะเป็นเสือใครจะเป็นวัว โดยคนที่เป็นเสือ
จะมี 1 คน และเป็นวัว 1 คน ส่วนใหญ่ผู้เล่นที่เหลือให้จับมือ
กันเป็นวงกลม โดยเสือจะอยู่นอกวงกลมและวัวอยู่ในวงกลม
เสือต้องฝ่าวงล้อมเข้าไปในวงกลมเพื่ อจับวัวกินให้ได้ ส่วนวัวก็
ต้องหนีออกมาจากวงกลมให้เร็วที่สุด
เมื่อเสืออยู่ในวงกลมแล้วจะออกมานอกวงกลมตามจับวัว ผู้เล่นที่
จับมือกันเป็นวงกลมก็ต้องคอยกันไม่ให้เสือออกไปจับวัวได้
ถ้าเสือจับวัวได้ก็ถือว่าสิ้นสุดการเล่นผู้เล่นเป็นเสือและวัวต้องกลับไป
ยืนจับมือเป็นวงกลม และให้ผู้เล่นคนอื่นมาเป็นเสือกับวัวแทน
22
วัน-เทศกาลสำคัญ
วันชาติบรูไนตรงกับวันที่ 23 กุมภาพั นธ์ ของทุกปี
วันชาติบรูไนตรงกับวันที่ 23 กุมภาพั นธ์ ของทุกปี
เนื่องจากเป็นวันที่พ้ นจากการเป็นรัฐในอารักขาของอังกฤษ
ส่วนวันที่ 1 มกราคม ค.ศ.1984 ถือเป็นวันประกาศเอกราช
เป็นวันแห่งความภาคภูมิใจของคนในชาติ นอกจากวันที่ 23
กุมภาพั นธ์ของทุกปีจะเป็นวันชาติแล้ว ยังเป็นวันเฉลิม
ฉลองราชวงศ์ กองทัพ ตำรวจ ข้าราชการ องค์กรต่างๆ
รวมทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันจัดกิจกรรมเดินพาเหรด
ณ สนามกีฬาแห่งชาติ
23
วัน-เทศกาลสำคัญ
วันเฉลิมพระชนมพรรษา สุลต่าน ฮัจญี ฮัสซานัล
โบลเกียห์ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไน
วันเฉลิมพระชนมพรรษาเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของ
สมเด็จพระราชาธิบดี ตรงกับวันที่ 15 กรกฎาคม มีการเฉลิม
ฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ประชนชาวบรูไนจะมารวมตัวกัน ณ สวน
โอมาร์ อาร์ลี ไซฟุดดิน ใจกลางเมืองบันดาเสรีเบกาวัน ในวัน
ดังกล่าวสมเด็จพระราชาธิบดีจะทรงมีพระราชดำรัสถึง
ประชาชน และอีกสองสัปดาห์ถัดจากนั้นจะมีการเฉลิมฉลองที่
ยิ่งใหญ่ ณ พระราชวังอิสตานา นูรุล อิมาน
24
วัน-เทศกาลสำคัญ
เดือนรอมฎอน
เดือนรอมฎอนเป็นเดือนถือศีลอดของชาวมุสลิมกระทำขึ้นใน
เดือน 9 ตามปฏิทินอิสลาม ชาวมุสลิมจะถือศีลอดในเดือนนี้
พร้อมกันทั่วโลกเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม โดยการอดอาหารและ
น้ำตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตก เพื่ อรับรู้ความยาก
ลำบากของคนยากจน นอกจากถือศีลอดแล้ว
ยังศึกษาอัลกุรอานและทำละหมาดในเวลากลางคืนด้วย
ในเดือนของการถือศีลอดนี้นับเป็นช่วงเวลาที่มีค่าของชาว
มุสลิม นอกจากครอบครัวจะได้กลับมาอยู่ร่วมกันอย่างพร้อม
หน้าแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่สมาชิกภายในบ้านได้ให้อภัยซึ่ง
กันและกันในเรื่องที่เคยกระทำผิดต่อกันในช่วงปี
25
วัน-เทศกาลสำคัญ
เทศกาลฮารีรายออิดิลฟิฏริ
วันอิดิลฟิฏริ หรือ วันอีดเล็ก ตรงกับวันที่ 1 เดือนเชาว์วาล หรือ เดือน 10 ตามปฏิทิน
อิสลาม เป็นวันแรกหลังการถือศีลอดสิ้นสุดลง ในวันนี้ชาวมุสลิมทั่วโลกทำบุญด้วยการ
บริจาคทาน เลี้ยงอาหารญาติมิตรทั้งนี้สำหรับชาวบรูไนแล้วถือเป็นเทศกาลสำคัญที่สุด
ในรอบปี สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนเปิดพระราชวังให้ประชาชนเข้าชมและถวาย
พระพร นอกจากประชาชนชาวบรูไนที่เข้าถวายพระพรแล้ว ยังมีคณะผู้แทนจากสิงคโปร์
นักการทูตและชุมชนธุรกิจชาวจีนอีกด้วย
กิจกรรมสำคัญในช่วงเทศการฮารีรายออิดิลฟิฏริมีด้วยกัน 4 วัน คือ วันที่ 1
หลังจากสิ้นสุดการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน เป็นวันที่ทุกคนในครอบครัวอยู่ด้วยกัน
อย่างพร้อมหน้าเพื่ อร่วมกันรับประทานอาหารถือเป็นเวลาพบปะสังสรรค์พู ดคุยกัน ส่วน
วันที่ 2 ถือเป็นวันที่สมาชิกในบ้านสามารถออกไปพบปะผู้คนนอกบ้านได้ เนื่องจากในวันที่
1 เป็นวันที่ทุกคนใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของตนเอง ส่วนวันที่ 2-4 เป็นวันที่ชาวบรูไน
เริ่มออกไปพบปะเพื่ อนบ้าน เพื่ อรับประทานอาหารและพู ดคุยกัน ดังนั้นเทศกาลนี้จึงเป็น
เทศกาลเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ของชาวบรูไนทุกคน เป็นงานที่ทั้งสมเด็จพระราชาธิบดีและ
ประชาชนภายในประเทศมีส่วนร่วมซึ่งกันและกัน
26
วัน-เทศกาลสำคัญ
เทศกาลอะเดา กะยอห์
เขตตูตงได้ชื่อว่าเป็นพื้ นที่สีเขียวของบรูไน มีความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลาย
ทางธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณทะเลสาบตาเซะก์ เมริมบุน เทศกาลดังกล่าวเป็น
ประเพณีของชาวดูซุน ที่ยึดถือและส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น เพื่ อแสดงความขอบคุณต่อ
พื ชผลที่ได้เก็บเกี่ยวแล้ว ในงานมีการรวมตัวกันของผู้คนจำนวนมาก เพื่ อฉลองจิต
วิญญาณของความเป็นหนึ่ง ประเพณีนี้จัดขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี ที่หมู่บ้าน
เมอริมบัน มีกิจกรรมเป่าลูกดอก ประกวดร้องเพลง
อย่างไรก็ตามแม้ว่าบรูไนจะมีศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ ประชากร
ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ทั้งยังมีระบอบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ งาน
ประเพณีพิ ธีกรรมที่จัดขึ้นระดับประเทศจะเป็นของราชสำนักและศาสนาอิสลาม แต่งาน
ประเพณีของกลุ่มชาติพั นธุ์ เช่น ชาวดูซุน ยังคงมีการจัดขึ้นทุกปี สะท้อนให้เห็นถึงการ
เปิดกว้างทางสังคมต่อประเพณีของกลุ่มชาติพั นธุ์ที่ยังคงมีพื้ นที่ให้ธำรงรักษาไว้ ทั้งนี้
เมื่อระยะเวลาผ่านไปประเพณีของแต่ละกลุ่มชาติพั นธุ์อาจกลายเป็นมรดกร่วมทาง
วัฒนธรรมของทุกคนในชาติก็เป็นได้
27
สถานที่สำคัญ
มัสยิดสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน
(Sultan Omar Ali Saifuddin Mosque)
เป็นมัสยิดเก่าแก่ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นมัสยิดที่สวยงามที่สุดใน
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีชื่อเรียกเป็น มินิทัชมาฮาล ตั้ง
อยู่ใจ กลางกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน สร้างด้วยสถาปัตยกรรม
แบบอิสลามิกอาร์ต และใช้วัสดุชั้นเลิศจากหลายประเทศ ยอด
โดมหุ้มด้วย แผ่นทองคำ 3.3 ล้านแผ่น ด้านหน้ามัสยิดจะมีเรือ
หลวงที่ใช้ประกอบพิ ธีกรรมทางศาสนาลอยอยู่ด้วย
28
สถานที่สำคัญ
พระราชวังอิสนาตานา นูรัล อีมาน
(Istana Narul Iman Palace)
เป็นที่ประทับขององค์สุลต่านและพระราชวงศ์ และเป็นทำเนียบ
รัฐบาลด้วย พระราบวังแห่งนี้ถือเป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดใน
โลก สร้างบนพื้ นที่ 300 เอเคอร์ มีห้องต่างๆ 1,788 ห้อง มี
ห้องจัดเลี้ยงที่รองรับแขกได้กว่า 5,000 คน และมีโรงจอดรถ
ที่จอดได้ กว่า 350 คัน
29
สถานที่สำคัญ
กัมปงไอเยอร์
(Kampong Ayer)
เป็นหมู่บ้านกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่บริเวณปากแม่น้ำ
บรูไน มีชาวบ้านอาศัยอยู่กว่า 30,000 คน หมู่บ้านกลางน้ำนี้มี
สาธารณูปโภค ครบครัน มีสะพานเดินเที่เชื่อมต่อกันทั้งหมู่บ้าน
ยาวกว่า 29,140 เมตร ด้วยศิลปะของบ้านเรือนแบบพื้ นเมือง
และการคมนาคม ที่แปลกตา หมู่บ้านกลางน้ำแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า
เป็นเวนิสตะวันออก
30
เหตุการณ์สำคัญในประเทศบรูไน
- ปี พ.ศ. 2472 บรูไนสำรวจพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่เมือง
เซรีอา ทำให้ประเทศมั่งคั่งจนถึงทุกวันนี้
- 1 มกราคม พ.ศ. 2527 บรูไนได้รับอิสรภาพจากอังกฤษ
- 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 สมเด็จพระราชาธิปดีประกาศ
ปรับคณะรัฐมนตรีครั้งสำคัญในรอบ 22 ปี
31
การเดินทางไทย-บรูไน
สายการบิน Royal Brunei Airlines มีบริการเที่ยวบินตรง
กรุงเทพฯ-บันดาร์เสรีเบกาวัน (ประมาณ 1,690 กม.)
ระยะเวลาบิน 2 ชม. 45 นาที
ระยะเวลาบิน 2 ชม. 45 นาที
ค่าใช้จ่าย ไป-กลับ ประมาณ 14,985 บาท (ปี2565)
ท่องเที่ยวไทยเดินทางเข้าบรูไนโดยไม่ต้องตรวจลงตราหนังสือเดินทาง
32
ความสัมพั นธ์ไทย-บรูไน
ไทยสถาปนาความสัมพั นธ์ทางการทูตกับบรูไนเมื่อ 1 ม.ค.2527 และมี
ความสัมพั นธ์ที่ใกล้ชิดกันมาตลอด มีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับ
ราชวงศ์และผู้นำระดับสูงอยู่เสมอ เป็นพั นธมิตรในเรื่องต่าง ๆ ทั้งในกรอบ
อาเซียน และกรอบพหุภาคี ด้านเศรษฐกิจ บรูไนเป็นคู่ค้าอันดับที่ 55 ของไทย
และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 9 ของไทยในกลุ่มอาเซียน การค้าปี 2563 มีมูลค่า
15,248 ล้านบาท ไทยขาดดุลการค้า 8,146 ล้านบาท ไทยส่งออก 5,126ล้าน
บาท และนำเข้า 11,697ล้านบาท ในช่วง 9เดือนแรกของปี 2564 (ม.ค.-
ก.ย.2564) มูลค่าการค้ารวม 15,213 ล้านบาท ไทยส่งออก 1,891 ล้านบาท
และนำเข้า 13,322 ล้านบาท
สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป รถยนต์ อุปกรณ์
และส่วนประกอบ ข้าว อาหารสัตว์เลี้ยง เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ
สินค้านำเข้าสำคัญจากบรูไน ได้แก่ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ เคมีภัณฑ์ น้ำมัน
สำเร็จรูป เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์
ข้อตกลงสำคัญ : ความตกลงบริการเดินอากาศ (13 ม.ค.2530) บันทึกความ
เข้าใจการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทวิภาคีไทย-บรูไน (27 ก.ย.2542)
บันทึกความเข้าใจความร่วมมือด้านสารสนเทศและการกระจายเสียงไทย-บรูไน
(16 ส.ค.2544) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการศึกษาระหว่างไทย-บรูไน
(19 ต.ค.2552) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรและการ
ผลิตอาหารฮาลาลไทย-บรูไน (25 มี.ค.2558) บันทึกความเข้าใจด้านความร่วม
มือทางสาธารณสุข (1 ก.ย.2559)
รายงาน
วิชา การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
(20202-2111)
จัดทำโดย
นายณัฐวุฒิ โสมคง รหัส 64202020051
นางสาวสิรินทรา ฤทธิกุล รหัส 64202020069
ปวช.2/2 สาขาการตลาด
เสนอ
อาจารย์ วัชรีย์ บุญกล่ำ