The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา 2567
ฉบับปรับปรุง เพิ่มรายวิชาเพิ่มเติม ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร พร้อมปรับโครงสร้างเวลาเรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pichita_best, 2024-05-19 12:50:55

หลักสูตรสถานศึกษา 2567

หลักสูตรสถานศึกษา 2567
ฉบับปรับปรุง เพิ่มรายวิชาเพิ่มเติม ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร พร้อมปรับโครงสร้างเวลาเรียน

Keywords: หลักสูตรสถานศึกษา 2567

ห น ้ า | ๙๔ รหัสตัวชี้วัด ต ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ ต ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ ต ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓ ต ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓ ต ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ต ๓.๑ ป.๕/๑ ต ๔.๑ ป.๕/๑ ต ๔.๒ ป.๕/๑ รวมทั้งหมด ๒๐ ตัวชี้วัด


ห น ้ า | ๙๕ คำอธิบายรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาภาษาอังกฤษ ๖ รหัสวิชา อ ๑๖๑๐๑ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๘๐ ชั่วโมง/ปี เลือก/ระบุ ประโยคหรือข้อความตรงตามภาพ สัญลักษณ์ เครื่องหมายและความหมายที่เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซื้อ-ขาย ลมฟ้าอากาศ ในวงคำศัพท์ ๑,๐๕๐-๑,๒๐๐ คำ บอกใจความสำคัญของเรื่องและตอบคำถาม จากการฟังประโยค บทสนทนา นิทานหรือเรื่องเล่า บอกเหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยค ชนิดต่าง ๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและ ภาษาไทย เปรียบเทียบความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลองและประเพณีวันขึ้นปีใหม่ วันพ่อ วันแม่ของเจ้าของภาษากับของไทย ปฏิบัติตามและใช้คำสั่ง คำขอร้อง คำขออนุญาต ภาษาท่าทาง คำแนะนำที่มี ๒-๓ขั้นตอนในการเล่น เกม การวาดภาพ คำบอกลำดับขั้นตอนในการทำอาหาร เครื่องดื่มและการประดิษฐ์ อ่านออกเสียงข้อความ นิทาน บทกลอนถูกต้องตามหลักการอ่านออกเสียงพยัญชนะต้นคำและพยัญชนะท้ายคำ เสียงหนัก-เบาในคำ กลุ่มคำ ระดับเสียงสูง-ต่ำในประโยค การออกเสียงเชื่อมโยงในข้อความรวมทั้งการใช้พจนานุกรม พูด/ เขียน โต้ตอบบทสนทนาที่ใช้ทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การพูดแทรกอย่างสุภาพ/ประโยค และ ข้อความที่ใช้ในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว บุคคลใกล้ตัวและสำนวนการตอบรับในการสื่อสาร ระหว่างบุคคลเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวัน ข้อมูลส่วนบุคคล จำนวน ๑-๑,๐๐๐ วัน เดือน ปี ฤดูกาล เวลา กิจกรรมที่ทำ สีขนาด รูปทรง ตำแหน่งของสิ่งต่าง ๆ ทิศทางง่าย ๆ สภาพดินฟ้าอากาศ อารมณ์ ความรู้สึก รวมทั้งการใช้เครื่องหมายวรรคตอน คำศัพท์ สำนวนภาษาและประโยคที่ใช้แสดง/บอกความต้องการ ขอความ ช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธ การให้ความช่วยเหลือ แสดงความคิดเห็น แสดงความรู้สึก ชอบ ไม่ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความสุข เศร้า หิว รสชาติ สวย น่าเกลียด เสียงดัง ดี ไม่ดี เกี่ยวกับสัตว์ อาหาร ผลไม้ คอนโดนก นางแอ่นในท้องถิ่นอำเภอเมืองพร้อมให้เหตุผลประกอบ เขียนภาพ แผนผัง แผนภูมิ ตารางแสดงข้อมูล หรือคำ กลุ่มคำ ประโยคที่มีความหมายสัมพันธ์กับภาพ แผนผัง แผนภูมิและตาราง ใช้ถ้อยคำ น้ำเสียงและกิริยาท่าทาง อย่างสุภาพเหมาะสมตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา โดยเน้นการใช้สีหน้าท่าทางประกอบการ พูดขอบคุณ ขอโทษ การแนะนำตนเอง การสัมผัสมือ การโบกมือ การแสดงความรู้สึกชอบ ไม่ชอบ การกล่าว อวยพร การแสดงการตอบรับหรือการปฏิเสธ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสำคัญของเทศกาลวันสารทเดือนสิบ วัน สงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ วันคริสต์มาส เครื่องแต่งกาย ฤดูกาล อาหาร เครื่องดื่มและชีวิตความเป็นอยู่ของ เจ้าของภาษา และเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ ค้นคว้ารวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง กับการเรียนรู้อื่นและนำเสนอด้วยการพูด/การเขียน รวมทั้ง ใช้ภาษาในการสื่อสาร สืบค้นและรวบรวมคำศัพท์ที่ เกี่ยวกับ ชื่อถนน สถานที่ราชการ อาชีพในชุมชนจากสื่อและแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน ห้องเรียนและสถานศึกษา มีเจตคติที่ดีต่อการเรียน มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความสามารถในการใช้ภาษาในการสื่อสาร นำ ความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลกได้ถูกต้องเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ


ห น ้ า | ๙๖ รหัสตัวชี้วัด ต ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔ ต ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕ ต ๑.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓ ต ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓ ต ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒ ต ๓.๑ ป.๖/๑ ต ๔.๑ ป.๖/๑ ต ๔.๒ ป.๖/๑ รวมทั้งหมด ๒๐ ตัวชี้วัด


ห น ้ า | ๙๗ คำอธิบายรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 1 รหัสวิชา อ ๑12๐๑ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เวลา ๘๐ ชั่วโมง/ปี อ่านและเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษ เข้าใจและใช้ประโยคคำสั่งที่ใช้ในห้องเรียน การอ่านออกเสียงคำ กลุ่มคำ ประโยค ข้อความบทอ่าน บทสนทนา การพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว การขอบคุณ ขอ โทษ และการใช้ภาษาท่าทาง การใช้ภาษาในการฟัง พูด ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เพื่อการสื่อสาร ฝึกการใช้ภาษา เพื่อให้มีความรู้ เข้าใจวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา มีทักษะทางภาษา เห็นประโยชน์ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ผลการเรียนรู้ ๑. อ่านและเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษออกเสียงคำศัพท์ได้ถูกต้อง ๒. ใช้คำทักทาย ขอบคุณ ขอโทษ รวมถึงคำสั่งง่าย ๆ เป็นภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง ๓. ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารและให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัวได้อย่างเหมาะสม ๔. ใช้ภาษาสื่อสารได้ตามวัยอย่างมั่นใจ และกล้าแสดงออก ๕. ใช้ภาษาได้ตามมารยาททางสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้


ห น ้ า | ๙๘ คำอธิบายรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 2 รหัสวิชา อ ๑22๐๑ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เวลา ๘๐ ชั่วโมง/ปี เข้าใจและใช้ประโยคคำสั่งง่าย ๆ ในห้องเรียน คำขอร้อง อ่านและเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษ คำศัพท์ สั้น ๆ ง่าย ๆ เข้าใจความหมายคำ กลุ่มคำ และประโยคสั้น ๆ ที่มีความหมายสัมพันธ์กับสิ่งต่าง ๆ ใกล้ตัว เข้าใจบท อ่าน บทสนทนาง่าย ๆ และนิทานที่มีภาพประกอบ ให้ข้อมูลและความต้องการเกี่ยวกับตนเองสั้น ๆ เซ่น การพูด แนะนำตนเอง ขอบคุณ ขอโทษ เรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับเทศกาล ขนบธรรมเนียม ประเพณี เทศกาล งานฉลอง โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เพื่อการสื่อสาร ฝึกการใช้ภาษาเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษา เห็นประโยชน์ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ผลการเรียนรู้ ๑. อ่านและเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษ และคำศัพท์ง่าย ๆ ได้ถูกต้อง ๒. ใช้ภาษาอังกฤษในการแนะนำตนเอง ขอบคุณ ขอโทษ ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว ได้อย่างเหมาะสม ๓. บอกความหมายของคำ กลุ่มคำ และประโยคสั้น ๆ ได้ถูกต้อง ๔. ตอบคำถามจากการฟังหรืออ่านเรื่องง่าย ๆ หรือนิทานที่มีภาพประกอบได้ถูกต้อง ๕. ใช้ภาษาอังกฤษได้ตามมารยาททางสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้


ห น ้ า | ๙๙ คำอธิบายรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 3 รหัสวิชา อ ๑32๐๑ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เวลา ๘๐ ชั่วโมง/ปี อ่านออกเสียงคำและประโยคง่าย ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว บอกความหมายของคำ ตอบคำถามจากการฟัง หรืออ่านได้ สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารระหว่างบุคคลได้เหมาะสมตามวัย ใช้ภาษาในการพูดและทำท่า ประกอบตามมารยาทสังคม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ใช้บทสนทนาการทักทายได้ถูกต้องตามเวลา และถูก กาลเทศะ แนะนำตนเองได้ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง บอกลักษณะของบุคคลรอบตัว พูดประโยคบอกความชอบ ไม่ ชอบ บอกความต้องการของตนเองเกี่ยวกับเรื่องกีฬา งานอดิเรก บอกสถานที่ต่าง ๆ รอบตัวและตำแหน่งของ สถานที่ต่าง ๆ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ เพื่อการสื่อสาร ฝึกการใช้ภาษา เพื่อให้มีความรู้ เข้าใจวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา มีทักษะทางภาษา เห็นประโยชน์ในการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ผลการเรียนรู้ ๑. อ่านออกเสียงคำและประโยคง่าย ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว ๒. บอกความหมายของคำและตอบคำถามจากการฟังหรืออ่านได้ ๓. ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร สนทนา ทักทาย และแนะนำตนเอง และใช้ภาษาท่าทางประกอบการพูด ได้เหมาะสม ๔. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง และอธิบายเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ใกล้ตัว โดยใช้ภาษาอังกฤษอย่างง่ายได้ ๕. ใช้ภาษาอังกฤษได้ตามมารยาททางสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้


ห น ้ า | ๑๐๐ คำอธิบายรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 4 รหัสวิชา อ ๑42๐๑ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เวลา ๘๐ ชั่วโมง/ปี เข้าใจคำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ เรื่องราว บทสนทนา นิทาน สามารถถ่ายโอนเป็นภาพหรือสัญลักษณ์ อ่านออกเสียงคำ กลุ่มคำ ประโยค ข้อความ บทอ่านได้ถูกต้องตามหลักการออกเสียงและใช้ถ้อยคำ น้ำเสียงได้ เหมาะสม ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คำสั่ง คำขอร้อง และให้คำแนะนำ แสดงความต้องการ แสดงความรู้สึก แสดงความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธ ในสถานการณ์ง่าย ๆ พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัวซึ่งอยู่ในท้องถิ่นของตน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เพื่อการสื่อสาร ฝึกการใช้ภาษาเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษา เห็นประโยชน์ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ผลการเรียนรู้ ๑. ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำง่าย ๆ ตามที่ฟังและอ่านได้ถูกต้อง ๒. เข้าใจเรื่องราว บทสนทนา นิทาน สามารถถ่ายโอนเป็นภาพหรือสัญลักษณ์ได้ ๓. พูด/อ่านออกเสียงคำ วลี ประโยค ข้อความสั้น ๆ บทสนทนาได้ถูกต้องตามหลักการออกเสียง ๔. ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารระหว่างบุคคล ให้คำแนะนำ แสดงความรู้สึก ตอบรับและปฏิเสธ ใน สถานการณ์ง่าย ๆ ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว ๕. ใช้ภาษาอังกฤษได้ตามมารยาททางสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้


ห น ้ า | ๑๐๑ คำอธิบายรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 5 รหัสวิชา อ ๑52๐๑ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เวลา ๘๐ ชั่วโมง/ปี เข้าใจคำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ เข้าใจความหมายของคำ กลุ่มคำ และประโยค รูปประโยคและ โครงสร้างประโยค โดยสามารถตอบคำถามจากการฟังหรืออ่านข้อความ บทสนทนา เรื่องสั้น เรื่องเล่า นิทาน บท กลอนสั้น ๆ อ่านออกเสียงคำ กลุ่มคำ ประโยค ข้อความ บทอ่านได้ถูกต้องตามหลักการออกเสียง และการใช้ ถ้อยคำ น้ำเสียง การพูดและเขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คำสั่ง คำขอร้อง และให้คำแนะนำ แสดง ความต้องการ แสดงความรู้สึก ขอความช่วยเหลือ ตอบรับ และปฏิเสธ ในสถานการณ์ง่าย ๆ พูดและเขียน เพื่อขอ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัวซึ่งอยู่ในท้องถิ่นของตน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ เพื่อการสื่อสาร ฝึกการใช้ภาษา เพื่อให้มีความรู้ เข้าใจวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา มีทักษะทางภาษา เห็นประโยชน์ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ผลการเรียนรู้ ๑. ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำง่าย ๆ ตามที่ฟังและอ่านได้ถูกต้อง ๒. พูด/อ่านออกเสียงคำ วลี ประโยค ข้อความสั้น ๆ บทสนทนา บทอ่าน ได้ถูกต้องตามหลักการอ่านออก เสียง ๓. ใช้ประโยคภาษาอังกฤษในการสื่อสารระหว่างบุคคล และแลกเปลี่ยนข้อมูลต่าง ๆ ได้ถูกต้อง ๔. ตอบคำถามจากการฟังหรืออ่านข้อความ บทสนทนา เรื่องสั้น เรื่องเล่า นิทาน บทกลอนสั้น ๆ ได้ ถูกต้อง ๕. ใช้ภาษาอังกฤษได้ตามมารยาททางสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้


ห น ้ า | ๑๐๒ คำอธิบายรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 6 รหัสวิชา อ ๑62๐๑ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา ๘๐ ชั่วโมง/ปี เข้าใจคำสั่ง คำขอร้อง รูปประโยคและโครงสร้างประโยค คำ กลุ่มคำ และประโยค วิเคราะห์และสรุป เรื่องราว บทอ่าน บทสนทนา เรื่องสั้น เรื่องเล่า นิทาน บทกลอนสั้น ๆ สำนวนที่ใช้ในเทศกาล การพูดและเขียน โต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คำสั่ง คำขอร้อง และให้คำแนะนำ แสดงความต้องการ แสดงความรู้สึก ขอ ความช่วยเหลือ ตอบรับ และปฏิเสธ ในสถานการณ์ต่าง ๆ ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และ เรื่องใกล้ตัวซึ่งอยู่ในท้องถิ่นของตน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เพื่อการสื่อสาร ฝึกการใช้ภาษา เพื่อให้มีความรู้ เข้าใจวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา มีทักษะทางภาษา เห็นประโยชน์ในการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ผลการเรียนรู้ ๑. วิเคราะห์เรื่องและสรุปความเรื่องที่ฟัง และอ่านได้ ๒. ใช้ประโยคคำสั่ง คำขอร้อง การขออนุญาต ประโยคบอกเล่า ประโยคคำถาม ประโยคปฏิเสธ ตาม โครงสร้างประโยคได้ ๓. ใช้ภาษาอังกฤษในการขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัวซึ่งอยู่ใน ท้องถิ่นของตนได้ ๔. ใช้ภาษาอังกฤษในการพูดและเขียนโต้ตอบและสื่อสารตามสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ๕. ใช้ภาษาได้ตามมารยาททางสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้


ห น ้ า | ๑๐๓ การจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสำคัญในการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เป็น เป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชน ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรรกระบวนการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระที่กำหนดไว้ในหลักสูตร ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝัง เสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทักษะต่าง ๆ อันเป็นสมรรถนะสำคัญให้ผู้เรียนบรรลุตามเป้าหมาย ๑. หลักการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญ และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมี ความสำคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาได้ตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คำนึงถึง ความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เน้นให้ความสำคัญทั้งความรู้และคุณธรรม ๒. กระบวนการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็น เครื่องมือที่จะนำพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการ เผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติลงมือทำจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย กระบวนการเหล่านี้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะจะ สามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดีบรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผู้สอนจึงจำเป็นต้องศึกษาทำความ เข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๓. การออกแบบการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะสำคัญของ ผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณาออกแบบการ จัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้การวัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียนได้ พัฒนาเต็มตามศักยภาพและบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด ๔. บทบาทของผู้สอนและผู้เรียน การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทั้งผู้สอนและผู้เรียนควรมี บทบาท ดังนี้ ๔.๑ บทบาทของผู้สอน ๑) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการ เรียนรู้ ที่ท้าทายความสามารถของผู้เรียน ๒) กำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ ที่ เป็นความคิดรวบยอด หลักการ และความสัมพันธ์ รวมทั้งคุณลักษณะอันพึงประสงค์


ห น ้ า | ๑๐๔ ๓) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ พัฒนาการทางสมอง เพื่อนำผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย ๔) จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ ๕) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีที่ เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ๖) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของ วิชาและระดับพัฒนาการของผู้เรียน ๗) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งปรับปรุงการ จัดการเรียนการสอนของตนเอง ๔.๒ บทบาทของผู้เรียน ๑) กำหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง ๒) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์สังเคราะห์ข้อความ รู้ตั้งคำถาม คิดหาคำตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่าง ๆ ลงมือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และนำ ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ มีปฏิสัมพันธ์ทำงาน ทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มและครูประเมินและ พัฒนากระบวนการเรียนรู้ของตนเองอย่างต่อเนื่อง สื่อการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ ทักษะ กระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อการเรียนรู้มีหลากหลาย ประเภท ทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี และเครือข่าย การเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีในท้องถิ่น การเลือกใช้ สื่อ ควรเลือกให้มีความเหมาะสมกับระดับพัฒนาการ และลีลาการเรียนรู้ที่หลากหลายของผู้เรียน การจัดหาสื่อการเรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดทำและพัฒนาขึ้นเอง หรือปรับปรุงเลือกใช้อย่างมี คุณภาพจากสื่อต่าง ๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพื่อนำมาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและสื่อสารให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีหน้าที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานควรดำเนินการ ดังนี้ ๑. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์สื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้และเครือข่าย การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในสถานศึกษาและชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การ เรียนรู้ ระหว่างสถานศึกษา ท้องถิ่น ชุมชน สังคมโลก ๒. จัดทำและจัดหาสื่อการเรียนรู้สำหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความรู้ให้ผู้สอน รวมทั้งจัดหา สิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ ๓. เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้องกับวิธีการ เรียนรู้ ธรรมชาติของสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน ๔. ประเมินคุณภาพของสื่อการเรียนรู้ที่เลือกใช้อย่างเป็นระบบ ๕. ศึกษาค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน ๖. จัดให้มีการกำกับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใช้สื่อ การเรียนรู้เป็นระยะ ๆ และสม่ำเสมอในการจัดทำ การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ใน สถานศึกษา ควรคำนึงถึงหลักการสำคัญของสื่อการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การ เรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เนื้อหามีความถูกต้องและทันสมัย ไม่


ห น ้ า | ๑๐๕ กระทบความมั่นคงของชาติ ไม่ขัดต่อศีลธรรม มีการใช้ภาษาที่ถูกต้อง รูปแบบการนำเสนอที่เข้าใจง่าย และ น่าสนใจ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการ คือ การประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียน และเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้ประสบ ผลสำเร็จนั้น ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อน สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการ เรียนรู้ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ การ วัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและ สารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็น ประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาและเรียนรู้อย่างเต็มตามศักยภาพ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ มีรายละเอียด ดังนี้ ๑. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนดำเนินการเป็นปกติและ สม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การซักถาม การสังเกต การ ตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาส ให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมินเพื่อน ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณีที่ไม่ผ่านตัวชี้วัด ให้มีการสอนซ่อมเสริม การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้ อัน เป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งที่จะต้องได้รับการพัฒนา ปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย ทั้งนี้ โดยสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ๒. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินที่สถานศึกษาดำเนินการเพื่อตัดสินผล การเรียนของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผล การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้ เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนำผลการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองและชุมชน ๓. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดำเนินการโดยประเมินคุณภาพผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่


ห น ้ า | ๑๐๖ จัดทำและดำเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษา หรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด ในการดำเนินการจัด สอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการประเมินระดับสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ๔. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมิน ใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการ จัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวน พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุง แก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ บนพื้นฐานความแตกต่างระหว่างบุคคล ที่ จำแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่ม ผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการ ประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการดำเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการ พัฒนาและประสบความสำเร็จในการเรียน สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดทำระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผล การเรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เป็นข้อกำหนดของหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายถือปฏิบัติร่วมกัน เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียน ๑. การตัดสิน การให้ระดับและการรายงานผลการเรียน ๑.๑ การตัดสินผลการเรียน ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั้น ผู้สอนต้องคำนึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนเป็นหลัก และต้องเก็บข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมทั้งสอนซ่อมเสริมผู้เรียน ให้พัฒนาจนเต็มตามศักยภาพ ระดับประถมศึกษา (๑) ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด (๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด (๓) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา (๔) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การพิจารณาเลื่อนชั้น ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่าสามารถ พัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้ แต่หากผู้เรียนไม่ผ่าน รายวิชาจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจตั้ง คณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้นได้ ทั้งนี้ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถของผู้เรียนเป็นสำคัญ


ห น ้ า | ๑๐๗ ๑.๒ การให้ระดับผลการเรียน ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชา สถานศึกษาสามารถให้ระดับผลการเรียน หรือระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียน เป็นระบบตัวเลข ระบบตัวอักษร ระบบร้อยละ และระบบที่ใช้คำสำคัญ สะท้อนมาตรฐาน การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผล การประเมินเป็น ดีเยี่ยม ดี และผ่าน การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วม กิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด และให้ผลการเข้าร่วม กิจกรรมเป็นผ่าน และไม่ผ่าน ๑.๓ การรายงานผลการเรียน การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้า ใน การเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทำเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็น ระยะ ๆ หรืออย่างน้อยภาคเรียนละ ๑ ครั้ง การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการ ปฏิบัติของผู้เรียนที่สะท้อนมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ ๒. เกณฑ์การจบการศึกษา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดเกณฑ์กลางสำหรับการจบการศึกษาเป็น ๓ ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เกณฑ์การจบระดับประถมศึกษา (๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้างเวลาเรียน ที่หลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด (๒) ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด (๓) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่ สถานศึกษากำหนด (๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา กำหนด (๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา กำหนด


ห น ้ า | ๑๐๘ เอกสารหลักฐานการศึกษา เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสำคัญที่บันทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับ พัฒนาการของผู้เรียนในด้านต่าง ๆ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ดังนี้ ๑. เอกสารหลักฐานการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของผู้เรียนตามรายวิชา ผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา และผลการประเมิน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมูลและออกเอกสารนี้ให้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เมื่อผู้เรียนจบ การศึกษาระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖) จบการศึกษาภาคบังคับ(ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓) จบ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖) หรือเมื่อลาออกจากสถานศึกษาในทุกกรณี ๑.๒ ประกาศนียบัตร เป็นเอกสารแสดงวุฒิการศึกษา เพื่อรับรองศักดิ์และสิทธิ์ของผู้จบการศึกษาที่สถานศึกษาให้ ไว้แก่ผู้จบการศึกษาภาคบังคับ และผู้จบการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑.๓ แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตร โดยบันทึกรายชื่อและข้อมูลของผู้จบการศึกษาระดับ ประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖) ผู้จบการศึกษาภาคบังคับ (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓) และผู้จบการศึกษาขั้น พื้นฐาน (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖) ๒. เอกสารหลักฐานการศึกษาที่สถานศึกษากำหนด เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ ผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจำตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจำรายวิชา ระเบียนสะสม ใบรับรอง ผลการเรียน และเอกสารอื่น ๆ ตามวัตถุประสงค์ของการนำเอกสารไปใช้


ห น ้ า | ๑๐๙ การเทียบโอนผลการเรียน สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่าง ๆ ได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การ เปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจาก ต่างประเทศ และขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จาก แหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชีพ การจัดการศึกษา โดยครอบครัว การเทียบโอนผลการเรียนควรดำเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรกที่ สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ทั้งนี้ ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียน ต้องศึกษาต่อเนื่องใน สถานศึกษาที่รับเทียบโอนอย่างน้อย ๑ ภาคเรียน โดยสถานศึกษาที่รับผู้เรียนจากการเทียบโอน ควรกำหนด รายวิชา/จำนวนหน่วยกิต ที่จะรับเทียบโอนตามความเหมาะสม การพิจารณาการเทียบโอน สามารถดำเนินการได้ ดังนี้ ๑. พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา และเอกสารอื่น ๆ ที่ให้ข้อมูลแสดงความรู้ ความสามารถของผู้เรียน ๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียน โดยการทดสอบด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้งภาคความรู้และ ภาคปฏิบัติ ๓. พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบัติในสภาพจริง การเทียบโอนผลการเรียนให้เป็นไปตามประกาศ หรือแนวปฏิบัติของกระทรวงศึกษาธิการสำหรับการ เทียบโอนเข้าสู่การศึกษาในระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ดำเนินการตามแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเทียบโอน ผลการเรียนเข้าสู่การศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การบริหารจัดการหลักสูตร ในระบบการศึกษาที่มีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น และสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตรนั้น หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับสถานศึกษา มีบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริม การใช้และพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ เพื่อให้การดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามี ประสิทธิภาพสูงสุด อันจะส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ใน ระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดอื่น ๆ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาท ในการขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตัวกลางที่จะเชื่อมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ กำหนดในระดับชาติ ให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การจัดทำหลักสูตรของ สถานศึกษา ส่งเสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบความสำเร็จ โดยมีภารกิจสำคัญ คือ กำหนดเป้าหมายและจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในระดับท้องถิ่น โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับสิ่งที่เป็น ความต้องการในระดับชาติ พัฒนาสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับท้องถิ่น รวมทั้ง เพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร สนับสนุน ส่งเสริม ติดตามผล ประเมินผล วิเคราะห์ และรายงานผลคุณภาพของผู้เรียน สถานศึกษามีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาหลักสูตร สถานศึกษา การวางแผนและดำเนินการใช้หลักสูตร การเพิ่มพูนคุณภาพ การใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและ พัฒนา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร จัดทำระเบียบการวัดและประเมินผล ในการพัฒนาหลักสูตร


ห น ้ า | ๑๑๐ สถานศึกษาต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และรายละเอียดที่เขตพื้นที่ การศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัดอื่น ๆ ในระดับท้องถิ่นได้จัดทำเพิ่มเติม รวมทั้ง สถานศึกษาสามารถเพิ่มเติม ในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่นและความต้องการของผู้เรียน โดยทุกภาค ส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อ ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้และอยู่ร่วมกับ ผู้อื่นอย่างมีความสุข โรงเรียนวัดหญ้า ได้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยแบ่งออกเป็น ๓ ลักษณะ ดังนี้ ๑. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของผู้เรียนให้เหมาะสมตามความ แตกต่างระหว่างบุคคล สามารถค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตน เสริมสร้างทักษะชีวิต วุฒิภาวะทางอารมณ์ การเรียนรู้ในเชิงพหุปัญญา และการสร้างสัมพันธภาพที่ดี นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว ๔๐ ชั่วโมงต่อปีการศึกษา (ระดับประถมศึกษา) แนวทางการจัดกิจกรรมแนะแนว ๑. สำรวจสภาพปัญหา ความต้องการ ความสนใจ และธรรมชาติของผู้เรียน เพื่อใช้เป็นข้อมูลใน การกำหนดแนวทางและแผนการปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว ๒. ศึกษาวิสัยทัศน์ของสถานศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เรียนที่ได้จากฐานข้อมูลผู้เรียน รายบุคคล หรือการสำรวจเพื่อทราบปัญหา ความต้องการและความสนใจ เพื่อนำไปกำหนดสาระและรายละเอียด ของกิจกรรมแนะแนว ๓. กำหนดสัดส่วนของกิจกรรมด้านการศึกษา การงานและอาชีพ รวมทั้งชีวิตและสังคมให้ได้ สัดส่วนที่เหมาะสม โดยยึดสภาพปัญหา ความต้องการและความสนใจ ตลอดจนธรรมชาติของผู้เรียนเป็นหลัก ทั้งนี้ ครูและผู้เรียนมีสัดส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม ๔. กำหนดแผนปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว โดยระดับประถมศึกษาจัดเป็นรายปี เมื่อกำหนดสัดส่วน ของกิจกรรมในแต่ละด้านแล้ว จะต้องระบุว่า จะจัดกิจกรรมแนะแนวในด้านใด จำนวนกี่ชั่วโมง พร้องทั้งจะต้อง กำหนดรายละเอียดของแต่ละด้านให้ชัดเจนว่าควรมีเรื่องอะไรบ้าง เพื่อจะจัดทำเป็นรายละเอียดของแต่ละกิจกรรม ย่อยต่อไป ๕. การจัดทำรายละเอียดของแต่ละแผนการปฏิบัติกิจกรรม เริ่มตั้งแต่การกำหนดชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ เวลา เนื้อหา/สาระ วิธีดำเนินกิจกรรม สื่อ/อุปกรณ์ และการประเมินผล ๖. ปฏิบัติตามแผนการการปฏิบัติกิจกรรมกรรมแนะแนว วัดและประเมินผล และสรุปรายงาน


ห น ้ า | ๑๑๑ ๒. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนเป็นผู้เลือกปฏิบัติด้วยตนเองอย่างครบวงจร ตั้งแต่การศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินผลและปรับปรุงการทำงาน โดยเน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ความรับผิดชอบ และความมีระเบียบวินัย เช่น กิจกรรมโครงงาน กิจกรรมตามความสนใจ ชมรมหรือชุมนุมต่าง ๆ กิจกรรมสาธารณประโยชน์ กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาดและผู้บำเพ็ญประโยชน์ เป็นต้น กิจกรรม นักเรียนประกอบด้วย ๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด/ผู้บำเพ็ญประโยชน์ นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด/ผู้บำเพ็ญประโยชน์ ๔๐ ชั่วโมงต่อ ปี (ระดับประถมศึกษา) แนวทางการจัดกิจกรรมลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด/ผู้บำเพ็ญประโยชน์ การจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี มีแนวทางการจัดจิกกรรมตามวิธีการลูกเสือ (Scout Method) ซึ่งมีองค์ประกอบ ๗ ประการ คือ ๑. คำปฏิญาณและกฎ ถือเป็นหลักเกณฑ์ที่ลูกเสือทุกคนให้คำมั่นสัญญาว่าจะปฏิบัติตามกฎ ของลูกเสือ กฎของลูกเสือ กฎของลูกเสือมีไว้ให้ลูกเสือเป็นหลักในการปฏิบัติไม่ได้ “ห้าม” ทำหรือ “บังคับให้”ทำ แต่ถ้า “ทำ” ก็จะทำให้เกิดผลดีแก่ตัวเอง เป็นคนดี ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีเกียรติเชื่อถือได้ ฯลฯ ๒. เรียนรู้จากการกระทำ เป็นการพัฒนาส่วนบุคคลความสำเร็จหรือไม่สำเร็จของผลงานอยู่ที่ การกระทำของตนเองทำให้มีความรู้ที่ชัดเจนและสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเองและท้าทายความสามารถ ของตนเอง ๓. ระบบหมู่ เป็นรากฐานอันแท้จริงของการลูกเสือเป็นพื้นฐานในการอยู่ร่วมกันการยอมรับซึ่ง กับและกัน การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบการช่วยเหลือซึ่งกันและกันซึ่งเป็นการเรียนรู้การใช้ประชาธิปไตยเบื้องต้น ๔. การใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ฝึกให้มีความเป็นหนึ่งเดียวในการเป็นสมาชิกลูกเสือ เนตรนารีด้วย การใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ได้แก่ เครื่องแบบ เครื่องหมาย การทำความเคารพ รหัส คำปฏิญาณ กฎ คติพจน์ คำขวัญ ธง เป็นต้น วิธีการนี้จะช่วยให้ผู้เรียนตระหนักและภาคภูมิใจในการเป็นสมาชิกขององค์การลูกเสือแห่ง โลก ซึ่งมีสมาชิกทั่วโลกและเป็นองค์กรที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุดในโลก ๕. การศึกษาธรรมชาติ คือสิ่งสำคัญอันดับ ๑ ในกิจกรรมของลูกเสือธรรมชาติอันโปร่งใสตาม ชนบทป่าเขา ป่าละเมาะ และพุ่มไม้ เป็นที่ปรารถนาอย่างยิ่งมีการในการไปทำกิจกรรมกับธรรมชาติ การปืนเขา ตั้งค่ายพักแรกในสุดสัปดาห์ หรือ ตามวาระของการอยู่ค่ายพักแรมตามกฎระเบียบเป็นที่เสน่หาแก่เด็กทุกคนถ้า ขาดสิ่งนี้แล้วก็ไม่เรียกว่าใช้ชีวิตแบบลูกเสือ ๖. ความก้าวหน้าในการเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดให้เด็กทำต้องให้มีความก้าวหน้า และดึงดูดใจ สร้างให้เกิดความกระตือรือร้น อยากที่จะทำและวัตถุประสงค์ในการจัดแต่ละอย่างให้สัมพันธ์กับ ความหลากหลายในการพัฒนาตนเองเกมการเล่นที่สนุกสนาน การแข่งขันกันก็เป็นสิ่งดึงดูดใจและเป็นการจูงใจที่ดี ๗. การสนับสนุนโดยผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เป็นผู้ที่ชี้แนะหนทางที่ถูกต้องให้แก่เด็กเพื่อให้เขาเกิดความ มั่นใจในการที่จะตัดสินใจกระทำสิ่งใดลงไปทั้งคู่มีความต้องการการซึ่งกันและกันเด็กก็ต้องการให้ผู้ใหญ่เองก็ ต้องการนำพาให้ไปสู่หนทางที่ดี ให้ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้องและดีที่สุด จึงเป็นการร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย


ห น ้ า | ๑๑๒ ๒.๒ กิจกรรมชุมนุม ผู้เรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม ๓๐ ชั่วโมงต่อปีการศึกษาระดับ ประถมศึกษา แนวทางการจัดกิจกรรมชุมนุม โรงเรียนวัดหญ้า จัดกิจกรรมชุมนุมตามความเหมาะสมกับบริบทและสภาพของโรงเรียน ดังนี้ จัดกิจกรรมชุมนุมให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมตามความรู้ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน เป็น กิจกรรมระยะเวลา ๑ ปีการศึกษา ได้แก่ - ชุมนุมเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ - ชุมนุมกีฬา - ชุมนุมห้องสมุด - ชุมนุมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม - ชุมนุมศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (หมายเหตุ โรงเรียนระบุกิจกรรมชุมนุมที่จัดหรือชื่อกิจกรรมชุมนุมที่มี) ๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้บำเพ็ญตนให้ เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม และการมีจิตสาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่าง ๆ กิจกรรมสร้างสรรค์ สังคม โรงเรียนวัดหญ้า จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ทั้ง ๓ ลักษณะมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน ผู้เรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ชั่วโมงต่อปีการศึกษาระดับ ประถมศึกษา แนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เน้นให้ผู้เรียนร่วมกันสำรวจและวิเคราะห์สภาพ ปัญหา ร่วมกันออกแบบการจัดกิจกรรม วางแผนการจัดกิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรมตามแผน ร่วมสรุปและ ประเมินผลการจัดกิจกรรม ร่วมรายงานผล พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลการจัดกิจกรรม จัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการใน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้กิจกรรมลักษณะโครงการ กิจกรรม ร่วมกับองค์กรอื่น เป็นกิจกรรมลักษณะเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์โดยให้ผู้เรียนสามารถเลือกเข้าร่วม กิจกรรมตามความสนใจ ตามความถนัดของผู้เรียน ๑. กิจกรรมโรงเรียนสะอาดสวยด้วยโซน ๒. กิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ๓. กิจกรรมทำความสะอาดห้องน้ำในโรงเรียนและที่สาธารณะ ๔. กิจกรรมทำความสะอาดคุ้มบ้าน ๕. กิจกรรมพื้นที่น้อยนิดเศรษฐกิจพอเพียง ๖. กิจกรรมธนาคารขยะ ๗. กิจกรรมเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่เพื่ออาหารกลางวัน


ห น ้ า | ๑๑๓ แนวทางการประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๑. ประเมินการร่วมกิจกรรมด้วยวิธีการที่หลากหลาย ตามสภาพจริงให้ได้ผลการประเมินที่ ถูกต้องครบถ้วน ๒. ครูที่ปรึกษากิจกรรม ๒.๑ ต้องดูแลให้เกิดคุณลักษณะตามวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ๒.๒ ต้องบันทึกและรายงานเวลาและพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ๒.๓ ต้องศึกษา ติดตามนักเรียนกรณีไม่เข้าร่วมกิจกรรม ๓. ผู้เรียน ๓.๑ ปฏิบัติกิจกรรมให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ ๓.๒ มีหลักฐานการเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า ๘๐% หรือตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา กำหนดพร้อมทั้งแสดงผลการปฏิบัติกิจกรรมและพัฒนาการด้านต่าง ๆ ๓.๓ ถ้าไม่เกิดคุณลักษณะตามวัตถุประสงค์ ต้องปฏิบัติกิจกรรมเพิ่มเติมตามที่ครูที่ ปรึกษากิจกรรมมอบหมาย หรือให้ความเห็นชอบตามที่ผู้เรียนเสนอ ๓.๔ มีการประเมินตนเองและเพื่อนร่วมกิจกรรม ๔. ผู้ปกครอง ๔.๑ ให้ความร่วมมือในการติดตามพัฒนาการของผู้เรียนกับสถานศึกษาเป็นระยะๆ ๔.๒ บันทึกความเห็น สรุปพัฒนาการและการปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ๕. เกณฑ์การผ่านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๕.๑ ต้องเข้าร่วมกิจกรรมทั้งกิจกรรมแนะแนว และกิจกรรมนักเรียนอย่างน้อย ๘๐% หรือตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ๕.๒ ผู้เรียนผ่านจุดประสงค์ที่สำคัญของแต่ละกิจกรรมหรือตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา กำหนด


ห น ้ า | ๑๑๔ คณะผู้จัดทำ คณะที่ปรึกษา ๑. นายอนันต์ รวมพงษ์ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒. นางสาวพิชิตา มณีพงศ์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหญ้า ๓. คณะศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๑ คณะผู้จัดทำ ๑. นางสาวพิชิตา มณีพงศ์ ครูโรงเรียนวัดหญ้า ประธาน ๒. นางสาวอาภัสรา พรหมดวง ครูโรงเรียนวัดหญ้า รองประธาน ๓. นายเจษฎาพงศ์ ทองอุ่น ครูโรงเรียนวัดหญ้า กรรมการ ๔. นางสาวอรุณรัตน์ ไวยกูล ครูโรงเรียนวัดหญ้า กรรมการ/เลขานุการ


ห น ้ า | ๑๑๕


Click to View FlipBook Version