1
ก ค ำน ำ หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ทัศนศิลป์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) เล่มนี้ เป็นหนังสือเรียนที่สอดแทรกการบูรณาการ และเน้น การสร้างความรู้กับค่านิยมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตรงตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วยประกอบด้วย ผังสาระการเรียนรู้ ของเนื้อหาในหน่วยการเรียนรู้นั้นๆ สาระการเรียนรู้ สรุปเนื้อหาสาระของทั้งหน่วย สาระส าคัญ เพื่อง่ายต่อความเข้าใจของผู้เรียน เนื้อหา มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจมีทักษะวิธีการทางศิลปะ เกิดความซาบซึ้ง ในคุณค่าของศิลปะ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงออกอย่างอิสระในศิลปะแขนงต่างๆโดยเน้นให้ผู้เรียนมี ความรู้ความเข้าใจองค์ประกอบศิลป์ ทัศนธาตุ สร้างและน าเสนอผลงานทางทัศนศิลป์จากจินตนาการ โดยสามารถใช้วัสดุ อุปกรณ์ที่เหมาะสม รวมทั้งสามารถใช้เทคนิค วิธีการของศิลปินในการสร้างงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง ทัศนศิลป์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานศิลปะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล ชื่นชมและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน กิจกรรมการเรียนรู้เน้นให้ผู้เรียนพัฒนาพฤติกรรมด้านความรู้ เจตคติ คุณธรรม ค่านิยม และ การฝึกปฏิบัติโดยมุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะส าคัญ และมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เว็บไซต์แนะน า ส่งเสริมการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) หวังว่าหนังสือเรียนเล่มนี้จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถ พัฒนากระบวนการเรียนรู้สมดังเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษาอย่างครบถ้วนทุกประการ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)
ข สำรบัญ หน้ำ หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 1 ทัศนธำตุและหลักกำรออกแบบ 1 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 2 ศัพท์ทำงทัศนศิลป์ที่ใช้ในกำรบรรยำยผลงำน 2 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 3 กระบวนกำรกำรสร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ 3 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 4 กำรออกแบบงำนศิลปะ 4 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 5 ทฤษฎีกำรวิจำรณ์ศิลปะ 5 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 6 กำรวำดภำพกำร์ตูน 6
1 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 1 ทัศนธำตุและหลักกำรออกแบบ องค์ประกอบในกำรออกแบบงำนทัศนศิลป์ การออกแบบงานทัศนศิลป์นั้น เป็นกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็น “รูปแบบ” หรือส่วนที่เป็นลักษณะทางกายภาพ สามารถมองเห็นได้ และส่วนที่เป็น “เนื้อหา” หรือส่วนที่เป็นลักษณะนามธรรม ไม่สามารถมองเห็นได้ ในส่วนของรูปแบบหรือส่วนทางกายภาพ เมื่อวิเคราะห์ลึกลงไปจะพบว่าศิลปินจะใช้ทัศนธาตุ ซึ่งเราเรียกการจัดการทัศนธาตุว่า “องค์ประกอบศิลป์(Composition)” ซึ่งเป็นหลักการหรือทฤษฎี การออกแบบนั่นเอง องค์ประกอบศิลป์สมารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ ทัศนธาตุ และองค์ประกอบศิลป์ ทัศนธำตุ (Visual Element) ทัศนธาตุ เป็นสื่อสุนทรียภาพที่ศิลปินน ามาประกอบกันเข้าเป็นรูปทรง เพื่อสื่อความหมาย ตามแนวเรื่อง หรือแนวคิดที่เป็นจุดมุ่งหมาย องค์ประกอบศิลป์ (Composition) องค์ประกอบศิลป์ เป็นทฤษฎีแห่งองค์ประกอบ หรือกฎเกณฑ์ของเอกภาพ เป็นกฎเกณฑ์เพื่อ การประกอบกัน การจัดระเบียบ หรือการประสานกันของทัศนธาตุ เป็นสิ่งใหม่ที่มีความหมายใน ตัวเองซึ่งประกอบด้วย เอกภาพ ความสมดุลหรือดุลยภาพ และสัดส่วน
2 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 2 ศัพท์ทำงทัศนศิลป์ที่ใช้ในกำรบรรยำยผลงำน ศัพท์ทำงทัศนศิลป์ การเรียนรู้เกี่ยวกับศัพท์ทางทัศนศิลป์นั้น ก็เพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าใจเนื้อหา และจุดประสงค์ของ ผลงานทางทัศนศิลป์ ท าให้ซาบซึ้ง และเข้าถึงศิลปะได้มากขึ้น รวมทั้งสามารถน าความรู้ในส่วนนี้ไปใช้ ให้เกิดประโยชน์ในการศึกษาต่อทางด้านศิลปะ ซึ่งในหน่วยการเรียนรู้นี้ได้เลือกสรรมาพอประมาณ และเป็นค าศัพท์ที่นักเรียนควรรู้ ดังนี้ ค่ำของแสงและเงำ (Chiaroscuro : คีอำร์รัสคิวโร) ค่าของแสงและเงา เป็นส่วนส าคัญที่จะท าให้ผลงานวาดเส้น จิตรกรรม ประติมากรรม และ สถาปัตยกรรม ประสบผลส าเร็จงดงามด้วยการลงค่าน้ าหนักความอ่อน-แก่ของแสง-เงาถูกต้องตาม ธรรมชาติ จังหวะ (Rhythm) จังหวะ คือ การจัดวางองค์ประกอบให้มีความสัมพันธ์ และเชื่อมโยงต่อเนื่องกัน ดุลยภำพ (Balance) ดุลยภาพหรือความสมดุล คือหลักการจัดองค์ประกอบของภาพให้รู้สึกมีน้ าหนักเท่าๆ กันทั้ง สองข้างโดยใช้เส้น สีองค์ประกอบ แสง-เงา และความใกล้-ไกล ในการสร้างดุลยภาพดังกล่าวไม่ให้มี น้ าหนักเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ศิลปะกึ่งนำมธรรม (Semi-Abstract) ศิลปะกึ่งนามธรรม เป็นงานศิลปะที่มีการตัดทอนรูปทรงบางส่วนออกไปหรือดัดแปลงให้ เปลี่ยนไปจากความเป็นจริง ศิลปะนำมธรรม (Abstract) ศิลปะนามธรรม คือ ผลงานที่ศิลปินสร้างสรรค์ขึ้นจากความคิดอิสระ มีการตัดทอน (Distrotion) จากธรรมชาติให้เหลือเพียงสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายเฉพาะตัวของศิลปิน
3 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 3 กระบวนกำรกำรสร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ กำรสร้ำงสรรค์งำนจิตรกรรม จิตรกรรม เป็นผลงานทัศนศิลป์แขนงหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการวาดเขียนและระบายสี มีลักษณะทั่วไปเป็นผลงานบนแผ่นพื้น 2 มิติ แต่ใช้กระบวนการเพื่อสร้างภาพลวงตาให้เกิดเป็น 3 มิติ โดยใช้สีชนิดต่างๆ เช่น สีน้ า สีน้ ามัน สีฝุ่น เป็นสื่อกลางในการแสดงออกถึงเจตนาในการสร้างสรรค์ โดยทั่วไปแล้ว จิตรกรรมมีหลายเรื่องราวที่ศิลปินนิยมน ามาสร้างสรรค์ ได้แก่ 1. จิตรกรรมประเภทหุ่นนิ่ง (Still Life) ได้แก่ การเขียนภาพจากหุ่นและแบบที่จัดไว้ ซึ่งสามารถ เลือกหาได้ตามความต้องการทางด้านเนื้อหาและความคิดในการแสดงออกทางศิลปะ 2. จิตรกรรมประเภทภาพทิวทัศน์ (Landscape) ได้แก่ ภาพวิวทิวทัศน์ต่างๆ เช่น ทะเล ป่าไม้ บ้านเมือง แม่น้ า จิตรกรรมประเภทนี้จะใช้สีบรรยากาศ ระยะตื้น-ลึก ใกล้-ไกล เป็นส่วนประกอบที่ท า ให้ภาพมีความสวยงาม 3. จิตรกรรมประเภทภาพคน (Portrait) ได้แก่ การเขียนภาพเกี่ยวกับชีวิตของคนหรือภาพคน เหมือน ซึ่งมีลักษณะพิเศษในด้านของรูปร่างหน้าตา ซึ่งเป็นส่วนส าคัญที่จะท าให้ภาพดูมีชีวิตชีวาตาม บุคลิกภาพของแต่ละคน 4. จิตรกรรมประเภทภาพสัตว์ (Animals) ได้แก่ การเขียนภาพสัตว์ต่างๆ โดยสร้างสรรค์ให้มี ชีวิตชีวาตามลักษณะของสัตว์ประเภทนั้นๆ 5. จิตรกรรมประเภทเรื่องราวจากศาสนา ประวัติศาสตร์ และวรรณคดี (Religion, History and Literature) ได้แก่ ภาพเขียนที่เป็นเรื่องราวของศาสนา ประวัติศาสตร์ วรรณคดี โดยจะเป็นภาพ ที่ผสมผสานเรื่องราวทุกอย่างเข้าด้วยกัน กำรสร้ำงสรรค์งำนประติมำกรรม ประติมากรรม (Sculpture) เป็นผลงานศิลปะรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นด้วย ความรู้สึกประทับใจ บันดาลใจในธรรมชาติ ที่ประสาทรับสัมผัสความงามจากรูปทรง (Form) มวล (Mass) และปริมาตร(Volume) ของคนสัตว์ สิ่งของ และธรรมชาติ โดยมีนัยทางศิลปะเป็นส าคัญ ซึ่ง เป็นรูปทรง 3 มิติกินระวางเนื้อที่ในอากาศด้วยมวลปริมาตรที่มีความกว้าง ยาว สูง และลึกหรือหนา อาจประกอบเป็นผลงานที่สร้างขึ้นด้วยวัสดุหลากหลาย เช่น ดินเหนียว ปูน ไม้ โลหะ หรือวัสดุ สังเคราะห์อื่นๆ
4 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 4 กำรออกแบบงำนศิลปะ ศิลปะกับกำรออกแบบ การออกแบบ หมายถึง การจัดวาง เรียบเรียง สร้างสรรค์สิ่งใหม่ รวมถึงการปรับปรุงของเดิม ที่มีอยู่แล้วให้เกิดความเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายด้านประโยชน์ใช้สอยหรือสุนทรียภาพความ งามงานศิลปะทุกแขนงเกิดจากความสามารถของผู้สร้างสรรค์ ที่ได้ออกแบบผลงานให้มีความ เหมาะสมกลมกลืนกันระหว่างประโยชน์และความงาม การออกแบบมีความสัมพันธ์กับสภาพของสังคม และมีวิวัฒนาการไปตามล าดับโดย สภาพแวดล้อมจ านวนหรือทัศนคติของประชากร ความก้าวหน้าทางด้านวัสดุเป็นปัจจัยที่ท าให้ ลักษณะการออกแบบเปลี่ยนแปลงไป การออกแบบจ าแนกได้ 2 ประเภท คือ การออกแบบโครงสร้าง และการออกแบบตกแต่ง 1. การออกแบบโครงสร้าง (Structural Design) จะเกี่ยวข้องกับการออกแบบรูปร่างและรูป ทรงของวัตถุ เพื่อความมั่นคง แข็งแรง ได้สัดส่วนที่พอเหมาะโดยเสือกใช้วัสดุที่มีความเหมาะสม 2. การออกแบบตกแต่ง (Decorative Design) จะเกี่ยวข้องกับการใช้ลวดลายตกแต่งให้กับ โครงสร้างหลักเพื่อความสวยงาม เช่น การแกะสลัก การเขียนลวดลายต่างๆ
5 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 5 ทฤษฎีกำรวิจำรณ์ศิลปะ ควำมหมำยของกำรวิจำรณ์และศิลปวิจำรณ์ การวิจารณ์หมายถึง การแสดงความคิดเห็นต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดตามความรู้ ความเข้าใจ และจาก ประสบการณ์ของผู้วิจารณ์ พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมต่อสิ่งที่พบเห็น ไม่ว่าจะเป็นการชื่นชม หรือการชี้แนะผลงานนั้นๆ ทั้งนี้ การวิจารณ์จะต้องมีเหตุมีผล เพื่อที่ผู้สร้างผลงานจะได้น าไปปรับปรุง ผลงานให้ดียิ่งขึ้นโดยสุจริตใจ ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ได้ให้ความหมายของค าว่า “วิจารณ์” ว่า หมายถึง “ให้ค าตัดสินสิ่งที่เป็นศิลปกรรมหรือวรรณกรรมเป็นต้น โดยผู้มีความรู้ควรเชื่อถือได้ว่ามีค่า ความงามความไพเราะดีอย่างไร หรือมีข้อขาดตกบกพร่องอย่างบ้าง” ส่วนการติชมมักใช้เต็มค าว่า วิพากษ์วิจารณ์ ศิลปวิจารณ์ คืออะไร พจนานุกรมศัพท์ศิลปะฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายว ่า “ศิลปวิจารณ์คือ การวิพากษ์วิจารณ์ผลงานทางศิลปะซึ่งศิลปินได้สร้างสรรค์ขึ้นไว้โดยให้ความเห็น ตามกฎเกณฑ์และหลักการของศิลปะแต่ละสาชา ทั้งในด้านสุนทรียศาสตร์และปรัชญาสาขาอื่นๆ ไม่ ว่าจะใช้รูปแบบการวิจารณ์เป็นเช่นไร จะเป็นแบบการพูด การบรรยาย หรือข้อเขียนใดๆ ก็ตามที่จะ เป็นเครื่องชี้วัด และตัดสินคุณค่าในงานศิลปะ” การแสดงความคิดเห็นทางศิลปะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับทุกคนที่จะติชมหรือเรียกว่าให้ค าวิจารณ์ ตามความคิดเห็นของตน แต่ค าวิจารณ์ควรจะเป็นความรู้ที่บริสุทธิ์ใจ มิใช่เพื่อหวังผลทางการค้าหรือ กลั่นแกล้งเพราะค าวิจารณ์อาจพลิกความรู้สึกของผู้ชมงานศิลปะให้ไขว้เขวได้ คือเห็นศิลปกรรมชั้น สามัญว่าดีที่สุดและเห็นศิลปะชั้นเยี่ยมที่สุดเป็นธรรมดาสามัญ ดังนั้น ค าวิจารณ์จึงเป็นสิ่งส าคัญที่สุดที่ จะช่วยให้ศิลปะเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี กล่าวว่า การวิจารณ์ที่จะให้ ประโยชน์อย่างสมบูรณ์นั้นมีหลักส าคัญๆ ดังนี้ 1. จิตวิจารณ์ คือ วิจารณ์ในแง่ความรู้สึก 2. อรรถวิจารณ์ คือ วิจารณ์ในแง่แปลความหมาย 3. วิพากษ์วิจารณ์ คือ วิจารณ์ในแง่ให้ค าพิพากษาตัดสิน
6 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 6 กำรวำดภำพกำร์ตูน ควำมหมำยและประเภทของกำร์ตูน ควำมหมำยของกำร์ตูน “การ์ตูน” มาจากค าภาษาอังกฤษว่า Cartoon ภาพวาดต่างๆ ที่วาดขึ้นโดยไม่เน้นให้ เหมือนกับความเป็นจริงทั้งหมด โดยจะตัดทอนรายละเอียดออกมา ภาพการ์ตูนจึงเขียนขึ้นด้วย ลายเส้นรูปแบบง่ายๆ โดยเน้นคุณลักษณะพิเศษของรูปร่าง กิริยา ท่าทาง หน้าตา ของคน สัตว์ วัตถุ สิ่งของ การ์ตูน จัดเป็นงานทัศนศิลป์ เพราะเป็นงานศิลปะที่รับรู้ได้ทางการมองเห็น การ์ตูนนั้นมักใช้ ประกอบในงานต่างๆ ทั้งการ์ตูนประกอบหนังสือ ภาพยนตร์ แผ่นป้ายโฆษณา ประเภทของกำร์ตูน การ์ตูนแบ่งออกได้ 4 ประเภท ดังนี้ 1. กำร์ตูนภำพเดี่ยว (Cartoon) หมายถึง ภาพการ์ตูนที่เขียนลงกระดาษหรือวัสดุอื่นๆ ซึ่งอาจ เป็นภาพที่น่ารัก สวยงาม ล้อเลียน และอาจมีตัวหนังสือประกอบก็ได้ 2. ภำพล้อเลียน (Caricature) เป็นภาพที่ให้มีความผิดเพี้ยนหรือเกินกว่าความเป็นจริงโดยล้อ เลียนลักษณะเฉพาะของผู้ที่เป็นแบบในการวาด ส่วนมากจะเป็นภาพล้อเลียนบุคคลส าคัญในแวดวง ต่างๆ เช่น บุคคลส าคัญทางการเมือง นักแสดง นักร้องที่มีชื่อเสียง 3. กำร์ตูนภำพต่อเนื่อง (Comic) เป็นการ์ตูนที่เขียนต่อเนื่องกันเป็นเรื่องราวเป็นตอนๆ มีตัว หนังสือบรรยาย และมีบทสนทนาของตัวการ์ตูน 4. นิยำยภำพ (Illustrated Tale) เป็นภาพที่ใช้ประกอบการเล่าเรื่อง มีลักษณะของภาพที่สม จริง มีลักษณะของกายวิภาค แสง-เงา และรายละเอียดที่ชัดเจน
7