๙. วดั ผลประเมนิ ผล
รายการประเมิน วิธีการวดั และประเมนิ ผล เครอื่ งมอื วัดผลและประเมนิ ผล
• ดา้ นความร้คู วามเขา้ ใจ - สำรวจความพร้อม - เพลง ชา้ ง
- การรอ้ งเพลงและแสดงทา่ ทาง - สังเกต - ใบงาน ชุดที่ ๑๒ – ๑๓
- การตอบคำถาม - ซักถาม - แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
- การทำใบงาน - ตรวจใบงาน
• ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ - สงั เกตพฤติกรรมขณะร่วม - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
ประสงค์ กจิ กรรม
• ด้านทกั ษะกระบวนการคิด - ประเมนิ การรว่ มสนทนา แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
การร่วมสนทนา
๑๐. เกณฑ์ในการวัดผลและประเมินผล
๑) เกณฑป์ ระเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงคร์ ายบุคคลมีคะแนน ๓ ระดับ คือ
ระดับคุณภาพ ๓ หมายถึง ดี ไดค้ ะแนน ๒๐ – ๒๔
ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ไดค้ ะแนน ๒๓ – ๑๙
ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรงุ ไดค้ ะแนน ๑ – ๑๒
เกณฑ์การผ่านต้องได้ระดับคุณภาพ ๒ ขึ้นไปหรือได้คะแนน ๙ ข้ึนไป
๒) เกณฑก์ ารประเมินการทำใบงาน มคี ะแนน ๓ ระดับ ดงั นี้
ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทำได้ถูก ๘ – ๑๐
ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗
ระดับคุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรุง ได้คะแนน ๑ – ๕
เกณฑ์การผา่ นต้องไดร้ ะดับคุณภาพ ๒ ข้นึ ไปหรือได้คะแนน ๕ ขึ้นไป
๓) เกณฑ์การประเมนิ การร้องเพลงและแสดงท่าทาง มคี ะแนน ๓ ระดับ ดังน้ี
ระดับคุณภาพ ๓ หมายถึง ดี รอ้ งและแสดงได้ดมี าก
ระดับคุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ร้องและแสดงไดด้ ีปานกลาง
ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรุง รอ้ งและแสดงไมด่ ี
เกณฑ์การผ่านต้องได้ระดบั คุณภาพ ๒ ข้นึ ไป
การประเมนิ ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารใหร้ ะดับคะแนน
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรงุ (๐)
มเี จตนคตทิ ีด่ ีต่อ สนใจและตง้ั ใจร่วม สนใจและตั้งใจร่วม สนใจและตงั้ ใจร่วม
วฒั นธรรมไทย กิจกรรมการเรียน กิจกรรมการเรียน กิจกรรมการเรียน
และภาษาไทย ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอยา่ ง
สนุกสนานและมี สนกุ สนานและมี สนุกสนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสขุ เกือบ ความสขุ เปน็ บางครง้ั
ตลอดเวลา
กล้าซกั ถามกล้าพดู กลา้ กล้าซกั ถามกล้าพูดกล้า กล้าซักถามกลา้ พดู กลา้
มคี วามสนใจใฝ่ แสดงความคดิ เห็นและ แสดงความคดิ เหน็ และ แสดงความคิดเห็นและ
เรยี นรู้ โต้แย้งในส่งิ ทไ่ี ม่ถูกต้อง โตแ้ ย้งในสิง่ ทไี่ ม่ถูกตอ้ ง โตแ้ ยง้ ในส่ิงท่ีไม่ถูกต้อง
กล้าแสดงออก กลา้ แสดงออก กล้าแสดงออก
ให้โอกาสเพื่อนแสดง ให้โอกาสเพื่อนแสดง ไมค่ ่อยใหโ้ อกาสเพื่อน
รบั ฟงั ความคิดเห็น ความคิดเห็น รบั ฟัง ความคดิ เหน็ รบั ฟัง แสดงความคิดเหน็ ไม่
ของผู้อ่นื ยอมรับและใหค้ วาม ยอมรบั และให้ความ ค่อยให้ความรว่ มมือกับ
ร่วมมอื ทุกคร้ัง รว่ มมอื เกือบทุกครง้ั เพอ่ื น
มีวินัยในตนเอง มีการตรวจสอบแกไ้ ข มกี ารตรวจสอบแก้ไข มีการตรวจสอบแกไ้ ข
การกระทำท่ีไม่ถกู ต้อง การกระทำท่ีไม่ถูกต้อง การกระทำท่ีไม่ถกู ต้อง
ทุกครั้งทำใบงานได้ เกือบทกุ คร้ัง ทำใบงาน เปน็ บางครง้ั ทำใบงาน
สะอาดเรียบร้อยและ ไดส้ ะอาดเรียบร้อย ไม่ ไมค่ ่อยสะอาด
ถกู ต้องและทันเวลา ค่อยทนั เวลา เรยี บรอ้ ยและไม่ค่อย
ทันเวลา
ใชว้ สั ดอุ ปุ กรณก์ าร ใชว้ สั ดุอปุ กรณ์การ ใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์การ
ประหยัดและอยอู่ ยา่ ง เรยี นที่ราคาถูกและใช้ เรียนที่ราคาค่อนข้าง เรยี นทีร่ าคาค่อนข้าง
พอเพยี ง อย่างคุ้มคา่ ใชจ้ น แพงและใชอ้ ยา่ งคุม้ คา่ แพงและใชอ้ ย่างคุ้มค่า
หมดแลว้ คอ่ ยซ้ือใหม่ ใช้จนหมด ใช้ไมห่ มดแลว้ ซ้ือใหม่
ใบงาน ชดุ ท่ี ๑๒
คำชี้แจง ให้นกั เรียนวาดรูปชา้ งและระบายสีใหส้ วยงาม
ช้างน้อยของฉนั
ใบงาน ชุดท่ี ๑3
คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนคัดลายมือจากขอ้ ความในหนังสือชดุ ภาษาพาที หน้า ๔ ดว้ ยตวั บรรจงเต็มบรรทัด
คัดลายมือ
.........................................................................................
.........................................................................................
.........................................................................................
.........................................................................................
.........................................................................................
.........................................................................................
.........................................................................................
.........................................................................................
.........................................................................................
.........................................................................................
.........................................................................................
ชือ่ ..............................................................เลขที่ ..................... ชัน้ ...............
แผนการจัดการเรยี นรู้ ชดุ ภาษาพาที แผนท่ี ๘
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๑
บทท่ี ๑ ใบโบก ใบบัว เวลา ๑๐ ชั่วโมง
หัวข้อเร่อื ง ปรศิ นาคำทาย เวลา ๑ ชัว่ โมง
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น
คุณค่าและนำมาประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จริง
๑. สาระสำคัญ
๑.๑ ความคดิ รวบยอด
การเรียนรดู้ ้วยปรศิ นาคำทายเป็นกระบวนการที่สามารถกระต้นุ และเร้าใหผ้ เู้ รียนฝกึ คดิ
วิเคราะห์หาคำตอบด้วยตนเองโดยใชเ้ หตุผลหลายๆอย่างชว่ ยในการคิดวิเคราะห์ เมอ่ื ได้รบั การฝึก
ประสบการณเ์ ป็นประจำจะทำใหผ้ เู้ รียนเปน็ คนช่างคดิ ชา่ งวิเคราะห์และมีเหตุผล
๑.๒ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
- ความสามารถในการบอกความหมายของคำทาย
- ความสามารถในการเล่นปริศนาคำทาย
๒. ตัวชีว้ ดั
มาตรฐาน ท ๕.๑ ป.๑ / ๑ บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรม
รอ้ ยแก้วและรอ้ ยกรองสำหรบั เดก็
๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ นักเรียนบอกความหมายของปริศนาคำทายได้
๓.๒ นักเรียนเล่นเกมปรศิ นาคำทายได้
๔. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๔.๑ มีเจตคติทด่ี ตี ่อวฒั นธรรมและภาษาไทย
๔.๒ มคี วามสนใจใฝเ่ รยี นรู้
๔.๓ ยอมรบั ฟังความคดิ เห็นของผู้อืน่
๔.๔ มรี ะเบียบวนิ ัยในตนเอง
๔.๕ ประหยดั และอยู่อยา่ งพอเพยี ง
๕. สาระการเรยี นรู้
๕.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๏ วรรณกรรมรอ้ ยแก้วและร้อยกรองสำหรบั เด็ก เชน่
- นทิ าน
- เรือ่ งสนั้ ง่ายๆ
- ปริศนาคำทาย
- บทรอ้ งเล่น
- บทอาขยาน
- บทร้อยกรอง
- วรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรียน
๕.๒ สาระการเรยี นรูย้ อ่ ย
๏ ปริศนาคำทาย
๖. ชิ้นงาน / หลักฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้
๖.๑ แบบบันทึกการเลน่ ปรินาคำทาย
๖.๒ การทำใบงาน
๖.๓ แบบบันทึกการประเมินผลงานและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๗. กจิ กรรมการเรียนรู้
๗.๑ นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเปน็ กลุ่มละ ๔ – ๕ คน แตล่ ะกลุม่ ประกอบไปด้วย
นักเรยี นทีม่ รี ะดบั ภมู ิปัญญาสงู กลาง และต่ำ ให้แตล่ ะกลุ่มเลือกหวั หนา้ กลุ่ม รองหัวหนา้ กลมุ่ และ
เลขานกุ ารกลุ่ม ควรใช้กลมุ่ เดมิ ตลอดบทท่ี ๑
๗.๒ นกั เรียนดหู นังสอื เรยี นภาษาไทย ป.๑ ชดุ ภาษาพาที หน้า ๑๑ อ่านปรศิ นาคำทาย
พร้อมกัน จากนัน้ รว่ มกันสนทนาถงึ ความหมายและการต้ังคำถามเกี่ยวกบั ปริศนาคำทาย
๗.๓ ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มช่วยกันคดิ ปรศิ นาคำทายข้นึ มากลุม่ ละ ๑ คำทาย
สง่ ตวั แทนทายให้กลุ่มอ่นื ตอบ ถ้ายงั ไม่มีกลุ่มใดทายถูกให้ใบค้ ำทายให้จนกวา่ จะมีกลุ่มใดตอบถูก
๗.๓ ครสู รุปลกั ษณะของคำทาย โดยใช้ใบความรปู้ ระกอบ ( ท้ายแผน ) ร่วมกนั สนทนา
เก่ียวกบั ปรศิ นาคำทาย
๗.๔ นกั เรยี นทำใบงานที่ ๑๔ ( ทา้ ยแผน ) ชดุ ปริศนาคำทายจากบทเรียน เสรจ็ แลว้ ครู
เฉลยและตรวจสอบความถกู ต้อง
๗.๕ นักเรียนทำใบงานท่ี ๑๕ ( ท้ายแผน ) ชุดปรศิ นาคำทาย เสร็จแลว้ นำสง่ ครตู รวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง
๘. ส่อื / แหล่งการเรียนรู้
๑. ปรศิ นาคำทาย
๒. รปู ภาพ
๓. หนังสือเรียนภาษาไทย ชั้น ป ๑ ชุดภาษาพาที
๔. ใบงาน ชดุ ท่ี ๑๔ – ๑๕
๕. แบบประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละผลงานรายบุคคล
๙. วดั ผลประเมินผล
รายการประเมิน วิธีการวัดและประเมินผล เคร่อื งมอื วัดผลและประเมนิ ผล
• ด้านความร้คู วามเขา้ ใจ - สำรวจความพร้อม - ปริศนาคำทาย
- การทายปริศนา - สังเกต - ใบงาน ชุดที่ ๑๔ – ๑๕
- การตอบคำถาม - ซกั ถาม - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
- การทำใบงาน - ตรวจใบงาน
• ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึง - สังเกตพฤติกรรมขณะร่วม - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
ประสงค์ กิจกรรม
• ดา้ นทกั ษะกระบวนการคิด - ประเมินการรว่ มสนทนา แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
การรว่ มสนทนา
๑๐. เกณฑ์ในการวัดผลและประเมนิ ผล
๑) เกณฑป์ ระเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคร์ ายบคุ คลมีคะแนน ๓ ระดับ คือ
ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถึง ดี ไดค้ ะแนน ๒๐ – ๒๔
ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ไดค้ ะแนน ๒๓ – ๑๙
ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ ได้คะแนน ๑ – ๑๒
เกณฑ์การผา่ นต้องได้ระดบั คุณภาพ ๒ ขนึ้ ไปหรือได้คะแนน ๙ ขน้ึ ไป
๒) เกณฑก์ ารประเมินการทำใบงาน มคี ะแนน ๓ ระดบั ดงั นี้
ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถึง ดี ทำได้ถูก ๘ – ๑๐
ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ไดค้ ะแนน ๕ – ๗
ระดับคุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรงุ ได้คะแนน ๑ – ๕
เกณฑ์การผา่ นต้องได้ระดับคุณภาพ ๒ ขนึ้ ไปหรือได้คะแนน ๕ ขน้ึ ไป
๓) เกณฑก์ ารประเมนิ การเล่นปริศนาคำทาย มคี ะแนน ๓ ระดับ ดงั น้ี
ระดับคุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทายได้ถูกต้องทุกคำทาย
ระดับคุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ทายผิด ๑ คำทาย
ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรงุ ทายผิด ๒ คำทายขน้ึ ไป
เกณฑ์การผา่ นต้องได้ระดับคุณภาพ ๒ ขนึ้ ไป
การประเมิน ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารใหร้ ะดับคะแนน
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรงุ (๐)
มเี จตนคติทีด่ ีต่อ สนใจและตง้ั ใจรว่ ม สนใจและตั้งใจร่วม สนใจและตงั้ ใจร่วม
วฒั นธรรมไทย กจิ กรรมการเรียน กิจกรรมการเรียน กิจกรรมการเรียน
และภาษาไทย ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอยา่ ง
สนกุ สนานและมี สนกุ สนานและมี สนุกสนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสขุ เกือบ ความสขุ เปน็ บางคร้ัง
ตลอดเวลา
กลา้ ซกั ถามกลา้ พดู กลา้ กล้าซกั ถามกล้าพูดกล้า กล้าซักถามกลา้ พดู กล้า
มคี วามสนใจใฝ่ แสดงความคดิ เห็นและ แสดงความคดิ เหน็ และ แสดงความคิดเห็นและ
เรยี นรู้ โต้แย้งในสิง่ ท่ไี ม่ถูกต้อง โตแ้ ย้งในสิง่ ทไี่ ม่ถูกตอ้ ง โตแ้ ยง้ ในส่ิงท่ีไม่ถูกตอ้ ง
กล้าแสดงออก กลา้ แสดงออก กล้าแสดงออก
ให้โอกาสเพ่ือนแสดง ให้โอกาสเพื่อนแสดง ไมค่ ่อยใหโ้ อกาสเพื่อน
รบั ฟังความคิดเหน็ ความคิดเหน็ รบั ฟัง ความคดิ เหน็ รบั ฟัง แสดงความคิดเหน็ ไม่
ของผู้อ่นื ยอมรับและให้ความ ยอมรบั และให้ความ ค่อยให้ความรว่ มมือกับ
ร่วมมอื ทุกคร้ัง รว่ มมอื เกือบทุกครง้ั เพอ่ื น
มีวินัยในตนเอง มีการตรวจสอบแกไ้ ข มกี ารตรวจสอบแก้ไข มีการตรวจสอบแกไ้ ข
การกระทำที่ไม่ถกู ต้อง การกระทำท่ีไม่ถูกต้อง การกระทำท่ีไม่ถกู ต้อง
ทุกครั้งทำใบงานได้ เกือบทกุ คร้ัง ทำใบงาน เปน็ บางครง้ั ทำใบงาน
สะอาดเรียบร้อยและ ไดส้ ะอาดเรียบร้อย ไม่ ไมค่ ่อยสะอาด
ถกู ต้องและทนั เวลา ค่อยทนั เวลา เรยี บรอ้ ยและไม่ค่อย
ทันเวลา
ใชว้ ัสดอุ ปุ กรณ์การ ใชว้ สั ดุอปุ กรณ์การ ใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์การ
ประหยัดและอยอู่ ยา่ ง เรยี นที่ราคาถูกและใช้ เรียนที่ราคาค่อนข้าง เรยี นทีร่ าคาค่อนข้าง
พอเพยี ง อย่างคุ้มค่าใช้จน แพงและใชอ้ ยา่ งคุม้ คา่ แพงและใชอ้ ย่างคุ้มค่า
หมดแลว้ คอ่ ยซื้อใหม่ ใช้จนหมด ใช้ไมห่ มดแลว้ ซ้ือใหม่
ความรูส้ ำหรับครู
ปริศนาคำทาย
ปริศนาคำทาย คือ ถ้อยคำท่ีผูกข้นึ เปน็ เงื่อนงำสำหรับทาย จะผูกเป็นถ้อยคำส้ันๆมีสัมผสั
คลอ้ งจอง ฟงั แล้วรื่นหู แสดงถงึ ความเปน็ เจา้ บทเจ้ากลอนของคนไทย
การเล่นปริศนาคำทาย เปน็ การฝึกเชาวนไ์ หวพรบิ ทั้งผู้ผกู ปรศิ นาและผทู้ ายปรศิ นาให้รู้จักคดิ
วิเคราะห์ รจู้ กั สังเกต ร้จู กั เปรยี บเทียบและสรปุ เป็นคำตอบอย่างมีเหตผุ ล นับเป็นการละเล่นทท่ี ้าทาย
ความทสามารถ จึงเปน็ ทนี่ ยิ มของคนท่วั ไป
ปรศิ นาคำทายมักจะเล่นในยามว่าง มสี มาชิกสังสรรค์ สนทนา หรือทำกิจกรรมร่วมกัน มี
การเลน่ ปรศิ นาคำทายกันเพื่อความสนกุ สนานเพลดิ เพลิน เชอ่ื มความสามัคคีในหมูเ่ พื่อนหรอื สมาชิกใน
ครอบครัวและยังเป็นการฝึกสมองลองภมู ิปญั ญาซึ่งกนั และกันอีกด้วย
คุณค่าของปรศิ นาคำทาย
๑. รู้จกั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ สรา้ งความสนุกสนานเพลิดเพลินเปน็ การผอ่ นคลายความ
ตรึงเครยี ด
๒. กระชบั ความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพ่ือนฝูง และในครอบครัว
๓. ฝึกให้เปน็ คนชา่ งสังเกต ช่างคิด ช่างจดจำฝกึ ปฏภิ าณไหวพรบิ สตปิ ญั ญาฝกึ ให้เป็นคนทนั
คนมีความรู้กว้างขวางขึ้น
๔. สะทอ้ นสภาพสงั คม ประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ การดำเนนิ ชวี ิต และความเจริญ
ทางวัตถุและจิตใจของคนไทย
๕. แสดงภมู ปิ ญั ญาของผู้ผูกปัญหาและผทู้ ายปัญหา ว่าเป็นผมู้ คี วามรอบรู้มีไหวพริบ ทนั ตอ่
เหตกุ ารณ์
๖. เปน็ การฝกึ ใช้ภาษา โดยการผูกประโยค สำนวน วลี ทำใหร้ ้จู กั คำหรือศัพท์มากยงิ่ ขนึ้
ประเภทของปริศนาคำทาย
๑. ปรศิ นาเกี่ยวกบั พชื เช่น อะไรเอ่ย ต้นเทา่ ลำหอก เก็บดอกไปขาย ( ข้าวโพด )
๒. ปริศนาเกย่ี วกับสตั ว์ เชน่ อะไรเอ่ย หนา้ แล้งอย่ถู ำ้ หนา้ น้ำอยู่ดอน เกล้าผมเปน็ มอญ
ใหม่ ( หอยโข่ง )
๓. ปรศิ นาเกี่ยวปรากฏการณ์ธรรมชาติ เชน่ อะไรเอ่ย เขียวชอุ่มพุม่ ไสว ไม่มีใบแต่มีเม็ด (
ฝน )
๔. ปรศิ นาเกี่ยวกบั อาชพี หรือของเคร่ืองใชใ้ นการอุปโภค บริโภค เชน่ อะไรเอ่ย ตีนหนึ่ง
เหยียบธรณี สองปกี ราวี ร้องกอ้ งเวหา ( กงั หนั )
๕. ปรศิ นาเกยี่ วกับร่างกายหรอื คน เช่น อะไรเอ่ยผา้ เหลืองผืนนอ้ ย คนท้ังรอ้ ยตากไมแ่ หง้
( ลนิ้ )
๖. ปรศิ นาเกย่ี วกบั ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี เช่น
อะไรเอย่ เปน็ แผ่นแตเ่ รยี กใบ ตงั้ ไว้บนฐานอฐิ เปน็ สง่ิ ศกั ดิ์สิทธ์ิอยใู่ นวัดในวา ( ใบเสมา )
๗. ปรศิ นาเกี่ยวกับเชาวน์ปัญญา เช่น หัวอะไรใหญท่ สี่ ุด ( หวั เมือง )
ใบงาน ชดุ ท่ี ๑๔
คำช้แี จง ให้นกั เรยี นจับคู่ข้อความทีเ่ ป็นปริศนาคำทายและรปู ภาพที่เป็นคำตอบ ดว้ ยการโยงเสน้
๑. ก. สองคนพัด
๒. ข. สามคนแห่
๓. ค. คนหนึง่ ปดั แล้
๔. ง. สค่ี นหาม
ใบงาน ชุดที่ ๑5
ช่ือ..............................................................เลขท่ี ..................... ชั้น...............
คำชแี้ จง ครอู า่ นปริศนาคำทายใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ช่วยกันหาคำตอบของปรศิ นาคำทายต่อไปนี้
๑. อะไรเอย่ หบุ เท่าแขน แบนเท่าถาด มีความสามารถกันแดดกนั ฝน
๒. อะไรเอ่ย ตน้ เท่าลำหวาย ใบกระจายเต็มคลอง
๓. อะไรเอ่ย นำ้ ใสๆ ถ้าใครชอบดื่ม สติหลงลมื เอะอะโวยวาย
๔. อะไรเอย่ คนหน้าเหนือ่ ยลา้ คนหลังสบาย พอถึงจุดหมาย คนหลังจา่ ยเงนิ
๕. อะไรเอย่ สูงกวา่ นำ้ ต่ำกวา่ เรือ
๖. อะไรเอย่ ปิดหนา้ เห็นนม ปิดหลงั เหน็ ขน
๗. อะไรเอย่ ตดั โคนไม่ตาย ตดั ปลายไม่เนา่
๘. พระอะไรใหญ่ที่สุด
๙. อะไรเอย่ ต้ังอยู่หน้าโรงเรียนเสมอ
๑๐. อะไรเอ่ย ตดั หลงั ตดั หนา้ เหลือกลางวาเดียว
คำตอบ
๑. ............................................................................................................................. ...
๒. ...............................................................................................................................
๓. ............................................................................................................................. ..
๔. ...............................................................................................................................
๕. ............................................................................................................................. ..
๖. ............................................................................................................................. ..
๗. ............................................................................................................................. ..
๘. ............................................................................................................................. ..
๙. ............................................................................................................................. ..
๑๐. ............................................................................................................................
แผนการจัดการเรยี นรู้ ชุดภาษาพาที แผนท่ี ๙
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๑
บทท่ี ๑ ใบโบก ใบบวั เวลา ๑๐ ช่ัวโมง
หวั ข้อเรอื่ ง ลองคิดลองทำ เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดูอย่างมีวจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด
และความรูส้ กึ ในโอกาสต่างๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
๑. สาระสำคัญ
๑.๑ ความคิดรวบยอด
การเรียนรูด้ ว้ ยการฝกึ ปฏิบัตหิ รอื ทดลองจะทำใหผ้ ูเ้ รยี นเกิดความรูท้ ี่ยัง่ ยืน
เปน็ พื้นฐานในการฝกึ ใหค้ ดิ เป็น ทำเป็น จนสามารถประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวันได้
๑.๒ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
- ความสามารถในการอา่ นคำ
- ความสามารถในการประสมคำ
๒. ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐาน ท ๓.๑ ป.๑ / ๑ ฟงั คำแนะนำ คำส่ังง่ายๆ และปฏบิ ัตติ าม
๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ นกั เรยี นปฏิบตั ติ ามคำสัง่ ตา่ งๆได้
๓.๒ นกั เรยี นอา่ นและประสมคำได้
๔. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
๔.๑ มีเจตคตทิ ่ีดตี ่อวัฒนธรรมและภาษาไทย
๔.๒ มีความสนใจใฝเ่ รียนรู้
๔.๓ ยอมรับฟงั ความคิดเห็นของผู้อน่ื
๔.๔ มีระเบยี บวินยั ในตนเอง
๔.๕ ประหยดั และอยู่อยา่ งพอเพียง
๕. สาระการเรยี นรู้
๕.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๏ การฟังและปฏบิ ตั ติ ามคำแนะนำ คำส่งั งา่ ยๆ
๕.๒ สาระการเรยี นรู้ย่อย
๏ ลองคดิ ลองทำ
๖. ชิน้ งาน / หลกั ฐานร่องรอยแสดงความรู้
๖.๑ แบบบนั ทึกการอ่านคำ
๖.๒ การทำใบงาน
๖.๓ แบบบนั ทกึ การประเมินผลงานและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๗. กิจกรรมการเรียนรู้
๗.๑ ครเู ตรียมกระดาษวาดเขยี น สีเมจิก ไว้ให้ครบตามจำนวนนกั เรยี น แจกกระดาษวาด
เขยี นใหน้ ักเรยี นคนละ ๑ ชดุ ให้นกั เรยี นวาดรปู ช้าง ใบโบก ใบบัว ใครวาดเสร็จก่อน รว่ มกนั ชมเชย
๗.๒ ครเู ตรยี มบตั รคำ ตา งา ขา หู หาง งวง มา มี ดู ไม่ ใบโบก ใบบัว
บัตรคำทงั้ หมดนีถ้ ือว่าเป็น ๑ ชดุ จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นแบ่งกล่มุ กลมุ่ ละ ๔ – ๕ คน แจกบตั รคำให้กลมุ่
ละ ๑ ชดุ ในแตล่ ะกลมุ่ แบ่งบตั รคำใหส้ มาชิกในกลมุ่ ทุกคนถือไว้ คนละเท่าๆกัน ครูอ่านคำใดให้คนท่ี
บัตรคำคำนนั้ ชขู นึ้ ครเู ดินตรวจสอบความถกู ต้องแล้วให้นกั เรียนคนที่ถือบัตรคำนนั้ อ่านให้เพอื่ นฟงั คน
อ่ืนๆอ่านตาม
๗.๓ ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มออกมายืนทีห่ นา้ ช้นั เรยี นแล้วรอ้ งเพลงช้าง พร้อมกับแสดง
ท่าทางประกอบ รว่ มกนั วิจารณ์การร้องเพลงและการแสดงท่าทางประกอบของแต่ละกลุ่ม
๗.๔ นกั เรยี นทำใบงานท่ี ๑๖ ( ทา้ ยแผน ) ชดุ การแจกลกู สะกดคำ เสร็จแล้วครูเฉลยและ
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๗.๕ นักเรยี นทำใบงานที่ ๑๗ ( ทา้ ยแผน ) ชุด เขียนคำใหต้ รงกับภาพ เสรจ็ แล้วนำส่งครู
ตรวจสอบความถูกต้อง
๘. สอื่ / แหลง่ การเรยี นรู้
๑. กระดาษวาดเขยี น สเี มจกิ
๒. บัตรคำ
๓. หนังสอื เรียนภาษาไทย ชนั้ ป ๑ ชุดภาษาพาที
๔. ใบงาน ชดุ ที่ ๑๖ – ๑๗
๕. แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์และผลงานรายบุคคล
๙. วัดผลประเมนิ ผล วธิ ีการวดั และประเมินผล เครอ่ื งมือวัดผลและประเมินผล
- สำรวจความพรอ้ ม - บัตรคำ
รายการประเมนิ - สงั เกต - ใบงาน ชดุ ที่ ๑๔ – ๑๕
• ด้านความร้คู วามเขา้ ใจ - ซักถาม - แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
- การอา่ นคำ - ตรวจใบงาน
- การตอบคำถาม - สงั เกตพฤติกรรมขณะร่วม - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
- การทำใบงาน
• ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ กิจกรรม
ประสงค์ - ประเมินการรว่ มสนทนา แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
• ด้านทกั ษะกระบวนการคิด
การรว่ มสนทนา
๑๐. เกณฑ์ในการวดั ผลและประเมนิ ผล
๑) เกณฑป์ ระเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงคร์ ายบคุ คลมีคะแนน ๓ ระดบั คือ
ระดับคุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ได้คะแนน ๒๐ – ๒๔
ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ไดค้ ะแนน ๒๓ – ๑๙
ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรุง ได้คะแนน ๑ – ๑๒
เกณฑ์การผ่านต้องไดร้ ะดบั คุณภาพ ๒ ขึ้นไปหรือได้คะแนน ๙ ขน้ึ ไป
๒) เกณฑก์ ารประเมนิ การทำใบงาน มีคะแนน ๓ ระดับ ดังน้ี
ระดับคุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทำได้ถกู ๘ – ๑๐
ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗
ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรงุ ไดค้ ะแนน ๑ – ๕
เกณฑ์การผา่ นต้องไดร้ ะดบั คุณภาพ ๒ ขึ้นไปหรือได้คะแนน ๕ ข้ึนไป
๓) เกณฑ์การประเมนิ การอ่านคำ มคี ะแนน ๓ ระดบั ดังนี้
ระดับคุณภาพ ๓ หมายถึง ดี อา่ นได้ถูกต้องทุกคำ
ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ อา่ นผิด ๑ คำ
ระดับคุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ อา่ นผดิ ๒ คำข้ึนไป
เกณฑ์การผา่ นต้องไดร้ ะดบั คุณภาพ ๒ ข้ึนไป
การประเมนิ ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารใหร้ ะดับคะแนน
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรงุ (๐)
มเี จตนคติทีด่ ีต่อ สนใจและตง้ั ใจร่วม สนใจและตั้งใจร่วม สนใจและตงั้ ใจร่วม
วฒั นธรรมไทย กิจกรรมการเรียน กิจกรรมการเรียน กิจกรรมการเรียน
และภาษาไทย ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอยา่ ง
สนุกสนานและมี สนกุ สนานและมี สนุกสนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสขุ เกือบ ความสขุ เปน็ บางครั้ง
ตลอดเวลา
กล้าซกั ถามกล้าพดู กลา้ กล้าซกั ถามกล้าพูดกล้า กล้าซักถามกลา้ พดู กล้า
มคี วามสนใจใฝ่ แสดงความคดิ เห็นและ แสดงความคดิ เหน็ และ แสดงความคิดเห็นและ
เรยี นรู้ โต้แย้งในส่งิ ทไ่ี ม่ถูกต้อง โตแ้ ย้งในสิง่ ทไี่ ม่ถูกตอ้ ง โตแ้ ยง้ ในส่ิงท่ีไม่ถูกตอ้ ง
กล้าแสดงออก กลา้ แสดงออก กล้าแสดงออก
ให้โอกาสเพื่อนแสดง ให้โอกาสเพื่อนแสดง ไมค่ ่อยใหโ้ อกาสเพื่อน
รบั ฟังความคิดเหน็ ความคิดเห็น รบั ฟัง ความคดิ เหน็ รบั ฟัง แสดงความคิดเหน็ ไม่
ของผู้อ่นื ยอมรับและใหค้ วาม ยอมรบั และให้ความ ค่อยให้ความรว่ มมือกับ
ร่วมมอื ทุกคร้ัง รว่ มมอื เกือบทุกครง้ั เพอ่ื น
มีวินัยในตนเอง มีการตรวจสอบแกไ้ ข มกี ารตรวจสอบแก้ไข มีการตรวจสอบแกไ้ ข
การกระทำท่ีไม่ถกู ต้อง การกระทำท่ีไม่ถูกต้อง การกระทำท่ีไม่ถกู ต้อง
ทุกครั้งทำใบงานได้ เกือบทกุ คร้ัง ทำใบงาน เปน็ บางครง้ั ทำใบงาน
สะอาดเรียบร้อยและ ไดส้ ะอาดเรียบร้อย ไม่ ไมค่ ่อยสะอาด
ถกู ต้องและทันเวลา ค่อยทนั เวลา เรยี บรอ้ ยและไม่ค่อย
ทันเวลา
ใชว้ สั ดอุ ปุ กรณก์ าร ใชว้ สั ดุอปุ กรณ์การ ใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์การ
ประหยัดและอยอู่ ยา่ ง เรยี นที่ราคาถูกและใช้ เรียนที่ราคาค่อนข้าง เรยี นทีร่ าคาค่อนข้าง
พอเพยี ง อย่างคุ้มคา่ ใชจ้ น แพงและใชอ้ ยา่ งคุม้ คา่ แพงและใชอ้ ย่างคุ้มค่า
หมดแลว้ คอ่ ยซ้ือใหม่ ใช้จนหมด ใช้ไมห่ มดแล้วซ้ือใหม่
ใบงาน ชุดท่ี ๑๖
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอา่ นแจกลกู สะกดคำของคำท่ีกำหนดให้ต่อไปนี้ ตัวสะกด
ท่ี คำ พยญั ชนะ สระ
ตวั อยา่ ง ตวั ตอ อวั
๑ ใบ
๒ งา
๓ บัว
๔ ขา
๕ มี
๖ หู
๗ ตา
๘ ดู
๙ หาง
๑๐ โบก
ชือ่ ..............................................................เลขที่ ..................... ช้ัน...............
ใบงาน ชดุ ท่ี ๑๗
คำช้ีแจง ให้นกั เรียนเตมิ พยัญชนะใหต้ รงกับภาพ
………
๑.
………
๒.
………
๓.
………
๔.
………
๕.
๖. ………
………
๗.
………
๘.
………
๙.
………
๑๐.
รปู หนูไม่ต้องเตมิ นะคะ
ช่อื ..............................................................เลขท่ี ..................... ชนั้ ...............
แผนการจดั การเรยี นรู้ ชุดภาษาพาที แผนที่ ๑๐
กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑
บทท่ี ๑ ใบโบก ใบบัว เวลา ๑๐ ช่ัวโมง
หัวข้อเรือ่ ง อกั ษรกลาง เวลา ๑ ชั่วโมง
สาระที่ ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา
และพลงั ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติ
ของชาติ
๑. สาระสำคัญ
๑.๑ ความคดิ รวบยอด
อักษรกลางคือกล่มุ พยัญชนะ ท่ีมีการออกเสยี งอยู่ในระดบั กลาง มีทง้ั หมด ๙
ตวั คือ อักษรกลาง มี ๙ ตัว คือ ก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ ส่วนวรรณยกุ ต์ คอื เครื่องหมายทที่ ำ
ให้เสียงและความหมายของคำเปลี่ยนไปจากเดิม วรรณยุกต์ มี ๔ รปู ๕ เสยี ง ไดแ้ ก่ เอก โท ตรี
และจตั วา
๑.๒ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
- ความสามารถในการบอกอักษรกลาง
- ความสามารถในการผันวรรณยุกต์
๒. ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑ / ๑ บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย
๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ นกั เรียนบอกพยญั ชนะที่เป็นอักษรกลางได้
๓.๒ นกั เรียนผันวรรณยกุ ตใ์ นคำได้
๔. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๔.๑ มีเจตคติทดี่ ตี ่อวฒั นธรรมและภาษาไทย
๔.๒ มีความสนใจใฝ่เรยี นรู้
๔.๓ ยอมรบั ฟงั ความคดิ เห็นของผู้อนื่
๔.๔ มีระเบียบวินยั ในตนเอง
๔.๕ ประหยดั และอยู่อยา่ งพอเพยี ง
๕. สาระการเรยี นรู้
๕.๑ สาระการเรียนร้แู กนกลาง
๏ พยญั ชนะ สระ และวรรณยกุ ต์
๕.๒ สาระการเรียนร้ยู ่อย
๏ อกั ษรกลางและวรรณยุกต์
๖. ช้นิ งาน / หลกั ฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้
๖.๑ แบบบนั ทกึ การผันวรรณยุกต์
๖.๒ การทำใบงาน
๖.๓ แบบบนั ทึกการประเมินผลงานและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๗. กจิ กรรมการเรียนรู้
๗.๑ ครูใช้แผนภูมอิ กั ษรกลางตดิ บนกระดานดำ พานักเรยี นอา่ นชอ่ื ตัวอักษรเหล่านน้ั ครู
อธบิ ายเพิ่มเตมิ วา่ อักษรกลางมีทัง้ หมด ๙ ตวั เปน็ กลุ่มพยัญชนะไทยทมี่ ีระดับเสยี งอยู่ในระดับกลาง
ถา้ ประสมดว้ ยสระเสยี งยาวสามารถใสว่ รรณยกุ ต์ได้ ๔ รูป
๗.๒ ครูตดิ แผนภมู ิรปู วรรณยกุ ต์ เอก โท ตรี และจตั วา บนกระดาน อธบิ ายประกอบการ
ผันอกั ษรกลางดว้ ยสระ อา ให้นักเรยี นใชพ้ ยญั ชนะท่ีเป็นอักษรกลางคนละตวั
มาประสมกบั สระ อา อู อี แล้วผนั กบั วรรณยุกตท์ งั้ ๔ รูป
๗.๓ ครูแจกบตั รตัวอกั ษรทเ่ี ป็นอักษรกลางและบัตรสระ อา อู อี บัตรวรรณยกุ ต์ เอก โท
ตรี และจัตวา ให้นกั เรยี นทุกคน คนละ ๑ บตั ร แล้วแตว่ า่ ใครจะไดบ้ ัตร
ตัวอกั ษร บตั รสระหรือบัตรวรรณยุกต์ จากนน้ั ครกู ำหนดคำให้ ๑ คำ เช่นคำว่า “ บ้า”
นกั เรยี นคนท่ีได้บตั รตวั “ บ” คนที่ได้บัตรสระ “ า ” และคนทไี่ ด้บัตรวรรณยกุ ต์โท “ - ้ ”
ต้องรีบว่งิ ออกมาทห่ี นา้ ช้นั เรียน ถือว่าเปน็ การประสมคำท่ถี ูกตอ้ ง ถ้าครูคำใดท่ีมีนกั เรยี นประสมคำไม่
ครบ ครเู ดกนิ สำรวจดู วา่ ขาดบตั รใดบา้ ง และบตั รนนั้ อยู่กับนกั เรยี นคนใดจะต้องถูกลงโทษ โดยการให้
เดินเปด็ บา้ ง ใหร้ ้องเพลงบา้ ง ใหแ้ สดงทา่ ทางประเพลงบ้าง
ขน้ึ อยูก่ ับวา่ จะตกลงกันไดอ้ ย่างไร
๗.๔ นกั เรยี นทำใบงานท่ี ๑๘ ( ทา้ ยแผน ) ชุดการประสมคำและผันวรรณยุกต์ เสร็จแล้วครู
เฉลยและตรวจสอบความถูกต้อง
๗.๕ นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรียน ( ทา้ ยแผน ) เสร็จแล้วนำสง่ ครู ครูเฉลย
คำตอบท่ถี ูกตอ้ งใหน้ ักเรียนฟัง ตรวจสอบความถกู ต้องของแต่ละคน นำผลคะแนนที่ได้ไปเปรยี บเทยี บ
กับคะแนนการทดสอบก่อนเรียน
๘. ส่ือ / แหล่งการเรยี นรู้
๑. บัตรพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์
๒. แผนภูมิ อกั ษรกลาง
๓. หนังสือเรียนภาษาไทย ชนั้ ป ๑ ชุดภาษาพาที
๔. ใบงาน ชุดท่ี ๑๘
๕. แบบทดสอบหลงั เรยี น
๕. แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์และผลงานรายบุคคล
๙. วัดผลประเมินผล
รายการประเมนิ วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่อื งมอื วดั ผลและประเมนิ ผล
• ดา้ นความรูค้ วามเขา้ ใจ - สำรวจความพร้อม - บตั รคำ
- การประสมคำและผันคำ - สงั เกต - ใบงาน ชดุ ที่ ๑๘
- การตอบคำถาม - ซักถาม - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
- การทำใบงาน - ตรวจใบงาน
• ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึง - สงั เกตพฤติกรรมขณะร่วม - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
ประสงค์ กจิ กรรม
• ดา้ นทักษะกระบวนการคิด - ประเมนิ การร่วมสนทนา แบบประเมินผลงานรายบุคคล
การร่วมสนทนา
๑๐. เกณฑ์ในการวัดผลและประเมินผล
๑) เกณฑป์ ระเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์รายบุคคลมีคะแนน ๓ ระดบั คือ
ระดับคุณภาพ ๓ หมายถึง ดี ได้คะแนน ๒๐ – ๒๔
ระดับคุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ได้คะแนน ๒๓ – ๑๙
ระดับคุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรับปรงุ ได้คะแนน ๑ – ๑๒
เกณฑ์การผา่ นต้องไดร้ ะดับคุณภาพ ๒ ขน้ึ ไปหรือได้คะแนน ๙ ข้นึ ไป
๒) เกณฑ์การประเมินการทำใบงาน มีคะแนน ๓ ระดับ ดงั น้ี
ระดับคุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทำได้ถูก ๘ – ๑๐
ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗
ระดับคุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรงุ ได้คะแนน ๑ – ๕
เกณฑ์การผ่านต้องไดร้ ะดับคุณภาพ ๒ ขึน้ ไปหรือได้คะแนน ๕ ขน้ึ ไป
๓) เกณฑก์ ารประเมินการประสมคำ มีคะแนน ๓ ระดับ ดงั นี้
ระดับคุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ประสมได้ถูกต้องทุกคำ
ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ประสมผดิ ๑ คำ
ระดับคุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง ประสมผิด ๒ คำขึ้นไป
เกณฑ์การผา่ นต้องได้ระดับคุณภาพ ๒ ขนึ้ ไป
การประเมนิ ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารใหร้ ะดับคะแนน
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรุง (๐)
มเี จตนคติทีด่ ีต่อ สนใจและตง้ั ใจร่วม สนใจและตั้งใจร่วม สนใจและตง้ั ใจร่วม
วฒั นธรรมไทย กิจกรรมการเรียน กิจกรรมการเรียน กิจกรรมการเรียน
และภาษาไทย ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอยา่ ง
สนุกสนานและมี สนกุ สนานและมี สนุกสนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสขุ เกือบ ความสขุ เป็นบางคร้ัง
ตลอดเวลา
กล้าซกั ถามกล้าพดู กลา้ กล้าซกั ถามกล้าพดู กลา้ กล้าซักถามกลา้ พดู กล้า
มคี วามสนใจใฝ่ แสดงความคดิ เห็นและ แสดงความคดิ เหน็ และ แสดงความคดิ เห็นและ
เรยี นรู้ โต้แย้งในส่งิ ทไ่ี ม่ถูกต้อง โตแ้ ย้งในสิง่ ทไี่ ม่ถูกตอ้ ง โต้แยง้ ในสิง่ ท่ีไม่ถูกตอ้ ง
กล้าแสดงออก กลา้ แสดงออก กล้าแสดงออก
ให้โอกาสเพื่อนแสดง ให้โอกาสเพื่อนแสดง ไมค่ ่อยให้โอกาสเพื่อน
รบั ฟังความคิดเหน็ ความคิดเห็น รบั ฟัง ความคดิ เหน็ รบั ฟัง แสดงความคดิ เหน็ ไม่
ของผู้อ่นื ยอมรับและใหค้ วาม ยอมรบั และให้ความ ค่อยให้ความรว่ มมือกับ
ร่วมมอื ทุกคร้ัง รว่ มมอื เกือบทุกครั้ง เพอ่ื น
มีวินัยในตนเอง มีการตรวจสอบแกไ้ ข มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแกไ้ ข
การกระทำท่ีไม่ถกู ต้อง การกระทำท่ีไม่ถูกต้อง การกระทำที่ไม่ถกู ต้อง
ทุกครั้งทำใบงานได้ เกือบทกุ คร้ัง ทำใบงาน เปน็ บางครงั้ ทำใบงาน
สะอาดเรียบร้อยและ ไดส้ ะอาดเรียบร้อย ไม่ ไมค่ ่อยสะอาด
ถกู ต้องและทันเวลา ค่อยทนั เวลา เรยี บรอ้ ยและไม่ค่อย
ทันเวลา
ใชว้ สั ดอุ ปุ กรณก์ าร ใชว้ สั ดุอปุ กรณ์การ ใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์การ
ประหยัดและอยอู่ ยา่ ง เรยี นที่ราคาถูกและใช้ เรียนที่ราคาค่อนข้าง เรยี นทีร่ าคาค่อนข้าง
พอเพยี ง อย่างคุ้มคา่ ใชจ้ น แพงและใชอ้ ยา่ งคุ้มคา่ แพงและใช้อย่างคุ้มค่า
หมดแลว้ คอ่ ยซ้ือใหม่ ใช้จนหมด ใชไ้ มห่ มดแลว้ ซ้ือใหม่
ใบความรู้เรื่องคำในแม่ ก กา
คำในมาตรา แม่ ก กา คอื คำทีเ่ กดิ จากพยญั ชนะประสมกบั สระตา่ ง ๆ แลว้ ไม่มีตวั สะกด เชน่ ดู
มา ภูเขา เสอื้ ทะเล ผ้า เสอื กะปิ ฯ
พยัญชนะไทย มีทงั้ หมด ๔๔ ตัว แบง่ ตามระดับเสยี งออกเป็น ๓ กลุ่ม เพื่อสะดวกในการ
ผันเสยี งวรรณยุกต์ เรยี กว่า อักษร ๓ หมู่ หรือไตรยางศ์ ได้แก่ อกั ษรสูง อักษรกลาง และอกั ษรต่ำ
อักษรสงู มี ๑๑ ตวั คือ ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห
อักษรกลาง มี ๙ ตัว คอื ก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ
อักษรตำ่ มี ๒๔ ตวั คือ ค ฅ ฆ ง ช ซ ฌ ญ ฑ ฒ
ณ ท ธน พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฬ ฮ
วรรณยกุ ต์
วรรณยกุ ต์ คือ เคร่ืองหมายทท่ี ำใหเ้ สยี งและความหมายของคำเปล่ียนไปจากเดิม วรรณยกุ ต์
มี ๔ รูป ๕ เสียง ดังน้ี
ชื่อวรรณยกุ ต์ - ไมเ้ อก ไม้โท ไม้ตรี ไมจ้ ตั วา
รปู วรรณยุกต์ - ่ ้ ๊+
เสยี งวรรณยกุ ต์ สามัญ เอก โท ตรี จตั วา
การผนั วรรณยุกต์กบั อักษรกลาง
แบบไม่มตี วั สะกด ผันไดค้ รบ ๕ เสียง เช่น กา กา่ ก้า กา๊ ก๋า
ใบงาน ชดุ ที่ ๑๘
คำชแ้ี จง ให้นกั เรียนหาพยัญชนะแทนภาพประสมกบั สระ -า แลว้ เขยี นและอา่ นลงในช่องวา่ ง
ตัวอย่าง
๓. + า = ตำ
๑.
ว
า+๒. ว =
๓. + ้ ใ =
+- =
๔.
-+ว + =
๕.
ว + ้-า =
แบบทดสอบหลงั เรยี น
คำช้แี จง ให้นักเรยี นกาเคร่ืองหมาย ทบั ตวั อักษรหนา้ ข้อท่ีถกู ต้อง
๑. จากภาพน้ตี รงกับคำใด
ก. ใบโบก
ข. หาง
ค. งา
๒. จากภาพน้ีตรงกบั คำใด
ก. หาง
ข. หู
ค. ขา
๓. ห + -ั ว =… จะไดค้ ำใด
……
ก. หาง …
ข. หู
ค. หวั
๔. คำวา่ “ บัว” อา่ นแจกลกู อย่างไร
ก. บอ อัว บัว
ข. บอ โอ บวั
ค. บอ อวั กอ บัว
๕. จากภาพนี้ตรงกับคำใด
ก. งา
ข. งวง
ค. หาง
๖. จากภาพนี้ตรงกับคำที่ข้ึนต้น
ดว้ ยพยญั ชนะใด
ง. ห
จ. ม
ฉ. ก
๗. จากภาพนี้ตรงกับคำท่ีขึ้นต้น
ดว้ ยพยัญชนะใด
ง. ต
จ. ห
ฉ. ป
๘. คำนแี้ จกลกู อย่างไร
ก. ก + -า
ข. ข + -า
ค. ง + -า
๙. ม + - ี จะไดค้ ำใด
ก. มา
ข. มัว
ค. มี
๑๐. ว + –ั ว =
จากการประสมคำนจ้ี ะไดค้ ำใด
ก. โบก ข. บวั
ค. ใบ
๑๑. จากภาพน้ตี รงกับปริศนาคำทายใด
ก. คนหน่งึ ปดั แล้
ข. สามคนแห่
ค. สองคนพัด
๑๒. อะไรเอ่ยตัดโคนไม่ตาย ตัดปลายไม่เน่า
ก. เสน้ ผม
ข. ต้นออ้ ย
ค. ลำไผ่
๑๓. ภาพนต้ี รงกับพยัญชนะใด
ก. ป
ข. ง
ค. ต
๑๔. รปู ภาพในข้อใดมี “ ต” เป็นพยญั ชนะตน้
ก.
ข.
ค.
้ ใ+๑๕. ว =
การประสมขา้ งบนนจี้ ะได้คำใด
ก. บ้า
ข. บัว
ค. ใบ้
เฉลยแบบสดสอบหลังเรยี น
๑. ค ๒. ข ๓. ค
๔. ก ๕. ข ๖. ค
๗. ค ๘. ข ๙. ค
๑๐. ข ๑๑. ค ๑๒. ก
๑๓. ก ๑๔. ค ๑๕. ค