The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สอนสถาปัตยกรรมไทย โบสถ์ เจดีย์
วิชาภูมิปัญญาไทย ส30212
ระดับชั้น ม.4 แผนศิลป์
โรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา จ.ชุมพร
โดย...ครูกฤษฎา วิสัยรัตน์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กฤษฎา วิสัยรัตน์, 2021-03-28 13:38:57

สถาปัตยกรรมไทย (โบสถ์ เจดีย์)

สอนสถาปัตยกรรมไทย โบสถ์ เจดีย์
วิชาภูมิปัญญาไทย ส30212
ระดับชั้น ม.4 แผนศิลป์
โรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา จ.ชุมพร
โดย...ครูกฤษฎา วิสัยรัตน์

Keywords: สถาปัตยกรรม,ไทย

สถาปัตยกรรมไทย : พระอโุ บสถ เจดยี ์

วิชาภมู ปิ ญั ญาไทย (ส๓๐๒๑๒)

ครูกฤษฎา วิสยั รตั น์
กลุ่มสาระสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
โรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา จ.ชมุ พร

พระอุโบสถ

ถือเป็ นอาคารทสี่ าคญั ภายในวดั เนื่องจาก
เป็ นสถานที่ทีพ่ ระภิกษสุ งฆใ์ ชท้ า สงั ฆ

กรรมซึ่งแตเ่ ดมิ ในการทาสงั ฆกรรมของ
พระภกิ ษสุ งฆจ์ ะ ใชเ้ พยี งพืน้ ทโี่ ล่ง ๆ ท่ี

กาหนดขอบเขตพื้นทส่ี งั ฆกรรมโดยการ
กาหนดตาแหนง่ “สมี า” เทา่ นน้ั

แตใ่ นปัจจบุ นั จากการมผี บู้ วชมากขน้ึ อีก
ทงั้ ภายใน พระอโุ บสถมกั ประดิษฐานพระ
ประธานท่ีเป็ นพระพทุ ธรปู องคส์ าคัญ ๆ
ทาใหม้ ผี มู้ าสกั การบชู าและรว่ มทาบญุ เป็ น

จานวนมาก พระอโุ บสถจงึ ถกู สรา้ ง ขนึ้
เป็ นอาคารถาวรและมกั มี การประดบั

ตกแตง่ อยา่ งสวยงาม





- โบสถ์ เป็นคำเรียกสถำนท่ีสำหรับพระสงฆใ์ ชป้ ระชุมกนั ทำสงั ฆกรรมตำมพระวินยั
เช่นสวดพระปำติโมกข์ ใหอ้ ุปสมบท มีสีมำเป็นเคร่ืองบอกเขต คำวำ่ โบสถ์ เป็นคำท่ี
ใชเ้ ฉพำะในพระพทุ ธศำสนำ
- โบสถ์ เรียกเตม็ คำวำ่ อโุ บสถ หรือ โรงอุโบสถ ถำ้ เป็นของพระอำรำมหลวงเรียกวำ่
พระอุโบสถ บำงถ่ินเรียกวำ่ สีมำ หรือ สิม
- โบสถ์ เป็นสถำนท่ีศกั ด์ิศิทธ์ิ เป็นท่ีประทบั ของพระพทุ ธเจำ้ เป็นเขตแดนท่ีพระเจำ้
แผน่ ดินพระรำชทำนใหแ้ ก่สงฆเ์ ป็นพเิ ศษ เรียกวำ่ วิสุงคำมสีมำ







รปู แบบพระอโุ บสถ ในภมู ภิ าคตา่ งๆ : ภาคเหนือ



รปู แบบพระอโุ บสถ ในภมู ภิ าคต่างๆ : ภาคอีสาน

สมิ วดั กลางโคกคอ้ "อ.ยางตลาด กาฬสนิ ธุ์
สมิ โปรง่ เกา่ แก่อายุ 222 ปี สถาปัตยกรรมพนื้ บา้ นบรสิ ทุ ธิ์แบบอสี าน

สิมในยคุ อีสานเกา่ ณ วดั ไตรภมู ิ บา้ นผือฮี จงั หวดั รอ้ ยเอด็

สมิ ควู่ ดั สระเกตุ อ.สวุ รรณภมู ิ จ.รอ้ ยเอด็

วดั หนองขาม จงั หวดั มหาสารคาม

รปู แบบพระอโุ บสถ ในภมู ภิ าคตา่ งๆ : ภาคใต้





เจดยี ์

เจดยี ์ หมายถึงสิ่งกอ่ สรา้ งหรอื สงิ่ ของทส่ี รา้ งขนึ้ เพื่อเป็นที่เคารพบชู าระลกึ ถงึ
สาหรบั ประเทศไทย คาว่า สถปู และ เจดีย์ เรามกั รวมเรยี กวา่ “สถปู เจดีย”์ หรอื “เจดีย”์ มีความหมายเฉพาะ ถึงส่งิ ก่อสรา้ ง

ในพทุ ธศาสนาท่สี รา้ งขนึ้ เพื่อบรรจอุ ฐั ิ หรอื เพื่อประดิษฐานพระพทุ ธรูป หรอื เพ่ือเป็นที่ระลกึ
ทง้ั นอี้ าจเป็นเพราะ ในสมยั หลงั ลงมาคงมกี ารสรา้ งสถานท่เี พ่ือบรรจอุ ฐั ิธาตุ และเพ่ือเคารพบชู าระลกึ ถงึ พรอ้ มกนั ไปดว้ ย

เจดยี ์ มี 4 อย่าง

1. ธาตเุ จดยี ์ (เจดียบ์ รรจพุ ระบรมสารรี กิ ธาต)ุ
2. บรโิ ภคเจดีย์ (เจดยี ค์ อื ส่ิงหรอื สถานท่ที ่พี ระพทุ ธเจา้ เคยทรงใชส้ อย อยา่ งแคบหมายถงึ ตน้ โพธิ์ อยา่ งกวา้ ง
หมายถงึ สงั เวชนียสถาน 4 ตลอดจนส่งิ ทง้ั ปวงท่พี ระพทุ ธเจา้ เคยทรงบรโิ ภค เชน่ บาตร จีวร และบรขิ ารอ่นื ๆ
เป็นตน้ )
3. ธรรมเจดยี ์ (เจดียบ์ รรจพุ ระธรรม เชน่ บรรจใุ บลานจารกึ พทุ ธพจนแ์ สดงหลกั ปฏิจจสมปุ บาท เป็นตน้ )
4. อทุ เทสกิ เจดีย์ (เจดยี ส์ รา้ งอทุ ิศพระพทุ ธเจา้ )

เจดยี ท์ รงโอคว่ำ หรือเจดียแ์ บบสำญจี เป็ นเจดยี ร์ ูปแบบแรก ๆ ของพุทธศำสนำ

มีองคป์ ระกอบพนื้ ฐำนครบถว้ น คอื
ฉัตร (บำงแหง่ อำจไม่มี) เป็ นเคร่ืองประดบั บำรมี

บลั ลังก์ แสดงถึงวรรณะกษตั ริย์ (พระพุทธเจำ้ เกดิ ในวรรณะกษตั ริย)์
เรือนธำตุ บำงแหง่ ทบึ ตัน บำงแหง่ กลวงเพอื่ ประดษิ ฐำนพระพุทธรูป รูปเคำรพ หรือบรรจุสง่ิ ของ
ฐำน (บำงแหง่ อำจไม่มี) เพอ่ื ยกระดับวำ่ เจดียน์ ี้สงู ศักดกิ์ ว่ำหลุมศพธรรมดำ



เม่ือพระพทุ ธศำสนำนิกำยเถรวำทแบบลังกำวงศ์ ได้เขำ้ มำประดษิ ฐำน
ในกรุงสุโขทยั จงึ ไดม้ ีกำรสร้ำงเจดียต์ ำมวัฒนธรรมพระพุทธศำสนำ แต่

ไดม้ ีกำรประดบั ตกแตง่ ตำมแบบของสุโขทยั โดยยังมีองคป์ ระกอบ
สำคญั ครบถว้ น และมีองคป์ ระกอบอนื่ ๆ เพมิ่ เข้ำมำ

เจดยี ท์ รงลงั กา

@สุโขทยั
@ศรีสชั นำลยั
@เชียงใหม่



เจดียท์ รงพุ่มข้าวบณิ ฑ์

- เรยี กตามลกั ษณะของยอดซง่ึ คลา้ ยกบั ดอกบวั ตมู บางองคท์ ากลบี บวั ประดบั ทรงดอกบวั ตมู นีด้ ว้ ย
- รูปทรงของเจดียน์ ีย้ อดสอบขนึ้ จากสว่ นลา่ ง เรอ่ื ยขนึ้ ไปตามจงั หวะของชดุ ฐานท่ีซอ้ นลดหล่นั กนั เพ่อื รบั
เรอื นธาตุ ทรงแทง่ และยอดทรงดอกบวั ตมู
- รูปแบบของเจดยี เ์ กิดขนึ้ ในสมยั ศิลปะสโุ ขทยั นิยมสรา้ งกนั เพียงในชว่ งเวลาสมยั ศิลปะสุโขทยั เท่านนั้

เจดียย์ อ่ มุม

เจดียท์ รงระฆงั ส่ีเหลี่ยมยอ่ มุม
กำรท่ีเรียกเจดียย์ อ่ มุม แสดงถึง
ลกั ษณะสำคญั ท่ีแตกต่ำงเจดียท์ รง
ระฆงั กลม จำนวนมุมท่ียอ่ กม็ กั
ระบุอยดู่ ว้ ย เชน้ เจดียย์ อ่ มุมไม้
สิบสอง เจดียย์ อ่ มุมไมย้ ส่ี ิบ

ช่ือเรียก เจดียย์ อ่ มุม ซ่ึงสะทอ้ น
ลกั ษณะท่ีเปลี่ยนไปของทรง
ระฆงั จำกกลมกก็ ลำยมำเป็น
เหล่ียม ยงั ท้งั ขนำดขององคร์ ะฆงั
เหล่ียมกเ็ ลก็ ลง ทำใหไ้ ดร้ ูปทรง
เจดียท์ ่ีโปร่งเพรียวยงิ่ กวำ่



เจดีย์ทรงปรางค์

เจดียท์ ี่มที รงคลา้ ยดอกขา้ วโพด ประกอบดว้ ยสว่ นฐานรองรับ
สว่ นกลางคือเรือนธาตุ และสว่ นบนเป็ นชน้ั ซอ้ นลดหลนั่ กันขนึ้ ไป
ดงั กลา่ วนี้ คลคี่ ลายมาจากรปู แบบของปราสาทขอม แตเ่ จดยี ท์ รง
ปรางคโ์ ปรง่ เพรียวกวา่ ปราสาทแบบขอม นยิ มเรียกเจดยี ท์ รง

ปรางคอ์ ยา่ งสนั้ ๆวา่ พระปรางค์
ทงั้ ยงั ใชเ้ รียกตน้ แบบคือปราสาทขอมดว้ ย






Click to View FlipBook Version
Previous Book
เทคโนโลยีการผลิตมันสำปะหลัง
Next Book
KataskevesΜΟΥΣΙΚΆ ΟΡΓΑΝΑ