หลกั การชมการแสดง ๑. ลีลาการแสดง
นาฏศิลปแ์ ละละคร ๒. จำนวนผูแ้ สดง
๓. ดนตรเี พลงร้อง
น า ฏ ศิ ล ป์ ไ ท ย เป็น ๔. เนือ้ รอ้ ง
๕. เครื่องแตง่ กาย
ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติแต่โบราณ ได้รับความ ๖. แบบแผนการแสดง
นิยมจากบางประเทศว่าเป็นศิลปะชั้นสูง มี
กฎเกณฑ์อันดี โดยทั่วไปประชาชนอาจจะดู อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ท้ั ง ๖ นี้ จะมีอยู่ในการแสดงทุกประเภท ซึ่งสามารถจะบอกให้เรารู้ว่า
นาฏศิลป์ไทยโดยคิดว่าเป็นการร่ายรำเหมือนกัน
หมด แตโ่ ดยความเป็นจริงน้ัน นาฏศลิ ป์ไทยได้แยก การแสดงนั้น จัดอยู่ในจำพวกการแสดงประเภทใด และสามารถบอกลกั ษณะตา่ งๆ ของการแสดงนัน้ ๆ ได้ เชน่
ประเภทการแสดงออกเป็นหลายแบบ ใช้ภาษาท่า ๑. รจู้ ักประเภทของการแสดงนั้น ๆ เป็นการแสดงประเภทใด ใน ๔ประเภทใหญๆ่ ได้แก่
เหมอื นกนั แต่แยกลักษณะการแสดงผแิ ผกแตกต่าง -โขน
กัน ดังนั้นการดูนาฏศิลป์ให้เกิดความสนุก - ละคร
เพลิดเพลิน จึงควรมีความรู้ในองค์ประกอบของ - ระบำ
นาฏศิลป์ไทยดังน้ี - การแสดงพน้ื เมือง หรอื อื่น ๆ
๒. ใหร้ ู้เนื้อเร่ืองท่นี ำมาใชใ้ นการแสดงประเภท เช่น การแสดงโขน การแสดงโขนจะแสดงจะแสดงเร่ือง
รามเกยี รต์ิ เปน็ ตน้
๓.ให้รู้จักเนื้อเรื่องที่นำมาแสดงนั้นในบางตอน แสดงความเป็นไปได้ของชีวิต ให้คติเตือนใจ ให้
แบบอยา่ งทางวัฒนธรรม ซึง่ เป็นค่านยิ มทางสงั คม ฯลฯ
๔. ให้รู้จักดูลักษณะของการแต่งกายว่าการแสดงประเภทใดแต่งกายอย่างไร จึ งจะถูกต้องตาม
แบบอยา่ งทนี่ ยิ มและยึดถือตามแบบอยา่ งเดิม เชน่ การแตง่ ยืนเครื่องในชุดพระนาง ฯลฯ และการแสดงระบำ
รำฟอ้ นของแตล่ ะภาค มกั จะนยิ มแต่งกายตามแบบพืน้ เมอื งของภาคนัน้ ๆ
๕. ให้ร้จู ักว่าดูความสามารถในการแสดงตามบทบาทของตวั ผูแ้ สดงวา่ แสดงไดเ้ หมาะสมแนบเนียนกับ
บุคลกิ ของตัวละครในเนอื้ เรือ่ งนั้นอยา่ งไร ไมว่ า่ จะเป็นละครรำ ละครรอ้ ง ละครพูดกต็ าม
๖. ให้รู้จักดูลีลาท่าทางกา รร่ายรำของตัว การชมการแสดงนาฏศิลป์ และละครให้ออกรส เพื่อให้เกิดความซาบซึ้ง หรือที่เรียกว่า ดูเป็น
แสดงว่า มีลีลาการร่ายรำได้อ่อนช้อย สวยงาม นน้ั ผ้ชู มจะตอ้ งมคี วามรู้และความเข้าใจอยา่ งดี
หรือมีความสง่างามผ่าเผยสมบทบาทในเนื้อเรื่อง
หรือไม่
๗. ให้ดูการถ่ายทอดความรู้สึก การแสดง
อารมณ์ต่างๆ ของผู้แสดงว่าเหมาะสมกับบทบาท
ในการแสดงตามเนื้อเรื่องนั้นๆ อย่างไร เช่น
อารมณ์รกั โกรธ แค้น เป็นต้น
๘. ให้รูจ้ ักลักษณะของการจัดฉากประกอบ
ในการแสดงว่า มีความเหมาะสมเพียงไรเกี่ยวกับ
การจัดฉาก การจดั เวที การใชแ้ สง เป็นตน้
๑. ควรศึกษาเกี่ยวกับท่ารำ "ท่ารำ" ของนาฏศิลป์ไทยจัดได้ว่าเป็น "ภาษา" ชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้ส่ือ
ความหมายให้ผู้ชมเขา้ ใจถึงกริ ยิ า อาการ และความรู้สกึ ตลอดจนอารมณ์ข องผ้แู สดง มที งั้ ท่ารำตามธรรมชาติ
และท่าที่ประดิษฐ์ให้วิจิตรสวยงามกว่าธรรมชาติ ผู้ชมที่ดีจะต้องเรียนรู้ความหมายและลีลาท่ารำต่างๆ ของ
นาฏศิลป์ไทย ใหเ้ ชา้ ใจเป็นพ้ืนฐานก่อน
๒. เข้าใจเกี่ยวกับภาษาหรือคำร้องของเพลงต่างๆ การแสดงนาฏศิลป์จะต้องใช้ดนตรีและเพลงเข้า
ประกอบ ซึ่งอาจจะมีทั้งเพลงขับร้องและเพลงบรรเลง ในเรื่องเพลงร้องนั้นจะต้องมี "คำร้อง" หรือ เน้ื อร้อง
ประกอบด้วย บทร้องเพลงไทยส่วนมากจะเป็นคำประพันธ์ประเภทกลอนแปด หรือกลอนสุภาพ เป็นคำร้องท่ี
แต่งขึ้นใช้กับเพลงนั้นๆ โดยเฉพาะ หรือนำมาจากวรรณคดีไทยตอนใดตอนหน่ึงก็ได้ ผู้ชมจะตอ้ งฟังภาษาท่ใี ช้
รอ้ ง ให้เขา้ ใจควบคู่กบั การชมการแสดงด้วย จึงจะเข้าใจถึงเร่อื งราวนาฏศลิ ปท์ ่แี สดงอยู่
๓. มีความเข้าใจเกี่ยวกับดนตรีและเพลงต่างๆ นาฏศิลป์จำเป็นต้องมีดนตรีบรรเลงประกอบขณะ
แสดง ซง่ึ อาจจะเปน็ แบบพน้ื เมืองหรือแบบสมยั นิยม ผูช้ มจะตอ้ ง ฟงั เพลงให้เขา้ ใจท้ังลีลา ทำนอง สำเนียงของ
เพลง ตลอดจนจังหวะอารมณ์ด้วย จึงจะชมนาฏศิลป์ได้เขา้ ใจและได้รสของการแสดงอย่างสมบูรณ์ เช่น เข้าใจ
ว่าเพลงสำเนียงมอญ พม่า ลาว ฯลฯ สามารถเข้าใจถึงประเพทของเพลงและอารมณ์ของเพลงแต่ละเพลง
นอกจากน้ี จะตอ้ งรู้จกั ถึงชือ่ ของเคร่อื ง ดนตรแี ละวงดนตรีท่ใี ชป้ ระกอบการแสดงทุกชนดิ ด้วย
๔. เข้าใจเกี่ยวกับการแต่งกายและแต่งหน้าของผู้แสดง การแสดงนั้นแบ่งออกหลายแบบ หลาย
ประเภท ผู้ชมควรดูให้เข้าใจว่าการแต่งกายเหมาะสมกับบรรยากาศและประเภทของการแสดงหรือไม่ เสื้อผ้า
เครื่องประดับ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการแสดง ตลอดทั้งการแต่งหน้าด้วยวา่ เหมาะสมกลมกลืนกันเพียงใด
เชน่ เหมาะสมกับฐานะหรอื บทของผแู้ สดงหรือไม่
๕. เข้าใจถึงการออกแบบฉากและการใช้
แสงและเสียง ผู้ชมที่ดีต้องมีความรู้ ความเข้าใจ
เรื่องฉาก สถานที่ และสถานการณ์ต่างๆ ของการ
แสดง คือต้องดูให้เข้าใจว่าเหมาะสมกับการแสดง
หรือไม่ บรรยากาศ แสง หรือเสียงท่ีใช้น้ันเหมาะสม
กบั ลกั ษณะของการแสดงเพียงใด
๖. เข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและฐานะของ ๘. ควรมีอารมณ์รว่ มกับการแสดง การแสดงนาฏศลิ ป์ได้บรรจุเอาลีลาท่าทาง หรืออารมณ์ตา่ งๆ ของ
ตัวแสดง คือ การแสดงที่เป็นเรื่องราว มีตัวแสดง ผู้แสดงไว้มากมาย ผู้ชมที่ดีควรมีส่วนร่วมกับผู้แสดงด้วย เช่น สนุกสนาน เฮฮาไปด้วย จะทำให้ได้รสของการ
หลายบท ซึ่งจะตอ้ งแบง่ ออกตามฐานะในเรื่องน้ันๆ แสดงอยา่ งเตม็ ที่ และผแู้ สดงจะสนุกสนาน มอี ารมณ์และกำลงั ใจในการแสดงด้วย
เช่น พระเอก นางเอก ตัวเอก ตัวนายโรง พระรอง
นางรอง ตวั ตลก ฯลฯ ๙. ควรมีมารยาทในการชมการแสดง คือ ปรบมือให้เกียรติก่อนแสดงและหลังจาจบการแสดงแต่ละ
ชุด ไม่ควรส่งเสียงโห่ร้องเป็นการล้อเลียน หรือเยาะเย้ย ในขณะที่การแสดงนั้นไม่ถูกใจหรืออาจจะผิดพลาด
๗. เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวของการแสดง ตลก ขบขนั ซง่ึ จะทำใหผ้ แู้ สดงเสยี กำลังใจ และถอื วา่ ไม่มมี ารยาทในการ ชมการแสดงอย่างมาก อีกท้ังเป็นการ
ในกรณีที่เล่นเป็นเรื่องราว เช่น โขน ละคร ผู้ชม รบกวนสมาธิและอารมณข์ องผู้ชมคนอ่ืนๆ ด้วย
ต้องติดตามการแสดงให้ต่อเนื่องกันถึงจะเข้าใจถึง
เรื่องราวตา่ งๆ ว่าใคร ทำอะไร ทไี่ หน อยา่ งไร
๑๑. ควรศึกษาเกี่ยวกับสูจิบัตร ให้เข้าใจก่อนเริ่มชมการแสดง เพื่อจะได้ชมการแสดงได้เข้าใจตั้งแต่
ตน้ จนจบ แต่ถ้าไม่มีสูจบิ ัตร ก็ควรจะตง้ั ใจฟังพธิ ีการบรรยายถึงเร่อื งราวตา่ งๆ ที่เกี่ยวกบั การแสดงใหเ้ ขา้ ใจด้วย
๑๒. ควรไปถึงสถานที่แสดงก่อนเวลา เพื่อจะได้เตรียมตัวให้พร้อม และได้ชมการแสดง
ตั้งแต่เริ่มต้น อีกทั้งจะได้ไม่เดินผ่านผู้อื่นซึ่งชมการแสดงอยู่ก่อนแล้ว จะทำให้เกิดความวุ่นวายเป็นการทำลาย
สมาธดิ ว้ ย
๑๐. ควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย คือ ต้องให้
เหมาะสมกับสถานที่ที่ใช้แสดง เช่นโรงละคร
แห่งชาติ หอประชุมขนาดใหญ่ ควรแต่งกายสุภาพ
แบบสากลนิยม แต่ในกรณีสถานที่สาธารณะหรือ
งานแบบสวนสนุก ก็อนุโลมแตง่ กายตามสบายได้