The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Ch5-ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thiranai Ouakhonchue, 2023-10-01 22:54:29

Ch5-ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

Ch5-ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

บทที่ 5 ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 1


2 บทน ำ


• การน าคอมพิวเตอร์มาช่วยงานในด้านต่างๆ ท าให้การท างานมีความสะดวกมาก ยิ่งขึ้น สามารถน าข้อมูลที่ได้จากการประมวลผลนั้นไปช่วยในการตัดสินใจและใช้ให้ เกิดประโยชน์ได้อย่างมาก • การประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์แบบเครื่องเดียวหลายๆ แผนก มีความ จ าเป็นที่ต้องใช้ข้อมูลร่วมกัน • แนวคิดของการน าเอาระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาเชื่อมโยงต่อกันเป็นเครือข่ายจึงได้ถือ ก าเนิดขึ้น รวมไปถึงเรื่องการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ร่วมกันด้วย บทน า 3


การสื่อสารข้อมูล •การสื่อสารข้อมูล (Data Communication) ) คือ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และสารสนเทศระหว่างอุปกรณ์ผ่านสื่อกลางที่ใช้รับข้อมูล ข้อมูลที่ใช้ รับส่งกันเป็นข้อมูลแบบดิจิทัล ที่อยู่ในรูปแบบ 0 และ 1 ที่เรียกว่า ไบนารี (Binary) 4


• อินเทอร์เน็ตเริ่มมาจากโครงการจัดตั้งของทหาร ที่ชื่อว่า อาร์พาเน็ต (APRANET) • ใช้มาตรฐานเดียวกันในการติดต่อสื่อสารกัน • มีการเชื่อมโยงกันลักษณะเป็นร่างแห ประวัติความเป็นมางานของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 5


ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ คือ การน าเอาคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องมา เชื่อมต่อเข้าไว้ด้วยกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร รวมถึงใช้ทรัพยากร บางอย่างของระบบร่วมกันได้ โดยมีวัตถุประสงค์ส าคัญ ดังนี้ •ใช้ทรัพยากรร่วมกัน ใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องพิมพ์ พื้นที่ในดิสก์ ซึ่ง จะประหยัดกว่าการมีอุปกรณ์เหล่านั้นหลายๆ ชุดส าหรับแต่ละเครื่อง •ใช้ข้อมูลในไฟล์ร่วมกัน ใช้ในกรณีที่ต้องการให้เรียกใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ได้จากหลายๆ เครื่อง •ความง่ายในการดูแลระบบ ท าให้สามารถดูแลและบริหารระบบได้จาก ที่เดียว ควำมหมำยและวัตถุประสงค์ของระบบเครือข่ำยคอมพิวเตอร์ 6


• Personal Area Network • แพน (PAN) เป็นเครือข่ายส่วนบุคคลที่ใช้ส าหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของการใช้งาน ส่วนบุคคลเรียกว่าเครือข่ายพื้นที่ส่วนบุคคล • มีนายโทมัส ซิมเมอร์แมนเป็นคนน าเสนอแนวคิดของเครือข่ายนี้ มีการเชื่อมต่ออยู่ในระยะ 10 เมตร เช่น บลูทูธ ( Bluetooth) เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะกับ สมาร์ทโฟน ประเภทของระบบเครือข่ำย มี 4 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้ 7


• Local Area Network • แลน (LAN) เป็นการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันในพื้นที่ขนาดเล็ก ใช้เชื่อมต่อเครื่อง คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไปผ่านสื่อกลางทั้งแบบมีสายและไม่มีสาย มีการถ่าย โอนข้อมูลในอัตราที่เร็วมาก ส่วนใหญ่จะใช้ในองค์กร ส านักงาน ในอาคารเดียวกันหรือบริเวณ อาคารใกล้เคียง เช่น เครือข่ายภายในบริษัท ประเภทของระบบเครือข่ำย มี 4 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้ 8


• Metropolitan Area Network • แมน (MAN) เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดกลางที่ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่กว่าแลน หน่วยงานภาครัฐใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ประเภทนี้เพื่อเชื่อมต่อกับประชาชนและ ภาคอุตสาหกรรม ใช้เชื่อมโยงเครือข่ายกันในระดับเขตหรือระดับเมือง ประเภทของระบบเครือข่ำย มี 4 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้ 9


• Wide Area Network • แวน (WAN) หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ สามารถครอบคลุมได้ทั้งประเทศ หรือทั่วโลก ประเภทของระบบเครือข่ำย มี 4 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้ 10


องค์ประกอบและการท างานของระบบเครือข่าย • เครือข่ายมีองค์ประกอบพื้นฐาน 2 ส่วน คือ องค์ประกอบด้านฮาร์ดแวร์ หมายถึง อุปกรณ์ที่ใช้ งานและเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายในเครือข่าย รวมทั้งอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกับภายนอกเครือข่าย • ซอฟต์แวร์ หมายถึง ระบบปฏิบัติการ โปรแกรม และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ใช้สนับสนุนการ ท างานและให้บริการต่าง ๆ เพื่ออ านวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ให้สามารถติดต่อสื่อสารผ่าน เครือข่ายได้ 11


อุปกรณ์เครือข่ำยคอมพิวเตอร์ • เรำเตอร์ (Router) เป็นอุปกรณ์จัดเส้นทางจะท าหน้าที่หาเส้นทางที่เหมาะสมเพื่อให้การส่ง ข้อมูล เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การที่อุปกรณ์จัดหาเส้นทางเลือกเส้นทางได้ถูกต้อง เพราะแต่ ละสถานีภายในเครือข่ายมีแอดเดรสก ากับ อุปกรณ์จัดเส้นทางต้องรับรู้ ต าแหน่งและสามารถน า ข้อมูล ออกทางเส้นทางได้ถูกต้องตามต าแหน่งแอดเดรสที่ก ากับอยู่ ในเส้นทางนั้น 12


อุปกรณ์เครือข่ำยคอมพิวเตอร์ • สวิทซ์(Switch) เป็นอุปกรณ์ส าหรับเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆให้เป็นเครือข่าย เดียวกัน หรือระหว่างเครือข่ายก็ได้ ท างานต่างจาก Hub คือไม่ส่งสัญญาณไปทุกพอร์ต แต่จะ ส่งไปยังพอร์ตที่เรียกใช้งานเท่านั้น 13


อุปกรณ์เครือข่ำยคอมพิวเตอร์ • กำร์ดแลน (LAN Card) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ส าหรับรับส่งข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ไปยังอีกเครื่องหนึ่ง หรือไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ในระบบเครือข่าย ดังนั้นคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องก็ จะต้องมีการ์ดแลนเป็นส่วนประกอบส าคัญอีกอย่างหนึ่ง และโดยเฉพาะการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ADSL ตามบ้าน มักจะใช้การ์ดแลนเป็นตัวเชื่อมต่ออีกด้วย การใช้การ์ดแลน จะใช้ควบคู่กับสาย แลนประเภท UTP หรือสาย CAT5, CAT5e, CAT6 เป็นต้น 14


อุปกรณ์เครือข่ำยคอมพิวเตอร์ • รีพรีตเตอร์ (Repeater) เป็นอุปกรณ์ที่มีหน้าที่เชื่อมต่อส าหรับขยายสัญญาณให้กับเครือข่าย เพื่อเพิ่มระยะทางในการรับส่งข้อมูลให้กับเครือข่ายให้ไกลออกไปได้กว่าปกติ ข้อจ ากัด คือท า หน้าที่ในการส่งต่อสัญญาณที่ได้มาเท่านั้น สามารถขยายสัญญาณได้ทั้งเครือข่ายแบบมีสายและ ไร้สาย 15


อุปกรณ์เครือข่ำยคอมพิวเตอร์ • แอคเซสพอยท์ (Access Point) เป็นอุปกรณ์ที่ท าหน้าที่คล้ายคลึงกับ switch ของระบบ เครือข่ายปกติ โดยจะท าหน้าที่รับส่งข้อมูลทางคลื่นความถี่กับ Wireless Card ซึ่งติดตั้งบน เครื่องของผู้ใช้แต่ละคน Access Point หมายถึง อุปกรณ์จุดเข้าใช้งานเครือข่ายไร้สาย ท าหน้าที่ รองรับการเชื่อมโยงจากเครื่องลูกข่าย 16


ตัวกลางน าข้อมูล • สำยบิดคู่ตีเกลียวชนิดไม่มีกำรกั้นสัญญำณรบกวน (Unshielded Twisted Pairs : UTP) เป็นสายบิดคู่ตีเกลียวที่ให้ในระบบวงจรโทรศัพท์ตั้งเดิม ในปัจจุบันได้ปรับปรุงคุณสมบัติจน สามารถใช้กับสัญญาณความถี่สูงได้ • สายยูทีพีใช้ลวดทองแดง 8 เส้น ขณะที่ในระบบโทรศัพท์จะใช้เพียง 2 หรือ 4 เส้น ซึ่งต่อเข้ากับ หัวต่อแบบ RJ45 ซึ่งเป็นตัวต่อมาตรฐานสามารถเลือกใช้งานได้ในหลายๆ รูปแบบ ลักษณะ คล้ายกับหัวต่อในระบบโทรศัพท์ทั่วไป แต่ในระบบโทรศัพท์ จะเรียกหัวต่อว่า RJ11 การที่มีสาย ทองแดงไว้หลายเส้นก็เพื่อให้หัวต่อ RJ45 • สาย UTP ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ สาย CAT5, CAT5E และ CAT6 17


ตัวกลางน าข้อมูล • สำยบิดคู่ตีเกลียวแบบมีส่วนป้องกันสัญญำณรบกวน (Shielded Twisted Pairs: STP) มีส่วนที่เพิ่มขึ้นมาคือ ส่วนที่ป้องกันสัญญาณรบกวนจากภายนอก ซึ่งชั้นป้องกันนี้อาจเป็นแผ่น โลหะบาง ๆ หรือใยโลหะที่ถักเปียเป็นตาข่าย ซึ่งชี้นป้องกันนี้จะห่อหุ้มสายคู่บิดเกลียวทั้งหมด ซึ่งจุดประสงค์ของการเพิ่มขั้นห่อหุ้มนี้เพื่อป้องกันการรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น คลื่นวิทยุจากแหล่งต่าง ๆ 18


ตัวกลางน าข้อมูล • เส้นใยแก้วน ำแสง (Fiber Optic) คือ เป็นตัวกลางของสัญญาณแสงชนิดหนึ่ง ที่ท ามาจากแก้ว ซึ่งมีความบริสุทธิ์สูงมาก สายใยแก้วน าแสงมีลักษณะเป็นเส้นยาวขนาดเล็ก มีขนาดประมาณเส้น ผมของมนุษย์เรา สายใยแก้วน าแสงที่ดีต้องสามารถน าสัญญาณแสงจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ได้ โดยมีการสูญเสียของสัญญาณแสงน้อยมาก • ปัจจุบันมีใช้ในระบบ Gigabit Ethernet รวมถึงโครงการอินเทอรืเน็ตความเร็วสูงโดยใช้สายใย แก้วน าแสงที่เรียกว่า FTTx เช่น FTTH (Fiber to The Home), FTTO (Fiber to The Office) และ FTTB (Fiber to The Building) 19


ตัวกลางน าข้อมูล • Bluetooth เป็นระบบสื่อสารของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบสองทาง ด้วยคลื่นวิทยุระยะสั้น (Short Range Radio Links) โดยปราศจากการใช้สายเคเบิ้ลหรือสายสัญญาณเชื่อมต่อ อาจจะ ใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หูฟังแบบไร้สายหรือส่งผ่านข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ และไม่ จ าเป็นจะต้องใช้การเดินทางแบบเส้นตรงเหมือนกับอินฟราเรด ซึ่งเพิ่มความสะดวก มากกว่าการ เชื่อมต่อแบบอินฟราเรด และยังสามารถส่งข้อมูลที่เป็นเสียง เพื่อใช้ส าหรับ Headset บน โทรศัพท์มือถือด้วย 20


ตัวกลางน าข้อมูล • Near Field Communication (NFC) เป็นเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายระยะสั้นประมาณ 4-10 ซ.ม. ที่ใช้ได้ดีกับโครงสร้างพื้นฐานแบบไม่สัมผัส เพื่อการสื่อสารระหว่างเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ในระยะใกล้ๆ NFC ถูกพัฒนาขึ้นโดย Sony และ NXP โดยใช้คลื่นความถี่ 13.56MHz. บนฐาน มาตรฐานISO 14443 เทคโนโลยี NFC นี้ช่วยให้การสื่อสารระหว่างอุปกรณ์สามารถท าได้ง่ายขึ้น ต่างจากเทคโนโลยีไร้สายประเภทอื่น ได้แก่ Wifi หรือ Bluetooth ที่ต้องมีตั้งค่าต่างๆ ก่อนการ ใช้งาน แต่เทคโนโลยี NFCเพียงแค่น าอุปกรณ์ เช่น โทรศัพท์มือถือ ไปใกล้กับเครื่องอ่าน หรือ RFID tag ก็สามารถที่จะท าการส่งข้อมูลระหว่างกันได้ทันที โดยไม่จ าเป็นต้องมีการตั้งค่าใดๆ ก่อนการใช้งาน 21


• มีลักษณะทางฮาร์ดแวร์ที่ยึดมาตรฐานของสถาบันวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐฯ (Institute of Electrical and Electronics Engineers : IEEE) ระบบเครือข่ำยแลน (Local Area Network) 22


• อีเทอร์เน็ตในระยะแรกใช้สายโคแอคเชียล (Coaxial) เป็นหลัก ต่อมาได้พัฒนาไปใช้สายแบบ UTP มากขึ้นเรื่อยๆ และเพิ่มความเร็วจาก 10 Mbps ขึ้นไปเป็น 100 - 1000 Mbps ปัจจุบันมี ความเร็วสูงถึง 10 Gbps Ethernet 23


•การส่งสัญญาณทางไฟฟ้าบนระบบอีเทอร์เน็ตจะมี 2 ลักษณะ • baseband คือ ส่งเป็นสัญญาณแบบดิจิตอล 0 และ 1 โดยไม่มีการผสม สัญญาณนี้เข้ากับสัญญาณความถี่สูงอื่น วิธีการนี้ท างานง่ายทั้งวงจรรับและส่ง แต่จะถูกรบกวนได้ง่ายและส่งได้ระยะทางไม่ไกล • broadband คือ การผสมสัญญาณข้อมูลที่จะส่งเข้ากับสัญญาณอนาล็อกหรือ คลื่นพาหะที่มีความถี่อื่น เพื่อให้ส่งได้ไกลและมีความเพี้ยนน้อยกว่าแบบ baseband วิธีส่งสัญญำณ 24


• อีเทอร์เน็ตแบบดั้งเดิมได้รับการพัฒนาให้มีความเร็วสูงจาก 10 Mbps เป็น 100 Mbps (Fast Ethernet) และ 1,000 Mbps (Gigabit Ethernet) หรือมากกว่านั้น จัดเป็นหลายกลุ่มด้วยกัน ดังนี้ • Fast Ethernet (100Base-T) เป็นระบบที่พัฒนาต่อจาก Ethernet โดยใช้สายที่ดีขึ้นกว่า 10Base-T สาย ที่ใช้กับระบบ 100Base-T จะแยกรับส่งข้อมูลเป็น 4 คู่สายด้วยความเร็วคู่สายละ 25 Mbps รวมเป็น 100 Mbps • Gigabit Ethernet (1000Base-T) เป็นเทคโนโลยีที่สามารถส่งข้อมูลได้ในระดับความเร็ว 1000 Mbps ซึ่ง เป็นมาตรฐานของเครือข่ายสูง ส าหรับงานที่ต้องการความเร็วมากๆ สายที่ใช้จะมีแบบที่เป็น UTP และ Fiber Optic • Gigabit Ethernet เป็นเทคโนโลยีที่สามารถรับส่งข้อมูลได้ในระดับความเร็ว 10,000 Mbps มักใช้กับการ เชื่อมต่อระหว่างเมืองหรือ WAN รวมถึงระดับเครื่องเซิร์ฟเวอร์และเดสท๊อปส าหรับเครื่องข่ายที่ต้องการ ความเร็วสูงมาก อีเทอร์เน็ตควำมเร็วสูง 25


• เครือข่ายแบบไร้สาย (Wireless Network) คือ เครือข่ายที่อาศัยคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) ในการรับส่งข้อมูล • ระบบแลนไร้สาย (WLAN) เป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายโดยใช้คลื่นวิทยุในการรับส่งข้อมูลระหว่าง เครื่องหนึ่งกับเครื่องอื่นๆ หรือระหว่างเครื่องที่มีการ์ดแลนไร้สายกับอุปกรณ์ Access Point ซึ่ง เป็นตัวกลางในการติดต่อทั้งระหว่างแต่ละเครื่องที่ใช้ Wireless LAN ด้วยกัน รวมถึงการ เชื่อมต่อเข้ากับระบบแลนแบบใช้สายทั้งภายในและภายนอกบริเวณ ระบบเครือข่ำยแลนไร้สำย (Wireless LAN) 26


• ปัจจุบันมาตรฐานระบบแลนไร้สาย เรียกรวมว่า IEEE802.11 หรือเรียกว่า Wi-Fi มำตรฐำนของระบบเครือข่ำยแลนไร้สำย มาตรฐาน ความถี่ ความเร็วสูงสุด 802.11a 5 GHz 54 Mbps 802.11b 2.4 GHz 11 Mbps 802.11g 2.4 GHz 54 Mbps 802.11n 2.4 GHz และ 5.1 GHz 300 Mbps 802.11ac 2.4 GHz และ 5.1 GHz 6.93 Gpbs 27


• Peer-to-Peer แต่ละเครื่องในเครือข่ายจะยอมให้เครื่องอื่นๆ ในระบบเข้ามาใช้ข้อมูลหรือ อุปกรณ์ของตนได้โดยเสมอภาคกัน กำรท ำงำนของคอมพิวเตอร์ในเครือข่ำย 28


• Server Based มีการก าหนดให้บางเครื่องเป็นแม่ข่ายเรียกว่า เซิร์ฟเวอร์ (Server) ท าหน้าที่ เป็นผู้ให้บริการแก่เครื่องลูกข่ายอื่นๆ ที่เรียกว่า ไคลเอนต์ (Client) สถานีงานที่เป็นลูกข่ายซึ่ง เรียกใช้และคอยรับบริการจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ 29


เทคโนโลยีเครือข่ำยอื่น ๆ • WiFi 6 คือ ยุคใหม่ของการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ใช้ 802.11ax รองรับคลื่นแค่ 2.4GHz และ 5GHz ตามมาตรฐานของ IEEE เพื่อเพิ่มความจุของสัญญาณ พื้นที่ครอบคลุมสัญญาณ และ ประสิทธิภาพในการใช้งานตามแต่ละผู้ใช้งานสัญญาณไร้สาย ได้รับการออกแบบช่องสัญญาณ ใหม่ ให้ส่งข้อมูลได้พร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน โดยจะเรียกว่า OFDA (Orthogonal Frequency Division Access) • สามารถรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้มากขึ้นในระดับกว้าง เช่น สนามกีฬา, สถานที่สาธรณะ ต่าง ๆ อาทิ สถานีรถไฟ/รถไฟฟ้า, สนามบิน, สถานีขนส่งผู้โดยสาร, ห้างสรรพสินค้า, โกดังเก็บ สินค้า, โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น โดยที่ยังคงให้ความเร็วสูงในการรับส่งสัญญาณด้วย ช่องสัญญาณที่กว้างขึ้น, สัญญาณรบกวนน้อย ทะลุทะลวงสิ่งกีดขวางได้มากขึ้น และใช้พลังงาน ในระดับต่ า รวมถึงตอบโจทย์การใช้งานแบบ Internet of Things (IoT) / สตรีมมิ่ง ได้ในทุก สภาวะแวดล้อม 30


WiFi 6 31


• Pocket Wifi เป็นอุปกรณ์ที่ท าหน้าที่เหมือน Access point แบบพกพา โดยเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ตด้วยสัญญาณมือถือ Pocket Wifi 32


• Project Fi เป็นโครงการของบริษัท Google ที่เปิดให้โทรศัพท์มือถือเลือกเชื่อมต่อระหว่าง เครือข่ายได้ในเครื่องเดียว • เช่น เราใช้บริการของเครือข่าย Truemove H แต่สลับไปใช้บริการของเครือข่าย Dtac หรือ Ais ได้ แต่จะใช้งานได้บนอุปกรณ์ที่รองรับเท่านั้น โดยตั้งค่าให้สลับการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย แล้วแต่ว่าช่วงใดเครือข่ายไหนสัญญาณแรงกว่าจะเลือกใช้เครือข่ายนั้น ซึ่งโทรศัพท์มือถือจะ เลือกเครือข่ายเอง บนอุปกรณ์จะขึ้นแสดงการเชื่อมต่อ "Fi Network" ProjectFi 33


• Project Loon เป็นโปรเจ็กของบริษัท Google วัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกคนได้มีอินเตอร์เน็ตใช้ใน ราคาที่ถูกลง ไม่ต้องติดตั้งสายให้ยุ่งยากหรือแม้แต่พื้นที่ห่างไกลความเจริญก็สามารถใช้ อินเตอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย • ใช้บอลลูนเป็นตัวเชื่อมสัญญาณไปยังผู้ที่ต้องการใช้อินเตอร์เน็ต ระดับความสูงประมาณ 20 กิโลเมตร ซึ่งต่ ากว่าระดับความสูงที่เครื่องบิน • ข้อดีคือ เด็กสามารถเรียนหนังสือผ่านทางไกลได้ ผู้ป่วยก็สามารถรักษากับหมอที่อยู่ห่างไกลได้ เกษตรกรสามารถค้นคว้าหาข้อมูล ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับผู้บริโภคได้โดยตรง Project Loon 34


•LiFi เป็นเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายที่ไม่ได้ใช้คลื่นวิทยุในการ กระจายสัญญาณแบบ Wi-Fi แต่ใช้การส่งสัญญาณผ่านล าแสงจากหลอดไฟ LED ท าให้ผู้ที่อยู่ในห้องที่มีแสงไฟจากหลอด LED ส่องถึงสามารถใช้งาน อินเทอร์เน็ตได้ LiFi 35


• Starlink พัฒนาโดยบริษัท SpaceX • เป็นการพัฒนา satellite bus ในราคาที่ถูกลง แต่ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น • เพื่อให้เกิดการสื่อสารอินเตอร์เน็ตอวกาศ • ใช้ดาวเทียมทั้งหมด 12,000 ดวง • จะเริ่มทดสอบระบบในระหว่างปี 2562 - 2563 อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม 36


• OneWeb วางแผนปล่อยดาวเทียม จ านวน 900 ดวง ที่ระยะ 1,100 กิโลเมตร ปล่อยดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรต่ าของโลก : LEO และได้เริ่ม โครงการด้วยการปล่อยดาวเทียม จ านวน 6 ดวง ไปแล้ว เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม 37


•โปรเจค Kuiper ของ Amazon และ โครงการดาวเทียม Athena ของ Facebook อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม 38


LoraWan • LoraWan เป็นเครือข่ายสื่อสารที่ส่งข้อมูลก าลังต่ าแบบไร้สาย และเป็นระบบเครือข่ายที่ สามารถส่งสัญญาณทางไกล หรือ “Long Range (LoRa)” โดยเป็นระบบที่สร้างขึ้นเพื่อ รองรับตลาดแบบ M2M (Machine2Machine) และอินเทอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง (IoT) ด้วย คลื่นสัญญาณวิทยุที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อรองรับกับสัญญาณในระดับที่ต่ ามาก และจะได้มา ซึ่งการส่งผ่านสัญญาณก าลังต่ าในระยะทางที่ต้องการ ซึ่งรูปแบบการสื่อสารตามที่ต้องการ มากที่สุดในการน าไปใช้กับตลาด IoT และ M2M ที่สามารถสื่อสารในระยะทาง 15 – 20 กิโลเมตร ด้วยช่องสัญญาณจ านวนมาก และสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 10 ปี 39


•Smart Home คือ การท าให้เครื่องใช้ภายในบ้าน เช่น ตู้เย็น โทรทัศน์ เตาไฟฟ้า หลอดไฟ ระบบรักษาความปลอดภัย ประตูหรือหน้าต่าง มา เชื่อมต่อกันให้เป็นระบบเดียว เป็นระบบการสื่อสารภายในบ้าน • ท าให้สามารถเข้าถึงและสามารถควบคุมอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ที่เชื่อมต่อ ผ่านทางอุปกรณ์สื่อสาร หรือคอมพิวเตอร์ ท าให้สะดวกสบาย สามารถใช้ ชีวิตให้ง่ายขึ้น เหมาะกับยุคที่ต้องเร่งรีบตลอดเวลา Smart Home 40


Click to View FlipBook Version