“เก่ียวกับรายงานฉบับนี้ สารบญั
กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา ได้เข้าสู่ปีท่ี 15
l ประวัติกระทรวงการท่องเทย่ี วและกีฬา………………..............................16
ในปี พ.ศ. 2560 ไดข้ บั เคลอื่ นการพฒั นาการทอ่ งเทย่ี ว
l ตราสัญลักษณ์กระทรวงการท่องเทย่ี วและกีฬา.....................................17
และกีฬาของประเทศ โดยพัฒนาทั้งในเชิงพื้นท
่ี l วิสยั ทศั น์ พนั ธกจิ ยทุ ธศาสตรก์ ระทรวงการทอ่ งเทยี่ วและกฬี า.................17
และส่งเสริมกิจกรรมการท่องเท่ียวที่มีศักยภาพ
l คา่ นยิ มขององค์กร.................................................................................18
ของประเทศ ตลอดจนพฒั นาทกั ษะดา้ นดจิ ทิ ลั สำหรบั
โครงสรา้ งกระทรวงการท่องเท่ียวและกฬี า
ขา้ ราชการและบคุ ลากรภาครฐั เพอื่ กา้ วไปสปู่ ระเทศไทย
โครงสรา้ งการบรหิ ารกระทรวงการท่องเทย่ี วและกีฬา................................22
4.0 ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ 20 ปี และแผนพฒั นา อัตรากำลังกระทรวงการทอ่ งเทยี่ วและกีฬา….............................................23
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12
สรปุ งบประมาณรายจา่ ยกระทรวงการทอ่ งเทย่ี วและกีฬา...........................25
ซึ่งในปี พ.ศ. 2560 ทผี่ า่ นมากระทรวงการทอ่ งเทย่ี วและกฬี า
นโยบายและยุทธศาสตร
์
ได้พัฒนาฐานข้อมูล การท่องเท่ียว (Tourism แผนพฒั นาการทอ่ งเท่ียวแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 2 ...............................................37
Intelligence Center: TIC) เพื่อยกระดับ แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 6 .......................................................38
กระบวนการทำงาน และการให้บริการข้อมูล
ยทุ ธศาสตรก์ ระทรวงการท่องเท่ยี วและกีฬา….............................................39
ดา้ นการทอ่ งเทยี่ ว สนบั สนนุ การออกกำลงั กาย สง่ เสรมิ
ผลการดำเนนิ งานทีส่ ำคัญ
บุคลากรด้านกีฬา และดำเนินมาตรการสร้าง
ผลการดำเนนิ งานด้านการท่องเทีย่ ว............................................................43
ความเชื่อม่ันด้านความปลอดภัยและการช่วยเหลือ ผลการดำเนินงานดา้ นการกฬี า...................................................................119
นกั ทอ่ งเทย่ี วในสถานทที่ อ่ งเทยี่ วสำคญั ตา่ งๆ เสรมิ สรา้ ง
ประมวลภาพผลการดำเนนิ งานประจำปีงบประมาณ 2560.......................169
การมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน สถานทตี่ ัง้
โดยคำนึงถึงศักยภาพของตนเอง และสร้างสมดุล
สถานที่ตงั้ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการทอ่ งเท่ยี วและกีฬา....................182
ของเศรษฐกิจ ชุมชนและวัฒนธรรมเพ่ือประโยชน์
สถานท่ีตัง้ สำนักงานการทอ่ งเทีย่ วและกีฬาจังหวดั .....................................185
แกป่ ระเทศชาติ นอกจากน้ี ในปี พ.ศ. 2560 กระทรวง
การทอ่ งเทยี่ วและกฬี าไดป้ ระกาศแผนพฒั นาการกฬี า
แห่งชาติ ฉบับที่ 6 (2560 – 2564) และ
แผนพฒั นาการทอ่ งเทยี่ วแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 2 (2560 - 2564)
เ พ่ื อ ใ ช้ เ ป็ น ก ร อ บ แ น ว ท า ง ก า ร พั ฒ น า ก า ร กี ฬ า
”และการทอ่ งเทยี่ วให้มีคณุ ภาพมากยงิ่ ขนึ้
กระทรวงการท่องเท่ยี วและกฬี า
กันยายน 2560
“เก่ียวกับรายงานฉบับนี้ สารบญั
กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา ได้เข้าสู่ปีท่ี 15
l ประวัติกระทรวงการท่องเทย่ี วและกีฬา………………..............................16
ในปี พ.ศ. 2560 ไดข้ บั เคลอื่ นการพฒั นาการทอ่ งเทย่ี ว
l ตราสัญลักษณ์กระทรวงการท่องเทย่ี วและกีฬา.....................................17
และกีฬาของประเทศ โดยพัฒนาทั้งในเชิงพื้นท
่ี l วิสยั ทศั น์ พนั ธกจิ ยทุ ธศาสตรก์ ระทรวงการทอ่ งเทยี่ วและกฬี า.................17
และส่งเสริมกิจกรรมการท่องเท่ียวที่มีศักยภาพ
l คา่ นยิ มขององค์กร.................................................................................18
ของประเทศ ตลอดจนพฒั นาทกั ษะดา้ นดจิ ทิ ลั สำหรบั
โครงสรา้ งกระทรวงการท่องเท่ียวและกฬี า
ขา้ ราชการและบคุ ลากรภาครฐั เพอื่ กา้ วไปสปู่ ระเทศไทย
โครงสรา้ งการบรหิ ารกระทรวงการท่องเทย่ี วและกีฬา................................22
4.0 ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ 20 ปี และแผนพฒั นา อัตรากำลังกระทรวงการทอ่ งเทยี่ วและกีฬา….............................................23
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12
สรปุ งบประมาณรายจา่ ยกระทรวงการทอ่ งเทย่ี วและกีฬา...........................25
ซึ่งในปี พ.ศ. 2560 ทผี่ า่ นมากระทรวงการทอ่ งเทย่ี วและกฬี า
นโยบายและยุทธศาสตร
์
ได้พัฒนาฐานข้อมูล การท่องเท่ียว (Tourism แผนพฒั นาการทอ่ งเท่ียวแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 2 ...............................................37
Intelligence Center: TIC) เพื่อยกระดับ แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 6 .......................................................38
กระบวนการทำงาน และการให้บริการข้อมูล
ยทุ ธศาสตรก์ ระทรวงการท่องเท่ยี วและกีฬา….............................................39
ดา้ นการทอ่ งเทยี่ ว สนบั สนนุ การออกกำลงั กาย สง่ เสรมิ
ผลการดำเนนิ งานทีส่ ำคัญ
บุคลากรด้านกีฬา และดำเนินมาตรการสร้าง
ผลการดำเนนิ งานด้านการท่องเทีย่ ว............................................................43
ความเชื่อม่ันด้านความปลอดภัยและการช่วยเหลือ ผลการดำเนินงานดา้ นการกฬี า...................................................................119
นกั ทอ่ งเทย่ี วในสถานทที่ อ่ งเทยี่ วสำคญั ตา่ งๆ เสรมิ สรา้ ง
ประมวลภาพผลการดำเนนิ งานประจำปีงบประมาณ 2560.......................169
การมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน สถานทตี่ ัง้
โดยคำนึงถึงศักยภาพของตนเอง และสร้างสมดุล
สถานที่ตงั้ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการทอ่ งเท่ยี วและกีฬา....................182
ของเศรษฐกิจ ชุมชนและวัฒนธรรมเพ่ือประโยชน์
สถานท่ีตัง้ สำนักงานการทอ่ งเทีย่ วและกีฬาจังหวดั .....................................185
แกป่ ระเทศชาติ นอกจากน้ี ในปี พ.ศ. 2560 กระทรวง
การทอ่ งเทยี่ วและกฬี าไดป้ ระกาศแผนพฒั นาการกฬี า
แห่งชาติ ฉบับที่ 6 (2560 – 2564) และ
แผนพฒั นาการทอ่ งเทยี่ วแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 2 (2560 - 2564)
เ พ่ื อ ใ ช้ เ ป็ น ก ร อ บ แ น ว ท า ง ก า ร พั ฒ น า ก า ร กี ฬ า
”และการทอ่ งเทยี่ วให้มีคณุ ภาพมากยงิ่ ขนึ้
กระทรวงการท่องเท่ยี วและกฬี า
กันยายน 2560
ศาสตรข์ องพระราชาสูก่ ารพัฒนาที่ย่งั ยืน
Sufficiency for Sustainability
23 หลักการทรงงาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว ในหลวง รัชกาลท่ี 9
ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ท่ีนอกจาก
จะทรงด้วยทศพิธราชธรรมแล้ว ทรงยังเป็นพระราชา ที่เป็นแบบอย่าง
ในการดำเนินชีวิต และการทำงานแก่พสกนิกรของพระองค์
และนานาประเทศอกี ดว้ ย ผคู้ นตา่ งประจกั ษถ์ งึ พระอจั ฉรยิ ภาพของพระองค์
และมีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาท่ีสุดมิได้
ซ่งึ แนวคดิ หรือหลกั การทรงงานของในหลวงรชั กาลท่ี 9 มีความนา่ สนใจ
ที่สมควรนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตการทำงานเป็นอย่างยิ่ง หากท่านใด
ต้องการปฏิบัติตามรอยเบ้ืองพระยุคลบาท ท่านสามารถนำหลักการ
ทรงงานของพระองคไ์ ปปรบั ใช้ให้เกดิ ประโยชน์ได้ ดังนี้
จะทำอะไรตอ้ งศึกษาขอ้ มูลให้เปน็ ระบบ
ทรงศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบ
จากขอ้ มลู เบอ้ื งตน้ ทงั้ เอกสาร แผนท่ี สอบถามจากเจา้ หนา้ ท่ี
นักวิชาการ และราษฎรในพื้นท่ีให้ได้รายละเอียดท่ีถูกต้อง
เพ่ือนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ได้จริงอย่างถูกต้อง
รวดเร็ว และตรงตามเปา้ หมาย
ระเบิดจากภายใน
จะทำการใดๆ ต้องเร่ิมจากคนท่ีเกี่ยวข้อง
เสียก่อน ต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ให้เกิดความ
เขา้ ใจและอยากทำ ไมใ่ ชก่ ารสง่ั ใหท้ ำ คนไมเ่ ขา้ ใจ กอ็ าจจะ
ไม่ทำก็เป็นได้ ในการทำงานน้ันอาจจะต้องคุยหรือประชุม
กับลูกน้อง เพ่ือนร่วมงาน หรือคนในทีมเสียก่อน
เพ่อื ใหท้ ราบถึงเปา้ หมายและวิธกี ารตอ่ ไป
แกป้ ญั หาจากจุดเลก็
ควรมองปัญหาภาพรวมก่อนเสมอ แต่เมื่อ
จะลงมือแก้ปัญหาน้ัน ควรมองในสิ่งท่ีคนมักจะมองข้าม
แล้วเร่ิมแก้ปัญหาจากจุดเล็กๆ เสียก่อน เม่ือสำเร็จแล้ว
จงึ คอ่ ยๆ ขยบั ขยายแกไ้ ปเรอ่ื ยๆ ทลี ะจดุ เราสามารถ เอามา
ประยุกต์ใช้กับการทำงานได้ โดยมองไปที่เป้าหมายใหญ่
ของงานแต่ละชิ้น แล้วเริ่มลงมือทำจากจุดเล็กๆก่อน
คอ่ ยๆ ทำ ค่อยๆ แกไ้ ปทีละจุด งานแตล่ ะชิ้นก็จะลลุ ว่ งไป
ได้ตามเป้าหมายที่วางไว ้ “ถ้าปวดหัวคิดอะไรไม่ออก
ก็ต้องแก้ไขการปวดหัวน้ีก่อน มันไม่ได้แก้อาการจริง
แต่ต้องแก้ปัญหาที่ทำให้เราปวดหัวให้ได้เสียก่อน
เพอื่ จะให้อยูใ่ นสภาพทด่ี ีได้…”
“ดอกไม้พืน้ บา้ นกบั ในหลวงรชั กาลที่ 9
...ของที่ลกู ให้มีค่าในสายตา “พ่อ” เสมอ…”
ทำตามลำดับขั้น
เริ่มต้นจากการลงมือทำในส่ิงที่จำเป็นก่อน เม่ือสำเร็จแล้วก็เริ่มลงมือสิ่งท่ีจำเป็นลำดับต่อไป
ดว้ ยความรอบคอบ และระมดั ระวงั ถา้ ทำตามหลกั นไ้ี ดง้ านทกุ สงิ่ กจ็ ะสำเรจ็ ไดโ้ ดยงา่ ย… ในหลวงรชั กาลที่ 9 ทรงเรม่ิ ตน้
จากสงิ่ ทจ่ี ำเปน็ ทส่ี ดุ ของประชาชนเสยี กอ่ น ไดแ้ ก่ สขุ ภาพสาธารณสขุ จากนน้ั จงึ เปน็ เรอื่ งสาธารณปู โภคขน้ั พนื้ ฐาน
และส่ิงจำเป็นในการประกอบอาชีพ อาทิ ถนน แหล่งน้ำเพ่ือการเกษตร การอุปโภคบริโภค เน้นการปรับใช
้
ภูมิปัญญาท้องถ่ินที่ราษฎรสามารถนำไปปฏิบัติได้ และเกิดประโยชน์สูงสุด “การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำ
ตามลำดับข้ัน ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมี พอกิน พอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน
ใช้วิธีการและอุปกรณ์ท่ีประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อได้พ้ืนฐานที่มั่นคงพร้อมพอสมควร
สามารถปฏิบัติได้แล้วจึงค่อยสร้างเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นท่ีสูงขึ้นโดยลำดับต่อไป…”
พระบรมราโชวาทของในหลวงรชั กาลที่ 9 เม่ือวันท่ี 18 กรกฎาคม 2517
ภูมิสังคม ภูมศิ าสตร์ สงั คมศาสตร์
การพัฒนาใดๆ ต้องคำนึงถึงสภาพภูมิประเทศของบริเวณนั้นว่าเป็นอย่างไร และสังคมวิทยาเก่ียวกับ
ลักษณะนิสัยใจคอคน ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีในแต่ละท้องถิ่นท่ีมีความแตกต่างกัน “การพัฒนาจะต้อง
เปน็ ไปตามภมู ปิ ระเทศทางภมู ศิ าสตรแ์ ละภมู ปิ ระเทศทางสงั คมศาสตร์ ในสงั คมวทิ ยา คอื นสิ ยั ใจคอของคนเรา
จะไปบังคับให้คนอื่นคิดอย่างอ่ืนไม่ได้ เราต้องแนะนำ เข้าไปดูว่าเขาต้องการอะไรจริงๆ แล้วก็อธิบาย
ให้เขาเข้าใจหลักการของการพฒั นานกี้ ็จะเกดิ ประโยชนอ์ ย่างยงิ่ ”
ทำงานแบบองค์รวม
ใชว้ ธิ คี ดิ เพอ่ื การทำงาน โดยวธิ คี ดิ อยา่ งองคร์ วม
คือ การมองส่ิงต่างๆ ที่เกิดอย่างเป็นระบบครบวงจร
ทุกส่ิงทุกอย่างมีมิติเชื่อมต่อกัน มองสิ่งที่เกิดข้ึน
และแนวทางแกไ้ ขอย่างเช่อื มโยง
ไม่ติดตำรา
เม่ื อ เร า จ ะ ท ำ ก า ร ใ ด นั้ น ค ว ร ท ำ ง า น
อยา่ งยดื หยนุ่ กบั สภาพและสถานการณน์ น้ั ๆ ไมใ่ ชก่ ารยดึ ตดิ
อยู่กับแค่ในตำราวิชาการ เพราะบางที่ความรู้ท่วมหัว
เอาตัวไม่รอด บางคร้ังเรายึดติดทฤษฎีมากจนเกินไป
จนทำอะไรไม่ได้เลย สิ่งที่เราทำบางคร้ังต้องโอบอ้อม
ต่อสภาพธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม สังคม และจติ วิทยาด้วย
รูจ้ ักประหยดั
เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุดในการพัฒนา
และช่วยเหลือราษฎร ในหลวงรัชกาลท่ี 9 ทรงใช
้
หลักในการแก้ปัญหาด้วยความเรียบง่ายและประหยัด
ราษฎรสามารถทำได้เอง หาได้ในท้องถ่ินและประยุกต
์
ใชส้ ง่ิ ทม่ี อี ยใู่ นภมู ภิ าคนน้ั มาแกไ้ ข ปรบั ปรงุ โดยไมต่ อ้ งลงทนุ สงู
หรือใช้เทคโนโลยีท่ียุ่งยากมากนัก ดังพระราชดำรัส
ตอนหนงึ่ วา่
“…ให้ปลกู ป่าโดยไมต่ ้องปลูก โดยปล่อยให้ข้นึ เอง
ตามธรรมชาติจะไดป้ ระหยดั งบประมาณ…”
ทำให้งา่ ย
ทรงคิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุงและแก้ไขงาน การพัฒนาประเทศตามแนวพระราชดำริไปได้โดยง่าย
ไม่ยุ่งยากซับซ้อนและที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนและระบบนิเวศโดยรวม
“ทำใหง้ า่ ย”
มีส่วนร่วม
ทรงเป็นนักประชาธิปไตยทรงเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับได้มาร่วม
แสดงความคิดเห็น “สำคัญท่ีสุดจะต้องหัดทำใจให้กว้างขวาง หนักแน่น รู้จักรับฟังความคิดเห็นแม้กระทั่ง
ความวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อ่ืนอย่างฉลาดน้ัน แท้จริงคือ การระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลากหลาย
มาอำนวยการปฏบิ ัตบิ ริหารงานใหป้ ระสบผลสำเร็จทีส่ มบูรณ์นัน่ เอง”
ต้องยดึ ประโยชนส์ ว่ นรวม
ในหลวงรัชกาลท่ี 9 ทรงระลึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ดังพระราชดำรัสตอนหน่ึงว่า
“…ใครตอ่ ใครบอกวา่ ขอใหเ้ สยี สละสว่ นตวั เพอื่ สว่ นรวม อนั นฟ้ี งั จนเบอื่ อาจรำคาญดว้ ยซำ้ วา่ ใครตอ่ ใครมากบ็ อกวา่
ขอให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม อาจมานึกในใจว่า ให้ๆ อยู่เรื่อยแล้วส่วนตัวจะได้อะไร ขอให้คิดว่าคนที่ให้เป็นเพ่ือ
สว่ นรวมนัน้ มิได้ใหส้ ่วนรวมแตอ่ ยา่ งเดียว เปน็ การใหเ้ พอื่ ตวั เองสามารถที่จะมสี ว่ นรว่ มทจ่ี ะอาศัยได้…
“การบริการรวม
บรกิ ารท่ีจดุ เดยี ว
ทจ่ี ดุ เดยี ว : One Stop
ทรงมพี ระราชดำรมิ ากว่า 20 ปีแล้ว ใหบ้ ริหารศนู ย์ศึกษา
Service”
การพัฒนาหลายแห่งท่ัวประเทศโดยใช้หลักการ “การบริการรวม
ท่ีจุดเดียว : One Stop Service” โดยทรงเน้นเร่ืองรู้รักสามัคค
ี
และการร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันด้วยการปรับลดช่องว่างระหว่าง
หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วข้อง
ใชธ้ รรมชาติช่วยธรรมชาติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 9 ทรงเข้าใจถึงธรรมชาติและต้องการให้ประชาชนใกล้ชิด
กบั ทรพั ยากรธรรมชาติ ทรงมองปญั หาธรรมชาตอิ ยา่ งละเอยี ด โดยหากเราตอ้ งการแกไ้ ขธรรมชาตจิ ะตอ้ งใชธ้ รรมชาต
ิ
เข้าช่วยเหลอื เราดว้ ย
ใชอ้ ธรรมปราบอธรรม
ทรงนำความจริงในเร่ืองธรรมชาติและกฎเกณฑ
์
ของธรรมชาติมาเป็นหลักการแนวทางปฏิบัติในการแก้ไขปัญหา
และปรบั ปรงุ สภาวะทไ่ี มป่ กตเิ ขา้ สรู่ ะบบทป่ี กติ เชน่ การบำบดั นำ้ เนา่ เสยี
โดยใหผ้ กั ตบชวา ซงึ่ มตี ามธรรมชาตใิ หด้ ดู ซมึ สง่ิ สกปรกปนเปอ้ื นในนำ้
ปลกู ป่าในใจคน
การจะทำการใดสำเร็จต้องปลูกจิตสำนึกของคนเสียก่อน ต้องให้เห็นคุณค่า เห็นประโยชน์กับสิง่ ที่จะทำ….
“เจ้าหน้าที่ป่าไม้ควรจะปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่าน้ันก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน
และจะรักษาต้นไม้ดว้ ยตนเอง”
ขาดทนุ คอื กำไร
หลกั การในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั รัชกาลที่ 9 ท่ีมีตอ่ พสกนกิ รไทย “การให้” และ “การเสียสละ”
เป็นการกระทำอนั มีผลเปน็ กำไร คือความอยู่ดมี ีสขุ ของราษฎร
“การให”้ และ “การเสยี สละ”
การพงึ่ พาตนเอง
การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เพื่อการแก้ไขปัญหาในเบ้ืองต้นด้วยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้มี
ความแข็งแรงพอท่ีจะดำรงชีวิตได้ต่อไป แล้วขั้นต่อไป คือ การพัฒนาให้ประชาชนสามารถอยู่ในสังคมได้ตามสภาพ
แวดลอ้ มและสามารถพ่ึงตนเองไดใ้ นที่สุด
พออยพู่ อกิน
ให้ประชาชนสามารถอยู่อย่าง “พออยู่พอกิน” ให้ได้เสียก่อน แล้วจึงค่อยขยับขยายให้มีขีดสมรรถนะ
ท่ีกา้ วหน้าต่อไป
เศรษฐกิจพอเพยี ง
เปน็ ปรัชญาท่ใี นหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานพระราชดำรสั ช้ีแนะแนวทางการดำเนนิ ชีวิตใหด้ ำเนนิ ไปบน
“ทางสายกลาง” เพ่ือให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์
และการเปลย่ี นแปลงตา่ งๆ ซ่งึ ปรชั ญานี้สามารถนำไปประยกุ ตใ์ ชไ้ ดท้ ้ังระดบั บุคคล องค์กร และชมุ ชน
ความซือ่ สตั ย์สุจรติ จรงิ ใจตอ่ กัน
ผู้ท่ีมีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อย ก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้ท่
ี
มีความรมู้ าก แตไ่ มม่ คี วามสจุ ริต ไม่มีความบรสิ ุทธใ์ิ จ
ทำงานอยา่ งมคี วามสขุ
ทำงานต้องมีความสุขด้วย ถ้าเราทำอย่างไม่มีความสุขเราจะแพ้ แต่ถ้าเรามีความสุขเราจะชนะ
สนุกกับการทำงานเพียงเท่าน้ัน ถือว่าเราชนะแล้ว หรือจะทำงานโดยคำนึงถึงความสุขที่เกิดจากการได้ทำประโยชน์
ให้กบั ผ้อู น่ื ก็สามารถทำได้
“…ทำงานกบั ฉัน ฉนั ไมม่ อี ะไรจะให้ นอกจาก
การมีความสุขรว่ มกนั ในการทำประโยชน์ใหก้ ับผอู้ ืน่ …”
ความเพียร
การเริ่มต้นทำงานหรือทำสิ่งใดนั้นอาจจะไม่ได้มีความพร้อม ต้องอาศัยความอดทนและความมุ่งมั่น
ดงั เชน่ พระราชนพิ นธ์ “พระมหาชนก” กษตั รยิ ผ์ เู้ พยี รพยายามแมจ้ ะไมเ่ หน็ ฝง่ั กจ็ ะวา่ ยนำ้ ตอ่ ไป เพราะถา้ ไมเ่ พยี รวา่ ย
ก็จะตกเปน็ อาหารปู ปลาและไม่ไดพ้ บกบั เทวดาที่ช่วยเหลอื มใิ หจ้ มนำ้
รู้ รัก สามัคคี
l รู้ คือ รปู้ ญั หาและรูว้ ธิ ีแก้ปัญหานน้ั
l รัก คอื เม่ือเรารถู้ ึงปญั หาและวธิ ีแกแ้ ล้ว
เราต้องมีความรัก ท่จี ะลงมือทำ ลงมอื
แกไ้ ขปญั หาน้ัน
l สามคั คี คอื การแก้ไขปญั หาต่างๆ
ไมส่ ามารถลงมือทำคนเดียวได้ ต้องอาศยั
ความรว่ มมอื ร่วมใจกนั
Annual report 2017
Ministry of Tourism and Sports
สบื สานพระราชปณธิ านโดยรัชกาลท่ี 10
“ตลอดระยะเวลา 70 ปี ได้ทรงมีพระมหากรุณาธคิ ณุ
ไดท้ รงปฏบิ ตั มิ ามาก และหลายอยา่ งไดพ้ ระราชทานพระราชดำริ
และพระราชทานแนวทางไว้ ก็ขอฝากให้ทา่ นได้ศึกษาพระราชดำริ
ศกึ ษาวเิ คราะหพ์ ระราชปณธิ าน และศกึ ษาพระราชกรณยี กจิ ต่างๆ ท่ที รงปฏบิ ตั มิ า
อนั น้จี ะเป็นสง่ิ ทีท่ ำใหเ้ ป็นศริ ิมงคลและเป็นยงิ่ กับพระท่ีคุม้ ครองพวกเรา
การปฏบิ ตั ติ ามหรอื การระลกึ ถงึ พระมหากรณุ าธคิ ณุ ระลกึ ถงึ พระราชดำริ หรอื พระราชปณธิ าน
ของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช นี้
จะเปน็ พระ เปน็ แสงสว่างท่ีคุ้มครองหรอื แนะนำพวกเราตอ่ ไป”
พระราชดำรัสสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั มหาวชิราลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู
ในโอกาสนายกรัฐมนตรี นำคณะรฐั มนตรที ่ีทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งใหม่ เข้าเฝา้ ฯ ถวายสตั ย์ปฎิญาณก่อนเขา้ รบั หน้าที่
ณ พระที่นงั่ อมั พรสถาน พระราชวงั ดุสติ
19 ธนั วาคม 2559
12
w w w . m o t s . g o . t h
กระทรวงการทอ่ งเทีย่ วและกฬี ารว่ มสำนกึ ในพระมหากรณุ าธิคณุ
“5 ธนั วาคม 2559” เนอ่ื งในวนั คลา้ ยวนั พระราชสมภพ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย
นายอาคม เตมิ พทิ ยาไพสฐิ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงคมนาคม, นายยทุ ธศกั ด์ิ สภุ สร ผวู้ า่ การการทอ่ งเทย่ี วแหง่ ประเทศไทย,
นายชาตชิ าย อทุ ยั พนั ธ ์ ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั สมทุ รปราการ พรอ้ มดว้ ยดารา นกั รอ้ ง นกั แสดง ประชาชนและสื่อมวลชน
เขา้ ร่วมงาน “รว่ มสำนึกในพระมหากรณุ าธคิ ุณ 5 ธันวาคม 2559” เนอ่ื งในวนั คลา้ ยวนั พระราชสมภพ พระบาทสมเดจ็
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยม ี พล.อ.ธนะศักด์ิ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธ
ี
ณ บนสะพานภมู พิ ล 1 กรงุ เทพมหานคร - สมทุ รปราการ เพอื่ สำนกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทร
มหาภมู พิ ล อดลุ ยเดช เน่ืองในวนั คล้ายวันเฉลมิ พระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2559 มีประชาชนมารว่ มงานจำนวนมาก
โดยผู้เข้าร่วมงานได้ยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นเวลา
89 วนิ าที จากนนั้ รว่ มรอ้ งเพลงพระราชนพิ นธ ์ “ความฝนั อนั สงู สดุ ” และเพลง “สรรเสรญิ พระบารม”ี นำโดย เรอื ตรไี พศาล ลนุ เผ่
(สันติ ลุนเผ่) ศิลปินแห่งชาติ และวงออเคสตราจากกองทัพเรือ และถวายมหาสังฆทานพระสงฆ์จำนวน 999 รูป
ถวายเป็นพระราชกุศลจากน้ันผู้ร่วมงานเขียนโปสการ์ดปฏิญาณ ทำความดีเพ่ือร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ซึ่งโปสการ์ดทั้งหมดจะนำไปเข้าพิธีสวดมนต์เจริญภาวนา ก่อนส่งกลับไปตามที่อยู่ของแต่ละคนที่เขียนไว้ โดยประชาชน
ทเ่ี ขา้ รว่ มงาน 50,000 คนแรก จะไดร้ บั เขม็ กลดั ทรี่ ะลกึ รปู เลข ๙ และไดร้ บั ของทรี่ ะลกึ “ดนิ ของพอ่ สดู่ วงใจของคนไทย”
จำนวน 19,999 ชุด ดินน้ีมาจากพิธีรวมดินมหามงคลทั่วประเทศ เป็นดินที่ได้อัญเชิญมาจากโครงการในพระราชดำริ
และสถานทป่ี ฏบิ ัติพระราชกรณียกจิ ทงั้ 77 จังหวดั รวมท้ังดินมหามงคลจากวงั สระปทมุ
13
Annual report 2017
Ministry of Tourism and Sports
นทิ รรศการ
“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกับนันทนาการ”
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานในพิธีเปิด
นิทรรศการเทิดพระเกียรติ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกับนันทนาการ" โดยได้รับเกียรต
ิ
จากท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์ ประธานกรรมการมูลนิธิโทรทัศน์เฉลิมพระเกียรติผ่านดาวเทียม ผู้บริหารกระทรวง
การท่องเท่ียวและกีฬา ข้าราชการและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมงาน ณ ลานเอนกประสงค์ อาคารกีฬา นิมิบุตร
กรมพลศึกษา
การจัดกิจกรรมครั้งน้ี เป็นการร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหา
ท่ีสุดมิได้ พร้อมท้ัง เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ และเผยแพร่พระปรีชาสามารถในด้านนันทนาการของพระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ เดช อาทิ ด้านดนตรี กฬี า และศิลปะ และเพอื่ เป็นการอำนวยความสะดวกใหแ้ กป่ ระชาชน
ท่ีไม่สามารถเดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพ และฟังสวดอภิธรรมพระบรมศพ ณ พระท่ีนุ่งดุสิตมหาปราสาท
ในพระบรมมหาราชวัง โดยนิทรรศการเทดิ พระเกียรตนิ ี้ จัดขึน้ ระหว่าง วนั ท่ี 3 พฤศจิกายน 2559 - 25 มกราคม 2560
เวลา 06.00 - 22.00 น. ณ ลานเอนกประสงคอ์ าคารนมิ บิ ุตร กรมพลศกึ ษา
14
w w w . m o t s . g o . t h
นทิ รรศการ ร.9 ในหลวงในดวงใจนริ นั ดร
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ และด้วยความอาลัยยิ่งในพระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติแห่งประเทศประเทศไทย จับมือศูนย์การค้า
เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เปิดนิทรรศการศิลปกรรม “ร.9 ในหลวงในดวงใจนิรันดร” แสดงผลงานศิลปะอันทรงคุณค่า
พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ และผลงานท่ีได้แรงบันดาลใจจากพระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจ รวมถึงภาพ
เชงิ สัญลกั ษณ์ มากกวา่ 50 ผลงาน โดย 50 ศลิ ปินแหง่ ชาติและศิลปินชน้ั แนวหน้าของไทย ทจ่ี ับปลายพ่กู นั สร้างสรรค์
ด้วยหัวใจ แห่งความจงรักภักดี โดย นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
เป็นประธานในการเปดิ นิทรรศการ
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน ได้อำนวยความสะดวกให้ประชาชน
ได้ไปร่วมถวายอาลัยในจุดต่างๆ และได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชน
ในพ้ืนที่กรุงเทพมหานคร ในวันท่ี 26 ตุลาคม 2560 จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดกลาง
ณ บ้านมนังคศิลา และซุ้มดอกไม้จันทน์ขนาดใหญ่ ณ กรมพลศึกษา พร้อมทั้งได้รับความร่วมมือจากนักเรียนโรงเรียน
อสั สัมชัญ พระราม 2 และอัสสัมชัญ บางรกั มาร่วมปฏิบตั ิงานในพธิ ีถวายดอกไมจ้ ันทนใ์ นครง้ั นด้ี ว้ ย
15
Annual report 2017
Ministry of Tourism and Sports
ประวตั ิ
กระทรวงการท่องเทีย่ วและกีฬา
2 ตุลาคม พ.ศ. 2545 กำหนดให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีอำนาจหน้าท่ีเกี่ยวกับการส่งเสริมสนับสนุน
และพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเท่ียว การกีฬา การศึกษา ด้านกีฬา นันทนาการ และราชการอ่ืนตามท่ีกฎหมายกำหนด
เดมิ กระทรวงการท่องเท่ียวและกฬี า ประกอบดว้ ย สว่ นราชการภายใต้สังกดั จำนวน 4 หนว่ ยงาน คอื
1. สำนักงานรัฐมนตรี
2. สำนกั งานปลัดกระทรวง
3. สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนนั ทนาการ
4. สำนกั งานพฒั นาการทอ่ งเท่ยี ว
ต่อมากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้รับการโอนอัตรากำลัง, งบประมาณ และภารกิจจาก 2 หน่วยงาน ได้แก่
กรมพลศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ยกเว้นกองยุวกาชาดและกองการลูกเสือ) และสำนักนโยบายและแผนประชาสัมพันธ์
กรมประชาสมั พนั ธ์ สำนกั นายกรัฐมนตรี (เฉพาะงานส่งเสรมิ อตุ สาหกรรมภาพยนตร)์ ทั้งนี้ เพอื่ ใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชกฤษฎกี า
โอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545
ส่วนที่ 4 มาตรา 22 ถึงมาตรา 27 และมาตรา 28 ให้โอนอำนาจหน้าท่ีในการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ จำนวน 2 แห่ง ให้แก่
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา คือ การกีฬาแห่งประเทศไทย และการท่องเท่ียวแห่งประเทศไทย นอกจากนี้
มาตรา 29 ไดก้ ลา่ วถงึ การโอนอำนาจหนา้ ท่ี ในการดำเนนิ การเกย่ี วกบั กฎหมายมาเปน็ ของรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงการทอ่ งเทยี่ ว
และกีฬา คือ
1. พระราชบญั ญตั ิกฬี ามวย พ.ศ.2542
2. พระราชบญั ญตั ิธุรกิจนำเทยี่ วและมัคคเุ ทศก์ พ.ศ. 2535
3. พระราชบญั ญตั ิสภาอตุ สาหกรรมการท่องเทย่ี วแหง่ ประเทศไทย พ.ศ. 2544
ในปี พ.ศ. 2548 ได้มีพระราชบัญญัติก่อต้ังสถาบันการพลศึกษา ซ่ึงมาตรา 7 ได้บัญญัติให้สถาบันการพลศึกษา
มสี ถานะเปน็ นติ บิ คุ คลในกระทรวงการทอ่ งเทยี่ วและกฬี า
ตอ่ มาในวนั ท่ี 28 สงิ หาคม 2553 ไดป้ ระกาศพระราชกฤษฎกี าเปลยี่ นชอ่ื “สำนกั งานพฒั นาการกฬี าและนนั ทนาการ”
และ “สำนกั งานพฒั นาการทอ่ งเทย่ี ว”เปน็ “กรมพลศกึ ษา”และ“กรมการทอ่ งเทยี่ ว”ตามลำดบั ซ่ึงมผี ลบังคับใชม้ าจนถงึ ปัจจบุ นั
กระทรวงการท่องเทย่ี วและกีฬา ปัจจุบนั มีหนว่ ยงานในสงั กัด จำนวน 8 หน่วยงาน ประกอบด้วย
1. สำนกั งานรัฐมนตรี (สร.)
2. สำนกั งานปลดั กระทรวงการทอ่ งเที่ยวและกีฬา (สป.กก.)
3. กรมพลศึกษา (กพล.)
4. กรมการท่องเทย่ี ว (กทท.)
5. สถาบนั การพลศึกษา (สพล.)
6. การทอ่ งเทยี่ วแห่งประเทศไทย (ททท.)
7. การกฬี าแห่งประเทศไทย (กกท.)
16
w w w . m o t s . g o . t h
ตราสญั ลกั ษณ์
ประจำกระทรวงการท่องเทีย่ วและกีฬา
วสิ ยั ทศั น
์ ยทุ ธศาสตรก์ ระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา
“มุ่งพัฒนาและบูรณาการด้านการท่องเที่ยวและ ยุทธศาสตร์ท่ี 1 การพัฒนาแหล่ง สินค้า บริการ การ
การกีฬา สร้างเสริมความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและ อำนวยความสะดวกและการสร้างความสมดุลให้กับการท่อง
สังคมของประเทศ”
เท่ยี วไทยผ่านการตลาด
พันธกิจ
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและภาค
ี
เครือขา่ ยทกุ ภาคสว่ นในอตุ สาหกรรมทอ่ งเทีย่ ว
1. จัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อการ
พัฒนาการท่องเท่ียวและกีฬาที่สอดคล้องกับแนวทางการ ยุทธศาสตร์ท่ี 3 ส่งเสริมและสนับสนุนการออกกำลังกาย
พัฒนาของประเทศ
กีฬาพนื้ ฐานและกีฬามวลชน
2. กำหนดแนวทางในการจัดสรรทรัพยากรเพื่อ
ส นั บ ส นุ น ก า ร ด ำ เ นิ น ง า น ข อ ง ทุ ก ภ า ค ส่ ว น อ ย่ า ง มี ยุทธศาสตร์ท่ี 4 ส่งเสริมและสนับสนุนกีฬาเป็นเลิศและ
ประสิทธิภาพ และนำนโยบายและยุทธศาสตร์ไปสู่การ กีฬาอาชพี
ปฏบิ ตั จิ ริงอย่างได้ผล
3. พัฒนาปัจจัยสนับสนุนด้านการท่องเท่ียว ยุทธศาสตร์ที่ 5 การพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาและการ
และกีฬาที่จำเป็น ท้ังในด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม
และปัจจัยสนับสนุนอ่ืนๆ ท่ีจำเป็นอย่างครบถ้วนและได้
มาตรฐาน
ยุทธศาสตร์ท่ี 6 การบูรณาการการบริหาร การจัดการ
4. พัฒนาระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศเพ่ือ ท่องเท่ียวและกีฬาทุกระดับให้มีประสิทธิภาพ
การบริหารและเพื่อการให้บริการ ตลอดจนองค์ความรู้และ
นวัตกรรมต่างๆ ท่ีสามารถเพ่ิมมูลค่าทางเศรษฐกิจของ
อตุ สาหกรรมการท่องเทยี่ วและกีฬา
5.สร้างให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วย
งานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและกีฬาในแบบบูรณา
การร่วมกันกับทกุ ภาคสว่ นทมี่ คี วามเกีย่ วข้อง
17
Annual report 2017
Ministry of Tourism and Sports
ค่านิยมขององค์กร
Corporate Value
O
ORGANIZATION
T
TEAMWORK
การทำงานเปน็ ทีม
ศรทั ธาและภกั ดีต่อองค์กร
U
UNITY
R
ความเป็นนำ้ หนึ่งใจเดียว
RESPONSE
ตอบสนองต่อประชาชน
P
PROFESSIONAL
S
SPIRIT
ทำงานอยา่ งมอื อาชีพ
มีนำ้ ใจนกั กฬี า
R
O
OPTIMISE
มีประสิทธิภาพ
RELATIONSHIP
มีมนุษยสัมพันธท์ ีด่ ี
TRANSPARENCY
โปร่งใส ตรวจสอบได
้
18
w w w . m o t s . g o . t h
สาร
ปลัดกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา
การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเท่ียวและกีฬาของไทย เป็นภารกิจที่มีความสำคัญต่อการขับเคล่ือนเศรษฐกิจ
และสังคมของชาติให้ก้าวต่อไปด้วยความมั่นคง ย่ังยืน กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา ได้ขับเคลื่อนกลไกลการพัฒนา
การท่องเที่ยวและกีฬาในทุกมิติที่ตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาล ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ป
ี
(พ.ศ. 2560-2579) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2
(พ.ศ. 2560-2564) และแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ฉบับท่ี 6 (พ.ศ. 2560-2564) โดยในปี พ.ศ. 2560 มีจำนวนนกั ท่อง
เทย่ี ว 35,381,210 คน กอ่ ใหเ้ กิดรายไดจ้ ากการท่องเที่ยวจำนวน 1,824,042.35 ล้านบาท มรี ายไดส้ ูงสดุ เป็นอันดบั 4
ของโลก และสูงที่สุดในทวีปเอเชีย ซ่ึงกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา ได้ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (Hub)
การท่องเท่ียวในอาเซียน 6 ศูนย์กลาง ได้แก่ การท่องเท่ียวเชิงกีฬา (Sports Tourism) การท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ
(Medical & Wellness) การจัดงานแต่งงาน (Wedding & Romance) การทอ่ งเที่ยวทางนำ้ (Maritime Tourism)
การท่องเทีย่ วเชื่อมโยง (ASEAN Connect) และการท่องเทย่ี วเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) พรอ้ มท้งั สง่ เสริม
การท่องเท่ียววิถีถิ่น วิถีไทย Local Experience ประกอบด้วย 70 เส้นทางตามรอยพระบาท (Royal Project)
การท่องเท่ียวทางราง (Rail Tourism) การท่องเท่ียวเพ่ือคนทั้งมวล (Tourism for All) การท่องเที่ยวภาคค่ำ
(Night Tourism) และการจัดประชมุ สมั มนา (Mice) รวมถงึ เรง่ ขับเคลอื่ นการพฒั นาเขตพัฒนาการท่องเทีย่ วทั้ง 8 เขต
เพื่อให้มีกลไกในการขับเคล่ือนการพัฒนาการท่องเท่ียวโดยชุมชนในระดับพื้นที่ เพ่ือเป็นการกระจายรายได้จากเมือง
หลกั สู่เมืองรองและชมุ ชน
นอกจากน้ี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังได้จัดทำฐานข้อมูลด้านการท่องเท่ียว ตามนโยบาย 4.0
พัฒนาระบบฐานข้อมูล Tourism Intelligence Center : TIC เพื่อบริหารจัดการข้อมูลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
รายงานภาวะเศรษฐกิจการท่องเท่ียวท้ังในและต่างประเทศ และจัดทำเว็ปไซต์และแอพพลิเคชั่น
www.thailandtourismdirectory.go.th เพ่ือให้นักท่องเที่ยวได้เข้าถึงข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น ซ่ึงมีจำนวน
ผ้เู ขา้ ชมกวา่ ลา้ นครง้ั
สำหรับในดา้ นการสง่ เสรมิ และพฒั นากฬี า โดยในแผนพฒั นาการกฬี าแห่งชาติ ฉบบั ที่ 6 ไดก้ ำหนดเป้าหมาย
ในการเพม่ิ มลู คา่ เพม่ิ ทางเศรษฐกจิ ในการจดั การแขง่ ขนั กฬี าอาชพี ไมน่ อ้ ยกวา่ 8,000 ลา้ นบาท ในปี พ.ศ. 2560 ภาพรวม
มูลคา่ ทางเศรษฐกิจและสงั คมของการจัดกิจกรรมกีฬาเพอ่ื การอาชีพภายในประเทศ และกฬี าอาชพี นานาชาติ กอ่ ใหเ้ กิด
รายไดห้ มุนเวยี นในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ท้ังหมดทัง้ หมด 25,400 ลา้ นบาท โดยแยกเป็นการจดั กจิ กรรมกฬี าเพอ่ื
การอาชีพนานาชาติ จำนวน 4,063,71 ล้านบาท คิดเปน็ ร้อยละ 16 และกฬี าอาชีพภายในประเทศ จำนวน 21,336,17
คิดเป็นร้อยละ 84 โดยเฉพาะในกีฬาฟุตบอลอาชีพ ไทยแลนด์พรีเมียร์ลึก กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา ได้มุ่งม่ัน
พัฒนาส่งเสริมการกีฬาทุกระดับท้ังกีฬาพ้ืนฐาน กีฬามวลชนและกีฬาอาชีพ พัฒนาบุคลากรด้านการกีฬา และพัฒนา
โครงสร้างสนามกีฬาให้เพยี งพอตอ่ ความตอ้ งการของนกั กฬี า เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการเลน่ กฬี าให้มากย่งิ ข้นึ
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้บูรณาการงานท่องเท่ียวและกีฬากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ
และได้รับความร่วมมือจากท้ังภาครัฐ ภาคเอกชน จนทำให้การดำเนินภารกิจบรรลุผลเป็นอย่างดีร่วมกันตลอดมา
จึงขอขอบคุณหน่วยงานและผู้ที่เก่ียวข้องทุกท่านที่ร่วมกันสร้างสรรค์และพัฒนาการท่องเท่ียวและกีฬาของไทยให้เจริญ
รุ่งเรืองยิ่งขน้ึ สืบไป
นายพงษ์ภาณุ เศวตรนุ ทร
์
ปลัดกระทรวงการท่องเท่ียวและกฬี า
19
Annual report 2017
Ministry of Tourism and Sports
20
01
โครงสร้าง
กระทรวงการท่องเท่ยี วและกีฬา
MOTS STRUCTURE
ANNUAL REPORT 2017
Ministry of Tourism and Sports
Annual report 2017
Ministry of Tourism and Sports
โครงสร้างผังบรหิ ารกระทรวงการท่องเทย่ี วและกีฬา
สำนักงานรฐั มนตร
ี รัฐวสิ าหกจิ
การทอ่ งเทีย่ วแหง่ ประเทศไทย
การกีฬาแห่งประเทศไทย
สำนักงานปลัดกระทรวง
กรมการท่องเทยี่ ว
กรมพลศึกษา
สถาบันการพลศึกษา
1.ราชการบริหารสว่ นกลาง
1.สำนกั งานเลขานกุ ารกรม
1.สำนักงานเลขานกุ ารกรม
1.สำนกั งานอธกิ ารบด
ี
- กองตรวจสอบภายใน
2.กองกจิ การภาพยนตร์และ
2.สำนักการกฬี า
2.สถาบนั การพลศกึ ษา
- กองพัฒนาระบบบรหิ าร
วดี ที ัศน์ต่างประเทศ
3.สำนักนนั ทนาการ
วิทยาเขต 17 แหง่
- ศนู ย์ปฏิบตั กิ ารตอ่ ต้าน
3.กองทะเบียนธรุ กิจนำเทีย่ ว
4.สำนกั วทิ ยาศาสตรก์ ารกฬี า
3.โรงเรียนกีฬา 11 แห่ง
ทจุ ริต
5.สำนกั พัฒนาบคุ ลากร
4.คณะวิทยาศาสตรก์ ารกีฬา
2.กองกลาง
และมัคคุเทศก์
การพลศึกษาและการกฬี า
และสขุ ภาพ
3.กองมาตรฐานและกำกับ
4.กองพฒั นาบรกิ ารทอ่ งเทยี่ ว
6.กลมุ่ พฒั นาระบบบริหาร
5.คณะศลิ ปศาสตร์
ความปลอดภยั นกั ทอ่ งเทยี่ ว
5.กองพฒั นามาตรฐานบคุ ลากร
7.กลุ่มตรวจสอบภายใน
6.คณะศึกษาศาสตร์
4.กองยทุ ธศาสตรแ์ ละแผนงาน
8.สำนักพลศกึ ษา กีฬา และ
ดา้ นการท่องเทีย่ ว
6.กองพฒั นาแหล่งท่องเท่ยี ว
5.กองเศรษฐกิจการท่องเทย่ี ว
และกีฬา
นันทนาการภมู ิภาค
6.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ
กองบญั ชาการตำรวจทอ่ งเทยี่ ว
และการสอ่ื สาร
9.สำนกั เทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการประชาสัมพนั ธ์
7.กองการตา่ งประเทศ
10.กลมุ่ คุ้มครองจรยิ ธรรม
8.กองตรวจราชการ
11.สถาบนั อนุรักษศ์ ิลปะ
9.สำนกั งานการทอ่ งเทย่ี วและ
มวยไทย
กฬี าจงั หวดั จำนวน 76 จังหวัด
ในปี พ.ศ. 2559 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 ฉ
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร
ราชการแผน่ ดิน (ฉบบั ที่ 4) พ.ศ. 2543 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเทยี่ วและกฬี าไดอ้ อกกฎกระทรวง พ.ศ. 2559
โดยได้ปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการเพ่ือให้สอดคล้องกับภารกิจท่ีเพิ่มขึ้น และเหมาะสมกับสภาพของงานท่ีเปลี่ยนไป
อันจะทำให้การปฏิบัติภารกิจตามอำนาจหน้าที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวง
แบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา พ.ศ. 2559, กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ
กรมการท่องเท่ียว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พ.ศ. 2559 และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมพลศึกษา
กระทรวงการท่องเทย่ี วและกีฬา (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2559
22
w w w . m o t s . g o . t h
อตั รากำลงั ในภาพรวมของกระทรวงการท่องเทย่ี วและกฬี า
ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2560
ลำดับ
หน่วยงานในสังกัด
จำนวน
จำนวน
จำนวน
รวม
ขา้ ราชการ
ลกู จา้ งประจำ
พนกั งานราชการ
9
1
สำนกั งานรัฐมนตร
ี 9
-
-
441
288
2
สำนกั งานปลดั กระทรวงการทอ่ งเทย่ี วและกฬี า
343
67
31
246
1,065
3
กรมการท่องเที่ยว
152
8
128
976
611
4
กรมพลศกึ ษา
203
37
6
3,636
5
สถาบันการพลศึกษา
858
163
44
6
การท่องเท่ียวแห่งประเทศไทย
976
-
-
7
การกฬี าแห่งประเทศไทย
611
-
-
รวมทัง้ สน้ิ
3,152
275
209
อัตรากำลงั ในภาพรวมของกระทรวงการทอ่ งเที่ยวและกฬี า
ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2560
0.25%
12.13%
สำนักงานรัฐมนตรี
16.80%
7.92%
สำนักงานปลัดกระทรวง
6.77%
การท่องเท่ียวและกีฬา
26.84%
กรมการทอ่ งเที่ยว
29.29%
กรมพลศกึ ษา
23 สถาบนั การพลศกึ ษา
การท่องเท่ียวแห่งประเทศไทย
การกีฬาแห่งประเทศไทย
Annual report 2017
Ministry of Tourism and Sports
กองบญั ชาการตำรวจท่องเทีย่ ว
ลำดบั
กองบัญชาการตำรวจทอ่ งเท่ยี ว
จำนวน
หมายเหต
ุ
ทมี่ า : กองบญั ชาการตำรวจท่องเทยี่ ว
1
ผบก.
1
2
รอง ผบก.
5
3
ผกก.
7
4
รอง.ผกก
17
5
สว
47
6
รอง สว. หลกั
148
7
รอง สว. (ด.ต. 53 ปี)
178
8
ผบ.หม
ู่ 877
รวมทงั้ สน้ิ
1,280
จำนวนอัตรากำลงั กองบญั ชาการตำรวจทอ่ งเทย่ี ว
0.39%
0.55%
1.33%
0.08%
3.67%
11.56%
13.91%
68.52%
ผบก. รอง ผบก.
ผกก.
รอง ผกก. สว. รอง สว. หลัก รอง สว.(ด.ต.53ป)ี
ผบ.หมู่
24
w w w . m o t s . g o . t h
งบประมาณทไ่ี ดร้ ับตามพระราชบัญญตั ิงบประมาณรายจ่าย
ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2560 กระทรวงการทอ่ งเทยี่ วและกีฬา
งบประมาณรายจา่ ย ประจำปี พ.ศ. 2560
จำนวนรวม
รายจา่ ยประจำ
รายจ่ายลงทนุ
(หนว่ ย : ล้านบาท)
(หนว่ ย : ลา้ นบาท)
(หนว่ ย : ลา้ นบาท)
สว่ นราชการ
6,548.4529
4,841.9894
1,706.4635
สำนกั งานปลดั ประทรวงการทอ่ งเทยี่ วและกฬี า
860.9804
829.9213
31.0591
กรมการทอ่ งเท่ยี ว
1,587.2503
1,555.4443
31.8060
กรมพลศกึ ษา
1,438.9314
1,067.9994
370.9320
สถาบนั การพลศกึ ษา
2,661.2908
1,436.9978
1,224.2930
รัฐวสิ าหกจิ
9,959.7283
9,335.9332
623.7951
การทอ่ งเท่ียวแห่งประเทศไทย
7,257.0495
7,196.7322
60.3173
การกีฬาแห่งประเทศไทย
2,702.6788
2,139.2010
563.4778
รวมทงั้ สิน้
16,508.1812
14,177.9226
2,330.2586
ตารางเปรียบเทยี บงบประมาณที่ได้รบั การจัดสรรในหมวดงบรายจา่ ยประจำ
และรายจ่ายลงทนุ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ.2560
จำแนกตามหนว่ ย (หน่วย : ลา้ นบาท)
งบประมาณ ่ีทไ ้ด ัรบ (ห ่นวย : ล้านบาท)
8000.00
7000.00
6000.00
5000.00
4000.00
3000.00
2000.00
1000.00
0.00
สป.กก
กรมการท่องเทยี่ ว
กรมพลศึกษา
สถาบัน
การท่องเทีย่ ว
การกฬี า
การพลศกึ ษา
แหง่ ประเทศไทย
แห่งประเทศไทย
จำนวนรวม
860.9804
1587.2500
1438.9300
2661.2900
7257.0495
2702.6788
รายจ่ายประจำ
829.9213
1555.4400
1067.9900
1436.9900
7196.7322
2139.2010
รายจ่ายลงทนุ
31.0591
370.9320
1224.2900
60.3173
563.4778
31.860
25
Annual report 2017
Ministry of Tourism and Sports
งบประมาณตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจา่ ย
ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2560
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560
จำนวน 16,508,181,200 ล้านบาท ลดลงจากงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2559 จำนวน 464,382,400 ล้านบาท
คิดเปน็ ร้อยละ 2.81 สามารถจำแนกงบประมาณดังนี้
ประมาณรายจ่าย
ปี 2559
ปี 2560
เพ่ิม/ลด
รอ้ ยละ
จากปี 2559
ส่วนราชการ
7,136.7527
6,548.4529
รัฐวสิ าหกิจ
9,835.8109
9,959.7283
-588.2998
8.24
รวมทั้งส้ิน
16,972.5636
16,508.1812
สว่ นราชการ
123.9174
1.25
สำนักงานปลัดกระทรวงฯ
1,087.7355
860.9804
-464.3827
2.73
กรมพลศึกษา
1,411.6930
1,587.2503
กรมการทอ่ งเท่ียว
1,899.9213
1,438.9314
สถาบันการพลศึกษา
2,737.4129
2,661.2908
รฐั วิสาหกิจ
-226.7551
24.52
6,774.5022
7,257.0495
การกีฬาแห่งประเทศไทย
3,061.3087
2,702.6788
175.5573
12.43
การทอ่ งเทย่ี วแหง่ ประเทศไทย
-460.9899
24.26
-76.1221
2.78
-482.5473
7.12
-358.6299
11.71
งบประมาณ (ห ่นวย : ้ลานบาท)
10,000.0000
8,000.0000
ปี 2559
ปี 2560
7,136.7500
6,548.4529
6,000.0000
9,959.7283
4,000.0000
9,835.8100
2,000.0000
-
สว่ นราชการ
รฐั วิสาหกจิ
26
w w w . m o t s . g o . t h
27
02
นโยบายและยทุ ธศาสตร
์
POLICY AND STRATEGY
ANNUAL REPORT 2017
Ministry of Tourism and Sports
Annual report 2017
Ministry of Tourism and Sports
“
“
กระทรวงการทอ่ งเทีย่ วและกฬี า
เปน็ องค์กรหลกั ในการสง่ เสริมและพัฒนาการทอ่ งเท่ยี ว
การกฬี าและนันทนาการเพือ่ เป็นกลไกในการขบั เคลอื่ นเศรษฐกิจ
และพัฒนาสงั คมอยา่ งยั่งยืน
ทมี่ า : ยทุ ธศาสตรก์ ระทรวงการทอ่ งเทย่ี วและกฬี า ฉบับท่ี 4 (พ.ศ.2560-2564)
หลังจากการเปล่ียนแปลงการบริหารราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี พ.ศ. 2546
ทมี่ งุ่ เนน้ ใหใ้ ชว้ ธิ กี ารบรหิ ารกจิ การบา้ นเมอื งทด่ี เี พอ่ื ประโยชนส์ ขุ ของประชาชน มปี ระสทิ ธภิ าพ เกดิ ความคมุ้ คา่ ในเชงิ ภารกจิ
ของรัฐ ตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยมีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให
้
หน่วยราชการในทุกระดับต้องเพ่ิมความสำคัญในการจัดทำยุทธศาสตร์ การพัฒนาท่ีสอดคล้องกับการเปล่ียนแปลง
ทรี่ วดเรว็ หนว่ ยงานราชการตา่ ง ๆ จงึ ตอ้ งดำเนนิ การจดั ทำแผนปฏบิ ตั ริ าชการทส่ี อดคลอ้ งกบั แผนบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ
และใช้แผนปฏิบัติราชการดังกล่าว เป็นกรอบการดำเนินงานต้ังแต่การวางแผนจัดทำงบประมาณ การจัดสรรทรัพยากร
ไปจนถึงการประเมินผลการปฏิบัติราชการของหน่วยงานและบุคลากร เพ่ือให้การบริหารราชการของกระทรวง
เกดิ ผลสมั ฤทธ์ิ ตามทีม่ ่งุ หวัง สามารถตอบสนองนโยบายการบริหารประเทศของรฐั บาลและยทุ ธศาสตร์กระทรวงการทอ่ งเท่ยี ว
และกฬี า พ.ศ. 2560 - 2564 ได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผล และสอดคลอ้ งกบั แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงต้องนำนโยบายท่ีสำคัญและเกี่ยวข้อง
กับการท่องเที่ยวและกีฬามาศึกษาเพ่ือจัดทำยุทธศาสตร์สามารถตอบสนองนโยบายและขับเคลื่อนให้เกิดประสิทธิผล
ในทางปฏบิ ตั ิ โดยยดึ ทรพั ยากรมนษุ ยเ์ ปน็ ศนู ยก์ ลางของการพฒั นาใหค้ วามสำคญั กบั การสรา้ งกระบวนการอยา่ งมสี ว่ นรว่ ม
ของทุกภาคส่วนในสังคม และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของประชาชนการพัฒนาประเทศสู่ความสมดุลในทุกมิติ
อย่างบูรณาการและเป็นองคร์ วม
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว และด้านกีฬา
โดยปรับปรุงตามผลการประเมินสภาพแวดล้อม (SWOT Analysis) เพื่อช่วยให้แผนปฏิบัติราชการประจำปีดำเนินการ
ภายใต้บริบทการเปล่ียนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งสามารถติดตามประเมินผล การปฏิบัติราชการ
ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง เพ่ือให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลท่ีมุ่งเน้นการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นแหล่ง
ท่องเที่ยวคุณภาพมีมาตรฐานความปลอดภัยและมาตรฐานการบริการระดับสากล เน้นเอกลักษณ์และวัฒนธรรมไทย
ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมตลาดท่องเท่ียวเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศ เพ่ือดึงดูดนักท่องเท่ียว
และกระต้นุ การเดินทาง (สำนักเลขาธกิ ารคณะรัฐมนตรี, 2554)
กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬาได้จัดทำยุทธศาสตร์เพ่ือรองรับการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถ
ของการท่องเที่ยวและกฬี าของประเทศไทยซง่ึ มีความเชอื่ มโยงกัน ดังน
ี้
30
นโยบายและยุทธศาสต ์ร
w w w . m o t s . g o . t h
1
แผนการพัฒนาการทอ่ งเทย่ี วแห่งชาติ
“
ฉบบั ที่ 2 พ.ศ. 2560 - 2564
2
แผนการพัฒนาการกีฬาแหง่ ชาติ
ฉบบั ที่ 6 พ.ศ. 2560 - 2564
3
ยทุ ธศาสตรก์ ระทรวงการทอ่ งเทย่ี วและกีฬา
พ.ศ. 2560 - 2564
4
ยทุ ธศาสตรส์ ำนักงานปลดั กระทรวง
การท่องเท่ียวและกฬี า พ.ศ. 2560 - 2564
ประเทศไทยได้กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาการท่องเที่ยว 20 ปี และแผนพัฒนาการท่องเท่ียวแห่งชาติ
ฉบบั ท่ี 2 (พ.ศ. 2560 – 2564) ใหส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณแ์ ละกา้ วทนั การเปลยี่ นแปลงดงั กลา่ ว เพอ่ื ใหก้ ารทอ่ งเทยี่ วไทย
ยังคงบทบาทการเป็นสาขาหลักในการรักษาเสถียรภาพและขับเคล่ือนเศรษฐกิจของประเทศ การจัดทำ
แผนพฒั นาการทอ่ งเทยี่ วแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 2 (พ.ศ. 2560 – 2564) ไดค้ ำนงึ ถงึ บรบิ ทของประเทศไทยในการพฒั นาภายใต
้
กรอบการวิเคราะห์แบบองค์รวม โดยได้สำรวจความเห็นจากผู้มีส่วนเก่ียวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงข้อมูล
ทุติยภูมิจากเอกสารและงานวิจัยท่ีเกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน
และภาคประชาชน/ประชาสงั คมในสาขาการทอ่ งเทยี่ ว ตลอดจนการทำงานผา่ นกลไกการมสี ว่ นรว่ มจากผแู้ ทนของหนว่ ยงาน
ภาครฐั ทเี่ กย่ี วขอ้ งในรปู แบบ ของคณะอนกุ รรมการจดั ทำแผนพฒั นาการทอ่ งเทยี่ วแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 2 (พ.ศ. 2560 – 2564)
ภายใต้คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ และคณะทำงานพัฒนาการท่องเท่ียวภายใต้กระทรวง
การท่องเท่ียวและกีฬาเพ่ือให้ได้แผนพัฒนาการท่องเท่ียวแห่งชาติท่ีเกิดจากกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
อย่างแทจ้ รงิ
“
ประเทศไทยเปน็ แหล่งทอ่ งเทยี่ วคุณภาพชัน้ นำของโลก
ท่เี ตบิ โตอยา่ งมดี ลุ ยภาพบนพ้นื ฐานความเป็นไทยเพ่ือสง่ เสริม
การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการกระจายรายได
้
สปู่ ระชาชนทุกภาคสว่ นอย่างยงั่ ยนื
ทมี่ า : แผนพฒั นาการท่องเที่ยวแหง่ ชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2560-2564)
31
Annual report 2017
Ministry of Tourism and Sports
แนวคิดหลักในการพัฒนาตามองค์ประกอบ 5 ประการ ประกอบดว้ ย
1) ประเทศไทยเปน็ แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วคณุ ภาพชน้ั นำของโลก ดว้ ยการยกระดบั คณุ ภาพและเพม่ิ ความหลากหลาย
ของสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวให้มีมาตรฐานเป็นท่ียอมรับในระดับสากล มุ่งเพ่ิมรายได้จากการท่องเท่ียว
โดยเน้นการเพ่ิมค่าใช้จ่ายและวันพักต่อคร้ังของการเดินทางของนักท่องเที่ยว และเสริมสร้างขีดความสามารถในการ
แขง่ ขนั ดา้ นการท่องเท่ยี วของประเทศ
2) การเตบิ โตอยา่ งมดี ลุ ยภาพ โดยสง่ เสรมิ ดลุ ยภาพในการเตบิ โตของการทอ่ งเทย่ี วระหวา่ งกลมุ่ นกั ทอ่ งเทย่ี ว
อาทิ ระหว่างนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ระหว่างนักท่องเท่ียวตามถิ่นท่ีอยู่ และระหว่างกลุ่มนักท่องเท่ียว
ท่ัวไปและนักท่องเทีย่ วท่มี ีความสนใจเฉพาะ ส่งเสริมดลุ ยภาพในการเติบโตระหว่างพ้ืนที่ทอ่ งเทีย่ ว โดยเน้นการกระจาย
การพัฒนาการท่องเที่ยวในเมืองท่องเท่ียวรองและพ้ืนท่ีชุมชนท้องถ่ิน ส่งเสริมดุลยภาพในการเติบโตระหว่างช่วงเวลา
และฤดูกาล โดยเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเดือนมิถุนายน – กันยายน รวมทั้งส่งเสริมการท่องเท่ียว
ในรปู แบบต่างๆ ทปี่ ระเทศไทยมีศักยภาพหรอื รูปแบบท่คี วรพัฒนา
3) การเติบโตบนพ้ืนฐานความเป็นไทย โดยเน้นการพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเท่ียว
และแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว ใหส้ อดคลอ้ งกบั อตั ลกั ษณแ์ ละวถิ ไี ทย เสรมิ สรา้ งความเขา้ ใจแกน่ กั ทอ่ งเทยี่ วและประชาชนถงึ อตั ลกั ษณ์
ความเป็นไทย และเสริมสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทยและการเป็นเจ้าบ้านทดี่ สี ำหรบั ประชาชนทกุ ระดับ
4) การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และกระจายรายได้สู่ประชาชนทุกภาคส่วน โดยมุ่งพัฒนา
การท่องเที่ยวให้เป็นแหล่งเพ่ิมรายได้ และกระจายรายได้แก่ประเทศ พัฒนาการท่องเท่ียวให้เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อน
การพฒั นาโครงสรา้ งพนื้ ฐานของประเทศ เเละสรา้ งโอกาสเพอ่ื การพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมของชาติ พฒั นาการทอ่ งเทยี่ ว
ในภูมิภาคและเขตพัฒนาการท่องเท่ียว โดยเฉพาะในพ้ืนท่ีในเมืองรองและชนบท และสนับสนุนภาคการลงทุนแก่ธุรกิจ
ในอตุ สาหกรรมทอ่ งเทีย่ วและอุตสาหกรรมที่เก่ยี วเนื่อง
5) การพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยการอนรุ กั ษแ์ ละฟน้ื ฟแู หลง่ ทอ่ งเทยี่ วทเี่ สย่ี งตอ่ การเสอ่ื มโทรม การบรหิ ารความสามารถในการรองรบั และการปลกู ฝงั
จิตสำนึกความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความย่ังยืนของวัฒนธรรม โดยการเชิดชูและรักษาไว้ซ่ึงเอกลักษณ์
ของไทย คุณค่าดงั้ เดมิ และภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่น
32
w w w . m o t s . g o . t h
ด้านการกีฬาของประเทศไทยได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในช่วงท่ีผ่านมา โดยมีนักกีฬาอาชีพชาวไทย
หลายคนท่ีประสบความสำเร็จในเวทีระดับนานาชาติและสามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่ตนเองและประเทศ
มีการตราพระราชบัญญัติหลายฉบับเพื่อส่งเสริมการพัฒนาการกีฬาในประเทศ มีการส่งเสริมกีฬาอาชีพอย่าง
เป็นรูปธรรม มีการจัดสรรงบประมาณที่เป็นระบบและมีความชัดเจนมากยิ่งข้ึน รวมไปถึงการขยายตัวอย่างต่อเน่ือง
ของอุตสาหกรรมการกีฬา และในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวท้ังชาวไทยและต่างชาติที่เข้าร่วมเล่นและชมกิจกรรมกีฬา
กว่า 3 ล้านคน อย่างไรก็ตามผลงานภาพรวมของนักกีฬาไทยในมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติยังไม่มีการพัฒนา
อยา่ งมนี ยั สำคญั เนอื่ งจากขาดความสมำ่ เสมอในผลงาน จงึ ยงั คงยนื อยู่ ณ จดุ เดมิ กบั ชว่ งทศวรรษทผ่ี า่ นมา ประชาชนทว่ั ไป
ยังไม่ได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมให้ออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างต่อเน่ือง การกีฬาจึงนับว่ามีส่วนสำคัญยิ่ง
ตอ่ การพฒั นาสงั คม ดงั คำกลา่ ววา่ “กฬี าสรา้ งคน คนสรา้ งชาต”ิ ดงั นน้ั กระทรวงการทอ่ งเทย่ี วและกฬี า จงึ ไดด้ ำเนนิ การ
จัดแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2560-2564) เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท้ังภาครัฐ เอกชน
และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินนำไปใช้เป็นกรอบทิศทางในการดำเนินการและเป็นกลไกหลักในการพัฒนาการกีฬา
ของประเทศให้กา้ วไปส่กู ารเป็นประเทศท่มี คี วาม “ม่ันคง ม่ังค่ัง และย่ังยืน”
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงได้ทบทวนผลดำเนินการตามแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 5
(พ.ศ. 2555-2559) ได้แสดงให้เห็นถงึ อุปสรรคการพฒั นาทสี่ ำคญั ในแต่ละประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ ดงั น้ี
1) การพัฒนาการออกกำลังกายและการกีฬาข้ันพ้ืนฐาน ไม่ได้เป็นนโยบายและเป้าหมายหลัก
สำหรบั ระบบการศกึ ษา จึงทำใหไ้ มไ่ ดร้ ับความสำคญั และก่อให้เกิดการขาดแคลนครูพลศกึ ษาประจำโรงเรยี น นอกจากน
้ี
กรมพลศึกษาซ่ึงมีหน้าท่ีรับผิดชอบการพัฒนาการออกกำลังกายและการกีฬาขั้นพ้ืนฐานขาดอำนาจบริหารจัดการ
ในระบบสถานศกึ ษา จงึ ทำใหเ้ ด็กและเยาวชนจำนวนมากขาดโอกาสเข้าถึงการเรยี นการสอนด้านพลศึกษาท่ีมคี ุณภาพ
2) การพัฒนาการออกกำลังกายและการกีฬา
เพ่ือมวลชน ยังไม่สามารถทำได้อย่างต่อเน่ือง
และมีประสิทธิภาพ เนื่องจากขาดสถานท่ีออกกำลังกาย
สาธารณะท่ีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
และขาดผู้นำการออกกำลังกายและเล่นกีฬาที่สามารถให้
ความรู้และนำการออกกำลังกายได้อย่างถูกต้องในระดับ
ท้องถิ่น การสนับสนุนการออกกำลังกายขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินยังข้ึนอยู่กับนโยบายของผู้บริหาร
ร ว ม ถึ ง ยั ง ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น เ ป้ า ห ม า ย ห ลั ก ข อ ง ห น่ ว ย ง า น
กรมพลศึกษาที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบการออกกำลังกาย
ของมวลชนท้ังประเทศขาดเครือข่ายในระดับท้องถ่ิน
มีเพียงเจ้าหน้าที่พลศึกษาประจำอำเภอซึ่งไม่เพียงพอ
ตอ่ การพฒั นากฬี าเพอ่ื มวลชน นอกจากนยี้ งั ขาดการบรู ณาการ
ความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีเครือข่ายในระดับท้องถ่ิน
อย่างมีประสิทธภิ าพ
3) การพัฒนาการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ
ยังไม่สามารถพัฒนานักกีฬาไทยให้ประสบความสำเร็จ
ในมหกรรมกีฬานานาชาติได้อย่างสม่ำเสมอ เน่ืองจาก
ขาดบุคลากรการกีฬาท่ีมีความรู้ความสามารถในระดับ
นานาชาติโดยเฉพาะผู้ฝึกสอน ทำให้ไม่สามารถพัฒนา
ศักยภาพของนักกีฬาให้ทัดเทียมกับประเทศช้ันนำ อีกทั้ง
ยังไม่มีระบบที่ชัดเจนและย่ังยืนในการพัฒนานักกีฬา
จากขน้ั พน้ื ฐานสคู่ วามเปน็ เลศิ จงึ ทำใหก้ ารพฒั นานกั กฬี าไทย
ในปจั จุบันขาดความยัง่ ยนื
33
Annual report 2017
Ministry of Tourism and Sports
4) การพัฒนาการบริหารจดั การการกีฬาและการออกกำลังกาย
ขาดคณะกรรมการกลาง ที่ทำหน้าท่ีกำกับดูแลการกีฬาของประเทศ
ทำใหก้ ารพฒั นาการกฬี าขาดการบรู ณาการ กฎและระเบยี บในปจั จบุ นั หลายขอ้
ไม่เอ้ือต่อการพัฒนาการกีฬา และระบบฐานข้อมูลขององค์กรกีฬาต่างๆ
ขาดความเป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมไปถึงข้อมูลยังมีความกระจัดกระจาย
เน่ืองจากไม่มีหน่วยงานท่ีคอยกำกับดูแลด้านมาตรฐาน ของระบบข้อมูล
และขาดฐานข้อมูลกีฬาส่วนกลาง ทำให้การติดตามผลการดำเนินงาน
เปน็ ไปได้ยาก
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาซ่ึงมีภารกิจหลักกำหนดนโยบาย
และแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา ในทุกระดับท่ีสอดคล้องกับแนวทางพัฒนา
ของประเทศ รวมทั้งจัดทำแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติเพ่ือเป็นกรอบ
และทศิ ทางการดำเนนิ การพฒั นาการกฬี าใหแ้ กห่ นว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ ง ทงั้ นภ้ี ารกจิ
ด้านกีฬานับได้ว่ามีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ
ดังคำกล่าวท่ีว่า “กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ” ซึ่งมีนัย คือ การที่ประเทศ
ชาติจะพัฒนาได้นั้นจำเป็นต้องมีบุคลากรการกีฬา โครงสร้างพ้ืนฐาน
ดา้ นการกฬี า กจิ กรรมดา้ นการกฬี า องคก์ รกฬี า องคค์ วามรแู้ ละนวตั กรรมทเี่ กยี่ วขอ้ ง
กับการกีฬา และนโยบายในการผลักดันกีฬาเพ่ือความเป็นเลิศ นอกจากนี้
ความสำเร็จด้านการกีฬาของประเทศสามารถเป็นดัชนีบ่งชี้ถึงความสำเร็จ
และความเจริญทางเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม
ในช่วงระยะเวลาท่ีผ่านมา นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 แผนพัฒนา
การกีฬาแห่งชาติได้ถูกจัดทำขึ้น โดยมุ่งเน้นเพื่อให้คนไทยได้รับการส่งเสริม
ให้ออกกำลังกายและเล่นกีฬาจนเป็นวิถีชีวิต มีสุขภาพที่ดี มีน้ำใจนักกีฬา
เพ่ือพัฒนานักกีฬาของชาติให้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันระดับต่างๆ
อันจะสร้างความภาคภูมิใจและนำมาซ่ึงความสามัคคีของคนในชาต
ิ
และยกระดบั การบรหิ ารจดั การกฬี าทกุ มติ อิ ยา่ งเปน็ ระบบ ตามหลกั ธรรมาภบิ าล
ให้เกิดการสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
34
w w w . m o t s . g o . t h
อยา่ งไรกต็ าม ผลการดำเนนิ งานในระยะเวลาทผี่ า่ นมายงั ประสบปญั หาและอปุ สรรคสำคญั หลายประการ อาทิ ขาดบคุ ลากร
ด้านการพลศึกษาขาดการส่งเสริมและโครงสร้างพ้ืนฐานสำหรับการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาในระดับท้องถิ่น
ขาดระบบพัฒนานักกีฬาและบุคลากรกีฬาในระยะยาว บุคลากรการกีฬายังขาดความเป็นมาตรฐาน ขาดการจัดเก็บ
ข้อมูล ติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบ ตลอดจนขาดการบูรณาการทำงานของกลไกการบริหารจัดการกีฬา
ซงึ่ ประเด็นเหลา่ นล้ี ้วนมีความจำเปน็ ตอ้ งไดร้ บั การแกไ้ ขและพัฒนา
กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬาจึงได้ดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6
(พ.ศ. 2560 – 2564) เพ่ือเป็นกรอบทิศทางการพัฒนาการกีฬาของประเทศ และเป็นกลไกสำคัญในการปฏิรูป
การกีฬาของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การลดความเหล่ือมล้ำของสังคม พัฒนาสุขภาพ
คณุ ภาพชวี ติ สรา้ งความสามคั คแี ละความภาคภมู ใิ จของคนในชาติ ตลอดจนสรา้ งมลู คา่ เพมิ่ ทางเศรษฐกจิ ใหแ้ กป่ ระเทศ
รวมถึงแนวทางการขับเคลื่อนแผนฯ สู่การปฏิบัตินั้นได้มีการเน้นกระบวนการทำงานที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็น
ของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)
และภาคประชาชน/ประชาสังคม ตลอดจนการทำงานผ่านกลไกการมีส่วนร่วมจากผู้แทนของหน่วยงานภาครัฐ
ที่เก่ียวข้อง ไม่ว่าจะเป็นคณะทำงานจัดทำแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติหรือคณะทำงานพัฒนาการกีฬา เพ่ือให้ได้
แผนพัฒนาการกีฬาระดับชาติที่เกิดจากกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง และสร้างความเข้าใจ
ทถ่ี กู ตอ้ งในการพัฒนาการกีฬาของประเทศให้ก้าวไปสู่การเปน็ ประเทศทม่ี คี วาม "มนั่ คง ม่งั ค่ัง และยง่ั ยนื "
35
Annual report 2017
Ministry of Tourism and Sports
“
แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาตฉิ บับน้ี ไดม้ ุ่งหวงั ใหก้ ารกฬี าเป็นสว่ นสำคญั ของวถิ ีชวี ติ และส่งเสริมใหป้ ระชาชน
ทุกภาคส่วนมีน้ำใจนกั กีฬาและคณุ ภาพชวี ิตทดี่ ี ท้งั ด้านสขุ ภาพร่างกายและจติ ใจ ประกอบกับมอี งคค์ วามรู้ดา้ นการกฬี า
อันจะเป็นพื้นฐานในการพัฒนากีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศในระดับสากลนำมาซึ่งความภาคภูมิใจและสร้างความสามัคค
ี
แก่คนในชาติ สามารถสร้างอาชีพและรายได้ ผ่านการบริหารจัดการท่ีมีธรรมาภิบาลเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการกีฬา
เพ่ือเสรมิ สรา้ งมลู คา่ เพม่ิ ใหแ้ ก่ เศรษฐกจิ ของประเทศ จงึ หวงั วา่ แผนพฒั นาการกฬี าแหง่ ชาตฉิ บบั นจ้ี ะถกู นำไปใชโ้ ดยทกุ ภาคสว่ น
เพือ่ เปน็ กรอบแนวทางในการขบั เคลอื่ นการพัฒนาการกฬี าของประเทศในระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2560 ถึง 2564) ต่อไป
อย่างไรก็ตามแนวโน้มของการกีฬาในอนาคตท้ังในภาพรวมของโลกและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต
้
มีการเปล่ียนแปลงไปในเชิงบวกเห็นได้จากมีพัฒนาการท่ีเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง อันเน่ืองมาจากการผสมผสาน
ค่านิยมใหม่ในเชงิ ความตระหนกั ถงึ การมสี ขุ ภาพทดี่ ขี องประชาชน และสถานการณข์ องโลก ทเ่ี ปลยี่ นแปลงไปจากวถิ ชี วี ติ
ของประชาชน ควบคู่ไปกับการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการต่างๆ ในหลายภูมิภาคซึ่งเป็นเสมือนปัจจัย
เรง่ การพฒั นาการกฬี าใหม้ แี นวโนม้ เจรญิ เตบิ โตในอนาคตจงึ เปน็ สาเหตทุ ชี่ ดั เจนวา่ การกฬี าของประเทศไทยจะมกี ารพฒั นา
อยา่ งไม่หยดุ นง่ิ ทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม ดงั นน้ั ในการพฒั นาวสิ ยั ทศั น์ และแนวทางการพฒั นาของแผนพฒั นาการกฬี าแหง่ ชาตฉิ บบั น้ี
จึงได้คำนึงถึงสภาวการณ์ด้านการพัฒนาการกีฬาในประเทศในปัจจุบันและแนวโน้มท่ีอาจจะส่งผลกระทบกับการพัฒนา
การกีฬาของประเทศเพื่อให้ประเทศไทยสามารถพร้อมรับมือและใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมและบริบท
ทอี่ าจเปลย่ี นแปลงไปในการพฒั นาการกฬี าในขณะเดยี วกนั ไดก้ ำหนดกรอบแนวคดิ การดำเนนิ การ โดยพจิ ารณาจากกฎหมาย
นโยบาย ยุทธศาสตร์และแผนงานท่ีมีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการกีฬาอย่างมีนัยสำคัญของประเทศ เพ่ือให้ทิศทาง
การพฒั นาการกฬี าเปน็ ไปอยา่ งสอดคลอ้ งกบั การพัฒนาของประเทศตามวสิ ัยทศั น์ ดังน้
ี
“
การกฬี าเปน็ ส่วนสำคญั ของวิถชี ีวิต
ประชาชนทกุ ภาคสว่ น และเปน็ กลไกสำคัญ
ในการสร้างคณุ คา่ ทางสงั คมและสง่ เสริมเศรษฐกจิ ของประเทศ
ท่ีมา : แผนพฒั นาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2560-2564)
36
w w w . m o t s . g o . t h
แผนพัฒนาการท่องเท่ียวแห่งชาติ ฉบับที่ 2
(พ.ศ. 2560 - 2564)
วิสัยทศั น์
เปา้ ประสงค
์
“ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพชั้นนำของโลก 1. การเป็นแหลง่ ทอ่ งเที่ยวคณุ ภาพ เพือ่ ยกระดบั ขดี ความสามารถดา้ นการทอ่ งเทย่ี ว
ทเ่ี ติบโตอย่างมีดลุ ยภาพบนพนื้ ฐานความเปน็ ไทย
2. การเพม่ิ มูลค่าทางเศรษฐกจิ ของรายได้จากอตุ สาหกรรมทอ่ งเทยี่ วของประเทศ
เพือ่ สง่ เสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม
อย่างสมดลุ
และกระจายรายได้ส่ปู ระชาชนทุกภาคสว่ นอยา่ งยงั่ ยนื ”
3. การกระจายรายได้และผลประโยชน์จากการท่องเทีย่ วสู่ทุกพน้ื ทแี่ ละทกุ ภาคสว่ น
4. การพฒั นาการทอ่ งเทยี่ วอยา่ งยง่ั ยนื บนพน้ื ฐานอตั ลกั ษณแ์ ละวถิ ไี ทยทงั้ ในเชงิ สงั คม
วฒั นธรรม และสิ่งแวดล้อม
พนั ธกิจ
พฒั นา
พฒั นา
พฒั นา
การสง่ เสริมวิถีไทย
สรา้ งสมดลุ
คณุ ภาพแหลง่ ท่องเทีย่ ว
โครงสรา้ งพน้ื ฐาน
บคุ ลากรดา้ น
และการสรา้ ง
นกั ทอ่ งเท่ยี ว
สินค้า และบริการ
เตบิ โตอย่างมีดลุ ยภาพ
การท่องเทยี่ ว
ความมัน่ ใจ
ผา่ นการตลาด
ของนักทอ่ งเที่ยว
เฉพาะกลมุ่
ยทุ ธศาสตร
์
การพัฒนาคุณภาพ
การพฒั นา
การพัฒนาบคุ ลากร
การสรา้ งความสมดลุ
การสง่ เสรมิ
แหลง่ ทอ่ งเท่ียว สนิ คา้
โครงสรา้ งพืน้ ฐาน
ดา้ นการทอ่ งเทีย่ ว
ใหก้ บั การทอ่ งเทยี่ ว
การบูรณาการ
และบริการ
และสง่ิ อำนวยความสะดวก
และสนบั สนนุ
ผา่ นการตลาด
การบริหารจดั การ
การมีส่วนรว่ ม
เฉพาะกลมุ่ การสง่ เสรมิ
การทอ่ งเที่ยว
ด้านการท่องเท่ยี ว
เพ่อื รองรบั
และสนบั สนนุ
ใหเ้ กดิ ความสมดลุ
การขยายตัวของ
ของประชาชนในการพฒั นา
วถิ ไี ทย และการสรา้ ง
ความรว่ มมอื
และย่งั ยนื
การท่องเทีย่ ว
การท่องเทยี่ ว
ความเชอ่ื มนั่
ระหวา่ งประเทศ
ของนกั ทอ่ งเทยี่ ว
37
Annual report 2017
Ministry of Tourism and Sports
แผนพฒั นาการกีฬาแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 6
(พ.ศ. 2560 - 2564)
วสิ ยั ทัศน
์ เป้าประสงค์
“การกฬี าเปน็ สว่ นสำคัญของวถิ ชี วี ิตประชาชน
1. ประชาชนทุกภาคส่วนมีความสนใจในการออกกำลังกายและเล่นกีฬา โดยมีสัดส่วน
ทกุ ภาคสว่ น และเปน็ กลไกสำคญั ในการสรา้ งคณุ คา่
ประชากรท่ีออกกำลังกายและเล่นกีฬาสม่ำเสมอ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของประชากร
ทางสงั คมและสง่ เสรมิ เศรษฐกิจของประเทศ”
ทั่วประเทศ
2. นักกีฬาผู้แทนของประเทศไทยประสบความสำเร็จในการแข่งขันกีฬาท้ังในระดับภูมิภาค
ระดบั ทวปี และระดบั โลกเพอ่ื สรา้ งความสมานสามคั คแี ละนำมาซง่ึ ความภมู ใิ จแกค่ นในประเทศ
3. อตุ สาหกรรมการกฬี าของประเทศไทยสามารถชว่ ยสรา้ งมลู คา่ เพมิ่ ทางเศรษฐกจิ ของประเทศ
และมกี ารเตบิ โตตอ่ เนอื่ งอยา่ งยงั่ ยนื โดยมอี ตั ราการเตบิ โตของรายไดจ้ ากอตุ สาหกรรมการกฬี า
ไม่ตำ่ กวา่ อัตราการเติบโตของมลู ค่าผลติ ภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศทุกป
ี
ุยทธศาสต ์ร
01
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 1
02
03
การสง่ เสรมิ ให้เกิดความรแู้ ละความตระหนักดา้ นการออกกำลังกาย
04
และกีฬาข้นั พื้นฐาน
05
ยุทธศาสตรท์ ่ี 2
การส่งเสรมิ ใหม้ วลชนมกี ารออกกำลังกาย และมสี ่วนรว่ มในกิจกรรม
การกีฬา
ยุทธศาสตรท์ ่ี 3
การพัฒนากีฬาเพือ่ ความเปน็ เลศิ และตอ่ ยอดเพอื่ ความสำเรจ็ ในอาชพี
ยุทธศาสตรท์ ี่ 4
การพฒั นากฬี าเพอ่ื การอาชพี
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 5
กทาารงพเศฒั รษนฐาอกุติจ
สาหกรรมการกีฬา เพอ่ื เนน้ สว่ นสำคญั ในการสรา้ งมลู คา่ เพมิ่
06
ยุทธศาสตร์ท่ี 6
การยกระดับการบรหิ ารจัดการด้านการกีฬาให้มปี ระสิทธิภาพ
38
w w w . m o t s . g o . t h
ยทุ ธศาสตร์กระทรวงการท่องเทย่ี วและกฬี า
(พ.ศ. 2560-2564)
“ม่งุ พฒั นาและบูรณาการด้านการท่องเทยี่ วและกฬี า
สร้างเสรมิ ความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและสงั คมของประเทศ”
พนั ธกจิ
1. จัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์เพ่ือการพฒั นาการท่องเท่ียวและกีฬาทส่ี อดคล้องกับแนวทางการพฒั นาประเทศ
2. กำหนดแนวทางในการจดั สรรทรัพยากรเพอื่ สนบั สนุนการดำเนินงานของทุกภาคส่วน
อย่างมีประสทิ ธภิ าพ และนำนโยบายและยุทธศาสตรไ์ ปส่กู ารปฏิบัติจรงิ อย่างได้ผล
3. พัฒนาปัจจยั สนับสนนุ ดา้ นการทอ่ งเทย่ี วและกีฬาท่ีจำเป็น ทง้ั ในด้านบุคลากร โครงสร้างพน้ื ฐาน
และปัจจยั สนับสนนุ อื่นๆ ทีจ่ ำเป็นอย่างครบถ้วนและไดม้ าตรฐาน
4. พฒั นาระบบเทคโนโลยแี ละสารสนเทศเพอ่ื การบรหิ ารและเพอ่ื การให้บรกิ าร ตลอดจนองคค์ วามรู้
และนวัตกรรมตา่ งๆ ที่สามารถเพ่ิมมลู คา่ ทางเศรษฐกิจของอตุ สาหกรรมการทอ่ งเทีย่ วและกีฬา
5. สร้างให้เกดิ การทำงานรว่ มกนั ระหว่างหน่วยงานในอตุ สาหกรรมการทอ่ งเทีย่ วและกฬี าในแบบบูรณาการ
ร่วมกันกับทกุ ภาคสว่ นท่ีมคี วามเก่ยี วข้อง
ยุทธศาสตร์
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 4
ยุทธศาสตร์ที่ 1
ส่งเสรมิ และสนบั สนนุ กฬี าเป็นเลศิ
และกีฬาอาชพี
การพัฒนาแหล่ง กีฬา บรกิ าร การอำนวย
ความสะดวกและการสร้างความสมดลุ ให้กบั
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 5
การท่องเทยี่ วไทยผา่ นการตลาด
การพัฒนาอุตสาหกรรมกฬี าและ
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2
การเพม่ิ มลู คา่ ทางเศรษฐกจิ ด้วยองคค์ วามร
ู้
และนวัตกรรม
การพัฒนาศกั ยภาพบุคลากรและภาค
ี
เครือข่ายทุกภาคสว่ นในอตุ สาหกรรม
ยุทธศาสตรท์ ี่ 6
ท่องเทีย่ ว
การบูรณาการการบริหารการจัดการ
ยุทธศาสตร์ท่ี 3
การท่องเท่ียวกีฬาทกุ ระดับ
ใหม้ ปี ระสิทธิภาพ
สง่ เสรมิ และสนบั สนุนการออกกำลงั กาย
กีฬาพ้ืนฐานและกฬี ามวลชน
39
03
ผลการดำเนนิ งานท่ีสำคัญ
MOTS PORTFOLIO
ANNUAL REPORT 2017
Ministry of Tourism and Sports
ผลการดำเนนิ งาน
ด้านการท่องเทยี่ ว
Annual report 2017
Ministry of Tourism and Sports
เทยี่ วใหส้ ุด
หยุดอยู่ที่ประเทศไทย
พฤติกรรมการท่องเท่ียวของนักท่องเท่ียวในปี 2560
การท่องเที่ยวของไทยมีการพัฒนาและขยายตัวอย่าง
รวดเร็ว สามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจมาอย่างต่อเน่ือง
นอกจากการพัฒนาในกรุงเทพมหานครแล้วได้กระจายตัวไปยัง
เมืองหลัก และเมืองท่องเที่ยวอ่ืนๆ ท้ังด้านจำนวนนักท่องเที่ยว
ท่ีเพิ่มขึ้นและการบริการการท่องเท่ียวที่ขยายตัวอย่างมาก
ทำให้หลายพ้ืนที่ในเมืองหลักและเมืองรองได้พัฒนา ในระยะเวลา
ท่ีผ่านมาหน่วยงานที่เก่ียวข้องได้ทำการวางแผนและประเมิน
ความสามารถของการพัฒนาท่จี ะรองรับได้ เช่น แหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว
ประเภทอุทยานแห่งชาติหลายแห่งสามารถควบคุมได้ในเวลา
ปกติ ยกเว้นช่วงเทศกาล ทั้งนี้ พบว่าแนวทางการควบคุม
ปริมาณนักท่องเท่ียว แหล่งท่องเท่ียวอ่ืนๆ หรือเมืองท่องเท่ียว
มักสวนทางกับนโยบายการพัฒนาท่ีต้องการเพิ่มปริมาณ
ปัจจุบันมีความพยายามท่ีจะกระจายนักท่องเที่ยวออกไปยัง
แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วรองอนื่ ๆ เพอื่ ใหส้ ามารถขยายตวั ของนกั ทอ่ งเทยี่ ว
ในภาพรวม ลดการกระจุกตัว อาทิ การส่งเสริม 12 เมือง
ต้องหา้ ม...พลาด, 12 เมอื งต้องห้าม...พลาด+พลัส และนโยบาย
การสง่ เสริมการท่องเท่ยี วชมุ ชน
44
w w w . m o t s . g o . t h
การท่องเท่ยี วเป็นเครื่องมอื ท่ีทำใหน้ ักทอ่ งเท่ยี วมองเหน็ คณุ ค่าความเปน็ ไทย จนเกดิ ความรกั และ
ความภาคภมู ใิ จในประเทศ พรอ้ มที่จะร่วมกันดูแลรกั ษาสง่ิ แวดลอ้ ม คงเอกลกั ษณค์ วามเป็นไทย และเป็นเจ้าบา้ นท่ดี ี
ซึ่งจะเป็นจุดต่างท่ีเข้มแข็งของการท่องเท่ียวไทย การส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเปิดมุมมองใหม่ทางการท่องเที่ยว
จากการสัมผัสและมสี ว่ นร่วมกับประสบการณเ์ อกลกั ษณเ์ ฉพาะแต่ละทอ้ งถน่ิ ของไทย ภายใตจ้ ดุ ขายเชงิ คุณค่าของแตล่ ะ
ภมู ภิ าค
ภาคเหนือ - เหนือฝัน ล้านแรงบนั ดาลใจ
ภาคอสี าน - อสี านแซ่บนวั
ภาคกลาง - สขุ กลางใจ ใกลแ้ ค่เอ้ือม
ภาคตะวนั ออก - สีสนั ตะวนั ออก
ภาคใต ้ - ปักษ์ใตป้ กั หมุดหยดุ เวลา
เพ่ือให้เกิดการส่งต่อประสบการณ์ ความรู้ และความประทับใจจากการท่องเท่ียวแก่ผู้อื่นภายใต้แคมเปญ
“ท่องเทย่ี ววถิ ีไทย เกไ๋ ก๋สไตล์ลึกซึง้ ”
ความพงึ พอใจ พฤตกิ รรม และความตอ้ งการของนกั ทอ่ งเทย่ี วชาวตา่ งชาติ
กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา โดย
ความพงึ พอใจมากท่ีสดุ 3 อันดับแรก
กองเศรษฐกิจการท่องเท่ียวและกีฬาได้ดำเนินการ
บรกิ ารเชิงสุขภาพ
สำรวจทศั นคติ ความพงึ พอใจ พฤตกิ รรม และความตอ้ งการ มคั คเุ ทศก์
ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางท่องเท่ียว
ประชาชน
ในประเทศไทย ประจำปี 2560 ซ่ึงการสำรวจ
นักท่องเท่ียวชาวต่างชาติ ได้แบ่งพ้ืนท่ีสำรวจออกเป็น
ความพงึ พอใจนอ้ ยทส่ี ดุ 3 อันดบั
2 ลักษณะ คือ พ้นื ท่ีตามแหล่งทอ่ งเทย่ี วสำคญั ฯ ไดแ้ ก่ ห้องนำ้ สาธารณะ
กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต ชลบุรี สุราษฎร์ธานี กระบ่ี รถโดยสารสาธารณะ
เชียงใหม่ สงขลา พระนครศรีอยุธยา พังงา และ สนามกอลฟ์
สมุทรปราการ และแหล่งท่องเที่ยว 12 เมือง
ตอ้ งหา้ ม...พลาด + พลสั ใน 7 จงั หวดั ไดแ้ ก่ ตราด ระยอง นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีความพึงพอใจต่อบริการ
เลย นครศรธี รรมราช ระนอง พิษณโุ ลก และน่าน และ ดา้ นการทอ่ งเทย่ี วของประเทศไทยในภาพรวมอยใู่ นระดบั
พ้ืนท่บี ริเวณด่านตรวจคนเขา้ เมอื งขาออกที่สำคัญ ได้แก่ พึงพอใจอย่างมาก และสูงกว่าความคาดหวังก่อน
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยาน ใช้บริการ มีแนวโน้มความพึงพอใจสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นานาชาติดอนเมือง ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต
จากปี 2557 อยู่ท่ี ร้อยละ 81.0 เป็น ร้อยละ 82.0
ทา่ อากาศยานนานาชาตเิ ชยี งใหม่ ดา่ นตรวจคนเขา้ เมอื ง
ในปี 2558 และเพ่ิมข้ึนเป็นร้อยละ 86.6 ในปี 2559
สะเดา และด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย
และเพ่ิมขึ้นเป็น ร้อยละ 87.4 ในปี 2560 และจาก
ซ่ึ ง ไ ด้ ด ำ เ นิ น ก า ร ส ำ ร ว จ ร ะ ห ว่ า ง เ ดื อ น เ ม ษ า ย น
19 ประเภทบริการด้านการท่องเท่ียวที่ประเมิน
ถงึ เดอื นสงิ หาคม พ.ศ. 2560 ผลสำรวจในภาพรวม พบวา่
พบวา่ นกั ทอ่ งเทยี่ วชาวตา่ งชาตมิ คี วามพงึ พอใจอยใู่ นระดบั
พึงพอใจอย่างมากถึง 14 ประเด็น เช่น บริการ
เชิงสุขภาพ (ร้อยละ 88.1) เน่ืองจากมีความสะดวก
45
Annual report 2017
Ministry of Tourism and Sports
ในการเข้าถึง มีความหลากหลายมีความสะอาดสวยงามภายในสถานบริการและ มีความเหมาะสมของอัตราค่าบริการ
ประชาชน (ร้อยละ 87.6) เน่ืองจากมีความเป็นมิตรและมีความซ่ือสัตย์ แหล่งท่องเที่ยวด้านทะเลและชายหาด
(รอ้ ยละ 87.0) เนอื่ งจากมคี วามสวยงาม มคี วามหลากหลายมคี วามสะดวกในการเขา้ ถงึ และปลอดภยั เปน็ ตน้ โดยบรกิ าร
ด้านการท่องเท่ียวท่ีมีความพึงพอใจน้อยสุด 3 อันดับจากท้าย ได้แก่ รถโดยสารสาธารณะ สนามกอล์ฟ และห้องน้ำ
สาธารณะ (ร้อยละ 81.9, 79.0 และ 75.9 ตามลำดบั ) จากผลความพงึ พอใจทเ่ี พ่มิ ขึ้นดงั กลา่ ว แสดงใหเ้ ห็นว่าในชว่ งท่ี
ผ่านมาประเทศไทย ได้มีการพัฒนาบริการด้านการท่องเที่ยวในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านโครงสร้างพ้ืนฐานและสิ่งอำนวย
ความสะดวกต่างๆ ทำให้นักท่องเท่ียวชาวต่างชาติมีความพึงพอใจในระดับพึงพอใจอย่างมากเพ่ิมข้ึนจาก 10 ประเภท
บรกิ ารในปี 2559 เปน็ 14 ประเภทบรกิ ารในปี 2560 เชน่ มกี ารพฒั นาเสน้ ทางคมนาคมทางบกเพอ่ื เขา้ ถงึ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว
ยกระดับระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟา้ เป็นต้น เพ่ืออำนวยความสะดวกระหว่างสถานทีท่ อ่ งเท่ยี ว พัฒนาศกั ยภาพ
ของสนามบนิ ตา่ งๆ เพิ่มเสน้ ทางและจำนวนเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศให้เชอื่ มโยงเมอื งท่องเทีย่ วหลัก
กับเมืองท่องเท่ียวรอง ปรับปรุงอำนวยความสะดวกในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ปรับปรุงป้ายบอกทาง
ต่างๆ เช่น การเพิ่มภาษาจีน เป็นต้น เพ่ิมจุดบริการ Free Wifi ในแหล่งท่องเที่ยวมีการพัฒนาแอปพลิเคช่ัน
ด้านการท่องเท่ียวและเครื่องแปลภาษา มีการปรับปรุง ด้านความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น การติดต้ัง
กล้องวงจรปิด การติดไฟส่องสว่างเพิ่มเติม การติดตั้งอุปกรณ์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเบื้องต้น เป็นต้น
เป็นการสร้างความม่ันใจให้กับนกั ทอ่ งเทยี่ ว
46
w w w . m o t s . g o . t h
ขดี ความสามารถทางการแข่งขัน
World Economic Forum ไดเ้ ผยแพร่รายงาน Global Competitiveness Report (GCR) 2017 - 2018
แสดงให้เห็นว่าจากการจัดอันดับ 137 ประเทศท่ัวโลก ประเทศไทยได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับท่ี 32 โดยในปีน้
ี
ประเทศไทยมคี ะแนน 4.72 คะแนน โดยเปรยี บเทยี บกบั ปี 2016 ไดม้ กี ารจดั อนั ดบั 138 ประเทศ ทว่ั โลกพบวา่ ประเทศไทย
มีอันดับดีขึ้น 2 อันดับ และคะแนนในการประเมินดีข้ึนจากปีก่อนหน้า ซึ่งในปี 2016 ประเทศไทยถูกจัดให
้
อยู่ในอันดับท่ี 34 โดยมีคะแนน 4.64 คะแนนเมื่อพิจารณา 137 ประเทศท่ัวโลก พบว่าประเทศสวิตเซอร์แลนด
์
เป็นประเทศท่ีมีขีดความสามารถทางการแข่งขนั สงู ทส่ี ุด รองลงมา ได้แก่ ประเทศสหรฐั อเมริกา สงิ คโปร์ เนเธอร์แลนด์
เยอรมนี ฮ่องกง สวเี ดน อังกฤษ ญปี่ ่นุ และฟนิ แลนด์ ทง้ั นี้ เปน็ ท่นี ่าสงั เกตว่าประเทศในกลุ่มเอเปกมเี พียง 3 ประเทศ
เทา่ น้นั ทต่ี ิดอยูใ่ น 10 อันดบั โดยในจำนวนนี้ประกอบด้วย สงิ คโปร์ ฮ่องกง และญปี่ ุ่น
10 อันดับประเทศ
ทมี่ ีขดี ความสามารถทางการแขง่ ขนั ที่สงู ทส่ี ดุ
อนั ดบั ท่ี 1 สวิตเซอร์แลนด
์
อันดบั ที่ 2 สหรัฐอเมริกา
อันดบั ที่ 3 สิงคโปร
์
อนั ดับที่ 4 เนเธอร์แลนด์
อันดับที่ 5 เยอรมนี
อันดบั ที่ 6 ฮ่องกง
อันดับท่ี 7 สวีเดน
อันดบั ที่ 8 อังกฤษ
อนั ดับท่ี 9 ญีป่ นุ่
อันดบั ที่ 10 ฟนิ แลนด
์
ที่มา World Economic Forum 2017
47
Annual report 2017
Ministry of Tourism and Sports
ประเทศไทยกับขีดความสามารถทางการแข่งขันในกล่มุ อาเซยี น
เมื่อเปรียบเทียบขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยกับประเทศในกลุ่ม ASEAN พบว่าขีดความ
สามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับท่ี 3 รองจากประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม
ประเทศไทยไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะแม้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยจะเป็นรองเพียงแค่ประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย
แต่จากผลการประเมินได้ช้ีให้เห็นแล้วว่าในช่วงท่ีผ่านมาประเทศที่มีคะแนนตามหลังไทย อย่างอินโดนีเซีย บรูไน และ
เวียดนาม มีคะแนนท่ีดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีน้ี อันดับของประเทศอินโดนีเซีย และเวียดนามขยับดีข้ึน 5 อันดับ
ส่วนประเทศบรูไน อันดับขยับขึ้นมา 8 อันดับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ประเทศเพื่อนบ้านของไทยและในภูมิภาคอาเซียนมี
ความตน่ื ตวั ในเร่อื งของการเพิม่ ขดี ความสามารถทางการแขง่ ขันเปน็ อยา่ งมาก
การวิเคราะห์ขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย
ตามตวั ช้ีวดั
การประเมนิ ขีดความสามารถทางการแข่งขนั ของ World Economic Forum (WEF) ไดก้ ำหนดตวั ชี้วดั ทัง้ ส้นิ
114 รายการ โดยตัวชี้วัดดังกล่าวสามารถจำแนกออกเป็น “12 เสาหลัก (Pilliars)” และภายใต้ 12 เสาหลักน้ี
สามารถจำแนกออกเปน็ ดัชนอี งคร์ วม 3 กลมุ่ คือ
กลุม่ ปัจจัยพ้นื ฐาน (Basic Requirement) ประกอบด้วย 4 เสาหลกั ดงั น้
ี
1) ด้านสถาบนั (Institutions)
2) ดา้ นโครงสร้างพน้ื ฐาน (Infrastructure)
3) ด้านเศรษฐกจิ มหภาค (Macroeconomic Environment)
4) ด้านสขุ ภาพ (Health) การศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน (Health and Primary Education)
48
w w w . m o t s . g o . t h
จากการจัดอันดับของ WEF ในปี 2560 พบว่าส่วนใหญ่มีอันดับดีข้ึนโดยเฉพาะอย่างย่ิงเสาหลัก
ด้านสถาบนั และดา้ นโครงสรา้ งพนื้ ฐาน พบวา่ มอี นั ดบั ดขี น้ึ จากปที ผ่ี า่ นมา 6 อนั ดบั ในปนี ด้ี า้ นสถาบนั ถกู จดั อยใู่ นอนั ดบั ท่ี 78
และมีคะแนนรวมทั้งสิ้น 3.8 คะแนน จากเดิมในปีที่ผ่านมา อยู่ในอันดับท่ี 84 และมีคะแนนรวมทั้งส้ิน 3.7 คะแนน
สำหรบั ดา้ นโครงสรา้ งพ้ืนฐาน พบวา่ ในปี 2560 น้ี ประเทศไทยถกู จดั ให้อยใู่ นอันดับที่ 43 (คะแนนรวมทง้ั ส้นิ 4.7 คะแนน)
จากเดิมท่ีในปี 2016 อยู่ในอันดับที่ 49 สำหรับด้านสภาพแวดล้อมและเศรษฐกิจมหภาคพบว่า
หากเปรยี บเทยี บกับปี 2559 ประเทศไทยถูกจดั อยู่ในอนั ดบั ที่ 13 ในปนี ี้ ประเทศไทยมอี ันดับดขี ึน้ 4 อนั ดบั โดยในปี 2560
เสาหลักด้านเศรษฐกิจมหภาคของประเทศไทยถูกจัดไว้ในอันดับท่ี 9 โดยมีคะแนนรวมท้ังส้ิน 6.2 คะแนน ซึ่งถือเป็น
“สถานะดี” สว่ นเสาหลักทอี่ นั ดบั ลดลงจากปี 2016 ได้แก่ เสาหลกั ดา้ นการศึกษาโดยในปี 2560 ลดลงจากปที ผ่ี ่านมา
4 อันดับ ทั้งน้ี ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับท่ี 90 โดยมีคะแนนรวมท้ังสิ้น 5.5 คะแนน อย่างไรก็ตามในภาพรวม
อันดับและคะแนนของปัจจัยพ้ืนฐาน จะมีแนวโน้มในอันดับที่ดีข้ึนแต่หากพิจารณาถึงสถานะของแต่ละเสาหลัก
แตล่ ะดา้ นจะพบวา่ เสาหลกั ทม่ี สี ถานะใน “ระดบั ด”ี มเี พยี ง 1 เสาหลกั คอื เสาหลกั ดา้ นเศรษฐกจิ มหภาค สำหรบั เสาหลกั
ทีม่ ีสถานะ “ระดับคอ่ นขา้ งดี” มจี ำนวนท้ังส้ิน 1 เสาหลัก ได้แก่ เสาหลกั ดา้ นโครงสร้างพ้นื ฐานส่วนเสาหลกั ทมี่ ีสถานะ
“ระดับควรเฝ้าระวัง” ประกอบดว้ ย เสาหลกั ดา้ นสถาบนั และเสาหลกั ดา้ นสุขภาพและการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน
กลุ่มประสทิ ธภิ าพ (Efficiency enhancers) ประกอบด้วย 6 เสาหลกั ดังนี้
1) ดา้ นการศกึ ษาขนั้ สงู และการฝกึ อบรม (Higher Education and Training)
2) ด้านประสิทธภิ าพของตลาดสนิ ค้า (Good Market Efficiency)
3) ดา้ นประสิทธิภาพแรงงาน (Labor Market Efficiency)
4) ด้านพฒั นาการตลาดการเงนิ (Financial Market Development)
5) ด้านความพร้อมทางเทคโนโลยี (Technological Readiness)
6) ขนาดของตลาด (Market Size)
จากการจดั อนั ดับของ WEF พบวา่ สว่ นใหญ่มีสถานะ “คอ่ นข้างด”ี และในภาพรวมอันดับของแต่ละเสาหลัก
ท่ีอยู่ในกลุ่มน้ีมีอันดับและคะแนนดีขึ้น ลำดับคะแนนที่ดีข้ึน ประกอบด้วย เสาหลักด้านการศึกษาข้ันสูงและ
การฝกึ อบรม โดยมอี นั ดบั ดขี น้ึ 5 อนั ดบั จากเดมิ ในปี 2559 ถกู จดั ในอนั ดบั ที่ 62 และมคี ะแนนรวมทง้ั สนิ้ 4.5 คะแนน
ในปี 2560 เสาหลักด้านการศกึ ษาขน้ั สงู และการฝกึ อบรมถูกจัดอยใู่ นอนั ดับท่ี 57 และมีคะแนนรวมทั้งสิ้น 4.6 คะแนน
49