The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

MESOPOTAMIA เมโสโปเตเมีย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-11-21 21:19:45

MESOPOTAMIA เมโสโปเตเมีย

MESOPOTAMIA เมโสโปเตเมีย

MESOPOTAMIA

เมโสโปเตเมีย 4,000 ปี

อารยธรรมเมโสโปเตเมียโบราณ อายุ 4000 ปี
โดย นายวีระพงศ์ แดงมะเเจ้ง

ประวัติศาสตร์สากล
ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนรรม

อารยธรรมเม
โสโปเตเมีย

เมโสโปเตเมีย เป็นคำภาษากรีก แปลว่า ที่ระหว่างแม่น้ำ ดินแดน
ที่ชาวกรีกเรียกว่า เมโสโปเตเมียนี้ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำไทกรีสและ ยูเฟร
ตีสเป็นส่วนหนึ่งของ "ดินแดนรูป พระจันทร์เสี้ยวอันอุดม
สมบูรณ์" ซึ่งเป็นดินแดนรูปครึ่งวงกลมผืนใหญ่ ที่ทอดโค้งขึ้นไป
จากฝั่ งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและอ่าวเปอร์เซีย เมโสโปเตเมียเป็น
แหล่งอารยธรรมที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง เมโสโปเตเมีย
แปลว่า ดินแดนระหว่างแม่น้ำสองสายคือ แม่น้ำไทกรีสและยูเฟร
ทีส (ปัจจุบันคือดินแดนส่วนใหญ่ของ ประเทศอิรัก ) ระหว่างสอง
ฝั่ งแม่น้ำทั้งสองสายเป็นพื้นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่
การเพาะปลูก ทำให้กลุ่มชนชาติต่างๆเข้ามาทำมาหากินและสร้าง
อารยธรรมขึ้น รวมทั้งถ่ายทอดอารยธรรมจากกลุ่มหนึ่งสู่กลุ่ม
หนึ่ง ทำให้เกิดอารยธรรมแบบผสม

เมโสโปเตเมีย เป็นดินแดนที่อากาศร้อนและกันดารฝน น้ำที่ได้
รับส่วนใหญ่เป็น น้ำจากแม่น้ำที่มาจากหิมะละลายในภาคฤดูร้อน
บนเทือกเขาในอาร์มิเนีย น้ำจะพัดพา เอาโคลนตมมาทับถม
ชายฝั่ งทั้งสอง ทำให้พื้นดินอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก
การเอ่อล้นของน้ำอันเกิดจากหิมะละลายไม่มีกำหนดเวลาที่
แน่นอนและบางครั้งทำความเสียหายแก่บ้านเมือง ไร่นา
ทรัพย์สินและชีวิตผู้คน การกสิกรรมที่จะได้ผลดีในสภาพ
แวดล้อมเช่นนี้ต้องอาศัยระบบการชลประทานที่มีประสิทธิภาพ

เทือกเขาในอาร์เมเนีย

ความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มแม่น้ำเป็นเครื่องดึงดูดให้ผู้คนเข้ามา
ทำมาหากินในบริเวณนี้ แต่ความร้อนของอากาศก็เป็นเครื่อง
บั่นทอนกำลังของผู้คนที่อาศัยอยู่ทำให้คนเหล่านั้นขาดความ
กระตือรือร้น เมื่อมีพวกอื่นเข้ารุกรานจึงต้องหลีกทางให้ผู้ที่เข้ามา
ใหม่ซึ่งเมื่ ออยู่ไปนานๆเข้าก็ประสบภาวะเดียวกันต้องหลีกให้ผู้อื่ น
ต่อไป พวกที่เข้ามารุกรานส่วนใหญ่มักจะมาจากบริเวณหุบเขา
ที่ราบสูงทางภาคเหนือและตะวันออกซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขาหินปูนไม่
อุดมสมบูรณ์เท่าเขตลุ่มแม่น้ำ และยังมีพวกที่มาจากทะเลทราย
ซีเรียและอารเบีย เรื่องราวของดินแดนแห่งนี้จึงเป็นเรื่องราวที่
เกี่ยวกับอารยธรรมของคนกลุ่มต่างๆ หลายกลุ่มมิได้เป็นเรื่อง
ราวของอารยธรรมที่สืบต่อกันเป็นเวลายาวนานดังเช่น
อารยธรรมอียิปต์

ปัจจัยที่เอื้ออำนวยที่ทำให้เกิด
อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

1. ความคิดสร้างสรรค์รักษา ปรับปรุงและสืบทอดในอารยธรรม
ของกลุ่มชน 6 กลุ่มคือ

1.1 สุเมเรียน (Sumerians)
1.2 อัคคาเดียน (Akkadians)
1.3 อะมอไรท์ (Amorites)
1.4 คัสไซท์ (Kassites)
1.5 อัสซีเรียน (Assyrians)
1.6 แคลเดียน (Chaldeans)
2. แม่น้ำไทกรีสและยูเฟรตีส ทำให้เมโสโปเตเมียชุ่มชื้นเกิดการ
รวมตัวของกลุ่มชนและกำเนิดอารยธรรมเฉพาะขึ้น
3. พรมแดนธรรมชาติซึ่งมีส่วนช่วยเป็นกำแพงป้องกันศัตรู
ภายนอกแม้ไม่ดีเท่าแถบลุ่มน้ำไนล์ก็ตาม แต่ก็เอื้ออำนวยให้กลุ่ม
ชนซึ่งผลัดกันขึ้นมีบทบาทในเมโสโปเตเมียสามารถใช้ประโยชน์
ของพรมแดนธรรมชาตินี้กำเนิดอารยธรรมเมโสโปเตเมียขึ้น
กล่าวคือทิศเหนือจรดเทือกเขาอเมเนียทิศใต้จรดอ่าวเปอร์เซีย ทิศ
ตะวันออกจรดแนวเทือกเขายาว ทิศตะวันตกจรดทะเลทรายอาร
เบียน

อัคคาเดียน (Akkadians) อัสซีเรียน (Assyrians)

คนกลุ่มแรกที่สร้างอารยธรรมเมโสโปเตเมียขึ้น คือชาว
ซูเมอร์ หรือ ชาวสุเมเรียน (Sumeriam) ผู้คิดประดิษฐ์ตัวอักษร
ขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก อารยธรรมที่ชาวซูเมอร์สร้างขึ้นเป็นพื้น
ฐานสำคัญของอารยธรรมเมโสโปเตเมีย สถาปัตยกรรม ตัว
อักษร ศิลปกรรมอื่น ๆ ตลอดจนทัศนคติต่อชีวิตและเทพเจ้าของ
ชาวซูเมอร์ ได้ดำรงอยู่และมีอิทธิพลอยู่ในลุ่มแม่น้ำทั้งสองตลอด
ช่วงสมัยโบราณ

ศิลปะซูเมอร์

อาชีพหลัก คือเกษตรกรรม มีความชำนาญ มีการใช้ระบบ
ชลประทาน ขุดคลองระบายน้ำ ทำการเพาะปลูกโดยเป็นไร่ขนาด
ใหญ่ ปลูกผลไม้ ประดิษฐ์คันไถ เครื่องหยอดเมล็ด มีการเลี้ยง
สัตว์ เครื่องปั้ นดินเผา มีมาตราชั่งตวงวัด การทอผ้าและย้อมผ้า
มีการแบ่งชนชั้นทางสังคมเป็น 3 กลุ่มคือ

1.ชนชั้นสูง ได้แก่ กษัตริย์ พระราชวงศ์ พระชั้นผู้ใหญ่ ขุนนาง
2.ชนชั้นสามัญ เป็นเสรีชน ลูกจ้างของขุนนาง
3.ทาส ชาวต่างประเทศและเชลยสงคราม หรืออาชญากรที่ถูก

ลงโทษ

อักษรรูปลิ่ม (cuneiform script)

เป็นระบบการเขียนที่หลากหลาย เป็นได้ทั้งอักษรพยางค์ อักษรคำ
และอักษรที่มีระบบสระ-พยัญชนะ คำว่า “cuneiform” ในภาษา
อังกฤษมาจากภาษาละติน “cuneus” แปลว่าลิ่ม ดังนั้นอักษรรูปลิ่ม
จึงรวมอักษรที่มีรูปร่างคล้ายลิ่มทั้งหมด ภาษาหลายตระกูล ทั้ง
ตระกูลเซมิติก ตระกูลอินโด-ยูโรเปียน และอื่น ๆ ที่เขียนด้วยอักษรนี้
เช่น

อักษรซูเมอร์
อักษรแอกแคด / บาบิโลเนีย / อัสซีเรีย (เซมิติกตะวันออก)
อักษรอีลาไมต์
อักษรเอบลาไอต์
อักษรฮิตไตน์
อักษรฮูร์เรีย
อักษรอูตาร์เตีย
อักษรยูการิติก (ระบบพยัญชนะ)
อักษรเปอร์เซียโบราณ (ส่วนใหญ่ใช้แทนพยางค์)

อักษรรูปลิ่ม

ศาสนา

มีส่วนสำคัญมากในชีวิตของชาวซูเมอร์ พระดำรงตำแหน่งในการ
ปกครองและตำแหน่งสำคัญอื่น ๆ นับถือพระเจ้าหลายองค์พร้อม
ๆ กัน มีการสร้างหอวิหารใหญ่โตเรียกว่า ซิกกุรัต (ziggurat) เป็น
วัดที่มีรูปร่างคล้ายพีระมิด ทำเป็นชั้น ๆ สร้างขึ้นด้วยอิฐ เพื่อเป็นที่
ประทับของเทพเจ้า

ซิกกุรัต (ziggurat)

จารึกบนกำแพงแสดง
ภาพการกรวดน้ำโดย
นักบวชเปลือยและ
ศาสนิกชนในเมืองอูร์
ประมาณ 2500 ปีก่อน
คริสตกาล

สถาปัตยกรรม

ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยอิฐ เนื่องจากมีดินเหนียวบริเวณนี้มาก มี
สองประเภทคือ อิฐตากแห้ง (sun dried brick) และอิฐเผาไฟ
(baked brick) ซึ่งป้องกันความชื้นได้ดี ใช้สร้างยกพื้น กำแพงและ
ส่วนก่อสร้างที่ต้องการความมั่นคงถาวร

ซิกกูแรต (Ziggurat) เป็นสิ่งก่อสร้างของอารยธรรมสุเมเรียน
(Sumerians) ในบริเวณเมโสโปเตเมีย มีลักษณะคล้ายพีระมิดแบบ
ขั้นบันไดแต่ไม่ก่อสร้างสูงจนเป็นยอดแหลม ด้านบนของซิกกูแรต
ซึ่งเป็นพื้นที่ราบกว้างจะสร้างเป็นวิหาร ในระยะแรกการสร้างซิกูแร
ตมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ต่อมาซิกกู
แรตนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังกษัตริย์ เช่น ซิกกูแรตที่
เมืองอูร์ (Ur)

ซิกกูแรตสร้างขึ้นด้วยวัสดุจำพวกอิฐและไม้ ความแข็งแรง
คงทนจึงสู้งานสถาปัตยกรรมยุคต่อมา เช่น พีระมิดอียิปต์ไม่ได้
เพราะงานของอียิปต์สร้างด้วยวัสดุจำพวกหิน ซิกกูแรตเก่าแก่ที่สุด
เท่าที่ค้นพบมีชื่อว่า “The White Temple” พบที่เมืองอูรุค (Uruk)
หรือวาร์กา (Warka) บริเวณพื้นที่ประเทศอิรักในปัจจุบัน มีอายุ
ประมาณ 3,500 – 3,000 ปี ก่อนคริสตกาล ซึ่งเก่าแก่กว่าพีระมิด
ของอียิปต์หลายร้อยปี

สวนลอยแห่งบาบิโลน

ตำนานกล่าวไว้ว่า สวนลอยแห่งบาบิโลนสร้างขึ้นประมาณ
ศตวรรษที่9 ก่อนคริสตกาล โดยคำ บัญชาของกษัตริย์"เนบูคัสเนซ
ซาร์"เพื่อเป็นของขวัญแก่นางอามิธีส ราชินีชาวเปอร์เซียของ
พระองค์

สวนแห่งนี้สร้างขึ้นในเขตพระราชฐาน มีลักษณะคล้ายปิรามิด
โดยสร้างซ้อนกันขึ้นไปเป็นชั้นๆ นักประวัติศาสตร์จากซิซิลีที่ชื่อ "ดิ
โอโดโรส" กล่าวว่า ชาวบาบิโลนใช้อิฐและน้ำมันดินเป็นส่วน ประกอบ
สำคัญในการก่อสร้างและเพื่อให้กันน้ำได้ดีนั้น ชาวเมืองจะใช้หญ้า
ประเภทอ้อหรือกกผสม น้ำมันดินปูพื้นชั้นแรก แล้วปูทับด้วยอิฐเผา
ที่ตริงไว้ด้วยปูน ก่อนจะวางตะกั่วทับลงไปบนชั้นบนสุด หลังจากนั้น
จึงลงดินที่มีปริมาณมากพอที่จะปลูกต้นไม้ทุกประเภท นับแต่ไม้พุ่ม
ไปจนถึงไม้ยืนต้น น้ำที่ใช้เลี้ยงต้นไม้ในสวนลอยสูบขึ้นมาจากแม่น้ำยู
เฟรติสเบื้องล่างมาตามท่อที่ฝังซ่อนไว้อย่าง มิดชิดในแต่ละส่วนของ
ระเบียง ทำให้ต้นไม้ที่ปลูกที่นี่เขียวชอุ่ม ให้ดอกและผลได้เป็นอย่างดี
แม้ในช่วง ที่แล้งที่สุดกลางฤดูร้อนในทะเลทราย

วรรณกรรม
มีนิยาย กาพย์ กลอน ซึ่งท่องจำต่อ ๆ กันมา งานส่วนใหญ่เกี่ยว

กับศาสนา เช่น บทสวด คำโคลงสดุดีเทพเจ้า ฯลฯ ที่เด่นที่สุดคือ
มหากาพย์กิลกาเมช ซึ่งเป็นเรื่องราวของวีรบุรุษกิลกาเมซซึ่งเป็น
กษัตริย์ชาวอูรุก

เป็นหนึ่งในงานวรรณกรรมประเภทนิยายที่เก่าแก่ที่สุดในโลก นัก
วิชาการเชื่อว่ามหากาพย์เรื่องนี้มีกำเนิดมาจากตำนานกษัตริย์สุเม
เรียนและบทกวีเกี่ยวกับวีรบุรุษในตำนานที่ชื่อว่า กิลกาเมช ซึ่งถูก
รวบรวมเอาไว้กับบรรดาบทกวีอัคคาเดียนในยุคต่อมา มหากาพย์ชุด
ที่สมบูรณ์ที่สุดในปัจจุบันปรากฏในแผ่นดินเหนียว 12 แท่งซึ่งเก็บ
รักษาไว้ที่หอเก็บจารึกของกษัตริย์แห่งอัสซีเรีย เมื่อราวศตวรรษที่
7 ก่อนคริสตกาล มีชื่อดั้งเดิมว่า ผู้มองเห็นเบื้องลึก หรือ ผู้ยิ่งใหญ่
กว่าราชันทั้งปวง กิลกาเมชอาจจะเป็นผู้ปกครองที่มีตัวตนจริงใน
อดีตระหว่างราชวงศ์ที่ 2 ของยุคต้นของสุเมเรีย (ประมาณ 2,700
ปีก่อนคริสตกาล)

พัฒนาการวัฒนธรรมสุเมเรียน 2 ระยะ คือ
1.ระยะวัฒนธรรมอูเบด (Ubaid) ประมาณ 4250-3750

B.C. เป็นสมัยเริ่มอารยธรรมคนเมือง (Urban life)
2.ระยะวัฒนะรรมอูรุค (Uruk) ประมาณ 3750-3000

B.C.

ศูนย์กลางความเจริญของสุเมเรียนใน 12 นครรัฐ
นครรัฐสำคัญ คือ เมืองอูร์ อีเรค ลากาซ และลาร์ซา เป็นต้น

1.การปกครอง ในระบอบเทวาธิปไตย ผู้ปกครองเป็นกษัตริย์
พระ คือทำหน้าที่เป็นกษัตริย์ผู้นำและทำหน้าที่พระในการสื่อสาร
กับเทพเจ้า

2.ศาสนา ชาวสุเมเรียนนับถือเทพเจ้าหลายพระองค์ แต่ละ
นครรัฐจะมีเทพเจ้าบูชาประจำนครของตน และยังนับถือเทพเจ้า
องค์อื่นๆด้วย ศาสนาของพวกสุเมเรียนนี้ย้ำ
ถึงโลกนี้เป็นสำคัญ ไม่มีการหวังถึงโลกหน้า ฉะนั้นจึงไม่สนใจใน
การเก็บร่างกายเอาไว้ ไม่มีการทำมัมมี่ ไม่มีการประดับตกแต่ง
หลุมฝังศพเหมือนอียิปต์
พิธีฝังศพก็ทำง่ายๆด้วยการฝังศพไว้ใต้พื้นบ้าน โดยไม่ต้องใส่โลง
ศพสำหรับใส่ศพด้วย และใส่เครื่องใช้ไม้สอยสำหรับผู้ตายไว้เพียง
เล็กน้อยเท่านั้น

เรื่อง “รักๆ” ฉบับเมโสโปเตเมีย

เรื่องการจีบหรือการพูดคุยเพื่อดูทีท่าระหว่างชายหญิงซึ่งนำ
ไปสู่การแต่งงานเหมือนในปัจจุบันนั้นน่าจะเป็นเรื่องที่ไม่คุ้น
เคยเท่ากับธรรมเนียม “การประมูลเจ้าสาว”

ในอารยธรรมเมโสโปเตเมีย หญิงชายจะมาเจอกันเพื่อ
แต่งงาน (แต่งงานเลย ไม่ต้องสานสัมพันธ์ก่อน) ในงาน
ประมูลเจ้าสาว ในแต่ละปี แต่ละหมู่บ้านจะจัดงานนี้โดยการ
รวบรวมหญิงสาวที่มีคุณสมบัติพร้อมในการแต่งงานมารวม
อยู่ในจุดหนึ่งของหมู่บ้าน และให้เหล่าชายชาตรีทั้งหลายซึ่ง
เดินทางมาจากหลายหนหลายแห่งเพื่อจะมาเข้าร่วมงานนี้มา
ยืนมุงล้อมรอบหญิงสาวเหล่านั้นเป็นวงกลม จากนั้นก็จะเริ่ม
ประมูลแข่งขันให้ราคาผู้หญิงในวงล้อมทีละคนโดยเริ่มจาก
หญิงที่สวยที่สุด ไล่ไปจนสวยน้อยที่สุด

จากประเพณีดังกล่าวนี้ก็คงจะทำให้เดาได้ว่า คนรวยก็คงจะ
ได้ครอบครองแต่สาวสวย และคนจนก็คงได้สาวขี้เหร่ไปตามที่
กำลังพอจะจ่ายไหว

การแต่งงานของชายหญิงในอารยธรรมเมโสโปเตเมียจะเป็นไป
ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. จดทะเบียนสมรส
2.ฝ่ายชายจ่ายเงินค่าตัวฝ่ายหญิงตามราคาที่ตนประมูลได้ และ

ฝ่ายหญิงมอบสินสอดให้ฝ่ายชาย
3. จัดพิธีเลี้ยงฉลองการแต่งงาน
4. ฝ่ายหญิงย้ายไปอยู่ที่บ้านของครอบครัวฝ่ายชาย
5.ชายและหญิงร่วมหลับนอนและให้กำเนิดทายาท โดยฝ่ายหญิง

จำเป็นจะต้องรักษาพรหมจรรย์ไว้จนคืนงานวันแต่งงาน

เเสกนคิวอาร์โค้ด เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม

scan
scan

แบบทดสอบ

1.ข้อใดคือความหมายของคำว่า “เมโส 6.สถานที่ในภาพคือสถานที่ใด *
โปเตเมีย” * ก.ซิกกูแรต
ก.ดินแดนแห่งความมั่นคงและความสุข ข.สวนลอยบาบิโลน
ข.ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ ค.พระราชวังซาร์กอน
ค.ดินแดนแห่งแม่น้ำทั้งสอง ง.พีระมิดแห่งกิซา
ง.ดินแดนแห่งความยิ่งใหญ่
7.ผู้คิดประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นเป็นครั้งแรกใน
2.ข้อใดไม่ถูกต้องตามอารยธรรมเมโส โลกคือ *
โปเตเมีย * ก.สุเมเรียน
ก.เมโสโปเตเมียมีอักษรคูนิฟอร์ม ข.อัคคาเดียน
ข.เมโสโปเตเมียมีสวนลอยแห่งบาบิโลน ค.อะมอไรท์
ค.เมโสโปเตเมียนับถือเทพเจ้าสุริยเทพ ง.คัสไซท์
ง.เมโสโปเตเมียมีสถาปัตยกรรมอิฐ
ตากแห้งที่ใหญ่โตอย่างซิกกูแรต 8.สถาปัตยกรรมที่สำคัญของเมโสโปเตเมียคือ
อะไร *
3.ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการสร้าง ก.ซิกกูแรต
ซิกกูแรตของชาวสุเมเรียน * ข.สวนลอยบาบิโลน
ก.เป็นที่พักอาศัยของพระมหากษัตริย์ ค.พระราชวังซาร์กอน
ข.เป็นเทวสถานในการบูชาพระเจ้า ง.พีระมิดแห่งกิซา
ค.ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
ง.เป็นที่สอนหนังสือให้กับนักบวชรุ่น 9.อารยธรรมแห่งแรกของโลกถือกำเนิดขึ้น
เยาว์ บริเวณลุ่มแม่น้ำใด *
ก.แม่น้ำฮวงโห-แยงซีเกียง
4.ชนชาติแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในดิน ข.แม่น้ำคงคา-สินธุ
แดนเมโสโปเตเมีย คือข้อใด * ค.แม่น้ำไทกริส-ยูเฟรติ
ก.สุเมเรียน ง.แม่น้ำไนล์
ข.อัสซีเรีย
ค.อัคคาเดียน 10.การแบ่งชนชั้นทางสังคมเป็นกี่กลุ่ม *
ง.อมอไรต์ ก.1กลุ่ม
ข.2กลุ่ม
5.สถานที่ในภาพคือสถานที่ใด * ค.3กลุ่ม
ง.4กลุ่ม
ก.สวนลอยบาบิโลน
ข.พีระมิดแห่งกิซา
ค.พระราชวังซาร์กอน
ง.ซิกกูแรต

บรรณานุกรม

ไม่ทราบผู้เเต่ง (ม.ป.ป.) สืบค้น 4/11/2564 จาก
https://sites.google.com/site/
historyinter123/xarythrrm-tawan-tk-smay-boran/xary-thr-rm-
me-so-po-te-meiy
ไม่ทราบผู้เเต่ง (ม.ป.ป.) สืบค้น 4/11/2564 จาก
https://th.wikipedia.org/wiki/เมโสโปเตเมีย
ไม่ทราบผู้เเต่ง (ม.ป.ป.) สืบค้น 4/11/2564 จาก
https://th.wikipedia.org/wiki/ซูเมอร์
ไม่ทราบผู้เเต่ง (ม.ป.ป.) สืบค้น 4/11/2564 จาก
https://th.wikipedia.org/wiki/อักษรรูปลิ่ม

ไม่ทราบผู้เเต่ง (ม.ป.ป.) สืบค้น 4/11/2564 จาก https://www.silpa-
mag.com/culture
/article_23625


Click to View FlipBook Version