คำนำ
โรงเรียนนกั บุญเปโตรเป็ นหน่วยงานสังกดั ฝ่ ายการศึกษาอคั รสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เขตการศึกษา 5
ทาหนา้ ท่ีเป็ นสถานศึกษาจดั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน ในระดบั ช้นั อนุบาลถึงระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 6 จดั การ
เรียนรู้ให้กบั นกั เรียนโดยสอนการสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมและบูรณาการแบบสหวิทยาการ ให้เกิดผล
ตามปรัชญาของโรงเรียนท่ีว่า “ทิ้งสิ่งชั่วร้าย มุ่งหมายสิ่งดี” และคติพจน์ “ประพฤติดี มีวินัย ใฝ่ ความรู้
ชูคุณธรรม”
หลักสูตรทอ้ งถิ่นถือว่าเป็ นส่วนหน่ึงของหลกั สูตรสถานศึกษา จากการวิเคราะห์ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐานพุทธศกั ราช 2551 แสดงให้เห็นถึงลกั ษณะและรูปแบบการจดั ดาเนินการได้
หลายลักษณะสาหรับโรงเรียนนักบุญเปโตร จดั เป็ นการเฉพาะเสริมหลักสูตรตามสภาพของชุมชนใน
ทอ้ งถ่ิน ที่เกี่ยวกบั วดั นักบุญเปโตร สหกรณ์เครดิตยูเนียนนักบุญเปโตร จากัด อาชีพในท้องถ่ินโรมัน
ลูกนักบุญฯ...รักษ์แม่น้าท่าจีน สักการสถาน บุญราศีนิโคลาส บุญเกิด กฤษบารุง องค์การบริหารส่วน
ตาบลท่าขา้ ม รู้เฟ่ื องเรื่องเมืองนครปฐม รักษแ์ ม่น้าทา่ จีนนครปฐม และทวารวดีศรีนครปฐม
การออกแบบและพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นที่สร้างข้ึนน้ี คณะผูจ้ ดั ทาได้ศึกษาแนวคิดของนัก
การศึกษาเก่ียวกบั กระบวนการพฒั นาหลกั สูตรทอ้ งถิ่นตามข้นั ตอนคือสารวจสภาพของทอ้ งถิ่น ศึกษาขอ้ มูล
พ้ืนฐานการบู รณ าการแนวคิ ดปรัชญ าเศรษฐกิ จพอเพียงจากเอกสารหน่ วยการเรี ยนรู้ ปรัชญ าเศรษฐกิ จ
พอเพียงเพ่ือทดลองใช้ โดยคณ ะทางานบูรณ าการเศรษฐกิจพอเพียงสู่ การเรี ยนการสอนของ
กระทรวงศึกษาธิการ ประชุมกบั ผูเ้ กี่ยวขอ้ งเพ่ือออกแบบหลกั สูตรทอ้ งถ่ินฉบบั ร่างท่ีเรียกว่าประมวลวิชา
(Course Syllabus)นาไปตรวจสอบโดยผูเ้ ช่ียวชาญ ด้านหลกั สูตรและการสอน ออกแบบหน่วยการเรียนรู้
จดั ทาแผน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การวดั และประเมินผล แหล่ง / สื่อประกอบการจดั การเรียนรู้
ผูเ้ ชี่ยวชาญในทอ้ งถิ่น ร่างเอกสารประกอบการเรียนรู้สาหรับนักเรียน ร่างคู่มือครูและเอกสารประกอบ
หลกั สูตรที่เก่ียวขอ้ งแลว้ นากลบั ไปตรวจ โดยผเู้ ชี่ยวชาญอีกคร้ังปรับปรุงแกไ้ ขจดั ทาหลกั สูตรทอ้ งถ่ินฉบบั
สมบูรณ์นาหลกั สูตรไปทดลองใชป้ ระเมินผลการรวมการใชห้ ลกั สูตรและปรับปรุงพฒั นาหลกั สูตรทอ้ งถ่ิน
ตอ่ ไป
หลกั สูตรน้ีเสร็จสมบูรณ์ดว้ ยความร่วมมือของบุคคลหลายฝ่ ายท้งั ผูเ้ ชี่ยวชาญ ผูป้ กครอง ศิษยเ์ ก่า
คณะครู นกั เรียนและบุคลากรทุกคนของโรงเรียนจึงขอขอบคุณในความร่วมมือของทุกฝ่ ายมา ณ โอกาสน้ี
ดว้ ย
คณะผ้อู อกแบบและพฒั นำหลกั สูตร
สำรบญั
หน้ำ
บทนำ ควำมหมำยและควำมสำคญั ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 1–7
หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 1 ศำสนำในประเทศไทย
- ศาสนาในประเทศไทย 8
- องคป์ ระกอบและความสาคญั ของศาสนา 9
- ศาสนาอิสลาม ศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์ 10
- กิจกรรมเสริมทกั ษะศาสนาอิสลาม 11
- กิจกรรมเสริมทกั ษะศาสนาพุทธ 12
- กิจกรรมเสริมทกั ษะศาสนาคริสต์ 13
หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 2 หลกั ธรรมเบื้องต้น
- หลกั ธรรมทางศาสนา 14 – 16
- กิจกรรมเสริมทกั ษะหลกั ธรรมเบ้ืองตน้ 17
- กิจกรรมเสริมทกั ษะหลกั ธรรมทางศาสนา 18
- กิจกรรมเสริมทกั ษะหลกั ธรรมทางศาสนาพทุ ธ 19
- กิจกรรมเสริมทกั ษะหลกั ธรรมทางศาสนาคริสต์ 20
- กิจกรรมเสริมทกั ษะหลกั ธรรมนาชีวติ 21
หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี 3 วดั นกั บุญเปโตร
- ความเป็นมา 22 – 27
- สิ่งปลูกสร้าง 28 – 29
- สิ่งที่อยภู่ ายในวดั 30 – 31
- ประวตั ิท่านนกั บุญเปโตรและตาแหน่งพระสนั ตะปาปา 32 – 35
หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี 4 พธิ มี ิสซำบูขอบพระคุณ อริ ิยำบถและกริ ิยำอำกำรทใ่ี ช้ในพธิ ีกรรม
- การยนื , การคุกเข่า , การนง่ั , การกม้ ศีรษะ 36 – 37
- พิธีกรรมศลี ศกั ด์ิสิทธ์ิ 38
- การภาวนา 39
- วนั ฉลองสาคญั ของคริสตชน 40 – 41
- กิจกรรมเสริมทกั ษะ แบบบนั ทึกความรู้ กิจกรรมแบบบูรณาการ 42 – 46
ควำมหมำยและควำมสำคญั ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เศรษฐกจิ พอเพยี ง เป็นแนวทางหน่ึงของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รัชกาลที่ 9 ที่ให้
ประชาชนนาไปปฏิบตั ิใหพ้ ออยพู่ อกินเล้ียง
ตวั เองได้ อยอู่ ยา่ งประหยดั เนน้ หลกั การพ่ึง
ตวั เอง ช่วยเหลือตวั เองใหไ้ ดม้ ากที่สุดส่ิงท่ีหา
ได้ โดยไม่ตอ้ งซ้ือหากค็ วรจะทาเอง เช่น การ
ปลูกผกั ไวร้ ับประทานเอง ช่วยประหยดั
ค่าใชจ้ ่าย ยงั มีความปลอดภยั เพราะผกั ที่ปลูก
เองไม่ไดฉ้ ีดสารเคมี หรือยาฆ่าแมลง เป็นผกั
ปลอดสารพิษ
เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง การดาเนินชีวิตท่ีถูกต้อง สุจริ ต มีเหตุผลและสามารถ
พ่ึงตนเองได้ โดยยึดหลกั พอประมาณ คือ พออยู่ พอกิน พอใช้ ไม่ฟ่ ุมเฟื อย ไม่หรูหรา รู้จกั เกบ็
ออม
1
เราสามารถนาหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งมาใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ของเราได้ โดยตอ้ ง
รู้จกั พฒั นาอาชีพใหด้ ีข้ึน เพื่อใหส้ ามารถพ่ึงพาตนเองได้ รู้จกั ใชอ้ ยา่ งประหยดั และเกบ็
ออม
เมื่อเราไม่ไดฟ้ ่ ุมเฟื อย ทาใหเ้ รามีเงินเหลือสาหรับเกบ็ ออมไดอ้ ีกดว้ ย ถา้ เราทาได้ ตาม
หลกั หลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง แลว้ กจ็ ะทาใหเ้ ราและครอบครัวของเรามีความสุข
2
กำรปฏบิ ตั ติ นตำมหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง
นกั เรียนสามารถนาหลกั เศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รัชกาลท่ี 9
มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั ไดโ้ ดยการรู้จกั เลือกซ้ือของกิน ของใช้ ของเล่น รู้จกั ประหยดั
และเก็บออม ไม่ใชจ้ ่ายฟ่ ุมเฟื อย ถา้ นักเรียนทาไดต้ ามหลกั เศรษฐกิจพอเพียงนอกจากจะเป็ น
การช่วยเหลือครอบครัวแลว้ ยงั ทาใหค้ รอบครัวของเรามีความสุขอีกดว้ ย
สิ่งท่ีนกั เรียนควรนาหลกั เศรษฐกิจพอเพียง มาใชใ้ นชีวติ ประจาวนั มีดงั ต่อไปน้ี
1. กำรซื้อของกนิ ควรเลือกซ้ืออาหารท่ีมีประโยชน์ เช่น นม ผลไม้ อาหารที่ไม่ควรซ้ือ
เช่น ลูกอม น้าอดั ลม ผลไมด้ อง เป็นตน้
2. กำรซื้อของใช้ ควรเลือกซ้ือส่ิงของท่ีมีความจาเป็นตอ้ งใช้ เช่น ดินสอ ยางลบ
สมุด แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ฯลฯ ควรใชใ้ หห้ มดก่อนแลว้ จึงจะซ้ือใหม่ได้
3. กำรเลือกซื้อของเล่น ควรเลือกซ้ือของเล่นท่ีมีประโยชนต์ ่อการพฒั นาสติปัญญา
หรือเลือกซ้ือตามคาแนะนาของคุณพ่อคุณแม่หรือผปู้ กครอง
3
นอกจากน้ี เราสามารถนาหลกั เศรษฐกิจพอเพยี งของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มา
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้
1. รู้จกั ใชน้ ้าอยา่ งประหยดั เวลาอาบน้า และทาความสะอาดร่างกาย
2. รู้จกั ใชไ้ ฟฟ้าอยา่ งประหยดั เมื่อเลิกใชแ้ ลว้ ใหป้ ิ ดไฟหรือ ถอดปลก๊ั
3. รู้จกั ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และเกบ็ ออม รู้จกั แบ่งปันและเอ้ือเฟ้ื อต่อผอู้ ่ืน
4
ประโยชนข์ องเศรษฐกิจพอเพียง
1. ช่วยลดค่ำใช้จ่ำยให้น้อยลง โดยยดึ หลกั พออยู่ พอกิน พอใช้
2. ช่วยให้ใช้ทรัพยำกรธรรมชำตอิ ย่ำงคุ้มค่ำและประหยดั สามารถหาทรัพยากรธรรมชาติ
มาทดแทนส่วนท่ีจะนาไปใช้ เช่น การปลูกป่ าทดแทน
5
3. ทำให้ชุมชนเกดิ ควำมเข้มแขง็ ช่วยเหลือพงึ่ พำกนั
เพราะสมาชิกในชุมชนต่างๆช่วยเหลือซ่ึงกนั และ
กนั
4. ทำตนให้เป็ นทพ่ี ง่ึ แห่งตน มจี ติ สำนึกทด่ี ี เห็นแก่ประโยชนส์ ่วนรวมมีจิตใจเอ้ืออารี
5. ช่วยให้กำรเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้หรือวสั ดุของท้องถนิ่ สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ
และสภาพแวดลอ้ มในทอ้ งถ่ิน
6
กิจกรรมฝึกทกั ษะ ใช่
ทาเคร่ืองหมาย ใตภ้ าพท่ีแสดงถึงการดารงชีวติ แบบเศรษฐกิจพอเพียง
1. 6.
ใช่
ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่
2. 7.
ใช่ ใช่
ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่
3. 8.
ใช่ ใช่
ไม่ใช่ ไม่ใช่
4. 9.
ใช่ ใช่
ไม่ใช่ ไม่ใช่
5. 10.
ใช่ ใช่
ไม่ใช่ ไม่ใช่
7
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
ศาสนาในประเทศไทย
จุดประสงค์เรียนรู้ สามารถบอกศาสนาต่างๆในประเทศไทยได้
***************************************************************************
“ศาสนา”มาจากภาษาสันสกฤตว่า “สาสน” ถา้ เป็ นภาษาบาลีว่า “สาสน” มีความหมาย
ตามรูปศพั ท์ว่า “คาสั่งสอน” ในภาษาอังกฤษใช้คาว่า “Religion” ซ่ึงมีศพั ท์เดิมมาจากภาษา
ละตินวา่ Religis
ศาสนา เป็นเครื่องยดึ เหน่ียวทางดา้ นจิตใจ ทาใหม้ นุษยส์ ามารถดารงชีวติ อยไู่ ดอ้ ยา่ งปกติ
สุข เน่ืองเพราะศาสนามีคาสอน มีหลกั การ มีขอ้ กาหนด รวมถึงมีการต้งั กฎกติกาในการปฏิบตั ิ
ตน เหตุที่มนุษยต์ อ้ งการความมน่ั คงทางดา้ นจิตใจเป็ นอย่างมากน่ีเองเราจึงเห็นไดว้ ่าในโลกมี
ศาสนาเกิดข้ึนมากมาย แต่ศาสนาที่ผูค้ นส่วนใหญ่ให้ความศรัทธานับถือหลกั ๆมีอยู่ 5 ศาสนา
ดว้ ยกนั ไดแ้ ก่ คริสต์ อิสลาม พุทธ ยดู าย และฮินดู มีบางทศั นะวา่ ที่จะถูกเรียกวา่ เป็ นศาสนาได้
น้ันมีองค์ประกอบที่สาคัญคือการมมีพระเจ้าและคัมภีร์ที่เป็ นคาส่ังหรื อคาสอน หาก
นอกเหนือจากน้นั จะเรียกวา่ เป็นลทั ธิ ในที่น้ีเราไม่ขอยดึ ตามทศั นะท่ีวา่ น้นั เพราะเราจะพยายาม
ใหค้ วามสาคญั ต่อจานวนผูศ้ รัทธาของผูค้ นบนโลกน้ีท่ีมีต่อคาสอนของศาสดาของแต่ละศาสนา
เป็นเกณฑ์ แต่ท้งั น้ีท้งั น้นั เรามีความเช่ือวา่ ทุกศาสนาหรือแมแ้ ต่ลทั ธิต่างๆท่ีถูกกาหนดมา ลว้ นมุ่ง
สอนใหค้ นกระทาแต่ความดี ละเวน้ ความชวั่ ท้งั สิ้น
ศาสนา
“ศาสนา คือ คาสง่ั สอนที่พระศาสดาไดค้ น้ พบ หรือ ไดจ้ ากเทวโองการซ่ึงมีลกั ษณะศกั ด์ิสิทธ์ิเป็นท่ี
พ่ึงทางใจ ไดถ้ ูกนามาเผยแพร่ใหม้ วลมนุษยชาติประพฤติปฏิบตั ิตาม และประกอบพิธีกรรม เพื่อ
ประสบสนั ติสุขในระดบั ศีลธรรมจรรยา และสันติภาพอนั นิรันดร อนั เป็ นจุดหมายสูงสุดของชีวติ ”
8
องค์ประกอบของศาสนาคือแก่นสารหรือส่วนสาคัญต่างๆที่รวมกันเข้าเป็ นศาสนา
มี 5 องคป์ ระกอบดงั น้ี
1. มีศาสดา คือผสู้ อนหลกั การและผปู้ ระกาศศาสนา
2. มีหลกั ธรรมคาสอน เกี่ยวกบั ศีลธรรม จรรยา กฎเกณฑ์การปฏิบตั ิ เช่น ศาสนาพุทธ
มีพระไตรปิ ฎก ศาสนาคริสตม์ ีคมั ภีร์ไบเบิ้ล
3. มีหลกั ธรรมความเชื่อเก่ียวกบั ความเจริญอนั สูงสุดเช่น ศาสนาคริสต์ และ อิสลาม
สอนเร่ืองพระเจา้ ศาสนาพทุ ธสอนเรื่องพระนิพพานเป็นตน้
4. มีพธิ ีกรรม คือ พธิ ีประกอบกิจกรรมต่างๆตามที่ศาสนากาหนด
5. มีศาสนสถาน คือที่ต้งั สถานที่ท่ีศาสนิกชนมาพบปะประกอบพิธีทางศาสนา เช่น
โบสถ์ วหิ าร มิสยดิ เป็นตน้
ควำมสำคญั ของศำสนำ
ศาสนาเป็ นคาสั่งสอนที่มีคุณค่าสูงสุดต่อตัวเอง ครอบครัว และสังคม หลักคาสอน
ของศาสนามีความสาคัญต่อการดาเนินชีวิตของบุคคล ทาให้บุคคลสามารถอยู่ร่วมกัน
อยา่ งมีความสุขได้ โดยสรุปความสาคญั ไดด้ งั น้ี
1. เป็ นเครื่องมือยึดเหนี่ยวจิตใจ ทาให้เกิดความอบอุ่น ผ่อนคลายความกลวั ลดหย่อน
ความทุกขโ์ ศก และเป็นเคร่ืองนาทางชีวติ
2. ยดึ เหน่ียวจิตใจของบุคคลในสังคมให้เขา้ มาร่วมกนั เป็นสังคม พิธีกรรมต่างๆในศาสนา
ล้วนมีจุดประสงค์ท่ีจะกระชับความกลมเกลียว และการทางานของสมาชิกในสังคม
เพื่อประโยชนส์ ุขแก่สังคมส่วนรวม
3. เป็นมิ่งขวญั และเป็ นเอกลกั ษณ์ของประเทศ เป็ นพ้ืนฐานของขนบธรรมเนียมประเพณี
ของชาติเช่น ประเทศไทยมีศาสนาพุทธเป็ นพ้ืนฐานความเช่ือซ่ึงนาไปสู่ ประเพณี
ขนบธรรมเนียมและวฒั นธรรมไทย
4. ศาสนาเป็ นมรดกล้าค่าของมนุษยชาติ ศาสนาทาให้ศาสนิกชนเคารพซ่ึงกนั และกนั
มนุษยท์ ุกคนมีสิทธิในการนบั ถือศาสนา
9
ศาสนาอิสลาม
ศาสนาอิสลาม เป็นศาสนาที่สาคญั ศาสนาหน่ึงของโลก
มีคนนบั ถือ ประมาณ 1,600 ลา้ นคน นบั วา่ มีจานวนมากท่ีสุดเป็นอนั ดบั สองของโลก
ศาสนาอิสลามถือกาหนดในประเทศซาอุดิอาราเบีย โดยมีท่านนะบีมูฮมั มดั เป็ นศาสดา
ของศาสนาอิสลามเป็ นศาสนาท่ีสอนให้มนุษยเ์ ช่ือในองค์พระอลั เลาะห์ ซ่ึงเป็ นพระเจา้ ใน
ศาสนา สอนใหห้ มนั่ ทาความดีละเวน้ ความชวั่ มีเมตตากรุณาต่อเพอ่ื น
มนุษยด์ ว้ ยกนั
ศาสนาพทุ ธ
ศาสนาพุทธเป็ นศาสนาประจาชาติไทยกาเนิดในประเทศอินเดียเมื่อ
ราว 2,500 ปี โดยมีพระพุทธเจ้าเป็ นศาสดา เมื่อตรัสรู้แล้วพระองค์ได้เผยแพร่คาสอนแก่
ประชาชนใหท้ าความดี ละเวน้ ความชว่ั ทาใจใหบ้ ริสุทธ์ิ
คาสอนของศาสนา รวบรวมอยนู่ พระคมั ภีร์ เรียกวา่ พระไตรปิ ฎก ผทู้ ี่นบั ถือศาสนาพทุ ธ
เรียกวา่ พุทธศาสนิกชน
ศาสนาคริสต์
ถือกาเนิ ดในประเทศอิสราเอล หรื อเดิมเรี ยกว่าดินแดน
ปาเลสไตน์ ต่อมาไดเ้ ผยแผ่ไปในทวีปยุโรป มีพระเยซูเจา้ ทรง
เป็นศาสดา ช่ือ เยซู แปลวา่ ผชู้ ่วยใหร้ อด
คาสอนของศาสนา รวบรวมอยใู่ นคมั ภีร์ไบเบิ้ล ผทู้ ่ีนบั ถือศาสนาคริสตเ์ รียกวา่ คริสตชน
10
กจิ กรรมเสริมทักษะ
เรื่อง ศาสนาอิสลาม
คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ี
1. ศาสดาของศาสนาอิสลาม คือใคร
ตอบ..............................................................................................
2. คมั ภีร์ของศาสนาอิสลาม มีชื่อวา่ อะไร
ตอบ..............................................................................................
3. คนท่ีนบั ถือศาสนาอิสลาม เรียกวา่ อะไร
ตอบ..............................................................................................
4. สัญลกั ษณ์ของศาสนาอิสลาม คืออะไร
ตอบ..............................................................................................
5. สถานที่ประกอบพธิ ีกรรมทางศาสนาอิสลาม เรียกว่าอะไร
ตอบ..............................................................................................
11
กจิ กรรมเสริมทกั ษะ
เร่ือง พทุ ธศาสนา
คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ี
1. ใครเป็นผกู้ ่อต้งั ศาสนาพทุ ธ
ตอบ..............................................................................................
2. เหตุใด ศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาประจาชาติไทย
ตอบ..............................................................................................
3. ผทู้ ่ีบวชเป็นพระตอ้ งอายตุ ้งั แต่ก่ีปี
ตอบ..............................................................................................
4. สัญลกั ษณ์ของศาสนาพุทธ คืออะไร
ตอบ..............................................................................................
5. คมั ภีร์ของศาสนาพทุ ธ เรียกวา่ อะไร
ตอบ..............................................................................................
12
กจิ กรรมเสริมทกั ษะ
เรื่อง คริสตศ์ าสนา
คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนวาดภาพสญั ลกั ษณ์ของศาสนาคริสต์
13
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2
หลกั ธรรมเบ้ืองตน้ / หลกั ธรรมท่ีดีงามท่ีควรประพฤติปฏิบตั ิ
จุดประสงค์เรียนรู้ สามารถบอกหลกั ธรรมทางศาสนาต่างๆ ในประเทศไทยได้
1. หลกั ธรรมทางศาสนาอิสลาม
หลกั ธรรมของศาสนาอิสลาม เนน้ ในเร่ืองศรัทธา และการปฏิบตั ิตนอยา่ ง
เคร่งครัด หลกั ปฏิบตั ิมี 5 ประการ ไดแ้ ก่
1. การปฏิญาณตนต่อองคอ์ ลั เลาะห์ ทรงเป็นพระเจา้ สูงสุดเพียงองคเ์ ดียว
2. การสวดภาวนา (ละหมาด) เป็นการนมสั การพระเจา้ วนั ละ 5 เวลา
3. การถือศีลอด หมายถึง การงดเวน้ การบริโภคอาหารต้งั แต่พระอาทิตยข์ ้ึน
จนพระอาทิตยต์ ก ภายในเดือนรอมฎอน ตามปฏิทินอิสลาม
4. การบริจาคทาน เพ่ือช่วยเหลือคนยากจน แสดงถึงความเสมอภาคเป็นพี่นอ้ ง
กนั
5. การประกอบพิธีฮจั ญ์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาราเบีย อยา่ งนอ้ ย 1 คร้ัง
ในชีวติ
2. หลกั ธรรมทางศาสนาพทุ ธ
เบญจศีล – เบญจธรรม
เบญจศีลหมายถึง สิ่งท่ีควรละเวน้ 5 ประการ ไดแ้ ก่
1. ไม่ทาลายเบียดเบียนสตั ว์
2. ไม่ลกั ขโมย
3. ไม่แยง่ ชิงของรักของผอู้ ื่น
4. ไม่พดู ปดหรือโกหก
5. ไม่ด่ืมสุราหรือส่ิงเสพติดใหโ้ ทษ
เบญจธรรม หมายถึง ขอ้ ควรประพฤติปฏิบตั ิ 5 ประการ คือ
1. ความเมตตากรุณา
2. การประกอบอาชีพสุจริต 4. ความซื่อสตั ย์
3. ความพอใจในคู่ครองของตนเอง 5. ความมีสติสมั ปชญั ญะ
14
สังคหวตั ถุ 4
สังคหวตั ถุ 4 หมายถึง หลกั ธรรมท่ีเป็ นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ซ่ึงทาให้เกิด ความรัก ความ
สามคั คี ประกอบดว้ ย 4 ประการ
1. ทาน หมายถึง การให้ มีความเอ้ือเฟ้ื อเผอื่ แผเ่ สียสละ แบ่งปัน
2. ปิ ยวาจา หมายถึง การพดู จาดว้ ยถอ้ ยคาที่ไพเราะ สุภาพอ่อนโยน
3. อตั ถจริยา หมายถึง การทาตนใหเ้ ป็นคนมีประโยชนต์ ่อผอู้ ่ืน
4. สมานตั ตตา หมายถึง การรู้จกั ทาตนเสมอตน้ เสมอปลาย
อทิ ธิบำท 4
อิทธิบาท 4 หมายถึง คุณธรรมท่ีนาไปสู่ความสาเร็จ มี 4 ประการ คือ
1. ฉนั ทะ คือ ความรักความพอใจในส่ิงที่ทา
2. วริ ิยะ คือ ความเพยี รพยายามในส่ิงที่ทา
3. จิตตะ คือ ความเอาใจใส่ในงานท่ีทา ต้งั ใจทางาน
4. วมิ งั สา คือ ความไตร่ตรอง ใชป้ ัญญา ใชเ้ หตุผลในการทางาน
ฆรำวำสธรรม
ฆราวาสธรรม หมายถึง หลกั ธรรมท่ีบุคคลทว่ั ไปนาไปยดึ ถือและปฏิบตั ิ 4 ขอ้ คือ
1. สจั จะ คือ ความซ่ือสัตย์ ความจริงใจ ไม่โกหก หลอกหลวง
2. ทมะ คือ การรู้จกั บงั คบั จิตใจของตนใหค้ ิดและทาในส่ิงที่ดี
3. ขนั ติ คือ การกระทาในสิ่งใดๆ ดว้ ยความอดทน อดกล้นั
4. จาคะ คือ การใหค้ วามช่วยเหลือผทู้ ่ีไดร้ ับความเดือดร้อนโดยไม่หวงั ส่ิงตอบ
แทน
3. หลกั ธรรมทางศาสนาคริสต์
หลกั ธรรมทางศาสนาคริสต์ สอนให้มนุษยร์ ู้จกั รักกนั และกนั เสียสละ และให้
อภยั ต่อกนั จนไดเ้ ช่ือวา่ เป็นศาสนาแห่งความรัก
หลกั ปฏิบตั ิศาสนาคริสต์ ไดแ้ ก่พระบญั ญตั ิ 10 ประการ หรือพระบญั ญตั ิพระเจา้
พระศาสนจกั รและสรุปพระบญั ญตั ิ คือ พระบญั ญตั ิแห่งความรัก “รักพระเจา้ สุดหัวใจ และรัก
ผอู้ ่ืนเหมือนรักตวั เอง”
15
พระบญั ญตั ิ 10 ประการ เป็นกฎศีลธรรมท่ีพระเจา้ ไดต้ ้งั ข้ึนใหม้ นุษยไ์ ดป้ ระพฤติตาม 3 ประการ
แรก ส่ังใหผ้ ปู้ ฏิบตั ิต่อพระเจา้ 7 ประการสงั่ ใหป้ ฏิบตั ิหนา้ ที่ต่อมนุษยด์ ว้ ยความรัก
บัญญัติ 10 ประกำร
1. จงนมสั การพระสวามี พระเป็นเจา้ ผเู้ ดียวของเจา้
2. อยา่ ออกนามพระสวามีพระเป็นเจา้ โดยไม่สมเหตุ
3. วนั พระเจา้ อยา่ ลืมฉลองเป็นวนั ศกั ด์ิสิทธ์ิ
4. จงนบั ถือบิดามารดา
5. อยา่ ฆ่าคน
6. อยา่ ทาอุลามก
7. อยา่ ลกั ขโมย
8. อยา่ ใส่ความนินทา
9. อยา่ ปลงใจในความอุลามก
10. อยา่ มกั ไดท้ รัพยข์ องเขา
พระบัญญตั ขิ องพระศำสนจักร
1. จงฟังมิสซา และอยา่ ทางานในวนั อาทิตย์ และวนั ฉลองบงั คบั
2. จงอดอาหาร และอดเน้ือในวนั บงั คบั
3. จงรับศลี แกบ้ าปอยา่ งนอ้ ยปี ละคร้ัง และจงรับศีลมหาสนิทอยา่ งนอ้ ยปี ละคร้ัง
ในกาหนดปัสกา
4. จงบารุงพระศาสนจกั รตามความสามารถ
16
กจิ กรรมเสริมทกั ษะ
เร่ือง หลกั ธรรมเบ้ืองตน้
คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนเติมขอ้ ความลงในช่องวา่ ง
ศาสนา ศาสดา คมั ภีร์
............................................. ............................................. .............................................
............................................. ............................................. .............................................
............................................. ............................................. .............................................
17
กจิ กรรมเสริมทกั ษะ
เร่ือง หลกั ธรรมทางศาสนา
คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนบอกหลกั ธรรมของศาสนาอิสลาม
หลกั ธรรมศาสนาอิสลาม
18
กจิ กรรมเสริมทกั ษะ
เรื่อง หลกั ธรรมทางศาสนาพุทธ
คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ี
1. พระรัตนตรัย หมายถึง
ตอบ .........................................................................................
2. เบญจศลี มีอะไรบา้ ง
1. .................................................................................
2. .................................................................................
3. .................................................................................
4. .................................................................................
5. .................................................................................
3. หลกั ธรรมที่เป็นสิ่งยดึ เหนี่ยวจิตใจ ทาใหเ้ กิดความรัก ความสามคั คี คือ
ตอบ .........................................................................................
4. อิทธิบาท 4 หมายถึง
ตอบ .........................................................................................
19
กจิ กรรมเสริมทกั ษะ
เรื่อง หลกั ธรรมทางศาสนาคริสต์
คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนบอกหลกั ธรรมของศาสนาคริสต์
หลกั ธรรมศาสนาคริสต์
20
กจิ กรรมเสริมทกั ษะ
เร่ือง หลกั ธรรมนาชีวติ
คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนโยงเสน้ ใหส้ ัมพนั ธก์ นั
1. ความเมตตากรุณา เกบ็ กระเป๋ าเงินไดส้ ่งคืนเจา้ ของ
2. ความกตญั ญูกตเวที ดูแลพอ่ แม่เมื่อท่านแก่ชรา
3. ความซื่อสัตยส์ ุจริต เขา้ แถวซ้ืออาหาร
4. ความอดทน ซ้ือของใชท้ ี่จาเป็น
5. ความเสียสละ ดูแลสัตวเ์ ล้ียงเม่ือยามเจบ็ ป่ วย
6. ความมีระเบียบวนิ ยั ทาการบา้ นส่งครูทุกคร้ัง
7. ความสามคั คี มีความมานะมุ่งมนั่ ในการทางาน
8. ความประหยดั แบ่งปันขนมใหเ้ พื่อน
9. ความขยนั หมนั่ เพียร สละที่นงั่ บนรถใหค้ นแก่และเดก็
10. ความเอ้ือเฟ้ื อเผอ่ื แผ่ ช่วยเพ่อื นทางานกลุ่ม
21
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3
วดั นกั บุญเปโตร
จุดประสงค์เรียนรู้ สามารถบอกประวตั ินกั บุญเปโตร
***************************************************************************
พระสังฆราชกรุ ์เวอซีไดส้ ่ง คุณพ่ออลั บรังคม์ าแพร่ธรรมในหมู่ชาวจีนต้งั แต่ ปี 1835 ใน
ตอนแรกท่านประจาอยทู่ ี่วดั กาลหวา่ ร์ ซ่ึงมีคนจีนอาศยั อยมู่ าก ท่านไดส้ อนคาสอนและทาใหค้ น
จีนกลับใจเป็ นจานวนมากท้ังที่กรุงเทพฯ ต่อมาท่านคิดท่ีจะขยายเขตการแพร่ธรรมไปยงั
ต่างจงั หวดั โดยเดินทางดว้ ยเรือแจวไปตามแม่น้าซ่ึงมกั จะมีคนจีน อาศยั อยู่ ประมาณปี 1838
ท่านเดินทางมาถึงแม่น้านครชยั ศรี ท่ีตาบลท่าขา้ มมีคนจีนอาศยั อยรู่ ิมแม่น้า มีอาชีพเล้ียงหมูบา้ ง
และปลูกออ้ ยบา้ ง คุณพ่อได้พูดคุยเร่ืองศาสนากบั คนจีนเหล่าน้ี ซ่ึงพวกเคา้ ก็ยินดีรับฟังและ
แสดงความสนใจ เพราะคุณพ่อสามารถพูดภาษาของเคา้ ไดด้ ี คุณพ่อพกั อยทู่ ่ีท่าขา้ มเพียง 15 วนั
แต่ไดใ้ หซ้ ินแซอยชู่ ่วยสอนคาสอนใหพ้ วกเขา ในปี 1840 คุณพ่อไดร้ ายงานใหพ้ ระสังฆราชปัล
เลอกวั ทราบวา่ ท่านไดโ้ ปรดศีลลา้ งบาปใหแ้ ก่ชาวจีนนครชยั ศรี เป็ นคร้ังแรกและไดบ้ นั ทึกใน
บญั ชีศีลลา้ งบาปของวดั กาลหวา่ ร์ ท่านไดไ้ ปเยย่ี มเยอื นพวกเขาบ่อยๆจนถึงปี 1846
คุณพ่อดือปองดไ์ ดเ้ ป็นผชู้ ่วยคุณพ่ออลั บรังค์ ท่านไดไ้ ปเยยี่ มกลุ่มชาวจีนต่างๆ รวมท้งั ที่
นครชยั ศรีดว้ ยในปี 1845 ท่านไดไ้ ปนครชยั ศรี สร้างวดั แรก เป็นไมไ้ ผ่ท่านชอบกลุ่มคนจีนท่ี
นครชยั ศรีเป็นพิเศษ ถึงแมว้ ่าท่านจะยา้ ยไปดูแลท่ีอ่ืนแลว้ ท่านกย็ งั มาเยย่ี มพวกเขาอยบู่ ่อยๆ ใน
เวลาเดียวกนั กม็ ีมิชชนั นารี และพระสงฆไ์ ทยมาเยย่ี มคริสตงั ที่นครชยั ศรีอยเู่ สมอๆจนถึงปี 1863
1. ปี ค.ศ. 1863 พระสังฆราชปัลเลอกวั แต่งต้งั ให้ คุณพ่อ องั เดร เยง (ANDRE JENG)
เป็นเจา้ อาวาสองคแ์ รก – 1890 ประจาวดั นครชยั ศรี ท่านอบรมบรรดาคริสตงั อยา่ งเคร่งครัด ให้
มีความเชื่ออนั ม่ันคงและพัฒนาที่ดิน ช่วยคริสตังในนครชัยศรีทามาหากิน ท่านสังเกตว่า
สัตบุรุษของท่านทามาหากินพอดีๆ ปลูกออ้ ยนิดหน่อยอยู่ในบริเวณบา้ นเท่าน้ัน ท้งั ๆ ที่หลงั
บา้ นมีทุ่งกวา้ งใหญ่ มิใชป้ ระโยชนอ์ ะไร เป็นแต่หญา้ รากเป็นป่ าหนาม เป็นตน้ คุณพ่อจึงจบั จอง
ท่ีดินอนั ไร้ประโยชน์น้ี เป็นของวดั พาคนจีนถางป่ าใหเ้ กล้ียงทีละเลก็ ละนอ้ ย โดยคิดค่าแรงให้
เขาพอสมควร แลว้ แบ่งใหเ้ ขาเช่าต่อไป โดยยงั ไม่คิดค่าเช่า จนกวา่ ท่ีดินเกล้ียงดี ทาการปลูกได้
22
เตม็ ที่ และดงั น้ี ค่อยๆ ขยายเน้ือท่ีปลูกออ้ ยทุกๆ ปี ในท่ีสุด คุณพ่อจึงช่วยคริสตงั สร้างโรงหีบ
ซ่ึงเป็นที่รู้จกั กนั ทว่ั ไป และไดต้ ้งั ชื่อหมู่บา้ นน้ีวา่ “โรงหีบ” จนถึงทุกวนั น้ี คุณพ่อไดล้ งมือสร้าง
วดั ทาดว้ ยอิฐข้ึนท่ีนครชัยศรี ในวนั ที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1880 ตรงกบั วนั ฉลองนกั บุญเปโตร
ตอ้ งพนั ธนาการ ต่อหนา้ มิสชนั นารีที่ไดม้ าร่วมฉลอง เราไดป้ ระกอบพิธีวางศิลาฤกษว์ ดั ใหม่ที่
นครชัยศรี คุณพ่อองั เดร เยง ไดด้ ารงตาแหน่งเจา้ อาวาสวดั แห่งน้ี นานถึง 27 ปี และไดถ้ ึงแก่
มรณภาพในปี ค.ศ. 1890
2. ปี ค.ศ. 1890 – 1893 คุณพอ่ เอเตียน ปิ โอ (PIAU) ไดร้ ับแต่งต้งั เป็นเจา้ อาวาสองคท์ ี่ 2
3. ปี ค.ศ. 1893 คุณพอ่ กิยู เป็นเจา้ อาวาสวดั นครชยั ศรี คุณพอ่ หลุยส์ เลต็ แชร์ และคุณพ่อ
เรอเนแปร์รอส เป็นผชู้ ่วย ท่านส่งคุณพ่อแปร์รอสไปดูแลวดั ท่าจีน ท่านกบั คุณพ่อหลุยส์กไ็ ดท้ า
การแพร่ธรรมในหมู่คนลาว ซ่ึงอยทู่ างตอนเหนือของนครชยั ศรี เปิ ดกลุ่มคริสตชนท่ีบา้ นดอน
(สุพรรณบุรี) และมดแดง (อู่ทอง) ใหค้ ุณพอ่ อมั โบซิโอ ดูแลคริสตงั ญวณท่ีสองพ่ีนอ้ ง และสร้าง
วดั หลงั แรกท่ีนน่ั
4. ปี ค.ศ. 1896 – 1899 คุณพ่อเอเตียน ปิ โอ (สมยั ที่สอง) ไดร้ ับแต่งต้งั เป็ นเจา้ อาวาส
องคท์ ่ี 4 เมื่อคุณพ่อปิ โอกลบั มาจากการไปรักษาตวั ในประเทศฝร่ังเศส คุณพ่อไดร้ ับแต่งต้งั เป็น
เจา้ อาวาส วดั นครชยั ศรีอีกคร้ัง เป็นเจา้ อาวาสวดั ท่าจีนและวดั สองพ่ีนอ้ ง นอกน้นั ยงั ตอ้ งดูแล
คริสตงั ใหม่ วดั บา้ นดอนและมดแดง
5. ปี ค.ศ. 1899 – 1900 คุณพ่อเทโอฟิ ลท็อกแกล่ร์(THOCFLER) ได้รับแต่งต้ังเป็ น
เจา้ อาวาสองคท์ ี่ 5 กลุ่มคริสตงั ส่วนมากเป็นเช้ือสายชาวจีน ซ่ึงส่วนมากลืมภาษาของผใู้ หก้ าเนิด
จึงพูดไดเ้ พียงแต่ภาษาไทย คุณพ่อจึงตอ้ งพยายามเรียนดว้ ยตวั เอง ท่านมุ่งเรียนภาษาจีนน้ีดว้ ย
ความเลื่อมใส และร้อนรนจนเป็นนิสัย คุณพ่อตอ้ งรับผิดชอบวดั สองวดั คือ วดั นครชยั ศรี และ
วดั ท่าจีน คุณพอ่ มรณภาพเมื่อวนั ท่ี 21 กรกฎาคม ค.ศ. 1907
6. ปี ค.ศ. 1900 – 1903 คุณพ่อเออเยน เล็ตแชร์ (สมัยแรก) EUGENE LOETSCHER
ได้รับแต่งต้ังเป็ นเจา้ อาวาสองค์ที่ 6 คุณพ่อเล็ตแชร์ถือว่าเม่ือมีโบสถ์ก็ต้องมีระฆังไวบ้ อก
สัญญาณให้สัตบุรุษทราบถึงเวลาประกอบพิธีศาสนา และยงั เป็ นสัญญาณเตือนสัตบุรุษใน
ละแวกบา้ น ใหย้ กจิตใจคิดถึงพระเจา้ เม่ือแวว่ เสียงระฆงั คุณพ่อและสัตบุรุษจึงไดร้ ่วมกาลงั กนั
ซ้ือระฆงั ถวาย 3 ใบ สลกั รูปนกั บุญกาทารีนา – แม่พระนฤมลทนั นกั บุญเปโตร และรูปกางเขน
ใหช้ ื่อระฆงั ลูกน้ีวา่ กาทารีนา นายเปาโลไพร้และครูโรซากิม เป็นผถู้ วาย
23
7. ปี ค.ศ. 1903 – 1909 คุณพ่อแฟร์เลย(์ FERLAY)ได้รับแต่งต้งั เป็ นเจา้ อาวาสองค์ที่ 7
ตอนแรกตอ้ งดูแลสัตบุรุษ แต่เมื่อปี ค.ศ. 1904 ไดม้ ีพิธีเปิ ดเส้นทางรถไฟ ระหวา่ งกรุงเทพฯ ถึง
ท่าจีน พระสังฆราชเวยจ์ ึงส่ังให้วดั ท่าจีนเป็ นสาขาของวดั กาลหว่าร์ และท่านกไ็ ดด้ ูแลวดั นคร
ชยั ศรี
8. ปี ค.ศ. 1909 – 1912 คุณพ่อเออเยน นิโคลาส แกรมฟ์ (KREMPE)ไดร้ ับแต่งต้งั เป็ น
เจา้ อาวาสองคท์ ี่ 8 เมื่อคุณพ่อแฟร์เลยย์ า้ ยไปแลว้ คุณพ่อแกรมฟ์ ผูเ้ ป็ นหลกั รับแต่งต้งั เป็ นเจา้
อาวาสวดั นครชยั ศรีต่อ คุณพ่อแกรมฟ์ เนน้ การสอนคาสอนพวกเด็กๆ คุณพ่อเชื่อมนั่ ว่า ความ
เชื่อของพวกคริสตงั และความซ่ือสัตยต์ ่อพระเป็นเจา้ โดยทว่ั ๆ ไป ข้ึนอยกู่ บั ความรู้ทางศาสนา
ท่านจึงแย่งพวกนกั เรียนออกเป็ นช้ันๆ น่ีเอง คุณพ่อจึงสามารถทาให้นกั เรียนท้งั หลายบรรลุ
เป้าหมายตามปรารถนา คือ การรับศีลมหาสนิทอย่างสง่า แลว้ ในฐานะทหารใหม่ของพระ
คริสตท์ ี่เพ่ิงเรียนจบ อาจลืมบทเรียนที่ไดเ้ รียนมา คุณพ่อจึงมุ่งมนั่ ใหเ้ ด็กๆ พวกน้ีมาฟังคาสอน
ต่ออยา่ งสม่าเสมอทุกวนั อาทิตย์ นอกจากร้อนรนต่อการสอนคาสอนใหพ้ วกคริสตงั แลว้ คุณพ่อ
ที่รักของเราผูน้ ้ี ยงั ได้มุ่งคน้ หาขอ้ บกพร่องท้งั หมดที่เพาะข้ึนมาในพวกเรา และดาเนินการ
ลงโทษอย่างเคร่งครัด คุณพ่อ แกรมฟ์ ไดข้ ยบั ขยายวดั ให้กวา้ งออกไป และปรับปรุงวดั ให้
สวยงามข้ึน
9. ปี ค.ศ. 1912 – 1913 คุณพ่อมอริสการ์ต็อง (CARTON) ได้รับแต่งต้งั เป็ นเจา้ อาวาส
องคท์ ่ี 9 คุณพ่อเป็นผูก้ ารอบรมครูคาสอน ท่านไดส้ ่งครูคาสอนไปสอนคาสอนท้งั ชายและหญิง
ไปช่วยคุณพอ่ ร็องเดลแพร่ธรรมในเขตโคราช
10. ปี ค.ศ. 1914 – 1923 คุณพ่อเอมิลวิกเตอร์เบเชต์(BECHET) ได้รับแต่งต้งั เป็ นเจา้
อาวาสองคท์ ี่ 10 ท่านไดส้ ร้างโรงเรียนหญิงเป็นอาคารไมห้ ลงั ใหญ่ พระสังฆราชแปร์รอสทาพิธี
เสก ในวนั ที่ 1 กมุ ภาพนั ธ์ ค.ศ. 1920 หลงั จากน้นั ท่านกล็ งมือสร้างโรงเรียนสาหรับเดก็ ชาย
11. ปี ค.ศ. 1923 – 1939 คุณพ่อเออเยน เลต็ แชร์ (สมยั ที่สอง) ไดร้ ับแต่งต้งั เป็นเจา้ อาวาส
องค์ที่ 11 คุณพ่อเล็ตแชร์ได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจท้ังหมดในการอบรมศาสนาอย่างมัน่ คงให้กับ
เยาวชน เด็กๆ ทุกคน ตอ้ งมาร่วมมิสซาแบบสนทนาทุกๆ เชา้ (คุณพ่อไดจ้ ดั พิมพห์ นงั สือมิสซา
วสิ ัชนาภาษาไทยสาหรับเดก็ ๆ) ใหพ้ วกครู และซิสเตอร์สอนคาสอนเดก็ ๆ ทุกวันก่อนเขา้ เรียน
ส่วนตวั คุณพอ่ เองกด็ ูแลสอนเด็กๆ อยา่ งดี อีกท้งั คุณพ่อจดั หาอุปกรณ์ต่างๆ จานวนมาก เช่น รูป
ประวตั ิพระเยซูเจา้ , ตูศ้ ีลสวยๆ ขนาดใหญ่, รูปปลาสเตอร์ขนาดใหญ่เป็นสีสดใส การรับอาหาร
ค่าวนั พฤหัสบดีศกั ด์ิสิทธ์ิ, รูปท่านนักบุญเปโตร และเปาโล และหีบเพลงขนาดใหญ่ช้นั เย่ียม
24
จากประเทศเยอรมัน เป็ นต้น นอกจากน้ีคุณพ่อ ได้สร้างบ้านพักซิสเตอร์ เพื่อสามารถรับ
เดก็ หญิงสาวใช้ หญิงที่มาเรียนคาสอน คุณพ่อเลต็ แชร์ ไดจ้ ดั ใหข้ ดุ คลองผ่านทุ่งนาของวดั และ
หลงั จากเกบ็ เก่ียวแลว้ กจ็ ดั ใหท้ าความสะอาด และยกคนั คลองทุกๆ ปี เช่นเดียวกนั พวกคริสตงั
ที่เช่านา กไ็ ดร้ ับมอบหมายใหด้ ูแลหวั คนั นา เป็นตน้ หวั คนั นาใหญ่ๆ ที่ใชเ้ ป็นทางเดิน จากกลุ่ม
บา้ นต่างๆ จนถึงวดั พร้อมกนั น้ี ท่านไดจ้ ดั สร้างประตูก้นั น้าทะเล ซ่ึงข้ึนมาทางแม่น้า เขา้ มาใน
ทุ่งนาของวดั ฯลฯ
12. ปี ค.ศ. 1939 – 1942 คุณพ่อฮิปโปลิต วิกตอร์ลารเก ไดร้ ับแต่งต้งั เป็นเจา้ อาวาสองคท์ ่ี
12 คุณพ่อได้ต้งั คณะนักขบั ร้องของวดั และจดั ซ้ือที่น่ังในวดั เพื่อความสะดวกในการร่วม
พิธีกรรม คุณพ่อลารเก ยน่ื ใบขอเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนนกั บุญเปโตร คุณพ่อไดใ้ หน้ กั เรียน
ชายใชเ้ ส้ือสีขาว กางเกงสีน้าเงิน สาหรับนกั เรียนหญิง แต่งเส้ือขาว และกระโปรงสีแดง
13. ปี ค.ศ. 1942 – 1947 คุณพ่อ ยวง เคียมสูน นิตโย (พระสังฆราช ยอแซฟ ยวง นิตโย)
ได้รับแต่งต้ังเป็ นเจ้าอาวาสองค์ท่ี 13 คุณพ่อปรับปรุงและต่อเติมกิจการต่างๆ ของวดั ให้
กา้ วหน้าและมนั่ คงย่ิงข้ึน คุณพ่อไดช้ ่วยชาวบา้ นเป็ นพิเศษ ในปี ค.ศ. 1942 เกิดอุทกภยั คร้ัง
ย่ิงใหญ่ในประเทศไทย น้ าท่วมภาคกลางรวมท้ังกรุงเทพฯ และชนบท ตาบลท่าข้ามและ
หมู่บา้ นอ่ืนๆ เช่นกนั คุณพอ่ ไดซ้ ้ือท่ีดินเป็นสมบตั ิของวดั ประมาณ 500 ไร่
14. ปี ค.ศ. 1948 – 1967 คุณพ่ออนั ตน เอมมานุแอล เดชงั ป์ แบร์แยร์ ไดร้ ับแต่งต้งั เป็ น
เจา้ อาวาสองค์ท่ี 14 คุณพ่อเดชังป์ ได้จดั ให้มีการถมดินทาทางระหว่างหลวงแผ่นดินกับ
วดั นักบุญเปโตร และสร้างสะพานคอนกรีตขา้ มคลอง ถนนสายน้ี ระยะทางประมาณสอง
กิโลเมตร ถนนสายน้ีกพ็ อใชไ้ ด้ นอกจากถนนสายน้ีแลว้ คุณพ่อกเ็ ป็นผจู้ ดั การใหม้ ีถนนหนทาง
ติดต่อกนั ไดส้ ะดวกทุกๆ หมู่บา้ น นบั วา่ ก่อใหเ้ กิดผลไดท้ างเศรษฐกิจดียง่ิ
15. ปี ค.ศ. 1967 – 1970 คุณพ่อโทมสั บณั ฑิต ปรีชาวฒุ ิ ไดร้ ับแต่งต้งั เป็ นเจา้ อาวาสองค์
ที่ 15 จานวนคริสตงั เพิ่มข้ึนเป็ น 4,000 คน คุณพ่อคิดที่จะสร้างวดั ใหม่ให้ใหญ่และสวยงาม
ทนั สมัย เพ่ือให้เป็ นศูนยก์ ลางของหมู่บา้ นและเพื่อเป็ นสถานท่ีอบรมส่ังสอนบ่มนิสัยชาว
คาทอลิกทุกคนให้เป็ นคนดี มีศรัทธาในพระเจา้ ท่ีตนนับถือ เป็นพลเมืองดีรับใชป้ ระเทศชาติ
ของตนดว้ ยความเสียสละ ท้งั น้ีเพอื่ ความสาเร็จของแต่ละคน
16. ปี ค.ศ. 1970 – 1973 คุณพ่อยอแซฟ อาแบล เก็ง พานิชอุดม ได้รับแต่งต้ังเป็ น
เจา้ อาวาสองคท์ ่ี 16 คุณพ่ออาแบล เห็นวา่ วดั อายุ 84 ปี คบั แคบเกินไปแลว้ จึงไดท้ าการวางศิลา
ฤกษ์ วนั ท่ี 1 สิงหาคม ค.ศ. 1971 ในโอกาสท่ีเป็ นวนั ฉลองวดั นักบุญเปโตร โดยพระอคั ร
25
สังฆราช ยวง นิตโย ไดเ้ สกศิลาฤกษ์ เพื่อเป็นศิริมงคลแก่วดั ใหม่ แต่การก่อสร้างไดด้ าเนินมา
ก่อนหนา้ น้นั แลว้ และทาพธิ ีเสกวดั ใหม่ วนั ท่ี 11 ธนั วาคม ค.ศ. 1972
17. ปี ค.ศ. 1973 – 1979 คุณพ่อเปโตรศวงศุระศรางค์ ไดร้ ับแต่งต้งั เป็ นเจา้ อาวาสองคท์ ี่
17 คุณพอ่ ไดจ้ ดั กลุ่มและชมรมต่างๆ หลายอยา่ ง ทาใหส้ ัตบุรุษไดร้ วมตวั กนั ในกิจกรรมของวดั
และสังคม เช่น สหกรณ์ผเู้ ล้ียงสุกร สามพราน จากดั , สหกรณ์ร้านคา้ , สหกรณ์การปศสุ ัตว์ สาม
พราน จากดั , เครดิตยูเนียน, ชมรมรถ 2 แถว, ชมรมบาสเกตบอล, กลุ่มแม่บา้ น ฯลฯคุณพ่อได้
ดดั แปลงวดั เก่าเป็นหอ้ งเรียน ซ่ึงเดก็ นกั เรียนมีมากข้ึน และเป็นท่ีทาการเครดิตยเู นี่ยน ซ่ึงรุ่งเรือง
มากในสมยั น้นั ไดส้ ร้างสุขาหญิงแยกจากชาย (นกั เรียน) สร้างประตูทางเขา้ สุสานใหม่ ติดตาม
ไฟฟ้าสนามบาสเกตบอล และ สร้างอฒั จนั ทร์
18. ปี ค.ศ. 1979 – 1983 คุณพ่อมีอาแคล มารีอา อดุล คูรัตน์ ไดร้ ับแต่งต้งั เป็ นเจา้ อาวาส
องคท์ ่ี 18 คุณพ่อเนน้ การร่วมพิธีกรรม และแกบ้ าปรับศีล คุณพ่อไดพ้ ยายามขจดั เรื่องอบายมุข
ต่างๆ ท่านไดเ้ ขม้ งวดเรื่องที่ดินของวดั และจดั ระเบียบใหเ้ ป็นทางมากข้ึน คุณพ่อไดข้ ออนุญาต
สร้างบา้ นพกั พระสงฆ์, บา้ นพกั ซิสเตอร์ และ หอประชุมตามโครงการ พร้อมกบั จดั ซ้ือโต๊ะและ
มา้ น้ังรับประทานอาหารใหม่, ไดส้ ร้างโรงเก็บรถยนต์, ไดร้ ิเริ่มจดั ต้งั กองทุนสร้างโรงเรียน
นกั บุญเปโตรหลงั ใหม่ ไดล้ งมือสร้างในสมยั คุณพ่อสุเทพพงษว์ ริ ัชไชย
19. ปี ค.ศ. 1983 – 1989 คุณพอ่ ยวง สุเทพ พงษว์ ิรัชไชย ไดร้ ับแต่งต้งั เป็นเจา้ อาวาสองคท์ ่ี
19 คุณพ่อไดเ้ ริ่มการก่อสร้างโรงเรียนนกั บุญเปโตรหลงั ใหม่แทน 2 คุณพ่อได้ พฒั นาบริเวณวดั
ถนนคอนกรีต ตน้ ไมส้ วนหยอ่ นใจ เพ่ือเป็นการสัฐจรในบริเวณวดั และโรงเรียนไดส้ ะดวกข้ึน
ทาการเทถนนคอนกรีต รอบบริเวณจนดูสะอาดตา พร้อมๆ กบั เร่งปลูกตน้ ไมท้ ดแทนของเดิมท่ี
ตอ้ งลม้ หายตายจากเพราะกาลเวลา ตน้ มะขามยงั เป็นสัญลกั ษณะที่เห็นไดบ้ า้ งสาหรับแนวทาง
ของวดั เก่า และบริเวณตลาดนดั รวมท้งั ท่าน้าข้ึนลงของผโู้ ดยสารทางเรือ ซ่ึงนบั วนั จะนอ้ ยลง
การปรับปรุงลานหน้าวดั เพ่ือเป็ นสวนหย่อนใจ และท่ีพักผ่อนด้านจิตใจ กาลังเป็ น
โครงการรีบเร่งใหท้ นั การฉลองการบวชครบ 50 ปี ของพระสังฆภาพของพระอคั รสังฆราช ยวง
นิตโย ใน วนั เสาร์ที่ 21 ธนั วาคม ค.ศ. 1985 ถ้าแม่น้าเมืองลูรดส์และร้ัววดั กจ็ ะเป็ นการบ่งบอก
ใหร้ ู้ถึงการเปล่ียนแปลงไม่มากกน็ อ้ ย
ในปี ค.ศ. 1989 คุณพอ่ ไดส้ ร้างวดั หลงั ปัจจุบนั เน่ืองจากวดั หลงั เก่าท่ีสร้างในสมยั คุณพ่อ
อาแบล ไดเ้ กิดเพลิงไหมจ้ นเสียหายเกินกว่าจะซ่อมแซมไดอ้ ีก อีกท้งั ไดพ้ ฒั นาบริเวณวดั โดยจดั
26
ให้มีสวนหยอ่ ม และ อนุสาวรียน์ กั บุญเปโตรดา้ นตรงขา้ มวดั เปิ ดเสกวดั เม่ือวนั ท่ี 21 มกราคม
ค.ศ. 1989
20. ปี ค.ศ. 1989 – 1994 คุณพ่อชาร์ลส์ปิ ยะ โรจนะมารีวงศ์ ไดร้ ับแต่งต้งั เป็ นเจา้ อาวาส
องค์ ที่ 20 คุณพ่อไดจ้ ดั สร้างศาลาสันติสุข เพื่อใชเ้ ป็ นท่ีสวดศพ และไดม้ ีการจดั งานสมโภช
150 ปี ของการก่อต้งั กลุ่มคริสตชนจองวดั ข้ึน ในวดั ที่ 1 ธนั วาคม 1990
21. ปี ค.ศ. 1994 – 1999 คุณพ่อซิลวีโน สนดั วิจิตรวงศ์ ไดร้ ับแต่งต้งั เป็นเจา้ อาวาสองค์
ท่ี 21 ในสมยั ของคุณพ่อไดส้ ร้างอาคารเรียนข้ึนอีกหลงั หน่ึง เป็ นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก
5 ช้นั และทาการขยายสุสานของวดั ออกไปจนถึงริมถนน
22. ปี ค.ศ. 1999 – 2004 คุณพ่อยอแซฟ ประทีบ กีรติพงศ์ ไดร้ ับแต่งต้งั เป็ นเจา้ อาวาส
องคท์ ่ี 22 ในสมยั คุณพอ่ ไดท้ าการเปิ ดและเสกอาคารเรียนหลงั ใหม่ 5 ช้นั โดยใชช้ ื่อวา่ อาคารไม
เกิล้ และมีการจดั สร้างโรงยมิ นีเซียมขนาดใหญ่ข้ึน มีการปรับปรุงหอประชุมช้นั บน ใหเ้ ป็นหอ้ ง
ประชุมช้นั บน ให้เป็ นหอ้ งประชุมปรับอากาศเพ่ือให้มีความสะดวกและทนั สมยั ยิ่งข้ึนอีกท้งั มี
การก่อสร้าง และ เสก สักการสถานบุญราศีนิโคลาสบุญเกิด กฤษบารุง
23. ปี ค.ศ. 2004 – 2009 คุณพ่อเปโตร สานิจ สถะวีระวงส์ ไดร้ ับแต่งต้งั เป็ นเจา้ อาวาส
องคท์ ่ี 23
24. ปี ค.ศ. 2009 – 2014 คุณพ่อยอห์นบัปติสต์ สารวย กิจสาเร็จ ได้รับแต่งต้ังเป็ น
เจา้ อาวาสองคท์ ี่ 24 มีการปรับปรุงบรรยากาศรอบๆ วดั และมีการติดต้งั เครื่องปรับอากาศภายใน
วดั
25. ปี ค.ศ. 2014 – ปัจจุบนั คุณพ่ออดิศกั ด์ิ สมแสงสรวง ไดร้ ับเป็ นเจา้ อาวาสองคท์ ี่ 25
ในสมยั ของคุณพ่อ มีการติดต้งั ระฆงั ข้ึนท่ียอดสักการสถาน (มีระฆงั 12 ใบ) และวนั อาทิตยท์ ี่ 2
สิงหาคม ค.ศ. 2015 วดั นักบุญเปโตร สามพราน ไดจ้ ัดงานสมโภชย่ิงใหญ่ คือ งานสมโภช
175 ปี นอกจากน้ีคุณพ่อไดด้ าเนินการก่อสร้างอาคารเรียนหลงั ใหม่ ที่เช่ือมต่อจากอาคารไมเกิ้ล
ซ่ึงเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหลก็ 4 ช้นั และไดท้ าการเปิ ดและเสกในวนั ท่ี 24 กมุ ภาพนั ธ์ 2559
27
สิ่งปลูกสร้ำง
วดั นักบุญเปโตร สักกำรสถำน
หอระฆงั สุสำนวดั นักบุญเปโตร
28
โรงเรียนนักบุญเปโตร โรงยมิ บุญรำศี นิโคลำส บุญเกดิ กฤษบำรุง
หอประชุม อำคำรบุญรำศี นิโคลำส บุญเกดิ กฤษบำรุง
29
สิ่งทอี่ ยู่ภำยในวดั
รูปพระเยซู , ตู้ศีลมหำสนทิ , พระแท่นบูชำ บรรณฐำน
ทฟี่ ังแก้บำป ทจี่ ุ่มนำ้ เสก
30
แม่พระนิจำนุเครำะห์ นักบุญเปโตร
หทยั พระเยซูเจ้ำ ครอบครัวศักด์สิ ิทธ์ิ
31
ประวตั ิท่ำนนักบุญเปโตร
อคั รสาวกของพระเยซูคริสตเจา้ พระสันตะปาปาองค์แรกของพระศาสนจกั ร
นกั บุญเปโตร ซีมอน เป็นชาวประมงคนหน่ึงของตาบลเบทไซดา ต่อมาไดย้ า้ ยมาต้งั หลกั แหล่ง
ท่ีเมืองคาร์เปอร์นาอุม นักบุญอันดรูว์ น้องชายของท่านได้เป็ นคนแนะนาให้ท่านติดตาม
พระเยซู และอาจเป็นนกั บุญยอนห์น แบปติสตท์ ี่ไดเ้ ป็นผูต้ ระเตรียมจิตใจของท่าน สาหรับการ
พบปะคร้ังสาคญั ของท่านกบั องคพ์ ระเยซูเจา้ พระเยซูเจา้ ไดท้ รงเปล่ียนชื่อท่านและทรงเรียก
ท่านดว้ ยช่ือใหม่ว่า “เปโตร” เพื่อทาหนา้ ท่ีเป็ นศิลาพ้ืนฐานในตวั บุคคลของท่านเองท่ีพระองค์
จะทรงสร้างคริสตจกั รไวน้ กั บุญเปโตร เป็ นพยานบุคคลแรกๆผูห้ น่ึงที่ไดแ้ ลเห็นพระคูหาว่าง
เปล่าของพระอาจารย์ และไดร้ ับการประจกั ษม์ าขององคพ์ ระเยซูเจา้ ผูท้ รงกลบั คืนชีพ หลกั จาก
ท่ีพระเยซูเจา้ ไดเ้ สดจ็ ข้ึนสวรรคแ์ ลว้ ท่านทาหนา้ ท่ีเป็นผนู้ าบรรดาคริสตชน ไดก้ ล่าวสรุปข่าวดี
(พระวรสาร) และท่านเองเป็นคนแรกที่ไดแ้ ลเห็นความจาเป็นจะตอ้ งเปิ ดพระศาสนจกั รไปสู่คน
ต่างชาติ ภารกิจดา้ นวญิ ญาณท่ีไดร้ ับมอบหมายมิใช่ว่าจะช่วยใหท้ ่านหมดจากสภาพของความ
เป็นคน หรือ
จากขอ้ บกพร่องต่างๆ ทางอารมณ์กห็ าไม่ นกั บุญเปาโลเองกม็ ิไดล้ งั เลใจแต่อยา่ งใด ที่จะ
พดู จาต่อวา่ ท่านเวลาท่ีพบกนั ที่เมืองอนั ติโอก เพอ่ื เชิญชวนท่านวา่ ไม่ตอ้ งปฏิบตั ิตามแบบชาวยวิ
ในเร่ืองน้ีรู้สึกว่า นกั บุญเปโตร ยงั ตดั สินใจชา้ และยงั ถือว่ากลุ่มคริสตชนซ่ึงเดิมทีเป็ นคนต่าง
ศาสนา กย็ งั ดอ้ ยกวา่ หรือเป็นรองกลุ่มคริสตชนที่เดิมทีเป็นชาวยวิ ต่อเมื่อนกั บุญเปโตรไดม้ าที่
กรุงโรม เมื่อน้นั แหละท่านจึงจะไดก้ ลายเป็ นอคั รธรรมทูตของทุกๆคน และไดท้ าหน้าท่ีของ
ท่านอย่างครบถว้ นถือเป็ น “ศิลาหัวมุม” ของพระศาสนจกั รของพระเยซูเจา้ โดยรวมชาวยิว
และคนต่างศาสนาใหเ้ ขา้ มาอยภู่ ายในอาคารเดียวกนั
ในไม่ช้า หลังจากน้ี กษตั ริยเ์ ฮรอดได้จาคุกนักบุญเปโตร พระองค์ได้ประหารชีวิต
นกั บุญยากอบ(องคใ์ หญ่) และต้งั พระทยั ไวว้ ่าพระองคจ์ ะทากบั นกั บุญเปโตรเช่นเดียวกนั แต่
พระเป็ นเจา้ ไดท้ รงปลดปล่อยท่านอยา่ งมหศั จรรย์ โดยส่งเทวดาองคห์ น่ึงมาช่วยท่านหนีออก
จากคุก เพ่ือนกั บุญเปโตรจะไดด้ าเนินงานแพร่ธรรมต่อไปอยา่ งร้อนรนดว้ ยการเทศนาและทา
ใหค้ นกลบั ใจ
หลงั จากงานแพร่ธรรมได้พลิดอกออกผลเป็ นเวลานาน 6 ปี หัวหน้าอัครสาวกได้
เดินทางไปกรุงโรม เมืองหลวงของอาณาจกั รโรมนั อนั ย่งิ ใหญ่ ท่านไดเ้ ดินทางบนบกขา้ มน้า
32
ขา้ มทะเล และมาถึงปอร์ต้าปอร์ติส ใจกลางของโลกท่ีไม่เชื่อถือพระเจ้า มีสัตบุรุษกลบั ใจ
จานวนหน่ึง ต้งั รกรากอยบู่ นฝ่ังแม่น้าไทเบอร์ ในการเบียดเบียนศาสนาคร้ังแรก เขาท้งั หลายถูก
ขบั ไล่ออกจากกรุงเยรูซาเลม็ คริสตชนเหล่าน้ี
ได้มาตอ้ นรับท่าน และนักบุญพริสซีเลียได้พาท่านไปอยู่กบั ครอบครัวของเธอ ซ่ึงมี
สมาชิกทุกคนเป็นนกั บุญ ต่อมาจกั รพรรดิเนโรแห่งโรม ไดส้ ่ังทหารให้จบั นกั บุญเปโตรขงั คุก
ท่านไดด้ าเนินการเทศนาต่อไปถึงแมว้ ่าท่านติดอยใู่ นคุก และไดท้ าให้ผคู้ ุมกลบั ใจ พระเป็นเจา้
ไดจ้ ดั หาน้าให้ท่าน ซ่ึงเป็ นส่ิงจาเป็ นสาหรับการประกอบพิธีลา้ งบาป โดยให้น้าพุเป็นฟองผุด
ข้ึนมาจากดินในหอ้ งขงั คริสตชนชาวโรมไดอ้ อ้ นวอนหวั หนา้ อคั รสาวกใหห้ นีออกจากคุก ใน
ที่สุดแผนการของเขาท้งั หลายไดป้ ระสบความสาเร็จ คนไดห้ ย่อนท่านลงจากกาแพงคุกและ
ท่านกร็ ีบเดินทางไปยงั ปอร์ตาคาปิ น่า ขณะหลบหนี ท่านไดพ้ บพระเยซูเจา้ กาลงั แบกไมก้ างเขน
ของพระองค์ จึงเอ่ยถามวา่ “พระเจา้ ขา้ พระองคเ์ สดจ็ ไปท่ีไหน?”
“เราไปโรม ถูกตรึงกางเขน อีกคร้ังเพื่อท่าน” นกั บุญเปโตรไดเ้ ขา้ ใจน้าพระทยั ของพระ
เป็ นเจา้ ท่านตอ้ งกลบั ไปโรมทนทุกขท์ รมานเพื่อฝูงแกะของท่าน ณ จุดน้ันไดม้ ีการสร้างวดั
เลก็ ๆหลงั หน่ึง ชื่อว่า “โควาดิส” เพื่อระลึกเช่นน้ีเป็ นการแต่งต้งั นักบุญเปโตรให้เป็ นหัวหน้า
ดูแลกลุ่มคริสตชนแทนพระองค์และเป็ นที่มาของตาแหน่งพระสันตะปาปาประมุขของ
คริสตศาสนาคาทอลิกในเวลาต่อมา
เม่ือกลบั ถึงโรงแรม ท่านถูกขงั และโบยตี ในที่สุดนักบุญเปโตรไดใ้ ห้พรอาลาศิษยข์ อง
ท่าน โดยเฉพาะนกั บุญเปาโล ผซู้ ่ึงกาลงั จะโดนตดั ศรีษะในวนั เดียวกนั นอกกรุงโรม แลว้ ทหาร
พาท่านข้ึนไปบนยอดเขาติวากนั สถานท่ีสาหรับประหารชีวิต ท่านจะตอ้ งตายอยู่ตรงบนไม้
กางเขน ท่านคิดว่าตวั ท่านไม่สมควรตายแบบเดียวกบั พระอาจารย์ ท่านไดข้ อร้องนายทหาร
ตรึงกางเขนท่าเอาศีรษะลงเทา้ ช้ีฟ้าคาของร้องของท่านไดร้ ับอนุมตั ิ พระสันตะปาปาองค์แรก
และผูแ้ ทนพระคริสตเจา้ บนแผ่นดินน้ีไดร้ ับรางวลั ชว่ั นิรันดรในสวรรค์ เม่ือวนั ที่ 29 มิถุนายน
ในปี 67 รวมท้งั พระสันตะปาปา 31 องคแ์ รกตอ้ งหลงั่ โลหิตเพื่อพิทกั ษร์ ักษาพระศาสนจกั ร ซ่ึง
เป็นหน่ึงเดียว ศกั ด์ิสิทธ์ิสากลและสืบต่อจากอคั รสาวกพระศาสนจกั รไดจ้ ดั ใหม้ ีวนั ฉลองพิเศษ
เพ่ือเป็นเกียรติแก่ นกั บุญเปโตร ดงั น้ี:
33
22 กมุ ภาพนั ธ์ วนั สมโภชธรรมาสนน์ กั บุญเปโตร
29 มิถุนายน วนั สมโภชมรณะสกั ขีของนกั บุญเปโตร
30 มิถุนายน วนั สมโภชนกั บุญเปโตรและนกั บุญเปาโล
1 สิงหาคม วนั สมโภชการพบโซ่ของนกั บุญเปโตร (โซ๋พบในเยรูซาเลม็ และโรม
ต่อเจา้ กนั เป็นสายโซ่อนั เดียวครบบริบูรณ์ เป็นสัญลกั ษณ์แห่งการรวมกนั เป็นหน่ึงเดียวของกฎ
เก่าและใหม่) และ 18 พฤศจิกายน วนั สมโภชพระวหิ ารนกั บุญเปโตร และ เปาโล
34
ตำแหน่งพระสันตะปำปำ
พระสันตะปำปำ เป็ นผู้นาของพระศาสนาจักรคาทอลิก และเป็ นพระประมุขของรัฐ
พระสันตะปาปา คาว่า “พระสันตะปาปา” มาจากภาษากรีกว่า “ปาปาส” ซ่ึงแปลว่า “บิดา”
ชาวคาทอลิกถือวา่ พระองคเ์ ป็น “ผแู้ ทนพระคริสตเจา้ ” และผสู้ ืบตาแหน่งต่อจากนกั บุญเปโตร
อคั รสำวก 12 องค์ของพระเยซูเจ้ำ
1. ซีมอนหรือเปโตร 2. องั ดรูว์ 3. ยาคอบ
4. จอหน์ 5. ฟิ ลิปส์ 6. มทั ธิว
7. โธมสั 8. ยากอบบุตรอลั เฟอสั 9. ธดั ดีอสั
10. ซีมอน 11. ยดู า 12. บาร์โฮโรบิว
35
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4
พธิ ีมิสซาบูขอบพระคุณ อิริยาบถและกิริยาอาการท่ีใชใ้ นพธิ ีกรรม
***************************************************************************
มิสซำบูชำขอบพระคุณ
พธิ ีมิสซำบูชำขอบพระคุณ คือ การถวายบูชาของพระเยซูเจา้ ท่ีคริสตชนไดร้ ่วมกนั ประกอบพิธี
ตามแบบอยา่ งของพระองค์ เพ่ือระลึกถึงชีวิตและคาสอนของพระองคท์ ี่มีคุณค่าสูงสุดซ่ึงคริสต
ชนตอ้ งมาร่วมพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณทุกวนั อาทิตย์
อิริยาบถ และ กิริยาอาการที่ใชใ้ นพิธีกรรม
พธิ ีกรรม ไม่ใช่คาภาวนาในใจ แต่เป็ นการแสดงออกทางถอ้ ยคา และทางอิริยาบถ กิริยา และอาการ
ต่างๆ ท่ีมีกฎเกณฑ์กาหนดไว้ ดงั น้ันการกระทาต่างๆของคนเราก็รวมเข้าอยู่ในตวั ตนท้ังหมด ในการ
แสดงออก หรือ แมแ้ ต่ทาใหส้ ภาพภายในตวั ของเราเกิดข้ึน อิริยาบถ และกิริยาต่างๆ เหล่าน้ี เป็ นส่ิงจาเป็ น
เพ่ือการมีส่วนร่วมใน พธิ ีกรรม
กำรยืน การยนื ยงั เป็ นอิริยาบถเบ้ืองตน้ ของพิธีกรรมสาหรับสัตบุรุษดว้ ย ในลกั ษณะการ
เช่นน้ีเป็นเครื่องหมายบ่งบอกความเคารพ การยนื ยงั เป็นอิริยาบถทว่ั ไปนอกน้นั ในธรรมเนียม
และความคิดของคริสตชนโบราณ การยนื เป็ นอิริยาบถแสดงถึงการมีส่วนร่วมในการกลบั คืน
ชีพอยา่ งรุ่งเรือง หรือ ปัสกาของพระคริสตเจา้ การยนื ยงั เป็นอิริยาบถท่ีเหมาะสมกบั ผูท้ ่ีกาลงั รอ
คอยการ เสด็จมาคร้ังที่สองของพระคริสตเจา้ (Parousia)การยนื ความหมายสุดทา้ ยของการยนื
คือ ผไู้ ดร้ ับเลือกสรรจาก พระเจา้ บนสวรรคต์ ่างยนื ขอบพระคุณพระเจา้
กำรคุกเข่ำ การคุกเข่าภาวนาเป็นเคร่ืองหมายแสดงถึงการกลบั ใจ เป็นระยะเวลาของการ
จาศีล ไวท้ ุกข์ ถ่อมตน ใชโ้ ทษบาปการคุกเข่าภาวนายงั เป็นอิริยาบถของการภาวนาส่วนตวั ใน
สมยั หน่ึงการคุกเข่า เป็นอิริยาบถของทางยโุ รป เพื่อ นมสั การศีลมหาสนิท และรับศลี มหาสนิท
ซ่ึงบ่งบอกถึงความเคารพสูงสุดที่มนุษยพ์ ึงมีต่อพระเจา้
กำรน่ังการนงั่ เป็นอิริยาบถของอาจารยส์ อนศิษย์ และประธานหรือหัวหนา้ ในท่ีประชุม
สัตบุรุษเองไดร้ ับการเช้ือเชิญให้นงั่ ลงหลายคร้ังในพิธีกรรม การนั่งขณะรับฟังพระวาจาของ
36
พระเจา้ เป็นการแสดงออกถึง การรับฟังอยา่ งต้งั ใจ เป็นเหมือนกบั พวกศษิ ยข์ องพระเยซูเจา้ ท่ีนง่ั
รอบพระองคเ์ พือ่ รับฟังพระองคต์ รัสสง่ั สอน
กำรก้มศีรษะ มีการเช้ือเชิญให้สัตบุรุษกม้ ศีรษะ ก่อนจะรับพรแบบสง่าจากประธาน
ในพิธี “โปรดกม้ ศีรษะรับพร”
37
พธิ ีกรรมศีลศักด์สิ ิทธ์ิ
ศีลศักด์ิสิ ทธ์ิ เป็ นพิธีกรรมและเครื่ องหมายศักด์ิสิ ทธ์ิที่พระเยซู เจ้าทรงต้ังข้ึน
เพอื่ ประทานพรแก่ผไู้ ดร้ ับโดยถูกตอ้ ง เป็นกิจกรรมและการกระทาภายนอกท่ีทาใหค้ นเขา้ ใจถึง
พระพรจากพระเจา้ เพอ่ื ช่วยใหช้ ีวติ มนั่ คงในความเชื่อ ความศรัทธามี 7 ประการ คือ
1. ศีลลา้ งบาป 2. ศลี กาลงั
3. ศีลอภยั บาป 4. ศีลมหาสนิท
5. ศลี บรรพชา / บวช 6. ศีลสมรส
7. ศลี เจิมคนไข้
38
กำรภำวนำ
กำรภำวนำ เป็นการยกจิตใหข้ ้ึนหาพระเป็นเจา้ เพื่อพูดกบั พระองคแ์ ละแสดงความรักต่อ
พระองคม์ ีจุดประสงคเ์ พอื่
1. สรรเสริญและนมสั การพระเป็นเจา้
2. ขอบคุณ
3. ขอโทษ
4. วงิ วอนขอสิ่งที่ตอ้ งการจากพระเจา้
สำคญั มหำกำงเขน
เดชะพระนาม พระบิดา และ พระบุตร และพระจิต อาเมน
ข้ำแต่พระบดิ ำของข้ำพเจ้ำท้งั หลำย
ขา้ แต่พระบิดาของขา้ พเจา้ ท้งั หลาย พระองค์สถิตในสวรรค์ พระนาม พระองคจ์ งเป็ น
ท่ีสักการะ พระอาณาจักรจงมาถึง พระประสงค์จงสาเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์
โปรดประทานอาหารประจาวนั แก่ข้าพเจา้ ท้ังหลายในวนั น้ีโปรดประทานอภยั แก่ขา้ พเจา้
เหมือนขา้ พเจา้ ให้อภยั แก่ผูอ้ ื่นโปรดช่วยขา้ พเจา้ ไม่ให้แพก้ ารประจญแต่โปรดช่วยให้พน้ จาก
ความชวั่ ร้ายเทอญ อาเมน
39
วนั ฉลองสำคญั ของคริสตชน
1. วนั คริสต์มำส
การฉลองการบงั เกิดของพระเยซูที่เราเฉลิมฉลองกนั ในวนั ที่ 25 ธนั วาคม คาวา่
“คริสตม์ าส” เป็นคาทบั ศพั ทภ์ าษาองั กฤษ Christmas มาจากคาภาษาองั กฤษโบราณวา่
ChristesMaesse ท่ีแปลวา่ “บูชามิสซาของพระคริสตเจา้ ” คาวา่ “ChristesMaesse” พบคร้ัง
แรกในเอกสารโบราณเป็นภาษาองั กฤษในปี 1038 และคาน้ีกไ็ ดแ้ ปรเปล่ียนมาเป็นคาวา่
Chritsmatในภาษาไทย “คริสตม์ าส” กม็ ีความหมายเช่นกนั คาวา่ “มาส” แปลวา่ “เดือน”
เทศกาลคริสตม์ าสจึง เป็นเดือนท่ีเราระลึกถึงพระเยซูคริสตเ์ จา้ เป็นพเิ ศษ คาวา่ “มาส” คือ
“ดวงจนั ทร์ ” ตีความหมายในภาษาไทยคือ พระเยซูทรงเป็นความสวา่ งของโลกเหมือนดวง
จนั ทร์ เป็นความสวา่ งในตอนกลางคืน Merry X’mas คาวา่ Merry ในภาษาองั กฤษโบราณ
แปลวา่ “สนั ติสุขและความสงบทางใจ” น้ีจึงเป็นคาที่ใชอ้ วยพรคนอื่นขอใหเ้ ขาไดร้ ับสนั ติ
สุขและความสงบทางจิตใจ ถือเอาประเพณีของชนในทอ้ งถิ่นน้นั มาประยกุ ตเ์ ขา้ กบั ศาสนา
โดยจดั ใหม้ ีการฉลอง เพือ่ ระลึก ถึงการบงั เกิดของพระเยซูที่เขายกยอ่ งเหมือนกษตั ริยผ์ ู้
ยง่ิ ใหญ่แห่งสากลโลก ผทู้ รงเกียรติเลอเลิศประเพณี น้ีไดเ้ ร่ิมมาจากกรุงโรมในศตวรรษ ที่ 4
และ ค่อยๆ เผยแพร่ไปทุกทวปี
40
2. วนั ปัสกำ
เทศกาลปัสกา (Pasqua)แต่คนทวั่ ไปเรียก อีสเตอร์ (Easter)ท่ีเป็ นเช่นน้ี เพราะคาว่า
“ปัสกา” มาจากภาษาฮีบรู และตรงกับภาษาละตินอิตาเลียน สเปน ส่วนคาว่า “อีสเตอร์”
มีความหมายว่า สี ขาว เพราะเทศกาลปั สกา พระสงฆ์ใช้อาภรณ์สี ขาวในพิธีกรรม
แต่ความหมายปัจจุบนั คือ ฉลองการกลบั คืนพระชนมชีพของพระเยซูเจา้
เทศกาลปัสกา เป็นช่วงเวลา 50 วนั ต้งั แต่วนั อาทิตยป์ ัสกา (20 เมษายน) จนถึง สมโภช
พระจิตเจา้ (8 มิถุนายน) มธี รรมเนียมบางอยา่ ง ที่ปฏิบตั ิกนั ในเทศกาลน้ี คือ
เส้ือผา้ ชุดใหม่ ผูท้ ่ีไดร้ ับศีลลา้ งบาปในคืนวนั เสาร์ศกั ด์ิสิทธ์ิจะสมชุดสีขาว เป็ นเคร่ือง
หมายถึงพระหรรษาทานแห่งศีลลา้ งบาปท่ีชาระเขาให้สะอาดจากบาป และเป็ นคนศกั ด์ิสิทธ์ิ
เฉพาะพระพกั ตร์พระเจา้ เขาจะสวมชุดขาวมาวดั ร่วมพิธีกรรมตลอด เทศกาลปัสกาน้ี ส่วนผูท้ ่ี
ไดร้ ับศีลลา้ งบาปในปี ท่ีแลว้ จะไม่สวมชุดสีขาว แต่เขาจะสวมเส้ือผา้ ชุดใหม่เป็นเคร่ืองหมายถึง
ชีวิตใหม่หลงั จากผ่านการภาวนา และพลีกรรมในเทศกาลมหาพรต เขาเป็ นคนใหม่ฝ่ ายจิต
มีชีวติ ท่ีดีข้ึนและศกั ด์ิสิทธ์ิข้ึน
น้ำเสก พิธีในคืนวนั เสาร์ศกั ด์ิสิทธ์ิ มีการเสกน้า และอนุญาตให้สัตบุรุษนากลบั ไปบา้ น
ใชพ้ รมบุคคล บา้ น และ ห้องต่างๆ บางแห่งมีการอวยพรอาหาร หรือส่ิงของบางอย่างเพ่ือให้
เป็นมงคลชีวติ ในวนั ฉลองน้ี
ไข่ปัสกำ (Easter eggs)ในสมัยโบราณ ไข่เป็ นเครื่องหมายถึงฤดูใบไมผ้ ลิ ความอุดม
สมบูรณ์ และชีวติ เขาจึงมอบไข่ใหก้ นั เวลาเปล่ียนจากฤดูหนาวเขา้ สู่ฤดูใบไมผ้ ลิ
ต่อมาในสมัยกลาง มีธรรมเนียมห้ามรับประทานไข่ระหว่างเทศกาลมหาพรต และ
มีธรรมเนียมมอบไข่ใหก้ นั ในวนั อาทิตยป์ ัสกา แทนที่จะเป็ นเคร่ืองหมายถึงความอุดมสมบูรณ์
ไข่ปัสกากลบั เป็นเครื่องหมายถึงหินปิ ดพระคูหาท่ีฝังพระศพพระเยซู ซ่ึงพระองคอ์ อกจากพระ
คูหาสู่ชีวติ ใหม่แห่งการกลบั คืน พระชนมชีพ
ปัจจุบันหลายวดั ให้เยาวชนเตรียมไข่ปัสการะบายสีไข่ให้สวยงามบางประเทศก็ทา
ไข่ปัสกาดว้ ยช็อคโกแลต เป็ นตน้ ประเทศในยุโรปที่มีอากาศเยน็ ช็อคโกแลตไม่ละลายง่าย
และแจกผมู้ าร่วมพธิ ีวนั อาทิตยป์ ัสกา
41
กิจกรรมเสริมทกั ษะ
เร่ือง ความเป็นมาของวดั นกั บุญเปโตร
คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ี
1. วดั นกั บุญเปโตร ต้งั อยทู่ ่ีใด
ตอบ .........................................................................................
2. ใครเป็นผเู้ ริ่มมาสอนศาสนาที่บริเวณน้ีเป็นคนแรก
ตอบ .........................................................................................
3. ชุมชนน้ีมีแม่น้าอะไรไหลผา่ น
ตอบ .........................................................................................
4. วดั นกั บุญเปโตร คร้ังแรกสร้างดว้ ยส่ิงใด
ตอบ .........................................................................................
5. ชุมชนน้ี ในปัจจุบนั ประกอบอาชีพอะไร
ตอบ .........................................................................................
42
กจิ กรรมเสริมทักษะ
เร่ือง สิ่งปลูกสร้างภายในวดั
คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนช่ือสิ่งปลูกสร้างในวดั นกั บุญเปโตร
43
กจิ กรรมเสริมทกั ษะ
เร่ือง ตาแหน่งพระสนั ตะปาปา
คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ี
1. พระสันตะปาปา เป็นใคร
ตอบ………………………………………………………………………………..
2. พระสันตะปาปาองคป์ ัจจุบนั คือใคร
ตอบ………………………………………………………………………………..
3. พระสันตะปาปามีความสาคญั อยา่ งไร
ตอบ………………………………………………………………………………..
4. พระสันตะปาปาพกั อยทู่ ี่ใด
ตอบ………………………………………………………………………………..
5. พระสันตะปาปาองคป์ ัจจุบนั เป็นชาวอะไร
ตอบ………………………………………………………………………
44
กจิ กรรมเสริมทกั ษะ
เร่ือง อคั รสาวก
คำชี้แจง บอกชื่ออคั รสาวก 12 ของพระเยซูเจา้
45
กจิ กรรมเสริมทกั ษะเพม่ิ เตมิ
แบบบันทึกควำมรู้
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………............
46
คณะผู้อออกแบบและพฒั นำหลกั สูตรท้องถน่ิ “วดั นักบุญเปโตร”
ทปี่ รึกษำ
1. ซิสเตอร์ ดร.สมลกั ษณ์ มธุรสสุวรรณ ผจู้ ดั การ / ผอู้ านวยการ
2. นางวรรณา เชิดวฒุ ิ ผชู้ ่วยผอู้ านวยการฝ่ ายวชิ าการ
3. นางสาวกมลา สุริยพงศป์ ระไพ ผชู้ ่วยผอู้ านวยการฝ่ ายจิตตาภิบาล
ผู้จัดทำ
1. นางภทั รภร หนูอินทร์ หวั หนา้ ระดบั / ครูประจาช้นั ป.1/4
ครูประจาช้นั ป.1/1
2. นางจงจิต ศุภมิตร ครูประจาช้นั ป.1/2
ครูประจาช้นั ป.1/3
3. นางสาวเสาวนี ชินเครือ ครูประจาช้นั ป.1/5
ครูผชู้ ่วยประจาช้นั ป.1/1
4. นางสาวสุอาพร ปึ งศิริเจริญ ครูผชู้ ่วยประจาช้นั ป.1/2
ครูผชู้ ่วยประจาช้นั ป.1/3
5. นางอาภา ขา่ ทิพยพ์ าที ครูผชู้ ่วยประจาช้นั ป.1/4
ครูผชู้ ่วยประจาช้นั ป.1/5
6. นางสาวบุญสม อ่วมพยคั ฆ์ ประสานงานหลกั สูตรทอ้ งถ่ิน
7. นางโรจนา อุรารัมย์
8. Miss Merry Grace Sta.Ana Sales
9. นางสาวศิริอร สร้างสวน
10. นางสาวทิพยรัตน์ มุสิกไชย
11. นางหล่อลกั ษณ์ กิจประเสริฐ