The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 2-2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 6211116026, 2023-01-21 06:43:39

แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 2-2565

แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 2-2565

บันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดการเรียนรู้ นักเรียนจำนวน คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม คน คิดเป็นร้อยละ ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม คน คิดเป็นร้อยละ ด้านความรู้ ความเข้าใจ (k) ด้านทักษะกระบวนการ (P) ด้านคุณลักษณะ (A) ๑๓. ปัญหาและอุปสรรค / แนวทางการแก้ปัญหา / ข้อเสนอแนะ ลงชื่อ .......................................................... (นายกรินทร์ ผิวขำ) ครูผู้สอน


ความคิดเห็นผู้บริหาร / ผู้ที่ได้รับมอบหมายในการตรวจแผนจัดการเรียนรู้ ได้ทำการตรวจแผนจัดการเรียนรู้ที่ ....... ของ................................................ แล้วมีความคิดเห็น ดังนี้ ๑. เป็นแผนจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ..................................................... ๒. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิธีการนำเสนอกระบวนการเรียนรู้ และการวัดประเมินผล เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใช้กระบวนการสอนและวัดผลที่เหมาะสมกับผู้เรียน ต้องปรับปรุง และพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพิ่มเติม อื่นๆ ......................................................................................................... ๓. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ความเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ความเห็นหัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ ........................................................... ................................................................. ........................................................... ................................................................. ........................................................... ................................................................. (นางสาวภัทราภรณ์ ทินวงค์) (นางสาววงแข สอดจิตต์) หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารวิชาการ ความคิดเห็นผู้อำนวยการโรงเรียน (นายเกียรติศักดิ์ บุญรวบ) ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นครศรีธรรมราช


โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นครศรีธรรมราช กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง พระสงฆ์ จำนวน ๙ ชั่วโมง รายวิชา สังคมศึกษา ๒ รหัสวิชา ส ๒๑๑๐๒ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ ผู้สอน นายกรินทร์ ผิวขำ ********************************************************* มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวัติความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ และศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่ร่วมกันอย่าง สันติสุข ตัวชี้วัด ม. ๑/๔ วิเคราะห์ และประพฤติตนตามแบบอย่างการดำเนินชีวิต และข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก เรื่องเล่า และศาสนิกชนตัวอย่างตามที่กำหนด มาตรฐานการเรียนรู้ ส ๑.๒เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษา พระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ตัวชี้วัด ม.๑/๑ บำเพ็ญประโยชน์ต่อศาสนสถานของศาสนาที่ตนนับถือ ม.๑/๒อธิบายจริยวัตรของสาวกเพื่อเป็นแบบอย่างในการประพฤติปฏิบัติ และปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ต่อสาวกของศาสนาที่ตนนับถือ ม.๑/๔ จัดพิธีกรรมและปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรมได้ถูกต้อง สภาพแวดล้อมในสังคมไทย รวมทั้งการพัฒนาตนและครอบครัวตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ๑. อธิบายประวัติของพระมหากัสสปะ พระอุบาลี อนาถบิณฑิกะ นางวิสาขา พระเจ้าอโศกมหาราช พระโสณะและพระอุตตระได้ ๒. วิเคราะห์คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่างของพุทธสาวก และนำไปเป็นแนวการปฏิบัติตนได้ ๓. อธิบายความหมายและสาเหตุในการสังคายนาได้ ๔. อธิบายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทยในแต่ละยุคได้ ๕. วิเคราะห์พระพุทธศาสนาในฐานะเป็นศาสนาประจำชาติไทยได้ ๖. วิเคราะห์การปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนาที่มีผลต่อการพัฒนาตนได้ ๗. วิเคราะห์การปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนาที่มีผลต่อการพัฒนาครอบครัวได้


สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด พระภิกษุเป็นผู้ธำรงไว้ซึ่งศาสนามีหน้าที่ศึกษาพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วนำมาเผยแพร่ แก่พุทธศาสนิกชนพุทธศาสนิกชนทุกคนจึงควรแสดงความเคารพและปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเหมาะสมต่อพระภิกษุ ดำเนินชีวิตตามแบบอย่างที่ดีงามตามเหล่าพุทธสาวก พุทธสาวิการวมถึงควรบำเพ็ญประโยชน์บำรุงรักษาวัด และศาสนพิธีต่าง ๆ ให้ถูกต้องซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยสืบต่ออายุของพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไป สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๑. พุทธสาวก พุทธสาวิกา - พระมหากัสสปะ - พระอุบาลี - อนาถบิณฑิกะ - นางวิสาขา ๒. ศาสนิกชนตัวอย่าง - พระเจ้าอโศกมหาราช - พระโสณะและพระอุตตระ ๓. การทำสังคายนา ๔. การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย ๕. ความสำคัญของพระพุทธศาสนาต่อสังคมไทยในฐานะเป็น - ศาสนาประจำชาติ - สถาบันหลักของสังคมไทย - สภาพแวดล้อมที่กว้างขวางและครอบคลุมสังคมไทย - การพัฒนาตนและครอบครัว สมรรถนะสำคัญ (เฉพาะที่เกิดในแผนจัดการเรียนรู้นี้) ความสามารถในการสื่อสาร วามสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์(เฉพาะที่เกิดในแผนจัดการเรียนรู้นี้) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้


อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ ๓Rs (R) Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขียนได้) (A) Rithmatic (มีทักษะในการคำนวณ) ๘Cs Critical Thinking and Problem Solving (มีทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในแก้ไขปัญหา) Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม) Collaboration Teamwork and Leadership (ทักษะความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ) Communication Information and Media Literacy (ทักษะในการสื่อสาร และการรู้เท่าทันสื่อ) Cross-cultural Understanding (ความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม กระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม) Computing and ICT Literacy (ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และการรู้เท่าทันเทคโนโลยี ซึ่งเยาวชนในยุคปัจจุบันมี ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีอย่างมากหรือเป็น Native Digital ส่วนคนรุ่นเก่าหรือ ผู้สูงอายุเปรียบเสมือนเป็น Immigrant Digital แต่เราต้องไม่อายที่จะเรียนรู้แม้ว่าจะสูงอายุแล้วก็ตาม Career and Learning Skills (ทักษะทางอาชีพ และการเรียนรู้) Compassion


(ความมีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย คุณธรรม และจริยธรรม) บูรณาการตามนโยบายจัดการศึกษาของ สพฐ./สพม./โรงเรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการกับหลักสูตรสวนกุหลาบฯศึกษา กำเนิดสวนกุหลาบ ถิ่นถาวร ณ ตึกยาว จากสวนกุหลาบหลวง สู่สวนกุหลาบเรา สวนสร้างคน คนสร้างชาติ สวนสร้างชื่อ คือ อัตลักษณ์ บูรณาการกับศาสตร์พระราชา การมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง การมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง การมีงาน มีอาชีพ การเป็นพลเมืองดี มีน้ำใจ เอื้ออาทร มีจิตสาธารณะ บูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลักความพอประมาณ หลักความมีเหตุผล หลักการมีภูมิคุ้มกัน เงื่อนไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม คำถามสำคัญ ๑. การศึกษาอริยสัจ ๔ และหลักธรรมในอริยสัจ ๔ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียนอย่างไร ๒. การปฏิบัติตนตามหลักพุทธศาสนสุภาษิตก่อให้เกิดผลอย่างไร ๓. นักเรียนจะมีส่วนช่วยในการรักษาสืบทอดคำสอนอันเป็นธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าได้อย่างไร ๔. การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทยในยุคต่าง ๆ ๔ ยุค ชิ้นงาน / ภาระงาน ใบงานที่ ๑ เรื่อง เรื่อง การปฏิบัติตน ใบงานที่ ๒เรื่อง พุทธสาวก ชิ้นงานที่ ๑ เรื่อง วิถีพุทธ ใบงานที่ ๓ เรื่อง การเผยแพร่ประพุทธศาสนา


การประเมินการเรียนรู้ ๑. อธิบายเกี่ยวกับการสังคายนาและการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย (K) ๒. วิเคราะห์เกี่ยวกับการสังคายนาและการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศไทย (P) ๓. เห็นความสำคัญในพระพุทธศาสนาในฐานะศาสนาประจำชาติไทย (A) ๔. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน ๕. ประเมินชิ้นงาน เรื่อง การเผยแผ่พระพุทธศาสนา (P) ด้วยแบบประเมิน ๖. ประเมินชิ้นงาน เรื่อง พุทธสาวก (P) ด้วยแบบประเมิน ๗. ประเมินชิ้นงาน เรื่อง วิถีพุทธ (P) ด้วยแบบประเมิน ๘. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝ่เรียนรู้ (A) ด้วยแบบประเมิน กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง สวดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจิต และเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (ชั่วโมงที่ ๑) ๑. นักเรียนร่วมกันสวดมนต์และแผ่เมตตา โดยครูติดบทสวดมนต์และแผ่เมตตาบนกระดานแล้วนักเรียน ปฏิบัติ ดังนี้ • ชายนั่งท่าเทพบุตร หญิงนั่งท่าเทพธิดา • ประนมมือให้ชิดกันให้อยู่ระหว่างอก • เริ่มสวดมนต์ และแผ่เมตตา ขั้นสอน / ขั้นปฏิบัติ ๒. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง สวดมนต์แปลและแผ่เมตตา จากหนังสือเรียนและ แหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เพิ่มเติม ๓. นักเรียนวิเคราะห์บทความเกี่ยวกับการสวดมนต์ แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยใช้คำถาม ดังนี้ • บทความนี้กล่าวถึงเรื่องใด • นักเรียนเห็นด้วยกับบทความนี้หรือไม่ อย่างไร • การสวดมนต์ไหว้พระก่อให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียน ๔. นักเรียนวิเคราะห์เกี่ยวกับผลดีของการสวดมนต์และแผ่เมตตา แล้วสรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด ๕. นักเรียนคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่า แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใช้คำถาม ๖. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม แต่ละกลุ่มวิเคราะห์เกี่ยวกับการสวดมนต์และแผ่เมตตาว่าได้รับ ข้อคิดอย่างไร และผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติต่อตนเอง และต่อผู้อื่น แล้วสรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด ๗. นักเรียนตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดให้ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น


๘. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้การสวดมนต์และแผ่เมตตาเป็นการพัฒนาจิต ตามแนวทางพระพุทธศาสนา เป็นการบำเพ็ญความดี ให้เกิดทางด้านจิตใจ เป็นปัจจัยส่งผลให้เกิดความสงบและ ความสุขในชีวิตประจำวัน ขั้นสรุป (ชั่วโมงที่ ๒) ๙. นักเรียนออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ๑๐. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงานที่มีแบบแผน ๑๑. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียน ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไปได้ อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคมเกิดประโยชน์ต่อ สังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป เรื่อง พุทธสาวก พุทธสาวิกา และศาสนิกชนตัวอย่าง ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (ชั่วโมงที่ ๑) ๑. นักเรียนสังเกตภาพ แล้วร่วมกันสนทนา โดยใช้คำถาม ดังนี้ • นักเรียนเคยเห็นบุคคลที่ปฏิบัติตนดังภาพหรือไม่ • นักเรียนรู้สึกอย่างไรกับการปฏิบัติของบุคคลดังกล่าว • การประพฤติปฏิบัติดังกล่าวมีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาอย่างไร ๒. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับพุทธสาวก โดยใช้คำถาม ดังนี้ • พุทธสาวก หมายถึง • นักเรียนเคยพบเห็นพุทธสาวกหรือไม่ • พุทธสาวกที่นักเรียนรู้จัก ได้แก่ ๓. นักเรียนสังเกตภาพที่กำหนดให้ แล้วร่วมกันสนทนาโดยใช้คำถาม ดังนี้ • จากภาพ นักเรียนเห็นสิ่งใด • ภาพดังกล่าวหมายถึงบุคคลกลุ่มใดบ้าง • พุทธบริษัท ๔ คืออะไร • ในปัจจุบัน ผู้หญิงสามารถปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าได้หรือไม่ อย่างไร


๔. นักเรียนศึกษาเกี่ยวกับศาสนิกชนตัวอย่าง เรื่อง พระเจ้าอโศกมหาราช พระโสณเถระ และพระอุตตรเถระ จากนั้นสังเกตภาพที่เกี่ยวข้อง แล้วร่วมกันสนทนา โดยใช้คำถาม • ภาพดังกล่าวคือบุคคลใด • ภาพดังกล่าวมีความสำคัญอย่างไร • ภาพดังกล่าวคือสิ่งใด • ภาพดังกล่าวมีความสำคัญอย่างไร ขั้นสอน / ขั้นปฏิบัติ ๕. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องพุทธสาวก : พระมหากัสสปะ พระอุบาลี อนาถบิณฑิกะ และพุทธสาวิกา: นางวิสาขา และศาสนิกชนตัวอย่าง จากหนังสือเรียนและแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เพิ่มเติม ๖. นักเรียนวิเคราะห์เกี่ยวกับพุทธสาวก : พระมหากัสสปะ พระอุบาลี อนาถบิณฑิกะว่ามีประวัติ ความเป็นมาอย่างไร ได้รับการยกย่องทางด้านใด และมีผลงานที่โดดเด่นอย่างไร จากนั้นวิเคราะห์เกี่ยวกับ การนำข้อปฏิบัติของพุทธสาวกมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันว่าก่อให้เกิดผลอย่างไร แล้วสรุปความรู้เป็นแผนภาพ ความคิด ๗. นักเรียนวิเคราะห์เกี่ยวกับพุทธสาวิกา : นางวิสาขา ว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร ได้รับการยกย่อง ทางด้านใดและมีผลงานที่โดดเด่นอย่างไร จากนั้นวิเคราะห์เกี่ยวกับนางวิสาขาว่าเป็นแบบอย่างที่ดีต่อตนเอง อย่างไร แล้วสรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด ๘. นักเรียนวิเคราะห์เกี่ยวกับศาสนิกชนตัวอย่าง เรื่อง พระเจ้าอโศกมหาราช และพระโสณเถระ และพระอุตตรเถระว่ามีประวัติความเป็นมา และมีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาอย่างไร จากนั้นยกตัวอย่าง ข้อปฏิบัติที่ควรยึดถือเป็นแบบอย่าง และวิเคราะห์แนวทางการนำไปปฏิบัติ แล้วสรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด ๙. นักเรียนเสนอแนวทางการปฏิบัติตนตามศาสนิกชนตัวอย่าง แล้วสรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด ขั้นสรุป (ชั่วโมงที่ ๒) ๑๐. นักเรียนออกมานำเสนอผลงานและชิ้นงานหน้าชั้นเรียน ๑๑. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบ และวิธีการทำงานที่มี แบบแผน ๑๒. นักเรียนร่วมกันนำข้อปฏิบัติของพุทธสาวก พุทธสาวิกา และศาสนิกชนตัวอย่าง และแนวทางการ นำไปปฏิบัติไปจัดป้ายนิเทศเพื่อเผยแพร่ความรู้ให้แก่สมาชิกในโรงเรียน ๑๓. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียน ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไปได้อย่างไร


จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคมเกิดประโยชน์ ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป เรื่อง บทบาทหน้าที่ของพระภิกษุ และการปฏิบัติตนต่อพระภิกษุ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (ชั่วโมงที่ ๑) ๑. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับวิถีชีวิตและบทบาทหน้าที่ของพระภิกษุ โดยใช้คำถาม ดังนี้ • พระภิกษุหมายถึงบุคคลใด • พระภิกษุมีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาอย่างไร • พระภิกษุมีบทบาทหน้าที่อย่างไร ๒. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับ มรรยาทการปฏิบัติตนที่เหมาะสมต่อพระภิกษุ โดยใช้คำถาม ดังนี้ • นักเรียนเคยเข้ารับการฟังธรรมหรือไม่ • สิ่งที่พระภิกษุแสดงหรือสอนพุทธศาสนิกชนมีลักษณะอย่างไร • การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวของพระภิกษุมีความสำคัญอย่างไร ๓. นักเรียนศึกษา และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของพระภิกษุ และการปฏิบัติตนต่อพระภิกษุ จากหนังสือเรียนและแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เพิ่มเติม ขั้นสอน / ขั้นปฏิบัติ (ชั่วโมงที่ ๒) ๔. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ตัวอย่างสถานการณ์ และนำเสนอวิธีการปฏิบัติตนที่ถูกต้องต่อพระภิกษุ เป็นแผนภาพความคิด ๕. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๔ กลุ่ม จับสลากเลือกการปฏิบัติตามหลักมรรยาทชาวพุทธ ดังนี้ • กลุ่มที่ ๑ การเข้าพบพระภิกษุ • กลุ่มที่ ๒ การเคารพพระรัตนตรัย - การปฏิบัติตนในการไหว้ - การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ • กลุ่มที่ ๓ การแสดงความเคารพบุคคล - การไหว้บุคคลต่าง ๆ - การกราบบุคคลที่เคารพนับถือ • กลุ่มที่ ๔ การแสดงความเคารพในศาสนพิธี - การฟังพระเจริญพุทธมนต์ - การฟังพระสวดพระอภิธรรม - การฟังพระธรรมเทศนา จากนั้นให้แต่ละกลุ่มออกมาสาธิต แสดงวิธีการปฏิบัติตนตามหัวข้อที่รับผิดชอบ - กลุ่มที่ ๑ และกลุ่มที่ ๔ ให้นำเสนอในรูปแบบการอภิปราย/การแสดงบทบาทสมมุติ


- กลุ่มที่ ๒และกลุ่มที่ ๓ ให้นำเสนอในรูปแบบการแสดงวิธีการปฏิบัติโดยครูคอยให้คำแนะนำ และตรวจสอบความถูกต้อง ๖. นักเรียนร่วมกันสรุปผลการวิเคราะห์แนวทางการปฏิบัติตนตามมรรยาทที่เหมาะสมต่อ พระภิกษุ พร้อมบอกผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติเป็นแผนภาพความคิด ๗. นักเรียนคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่า แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใช้คำถาม ดังนี้ • การปฏิบัติตนที่เหมาะสมต่อพระภิกษุก่อให้เกิดประโยชน์อย่างไร ๘. นักเรียนสรุปความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตและหน้าที่ของพระภิกษุ และวิเคราะห์ แนวทางการปฏิบัติ ตนที่เหมาะสมต่อพระภิกษุ และผลที่เกิดขึ้นเป็นแผนภาพความคิดในใบงานเรื่อง บทบาทหน้าที่ของพระภิกษุ และการปฏิบัติตนต่อพระภิกษุ ๙. นักเรียนตรวจสอบความถูกต้องและความเรียบร้อยของชิ้นงาน หากพบข้อผิดพลาด ควรปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง ๑๐. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ • พระภิกษุ เป็นผู้ธำรงค์ไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา มีหน้าที่ศึกษาพระธรรมคำสอนของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วนำมาเผยแผ่แก่ศาสนิกชน ศาสนิกชนทุกคนจึงควรแสดงความเคารพและ ปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเหมาะสมต่อพระภิกษุ ขั้นสรุป (ชั่วโมงที่ ๓) ๑๑. นักเรียนนำเสนอชิ้นงานเรื่อง บทบาทหน้าที่ของพระภิกษุ และการปฏิบัติตนต่อพระภิกษุ หน้าชั้นเรียน ๑๒. นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงานที่มี แบบแผน ๑๓. นักเรียนนำความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตนที่เหมาะสมต่อพระภิกษุไปแนะนำบุคคลในชุมชนหรือปฏิบัติ ตนให้เป็นตัวอย่างของบุคคลในชุมชน ๑๔. นักเรียนประเมินตนเองโดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรมในประเด็น ต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไปได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคมเกิดประโยชน์ต่อ สังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้างสำหรับการทำงานในครั้งต่อไป เรื่อง การจัดพิธีกรรม และการปฏิบัติตนในศาสนพิธี ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน


๑. นักเรียนร่วมกันสนทนาเพื่อทบทวนความรู้ โดยใช้คำถาม ดังนี้ • ศาสนพิธีคืออะไร • ศาสนพิธีมีจุดประสงค์เพื่ออะไร จากนั้นนักเรียนอภิปรายเป็นความรู้ร่วมกันว่า ศาสนพิธีเป็นระเบียบแบบแผนที่พึงปฏิบัติตามหลัก พระพุทธศาสนา การปฏิบัติตามระเบียบพิธีให้ถูกต้องเป็นการช่วยกันรักษาวัฒนธรรมที่ดีงามของพระพุทธศาสนา ขั้นสอน / ขั้นปฎิบัติ ๒.นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง ความสำคัญและการจัดเตรียมศาสนพิธี พิธีกรรมจาก หนังสือเรียนและแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เพิ่มเติม ๓. นักเรียนวิเคราะห์ภาพสถานที่ที่ใช้ในการประกอบศาสนพิธีที่จัดได้เรียบร้อยสวยงามและเป็นระเบียบ แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยใช้คำถาม ดังนี้ • ศาสนพิธี พิธีกรรมมีความหมายว่าอย่างไร • ศาสนพิธี พิธีกรรมมีความสำคัญอย่างไร • ศาสนพิธี พิธีกรรมใช้ประกอบพิธีในโอกาสใด จากนั้นสรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด ๔. นักเรียนวิเคราะห์เกี่ยวกับการจัดเตรียมศาสนพิธี แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยใช้คำถาม ดังนี้ • การจัดเตรียมศาสนพิธี พิธีกรรม เนื่องในโอกาสใดบ้าง • การจัดเตรียมศาสนพิธี พิธีกรรม มีความสำคัญอย่างไร • การจัดเตรียมศาสนพิธี พิธีกรรม มีวิธีการจัดอย่างไร จากนั้นสรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด ๕. นักเรียนคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่า แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใช้คำถาม ดังนี้ • หากนักเรียนจัดเตรียมศาสนพิธี พิธีกรรมได้ถูกต้องจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างไร ๖. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แล้ววิเคราะห์เกี่ยวกับการจัดศาสนพิธี พิธีกรรมแล้วบันทึกข้อมูลลงในแบบบันทึก ๘. นักเรียนตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดให้ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ๙. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ • ศาสนพิธี พิธีกรรม และการจัดเตรียมศาสนพิธี เป็นธรรมเนียมปฏิบัติในพระพุทธศาสนา ๑๐. นักเรียนออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ๑๑. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงานที่มี แบบแผน ๑๒. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียน ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด


• นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไปได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคมเกิดประโยชน์ต่อ สังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้างสำหรับการทำงานในครั้งต่อไป เรื่อง การบำเพ็ญประโยชน์ และการบำรุงวัด ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. นักเรียนส่งตัวแทนออกมาเล่าประสบการณ์ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตนในการไปวัดให้เพื่อนฟัง จากนั้น ร่วมกันสนทนา โดยใช้คำถาม ดังนี้ • วัดมีความสำคัญอย่างไร • วัดเป็นสถานที่สำหรับใช้ทำอะไร • นักเรียนมีความเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับวัดอย่างไร • นักเรียนสามารถบำเพ็ญประโยชน์และบำรุงรักษาวัดได้อย่างไรบ้าง แล้วสรุปความรู้เป็น แผนภาพความคิด ขั้นสอน / ขั้นปฏิบัติ ๒. นักเรียนสังเกตภาพที่กำหนด แล้วร่วมกันสนทนา โดยใช้คำถาม ดังนี้ • ภาพดังกล่าวคือภาพอะไร • การกระทำของบุคคลในภาพสอดคล้องกับการบำเพ็ญประโยชน์และการบำรุงรักษาวัดอย่างไร • นักเรียนคิดว่าการกระทำของบุคคลในภาพก่อให้เกิดประโยชน์อย่างไรต่อตนเอง และต่อวัดต่อตนเอง • นักเรียนจะนำแบบอย่างของบุคคลในภาพมาใช้ในการบำรุงรักษาวัดภายในชุมชนของตนเอง อย่างไร ๓. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการบำเพ็ญประโยชน์และการบำรุงรักษาวัด จากหนังสือ เรียน และแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เพิ่มเติม ๔. นักเรียนวิเคราะห์เกี่ยวกับแนวทางการบำเพ็ญประโยชน์และการบำรุงรักษาวัด แล้วสรุปความรู้เป็น แผนภาพความคิด ๕. นักเรียนวิเคราะห์แนวทางการบำเพ็ญประโยชน์และการบำรุงรักษาวัด โดยเลือกมา ๑ แนวทาง ตามที่ ได้ศึกษาและวิเคราะห์ผลที่เกิดขึ้นต่อตนเองและสังคม แล้วสรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด ๖. นักเรียนคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่า แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใช้คำถาม ดังนี้ • ถ้าพุทธศาสนิกชนร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์และบำรุงรักษาวัดจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างไร ๗. นักเรียนยกตัวอย่างกิจกรรมการบำเพ็ญประโยชน์และการบำรุงรักษาวัดที่เคยปฏิบัติมา ๑ กิจกรรม จากนั้นบันทึกข้อมูลลงในแบบบันทึกในชิ้นงานเรื่อง การบำเพ็ญประโยชน์และการบำรุงรักษาวัด ๘. นักเรียนตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยของชิ้นงาน หากพบข้อผิดพลาดให้ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ๙. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้


• การบำเพ็ญประโยชน์และการบำรุงรักษาวัดเป็นสิ่งที่ช่วยสืบต่ออายุของพระพุทธศาสนาให้ยืน ยาวต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเรียนสามารถกระทำได้และเป็นหน้าที่ของชาวพุทธทุกคน ขั้นสรุป ๑๐. นักเรียนออกมานำเสนอชิ้นงานหน้าชั้นเรียน ๑๑. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงานที่มี แบบแผน ๑๒.นักเรียนทั้งห้องร่วมกันจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์และบำรุงรักษาวัดในชุมชน และร่วมกันเผยแพร่ แนวทางการบำรุงรักษาวัดให้ผู้อื่นได้รับทราบ ๑๓. นักเรียนประเมินตนเองหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้มากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคมเกิดประโยชน์ต่อ สังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๒. Power Point ๓. บัตรคคำ ๔. รูปภาพ การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เกณฑ์การประเมินความตระหนักรู้คุณธรรมด้านความรับผิดชอบ ต่อการปฏิบัติหน้าที่และงานที่ได้รับมอบหมาย ประเด็นการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ความครอบคลุม ของเนื้อหา การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๑๐๐% การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๘๐% การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๗๐% การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๕๐%


ความสวยงามการ ตกแต่งชิ้นงาน ใช้รูปภาพ ได้อย่าง เหมาะสมกับเรื่องราว เหตการณ์ ได้ถูกต้อง และครบถ้วน ใช้รูปภาพ ได้อย่าง เหมาะสมกับเรื่องราว เหตการณ์ ได้ถูกต้อง แต่ไม่ครบถ้วน ใช้รูปภาพ ได้อย่าง เหมาะสมกับเรื่องราว เหตการณ์ ได้ไม่ ถูกต้องและไม่ ครบถ้วน ไม่ได้ใช้รูปภาพ ได้ อย่างเหมาะสมกับ เรื่องราว เหตการณ์ ความถูกต้อง รูปแบบการทำชิ้นงาน เป็น Time Line มี ระบบเข้าใจเรื่องราว เหตุการณ์ได้ง่าย ครบถ้วนสมบูรณ์ รูปแบบการทำ ชิ้นงาน เป็น Time Line มีระบบเข้าใจ เรื่องราวเหตุการณ์ได้ ง่าย ถูกต้อง แต่ไม่ ครบถ้วน รูปแบบการทำ ชิ้นงาน เป็น Time Line มีระบบเข้าใจ เรื่องราวเหตุการณ์ได้ ง่าย ได้ไม่ถูกต้องและ ไม่ครบถ้วน ไม่ได้รูปแบบการทำ ชิ้นงาน เป็น Time Line มีระบบเข้าใจ เรื่องราวเหตุการณ์ ได้ง่าย ความตรงต่อเวลา ส่งงานครบถ้วนตรง ตามเวลาที่กำหนด ส่งงานครบถ้วนแต่ช้า กว่าเวลาที่กำหนด ๑-๒วัน ส่งงานครบถ้วนแต่ช้า กว่าเวลาที่กำหนด ๓-๔ วัน ส่งงานครบถ้วนแต่ ช้ากว่าเวลาที่ กำหนด ๕ วันขึ้นไป หรือไม่ส่ง การประเมินเมื่อสิ้นสุดกิจกรรมการเรียนรู้ ประเด็นการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ความครอบคลุม ของเนื้อหา การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๑๐๐% การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๘๐% การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๗๐% การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๕๐% ความสวยงามการ ตกแต่งชิ้นงาน ใช้รูปภาพ ได้อย่าง เหมาะสมกับเรื่องราว เหตการณ์ ได้ถูกต้อง และครบถ้วน ใช้รูปภาพ ได้อย่าง เหมาะสมกับเรื่องราว เหตการณ์ ได้ถูกต้อง แต่ไม่ครบถ้วน ใช้รูปภาพ ได้อย่าง เหมาะสมกับเรื่องราว เหตการณ์ ได้ไม่ ถูกต้องและไม่ ครบถ้วน ไม่ได้ใช้รูปภาพ ได้ อย่างเหมาะสมกับ เรื่องราว เหตการณ์ ความถูกต้อง รูปแบบการทำชิ้นงาน เป็น Time Line มี ระบบเข้าใจเรื่องราว รูปแบบการทำ ชิ้นงาน เป็น Time Line มีระบบเข้าใจ รูปแบบการทำ ชิ้นงาน เป็น Time Line มีระบบเข้าใจ ไม่ได้รูปแบบการทำ ชิ้นงาน เป็น Time Line มีระบบเข้าใจ


เหตุการณ์ได้ง่าย ครบถ้วนสมบูรณ์ เรื่องราวเหตุการณ์ได้ ง่าย ถูกต้อง แต่ไม่ ครบถ้วน เรื่องราวเหตุการณ์ได้ ง่าย ได้ไม่ถูกต้องและ ไม่ครบถ้วน เรื่องราวเหตุการณ์ ได้ง่าย ความตรงต่อเวลา ส่งงานครบถ้วนตรง ตามเวลาที่กำหนด ส่งงานครบถ้วนแต่ช้า กว่าเวลาที่กำหนด ๑-๒วัน ส่งงานครบถ้วนแต่ช้า กว่าเวลาที่กำหนด ๓-๔ วัน ส่งงานครบถ้วนแต่ ช้ากว่าเวลาที่ กำหนด ๕ วันขึ้นไป หรือไม่ส่ง แบบประเมินใบงานและการนำเสนอผลงาน คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน ประเมินการนำเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการที่กำหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ เนื้อหาละเอียดชัดเจน ๒ ความถูกต้องของเนื้อหา ๓ ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย ๔ ประโยชน์ที่ได้จากการนำเสนอ ๕ วิธีการนำเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ....................................................ผู้ประเมิน ................ /................ /..............


แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตัวชี้วัดที่ ๑.๒ ธำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติไทย ใฝ่เรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ ๑.๑ ตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ พฤติกรรมบ่งชี้ ดีเยี่ยม (๓) ดี (๒) ผ่าน (๑) ไม่ผ่าน (๐) ๔.๑.๑ ตั้งใจเรียน ๔.๑.๒เอาใจใส่และ มีความเพียร พยายามในการ เรียนรู้ ๔.๑.๓ สนใจเข้าร่วม กิจกรรมการเรียนรู้ ต่าง ๆ เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ และมีความเพียร พยายามในการเรียนรู้ มีส่วนร่วมในการ เรียนรู้ และเข้าร่วม กิจกรรม การเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและ ภายนอกโรงเรียนเป็น ประจำ เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ และมีความเพียร พยายามในการเรียนรู้ มีส่วนร่วมในการ เรียนรู้ และเข้าร่วม กิจกรรม การเรียนรู้ต่าง ๆ บ่อยครั้ง เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ ในการเรียน มีส่วนร่วมในการ เรียนรู้ และเข้าร่วม กิจกรรม การเรียนรู้ต่าง ๆ เป็นบางครั้ง ไม่ตั้งใจเรียน พฤติกรรมบ่งชี้ ดีเยี่ยม (๓) ดี (๒) ผ่าน (๑) ไม่ผ่าน (๐) ๑.๒.๑ เข้าร่วม ส่งเสริม สนับสนุน กิจกรรมที่สร้าง ความสามัคคี ปรองดอง ที่เป็น ประโยชน์ต่อ โรงเรียน ชุมชนและ สังคม ๑.๒.๒หวงแหน ปกป้อง ยกย่อง ความเป็นชาติไทย เข้าร่วมกิจกรรม และมีส่วนร่วม ในการจัดกิจกรรม ที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็น ประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคม ชื่น ชมความเป็นชาติไทย เข้าร่วมกิจกรรม และมีส่วนร่วม ในการจัดกิจกรรม ที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็น ประโยชน์ต่อโรงเรียน และชุมชน เข้าร่วมกิจกรรม ที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็น ประโยชน์ต่อโรงเรียน และชุมชน ไม่เข้าร่วมกิจกรรม ที่สร้างความสามัคคี


บันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดการเรียนรู้ นักเรียนจำนวน คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม คน คิดเป็นร้อยละ ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม คน คิดเป็นร้อยละ ด้านความรู้ ความเข้าใจ (k) ด้านทักษะกระบวนการ (P) ด้านคุณลักษณะ (A) ๑๓. ปัญหาและอุปสรรค / แนวทางการแก้ปัญหา / ข้อเสนอแนะ ลงชื่อ .......................................................... (นายกรินทร์ ผิวขำ) ครูผู้สอน


ความคิดเห็นผู้บริหาร / ผู้ที่ได้รับมอบหมายในการตรวจแผนจัดการเรียนรู้ ได้ทำการตรวจแผนจัดการเรียนรู้ที่ ....... ของ................................................ แล้วมีความคิดเห็น ดังนี้ ๑. เป็นแผนจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ..................................................... ๒. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิธีการนำเสนอกระบวนการเรียนรู้ และการวัดประเมินผล เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใช้กระบวนการสอนและวัดผลที่เหมาะสมกับผู้เรียน ต้องปรับปรุง และพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพิ่มเติม อื่นๆ ......................................................................................................... ๓. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ความเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ความเห็นหัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ ........................................................... ................................................................. ........................................................... ................................................................. ........................................................... ................................................................. (นางสาวภัทราภรณ์ ทินวงค์) (นางสาววงแข สอดจิตต์) หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารวิชาการ ความคิดเห็นผู้อำนวยการโรงเรียน (นายเกียรติศักดิ์ บุญรวบ) ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นครศรีธรรมราช


โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นครศรีธรรมราช กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง ศาสนาอื่น ๆ ในประเทศไทย จำนวน ๖ ชั่วโมง รายวิชา สังคมศึกษา ๒ รหัสวิชา ส ๒๑๑๐๒ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ ผู้สอน นายกรินทร์ ผิวขำ ********************************************************* มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวัติความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ และศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่ร่วมกันอย่าง สันติสุข ตัวชี้วัด ม.๑/๙ วิเคราะห์เหตุผลความจำเป็นที่ทุกคนต้องศึกษาเรียนรู้ศาสนาอื่น ๆ ม.๑/๑๐ ปฏิบัติตนต่อศาสนิกชนอื่นในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ม.๑/๑๑ วิเคราะห์การกระทำของบุคคลที่เป็นแบบอย่างด้านศาสนสัมพันธ์และนำเสนอแนวทางการ ปฏิบัติของตนเอง สภาพแวดล้อมในสังคมไทย รวมทั้งการพัฒนาตนและครอบครัวตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ๑. อธิบายความจำเป็นที่เราควรเรียนรู้ศาสนาอื่นได้ ๒. อธิบายวิธีการปฏิบัติตนต่อศาสนิกชนอื่นในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ๓. ปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางศาสนาที่ตนนับถือในการดำรงชีวิตแบบพอเพียง และการดูแลรักษา สิ่งแวดล้อมได้ ๔. วิเคราะห์การกระทำของบุคคลที่เป็นแบบอย่างด้านศาสนสัมพันธ์ได้ ๕. เสนอแนวทางการปฏิบัติตนของตนเองในด้านศาสนสัมพันธ์ได้ สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด นอกจากพระพุทธศาสนาแล้วในสังคมไทยเรายังประกอบไปด้วยศาสนาอื่น ๆ ที่สำคัญอีก ได้แก่ ศาสนา อิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาสิกข์ ดังนั้นเพื่อให้เข้าถึงการประพฤติปฏิบัติตน และวิธีการดำเนินชีวิตของศาสนิกชนผู้นับถือศาสนาเหล่านั้นเราจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ถึงความเป็นมาหลักธรรม คำสอนของศาสนาดังกล่าวเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันอันจะนำมาซึ่งกันอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข


สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๑. ศาสนิกชนของศาสนาต่างๆ มีการประพฤติปฏิบัติตนและวิถีการดำเนินชีวิตแตกต่างกันตามหลักความเชื่อ และคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือ ๒. การปฏิบัติอย่างเหมาะสมต่อศาสนิกชนอื่นในสถานการณ์ต่างๆ ๓. ตัวอย่างบุคคลในท้องถิ่นหรือประเทศที่ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างด้านศาสนสัมพันธ์หรือมีผลงานด้าน ศาสนสัมพันธ์ สมรรถนะสำคัญ (เฉพาะที่เกิดในแผนจัดการเรียนรู้นี้) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์(เฉพาะที่เกิดในแผนจัดการเรียนรู้นี้) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ ๓Rs (R) Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขียนได้) (A) Rithmatic (มีทักษะในการคำนวณ) ๘Cs Critical Thinking and Problem Solving (มีทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในแก้ไขปัญหา) Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม) Collaboration Teamwork and Leadership (ทักษะความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ) Communication Information and Media Literacy


(ทักษะในการสื่อสาร และการรู้เท่าทันสื่อ) Cross-cultural Understanding (ความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม กระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม) Computing and ICT Literacy (ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และการรู้เท่าทันเทคโนโลยี ซึ่งเยาวชนในยุคปัจจุบันมี ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีอย่างมากหรือเป็น Native Digital ส่วนคนรุ่นเก่าหรือ ผู้สูงอายุเปรียบเสมือนเป็น Immigrant Digital แต่เราต้องไม่อายที่จะเรียนรู้แม้ว่าจะสูงอายุแล้วก็ตาม Career and Learning Skills (ทักษะทางอาชีพ และการเรียนรู้) Compassion (ความมีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย คุณธรรม และจริยธรรม) บูรณาการตามนโยบายจัดการศึกษาของ สพฐ./สพม./โรงเรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการกับหลักสูตรสวนกุหลาบฯศึกษา กำเนิดสวนกุหลาบ ถิ่นถาวร ณ ตึกยาว จากสวนกุหลาบหลวง สู่สวนกุหลาบเรา สวนสร้างคน คนสร้างชาติ สวนสร้างชื่อ คือ อัตลักษณ์ บูรณาการกับศาสตร์พระราชา การมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง การมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง การมีงาน มีอาชีพ การเป็นพลเมืองดี มีน้ำใจ เอื้ออาทร มีจิตสาธารณะ บูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลักความพอประมาณ หลักความมีเหตุผล หลักการมีภูมิคุ้มกัน เงื่อนไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม


คำถามสำคัญ ๑. ทำไมต้องศึกษาศาสนาอื่น ๆ ที่นักเรียนไม่ได้นับถือ ๒. หากนักเรียนต้องเข้าไปร่วมกิจกรรมหรือเข้าร่วมพิธีกรรมของศาสนาอื่นจะปฏิบัติตนอย่างไร ชิ้นงาน / ภาระงาน ใบงานที่ ๑ เรื่อง ศาสนาอิสลาม ใบงานที่ ๒เรื่อง ศาสนาคริสต์ ชิ้นงานที่ ๑ เรื่อง ศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู ใบงานที่ ๓ เรื่อง ศาสนาสัมพันธ์ การประเมินการเรียนรู้ ๑. ประเมินความรู้ เรื่อง อธิบายความหมายและความจำเป็นของศาสนสัมพันธ์ (K) ๒. ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อศาสนิกชนอื่นในสถานการณ์ต่าง ๆ (P) ๓. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน ๔. ประเมินชิ้นงาน เรื่อง ศาสนาอิสลาม (P) ด้วยแบบประเมิน ๕. ประเมินชิ้นงาน เรื่อง ศาสนาคริสต์ (P) ด้วยแบบประเมิน ๖. ประเมินชิ้นงาน เรื่อง ศาสนาสัมพันธ์ (P) ด้วยแบบประเมิน ๗. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝ่เรียนรู้ (A) ด้วยแบบประเมิน กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (๕E) ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ศาสนสัมพันธ์ โดยแจกแบบทดสอบให้นักเรียนทุกคน และ ให้นักเรียนทำแบบทดสอบ ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ ๑. ครูให้นักเรียนดูภาพพิธีกรรมและกิจกรรมทางศาสนาต่างๆ แล้วให้นักเรียนวิเคราะห์ภาพแล้วตอบ คำถาม ซึ่งสรุปได้ว่าเป็นพิธีกรรมของผู้นับถือศาสนาต่างๆ และกิจกรรมต่างๆ นั้นเป็นกิจกรรมที่แสดงถึงการทำ ความดีร่วมกับศาสนิกชนทุกศาสนาสามารถปฏิบัติร่วมกันได้ ๒. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจหลักคำสอนที่สำคัญของทุกศาสนา คือ สอนให้เป็นคนดี ทำความดี ละเว้น ความชั่ว ขั้นที่ ๒สำรวจค้นหา


ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ๕คน คละกันตามความสามารถ ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้ จากหนังสือเรียน ในหัวข้อที่กำหนด ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาในขั้นที่ ๒มาอธิบายแลกเปลี่ยนความรู้กัน ในสาระสำคัญจนมีความเข้าใจกระจ่างชัดเจน ในกรณีที่มีปัญหาหรือมีข้อสงสัยให้สอบถามครู ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันทำใบงานเรื่อง หลักธรรมของศาสนากับการดำรงชีวิตและหาข่าวบุคคลที่มีการ กระทำที่แสดงถึงการดำรงชีวิตแบบพอเพียง และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมาวิเคราะห์ ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานในใบงานหน้าชั้นเรียน ครูตรวจสอบความถูกต้อง ๒. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความจำเป็นที่เราควรเรียนรู้ศาสนาอื่นๆ การปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ต่อศาสนิกชนอื่นในสถานการณ์ต่างๆ การปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางศาสนาที่ตนนับถือในการดำรงชีวิต แบบพอเพียง และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ชั่วโมงที่ ๓-๔ วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคโต๊ะกลม ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนาที่นักเรียนนับถือ ซึ่งครูได้มอบหมาย ให้นักเรียนนำไปปฏิบัติเพื่อการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และปฏิบัติตนต่อศาสนิกชนอื่น อย่างเหมาะสม ขั้นสอน ๑. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับวิถีการดำเนินชีวิตของตัวอย่างบุคคลที่เป็นแบบอย่างด้านศาสน สัมพันธ์ของท่านพุทธทาสภิกขุ และอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เกี่ยวกับประวัติของท่านพุทธทาสภิกขุ และอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพจากหนังสือเรียน โดยให้ครอบคลุมประเด็นที่กำหนด ๓. สมาชิกแต่ละกลุ่มเลือกหมายเลขประจำตัวตั้งแต่หมายเลข ๑-๕ แล้วช่วยกันทำใบงานเรื่อง บุคคล ที่เป็นแบบอย่างด้านศาสนสัมพันธ์ โดยช่วยกันทำทีละข้อ ให้นักเรียนหมายเลข ๑, ๒และ ๓ เป็นผู้ตอบคำถามเรียง ตามลำดับ ส่วนหมายเลข ๔ และ ๕ เป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้อง และเติมเต็มในส่วนที่ไม่สมบูรณ์ โดยสมาชิกแต่ ละกลุ่มหมุนเวียนกันปฏิบัติหน้าที่ตามลำดับจนตอบคำถามครบทุกข้อ ๔. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียน ๒-๓ กลุ่ม ออกมานำเสนอผลงานในใบงานหน้าชั้นเรียน แล้วให้ตัวแทนกลุ่มอื่น ที่มีคำตอบแตกต่างออกมานำเสนอเพิ่มเติมในส่วนที่แตกต่าง


ขั้นสรุป ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปข้อคิดจากการศึกษาผลงานของท่านพุทธทาสภิกขุ และอาจารย์สุชีพ ปุญญานุ ภาพ และแนวทางการนำแบบอย่างการปฏิบัติตนของท่านไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไป เรื่องศาสนสัมพันธ์ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (ชั่วโมงที่ ๑) ๑. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการนับถือศาสนาในสังคมไทย แล้วตอบคำถาม ๒. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับประวัติและผลงานของท่านอาจารย์พุทธทาสโดยการตอบคำถาม ๓. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง ศาสนสัมพันธ์ จากหนังสือเรียนและแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เพิ่มเติม ขั้นสอน / ขั้นปฏิบัติ ๔. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีและเหมาะสมต่อศาสนิก ชนอื่นในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยบันทึกคำตอบของนักเรียนเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน ๕. นักเรียนวิเคราะห์ตัวอย่างเหตุการณ์เกี่ยวกับการปฏิบัติตนต่อศาสนิกชนอื่นในสถานการณ์ต่าง ๆ แล้ว ตอบคำถาม ๖. นักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับผลงานด้านศาสนสัมพันธ์ของท่านอาจารย์พุทธทาส พร้อมเสนอแนว ทางการปฏิบัติและผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติเป็นแผนภาพความคิด ๗. นักเรียนแบ่งกลุ่มร่วมกันยกตัวอย่างกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีโดยตั้งชื่อกิจกรรม อธิบาย ลักษณะของกิจกรรม วัตถุประสงค์ และผลที่เกิดขึ้นแก่ชุมชนและสังคมเป็นแผนภาพความคิด ๘. นักเรียนคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่า แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยการตอบคำถาม ๙. นักเรียนเลือกศึกษาพิธีกรรมของศาสนาต่าง ๆ ที่สนใจมา ๑ ศาสนา จากนั้นสรุปความรู้ที่ได้ลงในแบบ บันทึก ในใบงาน เรื่อง การปฏิบัติตนเพื่อสร้างศาสนสัมพันธ์ที่ดีต่อศาสนิกชนอื่นในสถานการณ์ต่าง ๆ ๑๐. นักเรียนเลือกศึกษาพิธีกรรมของศาสนาต่าง ๆ ที่สนใจมา ๑ ศาสนา จากนั้นสรุปความรู้ที่ได้ลงใน แบบบันทึก ในใบงาน เรื่อง การปฏิบัติตนเพื่อสร้างศาสนสัมพันธ์ที่ดีต่อศาสนิกชนอื่นในสถานการณ์ต่าง ๆ ๑๑. นักเรียนยกตัวอย่างบุคคลที่มีผลงานด้านศาสนสัมพันธ์มา ๑ คน จากนั้นสรุปผลงานด้านศาสน สัมพันธ์ และเขียนแนวทางการปฏิบัติตนด้านศาสนสัมพันธ์ของตนเอง พร้อมบอกผลที่เกิดขึ้นลงในใบงาน เรื่อง บุคคลตัวอย่างด้านศาสนสัมพันธ์ ๑๒. นักเรียนตรวจสอบความถูกต้องและความเรียบร้อยของชิ้นงาน หากพบข้อผิดพลาดควรปรับปรุง แก้ไขให้ถูกต้อง ๑๓. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ ศาสนสัมพันธ์ คือ การสร้างความสัมพันธ์อันดี กับผู้นับถือศาสนาอื่น ๆ โดยยึดความรัก ความเมตตาเป็นหลัก เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข การสร้างศาสนสัมพันธ์แบบง่าย ๆ ทำได้ด้วยการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อศาสนิกชนอื่นในสถานการณ์ต่าง ๆ และการปฏิบัติตามแนวทางของบุคคล ผู้ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างด้านศาสนสัมพันธ์ เช่น ท่านอาจารย์พุทธทาส


ขั้นสรุป (ชั่วโมงที่ ๒) ๑๔. นักเรียนนำเสนอชิ้นงานหน้าชั้นเรียน ๑๕. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงานที่มีแบบแผน ๑๖. นักเรียนและครูร่วมกันพิจารณาคัดเลือกกิจกรรมศาสนสัมพันธ์ที่เหมาะสมแล้วร่วมกันจัดกิจกรรม ดังกล่าว เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกันของผู้นับถือศาสนาต่าง ๆ ๑๗. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่าทำอย่างไร แนวทางการปฏิบัติด้านศาสนสัมพันธ์จะถูกนำไปปฏิบัติใน สังคมได้เพื่อสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในการอยู่ร่วมกันของผู้นับถือศาสนาต่าง ๆ ๑๘. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรมในประเด็น ต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไปได้ อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคมเกิดประโยชน์ต่อ สังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๒. Power Point ๓. บัตรคำ ๔. รูปภาพ


การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เกณฑ์การประเมินความตระหนักรู้คุณธรรมด้านความรับผิดชอบ ต่อการปฏิบัติหน้าที่และงานที่ได้รับมอบหมาย ประเด็นการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ความครอบคลุม ของเนื้อหา การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๑๐๐% การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๘๐% การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๗๐% การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๕๐% ความสวยงามการ ตกแต่งชิ้นงาน ใช้รูปภาพ ได้อย่าง เหมาะสมกับเรื่องราว เหตการณ์ ได้ถูกต้อง และครบถ้วน ใช้รูปภาพ ได้อย่าง เหมาะสมกับเรื่องราว เหตการณ์ ได้ถูกต้อง แต่ไม่ครบถ้วน ใช้รูปภาพ ได้อย่าง เหมาะสมกับเรื่องราว เหตการณ์ ได้ไม่ ถูกต้องและไม่ ครบถ้วน ไม่ได้ใช้รูปภาพ ได้ อย่างเหมาะสมกับ เรื่องราว เหตการณ์ ความถูกต้อง รูปแบบการทำชิ้นงาน เป็น Time Line มี ระบบเข้าใจเรื่องราว เหตุการณ์ได้ง่าย ครบถ้วนสมบูรณ์ รูปแบบการทำ ชิ้นงาน เป็น Time Line มีระบบเข้าใจ เรื่องราวเหตุการณ์ได้ ง่าย ถูกต้อง แต่ไม่ ครบถ้วน รูปแบบการทำ ชิ้นงาน เป็น Time Line มีระบบเข้าใจ เรื่องราวเหตุการณ์ได้ ง่าย ได้ไม่ถูกต้องและ ไม่ครบถ้วน ไม่ได้รูปแบบการทำ ชิ้นงาน เป็น Time Line มีระบบเข้าใจ เรื่องราวเหตุการณ์ ได้ง่าย ความตรงต่อเวลา ส่งงานครบถ้วนตรง ตามเวลาที่กำหนด ส่งงานครบถ้วนแต่ช้า กว่าเวลาที่กำหนด ๑-๒วัน ส่งงานครบถ้วนแต่ช้า กว่าเวลาที่กำหนด ๓-๔ วัน ส่งงานครบถ้วนแต่ ช้ากว่าเวลาที่ กำหนด ๕ วันขึ้นไป หรือไม่ส่ง


การประเมินเมื่อสิ้นสุดกิจกรรมการเรียนรู้ ประเด็นการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ความครอบคลุม ของเนื้อหา การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๑๐๐% การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๘๐% การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๗๐% การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๕๐% ความสวยงามการ ตกแต่งชิ้นงาน ใช้รูปภาพ ได้อย่าง เหมาะสมกับเรื่องราว เหตการณ์ ได้ถูกต้อง และครบถ้วน ใช้รูปภาพ ได้อย่าง เหมาะสมกับเรื่องราว เหตการณ์ ได้ถูกต้อง แต่ไม่ครบถ้วน ใช้รูปภาพ ได้อย่าง เหมาะสมกับเรื่องราว เหตการณ์ ได้ไม่ ถูกต้องและไม่ ครบถ้วน ไม่ได้ใช้รูปภาพ ได้ อย่างเหมาะสมกับ เรื่องราว เหตการณ์ ความถูกต้อง รูปแบบการทำชิ้นงาน เป็น Time Line มี ระบบเข้าใจเรื่องราว เหตุการณ์ได้ง่าย ครบถ้วนสมบูรณ์ รูปแบบการทำ ชิ้นงาน เป็น Time Line มีระบบเข้าใจ เรื่องราวเหตุการณ์ได้ ง่าย ถูกต้อง แต่ไม่ ครบถ้วน รูปแบบการทำ ชิ้นงาน เป็น Time Line มีระบบเข้าใจ เรื่องราวเหตุการณ์ได้ ง่าย ได้ไม่ถูกต้องและ ไม่ครบถ้วน ไม่ได้รูปแบบการทำ ชิ้นงาน เป็น Time Line มีระบบเข้าใจ เรื่องราวเหตุการณ์ ได้ง่าย ความตรงต่อเวลา ส่งงานครบถ้วนตรง ตามเวลาที่กำหนด ส่งงานครบถ้วนแต่ช้า กว่าเวลาที่กำหนด ๑-๒วัน ส่งงานครบถ้วนแต่ช้า กว่าเวลาที่กำหนด ๓-๔ วัน ส่งงานครบถ้วนแต่ ช้ากว่าเวลาที่ กำหนด ๕ วันขึ้นไป หรือไม่ส่ง


แบบประเมินใบงานและการนำเสนอผลงาน คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน ประเมินการนำเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการที่กำหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ เนื้อหาละเอียดชัดเจน ๒ ความถูกต้องของเนื้อหา ๓ ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย ๔ ประโยชน์ที่ได้จากการนำเสนอ ๕ วิธีการนำเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ....................................................ผู้ประเมิน ................ /................ /..............


แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตัวชี้วัดที่ ๑.๒ ธำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติไทย ใฝ่เรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ ๑.๑ ตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ พฤติกรรมบ่งชี้ ดีเยี่ยม (๓) ดี (๒) ผ่าน (๑) ไม่ผ่าน (๐) ๔.๑.๑ ตั้งใจเรียน ๔.๑.๒เอาใจใส่และ มีความเพียร พยายามในการ เรียนรู้ ๔.๑.๓ สนใจเข้าร่วม กิจกรรมการเรียนรู้ ต่าง ๆ เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ และมีความเพียร พยายามในการเรียนรู้ มีส่วนร่วมในการ เรียนรู้ และเข้าร่วม กิจกรรม การเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและ ภายนอกโรงเรียนเป็น ประจำ เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ และมีความเพียร พยายามในการเรียนรู้ มีส่วนร่วมในการ เรียนรู้ และเข้าร่วม กิจกรรม การเรียนรู้ต่าง ๆ บ่อยครั้ง เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ ในการเรียน มีส่วนร่วมในการ เรียนรู้ และเข้าร่วม กิจกรรม การเรียนรู้ต่าง ๆ เป็นบางครั้ง ไม่ตั้งใจเรียน พฤติกรรมบ่งชี้ ดีเยี่ยม (๓) ดี (๒) ผ่าน (๑) ไม่ผ่าน (๐) ๑.๒.๑ เข้าร่วม ส่งเสริม สนับสนุน กิจกรรมที่สร้าง ความสามัคคี ปรองดอง ที่เป็น ประโยชน์ต่อ โรงเรียน ชุมชนและ สังคม ๑.๒.๒หวงแหน ปกป้อง ยกย่อง ความเป็นชาติไทย เข้าร่วมกิจกรรม และมีส่วนร่วม ในการจัดกิจกรรม ที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็น ประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคม ชื่น ชมความเป็นชาติไทย เข้าร่วมกิจกรรม และมีส่วนร่วม ในการจัดกิจกรรม ที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็น ประโยชน์ต่อโรงเรียน และชุมชน เข้าร่วมกิจกรรม ที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็น ประโยชน์ต่อโรงเรียน และชุมชน ไม่เข้าร่วมกิจกรรม ที่สร้างความสามัคคี


บันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดการเรียนรู้ นักเรียนจำนวน คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม คน คิดเป็นร้อยละ ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม คน คิดเป็นร้อยละ ด้านความรู้ ความเข้าใจ (k) ด้านทักษะกระบวนการ (P) ด้านคุณลักษณะ (A) ๑๓. ปัญหาและอุปสรรค / แนวทางการแก้ปัญหา / ข้อเสนอแนะ ลงชื่อ .......................................................... (นายกรินทร์ ผิวขำ) ครูผู้สอน


ความคิดเห็นผู้บริหาร / ผู้ที่ได้รับมอบหมายในการตรวจแผนจัดการเรียนรู้ ได้ทำการตรวจแผนจัดการเรียนรู้ที่ ....... ของ................................................ แล้วมีความคิดเห็น ดังนี้ ๑. เป็นแผนจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ..................................................... ๒. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิธีการนำเสนอกระบวนการเรียนรู้ และการวัดประเมินผล เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใช้กระบวนการสอนและวัดผลที่เหมาะสมกับผู้เรียน ต้องปรับปรุง และพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพิ่มเติม อื่นๆ ......................................................................................................... ๓. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ความเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ความเห็นหัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ ........................................................... ................................................................. ........................................................... ................................................................. ........................................................... ................................................................. (นางสาวภัทราภรณ์ ทินวงค์) (นางสาววงแข สอดจิตต์) หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารวิชาการ ความคิดเห็นผู้อำนวยการโรงเรียน (นายเกียรติศักดิ์ บุญรวบ) ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นครศรีธรรมราช


โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นครศรีธรรมราช กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง รัฐธรรมนูญของเรา จำนวน ๖ ชั่วโมง รายวิชา สังคมศึกษา ๒ รหัสวิชา ส ๒๑๑๐๒ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ ผู้สอน นายกรินทร์ ผิวขำ ********************************************************* มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ส ๒.๒ระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบันยึดมั่นศรัทธาและธำรงไว้ซึ่งการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตัวชี้วัด ม. ๑/๑ อธิบายหลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน โดยสังเขป ม. ๑/๓ ปฏิบัติตนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับตนเอง สภาพแวดล้อมในสังคมไทย รวมทั้งการพัฒนาตนและครอบครัวตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ๑. อธิบายหลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับ ปัจจุบันได้ ๒. วิเคราะห์บทบาทการถ่วงดุลอำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันได้ ๓. ปฏิบัติตนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเรียนรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดที่มีผลบังคับใช้ในการปกครองประเทศจะทำให้เข้าใจ เจตนารมณ์ แนวนโยบายพื้นฐานของรัฐ ตลอดจนสาระสำคัญซึ่งบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องปกป้องคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพของประชาชนตามหลักสิทธิมนุษยชนตลอดจนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศตาม หลักการของประชาธิปไตย อันจะช่วยให้ประชาชนสามารถเรียกเรียกร้อง และปกป้องสิทธิ เสรีภาพของตนจาก การละเมิดของรัฐ


สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๑. หลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน ๒. การแบ่งอำนาจและการถ่วงดุลอำนาจอธิปไตยทั้ง ๓ ฝ่าย คือ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการตามที่ระบุไว้ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน ๓. การปฏิบัติตนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน เกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ สมรรถนะสำคัญ (เฉพาะที่เกิดในแผนจัดการเรียนรู้นี้) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์(เฉพาะที่เกิดในแผนจัดการเรียนรู้นี้) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ ๓Rs (R) Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขียนได้) (A) Rithmatic (มีทักษะในการคำนวณ) ๘Cs Critical Thinking and Problem Solving (มีทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในแก้ไขปัญหา) Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม) Collaboration Teamwork and Leadership (ทักษะความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ) Communication Information and Media Literacy (ทักษะในการสื่อสาร และการรู้เท่าทันสื่อ)


Cross-cultural Understanding (ความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม กระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม) Computing and ICT Literacy (ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และการรู้เท่าทันเทคโนโลยี ซึ่งเยาวชนในยุคปัจจุบันมี ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีอย่างมากหรือเป็น Native Digital ส่วนคนรุ่นเก่าหรือ ผู้สูงอายุเปรียบเสมือนเป็น Immigrant Digital แต่เราต้องไม่อายที่จะเรียนรู้แม้ว่าจะสูงอายุแล้วก็ตาม Career and Learning Skills (ทักษะทางอาชีพ และการเรียนรู้) Compassion (ความมีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย คุณธรรม และจริยธรรม) บูรณาการตามนโยบายจัดการศึกษาของ สพฐ./สพม./โรงเรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการกับหลักสูตรสวนกุหลาบฯศึกษา กำเนิดสวนกุหลาบ ถิ่นถาวร ณ ตึกยาว จากสวนกุหลาบหลวง สู่สวนกุหลาบเรา สวนสร้างคน คนสร้างชาติ สวนสร้างชื่อ คือ อัตลักษณ์ บูรณาการกับศาสตร์พระราชา การมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง การมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง การมีงาน มีอาชีพ การเป็นพลเมืองดี มีน้ำใจ เอื้ออาทร มีจิตสาธารณะ บูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลักความพอประมาณ หลักความมีเหตุผล หลักการมีภูมิคุ้มกัน เงื่อนไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม


คำถามสำคัญ ๑. ทำไมต้องศึกษาศาสนาอื่น ๆ ที่นักเรียนไม่ได้นับถือ ๒. หากนักเรียนต้องเข้าไปร่วมกิจกรรมหรือเข้าร่วมพิธีกรรมของศาสนาอื่นจะปฏิบัติตนอย่างไร ชิ้นงาน / ภาระงาน ใบงานที่ ๑ เรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ใบงานที่ ๒เรื่อง อำนาจอธิปไตย การประเมินการเรียนรู้ ๑. ประเมินความรู้ เรื่อง รัฐธรรมนูญ (K) ๒. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน ๓. ประเมินชิ้นงาน เรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ (P) ด้วยแบบประเมิน ๔. ประเมินชิ้นงาน เรื่อง อำนาจอธิปไตย (P) ด้วยแบบประเมิน ๕. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝ่เรียนรู้ (A) ด้วยแบบประเมิน กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : ๕E) ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง รัฐธรรมนูญกับการเมืองการปกครองของไทย โดยแจก แบบทดสอบให้นักเรียนทุกคน และให้นักเรียนทำแบบทดสอบ ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ (Engage) ๑. ครูตั้งคำถามถามนักเรียน เพื่อเป็นการกระตุ้นความสนใจของนักเรียนในการเรียนการสอน ดังนี้ - นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันอย่างไรบ้าง - รัฐธรรมนูญ มีความสำคัญอย่างไร ๒. ครูอธิบายความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขั้นที่ ๒สำรวจค้นหา (Explore) ๓. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๕ กลุ่ม กลุ่มละเท่าๆ กัน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลาง ค่อนข้างเก่ง ปานกลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน ๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จากหนังสือเรียน ตามประเด็นต่อไปนี้ - ความเป็นมาของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๕๐ - ความสำคัญของรัฐธรรมนูญ - หลักการและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ - โครงสร้างของรัฐธรรมนูญ - สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ


ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ (Explain) ๕. สมาชิกแต่ละกลุ่มนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาอธิบาย ร่วมกันในประเด็นสำคัญตามหัวข้อที่ศึกษา และอภิปรายถึงความสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่มี ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทย ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ (Expand) ๖. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันทำใบงานเรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ๗. สมาชิกทุกคนในกลุ่มช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบในใบงานที่ ๒.๑ พร้อมทั้งแก้ไขเพิ่มเติม ในส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์ ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล (Evaluate) ๘. ตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอคำตอบในใบงานที่ ๒.๑ หน้าชั้นเรียน โดยมีครูเป็นผู้ตรวจสอบ ความถูกต้อง ๙. นักเรียนและครูช่วยกันสรุปความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๑๐. ครูมอบหมายให้นักเรียนหาข่าวหรือข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการ ปฏิบัติตนตามหน้าที่ของประชาชนชาวไทย มาคนละ ๑ ข่าว เพื่อทำกิจกรรมในชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงที่ ๓-๕ วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคการจัดทีมแข่งขัน (TGT : Team Games Tournament) ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. นักเรียนอ่านข่าวเกี่ยวกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเปิดพิจารณางบประมาณแผ่นดินหรือ พิจารณาร่างกฎหมายที่มีการอภิปรายของฝ่ายค้านแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายหรือการบริหารงานของ รัฐบาล ๒. นักเรียนแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่อไปนี้ - รัฐสภามีความสำคัญอย่างไร - เพราะเหตุใด ฝ่ายค้านจึงอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายหรือการบริหารงานของ รัฐบาล - นักเรียนคิดว่าการมีผู้นำฝ่ายค้านมีผลดีหรือผลเสียต่อการบริหารงานของรัฐบาลอย่างไร ๓. นักเรียนอ่านข่าวเกี่ยวกับการตัดสินคดีของศาล วิเคราะห์ แล้วตอบคำถามต่อไปนี้ - ศาลมีความสำคัญอย่างไร - เพราะเหตุใด ศาลยุติธรรมจึงมีอิสระในการพิจารณาคดี


๔. ครูอธิบายเชื่อมโยงให้นักเรียนเข้าใจว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทยมีอำนาจสูงสุด ในการปกครองประเทศคือ อำนาจอธิปไตย ซึ่งแบ่งออกเป็น อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจ ตุลาการ ซึ่งทุกฝ่ายต่างต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขั้นสอน ๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลาง ค่อนข้างเก่ง ปานกลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน และเลือกหมายเลขประจำตัวตามความสมัครใจตั้งแต่หมายเลข ๑-๔ แล้วร่วมกัน ศึกษาความรู้เรื่อง อำนาจอธิปไตย จากหนังสือเรียนและแหล่งข้อมูลสารสนเทศตามประเด็นที่กำหนด ดังนี้ ๑) การใช้อำนาจอธิปไตย ๒) การถ่วงดุลอำนาจอธิปไตย ๒. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายสรุปในประเด็นสำคัญของเรื่องที่ศึกษา จากนั้นครูอธิบายความรู้ เกี่ยวกับอำนาจอธิปไตยเพิ่มเติมในประเด็นต่อไปนี้ ๑) ความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ ๒) การถ่วงดุลอำนาจระหว่าง ๓ ฝ่าย คือ - การถ่วงดุลอำนาจจากฝ่ายนิติบัญญัติ - การถ่วงดุลอำนาจจากฝ่ายบริหาร - การถ่วงดุลอำนาจจากฝ่ายตุลาการ ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทำใบงานเรื่อง อำนาจอธิปไตย โดยดำเนินการดังนี้คำถามข้อที่ ๑ - สมาชิกหมายเลข ๑ อ่านคำถามและแยกแยะสิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญของคำถาม - สมาชิกหมายเลข ๒ วิเคราะห์หาแนวทางตอบคำถามหรืออธิบายให้ได้มาซึ่งคำตอบ - สมาชิกหมายเลข ๓ รวบรวมข้อมูลและเขียนคำตอบ - สมาชิกหมายเลข ๔ สรุปขั้นตอนทั้งหมด ตรวจคำตอบคำถามข้อที่ ๒ - สมาชิกหมายเลข ๒ อ่านคำถามและแยกแยะสิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญของคำถาม - สมาชิกหมายเลข ๓ วิเคราะห์หาแนวทางตอบคำถามหรืออธิบายให้ได้มาซึ่งคำตอบ - สมาชิกหมายเลข ๔ รวบรวมข้อมูลและเขียนคำตอบ - สมาชิกหมายเลข ๑ สรุปขั้นตอนทั้งหมด ตรวจคำตอบ ในการตอบคำถามข้อต่อไป สมาชิกแต่ละหมายเลขเลื่อนขึ้นมาทำหน้าที่ต่อจากคนก่อน เป็นการเวียนกัน ทำหน้าที่ในการตอบคำถามจนครบทุกข้อ ๔. สมาชิกทุกคนในแต่ละกลุ่มจะร่วมกันตอบคำถามในใบงานที่ ๒.๒จนเสร็จเรียบร้อย ซึ่งในระหว่างการ ตอบคำถามจะมีการพึ่งพาอาศัยกัน ช่วยเหลือกัน และอธิบายความรู้ให้กันฟังจนทุกคนมีความเข้าใจกระจ่างชัดเจน ในเรื่องที่ศึกษา ๕. นักเรียนและครูช่วยกันเตรียมการแข่งขัน โดยจัดโต๊ะแข่งขันออกเป็นกลุ่ม ดังนี้


- กลุ่มโต๊ะหมายเลข ๑ เป็นโต๊ะแข่งขันสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถในระดับเก่ง - กลุ่มโต๊ะหมายเลข ๒เป็นโต๊ะแข่งขันสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถในระดับปาน กลาง ค่อนข้างเก่ง - กลุ่มโต๊ะหมายเลข ๓ เป็นโต๊ะแข่งขันสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถในระดับปาน กลางค่อนข้างอ่อน - กลุ่มโต๊ะหมายเลข ๔ เป็นโต๊ะแข่งขันสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถในระดับอ่อน ๖. ในการแข่งขันนักเรียนแต่ละคนในกลุ่มจะแยกย้ายไปนั่งในโต๊ะที่ครูจัดไว้ตามความสามารถ แล้วเริ่ม การแข่งขัน ๑) ครูแจกซองคำถามให้นักเรียนทุกโต๊ะจำนวนเท่ากับนักเรียน ซึ่งถ้ามีเวลามากพอ อาจจะมีคำถามเป็น ๒เท่า หรือ ๓ เท่า ของจำนวนนักเรียน สำหรับคำถามที่นำมานั้น ครูสามารถเลือกมาจากใบ งานที่ ๒.๒หรือครูอาจจะปรับปรุงเป็นคำถามแบบเลือกตอบก็ได้ตามความเหมาะสม ข้อคำนึง คือ คำตอบควรเป็น เนื้อหาความรู้ที่มีคำตอบชัดเจน ๒) ครูชี้แจงให้นักเรียนทราบว่า ทุกคนผลัดกันเป็นผู้อ่านคำถาม ขอให้อ่านช้า ๆ ชัดๆ คนอ่านคำถามมีหน้าที่อ่านคำเฉลยและให้คะแนนผู้ตอบถูกด้วย (ครูมีคำตอบหรือคำเฉลยที่ชัดเจนใส่ซอง ให้นักเรียน ซึ่งเป็นคนอ่านคู่ไปกับคำถาม) คำถามอาจจะเริ่มจากง่ายๆ ไปจนถึงยากก็ได้ คำถามแต่ละข้อนั้นครู เป็นผู้กำหนดเวลา ๓) นักเรียนคนที่ ๑ หยิบซองคำถาม ๑ ซอง เปิดซองอ่านคำถามแล้ววางลงกลางโต๊ะ นักเรียนอีก ๓ คน แข่งขันกันตอบคำถาม โดยเขียนคำตอบลงในกระดาษคำตอบของตน แล้วส่งให้คนอ่านที่ ๑ ตรวจคำตอบตามที่เฉลย ให้คะแนนพร้อมลงลายมือชื่อ สมาชิกในทีมแข่งขันผลัดกันทำหน้าที่อ่านคำถามจนครบ ทุกคน และทุกคนได้ตอบคำถามจำนวนเท่า ๆ กัน นักเรียนแต่ละคนรวมคะแนนของตนเอง โดยมีสมาชิกทุกคน ในกลุ่มลงลายมือชื่อรับรอง ๔) เมื่อตอบคำถามครบทุกข้อแล้ว ให้สมาชิกแต่ละคนกลับกลุ่มเดิม แล้วแต่ละกลุ่มนำ คะแนนของสมาชิกแต่ละคนมารวมกัน กลุ่มที่ได้คะแนนสูงสุด ถือเป็นผู้ชนะ ขั้นสรุป ๑. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง อำนาจอธิปไตย ชั่วโมงที่ ๖ วิธีสอนแบบธรรมสากัจฉา ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. นักเรียนช่วยกันเล่าการกระทำของตนที่แสดงถึงการปฏิบัติตนตามสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ๒. ครูอธิบายเชื่อมโยงให้นักเรียนเข้าใจว่า การกระทำดังกล่าวสอดคล้องกับหน้าที่ของปวงชนชาวไทยตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย


ขั้นสอน ๑. แสวงหาความรู้ ๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖-๗ คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปานกลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน ร่วมกันศึกษาความรู้เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติตนตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพและหน้าที่ จากหนังสือเรียน ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำข้อมูลหรือข่าวเกี่ยวกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ปฏิบัติตนตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญตามหน้าที่ของประชาชนชาวไทย มาเล่าให้สมาชิกในกลุ่มฟัง (ครูมอบหมายให้นักเรียนค้นหาข้อมูลมา ล่วงหน้า) ๒. ค้นพบความรู้/สนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ ๑. สมาชิกในกลุ่มนำข้อมูลหรือข่าวของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่แสวงหาความรู้มาสนทนาแลกเปลี่ยน ความรู้และข้อคิดเห็น ๓. วิเคราะห์และประเมินค่าความรู้ ๑. สมาชิกในแต่ละกลุ่มช่วยกันวิเคราะห์การปฏิบัติตนตามหน้าที่ของประชาชนชาวไทยตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๔. พิสูจน์ความรู้หรือปฏิบัติ ๑. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันเสนอแนวทางการปฏิบัติตนตามหน้าที่ของประชาชนชาวไทยตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขั้นสรุป ๑. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความสำคัญและผลการปฏิบัติตนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยเกี่ยวกับหน้าที่ของประชาชนชาวไทย และร่วมกันสรุปเนื้อหาที่เรียนมาทั้งหมดในหน่วยที่ ๒ ๒. ครูแจกแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง รัฐธรรมนูญกับการเมืองการปกครองของไทยโดยแจกแบบทดสอบ ให้นักเรียนเป็นรายบุคคล และให้นักเรียนทำแบบทดสอบ สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๒. Power Point ๓. บัตรคำ ๔. รูปภาพ


การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เกณฑ์การประเมินความตระหนักรู้คุณธรรมด้านความรับผิดชอบ ต่อการปฏิบัติหน้าที่และงานที่ได้รับมอบหมาย ประเด็นการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ความครอบคลุม ของเนื้อหา การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๑๐๐% การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๘๐% การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๗๐% การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๕๐% ความสวยงามการ ตกแต่งชิ้นงาน ใช้รูปภาพ ได้อย่าง เหมาะสมกับเรื่องราว เหตการณ์ ได้ถูกต้อง และครบถ้วน ใช้รูปภาพ ได้อย่าง เหมาะสมกับเรื่องราว เหตการณ์ ได้ถูกต้อง แต่ไม่ครบถ้วน ใช้รูปภาพ ได้อย่าง เหมาะสมกับเรื่องราว เหตการณ์ ได้ไม่ ถูกต้องและไม่ ครบถ้วน ไม่ได้ใช้รูปภาพ ได้ อย่างเหมาะสมกับ เรื่องราว เหตการณ์ ความถูกต้อง รูปแบบการทำชิ้นงาน เป็น Time Line มี ระบบเข้าใจเรื่องราว เหตุการณ์ได้ง่าย ครบถ้วนสมบูรณ์ รูปแบบการทำ ชิ้นงาน เป็น Time Line มีระบบเข้าใจ เรื่องราวเหตุการณ์ได้ ง่าย ถูกต้อง แต่ไม่ ครบถ้วน รูปแบบการทำ ชิ้นงาน เป็น Time Line มีระบบเข้าใจ เรื่องราวเหตุการณ์ได้ ง่าย ได้ไม่ถูกต้องและ ไม่ครบถ้วน ไม่ได้รูปแบบการทำ ชิ้นงาน เป็น Time Line มีระบบเข้าใจ เรื่องราวเหตุการณ์ ได้ง่าย ความตรงต่อเวลา ส่งงานครบถ้วนตรง ตามเวลาที่กำหนด ส่งงานครบถ้วนแต่ช้า กว่าเวลาที่กำหนด ๑-๒วัน ส่งงานครบถ้วนแต่ช้า กว่าเวลาที่กำหนด ๓-๔ วัน ส่งงานครบถ้วนแต่ ช้ากว่าเวลาที่ กำหนด ๕ วันขึ้นไป หรือไม่ส่ง


การประเมินเมื่อสิ้นสุดกิจกรรมการเรียนรู้ ประเด็นการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ความครอบคลุม ของเนื้อหา การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๑๐๐% การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๘๐% การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๗๐% การนำเสนอเป็นไป ตามลำดับขั้นตอน ความถูกต้องของ เนื้อหา ๕๐% ความสวยงามการ ตกแต่งชิ้นงาน ใช้รูปภาพ ได้อย่าง เหมาะสมกับเรื่องราว เหตการณ์ ได้ถูกต้อง และครบถ้วน ใช้รูปภาพ ได้อย่าง เหมาะสมกับเรื่องราว เหตการณ์ ได้ถูกต้อง แต่ไม่ครบถ้วน ใช้รูปภาพ ได้อย่าง เหมาะสมกับเรื่องราว เหตการณ์ ได้ไม่ ถูกต้องและไม่ ครบถ้วน ไม่ได้ใช้รูปภาพ ได้ อย่างเหมาะสมกับ เรื่องราว เหตการณ์ ความถูกต้อง รูปแบบการทำชิ้นงาน เป็น Time Line มี ระบบเข้าใจเรื่องราว เหตุการณ์ได้ง่าย ครบถ้วนสมบูรณ์ รูปแบบการทำ ชิ้นงาน เป็น Time Line มีระบบเข้าใจ เรื่องราวเหตุการณ์ได้ ง่าย ถูกต้อง แต่ไม่ ครบถ้วน รูปแบบการทำ ชิ้นงาน เป็น Time Line มีระบบเข้าใจ เรื่องราวเหตุการณ์ได้ ง่าย ได้ไม่ถูกต้องและ ไม่ครบถ้วน ไม่ได้รูปแบบการทำ ชิ้นงาน เป็น Time Line มีระบบเข้าใจ เรื่องราวเหตุการณ์ ได้ง่าย ความตรงต่อเวลา ส่งงานครบถ้วนตรง ตามเวลาที่กำหนด ส่งงานครบถ้วนแต่ช้า กว่าเวลาที่กำหนด ๑-๒วัน ส่งงานครบถ้วนแต่ช้า กว่าเวลาที่กำหนด ๓-๔ วัน ส่งงานครบถ้วนแต่ ช้ากว่าเวลาที่ กำหนด ๕ วันขึ้นไป หรือไม่ส่ง


แบบประเมินใบงานและการนำเสนอผลงาน คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน ประเมินการนำเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการที่กำหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ เนื้อหาละเอียดชัดเจน ๒ ความถูกต้องของเนื้อหา ๓ ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย ๔ ประโยชน์ที่ได้จากการนำเสนอ ๕ วิธีการนำเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ....................................................ผู้ประเมิน ................ /................ /..............


แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตัวชี้วัดที่ ๑.๒ ธำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติไทย ใฝ่เรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ ๑.๑ ตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ พฤติกรรมบ่งชี้ ดีเยี่ยม (๓) ดี (๒) ผ่าน (๑) ไม่ผ่าน (๐) ๔.๑.๑ ตั้งใจเรียน ๔.๑.๒เอาใจใส่และ มีความเพียร พยายามในการ เรียนรู้ ๔.๑.๓ สนใจเข้าร่วม กิจกรรมการเรียนรู้ ต่าง ๆ เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ และมีความเพียร พยายามในการเรียนรู้ มีส่วนร่วมในการ เรียนรู้ และเข้าร่วม กิจกรรม การเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและ ภายนอกโรงเรียนเป็น ประจำ เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ และมีความเพียร พยายามในการเรียนรู้ มีส่วนร่วมในการ เรียนรู้ และเข้าร่วม กิจกรรม การเรียนรู้ต่าง ๆ บ่อยครั้ง เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ ในการเรียน มีส่วนร่วมในการ เรียนรู้ และเข้าร่วม กิจกรรม การเรียนรู้ต่าง ๆ เป็นบางครั้ง ไม่ตั้งใจเรียน พฤติกรรมบ่งชี้ ดีเยี่ยม (๓) ดี (๒) ผ่าน (๑) ไม่ผ่าน (๐) ๑.๒.๑ เข้าร่วม ส่งเสริม สนับสนุน กิจกรรมที่สร้าง ความสามัคคี ปรองดอง ที่เป็น ประโยชน์ต่อ โรงเรียน ชุมชนและ สังคม ๑.๒.๒หวงแหน ปกป้อง ยกย่อง ความเป็นชาติไทย เข้าร่วมกิจกรรม และมีส่วนร่วม ในการจัดกิจกรรม ที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็น ประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคม ชื่น ชมความเป็นชาติไทย เข้าร่วมกิจกรรม และมีส่วนร่วม ในการจัดกิจกรรม ที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็น ประโยชน์ต่อโรงเรียน และชุมชน เข้าร่วมกิจกรรม ที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็น ประโยชน์ต่อโรงเรียน และชุมชน ไม่เข้าร่วมกิจกรรม ที่สร้างความสามัคคี


บันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดการเรียนรู้ นักเรียนจำนวน คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม คน คิดเป็นร้อยละ ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม คน คิดเป็นร้อยละ ด้านความรู้ ความเข้าใจ (k) ด้านทักษะกระบวนการ (P) ด้านคุณลักษณะ (A) ๑๓. ปัญหาและอุปสรรค / แนวทางการแก้ปัญหา / ข้อเสนอแนะ ลงชื่อ .......................................................... (นายกรินทร์ ผิวขำ) ครูผู้สอน


ความคิดเห็นผู้บริหาร / ผู้ที่ได้รับมอบหมายในการตรวจแผนจัดการเรียนรู้ ได้ทำการตรวจแผนจัดการเรียนรู้ที่ ....... ของ................................................ แล้วมีความคิดเห็น ดังนี้ ๑. เป็นแผนจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ..................................................... ๒. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิธีการนำเสนอกระบวนการเรียนรู้ และการวัดประเมินผล เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใช้กระบวนการสอนและวัดผลที่เหมาะสมกับผู้เรียน ต้องปรับปรุง และพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพิ่มเติม อื่นๆ ......................................................................................................... ๓. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ความเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ความเห็นหัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ ........................................................... ................................................................. ........................................................... ................................................................. ........................................................... ................................................................. (นางสาวภัทราภรณ์ ทินวงค์) (นางสาววงแข สอดจิตต์) หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารวิชาการ ความคิดเห็นผู้อำนวยการโรงเรียน (นายเกียรติศักดิ์ บุญรวบ) ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นครศรีธรรมราช


โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นครศรีธรรมราช กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง กลไกการทำงานของอำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ จำนวน ๖ ชั่วโมง รายวิชา สังคมศึกษา ๒ รหัสวิชา ส ๒๑๑๐๒ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ ผู้สอน นายกรินทร์ ผิวขำ ********************************************************* มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ส ๒.๒เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรง รักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตัวชี้วัด ม.๑/๒ วิเคราะห์บทบาทการถ่วงดุลอำนาจอธิปไตยในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน สภาพแวดล้อมในสังคมไทย รวมทั้งการพัฒนาตนและครอบครัวตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ๑. อธิบายความหมายและวิเคราะห์ความสำคัญของอำนาจอธิปไตย ๒. จำแนกสาระสำคัญที่มีบทบัญญัติไว้ในอำนาจอธิปไตย ๓. เห็นความสำคัญของอำนาจอธิปไตยที่ใช้ในการปกครองประเทศ ๔. อธิบายความหมายและวิเคราะห์การถ่วงดุลอำนาจอธิปไตย ๕. จำแนกสาระสำคัญของการถ่วงดุลอำนาจอธิปไตย ๖. เห็นความสำคัญของการถ่วงดุลอำนาจอธิปไตยในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด อำนาจอธิปไตย คืออำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศมี ๓ ฝ่าย ได้แก่ อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหาร และอำนาจตุลา การแต่ละฝ่ายทำหน้าที่ตรวจสอบ และคานอำนาจกกันเพื่อป้องกันการผูกขาดอำนาจ และส่งเสริม การปกครองระบบประชาธิปไตยให้มีประสิทธิภาพ และเข้มแข็ง สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๑. อำนาจอธิปไตยในระบอบประชาธิปไตย ๒. การถ่วงดุลอำนาจอธิปไตย - บริหาร - นิติบัญญัติ


- ตุลาการ สมรรถนะสำคัญ (เฉพาะที่เกิดในแผนจัดการเรียนรู้นี้) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์(เฉพาะที่เกิดในแผนจัดการเรียนรู้นี้) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ ๓Rs (R) Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขียนได้) (A) Rithmatic (มีทักษะในการคำนวณ) ๘Cs Critical Thinking and Problem Solving (มีทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในแก้ไขปัญหา) Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม) Collaboration Teamwork and Leadership (ทักษะความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ) Communication Information and Media Literacy (ทักษะในการสื่อสาร และการรู้เท่าทันสื่อ) Cross-cultural Understanding (ความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม กระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม)


Computing and ICT Literacy (ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และการรู้เท่าทันเทคโนโลยี ซึ่งเยาวชนในยุคปัจจุบันมี ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีอย่างมากหรือเป็น Native Digital ส่วนคนรุ่นเก่าหรือ ผู้สูงอายุเปรียบเสมือนเป็น Immigrant Digital แต่เราต้องไม่อายที่จะเรียนรู้แม้ว่าจะสูงอายุแล้วก็ตาม Career and Learning Skills (ทักษะทางอาชีพ และการเรียนรู้) Compassion (ความมีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย คุณธรรม และจริยธรรม) บูรณาการตามนโยบายจัดการศึกษาของ สพฐ./สพม./โรงเรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการกับหลักสูตรสวนกุหลาบฯศึกษา กำเนิดสวนกุหลาบ ถิ่นถาวร ณ ตึกยาว จากสวนกุหลาบหลวง สู่สวนกุหลาบเรา สวนสร้างคน คนสร้างชาติ สวนสร้างชื่อ คือ อัตลักษณ์ บูรณาการกับศาสตร์พระราชา การมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง การมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง การมีงาน มีอาชีพ การเป็นพลเมืองดี มีน้ำใจ เอื้ออาทร มีจิตสาธารณะ บูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลักความพอประมาณ หลักความมีเหตุผล หลักการมีภูมิคุ้มกัน เงื่อนไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม คำถามสำคัญ ๑. หากระบอบประชาธิปไตยขาดอำนาจอธิปไตยจะเกิดผลอย่างไร ๒. ถ้าฝ่ายตุลาการถูกแทรกแซงจากภายนอก นักเรียนคิดว่าจะส่งผลต่อสังคมไทยอย่างไร ๓. ประชาชนสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการใช้อำนาจอธิปไตยได้อย่างไร


ชิ้นงาน / ภาระงาน ใบงานที่ ๑ เรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ใบงานที่ ๒เรื่อง อำนาจอธิปไตย การประเมินการเรียนรู้ ๑. ประเมินความรู้ เรื่อง รัฐธรรมนูญ (K) ๒. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน ๓. ประเมินชิ้นงาน เรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ (P) ด้วยแบบประเมิน ๔. ประเมินชิ้นงาน เรื่อง อำนาจอธิปไตย (P) ด้วยแบบประเมิน ๕. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝ่เรียนรู้ (A) ด้วยแบบประเมิน กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : ๕E) ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง รัฐธรรมนูญกับการเมืองการปกครองของไทยโดยแจก แบบทดสอบให้นักเรียนทุกคน และให้นักเรียนทำแบบทดสอบ ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ (Engage) ๑. ครูตั้งคำถามถามนักเรียน เพื่อเป็นการกระตุ้นความสนใจของนักเรียนในการเรียนการสอน ดังนี้ - นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันอย่างไรบ้าง - รัฐธรรมนูญ มีความสำคัญอย่างไร ๒. ครูอธิบายความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขั้นที่ ๒สำรวจค้นหา (Explore) ๓. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๕ กลุ่ม กลุ่มละเท่าๆ กัน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลาง ค่อนข้างเก่ง ปานกลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน ๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จากหนังสือเรียน ตามประเด็นต่อไปนี้ - ความเป็นมาของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๕๐ - ความสำคัญของรัฐธรรมนูญ - หลักการ และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ - โครงสร้างของรัฐธรรมนูญ - สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ (Explain) ๕. สมาชิกแต่ละกลุ่มนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาอธิบาย ร่วมกันในประเด็นสำคัญตามหัวข้อที่ศึกษา และอภิปรายถึงความสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มีต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทย


Click to View FlipBook Version