The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by welfarektb.div, 2022-01-20 22:52:47

อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก

อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก

1

1

2

เรอ่ื ง “สทิ ธเิ ดก็ ตามบทบญั ญตั ขิ องรฐั ธรรมนญู ”
ปีทพ่ี มิ พ์ กรกฎาคม ๒๕๕๕
จ�ำ นวนหนา้ ๔๘ หนา้
พิมพ์คร้ังท่ี ๑ จาํ นวน ๖,๐๐๐ เลม่
จัดท�ำ โดย กลมุ่ งานผลติ เอกสาร
สำ�นกั ประชาสมั พนั ธ์
สำํ �นกั งานเลขาธกิ ารสภาผแู้ ทนราษฎร
ถนนประดพิ ทั ธ์ แขวงสามเสนใน
เขตพญาไท กรงุ เทพมหานคร ๑๐๔๐๐
โทร. ๐ ๒๒๔๔ ๒๒๙๔ - ๕
โทรสาร. ๐ ๒๒๔๔ ๒๒๙๒
ข้อมลู ฟา้ ดาว คงนคร
ศลิ ปกรรม ทพิ ยว์ มิ ล ออ่ นกลน่ั

สทิ ธิเด็กตามบทบญั ญัติของรัฐธรรมนญู

3

ค�ำ น�ำ

จลุ สารเรอ่ื ง “สทิ ธเิ ดก็ ตามบทบญั ญตั ขิ องรฐั ธรรมนญู ” จดั ท�ำ ขน้ึ
โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือเผยแพร่ความรู้ให้แก่นักเรียน  นิสิต  นักศึกษา 
และประชาชนทว่ั ไป  ใหไ้ ดร้ บั ความรคู้ วามเขา้ ใจเรอ่ื ง  สทิ ธเิ ดก็   ความหมาย
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็ก  การมีกฎหมายสิทธิเด็กในประเทศไทย
สิทธิพ้ืนฐานอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก  ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิเด็ก
ขององค์การสหประชาชาติ  สิทธิประโยชน์ของเด็กตามพระราชบัญญัติ
คุ้มครองเด็ก  พ.ศ.  ๒๕๔๖  และความคุ้มครองสิทธิเด็กตามบทบัญญัติ
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๕๐  ในหลาย
มาตราที่แสดงเจตนารมณ์การคุ้มครองเด็ก  ท่ีกำ�หนดเป็นนโยบาย
สำ�คัญของรัฐในการพัฒนาท้ังด้านสังคม  การศึกษา  การสาธารณสุข
และวฒั นธรรมของชาต ิ นอกจากนย้ี งั ไดร้ บั ความร ู้ ความเขา้ ใจในบทบาท
ของผู้ที่เกี่ยวข้องท้ังบุคคลในครอบครัว  โรงเรียน  ท่ีจะต้องตระหนัก
ให้การคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิเด็ก  ปัญหาการละเมิดสิทธิมุนษยชนเด็ก
และเยาวชนในหลายรปู แบบตลอดจนแนวทางการแกไ้ ขการละเมิดสทิ ธเิ ด็ก 
ประเทศไทยเป็นหน่ึงในภาคีสมาชิกในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก  หากได้
ดำ�เนินการให้การคุ้มครองเด็กตามกฎหมายท่ีองค์การสหประชาติกำ�หนด
พนั ธกรณดี ้านสทิ ธมิ นุษยชนไวเ้ ฉพาะแลว้   กจ็ ะทำ�ใหก้ ารค้มุ ครองสทิ ธเิ ดก็
ของไทยเกิดผลที่เป็นรูปธรรมมากข้นึ
สำ�นักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร  หวังเป็นอย่างยิ่งว่า
จุลสารฉบับน้ี จะท�ำ ใหม้ คี วามรู้ความเข้าใจในเรือ่ ง สทิ ธิเดก็ มากข้นึ

4 ๕

สารบญั ๑๒
๑๕
* บทนำ� ๑๖
* ความหมาย ๒๒
* สิทธิพ้ืนฐานตามอนุสัญญาวา่ ด้วยสทิ ธเิ ด็ก ๒๕
* กฎหมายทีเ่ กยี่ วขอ้ งกับสิทธิเด็ก ๒๗
* การประกาศใชก้ ฎหมายสทิ ธิเดก็ ในประเทศไทย ๓๖
* ปฏญิ ญาสากลว่าดว้ ยสิทธิเดก็ และเยาวชนขององคก์ าร ๓๙
สหประชาชาติ ๔๒
* สทิ ธิประโยชน์ของเดก็ ตามพระราชบัญญัติคมุ้ ครองเด็ก ๔๓
พ.ศ. ๒๕๔๖ ๔๖
* สิทธิค้มุ ครองเด็กตามบทบญั ญตั ิของรฐั ธรรมนญู ๔๘
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๕๐
* บทบาทในฐานะของผเู้ กย่ี วขอ้ งการคุ้มครองสิทธเิ ด็ก
* การละเมดิ สิทธมิ นุษยชนกับเดก็ และเยาวชน
* แนวทางการแก้ไขการละเมิดสทิ ธิเด็ก
* หนว่ ยงานท่ใี ห้ความชว่ ยเหลอื เด็ก
* บทสรุป
* บรรณานกุ รม

สิทธิเด็กตามบทบัญญตั ขิ องรัฐธรรมนูญ

5

บทนํา


เด็กเป็นทรัพยากรมนุษย์ท่ีมีคุณค่า  และทำ�ประโยขน์ในการ
พัฒนาประเทศท้งั ด้านเศรษฐกิจ  และสังคม  เด็กในฐานะท่เี ป็นมนุษย์ย่อม
มีศักด์ศิ รีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน  มีความชอบธรรมใน
สิทธิและเสรีภาพ  โดยสิทธิเด็กเป็นสิทธิท่กี ำ�หนดไว้ภายใต้ปฏิญญาสากลว่า
สิทธิมนุษยชน  พ.ศ.  ๒๔๙๑  และกติกาสากลต่าง  ๆ  ท่ีมีผลบังคับทาง
กฎหมาย รวมถงึ การคมุ้ ครองตามกฎหมาย หากเดก็ ไมไ่ ดร้ บั การคมุ้ ครอง
ตามมาตรฐานท่ีดีแล้ว  จะเติบโตข้ึนมาอย่างไร้คุณภาพ  สิทธิเด็กเป็นสิทธิ
ประเภทหน่ึงในกลุ่มสิทธิมนุษยชน  ท่ีจะต้องมีการปกป้องคุ้มครองเด็ก
มากกวา่ คนทว่ั ไป  เพราะความสามารถทางสภาพภาวะรา่ งกายและสตปิ ญั ญา
ของเดก็ ยังไม่เทา่ เทยี มกับผใู้ หญ่ จ�ำ เปน็ อยา่ งยิ่งทจ่ี ะต้องไดร้ ับการคุ้มครอง
เปน็ พเิ ศษ เด็กจะตอ้ งได้รบั การพฒั นาทงั้ ทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม
และสติปัญญา  ถือได้ว่าโลกของเด็กเป็นโลกแห่งการเรียนรู้และการ
พัฒนา  การคุ้มครองเด็กจึงเป็นเร่ืองสำ�คัญอยา่ งย่ิงท่ีทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ
และเอกชนท่ีจะต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง  โดยเฉพาะภาครัฐท่ีจะต้อง
ดำ�เนินการให้การคุ้มครองตามกฎหมายที่องค์การสหประชาชาติกำ�หนด
พันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนเฉพาะสำ�หรับเด็กไว้  ท่ีเรียกว่า  อนุสัญญาว่า
ดว้ ยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child = CRC) เพ่อื
ให้ประเทศท่ีเป็นภาคีสมาชิกได้ยึดเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อเด็กภายใต้
พ้นื ฐานเดยี วกนั

6

อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กฉบับน้ี  เป็นสนธิสัญญาท่ีได้รับการ
รับรองจากประเทศต่าง  ๆ  มากท่ีสุด  และประเทศไทยก็เป็นหน่ึงในภาคี
สมาชิกขององค์การสหประชาชาติที่ได้ลงนามรับรองในอนุสัญญาดังกล่าว
นั่นหมายถึง  ประเทศไทยยอมรับที่จะปฏิบัติตามแนวทางท่ีกำ�หนดไว้ใน
อนุสัญญา  ซ่ึงกฎหมายที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนในประเทศไทยนั้นมีอยู่
หลายฉบบั   โดยทกุ ฉบบั มเี จตนารมณเ์ พอ่ื คมุ้ ครองสทิ ธแิ ละสวสั ดภิ าพของเดก็
ทัง้ สทิ ธทิ างชีวิต เสรีภาพ รา่ งกาย อนามัย ทรพั ย์สิน อาทริ ฐั ธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่มีบทบญั ญตั ิใหก้ ารคมุ้ ครองสิทธิ
ของบุคคลรวมทั้งสิทธิเด็กตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กอยู่หลายมาตรา 
และพระราชบัญญัตคิ ุ้มครองเด็ก พ.ศ.  ๒๕๔๖ ท่ีใหก้ ารคมุ้ ครองสทิ ธเิ ด็ก
ไว้อย่างชัดเจน  ซึ่งกฎหมายเหล่าน้ีล้วนมีมาตราการการปฏิบัติต่อเด็กไม่วา่
กรณีใดก็ตาม  ต้องคำ�นึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำ�คัญ  และไม่ให้
มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม  จะต้องให้ความสำ�คัญกับเด็กทุกคน
อยา่ งเท่าเทียมกนั  

สทิ ธิเด็กตามบทบัญญัตขิ องรฐั ธรรมนญู

7

ความหมายของค�ำ วา่ “สทิ ธิเด็ก”

สิทธิเด็กได้รับการรับรองโดยองค์การสหประชาชาติ  ซ่งึ ต่อมา
ได้พัฒนานำ�หลักการต่าง  ๆ  มารวบรวมไว้เป็นกฎหมายระหว่างประเทศ
ในรปู ของอนสุ ญั ญาคอื   อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก  (Convention  on
the Rights of the Child =  CRC) เปน็ สญั ญาดา้ นสิทธมิ นษุ ยชน
ระหว่างประเทศท่ีสหประชาชาติโดยเฉพาะองค์การกองทุนเพ่ือเด็กแห่ง
สหประชาชาติได้ร่างข้นึ   โดยมีประเทศเข้าเป็นภาคีสมาชิก  ๑๙๕  ประเทศ 
ย ก เ ว้ น ป ร ะ เ ท ศ โ ซ ม า เ ลี ย แ ล ะ
สหรัฐอเมริกา  ซ่ึงข้อผูกพันใน
การเป็นภาคีสมาชิกของอนุสัญญา 
คือ  การยอมรับท่ีจะปฏิบัติตาม
กฎหมายระหว่างประเทศฉบับน้ี
และมีผลบังคับใช้แก่รัฐที่ให้การ
รบั รองอย่างจรงิ จัง  เมอ่ื วนั ที ่ ๒ กนั ยายน ๒๕๓๔ ซึง่ ในปี พ.ศ.  ๒๕๓๕
ประเทศไทยได้ลงนามเข้าเป็นภาคีสมาชกิ เมอื่ วนั ท่ี ๑๒ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๓๕
มีผลบงั คบั ใชเ้ ม่ือวนั ที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๓๕ เป็นต้นมา
อนุสัญญาวา่ ด้วยสทิ ธเิ ด็กไดใ้ ห้ค�ำ นิยามค�ำ ว่า “เด็ก”
“เดก็ ” หมายถงึ มนุษยท์ กุ คนทม่ี ีอายุตํา่ กวา่ ๑๘ ปี เว้นแต่จะ
บรรลนุ ติ ภิ าวะก่อนหน้าน้นั ตามกฎหมายที่ใช้บงั คับแกเ่ ด็กน้ัน

8

จากคำ�นิยามดังกลา่ วมนษุ ย์ทุกคนท่มี อี ายุตาํ่ กวา่ ๑๘ ปี อยู่ใน
ความหมายของคำ�ว่าเด็กท้ังส้ิน  เว้นแต่จะบรรลุนิติภาวะตามกฎหมายของ
แต่ละประเทศท่ใี ช้อย ู่ เช่น  ในกรณีของประเทศไทยประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณชิ ย์ บรรพ ๑ วา่ ดว้ ยบุคคล มาตรา ๑๙ ก�ำ หนดวา่ บุคคลจะบรรลุ
นิติภาวะเมือ่ อายคุ รบ ๒๐ ปบี ริบรู ณ์ แตห่ ากบุคคลน้ันได้ทำ�การสมรสกอ่ น
อายุครบ ๒๐ ปบี รบิ ูรณ์โดยผูเ้ ยาวฝ์ ่ายชายมอี ายุ ๑๗ ปีบรบิ รู ณ์ และฝ่าย
หญิงมอี ายุ ๑๕ ปบี ริบูรณ์ ตามมาตรา ๒๐ ของประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ บคุ คลนัน้ เป็นผูบ้ รรลุนติ ิภาวะตามกฎหมาย ดังนน้ั หากเดก็ ท่อี ายุ
ยังไม่เกิน  ๑๘  ปี  แต่ได้ทำ�การสมรสก่อนและเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
ถือว่าเด็กนั้นพ้นจากสภาวะความเป็นเด็กและบรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย
จะไม่อยู่ในความคุ้มครองของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กอีกต่อไป  และ
จากทีก่ ลา่ วแล้วอนุสญั ญานีป้ ระเทศทเี่ ป็นภาคสี มาชิกทง้ั ๑๙๕ ประเทศ
ได้ให้การยอมรับท่ีจะปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศฉบับน้ี  ดังนั้น
คำ�จ�ำ กัดความ  “เดก็ ”  ในกฎหมายของประเทศทเี่ ปน็ ภาคีสมาชิก จะต้อง
มีความหมายเช่นเดียวกับอนุสัญญานี้  ทำ�ให้ความหมายของคำ�ว่าเด็กนั้น
เปน็ ความหมายสากลทต่ี ้องเหมือนกนั ท่ัวโลก
ความหมายคำ�ว่า  “เด็ก”  ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก
พ.ศ. ๒๕๔๖
“เด็ก”  หมายความวา่ บคุ คลซงึ่ มอี ายตุ าํ่ กวา่ สิบแปดปบี ริบูรณ์
แตไ่ ม่รวมถงึ ผ้ทู ีบ่ รรลุนิตภิ าวะด้วยการสมรส

สทิ ธเิ ด็กตามบทบัญญตั ิของรัฐธรรมนญู

9

“เด็กเรร่ อ่ น” หมายความวา่ เดก็ ท่ไี มม่ บี ดิ ามารดาหรอื ผปู้ กครอง
หรือมีแต่ไม่เลี้ยงดูหรือไม่สามารถเลี้ยง
ดูได้  จนเป็นเหตุให้เด็กต้องเร่ร่อนไป
ในทีต่ ่าง ๆ หรือเดก็ ที่มีพฤตกิ รรมใช้
ชีวิตเร่ร่อนจนน่าจะเกิดอันตรายต่อ
สวสั ดภิ าพของตน
“เด็กกำ�พร้า”  หมายความว่า  เด็กท่ีบิดาหรือมารดาเสียชีวิต
เดก็ ที่ไมป่ รากฏบิดามารดาหรอื ไมส่ ามารถสืบหาบดิ ามารดาได้
“เด็กที่อยู่ในสภาพยากลำ�บาก”  หมายความว่า  เด็กท่ีอยู่ใน
ครอบครวั ยากจนหรือบดิ ามารดาหย่ารา้ ง ทิง้ ร้าง ถกู คมุ ขัง หรอื แยกกนั อยู่
และได้รับความลำ�บาก  หรือเด็กท่ีต้องรับภาระหน้าที่ในครอบครัวเกินวัย
หรือกำ�ลังความสามารถและสติปัญญา  หรือเด็กท่ีไม่สามารถช่วยเหลือ
ตัวเองได้
“เดก็ พกิ าร”  หมายความวา่
เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย
สมอง สตปิ ญั ญา หรือจติ ใจ ไมว่ า่ ความ
บกพร่องนั้นจะมีมาแต่กำ�เนิดหรือ
เกิดข้นึ ภายหลงั
“เด็กที่เสยี่ งต่อการกระทำ�ผดิ ” หมายความวา่ เดก็ ทป่ี ระพฤติตน
ไม่สมควร  เด็กท่ีประกอบอาชีพหรือคบหาสมาคมกับบุคคลที่น่าจะชักนำ�
ไปในทางกระทำ�ผิดกฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรมอันดี  หรืออยู่ในสภาพ
แวดล้อมหรือสถานทอี่ นั อาจชกั น�ำ ไปในทางเสียหาย  ท้งั น้ี ตามท่ีก�ำ หนดใน
กฎกระทรวง

10

คำ�ว่า  “สิทธิ”  (Right)  หมายถึง  ส่ิงนั้นเป็นส่ิงท่ีคนผู้น้ัน
พึงมีพึงได้อย่างถูกต้อง  คนอ่ืนต้องยอมรับจะขัดขวางหรือลิดรอนไม่ได้
(วรี ะ  สมบรู ณ,์   ๒๕๔๕)
“สิทธิ”  ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  แปลว่า
อ�ำ นาจอันชอบธรรม (ราชบัณฑติ ยสถาน, ๒๕๒๕)
กล่าวได้วา่ “สทิ ธิเดก็ ” หมายถงึ บคุ คลซงึ่ มีอายตุ า่ํ กว่าสบิ แปดปี
บรบิ รู ณ ์ แตไ่ มร่ วมถงึ ผทู้ บ่ี รรลนุ ติ ภิ าวะดว้ ยการสมรส  มอี �ำ นาจอนั ชอบธรรม
ท่ีจะกระทำ�การใด  ๆ  ได้อย่างอิสระ  โดยได้รับการรับรองคุ้มครองจาก
กฎหมาย

สิทธิเด็กตามบทบัญญตั ขิ องรัฐธรรมนูญ

11

สิทธิเดก็ เป็นสิทธสิ ากล (Universal Rights) และเป็นสทิ ธิ
เด็ดขาดที่ต้องได้รับการรับรองและคุ้มครอง  อนุสัญญาฉบับนี้ไม่ได้ใช้เพื่อ
การเรียกร้องสทิ ธิเดก็ แตใ่ ชเ้ พ่ือการพฒั นาเดก็ ท้ังร่างกาย จิตใจ อารมณ์
สงั คม สติปญั ญา ให้เจรญิ เติบโตรอบดา้ นเตม็ ศกั ยภาพ และไม่เลอื กปฏบิ ัติ
การไม่เลือกปฏิบัติน้ันไม่ได้หมายความว่ารัฐจะต้องปฏิบัติต่อเด็กทุกคน
เหมือนกันหมด  หากเด็กกลุ่มใดไม่สามารถใช้สิทธิเช่นเดียวกับเด็กอ่ืน
เพราะสภาวะทางรา่ งกาย จิตใจ หรอื สงั คม เช่น เดก็ พกิ ารทางรา่ งกายหรือ
ทางสมอง เด็กเร่ร่อน ยากจน เป็นต้น รัฐอาจจัดบริการให้เด็กเหลา่ นี้เป็น
กรณพี เิ ศษ เพ่ือช่วยใหเ้ ดก็ กลมุ่ น้ีได้ใช้สทิ ธิเทา่ เทยี มกับเดก็ อืน่ ๆ หลักการน้ี
ไดม้ บี ญั ญตั ไิ วร้ ฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั ร พทุ ธศกั ราช  ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐
วรรคสาม ซึง่ กำ�หนดวา่ “มาตรการทรี่ ัฐก�ำ หนดขึ้นเพือ่ ขจดั อปุ สรรคหรือ
ส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น 
ย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม…”  อนุสัญญาฉบับน้ียังได้
ก�ำ หนดวา่ ในการกระท�ำ ทั้งปวงท่เี กีย่ วกับเดก็ ทสี่ �ำ คญั ที่สดุ คือ ต้องยดึ ถอื
หลกั ประโยชนส์ ูงสดุ ของเด็ก (The best interest of the child)

เปน็ ส�ำ คัญ

12

สทิ ธิพ้นื ฐานตามอนุสญั ญาวา่ ดว้ ยสทิ ธิเด็ก


อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก  มีสาระสำ�คัญที่มุ่งคุ้มครองสิทธิเด็ก
ทกุ คนไม่วา่ จะเปน็ เด็กทดี่ ้อยโอกาสในลกั ษณะใดกต็ าม เช่น เด็กพกิ าร เดก็
ท่ีถกู ทอดท้งิ เดก็ เร่ร่อน เด็กถูกทารณุ กรรม เดก็ ท่ถี ูกใชแ้ รงงานอยา่ งผิด
กฎหมาย โดยเด็กทกุ คนจะไดร้ บั สทิ ธิพืน้ ฐาน ๔ ประการ คอื
    
๑. สทิ ธกิ ารมีชีวิตอยูร่ อด (Right of Survival)
สิทธิการมีชีวิตอยู่รอด  หมายถึง  สิทธิของเด็กท่ีคลอดออก
มาแล้วจะต้องมีชีวิตอยู่รอดอย่างปลอดภัย  เมื่อทุกคนเกิดมาแล้วจะมีสิทธิ
ที่จะมีชีวิตอยู่ไม่ว่าจะเกิดมามีร่างกายท่ีสมบูรณ์หรือไม่ก็ตาม  โดยเด็กท่ี
เกิดมาต้องได้รับการจดทะเบียนการเกิด  รวมท้ังมีสิทธิตามความจำ�เป็น
ขนั้ พนื้ ฐานในการดำ�รงชีวติ เชน่ ได้รบั การอบรมเล้ยี งดูจากพอ่ แม่บคุ คลใน
ครอบครวั ไดร้ บั การสง่ เสรมิ สขุ ภาพ ไดร้ บั การสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรค รวมทง้ั
ได้รบั การรกั ษาพยาบาลขนั้ พ้นื ฐาน มีทอ่ี ยู่อาศยั ท่ถี กู สุขลักษณะ และอยูใ่ น
สิง่ แวดล้อมท่ีไมเ่ ปน็ อันตรายตอ่ สขุ ภาพกาย และจติ ใจ
๒. สิทธิในการพฒั นา (Right of Development)
สิทธใิ นการพฒั นา หมายถึง การได้รับโอกาสในการพัฒนา
อยา่ งเต็มตามศกั ยภาพ เมือ่ เด็กเจริญเติบโตขึน้ มีสทิ ธทิ จ่ี ะไดร้ บั พัฒนาการ
ทางด้านรา่ งกาย จิตใจ ความรู้สกึ นกึ คิด ศีลธรรม รวมท้ังสิง่ ทีเ่ ดก็ ต้องการ
เพ่ือบรรลุเป้าหมายตามความสามารถ  เช่น  ได้รับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
ไมน่ ้อยกวา่ ๑๒ ปี ที่รัฐจะต้องจดั ใหโ้ ดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ได้รบั การฝึกอบรม

สิทธิเด็กตามบทบัญญตั ิของรฐั ธรรมนญู

13

พัฒนาความรู้สำ�หรับการเตรียมการประกอบอาชีพตามความถนัด  เพ่ือให้
พงึ่ ตนเองได้ ได้รับการปลกู ฝังใหค้ วามรกั และมจี ติ สำ�นกึ ทจ่ี ะอนรุ ักษม์ รดก
และเอกลกั ษณข์ องชาติ
๓. สิทธิในการได้รับการค้มุ ครอง (Right of Protection)
สิทธิในการได้รับการคุ้มครอง  หมายถึง  การได้รับการ
คมุ้ ครองจากการเลอื กปฏบิ ตั ิ การลว่ งละเมดิ การถกู กลน่ั แกลง้ การถกู ทอดทง้ิ
การกระทำ�ทารุณ  หรือการใช้แรงงานเด็ก  โดยรัฐมีนโยบายคุ้มครองเด็ก 

จัดให้มีกองทุนคุ้มครองเด็ก  และ
คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ
ผ้ใู ดพบเห็นเด็กท่ถี ูกปฏิบัติโดยมิชอบ
จะต้องให้การช่วยเหลือเบ้ืองต้น
และต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่เก่ียวข้อง
โดยเร่งด่วน  ผู้ปกครองต้องดูแล
และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในความปกครองของตนมิให้ตกอยู่ใน
สถานการณ์ท่จี ะเกดิ อันตรายตอ่ ร่างกายและจติ ใจ
๔. สิทธิในการมีส่วนร่วม (Right of Participation)
สทิ ธิในการมสี ว่ นร่วม หมายถงึ การให้เด็กได้รบั บทบาทท่ี
สำ�คัญในชุมชน  เด็กมีสิทธิท่ีจะมีส่วนร่วมในกิจกรรมในสังคม  มีอิสระใน
การแสดงความคิดเห็นในเรื่องท่ีมีผลกระทบต่อชีวิตของตนเอง  และได้รับ
โอกาสในการเขา้ ร่วมกจิ กรรมท่เี ปน็ ประโยชนต์ ่อสงั คมเม่ือเติบโตขน้ึ
ท้ังน้ี  อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กจะคุ้มครองและส่งเสริม
สิทธิข้ันพื้นฐานของเด็กทุกคนในโลก  โดยกำ�หนดมาตรฐานข้ันต่ําไว้ 

14

ซ่งึ หมายความว่าประเทศภาคีสมาชิก
อาจกำ�หนดสิทธิและการคุ้มครอง
สูงกว่าที่กำ�หนดไว้ในอนุสัญญานี้ได้
แต่จะต่ํากว่าที่กำ�หนดไว้ในอนุสัญญา
ไม่ได้  ซึ่งหากประเทศภาคีสมาชิก
กำ�หนดมาตรฐานในการคุ้มครองเด็กตํ่า  ประเทศเหล่านั้นจะต้องยก
มาตรฐานของตนเองขึ้นให้เท่ากับที่กำ�หนดในอนุสัญญาหรือสูงกว่า
หากประเทศท่ีมีการคุ้มครองสูงกว่าที่อนุสัญญากำ�หนดไว้จะได้รับการ
ยกย่องและกระต้นุ ใหพ้ ัฒนาการคมุ้ ครองเดก็ ให้สูงยง่ิ ขนึ้
จดุ เด่นของอนุสัญญาวา่ ดว้ ยสิทธเิ ด็ก คือ
๑. ไมม่ กี ารแบ่งแยกเพศ เช้อื ชาติ ศาสนา
๒. ครอบคลุมเด็กทั่วโลก เปน็ สิทธิเด็กสากล
๓. ครอบคลุมสิทธิต่าง ๆ ทเี่ ดก็ พึงไดร้ ับทกุ ด้านอย่างสมบรู ณ์

สทิ ธิเด็กตามบทบญั ญตั ขิ องรฐั ธรรมนูญ

15

กฎหมายที่เก่ียวขอ้ งกบั สิทธิเดก็


บทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็กที่ได้กำ�หนดไว้เพื่อ
คมุ้ ครองเด็กในประเทศไทยท่สี ำ�คญั ได้แก่
๑. รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศกั ราช ๒๕๕๐

ได้ให้ความสำ�คัญเก่ียวกับการพิทักษ์และคุ้มครองท้ังเด็กปกติ  เด็กพิการ
ทุพพลภาพ และเด็กด้อยโอกาสในสังคม
๒. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.  ๒๕๔๒  และ

ท่ีปรบั ปรุงแกไ้ ข พ.ศ. ๒๕๔๕  ก�ำ หนดใหร้ ัฐจดั การศกึ ษาใหเ้ ด็กมีสทิ ธิ
เสมอกันในการรับการศึกษาข้นั พื้นฐาน ไม่น้อยกวา่ ๑๒ ปี ทร่ี ฐั ต้องจดั ให้
อย่างทั่วถงึ และมคี ุณภาพ
๓. พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ  พ.ศ.  ๒๕๔๕ 
กำ�หนดให้เด็กต้องเข้ารบั การศึกษาภาคบังคบั ๙ ปี
๔. พระราชบญั ญตั คิ มุ้ ครองเดก็   พ.ศ.  ๒๕๔๖  เปน็ กฎหมายท่ี
คุ้มครองสวัสดภิ าพและสง่ เสริมความประพฤตทิ ีด่ งี ามของเด็ก
๕. กฎหมายแรงงาน  มขี ้อก�ำ หนดหา้ มใช้แรงงานเด็ก
๖. ประมวลกฎหมายอาญา  กำ�หนดบทลงโทษหนักแก่ผู้ที่
ละเมิดสิทธเิ ดก็
๗. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ  ว่าด้วยการลงโทษนักเรียน
นักศึกษา  กำ�หนดไม่ให้ครูลงโทษนักเรียนด้วยการเฆ่ียนตี  ซ่ึงถือเป็นการ
ละเมิดสทิ ธเิ ด็ก

16

การประกาศใชก้ ฎหมายสทิ ธเิ ด็กในประเทศไทย

กฎหมายสทิ ธเิ ดก็ ในปจั จบุ นั หลายประเทศยอมรบั น�ำ มาปฏบิ ตั ติ าม
โดยนำ�มาบัญญัติเป็นกฎหมายภายในของแต่ละประเทศ  ประเทศไทย
เป็นหน่งึ ในภาคีสมาชิกได้รับหลักการดังกล่าวมาเช่นกัน  โดยได้บัญญัติ
เปน็ กฎหมายภายใน  ใชช้ อ่ื วา่   พระราชบญั ญตั คิ มุ้ ครองเดก็   พ.ศ.  ๒๕๔๖
พระราชบญั ญัติค้มุ ครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นกฎหมายไทย
ท่ีร่างขึ้นในสมัยพันตำ�รวจโททักษิณ  ชินวัตร  เป็นนายกรัฐมนตรีและ
ตราขนึ้ ในสมยั นายอุทยั พิมพ์ใจชน เปน็ ประธานรฐั สภา โดยน�ำ ทลู เกล้า
ทลู กระหม่อมถวายทรงลงพระปรมาภไิ ธยเมอ่ื วันท่ี ๒๔ กันยายน ๒๕๔๖
ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเม่อื วันท่ี ๒ ตลุ าคม ๒๕๔๖ และมีผลใช้บงั คับ
ในวันท่ี ๓๐ มนี าคม ๒๕๔๗ (ซ่ึงเดิมใชจ้ ากประกาศคณะปฏวิ ัติ ฉบบั ที่
๑๓๒  และฉบบั ที่ ๒๙๔  ท่ใี ชบ้ ังคับมาตั้งแต่ ปี ๒๕๑๕) 

สทิ ธิเด็กตามบทบัญญตั ิของรฐั ธรรมนูญ

17

พระราชบญั ญตั คิ มุ้ ครองเดก็   พ.ศ.  ๒๕๔๖  ไดบ้ ญั ญตั หิ ลกั เกณฑ์
ในการสงเคราะห์คุ้มครองสวัสดิภาพและป้องกันการละเมิดสิทธิเด็กไว้
หลายประการ ครอบคลุมสทิ ธิเด็กตามอนสุ ญั ญาว่าด้วยสทิ ธิเดก็ โดยสรุป
ประเด็นส�ำ คญั ดงั น้ี

๑. คณะกรรมการคุ้มครองเด็ก  กฎหมายกำ�หนดให้มี
คณะกรรมการทำ�หน้าท่ีดำ�เนินการและให้คำ�ปรึกษาแก่หน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องในเร่ืองการสงเคราะห์คุ้มครองสวัสดิภาพ  และส่งเสริม
ความประพฤติเด็กเพ่ือดำ�เนินการให้การคุ้มครองสิทธิเด็กเกิดเป็นรูปธรรม
และมปี ระสิทธภิ าพอย่างต่อเน่ือง

๒. การปกป้องคุ้มครองเด็ก  กฎหมายได้กำ�หนดหน้าที่ของ
ผู้ปกครองและบุคคลผู้เกี่ยวข้องให้ต้องปฏิบัติต่อเด็กอย่างเหมาะสมไว้
ชดั เจน และผู้ฝ่าฝืนย่อมมีโทษท้ังทางปกครองและทางอาญา เช่น ผ้ปู กครอง
กฎหมายกำ�หนดหนา้ ท่ตี ้องใหก้ ารอุปการะเลีย้ งดู อบรมสง่ั สอน และพฒั นา
เด็กท่ีอยู่ในความปกครองดูแลของตน  ตามสมควรแก่ขนบธรรมเนียม
ประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถ่ิน  และต้องคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่
ในความปกครองดูแลของตนมิให้ตกอยู่ในภาวะอันน่าจะเกิดอันตรายแก่
ร่างกายหรอื จิตใจ โดยผูป้ กครองตอ้ งไมก่ ระท�ำ การดงั ต่อไปนี้

18

- ทอดทิ้งเดก็ ไวใ้ นสถานรับเล้ียงเดก็ หรอื สถานพยาบาล
หรือไว้กับบุคคลที่รับจ้างเล้ียงเด็ก  หรือที่สาธารณะ  หรือสถานที่ใด  โดย
เจตนาทจี่ ะไม่รับเด็กกลับคืน

- ละทง้ิ เดก็ ไว้ ณ สถานทใ่ี ด  ๆ โดยไม่จดั ให้มกี ารป้องกัน
ดแู ลสวสั ดิภาพ หรือใหก้ ารเล้ยี งดทู เ่ี หมาะสม

- จงใจหรือละเลยไม่ให้ส่ิงท่ีจำ�เป็นแก่การดำ�รงชีวิต  หรือ
สุขภาพอนามยั จนน่าจะเกิดอนั ตรายแกร่ ่างกายหรือจติ ใจของเดก็

- ปฏิบัติต่อเด็กในลักษณะที่เป็นการขัดขวางการเจริญ
เติบโต หรือพัฒนาการของเดก็

- ปฏบิ ตั ติ ่อเดก็ ในลกั ษณะทเ่ี ป็นการเลีย้ งดูโดยมิชอบ
สำ�หรับบุคคลท่ัวไปกฎหมายบัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดกระทำ�การ
ไม่ว่าเด็กจะยนิ ยอมหรือไมก่ ต็ าม ดังน้ี

- กระทำ�หรือละเว้น
การกระทำ�อันเป็นการทารุณกรรมต่อ
ร่างกายหรอื จติ ใจของเด็ก

  - จงใจหรอื ละเลยไมใ่ ห้
ส่ิงจำ�เป็นแก่การดำ�รงชีวิต  หรือการ
รักษาพยาบาลแก่เด็กท่ีอยู่ในความดูแล
ของตน จนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกาย
หรอื จิตใจของเด็ก

สทิ ธิเด็กตามบทบัญญตั ิของรฐั ธรรมนญู

19

  - บงั คบั ขเู่ ขญ็ ชกั จงู สง่ เสรมิ หรอื ยนิ ยอมใหเ้ ดก็ ประพฤตติ น
ไมส่ มควร หรอื น่าจะท�ำ ให้เดก็ มีความประพฤติเส่ียงต่อการกระท�ำ ผิด

  - โฆษณาทางส่ือมวลชนหรือเผยแพร่ด้วยประการใด
เพื่อรับเด็กหรือยกเด็กให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่ญาติของเด็ก  เว้นแต่เป็นการ
กระท�ำ ของทางราชการ หรอื ไดร้ ับอนุญาตจากทางราชการแลว้
  - บงั คับ ขู่เข็ญ ชกั จงู ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทำ�ด้วย
ประการใดให้เดก็ ไปเป็นขอทาน เด็กเร่ร่อน หรอื ใชเ้ ดก็ เปน็ เครอื่ งมือในการ
ขอทาน หรือการกระท�ำ ผิด หรอื กระท�ำ ดว้ ยประการใดอนั เป็นการแสวงหา
ประโยชน์โดยมิชอบจากเดก็
- ใช้ จ้าง หรือวานเด็กให้ท�ำ งาน หรอื กระท�ำ การอันอาจ
เปน็ อนั ตรายแกร่ า่ งกายหรอื จติ ใจ มผี ลกระทบตอ่ การเจรญิ เตบิ โต หรอื ขดั ขวาง
ต่อพฒั นาการของเดก็
- บังคับ ขเู่ ขญ็ ใช้ ชกั จงู ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้
เด็กเล่นกีฬา หรือให้กระทำ�การใด เพ่อื แสวงหาประโยชน์ทางการคา้ อนั มี
ลกั ษณะเปน็ การขดั ขวางตอ่ การเจรญิ เตบิ โต หรือพฒั นาการของเด็ก หรือมี
ลักษณะเปน็ การทารณุ กรรมตอ่ เด็ก
- ใช้หรือยินยอมให้เด็กเล่นการพนันไม่ว่าชนิดใด  หรือ
เข้าไปในสถานที่เล่นการพนัน  สถานค้าประเวณี  หรือสถานท่ีท่ีห้ามมิให้
เด็กเขา้
  - บังคบั ข่เู ขญ็ ใช้ ชักจูง ยุยง สง่ เสรมิ หรือยนิ ยอมใหเ้ ดก็
แสดงหรอื กระท�ำ การอนั มลี กั ษณะลามกอนาจาร  ไมว่ า่ จะเปน็ ไปเพอ่ื ใหไ้ ดม้ า
ซง่ึ ค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด

20

  - จำ�หน่าย  แลกเปล่ียน  หรือให้สุราหรือบุหร่ีแก่เด็ก
เวน้ แต่การปฏบิ ัตทิ างการแพทย์
  - หา้ มโฆษณาหรอื เผยแพรท่ างสอ่ื มวลชนหรอื สอ่ื สารสนเทศ
ประเภทใด  ซึ่งข้อมูลเก่ียวกับตัวเด็กหรือผู้ปกครอง  โดยเจตนาท่ีจะ
ทำ�ให้เกดิ ความเสยี หายแกจ่ ติ ใจ ชือ่ เสียง เกยี รติคณุ หรอื สทิ ธิประโยชน์
อ่ืนใดของเด็ก หรือเพอ่ื แสวงหาประโยชน์สำ�หรับตนเองหรอื ผ้อู ่ืนโดยมชิ อบ
กฎหมายคุ้มครองเด็กมีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าวเป็นการเฉพาะ
อยู่แล้ว  แต่อย่างไรก็ตาม  หากมีกฎหมายอ่ืนท่ีมีโทษหนักกว่าต้องลงโทษ
ตามกฎหมายนั้น  เช่น  การทารุณเด็กได้รับอันตรายสาหัสหรือตายก็ต้อง
รับโทษตามประมวลกฎหมายอาญาฐานทำ�ร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตราย
สาหสั หรอื ฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ซ่ึงมีโทษจ�ำ คกุ หกเดือนถงึ สิบปี หรือ
โทษประหารชีวติ แลว้ แตก่ รณี
  นอกจากนี้  กฎหมายยังกำ�หนดหน้าท่ีของผู้พบเห็นหรือประสบ
พฤติการณ์ท่ีมีการทำ�ทารุณกรรมต่อเด็กให้รีบแจ้งหรือรายงานต่อพนักงาน
เจ้าหน้าที่  พนักงานฝ่ายปกครอง  หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าท่ีได้รับแจ้งเหตุแล้วพนักงานเจ้าหน้าท่ีมีอำ�นาจเข้า
ตรวจค้นและมีอำ�นาจแยกตัวเด็กจากครอบครัวของเด็กเพื่อคุ้มครอง
สวัสดิภาพเด็กได้โดยเร็วที่สุด  และกฎหมายก็บัญญัติคุ้มครองผู้แจ้งเหตุ
ท่กี ระทำ�โดยสุจริตให้ได้รับความค้มุ ครองไม่ต้องรับผิดท้งั ทางแพ่ง  ทางอาญา
หรอื ทางปกครองแต่อยา่ งใด
พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก  พ.ศ.  ๒๕๔๖  ได้บัญญัติ
หลักเกณฑ์ในการสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพ  โดยเด็กท่ีพึงได้รับ
การสงเคราะห์ ได้แก่

สทิ ธิเด็กตามบทบญั ญัตขิ องรฐั ธรรมนญู

21

- เดก็ เร่ร่อน หรอื เดก็ กำ�พรา้
- เด็กทถ่ี กู ทอดท้ิงหรือพลดั หลง ณ ที่ใดท่ีหน่ึง
- เด็กทผ่ี ปู้ กครองไม่สามารถอปุ การะเลยี้ งดูได้ด้วยเหตุใด ๆ เชน่
ถูกจำ�คุก กกั ขงั พกิ ารทพุ พลภาพ เจบ็ ปว่ ยเรื้อรงั ยากจน เป็นผเู้ ยาว์ หยา่
ถกู ทง้ิ ร้าง เปน็ โรคจิตหรือโรคประสาท
- เด็กที่ผู้ปกครองมีพฤติกรรมหรือประกอบอาชีพไม่เหมาะสม
อันอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกายหรือจิตใจของเด็กท่ีอยู่ใน
ความปกครองดแู ล
- เดก็ ทไ่ี ดร้ บั การเลย้ี งดโู ดยมชิ อบ ถกู ใชเ้ ปน็ เครอ่ื งมอื ในการกระท�ำ
หรือแสวงหาประโยชนโ์ ดยมิชอบ ถกู ทารุณกรรม หรอื ตกอยใู่ นภาวะอ่ืนใด
อันอาจเป็นเหตุให้เด็กมีความประพฤติเส่ือมเสียในทางศีลธรรมอันดีหรือ
เป็นเหตุใหเ้ กดิ อนั ตรายแกก่ ายหรือจติ ใจ
- เด็กพิการ
- เดก็ ท่อี ย่ใู นสภาพยากล�ำ บาก
- เดก็ ท่อี ยใู่ นสภาพที่จ�ำ ต้องได้รบั
การสงเคราะหต์ ามทกี่ �ำ หนดในกฎกระทรวง
สำ�หรับการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก  พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้
บญั ญัติไวว้ ่าเดก็ ทพ่ี งึ ไดร้ ับการคุม้ ครองสวสั ดภิ าพ ได้แก่
- เด็กท่ีถกู ทารุณกรรม
- เดก็ ทีเ่ สีย่ งตอ่ การกระท�ำ ผดิ
- เด็กท่ีอยู่ในสภาพท่ีจำ�ต้องได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามท่ี
ก�ำ หนดในกฎกระทรวง

22

ปฏิญญาสากลวา่ ดว้ ยสิทธิเด็กและเยาวชนขององคก์ าร
สหประชาชาติ

ขอ้ ๑ เดก็ และเยาวชน พงึ ไดร้ บั สิทธิเท่าเทยี มกนั โดยปราศจาก
การแบ่งแยกหรอื กีดกนั ไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ ในเรื่อง เช้อื ชาติ ผิว เพศ ภาษา
ศาสนา ความคิดเหน็ ทางการเมอื ง เผา่ พันธ์แุ หง่ ชาติ หรอื สงั คมทรพั ยส์ นิ
กำ�เนิดหรอื สถานะอืน่ ๆ ไม่วา่ จะของเด็กหรอื ของครอบครวั กต็ าม
ข้อ ๒ เด็กและเยาวชน พงึ ได้รบั การพทิ กั ษ์คุ้มครองเปน็ พิเศษ
อนั จะชว่ ยใหเ้ ดก็ สามารถพัฒนาทั้งทางกาย ทางสมอง และจติ ใจเพื่อใหร้ ว่ ม
อยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งปกตชิ น
ข้อ ๓ เด็กและเยาวชน  มีสิทธิที่จะได้มีชื่อและมีสัญชาติแต่
ก�ำ เนิด
ข้อ ๔ เด็กและเยาวชน  พึงได้รับความมั่นคงทางสังคมและ
เตบิ โตอย่างสมบรู ณ์ ดังนั้นทงั้ แมแ่ ละเดก็ ควรได้รับการดแู ลและคมุ้ ครอง
เป็นพิเศษ ทง้ั เม่อื อยู่ในครรภแ์ ละภายหลังเมอื่ คลอดแล้ว โดยไดร้ ับสิทธิใน
เรือ่ งทีอ่ ยู่อาศยั ได้รับอาหาร ไดร้ ับการดูแลทางแพทย์ และโดยเฉพาะเด็ก ๆ
ใหไ้ ด้รับการเล่นรืน่ เรงิ เพลดิ เพลินด้วย
ข้อ ๕ เดก็ และเยาวชน ท่ีพกิ ารทงั้ ทางรา่ งกาย สมอง และ
จติ ใจ มสี ทิ ธิท่ีจะได้รบั การรักษาพเิ ศษ หมายถึง การดแู ลรกั ษาและการ
ศกึ ษาทเี่ หมาะสมกับสภาวะของเดก็ โดยเฉพาะ
ขอ้ ๖ เด็กและเยาวชน  พึงได้รับความรักและความเข้าใจ
อนั จะช่วยพัฒนาบุคลิกของตน โดยเตบิ โตอยใู่ นความรับผดิ ชอบของ
บิดามารดาของเดก็ เอง และในทกุ กรณี เด็กจะตอ้ งอยู่ในบรรยากาศ

สทิ ธิเด็กตามบทบญั ญตั ขิ องรัฐธรรมนญู

23

ทเี่ ต็มไปด้วยความรกั ความอบอนุ่ ปลอดภัย และไมพ่ ลัดพรากจากพ่อแม่
ในกรณีที่เด็กไม่มีครอบครัวหรือมาจากครอบครัวที่ยากจนและมีลูกมาก
ก็จะไดร้ บั ความชว่ ยเหลือเปน็ พเิ ศษจากรัฐหรอื องค์การตา่ ง ๆ
ข้อ ๗ เดก็ และเยาวชน มีสทิ ธทิ ี่จะได้รบั การศกึ ษา ซึ่งครคู วร
จะจดั ให้เปลา่ อย่างนอ้ ยในช้นั ประถมศึกษา เพ่ือเปน็ การส่งเสริมวัฒนธรรม
โดยทั่ว ๆ ไป และให้เด็กเติบโตเป็นสมาชกิ ผู้ยังประโยชนต์ อ่ สงั คมคนหนง่ึ
การศกึ ษานค้ี ลมุ ไปถงึ การแนะแนวทางชวี ติ   ซง่ึ มบี ดิ ามารดาเปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบ
ก่อนบุคคลอ่ืน  ๆ  เด็กจะต้องมีโอกาสได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน
จากการเลน่ และรื่นเริงพรอ้ มกันไปดว้ ย
ขอ้ ๘ เดก็ และเยาวชน จะเป็นบุคคลแรกที่ไดร้ ับการค้มุ ครอง
และสงเคราะห์ในทกุ กรณี

ข้อ ๙ เด็กและเยาวชน  พึงได้รับการปกป้องให้พ้นจากการ
ถกู ทอดทง้ิ จากความโหดรา้ ยทารณุ และการถกู ขม่ เหง รงั แกทกุ ชนดิ เดก็ จะ
ตอ้ งไมก่ ลายเปน็ สนิ คา้ ไมว่ า่ ในรปู ใด จะตอ้ งไมม่ กี ารรบั เดก็ เขา้ ท�ำ งานกอ่ นวยั
อันสมควร ไม่มกี ารกระทำ�ใด ๆ อนั จะมชี ักจงู หรืออนุญาตเด็กให้จำ�ตอ้ ง
รบั จา้ งทำ�งาน ซึ่งอาจจะเป็นผลร้ายตอ่ สุขภาพของเดก็ หรอื เปน็ เหตุใหก้ าร
พฒั นาทางกายทางสมองและทางจิตใจของเด็กต้องเส่อื มลง

24

ข้อ ๑๐ เด็กและเยาวชน  พึงได้รับการคุ้มครองให้พ้นจาก
การกระทำ�ท่ีแสดงถึงการกีดกัน แบง่ แยก ไมว่ า่ ทางเช้อื ชาติ ศาสนาหรือ
รปู ใด ๆ เดก็ จะต้องไดร้ ับการเล้ียงดใู หเ้ ติบโตขนึ้ มา ในภาวะแห่งจิตทเี่ ต็ม
ไปดว้ ยความเขา้ อกเขา้ ใจ และมีการหย่อนหนักหย่อนเบามติ รภาพระหว่าง
ชนชาติต่าง ๆ สนั ตภิ าพ และภาพสากล และดว้ ยการส�ำ นึกเตม็ ท่ีวา่ พละ
กำ�ลังและความสามารถพิเศษในตัวเขา  ควรจะอุทิศเพ่ือรับใช้เพื่อนมนุษย์
ด้วยกัน

สทิ ธเิ ด็กตามบทบญั ญตั ิของรัฐธรรมนูญ

25

สิทธปิ ระโยชนข์ องเดก็ ตามพระราชบญั ญตั คิ ้มุ ครองเด็ก
พ.ศ. ๒๕๔๖

๑. การปฏิบตั ติ ่อเด็กต้องค�ำ นงึ ถงึ ประโยชนส์ ูงสดุ ของเดก็ และ
ไมใ่ ห้เลือกปฏบิ ัติ
๒. เด็กต้องได้รับการอุปการะ
เลี้ยงดู  อบรมส่ังสอน  พัฒนาจากบิดา
มารดา หรือผปู้ กครอง
๓. เด็กมีสิทธิได้รับการปกป้อง
คุ้มครองมิให้ตกอยู่ในภาวะอันน่าจะเป็น
อันตรายต่อร่างกาย  จิตใจ  หรือขัดขวาง
การเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก
รวมทั้งได้รับการสงเคราะห์และส่งเสริม
ความประพฤติ
๔. กำ�หนดหน้าท่ผี ้ปู กครองมิให้
ทอดท้งิ เด็ก  หรือเล้ยี งเด็กโดยมิชอบ  หรือ
ไมใ่ หส้ ง่ิ ทจ่ี ำ�เป็นแกก่ ารด�ำ รงชพี จนนา่ จะเกิดอันตรายแกร่ า่ งกาย จติ ใจของ
เดก็ หรอื ขดั ขวางความเจรญิ เตบิ โต และพฒั นาการของเดก็
๕. เด็กต้องได้รับการคุ้มครองจากการโฆษณาผ่านส่ือต่าง  ๆ
หรือสารสนเทศ ในทางทเ่ี ป็นภยั ตอ่ อนาคตของเดก็ หรือ น่าจะทำ�ให้เดก็ เกดิ
ความเสยี หายแก่ช่อื เสยี งเกียรติคุณ

26

๖. เดก็ มสี ทิ ธไิ ดร้ บั การดแู ลสขุ ภาพ การศกึ ษา นนั ทนาการ การฝกึ
อาชีพ การแนะแนวใหค้ ำ�ปรกึ ษา การฝกึ อบรม การบ�ำ บัดรกั ษา การฟน้ื ฟู
สภาพรา่ งกายและจิตใจ การสง่ เสรมิ ความประพฤติทีเ่ หมาะสม

๗. กำ�หนดห้ามมิให้ผู้ใดปฏิบัติตนบางอย่างท่ีเป็นผลร้ายต่อเด็ก
เชน่   การกระท�ำ หรอื ละเวน้ การกระท�ำ อนั เปน็ การทารณุ กรรมตอ่ รา่ งกายหรอื
จิตใจของเดก็ บงั คับ ขู่เขญ็ ชักจูงส่งเสริม หรอื ยนิ ยอมให้เดก็ ประพฤติตน
ไม่สมควรแก่วัยหรือกระทำ�การใดอันเป็นการแสวงหาผลประโยชน์
โดยมิชอบจากเดก็ ฯลฯ
๘. กำ�หนดให้มีกลไกในรูปคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ
กรุงเทพมหานครและคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด  ทำ�หน้าท่ีเสนอ
นโยบาย แผน และก�ำ หนดมาตรการในเรอ่ื งการสงเคราะห์ การคุม้ ครอง
สวสั ดภิ าพ และการส่งเสริมความประพฤตเิ ดก็ รวมทัง้ ใหค้ ำ�แนะนำ�แก่
หนว่ ยงานภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องการคุม้ ครองเด็ก
๙. กำ�หนดให้หัวหน้าส่วนราชการทั้งส่วนกลางส่วนภูมิภาคและ
สว่ นทอ้ งถน่ิ มหี นา้ ทด่ี แู ลและคมุ้ ครองสวสั ดภิ าพเดก็ ทอ่ี ยใู่ นเขตอ�ำ นาจ รวมทง้ั
ดูแลและตรวจสอบ สถานรับเลยี้ งเด็ก สถานแรกรบั สถานสงเคราะห์ สถาน
คุ้มครองสวัสดภิ าพ และสถานพฒั นา และฟนื้ ฟูในเขตอำ�นาจ

สทิ ธเิ ด็กตามบทบญั ญตั ขิ องรฐั ธรรมนูญ

27

สิทธคิ ุ้มครองเดก็ ตามบทบญั ญัตขิ องรฐั ธรรมนญู
แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๕๐  มีบท
บัญญัติท่ีให้การคุ้มครองสิทธิของบุคคลรวมทั้งสิทธิเด็กและได้บัญญัติ
หลกั การส�ำ คญั   ๆ  หลายประการตามอนสุ ญั ญาวา่ ดว้ ยสทิ ธเิ ดก็   ซง่ึ เปน็ การ
แสดงเจตนารมณท์ จ่ี ะคมุ้ ครองสทิ ธเิ ดก็ และเปน็ การก�ำ หนดวา่ กฎหมายอน่ื ๆ
ทเ่ี กย่ี วกบั เรอ่ื งเดก็ จะตอ้ งคมุ้ ครองสทิ ธเิ ดก็ ตามทก่ี �ำ หนดไวใ้ นรฐั ธรรมนญู ดว้ ย
รฐั ธรรมนญู ได้ก�ำ หนดคุ้มครองสิทธเิ ดก็ ไวใ้ นมาตราตา่ ง  ๆ  ดงั น้ี
มาตรา ๔ ศกั ดศ์ิ รคี วามเปน็ มนษุ ย ์ สทิ ธิ เสรภี าพ และความเสมอภาค
ของบุคคล ย่อมได้รับความคมุ้ ครอง 
เจตนารมณ์ของมาตรา ๔ เพอื่ วางหลักทวั่ ไปว่าด้วยการคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชน โดยคุ้มครองศักดิ์ศรคี วามเปน็ มนษุ ย์ สทิ ธิ เสรภี าพอื่น และ
ความเสมอภาคของบุคคล
การรับรองและคุ้มครองศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์  สิทธิและ
เสรีภาพ  ความเสมอภาคของบุคคลท่ีปฏิญญาสากลหรืออนุสัญญาแห่ง
องคก์ ารสหประชาชาติรบั รอง และประเทศไทยรว่ มเป็นภาคี เป็นสิทธิขน้ั
พ้ืนฐานของมนุษย์ทุกคนพึงได้รับโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ  โดยไม่
คำ�นึงถึงว่าบุคคลน้ัน  ๆ  จะเป็นคนสัญชาติไทยหรือไม่  เช่น  คนต่างด้าว
คนไร้รัฐ คนไร้สญั ชาติ ชนกล่มุ น้อย ในฐานะท่เี ป็นมนุษยแ์ ละอาศัยอย่ใู น
ราชอาณาจักรไทยไม่วา่ ชว่ั คราวหรอื ถาวร ยอ่ มไดร้ บั ความคมุ้ ครองเชน่ เดยี ว
กบั ชนชาวไทย  เพยี งแตบ่ คุ คลดงั กลา่ วจะกลา่ วอา้ งสทิ ธติ ามกฎหมายท�ำ นอง
เดยี วกบั ชนชาวไทยไมไ่ ด้

28

เด็กทเ่ี กิดแต่บคุ คลดังกล่าวย่อมมีสทิ ธมิ ีชวี ิตอยรู่ อด มีสิทธิไดร้ ับ
การบนั ทึกการเกดิ เพอ่ื ให้ปรากฏตวั ตน มีสิทธิไดร้ ับการดแู ลขน้ั พื้นฐานตาม
สมควร
เด็กท่ีเกิดในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ปรากฏบิดาหรือมารดาว่า
เป็นบคุ คลใด ย่อมไดร้ ับความคุ้มครองศกั ดิ์ศรีความเปน็ มนษุ ย์ และมีสทิ ธิ
ได้รับการดูแลขนั้ พนื้ ฐาน รวมทั้งรบั รองสถานภาพด้วย
มาตรา ๕๒ เด็กและเยาวชน มสี ิทธิในการอยู่รอดและไดร้ ับการ
พฒั นาด้านรา่ งกาย จิตใจ และสตปิ ัญญา  ตามศกั ยภาพในสภาพแวดล้อม
ที่เหมาะสม โดยคำ�นึงถึงการมสี ว่ นร่วมของเดก็ และเยาวชนเป็นสำ�คญั  

เด็ก  เยาวชน  สตรี  และบุคคลในครอบครัว  มีสิทธิได้รับ
ความคุ้มครองจากรัฐ  ให้ปราศจากการใช้ความรุนแรงและการปฏิบัติอัน
ไม่เปน็ ธรรม ท้ังมีสิทธไิ ด้รับการบ�ำ บดั ฟน้ื ฟใู นกรณที มี่ เี หตดุ ังกล่าว
การแทรกแซงและการจำ�กัดสิทธิของเด็ก  เยาวชนและบุคคล
ในครอบครัว  จะกระทำ�มิได้  เว้นแต่โดยอาศัยอำ�นาจตามบทบัญญัติ
แห่งกฎหมาย  เฉพาะเพื่อสงวนและรักษาไว้ซ่ึงสถานะของครอบครัวหรือ
ประโยชนส์ ูงสุดของบุคคลนั้น 

สทิ ธเิ ด็กตามบทบญั ญตั ิของรฐั ธรรมนูญ

29

เด็กและเยาวชนซ่ึงไม่มีผู้ดูแลมีสิทธิได้รับการเล้ียงดูและการ
ศึกษาอบรมท่เี หมาะสมจากรฐั    
เจตนารมณข์ องมาตรา ๕๒ เพ่อื คมุ้ ครองสทิ ธิเด็ก เยาวชน สตรี
และบุคคลในครอบครัว
(๑) กำ�หนดให้เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนแอใน
สังคมได้รับการรับรองและปกป้องคุ้มครองสิทธิเป็นพิเศษยิ่งกว่าบุคคล
ทว่ั ไป กล่าวคือ

- ทัง้ สิทธอิ ยูร่ อดนับแต่แรกเกดิ
- สิทธิไดร้ ับการพฒั นารอบด้านทั้งรา่ งกาย จติ ใจ สตปิ ญั ญา
ตามศักยภาพในสภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสม  โดยเฉพาะในช่วงหกขวบแรก
ของชีวติ
- สิทธิได้รับการปกป้องคุ้มครองจากความรุนแรงท้ังปวง
ไมว่ ่าจากครอบครวั หรอื สังคม
- สิทธิการมีส่วนร่วมตามสมควรแก่วัย  ในกิจกรรมที่มี
ผลกระทบหรือเกยี่ วขอ้ งกับตน

30

(๒) เดก็ เยาวชน สตรี และบุคคลในครอบครัว ค�ำ วา่ “บคุ คลใน
ครอบครัว” ซง่ึ หมายความรวมถึง ทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะเดก็ สตรี และ
ผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่อาศัยอยู่ในครอบครัวหรือครัวเรือนเดียวกันมีสิทธิได้
รับความคุ้มครองมิให้ได้รับความรุนแรงและการปฏิบัติอันไม่เป็นธรรมจาก
บุคคลในครอบครัวเดียวกัน  ทั้งน้ี  มาตรการคุ้มครองไม่ควรใช้วิธีการทาง
อาญาโดยเคร่งครัด  ควรให้ความ
สำ�คัญแก่มาตรการป้องกันและแก้ไข
ฟื้นฟูมากกว่า  โดยคำ�นึงถึงการมี
ส่วนร่วมของบุคคลในครอบครัวหรือ
โดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุ
รนุ แรง
(๓) ห้ามแทรกแซงและ
จำ�กัดสิทธิของเด็ก  เยาวชนและ
บุคคลในครอบครัว  ในด้านความ
เปน็ อยู่ส่วนตัว ความสัมพันธ์ภายใน
ครอบครัว  และความเป็นสถาบันครอบครัวท่ีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
รับรองและคุ้มครอง  เว้นแต่อาศัยอำ�นาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่
บัญญัติไว้เฉพาะ  เพ่ือสงวนและรักษาสถานะของครอบครัวหรือประโยชน์
สูงสุดของบุคคลนั้น  เช่น  การแทรกแซงสถาบันครอบครัวเพ่ือประโยชน์
สูงสุดในการคุ้มครองเด็กหรือบุคคลท่ีถูกกระทำ�รุนแรงในครอบครัว  หรือ
แทรกแซง เพือ่ ชว่ ยเหลอื สงเคราะห์ หรอื ใหค้ ำ�ปรึกษาแนะน�ำ แกค่ รอบครวั
ทป่ี ระสบปัญหาทางสังคม เปน็ ตน้

สทิ ธเิ ด็กตามบทบญั ญัติของรฐั ธรรมนญู

31

(๔) เด็กและเยาวชนท่ไี ม่มผี ดู้ แู ล  เช่น  เดก็ ก�ำ พร้าหรือถกู ทอดทง้ิ
ต้องได้รับการปกป้องคุ้มครองเป็นพิเศษจากรัฐ  โดยรัฐต้องเล้ียงดูและ
ให้การศึกษาอบรมให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาที่เด็กและเยาวชนแต่ละคน
ประสบ
มาตรา ๕๕ บคุ คลซึง่ ไร้ทอ่ี ยู่อาศัยและไม่มีรายไดเ้ พียงพอแกก่ าร
ยังชพี ย่อมมสี ิทธไิ ด้รบั ความช่วยเหลือทีเ่ หมาะสมจากรฐั
เจตนารมณ์ของมาตรา  ๕๕  เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ยากไร้ 
จึงกำ�หนดให้รัฐต้องช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่ไม่มีท่ีอยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง  และ
ไม่มรี ายได้เพยี งพอตอ่ การยงั ชีพ ให้มที อี่ ยอู่ าศัยตามความเหมาะสมและมี
รายได้เพยี งพอแกก่ ารดำ�รงชีพอย่างสมศักดศิ์ รี
มาตรา   ๘๐  รัฐต้องดำ�เนินการตามแนวนโยบายด้านสังคม
การสาธารณสุข การศึกษา และวฒั นธรรม ดังต่อไปนี้

32

(๑) คุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน  สนับสนุนการอบรม
เลี้ยงดูและให้การศึกษาปฐมวัย  ส่งเสริมความเสมอภาคของหญิงและชาย
เสริมสร้างและพัฒนาความเป็นปึกแผ่นของสถาบันครอบครัวและชุมชน 
รวมทง้ั ต้องสงเคราะหแ์ ละจดั สวัสดกิ ารใหแ้ กผ่ สู้ งู อายุ ผู้ยากไร้ ผพู้ กิ ารหรือ
ทุพพลภาพ  และผู้อยู่ในสภาวะยากลำ�บาก  ให้มีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึนและ
พึง่ พาตนเองได้

(๒) ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาระบบสขุ ภาพที่เนน้ การสรา้ ง
เสริมสุขภาพอันนำ�ไปสู่สุขภาวะที่ย่ังยืนของประชาชน  รวมทั้งจัดและ
ส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานอย่างท่ัวถึงและ
มีประสิทธิภาพ  และส่งเสริมให้เอกชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา
สุขภาพ  และการจัดบริการสาธารณสุข  โดยผู้มีหน้าท่ีให้บริการดังกล่าว
ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าท่ีตามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรมย่อมได้รับความ
คมุ้ ครองตามกฎหมาย

สทิ ธิเด็กตามบทบญั ญัตขิ องรัฐธรรมนูญ

33

(๓) พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาในทุกระดับ
และทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม
จัดให้มีแผนการศึกษาแห่งชาติ  กฎหมายเพ่ือพัฒนาการศึกษาของชาติ 
จัดให้มีการพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ก้าวหน้าทัน
การเปล่ียนแปลงของสังคมโลก  รวมทั้งปลูกฝังให้ผู้เรียนมีจิตสำ�นึกของ
ความเป็นไทย  มีระเบียบวินัย  คำ�นึงถึงประโยชน์ส่วนรวม  และยึดมั่นใน
การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ
(๔) ส่งเสริมและสนับสนุนการกระจายอำ�นาจเพื่อให้องค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน  ชุมชน  องค์การทางศาสนา  และเอกชน  จัดและ
มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนามาตรฐานคุณภาพการศึกษาให้
เทา่ เทยี มและสอดคล้องกับแนวนโยบายพ้ืนฐานแห่งรัฐ
(๕) สง่ เสริมและสนบั สนนุ การศกึ ษาวจิ ยั ในศลิ ปวทิ ยาการแขนง
ตา่ ง ๆ และเผยแพรข่ อ้ มูลผลการศกึ ษาวิจยั ท่ไี ดร้ ับทุนสนบั สนนุ การศกึ ษา
วจิ ัยจากรัฐ
(๖) ส่งเสรมิ และสนบั สุนความรรู้ ักสามคั คแี ละการเรยี นรู้ ปลกู จิต
ส�ำ นกึ และเผยแพรศ่ ลิ ปวฒั นธรรม ขนบธรรมเนยี มประเพณขี องชาติ ตลอดจน
ค่านิยมอันดงี ามและภมู ิปญั ญาท้องถ่นิ

34

เจตนารมณ์ของมาตรา  ๘๐  เพื่อกำ�หนดเป็นนโยบายอันสำ�คัญ
ของรัฐบาลในการพัฒนาสงั คม การศกึ ษา การสาธารณสขุ และวฒั นธรรม
ของชาต ิ เพอ่ื การพฒั นาคนใหม้ คี ณุ ภาพซง่ึ เปน็ การพฒั นาประเทศอยา่ งยง่ั ยนื
(๑) รัฐบาลต้องคุ้มครองสิทธิของเด็กและเยาวชนให้ได้รับการ
พฒั นาอย่างเตม็ ท่ที ั้งด้านร่างกาย จติ ใจ และสติปัญญา การอบรมเลย้ี งดู
และการศึกษาปฐมวัย  เสริมสร้างความม่ันคงของสถาบันครอบครัว  และ
ความเสมอภาคหญิงชาย ตลอดจนจดั การสงเคราะห์ และจดั สวสั ดกิ ารแก่
ผสู้ งู อายุ ผ้ยู ากไร้ ผพู้ กิ ารหรอื ทุพพลภาพ หรอื ผู้อยู่ในสภาวะยากล�ำ บาก
ให้มีคุณภาพชีวิตท่ีดีและพึ่งตนเองได้  โดยส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง
และมสี ่วนร่วมในภารกจิ ดังกลา่ ว
(๒) รัฐบาลต้องพัฒนาระบบสุขภาพเพ่ือสร้างเสริมสุขภาพที่
ย่ังยืนของประชาชน  ส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขท่ีได้
มาตรฐานอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ  รวมทั้งส่งเสริมให้ภาคเอกชน
และชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาพและจัดบริการสาธารณสุข  ท้ังนี้
บุคลากรที่ให้บริการด้านสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรม
ย่อมได้รับความคมุ้ ครองตามกฎหมาย

สิทธิเด็กตามบทบัญญตั ิของรฐั ธรรมนญู

35

(๓) รัฐบาลต้องพัฒนาคุณภาพและการจัดการศึกษาให้ได้
มาตรฐานทุกระดับและทุกรูปแบบ  โดยต้องจัดให้มีแผนและกฎหมายเพ่ือ
พัฒนาการศึกษา  รวมทั้งพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้
ทันความเปล่ียนแปลงของสังคมโลก  โดยเน้นการเสริมสร้างคุณภาพของ
ผเู้ รียนให้ประกอบด้วยความมีวินัย มีจิตอันเปน็ สาธารณะ และยึดม่ันใน
อุดมการณ์การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง
เป็นประมขุ
(๔) รัฐบาลต้องส่งเสริมสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ชุมชน องค์การทางศาสนาและเอกชนซ่งึ มคี วามพรอ้ ม ให้มสี ่วนร่วมในการ
จัดการศึกษาตั้งแต่ก่อนและในระดับปฐมวัยให้ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ
เท่าเทยี มกนั
(๕) รฐั บาลตอ้ งสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ การศกึ ษาวจิ ยั ในสาขาตา่ ง ๆ
อยา่ งกว้างขวาง
(๖) รฐั บาลต้องสง่ เสรมิ ความสามัคคขี องคนในชาติ ให้ตระหนกั
ในความสำ�คัญและพึงหวงแหนศิลปวัฒนธรรม  ขนบธรรมเนียมประเพณี
คา่ นิยมอนั ดงี ามของชาติ และภมู ิปญั ญาของท้องถ่ิน

36

บทบาทในฐานะของผ้เู ก่ยี วขอ้ งการคมุ้ ครองสทิ ธิเดก็

ส�ำ หรบั บทบาทและการด�ำ เนนิ การเพอ่ื คมุ้ ครองและพทิ กั ษส์ ทิ ธเิ ดก็
ทง้ั ในดา้ นการพฒั นา  การคมุ้ ครอง  ปอ้ งกนั   และการแกไ้ ขปญั หา จะมงุ่ เนน้
การพัฒนาต่อเด็ก  ควบคู่ไปกับการพัฒนาครอบครัวและการมีส่วนร่วม
ของชุมชนและสังคม  ตลอดจนการรณรงค์เผยแพร่  เพ่ือส่งเสริมและ
ค้มุ ครองการละเมิดสิทธิเด็ก  อีกท้งั ดำ�เนินการโดยใช้มาตรการทางกฎหมาย
ผ่านกระบวนการยุติธรรม  บุคคลที่เก่ียวข้องกับเด็กมีหลายกลุ่ม  ต่างมี
บทบาทหน้าที่แตกต่างกันตามฐานะ  เร่ิมต้ังแต่บุคคลในครอบครัว  ชุมชน
โรงเรียน  องค์กรต่าง  ๆ  เป็นต้น  โดยเฉพาะบุคคลที่ต้องทำ�งานกับเด็ก 
ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ในฐานะ  “ผู้ให้สิทธิ”  จะต้องเป็นผู้ที่มีเด็กอยู่ในหัวใจ
รแู้ ละตระหนกั ในสทิ ธขิ องเดก็   โดยค�ำ นงึ ถงึ ประโยชนส์ งู สดุ ของเดก็   และปฏบิ ตั ิ
ต่อเด็กอย่างเท่าเทียมกัน  บทบาทของกลุ่มบุคคลท่ีเกี่ยวข้องใกล้ชิดและมี
ความส�ำ คัญกบั เดก็ ทีจ่ ะกลา่ วถงึ คือ

สิทธเิ ด็กตามบทบัญญตั ขิ องรัฐธรรมนูญ

37

บทบาทของพ่อแมผ่ ปู้ กครอง

พ่อแม่ผู้ปกครองหรือกลุ่มคนในครอบครัว  ถือเป็นกลุ่มคนแรกที่
สำ�คัญที่ต้องดูแลเด็กให้ได้รับการดูแลตามสิทธิที่พึงได้ตามกฎหมาย  อีกท้ัง
ยังชี้แนะในทางท่ีถูกท่ีควรให้กับเด็ก  ส่งเสริมพัฒนาการให้เด็กได้รับการ
ดูแลเพ่ือให้มีชีวิตรอดอย่างปลอดภัย  ในปัจจุบันพ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่
ไม่ค่อยมีเวลาอยู่ร่วมกับเด็ก  หรือมีเวลาอยู่ร่วมกับเด็กแต่ไม่สามารถใช้
เวลาท่ีมีอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ  เหมือนกับต่างคนต่างอยู่  ไม่มีการพึ่งพา
อาศัยซึ่งกันและกัน  ทำ�ให้อยู่ร่วมกันไม่มีความสุข  สมาชิกในครอบครัว
ควรมีวิธีการหรือจัดกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวอย่างมีคุณภาพ  ก็จะ
ท�ำ ใหค้ รอบครวั นา่ อยู่ มชี ีวิตทีเ่ ปน็ สขุ ยิง่ ขนึ้ พ่อแม่ผูป้ กครองมหี นา้ ที่เลีย้ งดู
เด็กให้เจริญเติบโตท้ังด้านร่างกาย  จิตใจ  และสังคม  สนับสนุนให้ศึกษา
เล่าเรียนตามความสามารถและสติปัญญาของบุตรอย่างเต็มกำ�ลังความ
สามารถ ใหค้ วามรักความอบอนุ่ ความม่ันคงปลอดภยั มีการพดู จาสอื่ สาร
ท่ีดีต่อกัน  มีการส่งเสริมประสบการณ์ชีวิตให้เด็ก  ฝึกให้รู้จักช่วยเหลือ
งานบา้ น ฝึกใหเ้ ด็กไดต้ ดั สินใจเลอื กด้วยตนเอง สอนให้มคี วามกตญั ญตู ่อ
ผูม้ พี ระคุณ ส่ิงสำ�คญั ท่ีสดุ คอื พ่อแม่ผปู้ กครองต้องท�ำ ตวั เป็นตวั อยา่ งท่ดี ีให้
เด็กไดเ้ ห็น และเลยี นแบบได้

38

บทบาทของครู

ครู  ถือว่าเป็นบุคคลสำ�คัญรองลงมาจากพ่อ  แม่  ผู้ปกครอง
บุคคลในครอบครัว  ที่มีบทบาทหน้าที่ในการดูแลเด็ก  เพ่ือให้เด็กมีความ
เจรญิ เตบิ โต มีการพัฒนาการทุกดา้ นตามวยั และมกี ารเรยี นร้ทู เ่ี หมาะสม
โดยครูใช้กระบวนการพัฒนานักเรียนอย่างเป็นระบบ  เริ่มตั้งแต่การ
วิเคราะห์ความสามารถของนักเรียนเป็นรายคน  พัฒนานักเรียนตาม
ความสามารถอยา่ งเตม็ ศักยภาพ จัดกจิ กรรมการเรียนการสอนทเี่ ต็มก�ำ ลัง
เตม็ เวลา เตม็ หลักสตู ร สง่ เสริมพฒั นาการและการเรียนรขู้ องเด็กในลกั ษณะ
บรู ณาการเชิงสรา้ งสรรค์ กล่าวคือ ใหเ้ ด็กได้พฒั นาด้านจติ ใจ อารมณ์ สังคม
และจริยธรรมไปพร้อม ๆ กัน จัดกิจกรรมท่คี ำ�นึงถงึ การมีส่วนร่วมของเด็ก
ในการทีจ่ ะแสดงความคิดเห็น การแสดงออกโดยให้โอกาสเด็กไดเ้ รียนรูจ้ าก
ประสาทสัมผสั ทั้งห้า การเคลอื่ นไหว การเล่น และการลงมอื กระท�ำ รวมทั้ง
การปฏสิ มั พันธ์กับเดก็ ด้วยคำ�พูด กริ ยิ าทา่ ทางที่น่มุ นวล ออ่ นโยน แสดง
ความรกั ความอบอนุ่ ครจู ะตอ้ งสงั เกต มีความรแู้ ละเข้าใจพฤตกิ รรมท่ีเป็น
ปญั หา และไม่พงึ ประสงคข์ องเด็ก ซ่ึงอาจจะเกิดจากการเจริญเติบโต หรือ
การปรบั ตวั ตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม และหากไมไ่ ดร้ บั การแกไ้ ขตามแนวทางทเ่ี หมาะสม
อาจนำ�ไปสูป่ ญั หาทางพฤตกิ รรมของเด็กในอนาคตได้

สทิ ธเิ ด็กตามบทบัญญัตขิ องรัฐธรรมนูญ

39

การละเมิดสทิ ธิมนษุ ยชนกบั เด็กและเยาวชน

การละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชนในสังคมไทยมีปรากฏในหลาย
รูปแบบ  ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาหลายทศวรรษและ
ยังคงดำ�รงสืบเน่ืองในสังคมไทย  และมีแนวโน้มขยายความรุนแรงมากข้ึน
การละเมิดสิทธิเด็กที่เกิดขึ้นกับกลุ่มเด็กและเยาวชนจะแตกต่างกันไป
ไดแ้ ก่

๑. การถูกละเมิดของเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
ที่ไม่ได้รับการคุ้มครอง  ไม่ได้รับการดูแลการรักษาฟ้ืนฟูอันท่ีพึงได้อย่าง
เหมาะสมหมายถึง  เด็กที่มีความแตกต่างจากเด็กปกติ  ซึ่งยังไม่ได้รับ
การบริการรวมถึงการแก้ไขข้ันพ้ืนฐานต่าง  ๆ  จากรัฐ  เช่น  การศึกษา
สาธารณูปโภค ท่เี หน็ ไดจ้ ากการปฏบิ ตั ิจรงิ เชน่ เด็กพิการดา้ นตา่ ง ๆ เดก็
ที่มีปัญหาเร่ืองการเรียนรู้ทางปัญญา  เด็กกำ�พร้า  เด็กท่ีบิดามารดาต้อง
โทษจำ�คกุ เด็กยากจน ครอบครวั ทีม่ ีรายไดต้ า่ํ เปน็ ตน้ เกณฑท์ ีใ่ ช้ในการ
พิจารณาดูได้จากการที่ครอบครัวหรือผู้ดูแลที่ไม่สามารถดูแลเด็กเหล่านี้
ใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพของเดก็ ได้ จ�ำ เปน็ ตอ้ งไดร้ บั การสนบั สนนุ ความชว่ ยเหลอื
จากหน่วยงานของรฐั หรือองคก์ รเอกชน

40

๒. การละเมิด  ท้ังทางร่างกาย  จิตใจ  จากการถูกปล่อยปละ
ละเลย ไมไ่ ด้รบั การเอาใจใสเ่ ท่าทีค่ วร เด็กอยู่ในภาวะเสย่ี ง คอื เด็กทม่ี ี
สภาพแวดลอ้ มทางสงั คมไม่ว่าทคี่ รอบครัว โรงเรียน ชมุ ชน ท่ีมีความเสี่ยง
จะถกู กระท�ำ ทารณุ กรรม ถูกปล่อยละเลย หรอื ถูกทอดทง้ิ ในรปู แบบต่าง ๆ
ซึง่ อาจจะไดร้ บั อันตรายต่อสุขภาพกาย สขุ ภาพจิต พัฒนาการทางร่างกาย
พัฒนาการทางดา้ นสตปิ ัญญา พัฒนาการด้านอารมณจ์ ิตใจ พฒั นาการด้าน
สงั คม พัฒนาการด้านครอบครัว ซึ่งอาจมีปัญหาพฤตกิ รรมไดใ้ นอนาคต
๓. เด็กถูกละเมิดจากการถูกกระทำ�  คือ  เด็กท่ีถูกปล่อยปละ
ละเลยหรือถูกทอดท้ิง  ให้ตกอยู่ในภาวะอันตรายรวมทั้งถูกทำ�ร้ายทุบตี
ทารุณ ถกู ท�ำ รา้ ยร่างกาย ทางจติ ใจ หรือถูกล่วงเกินทางเพศจากบคุ คลใน
สังคมแวดล้อมหรือแม้แต่บุคคลภายนอก  นอกจากน้ีปัญหาการกระทำ�
ทารณุ ตอ่ แรงงานเดก็ อาจออกมาในรปู แบบการถูกใชแ้ รงงานหนกั เดก็ ถูก
นายจ้างทุบตี ท�ำ รา้ ย และข่มขนื

สทิ ธเิ ด็กตามบทบญั ญัติของรฐั ธรรมนญู

41

๔. สทิ ธิอันพึงเขา้ ถึงและได้รบั การบริการต่างๆ ฟืน้ ฟแู ละบำ�บดั
เดก็ ท่ีมปี ัญหาพฤตกิ รรม คอื เด็กทม่ี ีพฤตกิ รรมผดิ แผกแตกต่างไปจากเดก็
ปกติในวัยเดียวกันและมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืน  ต่อต้าน  กฎเกณฑ์ของสังคม
ตอ่ ต้านระเบยี บธรรมเนียมปฏิบตั ขิ องสถาบนั ทางสังคมที่เด็กสงั กดั อยู่ เชน่
ครอบครัว โรงเรียน หรอื แม้แตช่ มุ ชน
๕. การคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมต่อเด็กกระทำ�ความผิด
คอื เดก็ ที่กระท�ำ ความผดิ ทางอาญา  และเปน็ เด็กทีอ่ าจมีปญั หาพฤติกรรม
ถกู ปล่อยปละละเลย และอาจถกู ทารุณกรรมมากอ่ น

42

แนวทางการแก้ไขการละเมิดสิทธเิ ด็ก

๑. การสรา้ งความรกั ความอบอนุ่ ใหเ้ กดิ ในครอบครวั
๒. การปลูกฝังคณุ ธรรมจริยธรรมให้ทุกคนในสงั คม
๓. ช่วยกันแจง้ เบาะแสการทารณุ เดก็ ให้เจา้ หน้าท่ที ราบ
๔. ผู้ใหญค่ วรเปน็ แบบอยา่ งทีด่ ี พดู จาอ่อนโยนไมท่ อดท้ิงพร้อม
ยนื เคียงข้างใหก้ ำ�ลงั ใจเดก็ ทีป่ ระสบปญั หา


สิทธิเด็กตามบทบญั ญตั ิของรัฐธรรมนูญ

43

หน่วยงานท่ีใหค้ วามชว่ ยเหลือเด็ก

หน่วยงานของรัฐท่ีมีบทบาทในการช่วยเหลือเด็กตามพระราช
บัญญัติฉบับนี้  ได้แก่  กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงยตุ ิธรรม นอกจาก
นีย้ ังมีองคก์ รท่ีท�ำ หน้าท่ชี ว่ ยเหลือเด็กในรปู แบบของมลู นธิ ิตา่ ง ๆ อกี เชน่
- มลู นธิ คิ มุ้ ครองเดก็ จดั ตง้ั เพอ่ื ใหก้ ารปอ้ งกนั คมุ้ ครอง ชว่ ยเหลอื
ฟื้นฟแู ละพัฒนาเด็กไทยท่ปี ระสบภาวะทุกขย์ าก ถูกทอดทิ้งในสงั คม

44

- มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก  เป็นโครงการหนึ่งของมูลนิธิเด็ก
จนกระทง่ั ไดก้ อ่ ตง้ั เปน็ มลู นธิ ศิ นู ยพ์ ทิ กั ษเ์ ดก็ เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๔๐ มวี ตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือชว่ ยเหลือ ปกป้องคุ้มครองเด็กทถ่ี กู ละเมิดสทิ ธติ งั้ แตแ่ รกเกดิ จนถงึ อายุ
๑๘ ปี เชน่ การถกู ทำ�ร้ายรา่ งกาย การถกู ละเมดิ ล่วงเกินทางเพศ การล่อลวง
บังคบั ให้ค้าประเวณี การใช้แรงงานเด็กอยา่ งไมเ่ ป็นธรรม เป็นตน้

สิทธิเด็กตามบทบญั ญัติของรัฐธรรมนญู

45

- มลู นธิ ปิ วีณา หงสกุล เปน็
มูลนิธิท่ีจัดตั้งข้ึนเพื่อช่วยเหลือเด็ก
และสตรีท่ีด้อยโอกาสท่ีถูกละเมิด
สทิ ธ ิ ถกู ทารณุ กรรมในรปู แบบตา่ ง  ๆ
ตลอดจนการฟ้ืนฟูด้านร่างกายและ
จติ ใจ

46

บทสรปุ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๕๐
มีบทบัญญัติหลายมาตราท่ีเน้นในเร่ืองการคุ้มครองสิทธิของบุคคลรวมท้ัง
สิทธเิ ด็ก  อาทิการค้มุ ครองศกั ดศิ์ รีความเปน็ มนษุ ย์ สทิ ธิเสรีภาพและความ
เสมอภาคของบุคคล  สิทธิในการอยู่รอดและได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย 
จิตใจ  และสติปัญญา  การคุ้มครองสิทธิของผู้ยากไร้  การพัฒนา
และสนบั สนนุ การอบรมเลย้ี งดแู ละใหก้ ารศกึ ษาแกเ่ ดก็   ทง้ั น ้ี แสดงใหเ้ หน็ ถงึ
เจตนารมณข์ องประเทศไทยทเ่ี ปน็ หนง่ึ ทง้ั ภาคสี มาชกิ อนสุ ญั ญาวา่ ดว้ ยสทิ ธเิ ดก็
(Conventionon  the  Rights  of  the  Child  =  CRC)  และ
ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน  ที่ได้รับหลักการมาปฏิบัติเช่นกัน 
โดยมีพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กไทยท่ีให้การคุ้มครองสิทธิเด็กมากกว่า
คนท่ัวไปเป็นพิเศษ  ตามสิทธิข้ันพ้ืนฐานของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
ท่ีเด็กพึงจะได้รับท้ังสิทธิการมีชีวิตอยู่รอด  สิทธิในการพัฒนา  สิทธิในการ
ได้รับการคุ้มครอง  และสิทธิในการมีส่วนร่วม  อย่างไรก็ตามประเทศท่ี
เป็นท้ังภาคีสมาชิกของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก  และปฏิญญาสากลว่า
ด้วยสิทธิมนุษยชน  ในทางปฏิบัติกลับยังคงมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ของเด็กอยู่  ซึ่งล้วนเป็นปัญหาใหญ่ท่ีเร้ือรังกันมานาน  โดยแท้จริงแล้ว
นอกจากจะมีปัญหาสิทธิเด็กแล้วยังมีปัญหาอย่างอ่ืนท่ีเก่ียวข้องกับเด็ก
อีกมากมายตามมาท่ีนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเร่ือย  ๆ  ไม่ว่าจะเป็น
ด้านการมีทัศนคติ  ค่านิยมบริโภคแบบฟุ่มเฟือย  เหินห่างศาสนา  การเกดิ
ทะเลาะวิวาท  ติดยาเสพติด  เสพส่ือลามกอนาจาร  ติดเกม  ปัญหาการ

สทิ ธเิ ด็กตามบทบญั ญตั ิของรัฐธรรมนญู

47

มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร  ปัญหาเหล่าน้ีจะพบเห็นกันอยู่บ่อย  ๆ 
ในสังคมไทย  ดังน้ันรัฐและทุกหน่วยงานจึงควรเอาจริงเอาจัง  และให้
ความสนใจกับปัญหาอย่างใกล้ชิด  โดยให้ความสำ�คัญกับการค้มุ ครองเดก็  
กล้าท่จี ะเผชิญหน้ากับปัญหา  และส่งเสริมให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการแก้ไข
ปัญหา  ซ่งึ วิธีการควรเร่มิ จากหน่วยเล็กท่สี ุดในสังคมคือ  สถาบันครอบครัว 
ทเ่ี ปน็ หวั ใจของการแกไ้ ขปญั หาทส่ี �ำ คญั ทส่ี ดุ   การเอาใจใสด่ ูแลให้ความอบอุ่น
กับบุตรหลานอย่างใกล้ชิด  ปัญหาต่าง  ๆ  ท่ีเกิดขึ้นอาจจะลดลงได ้ และ
หากมีการเสริมสร้างรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงการปกป้องคุ้มครอง
สิทธิเด็กมากขึ้น  โดยคำ�นึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำ�คัญ  ไม่เลือก
ปฏิบัติ  ก็จะเป็นหลักประกันได้ว่าเด็กทุกคนจะได้รับการพัฒนาทั้งทาง
ด้านร่างกาย  จิตใจ  และสติปัญญา  โดยไม่ถูกขัดขวางหรือไม่ถูกนำ�ไปใช้
ประโยชนโ์ ดยมชิ อบ อยา่ งทเ่ี ราไดพ้ บเหน็ กนั ในปจั จบุ นั และในขณะเดยี วกนั
ตัวเด็กเองก็ต้องเข้าใจและรับรู้ถึงสิทธิของตนเองด้วยว่ามีอะไรบ้าง  เพ่ือที่
จะไดค้ ุ้มครองและปกป้องตนเองให้พน้ จากการถกู ละเมดิ สิทธิ

48

บรรณานุกรม

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.  กฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการค้มุ ครองสิทธิ
เดก็ สำ�หรับขา้ ราชการครู. ศูนย์พทิ กั ษส์ ิทธเิ ดก็ และครอบครัว
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร , ๒๕๔๕
คณะกรรมาธิการวสิ ามญั บันทกึ เจตนารมณ์  จดหมายเหตแุ ละตรวจ
รายงานการประชุม  สภาร่างรัฐธรรมนูญ.  เจตนารมณ์
รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐.
สำ�นกั กรรมาธิการ ๓ สำ�นักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
สำ�นักกฎหมาย สำ�นักงานเลขาธกิ ารวฒุ ิสภา. พระราชบญั ญัติคมุ้ ครอง
เดก็ พ.ศ. ๒๕๔๖ : พร้อมด้วยประวัติ ความเป็นมา กระบวนการ
และข้นั ตอนในการตราพระราชบัญญตั ิดังกล่าวของรัฐสภา.
สำ�นกั พมิ พ์ สำ�นกั งานเลขาธิการวุฒสิ ภา , ๒๕๔๗
สำ�นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน  กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.
สานฝันเพ่อื สทิ ธิเด็กไทย.กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พอ์ งคก์ าร
สงเคราะหท์ หารผ่านศึก, ๒๕๕๔
ส�ำ นกั งานเลขาธกิ ารสภาผแู้ ทนราษฎร.  รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย.
กรุงเทพมหานคร : สำ�นกั ประชาสัมพันธ์ สำ�นักงานเลขาธกิ ารสภา
ผ้แู ทนราษฎร, ๒๕๕๔.
ข้อมูลทางอินเตอร์เนต็
ส�ำ นักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสรมิ สุขภาพ.  กฎหมายสทิ ธิเดก็ .
สบื ค้นเมื่อวันท่ี ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕ จาก
http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/special_report/18151
OK Nation. อนุสัญญาวา่ ด้วยสทิ ธิเดก็ และ พ.ร.บ.คมุ้ ครองเด็ก.
สืบคน้ เม่อื   วนั ท่ี ๘ มถิ ุนายน ๒๕๕๕
จาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=432527

สิทธเิ ด็กตามบทบญั ญัตขิ องรัฐธรรมนญู

2


Click to View FlipBook Version