รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 2 (อลั ฟกิ ฮฺ 2) ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น 47
ขนั้ ตอนและวธิ ีการแต่งงาน
1. อิสลามได้เน้นหนักในการเลือกคู่ครอง ไม่ว่าจะเป็นฝุายชายหรือฝุายหญิง การเลือกสามีภรรยา
ท่ีดสี ามารถสร้างครอบครัวสุขสนั ต์
2. การหม้ันหมายกับผู้หญิง สาหรับชายคนใดที่ต้องการจะหมั้นกับหญิงคนหน่ึง สุนัตให้เขาต้องดูตัว
นางก่อนและดูส่งิ ท่จี ะสนับสนุนให้เกิดการแต่งงานขึ้นจริง ทั้งนี้ เวลาดูตัวต้องอยู่ในที่เปิดเผยไม่ใช่สองต่อสองท่ี
สาคญั ห้ามสลามกับนาง หรือแตะต้องตวั นางเดด็ ขาด และหา้ มเปดิ เผยในสง่ิ ทไ่ี ด้พบเห็นเกี่ยวกับตัวนาง ในขณะ
ทผ่ี ู้หญงิ เองก็มีสิทธิจะมองดูชายที่ต้องการจะหมั้นหมายกับนางเช่นกัน ถ้าหากชายคนใดไม่สามารถท่ีจะดูฝุาย
หญิงด้วยตัวเองได้ ก็ให้ส่งตัวแทนผู้หญิงคนหน่ึงท่ีน่าเชื่อถือได้ ไปดูหญิงที่หมายปองไว้ แล้วมาบอกแก่ชายคน
ดงั กลา่ วแทน
3. การอ่านคฏุ บะฮฺในการแต่งงาน สุนัตสาหรับผู้ที่ทาการแต่งงาน ให้อ่านคุฏบะฮฺ อัล-หาญะฮฺ (การ
ให้โอวาทท่ีมีรายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮู อาลัยฮิวาซัลลัม) ก่อนการทาพิธีแต่งงาน ซึ่งมันถูกใช้กล่าวใน
การแตง่ งานและอน่ื ๆ เช่น เริ่มด้วย
» إلخ...« إن الحمد نحمده ونستعٌنه
ความวา่ : “ แท้จริงการสรรเสริญเปน็ สิทธขิ องพระองค์อลั ลอฮฺ เราขอสรรเสรญิ พระองค์และขอความ
ชว่ ยเหลือจากพระองค์....” จนจบ
จากน้ันให้อ่านอายะฮฺอัลกุรอานท่ีเก่ียวข้องตามที่มีปรากฏในรายงาน หลังจากนั้นจึงทาพิธีสมรส
โดยให้มีพยานเป็นผู้ชายสองคน
4. พิธีแต่งงาน วันแต่งงาน เจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าบ่าว และญาติผู้ใหญ่ จะเดินทางไปยังบ้านเจ้าสาว
ทางบา้ นเจ้าสาวจะเชิญอหิ มา่ ม ทาพธิ แี ตง่ งาน พรอ้ มสักขีพยาน เม่ือขบวนขันหมากมาถึงบ้านเจ้าสาว เจ้าบ่าว
จะมอบเงินค่าสินสอดให้โต๊ะอิหม่าม ตรวจความถูกต้อง บิดาของเจ้าสาวจะไปขอความยินยอมจากเจ้าสาว
(ขณะน้ันเจ้าสาวอยู่ในห้อง) โดยบิดาจะถามว่า พ่อจะให้ลูกแต่งงานกับ….(ชื่อเจ้าบ่าว) ลูกจะยินยอมหรือไม่
เจ้าสาวก็จะให้คาตอบยินยอมหรือไม่ยินยอม ถ้าไม่ยินยอมพิธีจะดาเนินต่อไปไม่ได้ ถือว่าผิดหลักศาสนา การ
ถามตอบระหว่างพ่อ-ลูก จะต้องมีพยานสองคนฟังอยู่ด้วย เม่ือเจ้าสาวตอบยินยอมก็จะดาเนินพิธีข้ันต่อไป
จากนนั้ บิดาเจ้าสาวกจ็ ะกล่าวมอบหมายใหโ้ ตะ๊ อหิ มา่ มเป็นผปู้ ระกอบพิธีแต่งงาน โต๊ะอิหม่ามก็จะเร่ิมการกล่าว
คตุ บะฮฺ เสร็จแล้วจึงทาการอากัดนิกะฮฺโดยโต๊ะอิหม่ามจะจับปลายมือของเจ้าบ่าว แล้วกล่าวช่ือเจ้าบ่าว แล้ว
กล่าวว่า ฉันได้รับมอบหมายจาก …(ชื่อพ่อเจ้าสาว) ให้ฉันจัดการแต่งงานเธอกับ…(ชื่อเจ้าสาว) ซ่ึงเป็นบุตร
ของ…(ช่ือพ่อเจ้าสาว) ด้วยเงินสินสอดจานวน ……..บาท เจ้าบ่าวจะต้องตอบรับทันทีว่า “ฉันยอมรับการ
แต่งงานตามจานวนเงินสินสอดที่ได้กล่าวไว้ ”แล้วก็จะเป็นอันว่าการแต่งงานน้ันถูกต้องแ ล้ว
โต๊ะอิหม่าม จะขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า เพ่ือให้อัลเลาะห์ให้พรแก่คู่บ่าวสาว จบแล้วอิหม่ามจะบอก
หลักของการเป็นสามภี รรยา แก่เจา้ บ่าวว่า ตามหลักศาสนาน้ัน ผู้เป็นสามีต้องเล้ียงดูภรรยาและอยู่ร่วมกันตาม
หน้าที่ของสามภี รรยา
จากนั้นมีการลงชื่อ โต๊ะอิหม่าม เจ้าบ่าว เจ้าสาว บิดาฝุายหญิง และพยานในหนังสือสาคัญเป็น
หลกั ฐาน เป็นอนั เสร็จพธิ ี
48 รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 2 (อลั ฟกิ ฮฺ 2) ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้
หน่วยที่ 2 เฏาะลาก ( ( )طلقการหย่า)
ความหมายของเฏาะลาก (การหยา่ )
ความหมายในเชิงภาษาอาหรับ
คาว่า “ طلقเฏาะลาก ” มาจากในคาวา่ “ إطلقอิฏลาก ” หมายถงึ ปลดปล่อยและหยา่
ความหมายในเชิงศาสนบัญญัติ
เฏาะลาก หมายถึง การแก้ ขอ้ ผูกมดั ของการแตง่ งานของระหว่างคสู่ ามีภรรยา
เป้าหมายของการแตง่ งาน
คือการดารงไว้ซึ่งชีวิตคู่อย่างมั่นคง และเป็นปึกแผ่น และเพ่ิมความสัมพันธ์ท่ีดีระหว่างคู่สามี ภรรยา
ภรรยา แต่ข้อกาหนดและระเบียบต่างๆบางคร้ังไม่ได้รับการเอาใจใส่ไม่ให้ความสาคัญกับการใช้ชีวิตร่วมกันจึง
ทาให้มีเหตุบาดหมางไม่เข้าใจกัน ไม่อาจปรับความเข้าใจกันได้ ดังนั้นจึงจาเป็นต้องมีการบัญญัติกฎเกณฑ์ขึ้น
นน่ั กค็ ือ การหยา่
หลกั ฐานท่อี นญุ าตการเฏาะลาก( การหย่า)
โองการอลั กรุ อาน
ความวา่ : การหยา่ น้นั มีสองคร้ัง แล้วให้มีการยับยง้ั ไวโ้ ดยชอบธรรม หรอื ไม่ก็ปลอ่ ยไปด้วยดี .
(อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 229)
ข้อช้ีขาด ( ฮกู ม ) ในเรอ่ื งการหยา่ รา้ ง
นักวิชาการอิสลามได้มีทัศนะท่ีแตกต่างกัน การหย่าร้าง แต่ท่ีถูกต้องที่สุดคือไม่อนุญาตในการหย่า
นอกจากมีความจาเป็น เช่น ภรรยามีนิสัยไม่ดีไม่งาม ไม่สุภาพต่อสามี ท่านนบีศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮีวาซัลลัม
กล่าวว่า
ความว่า อัลลอฮฺได้สาปแช่งผู้ชายและผู้หญิงที่ชอบลิ้มลอง อีกท้ังชอบหย่าร้าง (หมายถึงแต่งงานไป
เรอื่ ย ๆ เพยี งเพราะกามารมณ)์ ”
สทิ ธิการหย่าเปน็ ของผ้ชู าย
เนือ่ งจากเหตุผลดังนี้
1. เขาเปน็ ผ้อู อกคา่ ใชจ้ ่ายเพอ่ื ท่ีอยู่อาศยั และเขาเปน็ ผูจ้ ัดหาคา่ ใช้จ่ายในครอบครัวจึงเป็นสิทธิที่ต้อง
ใหอ้ ยู่
ในมือเขาที่จะตัดสินจุดสิ้นสุดของชีวิตการแต่งงานของเขาเมื่อเขาพร้อมท่ีจะรับกับความสูญเสียด้านทรัพย์สิน
เงินทองและจิตใจทเ่ี กิดจากการหยา่ นัน้
2. ความคิดรอบคอบกว่าผู้หญิงและสามารถควบคุมพฤติกรรมของเขาเม่ือเกิดการทะเลาะ และ
ขดั แย้งกัน
ระหวา่ งเขากบั ภรรยาของเขาได้
เฏาะลาก ( การหย่า) มี 2 ประเภท
1. การหยา่ ท่มี ีสิทธคิ ืนดี ( ً ) الطلق الرجعคอื การท่สี ามีได้หยา่ ภรรยาของเขาที่ได้มีเพศสัมพันธ์
แล้ว หย่าหน่งึ ครง้ั เขายังมสี ทิ ธ์ิทจ่ี ะกลบั คืนดีกบั นางได้ ระหวา่ งท่ีนางอย่ใู นอิดดะฮฺ ( ช่วงระยะเวลาแห่งการ
รอคอย ) ถ้าหากเขาได้คืนดีกับนางหลังจากนั้นแล้วได้หย่าอีกเป็นคร้ังที่สอง เขาก็ยังมีสิทธิ์ที่จะกลับคืนดีกับ
นางอีกตราบใดที่นางยังอยู่ในอิดดะฮฺ และหญิงท่ีถูกหย่าในสองกรณีดังกล่าว ถ้ายังอยู่ในอิดดะฮฺถือว่ายังเป็น
ภรรยา มีสิทธไ์ิ ดร้ ับมรดกซึง่ กนั และกัน และสามตี ้องรบั ผดิ ชอบเรื่องคา่ ใชจ้ ่ายเลี้ยงดู และทพี่ ักอาศัย
รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 2 (อลั ฟิกฮฺ 2) ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น 49
หญิงท่ีถูกหย่าที่มีสิทธ์ิคืนดี กล่าวคือ หญิงที่ถูกหย่า หนึ่งครั้งหรือสองคร้ังหลังจากท่ีได้มีเพศสัมพันธ์
แล้ว หรือไดเ้ ข้าหอกับนางแล้ว จาเป็นต้องพักอาศัยและใช้ชีวิตในช่วงอิดดะฮฺที่บ้านของสามี เผื่อว่าสามีอาจจะ
กลับคืนดีกับนางได้ และส่งเสริมให้นางแต่งหน้าแต่งตัวเพื่อดึงดูดให้สามีเปล่ียนใจกลับมาคืนดีกับนาง
และห้ามนางออกจากบ้านสามจี นกว่านางจะพ้นอดิ ดะฮฺ
หญงิ ที่ถกู หยา่ คร้ังทสี่ ามไม่ถือว่าเป็นการหย่าที่มสี ทิ ธ์คิ นื ดี อัลลอฮไฺ ดต้ รสั ในอลั กุรอานว่า
ความว่า : และบรรดาหญิงท่ีถูกหย่าร้าง พวกนางจะต้องรอคอยตัวของตนเองสาม กุรุอ์และไม่อนุมัติ
ให้แก่พวกนาง ในการท่ีพวกนางจะปกปิดสิ่งท่ีอัลลอฮฺได้ทรงให้บังเกิดข้ึนในมดลูกของพวกนางหากพวกนาง
ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและวันปรโลกและบรรดาสามีของพวกนางน้ันเป็นผู้มีสิทธิกว่าในการให้พวกนางกลับมาใน
กรณดี งั กล่าว หากพวกเขาปรารถนาประนีประนอม (อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 229)
2. การหย่าขาด ( ) الطلق البائنคือ การหย่าที่ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาสินสุดลงอย่าง
สมบูรณ์ ซ่งึ มี 2 ประเภท คอื
2.1 การหย่าขาดเล็ก ( )طلق بائن بٌنونة صغرىคือ การหย่าท่ีไม่ถึง 3 ครั้ง เม่ือสามีได้
หยา่ ภรรยาของเขาดังทไ่ี ดก้ ล่าวมาแล้วก่อนหนา้ นี้ หยา่ 1 ครั้ง แล้วอิดดะฮฺได้สินสุดลงขณะท่ีสามียังไม่ได้คืนดี
กบั นาง การหยา่ กรณีนเี้ รียกว่า การหย่าขาดเลก็ ( )طلق بائن بٌنونة صغرى
และสิทธิ์ของสามีเหมือนกับชายอ่ืนทั่วไป เขามีสิทธิ์ที่จะแต่งงานกับนางใหม่ ด้วยสัญญาและสินสอด
ใหม่ ถ้าหากนางยังไม่ได้แต่งกับชายอ่ืน และเช่นเดียวกัน ถ้าสามีได้หย่านางเป็นคร้ังท่ี 2 และสามีไม่ได้
กลับคืนดีกับนางในช่วงอิดดะฮฺ นางจะได้หย่าขาดจากสามี สามียังมีสิทธ์ิท่ีจะแต่งงานกับนาง ด้วยสัญญาและ
สนิ สอดใหม่ ถ้าหากนางจะยังไมไ่ ด้แตง่ กบั ชายอนื่
การหย่าขาดเลก็ ( ) بائن بينونة صغرىมีดังนี้
1. หย่าที่ไมเ่ กนิ สามคร้งั
2. หยา่ ที่ใชแ้ บบฟิสคไ์ ม่ได้รว่ มกันเกินกว่าสีเ่ ดอื น ( ) فسخ
3. หย่าท่มี ีสิทธคิ์ นื ดี ( ً ) الطلق الرجعอิดดะฮไฺ ดส้ ินสุด (ส้ินสุดช่วงระยะเวลาแห่งการรอคอย)
4. หยา่ ทีส่ ามีมีความบกพรอ่ งทางร่างกาย
5. หยา่ ทสี่ ามีมจี ติ ฟ่นั เฟือนไม่สมประกอบ
6. หย่าท่สี ามีจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สดุ ให้จาคกุ
7. หย่าทส่ี ามตี ดิ โรคร้ายแรงทาใหเ้ กดิ อนั ตรายตอ่ ภรรยาเช่นโรคเอดส์
2.2 การหยา่ ขาดใหญ่ ( ) طلق بائن بٌنونة كبرىคือ การหย่าท่ีครบสามครั้ง เมื่อสามีได้
หยา่ ภรรยาของเขาเป็นคร้ังท่ี 3 ความสัมพนั ธ์ระหว่างสามีภรรยาจะสิน้ สดุ ลงอย่างสมบูรณ์ และนางจะไม่เป็น
ท่ีอนุมัติแก่สามีจนกว่านางจะได้แต่งงานกับชายอ่ืน ด้วยการแต่งงานท่ีถูกต้องตามหลักการของศาสนา โดยมี
ความต้ังใจท่ีใช้ชีวิตอย่างสามีภรรยาตลอดไป มีการเข้าหอและมีเพศสัมพันธ์กับสามีใหม่ หลังจากที่ได้พ้นอิด
ดะฮฺ หากสามีคนท่ี 2 ได้หย่านางและนางได้พ้นจากอิดดะฮฺ นางจึงจะเป็นที่อนุมัติแก่สามีคนแรกท่ีจะแต่งกับ
นาง ดว้ ยสญั ญาแตง่ งานและสินสอดใหม่ เหมือนกบั ชายอนื่ ทวั่ ไป
50 รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 2 (อัลฟกิ ฮฺ 2) ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้
หนว่ ยท่ี 3 อดิ ดะฮฺ
ความหมาย
อิดดะฮฺคือ ระยะเวลาท่ีบรรดาหญิงต้องรอคอยและไม่สามารถแต่งงานใหม่หลังจากสามีเสียชีวิตหรือ
หยา่ จากนางไป
ฮูกมของอิดดะฮฺ
นักวิชาการมีทัศนะว่าฮูกมอิดดะฮฺเป็นส่ิงที่วาญิบสาหรับผู้หญิงท่ีสามีหย่าจากนางไปหรือสามีเสียชีวิต
หลงั จากไดร้ ว่ มหลับนอน(มเี พศสัมพันธ์)กบั นางแล้ว การแยกจากกนั จะด้วยการหย่าหรือคุลุอฺ (การขอหย่าด้วย
การจ่ายค่าชดเชย )หรอื ยกเลกิ การแต่งงาน เพ่อื ให้รวู้ า่ มดลกู ของนางสะอาดปราศจากการต้ังครรภ์ และอัลลอฮฺ
ไดต้ รสั ในอลั กรุ อานวา่
»« َوا ْل ُم َطل َقا ُتْ َي َت َرب ْص َنْ بِأَ ْنفُ ِس ِه ْن َث ََل َث َْة قُ ُرو ْء
ความว่า : และบรรดาหญิงท่ีถูกหย่าร้าง พวกนางจะต้องรอคอยตัวของตนเองสามกุรูอฺ(อัล-บะเกาะเราะฮฺ-
228 )
วทิ ยปญั ญาของการบญั ญัติใหม้ ีอดิ ดะฮฺ
1. เพ่อื ความมนั่ ใจวา่ มดลูกสะอาดปราศจากการตั้งครรภ์ ปอู งกนั จากการปะปนกันของเชื้อสาย
2. เปิดโอกาสใหผ้ ทู้ ่ีหยา่ ได้กลับคืนดีกันเมอื่ เกดิ ความสานึก ในกรณที ี่เป็นการหย่าทีม่ โี อกาสคนื ดกี ัน
3. ใหค้ วามสาคัญกับเรอ่ื งการแต่งงาน ซึง่ การแต่งงานจะไม่สมบูรณ์นอกจากต้องมีเงื่อนไขและจะไม่ถูก
ยกเลิกนอกจากต้องรอคอยและใช้เวลา และให้เกียรติกับชีวิตคู่สามีภรรยาซ่ึงนางจะไม่ถูกย้ายไปอยู่กับคนอ่ืน
เว้นแตน่ างต้องรอให้ชว่ งเวลาหนง่ึ ไดพ้ ้นไป
รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 2 (อัลฟกิ ฮฺ 2) ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น 51
ประเภทของอิดดะฮฺ
อิดดะฮฺแบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท
1. การเสยี ชวี ติ
2. ฟรี อก ( แยกกัน )
ประเภทของอดิ ดะฮฺ
ฟรี อก ( แยกกนั ) การเสียชีวติ
หญงิ ทีส่ ามีตายจาก
หญงิ ท่ีมีประจาเดอื น
หญงิ ท่หี มดประจาเดือน
โดยไมท่ ราบสาเหตุ
หญิงกาลังต้ังครรภ์
สามมี รุ ตดั
หญงิ แตง่ งาน (ที่เปน็ โมฆะ)
ฟะซดิ และการมเี พศสัมพันธ์
ไมช่ ดั เจน
52 รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 2 (อัลฟกิ ฮฺ 2) ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น
1. หญิงท่ีสามีตายจาก หากนางกาลังตั้งครรภ์ อิดดะฮฺของนางจะสิ้นสุดเมื่อได้คลอดทารกในครรภ์
แตถ่ ้า
หากนางมไิ ดต้ ้ังครรภ์อดิ ดะฮขฺ องนางคือ สเ่ี ดือนกบั สบิ วัน และในช่วงเวลานจ้ี ะรู้ว่านางไดต้ ั้งครรภ์หรอื ไม่
อัลลอฮฺตะอาลาไดต้ รสั ไว้ว่า
»« َوال ِذي َنْ ُي َت َوْف ْو َْن ِم ْن ُك ْْم َو َي َذ ُرو َنْ أَ ْز َواجا َي َت َرب ْص َنْ ِبأَ ْنفُ ِس ِه ْن أَ ْر َب َع َْة أَ ْش ُه ْر َو َع ْشرا
ความว่า : และบรรดาผู้ที่ถึงแก่ชีวิตลงในหมู่พวกเจ้า และท้ิงคู่ครองไว้น้ัน พวกนางจะต้องรอคอยตัว
ของพวกนางเอง สีเ่ ดอื นกับสิบวัน ( อลั -บะเกาะเราะฮฺ 234 )
ถ้าหากหญิงที่สามีตายจากแต่อยู่ในช่วงเวลาการหย่าที่มีสิทธ์ิคืนดี ( ً ( ) الطلق الرجعช่วง
ระยะเวลาแหง่ การรอคอย ) อดิ ดะฮขฺ องนางคอื ส่เี ดอื นกบั สบิ วนั เพราะนางอยูใ่ นชว่ งเวลาทมี่ สี ทิ ธ์ิคืนดี
2. หญิงท่ีมีประจาเดือน คือ อิดดะฮฺของหญิงปกติทั่วไปที่ยังไม่หมดประจาเดือนซ่ึงถูกสามีหย่า
(ตอลา๊ ก) หรือ ฟาุ ซัค คือ 3 กุรูอฺ คือ สะอาดจากประจาเดือน 3 คร้ัง
อัลลอฮตฺ ะอาลาได้ตรัสไว้วา่
» ْ« َوا ْل ُم َطل َقا ُْت َي َت َرب ْص َنْ ِبأَ ْنفُ ِس ِه ْن َث ََل َث َْة قُ ُروء
ความว่า : และบรรดาหญิงท่ีถูกหยา่ ร้าง พวกนาง จะต้องรอคอยตัวของตนเองสามกุรูอฺ ( อัล-บะเกาะเราะฮ์ -
228 )
3. หญิงท่ีหย่าจากสามี ที่ไม่มีรอบเดือนอันเน่ืองจากยังเป็นเด็กหรือพ้นจากช่วงของการมีรอบเดือน
อดิ ดะฮฺของนางคือ สามเดอื น
อัลลอฮตฺ ะอาลาไดต้ รสั ไวว้ า่
« َوالَل ِئي َي ِئ ْس َنْ ِم َنْ ا ْل َم ِحي ِ ْض ِم ْْن نِ َسائِ ُك ْْم إِ ِنْ ا ْر َت ْب ُت ْْم َف ِْعد ُت ُه ْن َث ََل َث ُْة أَ ْش ُهر
» َْوالَل ِئي َل ْْم َي ِح ْض َن
ความว่า : สาหรับผู้หญิงในหมู่ภริยาของพวกเจ้าท่ีหมดหวังในการมีระดู หากพวกเจ้ายังสงสัย ( ใน
เรื่องอิดดะฮฺของนาง ) ดังน้ัน พึงรู้เถิดว่า อิดดะฮฺของพวกนางคือสามเดือน และบรรดาผู้หญิงท่ีมิได้มีระดูก็
เช่นกนั ( อัฏเฏาะล๊าก : 4 )
4. หญิงกาลังตั้งครรภ์ อิดดะฮฺของนางคือ เร่ิมจากวันตายของสามี หรือวันท่ีหย่าหรือยกเลิกการ
แต่งงาน จนถึงนางได้คลอดทารกในครรภ์ และระยะเวลาท่ีสั้นที่สุดในการตั้งครรภ์คือหกเดือนนับจากวันท่ีได้
แตง่ งาน โดยปกติแล้วจะมีระยะเวลาถึงเกา้ เดือน
อัลลอฮตฺ ะอาลาไดต้ รัสไว้ว่า
» « َوأُو ََل ُْت اَل ْح َما ِلْ أَ َجلُ ُه ْن أَ ْْن َي َض ْع َْن َح ْم َل ُه ْن
ความว่า : ส่วนบรรดาผู้มีครรภ์ กาหนด(อิดดะฮฺ) ของพวกนาง คือ การคลอดทารกท่ีอยู่ในครรภ์
ของพวกนาง (อัฏเฏาะล๊าก 4)
5. สามีมุรตัด ( สิ้นสภาพจากการเป็นมุสลิม ) มุรตัดเป็นส่วนหน่ึงของการเสียโมฆะของการแต่งงาน
ของคูส่ ามีภรรยา เม่ือสามีมรุ ตดั อดิ ดะฮิของนางดังต่อไปนี้
5.1 หญิงทีม่ ีประจาเดอื นอิดดะฮฺของนางคือ 1 กรุ อู ฺ คือ สะอาดจากประจาเดอื น 1 ครงั้
5.2 หญิงกาลงั ตงั้ ครรภ์ อิดดะฮฺของนางคือ จนถึงนางได้คลอดทารกในครรภ์
รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 2 (อัลฟกิ ฮฺ 2) ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น 53
5.3 หญิงท่ีสามีที่ไม่มีรอบเดือนอันเน่ืองจากยังเป็นเด็กหรือพ้นจากช่วงของการมีรอบเดือน
อิดดะฮขฺ องนางคือ หนึ่งเดอื น ทา่ นรอซูล ( ศอ็ ลฯ )ได้กล่าววา่
وَل غير ذات حمل حتى تحيض حيضة، أَل َل توطأ حامل حتى تضع
ความว่า : มิได้หรือ ! ไม่อนุญาตมีเพศสัมพันธ์กับหญิง ( เอาตอศ ) กาลังต้ังครรค์ จนกว่าได้คลอด
ทารกและไมอ่ นญุ าตกบั หญิงไมต่ ั้งครรค์( มรี อบเดือน ) นอกจากมรี อบเดือนหนึ่งคร้ัง
6. หญิงแต่งงานฟะซิด (ท่ีเป็นโมฆะ) และการมีเพศสัมพันธ์ไม่ชัดเจน คือ หญิงที่มีเพศสัมพันธ์กับ
สามีดว้ ย
การแต่งงานที่ไม่สมบูรณ์และหญิงท่ีมีการเพศสัมพันธ์กันกับสามีคนอื่นโดยไม่เจตนา การอิดดะฮฺของ
นางมี 2 แบบ
1. หญงิ ทีม่ ปี ระจาเดอื น อิดดะฮฺของนางคือสะอาดจากประจาเดือน 3 ครง้ั
2. หญิงที่ไม่มรี อบประจาเดือน อิดดะฮฺของนางคือ 3 เดอื น
54 รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 2 (อัลฟิกฮฺ 2) ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น
บทท่ี 7
เศรษฐศาสตร์อสิ ลาม
หนว่ ยท่ี 1 การซื้อขาย
ความหมายของการซื้อขาย
ด้านภาษา หมายถึง การแลกเปลี่ยนจากสิ่งหนึง่ ไปยงั สงิ่ หนึง่
ด้านซัรอี หมายถงึ การแลกเปลย่ี นทรัพยส์ มบตั ิโดยการยินยอมทถี่ กู ตอ้ งตามหลักการอิสลาม
ความสาคัญ
การซ้ือขายในอิสลามถือว่าเป็นกิจวัตรประจาวัน ซึ่งเป็นสิ่งท่ีอิสลามอนุมัติ และสนับสนุนเพ่ือให้เกิด
ความพยายามและความสัมพันธ์ที่ดีในการให้ เช่น อาหารการกิน เคร่ืองดื่ม เคร่ืองนุ่งห่ม และอื่นๆ ที่ มนุษย์
ต้องการ แต่ต้องเปน็ ในรปู แบบของอสิ ลาม น้นั ก็คอื การซอื้ ขายในอสิ ลาม
ประโยชน์ของการซอ้ื ขาย
1. เพื่อตามวิธขี องท่านนบี ( ซ.ล )
2. เพ่ือใหเ้ กิดความซื่อสัตย์ และมารยาทท่ีดี
3. ตอบสนองความตอ้ งการของผถู้ อื ศาสนาอสิ ลาม
หลกั การปฏบิ ตั ิของการซ้ือขาย
1. สองคนทกี่ ล่าว ( ผูซ้ อื้ – ผู้ขาย )
2. สิ่งของที่กลา่ ว ( สิง่ ของท่ขี าย และส่ิงของท่ีซอื้ )
3. คากล่าว จากผู้ขาย และผซู้ อ้ื เช่น ผมขายสิง่ ของนี้ราคา 10 บาท ผมซอ้ื สง่ิ ของน้รี าคา 10 บาท
หลักฐานจากอลั กรุ อานและฮาดีษกลา่ วไว้วา่
1. ( )وأحل الله البٌع وحرم الربا
ความว่า อลั ลอฮทรงฮาลาลในการซ้ือขายและทรงหะรอมรบี า(ดอกเบ้ีย)
2. () أفضل الكسب عمل الرجل بٌده وكل بٌع مبرور
ความว่า ความพยายามทีด่ ีท่ีสุดของผชู้ ายน้ันก็คือการยืนหยัดด้วยตนเอง และน้ันต้องถูกต้องและ
เทยี่ งตรง
ฮะดีษน้ีได้บ่งบอกถึงความสาคัญของการยืนหยัดด้วยตนเอง และผู้เช่ียวชาญด้านอิสลามให้ความเห็น
ว่าการซื้อขายน้ันถือเป็นฟัรฎูกีฟายัต ซ่ึงการซ้ือขายไม่ทาให้เกิดความยากลาบากต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ไม่เช่นน้ันอาจกอ่ ให้เกดิ บาปอนั ใหญ่หลวง
เมอื่ ไหรการซอ้ื ขายนั้นสมบรู ณ์
เมื่อระหว่างคนสองคน(คนซ้ือ- คนขาย)ได้อากัดตามรูกุนและเงื่อนไขท่ีอิสลามได้วางไว้ ถือว่าการซื้อ
ขายนั้นสมบรู ณแ์ บบ
หนว่ ยท่ี 2 ดอกเบ้ีย ()الر َبا
ความหมายของรบี า (ดอกเบ้ยี )
ความหมายด้านภาษา : คือการเพิ่มพนู , การงอก, ดอกเบยี้
ความหมายด้านซัรอี : คือการซ้ือขายที่มีการสัญญาจ่ายด้วยการเพ่ิมปริมาณ หรือการแลกเปลี่ยน
สิ่งของ ชนดิ เดยี วกนั ดว้ ยปริมาณไมเ่ ท่าเทียมกนั และไมร่ ับในทันที
รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 2 (อัลฟกิ ฮฺ 2) ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น 55
ห้ามรีบา
อายะออ์ ัลกรุ อาน
ٕ۲۵ ) َواَ َحل اللهُِ ال َبٌع َو َحر َمِ الر َبا( البقرة
ความหมาย: อลั ลอฮได้ทรงอนมุ ัติการค้าขาย และทรงหา้ มการกนิ รีบา(ดอกเบ้ยี )
ใครก็ตามท่ีกล่าวว่า การรีบานั้นฮาลาล(อนุญาต) ถึงแม้โดยการอ้างอิงจากอะไรก็ตาม เขาได้หลุดพ้น
จากอสิ ลามโดยปรยิ าย เพราะเขาได้อนุญาต ส่ิงที่อลั ลอฮทรงห้าม
อายะอ์อลั กรุ อาน
) ٌَمح ُقِ اللهُِ الر َبا و ٌُربى الصد َقات واللِهُ لَِ ٌُح ُبِ ُكل َكفار اثٌم ( البقرة
ความหมาย : อัลลอฮได้ทรงลบลา้ งดอกเบ้ยี และทรงเพ่ิมพนู บรรดาทานต่างๆและอัลลอฮทรงไม่รักทุก
คนท่ีเนรคณุ อกี ท้งั ชอบทาบาป
อายะอ์อัลกรุ อาน
ٖٔٓ ) ٌااٌها الدٌن امنوا ل تأكلوا الرب اضعافا مضاعفة واتقوا الله لعلكم تفلحون( ال عمران
ความหมาย : โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย พวกจ้าอย่ากินดอกเบี้ยทบทวีคูณ และพวกเจ้าจงยาเกรง
ต่ออัลลอฮ เพื่อพวกเจา้ จะไดส้ มหวงั
วัจนะของทา่ นศาสดา
نهى رسول الله صلى الله علٌه وسلم اكل الربا ومؤكله وكاتبه: عن جابر رضً الله عنه
رواه مسلم. وشاهدٌه
รายงานจากทา่ นยาบีร บนิ อับดุลลอฮ ว่า ทา่ นศาสดาไดส้ าปแชง่ ผทู้ ่กี นิ ดอกเบ้ยี ผูท้ ี่ใช้ให้กินดอกเบี้ย ,
ผู้ที่บันทึกดอกเบ้ีย , และผู้ท่ีเป็นสักขีพยาน การกระทาเหล่านั้นเป็นส่ิงต้องห้าม (ฮะดิษ ซอเฮียฮโดยอีหม่าม
มุสลิม)
รีบาเกดิ ข้ึนได้ใน 2 ประการ
(1) รบี าในการก้ยู ืม : บรรดาอุลามาอฺได้เรียกรีบาน้ีว่า รีบากอรอด ( ) قراضรีบาสาลัฟ ( )سلفหรือ
รีบานาซีอะห์ ()ناسٌئة
(2) รีบาในการแลกเปล่ยี น : บรรดาอุลามาอไฺ ด้เรยี กรบี าน้วี ่า รบี าฟดั ลฺ ( ) فضلหรือรบี ายาดฺ ()ٌد
รบี าในการก้ยู ืม
ในศาสนาอิสลามการกู้ยืมนั้นสามารถทาได้ ท้ังยังได้กาชัดให้คนท่ีมีฐานะให้ยืมแก่ผู้ท่ีด้อยกว่า ท้ังนี้
เพราะการให้กู้ยืม แก่ผู้ที่มีความต้องการน้ัน เป็นการแสดงออกถึงความกรุณาเมตตาต่อผู้อื่น อีกท้ังยังเป็นการ
ชว่ ยเหลอื ผูอ้ นื่ อกี ดว้ ย
แต่ถ้าในการกู้ยืมนั้นมีการจ่ายเกินกว่าท่ีได้ยืม การจ่ายท่ีเกินน้ันเป็นส่ิงต้องห้ามในอิสลาม มีบันทึกใน
หนงั สือ موطأโดยอหี มา่ มมาลิก
ٌا ابا عبد الرحمن انى اسلفت رجل سلفا واشترطت علٌه: اَن َر ُجل اتى عبدالله ابن عمر فقال
. رواه مالك فى الموطأ.فقال عبدالله ابن عمر فدالك الربا.افضل ممااسلفته
ความหมาย : มชี ายคนหนึ่งได้เจอกับสาวกของทา่ นศาสดา (ศ.ล.) อมุ รั บิน คอตตอบ ชายดั้งกล่าวถาม
ท่านอุมัรว่า โอ้ อุมัรฉันได้ยืมสิ่งหนึ่งจากคนๆหน่ึงและได้สัญญาจ่ายเพ่ิมให้แก่เขา ในการยืมของฉันน้ันคือ
ฮูกม่ อะไร ท่านอมู รั ได้ตอบวา่ น้ันแหละคอื รีบา (ดอกเบีย้ )
56 รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 2 (อัลฟิกฮฺ 2) ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้
รบี าในการแลกเปลีย่ น
وال ِفضة.الدهب بِال َده ِِب: قا َلِ رسول الله صلى الله علٌه وسلم: َعن اَ ِبً َس ِعٌ ِدِ ال ُخدري َق ََا َِل
.ِبالفض ِِة
อาบูซาอีด คุดรี กล่าวว่า ท่านศาสดา (ศ.ล.) ได้กล่าว ทองกับทอง, เงินกับเงิน, ข้าวสาลีกับข้าวสาลี, ข้าวบาเล่
กับขา้ วบาเล่, อินทผลัมกับอินทผลัม, และเกลอื กับเกลือนนั้ เมื่อได้ทาการซื้อขายหรือแลกเปล่ียนกันนั้น จะต้อง
เทา่ เทยี มกนั และต้องเป็นการซื้อขายหรือแลกเปลย่ี นแบบยน่ื มอื ต่อมือ
ผใู้ ดทใ่ี ห้เพม่ิ หรือขอเพิ่ม เขาได้ทาการรีบา ซ่ึงผู้ที่รับและผู้ที่ให้นั้นมีส่วนผิดเท่าเทียมกัน (รายงานโดย
อหี มา่ มมุสลมิ )
มีส่ิงของ 6 อย่างที่ท่านศาสดา (ศ.ล.) ได้กล่าวในฮะดิษนี้ว่า เมื่อได้ทาการซื้อขายหรือแลกเปล่ียน
ส่งิ ของเหล่าน้นั ชนิดเดียวกนั ต้องปฏบิ ัติตามเงื่อนไข ต่อไปนี้
1. ปรมิ าณเท่ากัน ไมจ่ ะเป็นการชัง่ หรอื ตวง
2. รับโดยไม่มีการสญั ญาใดๆ
3. รบั ทนั ที
สง่ิ ของ 6 อยา่ งนนั้ คอื
1. ทอง 2. เงิน 3. ข้าวสาลี 4. ขา้ วบาเล่ 5. อินทผลัม 6. เกลือ
ถ้าเป็นการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยน ระหว่างทองกับทอง, เงินกับเงิน, ข้าวสาลีกับข้าวสาลี, ข้าวบาเล่
กบั ข้าวบาเล่, อนิ ทผลมั กบั อนิ ทผลมั , และเกลือกับเกลือ ควรตอ้ งปฏิบตั ติ ามเง่อื นไขทงั้ 3 อย่างเครง่ ครดั
หน่วยที่ 3 การแลกเปล่ียน (อัล-ตับดลี )
ความหมายของการแลกเปลีย่ น (อลั -ตบั ดีล)
การแลกเปลี่ยนในภาษาอาหรับเรียกว่า อัล-ตับดีล ซึ่งหมายถึง ครอบคลุมในด้านมูอามาละฮ์ โดยการ
ซื้อขาย และ รีบา (ดอกเบี้ย) และการขายซาลาม (ขายส่ิงของโดยบอกคุณลักษณะ) และการเช่า และการกู้ยืม
และหนุ้ ส่วน โดยหกชนดิ ดงั กล่าวกับความเข้าใจในวงกวา้ ง คือ การแลกเปลี่ยนทรัพย์สิน
ความสาคญั ของการแลกเปล่ยี น
การแลกเปลี่ยนในรูปแบบการซ้ือขายคือได้บัญญัติไว้ในศาสนาอิสลาม เพ่ือหลีกเลี่ยงจากดอกเบี้ย ใน
ดา้ นการซื้อขายทองกับทอง หรือ เงินกับเงิน หรือ แปูงสาลีกับแปูงสาลี หรือ ข้าวสารกับข้าวสารที่ไม่เท่าเทียม
กนั ในด้านปรมิ าณ ฉะน้นั ตอ้ งยินยอมซึง่ กันและกนั ทัง้ ฝาุ ยผูข้ ายและผู้ซื้อ
หลักฐานอัลกุรอาน
ِِب َح ِْرب َف ِان لا ْمِ َت ْف َعلُو ْاِ َفأِْ َد ُنو ِْا ِالا ِذ ٌْ َِن ِمآ َنَِم ُنالولاِِها اتَوقُ ْ َورااُسل ْلوَهِلِ َ ِهِو َذَو ُِار ْوِن ِْا ُت َْبم ُتا ْمِ َب ِقَف َل ًَُِك ِْم ِم َُرِن ُؤال ُرِسَبأَو ْْاِم َ ِاواْنِلِ ُكُك ْْنمِ ُت ْمِلَِ ُمُت ْؤْظ ِمَل ِن ُمٌْ ْوَِن َ*ن ٌَأَ ٌُّ َها
(279-278:* )البقرة
ความหมาย. บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลายพึ่งยาแกรงอัลลอฮเถิดและจงละเว้นดอกเบ้ียท่ียังเหลืออยู่เสีย
หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธาและถ้าพวกเจ้ามิได้ปฏิบัติตามก็พ่ึงรับรู้ไว้ด้วย ซึ่งสงครามจากอัลลอฮและรอซูลของ
พระองค์ และหากพวกเจ้าสานึกผิดกลับเน้ือกลับตัว สาหรับพวกเจ้าก็คือ ต้นทุนแห่งทรัพย์ของพวกเจ้าโดยท่ี
พวกจะไดไ้ มอ่ ธรรมและไมถ่ ูกอธรรม
หลักฐานอลั ฮะดษี
لَ َع َِن َر ُس ْو ُلِ الل ِِه َص الِ الل ِِه َع َل ٌْ ِِه َو َسلا َِم آّ ِك َِل ال ِر َبا َو ُم ِك َل ُِه َو َكا ِت َب ُِه:عن جابر بن عبد الله عنه قال
أخرجه مسلم: َِو َشا ِه َد ٌْ ِه
“ท่านรอซลุ ไดส้ าปแช่งผทู้ ่กี ินดอกเบี้ยและผใู้ ห้ดอกเบีย้ และผเู้ ขยี นสญั ญาและผู้เปน็ พยาน”
รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 2 (อลั ฟกิ ฮฺ 2) ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น 57
หน่วยท่ี 4 การกู้ยืม (อลั อารียะฮ์)
ความหมาย
การยมื ใช้ (อัลอารยิ ะฮ์) คือ การขออนุญาตใช้ประโยชน์จากวัตถุที่คงอยู่หลังการใช้ แล้วส่งคืนโดยไม่มี
สิง่ แลกเปลีย่ น
หลกั ฐานบัญญัตกิ ารยมื ใช้
อัลลอฮฺได้กล่าววา่ :
ความว่า : "และพวกเจ้าจงช่วยเหลือกันในสิ่งท่ีเป็นคุณธรรม และความยาเกรงและจงอย่าช่วยกันใน
สง่ิ ท่ีเปน็ บาปและเป็นศัตรกู ัน...." ซูเราะฮอ์ ลั มาอิดะฮ์ : 2
การใหย้ มื สงิ่ ของแก่ผูอ้ ื่น เปน็ การช่วยเหลือแก่เขา อลั ลอฮไฺ ด้กล่าวอกี ว่า
ความว่า : (คุณลักษณะของผู้ท่ีพินาศ) และพวกเขาหวงแหนเคร่ืองใช้เล็กๆน้อยๆ(แก่เพ่ือนบ้าน เช่น
เขม็ มีด ทตี่ ักน้า เปน็ ตน้ ) ซเู ราะฮ์ อัลมาอูน : 7
ในโองการนีอ้ ลั ลอฮไฺ ด้ทรงกล่าวถึงคุณลักษณะของผู้ที่พินาศและหน่ึงในลักษณะนั้น คือ การไม่ให้ผู้อื่น
ยมื เครอ่ื งใช้เลก็ ๆ นอ้ ยๆ
รุกนการยมื ใช้ (อัลอารียะฮ)์
1. ผูใ้ หย้ ืมใช้ ) (اٌّؼٍشโดยมีเงอื่ นไขดงั นี้
- เป็นผถู้ ือกรรมสิทธ์ใิ นสิ่งทีใ่ หย้ มื ใช้
- เป็นผทู้ ม่ี ีความสามารถในการทานิตกิ รรมตา่ ง ๆ
2. ผู้ขอยืมใช้ ) (اٌّغزؼٍشโดยมเี งอื่ นไขดงั น้ี
- เปน็ ผู้ทม่ี ีความจาเป็นต้องใช้
3. สิ่งท่ีใหย้ มื ใช้ ) (اٌّغزؼبسโดยมีเง่ือนไขดังน้ี
- เปน็ สิง่ ของท่ีใชป้ ระโยชนไ์ ด้
- เมื่อใช้ประโยชนแ์ ลว้ สิ่งนน้ั ยงั คงอยู่
4. ศเี ฆาะฮ์ ) (اٌصٍغخคอื สิ่งทบ่ี ่งช้ีวา่ อนมุ ตั ิให้ใชป้ ระโยชนไ์ ม่วา่ จะเปน็ คากลา่ วหรอื พฤตกิ รรม
การใชป้ ระโยชน์จากสงิ่ ของทไี่ ด้ยมื
ผ้ขู อยมื ใช้ อนุมตั ใิ ห้ใชป้ ระโยชน์จากสิง่ ทีไ่ ดย้ มื ในขอบเขตท่ีไดต้ กลงไวก้ บั เจ้าของหรือน้อยกว่าน้ัน
สิ่งท่ีใหย้ ืมใช้สูญหาย ถ้าสิ่งที่ให้ยืมใช้สูญหายหรือเสียหายจากการใช้ประโยชน์ในขอบเขตที่เจ้าของอนุมัติและ
ใช้งานตามปกติ ผู้ขอยืมใช้ไม่จาเป็นต้องรับผิดชอบ เพราะการยืมใช้เป็นการไว้เน้ือเช่ือใจซึ่งกันและกัน แต่ถ้า
เกดิ จากการประมาท หรือเกิดจากการใช้งานหนกั เกินควร ผู้ขอยืมใช้ต้องรับผดิ ชอบ
กรขอคนื สงิ่ ท่ใี หย้ มื ใช้ ผู้เปน็ เจ้าของส่งิ ท่ีให้ยืมใช้ สามารถขอคนื สิ่งน้นั ไดต้ ลอดเวลา แต่ต้องไม่กระทบหรือทาให้
ผู้ขอยืมใช้เสียหาย ตัวอย่างเช่น เขาให้ยืมใช้เรือเพื่อขนส่งสินค้า ในขณะท่ีเรือกาลังแล่นอยู่กลางทะเล เขาไม่
สามารถท่ีจะขอคนื เรือจากผู้ขอยืมใชไ้ ด้เป็นต้น
หน่วยท่ี 5 การจานา จานอง (อัรเราะฮ์นุ)
ความหมายของการจานา จานอง (อัรเราะฮ์น)ุ
ความหมายของอรั เราะฮ์นุในเชิงภาษาอาหรับ คอื คงอยู่ ยั่งยืน
ส่วนของความหมายของอัรเราะฮ์นุในเชิงศาสนบัญญัติ หมายถึง การค้าประกันหน้ีโดยใช้วัตถุท่ี
สามารถนามาชดใช้หน้ไี ดโ้ ดยตัวมนั เอง หรือโดยราคาของมนั ในกรณีทต่ี ัวลูกหนี้ไมส่ ามารถชดใช้หนีน้ ั้นได้
58 รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 2 (อัลฟิกฮฺ 2) ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้
หลักฐานบัญญตั กิ ารจานา จานอง
อลั ลอฮฺได้กลา่ ววา่ :
ความว่า : "และถ้าหากว่าพวกเจ้าอยู่ในระหว่างการเดินทางและพวกเจ้าไม่มีผู้ที่ทาการจดบันทึกก็จง
ใหท้ รัพย์สินเป็นการประกนั " ซเู ราะฮฺ อลั บะเกาะเราะฮ:ฺ 283
ฮะดีษรายงานจากอาอซี ะฮว์ า่ :
) أن النبٌصلى الله علٌه وسلم اشترى طعاما من ٌهودي إلى أجل ورهنه درعا من حدٌد( رواه
البخاري ومسلم
ความว่า : "แท้จริงท่านนบีได้ซื้ออาหารจากชาวยิวคนหนึ่ง และท่านได้จานาเส้ือเกราะเหล็กไว้กับ
เขาผู้นั้น" บนั ทึกโดย อลั -บุคอรแี ละมสุ ลิม
ฮูกม (ข้อตดั สิน) การจานา จานอง
นักกฎหมายอิสลามเห็นพ้องกันว่า การจานา การจานอง เป็นสิ่งท่ีอนุมัติในอิสลาม แต่ไม่ถึงข้ันวาญิบ
(จาเป็น) ตอ้ งทา
รกุ นอัรเราะฮ์นุ คอื ผจู้ านา จานอง
รกุ นอัรเราะฮน์ ุ มี 5 ประการ คือ คือ ผูร้ ับจานา จานอง
1. อัรรอเฮน ( ) الراهن
2. อัลมุรตะเฮน ( ) المرتهن คอื ทรพั ย์สินท่ถี ูกจานา จานอง
3. อัลมัรฮูน ( ) المرهون คือ หน้ี
4. อลั มรั ฮูน บิฮิ ( ) المرهون به คือ อิญาบ ( ) إٌجابและกอบลู ( ) قبول
5. อัศศีเฆาะฮ์ ( ) الصٌغة
เงอ่ื นไขผูจ้ านา จานอง และผู้รบั จานา จานอง
1. มสี ตสิ ัมปชญั ญะ ฉะน้นั ผ้ทู ่ีขาดสติหรอื วิกลจรติ ไม่อนุญาตให้ทาการจานา จานองได้
2. บรรลศุ าสนภาวะ ฉะน้ันเดก็ เล็กไม่อนญุ าตให้ทาการจานา จานอง ได้
3. เป็นไท ฉะนนั้ ทาสไมส่ ามารถที่จะทาการจานา จานองได้
เงื่อนไขทรัพย์สินท่ีถูกจานา จานอง นักกฎหมายอิสลามได้วางเงื่อนไข ทรัพย์สินที่จะทาการจานา จานองไว้
ดงั น้ี
1. เป็นทรพั ย์สนิ ทมี่ ีคา่ ฉะน้นั ศพหรอื ซากสัตว์ไมอ่ นุญาตให้จานา จานองได้
2. เป็นทรพั ยส์ นิ ทสี่ ะอาด ฉะน้ัน นาญสิ หรอื ส่ิงสกปรกในทศั นะอิสลามไมอ่ นุญาตใหจ้ านา จานองได้
3. สามารถที่จะมอบทรัพย์สินน้ันให้แก่ผู้รับจานา ฉะนั้นถ้าจานานกท่ีบินอยู่บนฟูา หรือปลาที่อยู่ใน
แม่น้าหรือทะเลไม่สามารถกระทาได้
4. เป็นทรัพย์สินท่ีมีประโยชน์ ฉะน้ันไม่อนุญาตจานา ตะขาบ หรือแมงปุอง และสัตว์อ่ืนๆ อีกที่ไม่มี
ประโยชน์
5. ทรัพย์สนิ นน้ั ตอ้ งเป็นวัตถุ (อยั น)ุ ฉะน้นั ไม่อนญุ าตจานาหน้ี
รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 2 (อลั ฟกิ ฮฺ 2) ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น 59
เง่ือนไขหนี้ (อลั มรั ฮนู บฮิ )ี
1. เปน็ หน้ที ีม่ ีอยู่จรงิ
2. เป็นหนท้ี ี่ชดั เจนและเปน็ ท่ีรับรู้กันระหวา่ งเจา้ หน้ีและลกู หนี้
3. หน้ีเหลา่ นน้ั วาญบิ (จาเป็น) ต้องจา่ ย
ฮศั ศเี ฆาะฮฺ
คอื การกล่าว อิญาบ ( ) إٌجابโดยผูจ้ านา และกอบูล ( ) قبولโดยผรู้ บั จานา ตวั อยา่ งเชน่
อีญาบ : ( ) إٌجابข้าพเจา้ จานองบา้ นหลงั นีแ้ ก่ท่านเน่ืองดว้ ยหนีท้ ีข่ า้ พเจา้ ตอ้ งจ่ายแก่ท่าน
กอบูล : ( ) قبولขา้ พเจ้ารับหรอื ยินยอม
หนว่ ยท่ี 6 การลงทุน (อัลมุฎอรอบะฮ)ฺ
ความหมาย
ความหมายในเชงิ ภาษาคอื การเดนิ ทางเพื่อการค้า
ความหมายในเชงิ ศาสนบญั ญตั ิ คอื การหุ้นสว่ นมฎุ อรอบะฮฺ (ร่วมลงทุนอย่างเดียว) คือการที่หุ้นส่วน
คนหน่ึงไดม้ อบตน้ ทุนให้แก่หุ้นส่วนอีกคนหนึ่งเพื่อนาไปทาการค้าโดยกาหนดกาไรท่ีแน่นอน เช่น เศษหนึ่งส่วน
สอง เศษหนง่ึ สว่ นสาม เป็นต้น และส่วนทเี่ หลือก็เป็นของอีกฝุาย ถ้าหากมีการขาดทุนหลังจากดาเนินการแล้ว
ก็เอาสว่ นกาไรมาชดเชยต้นทนุ ส่วนฝุายทด่ี าเนินการไม่ต้องชดใช้ใดๆ และถ้าหากทรัพย์เกิดเสียหายโดยที่ไม่ได้
ล่วงละเมิดหรือประมาทเลินเล่อ ฝุายที่ดาเนินการไม่ต้องชดใช้เช่นกัน ฝุายดาเนินการถือว่าเป็นผู้ที่ได้รับความ
ไว้วางใจ (อะมานะฮฺ) ในการถือทรัพย์สิน เป็นตัวแทนในการบริหารจัดการ ได้รับค่าจ้างในการทางาน และเป็น
ห้นุ สว่ นในผลกาไร
การล่วงละเมิด หมายถึง การกระทาใดๆที่ไม่เป็นท่ีอนุญาตให้กระทาในการบริหารจัดการ ส่วนการ
ประมาทเลนิ เลอ่ หมายถงึ การละเลยในสง่ิ ท่จี าเป็นต้องกระทา
ความสาคญั
1. อลั ลอฮใฺ ห้ความสะดวกแก่มนษุ ย์ในเร่อื งการลงทนุ (มุฎอรอบะฮฺ )
2. ผทู้ มี่ ที รพั ย์สนิ สามารถลงทุนกับผู้ทม่ี ีความสามารรถในการบริหารจดั การ
3. ผทู้ ี่มคี วามสารถในการบริหารจัดการไดร้ ่วมลงทนุ ผู้ทีม่ ที รพั ยส์ ิน
ฮูกมของการลงทุน
บรรดานกั วชิ าการลงมติวา่ เปน็ สงิ่ ทีห่ ะรซุ บทบญั ญัติของการลงทนุ
อัลลอฮใฺ ด้ตรัสในอัลกุรอานว่า
ความว่า และบางคนอ่ืนๆต้องเดนิ ทางไปดินแดนอืน่ เพอ่ื แสหวงหาจากความโปรดปรานของอลั ลอฮฺ
( ซูเราะห์ มุซมั มลิ / 20 )
และท่านรอซุลได้บรหิ ารจดั การทุนของทา่ นหญงิ เคาะดิยะฮฺและไปคา้ ขายท่ีเมืองชาม และการกระทา
แบบน้ีไดป้ ฏิบัตใิ นสมยั ญะฮีลิยะฮแฺ ละสมยั อสิ ลาม
เง่อื นไขของการลงทุน
1. ตน้ ทนุ ตอ้ งเป็นเม็ดเงิน
2. จานวนทนุ ต้องชดั เจนเพือ่ สามารถในการเปรยี บเทยี บระหว่างตน้ ทุนกับผลกาไร
3. กาหนดจานวนผลกาไรท่ีชดั เจนระหวา่ งผู้ลงทนุ กับผู้ดาเนนิ การกจิ การ
4. ตน้ ทุนใช้ในการลงทนุ โดยไม่กาหนดสถานท่ี สินคา้ และเวลา
60 รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 2 (อัลฟิกฮฺ 2) ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น
รุกนของการลงทนุ
1. การทาสัญญาหรือการทาขอ้ ตกลง
2. สานวนการทาสัญญาหรอื การทาข้อตกลง เชน่ ฉันไดล้ งทุนด้วยเงนิ จานวนนแ้ี ละผลกาไรเทา่ นี้
3. การตอบรับ
4. สานวนการตอบรบั เช่นฉันตอบรับ
ส่งิ ทโ่ี มฆะการลงทุน
1. ขาดเงื่อนไขของการลงทุน
2. การกระทาใดๆท่ีไม่เป็นท่ีอนุญาตให้กระทาในการบริหารจัดการ ส่วน การประมาทเลินเล่อ
หมายถึง การละเลยในสิง่ ท่จี าเป็นต้องกระทา
3. เสียชีวติ คนใดคนหนึ่งระหวา่ งผู้ลงทุนกบั ผูบ้ รหิ ารจดั การ
หน่วยที่ 7 สหกรณ์ (อชั -ชะรกิ ะฮ์)
ความหมาย
อัช-ชะริกะฮ์ คือ การมีกรรมสิทธิ์ในการบริหารจัดการในทรัพย์สินร่วมกันระหว่างคนสองคนหรือ
มากกวา่ นน้ั
เหตุผลของการบญั ญัติการลงหุ้นสว่ น
การลงหุ้นส่วนเป็นความดีงามของอิสลามประเภทหนึ่ง เป็นสาเหตุหนึ่งท่ีจะได้รับความบะเราะกะฮฺ
(ความจาเริญ) และการเพ่ิมพูนของทรัพย์สิน ตราบท่ีดาเนินอยู่บนความเที่ยงธรรมและซื่อสัตย์ ประชาชาติ
จาเป็นการมีหุ้นส่วนกัน โดยเฉพาะในโครงการใหญ่ต่างๆ ท่ีไม่สามารถดาเนินการเพียงคนเดียว เช่น โครงการ
อตุ สาหกรรม เคหะกรรม พาณิชยกรรม และเกษตรกรรม เป็นต้น
ฮกู มของการลงหุ้นสว่ น
การลงหุ้นส่วนเป็นการทาสัญญาข้อตกลงท่ีอนุญาตให้กระทา ต่อมุสลิมและไม่ใช่มุสลิม อนุญาตให้มี
หุ้นส่วนร่ว มกับต่างศาสนิกโดยมีเง่ือนไขว่าต่างศาสนิกท่ีเป็นหุ้นส่ว นต้อง ไม่บริหารจัดการเพียงลาพังโดย
ปราศจากหนุ้ ส่วนชาวมสุ ลมิ รว่ มบรหิ ารอยเู่ คยี งข้าง เพราะอาจจะไปเก่ียวพันกับส่ิงที่อัลลอฮฺห้าม เช่น ดอกเบี้ย
การฉ้อโกง และทาธุรกรรมในสงิ่ ทอี่ ัลลอฮหฺ า้ ม เชน่ สุรา สุกร และเจว็ด เป็นตน้
อัลลอฮฺทรงตรสั วา่
ความว่า : " และแท้จริงสว่ นมากของผู้มหี ้นุ สว่ นร่วมกนั บางคนในพวกเขามกั ละเมิดสิทธิของอีกคนหนงึ่ เวน้
แต่บรรดาผ้ศู รทั ธาและประกอบความดที งั้ หลาย และพวกเขาเช่นนี้มนี ้อย " (ศอด 24)
ความสาคญั
1. เกิดผลกาไรใหส้ มาชกิ ผถู้ อื ห้นุ
2. ชว่ ยเหลอื ผู้ท่มี ีทุนแตไ่ มม่ ีความสามารถในการบรหิ ารการเงิน
3.ผู้ที่มที นุ นอ้ ยสามารถเขา้ ร่วมหุ้นสว่ นกับผ้ทู มี่ ที ุนมาก
4.เกิดความสามคั คีและเอกภาพในสงั คม
หลักฐานของการลงหุน้ ส่วน
1. หลักฐานจากอัลกุรอาน
อลั ลอฮไฺ ดต้ รสั ว่า
ความว่า : พวกเขากเ็ ป็นผู้รับรว่ มกันในหน่ึงส่วนสาม (อนั นิซาอฺ : 12)
รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 2 (อลั ฟิกฮฺ 2) ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น 61
2. หลกั ฐานจากสนุ นะฮฺ
َْل ْم َما ْ أَناَْ َثالِ ُْث ال َش َري َك ْي َن: قال الله:-عليه وسلم صلى الله- رسول الله قال:قال -رضي الله عنه- أبي هريرة عن
َفإِن َخا َنْ أَ َحد ُه َما َخرج ُتْ ِمن َب ْي َن ُه َما، َْي ُخ ْنْ أَ َحد ُه َما َصا ِح َب ُه . الحاكم وصححه،رواه أبو داود
ความวา่ : อัลลอฮฺทรงตรสั ว่า “ ฉนั จะทรงเป็นท่ีสาม ระหว่างหุ้นส่วนสองคนตราบใดท่ีมีการทาลาย
ซ่ึงกนั และกนั , ถ้าหากมกี ารทาลายซง่ึ กันและกัน ฉันกจ็ ะแยกออกจากทงั้ สอง ”
การลงหุ้นสว่ น มี 2 ประเภท
1. การลงหนุ้ ส่วนอมั ลาก ( แบบกรรมสิทธิ์ )
2. การลงหุ้นสว่ นอกุ ูด ( โดยขอ้ ตกลง )
การลงหนุ้ สว่ นอมั ลาก ( แบบกรรมสิทธิ์ ) คือ หุ้นส่วนในกรรมสทิ ธิ์
คือ การมีกรรมสทิ ธิ์ร่วมกันในทรัพยส์ นิ ใดๆ ตั้งแต่สองคนขึ้นไป เช่นการมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในอาคารที่
พัก โรงงาน รถยนต์ เป็นต้น และไม่อนุญาตให้ฝุายใดฝุายหนึ่งดาเนินการใดๆ นอกจากจะได้รับการยินยอม
จากอีกฝุายหน่ึง และเมื่อมีการดาเนินการ (ก่อนได้รับความเห็นชอบจากอีกฝุาย) การดาเนินการนั้นจะมีผล
เฉพาะในส่วนที่ตนมีกรรมสทิ ธ์เิ ทา่ น้นั ยกเว้นเมอ่ื อีกฝุายยินยอมด้วยจงึ จะถือว่ามีผลตอ่ ทรัพยท์ ้ังหมด
ฮูกมการลงหุน้ สว่ นอัมลาก
ไม่อนุญาตคนใดคนหน่ึงใช้ทรัพย์สินของอีกฝุายหน่ึงโดยไม่ได้รับอนุญาตเพราะ มิได้ตกเป็นกรรมสิทธ์ิ
ของคนใด
การลงหนุ้ ส่วนโดยขอ้ ตกลง
คือ การหุน้ สว่ นรว่ มกันในการบรหิ ารจดั การ เช่น ในการซ้ือ การขาย การให้เชา่ - การจา้ ง เปน็ ต้น
เง่ือนไขของการหุ้นส่วนอุกูด
ตอ้ งมสี ญั ญาและข้อตกลงด้วยการอักดฺ
1. คาเสนอ ( อิญาบ ) เช่นขา้ พเจา้ ตกลงร่วมทากิจการกบั คณุ
2. คาสนอง ( กอบูล ) เชน่ การตอบรับอกี ฝุายหนึง่ ขา้ พเจา้ ยนิ ยอมร่วมด้วย
การลงหนุ้ ส่วนโดยข้อตกลง มี 4 แบบ
1. การลงหุ้นส่วนแบบอินาน (ร่วมลงทุนและดาเนินการ) คือ การหุ้นส่วนกันต้ังแต่สอคนขึ้นไป
โดยใช้แรงและทรัพย์สินของท้ังสองฝุายที่รู้แน่นอน แม้จะมีจานวนที่ต่างกันก็ตาม เพื่อร่วมกันทางานบริหาร
ทรัพย์นนั้ หรือทางานเพยี งคนใดคนหนึ่ง โดยจะได้รับส่วนแบ่งของกาไรท่ีมากกว่า การลงหุ้นส่วนน้ีมีเงื่อนไข
ว่า ตน้ ทนุ น้ันตอ้ งรชู้ ัดเจนไม่วา่ จะเป็นเงนิ หรอื สินค้าที่มีการตีราคา กาไรและขาดทุนจะเกิดข้ึนตามสัดส่วนของ
จานวนทนุ ทรพั ยข์ องแต่ละคนตามทีไ่ ด้วางเงื่อนไขและตกลงกนั ไว้
2. คือการหุ้นส่วนแบบมุฟาวะเฎาะฮฺ (มอบอานาจ) คือ การที่หุ้นส่วนทั้งหมด มอบหมายให้แก่
หุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งมีอานาจบริหารจัดการทุกอย่าง ท้ังด้านทรัพย์สินและแรงงานจากการหุ้นส่วนแบบต่างๆ
ด้านสิทธิการซื้อและขาย นั้นก็คือ การรวมระหว่างการหุ้นส่วนทั้งสี่ประเภทท่ีผ่านมา โดยกาไรจะเป็นของท้ัง
สองฝุายตามเง่ือนไขที่ตกลงไว้ และการขาดทุนก็จะเกิดขึ้นตามสัดส่วนของจานวนกรรมสิทธิ์ในหุ้นส่วนของแต่
ฝุายโดยมีเงอ่ื นไขดงั นี้
1. จานวนทนุ เท่ากัน
2. การปฏิบัตแิ ละบริหารเหมอื นกันและไมอ่ นุมัตใิ หเ้ ด็กทยี่ ังไม่บรรลศุ าสนภาวะลงหุ้นส่วนกับผใู้ หญ่
62 รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 2 (อัลฟิกฮฺ 2) ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น
3. ผู้ห้นุ ส่วนตอ้ งเป็นศาสนาเดีย่ วกนั
4. มีสทิ ธเิ ท่ากนั ในการบริหารจดั การ
3. การลงหุ้นส่วนแบบอับดาน (ร่างกาย) คือ การลงหุ้นส่วนร่วมกันต้ังแต่ 2 คนขึ้นไปในสิ่งท่ีทั้ง
สองแสวงหาด้วยแรงกายของทั้งสอง จากการงานท่ีศาสนาอนุญาต เช่น การหาฟืน และงานหัตถกรรมและ
อาชีพทุกประเภท และผลกาไรท่ีอลั ลอฮปฺ ระทานรซิ กใี ห้แกท่ ง้ั สองจะเป็นกรรมสิทธ์ิของทั้งสองฝุายตามที่ได้ตก
ลงกนั ไว้และพอใจกนั
4. การลงหุ้นส่วนแบบวุญูฮฺ (เกียรติ) คือ การที่ทั้งสองฝุายซื้อสินค้าด้วยสินเชื่อ ด้วยเครดิตของทั้ง
สองฝุาย โดยทั้งสองฝุายไม่มีเงินทุนแต่อย่างใด เพราะอาศัยความน่าเช่ือถือของบรรดาพ่อค้าที่มีต่อท้ังสอง
ดังน้ัน กาไรท่ีได้จะถูกแบ่งระหว่างทั้งสองฝุาย ทุกฝุายถือว่าเป็นตัวแทนของอีกฝุายหนึ่ง เป็นผู้ค้าประกันให้แก่
กัน และกรรมสิทธ์ิก็เป็นของท้ังสองตามท่ีท้ังสองได้วางเงื่อนไขไว้ การขาดทุนก็เป็นไปตามสัดส่วนของ
กรรมสทิ ธ์ทิ ัง้ สอง และกาไรก็จะถกู แบง่ ตามเงื่อนไขท่ีทัง้ สองไดต้ กลงและความยนิ ยอมกัน
หน่วยที่ 8 กองทนุ (บยั ตุลมาล)
ความหมาย
ความหมายในเชงิ ภาษาอาหรับ
คาว่า บัยตุลมาล เกิดจากการสันธานของคาสองคาคือคาว่า บัยตุน แปลว่า บ้าน และคาว่า อัลมาล
แปลวา่ ทรพั ย์สิน เงินทอง เม่ือรวมกนั แลว้ คานใี้ นเชงิ ภาษาอาหรับมีความหมายวา่ สถานท่ีจดั เตรียมไว้เพ่ือเก็บ
รวบรวมทรัพย์สนิ ซง่ึ ในสมัยอิสลามยคุ แรกๆ สถานทที่ ่ีใช้เปน็ กองคลงั คร้นั กาลเวลาเปลย่ี นไปยุคหน่ึงสู่ยุคหน่ึง
ทาใหช้ ่อื สถานทดี่ งั กล่าวถูกทอนให้ส้ันลงจนกลายเป็นท่รี จู้ กั กันในชื่อว่า บยั ตุลมาล
ส่วนในเชิงศาสนบัญญัติ หมายถึง สถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินเพ่ือประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไปใน
สงั คมมุสลมิ หรือประเทศอิสลาม ซงึ่ ใช้กฎหมายอิสลามในการปกครอง (Islamic Law or Sharia Law)
บยั ตลุ มาล (กองคลงั กลาง) และการบรหิ ารรายได้
กองคลังกลาง (บยั ตุลมาล) ได้ถกู ตงั้ ขนึ้ เปน็ ครัง้ แรกโดยทา่ นนบีมุฮัมมัดในรูปของกองทุนเพ่ือสาธารณะ
ประโยชน์และในสมัยเคาะลฟี ะฮุอบบู ักรได้มกี ารซือ้ บ้านไวห้ ลงั หนง่ึ เพ่ือวัตถปุ ระสงค์น้ี
การจัดตั้งกองคลังกลาง (บัยตุลมาล) ในปีท่ี 2 แห่งการดารงตาแหน่ง เคาะลีฟะฮฺของอบูบักร เพ่ือ
เป็นท่ีเก็บรวบรวมทรัพย์สินต่างๆของรัฐท่ีมีจานวนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ีได้จากเฆาะนี
มะฮฺ (ทรพั ย์สินท่ียึดมาจากศัตรใู นการทาสงคราม) จากซากาต และจากภาษีอ่ืนๆ เช่นภาษีญิซยะฮฺ ที่ เก็บจาก
ผอู้ ยู่ในอารกั ขาท่มี ใิ ชเ่ ป็นมุสลมิ และภาษีเคาะรอ็ จ หรอื ภาษที ีด่ ินเปน็ ตน้ (มสั อดู ยะหยา 2002: 71-75)
ถึงแม้ว่ากองคลังกลาง (บัยตุลมาล ) ในสมัยของท่านอบูบักรยังไม่มีความชัดเจน ในเร่ืองการจัดระบบ
การสารวจ และการบันทกึ แต่ถือไดว้ า่ เป็นการสถาปนารูปแบบการคลัง ของรัฐอิสลาม ซ่ึงสมัยต่อมาได้รับการ
พฒั นาจนกลายเปน็ กองคลังทท่ี รงอนภุ าพยง่ิ
ในสมัยคอลีฟะฮ์อุมัร บัยตุลมาลมีทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้น คอลีฟะฮ์อุมัร จัดระบบกองคลังกลาง โดย
อาศัยความยุติธรรมและความม่ันคงเป็นพื้นฐาน เจ้าหน้าท่ี บัยตุลมาลจะถูกเรียกว่า “ซอฮิบุล บัยตุลมาล”
และในแต่ละหวั เมอื งจะมีเจ้าหน้าท่ี บัยตุลมาลประจาอยู่ และในมะดีนะฮฺจะมีหัวหน้ากองคลังกลางเป็นผู้ดูแล
รักษาบัญชรี ายได้
รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 2 (อลั ฟกิ ฮฺ 2) ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น 63
ทรพั ยส์ นิ ทร่ี วบรวมไวน้ น้ั ได้มาจาก
1. อลั -ฟัยอฺ คอื ทรพั ยส์ ินทไ่ี ด้จากผู้ที่มใิ ชม่ ุสลิม โดยปราศจากการทาสงคราม
2. ทรัพย์สินท่ีได้จากสงครามหรือการยึดครองท่ีดิน การยึดทรัพย์เชลยศึกหลังส้ินสุดสงคราม ซ่ึง
ทรัพย์สินเหล่าน้ีเปรียบเสมือนงบประมาณแผ่นดินไม่มีผู้ถือสิทธิ์ ผูกขาดหากแต่เป็นผลประโยชน์ของมุสลิมคน
ทุกในประเทศ ท้ังน้ีผู้นาของประเทศจะพิจารณาความเหมาะสมของผู้มีสิทธิ เช่น ผู้ขัดสน ยากจน คนพลัดถิ่น
หรือเพือ่ ใช้ในการพฒั นาประเทศ ในด้านตา่ งๆ เป็นตน้
3. อชุ ร์ ( ภาษพี ชื ผลจากทด่ี นิ ภาษีจากพอ่ คา้ ท่มี ใิ ชม่ ุสลมิ ซงึ่ เดนิ ทางเขา้ มาค้าขายในรัฐอิสลาม)
4. ญซิ ยะฮุ ( ภาษีทเ่ี รียกเกบ็ จากผ้ทู ี่มิใช่มุสลิม )
5. การบริจาคทานซากาต ( ทานบงั คบั คือ ภาษีทม่ี ุสลมิ ถูกกาหนดให้จา่ ย )
6. เคาะรอจญ์ ( ภาษที ดี่ ิน )
7. ทรัพยส์ ินท่ไี มม่ เี จา้ ของ เช่น ผู้เสยี ชวี ิตที่ไม่มญี าตริ ับมรดก
อุมัรให้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากในการใช้จ่ายกองทุนจากบัยตุลมาล คร้ังหน่ึง ฮัฟเซาะฮฺลูกสาว
ของท่านซึ่งเป็นภรรยาม่ายคนหนึ่งของท่านนบีมมุฮัมมัด มาหาท่านและได้ร้องขอส่วนแบ่งในทรัพย์สินท่ียึดมา
ไดจ้ ากสงคราม โดยกล่าววา่ “โปรดให้ส่วนแบง่ แกฉ่ นั บา้ ง เพราะญาติของท่านมีสิทธ์ิในทรัพย์สินของท่าน” อุมัร
จงึ ตอบว่า “ ใช่ญาตขิ องฉันมีสิทธบิ างอยา่ งในทรัพย์สินส่วนตวั ของฉนั แต่ไมไ่ ดม้ ีสทิ ธใิ นทรัพย์สนิ ของมสุ ลิม ”
อุมรั ไุ ดใ้ หค้ วามเอาใจใสเ่ ป็นการสว่ นตัวต่อทรัพยส์ ินของบยั ตลุ มาลเป็นอย่างมาก คร้ังหนึ่งอฐูตัวหน่ึงซ่ึง
เป็นทรัพย์สินของบัยตุลมาลได้วิ่งหนีไป อุมัรได้ออกตามหาอูฐตัวนั้นด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันนั้น มีหัวหน้า
ตระกูลคนหน่งึ ได้เขามาหา อุมัรจงึ ไดบ้ อกคนผนู้ ั้นวา่ “กรณุ าช่วยฉนั หน่อย ฉันกาลงั ตามหาอูฐของบัยตุลมาล”
เมื่ออุมรั เุ ห็นคนท่มี ิใช่มุสลิมกาลังขอทานอยู่ เขาได้ถามคนผ้นู ัน้ ถึงเหตุผลท่ีต้องมาขอทาน ชายชราผู้นั้น
ไดก้ ล่าววา่ เขาตอ้ งจา่ ยญิซยะฮุ อุมัรจงึ นาชายชราผู้นั้นกลับไปบ้านและให้เงินจานวนหน่ึง หลังจากนั้นเขาก็ได้
สั่งใหเ้ จ้าหน้าทีไ่ ม่ให้เก็บภาษีญิซยะฮจฺ ากชายชราผูน้ น้ั อกี อุมรั มีความห่วงต่อคนทมี่ ใิ ชม่ ุสลิมเป็นอย่างมากจนถึง
กลบั ส่งั เสยี วา่ “จงเอาใจใสพ่ วกซมิ มยี ์ จงอย่าทาลายขอ้ ตกลงใด ๆ ท่ีทาไว้กบั พวกเขา จงอย่าให้งานท่ีพวกเขา
ไม่สามารถทาได้ และจงต่อสู้เพ่ือคุ้มครองพวกเขา ( ถ้าหากมีใครท่ีโจมตีพวกเขา ) ” น่ีคือการปฏิบัติที่เป็น
แบบอยา่ งอนั ดีงามท่ีชนชาติหนึง่ สามารถทีจ่ ะใหแ้ ก่คนทีถ่ ูกยดึ ครอง
หน่วยที่ 9 การธนาคาร
ความหมาย
ธนาคาร หมายถึง สถาบนั หรือสถานทีท่ ใี่ หบ้ ริการทางการเงนิ โดยทาหน้าท่ีเปรียบเสมือนเป็นตัวกลาง
ระหวา่ งผอู้ อมและผู้กู้ กล่าวคอื เปน็ สถาบนั ที่รับฝากเงินจากผู้ออมและให้เงินกู้กับผู้กู้ หรือที่มักเรียกกันว่า “ให้
สนิ เชือ่ ” โดยไม่ตอ้ งพงึ่ เงินทนุ ของตนเองหรือของครอบครวั นั่นเอง
หน้าท่ีของธนาคาร โดยท่วั ไปแลว้ ธนาคารจะมหี น้าทห่ี ลักดงั ต่อไปน้ี
1. การรับฝากเงินและการให้เงินกู้หรือสินเชื่อ ส่วนการให้เงินกู้หรือสินเชื่อสาหรับประชาชนที่
ต้องการใช้ลงทนุ ในการประกอบธรุ กิจ
2. การใหบ้ รกิ ารอื่นๆโดยทว่ั ไปแล้ว ธนาคารมหี นา้ ที่หลักในการรับฝากเงนิ และการให้เงินกู้ โดยทา
หน้าที่เปรยี บเสมอื นเป็นคนกลางระหวา่ งผู้ออมและผูข้ อกู้
และอลั ลอฮไฺ ดต้ รสั ในอัลกรุ อานวา่ ความว่า : และอัลลอฮฺทรงอนุมัติการซื้อขายและทรงห้ามการเอาดอกเบ้ีย
(ซเู ราะฮอ์ ลั บากอเราะฮ์ 275)
64 รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 2 (อัลฟกิ ฮฺ 2) ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น
ระบบเศรษฐกิจแบบอิสลาม น้นั ดอกเบี้ยเป็นส่ิงต้องห้าม อิสลามห้ามการสะสมเงินทองโดยไม่ได้ใช้
จ่ายมันไปในหนทางของอัลลอฮฺ อิสลามจึงสนับสนุนการค้าขาย การแลกเปลี่ยนสินค้า เพื่อให้เกิดการ
หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ การลงทุนในอิสลามเป็นการสนับสนุน เป็นสิ่งสาคัญและจาเป็นสาหรับมุสลิมใน
ชีวิตประจาวนั แต่ต้องปฏบิ ัตติ ามหลกั การของศาสนา ทกี่ าหนดไว้
ประเภทของการลงทุน มดี งั น้ี
1.อลั มูฎอรอบะฮฺ
2. อัลมูรอบาหะฮฺ
3. อัลวาดอี ะฮฺ
4. อลั อิญาเราะฮฺ
5.อัล มุชารอกะฮฺ
1. การหุ้นส่วนมุฎอรอบะฮฺ (ร่วมลงทุนอย่างเดียว) คือการที่หุ้นส่วนคนหน่ึงได้มอบต้นทุนให้แก่
หุน้ สว่ นอกี คนหน่ึงเพ่ือนาไปทาการค้าโดยกาหนดกาไรที่แนน่ อน เช่น เศษหน่ึงส่วนสอง เศษหน่ึงส่วนสาม เป็น
ต้น
และสว่ นท่ีเหลือกเ็ ป็นของอีกฝุาย ถา้ หากมกี ารขาดทุนหลังจากดาเนินการแล้วก็เอาส่วนกาไรมาชดเชย
ตน้ ทนุ สว่ นฝาุ ยทีด่ าเนินการไม่ตอ้ งชดใชใ้ ดๆ และถ้าหากทรัพย์เกิดเสียหายโดยที่ไม่ได้ล่วงละเมิดหรือประมาท
เลินเล่อ ฝุายท่ีดาเนินการไม่ต้องชดใช้เช่นกัน ฝุายดาเนินการถือว่าเป็นผู้ท่ีได้รับความไว้วางใจ (อะมานะฮฺ) ใน
การถอื ทรพั ย์สิน เปน็ ตวั แทนในการบรหิ ารจัดการ ไดร้ บั คา่ จา้ งในการทางาน และเป็นหุน้ สว่ นในผลกาไร
การล่วงละเมิด หมายถึง การกระทาใดๆท่ีไมเ่ ป็นทอี่ นุญาตใหก้ ระทาในการบริหารจดั การส่วน
การประมาทเลนิ เล่อ หมายถึง การละเลยในสิง่ ที่จาเปน็ ตอ้ งกระทา
2. อัลมูรอบาหะฮฺ คือ การขายสินค้าด้วยราคาเพิ่มข้ึน ( กาไร ) จากต้นทุน เช่นผู้ขายได้ซ้ือในราคา
ตน้ ทนุ 100 บาท และได้ขายตอ่ ในราคา 500 บาท
3. อลั -วะดีอะฮฺ (การฝากทรัพย์ ) คือ ทรัพย์สินท่ีถูกมอบให้แก่ผู้ที่จะทาการเก็บรักษามันไว้โดยไม่
มีส่งิ ตอบแทน
เคลด็ ลบั (วทิ ยปัญญา) ในการบัญญัตกิ ารฝาก
บางครั้งเกิดสภาวการณ์ท่ีมนุษย์บางคนไม่สามารถท่ีจะดูแลรักษาทรัพย์สินของตนเองได้ อาจเป็น
เพราะไม่มีสถานที่(ท่ีจะใช้เก็บรักษา)หรือไม่มีความสามารถในการเก็บรักษา ในขณะท่ีคนอื่นท่ีเป็นเพ่ือนพ้อง
ของเขามีความสามารถที่จะดูแลรักษาทรัพย์ของเขาได้ ด้วยเหตุนี้อิสลามจึงอนุญาตให้มีการฝากโดยเปูาหมา ย
หน่ึงก็คือเพ่ือรักษาทรัพย์สิน และยังเป็นการได้ผลบุญสาหรับฝุายผู้ที่รับฝากด้วย โดยในการรับฝากนั้นจะมีผล
บุญที่ใหญ่หลวงยิ่งนักดังฮะดีษท่ีมีความว่า “ อัลลอฮจะทรงช่วยบ่าวคนหน่ึงตราบท่ีบ่าวคนน้ันได้ช่วยเหลือพี่
นอ้ งของเขา ”
ฮูกมของการฝากทรพั ย์
การฝากเปน็ ขอ้ ตกลงสญั ญาที่เปน็ ทอ่ี นญุ าต และเม่อื ใดท่ีเจ้าของได้มาขอคืน วาญิบที่(ผู้รับฝาก)จะต้อง
ส่งคนื และเมือ่ ผ้รู ับฝากส่งคืนวาญิบที่เจ้าของจะตอ้ งรบั คนื
ฮกู มการรับฝาก
สนุ ตั (สง่ เสริม)ใหม้ กี ารรับฝากสาหรบั บคุ คลทีร่ ู้ตวั วา่ มีความสามารถทจ่ี ะเกบ็ รกั ษาของฝากได้ เพราะถือ
ว่าเป็นการชว่ ยเหลือกนั ในสิ่งท่ีเปน็ ความดีและการยาเกรง การรับฝากน้นั มีผลบุญใหญ่หลวง และผู้ฝากต้องเป็น
ผทู้ มี่ คี ุณสมบัติตามทีก่ ล่าวมา
รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 2 (อัลฟิกฮฺ 2) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 65
การประกนั ของฝาก
1. ถา้ หากของทฝี่ ากเกิดเสยี หาย โดยท่ีผู้รับฝากไม่ได้ละเมิด และไม่ได้ละเลยถือว่าเขาไม่ต้องชดใช้ แต่
ตอ้ งเป็นการเก็บรักษาในสถานทท่ี ี่เหมาะสมกบั ทรัพย์สนิ ประเภทนั้นๆ
2. ถา้ หากเกดิ ความกลวั ขน้ึ และผู้รับฝากต้องการท่ีจะเดินทางถือว่าวาญิบที่เขาจะต้องคืนของท่ีรับฝาก
แก่เจ้าของหรือตัวแทนของเจ้าของ และถ้าหากไม่สามารถทาอย่างน้ันได้ก็ให้ส่งมอบให้ผู้มีอานาจปกครองหาก
เห็นว่าเขาเป็นคนที่ยตุ ิธรรม(ไม่คดโกง) และถ้ายังไม่สามารถทาเช่นนั้นได้ก็ให้ฝากไว้กับบุคคลที่เชื่อถือได้เพ่ือให้
เขาส่งคืนแกเ่ จา้ ของตอ่ ไป
3. ผู้ใดที่รับฝากสัตว์แลว้ เขาได้ขบั ขีม่ ันโดยการขอี่ ย่างไม่เหมาะสม หรือเขารับฝากเงินแล้วเขาได้นาเงิน
นั้นออกจากท่ีท่ีเก็บรักษามัน(เช่นนาออกมาจากตู้เซฟ)หรือเอาไปมันไปปะปนกันเงินอ่ืนที่ไม่อาจแยกแยะได้(ว่า
อนั ไหนเป็นเงนิ ฝาก) แล้ว(สตั วห์ รอื เงินนัน้ )เกิดหายท้งั หมดหรือเสยี หายถือวา่ ผรู้ บั ฝากจะต้องรบั ผดิ ชอบชดใช้
4. ผู้รับฝากถือว่าเป็นผู้ท่ีได้รับความไว้วางใจ(มีอามานะฮฺ) ดังนั้นเขาจะไม่ต้องรับผิดชอบชดใช้ยกเว้น
หากเขาละเมิด หรือละเลย(ต่อทรัพย์ที่รับฝากจนเกิดความเสียหาย) และถือว่าต้องยอมรับคาพูดของเขาพร้อม
กับการสาบานในเรื่องการส่งคืนของท่ีรับฝากหรือการเสียหายของมันโดยไม่ได้ละเลย ตราบใดที่ไม่มีหลักฐาน
(วา่ เขาไมไ่ ดส้ ง่ คืนหรือเขาละเลยจนทาใหข้ องเสยี หาย)
การสง่ คนื สิง่ ที่รบั ฝาก
1. สิ่งทีฝ่ ากไม่ว่าจะเปน็ ทรัพยส์ ินหรอื สิ่งอ่ืน ถอื วา่ เปน็ ของฝากที่เป็นอะมานะฮฺ ณ ผู้รับฝาก
จึงวาญิบ (จาเป็น) ท่ีเขาจะต้องส่งคืนเมื่อเจ้าของมาทวงถาม และถ้าหากเขาไม่ส่งคืนหลังจากท่ีเจ้าของได้มา
ทวงถามคืนโดยไม่มีเหตจุ าเป็นใดๆ แลว้ ของฝากเกิดเสียหายถอื วา่ ผู้รับฝากต้องรบั ผิดชอบชดใช้
อัลลอฮทฺ รงตรสั วา่
ความว่า : “ แทจ้ ริงอัลลอฮไฺ ด้ทรงบัญชาใชพ้ วกทา่ นใหส้ ่งคืนของฝากแก่เจา้ ของ” .(อัน-นิสาอฺ : 58)
2. เม่ือผู้ฝากคนใดคนหน่ึง (จากหลายคนที่มาฝากของที่เป็นกรรมสิทธ์ิร่วมกัน) มาทวงส่วน
ของตนจากส่ิงท่ีเป็นของที่สามารถตวง ช่ัง หรือนับจานวนได้ ซ่ึงเป็นสิ่งท่ีสามารถแบ่งได้ก็ให้ผู้รับฝาก
สง่ คืนสว่ นของคนน้ันไป
4. อัล-อิญาเราะฮฺ การเช่า-การจ้าง คือข้อตกลงในผลประโยชน์ที่ศาสนาอนุมัติ มีความแน่นอน มี
กาหนดเวลาที่แนน่ อน ดว้ ยคา่ ตอบแทนที่แน่นอน
เคลด็ ลบั การบัญญัตกิ ารเช่า - การจา้ ง
การเช่า-จ้างเป็นการแลกเปล่ียนผลประโยชน์ระหว่างเพ่ือนมนุษย์ เพราะมนุษย์จาเป็นต้องพึงพา
อาศัยผู้อ่นื ตอ้ งการมีบา้ น มรี ถ มเี ครื่องมือ และอ่นื ๆ เพ่ือการบรรทุก ขับข่ี และใช้ประโยชน์ ดังน้ันอัลลอฮฺ
จึงอนญุ าตให้มีการเชา่ - การจ้างเพ่ืออานวยความสะดวกแก่มนุษย์ และได้ดาเนินการในความต้องการของพวก
เขา โดยใช้เงินเพียงเล็กน้อยพร้อมกับการได้ประโยชน์ของท้ังสองฝุาย (มวลการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺ ที่ได้
บัญญัตสิ ิ่งเหล่านี)้
ประเภทของการเช่า – การจ้าง มี 2 ประเภท
1. การเช่าวัตถุท่แี น่นอน เชน่ ฉนั ใหท้ า่ นเช่าบา้ นหลงั น้ี หรอื รถคนั นี้ ดว้ ยค่าเชา่ จานวนเทา่ น้ี
2. การจ้างใหท้ างานที่แน่นอน เช่นจ้างคนๆ หนงึ่ ใหก้ ่อผนัง หรอื ไถดิน เปน็ ต้น
66 รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 2 (อัลฟกิ ฮฺ 2) ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น
เงือ่ นไขของการเช่า - การจ้าง
การเชา่ - การจ้างท่ถี กู ต้องตอ้ งประกอบด้วยเง่ือนไขต่างๆดังนี้
1. การเช่า-จ้างเกิดจากบคุ คลท่ีบรรลุศาสนภาวะ
2. ทราบประโยชน์ของการเช่า-จ้าง เช่น การพักอาศัยในบ้าน , หรือการบริการของบุคคล
(การทางาน)
3. มกี ารระบุคา่ เชา่ - คา่ จา้ งเปน็ จานวนท่ีแนน่ อน
ประโยชนจ์ ากการเชา่
การจ้างเป็นสิ่งท่ีศาสนาอนุญาต เช่น บ้านเพื่อพักอาศัยดังน้ันจะถือว่าไม่ถูกต้อง (เป็นโมฆะ) ใน
ประโยชน์ของส่ิงที่ต้องห้าม เช่น ให้เช่าบ้านหรือร้านเพ่ือขายเหล้า หรือคูหาเพ่ือเป็นสถานที่ค้าประเวณี
และเช่าบ้านเพ่ือใช้เป็นโบสถ์ หรือเพ่ือขายส่ิงต้องห้ามต่างๆมีความชัดเจนในวัตถุท่ีจะให้เช่า ด้วยการเห็นด้วย
ตา หรือทราบคุณลักษณะ และจะต้องทาความตกลงกันบนผลประโยชน์ของวัตถุ ไม่ใช่ช้ินส่วนของวัตถุต้อง
สามารถส่งมอบได้ ต้องเป็นสิ่งท่ีมีประโยชน์ที่ศาสนาอนุญาต ต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าหรือเป็นผู้ได้รับ
อนญุ าตในสิ่งนนั้
ฮกู มการใหเ้ ช่าตอ่ ในส่ิงทีเ่ ช่า
อนุญาตให้ผู้เช่าใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เช่าด้วยตัวเอง และผู้เช่ามีสิทธิท่ีจะให้เช่าต่อแก่บุคคลอื่นท่ีจะใช้
ประโยชนแ์ ทนตน ดว้ ยอัตราค่าเชา่ เทา่ เดิม หรือน้อยกว่า แตไ่ ม่ใชม่ ากกวา่ เดมิ
สภาพของการจ่ายคา่ เช่า - คา่ จ้างตามปกติวิสัย
หากเขาข้ึนโดยสารเครื่องบิน รถ เรือ หรือมอบเสื้อให้ช่างเย็บ หรือจ้างให้แบกหาม โดยไม่ได้ทาข้อตกลงก่อน
ทั้งหมดถือว่าใช้ได้ด้วยการจ่ายค่าจ้างตามราคาปกติทั่วไป หลักการน้ีสาหรับทุกๆ สิ่งที่คุ้นเคย เป็นท่ีทราบกัน
ของคนทั่วไป และเกิดขึน้ ซา้ ๆ
ฮูกมการเช่าสิง่ ทีเ่ ปน็ วะกัฟ (สาธารณะประโยชนต์ ามหลกั ศาสนา)
อนุญาตให้มีการเช่าสิ่งที่เป็นวะกัฟ และหากผู้ให้เช่าเสียชีวิตแล้วสิทธิการให้เช่าดังกล่าวจะตกเป็นของบุคคลที่
ดาเนินการต่อจากน้ัน โดยไม่ถูกยกเลิกแต่อย่างใด และบุคคลที่สองก็จะได้ส่วนค่าเช่าของเขา ทุกๆ สิ่งที่ห้าม
การซ้ือขายกห็ า้ มทาการเชา่ -จา้ งเช่นกัน ยกเว้น สงิ่ วะกฟั บุคคลทเ่ี ป็นไท และทาสหญงิ ทีม่ ลี กู กบั นาย
วาญบิ ตอ้ งจ่ายค่าเชา่ - คา่ จ้างเม่ือใด
วาญิบต้องจ่ายค่าเช่า - ค่าจ้างด้วยการทาข้อตกลง และวาญิบต้องจ่ายเม่ือครบเวลา และหากท้ังสอง
ฝุายพอใจที่ขยายเวลาจ่ายใหช้ ้าลง หรือรน่ เวลาให้เร็วข้นึ หรือจ่ายดว้ ยการผอ่ นชาระ ก็ถือว่าใช้ได้ และลูกจ้างมี
สทิ ธริ บั ค่าจา้ งเมอ่ื งานเสรจ็ สมบรู ณ์อย่างดี โดยใหจ้ ่ายเงนิ ค่าจ้างก่อนท่ีเหงอ่ื ลูกจา้ งจะแหง้
จากทา่ นอบูฮุรอยเราะฮฺ จากทา่ นนบี ศอ็ ลลลั ลอฮฺ อาลัยฮิวาซัลลัม ได้กลา่ วว่า
َفأَ َك َِل ًح ّرِا.ُر َوج َره ُاجلبِل َخباا َرعِي، َدأ َرخ.َِمر ْن ُُجِه َلِولََأ ْمِ ْع ٌُ َْطع ِىط ِِهِب أًَ ْج ُث َاِمرهُِ»َغ ى:أَا َن ْاس َتأَْخ َج َْصِر ُمأَ ُه ِجِْمٌ ٌَرِْاًو َمَِفاالْسِق َتٌَ ْاو ََفم ِِة َثل َثِة:الله َت َعا َلى ِ« َقا َل
َو َر ُج ِل،َث َم َن ُه
ความว่า : “ อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงตรัสว่า (บุคคลสามจาพวกท่ีฉันจะเป็นคู่กรณีกับพวกเขาในวันกิ
ยามะฮฺ ได้แก่ คนที่ได้สัญญากับฉันแล้วเขาผิดสัญญา คนท่ีขายมนุษย์ที่เป็นไท(ไม่ใช่ทาส) แล้วกินเงินน้ัน
และคนท่ีจ้างคนงานแล้วได้ทางานตามสัญญา แต่เขาไม่ยอมจ่ายค่าแรงของเขา ” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์
2270)
รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 2 (อัลฟิกฮฺ 2) ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น 67
ฮกู มการขายสิง่ ท่ใี หเ้ ชา่
อนญุ าตให้ขายส่งิ ท่ีใหเ้ ชา่ เชน่ บ้าน รถ เปน็ ต้น โดยผู้ซื้อจะรับสินค้าหลังจากที่ผู้เช่าได้ใช้ประโยชน์จาก
ส่ิงที่เชา่ น้ันอยา่ งสมบรู ณ์ และสิ้นสดุ ระยะเวลาของการเช่าแล้ว
ฮกู มของการชดใช้ในสง่ิ ทถี่ ูกเชา่
ลูกจา้ งไมจ่ าเป็นต้องชดใช้สง่ิ ท่เี สยี หายด้วยมือของเขา หากเขาไมไ่ ด้ประมาทเลินเล่อหรือละเมิดทาลาย
และไมอ่ นุญาตให้สตรีรับจ้างทางานดว้ ยตวั เอง หรือรบั จ้างให้นมเดก็ นอกจากจะไดร้ บั อนุญาตจากสามกี ่อน
อนญุ าตใหร้ ับคา่ จ้างจากการสอน สรา้ งมสั ยดิ และอน่ื ๆ
ฮกู มการรบั คา่ จา้ งจากการทาอะมลั หรืออิบาดะฮฺตอ่ อัลลอฮฺ
อนุญาตให้อิหม่ามหรือมุอัซซิน (ผู้ประกาศละหมาด) หรือครูสอนอัลกุรอานรับค่าจ้างจากบัยตุลมาล
(เงนิ กองคลัง) และผู้ใดในหมู่พวกเขาท่ีทางานโดยเจตนาเพ่ืออัลลอฮฺผู้สูงส่งเขาก็จะได้รับผลบุญ ถึงแม้ว่าเขาจะ
รับค่าจ้างจากบัยตุลมาลก็ตาม เพราะถือสิ่งท่ีเขารับมาจากบัยตุลมาลน้ัน เป็นการช่วยสนับสนุนด้านการทา
ความดไี มใ่ ช่เป็นสงิ่ แลกเปล่ียนหรอื ค่าจา้ งในการทางานของเขา
ฮูกมมุสลิมทางานเป็นลูกจ้างคนกาฟิร อนุญาตให้มุสลิมทางานเป็นลูกจ้างของคนกาฟิรด้วยเง่ือนไข
สามประการคือ
1. ต้องเปน็ งานทอ่ี นญุ าตใหม้ สุ ลิมทา
2. ต้องไม่เปน็ การช่วยเหลือเขาในสงิ่ ทนี่ าอนั ตราย หรือความเดือดร้อนสูม่ สุ ลมิ
3. ตอ้ งไม่เป็นงานทท่ี าเกดิ ความสมเพชแก่มสุ ลิม
และอนญุ าตใหม้ สุ ลิมจา้ งคนกาฟิรเมื่อจาเป็น เชน่ ไมม่ ีมุสลมิ ท่จี ะรับจ้าง
ฮกู มการจา้ ง -ใหเ้ ชา่ แกค่ นท่ที าสิง่ ต้องห้าม
ไม่อนุญาตให้เช่าบ้าน หรือร้านค้าแก่ผู้ที่ขายสิ่งต้องห้าม เช่น เครื่องดนตรีท่ีต้องห้าม หนังลามก
รูปภาพที่เป็นฟิตนะฮฺ (เช่นภาพเปลือย) เช่นเดียวกับไม่อนุญาตให้เช่า-จ้างผู้ที่ทางานท่ีต้องห้าม เช่น ทางาน
ธนาคารท่ีมีดอกเบ้ีย และผู้ท่ีจะใช้บ้านเป็นที่ผลิตเหล้า ใช้บ้านเป็นท่ีพักแก่นักดนตรี และผู้กระทาการผิด
ประเวณี และอื่น เช่นเป็นที่ขายบุหรี ที่โกนเครา ท่ีขายม้วนวีดีโอและเพลง เพราะในการเช่า-จ้างดังกล่าวเป็น
การใหค้ วามชว่ ยเหลอื ในส่งิ ที่ต้องหา้ มท่อี ัลลอฮไฺ ด้ทรงห้ามไว้ อัลลอฮไฺ ดท้ รงตรัสว่า
ความว่า : “ และพวกเจ้าจงช่วยกันในส่ิงท่ีเป็นคุณธรรม และความยาเกรง และจงอย่าช่วยในส่ิงท่ี
เป็นบาปและเป็นศัตรูกันและพึงยาเกรงต่ออัลลอฮฺเถิดแท้จริงอัลลอฮฺน้ันทรงเป็นผู้รุนแรงในการลงโทษ ”
( อัลมาอดิ ะฮฺ : 2 )
ฮูกมการจ่ายคา่ ชดเชยเพอื่ แลกกบั การขอยกเลิกใหเ้ ช่า
บางคร้ังท่ีพักหรือห้างร้านอยู่ในทาเลที่ดีและเป็นที่ต้องการ ในกรณีเช่นน้ีอนุญาตให้จ่ายค่ายกเลิกเช่า
แก่ผ้เู ชา่ ในชว่ งท่ยี ังอยใู่ นระยะเวลาเช่าแลกกบั การสละระยะเวลาที่เหลือของการเช่า แม้จะมีราคาสูงกว่าค่าเช่า
ปกตกิ ต็ าม แต่ต้องไมใ่ ช่เปน็ การจา่ ยหลังจากหมดเวลาเชา่ แลว้
ฮูกมการกาหนดเง่อื นไขการลงโทษหรอื ปรบั
การวางเง่ือนไขเสียค่าปรับท่ีมีการปฏิบัติกันอย่างแพร่หลายในการทาข้อตกลงสัญญาต่างๆ ถือว่าเป็น
เงื่อนไขท่ีใช้ได้และถูกต้องจาเป็นท่ีต้องยึดมั่นตามน้ัน ถือเป็นส่ิงท่ีศาสนาอนุญาตเพ่ือทาให้ข้อตกลงน้ันเสร็จ
สมบูรณต์ ามกาหนดเวลา และมีสว่ นช่วยปิดก้ันการขาดวินัย และการไม่จริงจังกับสิทธิของผู้อื่นตราบใดท่ีไม่มี
มลู เหตุทีศ่ าสนาอนุโลมให้ ซึง่ การอนโุ ลมนัน้ กจ็ ะลดการวาญิบ(ทจ่ี ะต้องตามเง่ือนน้ัน)ลง แม้ว่าเงื่อนไขจะมีมาก
ตามธรรมเนียมปฏิบัติก็ตาม ก็ถือว่าจาเป็นต้องพิจารณาด้านความยุติธรรม ความมีสานึก ตามระดับของ
ประโยชนท์ เี่ สียไป หรอื ความเสยี หายที่เกดิ ขน้ึ ตามดุลยพินจิ ของผูพ้ พิ ากษาหรือศาล
68 รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 2 (อัลฟิกฮฺ 2) ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น
ตวั อย่างเชน่ คนๆ หน่ึงได้ตกลงว่าจ้างอีกคนหนึ่งสร้างบ้านให้แก่ตนในระยะเวลาหนึ่งปีด้วยค่าจ้างหน่ึง
แสนเหรียญ เมื่อเขาได้ทางานล่าช้าเกินหน่ึงปี (ตามสัญญา) ดังนั้น ผู้รับจ้างก่อสร้างต้องเสียค่าปรับต่อเดือน
เดือนละ 1000 เหรียญ เป็นต้น ดังน้ัน ถ้าเกิดการล่าช้าเป็นเวลาส่ีเดือนโดยไม่มีเหตุจาเป็น ผู้รับจ้างก่อสร้าง
จะต้องจา่ ย 4000 เหรยี ญแก่เจ้าของบา้ นหรอื ผวู้ ่าจ้าง (ตามเงือ่ นไขในสญั ญาทีไ่ ดต้ กลงกนั ไว้)
5. อัลมูชารอกะฮฺ คือ การลงทุนหุ้นส่วนระหว่างผู้ลงทุนกับผู้ดาเนินบริหารกิจการการเงิน ,ผู้บริหาร
กิจการสามารถใช้ทุนในการทาธุรกิจการค้าโดยแบ่งผลกาไรระหว่างกันตามข้อตกลงกันและหากมีการขาดทุน
ผู้ลงทนุ จะต้องรับผดิ ชอบเพียงคนเดยี ว
บรรณานกุ รม
1. สานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 15 (มปป) ฟิกฮ์ มัธยมศึกษาตอนกลาง ปีท่ี 1
(มทพ) จ.นราธิวาส
2. สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 15 (มปป) ฟกิ ฮ์ มัธยมศึกษาตอนกลาง ปที ่ี 2
(มทพ) จ.นราธิวาส
3. สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 15 (มปป) ฟกิ ฮ์ มัธยมศึกษาตอนกลาง ปีท่ี 3
(มทพ) จ.นราธิวาส
4. การละหมาดของคนที่เดนิ ทางไกล http://islamhouse.muslimthaipost.com
5. การละหมาดรวม กระดานเสวนานกั ศกึ ษาอะฮ์ลสิ ซุนนะฮว์ ลั ญะมาอะฮ์
http://www.sunnahstudent.com
6. การละหมาดญามะอะห์ http://www.alisuasaming.com
7. ความสาคัญของการละหมาดญะมาอะฮฺ แปล อับดลุ วาเอด สคุ นธา
http://www.islammore.com
8. วิธีการเข้าแถวละหมาดญามาอะหท์ ี่ถูกต้อง http://www.piwdee.net
9. การละหมาดสุนตั http://islamhouse.muslimthaipost.com
10. การละหมาดวันศุกร์ http://islamhouse.muslimthaipost.com
คณะทางาน
หลักสูตรโปรแกรมวิชาเลอื กอสิ ลามศึกษา
ท่ปี รึกษา อรุณรัตน์ เลขาธกิ าร กศน.
1. นายกฤตชัย เพช็ รสงฆ์ ผู้อานวยการสานกั งาน กศน.จังหวัดปัตตานี
2. นายเรวฒั น์ ทพิ ยด์ นตรี ผอู้ านวยการสานกั งาน กศน.จงั หวดั สงขลา
3. นางวรรญา นวลมาก ผอู้ านวยการสานกั งาน กศน.จงั หวดั นราธิวาส
4. นายณฐั พงษ์ เกือ้ กูล ผู้อานวยการสานกั งาน กศน.จังหวัดยะลา
5. นายธนกร สิทธพิ าที ผอู้ านวยการสานักงาน กศน.จงั หวัดสตลู
6. นายอดุ ร สดุ สาย รองผู้อานวยการสานักงาน กศน.จังหวัดปัตตานี
7. นายสุรสิทธิ์
ผู้ทรงคุณวฒุ ิ ยานยา นายกสามคมสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จงั หวัดชายแดนภาคใต้
1. นายอับดลุ อาซสิ จรจติ ต์ ผเู้ ช่ียวชาญอสิ ลามศกึ ษา สานักงานศึกษาธกิ ารภาค 8
2. นายสาโรช อับดลุ กาเดร์ ขา้ ราชการบานาญ
3. นายอารเี ฟน บากา ผชู้ านาญการอิสลามศกึ ษา สานกั งานศึกษาธิการภาค 8
4. ดร.มหู ามัดรยู านี อบั ดุลกาเดร์ ขา้ ราชการบานาญ
5. นางลาวัลย์
คณะทางาน
1. นางกรวภิ า ขวญั เพ็ชร ครูเชย่ี วชาญ กศน.อาเภอเมืองปัตตานี
ผู้อานวยการ กศน.อาเภอไม้แก่น
2. นายอบั ดุลฮาดี สีตีเลาะ ผ้อู านวยการ กศน.อาเภอบันนังสตา
นักวิชาการปฏบิ ัติการ สานกั งาน กศน.จงั หวดั ปตั ตานี
3. นายแวอูเซ็ง อาเก๊ะ ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะหริ่ง จ.ปัตตานี
ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะหร่ิง จ.ปัตตานี
4. นายซุลกิฟลี สะมาแอ ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะหริ่ง จ.ปตั ตานี
ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะหร่งิ จ.ปตั ตานี
5. นายอบั ดลุ ฮามิด สะดยี ามู ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอสายบุรี จ.ปัตตานี
ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอปะนาเระ จ.ปัตตานี
6. นายปฏพิ ทั ธ์ ทับโทน ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอปะนาเระ จ.ปตั ตานี
ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะรัง จ.ปตั ตานี
7. นายมะนาเซ มะแซ
8. นางสาวสไุ รนิง มะเดง็
9. นายโมฮาหมัดอาชมี สะระไร
10. นายอบั ดลุ เลาะ ศรีสว่าง
11. นายมฮู าหมัดสกุ รี ลาบูอาปี
12. นายหับดี ยูโซะ
คณะทางาน (ตอ่ )
13. นายมูฮาหมัดรอฎยี ์ วาเย๊ะ ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะรงั จ.ปตั ตานี
ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะรัง จ.ปัตตานี
14. นางสาวรอดียะ๊ สะแลบิง ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะรงั จ.ปัตตานี
ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอหนองจิก จ.ปตั ตานี
15. นางสาวยารอนะ ลาเตะ ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอย่ีงอ จ.นราธวิ าส
ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอบันนังสตา จ.ยะลา
16. นายมะนาฮาดี อาแว ครู ศรช. กศน.อาเภอบันนังสตา จ.ยะลา
ครู ศรช. กศน.อาเภอบนั นังสตา จ.ยะลา
17. นายมะนาวี สาบูดงิ นกั วิชาการศึกษา สานกั งาน กศน.จงั หวัดปัตตานี
ครอู าสาฯ ประจาตาบล สานักงาน กศน.จังหวดั ปัตตานี
18. นางสาวรุสมี มากาเต
ครูเชยี่ วชาญ กศน.อาเภอเมอื งปัตตานี
19. นางสาวไซน๊ะ ยโู ซะ
20. นางสาวนูรีซาน การีอมู า
21. นางสาวศภุ สิ รา ราชเพช็ ร
22. นางหฤทยั สังขเ์ พ็ชร
ผ้รู บั ผิดชอบโครงการ ขวญั เพช็ ร
นางกรวภิ า
: إِ َذا َما َتْ ال ِإو َسا ْن او َقطَ َعْ َع َمل ْه إِلا ِم ْه ثَلا ْث
ْ َصالِحْ يَدعى لَه،ْةْأَْهوْ َجما َو ِرلَيَسدْلِْةم،أَ ْو ِعلمْ يى َت َف أَعْ َصبِخ َدَرِْه َق َج
“เมอ่ื มนุษยเ์ สยี ชวี ติ ลง การงานของเขาจะถูกตดั ขาด นอกจาก
สามประการ คือ ศอดะเกาะฮฺท่ีไดผ้ ลบญุ ตอ่ เน่อื ง หรือ ความรู้ท่ี
มีประโยชน์แก่เขา หรือ ลูกทด่ี ขี อดอุ าอใฺ หเ้ ขา"
บนั ทึกโดย มุสลมิ