๔๓
๒) ดาเนินการจัดทาเอกสารอธิบายบทบาทหน้าที่ของตาแหน่งระดับสูงท่ีสาคัญ (Role
Clarification) ท้ังตาแหน่งทางการเมืองและฝ่ายประจา โดยเปิดเผยต่อสาธารณะเพ่ือความโปร่งใส และสอบ
ยันความรับผิดชอบไดอ้ ย่างชดั เจน
๓) ขยายอายุเกษยี ณราชการสาหรับเจา้ หน้าท่ขี องรัฐตาแหน่งต่าง ๆ ยกเว้นผู้ดารงตาแหน่ง
นักบริหาร และตาแหน่งที่ต้องใช้สมรรถภาพทางกายในการปฏิบัติหน้าที่ จากอายุ ๖๐ ปี เป็น ๖๓ ปี ต้ังแต่
ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ และขยายอายุเกษยี ณเป็น ๖๕ ปี ต้ังแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๕
๔) สารวจอัตราเงินเดือนและรายได้รวมของเจ้าหน้าท่ีของรัฐ ในกลุ่มตาแหน่งและสายงาน
ต่าง ๆ ในส่วนราชการและองค์กรภาครัฐท้ังหมด เพ่ือวิเคราะห์เปรียบเทียบอัตราเงินเดือนและรายได้จริงของ
เจ้าหน้าท่ีรัฐที่ทางานในลักษณะท่ีมีหน้าท่ีความรับผิดชอบใกล้เคียงกัน เพื่อให้การจัดทาโครงสร้างเงินเดือน
และผลประโยชน์ตอบแทนอ่นื ไดม้ าตรฐาน และเกิดความเปน็ ธรรมระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐภายในระบบ และ
เทียบเคียงได้ในตลาดแรงงานของประเทศ
๕) ปรับปรุงระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ อาทิ ระบบนักเรียนทุนรัฐบาล ระบบ
การสรรหาและการคัดเลอื กบคุ คล ระบบตาแหนง่ ระบบการประเมินบุคคลเข้าสู่ตาแหน่ง ระบบโอนย้ายบุคคล
ระบบการประเมินผลการปฏบิ ตั ิงานและการเลอ่ื นเงินเดอื น ระบบวินัยและการลงโทษ เพื่อให้การบริหารคนใน
ภาครฐั มคี วามคลอ่ งตัว มีประสทิ ธิภาพ นาไปสู่การหมนุ เวียน สับเปลี่ยน ถ่ายเทกาลังคนภายในภาครัฐได้อย่าง
มีประสทิ ธิภาพ
๖) ปรับปรุงหลักเกณฑ์เก่ียวกับการให้ข้าราชการไปปฏิบัติงานท่ีหน่วยงานอ่ืน เพ่ือเพิ่มพูน
ประสิทธิภาพท้ังในและต่างประเทศ (Secondment) ได้คล่องตัวมากข้ึน และส่งเสริมสนับสนุนการบรรจุ
บุคคลท่ีมีความชานาญสูงจากนอกระบบราชการเข้าสู่ระบบราชการ (Lateral Entry) รวมทั้งสร้างระบบและ
กลไกสาหรบั การสับเปลี่ยนหมุนเวียน และผ่องถ่ายบุคลากรระหว่างหน่วยงานของรัฐกับหน่วยงานในภาคส่วนอื่น
ใหม้ คี วามคล่องตวั
๗) พัฒนาระบบการจ้างงานรูปแบบใหม่ในภาครัฐ เพื่อให้มีกาลังคนที่มีความรู้
ความสามารถเฉพาะ ปฏิบัติงานในภารกิจท่ีมีกาหนดระยะเวลาที่แน่นอนและชัดเจน สอดรับกับการทางาน
รูปแบบใหม่ท่ีไม่จาเป็นต้องมีจ้างงานตลอดชีพ (Non-career Employment) เพ่ือให้สามารถสรรหาบุคลากร
ไดท้ ันการณ์
๘) พฒั นาความรูแ้ ละทกั ษะของบคุ ลากรภาครัฐเพ่ือรองรับการทางานภายใต้ภาวะชีวิตวิถีใหม่
(New Normal) อาทิ ทักษะดิจิทัล ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงสร้างและพัฒนากรอบความคิด (Mindset)
ให้กับบคุ ลากรภาครฐั ทกุ ระดบั พร้อมรบั การเปลีย่ นแปลง
๙) มีบทบัญญัติเก่ียวกับการจัดระเบียบบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ ไว้เป็นส่วนเฉพาะ
ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ในส่วนที่ ๕) โดยให้มีสภาทรัพยากรบุคคลภาครัฐ
รับผิดชอบในการวางยุทธศาสตร์การบริหารเจ้าหน้าที่ของรัฐในภาพรวมตามระบบคุณธรรม ท้ังในด้าน
มาตรฐานความรับผิดชอบต่อตาแหน่งหน้าท่ีและสังคม มาตรฐานในการสรรหา การแต่งต้ังให้ดารงตาแหน่ง
และการพน้ จากตาแหน่ง มาตรฐานการพัฒนาและรักษาเจ้าหน้าท่ีของรัฐท่ีมีสมรรถนะและความสามารถสูงไว้
ในระบบ มาตรฐานการกาหนดเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอ่ืน ๆ ในการทางาน มาตรฐานความประพฤติ
วินัย และจรรยาบรรณ การลงโทษ รวมทั้งพฤติกรรมท่ีพึงประสงค์ของเจ้าหน้าท่ีของรัฐ ทั้งนี้ เพื่อธารงไว้
ซ่งึ คุณภาพและคุณธรรมของเจา้ หน้าท่ีของรัฐ เพื่อความเช่ือถือและไว้วางใจของประชาชนต่อการปฏิบัติหน้าท่ี
ของเจา้ หน้าที่ของรฐั โดยรวม
๒-๑๙
๔๔
๒.๔ กิจกรรมปฏริ ปู ท่ี ๔ สร้างความเขม้ แขง็ ในการบริหารราชการในระดบั พ้นื ท่ี โดยการมีส่วนร่วมของ
ประชาชน
โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๕๗ (๓) บัญญัติให้การปฏิรูปประเทศ
ต้องดาเนินการเพื่อบรรลเุ ป้าหมายใหป้ ระชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ
และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประกอบกับมาตรา ๒๕๘ ข.
(๓) บัญญัติให้มีการปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างและระบบการบริหารงานของรัฐและแผนกาลังคน
ภาครฐั ใหท้ ันตอ่ การเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ ๆ โดยต้องดาเนินการให้เหมาะสมกับภารกิจของหน่วยงาน
ของรัฐแต่ละหน่วยงานท่ีแตกต่างกัน ซึ่งโครงสร้างและระบบการบริหารงานของรัฐในระดับพ้ืนท่ี
จะมีราชการส่วนภูมิภาคเป็นกลไกสาคัญท่ีเช่ือมโยงและบูรณาการการทางานร่วมกัน ท้ังในแนวตั้งระหว่าง
ราชการส่วนกลางกับราชการส่วนท้องถิ่น และในแนวระนาบระหว่างทุกภาคส่วนในพื้นที่ ซึ่งนับว่า
มีความใกล้ชิดและยึดโยงกับความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง แต่ที่ผ่านมาราชการส่วนภูมิภาคไม่สามารถ
บูรณาการการทางานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างย่ิงในกรณีมีเหตุฉุกเฉินที่ต้องเร่งรัด
แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยเร่งด่วน ซ่ึงจาเป็นต้องมีการบูรณาการทั้งในแนวตั้งและ
แนวระนาบ ข้ามหน่วยงานหรือข้ามพื้นท่ี ท้ังในส่วนของกลไกการทางานที่ยืดหยุ่น คล่องตัว งบประมาณและ
กาลังคนท่ีเหมาะสมเพียงพอ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมีอานาจในการบริหารสถานการณ์ดังกล่าวอย่าง
มีประสิทธิภาพ
ในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยได้ประสบเหตุฉุกเฉินจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(COVID-19) ซึ่งจาเป็นต้องเร่งรัดการแก้ไขวิกฤตโดยเร็ว ทาให้เห็นพลังความร่วมมือและการบูรณาการของ
ทุกภาคส่วนในสังคมที่มาร่วมกันแก้ไขปัญหาจนทาให้สามารถประคับประคองสถานการณ์จนประเทศไทยได้รับ
การยอมรับจากนานาประเทศ ดังนั้น จึงควรนาบทเรียนการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาดาเนินการให้เกิด
ความต่อเนื่อง โดยนาพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม (Public Private People Participation)
มาร่วมเป็นส่วนสาคัญในการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารราชการเชิงพื้นที่ โดยเช่ือมโยงการพัฒนาในทุกระดับ
ในประเด็นนโยบายสาคัญ (Agenda) ในพ้ืนที่ท้ังในแนวตั้งและแนวระนาบ พัฒนากลไกหรือเครื่องมือในการ
สนับสนุนให้เกิดการบูรณาการ ในลักษณะหุ้นส่วนการพัฒนาท่ีมีทิศทางและเป้าหมายชัดเจน กาหนด
ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นให้มีความชัดเจน ไม่ซ้าซ้อน
ทันสมัย ทันต่อการเปล่ียนแปลงและความท้าทายใหม่ ๆ ให้เป็นภาครัฐที่มีขีดสมรรถนะสูง สามารถบูรณาการ
การทางานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพ่ือให้การบริหารราชการแผ่นดิน การจัดทาบริการ
สาธารณะ และการใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดีและ
เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพ่ือประโยชน์สุขของประชาชน ดังนั้น จึงกาหนดท่ีจะสร้าง
ความเข้มแข็งในการบริหารราชการเชิงพ้ืนท่ีโดยประชาชน เพื่อประชาชน เพื่อขับเคลื่อนประเด็นนโยบาย
สาคญั (Agenda) เช่น การบรหิ ารจดั การน้า การจัดการหมอกควนั การจัดการขยะ โดยมขี อบเขตดาเนินการ ดงั น้ี
๑. ทบทวนบทบาทภารกิจและระบบการบริหารราชการในส่วนภูมิภาค โดยสร้างและพัฒนากลไก
การทางานที่เน้นการบูรณาการ/เชื่อมโยงการทางานของหน่วยงานในพื้นท่ี (ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค
และส่วนท้องถิ่น) และทุกภาคส่วน (ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน) และจัดโครงสร้าง
สว่ นราชการในสว่ นภมู ิภาคเพ่อื มุ่งผลสมั ฤทธขิ์ องยุทธศาสตรเ์ ชิงพื้นทส่ี ยู่ ุทธศาสตร์ชาติ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
และความทา้ ทายใหม่ ๆ
๒-๒๐
๔๕
๒. พัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดให้มีความยืดหยุ่น คล่องตัว
ในระบบงาน ระบบแผนและงบประมาณ และระบบบริหารงานบุคคล (จังหวัดท่ีมีผลสัมฤทธ์ิสูง : High Performance)
เพ่ือให้มีการทางานที่มีขีดสมรรถนะสูง โดยใช้กลไกการวางแผนการพัฒนาการบูรณาการ งบประมาณที่ยึดพ้ืนที่
เป็นตัวตั้ง โดยในทุกขั้นตอนท่ีสาคัญให้ผ่านกระบวนการร่วมคิด ร่วมทา ร่วมพัฒนา ระหว่างส่วนกลาง
สว่ นภมู ภิ าค และสว่ นท้องถิ่น รวมถึงภาคส่วนต่าง ๆ ให้ดาเนินไปในทิศทางและเป้าหมายเดียวกัน
๒.๔.๑ เปา้ หมายและตัวชี้วดั ของกจิ กรรมปฏิรปู
๑) เป้าหมาย :
สร้างความเข้มแข็งของระบบการบริหารราชการเชิงพ้ืนที่ ให้ราชการในส่วนภูมิภาค
มีความคล่องตัว สามารถบูรณาการระบบงาน ระบบแผนและงบประมาณ และระบบบริหารงานบุคคลได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ โดยให้เกิดการสานพลัง (Collaboration) ระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน
เพ่ือใหเ้ ปน็ ไปตามหลักธรรมาภบิ าลของการบริหารกจิ การบ้านเมืองท่ดี ี
๒) ตวั ชว้ี ัด :
๒.๑) มีรูปแบบการทางานที่เน้นการบูรณาการในประเด็นนโยบายสาคัญ (Agenda)
ของกรมและหน่วยงานทเี่ กย่ี วขอ้ งในพ้ืนท่ี (ระบบการบริหารงาน โครงสรา้ ง)
๒.๒) กรมและจังหวัดนารูปแบบการทางานเชิงบูรณาการตามข้อ ๒.๑) ไปปรับใช้
ให้สอดคล้องกับบทบาทภารกิจ และสอดคล้องกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทภายใต้
ยทุ ธศาสตร์ชาติท่เี กี่ยวข้อง
๒.๓) จานวนจังหวัดท่ีมีการพัฒนารูปแบบการเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารราชการ
ในจังหวัดทีม่ ผี ลสัมฤทธ์สิ ูง
๒.๔) ระดับความพึงพอใจของประชาชนท่ีมีต่อการให้บริการประชาชนของ
ศนู ย์ดารงธรรมของจงั หวัด
๒.๔.๒ หน่วยงานผูร้ ับผิดชอบหลกั
สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
๒.๔.๓ ระยะเวลาดาเนินการรวม
๒ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๖๕)
๒.๔.๔ ประมาณการวงเงินรวม และแหลง่ ที่มาของเงนิ
งบประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดลา้ นบาท) จากงบประมาณรายจ่ายประจาปี
๒.๔.๕ ขนั้ ตอนและวธิ กี ารการดาเนินการปฏิรูป
สานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก
ในการดาเนินงานรว่ มกบั หน่วยงานอ่ืนท่เี ก่ยี วข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย สานักงบประมาณ สานักงาน
คณะกรรมการขา้ ราชการพลเรอื น และกระทรวงการคลัง เปน็ อยา่ งนอ้ ยในการดาเนนิ การ ดังน้ี
๑) ทบทวนบทบาทภารกิจและระบบการบริหารราชการในส่วนภูมิภาค โดยสร้างและ
พัฒนากลไกการทางานท่ีเน้นการบูรณาการ/เช่ือมโยงการทางานของหน่วยงานในพื้นที่ โดยมีวิธีการดาเนินงาน
ดังนี้
๒-๒๑
๔๖
๑.๑) กาหนดประเดน็ นโยบายสาคัญ (Agenda) และศกึ ษา วิเคราะห์บทบาทภารกิจ
โครงสร้างและระบบบริหารราชการของหน่วยงานท่ีขับเคล่ือน Agenda น้ัน ท้ังหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค
และส่วนท้องถิ่น เพื่อจัดทารูปแบบการทางานที่เน้นการบูรณาการ/เช่ือมโยงการทางานของหน่วยงานในพื้นที่
ของกระทรวงนาร่อง
๑.๒) เสนอคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพ่ือให้ข้อเสนอแนะที่มีความเหมาะสมกับ
บริบทใหม่ ๆ ของการบริหารราชการในส่วนภมู ิภาค
๑.๓) นารูปแบบท่ีเหมาะสมตามข้อ ๑.๒) ไปจัดทาแผนปฏิบัติการเพื่อนาไปสู่การ
ปฏิบตั ใิ นส่วนราชการ
๑.๔) ติดตามความก้าวหน้า และผลการดาเนินงาน เพื่อปรับบทบาทภารกิจ
โครงสรา้ ง และระบบบริหารราชการในส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถ่ิน ให้สามารถดาเนินงานในพื้นที่ที่ตอบสนอง
ความตอ้ งการของประชาชนอยา่ งแท้จรงิ
๒) พัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดท่ีมีความ
คล่องตัว ในระบบงาน ระบบแผน ระบบงบประมาณ และระบบบริหารงานบุคคลให้มีการทางานที่มี
ผลสัมฤทธ์สิ ูง โดยมีวธิ กี ารดาเนนิ งาน ดงั น้ี
๒.๑) นารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดท่ีได้จากการ
ทดลองนาร่องใน ๖ จังหวัด โดยปลดล็อกข้อจากัดท่ีเกิดขึ้น มาพัฒนาและจัดทารูปแบบท่ีดี เพ่ือเป็นต้นแบบ
ในการขยายผลไปยังจงั หวัดนาร่องอื่น
๒.๒) ขยายผลการขับเคลือ่ นจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูงไปยังจังหวัดนาร่องอื่นเพ่ิมเติม
อีก ๗ จังหวัด ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ และเพ่ิมอีก ๑๔ จังหวัด ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยมี
ประเด็นในเบอ้ื งต้นทจ่ี ะใช้เป็นแนวทางดาเนนิ การในจังหวดั ทม่ี ีการขยายผล ดังนี้
(๑) กาหนดให้อาเภอ และท้องถ่ินในจังหวัดท่ีมีผลสัมฤทธิ์สูงนาระบบ
e-Service ไปทดลองให้บรกิ ารแกป่ ระชาชนในพื้นทีอ่ ย่างท่ัวถงึ
(๒) ปลดล็อกข้อจากัดท่ีเป็นอุปสรรคต่อการดาเนินงานของจังหวัดฯ ที่มีการ
ขยายผลท้งั ในเร่อื งระบบงาน การบริหารงบประมาณ และการบริหารงานบุคคล
(๓) วางรูปแบบ/กลไกวิธีการทางาน ระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค
สว่ นทอ้ งถิ่น และภาคส่วนอนื่ ๆ โดยเนน้ ความร่วมมือ เพอ่ื ใหเ้ กิดการบูรณาการในการปฏบิ ัติงานร่วมกนั
(๔) ติดตามความก้าวหน้า และประเมินผลการขับเคล่ือนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง
ของจังหวัดนารอ่ ง
๒-๒๒
๔๗
๒.๕ กิจกรรมปฏริ ปู ที่ ๕ ขจัดอุปสรรคในการจัดซอ้ื จัดจา้ งภาครฐั และการเบกิ จา่ ยเงินเพื่อให้เกิดความ
รวดเร็ว คุ้มค่า โปร่งใส ปราศจากการทุจรติ
การจัดซ้ือจัดจ้างภาครัฐ เป็นกระบวนการท่ีสาคัญของการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ซ่ึงพระราชบัญญัติ
การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซ่ึงมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๐
มีเจตนารมณ์เพื่อให้การดาเนินการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐมีกรอบการปฏิบัติงานที่เป็น
มาตรฐานเดียวกัน หน่วยงานของรัฐทุกแห่งสามารถนาไปใช้เป็นหลักปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นการเปิดเผยข้อมูลต่อ
สาธารณชนให้มากท่ีสุด เพ่ือให้เกิดความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม มีการดาเนินการ
จัดซื้อจัดจ้างท่ีคานึงถึงวัตถุประสงค์ของการใช้งานเป็นสาคัญซ่ึงจะก่อให้เกิดความคุ้มค่าในการ ใช้จ่ายเงิน
มีการวางแผนการดาเนินงานและมีการประเมินผลการปฏิบัติงาน ซึ่งจะทาให้การจัดซ้ือจัดจ้างมีประสิทธิภาพ
และประสิทธิผล รวมท้ังเพื่อให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มีการส่งเสริมให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม
ในการตรวจสอบการจดั ซอื้ จัดจ้างภาครัฐซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งเพ่ือป้องกันปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ในการจดั ซอื้ จัดจา้ งภาครัฐ โดยที่ผ่านมา คดีการทุจรติ ท่คี ณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มลู ความผิดในองค์กรปกครอง
ส่วนทอ้ งถ่นิ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๙ ส่วนใหญ่ (รอ้ ยละ ๕๔) เกิดจากการทจุ รติ ด้านการจดั ซือ้ จดั จา้ ง
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติยังพบปัญหาในการดาเนินการหลายด้าน อาทิ ระบบการตรวจสอบที่มี
ความเข้มข้นมากเกินไป จนกระท่ังเจ้าหน้าที่ท่ีรับผิดชอบงานพัสดุมีความเกรงกลัวโทษทางอาญาจนทาให้
การดาเนินการจัดซ้ือจัดจ้างเป็นไปด้วยความล่าช้า ยากลาบาก และอาจจาเป็นต้องจัดซ้ือส่ิงของท่ีมีราคาถูก
แต่ไม่มีคุณภาพ เพ่ือความถูกต้องและตามกฎหมาย ประกอบกับหน่วยงานของรัฐบางแห่งยังไม่ค่อย
ใหค้ วามสาคัญกบั เจา้ หนา้ ท่ีทร่ี ับผดิ ชอบงานพัสดุเท่าท่ีควร ทาให้บุคลากรเหล่าน้ีขาดความก้าวหน้าในสายงาน
นอกจากนี้ การนาระบบดิจทิ ัลมาใชส้ นบั สนนุ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐยังไม่สามารถทาได้ครบวงจร จากสาเหตุ
หลายประการ อาทิ งบประมาณในการพฒั นาระบบ กฎระเบยี บราชการบางเรอ่ื งไม่เอื้อต่อระบบดิจิทัล รวมท้ัง
ขาดการบูรณาการข้อมลู การจัดซอ้ื จดั จา้ งระหว่างหน่วยงาน
การปฏิรูประบบการจัดซอ้ื จดั จ้างภาครฐั ควรจะมุ่งเน้นการวางระบบท่ีรวดเร็ว และโปร่งใสด้วยการใช้
เทคโนโลยีเข้ามาจัดการแทนบุคคล และควรให้ความสาคัญกับเช่ือมโยงระบบฐานข้อมูลด้านการจัดซ้ือจัดจ้าง และ
บูรณาการทางานร่วมกันระหว่างกรมบัญชีกลางและหน่วยงานตรวจสอบการทุจริตเพื่อให้มี แนวทาง
การป้องกันการทจุ ริตทชี่ ดั เจน มีมาตรฐาน สร้างความเช่ือมั่นต่อเจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติ บุคลากรด้านพัสดุมีความรู้
ความสามารถ มีความภาคภูมิใจในวิชาชีพและมีเส้นทางความก้าวหน้าในสายงาน รวมทั้งส่งเสริมบทบาท
ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกการตรวจสอบการจัดซ้ือจัดจ้างภาครัฐ
เพอื่ ป้องกันและขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบในภาคราชการได้อย่างครบวงจร
๒.๕.๑ เป้าหมายและตัวชี้วดั ของกจิ กรรมปฏริ ปู
๑) เปา้ หมาย
๑.๑) หน่วยงานภาครัฐสามารถดาเนิน การจัดซื้อจัดจ้างได้โดยรวดเร็ว
มีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัว โปร่งใส ตรวจสอบได้ ผ่านระบบสนับสนุนจัดซื้อจัดจ้างเป็นแบบดิจิทัล
ในทุกขัน้ ตอน มกี ารบรู ณาการ และเช่ือมโยงขอ้ มูลด้านการจดั ซอ้ื จดั จ้างกับระบบอืน่ ๆ อยา่ งเตม็ รูปแบบ
๑.๒) มีระบบในการติดตามและป้องกันการทุจริตที่รวดเร็ว มีมาตรฐาน ส่งเสริม
บทบาทภาคเอกชน ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบป้องกันการทุจริต เพื่อสร้างความโปร่งใส
และการทจุ รติ การจดั ซื้อจัดจ้างลดลง
๒-๒๓
๔๘
๒) ตวั ชว้ี ดั
๒.๑) มรี ะบบสนับสนุนจัดซ้ือจัดจ้างภาครฐั เป็นแบบดจิ ทิ ลั ในทกุ ขัน้ ตอน
๒.๒) มีกฎระเบียบ หรือกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ได้รับการปรับปรุง
แกไ้ ขเพอ่ื ให้เกดิ ความคลอ่ งตวั ในการปฏบิ ตั ิงาน มปี ระสิทธิภาพ และเกิดความคมุ้ คา่
๒.๓) มีการเช่ือมโยงระบบฐานข้อมูลด้านการจัดซ้ือจัดจ้างของกรมบัญชีกลางกับ
หน่วยงานอืน่ ๆ
๒.๔) มีกลไกการบูรณาการทางานร่วมกันระหว่างกรมบัญชีกลางและหน่วยงาน
ดา้ นการตรวจสอบการทุจรติ
๒.๕) มีผู้แทนภาคเอกชนและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมป้องกันการทุจริต
ในโครงการจดั ซอ้ื จดั จา้ งภาครฐั เพม่ิ มากขนึ้
๒.๕.๒ หนว่ ยงานผรู้ ับผิดชอบหลกั
กรมบญั ชีกลาง
๒.๕.๓ ระยะเวลาดาเนนิ การรวม
๒ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๖๕)
๒.๕.๔ ประมาณการวงเงนิ รวม และแหล่งท่ีมาของเงนิ
งบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนง่ึ รอ้ ยลา้ นบาท) จากงบดาเนนิ งานของหน่วยงาน
๒.๕.๕ ข้ันตอนและวิธีการการดาเนนิ การปฏิรูป
กรมบัญชีกลาง จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการดาเนินงานร่วมกับหน่วยงานอ่ืน
ท่เี กีย่ วขอ้ ง โดยเฉพาะสานกั งานการตรวจเงนิ แผน่ ดนิ เป็นอยา่ งน้อยในการดาเนนิ การ ดังนี้
๑) พฒั นาระบบสนบั สนุนจัดซอื้ จดั จ้างภาครฐั เปน็ แบบดจิ ทิ ลั ในทกุ ขน้ั ตอน
๒) กาหนดแนวทางปฏิบัติในการจัดซ้ือ จัดจ้างและการผูกพันงบประมาณให้รวดเร็ว
คล่องตัว โดยลดข้ันตอนการปฏิบัติและวางระบบการตรวจสอบที่มุ่งผลสัมฤทธิ์เพ่ือให้การใช้จ่ายงบประมาณ
ประจาปสี ามารถแก้ปัญหาของประชาชนทไ่ี ด้รับผลกระทบจาก COVID-19 ได้ทนั ตอ่ เหตกุ ารณ์
๓) เชื่อมโยงฐานข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเข้ากับระบบของหน่วยงานตรวจสอบ
และหนว่ ยงานอ่ืน ๆ ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
๔) กาหนดกลไกการบูรณาการทางานร่วมกันระหว่างกรมบัญชีกลางและหน่วยงาน
ตรวจสอบการทจุ ริต
๕) เพิ่มขีดความสามารถและคุณภาพการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน และประชาชนใน
การป้องกนั การทจุ ริตดา้ นการจัดซอ้ื จดั จา้ งภาครฐั
๒-๒๔
๔
ตารางสรปุ เปา้ หมาย ตวั ชี้วัด และค่าเปา้ หมายข
ด้านการบริหารร
เป้าหมาย ตวั ชว้ี ัด
กิจกรรมปฏิรปู ท่ี ๑ ปรบั เปลี่ยนรูปแบบการบรหิ ารงานและการบรกิ ารภาครฐั ไปสรู่ ะบบ
๑.๑ ประชาชนได้รับการดูแล (๑) ระดบั ความสาเร็จของการพฒั นา - ร้อยละ
เขา้ ถึง และไดร้ บั บริการ ข้อมูลดจิ ิทัลและข้อมลู ขนาดใหญ่ จดั ทาบ
รวมถึงข้อมูลดจิ ิทัลสาคญั (Big data) ภาครัฐให้พรอ้ มสาหรับ บนระ
ของภาครฐั ท่มี คี ุณภาพ การใช้ประโยชน์ Catal
โดยสะดวก รวดเร็ว สานกั
เสียคา่ ใชจ้ า่ ยน้อย และ - ขอ้ เสน
ตรงตามความจาเปน็ ท้ังใน คุณภา
สภาวการณ์ปกติและฉุกเฉิน ความพ
เร่งดว่ น Availa
๑.๒ ภาครฐั มดี ิจิทัลแพลตฟอร์ม ระดับ
(Digital Platform) และ ทอ้ งถ
บริการดจิ ิทัล รวมถงึ ระบบ ประเด
ข้อมลู และข้อมลู ขนาดใหญ่ และรา
(Big data) สาหรบั การ ทั้งน้ี โ
ตัดสนิ ใจ การบรหิ ารจดั การ คณะก
การดาเนินงาน และการกากบั
๒-๒
๔๙
ของกิจกรรมปฏริ ปู ภายใต้แผนการปฏริ ปู ประเทศ
ราชการแผน่ ดิน
คา่ เป้าหมาย
ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕
บดิจิทลั - ระบบบริการบญั ชีข้อมูล (Data Catalog
Service Portal) ของสานักงานสถิติแหง่ ชาติ
ะ ๕๐ ของหน่วยงานภาครฐั มีการ มีบญั ชีข้อมลู สาคัญใน ๕ ดา้ นทก่ี าหนด
าบญั ชีข้อมลู (Data Catalog) ครบถ้วนและถูกตอ้ ง โดยเปิดใหเ้ ช่อื มโยงและ
ะบบบรกิ ารบัญชีข้อมูล (Data แลกเปลยี่ นข้อมูลตามนโยบายท่กี าหนด ผา่ น
log Service Portal) ของ Application Programming Interface : API
กงานสถติ แิ ห่งชาติ บนระบบดงั กลา่ วได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐
นอการพฒั นาต้นแบบการพฒั นา - ร้อยละ ๘๐ ของหนว่ ยงานภาครฐั มีการ
าพข้อมูล (Data Quality) และ ให้บรกิ ารข้อมูลเปดิ ภาครฐั
พร้อมใช้งานขอ้ มูล (Data - รอ้ ยละ ๘๐ ของหน่วยงานภาครัฐมีการจัดทา
ability) ใน ๓ ระดบั ได้แก่ ธรรมาภบิ าลข้อมูลภาครฐั ตามเป้าหมายและ
บประเทศ ระดับจงั หวัด และระดับ แนวทางท่ีสานักงานพฒั นารฐั บาลดจิ ทิ ัล กาหนด
ถิน่ โดยอยา่ งน้อยให้มีการระบุถงึ - ภาครัฐมตี น้ แบบการพัฒนาคุณภาพข้อมูล
ดน็ การพฒั นาเศรษฐกิจและสังคม (Data Quality) และความพร้อมใช้งานข้อมูล
ายการชดุ ข้อมูลการพัฒนาด้วย (Data Availability) ท่ีสามารถถอดบทเรียน
โดยความเห็นชอบจาก และกาหนดเป็นแนวทางสาหรับสาหรบั การ
กรรมการพัฒนารัฐบาลดิจทิ ลั
๒๕
๕
เป้าหมาย ตวั ชว้ี ดั
ตดิ ตาม ประเมนิ ผล บนระบบ (๒) จานวนแพลตฟอรม์ การจดั บริการแบบ - มโี มเด
นเิ วศด้านดจิ ทิ ัลทีส่ ร้างความ บรู ณาการและบรกิ ารสาคัญ ท่ีมกี าร จัดบร
เช่ือม่ัน ความไวว้ างใจ พัฒนาหรอื ให้การสนบั สนุนการพฒั นา หนว่ ย
ซ่ึงอยู่ในรปู แบบการบริการแบบครบ เขา้ มา
และการยอมรับระหวา่ งกนั วงจร (end-to-end service) ท่ีมี - มสี ถาป
ทซ่ี ่ึงตอบสนองความต้องการ คณุ ภาพ ตรงตามความจาเป็นท้ังใน Archit
พน้ื ฐานของประชาชนและ สภาวการณ์ปกตแิ ละฉกุ เฉินเร่งด่วน สาหรับ
ภาคธุรกิจ เอกชนในระยะ และสอดคลอ้ งกับความต้องการ ต่อเนื่อ
ฟ้ืนตัวของประเทศ อยา่ ง พนื้ ฐานทแี่ ทจ้ รงิ ของประชาชน ชุมชน - มีแพล
นอ้ ยใน ๕ ด้าน ได้แก่ (๑) และภาคธุรกิจเอกชน จานวน ๕ ดา้ น การท่ีป
ดา้ นการมรี ายได้และมีงาน ที่กาหนด หลักได
ทา (๒) ด้านสขุ ภาพและการ อย่างค
สาธารณสุข (๓) ดา้ นเกษตร จานวน
และการบริหารจัดการนา้ กาหน
(๔) ด้านการท่องเทย่ี ว และ จัดเกบ็
(๕) ด้านการตลาดและการ รองรบั
กระจายสินคา้ สาหรบั ในระย
เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน
วิสาหกจิ ขนาด กลางและ
ขนาดย่อม (SMEs) และ
๒-๒
๕๐
คา่ เปา้ หมาย
ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕
ดลต้นแบบแพลตฟอรม์ การ ขยายผลในระยะตอ่ ไป ใน ๓ ระดับ
รกิ ารแบบบรู ณาการ โดยการนา ไดแ้ ก่ ระดบั ประเทศ ระดับจงั หวัด
ยงานทเี่ ก่ยี วข้องและทุกภาคส่วน และระดับท้องถ่นิ
ามสี ว่ นร่วม - มแี พลตฟอร์มการจัดบริการแบบบรู ณาการ
ปัตยกรรมต้นแบบ (Enterprise จานวน ๕ ด้านทก่ี าหนด ที่มีการใหบ้ ริการ
tecture) และแผนปฏิบัตกิ าร ดจิ ทิ ลั แบบครบวงจร (ในลักษณะ end-to-
บการพฒั นาและบริหารจดั การท่ี end service) และมีการนาระบบกลาง หรือ
องและย่ังยืน แอพพลเิ คชั่น (Application) สนบั สนุนทจ่ี า
ลตฟอร์มการจดั บริการแบบบูรณา เป็นมาใช้ดว้ ย โดยเปดิ โอกาสใหภ้ าคเอกชน
ประชาชนสามารถเขา้ รับบริการ ธรุ กจิ ท่ีเกดิ ขึน้ ใหม่(Startups) และภาคสว่ น
ด้ โดยสะดวกหลากหลายชอ่ งทาง ต่าง ๆ ทม่ี ีศักยภาพ เขา้ มารว่ มพัฒนาและ
ครบวงจร(end-to-end service) จัดบริการท่ปี ระชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวก
นอยา่ งน้อย ๓ จาก ๕ ด้านท่ี รวดเรว็ หลากหลายชอ่ งทาง และเสียคา่ ใชจ้ ่าย
นด และมกี ารพัฒนาระบบการ น้อย
บรวมถึงบรหิ ารจัดการข้อมูลที่
บการพฒั นาต่อยอดแพลตฟอรม์
ยะตอ่ ไป
๒๖
๕
เปา้ หมาย ตวั ชี้วดั
ธุรกิจทีเ่ กิดขน้ึ ใหม่ (๓) จานวนระบบกลาง หรือแอพพลิเคชน่ั - ระดับค
ของแต
(Startups) (Application) สนับสนนุ กลาง รวมถึง
- มีการบ
๑.๓ ภาครฐั พัฒนาสู่การเป็น หลกั เกณฑ์มาตรฐานที่เกีย่ วข้อง ในรปู แ
การปร
องค์กรขีดสมรรถนะสูง สาหรับการพฒั นาระบบบรกิ ารและ อยา่ งน
- ศนู ย์ป
เทยี บเท่ามาตรฐานสากล บริหารจัดการภาครัฐ ที่มกี ารพฒั นา (PMO
สาหรับ
สามารถปรับเปลย่ี นได้ เสร็จสนิ้ และเรม่ิ ต้นใชง้ านจริง กากบั
จดั การ
อย่างคลอ่ งตัวตามบริบทและ (๔) จานวน (ด้าน) ประเด็นสาคัญท่ีมีการ ใชง้ าน
(ประเ
สภาวการณท์ ่แี ปรเปลี่ยน นาระบบข้อมลู และข้อมลู ขนาดใหญ่ - ขอ้ เสน
แลกเป
อยา่ งรวดเร็วและเป็นพลวัต (Big data) ภาครฐั มาบูรณาการ ระหว่า
กระทร
ในยุคชีวติ วถิ ใี หม่ (New เปิดเผย แลกเปล่ียน เชือ่ มโยง
Normal) เป็น ภาครฐั เพื่อ สาหรบั การตดั สินใจเชงิ นโยบายการ
ประชาชนและขับเคล่ือน บริหารจดั การ การดาเนินงาน
โดยความต้องการและการมี การกากบั ติดตาม และการให้
สว่ นรว่ มของภาคเอกชน ข้อเสนอแนะ ที่เชือ่ มต่ออย่างเป็น
สงั คม ชุมชน และประชาชน ระบบกบั ศูนย์ปฏิบตั ิการ
อยา่ งแทจ้ ริง นายกรฐั มนตรี (PMOC) และศนู ย์
๑.๔ ประชาชนมีความเชอ่ื มัน่ ข้อมูลและวเิ คราะหเ์ สนอแนะการ
และไวว้ างใจในการทางาน ออกแบบนโยบายและยทุ ธศาสตร์
ของภาครฐั ระดับกระทรวง ระดับหนว่ ยงาน และ
ระดับจงั หวดั ทั้งน้ี เพื่อการแก้ไข
ปญั หาและเยียวยาประเทศ และ
๒-๒
๕๑
คา่ เปา้ หมาย
ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕
ความสาเรจ็ ไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ ๕๐ - ระดับความสาเรจ็ จานวนไมน่ ้อยกว่า ๕ ระบบ
ตล่ ะระบบท่ีกาหนด ที่กาหนด
บูรณาการและเช่อื มโยงขอ้ มูล จานวน ๕ ด้าน + ๒ ประเด็น ดงั นี้
แบบดิจทิ ัลที่พรอ้ มสาหรับ - มกี ารบรู ณาการและเช่ือมโยงข้อมลู ในรูปแบบ
ระมวลผลผ่านเครื่องมือดิจิทัล ดจิ ทิ ลั ทพ่ี ร้อมสาหรับการประมวลผล
น้อย ๒ ใน ๕ ด้านท่ีกาหนด ผ่านเครอ่ื งมือดจิ ิทัล ใน ๕ ดา้ นทีก่ าหนด
ปฏิบตั กิ ารนายกรัฐมนตรี - ศนู ยป์ ฏิบตั กิ ารนายกรฐั มนตรี (PMOC) มี
OC) มี Smart dashboard Smart dashboard สาหรบั การตัดสินใจ
บการตดั สินใจเชงิ นโยบายการ เชิงนโยบายการกากับติดตาม และหรือการ
บติดตาม และหรือการบริหาร บริหารจัดการภาครัฐ ทตี่ รงประเด็นและใช้งาน
รภาครัฐ ทีต่ รงประเด็นและ ได้จรงิ ใน ๕ ด้าน (ประเด็น) ท่ีกาหนด
นได้จริง อย่างนอ้ ย ๒ จาก ๕ ดา้ น - ศูนยข์ อ้ มูลและวเิ คราะหเ์ สนอแนะการ
เดน็ ) ทกี่ าหนด ออกแบบนโยบายและยทุ ธศาสตร์ระดบั
นอ (๑) การบรู ณาการและ กระทรวง และระดบั จังหวัด มกี ารบูรณาการ
ปลีย่ นเช่ือมโยงข้อมูลดิจิทลั และแลกเปล่ยี นเชื่อมโยงข้อมูลดิจิทลั ระหว่าง
างศนู ยว์ ิเคราะห์ข้อมูลระดับ กนั รวมท้งั มีการเชื่อมโยงขอ้ มูลในรูปแบบ
รวงและจงั หวดั (๒) ประเด็น (เรอ่ื ง) ดจิ ิทัลเพือ่ การประมวลผลดว้ ยเครื่องมือดจิ ิทลั
๒๗
๕
เปา้ หมาย ตัวชี้วัด
ตอบสนองความต้องการของ ท่มี ผี ล
ประชาชนและสังคมอยา่ งตรง สังคมข
ประเดน็ และทันต่อเหตุการณ์ (โจทย
ปฏิบตั
(๕) ระดบั ความสาเรจ็ ในการยกระดบั ระบบ
ความสามารถหน่วยงานภาครัฐ ต้องกา
รวมทั้งการพฒั นาขีดความสามารถ ประเด
ของบุคลากรภาครฐั เพอ่ื ไปสกู่ ารเปน็ และ (๔
รฐั บาลดจิ ทิ ัล โดยมี Digital ความเ
Government Maturity Model ประเท
(Gartner) ระดับ ๒
- ภาครัฐ
Bluep
Trans
การพฒั
ผ่านคว
ผูบ้ ริห
ภาครฐั
๑ ชดุ
- ไม่นอ้ ย
ภาครฐั
การทา
๒-๒
๕๒
ค่าเป้าหมาย
ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕
ลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและ บนศูนย์ปฏิบัติการนายกรฐั มนตรี (PMOC)
ของประเทศ พร้อมกับประเด็น และระบบ eMENSCR ไมน่ ้อยกวา่ ๒ ประเด็น
ย์) สาหรับการจัดทารายงานบนศนู ย์ ทกี่ าหนด ทง้ั น้ี ใหม้ ีการรบั สง่ ข้อมูลผ่านระบบ
ติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) และ API ดว้ ย
บ eMENSCR ท่กี าหนดจากความ
ารใช้งานจริง จานวนอย่างน้อย ๒ - ภาครัฐมพี ฒั นาการด้านดิจิทัล ตามแนวทาง
ด็นสาคญั รวมถึง (๓) แผนปฏบิ ัตกิ าร Digital Government Maturity Model
๔) สถาปตั ยกรรมข้อมูล ทผี่ ่าน (Gartner) ตามรปู แบบปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ระดบั ๒
เห็นชอบจากคณะกรรมการปฏิรปู (หรอื ตามเคร่ืองมือการสารวจอื่นทีเ่ ทยี บเคยี งกนั ได)้
ทศด้านการบริหารราชการแผ่นดนิ - ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ ๙๐ ของหนว่ ยงาน ภาครฐั
ฐมี Government Enterprise บรรลผุ ลสัมฤทธ์ิข้ันสูงตามเป้าหมาย
print และ Government - ภาครฐั มีหน่วยงานตน้ แบบการพฒั นาเป็น
sformation Roadmap เพ่ือ หนว่ ยงานอัจฉริยะ เพม่ิ ขนึ้ อีก ๕ หนว่ ยงาน
ฒนาไปสู่การเป็นรฐั บาลดจิ ิทลั ซ่ึง พร้อมทัง้ มีแผน การขยายผลในระยะต่อไป
วามเหน็ ชอบจากคณะกรรมการ - ภาครัฐมตี น้ แบบ (Sandbox) ของการนา
หารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสงู เทคโนโลยอี ัจฉริยะมาใชป้ ระโยชนใ์ นการ
ฐ (GCIO Committee) จานวน
ยกว่ารอ้ ยละ ๗๕ ของหน่วยงาน
ฐ เข้าส่กู ระบวนการปรบั ปรงุ ระบบ
างานและรปู แบบการปฏบิ ตั งิ านตาม
๒๘
เปา้ หมาย ๕
ตัวชว้ี ดั
แนวท
รฐั บาล
Trans
- ภาครัฐ
เปน็ ห
จัดการ
ประโย
เทคโน
ข้อมลู
Block
๕ หน
- บคุ ลา
คอมพ
วิชากา
แผนจ
ได้รบั ก
skill)
Scien
รวมท
หน่วย
อย่างม
๒-๒
๕๓
คา่ เปา้ หมาย
ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕
ทางการปรับเปลี่ยนภาครัฐเปน็ ใหบ้ ริการหรือการพฒั นาคุณภาพชวี ติ
ลดิจทิ ลั (Digital Government ประชาชนและผูร้ บั บรกิ าร ทสี่ ามารถนาไป
sformation) ต่อยอดขยายผลได้ เช่น ดา้ นการสาธารณสขุ
ฐมีหนว่ ยงานต้นแบบการพัฒนา การเกษตร และการพฒั นาเมือง เป็นต้น
นว่ ยงานอจั ฉรยิ ะ ทมี่ กี ารบริหาร - ผู้บรหิ ารหน่วยงานภาครฐั ต้ังแตผ่ ้อู านวยการกอง
ร วเิ คราะห์ประมวลผล และใช้ หรือเทยี บเท่าข้ึนไปไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๕๐
ยชนจ์ ากขอ้ มูล โดยการนา มคี วามเขา้ ใจโครงสรา้ งและประเภทข้อมลู
นโลยีอัจฉริยะมาใช้ประโยชน์ เช่น สามารถนาเสนอแนวคิดพร้อมทัง้ ระบุ
ลขนาดใหญ่ (Big data) ; AI; ความสมั พนั ธ์ในการนาข้อมูลจากหลากหลาย
kchain; IoT เป็นต้น จานวน แหลง่ มาวิเคราะห์เพ่ือตอบโจทย์สาคญั ของ
น่วยงาน หนว่ ยงาน รวมทั้งสามารถอธบิ าย
ากรภาครฐั สายงานวิชาการ Visualization เบ้ืองต้นได้
พิวเตอร์ ผู้ปฏิบตั งิ านเกยี่ วกับ
ารคอมพวิ เตอร์ และนโยบายและ
จานวนไม่นอ้ ยกวา่ ๑,๕๐๐ คน
การพฒั นาความสามารถ (Up
ด้าน Computer Science; Data
nce; และ Digital Security
ท้ังมีความสามารถในการจดั จา้ ง
ยงานภายนอกมาดาเนินการแทน
มกี ลยุทธ์ (Strategic Outsourcing)
๒๙
๕
เป้าหมาย ตัวช้ีวดั
(๖) อตั ราการเขา้ รับบรกิ ารดจิ ิทลั ภาครฐั - มีกจิ ก
เพิม่ ข้นึ (Digital Service Adoption อย่างต
Rate) ความเ
ดาเนิน
ไปกับ
ประส
- มีการส
ดจิ ิทัล
เขา้ ถึง
ประโย
ดิจิทัล
สนบั ส
ขอ้ ตก
onlin
คงไว้ซ
เคารพ
๒-๓
๕๔
ค่าเป้าหมาย
ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕
กรรมการส่ือสารประชาสัมพันธ์ - ประชาชนมคี วามเชื่อมนั่ และมีอัตราการเข้ารบั
ต่อเนือ่ งเพ่ือสร้างความเข้าใจ บริการดจิ ิทลั ของหน่วยงานภาครัฐในภาพรวม
เช่อื ม่นั เกีย่ วกบั นโยบายและการ เพิ่มขนึ้ ร้อยละ ๓๐ จากปฐี าน
นงานของรัฐบาลที่ชดั เจน ควบคู่ - มแี นวทางและระบบรักษาความม่ันคงปลอดภัย
บระบบการติดตามผลที่มี และความเปน็ ส่วนบุคคล และการสร้างความ
สิทธิภาพ ตระหนกั ร้แู ละความเขา้ ใจ ในการเข้าใช้ระบบ
สง่ เสริมและพัฒนาทักษะดา้ น ดิจทิ ัลอยา่ งเหมาะสม สรา้ งสรรค์ และเกิด
ลใหก้ ับผู้ใช้ เพ่ือขยายโอกาสการ ประโยชน์สูงสุด
ง และสรา้ งเสรมิ ความสามารถใช้
ยชน์และต่อยอดคุณคา่ จากบรกิ าร
ลทั้งของภาครัฐ รวมถึงช่วย
สนนุ การปรับตวั เขา้ กับกติกาหรือ
กลงของสังคมแบบใหมบ่ นโลก
ne และ offline ได้อยา่ งปลอดภัย
ซง่ึ ความเปน็ สว่ นตวั มีจรยิ ธรรม
พสทิ ธขิ องผู้อนื่
๓๐
๕
เป้าหมาย ตวั ชวี้ ัด
กจิ กรรมปฏริ ปู ที่ ๒ จัดโครงสร้างองคก์ ร และระบบงานภาครฐั ใหม้ ีความยืดหยนุ่ คล่อง
๒.๑ โครงสร้างและระบบการ (๑) ขอ้ เสนอการปรบั เปล่ยี นระบบการ - มผี ลก
บรหิ ารราชการของส่วน บรหิ ารราชการของสว่ นราชการ ผลการ
ราชการระดับกระทรวงและ ระดบั กระทรวงและกรม และลด ความเ
กรม มีความยืดหยุ่น คล่องตวั สถานะความเป็นนิตบิ คุ คลของสว่ น ระดบั
ทนั ตอ่ การเปล่ียนแปลง ราชการระดบั กรม
สามารถบูรณาการ
ระบบงาน เงิน คน ได้อย่าง
มปี ระสิทธิภาพสอดคล้อง (๒) มหี ลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารจัดโครงสร้าง - มีหลกั
กบั นโยบายของรัฐและ
องค์กรบรหิ ารเฉพาะกิจ (Adhoc) องค์กร
สถานการณ์ทเี่ ปล่ียนแปลง และรา่ งกฎหมายหรอื ระเบียบที่
เพือ่ ตอบสนองความ รปู แบ
สามารถใช้อานาจของฝ่ายบริหารใน
ต้องการของประชาชนและ การบริหารราชการในสภาวการณท์ มี่ ี
ประโยชน์สงู สุดของประเทศ ความจาเปน็ ฉุกเฉิน เรง่ ดว่ น และ
รูปแบบ Agile Organization
(๓) มีหลกั เกณฑแ์ ละวิธมี อบอานาจการ - มผี ลก
จัดส่วนราชการพรอ้ มระบบประเมนิ การจดั
ความเหมาะสมการจัดสว่ นราชการ และท
รวมทงั้ การประเมินประสิทธภิ าพ แนวท
และความคมุ้ คา่ การจดั ส่วนราชการ ประส
และการบรหิ ารงานภาครฐั ท่ตี อบสนอง สว่ นรา
๒-๓
๕๕
ค่าเปา้ หมาย
ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕
งตวั และเปลีย่ นแปลงไดต้ ามสถานการณ์
การศกึ ษา ทบทวนและสังเคราะห์ - มขี ้อเสนอการปรับเปล่ียนระบบการบริหาร
รศกึ ษาทมี่ ีอยู่เก่ยี วกบั การลด ราชการของสว่ นราชการระดับกระทรวงและ
เปน็ นติ ิบคุ คลของส่วนราชการ กรม และลดสถานะความเปน็ นติ ิบคุ คลของ
บกรม ส่วนราชการระดับกรม โดยจัดทาร่างกฎหมาย
เพื่อรองรบั การดาเนนิ การและข้อเสนอแนะ
ขัน้ ตอนปฏิบัติและขั้นตอนให้บรรลุตามกรอบ
ระยะเวลา
กเกณฑแ์ ละวิธกี ารจดั โครงสรา้ ง - มีรา่ งกฎหมายหรือระเบียบท่ีให้อานาจฝ่าย
รบรหิ ารเฉพาะกจิ (Adhoc) และ บริหารสามารถกาหนดให้มหี นว่ ยงานทีม่ ีการ
บบ Agile Organization บริหารจดั การและบรู ณาการในลักษณะองคก์ ร
บริหารเฉพาะกิจ
การศกึ ษาแนวทางการมอบอานาจ - มีหลกั เกณฑ์และวิธกี ารมอบอานาจ การจัด
ดส่วนราชการทีย่ ืดหย่นุ คลอ่ งตัว สว่ นราชการรวมท้ังการนาร่องระบบประเมิน
ทันต่อการเปล่ียนแปลง และ ความเหมาะสมประสิทธภิ าพและความค้มุ ค่า
ทางการประเมินความเหมาะสม การจดั สว่ นราชการท่ีตอบสนองความต้องการ
สิทธิภาพและความคุ้มคา่ การจัด ของประชาชนและประโยชนส์ ูงสดุ ของประเทศ
าชการ
๓๑
๕
เป้าหมาย ตวั ชวี้ ัด
ความต้องการของประชาชนและ
ประโยชน์สูงสุดของประเทศ
(๔) มีแนวทางทบทวนบทบาทภารกจิ ของ - มแี นว
ภาครฐั ทม่ี คี วามสอดคลอ้ งเหมาะสม ภาครัฐ
กบั ความต้องการของประชาชนและ ความต
บรบิ ททเี่ ปล่ียนแปลงไป รวมทง้ั มี ท่เี ปลี่ย
หน่วยงานนาร่องเพอ่ื เปน็ ตัวอย่าง
ในการพฒั นาต่อยอดในอนาคต
(๕) มีแนวทางการปฏบิ ัตงิ านนอกสถาน - มีระบบ
ทตี่ ง้ั (Work From Anywhere) หน่วย
ทร่ี องรบั ชีวติ วถิ ีใหม่ (New Normal) ปฏบิ ตั
เหมาะสมกบั สถานการณป์ ัจจุบัน Anyw
และลักษณะงานขององค์กร
กิจกรรมปฏริ ูปท่ี ๓ ปรับเปลี่ยนการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐสู่ระบบเปิด เพ่อื ใหไ้ ดม้
๓.๑ ภาครฐั สามารถบริหาร (๑) ข้อเสนอการปรับเปลยี่ นระบบการ - มขี ้อเส
จัดการกาลังคนได้อย่างมี บริหารจัดการกาลังภาครฐั ใหเ้ ปน็ บรหิ า
เอกภาพมีประสิทธภิ าพ ระบบเปิด ดาเนินการแล้วเสร็จ และ เปิด ด
และความคล่องตวั สามารถ ผา่ นการพิจารณาของ ก.พ. อยา่ ง พิจารณ
๒-๓
๕๖ ค่าเป้าหมาย
ปี ๒๕๖๔
ปี ๒๕๖๕
วทางทบทวนบทบาทภารกจิ ของ - มีการนาแนวทางทบทวนบทบาทภารกจิ ไป
ฐทม่ี ีความสอดคล้องเหมาะสมกับ ดาเนินการในหนว่ ยงานนาร่อง จานวน
ตอ้ งการของประชาชนและบริบท ๑ ประเด็นสาคญั
ยนแปลงไป
บบการปฏิบตั ิงานภายในของ - มกี ารปรบั ปรุง/แกไ้ ขกฎระเบียบท่เี ปน็ อุปสรรค
ยงานภาครฐั ใหส้ อดคล้องกับการ ตอ่ การปฏิบตั ิงานนอกสถานที่ตัง้ (Work From
ตงิ านนอกสถานทีต่ ้งั (Work From Anywhere)
where)
มาและรักษาไว้ซึ่งคนเกง่ ดีและมคี วามสามารถอยา่ งคล่องตวั ตามหลักคุณธรรม
สนอการปรบั เปลยี่ นระบบการ - มขี อ้ เสนอการปรบั เปลี่ยนระบบการบรหิ าร
ารจดั การกาลังภาครัฐให้เป็นระบบ จัดการกาลังภาครฐั ใหเ้ ปน็ ระบบเปิด
ดาเนนิ การแล้วเสร็จ และผา่ นการ ดาเนินการแล้วเสร็จ และผ่านการพิจารณาของ
ณาของ ก.พ. ในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ก.พ. ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ อย่างน้อย ๑ เร่ือง
๓๒
๕
เป้าหมาย ตัวชีว้ ดั อย่างน
สรรหารกั ษา เคลือ่ นย้าย น้อย ๒ เร่อื ง
และใชป้ ระโยชนก์ าลังคน (๒) กฎหมาย กฎ ระเบยี บ และหลกั เกณฑ์ - มกี ฎห
ให้ตรงกับความรู้ การบริหารงานบคุ คลไดร้ ับการแก้ไข การบร
ความสามารถ เพื่อ เพือ่ เพม่ิ ประสทิ ธิภาพการบริหารงาน เพ่มิ ปร
บุคคลภาครฐั อย่างน้อย ๕ เรอ่ื ง
ตอบสนองตอ่ การพัฒนา ภาครฐั
ประเทศในด้านตา่ ง ๆ และ (๓) ขอ้ เสนอในการจัดองคก์ ร ระบบ อย่างน
หรือกลไกการบริหารจัดการกาลังคน
สถานการณ์ท่ีเปลี่ยนแปลง ภาครฐั ที่มีเอกภาพ และเปน็ - มีผลก
อยา่ งรวดเรว็ มาตรฐานทเี่ ทียบเคยี งกันไดร้ ะหวา่ ง หรอื กล
๓.๒ สว่ นราชการและหนว่ ยงาน บุคลากรภาครฐั แต่ละประเภท ภาครฐั
ของรัฐมีการวางแผน เทียบเ
กาลังคน เพื่อให้การใช้ (๔) ร้อยละของบุคลากรในสว่ นราชการ แต่ละ
และหน่วยงานของรัฐแต่ละแห่งท่ีมี
อตั รากาลงั เกดิ ความรู้ ทักษะ ทัศนคติ และกรอบ - ไม่น้อย
ประสทิ ธิภาพสงู สุด และ ความคดิ (Mindset) ในการ
ไมก่ ่อใหเ้ กดิ ภาระผูกพัน ปฏบิ ตั งิ านในยคุ ดจิ ิทลั และภาวะ
ดา้ นงบประมาณภาครฐั ชวี ติ วถิ ใี หม่ รวมท้ังรองรบั การ
ในระยะยาว เปล่ยี นแปลง
๒-๓
๕๗ ค่าเปา้ หมาย
ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕
น้อย ๑ เรื่อง
หมาย กฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ - มกี ฎหมาย กฎ ระเบยี บ และหลักเกณฑ์การ
ริหารงานบุคคลไดร้ บั การแกไ้ ขเพื่อ บริหาร งานบุคคลไดร้ ับการแก้ไขเพื่อเพิ่ม
ระสทิ ธิภาพการบริหารงานบคุ คล ประสิทธภิ าพการบริหารงานบุคคลภาครัฐ
ภายในสนิ้ ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ อยา่ งน้อย ๓ เร่ือง
ฐภายในสนิ้ ปี พ.ศ. ๒๕๖๔
น้อย ๒ เรอื่ ง - มขี ้อเสนอในการจดั องคก์ ร ระบบ หรือกลไก
การบริหารจัดการกาลังคนภาครัฐท่ีมเี อกภาพ
การศกึ ษาในการจัดองคก์ ร ระบบ และเปน็ มาตรฐานทเี่ ทียบเคยี งกันได้ระหวา่ ง
กลไกการบริหารจดั การกาลงั คน บคุ ลากรภาครฐั แต่ละประเภท
ฐทีม่ ีเอกภาพ และเปน็ มาตรฐานท่ี
เคยี งกันได้ระหวา่ งบคุ ลากรภาครฐั - ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ ๘๐
ะประเภท
ยกวา่ ร้อยละ ๕๐
๓๓
๕
เป้าหมาย ตวั ช้วี ัด
(๕) สัดส่วนค่าใชจ้ า่ ยดา้ นบุคลากรต่อ - สัดสว่
งบประมาณรายจา่ ยประจาเพ่ิมขึน้ ใน
อัตราทล่ี ดลง
(๖) มีมาตรการทีเ่ พิ่มประสิทธิภาพการใช้ - มาตรก
อัตรากาลงั หรือลดคา่ ใชจ้ า่ ยด้าน อัตราก
บคุ ลากร ผ่านก
อย่างน
กจิ กรรมปฏิรูปท่ี ๔ สร้างความเขม้ แข็งในการบริหารราชการในระดบั พ้นื ที่ โดยการมีส
๔.๑ สร้างความเข้มแข็งของระบบ (๑) มรี ปู แบบการทางานท่ีเน้นการ - มีรปู แ
การบรหิ ารราชการเชิงพ้ืนที่ บรู ณาการในประเด็นนโยบายสาคญั บูรณา
ให้ราชการในสว่ นภูมภิ าค (Agenda) ของกรมและหน่วยงาน (Agen
มีความคลอ่ งตัว สามารถ ทเ่ี ก่ียวข้องในพืน้ ที่ ทีเ่ กีย่ ว
บรู ณาการระบบงาน ระบบ นโยบา
แผนและงบประมาณ และ (๒) กรมและจังหวดั นารูปแบบการ - กรมแล
ระบบบริหารงานบุคคลได้ ทางานเชงิ บรู ณาการ ไปปรับใช้ เชิงบรู
อยา่ งมีประสิทธิภาพ โดยให้ ให้สอดคล้องกบั บทบาทภารกิจ ๑ กรม
เกดิ การสานพลงั และสอดคล้องกบั การขบั เคลื่อน
(Collaboration) ระหว่าง ยทุ ธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บท
ภาครฐั ภาคประชาชน ภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาตทิ เี่ กี่ยวขอ้ ง
๒-๓
๕๘
ค่าเปา้ หมาย
ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕
วนเพ่มิ ขึ้นในอัตราทีล่ ดลงรอ้ ยละ ๓ - สัดส่วนเพ่มิ ขึ้นในอัตราทล่ี ดลงรอ้ ยละ ๓
การที่เพิ่มประสทิ ธภิ าพการใช้ - มาตรการทเ่ี พ่ิมประสิทธภิ าพการใชอ้ ัตรากาลัง
กาลังหรอื ลดคา่ ใชจ้ า่ ยดา้ นบคุ ลากร หรือลดคา่ ใชจ้ ่ายด้านบุคลากรผ่านการ
การพิจารณาของคณะรฐั มนตรี พจิ ารณาของคณะรัฐมนตรี อยา่ งนอ้ ย ๒ เรอ่ื ง
น้อย ๑ เรอ่ื ง
- มีรปู แบบการทางานท่ีเน้นการบูรณาการ
สว่ นร่วมของประชาชน ในประเดน็ นโยบายสาคัญ (Agenda) ของกรม
และหนว่ ยงานท่เี กีย่ วข้องในพื้นท่ี จานวน
แบบการทางานท่ีเน้นการ ๑ ประเดน็ นโยบาย
าการในประเด็นนโยบายสาคัญ
nda) ของกรมและหน่วยงาน - กรมและจังหวัดนารปู แบบการทางานเชิง
วข้องในพน้ื ที่ จานวน ๑ ประเดน็ บูรณาการไปปรับใช้ จานวน ๑ กรม/๒ จังหวดั
าย
ละจังหวดั นารปู แบบการทางาน
รณาการไปปรบั ใชจ้ านวน
ม/๒ จงั หวดั
๓๔
๕
เปา้ หมาย ตวั ชว้ี ดั
และภาค เอกชน เพ่ือให้ (๓) จานวนจงั หวัดที่มกี ารพฒั นารูปแบบ - ไม่นอ้ ย
- ไมน่ ้อย
เปน็ ไปตามหลักธรรมาภบิ าล การเพิ่มประสทิ ธิภาพการบริหาร
ของการบริหารกิจการ ราชการในจังหวัดท่มี ผี ลสัมฤทธิ์สูง
บา้ นเมอื งท่ีดี (๔) ระดบั ความพึงพอใจของประชาชน
ท่ีมตี อ่ การใหบ้ ริการประชาชนของ
ศนู ย์ดารงธรรมของจังหวัด
กิจกรรมปฏริ ูปที่ ๕ ขจัดอุปสรรคในการจัดซ้อื จัดจ้างภาครฐั และการเบกิ จ่ายเงินเพ่ือให
๕.๑ หน่วยงานภาครฐั สามารถ (๑) มีระบบสนบั สนุนจดั ซ้ือจดั จ้างภาครัฐ - มรี ะบ
ดาเนินการจัดซ้ือจัดจ้างได้ เป็นแบบดิจิทลั ในทุกขน้ั ตอน จา้ งภา
โดยรวดเรว็ มปี ระสิทธิภาพ กระบ
มีความคล่องตัว โปรง่ ใส ระบบ
ตรวจสอบได้ ผ่านระบบ ก่อสร้า
สนับสนนุ จัดซื้อจัดจ้างเป็น อทุ ธรณ
๒-๓
๕๙ คา่ เป้าหมาย
ปี ๒๕๖๕
ปี ๒๕๖๔
ยกว่า ๗ จังหวัด - ไม่น้อยกว่า ๑๔ จงั หวัด
ยกว่ารอ้ ยละ ๘๐
- ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐
ห้เกิดความรวดเรว็ คุ้มค่า โปรง่ ใส ปราศจากการทจุ ริต
บบสนบั สนนุ กระบวนการจัดซือ้ จดั - มรี ะบบสนับสนนุ จัดซ้ือจดั จา้ งภาครัฐเปน็ แบบ
าครฐั เปน็ แบบดจิ ิทลั ใน ดิจทิ ลั ในทุกข้นั ตอน
บวนการท่สี าคัญประกอบ ดว้ ย (๑)
บขึน้ ทะเบียนผู้ประกอบการงาน
างอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ และ (๒) ระบบ
ณ์ออนไลน์
๓๕
๖
เป้าหมาย ตวั ช้วี ดั
แบบดิจทิ ลั ในทุกข้นั ตอน (๒) มีกฎระเบียบ หรือกระบวนการจัดซอื้ - มีกฎร
มีการบูรณาการ และ จดั จา้ งภาครัฐทีไ่ ด้รับการปรบั ปรุง จ้างภา
เชือ่ มโยงขอ้ มูลด้านการ แกไ้ ขเพ่ือใหเ้ กิดความคล่องตัวในการ ไมน่ ้อย
จัดซื้อจดั จ้างกับระบบอนื่ ๆ ปฏบิ ตั ิงาน มปี ระสิทธภิ าพ และเกดิ
อยา่ งเตม็ รูปแบบ ความคุม้ ค่า
๕.๒ มีระบบในการตดิ ตามและ (๓) มีการเชอ่ื มโยงระบบฐานข้อมูลดา้ น - สามาร
ปอ้ งกันการทุจรติ ท่ี การจัดซอ้ื จดั จ้างของกรมบัญชกี ลาง การจดั
รวดเร็ว มมี าตรฐาน กับหน่วยงานอืน่ ๆ หนว่ ย
สง่ เสรมิ บทบาท หน่วย
(๔) มีกลไกการบรู ณาการทางานร่วมกัน
ภาคเอกชน ประชาชน ระหวา่ งกรมบญั ชีกลางและ - มกี ารร
เข้ามามีสว่ นร่วม หนว่ ยงานดา้ นการตรวจสอบการ บูรณา
ตรวจสอบป้องกันการ ทุจรติ กรมบ
ทจุ ริต เพ่ือสรา้ งความ ดา้ นก
โปร่งใสและการทจุ ริต (๕) มีผแู้ ทนภาคเอกชนและภาค
การจดั ซ้อื จดั จ้างลดลง ประชาชนเข้ามามีสว่ นรว่ มป้องกนั - มีองคก์
การทุจริตในโครงการจัดซ้ือจัดจา้ ง มีสว่ น
ภาครฐั เพ่ิมมากขึน้ การทุจ
แกภ่ า
การจดั
อย่างน
๒-๓
๖๐
ค่าเปา้ หมาย
ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕
ระเบียบ หรือกระบวนการจดั ซอื้ จดั - มกี ฎระเบียบ หรือกระบวนการจดั ซ้อื จดั จ้าง
าครฐั ท่ไี ด้รับการปรบั ปรุงแกไ้ ข ภาครัฐทไี่ ด้รบั การปรบั ปรุงแก้ไขไม่น้อยกว่า
ยกวา่ ๑ เร่อื ง ๑ เร่ือง
รถเชอื่ มโยงระบบฐานข้อมูลด้าน - สามารถเช่อื มโยงระบบฐานข้อมูลดา้ นการ
ดซอื้ จดั จ้างของกรมบญั ชกี ลางกับ จดั ซือ้ จัดจ้างของกรมบัญชีกลางกับหนว่ ยงาน
ยงานอื่น ๆ ไมน่ ้อยกว่า ๑ อ่นื ๆ ไม่น้อยกว่า ๒ หนว่ ยงาน
ยงาน
- มกี ลไกการบรู ณาการทางานร่วมกันระหว่าง
รว่ มกาหนดแนวทางการ กรมบญั ชีกลางและหน่วยงานด้านการ
าการทางานร่วมกันระหวา่ ง ตรวจสอบการทจุ ริต
บญั ชีกลางและหนว่ ยงาน
การตรวจสอบการทจุ รติ
กรภาคเอกชนท่ีมบี ทบาทเขา้ มา - มกี ารจดั สรรงบประมาณสนับสนนุ โครงการ
นรว่ มในการป้องกนั และปราบปราม ขอ้ ตกลงคุณธรรมใหม้ ีจานวนภาคเอกชน
จริต และถ่ายทอดองค์ความรู้ และภาคประชาชนเข้ามามสี ว่ นรว่ มปอ้ งกัน
าคเอกชน และประชาชนในเรือ่ ง การทจุ รติ ในโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครฐั
ดซือ้ จดั จ้างภาครัฐเพ่ิมขึ้น เพ่มิ ขึน้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕ จากปีท่ีผา่ นมา
น้อย ๑ หนว่ ยงาน
๓๖
๖
เปา้ หมาย ตวั ชวี้ ดั
- มผี ู้แท
ความร
อย่างน
๒-๓
๖๑
ค่าเปา้ หมาย ปี ๒๕๖๕
ปี ๒๕๖๔
ทนภาคเอกชนในคณะกรรมการ
รว่ มมือป้องกันการทุจรติ เพมิ่ ขึ้น
น้อย ๑ คน
๓๗
๖๒
สว่ นที่ ๓ ข้อเสนอในการมีหรือแกไ้ ขปรับปรุงกฎหมาย (เรียงลาดบั ความสาคัญ)
๓.๑ พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บบริหารราชการแผน่ ดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และทแ่ี กไ้ ขเพิ่มเติม
สาระสาคัญโดยสังเขป เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างให้หน่วยงานภาครัฐมีความยืดหยุ่นสามารถ
ปรับตัวเข้าสู่การเป็นสานักงานสมัยใหม่ ภายใต้ระบบการบริหารราชการบนฐานกระทรวงนาไปสู่การเป็น
องค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูง สามารถปฏิบัติงานเทียบได้กับมาตรฐานสากล มีความคล่องตัว ไม่ยึดติดกับ
การจัดโครงสร้างองค์กรแบบราชการบนฐานของกรมแบบเดิม โดยลดความเป็นนิติบุคคลของกรม สามารถ
ยุบ เลิก ปรับเปล่ยี นโครงสร้างองค์กร กฎ ระเบยี บได้ตามสถานการณ์
๓.๒ พระราชบัญญัติระเบียบขา้ ราชการพลเรอื น พ.ศ. ๒๕๕๑ และท่ีแกไ้ ขเพิม่ เตมิ
สาระสาคัญโดยสังเขป ปรับปรุงสาระสาคัญภายใต้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ครอบคลุมแนวคิดและทิศทางในการปรับปรุงระบบการบริหารทรัพยากร
บุคคลในราชการพลเรือน เพ่ือให้ส่วนราชการเกิดความคล่องตัวในการบริหารทรัพยากรบุคคลภายใต้ระบบ
คณุ ธรรม ตลอดจนสามารถดงึ ดูด รกั ษา และใชป้ ระโยชนค์ นดี เกง่ และมีความสามารถได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และให้ข้าราชการพลเรือนสามัญสามารถเคลื่อนย้าย หมุนเวียนสับเปล่ียนหน้าท่ี ท้ังระหว่างกรม กระทรวง
และระหว่างกรม กระทรวงกับหน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานประเภทอ่ืน ๆ ได้อย่างคล่องตัวและเหมาะสม
ตามเหตผุ ลความจาเป็นและประโยชนข์ องภาครัฐเปน็ สาคญั
๒-๓๘
๖๓
แผนการปฏิรูปประเทศ
ด้านกฎหมาย
(ฉบับปรบั ปรุง)
คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย
๖๔
สารบญั สาระสาคญั ของแผนการปฏริ ูปประเทศด้านกฎหมาย
หน้า
ส่วนที่ ๑ บทนา ๓-๑
๑.๑ ความสอดคล้องกบั แผนยทุ ธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทภายใต้ยทุ ธศาสตร์ชาติ ๓-๒
๑.๑.๑ ความสอดคล้องของการปฏิรูปด้านกฎหมายกบั ยุทธศาสตร์ชาติ ๓-๒
๑.๑.๒ ความสอดคล้องของการปฏริ ูปดา้ นกฎหมายกบั แผนแมบ่ ทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ๓-๒
๑.๒ ผลอนั พึงประสงค์ ผลสัมฤทธ์ิทค่ี าดวา่ จะเกิดข้นึ คา่ เปา้ หมายและตัวช้วี ัด ๓-๓
สว่ นที่ ๒ กิจกรรมปฏริ ูปทีจ่ ะส่งผลให้เกดิ การเปล่ียนแปลงตอ่ ประชาชนอย่างมีนัยสาคัญ ๓-๔
๒.๑ กจิ กรรมปฏิรูปท่ี ๑ มีกลไกยกเลิกหรอื ปรับปรุงกฎหมายทเ่ี ปน็ อปุ สรรค ๓-๔
ต่อการดารงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน
๒.๒ กจิ กรรมปฏิรูปท่ี ๒ จัดใหม้ ีกลไกทางกฎหมายเพอ่ื ให้มกี ารพิจารณาปรับเปลี่ยนโทษ ๓-๖
ทางอาญาทีไ่ มใ่ ชค่ วามผิดร้ายแรงใหเ้ ปน็ โทษปรับเป็นพินยั
เพ่อื ลดผลกระทบต่อสิทธแิ ละเสรีภาพของประชาชน
๒.๓ กิจกรรมปฏิรปู ท่ี ๓ จัดให้มกี ลไกกาหนดใหส้ ่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐซ่งึ มีหน้าที่ ๓-๗
ควบคมุ กากับดแู ล และบังคับการใหเ้ ป็นไปตามกฎหมาย นาเทคโนโลยี
มาใชใ้ นการดาเนินการเพ่ือเพ่ิมประสทิ ธภิ าพในการบังคับใชก้ ฎหมาย
๒.๔ กิจกรรมปฏิรปู ที่ ๔ จัดใหม้ ีกลไกช่วยเหลือประชาชนในการจัดทาและเสนอรา่ งกฎหมาย ๓-๙
๒.๕ กจิ กรรมปฏิรปู ที่ ๕ จดั ทาประมวลกฎหมายเพอ่ื รวบรวมกฎหมายเรอื่ งเดยี วกันไว้ดว้ ยกนั ๓-๑๐
เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
สว่ นท่ี ๓ ข้อเสนอในการมีหรอื แก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ๓-๑๒
๖๕
ส่วนที่ ๑ บทนา
สังคมจำเป็นต้องมีกฎหมำยเพ่ือกำหนดกฎเกณฑ์อันเป็นกติกำให้สังคมถือปฏิบัติเพื่อรักษำควำมสงบ
เรียบร้อยและเป็นเคร่ืองมือสำคัญของรัฐในกำรดำเนินนโยบำยสำธำรณะในนิติรัฐ รัฐและเจ้ำหน้ำท่ีของรัฐ
จะกระทำกำรใดท่ีกระทบสิทธิและเสรีภำพของประชำชนได้ก็ต่อเม่ือมีอำนำจตำมกฎหมำยที่ปวงชนหรือผู้แทน
ปวงชนให้ควำมเห็นชอบ แต่กฎหมำยอำจสร้ำงปัญหำให้สังคมได้เช่นกัน หำกกฎหมำยนั้นเป็นกฎหมำย
ท่ีไม่เคำรพหลักนิติธรรม ไม่มีคุณภำพ หรือมีจำนวนมำกเกินไป จนกลำยเป็นกำรจำกัดสิทธิ และเสรีภำพ
ของประชำชนตำมจำนวนกฎหมำยท่ีเพิ่มมำกข้ึน นอกจำกนี้ อำจทำให้ประชำชนเข้ำถึงกฎหมำยได้โดยยำก
สร้ำงภำระค่ำใช้จ่ำยแก่ประชำชนและภำคธุรกิจ และเป็นที่มำของกำรทุจริตและประพฤติมิชอบของผู้บังคับใช้
กฎหมำย
กำ ร ป ฏิ รู ป ก ฎ ห มำ ย จึ ง มุ่ ง เ น้ น ใ ห้ เ กิ ด ผ ล อั น พึ ง ป ร ะ ส ง ค์ ใ น ก ำ ร มี ก ฎ ห ม ำย ท่ี ดี แ ล ะ มี เ พี ย ง
เท่ำท่ีจำเป็นเพ่ือขจัดปัญหำต่ำง ๆ ที่เกิดขึ้นจำกกฎหมำย เพื่อให้สอดคล้องกับหลักกำรตำมมำตรำ ๒๕๘ ค.
ของรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย โดยแผนกำรปฏิรูปประเทศด้ำนกฎหมำยท่ีได้ประกำศ
ในรำชกิจจำนุเบกษำ เมื่อวันท่ี ๖ เมษำยน ๒๕๖๑ ได้มีกำรกำหนด ๑๐ เป้ำหมำยหรือผลอันพึงประสงค์
อันประกอบด้วย (๑) มีกลไกให้กำรออกกฎหมำยเป็นกฎหมำยท่ีดีและเท่ำที่จำเป็น รวมทั้งมีกลไก
ในกำรทบทวนกฎหมำยท่ีมีผลใช้บังคับแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับหลักกำรตำมมำตรำ ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ
แห่งรำชอำณำจักรไทย (๒) ยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมำยท่ีล้ำสมัย และเป็นอุปสรรคต่อกำรดำรงชีวิตและกำร
ประกอบอำชีพของประชำชน (๓) มีกลไกทำงกฎหมำยเพื่อขจัดควำมเหล่ือมล้ำและสร้ำงควำมเป็นธรรม
ในสังคม (๔) มีกลไกให้มีกำรตรำกฎหมำยเพ่ือเพ่ิมควำมสำมำรถในกำรแข่งขันของประเทศ (๕) พัฒนำ
กระบวนกำรจัดทำและตรวจพิจำรณำร่ำงกฎหมำยให้รวดเร็ว รอบคอบ และสอดคล้องกับเงื่อนเวลำในกำร
ตรำกฎหมำยตำมรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย (๖) มีกลไกให้ประชำชนมีส่วนร่วมในกำรจัดทำและเสนอ
ร่ำงกฎหมำยท่ีมีควำมสำคัญ และจัดให้มีกลไกช่วยเหลือประชำชนในกำรจัดทำและเสนอร่ำงกฎหมำย รวมทั้ง
กำรให้ควำมช่วยเหลือทำงกฎหมำยแก่ประชำชน (๗) มีกลไกให้ประชำชนเข้ำถึงกฎหมำย กฎ โดยสะดวกและ
เข้ำใจกฎหมำยได้ง่ำยรวมท้ังกำรพัฒนำระบบฐำนข้อมูลของกฎหมำย คำพิพำกษำ คำวินิจฉัย หรือกำรตีควำม
กฎหมำย หรอื กฎให้ประชำชนเข้ำถึงได้โดยสะดวก (๘) ปฏิรูปกำรเรียนกำรสอนและกำรศึกษำอบรมวิชำกฎหมำย
เพื่อพัฒนำนักกฎหมำยให้เป็นผู้ประกอบวิชำชีพที่ดี (๙) พัฒนำระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศเพ่ีอสนับสนุน
ให้ประชำชนติดต่อกับเจ้ำหน้ำที่ผู้บังคับใช้กฎหมำยได้โดยสะดวก เพื่อลดค่ำใช้จ่ำยและขจัดช่องทำงกำรทุจริต
ประพฤติมชิ อบ และ (๑๐) มีกลไกส่งเสรมิ กำรบังคบั ใชก้ ฎหมำยให้มีประสิทธิภำพยง่ิ ขน้ึ
นับตั้งแต่กำรประกำศแผนกำรปฏิรูปประเทศในรำชกิจจำนุเบกษำ เม่ือวันที่ ๖ เมษำยน ๒๕๖๑
ได้มีกำรดำเนินกำรตำมเรื่องและประเด็นปฏิรูปทั้ง ๑๐ เรื่อง ซึ่งในหลำยเร่ืองได้มีกำรดำเนินกำรจนแล้วเสร็จ
ไม่ว่ำจะเป็นกำรจัดทำพระรำชบัญญัติหลักเกณฑ์กำรจัดทำร่ำงกฎหมำยและกำรประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมำย
พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งประกำศใช้เป็นกฎหมำยโดยได้มีกำรประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำ เม่ือวันท่ี ๓๑ พฤษภำคม
๒๕๖๒ และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกำยน ๒๕๖๒ รวมถึงกำรจัดทำกฎหมำยลำดับรองตำม
พระรำชบัญญัติดังกล่ำวเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และรำยละเอียดรองรับกำรปฏิบัติตำมพระรำชบัญญัติดังกล่ำว
ให้เกิดควำมชัดเจน กำรจัดทำกฎหมำยเพื่อเป็นกลไกในกำรแก้ไขปัญหำควำมเหล่ือมล้ำและควำมไม่เป็นธรรม
ที่เกิดข้ึนในสังคม เช่น พระรำชบัญญัติคุ้มครองประชำชนในกำรทำสัญญำขำยฝำกที่ดินเพ่ือกำรเกษตรกรรมหรือ
ท่ีอยู่อำศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ พระรำชบัญญัติส่งเสริมวิสำหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. ๒๕๖๒ และกำรจัดทำโครงกำรทบทวน
กำรอนุญำตของทำงรำชกำร เพื่อศึกษำกลไกกำรอนุญำตของทำงรำชกำรท่ีเป็นกำรสร้ำงภำระหรือก่อให้เกิด
อุปสรรคต่อกำรประกอบอำชีพและกำรดำเนินธุรกิจของประชำชนเพื่อนำไปสู่กำรพิจำรณำทบทวนกระบวนกำร
๓-๑
๖๖
อนุญำต หรือเสนอแนะให้มีกำรแก้ไขปรับปรุงกฎหมำย กฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับท่ีเกี่ยวกับกำรอนุญำตของทำง
รำชกำร เพื่อลดขั้นตอนกำรดำเนินกำรและกำรอนุญำตที่ไม่จำเป็น หรือท่ีเป็นอุปสรรคต่อกำรประกอบอำชีพและ
กำรดำเนนิ ธรุ กจิ ของประชำชน เปน็ ต้น
อย่ำงไรก็ดี ยังคงมีควำมจำเป็นท่ีจะต้องขับเคลื่อนกำรดำเนินกำรตำมแผนปฏิรูปประเทศ
ด้ำนกฎหมำยโดยเฉพำะกิจกรรมปฏิรูปท่ีมีควำมสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประชำชน เพ่ือผลักดันให้ดำเนินกำร
แล้วเสร็จโดยเร็วและเกิดผลอย่ำงเป็นรูปธรรม คณะกรรมกำรปฏิรูปประเทศด้ำนกฎหมำยจึงได้จัดทำแผนกำร
ปฏิรูปประเทศด้ำนกฎหมำยฉบับปรับปรุง โดยมุ่งเน้นกิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลงภำครัฐ
ท่ีจะก่อใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อประชำชนอย่ำงมนี ัยสำคัญ ๕ กจิ กรรม ดงั นี้
(๑) มีกลไกยกเลิกหรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมำยที่สร้ำงภำระหรือเป็นอุปสรรคต่อกำรดำรงชีวิต
หรอื กำรประกอบอำชพี ของประชำชน เพื่อขบั เคลื่อนใหเ้ กิดผลอย่ำงมีประสิทธภิ ำพและเป็นรูปธรรม
(๒) จัดให้มีกลไกทำงกฎหมำยเพื่อให้มีกำรพิจำรณำปรับเปลี่ยนโทษทำงอำญำที่ไม่ใช่ควำมผิด
รำ้ ยแรงให้เปน็ โทษปรับเป็นพินัย เพอื่ ลดผลกระทบตอ่ สทิ ธแิ ละเสรภี ำพของประชำชน
(๓) จัดให้มีกลไกกำหนดให้ส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนของรัฐซ่ึงมีหน้ำที่ควบคุม กำกับดูแล และ
บงั คับกำรให้เปน็ ไปตำมกฎหมำย นำเทคโนโลยมี ำใชใ้ นกำรดำเนนิ กำรเพื่อเพิ่มประสิทธภิ ำพในกำรบงั คบั ใชก้ ฎหมำย
(๔) จดั ให้มีกลไกช่วยเหลอื ประชำชนในกำรจดั ทำและเสนอรำ่ งกฎหมำย
(๕) จัดทำประมวลกฎหมำยเพือ่ รวบรวมกฎหมำยเรื่องเดียวกันไว้ดว้ ยกันเพือ่ ควำมสะดวกในกำรใช้งำน
๑.๑ ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนแมบ่ ทภายใตย้ ทุ ธศาสตร์ชาติ
๑.๑.๑ ความสอดคล้องของการปฏิรปู ประเทศด้านกฎหมายกับยุทธศาสตร์ชาติ
โดยเสมอภำค ๑) ยุทธศาสตร์ชาตดิ ้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
๑.๑) ขอ้ ๔.๕ พฒั นำเศรษฐกิจบนพน้ื ฐำนผู้ประกอบกำรยุคใหม่
๔.๕.๕ ปรับบทบำทและโอกำสกำรเข้ำถึงบริกำรภำครัฐ
๒) ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ า้ นการสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม
๒.๑) ข้อ ๔.๑ กำรลดควำมเหล่อื มล้ำ สร้ำงควำมเปน็ ธรรมในทกุ มิติ
๔.๑.๓ กระจำยกำรถอื ครองท่ีดินและกำรเขำ้ ถึงทรัพยำกร
๓) ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการปรบั สมดลุ และพฒั นาระบบการบริหารจดั การภาครัฐ
๓.๑) ข้อ ๔.๗ กฎหมำยมีควำมสอดคล้องเหมำะสมกับบริบทต่ำง ๆ และมีเท่ำที่จำเป็น
๔.๗.๑ ภำครฐั จัดให้มีกฎหมำยที่สอดคลอ้ งและเหมำะสมกับบรบิ ทต่ำง ๆ ท่เี ปลีย่ นแปลง
๔.๗.๒ มีกฎหมำยเทำ่ ทจี่ ำเป็นข้อ ๔.๗.๓ กำรบงั คบั ใช้กฎหมำยอย่ำงมปี ระสิทธิภำพ
๓.๒) ข้อ ๔.๘ กระบวนกำรยุติธรรมเคำรพสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติต่อประชำชน
๔.๘.๕ พัฒนำมำตรกำรอน่ื แทนโทษทำงอำญำ
๑.๑.๒ ความสอดคล้องของการปฏริ ูปประเทศดา้ นกฎหมายกับแผนแม่บทภายใต้ยทุ ธศาสตร์ชาติ
๑) แผนแม่บทภายใตย้ ทุ ธศาสตรช์ าติ ประเดน็ กฎหมายและกระบวนการยตุ ธิ รรม
๑.๑) ๒๒๐๑๐๑ กฎหมำยไม่เป็นอุปสรรคต่อกำรพัฒนำภำครัฐและภำคเอกชนอยู่ภำยใต้
กรอบกฎหมำยที่มุง่ ใหป้ ระชำชนในวงกว้ำงไดร้ ับประโยชนจ์ ำกกำรพฒั นำประเทศโดยทั่วถึง
๑.๒) ๒๒๐๑๐๒ กำรปฏิบัติตำมและกำรบังคับใช้กฎหมำยมีควำมคุ้มค่ำทำงเศรษฐกิจ
ท่วั ถึง ไมเ่ ลือกปฏบิ ัติ และเปน็ ธรรม
๑.๓) ๒๒๐๑๐๓ ประชำชนมีสว่ นรว่ มในกำรพฒั นำกฎหมำย
๓-๒
๖
๑.๒ ผลอนั พึงประสงค์ ผลสัมฤทธิท์ ่คี าดว่าจะเกิดขึ้น คา่ เปา้ หมายและตัวชี้วัด
เปา้ หมาย ตัวชวี้ ัด
๑) กฎหมำยและกระบวนงำนที่ล้ำสมัย ร้อยละของจำนวนกระบวนงำนท่ีเกี่ยวกับ
ก่อให้เกิดควำมเหลื่อมล้ำและไม่เป็น กำรอนุญำตและกำรปรับปรุงกฎหมำยตำม
ธรรม สร้ำงภำระแก่ประชำชนและเป็น ผลกำรศึกษำวเิ ครำะห์ทบทวนกฎหมำย กฎ
อุปสรรคต่อกำรประกอบอำชีพได้รับ ระเบียบ ข้อบังคับและกระบวนงำน
กำรยกเลกิ หรอื แก้ไขปรับปรงุ ท่ีเก่ยี วกับกำรอนุญำตไดร้ บั กำรดำเนนิ กำร
๒) ควำมสะดวกในกำรเข้ำถึง รับรู้ และ จำนวนแผนงำนหรือโครงกำรในกำรจัดทำ
ปฏบิ ัติตำมกฎหมำยของประชำชน ประมวลกฎหมำยและกฎ เพ่ือให้ประชำชน
เข้ำถึงได้โดยสะดวก
๓-
๖๗
ค่าเป้าหมาย
ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕
รอ้ ยละ ๘๐ ของจำนวน รอ้ ยละ ๑๐๐ ของจำนวน
กระบวนงำนทเ่ี กย่ี วกบั กำรอนุญำต กระบวนงำนท่ีเกยี่ วกบั กำรอนุญำต
และกฎหมำยทส่ี รำ้ งภำระหรือเป็น และกฎหมำยทส่ี รำ้ งภำระหรือเป็น
อุปสรรคต่อกำรดำรงชวี ติ หรือกำร อุปสรรคตอ่ กำรดำรงชีวติ หรือกำร
ประกอบอำชีพของประชำชน ประกอบอำชีพของประชำชน
ที่สำนักงำน ป.ย.ป. เสนอไดร้ ับ ทสี่ ำนักงำน ป.ย.ป. เสนอไดร้ ับ
กำรปรบั ปรุง กำรปรบั ปรุง
ไมน่ อ้ ยกว่ำสองเร่ืองต่อปี ไม่นอ้ ยกว่ำสองเร่ืองต่อปี
-๓
๖๘
ส่วนท่ี ๒ กจิ กรรมปฏริ ูปทจี่ ะส่งผลใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงตอ่ ประชาชนอยา่ งมีนยั สาคัญ
๒.๑ กิจกรรมปฏิรูปท่ี ๑ มีกลไกยกเลิกหรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมายท่ีสร้างภาระหรือเป็นอุปสรรคต่อ
การดารงชีวติ หรอื การประกอบอาชพี ของประชาชน
โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย มำตรำ ๗๗ กำหนดให้รัฐพึงจัดให้มีกฎหมำยเพียงเท่ำท่ีจำเป็น
และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมำยที่หมดควำมจำเป็น ไม่สอดคล้องกับสภำพกำรณ์หรือท่ีเป็นอุปสรรค
ต่อกำรดำรงชีวิตหรือกำรประกอบอำชีพโดยไม่ชักช้ำเพ่ือไม่ให้เป็นภำระแก่ประชำชน แผนกำรปฏิรูปประเทศ
ด้ำนกฎหมำย เรื่องและประเด็นปฏิรูปที่ ๒ ยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมำยที่ล้ำสมัย และเป็นอุปสรรคต่อกำร
ดำรงชีวิตและกำรประกอบอำชีพของประชำชน จึงได้กำหนดให้มีกลไกในกำรพิจำรณำเพ่ือให้มีกำรยกเลิกหรือ
ปรับปรุงกฎหมำยท่ีล้ำสมัย และเป็นอุปสรรคต่อกำรดำรงชีวิตและกำรประกอบอำชีพของประชำชนและแก้ไข
ปรับปรุงกฎหมำยให้เหมำะสมกับบริบทต่ำง ๆ ที่เปล่ียนแปลงไป โดยท่ีผ่ำนมำ ได้มีกำรศึกษำ วิเครำะห์ ทบทวน
กฎหมำย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และกระบวนงำนที่เก่ียวกับกำรอนุมัติ/อนุญำตของรำชกำรซึ่งมีผลควำมคืบหน้ำ
ในกำรดำเนินกำรมำเป็นลำดับ อย่ำงไรก็ดี ยังคงมีควำมจำเป็นต้องขับเคลื่อนกลไกกำรทบทวนกฎหมำยหรือ
ใบอนุญำตท่ีเป็นอุปสรรคต่อกำรประกอบอำชีพหรือกำรดำเนินธุรกิจของประชำชน โดยเฉพำะในกลุ่มกฎหมำย
ท่ีเกี่ยวข้องกับกำรดำเนินธุรกิจ และกำรขออนุญำต อนุมัติ หรือขึ้นทะเบียนในเรื่องต่ำง ๆ ท่ีเป็นอุปสรรคต่อกำร
ประกอบอำชีพและกำรดำเนินกำรธุรกิจของประชำชนอันมีผลกระทบต่อกำรพัฒนำเศรษฐกิจและกำรลงทุน
ของประเทศ เพ่ือให้มีกำรจัดทำข้อเสนอเพื่อยกเลิกหรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมำยหรือขั้นตอนกำรพิจำรณำอนุมัติ
หรืออนุญำตต่ำง ๆ และติดตำมกำรดำเนินกำรยกเลิกหรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมำยให้เป็นไปอย่ำงรวดเร็ว
และเกิดผลอย่ำงแท้จริง
๒.๑.๑ เปา้ หมายและตัวชวี้ ดั ของกจิ กรรมปฏิรูป
๑) เป้าหมาย กระบวนงำนท่ีเกี่ยวกับกำรอนุญำตและกฎหมำยท่ีสร้ำงภำระหรือเป็นอุปสรรค
ตอ่ กำรดำรงชีวติ หรอื กำรประกอบอำชีพของประชำชนไดร้ บั กำรปรบั ปรงุ
๒) ตัวช้ีวัด ร้อยละ ๘๐ ของจำนวนกระบวนงำนฯ ตำมที่สำนักงำน ป.ย.ป. เสนอ ได้รับกำร
ปรบั ปรงุ ภำยในเดอื นกันยำยน พ.ศ. ๒๕๖๔ และร้อยละ ๑๐๐ ของจำนวนกระบวนงำนฯ ตำมที่สำนักงำน ป.ย.ป.
เสนอ ได้รับกำรปรับปรงุ ภำยในเดือนกันยำยน พ.ศ. ๒๕๖๕
๒.๑.๒ หน่วยงานผรู้ บั ผิดชอบหลัก
สำนกั งำนขบั เคล่ือนกำรปฏริ ปู ประเทศ ยุทธศำสตรช์ ำติ และกำรสร้ำงควำมสำมัคคีปรองดอง
๒.๑.๓ ระยะเวลาดาเนนิ การรวม
ภำยในปี ๒๕๖๕
๒.๑.๔ ประมาณการวงเงนิ รวม และแหลง่ ที่มาของเงิน
งบประมำณตำมปกตขิ องหนว่ ยงำน
๒.๑.๕ ขนั้ ตอนและวธิ กี ารการดาเนนิ การปฏิรูป
สำนักงำนขับเคล่ือนกำรปฏิรูปประเทศ ยุทธศำสตร์ชำติ และกำรสร้ำงควำมสำมัคคีปรองดอง
จะเป็นหนว่ ยงำนผูร้ บั ผิดชอบหลกั ในกำรทำงำนร่วมกบั หน่วยงำนอนื่ ท่เี ก่ียวข้อง ในกำรดำเนินกำร ดังนี้
๑) ขั้นตอนท่ี ๑ สำนักงำนขับเคลื่อนกำรปฏิรูปประเทศ ยุทธศำสตร์ชำติ และกำรสร้ำงควำม
สำมัคคีปรองดอง นำผลกำรศึกษำวิเครำะห์ทบทวนกฎหมำย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับและกระบวนงำนท่ีเกี่ยวกับ
กำรอนุญำต เพื่อลดข้ันตอนกำรดำเนินกำรและกำรอนุญำตท่ีไม่จำเป็น หรือเป็นอุปสรรคต่อกำรประกอบอำชีพ
และกำรดำเนินธุรกจิ ของประชำชน จดั เกบ็ เปน็ แหลง่ ข้อมูลอ้ำงองิ เพื่อประโยชนส์ ำหรับกำรสบื ค้นในระยะต่อไป
ระยะเวลาดาเนินการ ภำยในเดือนธนั วำคม ๒๕๖๓
๓-๔
๖๙
๒) ขั้นตอนที่ ๒ สำนักงำนขับเคล่ือนกำรปฏิรูปประเทศ ยุทธศำสตร์ชำติ และกำรสร้ำงควำม
สำมัคคีปรองดอง ดำเนินกำรศึกษำแนวทำงกำรกำหนดเกณฑ์สำหรับใช้ในกำรพิจำรณำตรวจสอบควำมจำเป็น
ของกฎหมำยหรือกำรอนุญำตของทำงรำชกำรท่ีเข้ำข่ำยเป็นกำรสร้ำงภำระหรือเป็นอุปสรรคต่อกำรดำรงชีวิตหรือ
กำรประกอบอำชีพของประชำชน โดยดำเนินกำรรับฟังควำมคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่ำวด้วย
เพอื่ เสนอต่อคณะกรรมกำรดำเนินกำรปฏริ ูปกฎหมำยในระยะเรง่ ด่วนพิจำรณำ
ระยะเวลาดาเนินการ ภำยในเดอื นมิถุนำยน ๒๕๖๔
๓) ขั้นตอนท่ี ๓ คณะกรรมกำรดำเนินกำรปฏิรูปกฎหมำยในระยะเร่งด่วนจัดให้มีกำรพิจำรณำ
และเสนอแนะให้มีกำรแก้ไขปรับปรุงกฎหมำยหรือทบทวนกระบวนงำนท่ีเกี่ยวกับกำรอนุญำตของทำงรำชกำรที่
เขำ้ ขำ่ ยเปน็ กำรสรำ้ งภำระหรือเป็นอุปสรรคต่อกำรดำรงชีวิตหรือกำรประกอบอำชีพของประชำชน โดยกำรจัดต้ัง
คณะอนุกรรมกำรหรือคณะทำงำนเพ่ือศึกษำถึงสภำพปัญหำและเสนอแนะแนวทำงในกำรแก้ไขปัญหำ
ท่เี กดิ ขึน้ โดยจะตอ้ งมีกำรรับฟังควำมคิดเห็นจำกหน่วยงำนภำครัฐและเอกชนอย่ำงกว้ำงขวำง และจัดทำข้อเสนอ
เพ่ือปรับปรุงแก้ไขกฎหมำยหรือกระบวนงำนท่ีเกี่ยวกับกำรอนุญำตของทำงรำชกำรให้เป็นไปอย่ำงเหมำะสมและ
ไมเ่ ปน็ กำรสรำ้ งภำระหรือเป็นอุปสรรคต่อกำรดำรงชีวิตหรือกำรประกอบอำชีพของประชำชน ตลอดจนเสนอแนะ
ให้มีกำรแก้ไขปรับปรุงกฎหมำยท่ีมีผลต่อกำรพิจำรณำจัดอันดับควำมยำกง่ำยในกำรประกอบธุรกิจ หรือกำรจัด
อันดับตัวช้ีวัดของประเทศในด้ำนต่ำง ๆ เสนอต่อคณะกรรมกำรดำเนินกำรปฏิรูปกฎหมำยในระยะเร่งด่วนเพื่อ
พิจำรณำเสนอต่อคณะรฐั มนตรีต่อไป
ระยะเวลาดาเนนิ การ ภำยในเดอื นธนั วำคม ๒๕๖๕
๔) ขั้นตอนท่ี ๔ สำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำระบบรำชกำร ดำเนินกำรติดตำมและ
ประสำนงำนกับหนว่ ยงำนของรัฐท่ีเกี่ยวข้องเพ่ือขับเคลื่อนกำรปรับปรุงแก้ไขกฎหมำยหรือปรับปรุงกระบวนงำนที่
เกีย่ วกบั กำรอนญุ ำตของทำงรำชกำรตำมที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติต่อไป
ระยะเวลาดาเนนิ การ ภำยในเดอื นธันวำคม ๒๕๖๕
๓-๕
๗๐
๒.๒ กิจกรรมปฏิรูปที่ ๒ จัดให้มีกลไกทางกฎหมายเพ่ือให้มีการพิจารณาปรับเปลี่ยนโทษทางอาญา
ที่ไม่ใช่ความผิดร้ายแรงให้เป็นโทษปรับเป็นพินัย เพ่ือลดผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของ
ประชาชน
โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย มำตรำ ๗๗ บัญญัติให้รัฐพึงกำหนดโทษอำญำเฉพำะควำมผิด
รำ้ ยแรง แผนกำรปฏิรปู ประเทศดำ้ นกฎหมำย เรือ่ งและประเด็นปฏิรูปท่ี ๑๐ มีกลไกส่งเสริมกำรบังคับใช้กฎหมำย
ให้มีประสิทธิภำพย่ิงข้ึน จึงได้กำหนดให้มีกลไกทำงกฎหมำยเพ่ือให้มีกำรพิจำรณำปรับเปล่ียนโทษ
ทำงอำญำท่ีไม่ใช่ควำมผิดร้ำยแรงให้เป็นโทษปรับทำงปกครองหรือมำตรกำรในลักษณะอ่ืน เพื่อมิให้เป็นกำร
กระทบต่อสิทธิและเสรีภำพของประชำชนเกินสมควร โดยในกำรดำเนินกำรดังกล่ำว จำเป็นต้องมีกฎหมำยกลำง
เพ่ือกำหนดหลักเกณฑ์ในทำงสำรบัญญัติและวิธีสบัญญัติสำหรับใช้ในกำรพิจำรณำและกำหนดค่ำปรับสำหรับ
ควำมผิดท่ีมีกฎหมำยกำหนดให้ต้องชำระค่ำปรับเป็นพินัย เพ่ือรองรับกำรปรับเปลี่ยนโทษทำงอำญำท่ีไม่ใช่
ควำมผดิ รำ้ ยแรงใหเ้ ป็นโทษปรับเปน็ พนิ ัยหรือมำตรกำรลงโทษในลกั ษณะอื่น แทนกำรกำหนดโทษทำงอำญำ
๒.๒.๑ เปา้ หมายและตัวช้ีวัดของกิจกรรมปฏริ ูป
๑) เปา้ หมาย ให้มกี ำรปรบั เปลย่ี นโทษทำงอำญำทไ่ี ม่ใช่ควำมผิดรำ้ ยแรงให้เป็นโทษปรับเป็น
พินัย เพื่อลดผลกระทบต่อสทิ ธิและเสรีภำพของประชำชน
๒) ตัวช้ีวัด
๒.๑) ร่ำงกฎหมำยวำ่ ดว้ ยกำรปรับเปน็ พินยั มีผลบงั คบั ใช้เป็นกฎหมำย
๒.๒) มกี ำรปรับเปลย่ี นโทษทำงอำญำท่ไี ม่ใชค่ วำมผิดร้ำยแรงใหเ้ ป็นโทษปรับเปน็ พนิ ัย
๒.๒.๒ หนว่ ยงานผู้รบั ผิดชอบหลกั
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒.๒.๓ ระยะเวลาดาเนินการรวม
ภำยในปี ๒๕๖๔
๒.๒.๔ ประมาณการวงเงนิ รวม และแหลง่ ท่ีมาของเงิน
งบประมำณตำมปกติของหน่วยงำน
๒.๒.๕ ขั้นตอนและวธิ กี ารการดาเนินการปฏริ ปู
สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ จะเป็นหน่วยงำนผู้รับผิดชอบหลักในกำรทำงำนร่วมกับ
หน่วยงำนอืน่ ทีเ่ กี่ยวข้อง ในกำรดำเนนิ กำร ดงั น้ี
๑) ข้ันตอนท่ี ๑ มีกำรจัดทำร่ำงกฎหมำยว่ำด้วยกำรปรับเป็นพินัย ซึ่งเป็นกฎหมำยกลำง
ท่ีกำหนดหลักเกณฑ์ในทำงสำรบัญญัติและวิธีสบัญญัติสำหรับใช้ในกำรพิจำรณำและกำหนดค่ำปรับสำหรับ
ควำมผิดท่ีมีกฎหมำยกำหนดให้ต้องชำระค่ำปรับเป็นพินัย เพื่อรองรับกำรพิจำรณำปรับเปล่ียนโทษทำงอำญำ
ทีไ่ ม่ใชค่ วำมผดิ ร้ำยแรงให้เป็นโทษปรับเป็นพินัยหรือมำตรกำรลงโทษในลักษณะอื่น แทนกำรกำหนดโทษทำงอำญำ
ระยะเวลาดาเนนิ การ ภำยในเดอื นธันวำคม ๒๕๖๓
๒) ขั้นตอนท่ี ๒ มีกำรเสนอร่ำงกฎหมำยว่ำด้วยกำรปรับเป็นพินัยต่อรัฐสภำเพ่ือพิจำรณำ
เป็นเรื่องด่วนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยให้ถือเป็นกฎหมำยเพ่ือกำรปฏิรูปประเทศตำมมำตรำ ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ
แห่งรำชอำณำจกั รไทย
ระยะเวลาดาเนนิ การ ภำยในเดอื นมนี ำคม ๒๕๖๔
๓-๖
๗๑
๒.๓ กิจกรรมปฏิรูปที่ ๓ จัดให้มีกลไกกาหนดให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐซ่ึงมีหน้าที่
ควบคุม กากับดูแล และบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย นาเทคโนโลยีมาใช้ในการดาเนินการ
เพื่อเพ่ิมประสทิ ธภิ าพในการบังคับใช้กฎหมาย
โดยท่ีกำรกำหนดให้มีกำรสร้ำงกลไกกำรบังคับใช้กฎหมำยอย่ำงเคร่งครัดเพ่ือลดควำมเหลื่อมล้ำ
และควำมไม่เป็นธรรมในสังคม เป็นหนึ่งในเป้ำหมำยของกำรปฏิรูปประเทศท่ีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
แห่งรำชอำณำจักรไทย ซ่ึงกำรบังคับใช้กฎหมำยเป็นหลักกำรสำคัญที่นำไปสู่กำรดำเนินกำรตำมกฎหมำย
และเพ่ือให้กำรบังคับใช้กฎหมำยมีประสิทธิภำพ แผนกำรปฏิรูปประเทศด้ำนกฎหมำย เร่ืองและประเด็นปฏิรูป
ท่ี ๙ พัฒนำระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศเพ่ือสนับสนุนให้ประชำชนติดต่อกับเจ้ำหน้ำที่ผู้บังคับใช้กฎหมำย
ได้โดยสะดวก เพื่อลดค่ำใช้จ่ำยและขจัดช่องทำงกำรทุจริตประพฤติมิชอบ และเรื่องและประเด็นปฏิรูปท่ี ๑๐
มีกลไกส่งเสริมกำรบังคับใช้กฎหมำยให้มีประสิทธิภำพยิ่งข้ึน จึงได้กำหนดให้มีกำรพัฒนำระบบกำรให้บริกำร
ประชำชนผ่ำนระบบกำรให้บริกำรอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) ให้สำมำรถใช้งำนได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ
และพัฒนำให้เป็นระบบที่มีควำมปลอดภัยและน่ำเช่ือถือ เพ่ือลดค่ำใช้จ่ำยและขจัดช่องทำงกำรทุจริต
และประพฤติมิชอบ รวมถึงกำรนำอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีต่ำง ๆ มำเป็นเคร่ืองมือในกำรสนับสนุนกำรบังคับใช้
กฎหมำย ท้ังนี้ เพือ่ ให้กำรบงั คบั ใช้กฎหมำยเปน็ ไปอย่ำงมีประสิทธิภำพ มีควำมเป็นธรรม และป้องกันมิให้เกิดกำร
ทุจริตคอร์รัปช่ันของเจ้ำหน้ำที่ ซ่ึงกำรดำเนินกำรดังกล่ำว มีควำมจำเป็นต้องมีกำรผลักดันและขับเคล่ือนอย่ำง
ต่อเน่ือง
๒.๓.๑ เป้าหมายและตัวช้ีวัดของกิจกรรมปฏริ ูป
๑) เป้าหมาย ส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำนของรัฐซ่ึงมีหน้ำที่ควบคุม กำกับดูแล และบังคับ
กำรใหเ้ ป็นไปตำมกฎหมำย นำเทคโนโลยีมำใช้ในกำรดำเนินกำรเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภำพในกำรบังคับใช้กฎหมำย
และกำรให้บริกำรประชำชน
๒) ตวั ชีว้ ัด
๒.๑) มีกำรนำเทคโนโลยีมำใช้ในกำรดำเนินกำรเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภำพในกำรบังคับใช้
กฎหมำย
๒.๒) มีกำรพฒั นำระบบกำรให้บรกิ ำรประชำชนผ่ำนระบบกำรให้บริกำรอิเล็กทรอนิกส์
(e-Service)
๒.๓.๒ หนว่ ยงานผูร้ บั ผิดชอบหลัก
กระทรวงยตุ ธิ รรม
๒.๓.๓ ระยะเวลาดาเนินการรวม
ภำยในปี ๒๕๖๕
๒.๓.๔ ประมาณการวงเงินรวม และแหล่งท่ีมาของเงนิ
งบประมำณตำมปกติของหนว่ ยงำน
๒.๓.๕ ขนั้ ตอนและวิธีการการดาเนินการปฏิรูป
กระทรวงยุติธรรม จะเป็นหน่วยงำนผู้รับผิดชอบหลักในกำรทำงำนร่วมกับหน่วยงำนอ่ืนท่ี
เก่ยี วข้อง ในกำรดำเนนิ กำร ดังน้ี
๑) ข้ันตอนที่ ๑ กระทรวงยุติธรรม โดยสำนักงำนปลัดกระทรวงและสำนักงำนกิจกำรยุติธรรม
ดำเนินกำรศึกษำ วิเครำะห์ และประเมินผลกำรบังคับกำรให้เป็นไปตำมกฎหมำย รวมถึงศึกษำปัญหำเกี่ยวกับ
ประสิทธิภำพในกำรบังคับใช้กฎหมำย และแนวทำงกำรกำหนดกลไกให้ส่วนรำชกำรหรือหน่วยงำน
๓-๗
๗๒
ของรัฐซ่ึงมีหน้ำท่ีควบคุม กำกับดูแล และบังคับกำรให้เป็นไปตำมกฎหมำย พิจำรณำนำเคร่ืองมือเทคโนโลยี
ต่ำง ๆ มำใช้เพ่ือเพิ่มประสิทธิภำพในกำรตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมำยและขจัดช่องทำงกำรทุจริตประพฤติ
มิชอบ โดยให้มีกำรรับฟังควำมคิดเห็นของผู้มีส่วนเก่ียวข้องในเร่ืองดังกล่ำวและพิจำรณำจำกข้อร้องเรียน
เกยี่ วกับกำรบังคับใช้กฎหมำยจำกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่ำง ๆ โดยพัฒนำให้เช่ือมโยงกับกำรรับเรื่องร้องเรียนผ่ำน
ศูนย์ดำรงธรรม (กระทรวงมหำดไทย) และกำรรับเร่ืองรำวร้องทุกข์ผ่ำนศูนย์บริกำรประชำชน ๑๑๑๑
(สำนักงำนปลัดสำนักนำยกรัฐมนตรี) ด้วย และจัดทำข้อเสนอเพื่อให้มีกำรแก้ไขปรับปรุงกฎหมำยเพื่อแก้ไข
ปัญหำเก่ียวกับกำรบงั คับใช้กฎหมำยตอ่ ไป
ระยะเวลาดาเนินการ ภำยในเดอื นธันวำคม ๒๕๖๔
๒) ขั้นตอนท่ี ๒ สำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำระบบรำชกำร ดำเนินกำรพัฒนำระบบกำร
ใหบ้ รกิ ำรประชำชนผ่ำนระบบกำรให้บรกิ ำรอิเล็กทรอนกิ ส์ (e-Service) ร่วมกับหน่วยงำนที่เกี่ยวข้องให้สำมำรถใช้
งำนได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ และพัฒนำให้เป็นระบบที่มีควำมปลอดภัยและน่ำเช่ือถือ เพ่ือลดค่ำใช้จ่ำยและขจัด
ช่องทำงกำรทุจริตและประพฤติมชิ อบ
ระยะเวลาดาเนนิ การ ภำยในเดอื นธนั วำคม ๒๕๖๕
๓-๘
๗๓
๒.๔ กจิ กรรมปฏริ ปู ที่ ๔ จดั ใหม้ กี ลไกช่วยเหลอื ประชาชนในการจัดทาและเสนอร่างกฎหมาย
โดยทร่ี ฐั ธรรมนญู แห่งรำชอำณำจักรไทย มำตรำ ๒๕๘ ค. (๔) กำหนดให้กำรปฏิรูปประเทศด้ำนกฎหมำย
ต้องจัดให้มีกลไกช่วยเหลือประชำชนในกำรจัดทำและเสนอร่ำงกฎหมำย เพื่อให้กำรใช้สิทธิของประชำชน
ในกำรเสนอร่ำงกฎหมำยเกิดผลอย่ำงเป็นรูปธรรม โดยแผนปฏิรูปประเทศด้ำนกฎหมำย ประเด็นปฏิรูปท่ี ๖
มีกลไกให้ประชำชนมีส่วนร่วมในกำรจัดทำและเสนอร่ำงกฎหมำยท่ีมีควำมสำคัญและจัดให้มีกลไกช่วยเหลือ
ประชำชนในกำรจัดทำและเสนอร่ำงกฎหมำย รวมทั้งกำรให้ควำมช่วยเหลือทำงกฎหมำยแก่ประชำชน
จึงได้กำหนดให้จัดให้มีกลไกช่วยเหลือประชำชนในกำรจัดทำและเสนอร่ำงกฎหมำย ซ่ึงในกำรดำเนินกำรดังกล่ำว
จำเป็นต้องมีกฎหมำยเพ่ือกำหนดขั้นตอนและวิธีกำรเข้ำชื่อเสนอกฎหมำย รวมถึงกำหนดให้กลไกหรือหน่วยงำน
ซึ่งทำหน้ำท่ีในกำรให้ควำมช่วยเหลือประชำชนทั้งในกำรจัดทำร่ำงกฎหมำยกำรรับและกำรรวบรวมหลักฐำน
กำรร่วมเข้ำชื่อและกำรเสนอร่ำงกฎหมำย และกำรดำเนินกำรตำมมำตรำ ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ
แห่งรำชอำณำจักรไทย เพ่ือลดภำระในกำรดำเนินกำรและส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมของประชำชนในกำรจัดทำและ
เสนอรำ่ งกฎหมำยใหเ้ กิดผลอย่ำงแท้จริงตำมเจตนำรมณท์ ่ีกำหนดในรฐั ธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย
๒.๔.๑ เปา้ หมายและตัวช้ีวดั ของกิจกรรมปฏริ ูป
๑) เป้าหมาย ประชำชนสำมำรถใช้สทิ ธิในกำรเสนอรำ่ งกฎหมำย
๒) ตัวชว้ี ดั
๒.๑) รำ่ งกฎหมำยวำ่ ดว้ ยกำรเขำ้ ชือ่ เสนอกฎหมำย มีผลบังคบั ใช้เป็นกฎหมำย
๒.๒) มีกำรจดั กลไกเพ่ือช่วยเหลอื ประชำชนในกำรจัดทำและเสนอร่ำงกฎหมำย
๒.๔.๒ หน่วยงานผู้รบั ผิดชอบหลกั
สำนักงำนเลขำธิกำรสภำผูแ้ ทนรำษฎร
๒.๔.๓ ระยะเวลาดาเนินการรวม
ภำยในปี ๒๕๖๔
๒.๔.๔ ประมาณการวงเงนิ รวม และแหลง่ ท่ีมาของเงนิ
งบประมำณตำมปกติของหนว่ ยงำน
๒.๔.๕ ขน้ั ตอนและวธิ ีการการดาเนินการปฏิรูป
สำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร จะเป็นหน่วยงำนผู้รับผิดชอบหลักในกำรทำงำนร่วมกับ
หนว่ ยงำนอืน่ ที่เก่ียวข้อง ในกำรดำเนินกำร ดังน้ี
๑) ขั้นตอนท่ี ๑ มีกำรเสนอร่ำงกฎหมำยว่ำด้วยกำรเข้ำช่ือเสนอกฎหมำยต่อรัฐสภำ
เพ่ือพิจำรณำเป็นเร่ืองด่วนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยให้ถือเป็นกฎหมำยเพื่อกำรปฏิรูปประเทศตำมมำตรำ ๒๗๐
ของรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย
ระยะเวลาดาเนินการ ภำยในเดือนมีนำคม ๒๕๖๔
๒) ข้นั ตอนที่ ๒ ให้สำนกั งำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร จัดให้มีกลไกเพื่อทำหน้ำท่ีรับผิดชอบ
ภำรกิจช่วยเหลือประชำชนในกำรจัดทำและเสนอร่ำงกฎหมำย ตำมกฎหมำยด้วยกำรเข้ำช่ือเสนอกฎหมำย อำทิ
กำรช่วยเหลือประชำชนจัดทำร่ำงกฎหมำย กำรรับและรวบรวมหลักฐำนกำรร่วมเข้ำช่ือเสนอกฎหมำย กำรจัดรับ
ฟังควำมคิดเห็นของประชำชนและหน่วยงำนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำกกำรเสนอร่ำงกฎหมำย กำรจัดทำรำยงำน
วเิ ครำะห์ผลกระทบที่อำจเกิดขึ้นจำกกฎหมำย และกำรดำเนนิ กำรอนื่ ที่เกีย่ วข้องกบั กำรเขำ้ ชื่อเสนอกฎหมำย
ระยะเวลาดาเนินการ ภำยในเดอื นธันวำคม ๒๕๖๔
๓-๙
๗๔
๒.๕ กิจกรรมปฏิรูปท่ี ๕ จัดทาประมวลกฎหมายเพ่ือรวบรวมกฎหมายเร่ืองเดียวกันไว้ด้วยกัน
เพ่อื ความสะดวกในการใช้งาน
โดยท่ีรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย มำตรำ ๗๗ กำหนดให้รัฐดำเนินกำรให้ประชำชนเข้ำถึง
ตัวบทกฎหมำยตำ่ ง ๆ ไดโ้ ดยสะดวกและสำมำรถเข้ำใจกฎหมำยได้ง่ำยเพ่ือปฏิบัติตำมได้อย่ำงถูกต้อง ประกอบกับ
แผนปฏิรูปประเทศ เร่ืองและประเด็นปฏิรูปท่ี ๗ มีกลไกให้ประชำชนเข้ำถึงกฎหมำยโดยสะดวกและเข้ำใจ
กฎหมำยได้ง่ำย รวมท้ังพัฒนำระบบฐำนข้อมูลของกฎหมำย คำพิพำกษำ คำวินิจฉัย หรือกำรตีควำมกฎหมำย
ให้ประชำชนเข้ำถึงได้โดยสะดวก ได้กำหนดให้มีกำรจัดทำประมวลกฎหมำยเพื่อรวบรวมกฎหมำยเรื่องเดียวกัน
ไว้ด้วยกัน เพื่อควำมสะดวกในกำรใช้งำน ท้ังน้ี เพื่อให้ประชำชนสำมำรถเข้ำถึงกฎหมำยได้โดยสะดวกและเข้ำใจ
เน้ือหำสำระของกฎหมำยได้โดยง่ำย ซึ่งในกำรดำเนินกำรดังกล่ำว จำเป็นต้องมีกฎหมำยเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์
วิธกี ำร และแนวทำงในกำรจัดทำประมวลกฎหมำยและกฎดังกล่ำว ข้ันตอนต่ำง ๆ ในกำรดำเนินกำร รวมถึงกลไก
ในกำรขับเคล่อื นกำรจดั ทำประมวลกฎหมำยดังกล่ำว
๒.๕.๑ เป้าหมายและตัวชี้วดั ของกจิ กรรมปฏริ ูป
๑) เป้าหมาย ประชำชนสำมำรถเขำ้ ถึงกฎหมำยไดโ้ ดยสะดวกและสำมำรถเข้ำใจเน้ือหำของ
กฎหมำยไดโ้ ดยงำ่ ย
๒) ตัวชี้วัด
๒.๑) ร่ำงกฎหมำยว่ำด้วยกำรจัดทำประมวลกฎหมำยและกฎเพื่อให้ประชำชนเข้ำถึง
ไดโ้ ดยสะดวก มีผลบังคับใช้เปน็ กฎหมำย
๒.๒) มีกำรกำหนดแผนงำนหรือโครงกำรในกำรจัดทำประมวลกฎหมำยและกฎ ไม่น้อย
กว่ำสองเรอื่ งต่อปี
๒.๕.๒ หนว่ ยงานผ้รู ับผิดชอบหลัก
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎกี ำ
๒.๕.๓ ระยะเวลาดาเนนิ การรวม
ภำยในปี ๒๕๖๕
๒.๕.๔ ประมาณการวงเงินรวม และแหลง่ ท่ีมาของเงิน
งบประมำณตำมปกตขิ องหน่วยงำน
๒.๕.๕ ข้ันตอนและวิธกี ารการดาเนินการปฏริ ปู
สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ จะเป็นหน่วยงำนผู้รับผิดชอบหลักในกำรทำงำนร่วมกับ
หนว่ ยงำนอืน่ ท่เี กี่ยวข้อง ในกำรดำเนินกำร ดงั น้ี
๑) ข้ันตอนท่ี ๑ เสนอร่ำงกฎหมำยว่ำด้วยกำรจัดทำประมวลกฎหมำยและกฎเพ่ือให้
ประชำชนเข้ำถึงไดโ้ ดยสะดวกตอ่ คณะรัฐมนตรีเพ่ือพจิ ำรณำเปน็ เร่ืองเร่งด่วน
ระยะเวลาดาเนนิ การ ภำยในเดอื นพฤศจิกำยน ๒๕๖๓
๒) ข้ันตอนที่ ๒ เสนอร่ำงกฎหมำยว่ำด้วยกำรจัดทำประมวลกฎหมำยและกฎเพ่ือให้
ประชำชนเข้ำถึงได้โดยสะดวกต่อรัฐสภำเพ่ือพิจำรณำเป็นเรื่องเร่งด่วนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยให้ถือเป็น
กฎหมำยเพอ่ื กำรปฏริ ูปตำมมำตรำ ๒๗๐ ของรฐั ธรรมนูญแห่งรำชอำณำจกั รไทย
ระยะเวลาดาเนินการ ภำยในเดือนมีนำคม ๒๕๖๔
๓-๑๐
๗๕
๓) ข้ันตอนที่ ๓ เมื่อกฎหมำยว่ำด้วยกำรจัดทำประมวลกฎหมำยและกฎเพ่ือให้ประชำชน
เข้ำถึงได้โดยสะดวกมีผลบังคับใช้ ให้คณะกรรมกำรนโยบำยกำรจัดทำประมวลกฎหมำยและกฎ จัดทำแผนงำน
หรือโครงกำรเก่ียวกับกำรรวบรวมกฎหมำยและกำรจัดทำประมวลกฎหมำยและกฎ เสนอคณะรัฐมนตรีให้ควำม
เหน็ ชอบ และพิจำรณำแต่งตง้ั คณะกรรมกำรหรือคณะอนุกรรมกำรเพ่ือรับผิดชอบในกำรรวบรวมกฎหมำยและกฎ
และจัดทำประมวลกฎหมำยที่สำคัญเพ่ือเป็นตัวอย่ำงในกำรดำเนินกำรโดยให้พิจำรณำจัดทำประมวลกฎหมำย
ในเรือ่ งที่มีผลกระทบต่อกำรดำรงชวี ติ และกำรประกอบอำชีพของประชำชนเป็นลำดับแรก
ระยะเวลาดาเนินการ ภำยใน ๖ เดือน นบั แต่วนั ท่กี ฎหมำยดงั กลำ่ วมผี ลใชบ้ งั คับ
๓-๑๑
๗๖
สว่ นท่ี ๓ ข้อเสนอในการมีหรือแก้ไขปรับปรงุ กฎหมาย (เรยี งลาดับความสาคัญ)
๓.๑ ร่างกฎหมายวา่ ด้วยการปรบั เปน็ พนิ ยั
สาระสาคัญโดยสังเขป มีหลักกำรและสำระสำคัญในกำรกำหนดหลักเกณฑ์กำรพิจำรณำกรณีท่ีถือ
เปน็ ควำมผดิ ทำงพนิ ัย โดยพิจำรณำลกั ษณะของกำรกระทำควำมผิดทีเ่ ป็นกำรฝ่ำฝืนหรอื ไม่ปฏิบัติตำมกฎหมำย
อันไมใ่ ชก่ รณีร้ำยแรงซึ่งไมส่ มควรกำหนดให้มโี ทษทำงอำญำ และให้นำวธิ ีกำรปรับเปน็ พนิ ัยมำใช้บงั คับแทน
๓.๒ รา่ งกฎหมายวา่ ด้วยการจัดทาประมวลกฎหมายและกฎเพ่ือให้ประชาชนเข้าถึงไดโ้ ดยสะดวก
สาระสาคัญโดยสังเขป มีหลักกำรและสำระสำคัญในกำรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีกำร และแนวทำงใน
กำรจัดทำประมวลกฎหมำยและกฎ เพ่ือรวบรวมกฎหมำยและกฎ รวมถึงอนุบัญญัติต่ำง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องมำไว้ใน
ทเ่ี ดยี วกันเพอื่ ประโยชนใ์ นกำรเขำ้ ถงึ ตวั บทกฎหมำย
๓.๓ ร่างกฎหมายวา่ ด้วยการเขา้ ช่ือเสนอกฎหมาย
สาระสาคัญโดยสังเขป มีหลักกำรและสำระสำคัญในกำรกำหนดข้ันตอนและวิธีกำรเข้ำชื่อเสนอ
กฎหมำย รวมถึงกำหนดให้กลไกหรือหน่วยงำนซึ่งทำหน้ำท่ีโดยตรงในกำรให้ควำมช่วยเหลือประชำชน
ทัง้ ในกำรจัดทำร่ำงกฎหมำย กำรรับและกำรรวบรวมหลักฐำนกำรร่วมเข้ำชือ่ และกำรเสนอร่ำงกฎหมำย
๓.๔ รา่ งกฎหมายวา่ ด้วยการอานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ (ฉบับที่ ..)
สาระสาคัญโดยสังเขป มีหลักกำรและสำระสำคัญในเพ่ือปรับปรุงพระรำชบัญญัติกำรอำนวยควำม
สะดวกในกำรพิจำรณำอนุญำตของทำงรำชกำร พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อลดข้ันตอนกำรอนุญำตท่ีไม่จำเป็น และปรับปรุง
ระบบและข้ันตอนกำรอนุญำตให้สะดวกและทันสมัยยิ่งขึ้น ตลอดจนกำหนดให้หน่วยงำนของรัฐ
ต้องเสนอแนวทำงในกำรลดข้ันตอนกำรอนุญำตที่ไม่จำเป็นโดยจะต้องนำมำพิจำรณำเป็นตัวชี้วัดในกำรประเมิน
ประสทิ ธภิ ำพกำรให้บริกำรของหนว่ ยงำนนั้นดว้ ย
๓.๕ ร่างกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินตกค้างท่ีอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐ
และเอกชน
สาระสาคัญโดยสังเขป มีหลักกำรและสำระสำคัญในกำรกำหนดให้เงินหรือทรัพย์สิน
ของประชำชนที่ตกค้ำงอยู่ในควำมครอบครองของหน่วยงำนของรัฐและบริษัทเอกชน และไม่มีผู้มำใช้สิทธิ
เรียกร้อง มำใช้เพื่อประโยชน์ในกำรสนับสนุนกำรดำเนินกำรเพ่ือลดควำมเหลื่อมล้ำทำงสังคม โดยกำหนดให้
นำเขำ้ กองทุนสนบั สนนุ กำรลดควำมเหลอื่ มลำ้ เพือ่ มำใชล้ ดควำมเหล่ือมลำ้ ทำงเศรษฐกิจ
๓-๑๒
๗๗
แผนการปฏิรูปประเทศ
ด้านกระบวนการยุติธรรม
(ฉบบั ปรบั ปรุง)
คณะกรรมการปฏริ ูปประเทศดา้ นกระบวนการยุตธิ รรม
๗๘
สารบัญสาระสาคัญของแผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นกระบวนการยตุ ธิ รรม
หน้า
สว่ นท่ี ๑ บทนา ๔-๑
๑.๑ ความสอดคลอ้ งกบั แผนยทุ ธศาสตร์ชาตแิ ละแผนแมบ่ ทภายใตย้ ุทธศาสตรช์ าติ ๔-๑
๑.๑.๑ ความสอดคล้องของการปฏริ ูปดา้ นกระบวนการยุตธิ รรม ๔-๑
กบั ยุทธศาสตร์ชาติ ๔-๑
๔-๒
๑.๑.๒ ความสอดคล้องของการปฏริ ูปด้านกระบวนการยตุ ธิ รรม
กับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตรช์ าติ
๑.๒ ผลอนั พึงประสงค์ ผลสัมฤทธท์ิ ี่คาดวา่ จะเกดิ ขน้ึ คา่ เปา้ หมายและตัวช้ีวดั
สว่ นที่ ๒ กจิ กรรมปฏิรปู ทจี่ ะส่งผลให้เกดิ การเปลี่ยนแปลงตอ่ ประชาชนอย่างมนี ยั สาคญั ๔-๓
๒.๑ กจิ กรรมปฏิรปู ที่ ๑ การให้ประชาชนสามารถตดิ ตามความคบื หน้า ๔-๓
ข้นั ตอนการดาเนินงานต่างๆ ในกระบวนการยุตธิ รรม
๒.๒ กิจกรรมปฏริ ูปที่ ๒ การรับแจ้งความร้องทุกขต์ า่ งท้องท่ี ๔-๕
๒.๓ กจิ กรรมปฏริ ปู ที่ ๓ การจัดหาทนายความอาสาประจาสถานีตารวจ ๔-๖
ใหค้ รบทกุ สถานีท่ัวประเทศ
๒.๔ กิจกรรมปฏริ ปู ที่ ๔ ปฏริ ปู ระบบการปล่อยชั่วคราว ๔-๗
๒.๕ กิจกรรมปฏริ ปู ท่ี ๕ การบนั ทึกภาพและเสียงในการตรวจคน้ จับกุม สอบสวน ๔-๘
และการสอบปากคาในการสอบสวน
ส่วนท่ี ๓ ข้อเสนอในการมหี รอื แกไ้ ขปรับปรงุ กฎหมาย ๔-๙