The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือผลการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ ก้าวสู่ปีที่ ๓ "เติม ต่อยอด ยั่งยืน"

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ornpisut Suksawang, 2022-05-24 00:07:26

หนังสือผลการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ ก้าวสู่ปีที่ ๓ "เติม ต่อยอด ยั่งยืน"

หนังสือผลการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ ก้าวสู่ปีที่ ๓ "เติม ต่อยอด ยั่งยืน"

รถไฟ การสือ่ สาร

- ความเปน็ มาของรถไฟไทย - ความเปน็ มาของการสื่อสาร
- พระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 5 และบคุ คลสำ�คัญ - ความเป็นมาของไปรษณีย์ไทย
- การพฒั นารถไฟไทย - การสอ่ื สารในปจั จบุ นั
- การเดนิ ทางในอดีต - ประโยชน์ของการสื่อการ
- การเปล่ยี นแปลงรถไฟปจั จบุ นั และในอนาคตประโยชนข์ องรถไฟ

ถนน การบนิ

- ความเป็นมาของถนนสายส�ำ คญั ของประเทศไทย - ความเป็นมาของการบนิ
- บคุ คลส�ำ คญั ที่เกี่ยวขอ้ งกบั ถนน - ประโยชน์และความสำ�คัญของการบินไทย
- ความสำ�คญั ของถนนสายต่างๆ - เสน้ ทางการบนิ ท่ีสำ�คญั ของประเทศไทย
- ถนนสายเอเชียที่เชอื่ มความส�ำ คัญต่อเศรษฐกจิ

ราชปะแตน วิวฒั นาการการศึกษาไทย

- บุคคลส�ำ คัญของชดุ ราชปะแตน - บุคคลสำ�คญั ของการศกึ ษาไทย
- ความเปน็ มาของชดุ ราชปะแตน - โรงเรยี น หนังสอื ท่ใี ช้สอนแหง่ แรกของประเทศไทย
- ความรู้ของคำ�วา่ ราชปะแตน - การปฏริ ูปการศกึ ษาไทย
- การแต่งกายของชายไทยและชุดแต่งกายของหญิงไทย - การศึกษาไทยในปจั จุบัน

ในสมยั รตั นโกสนิ ทรต์ ามแบบต่างๆ

51

ววิ ฒั นาการละครสภู่ าพยนตร์ วฒั นธรรมการรับประทานอาหาร

- วิวฒั นาการของละครไทยสูภ่ าพยนตร์ - วฒั นธรรมของการรบั ประทานอาหารไทย
- ประวัติของโรงละครและโรงภาพยนตร์ - การใชช้ อ้ นส้อมในการรบั ประทานอาหาร
- รปู แบบของภาพยนตร์ และภาพยนตรเ์ รอื่ งแรกของไทย
- ประโยชน์ของละครและภาพยนตร์

Street Food การเขา้ มาของน�ำ้ แขง็

- ววิ ฒั นาการของการรบั ประทานอาหารไทย - ชว่ งสมัยการเข้ามาของนำ้�แขง็
- แหลง่ และอาหารขึ้นชอื่ ของไทย - บคุ คลสำ�คญั ของการเข้ามาน้ำ�แขง็
- รปู แบบของอาหารริมทาง - ประโยชน์ของนำ�้ แขง็
- วธิ กี ารท�ำ น�้ำ แข็ง
- วิธีการเก็บรกั ษาน�้ำ แขง็ และการนำ�น�ำ้ แข็งเขา้ มา

สำ�นักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒได้ร่วมกันพัฒนาส่ือวีดิทัศน์
จำ�นวน 10 เรื่อง โดยดำ�เนินการในช่วง 4 ส่วน คือ 1) การพัฒนาสื่อวีดิทัศน์ประวัติศาสตร์ชาติไทยร่วมสมัย
2) การจัดทำ�คู่มือการใช้สื่อเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง โดยการพัฒนาสื่อควบคู่กับ 3) การขับเคลื่อนและเผยแพร่
สอ่ื เทคโนโลยภี าพเสมอื นจรงิ (AR) โดยการพฒั นาสอ่ื ควบคกู่ บั การ 4) การวจิ ยั เพอ่ื พฒั นาสอ่ื เทคโนโลยภี าพเสมอื นจรงิ
ใน 2 กลมุ่ คอื กลมุ่ ครผู สู้ อนสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม เนน้ ทค่ี รปู ระวตั ศิ าสตรเ์ ปน็ กลมุ่ ผใู้ ชง้ านและกลมุ่ นกั เรยี น
ระดับประถมศกึ ษาตอนปลายในฐานะผู้เรียน

52

การขบั เคล่อื นนวตั กรรมการเรยี นรู้
ประวัตศิ าสตรช์ าติไทยรว่ มสมยั

ไดด้ �ำ เนนิ การขบั เคลอ่ื นนวตั กรรมการเรยี นรปู้ ระวตั ศิ าสตรช์ าตไิ ทย ทง้ั 2 รปู แบบ ดงั น้ี
1. การอบรมครูสรา้ งสอ่ื เทคโนโลยีภาพเสมอื น

จริง (AR) อีกทั้งกลุ่มตัวอย่างครูจะต้องเป็นผู้ที่มี
ประสบการณ์ในการสอนวิชาสังคมศึกษาและ
ประวัติศาสตร์ในระดับช้ันประถมศึกษาตอนปลาย
หรอื มธั ยมศกึ ษาตอนตน้

2. การจดั ท�ำ คมู่ อื การใชส้ อ่ื และคมู่ อื การอบรมครู
สรา้ งสอ่ื ในรปู แบบ E – Books และจดั ท�ำ หนงั สอื
แจ้งสำ�นักงานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาทุกเขตให้ส่งเสริม
การใชส้ อ่ื และคมู่ อื ในระบบของ QR – CODE พรอ้ ม
แบบรายงานการใชผ้ า่ นระบบ QR – CODE

คู่มอื ฝึกอบรม คมู่ ือการใชส้ ่อื AR APP. วดิ ีโอแนะน�ำ APP.

53

3. การวิจัยด้านการสร้างนวัตกรรมการจัด
การเรยี นการสอนประวตั ศิ าสตรด์ ว้ ย สอ่ื นวตั กรรม
การอ่านเขียน เรียนประวัติศาสตร์ชาติไทยผ่าน
การส่อื สารร่วมสมัย และ ส่ือเทคโนโลยภี าพเสมือน
จรงิ จากธนบตั ร

4. การสร้างการรับรู้ ขับเคลื่อนและเผยแพร่
นวตั กรรมการเรยี นรปู้ ระวตั ศิ าสตรช์ าตไิ ทยรว่ มสมยั
หลากหลายชอ่ งทางในสงั คมออนไลน์ ไดแ้ กข่ ยายผล
การใช้ส่ือสู่ห้องเรียนในรูปแบบหลากหลายช่องทาง
ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และออฟไลน์ เช่น
การขยายบน Facebook, YouTube, Page Website,
OBEC center หรืออนื่ ๆ เป็นต้น

การสอนประวัตศิ าสตร์ สอนประวัตศิ าสตร์
ของครูยุคดิจิทลั ใหต้ อบโจทย์กับ
นกั เรียนยคุ ดิจิทลั

สอนประวตั ศิ าสตร์ สาสนAรตR้าอ่งปงค่ารวยะาวมคตั รรศิ สูู้ทา่นู ้าสักทตเารรย์ยี น
ให้ได้ใจวยั ของหนู

QRใน–รCาoยdกeารกพารุธปเชรา้ ะขช่าาวสมัสพพนัฐธ. ใ์สนอื่ 2ป4ร5ะวสตั พศิ ทาส. ตร์

54

2 แนวทางการต่อยอดการเรียนรู้เพ่อื สรา้ งโอกาส
และความเทา่ เทยี มทางการศกึ ษา

เพิ่มโอกาสให้กับครูและนักเรียนในการเข้าถึงและนำ�สื่อไปใช้ โดยได้การพัฒนาแอปพลิเคชันที่สามารถใช้
กบั PC ได้ นอกจากนน้ั ยงั มกี ารวางแผนในการพฒั นาสอ่ื นวตั กรรมใหห้ ลากหลาย เหมาะกบั นกั เรยี นแตล่ ะ
ชว่ งวยั ดงั นน้ั ในปี พ.ศ. 2564 – 2565 ส�ำ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานจงึ ไดจ้ ดั ท�ำ แนวทาง
การด�ำ เนนิ การเพอ่ื ตอ่ ยอดพฒั นาสอ่ื และพฒั นาศกั ยภาพครู ในลกั ษณะของการเปน็ เพอ่ื นรว่ มทางในการพฒั นา
ครปู ระวตั ศิ าสตร์ เพอ่ื ใหค้ รมู คี วามสขุ ในการสอน และนกั เรยี นสนกุ กบั การเรยี นรู้ ภายใตห้ วั ขอ้ เรอ่ื ง “ เปดิ โลก
นวตั กรรมการเรยี นรปู้ ระวตั ศิ าสตรว์ ถิ ใี หม่ ” โดยมแี ผนการด�ำ เนนิ งานดงั น้ี

ปี 2564 ดำ�เนนิ การตอ่ ยอดนวตั กรรมการเรียน ปี 2565 มีการดำ�เนนิ การต่อยอดนวตั กรรมการ
รู้ประวตั ศิ าสตร์ ดงั นี้ เรยี นร้ปู ระวัตศิ าสตร์ ดังน้ี

• พัฒนาเกม AR ประวัติศาสตร์ สำ�หรบั อนุบาล • Webinar แลกเปลยี่ นเรียนรู้ประวัตศิ าสตรจ์ าก
ปีที่ 1 – 2 และประถมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3 ปฏิทนิ วนั สำ�คัญ (Teacher Community)
• พัฒนาส่อื วดี ทิ ศั น์ประวัติศาสตร์ 2D สำ�หรับ • พฒั นาสอื่ VR ประวัติศาสตร์จากปฎทิ ินวนั ส�ำ คัญ
ประถมศึกษาปีท่ี 4 - 5 สำ�หรบั ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษา
• พฒั นาคลังนวตั กรรมประวตั ศิ าสตร์ส�ำ หรบั ครู • จัดเวทีพฒั นาศกั ยภาพครแู ละนกั เรยี น เช่น
ในรปู แบบของ History Learning Innovation การประกวดจัดท�ำ วดิ โี อคลปิ ประวัตศิ าสตร์ทอ้ งถ่ิน
Warehouse หัวขอ้ “บ้านเราเม่อื วนั วาน” และการประกวด
• ส่งเสริมงานวิจัยพัฒนานวัตกรรมการจัด สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ AR และ VR สำ�หรับครู
การเรยี นการสอนประวัตศิ าสตร์วถิ ใี หม่ • พัฒนานวัตกรรมการประเมนิ ประวัตศิ าสตรว์ ถิ ใี หม่

55

เปลยี่ น STEM เปน็ STEAM
สรา้ งมิติใหม่การศกึ ษาดา้ นวทิ ยาศาสตร์

ผสานศาสตร์และศลิ ป์

56



ขยายโอกาสใหน้ ักเรยี นได้เรียน
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี

และนวัตกรรมอยา่ งกวา้ งขวาง
เน้นการเรยี นการสอนดา้ นปฏิบตั ิ
นำ�ไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำ�วัน



57

เปล่ยี น STEM เป็น STEAM สรา้ งมติ ิใหมก่ ารศกึ ษา
ด้านวิทยาศาสตร์ผสานศาสตรแ์ ละศิลป์

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดทำ�โครงการสอนออนไลน์ Project 14 นำ�สู่ความปกติ
ใหม่ทางการศึกษา เปลี่ยนตำ�ราเรียนให้เป็นวีดิทัศน์ เรียนฟรีทุกที่ทุกเวลา เข้าใจง่าย ตรงตามหลักสูตร เติมเต็ม
และทดแทนการสอนในชั้นเรียน ต่อยอดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล เปลี่ยนผ่านสู่การเรียนการสอนวิถีใหม่อย่างยั่งยืน
เริ่มเปิดให้ใช้งานตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2563 เป็นต้นมา

การผลติ คลปิ วีดทิ ัศนก์ ารสอนออนไลน์ Project 14 ช่องยูทบู เฟซบกุ๊
มุ่งเน้นให้มสี ื่อทสี่ ามารถการเขา้ ถึงไดส้ ะดวก ใชง้ านง่าย IPST Project 14 IPST Project 14
ส่งผลให้นักเรียนเกิดกระบวนการคิดเช่ือมโยงชีวิตจริง
ทดแทนการสอนของครใู นชน้ั เรยี นปกติ พรอ้ มอดั แนน่ ดว้ ย เวบ็ ไซต์
กจิ กรรมแบบฝกึ หดั และการทดลองทใ่ี ชอ้ ปุ กรณอ์ ยา่ งงา่ ย IPST Project 14
สอดคล้องมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระ
คณติ ศาสตร์ และวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรงุ
พ.ศ.2560)ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
พุทธศกั ราช 2551 เนอื้ หาครอบคลุมทกุ ระดบั ชัน้ ตัง้ แต่
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 1 ถงึ มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ทัง้ รายวชิ า
พ้ืนฐาน และรายวชิ าเพ่ิมเตมิ ผสู้ นใจสามารถเขา้ ถงึ คลิป
การสอนทั้งหมด ผ่านชอ่ งทางตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ ช่องยทู ูบ
IPST Project 14, เฟซบุก๊ IPST Project 14 และ
เว็บไซต์ IPST Project 14

ปจั จบุ ัน สสวท. ได้เผยแพรค่ ลิป Project 14 ครบทุก
ระดับชนั้ ทงั้ 2 ภาคเรยี นแล้วรวม 2,354 คลิป มผี เู้ ขา้ ชม
แลว้ 8,755,052 ครั้ง

58

สำ�นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยสำ�นักบริหารงานความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ศึกษาได้
พัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยในด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี และ
นวัตกรรมในทุกระดับการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษาและครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ
ซึ่งเป็นการกระจายโอกาสสำ�หรับนักเรียนผู้มีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ให้ได้รับ
การพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพตามความถนัดและความสนใจ ถือว่าเป็นการเตรียมและพัฒนาศักยภาพทุน
มนุษย์ของไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในอนาคต “เด็กไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก”
โดยได้ดำ�เนินงานโครงการต่าง ๆ ประสบผลดังนี้

1 โครงการยกระดบั โรงเรยี นวทิ ยาศาสตรจ์ ฬุ าภรณ์ ผลิตตัวดูดซับดังกล่าว เป็นผลงานของนักเรียนและครู
ราชวทิ ยาลยั มผี ลการด�ำ เนนิ งานตามเปา้ หมายดงั น้ี โรงเรียนวิทยาศาสตร์จฬุ าภรณ์ราชวทิ ยาลัยชลบุรี

นกั เรยี น จ�ำ นวน 8,640 คนตอ่ ปี ทม่ี คี วามสามารถ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย
พิเศษด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ได้รับโอกาส ได้ยกระดบั คุณภาพการศึกษาด้านการเรียนการสอน
ในการเข้าศึกษาโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ราช วทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยี ใหก้ บั โรงเรยี น
วทิ ยาลยั 12 แหง่ ทว่ั ประเทศ อน่ื ๆ ในพน้ื ทบ่ี รกิ ารในการพฒั นาศกั ยภาพผบู้ รหิ าร ครู
และนกั เรยี น ทง้ั โรงเรยี นต�ำ รวจตระเวนชายแดน โรงเรยี น
ผลการทดสอบโปรแกรมประเมนิ สมรรถนะนกั เรยี น ประถมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษาจำ�นวนกว่า 200
มาตรฐานสากล (PISA) ของนกั เรยี นกลมุ่ โรงเรยี น วทิ ยา โรงเรียนได้รับบริการวิชาการการจากโรงเรียนวิทยา
ศาสตรจ์ ฬุ าภรณร์ าชวทิ ยาลยั ในปี 2018 มคี า่ เฉลย่ี สงู ศาสตรจ์ ฬุ าภรณร์ าชวทิ ยาลยั
กวา่ กลมุ่ ประเทศ OECD
คณะรฐั มนตรีในการประชมุ วนั ท่ี 5 ตลุ าคม 2564
โครงงานนวตั กรรมและสง่ิ ประดษิ ฐน์ น้ั กลมุ่ โรงเรยี น เห็นชอบให้กระทรวงศึกษาธิการดำ�เนินการพัฒนายก
วทิ ยาศาสตรจ์ ฬุ าภรณร์ าชวทิ ยาลยั ไดพ้ ฒั นาสง่ิ ประดษิ ฐ์ ระดบั คณุ ภาพโรงเรยี นมธั ยมศกึ ษาใหเ้ ปน็ โรงเรียนวิทยา
และยน่ื ขอจดอนสุ ทิ ธบิ ตั รสง่ิ ประดษิ ฐ์ และไดร้ บั อนสุ ทิ ธบิ ตั ร ศาสตรจ์ ฬุ าภรณร์ าชวทิ ยาลยั ประจ�ำ เขตตรวจราชการ
แลว้ จ�ำ นวน 1 รายการ ไดแ้ ก่ อปุ กรณข์ น้ึ ทส่ี งู เปน็ ผลงาน จ�ำ นวน 6 แหง่ ประกอบดว้ ย ประจ�ำ เขตตรวจราชการท่ี 3
ของนักเรียนและครูโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ ,9 ,12 ,14 ,15 และ 18 โดยมแี ผนการรบั นกั เรยี นชน้ั ม.1
ราชวทิ ยาลยั ตรงั และรอประกาศโฆษณาจ�ำ นวน1รายการ และ ม.4 ในปกี ารศกึ ษา 2566 และจะเรม่ิ รบั สมคั รประมาณ
ได้แก่ ตัวดูดซับแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์และกรรมวิธีการ เดอื นสงิ หาคม 2565

59

2 โครงวทิ ยาศาสตรพ์ ลงั สบิ
เพอ่ื สง่ เสรมิ ศกั ยภาพและสรา้ งโอกาสทางการศกึ ษาใหก้ บั นกั เรยี น ทง้ั ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

2.1 คัดเลือกโรงเรียนศูนย์วิทยาศาสตร์พลังสิบ 2.2 การพัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตร์พลังสิบ
ระดบั ประถมศกึ ษา จ�ำ นวน 96 โรงเรยี น และระดบั มธั ยม ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา หลักสูตรใหม่
ศึกษา ด�ำ เนินการคัดเลอื กรอบที่ 1 จำ�นวน 95 โรงเรียน “ลดเนื้อหาทางวิชาการ เน้นการเรียนแบบปฏิบัติ”
โดยมีแผนจะพฒั นาครู และโรงเรียนทเ่ี ขา้ รว่ มโครงการฯ มุ่งจะแก้ไขปญั หาดา้ นการศกึ ษาทส่ี �ำ คญั อนั หนง่ึ ของการ
ใหม้ คี ณุ ภาพและมีศักยภาพเป็นโรงเรียนศูนย์ฝึกอบรม ศกึ ษา ไทย
จำ�นวน 200 โรงเรยี น (ระดบั ประถมศกึ ษา 100 โรงเรยี น
และระดบั มธั ยมศึกษา 100 โรงเรียน) เพอื่ ให้บริการทาง
วชิ าการแกโ่ รงเรยี น เครอื ขา่ ยในลกั ษณะ Peer Learning
Network อกี จ�ำ นวน 2,000 โรงเรยี น (ระดบั ประถมศกึ ษา
1,000 โรงเรยี น และระดบั มธั ยมศกึ ษา 1,000 โรงเรยี น)

3 โครงการพัฒนากำ�ลังคนด้านวิศวกรรมศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมสนับสนุนการลงทุนและเพ่ิมขีด
ความสามารถภาคอตุ สาหกรรมในประเทศและภมู ภิ าค (โครงการจดั ตัง้ สถาบันไทยโคเซ็น)

3.1 ส่งต่อนักเรียนทุนของโรงเรียนวิทยาศาสตร์ วศิ วกรรมคอมพวิ เตอร์ Computer Engineering และ
จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัยไปศึกษาต่อ ณ สถาบันโคเซ็น วศิ วกรรมแมคคาทอนกิ ส์ Mechatronics Engineering
ประเทศญี่ปุ่นแล้ว จำ�นวน 4 รุ่น รวมจำ�นวน 46 คน ในดา้ นผลงานนกั ศกึ ษามผี ลงานทโ่ี ดดเดน่ จากการเขา้ รว่ ม
โดยนักเรียนมีผลสัมฤทธ์ิการเรียนในเกณฑ์ดีมีค่าเฉล่ีย การแขง่ ขนั เวทตี า่ ง ๆ
ทกุ รายวชิ าอยทู่ ร่ี อ้ ยละ 80 และยงั มผี ลงานทโ่ี ดดเดน่ ในการ
ไดร้ บั รางวลั จากการประกวดแขง่ ขนั ตา่ งๆในระดบั ประเทศ 2. สถาบันโคเซ็นแห่งมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้า
ญป่ี นุ่ เชน่ รางวลั Fighting - spirit Award ในการแขง่ ขนั ธนบรุ ี KOSEN KMUTT เปดิ ท�ำ การเรยี นการสอนตง้ั แต่
Japanese Olympiad in Informatics for Girls (JOIG) ปกี ารศกึ ษา 2563 ปัจจบุ นั เปดิ รับนักศกึ ษาจำ�นวน 2
ตวั แทนประเทศญป่ี นุ่ ในการน�ำ เสนอในงาน International หลักสูตรประกอบด้วยหลักสูตรวิศวกรรมอัตโนมัติ
Conference และไดเ้ ขา้ รอบ 16 ทมี สดุ ทา้ ยในการแขง่ ขนั (Automation Engineering) และหลักสูตร Bio
Science Castle ASEAN 2020 Singapore ซง่ึ เปน็ การ Engineering
ประชมุ นานาชาตสิ �ำ หรบั นกั วจิ ยั รนุ่ ใหมช่ มุ ชน รางวลั ชนะ
เลศิ ระดบั ประเทศญป่ี นุ่ จากการน�ำ เสนอโครงการเพอ่ื การ
แกป้ ญั หาชมุ ชน จากกวา่ 1,300 โครงการจากการแขง่ ขนั
“ Regional Creative Idea Contest ” เปน็ ตน้

3.2 การจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็นในประเทศไทย
จำ�นวน 2 วิทยาเขต คือ

1. สถาบนั โคเซน็ แหง่ สถาบนั เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้
เจา้ คณุ ทหารลาดกระบงั KOSEN - KMITL เปดิ ท�ำ การ
เรยี นการสอนตง้ั แตป่ กี ารศกึ ษา 2562 ปจั จบุ นั เปดิ รบั
นกั ศกึ ษาจ�ำ นวน 2 หลกั สตู รประกอบดว้ ย หลกั สตู ร

60

4 โครงการหอ้ งเรยี นพเิ ศษวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดลอ้ ม

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างสำ�นัก พฒั นาพลเมอื งโดยเฉพาะสาขาทข่ี าดแคลนคอื วทิ ยาศาสตร์
งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน (สพฐ.) สถาบนั และคณิตศาสตร์ กิจกรรมทางวิชาการเน้นพัฒนาและ
สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (สสวท.) และ สง่ เสรมิ ศกั ยภาพ เชน่ การเขา้ คา่ ยวทิ ยาศาสตร์ ทศั นศกึ ษา
กระทรวงการอดุ มศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม ฝกึ งานกบั นกั วจิ ยั ท�ำ โครงงานวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์
โดยบรหิ ารจดั การเปน็ 9 เครอื ขา่ ย จ�ำ นวน 220 โรงเรยี น และเทคโนโลยี พรอ้ มทง้ั สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหน้ �ำ เสนอผลงาน
เพ่อื ขยายฐานการพัฒนาและส่งเสริมผ้มู ีความสามารถ ทางวชิ าการในระดบั จงั หวดั ระดบั ภมู ภิ าค ระดบั ประเทศ
พเิ ศษทางวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยขี องประเทศ มงุ่ เนน้ ตลอดจนในระดบั นานาชาติ

5 โครงการอจั ฉรยิ ะเกษตรประณตี ในโรงเรยี น Science Technology Innovation (STI) :Smart Intensive Farming

5.1 ดำ�เนินการพัฒนาหลักสูตรอัจฉริยะเกษตร 5.2 ดำ�เนินการปฐมนิเทศโรงเรียนนำ�ร่องเพื่อ
ประณีตในโรงเรียน โดยเน้นการจดั การเรียนร้ทู ี่สามารถ ให้โรงเรียนนำ�ไปจัดการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ ดังนี้
บรู ณาการรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ เทคโนโลยี รายวิชาเพิ่มเติม วิชาเลือกเสรีกระบวนการเรียนรู้
และวิทยาการคำ�นวณกับการทำ�เกษตรแบบประณีต ในรายวชิ าพน้ื ฐานรายวชิ าบรู ณาการ/กจิ กรรมบรู ณาการ
ในโรงเรียน โดยมีเปา้ หมายเพือ่ ใหน้ กั เรียนเกิดทักษะและ กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมเสริมหลักสูตร และอื่นๆ
สามารถน�ำ องคค์ วามรมู้ าสกู่ ารปฏบิ ตั อิ ยา่ งเปน็ รปู ธรรม ตามบริบทหลกั สตู รสถานศกึ ษา
อีกท้ังสามารถนำ�ความรู้และประสบการณ์ ไปต่อยอด
ในการประกอบอาชพี กอ่ ใหเ้ กดิ รายไดภ้ ายในโรงเรยี นและ
นำ�ไปส่กู ารผลักดันใหเ้ กดิ การยกระดบั กระบวนการผลติ
และคุณภาพสินคา้ ภาคเกษตร ที่เป็นประโยชนต์ อ่ ชมุ ชน
สกู่ ารพฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศ

61

โรงเรยี นมหดิ ลวิทยานสุ รณ์

หน่วยงานในก�ำ กบั ของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้การกำ�กบั ดูแลของรัฐมนตรชี ่วยวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร
(คณุ หญงิ กลั ยา โสภณพนชิ ) โรงเรยี นมหดิ ลวทิ ยานสุ รณม์ ผี ลการด�ำ เนนิ งานโดดเดน่ และเปน็ ผลงานทต่ี อบสนองพนั ธ
กจิ หลกั ของโรงเรยี น ภายใตแ้ นวคดิ ทว่ี า่ “Learning@MWIT: Changed by Design, Prompted by Pandemic”
ซ่ึงสอดรับกับแนวความคดิ “สรา้ งมติ ิใหม่การศกึ ษาดา้ นวทิ ยาศาสตรผ์ สานศาสตร์และศลิ ป์ เปลี่ยน STEM เปน็
STEAM วิทยาศาสตร์พลังสบิ ลดความเหลอื่ มลำ�้ สร้าง Citizen Science” หนง่ึ ในนโยบายการขบั เคลื่อนวงการ
ศกึ ษาไทยของคุณหญงิ กลั ยา โสภณพนชิ ในฐานะรฐั มนตรชี ่วยวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร “QUICK WIN 7+”
สรปุ ไดด้ งั น้ี
การจดั การเรยี นการสอนภายใตส้ ถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรค COVID-19

เนอ่ื งจากสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรค COVID - 19 ในประเทศไทย เรม่ิ ตง้ั แตต่ น้ ปี พ.ศ. 2563 ซง่ึ เปน็ การ
ด�ำ เนนิ งานของโรงเรยี นในชว่ งตน้ ปกี ารศกึ ษา 2563 และโรงเรยี นไดป้ รบั รปู แบบการเรยี นการสอนของโรงเรยี นในรปู แบบ
ออนไลน์ โดยใช้ Google Meet และ Google Classroom ส�ำ หรบั ในภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563 และปกี ารศกึ ษา
2564 โรงเรยี นไดป้ รบั รปู แบบการจดั กจิ กรรมและการจดั การเรยี นการสอนเปน็ ระบบผสมผสาน ( Hybrid ) ดงั น้ี
1. จดั ตารางเวลาใหค้ รผู สู้ อนและนกั เรยี นไดพ้ บปะและซกั ถาม
แบบ real time เรยี กวา่ discussion time / interaction
time (synchronous learning)
2. ให้นักเรียนศึกษาเรียนร้ดู ้วยตนเองได้ตลอดเวลาจาก
สอ่ื การเรยี นร้ใู นรปู แบบออนไลน์ (asynchronous learning)
3. ก�ำ หนด office hour ของครแู ตล่ ะคน เพอ่ื ใหน้ กั เรยี น
สามารถส่ือสารกบั ครผู ้สู อนไดต้ ลอดเวลา โดยอาจจะเปน็
แบบ real time หรอื เปน็ การฝากขอ้ ความไว้

62

Thailand International Science Fair 2021 (TISF2021)

เมอ่ื วนั ท่ี 6 มกราคม 2564 สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา้ Thailand International Science Fair 2021 จดั ขน้ึ
กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ระหวา่ งวนั ท่ี 6 - 8 มกราคม 2564 ภายใตแ้ นวคดิ
ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ รบั เป็นองค์ประธานเปดิ งาน “Strengthening sustainability and resilient society
Thailand International Science Fair 2021 ในรปู แบบ through science and technology” มผี รู้ ว่ มงานทง้ั สน้ิ
ออนไลนเ์ ตม็ รปู แบบผา่ นสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์GoogleMeet 436 คน จาก 50 โรงเรยี นทว่ั โลก ในจ�ำ นวนนเ้ี ปน็ โรงเรยี น
โดยมี รฐั มนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (คณุ หญงิ ในตา่ งประเทศ 28 โรงเรยี น จาก 16 ประเทศ มโี ครงงาน
กัลยา โสภณพนิช) ในฐานะรัฐมนตรีผู้กำ�กับดูแล ที่ร่วมนำ�เสนอทั้งสิ้น 137 โครงงาน นอกจากนี้ยังมี
โรงเรยี นมหิดลวทิ ยานุสรณ์ ประธานกรรมการโรงเรียน กจิ กรรมศกึ ษาดงู านดา้ นศลิ ปวฒั นธรรม ผา่ นการศกึ ษา
(ดร.ประสารไตรรตั นว์ รกลุ )และผอู้ �ำ นวยการโรงเรยี นมหดิ ล ดงู านเสมอื นจรงิ (Virtual Excursion) กจิ กรรม Group
วทิ ยานสุ รณ์ รว่ มรบั เสดจ็ ฯ ณ วังสระประทุม อีกท้งั ได้ Activities และกจิ กรรมสนั ทนาการทเ่ี ปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี น
พระราชทานพระราชานญุ าตใหโ้ รงเรยี นสามารถถา่ ยทอด ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์และฝึกฝนทักษะการทำ�งาน
สดและส่อื สารผา่ นเครือข่ายอินเทอรเ์ นต็ ในแบบเรยี ลไทม์ รว่ มกนั ผา่ นสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์และกจิ กรรมการแลกเปลย่ี น
ไปยังนักเรียนท้ังในประเทศและต่างประเทศท่ีเข้าร่วม องคค์ วามรแู้ ละประสบการณก์ ารจดั การเรยี นการสอนของ
พธิ เี ปดิ พร้อมท้งั การกราบบังคมทูลนำ�เสนอโครงงานท้งั ผบู้ รหิ ารและครผู สู้ อน ขา้ มประเทศผา่ นสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
ในรปู แบบบรรยายและโปสเตอร์

การบรกิ ารพเิ ศษทางวชิ าการดา้ นการจดั การเรยี นการสอนคณติ ศาสตรแ์ ละวทิ ยาศาสตร์

พนั ธกจิ หนง่ึ ของโรงเรยี นมหดิ ลวทิ ยานสุ รณค์ อื การเปน็ ตน้ แบบดา้ นการจดั การศกึ ษาส�ำ หรบั ผมู้ คี วามสามารถพเิ ศษ
ด้านคณติ ศาสตรแ์ ละวิทยาศาสตร์ ซึ่งการบริการพเิ ศษทางวชิ าการดา้ นการจดั การเรียนการสอนคณิตศาสตรแ์ ละ
วทิ ยาศาสตรข์ องโรงเรยี นมหดิ ลวทิ ยานสุ รณ์ ภายใตส้ ถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรค COVID-19 ในประเทศไทย
นบั ตง้ั แตต่ น้ ปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา โรงเรียนได้ปรับรปู แบบการใหบ้ ริการพเิ ศษทางวิชาการผา่ นการอบรมความรู้
ทางวชิ าการและเทคนคิ วธิ ีการจดั การเรียนการสอนดา้ นคณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยใี นรปู แบบออนไลน์
โดยสง่ ผา่ นองคค์ วามรเู้ ทคนคิ วธิ ี และประสบการณท์ เ่ี กดิ ขน้ึ จากการจดั การเรยี นการสอนใหก้ บั นกั เรยี นในโรงเรยี นไปยงั ครู
และบคุ ลากรทางการศกึ ษาของโรงเรยี นตา่ ง ๆ มกี ารใชเ้ ทคโนโลยแี ละสอ่ื ทางโซเชยี ลหลายรปู แบบรว่ มกนั ไดแ้ ก่

1. การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองกอ่ นเขา้ อบรม โดยศกึ ษาสอ่ื /เอกสาร
ความรู้ ผา่ นทาง Google Classroom, Google Site
2. การ Show & Share และแลกเปลย่ี นเรยี นรรู้ ว่ มกนั แบบ
face to face ผา่ นทาง Google Meet
3. ชอ่ งทางการตดิ ตอ่ สอ่ื สาร/นดั หมาย ผา่ นทางกลมุ่ Line
สนทนา และโทรศพั ท์

63

ลักษณะของการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการและเทคนิควิธีการจัดการเรียนการสอนด้านคณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปยงั กลุ่มเป้าหมายที่แตกตา่ งกันตามลักษณะของโครงการ ดังน้ี

1. ดา้ นการขยายผลองคค์ วามรู้ทางวชิ าการและวธิ ีจดั ทสี่ นใจ ในรปู แบบออนไลน์ โดยในปี พ.ศ. 2563 – 2564
การเรียนการสอนไปยังโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอน มีผสู้ นใจเขา้ รบั การพฒั นาฯ จ�ำ นวน 1,080 คน จาก 65
ปลายสงั กดั สพฐ. ในจงั หวดั : โรงเรยี นใหก้ ารอบรมและ โรงเรยี น
เตรยี มความพรอ้ มใหก้ บั ครรู ะดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ของโรงเรยี นทถ่ี กู จดั ตง้ั เปน็ โรงเรยี นศนู ยข์ ยายผลฯ รวม จะเหน็ ไดว้ า่ การบรกิ ารพเิ ศษทางวชิ าการในทกุ โครงการ
23 โรงเรียน จำ�นวน 2 ครั้งต่อปี (รวม 368 คนต่อปี) ของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ ได้ครอบคลุมพื้นที่
เพื่อใหม้ ีความพรอ้ มในการเป็นวิทยากรอบรม และน�ำ ไป ทว่ั ประเทศรวมแลว้ มากกวา่ 400 โรงเรยี น ครมู ากกวา่
ขยายผลใหก้ บั โรงเรยี นเครอื ขา่ ยในจงั หวดั ของตน จ�ำ นวน 7,000 คน ท่ใี หค้ วามรู้ดา้ นคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
10 โรงเรยี น จ�ำ นวน 2 ครง้ั ตอ่ ปี (รวม 3,600 คนตอ่ ปี จาก และเทคโนโลยีแก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
225 โรงเรียนเครือข่าย) เพื่อให้นำ�ความรู้และเทคนิค มากกว่า 160,000 คน และนอกจากนี้โรงเรียนมหิดล
วิธีการจดั การเรียนการสอนน้นั ไปใช้ในการจัดการเรียน วิทยานุสรณ์ยังได้รวบรวมองค์ความรู้ในการจัดการ
การสอนใหก้ บั นกั เรยี นในโรงเรยี นตอ่ ไป เรยี นสอน จัดทำ�เป็นคลปิ เผยแพร่ไปยงั ครู นักเรียน และ
2. ดา้ นการพฒั นาความรทู้ างวชิ าการและการใชเ้ ทคโนโลยี ผ้สู นใจทัว่ ไป โดยในรอบ 2 ปีทผ่ี า่ นมา โรงเรยี นมีคลปิ
สารสนเทศในการจดั การเรยี นการสอนจดั การอบรมพฒั นา วิดีโอเผยแพร่กว่า 70 หัวข้อ ทั้งในด้านคณิตศาสตร์
ความรู้ทางวิชาการและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ วทิ ยาศาสตร์ และศลิ ปศาสตร์
ในการเรยี นการสอนทางดา้ นคณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และ
เทคโนโลยี ใหก้ บั ครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาทว่ั ประเทศ ซ่ึงนับเป็นอีกก้าวหน่ึงของการขยายผลองค์ความรู้
ท่ีจะต่อยอดเพื่อสร้างความยั่งยืนของการศึกษาไทยใน
อนาคต

64

ไมม่ เี ครอื ขา่ ย
เครอื ขา่ ย สพฐ.
ขยายผล #1
ขยายผล #2
PCSHS

65

การศึกษาท่ีเท่าเทียม
สรา้ งโอกาสใหเ้ ด็กด้อยโอกาสและพกิ าร

66

“จัดการศึกษาขนั้ พ้ืนฐานสำ�หรับเด็กพิการ

และเด็กด้อยโอกาส ผ่านการเรียนการสอน
ในรูปแบบท่หี ลากหลายและมีคุณภาพ
และนวัตกรรมอย่างกวา้ งขวาง
เนน้ การปฏบิ ัติจรงิ ในชีวติ ประจ�ำ วนั

และภูมิปั ญญาเฉพาะถ่นิ ในสังคมชมุ ชนนนั้ ๆ
จนสามารถนำ�ไปประกอบอาชีพ

เพ่ือดำ�เนินชวี ติ ในปั จจบุ ันและอนาคตได้
บนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม

”เกษตรกรรม (STIA)

67

การศกึ ษาทเ่ี ทา่ เทยี ม การสรา้ งโอกาสใหเ้ ดก็ ดอ้ ยโอกาสและพกิ าร

การศกึ ษาทีเ่ ทา่ เทียม

ส�ำ นักงานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา (สกศ.) ในฐานะ และขยายผลไปถงึ ประชาชน ทกุ ชว่ งวยั โดยเปดิ พนื้ ทท่ี าง
หน่วยนโยบายและแผนการศกึ ษาของชาติ ปรบั บทบาท ความคดิ ใหป้ ระชาชนมี “สว่ นรว่ มออกแบบ” นโนบาย
เปน็ “ขงเบ้งของกระทรวงศึกษาธกิ าร” ท่มี ีความชดั เจน การศึกษาทันสมัยที่ตอบโจทย์ปัจจุบันและอนาคต
ยิ่งขึ้นในการกำ�หนดทิศทาง การขับเคลื่อนการศึกษา สามารถแก้ ไขปัญหาเชิงระบบและความท้าทาย
กำ�หนดกลยุทธ์และแนวทางเป็นกรอบการทำ�งาน สถานการณป์ จั จุบัน ได้ขบั เคลือ่ นงานของ สกศ. ในการ
ของหนว่ ยงานทางการศกึ ษา ก�ำ หนดแนวทางพฒั นาเดก็ สรา้ งผลกระทบอย่างกวา้ งขวางตอ่ สงั คม ดังนี้

68

1 การผลกั ดนั การตรารา่ ง พ.ร.บ. การศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ....

เปรยี บเสมอื นธรรมนญู การศกึ ษาเป็นกฎหมายกลาง 2) วยั แรงงาน (15 - 59 ป)ี มแี นวโน้มลดลงจาก
ของการศึกษา เพื่อดูแลการจัดการศึกษาของประเทศ 43.26 ล้านคน ในปี 2563 เปน็ 36.5 ลา้ นคนในปี 2583
และปรบั เปลย่ี นการจดั การเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นทแ่ี ตกตา่ งไป หรือลดลงราว 6.7 ล้านคน และ
จากเดมิ ซง่ึ ไดส้ รา้ งผลกระทบตอ่ 3 กลมุ่ หลกั ทม่ี แี นวโนม้
การเปลย่ี นแปลงดา้ นการศกึ ษาอนาคต 3) ผสู้ งู อายุ (60 ปีขึน้ ไป) ในปี 2563 มจี �ำ นวน 12
ลา้ นคน จะเพม่ิ เปน็ 20.42 ลา้ นคนในอกี 20 ปี จงึ ตอ้ งเรง่
1) วยั เดก็ (แรกเกดิ - 14 ป)ี มแี นวโนม้ ลดลงจาก สง่ เสรมิ การพฒั นาปฐมวยั การพฒั นาทกั ษะและความรู้
จำ�นวนรวมในปี 2563 มีจำ�นวนประชากรเด็ก 11.2 ในทักษะเดิม (Upskill) และพัฒนาทักษะความรู้ใหม่
ลา้ นคน จะลดลงเปน็ 8.4 ลา้ นคน ในปี 2583 (Reskill) และพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตไว้รองรับ
การเปลีย่ นแปลงท่อี าจเกดิ ข้ึน
2 การขบั เคลอ่ื นนโยบายสภาการศกึ ษา (กกส.)

การดำ�เนินงานของคณะอนุกรรมการสภาการศึกษา คดั กรองครู เพอ่ื ใหม้ สี มรรถนะใหมส่ อดคลอ้ งการปฏบิ ตั ิ
(อนุ กกส.) ทงั้ 6 คณะ ทเี่ รง่ สร้างกลไก สภาพแวดลอ้ ม หนา้ ทใ่ี นสถานศกึ ษาทว่ั ประเทศ 37,802 แหง่ และสง่ เสรมิ
โครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการพัฒนาทักษะของผู้ การเรียนรู้ใหมๆ่ ผา่ นระบบออนไลน์แกน่ ักเรยี นในระบบ
เรียนอีกทั้งประการสำ�คัญกำ�หนดทิศทางการพัฒนา จำ�นวน 12,590,349 คน นอกจากน้ี ยงั กำ�หนดแนวทาง
การศึกษา ที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงและสอดคล้องกับ เพิ่มสมรรถนะอาชีวะดิจิทัล รองรับผู้เรียนระดับ ปวช.
ความถนดั และความตอ้ งการของประเทศ โดยงานวจิ ยั สกศ. ปวส. ปรญิ ญาตรี จำ�นวน 44,260 คน ส่งเสริมผูส้ ำ�เรจ็
พบว่า นักเรียนทกุ ชน้ั มากกว่า 14 ลา้ นคน ไม่ได้ไป อาชวี ศึกษามงี านท�ำ และขยายผลนโยบายอาชวี ะเกษตร
โรงเรยี นในชว่ งสถานการณแ์ พรร่ ะบาดCovid-19สร้าง ดว้ ยการสง่ เสริมทกั ษะ Upskill - Reskill แก่ผูเ้ รยี นใน
ปรากฎการณ์ “ความรู้ถดถอยหลังจากปิดเทอมใหญ”่ วทิ ยาลยั เกษตรกรรมและเทคโนโลยที ง้ั 47 แหง่ ทว่ั ประเทศ
ท่ีต้องเร่งแก้ไขผ่านแนวทางการพัฒนาระบบผลิตและ

69

3 ผลวจิ ยั การศกึ ษารปู แบบการจดั การเรยี นรู้ในระดบั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานในสถานการณแ์ พรร่ ะบาด Covid-19

ใช้เป็นโมเดลนำ�ร่องเพื่อปรับเปลี่ยนการเรียนสอน (สพม.) อีก 42 เขตทั่วประเทศสามารถนำ�โมเดล
อยา่ งเหมาะสมเชงิ พื้นที่ทว่ั ประเทศ ส่งผลกระทบต่อเน่ือง องค์ความรู้ดังกล่าว ไปขยายผลในสถานศึกษา
ใหส้ �ำ นกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษา (สพป.) 29,871 โรงเรยี น ทั่วประเทศ
ทง้ั 183 เขต และส�ำ นกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา

4 การขยายผลแผนปฏบิ ตั กิ ารดา้ นการผลติ และพฒั นาก�ำ ลงั คนในสาขาอาชพี ทม่ี คี วามจ�ำ เปน็ เรง่ ดว่ น ตอ่ การ
พฒั นาประเทศ

เปน็ ตน้ แบบในการพฒั นาความรว่ มมอื ระหวา่ งภาครฐั The New Future of Jobs ของ World Economic
และเอกชนในการผลิตและพัฒนากำ�ลังคนของประเทศ Forum (2020) อกี ท้งั ยงั ต้องเร่งสรา้ งความสอดรับกับ
ไ ด้ ส ร้ า ง ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ แ ก่ ผู้ เ รี ย น ส า ย อ า ชี ว ศึ ก ษ า การจดั ท�ำ “หลกั สตู รฐานสมรรถนะ” ทเ่ีชอ่ื มโยงกบั มาตรฐาน
ในทกุ ระดบั จ�ำ นวน 1,022,667 คน และเตรยี มการรองรบั อาชพี และเรง่ ขยายผลเพม่ิ สดั สว่ นนกั เรยี น สายสามญั
การเกดิ อาชพี ใหมจ่ ำ�นวน 97 ล้านตำ�แหนง่ ซึ่งเป็นที่ ต่อสายอาชีวะจากเดิมในปี 2562 มีสัดส่วน 65 : 35
ต้องการในตลาดแรงงานตามที่มีข้อมูลระบุในรายงาน ให้มคี วามเหมาะสมกับตลาดแรงงานอนาคต

70

5 การขบั เคลอ่ื นแผนพฒั นาเดก็ ปฐมวยั พ.ศ. 2564 - 2570

เร่งขยายผลเพื่อรองรับพัฒนาการที่มีความต่อเน่ือง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในกำ�กับของกระทรวงศึกษาธิการ
ของเด็กปฐมวัย 4,058,322 คน จากฐานข้อมูลกรม 29,991 แหง่ องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ 20,468 แหง่
การปกครองปี 2561 และมแี นวโน้มการเกดิ ลดลงทุกปี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์
กรอบแนวทางกลางนี้ใช้กำ�หนดทิศทางการพัฒนา (พม.)/กทม./ตชด. อกี 953 แห่งท่วั ประเทศ เพื่อบรรลุ
คุณภาพการบริการ ดูแล พัฒนา และจัดการศึกษา เป้าหมายร่วมกนั อย่างมีประสิทธิภาพ
สำ�หรับเด็กปฐมวัยท่ีใช้บังคับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย/

6 สานนโยบายตอบโจทยช์ วี ติ - พลวตั อนาคต 3) งานวิจยั โดยมุ่งเนน้ ศกึ ษา วจิ ยั และเตรยี มผลักดัน
งานวจิ ยั ทางการศึกษาในประเด็นหลกั ส่กู ารปฏิบตั ิ รวม
การพฒั นานโยบายการศกึ ษาส�ำ คญั ทม่ี คี วามสอดคลอ้ ง ทง้ั เผยแพรใ่ นสอ่ื อยา่ งหลากหลายทง้ั เอกสาร E - book
และเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปีและแผน และ Application และ
แม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงรัฐธรรมนูญ
แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560 และแผนการศกึ ษา 4) งานนโยบายสภาการศึกษา มุ่งเน้นการทำ�งาน
แห่งชาติที่มีการปรับปรุงแล้ว ครอบคลุมประเด็น OEC ตามนโยบายสภาการศกึ ษา นโยบายเชงิ รกุ ของ ศธ. และ
POLICY ทั้ง 4 แนวทาง ไดแ้ ก่ นโยบายของคณะกรรมการระดบั ชาตชิ ดุ ตา่ ง ๆ เชน่ การ
พฒั นาเดก็ ปฐมวัยการขับเคลื่อนกรอบคณุ วุฒแิ หง่ ชาติ
1) งานปฏิรูปการศึกษา ซึ่งมีการจัดทำ�ข้อเสนอ (NQF) สกู่ ารปฏบิ ตั ิ ระบบธนาคารสะสมหนว่ ยกติ (Credit
การปรบั ปรุงแผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการศกึ ษา Bank) การส่งเสริมความสามารถทางการแข่งขันด้าน
การศกึ ษาของประเทศไทย ตามการจดั อนั ดบั ของ IMD
2) งานกฎหมาย มีการพิจารณากฎหมายที่ต้องมี รวมทัง้ ประเดน็ ทางการศกึ ษาอืน่ ๆ
การปรับปรงุ หรอื แก้ไข และกฎหมายทตี่ ้องจัดท�ำ ข้นึ ใหม่
เพื่อรองรบั การด�ำ เนนิ งานตามร่าง พ.ร.บ. การศกึ ษา
แหง่ ชาติ และกฎหมายดา้ นการศกึ ษาทเ่ี กย่ี วขอ้ ง พรอ้ มระบุ
หนว่ ยงานหลกั ทรี่ ับผดิ ชอบ

71

7 OEC POLICY พฒั นาคนพลกิ โฉมประเทศ 3) เศรษฐกิจ (Economy) สะท้อนชดั เจนจากผลกระ
ภายใต้ OEC POLICY สกศ. ไดป้ รบั ทศิ ทางระบบงาน ทบสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 จนสง่ ผลให้เกดิ
วจิ ยั ให้ “สัมผัสได้จริง” น�ำ ไปสูก่ ารพฒั นานโยบายการ การเพมิ่ ของอาชพี พารท์ ไทม์
ศึกษาชาติเสนอแนะต่อทั้งรัฐบาลและ ศธ. เช่นที่ดำ�เนิน
การมาตลอดในการจัดทำ�ข้อเสนอเชิงนโยบาย ช่วยแก้ 4) สังคมและวฒั นธรรม (Culture and Society)
ปัญหาสำ�คัญ การศึกษาชาติ และเป็นผู้ริเรม่ิ แล้วหลาย ก้าวเข้าสสู่ งั คม ผสู้ ูงวยั ความหลากหลายทางเพศ และ
เรื่อง เชน่ รเิ ริ่มใชค้ ำ�วา่ ความเสมอภาคทางการศกึ ษา การเพ่มิ ขนึ้ ของความเปน็ เมอื ง และ
ความเป็นธรรมทางการศึกษา ประสิทธิภาพของการ
ศึกษา ฯลฯ อีกทง้ั ยงั ได้ใหข้ อ้ เสนอแนะและสงั เคราะห์วธิ ี 5) สง่ิ แวดลอ้ ม (Environment) ทีใ่ หค้ วามส�ำ คญั ต่อ
แก้ไขพฒั นาตลอดมา ผลการจัดอนั กบั IMD ประจ�ำ ปี ระบบเศรษฐกจิ หมนุ เวยี น พลงั งานทดแทน และการเปลย่ี นผา่ น
2564 ประเทศไทย ครองอันดบั ที่ 28 จาก 64 เขต ไปสู่เมืองอจั ฉริยะ
เศรษฐกจิ (ดขี น้ึ 1 อนั ดบั จากปี 2563)
ขณะเดยี วกนั สง่ิ ทต่ี อ้ งการการสง่ เสรมิ จากภาครฐั นน้ั ท้ายท่ีสุดแล้วกำ�ลังคนท่ีมีสมรรถนะสูงที่ตอบโจทย์
สกศ.ไดเ้ สนอการเรง่ สรา้ งกลไกสภาพแวดลอ้ มโครงสรา้ ง การพัฒนาแห่งอนาคต คืออีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุน
พน้ื ฐานทเ่ี ออ้ื ตอ่ การพฒั นาทกั ษะของผเู้ รยี น อกี ทง้ั ประการ การพลิกโฉมประเทศไทย ทศิ ทางการพัฒนาศักยภาพ
ส�ำ คญั ตอ้ งก�ำ หนดทศิ ทางการพฒั นาการศกึ ษา ทท่ี นั การ ของทุนมนุษย์และทักษะแรงงานจึงต้องมุ่งเน้นการใช้
เปลย่ี นแปลงและสอดคลอ้ งกบั ความถนดั และความตอ้ งการ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สอดคล้องกับการปรับตัวสู่
ของประเทศ โดยมกี ารศกึ ษาและคาดการณ์ทิศทางของ ชีวิตวถิ ปี กตใิ หม่ (New Normal) และเร่งพัฒนาทักษะ
สงั คม (Megatrends) ผา่ น 5 มติ ิทค่ี ิดการณ์การ Upskill - Reskill ของผ้เู รียนในทุกระดับเพ่ือใหท้ นั การ
เปล่ียนแปลงส�ำ คญั ดงั นี้ เปลย่ี นแปลงท่ีอาจเกิดข้ึน
1) การเมืองและกฎหมาย (Politics and Laws)
การเปลี่ยนแปลงไปของระบบคะแนนความน่าเชื่อถือทาง
สงั คม
2) เทคโนโลยี (Technology) มกี ารพลกิ ผันอยา่ ง
ฉบั พลนั ทั้งเทคโนโลยีโลกเสมือน (AR) ปญั ญาประดษิ ฐ์
(AI) ความม่นั คงทาง ไซเบอร์ รวมถึง โดรน

72

การสรา้ งโอกาสใหเ้ ดก็ ด้อยโอกาสและพิการ

“ คืนโอกาสทางการศึกษา ดว้ ยการค้นหาเชิงรกุ เปลย่ี นโรงเรยี นเป็นแหล่งสร้างประสบการณ์
ครเู ปน็ ผูส้ ร้างแรงบันดาลใจ บนวถิ คี วามเป็นไทย ”

ส�ำ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน โดยส�ำ นกั การพัฒนาคุณภาพผ้เู รียนของสถานศึกษาในสังกัด
บริหารงานการศึกษาพิเศษ จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส�ำ นกั บรหิ ารงานการศกึ ษาพเิ ศษ ทง้ั 3 ประเภท มคี วาม
ผ่ า น ก า ร ใ ห้ บ ริ ก า ร ใ น รู ป แ บ บ ท่ี ห ล า ก ห ล า ย แ ล ะ มี แตกตา่ งกนั แตม่ เี ปา้ หมายทส่ี อดคลอ้ งตามยทุ ธศาสตรช์ าติ
คณุ ภาพ เพอ่ื ใหเ้ ดก็ พกิ ารและเดก็ ดอ้ ยโอกาสมคี ณุ ภาพ คอื เพอ่ื พฒั นาคนในทกุ มติ แิ ละ ในทกุ ชว่ งวยั ใหเ้ ปน็ คนดี
มที กั ษะชวี ติ ทด่ี ี สามารถพง่ึ ตนเองได้ ซง่ึ เดก็ ตอ้ งไดเ้ รยี น เกง่ และมคี ณุ ภาพ มคี วามพรอ้ มทง้ั กาย ใจ สตปิ ญั ญา
ในสง่ิ ทช่ี อบอยา่ งมคี วามสขุ ส�ำ หรบั เดก็ พกิ ารและเดก็ ดอ้ ย มพี ฒั นาการท่ดี รี อบดา้ น และมสี ขุ ภาวะทีด่ ใี นทุกชว่ งวัย
โอกาส ในสถานศกึ ษา 3 ประเภท ไดแ้ ก่ มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์
อดออม โอบออ้ มอารี มวี นิ ัย รกั ษาศีลธรรม และเป็น
(1) ศนู ยก์ ารศกึ ษาพเิ ศษ ใหบ้ รกิ ารชว่ ยเหลอื ระยะแรก พลเมอื งดขี องชาติ มหี ลกั คดิ ทถ่ี กู ตอ้ ง มที กั ษะทจ่ี �ำ เปน็
เรม่ิ ตง้ั แตแ่ รกเกดิ หรอื พบความพกิ าร จนตลอดชวี ติ ในศนู ย์ ในศตวรรษท่ี 21 มีทกั ษะการสื่อสารภาษาองั กฤษ และ
การศกึ ษาพเิ ศษ และใหบ้ รกิ ารตามบา้ นส�ำ หรบั เดก็ พกิ าร ภาษาท่ี 3 และอนรุ กั ษภ์ าษาทอ้ งถน่ิ มนี สิ ยั รกั การเรยี นรู้
รุนแรงท่ีไมส่ ามารถเขา้ รับบริการทศ่ี นู ย์การศึกษาพิเศษ และการพฒั นาตนเองอยา่ งตอ่ เนอ่ื งตลอดชวี ติ สกู่ ารเปน็
และเด็กเจ็บป่วยเร้ือรังท่ีรับการรักษาในโรงพยาบาล คนไทยทม่ี ที กั ษะสงู เปน็ นวตั กร นกั คดิ ผปู้ ระกอบการ
สนับสนุนส่งเสริมการจัดการเรียนร่วมและเรียนรวม เกษตรกรยคุ ใหมแ่ ละอน่ื ๆ โดยมสี มั มาชพี ตามความถนดั
รว่ มกบั ส�ำ นกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา ของตนเอง โดยปกี ารศึกษา 2564 สามารถให้บรกิ าร
ท า ง ก า ร ศึ ก ษ า แ ก่ เ ด็ ก พิ ก า ร แ ล ะ เ ด็ ก ด้ อ ย โ อ ก า ส
(2) โรงเรยี นเฉพาะความพกิ าร เปน็ การจดั การศกึ ษา ในภาพรวม ของสถานศกึ ษาแตล่ ะประเภทได้ ดงั น้ี
ในรปู แบบประจ�ำ ใหก้ บั เดก็ ทม่ี คี วามพกิ ารรนุ แรงไมส่ ามารถ
เขา้ เรยี นรว่ มกบั นกั เรยี นทว่ั ไปได้

(3) โรงเรยี นการศึกษาสงเคราะห์ เป็นการจดั การ
ศึกษา ในรูปแบบประจำ�และไป - กลบั ใหก้ บั ผู้ด้อยโอกาส
ทางการศกึ ษาทอ่ี ยใู่ นสภาวะยากล�ำ บากเปน็ พเิ ศษ

73

1) ศูนย์การศึกษาพิเศษ ได้ขับเคลอ่ื นการพฒั นา โครงการเยย่ี มบา้ น ใหค้ วามรคู้ วามเขา้ ใจ และสรา้ งความตระหนกั
คุณภาพผ้เู รียนให้เป็นไปตามเป้าหมายยุทธศาสตร์การ ให้ผ้ปู กครองเห็นความส�ำ คญั ของการศกึ ษา ซ่ึงการรับ
จดั การศกึ ษา ดว้ ยกระบวนการใหบ้ รกิ ารชว่ ยเหลอื ระยะ นกั เรยี นเขา้ เรยี นในโรงเรยี นการศกึ ษาสงเคราะหด์ �ำ เนนิ การ
แรกเรมิ่ (Early Intervention: EI) ซึง่ มี 7 ข้ันตอน คอื ตามข้นั ตอนและระเบียบการรับนักเรียนตามแนวปฏิบัติ
การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ทว่ั ไปของเดก็ พกิ าร การด�ำ เนนิ การ การรับนักเรียนสำ�หรับโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์
เก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน การคัดกรองประเภทความ ส�ำ นกั บรหิ ารงานการศกึ ษาพเิ ศษ ส�ำ นกั งานคณะกรรมการ
พกิ ารทางการศกึ ษา การประเมนิ ความสามารถพน้ื ฐาน การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน อยา่ งเปน็ ระบบและตอ่ เนอ่ื ง สง่ ผล
(Based Assessment) การจัดทำ�แผนการให้บริการ ให้มีเด็กด้อยโอกาสเข้าถึงบริการทางการศึกษาของ
เฉพาะครอบครัว (Individualized Family Services โรงเรยี นการศกึ ษาสงเคราะห์ รวม 33,949 คน
Plan: IFSP) การจดั ท�ำ แผนการจดั การศกึ ษาเฉพาะบคุ คล
(Individualized Education Program: IEP) การใหบ้ รกิ าร (3) โรงเรยี นเฉพาะความพกิ าร ขบั เคลอ่ื นการพฒั นา
ด้วยกิจกรรมที่เหมาะสม (Appropriate Intervention คุณภาพผู้เรียนให้เป็นไปตามเป้าหมายยุทธศาสตร์
Activities) การประเมนิ ความกา้ วหนา้ การใหบ้ รกิ ารชว่ ย การจดั การศกึ ษา โดยการพฒั นาระบบการบรหิ ารจดั การ
เหลอื ระยะแรกเริม่ และการนิเทศ ตดิ ตาม ประเมินผล ของเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา
และการส่งต่อ โดยให้บริการเด็กพิการทุกประเภทตั้งแต่ และกลมุ่ สถานศกึ ษา ไดจ้ ดั ท�ำ โครงการพฒั นาคณุ ภาพทม่ี ี
แรกเกดิ หรือแรกพบความพิการ จำ�นวน 27,474 คน วิธีการท่ีหลากหลายสอดคล้องกับศักยภาพผู้เรียนทุก
รวมทง้ั สนบั สนนุ การจดั การเรยี นรวมใหแ้ กน่ กั เรยี นพกิ าร กลุ่มเป้าหมาย มีการพัฒนาหลักสูตรเชิงสมรรถนะอิง
จ�ำ นวน 406,232 คน ในโรงเรยี นสงั กดั ส�ำ นกั งานเขตพน้ื ท่ี มาตรฐานหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานและ
การศกึ ษา จ�ำ นวน 23,346 แหง่ หลกั สตู รเพม่ิ เตมิ เฉพาะความพกิ ารส�ำ หรบั โรงเรยี นเฉพาะ
ความพกิ ารทางสติปัญญา การวิจัยการศึกษาแนวทาง
2) โรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ จัดการศึกษา การจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและปฏิบัติจริง
ขั้นพ้ืนฐานให้กับเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาตาม (Active Learning) เพื่อพัฒนาทักษะที่จำ�เป็นสำ�หรับ
ประกาศของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร มพี น้ื ทบ่ี รกิ ารครอบคลมุ ผู้เรียนที่มีความต้องการจำ�เป็นพิเศษในโรงเรียน
ทุกภมู ภิ าคของประเทศ จ�ำ นวน 52 โรงเรยี น ใน 43 จงั หวดั เฉพาะความพกิ าร จ�ำ นวน 48 โรงเรยี น ใน 38 จงั หวดั
ใชย้ ทุ ธศาสตรเ์ ชงิ รกุ เพอ่ื คน้ หาคดั กรองเดก็ ดอ้ ยโอกาสให้ มเี ดก็ พกิ ารท่ไี ดร้ บั การดแู ล จ�ำ นวน 12,586 คน
มโี อกาสทางการศกึ ษา มกี ารประสานขอ้ มลู กบั ส�ำ นกั งาน
พฒั นาสังคมและความมัน่ คงของมนษุ ยจ์ งั หวดั องค์กร จากการเล็งเห็นความสำ�คัญของการจัดการศึกษา
ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ส�ำ นกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา จดั ท�ำ ใหแ้ กผ่ ทู้ ม่ี คี วามตอ้ งการจ�ำ เปน็ พเิ ศษ จงึ มผี ลการด�ำ เนนิ
งานทส่ี �ำ คญั โดยแบง่ เปน็ 3 ดา้ น ดงั น้ี

74

1. ด้านการสร้างโอกาสและลดความเหล่ือมล้�ำ ไม่ได้รบั การศกึ ษา จ�ำ นวน 662 คน (เดก็ พกิ ารใหม่
ทางการศกึ ษา สำ�นักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ที่ไมเ่ คยไดร้ ับการศกึ ษา จำ�นวน 459 คน และเด็ก
สำ�นักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พกิ ารออกกลางคนั จ�ำ นวน 203 คน) สว่ นท่เี หลอื
ได้ด�ำ เนินการจดั ทำ�ฐานขอ้ มูล Big data เพือ่ เพิม่ อกี จ�ำ นวน 2,127 คน คน้ หาไมพ่ บ เนือ่ งจากหลาย
โอกาสทางการศึกษา โดยให้ศูนย์การศึกษาพิเศษ สาเหตุอาทิยา้ ยถน่ิ ฐานและไมท่ ราบทอ่ี ยใู่ หม่เสยี ชวี ติ
ทุกจังหวัดค้นหาเด็กพิการในวัยเรียนท่ีอายุไม่เกิน ตดิ ตอ่ ไม่ได้ ลงพน้ื ทค่ี น้ หาไมไ่ ดเ้ นอ่ื งจากสถานการณ์
18 ปี และยงั ไมไ่ ดเ้ ขา้ สรู่ ะบบการศกึ ษา พรอ้ มปกั หมดุ การแพรร่ ะบาดของเช้อื โควดิ เป็นต้น
บา้ นเดก็ พกิ ารทกุ ครอบครวั เพอ่ื ใหม้ ขี อ้ มลู เดก็ พกิ าร
ครบ 100% แก้ปัญหาคนพิการในวัยเรียนที่ นอกจากน้ียังให้โรงเรียนดำ�เนินการติดตาม
ไม่ไดร้ บั การศึกษาใหเ้ ข้าสู่ระบบการศกึ ษา สามารถ นกั เรยี นดอ้ ยโอกาสทอ่ี อกกลางคนั และท่ีไมไ่ ดเ้ ขา้ รบั
เข้าถึงสิทธิ์ได้อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม โดยได้ การศกึ ษา พรอ้ มจัดระบบดแู ลช่วยเหลือนักเรยี นให้
ประสานขอข้อมูลจากกระทรวงการพัฒนาสังคม กลับมาศกึ ษาตอ่ จนจบการศกึ ษาภาคบงั คบั เพอ่ื ให้
และความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งพบว่ามีประชากร นกั เรยี นด้อยโอกาสที่ออกกลางคันได้มีโอกาสกลับ
วัยเรยี น อายุไม่เกนิ 18 ปี ที่ไม่ได้รับการศกึ ษา จำ� มาเข้ารบั การศึกษา และไดร้ ับการดูแลช่วยเหลอื ให้
นวน 7,173 คน ส�ำ นักบริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ ศกึ ษาตอ่ จนจบการศกึ ษาภาคบงั คบั ทกุ คน จากขอ้ มลู
สำ�นักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน นกั เรยี นดอ้ ยโอกาสที่ออกกลางคัน จากภาคเรียนที่
ได้มอบหมายให้ศูนย์การศึกษาพิเศษทุกจังหวัด 2/2563 ส่ภู าคเรียนท่ี 1/2564 พบวา่ มจี �ำ นวนทงั้
คน้ หาเดก็ พกิ ารดงั กลา่ ว แลว้ น�ำ มาคดั กรองในระบบ สิน้ 311 คน สามารถตดิ ตามนกั เรียนกลับเขา้ มา
สารสนเทศการศกึ ษาพเิ ศษและการศกึ ษาสงเคราะห์ ศกึ ษาตอ่ ในโรงเรยี นเดมิ ได้ จ�ำ นวน 5 คน สว่ นสาเหตุ
พร้อมปักหมดุ บา้ นเดก็ พกิ ารทกุ ครอบครวั โดยมี ท่ี นั ก เ รี ย น ไ ม่ ก ลั บ ม า ศึ ก ษ า ต่ อ ใ น โ ร ง เ รี ย น เ ดิ ม
รายงานผลการค้นหา ดังน้ี (1) รบั บรกิ ารท่ีศนู ย์ ประกอบดว้ ย ลาออก ยา้ ยตามผปู้ กครองไมส่ ามารถ
การศึกษาพเิ ศษ จำ�นวน 1,970 คน (2) รบั บริการที่ ติดต่อได้ เป็นผู้ป่วยติดเตียง อยู่ในสถานพินิจ
สถานศกึ ษาอน่ื (โรงเรยี น/กศน./จดั การศกึ ษาโดย และคมุ้ รองเดก็ และเยาวชน แตง่ งาน ไปประกอบอาชพี
ครอบครวั /อืน่ ๆ) จ�ำ นวน 2,414 คน (3) เด็กที่ และศกึ ษาต่อสถานศกึ ษาอน่ื เชน่ โรงเรียนใกล้บา้ น
กศน. วิทยาลยั อาชีวศึกษา เปน็ ตน้

75

2. ด้านคุณภาพ สำ�นักบริหารงานการศึกษา ในด้านการจัดการเรียนการสอน ได้นำ�นโยบาย
พิเศษ ได้ดำ�เนินการจัดทำ�โครงการศูนย์วิจัย เรอ่ื งการเรยี นการสอนแบบCodingเพือ่ สรา้ งทกั ษะ
นวัตกรรมการ ศกึ ษาพเิ ศษ เพื่อพัฒนาศกั ยภาพ ในดา้ นตา่ งๆรวมถงึ ทกั ษะในการท�ำ งานเพอ่ื สรา้ งคน
ในการท�ำ วจิ ยั ของครู และบคุ ลากรศนู ยก์ ารศกึ ษาพเิ ศษ ใหส้ อดคลอ้ งกบั ความเปลย่ี นแปลง สรา้ งคน ใหส้ ามารถ
โดยมเีปา้ หมาย คอื พฒั นาครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา ทำ�งาน โดยเริ่มตั้งแต่ระดับอนุบาล จัดกิจกรรม
ของศนู ยก์ ารศกึ ษาพเิ ศษทส่ี มคั รใจเปน็ ศนู ยก์ ารศกึ ษา การเรียนการสอน ฝึกทักษะการคิดการทำ�งาน
พิเศษแกนนำ�ในการพัฒนางานวิจัยทางการศึกษา เป็นขั้นตอนด้วยการสอน Unplugged Coding
พเิ ศษ อยา่ งนอ้ ยจ�ำ นวน 200 คน จาก 35 ศนู ย์ เรยี นโดยไม่ใชค้ อมพิวเตอร์ ฝกึ เด็กคดิ ให้รอบคอบ
ให้มีความรู้ ทกั ษะ และเจตคต ที่ถกู ต้องในการจดั คดิ อยา่ งมรี ะบบ เตรยี มการวางแผน วเิ คราะหป์ ญั หา
ทำ�รายงานวิจยั ได้ถกู ตอ้ งตามระเบยี บวธิ ีวจิ ยั และ อย่างถ่องแท้ และหาแนวทางแก้ปัญหาจนจบ
ยงั เปน็ การสรา้ งฐานขอ้ มลู จากงานวจิ ยั ทางการศกึ ษา กระบวนการเพอ่ื เตรยี มความพรอ้ มในการเรยี นการสอน
พเิศษของประเทศไทยเพม่ิ ขน้ึ อยา่ งนอ้ ย จ�ำ นวน 70 เรอ่ื ง Coding ในระดบั ชน้ั ที่สงู ขึน้ คือระดบั ประถมศกึ ษา
โดยเป็นงานวิจัยที่มีคุณภาพและส่งผลต่อการ นักเรียนได้รู้การทำ�งานร่วมกัน อย่างเป็นขั้นตอน
เรยี นรขู้ องเดก็ พกิ ารและครอบครวั ซง่ึ ไดด้ �ำ เนนิ การ มากข้ึน ฝึกการคิดระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้นไดฝ้ กึ
อบรมนกั วจิ ยั เกย่ี วกบั เทคนคิ การพฒั นานวตั กรรม การทกั ษะการแกป้ ญั หาตา่ ง ๆ ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษา
และการจดั ท�ำ โครงรา่ งงานวจิ ยั และพฒั นาเครอ่ื งมอื ตอนปลาย เนน้ การท�ำ งานทเ่ีปน็ ระบบขน้ั ตอน ใชท้ กั ษะ
การวจิ ยั ลงมอื ปฏบิ ตั กิ ารวจิ ยั ในพน้ื ทเ่ี กบ็ รวบรวม การคิดและการออกแบบและการแก้ปัญหาได้อย่าง
ขอ้ มลู งานวิจัย ซึง่ มผี เู้ ช่ียวชาญ และผทู้ รงคณุ วฒุ ิ สมเหตสุ มผล ขณะเดยี วกนั เนน้ ปลกู ฝงั ใหเ้ ดก็ ทกุ คน
จากมหาวทิ ยาลัย และสถาบันทางการศึกษาพเิ ศษ มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ให้เรียนรู้
ตา่ ง ๆ ทว่ั ประเทศ จ�ำ นวน 30 คน มารว่ มตรวจสอบ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี วัฒนธรรม คุณธรรม
เคร่อื งมอื และใหค้ �ำ แนะน�ำ ในการท�ำ งานวิจยั โดยมี จรยิ ธรรม ประวตั ศิ าสตรช์ าตไิ ทย และกระบวนการ
งานวจิ ัย จ�ำ นวน 71 เรอ่ื ง จาก 35 ศนู ย์ แกนน�ำ จัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง (Active
และมนี กั วจิ ยั จ�ำ นวนทง้ั สน้ิ 207 คน Learning) พรอ้ มทง้ั สรา้ งบรรยากาศใหเ้ ออ้ื อ�ำ นวย
ความสะดวกตอ่ การเรยี น ใหเ้ ดก็ ไดเ้ รยี นในสง่ิ ทต่ี อ้ งการ

76

3.ดา้ นความปลอดภยั SandboxSafetyZonein Kit) กอ่ นเขา้ ภายในโรงเรยี น และจดั รปู แบบ Bubble
School เปน็ มาตรการทจ่ี ะท�ำ ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั and Seal (4) ครูและบุคลากรเข้าถึงฉีดวัคซีน
ในสถานศกึ ษา โดยกระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดร้ ว่ มมอื กบั ครอบคลมุ มากกวา่ 85% (5) มรี ะบบการติดตาม
กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ เพอ่ื สรา้ งความมน่ั เข้มงวด ของครูและบุคลากร รวมถึงการเฝ้าระวัง
ใจใหแ้ กน่ กั เรยี น ครู และบคุ ลากรในโรงเรยี น วา่ สถาน สุ่มตรวจทกุ 14 วนั หรอื 1 เดอื น ตอ่ ภาคการศกึ ษา
ศกึ ษาสามารถเปดิ เรยี นมน่ั ใจ ปลอดภยั ไรโ้ ควดิ - 19 (6) กรณเี ปดิ เรยี นแลว้ ตอ้ งปดิ เรยี น ปฏบิ ตั ติ ามแผน
โดยมมี าตรการด�ำ เนนิ งาน 6 ขอ้ คอื เผชิญเหตุ สธ. เคร่งครัด โดยมสี ถานศกึ ษาสังกดั
สำ�นักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำ�นักงานคณะ
(1) สถานศกึ ษาเขม้ ปฏบิ ตั ติ าม Thai Stop Covid กรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน เขา้ รว่ มการด�ำ เนนิ
Plus (2) นกั เรยี น ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษาท�ำ งาน ในระยะที่ 1 จำ�นวน 20 โรง คือ
Thai Save Thai สม�ำ่ เสมอ (3) นกั เรยี น ครู และ
บคุ ลากรทางการศกึ ษา ตรวจ ATK (Antigen Test

1. โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 23 จงั หวดั พิษณุโลก 12. โรงเรยี นศกึ ษาสงเคราะหเ์ ชยี งดาว จังหวัดเชยี งใหม่
2. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 24 จังหวัดพะเยา 13. โรงเรยี นศึกษาสงเคราะห์แมจ่ นั จงั หวัดเชียงราย
3. โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 25 จังหวัดแพร่ 14. โรงเรยี นศึกษาสงเคราะหส์ ุราษฎร์ธานี จงั หวดั สุราษฎร์ธานี
4. โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 32 จังหวัดอุบลราชธานี 15. โรงเรยี นศรีสงั วาลย์ขอนแกน่ จังหวัดขอนแก่น
5. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 33 จงั หวดั ลพบุรี 16. โรงเรียนศรสี งั วาลย์เชียงใหม่ จงั หวัดเชียงใหม่
6. โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 37 จังหวัดกระบ่ี 17. โรงเรียนภูเกต็ ปญั ญานุกลู จงั หวดั ภูเกต็
7. โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวดั สตลู 18. โรงเรยี นสอนคนตาบอดภาคเหนอื ในพระบรมราชินปู ถมั ภ์
8. โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 46 จังหวดั ชัยนาท
9. โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 53 จังหวดั สกลนคร จังหวัดเชยี งใหม่
10. โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 54 จงั หวดั อำ�นาจเจริญ 19. โรงเรียนโสตศกึ ษาจงั หวัดตาก
11. โรงเรยี นศกึ ษาสงเคราะห์แมฮ่ อ่ งสอน จงั หวัดแม่ฮ่องสอน 20. โรงเรยี นโสตศึกษาปานเลศิ จังหวดั ลพบรุ ี

การจดั การเรยี นการสอนภายใตก้ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) สถานศกึ ษา
สงั กดั ส�ำ นกั บรหิ ารงานการศกึ ษาพเิ ศษ จ�ำ นวน 177 แหง่ ไดด้ �ำ เนนิ การจดั การเรยี นการสอน ใน 5 รปู แบบ คอื

(1) On - site คือ การเรียนที่โรงเรียน โดยมี โดยปฏิบัติตามคำ�สั่งจาก ศบค.จังหวัด และรับ
มาตรการเฝ้าระวังตามประกาศของศูนย์บริหาร นกั เรยี นประจ�ำ สามารถจดั การเรยี นในสถานศกึ ษา
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัส ตามความเหมาะสมและบริบทของสถานศึกษาได้
โคโรนา 2019 (ศบค.) จำ�นวน 46 แห่ง ตามปกติ ในภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564 โดยมี
สถานศึกษาที่เริ่มเปิดเรียนตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน
(2) On - air คอื การเรียนผ่านมลู นิธิการศกึ ษา 2564 จำ�นวน 29 แห่ง โดยสถานศึกษาให้ครู
ทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ บุคลากร นักเรียน เข้ามาอยู่ในโรงเรียนก่อนเพื่อ
หรือ DLTV จ�ำ นวน 2 แหง่ กกั ตัว 14 วนั ก่อนเปิดเรียน

(3)On-demandคอื การเรยี นผ่านแอปพลเิ คชนั สถานศึกษาที่เปิดเรียนตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน
ตา่ ง ๆ จ�ำ นวน 11 แหง่ 2564 จำ�นวน 70 แห่ง ซึ่งในบางจังหวัดยังไม่
อนญุ าต
(4) On - line คือ การเรียนผ่านอินเทอร์เน็ต
จำ�นวน 24 แหง่ ให้สถานศึกษาทุกแห่งเปิดทำ�การเรียนการสอน
นอกจากน้ี ยังมสี ถานศึกษาบางแห่งที่ไดร้ บั การขอ
(5) รปู แบบ On - hand คือ การเรียนทบ่ี ้านด้วย ความรว่ มมอื ใหเ้ ปดิ เปน็ โรงพยาบาลสนาม หรอื ศนู ย์
เอกสาร เช่น หนังสือ แบบฝึกหดั ใบงาน ในรูปแบบ พักคอย อีกด้วย
ผสมผสาน หรืออาจใชว้ ิธอี ่ืน ๆ เชน่ วิทยุ เปน็ ต้น
จ�ำ นวน 73 แหง่

“ปรับบา้ นเปน็ ห้องเรยี น เปลี่ยนพ่อแมเ่ ปน็ ครู”

รัฐมนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร (คุณหญิงกัลยา โสภณพนชิ )

77

อาชีวะฐานวิทย์
สร้างวิชาชีพคนรุน่ ใหม่

78

“จัด STEAM Education ในสถานศึกษา

ให้มมี าตรฐานเทียบเคียงกับมาตรฐานสากล
ใชแ้ นวทาง STEAM for INNOVATOR
เพ่ือพัฒนานวัตกรรมผลิตภณั ฑ์

สรา้ งเครอื ขา่ ยงานวชิ าการกบั สถาบนั การศกึ ษา
ทงั้ ในและตา่ งประเทศ และ เพ่ิมทักษะแรงงาน

”เพ่ือเขา้ สู่สถานประกอบการจนี

79

อาชีวะฐานวทิ ย์ สร้างวิชาชีพคนรุ่นใหม่

สำ�นักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้ดำ�เนิน ประดิษฐ์ เพื่อสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยี
โครงการวทิ ยาลยั เทคโนโลยฐี านวทิ ยาศาสตร์ เพอ่ื สรา้ ง ในแขนงต่างๆ อาทิ การพัฒนากระบวนการผลิตใหม่
“นกั เทคโนโลยี” หรอื นกั ประดษิ ฐ์คิดคน้ ซงึ่ ไมใ่ ช่เพยี งแค่ การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ การให้บริการในรูปแบบใหม่
เปน็ ผมู้ ที กั ษะฝมี อื หรอื เกง่ ทางดา้ นชา่ งเทา่ นน้ั แตต่ อ้ งเปน็ ภายใตก้ ารเรยี นการสอนแบบ Project-Based Learning
ผทู้ ี่เก่งด้านวทิ ยาศาสตร์ดว้ ย ที่มุ่งเน้นสร้างทักษะในการแก้ปัญหาและสร้างสรรค์
ส่ิงใหม่ๆ เพื่อรองรบั การสร้างนวตั กรรมและสิ่งประดิษฐ์
กลา่ วคอื สามารถนำ�ความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์หลาย ใหก้ ับภาคการผลติ และบริการต่อไปในอนาคต
สาขามาผสมผสานกับความรู้ความชำ�นาญด้านการ

80

โครงการวทิ ยาลัยเทคโนโลยฐี านวิทยาศาสตร์

วิทยาลัยเทคนิคพังงา ได้มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพครูในโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐาน
วทิ ยาศาสตร์เพ่ือจัดการเรยี นรู้ STEM Education ไปสู่ “STEAM for INNOVATOR” โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์

1 เพอ่ื เปดิ โอกาสใหผ้ บู้ รหิ าร ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษา 2 เพ่ือสร้างความรู้ ความเข้าใจ ใหแ้ ก่ครู บคุ ลากร
ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญ ทางการศึกษาไดร้ บั ความรู้ด้าน STEM EDUCATION
ในการสรา้ งความเขา้ ใจอนั จะน�ำ ไปสกู่ ารพฒั นาครผู สู้ อน โดยการใชแ้ นวทาง STEAM for INNOVATOR เพอ่ื น�ำ
และพฒั นาวชิ าชพี รวมทง้ั สง่ เสรมิ สนบั สนนุ การจดั การ ไปสู่การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ไปต่อยอด
เรยี นการสอนดา้ น STEAM Education ในสถานศกึ ษา ในเชงิ พาณชิ ย์โดยมกี ารจดั อบรมจ�ำ นวน2รนุ่ รนุ่ ท่ี1จดั ขน้ึ
อาชีวศึกษาฐานวิทยาศาสตร์ให้มีมาตรฐานเทียบเคียง วนั ท่ี11-15สงิ หาคมพ.ศ.2564จ�ำ นวนผเู้ ขา้ รว่ ม42คน
กบั มาตรฐานสากล รนุ่ ท่ี 2 จดั ขน้ึ วนั ท่ี 20 - 22 สงิ หาคม และ วนั ท่ี 4 - 5
กนั ยายน พ.ศ. 2564 จ�ำ นวนผเู้ ขา้ รว่ ม 42 คน

81

วิทยาลยั อาชวี ศึกษาสิงห์บุรี เปน็ เจา้ ภาพในการจัด ทั้งหมด จำ�นวน 63 บทความ ประกอบด้วยประเทศจีน
เวทีแลกเปล่ียนเรียนรู้เสริมสร้างทักษะด้านนวัตกรรม 3บทความ ประเทศบงั กลาเทศ2บทความ วทิ ยาลยั เทคนคิ
และเทคโนโลยอี นั เกดิ จากการเรยี นการสอนของวทิ ยาลยั พังงา 20 บทความ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยี
ต่าง ๆ และนานาประเทศ ฐานวทิ ยาศาสตร์ (ชลบรุ )ี 11 บทความ วทิ ยาลยั เทคนคิ
สรุ นารี 18 บทความ วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยลี �ำ พนู
โดยใช้รปู แบบ Project Based Learning หรือ (PjBL) 7 บทความ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี 3 บทความ
ในงานประชุมวิชาการนานาชาติโครงการวิทยาลัย ซ่ึงนอกจากผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาศักยภาพแล้ว
เทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ออนไลน์ ครงั้ ท่ี 6 ระหว่าง คณะครู และบคุ ลากรทางการศึกษายงั ไดร้ บั การพัฒนา
วันท่ี 9 - 10 กนั ยายน 2564 มีวตั ถุประสงค์เพื่อเตรียม ตนเองอกี ด้วย
ความพรอ้ มการผลติ พฒั นาก�ำ ลงั คนในดา้ นวชิ าชพี และ
ผู้มีความสามารถพิเศษทางอาชีวศึกษาอีกท้งั เป็นการ
เปดิ เวทีเสนอผลงานสิง่ ประดิษฐ์ นวัตกรรมและงานวจิ ยั
ในระดบั นานาชาติ เผยแพรค่ วามกา้ วหนา้ ดา้ นนวตั กรรม
และสิ่งประดษิ ฐ์ของนกั เรียน นกั ศึกษา และเพ่ือสง่ เสริม
การสร้างเครือข่ายงานวิชาการกับสถาบันการศึกษา
ทง้ั ในและตา่ งประเทศ การจดั งานประชมุ วชิ าการนานาชาติ
ในคร้ังน้ีมีนักเรียนจากโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐาน
วทิ ยาศาสตร์ โครงการหลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชพี
ช้นั สูง 5 ปีตอ่ เนือ่ งตามมาตรฐานโคเซน็ จ�ำ นวน 191 คน
นักศึกษาจากประเทศจีน จำ�นวน 9 คน และบังคลาเทศ
เข้าร่วมงาน จำ�นวน 6 คน โดยมีการน�ำ เสนอบทความ

82

โครงการภาษาจีน

การหารือความร่วมมือด้านการจัดการเรียนการสอนร่วมกับสถาบันการศึกษาของสาธารณรัฐประชาชนจีน
เพื่อเพิ่มทักษะแรงงานเพื่อเข้าสู่สถานประกอบการจีนในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายพัฒนาทักษะวิชาชีพ ภาษา
และวัฒนธรรมจีน ผ่านความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน สถานประกอบการจีน
ในนคิ มอตุ สาหกรรมอมตะ และวทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาเทคโนโลยฐี านวทิ ยาศาสตร์ (ชลบรุ )ี โดยมแี ผนการพฒั นา ดงั น้ี

ระยะสั้น จัดอบรมฯ และสนับสนุนในการจัด
การเรยี นการสอนโดยไมเ่ สยี คา่ ใชจ้ า่ ย เพอ่ื ปอ้ นแรงงาน
ทม่ี คี ณุ ภาพสามารถสอ่ื สารภาษาจนี และเขา้ ใจวฒั นธรรม
การท�ำ งานรว่ มกบั คนจนี เพอ่ื เตรยี มเขา้ สสู่ ถานประกอบ
การจนี ในประเทศไทย โดยมกี ลมุ่ เปา้ หมายในการพฒั นาฯ
จำ�นวน 5,000 คน ประกอบด้วย นักศึกษา ระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ของวิทยาลัย
อาชวี ศกึ ษาเทคโนโลยฐี านวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) ที่สนใจ
เข้าร่วมการอบรมฯ หรือ นักศึกษาในโครงการ Mini
Chinese Program (MCP) ของสถานศกึ ษา 13 แหง่

2.1 ประชาชนทว่ั ไปทจ่ี บการศกึ ษาระดบั ประกาศนยี บตั ร
วชิ าชพี (ปวช.) หรอื ระดับประกาศนยี บัตรวชิ าชีพชัน้ สงู
(ปวส.) ทสี่ นใจเข้าร่วมการอบรมฯ

2.2 พนักงานของสถานประกอบการในนิคม
อตุ สาหกรรมอมตะ ทจ่ี บการศกึ ษาระดบั ประกาศนยี บตั ร
วชิ าชีพ (ปวช.) หรอื ระดับประกาศนียบตั รวิชาชพี ชัน้ สงู
(ปวส.) ทส่ี นใจเขา้ รว่ มการอบรมฯ

ระยะยาว วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐาน
วิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) ร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษา
กวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในการจัดการเรียน
การสอนในสาขาวิชาท่สี อดคล้องกับความต้องการของ
สถานประกอบการจนี ในประเทศไทย อาทิ สาขาวชิ าไฟฟา้
สาขาวิชาอเิ ล็กทรอนกิ ส์ สาขาวชิ าคอมพิวเตอร์ เปน็ ตน้
โดยเปน็ การจดั การเรยี นการสอนภายใตโ้ ครงการ MCP
หรอื Chinese Program (CP) ตลอดจนใหม้ กี ารวางแผนฯ
การท�ำ งานเบ้อื งตน้ ต้ังแต่การพัฒนาหลักสตู ร การรบั
นักเรียน นักศกึ ษา และด้านอื่น ๆ โดยใหเ้ ปน็ ไปตามบนั ทกึ
ขอ้ ตกลงความรว่ มมอื (MOU) รว่ มกนั จนน�ำ ไปสกู่ ารจดั
การเรยี นการสอนรว่ มกนั ในปกี ารศกึ ษา 2564 เปน็ ตน้ ไป

83

ยกระดบั การศึกษารอบดา้ น
เปลย่ี นรูปแบบการเรยี นการสอน

และการประเมินผล

84

“เตมิ นวตั กรรมการเรยี นการสอน และการประเมนิ

ตอ่ ยอดคณุ ภาพ สถานศึกษา ครู ผ้เู รยี น
สรา้ งคณุ คา่ รว่ มกัน

”เพ่ือปฏิรูปการศึกษาไทยให้ยงั่ ยืน

85

ยกระดับการศึกษารอบด้านเปล่ียนรปู แบบการเรยี นการสอน
และการประเมนิ ผล

สถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สามารถพัฒนาการวัดและประเมินผลการทดสอบ
เพือ่ ส่งเสริมเด็กไทยอ่านเขียนคิดวิเคราะห์ด้วยข้อสอบอัตนัยและพัฒนาการวัดและประเมินผลทางการศึกษา
สู่ศตวรรษที่ 21 ด้วยการทดสอบระบบ Digital Testing Platform ปรากฏผลการดำ�เนินงาน

86

1. สง่ เสริมเด็กไทยอา่ น เขยี น คิดวเิ คราะห์ ดว้ ยขอ้ สอบอตั นยั

การพฒั นาทกั ษะการอา่ นการเขยี น คดิ วเิ คราะห์ รวมถงึ เพื่อพัฒนามาตรฐานการตรวจข้อสอบ หลักการ
ทักษะตา่ ง ๆ เกี่ยวกบั การใช้หลักภาษาไทยอยา่ งถูกตอ้ ง และเกณฑก์ ารตรวจขอ้ สอบ รวมทง้ั รปู แบบขอ้ สอบอตั นยั
และดำ�เนินภารกิจตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. และในปี พ.ศ. 2564 สทศ. จะด�ำ เนนิ การจดั ประชมุ อบรม
2561 - 2580) ยุทธศาสตร์ชาติที่ 3 ด้านการพัฒนา เ ชิ ง ป ฏิ บั ติ ก า ร ก า ร ป รั บ พื้ น ฐ า น ห ลั ก ก า ร ส รุ ป
และเสรมิ สร้างศักยภาพของทรพั ยากรมนุษย์ โดยไดน้ ำ� ใจความสำ�คัญ เพื่อให้ครูมีพื้นฐานในการพัฒนา
ข้อสอบรูปแบบอัตนัยมาใช้ในการทดสอบทางการศึกษา การเรยี นการสอนและน�ำ ไปพฒั นาการวดั และประเมนิ ผล
ระดับชาติ หรือ O - NET (Ordinary National ภายในชั้นเรียน หากครูผ่านการอบรม จะได้เป็นครูผู้
Educational Test) วชิ าภาษาไทย ของนักเรยี นช้นั ป.6 ตรวจขอ้ สอบอัตนัยตอ่ ไป
โดยในปกี ารศกึ ษา 2563 มจี �ำ นวนผมู้ สี ทิ ธส์ิ อบ 559,116
คน มศี ูนย์ตรวจข้อสอบอัตนยั 6 ศูนย์ ประกอบดว้ ย และสำ�หรบั ปกี ารศึกษา 2564 (พ.ศ. 2565) สทศ.
(1) มหาวทิ ยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (2) มหาวิทยาลัย ยงั ไดพ้ ฒั นารปู แบบการวดั และประเมนิ ผล โดยน�ำ รปู แบบ
บรู พา (3) มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร (วทิ ยาเขตพระราชวงั ขอ้ สอบอตั นยั มาใชใ้ นการทดสอบ O - NET วชิ าภาษาไทย
สนามจนั ทร)์ (4) มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ (5) มหาวทิ ยาลยั ของชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นไดว้ ดั และประเมนิ
สงขลานครนิ ทร์ และ (6) มหาวิทยาลยั นเรศวร จากการ ความสามารถของตนเองในวิชาภาษาไทยตามหลักสูตร
ตรวจข้อสอบ O - NET รูปแบบอัตนัยตามเกณฑ์การ แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ตรวจใหค้ ะแนน พบวา่ ในการเขยี นค�ำ ตอบขอ้ สอบอตั นยั ซง่ึ เปน็ การทดสอบทใ่ี ชข้ อ้ สอบเดยี วกนั ทว่ั ประเทศ เพอ่ื น�ำ
จ�ำ นวน 2 ขอ้ ดงั กลา่ ว มขี อ้ คน้ พบ หรอื จดุ ทค่ี วรพฒั นา ผลสอบไปใชใ้ นการพฒั นาการเรยี นการสอน โดยหนว่ ยงาน
เกย่ี วกบั การใชภ้ าษาไทยในดา้ นตา่ งๆ โดยไดว้ เิ คราะหจ์ ดุ ท่ี ต่างๆ ได้นำ�ผลสอบไปวางแผน และกำ�หนดนโยบาย
ควรพฒั นาเกย่ี วกบั ใชภ้ าษาไทย เพอ่ื ใหโ้ รงเรยี น นกั เรยี น ในการปฏิรปู การเรียนการสอนต่อไป
และผู้ที่สนใจนำ�ไปศึกษาให้เกิดประโยชน์ต่อการวางแผน
การจดั การศกึ ษา และพฒั นาการเรยี นการสอนของโรงเรยี น
ตอ่ ไป รวมทง้ั วิเคราะห์และจัดหมวดหม่กู ารใช้ภาษาไทย
ของนกั เรยี น แบง่ เปน็ 4 ดา้ น ดงั น้ี (1) ดา้ นการเรยี บเรยี ง
ความ การสรุปความและการเสนอแนวคิดสำ�คัญ
(2) ด้านการเขียนประโยค (3) ด้านการใช้คำ� และ
(4) ด้านการสะกดคำ� ตลอดจนสรุปรวบรวมและ
วเิ คราะหข์ อ้ คน้ พบตา่ งๆ เกย่ี วกบั การใชภ้ าษาไทยรวมถงึ
จุดที่ควรพัฒนาของนักเรียนชั้น ป.6

ท้ังนี้ สทศ. ให้ความส�ำ คญั ในการพฒั นาครูผสู้ อน
วชิ าภาษาไทย โดยในปงี บประมาณ พ.ศ. 2563 ไดจ้ ดั การ
ประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การตรวจข้อสอบอัตนัย
ส�ำ หรับครผู สู้ อนวิชาภาษาไทย” ทงั้ 4 ภูมิภาค โดยครู
อยภู่ ูมิภาคใดใหอ้ บรมในภูมิภาคน้นั ๆ ไดแ้ ก่ ภาคกลาง
(กรงุ เทพฯ) ภาคเหนอื (จ.เชียงใหม)่ ภาคตะวันออกเฉียง
เหนือ (จ.ขอนแก่น) และภาคใต้ (จ.นครศรีธรรมราช)

87

2. พฒั นาการวดั และประเมนิ ผลทางการศึกษาสู่ศตวรรษที่ 21
ดว้ ยการทดสอบด้วยระบบ Digital Testing Platform

การพฒั นานวตั กรรมดา้ นการทดสอบทางการศกึ ษา การประเมนิ สมรรถนะตามมาตรฐานอาชพี และมาตรฐาน
ระดบั ชาตอิ ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง โดยพฒั นาการทดสอบจากการ สมรรถนะกบั สถาบนั คณุ วฒุ วิ ชิ าชพี (องคก์ ารมหาชน)
ใชแ้ บบทดสอบ (Paper Pencil) สกู่ ารทดสอบดว้ ยระบบ
ดจิ ทิ ลั National Digital Testing Platform สำ�หรับปีการศึกษา 2564 (พ.ศ.2565) สทศ.
ไดด้ �ำ เนนิ การปรบั องคป์ ระกอบของการสอบทางการศกึ ษา
ปีการศึกษา 2562 นำ�ร่องทดลองใช้การทดสอบ ระดับชาติ ด้านอาชีวศึกษา (V - NET) ตามสมรรถนะ
ดว้ ยระบบดจิ ทิ ลั ท่จี ำ�เปน็ ในการเขา้ สอู่ าชพี ประกอบดว้ ย ความร้พู นื้ ฐาน
ด้านอาชีพ การทำ�งานเป็นทีม การวางแผนและการจัด
ปีการศึกษา 2563 น�ำ ระบบการทดสอบดิจิทัลมาใช้ ตารางเวลาการทำ�งาน การแก้ปัญหาและการตัดสินใจ
เต็มรูปแบบในการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ และการคิดเป็นระบบ ด้านสมรรถนะเทคโนโลยีดิจิทัล
ดา้ นอาชีวศกึ ษา (V - NET) ปวช.3 โดยไดล้ งนามบันทกึ และสมรรถนะภาษาองั กฤษส�ำ หรบั อาชพี
ขอ้ ตกลงความรว่ มมอื ทางวชิ าการการสง่ เสรมิ และพฒั นา

88

สำ�นักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) มีฐานะเป็นองค์การมหาชน
ท�ำ หนา้ ทพ่ี ฒั นาเกณฑ์ วธิ กี ารประเมนิ คณุ ภาพภายนอก และท�ำ การประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา เพอ่ื ใหม้ กี ารตรวจสอบ
คณุ ภาพของสถานศกึ ษา โดยค�ำ นงึ ถงึ ความมงุ่ หมายและหลกั การ และแนวการจดั การศกึ ษาในแตล่ ะระดบั ตามทก่ี �ำ หนด
ไว้ในพระราชบญั ญตั ิ ใหม้ กี ารประเมนิ คณุ ภาพภายนอกของสถานศกึ ษาทกุ แหง่ อยา่ งนอ้ ยหนง่ึ ครง้ั ในทกุ หา้ ปนี บั ตง้ั แต่
การประเมนิ ครง้ั สดุ ทา้ ย และเสนอผลการประเมนิ ตอ่ หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งและสาธารณชน ปรากฏผลการด�ำ เนนิ งาน ดงั น้ี

1 การประเมนิ คณุ ภาพภายนอกภายใตส้ ถานการณแ์ พรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID - 19)

สมศ. ไดด้ �ำ เนนิ การพฒั นาหลกั เกณฑแ์ ละแนวทางการ โดยพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงทางบริบทการจัด
ประเมนิ คณุ ภาพภายนอกภายใตเ้ งอ่ื นไขสถานการณก์ าร การเรยี นการสอนและการจดั การศกึ ษาของสถานศกึ ษา
แพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา2019(COVID-19) ยดึ หลกั การในการลดภาระและไมใ่ หก้ ระทบตอ่ สถานศกึ ษา
ภายใต้หลักการ “กัลยาณมิตร คุณภาพ จริยธรรม รวมทง้ั ค�ำ นงึ ถงึ ความปลอดภยั ของผบู้ รหิ าร ครู นกั เรยี น
คุณธรรม” ท่รี ฐั มนตรีชว่ ยวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ผู้ประเมินภายนอก และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผล
(ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) ได้มอบนโยบายแก่ การประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ.สามารถเข้าไป
ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สมศ. ในโอกาสเข้าสู่ปีที่สอง เติมเต็มข้อเสนอแนะท่ีเป็นประโยชน์ให้กับสถานศึกษา
และเหน็ ควรให้ สมศ. ศกึ ษาการพฒั นาระบบการประเมนิ ในการน�ำ ผลประเมนิ คณุ ภาพภายนอกของ สมศ. ไปปรบั
คุณภาพภายนอกรูปแบบออนไลน์ เพื่อประหยัดงบ ใช้เพอ่ื ตอ่ ยอดการพฒั นาคุณภาพของสถานศึกษาตาม
ประมาณและเวลาในการลงพน้ื ทป่ี ระเมนิ คณุ ภาพการศกึ ษา บรบิ ททเ่ี หมาะสมไดอ้ ยา่ งยง่ั ยนื

89

ทง้ั น้ไี ดป้ รบั แนวทาง รปู แบบ และวธิ กี ารประกนั คณุ ภาพภายนอกภายใตส้ ถานการณจ์ �ำ เปน็ และเรง่ ดว่ น แบง่ ออกเปน็
2 ระยะตอ่ เนอ่ื งกนั โดยระยะท่ี 2 จะใชร้ ะยะเวลานอ้ ยทส่ี ดุ และเนน้ ประเดน็ ส�ำ คญั คอื คณุ ภาพผเู้ รยี นหรอื ผสู้ �ำ เรจ็ การศกึ ษา
การบรหิ ารงานของสถานศกึ ษา และการจดั การเรยี นการสอน ดงั น้ี

ระยะที่ 1 การประเมินผลการวิเคราะห์รายงานผล หรือตรวจสอบหลักฐานและข้อมูลของสถานศึกษาด้วย
การประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา (SAR) วธิ กี าร ทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ใหส้ ถานศกึ ษารอ้ งขอโดยสง่
ค�ำ รอ้ งผา่ นคณะผปู้ ระเมนิ ภายนอกมายงั สมศ. (ตามความ
ซึ่งรายงาน SAR ส่งผ่านหน่วยงานต้นสังกัดตาม สมคั รใจ)โดยจะประเมนิ ตามการนดั หมายและประเดน็ การ
กฎกระทรวงการประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา พ.ศ. 2561 ตรวจเย่ียมหรือการตรวจสอบหลักฐานและข้อมูลของ
เปน็ การประเมนิ โดยพจิ ารณาจากรายงาน SAR และเอกสาร สถานศกึ ษาดว้ ยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ โดยมกี �ำ หนด
ประกอบทแ่ี นบมากบั SAR เทา่ นน้ั (โดยไมข่ อเอกสารเพม่ิ ระยะเวลานอ้ ยทส่ี ดุ และไมม่ กี ารสรปุ ผลดว้ ยวาจาทส่ี ถาน
เตมิ จากสถานศกึ ษา เพอ่ื ลดภาระของสถานศกึ ษา) เกณฑ์ ศึกษาเพ่อื ลดการสัมผัสตามหลักการเว้นระยะห่างทาง
การประเมนิ SAR พจิ ารณาแยกเปน็ รายมาตรฐานตาม สงั คม(SocialDistancing)และสรปุ ผลการประกนั คณุ ภาพ
การประกนั คณุ ภาพภายใน (IQA) และสรปุ ผลการประเมนิ ภายนอก จากการลงพน้ื ทต่ี รวจเยย่ี มหรอื การตรวจสอบ
มรี ะดบั คณุ ภาพ 3 ระดบั ตามรายมาตรฐาน คอื ดี พอใช้ หลักฐานและข้อมูลของสถานศึกษาด้วยวิธีการทาง
และปรบั ปรงุ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พจิ ารณาแยกเปน็ รายมาตรฐานตามการ
ประกันคุณภาพภายใน (IQA) และสรุปผลการประเมิน
ระยะท่ี 2 การลงพน้ื ทต่ี รวจเยย่ี มหรอื การตรวจสอบ มรี ะดบั คณุ ภาพ 5 ระดบั ตามรายมาตรฐาน คอื ดเี ยย่ี ม
หลกั ฐานและขอ้ มลู ของสถานศกึ ษา ดมี าก ดี พอใช้ และปรบั ปรงุ

ดว้ ยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เมอ่ื สถานศกึ ษาไดร้ บั ผล
การประเมนิ SAR ในระยะท่ี 1 อยา่ งเปน็ ทางการจาก สมศ.
แลว้ หากตอ้ งการใหม้ กี ารลงพน้ื ทต่ี รวจเยย่ี มสถานศกึ ษา

90

2 ผลการประเมนิ คณุ ภาพภายนอกในสถานการณแ์ พรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
ประจ�ำ ปงี บประมาณ พ.ศ. 2564

การประเมนิ ดว้ ยรปู แบบการประเมนิ แบบออนไลน์ 100% โดยขณะนม้ี คี วามคบื หนา้ เปน็ อยา่ งมาก สามารถด�ำ เนนิ การ
ประเมนิ คณุ ภาพภายนอกในระยะท่ี 1 การประเมนิ SAR ของสถานศกึ ษาการศกึ ษาปฐมวยั (ศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ ) ระดบั การ
ศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน (อนบุ าล 1-3 และประถมศกึ ษา-มธั ยมศกึ ษา) ระดบั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานประเภทวตั ถปุ ระสงคพ์ เิ ศษ
ด้านการอาชีวศึกษา การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว จ�ำ นวนทั้งสิ้น 21,223 แห่ง
ซง่ึ มากกวา่ เปา้ หมายเดมิ ทก่ี �ำ หนดไวก้ วา่ รอ้ ยละ 24 โดยสถานศกึ ษาทเ่ี ขา้ รบั การประเมนิ คณุ ภาพภายนอกในระยะท่ี 1
การประเมนิ และรายงานผลการประเมนิ ตนเอง (SAR) ซง่ึ มกี ารประเมนิ ผลตามรายมาตรฐานโดยมรี ะดบั คณุ ภาพ 3 ระดบั
ไดแ้ ก่ ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ รายละเอยี ดดงั น้ี

การศกึ ษาปฐมวยั (ศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ ) พบวา่ สว่ นใหญ่ และการจดั การ อยใู่ นระดบั ดคี ดิ เปน็ รอ้ ยละ 97.50 รองลงมา
มีผลการประเมินด้านคุณภาพการบริหารจัดการสถาน คอื คณุ ภาพการจดั ประสบการณท์ เ่ี นน้ ผเู้ รยี นเปน็ ส�ำ คญั
พัฒนาเด็กปฐมวัย อยู่ในระดับดีคิดเป็นร้อยละ 80.20 อยใู่ นระดบั ดคี ดิ เปน็ รอ้ ยละ97.00และคณุ ภาพของผเู้ รยี น
รองลงมาคอื คณุ ภาพของเดก็ ปฐมวยั อยใู่ นระดบั ดี คิด อยใู่ นระดบั ดคี ดิ เปน็ รอ้ ยละ 95.50
เปน็ รอ้ ยละ 75.40 และคณุ ภาพคร/ู ผดู้ แู ลเดก็ ใหก้ ารดแู ล
และจัดประสบการณ์การเรียนรู้และการเล่นเพ่ือพัฒนา สถานศกึ ษาทเ่ี ปดิ สอนเฉพาะระดบั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
เดก็ ปฐมวยั อยใู่ นระดบั ดคี ดิ เปน็ รอ้ ยละ 73.60 พบวา่ สว่ นใหญม่ ผี ลการประเมนิ ดา้ นกระบวนการบรหิ าร
และการจัดการ อยู่ในระดับดีคิดเป็นร้อยละ 98.70
ระดบั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน (อนบุ าล 1 - 3 และประถม รองลงมาคือคุณภาพการจัดประสบการณ์ท่ีเน้นผู้เรียน
ศกึ ษา - มธั ยมศกึ ษา) สถานศกึ ษาทเ่ี ปดิ สอนสองระดบั เป็นสำ�คัญ อยู่ในระดับดี คิดเป็นร้อยละ 97.90 และ
(การศกึ ษาปฐมวยั และระดบั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน) พบวา่ คุณภาพของผเู้ รียนอยใู่ นระดบั ดี คิดเปน็ รอ้ ยละ 97.50
การศกึ ษาปฐมวยั (อนบุ าล1-3)สว่ นใหญม่ ผี ลการประเมนิ
ดา้ นกระบวนการบรหิ ารและการจดั การอยใู่ นระดบั ดคี ดิ เปน็ ดา้ นการอาชวี ศกึ ษาพบวา่ สว่ นใหญม่ ผี ลการประเมนิ
รอ้ ยละ97.20รองลงมาคอื คณุ ภาพการจดั ประสบการณ์ ดา้ นการจดั การอาชวี ศกึ ษา อยใู่ นระดบั ดี คดิ เปน็ รอ้ ยละ
ทเ่ี น้นเด็กเปน็ สำ�คัญ อยู่ในระดบั ดคี ิดเป็นร้อยละ 95.90 86.26 รองลงมาคอื คุณลกั ษณะของผสู้ ำ�เร็จการศึกษา
และคุณภาพของเด็ก อย่ใู นระดบั ดคี ิดเปน็ รอ้ ยละ 94.80 อาชวี ศกึ ษาทพ่ี งึ ประสงค์ อยใู่ นระดบั ดี คดิ เปน็ รอ้ ยละ 85.16
ระดบั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน (ประถมศกึ ษา - มธั ยมศกึ ษา) และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ อยู่ในระดับดีคิดเป็น
ส่วนใหญ่มีผลการประเมินด้านกระบวนการบริหาร รอ้ ยละ 84.62

91

3 ปรบั ใชร้ ะบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ เสถยี รภาพ และความทนั สมยั

เพอ่ื ใหก้ ารประเมนิ คณุ ภาพภายนอกของ สมศ. เกดิ ประโยชน์ โคโรนา2019(COVID-19)ให้เปน็ การประเมนิ คณุ ภาพ
กับสถานศึกษาท่ีรับการประเมินคุณภาพภายนอก ภายนอกในรูปแบบออนไลน์ท่ีสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
มากทสี่ ุด สมศ. ได้ เติม องคาพยพของการประเมินให้ ท้ังยังได้มีการจัดทำ�ไลน์กลุ่มผู้ประเมินภายนอกแต่ละ
มปี ระสทิ ธภิ าพ ดว้ ยการน�ำ นวตั กรรมตา่ ง ๆ มาปรับใช้ ระดบั การศกึ ษา เพอ่ื ใชเ้ ปน็ ชอ่ งทางส�ำ หรบั การตดิ ตอ่ สอ่ื สาร
เริ่มจากการพัฒนาผู้ประเมินภายนอก สมศ. มาเป็นรูป โดยตรง ระหว่าง สมศ. และผู้ประเมินภายนอก ในประเดน็
แบบการจัดอบรมผู้ประเมนิ ภายนอกแบบออนไลน์ ตั้งแต่ ท่ีเกย่ี วข้องการประเมนิ คณุ ภาพภายนอก รวมท้งั เพ่อื ให้
กระบวนการรบั สมัคร ผา่ นระบบอนิ เทอรเ์ น็ต การอบรม การแจง้ ขอ้ มูลขา่ วสารตา่ งๆ ของ สมศ. เปน็ ไปในทศิ ทาง
และทดสอบผา่ นบรกิ าร Google Apps ไดแ้ ก่ Google เดยี วกนั
Classroom, Google Meet หรือแมแ้ ตก่ ารใช้ช่องทาง
ของสอ่ื โซเชยี ลมเี ดยี ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ ยงั เนน้ การเตรยี ม ปัจจุบัน สมศ. อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ
ค ว า ม พ ร้ อ ม ใ ห้ กั บ ผู้ ป ร ะ เ มิ น ภ า ย น อ ก ที่ มี อ ยู่ แ ล้ ว “ศนู ยค์ วามเปน็ เลศิ ดา้ นขอ้ มลู การประเมนิ ” เพอ่ื เปน็ ศนู ยก์ ลาง
อยา่ งเขม้ ขน้ ดว้ ยการฝกึ อบรมในรปู แบบออนไลนเ์ ชน่ กนั ในการจัดเก็บ วิเคราะห์ และให้บริการข้อมูลด้านการ
อาทิ การใช้งานระบบสารสนเทศเพื่อการประเมิน ประเมนิ คณุ ภาพการศกึ ษาของประเทศ ซง่ึ จะท�ำ ใหอ้ งคก์ ร
คุณภาพภายนอก สมศ. Automated QA (AQA) สามารถฉายภาพแนวโนม้ ตา่ ง ๆ ดา้ นคณุ ภาพการศกึ ษา
เพ่อื สนับสนุนการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา ส�ำ หรบั เปน็ ขอ้ มลู ใหค้ ณะรฐั มนตรแี ละผบู้ รหิ าร ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
จาก Paper - based EQA ไปสู่ Digital - based EQA ตดั สินใจเชิงนโยบายเพ่ือนไปใช้ประกอบการวางแผนและ
อยา่ งเต็มรปู แบบ ซง่ึ เปน็ ระบบท่ี สมศ. และหนว่ ยงานตน้ นโยบายพัฒนาการศึกษาของประเทศ รวมท้งั ประชาชน
สังกัดสามารถใช้ร่วมกันได้ และต่อยอดการพัฒนา ทั่วไปสามารถรู้เท่าทันการเปล่ียนแปลงด้านการศึกษา
Application ONESQA - V ในรูปแบบของ Mobile ทเ่ี กิดขึ้น ซงึ่ สอดคล้องกับแนวทางกาประเมนิ รูปแบบใหม่
Application และระบบปฏิบัติการอื่นๆ พร้อมทั้งได้มี ของ สมศ. ที่เน้นให้การประเมินคุณภาพภายนอก
การเตรยี มความพรอ้ มของอปุ กรณ์ และระบบตา่ งๆ เพอ่ื ให้ เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ ตอ่ สถานศกึ ษา สามารถน�ำ ผลประเมนิ
ผ้ปู ระเมินภายนอกดำ�เนินการประเมินคุณภาพภายนอก ไปใชป้ รบั ปรงุ คณุ ภาพสถานศกึ ษาไดท้ นั ที และชว่ ยกระตนุ้
ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องให้เกิดการส่งเสริมการยกระดับ
และพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาได้อยา่ งย่งั ยนื

92

นอกจากน้ี ยงั ไดด้ �ำ เนนิ โครงการสง่ เสรมิ สถานศกึ ษาฯ ใหพ้ รอ้ มรบั ประเมนิ รปู แบบออนไลน์ เพอ่ื ใหส้ ถานศกึ ษาเขา้ ใจ
ถงึ แนวทางการประเมนิ รปู แบบใหมผ่ า่ น “โครงการสง่ เสรมิ สถานศกึ ษาและประสานความรว่ มมอื กบั หนว่ ยงานตน้ สงั กดั
เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการประเมินคุณภาพภายนอกภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของ
โรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID - 19)” ใหก้ บั สถานศกึ ษาการศกึ ษาปฐมวยั (ศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ ) ระดบั การศกึ ษา
ขน้ั พน้ื ฐาน ระดบั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานตามประเภทวตั ถปุ ระสงคพ์ เิ ศษ ดา้ นการอาชวี ศกึ ษา และการศกึ ษานอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการส่งเสริมแบบออนไลน์ที่สถานศึกษาสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อรับชมวีดิทัศน์
และดาวนโ์ หลดไฟลเ์ อกสารอเิ ลก็ ทรอนกิ สแ์ นะน�ำ แนวทางการประเมนิ คณุ ภาพภายนอก รปู แบบ E - book อนิ โฟกราฟกิ
เพอ่ื ศกึ ษาแนวทางการประเมนิ ของ สมศ. ดว้ ยตนเอง ตลอดจนการจดั โครงการสง่ เสรมิ สถานศกึ ษาฯ ผา่ นสอ่ื Social
Media ชอ่ งทาง Facebook Live ของ สมศ. ทเ่ี ปดิ โอกาสใหผ้ ปู้ ระเมนิ สถานศกึ ษา หนว่ ยงานตน้ สงั กดั เขา้ รบั ชม
พรอ้ มกนั เพอ่ื สรา้ งความเขา้ ใจรว่ มกนั เพอ่ื สรา้ งความเขา้ ใจรว่ มกนั ในบทบาทของแตล่ ะฝา่ ย และยงั เปน็ การแสดงใหเ้ หน็ ถงึ
ความเปน็ ธรรม เปน็ กลาง โปรง่ ใสในการประเมินท่ีผู้ประเมนิ กบั ผรู้ บั การประเมิน ได้ทราบว่าผู้ประเมินจะประเมนิ อะไร
และผู้ถกู ประเมินต้องปฏิบัตติ วั อยา่ งไรอกี ดว้ ย

93

คณะผู้ท�ำ งานและคณะผจู้ ดั ทำ�

94

คำ�สง่ัทกี่ สระรท๓ร๐วง/ศ๒กึ๕ษ๖า๔ธิการ

เรื่อง แตง่ ตงั้ คณะท�ำ งานจดั ท�ำ รายงานผลการดำ�เนนิ งาน รอบ ๒ ปี ของหน่วยงาน
ตามนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (คณุ หญิงกัลยา โสภณพนชิ )

ตามที่ ไดม้ พี ระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แตง่ ตงั้ คณุ หญิงกลั ยา โสภณพนชิ ใหด้ ำ�รงต�ำ แหน่ง
รฐั มนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ตามประกาศแต่งตงั้ รัฐมนตรี ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.
๒๕๖๒ และตามค�ำ สง่ั กระทรวงศกึ ษาธกิ ารท่ี สร ๖๓๙/๒๕๖๒ ลงวนั ท่ี ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่ี สร ๗๔๐/๒๕๖๒
ลงวนั ที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ และ ท่ี สร ๑๒๐๘/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑๙ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ และ
ท่ี สร ๒๖๑/๒๕๖๔ ลงวนั ท่ี ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ ไดร้ บั มอบหมายจากรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ใหก้ �ำ กบั ดูแลหนว่ ยงานในกระทรวงศกึ ษาธกิ ารจ�ำ นวน ๗ หน่วยงาน ประกอบด้วย ส�ำ นกั งานเลขาธกิ าร
สภาการศึกษา สำ�นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน ในภารกจิ สำ�นักบริหารงานการศกึ ษาพิเศษ
สำ�นกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ในภารกจิ วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยี วทิ ยาลยั ประมง และ
วทิ ยาลยั ในโครงการวทิ ยาลยั เทคโนโลยฐี านวทิ ยาศาสตร์ สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
โรงเรยี นมหดิ ลวทิ ยานสุ รณ์ ส�ำ นกั งานรบั รองมาตรฐานและประเมนิ คณุ ภาพการศกึ ษา (องคก์ ารมหาชน) และ
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) น้ัน

เพอ่ื ใหห้ นว่ ยงานสามารถสรปุ ผลการด�ำ เนนิ งาน ตลอดจนเชอ่ื มโยงผลการปฏบิ ตั งิ านรว่ มกบั หนว่ ยงาน
ที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นตามนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช)
ในระยะเวลาตง้ั แตเ่ ดอื นสงิ หาคม ๒๕๖๒ ถงึ เดอื นกรกฎาคม ๒๕๖๔ ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ และตอบสนอง
การพฒั นานโยบายการศกึ ษาของประเทศในทกุ ระดบั จงึ ขอแตง่ ตง้ั คณะท�ำ งานจดั ท�ำ รายงานผลการด�ำ เนนิ งาน
รอบ ๒ ปี ของหนว่ ยงาน ตามนโยบายของรฐั มนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (คณุ หญงิ กลั ยา โสภณพนชิ ) ดงั น้ี

ทป่ี รกึ ษาคณะท�ำ งาน ผอู้ �ำ นวยการส�ำ นกั นโยบายและยทุ ธศาสตร์ สป.ศธ.
หวั หนา้ กลมุ่ สารนเิ ทศ สป.ศธ.
๑. นายโกเมศ กลน่ั สมจติ ต์ คณะทป่ี รกึ ษารฐั มนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
๒. นายบลั ลงั ก์ โรหติ เสถยี ร คณะทป่ี รกึ ษารฐั มนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
๓. นายชยพงศ์ สายฟา้ คณะท�ำ งานรฐั มนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
๔. นายอดุ มการณ์ วรกจิ คณะท�ำ งานรฐั มนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
๕. นายปรรณวฒั น์ ชวู เิ ชยี ร
๖. นายสกุ ฤษฏช์ิ ยั ธรี ะเรงิ ฤทธ์ิ /ประธาน...

95

ประธานคณะทำ�งาน -๒-
ประธานคณะท�ำ งานตดิ ตามแผนงานและงบประมาณ รมช.ศธ.
นายศภุ ชยั ศรหี ลา้

คณะท�ำ งาน
ส�ำ นกั งานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา
๑. นางศริ พิ ร ศรพิ ันธ์ุ ผอู้ ำ�นวยการสำ�นักประเมินผลการจดั การศึกษา
๒. นางนนั ทชิ า ไวยนพ นกั วชิ าการศึกษาชำ�นาญการพิเศษ
ส�ำ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน
๑. นางภัทริยาวรรณ พนั ธ์ุน้อย ผู้อ�ำ นวยการส�ำ นักบรหิ ารงานการศึกษาพิเศษ
๒. นายภธู ร จนั ทะหงส์ ปณุ ยจรัสธำ�รง ผ้อู �ำ นวยการส�ำ นกั พฒั นานวัตกรรมการจดั การศกึ ษ
๓. นางสาวนพศร พรมณพี ศิ มัย นกั วชิ าการศึกษาชำ�นาญการพิเศษ
๔. นางสาวโชติมา หนูพรกิ นักวชิ าการศึกษาช�ำ นาญการพิเศษ
๕. นางณัฐชยา เมน็ ไธส นักวิชาการศกึ ษาช�ำ นาญการพเิ ศษ
๖. นายเอกสทิ ธิ์ ปิยะแสงทอ นกั วิชาการศึกษาชำ�นาญการ
๗. นายปรเมศวร์ ชะรอยนุช นกั วิชาการศกึ ษา
๘. นายวชั รินทร์ จะปะมากา นกั วชิ าการศึกษา
ส�ำ นักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
๑. นายชาตชิ าย เกตุพรหม ท่ีปรึกษาดา้ นมาตรฐานวชิ าชีพเกษตรกรรมและประมง
๒. นายวิทวตั ปญั จะมวตั ผอู้ �ำ นวยการส�ำ นกั นโยบายและแผนการอาชีวศึกษา
๓. นางสาวก้านทพิ ย ชาตวิ งศ ผูอ้ �ำ นวยการสำ�นกั ตดิ ตามและประเมนิ ผลการอาชวี ศกึ ษา
๔. นายนติ ิ นาชิต ผอู้ ำ�นวยการส�ำ นกั มาตรฐานการอาชีวศกึ ษาและวิชาชพี
สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
๑. นางสาวสุภัคสรณ์ รงุ่ ศรี ผ้ชู �ำ นาญ ผชู้ �ำ นาญ ฝ่ายยุทธศาสตร์ แผนและประกันคุณภาพ
๒. นางสาววรรณทิพา เทพหล้า เจา้ หนา้ ที่ ฝา่ ยยทุ ธศาสตร์ แผนและประกนั คณุ ภาพ
โรงเรยี นมหดิ ลวทิ ยานสุ รณ์
๑. นางสาวสุวพิชญ์ คา้ ฮ้วั หวั หน้าฝ่ายบริหารงานท่วั ไป
๒. นางสาวเปรมวดี เอดวารด์ วันมยุ เยน เจา้ หน้าทปี่ ฏิบัติการ
สถาบนั ทดสอบทางการศกึ ษาแห่งชาติ (องคก์ ารมหาชน)
๑. นายสรรเสริญ ตาแกว้ รกั ษาการหวั หน้ากลมุ่ งานยุทธศาสตรแ์ ละทรพั ยากรบุคคล
๒. นางสุวดี ธนวจิ ติ รพันธ์ เจ้าหนา้ ทีป่ ระชาสัมพันธ์
ส�ำ นกั งานรบั รองมาตรฐานและประเมนิ คณุ ภาพการศกึ ษา (องคก์ ารมหาชน)
๑. นางศิริธร เวียนศริ ์ หัวหนา้ ภารกจิ ส่งเสรมิ และพัฒนาสมั พนั ธ์
๒. นางวรี นชุ สขุ สวา่ ง หวั หน้าภารกจิ พัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์
คณะทำ�งานเพื่อประมวลผลข้อมูลสรปุ ผล และจัดทำ�รูปเลม่
๑. นายทวชี ยั สินทรัพย์ ผู้อ�ำ นวยการโรงเรียนบ้านสว่างหนองเสือ
๒. นายกำ�พล กิ่งชา ผู้อ�ำ นวยการโรงเรยี นบ้านยางกะเดา
๓. นายวุฒนิ นั ท์ แสงทอง ผู้อ�ำ นวยการโรงเรียนบ้านแคน (สมเดจ็ อปุ ถัมภ์)

/๔ นายโอภาศ...

96

๔. นายโอภาศ วฒุ เิ ศลา -๓-
๕. นายสมปอง พวงพว่ั ผู้อ�ำ นวยการโรงเรยี นม่วงสามสบิ (อำ�นวยปัญญา)
๖. นางสนุ รี ัตน์ พวงพั่ว ผู้อำ�นวยการโรงเรยี นดงสว่างวทิ ยา
๗. นายวาสุเทพ ศุภโกศล ผู้อำ�นวยการโรงเรยี นนากระแซงศกึ ษา
๘. นายสุรยิ ัน พรมจำ�ปา ผ้อู �ำ นวยการโรงเรยี นบ้านวงั ยาง
๙. นายบญุ ธรรม สมานพงษ์ ผู้อำ�นวยการโรงเรียนบา้ นหนองหล่มหนองเหลา่
๑๐. นายภูวดล ไชยชนะ ผอู้ ำ�นวยการโรงเรียนบา้ นหนองไฮ
๑๑. นายประเสรฐิ วงศ์เสนา ผู้อำ�นวยการโรงเรยี นหกสิบพรรษาพิทยาคม
๑๒. นางสาวอรนลิน จินะฟนั่ ผู้อ�ำ นวยการโรงเรยี นบ้านปากน้ำ�
๑๓. นางวาสนา อมั พันธ์ ผอู้ �ำ นวยการโรงเรยี นโสตศึกษาจงั หวดั เพชรบูรณ์
รองผอู้ �ำ นวยการวทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยอี บุ ลราชธานี

เลขานกุ าร นกั วเิ คราะหน์ โยบายและแผนช�ำ นาญการพิเศษ สป.ศธ.
นักวชิ าการศึกษาชำ�นาญการพิเศษ
๑. นางสาวจิณณช์ ญา ทพิ ย์ปัจทมิตร คณะทำ�งานติดตามแผนงานงบประมาณ รมช.ศธ.
๒. นายสกลุ ชัย ลัพกิตโร นักวชิ าการคอมพวิ เตอรช์ �ำ นาญการ สป.ศธ.
๓. พ.ต.ท.หญงิ มลฤดี สมมารถ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช�ำ นาญการ สป.ศธ.
๔. นายวรี ะชยั บญุ ขำ� นกั ประชาสมั พนั ธช์ �ำ นาญการ สป.ศธ.
๕. นายศภุ กิตต์ิ ยอดพิจติ ร นกั ประชาสัมพันธ์ปฏบิ ตั ิการ สป.ศธ.
๖. นายปกรณ์ เรอื งยิ่ง นักประชาสมั พนั ธป์ ฏิบัติการ สป.ศธ.
๗. นางสาวสกุ ญั ญา จันทรสมโภชน์
๘. นายศภุ ณฐั วัฒนมงคลลาภ

อ�ำ นาจหนา้ ท่ี ใหค้ ณะท�ำ งานทไ่ี ดร้ บั การแตง่ ตง้ั มอี �ำ นาจหนา้ ท่ี ดงั น้ี

๑. กำ�หนดกรอบแนวทางการจัดทำ�ผลการดำ�เนินงาน รอบ ๒ ปี ของหน่วยงาน ตามนโยบาย
ของรฐั มนตรชี ่วยวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร (คุณหญิงกลั ยา โสภณพนชิ )

๒. รวมรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องภายในหน่วยงาน เพื่อนำ�มาเรียบเรียงและจัดทำ�เป็นเอกสาร รายงาน
ผลการดำ�เนินงาน รอบ ๒ ปี ของหน่วยงาน ตามนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
(คณุ หญงิ กัลยา โสภณพนชิ )

๓. จัดทำ�สื่อประชาสัมพันธ์เพื่อนำ�เสนอผลการดำ�เนินงาน รอบ ๒ ปี ของหน่วยงาน ตามนโยบาย
ของรัฐมนตรชี ว่ ยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (คณุ หญิงกลั ยา โสภณพนิช)

๔. จัดทำ�หนงั สอื ผลการด�ำ เนินงานของหน่วยงานตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ
๕. เผยแพร่เอกสารรายงานฯ และสอื่ ประชาสัมพนั ธ์ตอ่ สาธารณชน

ทัง้ นี้ ตัง้ แตบ่ ัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะเสรจ็ ส้ินภารกจิ
ส่งั ณ วันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔

(คณุ หญงิ กัลยา โสภณพนิช)
รัฐมนตรชี ่วยวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร

97

คณะผจู้ ดั ท�ำ

คณะทป่ี รกึ ษา ภาพประกอบ

ศภุ ชยั ศรหี ลา้ ทพิ ยส์ ดุ า ศรสี ะแกว้
ชยพงศ์ สายฟา้ พงษอ์ นนั ต์ ค�ำ นา่ น
อดุ มการณ์ วรกจิ ธรี ะพนั ธ์ ทะกา๋
ปรรณวฒั น์ ชวู เิ ชยี ร ศตายุ วาดพมิ าย
สกุ ฤษฏช์ิ ยั ธรี ะเรงิ ฤทธ์ิ ภวู นาท กองธรรม
และคณะท�ำ งานรฐั มนตรชี ว่ ยวา่ การ พงศภคั ตรงคง
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร หนว่ ยงานในสงั กดั และในก�ำ กบั
(คณุ หญงิ กลั ยา โสภณพนชิ ) กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

คณะผจู้ ดั ท�ำ ตน้ ฉบบั พมิ พท์ ่ี

โกเมศ กลน่ั สมจติ ต์ หา้ งหนุ้ สว่ นจ�ำ กดั วฒั นกนั ต์
บลั ลงั ก์ โรหติ เสถยี ร
จณิ ณช์ ญา ทพิ ยป์ จั ทมติ ร
สกลุ ชยั ลพั กติ โร
วรี ะชยั บญุ ข�ำ
ศภุ กติ ต์ิ ยอดพจิ ติ ร
ปกรณ์ เรอื งยง่ิ
สกุ ญั ญา จนั ทรสมโภชน์
ศภุ ณฐั วฒั นมงคลลาภ

98

99

ผลการดำ�เนนิ งานของกระทรวงศึกษาธิการ
ก้าวสู่ปีที่ 3 เติม ต่อยอด ยั่งยืน


Click to View FlipBook Version