ผักสลัด
( lettuce )
คำนำ
ห นั ง สื อ อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์ เ ล่ ม นี้ ผู้ จั ด ทำ ไ ด้ ร ว บ ร ว ม เ นื้ อ ห า เ กี่ ย ว กั บ ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง ผั ก ส ลั ด
ชนิดของผักสลัดที่นิยมรับประทานคุณค่าทางโภชนาการของผักสลัด ลักษณะทางพฤษ
ศาสตร์ การปลูก การดูแล และการเก็บเกี่ยวของผักสลัด 5 ชนิด ได้แก่ กรีนโอ๊ค
บัตเตอร์เฮด ผักกาดคอส เรดโครอล และผักร็อคเก็ต พร้อมทั้งวิดีโอสาธิตการเพาะเมล็ด
ผักสลัดทั้ง 5 ชนิด และแบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียนและหลังเรียน สำหรับผู้เรียน
เ พื่ อ เ ป็ น ก า ร ท ด ส อ บ ค ว า ม รู้
ผู้ เ ขี ย น ห วั ง เ ป็ น อ ย่ า ง ยิ่ ง ว่ า ห นั ง สื อ อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์ เ ล่ ม นี้ จ ะ เ ป็ น ป ร ะ โ ย ช น์ ต่ อ ผู้ ที่ มี ส่ ว น
เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้สอนรวมทั้งผู้ที่สนใจใฝ่
รู้ ใ น ก า ร นำ ค ว า ม รู้ ที่ ไ ด้ ไ ป ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ ใ น ก า ร ต่ อ ย อ ด ค ว า ม รู้ ใ น ด้ า น ก า ร เ รี ย น
ทั้งนี้ ขอขอบพระคุณเจ้าของตำรา เอกสาร บทความ และงานวิจัยที่ผู้เขียนได้นำมา
ใช้ในการศึกษาค้นคว้าประกอบการเขียนหนังสือเล่มนี้ ขอขอบคุณอาจารย์ที่ปรึกษาที่ให้
โอกาส คำแนะนำผู้เขียนในการเขียนและเผยแพร่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์การขยายพันธุ์พืช
เล่มนี้ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำต้องขออภัยไว ณ ที่นี้ด้วย
ค ณ ะ ผู้ จั ด ทำ
หน้า | ก
สารบัญ
เรื่อง หน้า
คำนำ……………….…………….…………….…………….…………….…………….…………….…….. ก
สารบัญ…………….…………….…………….…………….…………….…………….…………….……… ข
ความหมายของผักสลัด…………….…………….…………….…………….…………….…………….…. 1
ผักสลัดที่นิยมรับประทาน…………….…………….…………….…………….…………….…………….. 2
คุณค่าทางโภชนาการของผักสลัด…………….…………….…………….…………….…………….…… 6
ลักษณะทางพฤษศาสตร์ การปลูก การดูแล และการเก็บเกี่ยวของกรีนโอ๊ค…………….…. 7
ลักษณะทางพฤษศาสตร์ การปลูก การดูแล และการเก็บเกี่ยวของบัตเตอร์เฮด…………… 11
ลักษณะทางพฤษศาสตร์ การปลูก การดูแล และการเก็บเกี่ยวของผักกาดคอส…………… 15
ลักษณะทางพฤษศาสตร์ การปลูก การดูแล และการเก็บเกี่ยวของเรดโครอล…………….. 19
ลักษณะทางพฤษศาสตร์ การปลูก การดูแล และการเก็บเกี่ยวของผักร็อคเก็ต……………. 23
บรรณานุกรม…………….…………….…………….…………….…………….…………….……………. 27
หน้า | ข
ความหมายของผักสลัด
ผักสลัด หมายถึง พืชที่อยู่ในตระกูล Compositae หรือ Asteraceac
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lactuce sativa L. คำว่า lactuca มาจากภาษาละติน
หมายถึง พืชที่มียางสีขาวเหมือนน้ำนม มีถิ่นกำเนิดอยู่ในยุโรปและเอเชีย
ลำต้นเตี้ยแต่ส่วนที่เจริญมากที่สุดคือใบ ผักสลัดเป็นพืชที่ได้รับความนิยมใน
การบริโภคเป็นอย่างมาก โดยนิยมนำไปบริโภคสดและประกอบอาหารเพื่อ
สุขภาพที่ผ่านการปรุงแต่งน้อย เนื่องจากปลูกง่ายมีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น อุดม
ไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆมากมาย นอกจากนี้ผักสลัดยังอุดมไปด้วย
ร ง ค วั ต ถุ ห ล า ย ช นิ ด ที่ มี คุ ณ ค่ า ท า ง โ ภ ช น า ก า ร ต่ อ ร่ า ง ก า ย ม นุ ษ ย์
หน้า | 1
ชนิดของผักสลัดที่นิยมรับประทาน
1. กรีนโอ๊ค (Green Oak Lettuce)
เป็นผักที่นิยมกินกันมากที่สุด มีลักษณะเป็นทุ่ม ใบหยัก
สีเขียว ใบค่อนข้างนุ่มรับประทานง่าย จึงเหมาะมากสำหรับมือ
ใหม่ที่เริ่มรับประทานผักสลัด มีแคลอรีต่ำ กากใยอาหารสูง
ช่วยย่อยอาหารได้ง่าย จึงเป็นผักที่เหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก
และยังมีวิตามินสูง ช่วยบำรุงสายตา บำรุงระบบประสาท และ
กล้ามเนื้อ
2.เรดโอ๊ค (Red Oak)
คล้ายกรีนโอ๊ค เป็นผักสลัดที่มีลักษณะเป็นพุ่มสวย
สีแดงเข้ม มีกากใยอาหารสูง ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกิน ล้างผนัง
ลำไส้ ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ กระตุ้นระบบขับถ่ายให้
ทำงานเป็นปกติ มีธาตุเหล็กและวิตามินซีสูง มีสารต้านอนุมูล
อิสระ ช่วยลดเสี่ยงป่วยเป็นหวัด ไม่เหมาะกับการปรุงร้อน
เหมาะสำหรับการรับประทานสดมากกว่า
3. เรดคอรัล (Red Coral)
มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "ผักกาดหอมแดง" อยู่ในตระกูล
เดียวกันกับกรีนคอรัล แตกต่างกันที่สีสัน ใบมีสีแดงอมม่วง
ปลายใบหยักฟู มีลักษณะคล้ายกับปะการัง เป็นผักสีแดงที่ให้
แคลอรีต่ำ มีความกรอบ มีวิตามินบี วิตามินซีสูง และมีไฟเบอร์
ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก มีแร่ธาตุหลายชนิดที่ดีต่อร่างกาย เป็น
ผักที่นิยมนำมาตกแต่งจาน สามารถเอาไปย่างหรือทำสลัด เป็น
เครื่องเคียงคู่เมนูยำช่วยดับเผ็ดได้
หน้า | 2
4. บัตเตอร์เฮด (Butter Head)
มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ผักกาดบอสตัน หรือ บิบ ในอเมริกา
มีลักษณะกลม อวบอ้วน มีใบซ้อนกันหนาคล้ายกะหล่ำ มองจาก
ด้านบนคล้ายดอกกุหลาบ เป็นผักฉ่ำน้ำ รสชาติหวานกรอบ
มีสรรพคุณบำรุงเส้นผม บำรุงสายตา บำรุงระบบประสาท
บำรุงผิวพรรณ ช่วยลดความดันโลหิตสูง ป้องกันโรคโลหิตจาง
เป็นผักสลัดที่ทำได้หลายเมนูอร่อย เช่น รับประทานสด
ใส่ในแฮมเบอร์เกอร์ สามารถผัดน้ำมันหอยกินร้อน ๆ
5. ผักกาดคอส (Cos)
มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ผักโรเมน (Romaine) มีลักษณะ
ไม่เหมือนผักสลัดประเภทอื่น ๆ เพราะมีใบสีเขียวเรียวยาว
เป็นผักกรอบ ก้านอวบสีขาว ไม่ค่อยมีกลิ่นเหม็นเขียว ไม่ขม
มีวิตามินและธาตุเหล็กสูง ซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดแดง
ในร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง สามารถทน
ความร้อนได้ดีกว่าผักสลัดชนิดอื่นๆ นิยมนำไปทำซีซ่าสลัด
6. ผักกาดแก้ว (Iceberg Lettuce)
มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ผักกาดหอมคริปส์เฮด หรือ ไอซ์เบิรก์”
เป็นผักสลัดที่ใบซ้อนเกาะกันหลวมๆ ลักษณะใบนิ่ม สีเขียวอ่อน
ก้านใบสีขาว ฉ่ำน้ำ อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง
ฮีโมโกลบินดีต่อผู้ป่วยโรคเลือด นิยมรับประทานสด ทำสลัด หรือ
ร่วมกับอาหารเมนูยำ ลาบ หรือทานร่วมกับหมูย่างเกาหลี
หน้า | 3
7. เบบี้ร็อคเก็ต (Baby Rocket)
มีใบเล็กเรียว นุ่ม สีเขียวอ่อน มีรสฉุนซ่า และขมเล็กน้อย
เหมาะกับการรับประทานคู่กับน้ำสลัดที่มีส่วนผสมน้ำส้มสายชู
หรือน้ำสลัดรสจัดเข้มข้น สารในเบบี้ร็อกเกตช่วยล้างสารพิษใน
ร่างกาย ควบคุมความดันเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ทำให้กระดูก
แข็งแรง
8. ไวลด์ ร็อคเก็ต (Wild Rocket)
มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “อลูกูล่าร็อกเก็ต” (Arugula Rocket)
เป็นผักสลัดใบเรียวยาว เป็นหยักแฉก มีรสซ่าๆ เผ็ดปนขม
กลิ่นฉุนมากกว่าเบบี้ร็อกเก็ต มีสรรพคุณช่วยบำรุงกระดูก
มีแคลเซียมสูง อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเค และโพแทสเซียมที่
มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นแหล่งของกลูโคซิโนเลต ที่มีฤทธิ์ช่วย
กระตุ้นการทำงานของตับในการผลิตเอนไซม์ และช่วยต้านการ
เกิดโรคมะเร็ง อีกทั้งยังมีสารอาหารช่วยบำรุงดวงตาและหัวใจ และ
มีโฟเลต ลูทีน ซีแซนทีน ใยอาหาร และแคโรทีนอยด์
ฝรั่งนิยมรับประทานโดยโรยกับชีส
9. เรดิชิโอ (Radicchio)
เป็นผักในตระกูลผักกาดหอม ลักษณะรูปทรงคล้ายกะหล่ำ
แต่มีสีแดงอมม่วง มีก้านใบสีขาว ปลายใบสีแดงอมม่วงนี้
มีสารในกลุ่ม Flavonoid มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
มีวิตามินบีหลายชนิดและวิตามินเค รวมถึงแร่ธาตุสำคัญๆ
นิยมนำมารับประทานสด หรือตกแต่งในจานสลัด เพิ่มสีสัน
ในอาหาร หรือเป็นเครื่องเคียงกับอาหาร
หน้า | 4
10. มิซูน่า (Mizuna)
หรือผักน้ำญี่ปุ่น อาจรู้จักกันในนาม กิโยนะ (Kyona) และ
โพเธิร์บ มัสตาร์ด (Potherb Mustard) เป็นผักพื้นเมืองญี่ปุ่น
ใบสีเขียวเข้ม เรียวยาว ขอบใบหยัก ก้านยาวขาวอวบ กรอบ
และมีน้ำอยู่ข้างใน อุดมไปด้วยแคลเซียม ที่ช่วยให้กระดูกและฟัน
แข็งแรง ให้วิตามินซีสูงช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายและ
ลดคลอเลสเตอรอลได้ มีแคโรทีนสูงกว่าผักปกติถึง 2 เท่า เหมาะ
สำหรับนำมารับประทานสดในสลัด หรือเครื่องเคียง
อาหารประเภทเนื้อ หรือจะใส่ในซุปก็ได้
11. ผักโขมเบบี้ (Baby Spinach)
มีใบกลมสีเขียวเข้ม ก้านใบยาว คล้ายใบหูกวาง อุดมไปด้วย
ธาตุเหล็กบำรุงเลือด แคลเซียมบำรุงกระดูก โพแทสเซียมที่ช่วย
ควบคุมการเต้นของหัวใจ และความดันเลือด มีวิตามินซีป้องกัน
การเป็นหวัด วิตามินบี 2 ช่วยในการเจริญเติบโต มีรสหวานอร่อย
นำมาทำผักสลัด หรือทำซุปผักโขม
12. ฟิลเลย์ ไอซ์เบิร์ก (Frillice Iceberg Lettuce)
มีใบหยิกและเป็นฝอยคล้ายเกล็ดน้ำแข็ง มีใบสีเขียวอ่อนและ
สีเขียวเข้ม มีลักษณะอวบ กรอบ มีความฉ่ำน้ำ สรรพคุณช่วย
สร้างเม็ดเลือด วิตามินซีสูงมาก ป้องกันโรคหวัดและเสริมสร้าง
ภูมิคุ้มกันของร่างกายโรคหวัดได้เป็นอย่างดี ช่วยขับน้ำนมจึงดี
กับคุณแม่มือใหม่ สร้างเม็ดเลือด ช่วยลดท้องอืดท้องเฟ้อ ขับถ่าย
ได้เป็นอย่างดีเยี่ยม นิยมรับประทานสด ๆ อุดมไปด้วยสารอาหาร
เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอื่น ๆ อีกมากมาย
หน้า | 5
13. ผักกาดหอม (Green Coral lettuce)
อาจเรียกว่า “กรีนคอรัล” มีลำต้นอวบน้ำขนาดเล็ก
มีใบขนาดใหญ่นุ่มสีเขียวอ่อน ปลายใบหยิกกว้าง ห่อกันเป็นชั้นๆ
มีคุณค่าทางอาหารสูง อุดมไปด้วยวิตามิน ช่วยให้นอนหลับง่าย
ขับปัสสาวะ ล้างพิษ ขับเหงื่อ และแก้ไข้ มีรสขมเล็กน้อย
รับประทานได้ทั้งแบบสด หรือนำไปปรุงสุก
14. ผักเคล (Kale)
อาจเรียกกันว่า "คะน้าใบหยัก" เป็นผักตระกูลเดียวกับ
กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก กะหล่ำบรัสเซลส์ และบล็อคโคลี เป็นผัก
ใบหยักสีเขียวเข้มและมีลำต้นที่แข็งเป็นเส้นๆ มีสารอาหารมากมาย
เช่น โปรตีน, แคลเซียม, โพแทสเซียม, แมกนีเซียม, ธาตุเหล็ก,
วิตามินเอ, วิตามินซี, วิตามินเค, วิตามินบี 1 บี 2 บี 3,
มีไฟเบอร์สูง ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน มีสารลูทีนและ
ซีแซนทีนในปริมาณมาก ช่วยดูแลดวงตาได้อย่างดี
หน้า | 5
คุณค่าทางโภชนาการของผักสลัด
โดยคุณค่าทางโภชนาการของผักสลัด 100 กรัม
ให้พลังงานประมาณ 15 กิโลแคลอรี
ซึ่งมีปริมาณคุณค่าทางโภชนาการดังนี้
โปรตีน 1.36 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 2.87 กรัม
ไขมัน 0.15 กรัม
น้ำ 94.98 กรัม
เส้นใยอาหาร 1.3 กรัม
แคลเซียม 36 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 29 มิลลิกรัม
โพแทสเซียม 194 มิลลิกรัม
แมกนีเซียม 13 มิลลิกรัม
โซเดียม 28 มิลลิกรัม
วิตามินซี 9.2 มิลลิกรัม
หน้า | 6
กรีนโอ๊ค
GREEN OAK LETTUCE
หน้า | 7
ลักษณะทางพฤษศาสตร์
การปลูก การดูแล และ
การเก็บเกี่ยวของกรีนโอ๊ค
ลักษณะทางพฤษศาสตร์
ชื่อภาษาไทย : กรีนโอ๊ค
ชื่อภาษาอังกฤษ : Green Oak Lettuce
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lactuca scariola var.
ลำต้น : เป็นพืชฤดูเดียว มีลักษณะเป็นพุ่ม มีลำต้นอวบสั้น ช่วงข้อถี่
ใบ : ใบจะเจริญจากข้อเป็นกลุ่ม ใบมีเขียวอ่อนหรือเขียวเข้ม ขอบใบหยัก
ราก : มีระบบรากแก้วที่สามารถเจริญลงไปในดินได้อย่างรวดเร็ว
ดอก : ช่อดอกเป็นแบบ Panicle สูง 2-4 ฟุต ประกอบด้วย ดอก 10-25 ดอกต่อช่อเป็น
ดอกสมบูรณ์เพศกลีบดอกสีเหลือง หรือขาวปนเหลือง ดอกจะบานช่วงเช้าโดยเฉพาะ
ในช่วงที่อุณหภูมิต่ำ
การปลูก
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
เป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด แต่สามารถปลูกผักสลัดได้ผลดีที่สุดใน
ดินร่วน มีความอุดมสมบูรณ์ และมีอินทรีย์วัตถุสูง ความเป็นกรดเป็นด่าง (PH) ของดินอยู่ระหว่าง
6.0-6.8 ความชื้นในดินพอสมควร อุณหภูมิในการเพาะเมล็ด 16-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิที่
เหมาะสมในการเพาะปลูก 18-25 องศาเซลเซียส พื้นที่ควรให้ได้รับแสงเต็มที่ตลอดวัน และ
เนื่องจากใบมีลักษณะบาง ไม่ทนต่อฝน ดังนั้นในช่วงฤดูฝนควรปลูกใต้โรงเรือน
หน้า | 8
การเตรียมดิน
ขุดดินตากแดดและโรยปูนขาวหรือโดโลไมท์ อัตรา 0 – 100 กรัม/ตร.ม. ทิ้งไว้ 14 วัน ให้
วัชพืชแห้งตาย ขึ้นแปลงกว้าง 1 เมตร ใส่ปุ๋ย 12 – 24 – 12 และ 15 – 0 – 0 อัตรา 50
กิโลกรัม/ไร่ สัดส่วน 1 : 1 (รองพื้น) ปุ๋ยคอกอัตรา 2 – 4 ตัน/ไร่
การเพาะกล้า
สามารถเพาะกล้าแบบหยอดเมล็ดลงถาดหลุมแล้วค่อยย้ายได้
เตรียมดินเพาะต้นกล้า
ประกอบด้วย ขุยมะพร้าว 1 ส่วน แกลบดำ 1 ส่วน (ไม่แนะนำให้ใช้
แกลบใหม่เนื่องจากค่า pH สูงทำให้ต้นกล้าเหลือง) และมูลไส้เดือน 1 ส่วน
1.นำดินเพาะใส่ถาดหลุมให้เต็มไม่ต้องอัดแน่น รดน้ำให้ชุ่ม
2.เจาะหลุมไม่ต้องลึกมาก แล้วหยอดเมล็ดลงหลุม 1-2 เมล็ด
จากนั้นกลบเบาๆไม่กดแน่น
3.รดน้ำให้ชุ่มแล้ววางถาดไว้ที่ร่มรำไร (ไม่ควรวางกลางแจ้งโดยตรง
เพื่อป้องกันต้นกล้าเฉา และโดนฝน)
4.จากนั้นรดน้ำ เช้า-เย็น (หรือบางวันอากาศร้อนอาจจะ 3 ครั้ง
สังเกตหน้าดิน)
5.อายุกล้า 15-20 วัน ย้ายลงแปลงปลูก
หน้า | 9
การปลูก
รดน้ำแปลงให้ชุ่มก่อนย้ายกล้า ควรรดน้ำต้นกล้าก่อนย้าย
ประมาณ 30 นาที เพื่อให้รากยึดเกาะกับดิน ระยะปลูกประมาณ 20-
25 X 20-30 เซนติเมตร เจาะหลุม จากนั้นนำต้นกล้าลงหลุมแล้วก
ลบโคนต้น (แนะนำให้ย้ายกล้าช่วงบ่ายจนถึงเย็น)
การดูแลรักษา
การให้น้ำ
ช่วง 2 สัปดาห์แรกที่ย้ายต้นกล้าลงปลูก ควรให้น้ำเช้า-เย็น
อย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรรดจนแฉะเกินไป
การให้ปุ๋ย
หลังจากปลูกลงแปลงประมาณ 15-20 วัน สามารถใส่ปุ๋ยคอก
หรือปุ๋ยหมักได้ โดยโรยห่างจากโคนต้นและพรวนกลบดิน
การเก็บเกี่ยว
อายุที่เหมาะสำหรับการเก็บรับประทานคือ ช่วง 40-45 วัน
ควรเลือกเก็บขณะที่ใบยังอ่อน กรอบ ไม่เหนี่ยวกระด้าง ไม่ควรเก็บ
ขณะต้นแก่เพราะจะมีรสขม
เก็บเกี่ยวด้วยวิธีการตัดโดยใช้มีดตัดตรงโคนต้น แล้วตัดแต่ง
ใบเสียทิ้งไป จุ่มน้ำเพื่อให้ยางสีขาวออก และสลัดน้ำออกให้หมด
เพราะถ้ามีน้ำขังอยู่จะเน่าเสียง่าย
หน้า | 10
บัตเตอร์เฮด
BUTTERHEAD LETTUCE
หน้า | 11
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
การปลูก การดูแลรักษา และ
การเก็บเกี่ยวของบัตเตอร์เฮด
ลักษณะทางพฤษศาสตร์
ชื่อภาษาไทย : บัตเตอร์เฮด
ชื่อภาษาอังกฤษ : Butterhead Lettuce
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lactuca sativa L.
ลำต้น : เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุสั้นฤดูเดียว ลำต้นเดี่ยว มีลักษณะกลมๆ อวบอ้วน มีข้อสั้นๆ
จะมีก้านใบหนาและอวบน้ำหุ้มอยู่ ออกเรียงสลับโดยรอบๆ กาบใบห่อซ้อนกัน ปกคลุมที่โคน
ลำต้น ห่อหัวแบบหลวม
ใบ : เป็นใบเลี้ยงเดี่ยว ออกตรงโคนลำต้น ออกตามข้อสั้น เรียงสลับรอบๆ กาบใบที่อยู่ด้านนอกใหญ่
กว่ากาบใบที่อยู่ด้านใน ใบเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆคล้ายดอกกุหลาบ ห่อหัวแบบหลวม
ใบมีลักษณะทรงกลม กว้างใหญ่เป็นมัน มีใบอ่อนนุ่ม มีก้านใบใหญ่ เป็นกาบหนาและอวบฉ่ำน้ำ
ราก : เป็นระบบรากแก้ว มีลักษณะอวบกลมๆ แทงลึกลงในดิน มีรากฝอยและรากแขนงเล็กๆออก
รอบๆบริเวณลำต้น มีสีน้ำตาล
ดอก : ออกเป็นช่อ ก้านช่อดอกใหญ่ยาว มีแขนงก้านย่อยมาก แบบเชิงหลั่น มีดอกย่อยออกที่โคนไป
ปลายยอด ดอกมีลักษณะเล็กๆ กลีบดอกมีสีเหลือง กลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อน
หน้า | 12
การปลูก
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
เป็นพืชที่ต้องการสภาพอากาศเย็น อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่
ระหว่าง 10 – 24 องศาเซลเซียส ดินที่เหมาะสมต่อการปลูกควรร่วน
ซุย มีความอุดมสมบูรณ์ และมีอินทรียวัตถุสูง หน้าดินลึกและอุ้มน้ำ
ได้ดีปานกลาง สภาพความเป็นกรด-ด่างของดินอยู่ระหว่าง 6.0 –
6.5 พื้นที่ปลูกควรโล่ง และได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่เนื่องจากใบมี
ลักษณะบางไม่ทนต่อฝน ดังนั้นในช่วงฤดูฝนควรปลูกใต้โรงเรือน
การเตรียมดิน
ขุดดินตากแดดและโรยปูนขาวหรือโดโลไมท์ อัตรา 0 – 100
กรัม/ตร.ม. ทิ้งไว้ 14 วัน ให้วัชพืชแห้งตาย ขึ้นแปลงกว้าง 1 เมตร
ใส่ปุ๋ย 12 – 24 – 12 และ 15 – 0 – 0 อัตรา 50 กิโลกรัม/ไร่
สัดส่วน 1 : 1 (รองพื้น) ปุ๋ยคอกอัตรา 2 – 4 ตัน/ไร่
การเพาะกล้า
เพาะกล้าในถาดหลุมแบบประณีต ดินที่เพาะควรมีระบบน้ำที่ดี
อายุกล้าประมาณ 3 – 4 อาทิตย์
การปลูก
รดน้ำแปลงให้ชุ่มก่อนย้ายกล้า ควรรดน้ำต้นกล้าก่อนย้าย
ประมาณ 30 นาที ระยะปลูก 30x30 เซนติเมตร 3 แถวในฤดูร้อน
และ 40 x 40 เซนติเมตร 3 แถวในฤดูฝน (เพื่อป้องกันการระบาด
ของโรค ) เจาะหลุม จากนั้นนำต้นกล้าลงหลุมแล้วกลบโคนต้น
(แนะนำให้ย้ายกล้าช่วงบ่ายจนถึงเย็น)
หน้า | 13
การดูแลรักษา
การให้น้ำ
ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอต่อการเจริญเติบโต
ไม่ควรให้น้ำมากเกินไป อาจทำให้เกิดโรคโคนเน่า
การให้ปุ๋ย
หลังปลูก 7 วันใส่ปุ๋ย 46 – 0 – 0 หรือ ผสม 15 – 15 – 15 อัตรา
50 กิโลกรัม/ไร่ อย่างละครึ่ง พร้อมกำจัดวัชพืช หลังปลูก 20 - 25 วัน
ใส่ปุ๋ย 13 – 13 – 21 พร้อมกำจัดวัชพืช ขุดร่องลึก 2 – 3 เซนติเมตร
รัศมีจากต้น 10 เซนติเมตร โรยปุ๋ย1/2 ช้อนโต๊ะ กลบดินแล้วรดน้ำ
การเก็บเกี่ยว
อายุเก็บเกี่ยว 45-55 วัน หรือผักห่อหัวดีแล้ว การเก็บควรเลือกเก็บขณะที่
ใบยังอ่อน กรอบ ไม่เหนียว กระด้าง ไม่ควรเก็บขณะต้นแก่เพราะจะมีรสขม
เก็บเกี่ยวด้วยวิธีการตัดโดยใช้มีดตัดตรงโคนต้น มื่อตัดแล้วทาปูนแดงบริเวณแผล
ที่ตัด แล้วตัดแต่งใบเสียทิ้งไป จุ่มน้ำเพื่อให้ยางสีขาวออก และสลัดน้ำออกให้หมด
เพราะถ้ามีน้ำขังอยู่จะเน่าเสียได้ง่าย บรรจุในตะกร้าพลาสติกที่กรุกระดาษรองทั้งตะกร้า
ลดอุณหภูมิเฉียบพลันลงเหลือประมาณ 3 องศาเซลเซียส
แล้วขนส่งด้วยรถห้องเย็นอย่างระมัดระวัง
หน้า | 14
ผักกาดคอส
COS LETTUCE
หน้า | 15
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ การปลูก
การดูแลรักษา และการเก็บเกี่ยวของผักกาดคอส
ลักษณะทางพฤษศาสตร์
ชื่อภาษาไทย : ผักกาดหวาน
ชื่อภาษาอังกฤษ : Cos Lettuce , Romain Lettuce
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lactuce sativa var. Longifolla
ลำต้น : เป็นพืชล้มลุก ลำต้นเป็นกอ
ใบ : ลักษณะใบยาวรี ซ้อนกันเป็นช่อ ใบบางกรอบ ก้านอวบสีขาว ใบหยักสีเขียวอ่อน
ไปจนถึงสีเขียวเข้ม
การปลูก
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
ต้องการสภาพอากาศเย็นอุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง
10-24 องศาเซลเซียส ดินที่เหมาะสมต่อการปลูกควรร่วนซุย มี
ความอุดมสมบูรณ์ และมีอินทรีย์วัตถุสูง หน้าดินลึก และ
อุ้มน้ำได้ดีปานกลาง สภาพความเป็นกรด-ด่างของดินอยู่
ระหว่าง 6.0 - 6.5 พื้นที่ปลูกควรโล่ง และได้รับแสงแดดอย่าง
เต็มที่ เนื่องจากใบมีลักษณะบาง ไม่ทนต่อฝน ดังนั้นในช่วง
ฤดูฝนควรปลูกใต้โรงเรือน
หน้า | 16
การเตรียมดิน
ขุดดินตากแดดและโรยปูนขาวหรือโดโลไมท์ อัตรา 0 - 100
กรัม/ตารางเมตร ทิ้งไว้ 14 วัน ให้วัชพืชแห้งตาย ขึ้นแปลงกว้าง
1 เมตร ใส่ปุ๋ย 12 - 24 - 12 และ 15 - 0 - 0 อัตรา 50
กิโลกรัม/ไร่ สัดส่วน 1 : 1 (รองพื้น) ปุ๋ยคอกอัตรา 2 - 4 ตัน/ไร่
การเพาะกล้า
เพาะกล้าในถาดหลุมแบบประณีต ดินเพาะควรมีระบบน้ำดี
อายุกล้าประมาณ 3 - 4 อาทิตย์
การปลูก
รดน้ำแปลงให้ชุ่มก่อนย้ายกล้า ควรรดน้ำต้นกล้าก่อนย้าย
ประมาณ 30 นาที ระยะปลูก 30x30 เซนติเมตร 3 แถว
ในฤดูร้อน และ 40 x 40 เซนติเมตร 3 แถว ในฤดูฝน
(เพื่อป้องกันการระบาดของโรค ) เจาะหลุม จากนั้นนำต้นกล้าลงหลุม
แล้วกลบโคนต้น (แนะนำให้ย้ายกล้าช่วงบ่ายจนถึงเย็น
หน้า | 17
การดูแลรักษา
การให้น้ำ
ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอต่อการเจริญเติบโต ไม่ควรให้มากเกินไป
อาจทำให้เกิดโรคโคนเน่า
การให้ปุ๋ย
หลังปลูก 7 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 46 - 0 - 0 ผสมสูตร 15 - 15 – 15 อัตราส่วน 1
: 1 ปริมาณ 50 กิโลกรัม/ไร่ พร้อมกำจัดวัชพืช หลังปลูก 20 - 25 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 13
- 13 - 21 โดยขุดร่องลึก 2 - 3 เซนติเมตร รอบโคนต้น รัศมีจากต้น 10
เซนติเมตร โรยปุ๋ย 1/2 ช้อนโต๊ะ กลบดินแล้วรดน้ำพร้อมกำจัดวัชพืช
การเก็บเกี่ยว
อายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 40 - 60 วัน หลังจากย้ายปลูกหรือใช้หลังมือกดดู
ถ้าแน่นก็สามารถเก็บได้ ( กดยุบแล้วกลับคืนเหมือนเดิม )
เก็บเกี่ยวโดยใช้มีดตัด และเหลือใบนอก 3-4 ใบ เพื่อป้องกันความเสียหาย
ในการขนส่ง หลีกเลี่ยงการเก็บเกี่ยวตอนเปียก และควรเก็บเกี่ยวตอนบ่ายหรือค่ำแล้ว
ผึ่งลมในที่ร่ม เมื่อตัดควรทาปูนแดงบริเวณแผลที่ตัด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรคเข้าสู่หัว
แล้วบรรจุลงในพลาสติกเพื่อรอขนส่งต่อไป ลดอุณหภูมิเฉียบพลันลงเหลือประมาณ
3 องศาเซลเซียส แล้วขนส่งด้วยรถห้องเย็นอย่างระมัดระวัง
หน้า | 18
เรดโครอล
RED CORAL LETTUCE
หน้า | 19
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
การปลูก การดูแลรักษา
และการเก็บเกี่ยวของเรดโครอล
ลักษณะทางพฤษศาสตร์
ชื่อภาษาไทย : ผักกาดหอมใบแดง
ชื่อภาษาอังกฤษ : Red Coral Lettuce
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lactuca sativa.
ลำต้น : เป็นพืชล้มลุก ลำต้นเป็นกออวบสั้น ช่วงข้อถี่
ใบ : จัดเป็นผักกาดหอมพันธุ์ใบไม่ห่อหัวชนิดหนึ่ง ใบจะเจริญ
จากข้อเป็นกลุ่ม ใบและขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย
มีสีเขียวปนแดง สีแดงอ่อน หรือแดงเข้ม ใบซ้อนกันเป็น
ชั้นๆ ผิวใบค่อนข้างแข็ง ก้านใบด้านในเป็นสีเขียวอ่อน
ลักษณะพุ่มจะคล้ายกรีนโครอล แต่จะมีขนาดเล็กกว่า
ราก : มีระบบรากแก้วที่สามารถเจริญลงไปในดินได้อย่างรวดเร็ว
ดอก : ช่อดอกเป็นแบบ Panicle สูง 2 - 4 ฟุต ประกอบด้วย ดอก 10 - 25 ดอกต่อช่อ เป็นดอกสมบูรณ์เพศ
กลีบดอกสีเหลือง หรือขาวปนเหลือง ดอกจะบานช่วงเช้า โดยเฉพาะในช่วงที่อุณหภูมิต่ำ
การปลูก
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
เป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด แต่สามารถปลูกผักสลัดได้ผลดีที่สุดในดินร่วน
เป็นพืชที่ต้องการสภาพอากาศเย็น อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 10 - 24 องศาเซลเซียส ความเป็นกรดด่าง
(0H) ของดินอยู่ระหว่าง 6.0 - 6.8 มีความชื้นในดินพอสมควร พื้นที่ปลูกควรโล่งและได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่
เนื่องจากใบผักกาดหอมใบแดงมีลักษณะบาง ไม่ทนต่อฝน ดังนั้นในช่วงฤดูฝนควรปลูกใต้โรงเรือน
หน้า | 20
การเตรียมดิน
ขุดดินตากแดดและโรยปูนขาวหรือโดโลไมท์ อัตรา 0 - 100 กรัม/ตารางเมตร ทิ้งไว้ 14 วัน ให้
วัชพืชแห้งตาย ขึ้นแปลงกว้าง 1 เมตร ใส่ปุ๋ย 12 - 24 - 12 และ 15 - 0 - 0 อัตรา 50 กิโลกรัม/
ไร่ สัดส่วน 1 : 1 (รองพื้น) ปุ๋ยคอกอัตรา 2 - 4 ตัน/ไร่
การเพาะกล้า
โดยหยอดเมล็ดลงถาดหลุมแล้วค่อยย้ายลงแปลง
เตรียมดินเพาะต้นกล้า
ประกอบด้วยขุยมะพร้าว 1 ส่วน แกลบดำ 1 ส่วน (ไม่แนะนำให้ใช้
แกลบใหม่เนื่องจากค่า pH สูงทำให้ต้นกล้าเหลือง) มูลไส้เดือน 1 ส่วน
1.นำดินเพาะใส่ถาดหลุมให้เต็มไม่ต้องอัดแน่น รดน้ำให้ชุ่ม
2.เจาะหลุมไม่ต้องลึกมาก แล้วหยอดเมล็ดลงหลุม 1-2 เมล็ด
จากนั้นกลบเบาๆไม่กดแน่น
3.รดน้ำให้ชุ่มแล้ววางถาดไว้ที่ร่มรำไร (ไม่ควรวางกลางแจ้งโดยตรงเพื่อ
ป้องกันต้นกล้าเฉา และโดนฝน)
4.จากนั้นรดน้ำ เช้า-เย็น (หรือบางวันอากาศร้อนอาจจะ 3 ครั้ง สังเกต
หน้าดิน)
5.อายุกล้า 15-20 วัน ย้ายลงแปลงปลูก
การปลูก
รดน้ำแปลงให้ชุ่มก่อนย้ายกล้า ควรรดน้ำต้นกล้าก่อนย้าย
ประมาณ 30 นาที ระยะปลูกประมาณ 20-25 X 20-30
เซนติเมตร (แล้วแต่ชนิดพันธุ์ ) เจาะหลุม จากนั้นนำต้นกล้าลง
หลุมแล้วกลบโคนต้น (แนะนำให้ย้ายกล้าช่วงบ่ายจนถึงเย็น)
หน้า | 21
การดูแลรักษา
การให้น้ำ
ช่วง 2 สัปดาห์แรกที่ย้ายต้นกล้าลงปลูก ควรให้น้ำเช้า-เย็น อย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรรดจนแฉะเกินไป
อาจทำให้เกิดโรคโคนเน่า
การให้ปุ๋ย
หลังปลูก 7 วันใส่ปุ๋ย 46 - 0 - 0 หรือผสม 15 - 15 - 15 อัตรา 50 กิโลกรัม/ไร่ อย่างละครึ่ง
พร้อมกำจัดวัชพืช หลังปลูก 20 - 25 วัน ใส่ปุ๋ย 13 - 13 - 21 พร้อมกำจัดวัชพืช ขุดร่องลึก 2 - 3
เซนติเมตร รัศมีจากต้น 10 เซนติเมตร โรยปุ๋ย1/2 ช้อนโต๊ะ กลบดินแล้วรดน้ำ
การเก็บเกี่ยว
อายุเก็บเกี่ยว 45-55 วัน ควรเลือกเก็บขณะที่ใบยังอ่อน
กรอบ ไม่เหนียว กระด้าง ไม่ควรเก็บขณะต้นแก่เพราะจะมีรสขม
โดยเก็บเกี่ยวด้วยมีดตัดตรงโคนต้น แล้วตัดแต่งใบเสียทิ้งไป
จุ่มน้ำเพื่อให้ยางสีขาวออก และสลัดน้ำออกให้หมด เพราะถ้ามีน้ำขัง
อยู่จะเน่าเสียได้ง่าย เมื่อตัดแล้วทาปูนแดงบริเวณแผลที่ตัด
ลดอุณหภูมิเฉียบพลันลงเหลือประมาณ 3 องศาเซลเซียส แล้วขนส่ง
ด้วยรถห้องเย็นอย่างระมัดระวัง
หน้า | 22
ผักร็อคเก็ต
ARUGULA
หน้า | 23
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ การปลูก การดูแลรักษา
และการเก็บเกี่ยวของผักร็อคเก็ต
ชื่อภาษาไทย : ร็อคเก็ต
ชื่อภาษาอังกฤษ: Arugula , Rucola
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eruca sativa
ลำต้น : เป็นพืชล้มลุก มีทรงพุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 20 - 100
เซนติเมตร มีอายุสั้นฤดูเดียว ลำต้นเดี่ยว มีลักษณะกลมๆ
มีข้อสั้นๆ จะมีก้านใบหุ้มอยู่ ใบซ้อนกันแน่น ออกเรียงสลับ
โดยรอบๆ ปกคลุมที่โคนลำต้น ไม่ห่อหัว ก้านมีสีเขียวอ่อน
ใบ : เป็นใบเลี้ยงเดี่ยว ออกตรงโคนลำต้น ออกตามข้อสั้น
ออกเรียงสลับรอบๆ ใบที่อยู่ด้านนอกใหญ่กว่าใบที่อยู่ด้านใน
มีลักษณะทรงรี เรียวยาว ขอบใบโค้งกลมเรียบ หรือขอบใบ
หยักลึก เป็นซี่เลื่อย ใบสีเขียวเข้ม มีก้านใบยาว ก้านมีสีเขียว-
อ่อน รสชาติกรอบเผ็ดซ่า มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
ราก : เป็นระบบรากแก้ว มีลักษณะอวบกลมๆ แทงลึกลงในดิน
มีรากฝอยและรากแขนงเล็กๆ ออกรอบๆบริเวณลำต้น
มีสีน้ำตาล
ดอก : ออกเป็นช่อ ก้านช่อดอกใหญ่ยาว มีดอกย่อย แบบเชิงหลั่น มีดอกย่อยออกโคนไปที่ปลายยอดดอก
มีลักษณะเล็กๆ มีสี่กลีบ กลีบดอกมีสีเหลืองนวล กลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อน
ผล : มีผลเป็นฝัก มีลักษณะทรงกรวย ยาวรี ฝักแก่มีสีน้ำตาล
เมล็ด : อยู่ในฝักแก่ มีเมล็ดจำนวนมาก มีลักษณะทรงกลมเล็กๆ มีเปลือกหุ้มเมล็ดเป็นมัน มีสีน้ำตาล
หน้า | 24
การปลูก
สภาพอากาศที่เหมาะสม
ชอบอากาศหนาวเย็น เป็นพืชชอบน้ำ ชอบแสงแดด เป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ในดินทุกชนิด
โดยเฉพาะดินร่วนซุย ดินร่วนปนทรายจะเจริญเติบโตได้ดี
การเตรียมดิน
ขุดดินตากแดดและโรยปูนขาวหรือโดโลไมท์ อัตรา 0 - 100
กรัม/ตารางเมตร ทิ้งไว้ 14 วัน ให้วัชพืชแห้งตาย ขึ้นแปลงกว้าง
1 เมตร ใส่ปุ๋ย 12 - 24 - 12 และ 15 - 0 - 0 อัตรา 50
กิโลกรัม/ไร่ สัดส่วน 1 : 1 (รองพื้น) ปุ๋ยคอกอัตรา 2 - 4 ตัน/ไร่
การเพาะกล้า
หยอดเมล็ดลงถาดหลุมแล้วค่อยย้ายลงแปลง
เตรียมดินเพาะต้นกล้า
ประกอบด้วยขุยมะพร้าว 1 ส่วน แกลบดำ 1 ส่วน
(ไม่แนะนำให้ใช้แกลบใหม่เนื่องจากค่า pH สูงทำให้ต้นกล้าเหลือง)
มูลไส้เดือน 1 ส่วน
1.นำดินเพาะใส่ถาดหลุมให้เต็มไม่ต้องอัดแน่น รดน้ำให้ชุ่ม
2.เจาะหลุมไม่ต้องลึกมาก แล้วหยอดเมล็ดลงหลุม 1-2 เมล็ด
จากนั้นกลบเบาๆไม่กดแน่น
3.รดน้ำให้ชุ่มแล้ววางถาดไว้ที่ร่มรำไร (ไม่ควรวางกลางแจ้งโดยตรงเพื่อป้องกันต้นกล้าเฉา และโดนฝน)
4.จากนั้นรดน้ำ เช้า-เย็น (หรือบางวันอากาศร้อนอาจจะ 3 ครั้ง สังเกตหน้าดิน)
5.อายุกล้า 15-20 วัน ย้ายลงแปลงปลูก
หน้า | 25
การปลูก
รดน้ำแปลงให้ชุ่มก่อนย้ายกล้า ควรรดน้ำต้นกล้าก่อนย้ายประมาณ 30 นาที ระยะปลูกประมาณ 20-25
X 20-30 เซนติเมตร (แล้วแต่ชนิดพันธุ์ ) เจาะหลุม จากนั้นนำต้นกล้าลงหลุมแล้วกลบโคนต้น (แนะนำให้
ย้ายกล้าช่วงบ่ายจนถึงเย็น)
การดูแลรักษา
การให้น้ำ
ช่วง 2 สัปดาห์แรกที่ย้ายต้นกล้าลงปลูก ควรให้น้ำเช้า-เย็น อย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรรดจนแฉะเกินไป
อาจทำให้เกิดโรคโคนเน่า
การให้ปุ๋ย
หลังปลูก 7 วันใส่ปุ๋ย 46 - 0 - 0 หรือผสม 15 - 15 - 15 อัตรา 50 กิโลกรัม/ไร่ อย่างละครึ่ง
พร้อมกำจัดวัชพืช หลังปลูก 20 - 25 วัน ใส่ปุ๋ย 13 - 13 - 21 พร้อมกำจัดวัชพืช ขุดร่องลึก 2 - 3
เซนติเมตร รัศมีจากต้น 10 เซนติเมตร โรยปุ๋ย1/2 ช้อนโต๊ะ กลบดินแล้วรดน้ำ
การเก็บเกี่ยว
เก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 20 - 30 วัน หลังจากหยอดเมล็ด หรือเก็บเกี่ยวเมื่อต้นมีความยาวจากบริเวณโคนต้นถึง
ปลายใบระหว่าง 10 - 12 เซนติเมตร
โดยใช้มีดหรือกรรไกรตัดบริวณโคนราก ให้มีรากติดยาวประมาณ 0.5 - 1.0 เซนติเมตร ตัดแต่งใบเลี้ยง
และใบเหลืองออก เก็บเกี่ยวในช่วงเช้าหรือเย็น ลดอุณหภูมิเฉียบพลันลงเหลือ 3 องศาเซลเซียส แล้วขนส่งด้วยรถ
ห้องเย็นอย่างระมัดระวัง ในกรณีที่ไม่มีการลดอุณหภูมิเฉียบพลันหลังจากตัดแต่ง ให้บรรจุผลผลิตในกล่องโฟมที่
ใส่น้ำแข็งหรือ เจลไอซ์ทันที
หน้า | 26
บรรณานุกรม
กรมส่งเสริมการเกษตร. (2547). เอกสารวิชาการ การปลูกผักบนพื้นที่สูง. กลุ่มงานพัฒนา พื้นที่สูง:
กรุงเทพฯ
บัตเตอร์เฮด. (2561). ค้นจากhttp://www.herbalcitysanuk.com/wp-content/uploads/2018/11/
บัตเตอร์เฮด.pdf
ผักสลัด. (2563). ค้นจาก https://farmchannelthailand.com/main/ผักสลัด/
ไร่คุณลุงท๊อป ต้นอ่อนทานตะวัน ออแกนิค. (2563). ผักสลัดกรีนโอ๊ค.
ค้นจาก https://www.railungtop.com/รายละเอียด/ผักสลัดกรีนโอ๊ค?q=TP1
ไร่คุณลุงท๊อป ต้นอ่อนทานตะวัน ออแกนิค. (2563). ผักสลัดบัตเตอร์เฮด.
ค้นจาก https://www.railungtop.com/รายละเอียด/ผักสลัดบัตเตอร์เฮด
ไร่คุณลุงท๊อป ต้นอ่อนทานตะวัน ออแกนิค. (2563). ผักเรดโครอล.
ค้นจาก https://www.railungtop.com/รายละเอียด/ผักสลัดเรดโครอล?q=TP1
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง. (2558). ผักกาดหอมบัตเตอร์เฮด.
ค้นจาก https://hkm.hrdi.or.th/page/knowledge/detail/4
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง. (2558). ผักกาดหวาน.
ค้นจาก https://hkm.hrdi.or.th/page/knowledge/detail/6
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง. (2558). ผักกาดหอมใบแดง.
ค้นจาก https://hkm.hrdi.or.th/page/knowledge/detail/5
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง. (2558). ร็อคเก็ตสลัด.
ค้นจาก https://hkm.hrdi.or.th/page/knowledge/detail/30
หน้า | 27
บรรณานุกรม ( ต่อ )
สมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม. (2563). ผักกาดหอม.
ค้นจาก https://adeq.or.th/ผักกาดหอม/
Honestdocs. (2563). ผักกาดหอม (Lettuce). ค้นจาก https://hd.co.th/lettuce
Farm channel. (2563). Green Oak Lettuce (กรีนโอ๊ค).
ค้นจากhttps://farmchannelthailand.com/main/ผักสลัด/green-oak-lettuce-กรีนโอ๊ค/
Farm channel. (2563). Rocket Arugula Lettuce (ผักร็อคเก็ต หรือ ผักอลูกูล่า).
ค้นจาก https://farmchannelthailand.com/main/ผักสลัด/rocket-arugula-lettuce-ผัก
ร็อคเก็ต-หรือผักอ/
THAI-THAIFOOF.COM. (2560). ผักร็อคเก็ต.
ค้นจาก https://www.thai-thaifood.com/th/ผักร็อคเก็ต/
zen hydroponics. (2559). สลัดกรีนโอ๊ค (Green Oak Lettuce).
ค้นจาก https://zen-hydroponics.blogspot.com/2014/12/green-oak-lettuce.html
zen hydroponics. (2559). สลัดเรดโครอล (Red Coral Lettuce).
ค้นจาก https://zen-hydroponics.blogspot.com/2014/12/red-corallettuce.html
หน้า | 28