The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by natthinanyuttakob, 2023-02-06 10:01:48

กฎหมายที่เกี่ยวกับธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ

5

กฎหมายที่เกี่ยวกับ ธุรกิจและการเป็นผู้ ประกอบ


การจดทะเบียนพาณิชย์ คือ บุคคลธรรมดาคนเดียวหรือหลายคน (ห้างหุ้นส่วนสามัญ) หรือนิติบุคคล รวมทั้งนิติบุคคลที่ตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศที่มาตั้งส านักงานสาขาในประเทศ ไทย ซึ่งประกอบกิจการอันเป็นพาณิชยกิจตามที่กระทรวง พาณิชย์ก าหนด


ตามประมวลรัษฎากร ให้อ านาจกรมสรรพากรจัดเก็บภาษี 5 ประเภท ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงิน ได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ภาษีอากรแต่ละ ประเภทมีลักษณะและวิธีการจัดเก็บที่แตกต่างกัน ดังนี้


ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไป หรือ จากหน่วยภาษีที่มีลักษณะพิเศษตามที่ กฎหมายก าหนดและมีรายได้เกิดขึ้น ตามเกณฑ์ที่ก าหนด ธุรกิจที่ไม่ได้จด ทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือกลุ่มคณะ บุคคลต้องเสียภาษีประเภทนี้ โดยปกติ จัดเก็บเป็นรายปี *ทั้งนี้การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาส าหรับเงินได้สุทธิ150,000 บาทแรก ยังคงสามารถใช้ต่อไปตามพระราช กฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่470) พ.ศ. 2551


ภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นภาษีอากรที่จัดเก็บจากเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติ บุคคล ที่จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และหมายความรวมถึงนิติ บุคคลอื่นๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์


ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีตามประมวลรัษฎากรประเภทหนึ่งซึ่งจัดเก็บจากผู้ประกอบการที่ท าธุรกิจเฉพาะอย่าง ตามแบบ แสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ คือแบบ ภ.ธ.40 ผู้ประกอบการที่มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ มีหน้าที่จัดท ารายงานแสดง รายรับก่อนหักรายจ่ายที่ต้องเสียภาษีและรายรับที่ไม่ต้องรวมค านวณเพื่อเสียภาษีโดยจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะทุก เดือน


อัตราภาษี ธุรกิจเฉพาะ


เป็นภาษีตามประมวลรัษฎากรประเภทหนึ่ง จัดเก็บจากการกระท า ตราสาร 28 ลักษณะ ตามที่ก าหนดไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยที่ต้องซื้ออากรแสตมป์มาติดได้จาก ส านักงานสรรพากรท้องที่ สาขา โดยตัวอากรจะมีลายน ้าบอกปีที่ผลิต จึงควรซื้อมาติด โดยทันทีที่มีการท าสัญญาต่างๆ


นอกจากการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ และกฎหมายภาษีตามประมวลรัษฎากรแล้ว ผู้ประกอบการจ าเป็นต้อง ศึกษากฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีป้าย อากรแสตมป์รวมทั้งการคุ้มครอง ทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ อีกด้วย ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เป็นภาษีที่ต้องจ่ายไปในทันทีตรงที่ที่เรามีรายจ่าย ผู้ที่ต้องจ่ายคือผู้ที่ให้เงิน ซึ่งในทางกฎหมายได้ ก าหนดไว้ว่าสามารถยื่นจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่าย ได้ ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป


ภาษีป้าย คือ ภาษีที่เก็บจากการแสดงป้ายชื่อ ยี่ห้อ หรือโลโก้บนวัตถุใดๆ ด้วยตัวอักษร ภาพบนป้ายทั่วไป ป้ายบิลบอร์ด ตามตึกตามทางด่วน ป้ายผ้าใบ หรือป้ายไฟ ที่ ใช้เพื่อหารายได้หรือการโฆษณา ล้วนต้องเสียภาษีป้ายทั้งสิ้น


สิทธิบัตร คือ หนังสือส าคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์หรือการออกแบบ ผลิตภัณฑ์การประดิษฐ์คือ ผลงานสร้างสรรค์เกี่ยวกับการผลิตผลิตภัณฑ์ซึ่งมี 2 ลักษณะ ดังนี้


อนุสิทธิบัตร คือ หนังสือส าคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์โดยอนุ สิทธิบัตรและสิทธิบัตรการประดิษฐ์ต่างก็มีขอบเขตให้ความ คุ้มครองการประดิษฐ์เช่นเดียวกัน แต่อนุสิทธิบัตรเป็นการ ประดิษฐ์ที่มีเทคนิคที่ไม่สูงมาก อาจจะเป็นการปรับปรุงเพียง เล็กน้อย ส่วนสิทธิบัตรการประดิษฐ์จะต้องมีการแก้ไขปัญหา ทางเทคนิคของสิ่งที่มีมาก่อน หรือที่เรียกว่า มีขั้นการประดิษฐ์


เครื่องหมายการค้า หมายถึง เครื่องหมายที่ใช้หรือจะใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับสินค้าเพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้ เครื่องหมายของเจ้าของเครื่องหมายนั้นแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคล อื่น ซึ่งเครื่องหมายการค้าอาจจะเป็นภาพถ่าย ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ตรา ชื่อ ค า ข้อความ ตัวหนังสือ ตัวเลข ลายมือชื่อ กลุ่มของสีรูปร่าง หรือรูปทรงของวัตถุหรือสิ่งเหล่านี้อย่างใด หนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน


กฎหมายแรงงาน หมายถึง กฎหมายที่บัญญัติถึงสิทธิและหน้าที่ของนายจ้าง ลูกจ้าง องค์กรของนายจ้างและ องค์กรของลูกจ้าง รวมทั้งมาตรการที่ก าหนดให้ปฏิบัติต่อกันเพื่อให้การจ้างงานและการใช้งาน การประกอบกิจการและความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเป็นไปโดยเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับการบูรณาการฐานข้อมูลประชาชนและบริการภาครัฐเป็นการรองรับ นโยบาย THAILAND 4.0 ส านักงานประกันสังคมได้ท าการเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ประกันตน เข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ของส านักงานทะเบียนกลาง กรมการปกครอง พร้อมกันนี้จะยกเลิก การพิมพ์บัตรรับรองสิทธิรักษาพยาบาลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป


โดยผู้ประกันตนสามารถแสดงบัตรประจ าตัวประชาชนเมื่อเข้ารับบริการ ณ สถานพยาบาลตามสิทธิ ทั้งนี้ผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิรับบริการทางการแพทย์ได้ตลอดอายุความเป็นผู้ประกันตน


Click to View FlipBook Version