47
กำรพยำบำลผปู้ ว่ ยทมี่ คี วำมผดิ ปกติของต่อมพำรำไทรอยด์
กำยวิภำคของตอ่ มพำรำไทรอยด์
Parathyroid gland เปน็ ต่อมไรท้ ่อท่ีอยบู่ รเิ วณคอและดา้ นหลงั ของตอ่ มไทรอยด์ มีต่อมขนาดเล็กๆอยู่ 4
ต่อม โดยอย่ดู า้ นละ 2 ตอ่ ม มีลักษณะเป็นรูปไข่ สเี หลือง ขนาดเทา่ เมล็ดข้าว
หน้าที่ของต่อมพาราไทรอยด์ ทาให้ระดับความเข้มข้นของแคลเซียมในกระแสเลือดเพิ่มขึ้น และลด
ระดับของฟอสเฟตท่ีกระดูก ไต และลาไส้เล็ก เพ่ิมกระบวนการสลายแคลเซียมออกจากกระดูก และยับยั้ง
กระบวนการสร้างกระดูก ในขณะเดียวกันก็เพ่ิมการดูดกลับของแคลเซียมท่ีไตทาให้ระดับแคลเซียมใน
กระแสเลือดเพมิ่ ขน้ึ กระตุ้นการขบั ฟอสเฟตออกไปกับปสั สาวะ พาราฮอร์โมนเร่งอัตราการดูดซึมแคลเซียม
จากอาหารท่ลี าไสเ้ ลก็ โดยการทางานร่วมกับวติ ามนิ ดี
พาราไทรอยด์ฮอรโ์ มนเพ่มิ การสลายแคลเซยี มจากกระดูกและเพ่ิมการดูดซึมแคลเซยี มกลับทไ่ี ต
เรง่ การขับฟอสเฟตทีไ่ ตทาใหร้ ะดับของแคลเซยี ม(Ca++) ในกระแสเลอื ดเพิ่มข้ึน
กลไกกำรทำหน้ำทขี่ องพำรำไทรอยด์ฮอรโ์ มน
ต่อมพาราไทรอยดจ์ ะหลงั่ พาราไทรอยดฮ์ อร์โมน(PTU)ซึ่งทาหน้าที่รักษาสมดุลของแคลเซียมในร่างกายโดย
ทางานร่วมกับแคลซิโทนินท่ีหลั่งมาจากต่อมไทรอยด์ และวิตามินดี ผลจากการทางานของPTUจะทาให้
ระดับแคลเซียมในเลือดสูงขึ้นและระดับฟอสเฟตในเลือดลดลงPTUจะออกฤทธ์ิต่ออวัยวะเป้าหมาย ได้แก่
กระดกู ไต และลาไส้เล็ก
48
ภาพ: กลไกการทาหน้าท่ีของพาราไทรอยดฮ์ อรโ์ มน
ภำวะท่ีมีพำรำไทรอยดฮ์ อรโ์ มนมำกและน้อยกวำ่ ปกติ
ภำวะที่มพี ำรำไทรอยดฮ์ อร์โมนมำกกว่ำปกติ (Hyperparathyroidism)
มกั พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และพบมากในผู้หญงิ ที่มอี ายมุ ากกว่า 50 ปีขน้ึ ไป
สำเหตุ
1. Primary hyperparathyroidism เกิดจากความผิดปกติท่ีต่อมพาราไทรอยด์ เช่น เป็นเน้ืองอก
สาเหตุของการเกดิ ความผิดปกตินี้ ไมส่ ามารถระบใุ ห้ชัดเจนได้ อย่างไรก็ตามเช่ือว่าอาจเป็นผลเน่ืองจากการ
ถ่ายทอดทางพันธกุ รรม
2. Secondary hyperparathyroidism เกิดจากสาเหตอุ ่ืนท่ีไมเ่ ก่ยี วขอ้ งกับตอ่ มพาราไทรอยด์ ได้แก่
โรคไตวายเรื้อรัง การบริโภคอาหารที่มีวิตามินดีและแคลเซียมไม่เพียงพอ และการได้รับยาบางชนิด เช่น
Phenyronin ทาให้ระดับแคลเซียมในเลือดลดลง จึงกระตุ้นใหP้ THถูกหลั่งมากข้ึนและออกฤทธ์ิต่อกระดูก
ไต และลาไส้เลก็
อำกำรและอำกำรแสดง
ต่อระบบกระดกู และกลา้ มเนื้อ ทาใหม้ วลกระดกู บางลง ปวดกระดูก เกิดโรคกระดกู พรุน
ต่อระบบทางเดินปัสสาวะ มีโอกาสเกิดนิ่วในPelvisและCollecting duct ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดการ
ตดิ เช้ือในทางเดนิ ปัสสาวะได้
ตอ่ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ทาใหม้ ีอาการใจสั่น หัวใจเตน้ ผิดจังหวะ หัวใจเตน้ เรว็
ตอ่ ระบบประสาท ทาใหไ้ ม่มสี มาธิ หงดุ หงิด สับสน ซึมเศรา้ นอนไม่หลบั
ตอ่ ระบบทางเดินอาหาร ทาให้เกิดอาการปวดหลงั หรือเกดิ แผลในกระเพาะอาหาร
49
กำรวนิ จิ ฉัย
การวินิจฉยั นอกจากจะได้จากประวัติอาการและอาการแสดงแล้ว ยังไดจ้ ากการตรวจต่างๆ ดงั นี้
- การตรวจระดับแคลเซียมและฟอสเฟรตในเลือด และการตรวจระดับ PTH ในเลือด เพื่อหาสาเหตุ
Primary hyperparathyroidism
- การตรวจความหนาแน่นของกระดูก เพ่ือประเมินการสูญเสียมวลกระดูกและความเส่ียงต่อการเกิด
กระดูกหกั
- การเกบ็ ปสั สาวะ 24 ช่วั โมง เพอื่ ตรวจหาระดบั แคลเซียมในปสั สาวะ การทางานของไต
กำรรักษำ
กำรผ่ำตัด คือการตัดเอาต่อมท่ีเป็นเนอ้ื งอกออก ซึง่ มี 2 แบบ คอื
1. Minimally invasive parathyroidectomy เปน็ การผ่าตัดขนาดเล็กที่เปิดผิวหนังบริเวณลาคอเพ่ือ
เอาตอ่ มไทรอยออก ผปู้ ่วยไม่จาเป็นต้องนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล สิ่งท่ีพึงระวัง คือหลังจากการ
ผ่าตดั 4-5วันแรก ผู้ป่วยอาจมีปัญหาระดบั แคลซยี มต่าได้ จงึ ควรใหแ้ คลเซียมและวิตามินดีทดแทน
2. Standary neck exploration เปน็ การผ่าตดั ขนาดใหญท่ ่แี พทยส์ ามารถเปิดเข้าไปตรวจดูต่อมพารา
ไทรอยด์ไดท้ ง้ั 4ตอ่ ม เพ่ือตดั เอาตอ่ มทีม่ คี วามผิดปกติออก ต้องอาศัยการดมยาสลบ และหลังจากผ่าตัด
ผูป้ ว่ ยจาเปน็ ต้องนอนรักษาอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ1-2วนั
กำรรกั ษำวธิ อี ืน่ ท่ีไม่ใชก่ ำรผำ่ ตดั ไดแ้ ก่
1. การใหย้ าขับปัสสาวะ เพื่อลดระดับแคลเซียมในเลอื ด เชน่ Furosemide
2. การให้ยา Calcimimetics และCinacalcet ทาให้หลั่งPTHลดลง
3. การใหP้ hophate เพอ่ื ยบั ยงั้ การสลายของกระดกู
4. การให้ฮอรโ์ มนCalcitonin เพือ่ ลดการปล่อยแคลเซยี มออกจากกระดกู และเพิ่มการขบั แคลเซียมที่ไต
5. การให้คาแนะนา เช่น กระตุ้นให้ผู้ป่วยดื่มน้ามากๆจากัดการบริโภคอาหารท่ีมีแคลเซียม ระวังการ
เกดิ กระดกู หักจากการเกิดอบุ ตั ิเหตุหรือหกลม้
ภำวะทม่ี พี ำรำไทรอยดฮ์ อร์โมนน้อยกว่ำปกติ (Hypoparathyroidism)
พยำธิสภำพ: ภาวะที่พาราไทรอยด์ฮอร์โมนน้อยกว่าปกติ เกิดจากทีการหล่ังของPTHลดลงหรือ
ประสทิ ธภิ าพในการออกฤทธ์ิของPTHทอี่ วัยวะเปา้ หมายลดลง ทาให้แคลเซียมถูกปล่อยออกจากกระดูก
ลดลง การดูดกลับแคลเซยี มทีไ่ ตลดลง ซงึ่ สาเหตขุ องการเกิด Hypoparathyroidism มีดงั น้ี
1. latrogenic or acquired hypoparathyroidism พบบอ่ ย เกิดจากความบังเอิญท่ีไปตัดเอาเนื้อเยื่อ
ของตอ่ มพาราไทรอยดอ์ อกในระหว่างการทาผ่าตัดต่อมไทรอยด์ การผ่าตัดบางส่วนของต่อมไทรอยด์
พาราไทรอยดห์ รอื การผ่าตัดบริเวณลาคอ
2. ldiopathic hypoparathyroidism เกดิ เองได้ โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่เชือ่ จากอาจเกิดจากภูมิคุ้มกัน
ทาลายตนเอง
3. Hereditary hypoparathyroidism เป็นความผิดปกติตั้งแต่กาเนิด เกิดจากไม่มีต่อมพาราไทรอยด์
หรอื ตอ่ มไม่สามารถทาหน้าทไี่ ดต้ ามปกติ
4. Radiation treatment เกดิ จากการไดร้ บั รังสีบริเวณลาคอ ทาใหต้ ่อมพาราไทรอยดถ์ ูกทาลาย
5. Hypomagnesemia เป็นภาวะท่ีมีระดับของแมกนีเซียมในเลือดลดลง ทาให้เกิดความบกพร่องใน
การหลงั่ PTH และรบกวนการออกฤทธข์ิ อง PTH ต่ออวัยวะเปา้ หมาย มักพบในผู้ที่ตดิ เหลา้
50
อำกำรและอำกำรแสดง
ระดับแคลเซยี มต่าลงผลต่อรา่ งกาย ดังน้ี
- เกดิ ความผิดปกติของกล้ามเนื้อ มอี าการชา (Numbness) ปวดคลา้ ยเข็มท่ิม (Tingling) บรเิ วณปาก
มอื และเทา้ หากมกี ารเกร็ง เป็นตะครวิ ของมือและเท้า หรอื มีอาการชกั ถอื เปน็ ระดบั มากหรอื รนุ แรง
- เกิดอาการอ่นื ๆ ได้แก่ เหนือ่ ยลา้ ออ่ นเพลีย ปวดประจาเดอื นมาก ปวดศรี ษะ ปวดกระดกู ปวดทอ้ ง
ฟันรา้ ว แตกงา่ ย
กำรรกั ษำ
เป้าหมาย คอื แกไ้ ขภาวะทีม่ รี ะดบั แคลเซียมและแมกนเี ซยี มในเลือดตา่ รวมทงั้ การขาดวติ ามินดี ภาวะทม่ี ี
ระดับแคลเซียมในเลอื ดตา่ มากอาจทาใหผ้ ปู้ ่วยถงึ แก่ชีวติ ได้ จาเป็นต้องชว่ ยเหลือเรง่ ดว่ น โดยให้10%
Calcium chloride ทางหลอดเลอื ดดาชา้ ๆ (มากกว่า10-15นาที) และควรใหท้ างสายสวนเข้าหลอดเลอื ดดา
ส่วนกลาง หลงั จากผ่านพ้นอนั ตรายควรใหผ้ ้ปู ่วยรบั ประทานแคลเซียมต่อสว่ นการขาดวติ ามินดีใหก้ ารรักษา
ดว้ ยCalcitriol 0.5-2.0มิลลิกรมั ต่อวนั และสาหรบั ภาวะทีม่ ีแมกนีเซยี มตา่ ให้การรกั ษาดว้ ย50%Magnesium
sulfate 2 ซซี ี(ใหไ้ ดม้ ากทส่ี ุดถงึ 4 กรมั ต่อวนั ) ฉีดทางกล้ามเนื้อหรือใหท้ างหลอดเลือดดา การรักษาในระยะ
ยาวควรใหผ้ ูป้ ่วยรับประทานแคลเซียม 0.5-2กรมั ตอ่ วนั และวติ ามนิ ดี 50,000-400,000 ยูนิตต่อวัน
ตัวอยำ่ งข้อวินิจฉยั ทำงกำรพยำบำลสำหรบั ผู้ปว่ ยที่มีภำวะพำรำไทรอยด์ฮอรโ์ มนมำกกวำ่ ปกติ
- ความทนในการทากิจกรรมลดลง เน่ืองจากออ่ นลา้ กล้ามเน้ืออ่อนแรงและปวดกระดูก
- เสีย่ งต่อการหกลม้ เนื่องจากมวลกระดูกบางลง โรคกระดกู พรนุ และปวดกระดูก
- ปวดเฉียบพลัน เน่ืองจากมกี ารสลายมวลของกระดูกมากข้นึ ซง่ึ เปน็ ผลกระทบจากการเพิ่มของระดับ
แคลเซยี มในเลือด
- เสี่ยงตอ่ การตดิ เชือ้ ในระบบทางเดินปัสสาวะเนอ่ื งจากเกิดน่วิ ในไต
ตัวอย่ำงขอ้ วนิ จิ ฉยั ทำงกำรพยำบำลสำหรับผปู้ ว่ ยท่มี ภี ำวะพำรำไทรอยด์ฮอรโ์ มนนอ้ ยกว่ำปกติ
- เส่ยี งตอ่ การได้รบั บาดเจ็บเนอื่ งจากอาการชักเกรง็ จากการหดตัวของกลา้ มเนอ้ื
- มกี ารเปล่ียนแปลงของภาวะโภชนาการโดยได้รบั น้อยกว่าท่ีร่างกายตอ้ งการเนื่องจากอาการปวดเกรง็ ทอ้ ง
และลักษณะของฟันท่ีเปลี่ยนไป
- ความทนในการทากิจกรรมลดลงเน่อื งจากอ่อนล้าและมกี ารรบั รูบ้ กพรอ่ ง
- แบบแผนการหายใจไม่มปี ระสิทธภิ าพเนือ่ งจากเกดิ การหดเกร็งของหลอดลม
51
อำ้ งองิ
ดลวิวัฒน์ แสนโสมและสวุ รรณา บญุ ยะลีพรรณ.(2562).กำรพยำบำลผู้ป่วยทม่ี ีปัญหำกำรตดิ เชอื้ .คณะ
พยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ .
นงลักษ์ เมธากาญจนศกั ดแ์ิ ละปัทมา สุรติ .(2562).กำรพยำบำลระบบต่อมไรท้ อ่ . คณะพยาบาลศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ .
บุษบา สมใจวงษ์.(2562).กำรพยำบำลผปู้ ว่ ยท่มี ีควำมผดิ ปกติของระบบผวิ หนัง.คณะพยาบาลศาสตร์
มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ .