1
โครงงานดินและแสงมหัศจรรย์
นกั เรียนชนั อนุบาลปี ที 2-3
โรงเรียนวดั บ้านสัก
สํานักงานเขตพืนทกี ารศึกษาประถมศึกษาลาํ ปาง เขต 1
2
1
ชือ่ โครงงาน ดินและแสงมหัศจรรย
ผูจัดทำ นกั เรียนชนั้ อนุบาลปท ่ี2 - 3โรงเรยี นวดั บานสกั
ครทู ่ปี รกึ ษา นางสาวหนง่ึ ฤทัย พชิ ยั เงาะ
ระยะเวลาในการจดั ทำ ระหวา งวนั ที่13พฤศจกิ ายน ถึง 26 พฤศจกิ ายน 2561
..............................................................................................................................................................
ที่มาของโครงงาน
จากท่ีนักเรียนชั้นอนุบาล 2- 3ไดเรียนรูจากการจัดประสบการณการเรียนรูในหนวย “ธรรมชาติ
รอบตัว” ครูสนทนากับเด็กเรื่อง “ดินและแสงแดด ” วา เด็กๆเคยเห็นดินและแสงแดดท่ีไหนบางและดินมี
ลักษณะอยางไรดินและแสงเกิดขึ้นไดอยางไรและถามเด็กๆวาบรเิ วณใดบางของโรงเรียนท่ีมี “ดินและแสง”
เดก็ ๆตอบวาแสงแดดสามารถพบเห็นไดร อบๆตัวเรา สวนดนิ พบหนาอาคารบริเวณสนามเดก็ เลนหนาหองนํ้า
พี่ๆและบริเวณท่ีปลูกผักสวนครัวครูจึงพาเด็กๆเดินสํารวจดินบริเวณตางๆตามที่เด็กบอกพรอมทั้งใหเก็บ
ตวั อยางดนิ ในแตละที่นาํ มาสังเกตและถามเด็กๆวา
ครู : ดนิ ที่เดก็ สงั เกตมลี ักษณะอยางไร
ไตตนั้ : ดินมีสดี ําสีนาํ้ ตาล
ขาวหอม: ดนิ นม่ิ บางที่ก็แขง็
แมนยู : มใี บไมอยูใ นดนิ
ครู : เดก็ ๆมีขอสงสยั หรือมคี ําถามที่อยากรอู ะไรบางเก่ียวกับเร่ืองดิน
น้ําขงิ : มีดินอะไรบางในโรงเรียน (ครูบันทึกคาํ ถามลงบนกระดาษชารท )
น้าํ มนต : ดินมาจากที่ไหน (ครูบันทึกคําถามลงบนกระดาษชารท)
แมนยู : ทําไมมีดินหลายสี (ครบู ันทึกคาํ ถามลงบนกระดาษชารท)
พลอย : ถาปลกู ตน ไมใ นดนิ แตไมมแี สงจะเปนอยา งไรคะ (ครูบันทึกคาํ ถามลงบนกระดาษชารท)
ววิ : ในดินมีอะไร (ครูบันทกึ คาํ ถามลงบนกระดาษชารท)
ครู : เดก็ ๆมีคําถามอะไรอีกไหมที่อยากรูเด็กตอบไมมีครูจึงสนทนารวมกับเด็กและสรุปคําถามที่เด็ก
อยากรโู ดยใชช ารท ทคี่ รูจดบันทึกซ่ึงไดค าํ ถามทีเ่ ดก็ อยากรู 5คําถาม
คาํ ถามที่ 1 มีดินอะไรบา งในโรงเรยี น
คาํ ถามท่ี 2 ดนิ มาจากทไ่ี หน
คําถามท่ี 3 ทาํ ไมมีดนิ หลายสี
คาํ ถามท่ี 4 ถาปลูกตนไมในดินแตไมม แี สงจะเปนอยางไร
คําถามท่ี 5 ในดินมอี ะไร
2
ขน้ั ที่ 1 ตั้งคาํ ถามที่เก่ยี วกบั ปรากฏการณธ รรมชาติ ( 13 พฤศจิกายน 2561 )
จากคําถามท่เี ด็กอยากรู 5คําถามเดก็ และครูสนทนาเพ่ือเลือกคําถามท่ีจะนํามาสํารวจตรวจสอบโดย
การใหเหตุผลประกอบซึ่งเดก็ เห็นวาตอ งการเลือกคาํ ถามท่ี 1 คือมีดนิ อะไรบางเพราะจะไดรจู ักดินและจะได
ไปสังเกตดินทบ่ี านของตนเองไดอีกและคาํ ถามที่ 4คอื ถา ปลกู ตนไมในดินแตไมมีแสงจะเปนอยางไรเพราะจาก
ทไ่ี ปสํารวจดนิ ที่แปลงผักสวนครัวในโรงเรยี นจะเห็นวามผี ักเจริญเติบโตแตถาลองปลูกผักแบบไมมีแสงจะเปน
อยางไรคาํ ถามท่ตี องการนาํ มาหาคาํ ตอบคอื
1. มีดินอะไรบา งในโรงเรยี น
2.ถาปลกู ตน ไมใ นดินแตไมมีแสงจะเปน อยา งไร
คําถามท่ี 1 มีดนิ อะไรบา งในโรงเรียน
เดก็ สงั เกตดินในบริเวณโรงเรียนและนําไปศกึ ษาเพ่มิ เตมิ ที่หอ งเรยี น
เด็กตง้ั คําถามท่ีอยากรู
3
ครจู ดคําถามของเด็กในแผน ชารท คาํ ถามที่เด็กอยากรู
จดุ ประสงคเ พ่อื ศึกษาวา ในโรงเรยี นมดี ินอะไรบาง
ขนั้ ที่ 2 รวบรวมความคดิ และขอ สนั นิษฐาน(13พฤศจกิ ายน2561)
เด็กและครสู นทนารว มกันโดยครใู ชค าํ ถามกระตนุ ใหเ ด็กเลาประสบการณเ ดิมเก่ยี วกับชนิดของดนิ
ครู : เดก็ รูจกั ดินอะไรบางและมีลักษณะอยางไร
พลอย : ดนิ น่มิ จับแลวน่มิ เปยกมือสีดํา
โปเต : ดนิ แข็งกม็ ีสนี ้ําตาล
แมนยู : ดินรว นใชปลกู ตน ไม
ครูจึงชวนเด็กๆสนทนาตอเน่ืองวาดินที่นักเรียนรูจักมีลักษณะเหมือนกันไหมแตกตางกันอยางไร
รวมทงั้ ไดทบทวนถึงคําถามท่เี ด็กอยากรูคอื “มดี นิ อะไรบา งในโรงเรียน” และครใู หเด็กคาดคะเนคําตอบโดย
เดก็ แบง กลมุ 3กลมุ ๆละ 4คนโดยท่ีครูพาเด็กๆไปสํารวจบริเวณแปลงเกษตร สนามเด็กเลน และสนามหญา
หนาเสาธง โดยครูถามคําถามเด็กๆใหเด็กแตละกลุมรวมกันคิดและตกลงวากลุมตนเองจะคาดคะเนวา
อยา งไรจากคําถามดังนี้ “ เดก็ ๆคดิ วามดี ินอะไรบางในโรงเรียน ” และใหเด็กนําเสนอครูเขียนการคาดคะเน
ลงในกระดาษชารท ดงั น้ี
กลมุ 1 สาํ รวจบริเวณแปลงเกษตรดนิ มี 3 ชนิดคอื ดนิ แข็งดินนุม ดินทราย
กลุม 2 สาํ รวจบริเวณสนามเด็กเลน ดินมี 2 ชนดิ คอื ดินเหนียวดนิ รวน
กลุม 3 สํารวจบริเวณสนามหญา หนาเสาธง ดนิ มี 3 ชนิดคือดนิ รว นดินแข็งดนิ นิม่
ตัวแทนกลุมเสนอการคาดคะเนคาํ ตอบแลวครจู ดลงในกระดาษชารท
4
ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสบื เสาะ ( 14 พฤศจิกายน 2561 )
ครสู นทนากับเด็กโดยใชค ําถาม “เดก็ ๆมีวิธกี ารหาคําตอบโดยวิธใี ดบา งถงึ จะทราบวามีดินอะไรบา ง”
กลุม 1บอกวา กลับไปถามพอกบั แมท ี่บานแลวมาเลา ใหเ พอื่ นฟง
ครู :ถา เด็กๆจําเรื่องท่ีพอแมเ ลา ใหฟ ง ไมไดจ ะทําอยางไร(ครูเขียนบนั ทกึ ทีแ่ ผน ชารท )
นํ้ามนต: ใหพ อแมจ ดมาให
ววิ :หนจู ะใหพ อ แมเ อารูปภาพมาจากอนิ เตอรเ นต็ (ครเู ขียนบนั ทกึ ทแี่ ผนชารท)
กลุม 2บอกวาไปหาหนังสือในหอ งสมดุ ดูอนิ เตอรเน็ตก็ไดห นูดรู ูปภาพ
ครู : หนูดรู ปู ภาพแตอานหนงั สือไมออกจะทําอยางไร
ขา วหอม: ใหค รูอา นใหฟง
กลุม 3บอกวานา จะนาํ ดนิ ในโรงเรียนมาสงั เกต (ครูเขยี นบนั ทกึ ที่แผนชารท )
เดก็ และครรู วมกันสรปุ วิธีการหาคําตอบมดี นิ อะไรบา งในโรงเรยี นดงั น้ี
1 ถามพอแมแลวมาเลาใหเ พื่อนฟง
2 ไปหาหนังสอื ท่ีหอ งสมดุ ดูจากอนิ เตอรเนต็
3นําดินมาสงั เกต
ครูใหเด็กออกแบบวิธบี นั ทึกผลและนําเสนองานโดยถามเด็กวา “ เมื่อไดรบั ความรูเรือ่ งมีดินอะไรบา ง
ในโรงเรยี น
อะไรบางแลวเด็กมวี ิธีบันทกึ ผลอยา งไรบางและจะนาํ งานไปใหคนอ่ืนมีความรูดวยจะทําอยางไร”
ยโู ด : พอสงั เกตดนิ แลว ใหเ ด็กวาดรปู ดนิ
โปเต : เขยี นชือ่ ดนิ ตามปายท่ีครเู ขียนใหด ู
ไตตนั้ : เลาใหครฟู งแลว ใหค รูจดตามทผี่ มเลา
อลั ฟา : เอางานไปแขวนโชวหนาหองเรียน
เด็กและครสู รปุ ตามวธิ ีการที่เด็กๆรว มกันออกแบบโดยครูเขยี นบนั ทึกทแ่ี ผนชารท
วธิ กี ารหาคําตอบและวิธีการบันทกึ ผล-นาํ เสนองานของเด็ก
5
ขั้นท่ี 3 ทดสอบและปฏิบัตกิ ารสบื เสาะ(ตอ ) ( 15 พฤศจิกายน 2561 )
ครใู หเด็กท่ีไปถามพอ แมห รอื มเี อกสารจากพอแมมาเลาใหเพ่ือนฟงหนาชนั้ เรยี นจากการที่เด็กไปถาม
พอ แมเ ด็กๆรวมกันสรปุ ไดว า มีดิน 3 ชนดิ คอื ดนิ รวนดินเหนยี วดนิ ทรายโดยครเู ขยี นบนั ทกึ ทแี่ ผนชารท
เด็กนาํ ความรจู ากพอแมเ ลา ใหเพอ่ื นฟง
เดก็ และครไู ปหาคําตอบโดยหาหนังสือในหองสมดุ และดูการต ูนอนิ เตอรเ น็ตโดยมีคุณครชู วยอานใหฟง
เด็กหาคาํ ตอบจากหนังสอื ในหอ งสมุด เด็กหาคาํ ตอบจากดูอินเตอรเ น็ต
ขน้ั ท่ี 4 สงั เกตและบรรยาย (15 พฤศจกิ ายน 2561)
ครแู ละเด็กรวมกนั สาํ รวจ ดนิ ในบริเวณตางๆที่กําหนด โดยกอนออกไปสํารวจมีการสรา งขอตกลง
กันกอ น ดงั น้ี 1 บริเวณแปลงเกษตร 2 บรเิ วณสนามเดก็ เลน 3 บรเิ วณสนามหญาหนา เสาธง
ครู : บรเิ วณแปลงเกษตรท่ีเดก็ ๆไดไ ปสาํ รวจมาเดก็ ๆเหน็ วา ดนิ มลี ักษณะอยางไรคะ
อัลฟา : ดนิ มีสดี ํา เปนเม็ดเลก็
ไตต้ัน :ผมเหน็ มเี ศษใบไมเศษหญาดวยครบั
ครู : บรเิ วณสนามเด็กเลน เด็กๆสงั เกตไหมวาเด็กมีลักษณะอยางไร
น้ํามนต : หนูเห็นมที รายปนอยูคะ เวลาจับจะเปน ปน ไมไดคะ
ครู : แลว บรเิ วณสดุ ทายตรงสนามหญา หนา เสาธงดนิ มลี ักษณะอยา งไรคะ
6
วิว : หนูวา ดนิ มันเปย กๆ เหนยี วติดมอื คะ
พลอย : หนลู องจบั ดินตรงน้นั แลว เอามาปน มันปน ไดดวยนะคะ
โดยครูใชคําถามกระตุนใหเด็กสังเกตโดยใชประสาทสัมผัสตางๆพรอมท้ังใหเด็กบรรยายส่ิงท่ีพบ
และเดก็ รว มกนั สรปุ วาดินมี 3 ชนิดคอื 1 ดนิ รว นมีลักษณะเม็ดดินเล็กสดี ําบี้แลวดินแตกเล็กลงมีรากไมใบไม
ปนอยู 2 ดินเหนยี วมีลักษณะเหนียวติดมือปนไดย ืดไดเย็นเนอื้ เปนกอนติดกัน 3 ดินทรายมีลักษณะนิ่มเปน
ผงเหมือนมีทรายปนอยู
เดก็ หาคาํ ตอบจากสงั เกตดนิ
ข้ันท่ี 5 บนั ทึกผล (15 พฤศจกิ ายน 2561)
เด็กๆบันทึกผลตามวิธีการท่ีออกแบบไวคือวาดรปู ชนิดของดินเขียนช่ือดินตามปายท่ีติดไวนํามา
เลา และครจู ดตามทเ่ี ดก็ บอกนําไปเลาใหเพือ่ นฟงนําผลงานไปตดิ โชวห นาหอ งเรยี น
บริเวณท่ีสํารวจ ภาพที่เดก็ วาด ลักษณะตามคําบรรยายของเด็ก
1.แปลงเกษตร มเี ศษไมใ บผสมอยู มีสําดํา เปนเม็ด
เลก็ จับแลว รวนๆปนไมได
เปนดนิ เม็ดเล็กๆมีทรายปนอยู เปน
ผงๆ
2.สนามเด็กเลน
3.สนามหญาหนาเสาธง 7
ดินมีลักษณะเปยกๆ จับดินแลว
สามารถปน เปนกอนๆได
เด็กวาดภาพลกั ษณะดนิ ท่ีสงั เกต เดก็ เขยี นชอื่ ดนิ ตามปา ยทีเ่ ขยี นไว
เลา ผลงานใหเพ่ือนฟง เดก็ ๆนาํ ผลงานติดไวหนา หอ งเรียน
ข้นั ท่ี 6สรปุ และอภปิ รายผล(16 พฤศจกิ ายน 2561)
เด็กและครูรวมสนทนาถึงคําถามที่เด็กอยากรู “ มีดนิ อะไรบางในโรงเรียน” ครูใหเด็กทบทวนโดย
การใหเด็กออกมาเลาวา “ เด็กๆหาคําตอบไดโดยวิธีการอยางไร” และไดผ ลการศึกษาอยางไรโดยครใู ช
ชารท ประกอบการสนทนากบั เดก็ ๆ
ครู : จากการท่เี ดก็ ๆหาคําตอบวา “ มีดินอะไรบาง” สรุปวามีดินอะไรบางเด็กๆตอบวามีดิน 3 ชนิดคอื
ดนิ เหนยี วดินรว นดินทรายครูจึงใหเด็กๆอธิบายตอวาดินแตละชนิดมลี ักษณะเหมือนกันไหมเด็กๆบอกวาไม
เหมือนกนั ดินรว นมลี ักษณะเปน เม็ดดินเล็กสดี ําบแี้ ลวดนิ แตกมรี ากไมใบไมปนอยูดินเหนียวมีลกั ษณะเหนียว
ติดมอื ปนไดเย็นเนือ้ เปนกอนติดกันและดินทรายมีลักษณะน่ิมเปนผงเหมือนมีทรายปนอยูครูสนทนากับเด็ก
8
ตอเน่ืองโดยใหเด็กเปรียบเทียบการคาดคะเนคําตอบกับผลการศึกษาวาของแตละกลุมคาดคะเนคําตอบ
ตรงกันหรือไมเพราะเหตุใดครูจดคาํ พดู เด็กบนกระดาษชารท
เด็กๆ : คาดคะเนคําตอบไมตรงกับผลท่ีไดเพราะพวกเราไมรูจักช่ือวาเรียกวาอยางไรแตมีบางกลุม
คาดคะเนไดถ กู วามี 3 ชนดิ แตเรยี กชอื่ ไมถกู
ดงั นน้ั ครูจึงใหเ ด็กๆสรุปรว มกนั วาดินมี 3 ชนดิ แตล ะชนิดมีลักษณะไมเหมือนกันดนิ เหนียวเนื้อดินจะ
เหนียวเนือ้ ดินเปนกอนติดกันนิ่มๆปนไดเหมอื นดินนํา้ มันดินรวนจะเปนกอนเล็กๆเม้ือบ้ีดินจะแตกเปนกอน
เลก็ ๆจะมรี ากไมใ บไมปนอยสู วนดินทรายจะเปนผงเหมอื นมที รายปนอยู
ครจู ดบันทึกคาํ พูดของเดก็ ลงในกระดาษชารทตามคาํ พดู ของเดก็
นอกจากนี้ครูไดถามเด็กๆเพ่ิมเติมวาจากการที่พวกเราปฏิบัติกิจกรรมจนไดคําตอบวา “มีดิน
อะไรบา ง” เด็กๆยังมคี าํ ถามทีอ่ ยากรอู กี หรือไมเด็กๆหลายคนยกมอื ครูจึงใหเ ด็กๆถามวาอยากรูอ ะไร
ไตตน้ั : ครูครบั ดิน 3 ชนดิ นําไปปลูกตนไมไดห รอื ไมครับ
อลั ฟา : ปลูกผกั ในดนิ รว นไดไ มครับ
ววิ : ถาปลูกตน ไมม ีแดดกับไมม ีแสงตน ไมจะเจริญเติบโตม้ยั คะ
ครนู ําคําถามที่เด็กอยากรู ใหเดก็ ๆรว มกันศกึ ษาตอ ไปในโครงการท่ี2
9
ผลการพฒั นาความสามารถของเดก็ ปฐมวัย
1. ผลการพัฒนาความสามารถพืน้ ฐาน 4 ดา น
1.1 ดา นการเรียนรู
- เดก็ ๆสามารถเลา/บอกวธิ ีการหาคําตอบของตนเองได
- เดก็ ไดเรียนรูช นิดของดนิ
- เดก็ ไดเรยี นรลู ักษณะของดินแตละชนิด
1.2 ดา นภาษา
-เดก็ มพี ัฒนาการดานภาษาจากการสนทนาโตตอบแสดงความคดิ เหน็
-ทกั ษะดานภาษาจากการพดู บรรยายเลา สงิ่ ที่สังเกต
1.3 ดา นสังคม
-เด็กสามารถทํางานรว มกับผูอ่ืนได
-เดก็ แสดงความคดิ เหน็ ของตนเองและยอมรับฟง ความคดิ เหน็ ของผูอื่น
-เดก็ เคารพกฎกติกาและปฏิบัตติ ามขอตกลงของหองเรียน
1.4 ดา นการเคล่ือนไหวและทักษะการรับรูประสาทสมั ผัส
-เดก็ เคลื่อนไหวหยบิ จับดินและอุปกรณต า งๆไดอ ยา งคลองแคลว
-เดก็ สามารถใชประสาทสมั ผัสในการสังเกตดวยตวั เองจนไดขอมลู ท่ีชดั เจน
2. ผลการพฒั นาทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
2.1 ทกั ษะการสังเกต
-การบอกลักษณะสิง่ ท่ีสังเกตดว ยประสาทสมั ผสั ตางๆเชนหยิบจับสัมผัสดินชนิดตางๆ
2.2 ทักษะการจาํ แนกประเภท
-เปรียบเทียบลกั ษณะของดนิ แตละชนิด
-จําแนกประเภทของดินโดยใชเ กณฑของตวั เอง
-เปรยี บเทยี บส่งิ ทคี่ าดคะเนกับผลการศกึ ษา
2.3 ทกั ษะการพยากรณห รือการคาดคะเนคาํ ตอบ
-เด็กสามารถคาดคะเนคําตอบทีค่ ิดวามดี นิ อะไรบา ง
2.4 ทกั ษะการจดั กระทาํ และสื่อความหมายขอมลู
-เดก็ สามารถสรปุ ผลส่งิ ทส่ี งั เกตโดยการวาดภาพเขียนช่ือดินเลาใหครูฟงนาํ เสนอหนาช้นั
เรยี นใหเ พ่ือนๆเขา ใจได
2.5 ทักษะการลงความคิดเห็นจากขอมลู
-เด็กสามารถใหเหตุผลเพิ่มเติมโดยใชความคิดเห็นสวนตัวและประสบการณเดิมแสดง
ความคิดเห็นตางๆได
10
คําถามท่ี 2 ถาปลกู ตน ไมในดนิ แลว ไมมีแสงแดดจะเจรญิ เติบโตไหม
ขั้นท่ี 1 ต้งั คําถามทเ่ี กี่ยวกบั ปรากฏการณธรรมชาติ (19 พฤศจิกายน 2561)
จากการที่ไปศึกษาขอมูลเก่ียวกับพืชผักสวนครัวในโรงเรียน เด็กๆจึงสงสัยวาผักเจริญเติบโตได
อยา งไร เด็กบางคนจึงมีขอสงสยั ใหเกิดคําถามตอ เนอ่ื งวา
ยโู ด : คณุ ครคู รบั แลวผักตา งๆทเี่ ราปลกู มนั จะเจรญิ เติบโต ไดอยางไรครับ
ครู : แลว เด็กๆคดิ วา ผักเหลานน้ั จะเจริญเติบโตอยา งไรคะ
นํ้าขิง : หนเู คยเห็นแมรดนาํ้ ผักทุกวนั มันกเ็ ลยโตคะ
ววิ : หนเู คยเห็นแมใ สป ยุ ในผกั ดวยคะ
แมท : หรือวามนั อยทู ่ดี นิ ครับ ถึงจะโต
ครู : ใชคะ การปลกู ผักหรอื ตน ไมท กุ ชนิดจะตอ งอาศยั อาศัย แสงแดด นาํ้ และปุย
ภูมิ : แลวถาเราปลกู ผักในท่ีๆไมม ีแสงแดดละครบั ผักจะโตไหมครบั
ครู : แลว เดก็ ๆคิดวา ผักท่ีเราจะปลกู มนั จะโตไหมคะ ถา เราปลกู ผักระหวางในท่มี ีแสงและไมม ีแสงแดด
นาํ้ ขงิ : หนูวามันกโ็ ตนะคะ เพราะเรายังรดนา้ํ มันอยู
ววิ : หนูวา ตนทป่ี ลกู ไมโดนแสงจะไมโ ตคะ
แมท : ผมเคยเห็นผักโตครบั
ครู : ถาเดก็ ๆอยากรวู า ผักทเี่ ราจะปลกู มันจะโตไหม เราตองทําอยา งไรคะ
เด็ก : ตอ งลองปลกู ครับ/คะ
ครู : แลว เดก็ ๆจะปลูกผัก เดก็ ๆอยากปลูกตน อะไรคะ
ภมู ิ : ผมชอบทานผัดผักบงุ ครับผมอยากปลกู ผกั บุง ครบั
ครู : เด็กคนไหนอยากปลูกผักบุงเหมอื นนอ งภูมิไหมคะ ใหเ ดก็ ๆยกมือข้ึนนะคะ
เดก็ ๆ : สวนมากยกมือท่ีจะเลือกปลูกผกั บุง
ครู : ถาเราเลือกท่ีจะปลูกผัดบุง กันแลว เรามาดูวาถาเราปลูกผักบุง ในท่ีมีแสงกับไมมแี สง อันไหนจะ
โตกวากนั
ครูจึงถามเด็กๆวา “แลวคนอื่นๆละคะ อยากรูเรื่องอื่นอีกไหม” เด็กสวนใหญบอกวาอยากเรียนรู
เร่ืองการเจริญเติบโตของผักบงุ ในทม่ี ืดและท่ีมแี สง
จุดประสงค เพื่อศึกษาวาแสงแดดมผี ลตอการเจรญิ เตบิ โตของผกั บุงอยา งไร
11
ขนั้ ท่ี 2 รวบรวมความคดิ เห็นและขอ สนั นิษฐาน(19 พฤศจกิ ายน 2561)
เด็กและครสู นทนารวมกันโดยครูใชคาํ ถามกระตนุ ใหเดก็ เลาประสบการณเดิมเกี่ยวกบั การปลูกผัก
ครู : เดก็ ๆรูจ ักวิธีการปลูกผกั ตา งๆไหมคะ
อลั ฟา : ผมเคยเหน็ แมป ลูกผกั ที่สวนครบั
ครู : เดก็ ๆคดิ วา ถา เราปลูกตนผักบุงกนั เอง ตน ผักบงุ มนั จะข้ึนไมคะ
แมนยู : ผมวา ขึ้นครับ
ครู : แตถ า เราปลูกในที่ ทม่ี ันมีแสงและไมมีแสงเลยละคะ ตน ผักบุงท่เี ราปลูกมนั จะเปนอยางไรคะ
ยโู ด : ผมวาข้นึ ครบั
แมนยู : ผมวา ไมข น้ึ ครบั
ครู : เรามาลองชวยกันปลูกตนผักบุงดูไหมคะ วาระหวางปลูกท่ีมีแสงกับไมมีแสง อันไหนจะข้ึนหรอื ไม
ข้ึน
เด็กๆ : ครับ/คะ
ครูและเด็กรวมกันสรุปขอสันนิฐาน วาปลูกผักบุงในที่มีแสงจะเจริญเติบโตไดดีท่ีสุด ในท่ีมีแสง
เล็กนอยจะมกี ารเจริญเตบิ แตจะไมส มบรู ณแ ละในท่ีไมมีแสงจะไมเ จริญเติบโตเลย
ขนั้ ท่ี 3 ทดสอบและปฏิบัตกิ ารสบื เสาะ(20 - 21 พฤศจิกายน 2561)
ครูสนทนากับเด็กโดยใชคําถาม “เด็กๆมีวิธีการหาคําตอบอยางไรถึงจะทราบวาแสงมีผลตอการ
เจรญิ เตบิ โตของผักบุง ”
ครู : ถา เราอยากรูว า “แสงมผี ลตอ การเจรญิ เตบิ โตของผักบงุ ” เดก็ ๆมวี ธิ ีการหาคําตอบโดยวิธใี ด
ไตต้ัน : ผมจะกลับไปถามแมท่ีบา นครบั แลวกลับวา เลาใหเ พอื่ นฟง
ภูมิ : ผมจะไปถามครใู นโรงเรียนครบั แลว กลับมาเลา ใหเพอื่ นฟง ครับ
น้ําขงิ : หนจู ะไปดูหนังสอื ท่ีหอ งสมดุ ครับ
ววิ :หนจู ะตามแมไ ปดทู ส่ี วนคะ
หลงั จากท่เี ด็กๆไดก ลบั ไปถามผปู กครองทบ่ี านมาแลวเกยี่ วกบั การปลกู ผกั บงุ
วิว : หนูตามแมไปดทู ส่ี วนมากแลว คะ หนูเห็นแมปลกู ในดินคะ แลวรดนํา้ คะ
พลอย : แมหนบู อกวา ปลกู ในกระถางกไ็ ดคะ แคเ ปล่ยี นดินกบั เมด็ ผกั ปลกู คะ
ครู : แลว เด็กๆไดถามผูปกครองมาม้ัยคะ วาตองเตรียมอปุ กรณอ ะไรบาง
ไตตนั้ : ตองมีดนิ เม็ดผักบุง และกภ็ าชนะทจ่ี ะใชในการปลกู ครบั
ครู : ใชแลวคะ การทเี่ ราจะปลกู ผักหรือตนไมแตละชนดิ จะตองมสี ิ่งเหลานี้ ดินทจี่ ะใชในการเพาะปลกู
เมล็ดพันธุ ท่จี ะปลูกภาชนะหรือสถานท่ีเราจะปลูกและที่สําคัญอีกอยางนะคะ ที่เด็กๆจะลืมไมไดใน
การปลกู คร้ังน้ี คือ ถงุ กระดาษแบบเจาะรูและไมเจาะรู
นา้ํ มนต : ครคู ะพรุงนี้หนูจะเอาดินมาจากบา นคะ
12
ยูโด :ครับกจ็ ะเอามาครับ
ซูกัส : ผมจะไปขอเมลด็ ผักยงุ ท่ีบานมาครับ
พลอย : หนูจะหาแกวพลาสติกมาคะ แตจ ะตอ งใชก แี่ กว คะ ครู
ครู : เราจะตอ งใชแกวพลาสติกอยู 3 แกวคะ เด็กๆเพอ่ื ทีป่ ลกู แกวใบท1ี่ ปลูกผักบุง ที่ไดรับแสง แกวใบที่
2 ใสปลูกผักบงุ ในที่มีแสงเลก็ นอ ย และใบที่3 ปลกู ผักบุงแบบไมม ีแสงหรือ
พลอย : ไดคะ พรุงน้หี นจู ะเอามา 3 ใบคะ
หลังที่ครูและเดก็ สนทนาเกย่ี วกับวิธกี ารปลูกและอุปกรณท ี่จะใชในการปลูกเรียบรอยแลว ก็ใหเด็กๆ
เตรยี มมาปลูกในวันตอ ไป
ครู : เด็กไดเ ตรียมอุปกรณม ากันครบไมคะ
เด็กๆ : เตรยี มมาแลวคะ/ครับ
จากน้ันเด็กและครูรวมกันสรุปวัสดุ อุปกรณ และข้ันตอนในการทดลอง “แสงมีผลตอการเจริญโต
ของผักบุง ” ดงั นี้
วัสดแุ ละอปุ กรณ
1. เมล็ดผักบงุ 15 เม็ด
2. ถงุ กระดาษาแบบเจาะรุดา นบนจํานวน 10 จุ 1ถงุ
3. ถุงกระดาษแบบไมเจาะจุ 1 ถงุ
4. แกวพสาตกิ เจาะรุตรงกน แกว จํานวน 3 ใบ
5. ดนิ ที่ใชส าํ หรบั ปลกู
13
เด็กและครูรว มกันสรปุ ขัน้ ตอนในการปลูกตน ผกั บุง
1. นาํ แกวพลาสติกมาใสดนิ ทัง้ 3 ใบใหพ อเหมาะ
2 .เอาเม็ดผักบงุ ใสล งในแกว พลาสติกทีเ่ ตรียมใสด นิ ไวแลว แกว ละ5เม็ด
3. ใสดนิ ทเี่ ตรยี มไวใ หเทาๆกัน
4. กระถางทีห่ น่งึ ต้งั ไวใ หไ ดร บั แสงเตม็ ท่ี
5. นาํ ถงุ กระดาษทีเ่ จาะรูดา นบน10รู คลมุ แกว ใบท่ี 2 เพื่อใหไดรบั แสงเล็กนอ ย
6. นาํ ถงุ กระดาษทไ่ี มไดเ จาะรคู ลุมแกวใบท่ี 3 เพ่ือไมใ หไ ดร ับแสง
7.นาํ ไปตั้งไวใ นทเ่ี ดยี วกนั ท้งิ ไว5 วัน รดน้ําทุกวันสังเกตการเจรญิ เติบโตของตนบกั บุงและบันทึกผล
โดยใหเด็กวดั ความสงู ของตน บกั บุง ท้งั 5วัน โดยใชฝ ากขวดนํา้ ในการวัดความสงู ของตน ผักบุง
เด็กและครูรวมกันทดลองกิจกรรมตามข้ันตอนทอ่ี อกแบบไว โดยมีครูคอยแนะนาํ ดูแลอยางใกลชิด
และคอยกระตนุ ในการทาํ กิจกรรม ดวยการใชคําถามเพื่อใหเ ดก็ สงั เกตในขณะทาํ กจิ กรรม
โดยกําหนดให แกว ใบท1ี่ ปลกู ตนผกั บงุ โดยท่ีไดร บั แสงอยา งเต็มท่ี
แกวใบท2ี่ ปลกู ตน ผักบงุ โดยที่ไดร บั เพียบเล็กนอย โดยมถี งุ กระดาษทเ่ี จาะรุคลุมอยู
แกวใบท3่ี ปลกู ตน ผกั บงุ โดยท่ีไมไ ดรบั แสง โดยมีถงุ กระดาษคลุมอยู
รปู ข้นั ตอนกิจกรรมการปลกู ตน ผกั บงุ
14
ขั้นท่ี 4 สงั เกตและบรรยาย (21 พฤศจิกายน 2561)
ครูและเด็กสนทนาการเปลีย่ นแปลงของการเจรญิ เตบิ โตของผกั บงุ ทกุ วัน เปน เวลา ๕ วนั
วนั ที่ 1 ( 21พ.ย. 61 )
ครู : จากทีว่ นั น้ีเด็กๆออกไปรดนาํ้ ตนผักบุง เดก็ ๆเหน็ การเปลีย่ นแปลงอะไรไหมคะ
ภูมิ : วนั นีผ้ มเปนคนรดน้าํ ครบั
แมนยู : ผมไมเหน็ มตี น ผักบงุ ออกมาเลยครบั
พลอย : หนูก็ไมเห็นการเปลี่ยนแปลงคะ
ครู : แสดงวาวันแรกอยู ตนผักบุงของพวกเรายังไมมกี ารเจริญเติบโต พรงุ น้ีเรามาดูกันใหมวาจะมีการ
เปล่ยี นแปลงอีกไหมคะ
เดก็ ๆ : ครบั /คะ
วันที่ 2( 22 พ.ย. 61 )
ครู : วนั นเ้ี ด็กๆไปดตู น ผักบุง มากนั ยงั คะ
ไตตนั้ : ไปมาแลว ครบั
วิว : วนั นห้ี นเู หน็ แกวท1่ี กบั แกว ท่ี2 เรม่ิ มีอะไรไมรูออกมาแลวคะ เปลือกเมล็ดผักบุงท่ีเราปลูกสีดําเริ่ม
แตกออกคะ
ซูกสั : ผมก็เหน็ เหมอื นกันครับแตแกว ท่ี3 ไมมีอะไรเลยครับ
ครู : แสดงวาวนั ที่ 2 ตนผกั บงุ แกวท่ี1และแกวท่ี2 เร่ิมมีการเปลีย่ นแปลงแลวเด็กๆสามารถใชฝาขวดนํา้
ที่เราเตรียมไวสําหรับการวดั ความสงู ของตนผักบุง วดั ไดห รอื ยงั คะ
เดก็ ๆ : ยังไมสามารถวดั ไดค ะ /ครบั
ครู :แสดงวาวันนี้ตนผกั บุงท่ีเราปลูกในแกวใบที่ 1 และ ใบที่ 2 เร่ิมมีการเปล่ียน โดยท่ีเมล็ดผักบุงเริ่มมี
เปลอื กกระเถาะออกใชไ มค ะ
เดก็ ๆ : ใชแ ลว คะ/ครบั
ครู : แตแ กว ใบท3่ี ยังไมม กี ารเปล่ยี นแปลง เด็กๆคิดวา จะเปน เพราะอะไรคะ
15
น้ํามนต : หนวู ามนั ยงั ไมอ ยากออกคะ
ครู : ใครคดิ เหมือนนา้ํ มนตบ างคะ
เด็กๆยกมอื
ครู : พรุงนเ้ี รามีดกู ารเปลีย่ นของวนั ท่ี 3 นะคะ วา ตน ผกั บุง ท่ีเราปลกู จะเปน อยา งไร
วนั ท่ี 3( 23พ.ย. 61 )
ครู : วันนตี้ น ผกั บงุ เปนไงบางคะ มีใครไปดมู ากนั แลว บา ง (เด็กๆยกมือ)
อลั ฟา : ครคู รบั วนั น้ีตนผกั บงุ โตแลว ครบั
ครู : โตทั้ง 3 แกว เลยหรือปาวคะ
เด็กๆ : ท้งั 3 แกวเลยคะ /ครบั
ยโู ด : แตแ กวที่ 1 โตท่ีสุดครบั เรมิ่ มใี บแตกออกมาจากเมลด็ เปนสเี ขียวแลวครบั
อัลฟา : สว นแกวใบท่ี 2 และ 3 ก็เรม่ิ แตกใบเหมือนกนั ครบั แตเปนสีเหลอื งๆครบั
ครู : เดก็ ๆเหน็ ไมคะ วา แตล ะแกว จะเจริมเติบโตไมเ ทา กนั
เดก็ ๆ : คะ /ครับ
ครู : วันที่ 3 แกวท่ี1 เจรญิ เติบโตสุดเริ่มมใี บสีเขียว แกวท่ี 2 และแกวท่ี3 กําลังเร่ิมจะเจริญเติบโตใบท่ี
แตกออกเปน สีเหลืองออ น
16
วนั ท่ี 4( 24 พ.ย. 61 )
ครู : วันนี้วนั ท่ี4 แลว ตน ผักบุง เปนอยา งไรบา งคะ เด็กๆ
เดก็ ๆ : โตแลว ครบั /คะ
ยูโด : แกวท1ี่ เจริญเตบิ โตทสี่ ุดครบั มีใบออกเปนสีเขยี วดวยครบั หนูใชฝาขวดนํ้าวัดความสูงได 3 ฝา
ครู : แลวแกวท2ี่ เปนอยา งไรบา งคะ
น้ําขิง : แกว ท่ี2 มใี บแตกออกแลวคะ แตใบมสี เี ขียวออ นๆ มลี ําตน เลก็
ครู : แลวแกว ท3่ี เปนอยางไรคะ
ขาวหอม: แกว ท3่ี ตน ผกั บงุ เริม่ ท่ีจะแตกใบคะยงั มีเปลอื กสดี าํ ติดอยบู า งคะ
ครู : แสดงวนั ท4่ี นเ้ี ดก็ ๆจะเหน็ การเจริญเตบิ โตของตน ผักบุงไดชดั เจนวาตน ไหนเจริญเติบโตไดด ที ส่ี ดุ
เด็ก : แกวใบที่ 1 เจรญิ เติบไดดีทส่ี ุดครบั / คะ
วันท5่ี ( 25 พ.ย. 61 )
ครู : วันนี้วนั ที่5 แลวตน ผักบงุ ของเดก็ ๆมกี ารเจริญเติบโตเปน ไงบางคะ
ซูกสั : ตน ผกั บงุ ท้งั 3 แกว เจรญิ เติบโตทั้ง 3 แกว เลยครบั
อลั ฟา : แตแ กวท1ี่ ตนผกั บุง เจรญิ เติบโตดีทีส่ ุด มีเขยี วท่เี ขียว วัดความสูงดวยฝาขวดได5 ฝาครบั
ไตตัน้ : แกวท2่ี ก็เจริญเติบโตครบั แตใบของแกวท่ี 2 จะมสี ีเขยี วออ นๆ ลาํ ตนเลก็ มคี วามสงู 3 ฝากครับ
นํา้ ขิง : แกว ท3ี่ ตนผักบุงกําลังเริม่ มีใบทแี่ ตกออก เปน สเี ขียวออน ยังมเี ปลือกสีดําๆตดิ อยู ลําตน ผอมสูง
17
เด็กๆสังเกตการเจริญเติบโตของผักบุงในแตละวัน โดยแตละวนั เด็กจะสังเกตการเปล่ียนแปลง จะ
สังเกตไดวา เด็กๆมีความกระตอื รือรน อยากรูอ ยากเห็น ผลการของการเปล่ยี นแปลงของตน ผกั บุง
ขั้นท่ี 5 ตารางบันทกึ ผล (21 พฤศจกิ ายน – 25 พฤศจิกายน 2561)
การเปลย่ี นของตนผักบุง
วัน/เดอื น/ป แกว ใบที่ 1 ไดร ับแสง แกวใบท2ี่ ไดรับแสง แกวใบท3่ี ไมไ ดรับแสง
วนั ที่ 1 เพียงเล็กนอ ย
21 / พ.ย. / 61 เมล็ดผักบุงยังไมมีการ เมล็ดผักบุงยังไมมีการ เมล็ดผักบุงยังไมมีการ
เปลี่ยนแปลง เปลยี่ นแปลง เปลีย่ นแปลง
วนั ท่ี 2 เมล็ดผักบุงเร่ิมกะเทาะ เมล็ดผักบุงเริ่มกะเทาะ เมล็ดผักบุงยังไมมีการ
22 / พ.ย. / 61 เปลอื กนอกทกุ เมลด็ เปลือกนอกเปนบางเมลด็ เปลี่ยนแปลง
วันท่ี 3 ตนผักบุงเริ่มมีใบแตก เมลด็ ผกั บุงเร่ิมสูงวัดได 1 เมล็ดผักบุงเร่ิมกะเทาะ
23 / พ.ย. / 61
ออกมาเปน สเี ขียวมีความ ฝ า ข ว ด น้ํ า มี ลํ า ต น สี เปลือกนอกทุกเมล็ดมี
สงู 1 ฝาขวดนํ้า เหลืองออน ยังไมมีการ ลักษณะเร่ิมท่ีจะแตกใบ
แตกใบ ลาํ ตนสเี หลอื งออนๆ
วนั ที่ 4 ตนผักบุงมีสีใบเขียวสวน ตน บุง เริ่มมีใบสีเขียวออน เมลด็ ผกั บุง เริ่มสูงวัดได 1
24 / พ.ย. / 61 ใบมีขนาดยาวขึ้นลําตน แ ต ก อ อ ก ลํ า ต น มี สี ฝ า ข ว ด นํ้ า มี ลํ า ต น สี
สงู วดั ได 3 ฝา เหลืองออนๆวัดความสูง เหลืองออน ยังไมมีการ
ได1 ฝา แตกใบ
วนั ท่ี 5 ตนผักบุงเจริญเติบโตดี ลําตนมีสีเขียวออนๆ ลํา ลําตนผอมสูง เร่ิมมีใบท่ี
25 / พ.ย. / 61
ที่สุด มีเขียวที่เขียว วัด ตนเล็ก มีความสงู 3 ฝาก แตกออกมาเปนสีเขียว
ความสูงดวยฝาขวดได5 ออ น
ฝา
18
ขนั้ ท่ี 6 สรุปและอภปิ รายผล
เด็กและครูสนทนารวมกันถึงคําถามที่เด็กอยากรู “แสงมีผลตอการปลูกตนผักบุง” แลวผลการ
ทดลองเปนอยางไร ครูรว มกับเด็กสรปุ โดยใชคาํ ถามวา
ครู : จากการทดลองปลกู ตน ผกั บงุ เด็กๆคิดวาตน ผกั บงุ จะเปน อยางไรกนั บางคะ
นา้ํ มนต : ตนผกั บุง ท่ไี ดรบั แสงจะสูงมากกวา ตนอ่ืนๆ
อัลฟา : ตน ผักบงุ ทไี่ ดรบั เลก็ นอยจะสงู เปน ท่ี 2
แมท : ตน ผกั บงุ ทีไ่ มไ ดร บั แสงจะตน เตีย้ ทส่ี ดุ
ครูและเด็กรวมกันสรุปผลการทดลอง“แสงมีผลตอการปลูกตนผักบุง” ผลสรุปวาตนผักบุงท่ีไดรับ
แสงจะเจรญิ เติบโตไดด ีกวา ตน ผักบุงท่ีไมไ ดรับแสงจะมีใบและลาํ ตนเปนสีเขียวตามธรรมชาติ สวนตนผักบุงท่ี
ไมไดรบั แสงจะเจริญเตบิ โตไดนอยกวาตนผักบุงท่ีไดรับแสงและไดรบั แสงเล็กนอยจะมีและลําตนเปนสีเหลือง
และสีเขยี วออนๆ
ครูจึงถามเด็กๆ ตอวา “แลวเด็กๆมคี ําถามอะไรอีกไหมท่ีอยากรู” พบวา เดก็ ๆ มีคําถามตอเนอ่ื งอีก
เชน ถาเราไมร ดนา้ํ ตน ผกั บุงทุกวัน ตนผกั บงุ จะโตไหม จงึ เปน คาํ ถามที่ครตู อ งนาํ มาพดู คยุ กับเด็กๆตอ ไป
ผลการพัฒนาความสามารถของเดก็ ปฐมวัย
1. การสง เสริมพัฒนาความสามารถพื้นฐาน 4 ดา น
1.1 ดานการเรยี นรู
- เดก็ ๆสามารถเลา /บอกวิธีการหาคาํ ตอบของตนเองไดโดยการเจริญเติบโตของตนผักบงุ ได
1.1 ดานภาษา
-เด็กมพี ฒั นาการดา นภาษาจากการสนทนาโตตอบแสดงความคดิ เหน็
-ทักษะดานภาษาจากการอานคํางายๆเชน ผักบงุ ดิน กรรไกร
-เดก็ ไดพ ดู เลาสงิ่ ท่พี บดวยคําพดู ของตนเอง
1.3 ดา นสงั คม
-เดก็ สามารถทาํ งานรวมกับผอู ืน่ ได
-เดก็ แสดงความคดิ เห็นของตนเองและยอมรบั ฟงความคิดเห็นของผอู ่ืน
-เด็กเคารพกฎกตกิ าและปฏิบัติตามขอตกลงของหอ งเรียน
1.4 ดา นการเคลอ่ื นไหวและทักษะการรับรปู ระสาทสัมผสั
-เด็กเคลื่อนไหวหยิบจบั อปุ กรณไดอ ยางคลอ งแคลว
-เดก็ สามารถใชประสาทสมั ผสั ในการสงั เกตดว ยตวั เองจนไดข อมูลท่ีชัดเจน
2. ผลการพฒั นาทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
2.1 ทักษะการสังเกต
- การหยิบจบั สัมผัสสง่ิ ตางๆ
19
- สังเกตการณเ ปลย่ี นแปลงเจริญเติบโตของตนผักบงุ
2.2 ทกั ษะการวดั
- วดั ความสงู ของตนผักบุงโดยใชข วดนํา้
2.3 ทักษะการคาํ นวณ
- นบั จํานวนวัสดุในการปลูกตนผกั บุง
- การนบั จํานวนของเมลด็ ผักบุง
- การนับจํานวนของฝากขวดนํา้ ในการวดั ความสูงของตนผักบุง
2.4 ทักษะการจําแนกประเภท
- เปรยี บเทียบการเจริญเติบโตของผักบุง
2.5 ทักษะการหาความสมั พันธร ะหวางสเปสกบั สเปสและสเปสกับเวลา
- เด็กบอกไดวาเม่ือปลูกตนผักบุงเปนเวลาหลายวันแลวจะมีการเปลี่ยนแปลงของเมล็ด
ผกั บุง กลายเปน ตน ผักบงุ
2.6 ทักษะการพยากรณหรือการคาดคะเนคาํ ตอบ
- เด็กสามารถคาดคะเนคําตอบวาปลูกผักบุงท่ีมีแสงแดดจะเจริญเติบโตไดดีกวาที่ไมมี
แสงแดด
2.7 ทักษะการกาํ หนดและควบคุมตวั แปร
- เด็กสามารถบอกไดวา การไดรับปริมาณของแสงแดดมีผลตอการเจริญเติบโตของผักบุงได
อยางไรบาง
2.8 ทักษะการทดลอง
- เดก็ สามารถออกแบบรว มกันกําหนดขนั้ ตอนในการปลูกตน ผักบงุ ได
- เด็กสามารถปฏบิ ตั ิตามขน้ั ตอนทีก่ าํ หนดได
2.9 ทักษะการจัดกระทําและส่ือความหมายขอมลู
- เด็กสามารถบันทึกผลส่ิงท่ีสังเกตโดยการสังเกตและแลววาดภาพของแตละกลุมและ
นาํ เสนอหนาช้ันเรยี นใหเพื่อนๆเขาใจได
2.10 ทักษะการลงความคดิ เห็นจากขอมลู
- เด็กสรุปผลการทดลองและใหเหตุผลไดวา ผักบุงเจริญเติบโตแตกตางกันเปน ผลจากการ
ไดร ับแสงแดดตางกัน
20
ภาคผนวก
- แบบขอรบั การประเมินเพ่อื รับตรา “บานนักวิทยาศาสตรน อ ย”
- เกยี รตบิ ตั รของครผู ผู า นการอบรมปฏบิ ัตกิ ารข้นั ที่ 1 และขัน้ ท่ี 2
- แผน ซีดขี อมูลโครงงาน
21
22
23