บทที่ 1
ลกั ษณะและธรรมชาตขิ องสมุนไพร
อ.เบญจพร ทองมาก
ความหมายของสมุนไพร
สารานุกรมไทยสาหรับเยาวชน เล่มที่ 14
สมุนไพร หมายถึง พชื ท่ีมีสรรพคุณในการรักษาโรค
หรืออาการเจบ็ ป่ วยต่าง ๆ
- การใชส้ มุนไพรสาหรับรักษาโรค หรืออาการเจบ็ ป่ วยต่าง ๆ น้ี จะตอ้ ง
นาเอาสมุนไพรต้งั แต่สองชนิดข้ึนไปมาผสมรวมกนั ซ่ึงจะเรียกวา่ "ยา"
- ในตารับยา นอกจากพืชสมุนไพรแลว้ ยงั อาจประกอบดว้ ยสตั วแ์ ละ
แร่ธาตุอีกดว้ ย เรียกส่วนประกอบของยาน้ีวา่ "เภสัชวตั ถุ"
- พืชสมุนไพรบางชนิด เช่น กระวาน กานพลู และจนั ทน์เทศ เป็นตน้
เป็นพชื ที่มีกลิ่นหอม และมีรสเผด็ ร้อน ใชเ้ ป็นยาสาหรับขบั ลม
แกท้ อ้ งอืดทอ้ งเฟ้อ พืชเหล่าน้ีถา้ นามาปรุงอาหาร เราจะเรียกวา่
"เครื่องเทศ"
ความหมายของสมุนไพร
พระราชบญั ญตั ยิ า ฉบับท่ี 3 ปี พ.ศ.2552
ไดแ้ บ่งยาที่ไดจ้ ากเภสชั วตั ถุน้ีไวเ้ ป็น 2 ประเภทคอื
1. ยาแผนโบราณ หมายถึง ยาท่ีใช้ในการประกอบโรคศิลปะ
แผนโบราณหรือในการบาบดั โรคของสัตว์ ซ่ึงมีปรากฏอยู่ใน
ตารายาแผนโบราณที่รัฐมนตรี ประกาศ หรื อยาท่ีรัฐมนตรี
ประกาศใหเ้ ป็นยาแผนโบราณ หรือไดร้ ับอนุญาตใหข้ ้ึนทะเบียน
ตารับยาเป็ นยาแผนโบราณ
2. ยาสมุนไพร หมายถึง ยาที่ไดจ้ ากพืชสัตวห์ รือแร่ธาตุท่ียงั มิได้
ผสมปรุงหรือแปรสภาพ
ความหมายของสมุนไพร
พจนานุกรมไทย ฉบบั ราชบัณฑติ ยสถาน
พ.ศ. 2542
สมุนไพร หมายถึง ผลิตผลธรรมชาติไดจ้ าก พืช สัตว์ และแร่ธาตุ
ท่ีใชเ้ ป็นยา หรือผสมกบั สารอ่ืน ตามตารับยา เพ่ือบาบดั โรค บารุง
ร่างกาย หรือใชเ้ ป็นยาพษิ เช่น กระเทียม น้าผ้งึ รากดิน (ไสเ้ ดือน)
เขากวางอ่อน กามะถนั
ความหมายของสมุนไพร
สรุปไดว้ า่
สมุนไพร หมายถึง ส่วนต่าง ๆ ที่ไดจ้ ากพืช สตั ว์
และแร่ธาตุต่าง ๆ ท่ียงั ไม่ไดม้ ีการผสม หรือมีการปรุงแต่ง
หรือมีการแปรสภาพแต่อยา่ งใด
ในการนาไปใชอ้ าจมีการดดั แปลงรูปร่าง หรือลกั ษณะ
เพอ่ื ใหส้ ามารถนาไปใชป้ ระโยชนไ์ ดส้ ะดวกข้ึน
องค์ประกอบทีส่ าคญั
ของส่ วนประกอบพืชสมุนไพร
ราก - เป็นส่วนประกอบของพืชสมุนไพร ที่เป็น
อวยั วะหรือส่วนของพืชที่ไม่มีขอ้ ปลอ้ ง ตา และ
ใบ เจริญลงสู่ดินตามแรงดึงดูดของโลก
- รากมีหนา้ ที่ในการค้าจุนส่วนต่าง ๆ ของ
พืชให้ทรงตัวอยู่ได้ ดูดและลาเลียงน้ า
ตลอดจนสะสมอาหาร ยดึ เกาะ และใชใ้ น
การหายใจ อาหารที่สะสมไวจ้ ะมีการดูด
ซึมข้ึนไปสู่ตน้ พืชเพื่อบารุงเล้ียงตน้ พืชให้
มีความเจริญเติบโต และงอกงาม
ราก
ลกั ษณะของรากจะมีท้งั รากแทแ้ ละรากฝอย ในการสงั เกตราก
ควรตอ้ งดูคุณสมบตั ิของราก ต้งั แต่ความสด ความแหง้ ขนาด
ของราก ความเปราะของเน้ือราก สี กลิ่น รสของราก
การนารากของพืชสมุนไพรมาใช้น้ัน
จาเป็ นตอ้ งรู้จกั การสังเกตอย่างละเอียด
เพือ่ ป้องกนั การเกบ็ สมุนไพรผดิ ตน้
ไปทาการรักษาโรค
ราก พืชสมุนไพรทมี่ กี ารนาราก
มาใช้ในการรักษาโรค ได้แก่
ปลาไหลเผือก
แก้ไข้
มะละกอ
กระชาย ใช้ขบั ปัสสาวะ
แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ
ลาต้น
เป็นส่วนของพืชที่เจริญมาจากตน้ อ่อน แตกต่างจากรากตรงที่ มี
ขอ้ ปลอ้ งและยอด มีท้งั ลาตน้ ที่อยเู่ หนือดิน และลาตน้ ท่ีอยใู่ ตด้ ิน
นบั เป็นส่วนท่ีมีความสาคญั สาหรับพืชในการที่จะต้งั เป็นโครง
ใหก้ บั ตน้ พชื
ลกั ษณะของลาต้น
หากแบ่งตามลกั ษณะภายนอก
จะแบ่งไดเ้ ป็น ไมย้ นื ตน้
ไมพ้ มุ่
ไมเ้ ล้ือย
ลาต้น
การนาลาตน้ ของพชื มาใชป้ ระโยชน์ สังเกตไดจ้ ากลกั ษณะของ
ตา ขอ้ และปลอ้ ง ความสมบูรณ์ของส่วนต่าง ๆ
สมุนไพรส่วนทใี่ ช้ลาต้นเป็ นยา
อ้อยแดง บอระเพด็
ใช้แก้อาการขัดเบา ใช้แก้ไข้
ใบ
เป็นอวยั วะที่เจริญออกไปบริเวณดา้ นขา้ ง โดยมีตาเหน่งอยทู่ ี่ขอ้ ปลอ้ ง
ของตน้ และกิ่งใบส่วนใหญ่จะมีสีเขียวของคลอโรฟิ ลล์ รูปร่างและขนาด
ของใบแตกต่างกนั ไปตามชนิดของพืช
หน้าท่หี ลกั ของใบ คือ ใชใ้ นการสังเคราะห์แสง การหายใจและการคายน้า
ใบ พืชสมุนไพรทใี่ ช้ใบเป็ นยา
ได้แก่
กระเพรา ใช้ได้ท้งั ใบสดหรือใบแห้ง
แก้ปวดท้อง ท้องขึน้ จุกเสียด
ขเี้ หลก็ ใบชุมเห็ดเทศ
รักษาอาการท้องผกู ใช้รักษาโรคกลาก
ดอก
ลกั ษณะของดอก ส่วนใหญ่ จะมีองคป์ ระกอบเป็นช้นั ๆ
แบ่งไดเ้ ป็น 4 ช้นั ไดแ้ ก่ กลีบเล้ียง กลีบดอก เกสรตวั ผู้ และ
เกสรตวั เมีย
ลกั ษณะของดอก จะมีความ
แตกต่างกนั ไป เช่น จานวน
ของกลีบดอก การเรียงตัว
ของกลีบดอก รูปร่ างของ
กลีบดอก สี กล่ิน เป็นตน้
ดอก พืชสมุนไพรทใี่ ช้ส่วนของ
ดอกเป็ นยา ได้แก่
กานพลู
นา้ มนั หอมระเหย ในดอกกานพลู
มีฤทธ์ิขับลม ฆ่าเชื้อแบคทเี รีย
มีฤทธ์ิขบั พยาธิ
ผล
เป็นส่วนหน่ึงของพืชที่เกิดจากการผสมระหวา่ งเกสรตวั ผกู้ บั เกสรตวั
เมียในดอกเดียวกนั หรือคนละดอกกไ็ ด้ มีลกั ษณะรูปร่างท่ีแตกต่าง
กนั ออกไปตามประเภทและสายพนั ธุ์
รูปร่างลกั ษณะของผล มีหลาย
อยา่ ง ตามชนิดของตน้ ไมท้ ่ี
แตกต่างกนั แบ่งตามลกั ษณะ
ของการเกิดได้ 3 ประเภท คือ
ผลเด่ียว ผลกลุ่ม และผลรวม
ผล ผลท่ีมกี ารนามาใช้เป็ นยา
เช่น
มะเกลือ ดปี ลี มะแว้งต้น กระวาน เป็ นต้น
บางชนิดสามารถนาเมลด็ ภายในผล
มาใช้เป็ นยาได้อกี
เช่น สะแก ฟักทอง
คุณสมบตั ขิ องสมุนไพร
1. ทาลายหรือยบั ย้งั เช้ือโรค
2. ส่งเสริมการสร้างภูมิคุม้ กนั โรค
3. บรรเทาอาการเจบ็ ป่ วย และปรับสภาพร่างกายใหเ้ ป็นปกติ
4. มีผลขา้ งเคียงหรือตกคา้ งนอ้ ยมาก เนื่องจากเป็นสาร
ธรรมชาติ
หลกั ในการเกบ็ พืชสมุนไพร มีดงั น้ี
1. ประเภทรากหรือหัว
ควรเกบ็ ในช่วงเวลาที่พชื หยดุ การเจริญเติบโต ใบ ดอกร่วง
หมดแลว้ หรือในช่วงตน้ ฤดูหนาวถึงปลายฤดูร้อน เพราะเหตุวา่
ในช่วงเวลาน้ีรากและหวั มีการสะสมอาหารไวค้ อ่ นขา้ งสูง
วิธีการเกบ็ ใหใ้ ชว้ ธิ ีการขดุ ดว้ ยความระมดั ระวงั
อยา่ ใหร้ ากหรือหวั เกิดการเสียหาย แตกช้า
หกั หรือขาดได้
ข่า กระชาย ขงิ
หลกั ในการเกบ็ พืชสมุนไพร มีดงั น้ี
2. ประเภทใบหรือต้น
ควรจะเกบ็ ใบท่ีเจริญเติบโตมากที่สุด หรือพืชบางอยา่ งอาจระบุ
ช่วงเวลาเกบ็ ไดอ้ ยา่ งชดั เจน เช่น เกบ็ ใบอ่อนหรือใบท่ีไม่แก่เกินไป
เกบ็ ในช่วงออกดอก หรือช่วงเวลาที่ดอกบาน เป็นตน้
วธิ ีการเกบ็ ใชว้ ธิ ีเดด็
หลกั ในการเกบ็ พืชสมุนไพร มีดงั น้ี
3. ประเภทเปลือกต้นหรือเปลือกราก
โดยมากจะเกบ็ ช่วงฤดูร้อนต่อกบั ช่วงฤดูฝน เน่ืองจากเป็นช่วงท่ีมี
ปริมาณยาในพชื สมุนไพรสูง และลอกออกไดง้ ่าย สะดวก
การลอกเปลือกตน้ ไม่ควรลอกเปลือกออกท้งั รอบตน้ เพราจะ
กระทบกระเทือนในการส่งลาเลียงอาหารของพชื จะทาใหต้ ายได้ ทาง
ที่ดีควรลอกเปลือกกิ่งหรือส่วนที่เป็นแขนงยอ่ ย ไม่ควรลอกจากลาตน้
ใหญ่ของตน้ ไม้
ส่วนเปลือกราก ควรเกบ็ ในช่วงฤดูฝนเหมาะมากที่สุด เน่ืองจากการ
ลอกเปลือกรากเป็ นผลเสียต่อการเจริ ญเติบโตของพืช
หลกั ในการเกบ็ พืชสมุนไพร มีดงั น้ี
4. ประเภทดอก
โดยทว่ั ไปนิยมเกบ็ ในช่วงดอกเริ่มบาน แต่บางชนิดเกบ็ ในช่วง
ดอกตูม เช่น กานพลู เป็นตน้
5. ประเภทผลและเมลด็
อาจจะเกบ็ ในช่วงที่ผลยงั ไม่สมบูรณ์ หรือ ยงั ไม่สุกกม็ ี เช่น ฝรั่ง
เกบ็ เอาผลอ่อนมาเป็นยาแกท้ อ้ งร่วง
แต่โดยทว่ั ไปมกั เกบ็ เม่ือผลแก่เตม็ ที่ตวั อยา่ งเช่น มะแวง้ ตน้ มะแวง้ เครือ
ดีปลี เมลด็ ฟักทอง เมลด็ ชมเห็ดไทย เมลด็ สะแก เป็นตน้
ประโยชน์ของสมุนไพร
1. สามารถรักษาโรคบางชนิดได้ โดยไม่ตอ้ งใช้
ยาแผนปัจจุบนั ซ่ึงบางชนิดอาจมีราคาแพง และตอ้ งเสีย
ค่าใชจ้ ่ายมาก อีกท้งั อาจหาซ้ือไดย้ ากในทอ้ งถ่ินน้นั
2. ใหผ้ ลการรักษาไดด้ ีใกลเ้ คียงกบั ยาแผนปัจจุบนั และใหค้ วามปลอดภยั
แก่ผใู้ ชม้ ากกวา่ ยาแผนปัจจุบนั
3. สามารถหาไดง้ ่ายในทอ้ งถิ่นเพราะส่วนใหญ่ไดจ้ ากพชื ซ่ึงมีอยทู่ ว่ั ไป
ท้งั ในเมืองและชนบท
4. มีราคาถูก สามารถประหยดั ค่าใชจ้ ่ายในการซ้ือยาแผนปัจจุบนั
ในกรณีท่ีตอ้ งสงั่ ซ้ือจากต่างประเทศเป็นการลดการขาดดุลทางการคา้
ประโยชน์ของสมุนไพร
5. ใชเ้ ป็นยาบารุงรักษาใหร้ ่างกายมีสุขภาพแขง็ แรง
6. ใชเ้ ป็นอาหารและปลูกเป็นพชื ผกั สวนครัวได้ เช่น กะเพรา
โหระพา ขิง ขา่ ตาลึง
7. ใชใ้ นการถนอมอาหารเช่น ลูกจนั ทร์ ดอกจนั ทร์และกานพลู
8. ใชป้ รุงแต่ง กลิ่น สี รส ของอาหาร เช่น ลูกจนั ทร์ ใชป้ รุงแต่งกล่ิน
อาหารพวกขนมปังเนย ไสก้ รอก แฮม เบคอน
9. สามารถปลูกเป็นไมป้ ระดบั อาคารสถานที่ต่าง ๆ ใหส้ วยงาม เช่น
ชุมเห็ดเทศ
10. ใชป้ รุงเป็นเคร่ืองสาอางเพ่ือเสริมความงาม เช่น วา่ นหางจระเข้
ประคาดีควาย
ประโยชน์ของสมุนไพร
11. ใชเ้ ป็นยาฆ่าแมลงในสวนผกั , ผลไม้ เช่น สะเดา
ตะไคร้ หอม ยาสูบ
12. เป็นพชื ที่สามารถส่งออกทารายไดใ้ หก้ บั ประเทศ เช่น กระวาน
ขมิ้นชนั
13. เป็นการอนุรักษม์ รดกไทยใหป้ ระชาชนในแต่ละทอ้ งถิ่น รู้จกั ช่วย
ตนเองในการนาพืช สมุนไพรในทอ้ งถิ่นของตนมาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์
ตามแบบแผนโบราณ
14. ทาใหค้ นเห็นคุณค่าและกลบั มาดาเนินชีวติ ใกลช้ ิดธรรมชาติยง่ิ ข้ึน
15. ทาใหเ้ กิดความภูมิใจในวฒั นธรรม และคุณคา่ ของความเป็นไทย