ก
ข
คำนำ
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอภักดีชุมพล สังกัดสำนักงาน กศน. จังหวัด
ชัยภูมิ ได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และหลักการทรงงาน
ฐานการเรียนรูเ้ ร่ืองรายได้ออนไลน์พอเพยี ง เพื่อใหค้ วามรู้แกผ่ ู้ที่ศึกษาหาความรู้ในฐานการเรยี นรู้ ซ่ึง
เป็นการสร้างอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ตลอดจนการปลูกฝังให้กับผู้เรียน ผู้รับบริการมี
คุณลักษณะอยู่อยา่ งพอเพียงได้
ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แผนการจัดการเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ฐานการเรียนรเู้ ร่ืองรายได้ออนไลน์พอเพียง นีจ้ ะเปน็ ประโยชน์ตอ่ ผทู้ ส่ี นใจ ผทู้ ี่เกีย่ วข้องต่อไป
คณะผจู้ ดั ทำ
ค
สารบญั หนา้
ก
คำนำ ข
สารบญั
แผนการจดั การเรียนรตู้ ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งฐานการเรียนรู้ ๑
๑
รายได้ออนไลนพ์ อเพยี ง ๒
วัตถุประสงค์การเรียนรู้ ๒
กิจกรรมการเรียนรู้ ๒
สอ่ื อุปกรณ์ ๔
ความสอดคลอ้ งกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ๔
ความสอดคล้องกับหลกั การทรงงาน ๔
ความสอดคลอ้ งกบั ศาสตรพ์ ระราชา ๕
การนำไปประยกุ ต์ใช้ ๕
การประเมินผลการเรียนร้แู ละข้อเสนอแนะเพ่ิมเตมิ ๖
ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ ๗
แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ ๘
ใบงานถอดบทเรยี นฐานการเรียนรู้
ผจู้ ัดทำ
ภาคผนวก
ภาพกิจกรรมการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
๑
แผนการจดั การเรยี นร้ตู ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ฐานการเรยี นรู้ “รายได้ออนไลน์พอเพียง”
สาระการเรยี นรทู้ ักษะการดำเนนิ ชีวิต วชิ าเศรษฐกิจพอเพยี ง (ทช31001)
๑. ชอ่ื ฐานการเรยี นรู้ รายได้ออนไลน์พอเพยี ง เวลา ๓ ชั่วโมง
๒. ชอ่ื วทิ ยากรแกนนำ
๒.๑ ครูแกนนำ
นายธนวัฒน์ พงษ์เดชาตระกลู ครู ศรช.
นางสาวภัควลัญชญ์ เสนามาตย์ ครู ศรช.
๒.๑ วทิ ยากรภูมปิ ัญญา
นายบุญชู จอกน้อย
๒.๒ นักศกึ ษาแกนนำ
ชือ่ นายพีระศกั ดิ์ เบา้ วรรณ ระดับการศกึ ษา มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
๓. วตั ถุประสงค์
๓.๑ วัตถุประสงค์
๓.๑.๑ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ในการขั้นตอนการทำธุรกิจการค้าแบบ
ออนไลน์
๓.๑.๒ เพอ่ื เสริมสร้างอุปนิสัยการนำหลักคิด หลกั ปฏิบัติของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ใน
กระบวนการทำงาน
๓.๑.๓ เพือ่ เสริมสร้างจิตสำนกึ ในการอนรุ ักษ์ทรพั ยกรธรรมชาติ
๓.๒ กิจกรรมการเรียนรู้
๓.๒.๑ แนะนำวทิ ยากรประจำฐาน และพื้นที่ฐานการเรียนรู้
๓.๒.๒ แจ้งขอบเขตเน้ือหากิจกรรมการเรียนรู้แกผ่ เู้ รียน
๓.๒.๓ จัดกิจกรรมร่วมกับผู้เรียนผ่านมอื ถือ แท็ปเลท คอมพิวเตอร์ โนต้ บคุ๊ หรอื
อุปกรณ์ท่ีสามารถเชือ่ มตอ่ สญั ญาณอินเตอรเ์ น็ต
๓.๒.๔ อภิปรายกระบวนการ โดยนำหลักคิด ๒ : ๓ : ๔ มาทำกิจกรรม เพื่อให้เกิด
อุปนิสัยความพอเพยี ง
๓.๒.๕ ผเู้ รยี นวางแผนการค้าออนไลน์ และลงมอื ปฏิบตั ิ
๓.๒.๖ ผเู้ รยี นนำเสนอผลงานการสร้างรายได้
๓.๒.๗ วิทยากรแกนนำ ผู้เรียนแกนนำร่วมกันสรุปองค์ความรู้ ทักษะประสบการณ์จาก
การเรียนรู้
๒
๓.๒.๘ ถอดองค์ความรู้เกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามใบงานถอด
บทเรยี นฐานการเรียนรู้รายได้ออนไลน์พอเพยี ง
๔. ส่อื / อุปกรณ์
๔.๑ มือถือสมาร์ทโฟน
๔.๒ แท็ปเลท
๔.๓ คอมพวิ เตอร์
๔.๔ โน้ตบคุ๊
๔.๕ แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ
๔.๖ แผ่นผบั องค์ความรู้ขนั้ ตอนการสรา้ งรายไดอ้ อนไลนพ์ อเพยี ง
๔.๗ แบบบนั ทกึ การเรยี นรู้ของฐานรายได้ออนไลนพ์ อเพยี ง
๔.๘ ใบความรูห้ ลักการทรงงาน/หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๔.๙ ใบงานถอดบทเรียนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงฐานการเรียนรู้รายได้ออนไลน์
พอเพยี ง
๖. ความสอดคล้องกบั หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง (๒ เงอ่ื นไข ๓ หลกั การ ๔ มิติ ๓ ศาสตร์)
๒ เงื่อนไข
๖.๑ ความรู้
๑) ความรดู้ า้ นออนไลน์
๒) รู้ความต้องการของตลาด
๓) รเู้ ทคนคิ การประยกุ ตใ์ ชก้ ับสินค้าในท้องถิ่น
๔) รกู้ ารจดั ทำบัญชีรับ - จ่าย
๕) รู้หลักการทรงงานของพระบาทสำเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว
๖) รู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๖.๒ คณุ ธรรม
๑) ความอดทน
๒) ความเพยี รพยายาม
๓) ความซอ่ื สัตย์ สุจริต
๔) ความรบั ผิดชอบ
๓
๓ หลักการ
๓.๑ พอประมาณ
- พอประมาณกับเวลาท่ใี ชด้ ำเนนิ กิจกรรม
- พอประมาณกับวสั ดุ อุปกรณ์ตา่ งๆ
- พอประมาณกับงบประมาณที่ใชใ้ นการทำโครงการ
- พอประมาณกับจำนวนผู้เรยี นทเี่ ข้าร่วมกจิ กรรม
๓.๒ มเี หตผุ ล
๑) เพื่อใช้เปน็ แหลง่ เรยี นรใู้ ห้กับชมุ ชน
๒) เพื่อสรา้ งรายไดเ้ สรมิ ในครอบครัว
๓) ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
๓.๒ มีภูมคิ ุม้ กนั
- มกี ารตง้ั กรรมการดำเนนิ งานและเตรียมจดั กจิ กรรมเป็นอย่างดี
- มกี ารตงั้ คณะกรรมการดำเนนิ งานรบั ผิดชอบดา้ นต่างๆ ที่ชดั เจน
- มีการประชมุ ปรกึ ษาหารืออย่างสมำ่ เสมอ
- มกี ารประสานการทำงานเปน็ ระยะแล้วนำผลมาใชป้ รบั ปรุงการทำงานตอ่ ไป
- มีการประเมินการทำงาน สรุปงาน แล้วนำผลมาใชป้ รบั ปรุง วางแผนการ
ทำงานครงั้ ตอ่ ไป
สมดุลพร้อมกบั การเปล่ยี นแปลงใน ๔ มติ ิ
๔.๑ ดา้ นวตั ถ/ุ เศรษฐกิจ
๑) สร้างอาชพี เสริมให้กบั ครอบครัว
๒) มีการเก็บออม
๓) มีการจัดทำบญั ชรี ับ - จา่ ย
๔.๒ ดา้ นสังคม
๑) การชว่ ยเหลอื ซง่ึ กันและกันในการทำงาน ความสามัคคี มีวินัย
๒) มนี ้ำใจ รูร้ กั สามัคคี เกดิ การแลกเปล่ียนเรียนรู้
๓. ด้านสิ่งแวดลอ้ ม
๑) ส่งเสรมิ วัฒนธรรมไทยในเร่ืองการทำงานร่วมกนั
๒) สง่ เสรมิ ความสมั พนั ธร์ ะหว่าง ผู้เรยี นและครู
๔. ด้านวัฒนธรรม
๑) มีส่วนร่วมในการอนรุ กั ษ์ภมู ิปัญญาท้องถ่ิน
๔
๗. ความสอดคลอ้ งกับหลักการทรงงาน
๑) ศึกษาข้อมูลอย่างเปน็ ระบบ
๒) แกป้ ญั หาจากจุดเลก็
๓) ทรงใชธ้ รรมชาติช่วยธรรมชาติ
๔) การพงึ่ ตนเอง
๘. สอดคลอ้ งกับ ๓ ศาสตร์
๘.๑ ศาสตร์พระราชา
๑) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง : การบูรณาการหลักของปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งกบั การทำงานในแตล่ ะขั้นตอนเพือ่ ใหไ้ ด้ประสทิ ธิภาพและประโยชน์สงู สุด
๘.๒ ศาสตรท์ อ้ งถิ่น
๑) ความรู้จากภมู ิปัญญาทอ้ งถน่ิ
๒) ความรจู้ ากวิทยากรแกนนำ
๘.๓ ศาสตรส์ ากล
๑) สือ่ เอกสารตำรา องค์ความรูต้ ่างๆ
๙. การนำไปประยกุ ตใ์ ช้
๙.๑ การประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน
๑) สามารถนำหลักคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ใน
กิจกรรมการเรียนรู้ และประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวัน
๒) การปลกู ฝังแนวคดิ หลักการทรงงาน ประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิต
๓) สามารถนำความรู้ที่ได้ไปพฒั นาต่อยอดและเผยแพร่แก่ชมุ ชน
๔) สรา้ งรายได้เสริมใหก้ บั ครอบครัว
๙.๒ การประยุกตใ์ ช้ในภารกิจตามหนา้ ท่ี
๑) การทำงานอยา่ งเป็นระบบ
๒) เพม่ิ แหล่งเรียนรู้ให้กบั ครู ผ้เู รยี น บคุ ลากรในสถานศึกษา และผู้ทีเ่ ข้ามาศึกษาดูงาน
จากโรงเรียน ชุมชน องค์กรณ์/หนว่ ยงานภายนอก
๓) นำหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปเป็นหลักคิดและหลักปฏิบัติในการงานและ
หน้าทท่ี ไี่ ด้รบั มอบหมาย
๕
๑๐. การประเมนิ ผลการเรียนรแู้ ละข้อเสนอแนะเพม่ิ เตมิ
๑) สงั เกตความสนใจ และการซักถาม
๒) ใบงานถอดบทเรยี นประจำฐาน
๓) สรปุ ผลการจดั กิจกรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ
.......................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
.
๖
แบบประเมินความพงึ พอใจ
การดำเนนิ งานของศูนยก์ ารเรยี นรู้ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งด้านการศกึ ษา
ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอภกั ดีชมุ พล
ส่วนที่ ๑ ข้อมูลทัว่ ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม
๑. เพศ ชาย หญิง
๒. อายุ น้อยกวา่ ๒๐ ปี ๒๑ – ๓๐ ปี ๓๑ – ๔๐ ปี ๔๑ – ๕๐ ปี ๕๑ – ๖๐ ปี
มากกว่า ๖๐ ปี
๓.สถานภาพ นกั ศกึ ษา ประชาชนทัว่ ไป ครู ผบู้ ริหาร อื่น ๆ……………
สว่ นที่ ๒ ประเดน็ ความพงึ พอใจ โปรดทำเครือ่ งหมาย ✓ ลงในชอ่ งคำตอบทีต่ รงกบั ความร้สู กึ
ข้อ ประเดน็ การวดั ความพงึ พอใจ ระดับความพึงพอใจ
มากท่สี ดุ ๕ มาก ๔ ปานกลาง ๓ น้อย ๒ น้อยทส่ี ดุ ๑
ดา้ นวิทยากร (ครูแกนนำ/นกั ศกึ ษาแกนนำ)
๑ การถา่ ยทอดความรชู้ ดั เจน
๒ การเชอ่ื มโยงตามหลกั ๒ ๓ ๔
๓ มีเนื้อหาครบถว้ นครอบคลมุ ทุกกจิ กรรม
๔ การใช้เวลาถา่ ยทอดความรทู้ ี่เหมาะสม
๕ การตอบขอ้ ซกั ถามไดเ้ ข้าใจ ถูกตอ้ ง
ดา้ นสถานที่
๖ สถานทสี่ ะอาด รม่ รน่ื ปลอดภยั และสวยงาม
๗ ความพร้อมของอุปกรณ์
ดา้ นความรคู้ วามเขา้ ใจ
๘ ความรู้ความเขา้ ใจเน้อื หาในแหลง่ เรียนรู้
ด้านการนำความรู้ไปใช้
๙ สามารถนำความรทู้ ไ่ี ด้รับไปประยุกต์ใช้
ในชวี ติ ประจำวัน
๑๐ คาดว่าสามารถนำความรไู้ ปเผยแพร่/ถ่ายทอดได้
ข้อเสนอแนะ…………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………
…………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………….............................………………………………………….…
๗
ผลท่ีเกดิ ขน้ึ กบั ผูเ้ รียน
จากการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูต้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอภักดีชุมพล
*************************************************
ฐานการเรียนร.ู้ ........................................................................กิจกรรม...............................................................
ผูเ้ รยี นไดฝ้ ึกคิดและฝึกปฏิบตั ิตามหลัก ปศพพ. ดังนี้
๒ เงื่อนไข
ความรู้ คุณธรรม
…………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………….
๓ หลกั การ
หลกั พอประมาณ หลักมีเหตุผล หลกั ภมู ิคุ้มกนั
......................................................... ..................................................... .........................................................
…………………………………………………. ……………………………………………… ………………………………………………….
………………………………………………… ……………………………………………… …………………………………………………
…………………………………………………. ……………………………………………… ………………………………………………….
………………………………………………… ……………………………………………… …………………………………………………
……………………………………………….. …………………………………………… ………………………………………………..
ผลลัพธ์ทีเ่ กิดข้ึนกบั ผเู้ รียนจากการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้บรู ณาการหลัก ปศพพ. ดังนี้
อยู่อย่างพอเพียง....สมดลุ พรอ้ มรบั การเปลี่ยนแปลงใน ๔ มิติ
วตั ถุ สงั คม
…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….
ส่ิงแวดลอ้ ม วัฒนธรรม
…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….
๘
ที่ปรกึ ษา คณะผู้จดั ทำ
นายจรูญศกั ด์ิ พดุ น้อย
นางสาวหลิงฟ้า ขนั ติรตั น์ ผูอ้ ำนวยการสำนักงาน กศน.จงั หวัดชัยภมู ิ
นางลัทธพรรณ ตุงชพี รองผ้อู ำนวยการสำนกั งาน กศน.จงั หวดั ชยั ภมู ิ
ผ้อู ำนวยการ กศน.อำเภอภกั ดีชุมพล
คณะทำงาน
นางสาวธญั พัฒน์ อ่อนตา ครู ชำนาญการ
นางอุไร แพงแก้ว ครอู าสาสมัครการศกึ ษานอกโรงเรียน
นางสาวมง่ิ ขวัญ เพียรวชิ า ครู กศน.ตำบลแหลมทอง
นายณัฐพงษ์ บัวระบดั ทอง ครู กศน.ตำบลแหลมทอง
นางสาวอโนชา ผุยคำผิ ครู กศน.ตำบลวังทอง
นางนงนชุ เพยี วงค์ ครู กศน.ตำบลบา้ นเจียง
นายณฐั ชยั สงิ ห์อำพล ครู กศน.ตำบลเจาทอง
นางสาวพลอยมณี วงศส์ กลุ เกียรติ ครปู ระจำศูนยก์ ารเรยี นชมุ ชน
นางโสภดิ า ปากริม ครูประจำศูนย์การเรยี นชมุ ชน
นายธนวัฒน์ พงษเ์ ดชาตระกลู ครปู ระจำศนู ย์การเรียนชมุ ชน
นางสาวภัควลัญชญ์ เสนามาตย์ ครูประจำศูนย์การเรียนชุมชน
นางสาวมกุ ครนิ ทร์ สูงชัยภูมิ บรรณารักษ์จ้างเหมา
ผพู้ มิ พ์ต้นฉบบั ครปู ระจำศูนย์การเรียนชุมชน
นายธนวัฒน์ พงษ์เดชาตระกลู ครปู ระจำศูนยก์ ารเรียนชมุ ชน
นางสาวภัควลญั ชญ์ เสนามาตย์
ครปู ระจำศูนย์การเรยี นชุมชน
รูปเล่ม/เรียบเรียง ครปู ระจำศูนย์การเรยี นชุมชน
นายธนวฒั น์ พงษ์เดชาตระกลู
นางสาวภคั วลญั ชญ์ เสนามาตย์
๙
ใบความรู้
ช่องทางขายของออนไลนแ์ ละออฟไลน์
ทกุ วนั นมี้ ผี ูป้ ระกอบการทำธรุ กจิ ซื้อมาขายไปเพิม่ ข้นึ เป็นจำนวนมาก ซง่ึ ลกั ษณะของการขายน้ันก็แตกต่าง
กันออกไปตามประเภทของสินค้าและบรกิ าร เราอาจแบ่งลกั ษณะการขายออกเปน็ 2 กลมุ่ ใหญ่ ๆ คอื การขายแบบ
“ออนไลน์ (Online)” และการขายแบบ “ออฟไลน์ (Offline)”
โดยการขายทง้ั สองประเภทมีรายละเอยี ดทพ่ี อ่ ค้าแมค่ า้ ควรรู้ ดังน้ี
1. การขายแบบออนไลน์ (Online)
การขายแบบออนไลน์ คอื การนำสินค้าไปวางขายผ่านช่องทางตา่ ง ๆ บนอนิ เทอรเ์ น็ต โดยมีอินเทอร์เน็ต
เปน็ สอ่ื กลางในการตดิ ต่อส่ือสารระหว่างผูข้ ายสินคา้ และผ้ซู อื้ สินค้า ได้แก่
♠ การขายบน Website, E-Marketplace และ Social Media วิธีนเ้ี ป็นวธิ ียอดฮิตของการขายสินคา้ ผ่าน
ออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการนำสินค้าไปวางขายบน Website ของร้านค้าเอง หรือบน Marketplace ต่าง ๆ อย่าง
Lazada และ Shopee รวมไปถึงการขายสินค้าบน Social Media อย่าง Facebook, Twitter, Line และ
Instagram ซึ่งการขายผา่ นช่องทางเหล่าน้ีกำลังเปน็ ท่ีนยิ มอยา่ งแพร่หลายในยคุ ปัจจบุ ัน มีร้านค้าออฟไลน์จำนวน
มากที่หันมาค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์ เนื่องจากการเปิดร้านค้าออนไลน์นั้นมีต้นทุนต่ำ แต่สามารถเข้าถึงกลมุ่
ลูกค้าไดเ้ ปน็ จำนวนมาก เพราะมจี ำนวนผูใ้ ช้บริการอนิ เทอร์เนต็ และ Social Media มเี พมิ่ มากขน้ึ เร่อื ย ๆ ทุกวัน ทั้ง
ยงั มชี อ่ งทางโปรโมทแบรนดข์ องตนใหเ้ ป็นที่ร้จู กั ไดห้ ลากหลายชอ่ งทาง และทำการค้าขายไดท้ ุกท่ีทุกเวลา
๑๐
♠ การขายผ่านตัวแทนจำหนา่ ยแบบ Dropship Dropship เปน็ การขายผา่ นระบบ
ตวั แทนจำหนา่ ยสินค้าประเภทหน่ึง ทีต่ วั แทนนำสินค้าจากผ้ผู ลติ หรือร้านค้ารายใหญไ่ ปขายตอ่ โดยนำรูปและข้อมูล
ของสินคา้ ไปประกาศขายตาม Website หรอื บญั ชรี า้ นคา้ ของตัวเองบน Social Media โดยที่ตวั แทนไม่จำเป็นต้อง
ซอื้ สินค้ามาสตอ๊ กเองก่อน และไมต่ อ้ งส่งสนิ ค้าเอง ตัวแทนมีหน้าทเ่ี พยี งโปรโมทสนิ ค้าและหาลูกคา้ มา จึงอาจกล่าว
ได้ว่าตัวแทนจำหน่ายเป็นเพียงเสมือน “คนกลาง” ระหว่างผู้ผลิตหรือร้านค้ารายใหญ่กับลูกค้าเท่านั้นตัวแทน
จำหน่ายจะไดร้ ับผลตอบแทนในรูปของค่าคอมมิชชั่น หรือกำไรสว่ นตา่ งของราคาต้นทุนสินค้า ฉะนั้นการขายแบบ
Dropship มีขอ้ ดีตรงทตี่ ัวแทนไมจ่ ำเปน็ ตอ้ งลงทุนอะไรก็สามารถขายสนิ ค้าไดเ้ ลย และไมต่ ้องรับความเสี่ยงจากการ
ขายสินคา้ ไม่ได้
2. การขายแบบออฟไลน์ (Offline)
การขายรูปแบบนี้เรียกได้ว่าเป็นการขายแบบ “ดั้งเดิม” เป็นการขายของผ่านร้านคา้ ที่มีหน้าร้านแสดงสินคา้ จริง
ผู้ขายทำการขาย พูดคุย โต้ตอบกับลูกค้าแบบ Face to face ไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการซื้อขาย การ
ขายในลักษณะน้ี ได้แก่
♠ การขายแบบหน้าร้าน การขายแบบหน้าร้าน คือ การที่เจ้าของแบรนด์มีร้านจำหน่ายสินค้าเป็นของตวั เอง จัด
แสดงสินค้าจริง ทำการขายสินค้าเองโดยตรง ลูกค้าสามารถทำการซ้ือของกลบั บ้านได้เลยทนั ที ถึงแม้การขายแบบ
หน้าร้านจะดูเรียบง่าย ไม่หวือหวาหรือมีอะไรพิเศษ แต่ก็เปน็ วิธกี ารขายสินค้าท่ีขาดไปไมไ่ ด้ แม้ว่ากระแสการขาย
ของออนไลน์จะเป็นที่นยิ มมากแค่ไหนก็ตาม เนื่องจากการขายของผา่ นหนา้ ร้านน้ัน ลกู ค้าสามารถเลอื กชม หยิบจับ
และทดลองใช้สนิ คา้ จริง ๆ เพอ่ื พจิ ารณากอ่ นจะตัดสนิ ใจซื้อสนิ ค้า เปน็ การสรา้ งประสบการณ์ตรงทลี่ กู คา้ มีต่อแบรนด์
สินคา้ ทน่ี ิยมขายผา่ นหนา้ ร้านมักเป็นกลมุ่ สนิ ค้าทตี่ อ้ งมกี ารทดลองใชง้ านเพือ่ ประกอบการตดั สนิ ใจซอื้ เช่น รา้ นน้ำหอม
ทม่ี หี นา้ รา้ น Offline ตามห้างสรรพสนิ ค้าเพอ่ื ให้ลกู ค้าได้ทดลองกลน่ิ หรอื สินคา้ จำพวกอาหารสด ที่ลูกค้าต้องเลือกดู
ตรวจเช็คความสดใหม่ เปน็ ต้น
๑๑
♠ การฝากขาย Consignment
การฝากขาย คอื การที่เจ้าของสนิ คา้ หรอื เรียกว่าผูฝ้ ากขาย ส่งสนิ ค้าไปยงั ผรู้ ับฝากขาย ใหท้ ำการขายสินค้าให้แทน
โดยท่กี รรมสทิ ธ์ิในตวั สินคา้ นั้นยงั คงเป็นของผู้ฝากขาย จนกว่าสนิ ค้าน้ัน ๆ จะถกู ขายออกไป ผฝู้ ากขายจึงจะสามารถ
บันทึกรายการขายสนิ ค้าได้ โดยผู้รับฝากขายสินค้าจะได้รับ “ค่านายหน้า” เป็นค่าตอบแทน เช่น เจ้าของแบรนด์
อาหารเสริมอาจนำสินค้าของตนไปฝากขายตามร้านขายยาต่าง ๆ โดยเจ้าของร้านขายยาก็จะคิดค่านายหน้าเปน็
เปอร์เซ็นต์ตามท่ตี กลงกนั ไวเ้ มอ่ื ขายสินคา้ ได้
ขอ้ ดีของการฝากขายสินค้า คอื เป็นการขยายตลาดสินค้าให้กว้างขึ้น โดยท่ีเจ้าของสินค้าไม่ต้องลงทุนเปิด
หนา้ ร้านเพ่อื จำหนา่ ยสนิ ค้าเอง แถมยงั สามารถเลอื กไดว้ ่าจะวางจำหน่ายสินค้าท่ีบรเิ วณใด หรือภูมิภาคใด เพราะมี
รา้ นค้าจำนวนมากทัว่ ประเทศที่รับฝากวางสนิ ค้า ประเภทสนิ ค้าทีม่ กั ฝากขายคือสินค้าจำพวกเคร่ืองสำอางค์ อาหาร
เสริม ขนมตา่ ง ๆ เป็นต้น
จะเหน็ ไดว้ า่ วธิ กี ารขายทงั้ แบบออนไลน์และออฟไลนม์ ีลกั ษณะที่เหมาะสมกับการขายสนิ คา้ แตล่ ะประเภท
แตกต่างกนั ออกไป ร้านค้าสามารถเลือกใช้วิธีการขายที่เหมาะกับธุรกิจและสินค้าของตวั เอง หรือเลือกใช้หลายวธิ ี
ผสมกันเพื่อผลประโยชน์สูงสุด แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีการไหน หากร้านค้ามีผู้ช่วยทางธุรกิจที่ดีอย่าง ZORT มาช่วย
จดั การระบบสตอ๊ กและออเดอร์ตา่ ง ๆ จะขายผา่ นก่ชี อ่ งทางก็วางใจไดเ้ ลย
๑๒
ประวตั ิความเป็นมา
ประวตั ิความเป็นมาของ E-Commerce
E-Commerce เริ่มขึ้นเมื่อประมาณต้นทศวรรษที่ 1970 โดยเริ่มจากการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
ระหว่างหนว่ ยงาน และในชว่ งเริ่มตน้ หนว่ ยงานที่เกยี่ วข้องสว่ นใหญจ่ ะเปน็ บรษิ ทั ใหญๆ่ เทา่ น้นั บริษัทเล็กๆ มีจำนวน
ไม่มากนกั ต่อมาเมือ่ การแลกเปลยี่ นข้อมลู ทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (Electronic Data Interchange-EDI) ไดแ้ พร่หลายขนึ้
ประกอบกับคอมพิวเตอร์พีซีได้มีการขยายเพิ่มอย่างรวดเร็วพร้อมกับการพัฒนาด้านอินเทอร์เน็ตและเว็บ ทำให้
หน่วยงานและบุคคลต่าง ๆ ได้ใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นในปัจจุบันพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ครอบคลุม
ธุรกรรมหลายประเภท เช่น การโฆษณา การซื้อขายสินค้า การซื้อหุ้น การทำงาน การประมูล และการให้บริการ
ลูกค้า
ประวัตคิ วามเป็นมาของ E-Commerce ในประเทศไทย
1. ช่วงเริ่มแรก เป็นช่วงของกลุ่มนักพัฒนา คือช่วงที่เริ่มมีการใช้อินเทอร์เน็ตกันใหม่ ๆ ในช่วงแรกนั้น
ประเทศไทยกเ็ หมอื นเมอื งนอก คอื เร่ิมให้หนว่ ยราชการใช้ก่อน และตามมาด้วยหน่วยการศกึ ษาต่าง ๆ และที่เหน็ ได้
ชดั สำหรบั ในช่วงแรกกค็ ือชว่ ยในเร่ืองของการใชอ้ เี มล์ text คอื ใชผ้ ่านหน้าจอเทอร์มนิ อล และที่เหน็ เร่มิ เด่นชดั ข้นึ มา
ในขณะนั้นก็คือเว็บ www. nectec.or.th ซึ่งเป็นเว็บที่ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้
เกย่ี วกับอนิ เทอรเ์ น็ต
2. ช่วงที่สอง เป็นช่วงที่อินเทอร์เน็ตเริ่มเป็นที่นิยม คือเป็นช่วงที่เริ่มมีคนสนใจอินเทอร์เน็ตอย่างมาก
เพราะเป็นช่วงทโ่ี รงเรยี นตา่ ง ๆ เร่มิ เอาอินเทอรเ์ นต็ มาใชเ้ ปน็ การเรยี นการสอน เชน่ การบังคับให้นกั เรยี นสง่ การบา้ น
ผ่านทางอีเมล์ และสำหรับนักเรียนปริญญาโทก็บังคับให้ทำโฮมเพจส่งงาน ประกอบกับนักเรียนนอกที่ไปเรียน
ต่างประเทศกลับมาพรอ้ มกบั นำอินเทอร์เน็ตมาประยกุ ตใ์ ชก้ ับงานท่ีทำ เพอื่ ประหยัดค่าใช้จ่าย หรือช่วยงานในด้าน
ของการตลาดแผนใหม่ และที่สำคัญและเห็นได้ชดั มีการโฆษณาผ่านสือ่ ทางวทิ ยุ หนงั สอื ต่าง ๆ
3. ช่วงทีเ่ กดิ ขึน้ ในปจั จบุ นั คือชว่ งที่แขง่ ขันสมบูรณ์ จะเรยี กง่าย ๆ คือช่วงทเ่ี รมิ่ แขง่ ขันกันดุเดอื ด และเป็น
ยุคท่ีรฐั บาลไดเ้ ข้ามาเก่ียวขอ้ ง ดจู ากที่กระทรวงพาณชิ ยท์ ีเ่ รมิ่ เขา้ มาผลักดนั ให้ธุรกิจท่ตี อ้ งการให้เกดิ บนอินเทอร์เน็ต
นนั้ เดน่ ขึ้น ภายใตช้ ือ่ รวม ๆ วา่ การพาณชิ ยอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์ ซ่งึ ต่างกม็ ีส่วนสนับสนนุ ใหย้ คุ น้ีเกิดขึน้ เร็ว เพราะสามารถ
ทำกำไรไดอ้ ยา่ งมหาศาล นอกจากนั้นแลว้ ยังมกี ารหลอกลวงหลายอย่างเกิดข้นึ ในยุคน้ี ฉะนัน้ ใครทีอ่ ยากทำธรุ กิจผา่ น
อินเทอร์เนต็ ควรศึกษาหาความร้กู ่อนและศกึ ษาให้ดี เพราะไมใ่ ชว่ ่าอนิ เทอร์เนต็ ราคาถูกแลว้ จะมีบริการท่ีดีเสมอไป
ในการทำ E-Commerce ไม่ใช่เป็นเพียงช่องทางการจำหน่ายสินค้า แต่ยังหมายความรวมถึง การนำ
เทคโนโลยีมาใชใ้ นกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อลดคา่ ใชจ้ ่าย ลดเวลาที่สญู เสยี ไปโดยเปลา่ ประโยชน์และเป็นการช่วย
เพม่ิ ประสิทธภิ าพในการดำเนนิ ธรุ กิจ รวมไปถึงการพฒั นาความสัมพนั ธ์ระหวา่ งเจา้ ของกบั ผ้บู ริโภคและผคู้ ้าส่ง
๑๓
ประเภทของ E-Commerce
1. ธุรกิจกับผู้ซ้ือปลีก หรือ บีทูซี (B-to-C = Business to Consumer) คือ ผู้ซือ้ ปลีกซื้อสินค้าจากผู้ขาย
ผ่านอินเตอรเ์ น็ต เชน่ การขายเสอื้ ผา้ รองเท้า เคร่อื งสำอาง เปน็ ต้น
2. ธรุ กจิ กบั ธรุ กิจ หรอื บีทบู ี (B-to-B = Business to Business) คือ ผูป้ ระกอบการสองฝา่ ยทำการตดิ ต่อ
ซ้อื ขายกนั โดยการขายในทนี่ ้เี ปน็ การขายส่ง ซึง่ ทำการสั่งซอ้ื ผ่านอินเทอรเ์ นต็
3. ธุรกิจกับรฐั บาล หรือ บีทูจี (B-to-G = Business to Government) คือ ธุรกิจระหวา่ งภาคเอกชนกับ
ภาครฐั เชน่ การจดั จ้างของภาครฐั โดยประกาศผา่ นทางเวบ็ ไซตข์ องรฐั เพ่อื ลดคา่ ใช้จา่ ย
4. รัฐบาลกับรัฐบาล หรือ จีทูจี (G-to-G = Government to Government) คือ การติดต่อกันระหว่าง
หนว่ ยงานในรฐั บาล เปน็ การตดิ ต่อแลกเปล่ียนขอ้ มูลระหว่างกระทรวง
5. ผูบ้ ริโภคกับผบู้ รโิ ภค หรอื ซที ูซี (C-to-C = Consumer to Consumer) คอื การตดิ ตอ่ ซื้อขายระหว่าง
ผู้บริโภคดว้ ยกันเอง กล่าวคือ ผูบ้ รโิ ภคทีไ่ มไ่ ด้ประกอบธุรกิจประกาศขายสนิ ค้าของตนเอง และผูบ้ รโิ ภคอกี คนกส็ นใจ
สั่งซื้อไป การประกาศขายนี้สว่ นใหญ่ทำผ่านอินเทอรเ์ น็ตเพราะมีพื้นที่ใหต้ ิดต่อซื้อขายไดส้ ะดวก รวมถึงหาคนท่มี ี
ความสนใจเหมือนกนั ได้งา่ ยอกี ดว้ ย
6. ภาครัฐกบั ประชาชน หรอื จที ูซี (G-to-C = Government to Consumer) คอื การให้บริการจากทาง
ภาครฐั ผ่านสือ่ อิเลก็ ทรอนิกส์ โดยเฉพาะอนิ เทอร์เน็ต เชน่ การคำนวณและเสียภาษีผา่ นอนิ เทอรเ์ น็ต การดาวน์โหลด
แบบฟอรม์ เพ่อื ลงทะเบียนต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์
ข้ันตอนการเริ่มขายของออนไลน์ ๑๔
วิธตี ั้งคา่ ร้านคา้ บน Facebook และ Instagram 1
เขา้ ระบบ FACEBOOK
• คลิกเข้าไปท่ี www.facebook.com
• กดปุ่ม “Log In” เพื่อระบบ Facebook
[email protected]
xxxxxxxxx
วธิ สี รา้ ง FACEBOOK PAGE
ข้ันตอนท่ี 1 : สร้างเพจขายของบนเฟสบุค๊ (FACEBOOK PAGE)
• เข้าไปที่ https://www.facebook.com/pages/create
• จากนน้ั คลกิ เลอื กประเภทของเพจ (ถ้าอยากเปดิ รา้ นคา้ แนะนำใหเ้ ลือกเป็น "ธรุ กจิ หรอื แบรนด"์ )
ต้งั คา่ เพจของคุณ
๑๕
ขั้นตอนที่ 2 : ใส่รายละเอยี ด
• ตง้ั ช่ือเพจ ควรตั้งให้จำงา่ ยและมีคียเ์ วริ ์ดของสินค้าท่ีตอ้ งการขาย
• เลือกหมวดหมู่
• คลิก ‘สรา้ งเพจ หรอื Create Page’
ข้อมลู เพจ เช่น
- ชอ่ื เพจ
สินค้าท่ีต้องการขายคือ
อะไร
คลิก ‘สรา้ งเพจ’
ขั้นตอนที่ 3 : ตั้งรูปโปรไฟล์และภาพปก (PROFILE & COVER IMAGE)
• เลือกภาพโปรไฟล์ (ขนาด 180 x 180 px)
• เลือกภาพปก (Cover Photo) (ขนาด 1,640 x 856 px)
• กดปุ่มบันทึก หรือ Save
๑๖
Tips: รปู ภาพหน้าปก ควรจัดวาง ข้อความ รูปภาพ ใจความสำคัญไว้ส่วนกลางของรูปภาพ เน่ืองจากการ
แสดงผลบนโทรศัพท์ จะแสดงผลความกว้างรูปภาพเพียง 1,255 px เท่าน้ันค่ะ
ขั้นตอนท่ีขั้นตอนท่ี 4 : ต้ังคา่ ขอ้ มลู เพจ ขอ้ มลู รา้ นคา้
อกี เทคนคิ สำคัญของการเปิดเพจกค็ อื ควรใสร่ ายละเอยี ดตา่ งๆ ของร้านให้ครบถว้ น ชัดเจน
ไปยังแถบจดั การเพจซึ่งอย่ดู า้ นซ้ายมอื
• กด ‘แก้ไขข้อมูลเพจ หรอื Edit Page Info ’ เพื่อเข้าสู่กระบวนการตัง้ ค่าข้อมูลเพจรา้ นขายสนิ ค้า ซ่ึงจะให้
ใส่ข้อมูลท่ัวไปเกี่ยวกับเพจ วิธีการตดิ ต่อกบั รา้ น ตำแหนง่ ทีต่ ้งั ร้าน วันและเวลาเปิด-ปดิ รา้ น (สามารถกดขา้ ม
และยอ้ นมาใส่ภายหลังได)้
๑๗
ขั้นตอนการสรา้ งเพจขายสินคา้
• การต้งั และแก้ไขรายละเอยี ดเพจเฟสบุ๊ค ไปที่ จดั การเพจ (Manage Page) ▶︎ แกไ้ ขขอ้ มูลเพจ (Edit Page
Info)
ข้อมูลทว่ั ไปเกี่ยวกับเพจ (General)
• ชื่อ (Name) ช่อื เพจร้านคา้ ทีไ่ ดท้ ำการตง้ั เอาไว้แลว้ ตัง้ แต่ตอนเร่มิ ตน้ สมคั รเพจ Facebook
• ชื่อผู้ใช้ (Username) ในส่วนนี้ชื่อผู้ใชเ้ พจร้านค้า ควรสร้างชือ่ ที่จำงา่ ย พิมพ์ง่าย เพื่อให้แฟนเพจติดต่อได้
ง่ายซงึ่ ตรงนีถ้ า้ ยังคิดช่ือไม่ออกสามารถตั้งที่หลงั ได้
• คำอธิบายเพจ ( Description) ในส่วนน้ี แนะนำใหใ้ ส่รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า (ขายอะไร, ขายยังไง) การ
จดั ส่ง และข้อมลู การตดิ ต่อ เพื่อให้ลกู คา้ เข้าใจงา่ ยและตดิ ตอ่ ทางรา้ นไดย้ ังไง
• หมวดหมู่ (Categories) เลือกหมวดหมูใ่ ห้ตรงกบั ประเภทสนิ คา้ ท่ีเราขาย เพราะเฟสบคุ๊ จะเลอื กแนะนำเพจ
เราไปใหก้ บั กลุม่ เปา้ หมายท่ีชอบสินคา้ ที่เราขาย
๑๘
การตดิ ตอ่ (Contact)
• เลขโทรศัพท์มือถือ (Phone Number) หากใส่เบอร์ไว้จะทำให้ลกู ค้าสามารถตดิ ต่อร้านได้งา่ ย เป็นอกี วิธที ี่
ปิดการขายงา่ ย
• เว็บไซต์ (Website) ถา้ มีเว็บไซตใ์ หเ้ อาลิงกเ์ วบ็ ไซต์มาวางไว้ เพื่อใหล้ ูกคา้ สามารถกดเข้าไปดูสินค้าตวั อ่นื ของ
เราได้งา่ ยขน้ึ เพ่ิมโอกาสการซ้อื มากขน้ึ คะ่
• อีเมล (Email)
๑๙
• ตำแหน่งทีต่ ้งั (Location) ให้ใสท่ ี่อยู่รา้ นคา้
• พืน้ ท่ีให้บริการ (Service area) หากว่าคุณมบี รกิ ารสง่ สนิ ค้าหรอื บรกิ ารใหแ้ กล่ กู คา้ โปรดเลอื กยา่ น จงั หวดั
หรือภมู ภิ าคสงู สดุ 10 รายการเพือ่ ระบพุ ้นื ท่ีใหบ้ รกิ าร
• เวลาทำการ (Hours) ให้ระบชุ ่วงเวลาทำการของร้าน
ขัน้ ตอนที่ 5 : สร้าง URL ให้ร้าน เพอื่ ให้คนเขา้ ถงึ และแชร์ไดง้ ่ายๆ
• ควรสรา้ งชื่อท่จี ำงา่ ย พมิ พง์ า่ ย เพ่อื ให้แฟนเพจติดตอ่ เราได้ง่าย แชรข์ ้อมลู เราได้ง่าย ข้ันตอนนี้ถ้ายังไม่ได้ต้ัง
ชื่อ สามารถกดขา้ มและมาตัง้ คา่ ยอ้ นหลังได้ กด ‘สรา้ งช่อื ผู้ใชข้ องเพจ (Create @username)’ ที่อยู่ใต้ภาพ
โปรไฟล์ (Profile Image) จากหนา้ แรกของเพจได้
ขน้ั ตอนท่ี 6 : สร้างปุ่มให้ลูกคา้ INBOX งา่ ยขึ้น
๒๐
• คลิก ‘+ เพ่ิมปุม่ (+ Add a Button)’
• เลอื ก ‘สง่ ข้อความ (Send Message)’
• ในส่วนน้ี เราสามารถตัง้ คำถามอตั โนมัติให้กบั ลกู คา้ ไดเ้ ลย ทชี่ ่องคำถาม แต่ถ้าเรายงั คิดคำถามอัตโนมตั ิท่ใี ห้
ลูกคา้ เลือกถามไมอ่ อก ใหก้ ดทป่ี ่มุ x ออกไปก่อน แลว้ เราค่อยมาตั้งคำถามภายหลงั ก็ไดเ้ ช่นกนั ค่ะ
• คลกิ ‘บันทึก (Save)’
๒๑
ทางเพจมปี ุ่มสง่ ข้อความเปน็ ทเ่ี รียบรอ้ ยแลว้ ลกู คา้ ที่เข้ามาดสู ินคา้ ในเพจจะสามารถกดปุ่มนเ้ี พ่อื ส่งข้อความถึงรา้ นได้
ทนั ที
ขั้นตอนท่ี 7 : เชื่อมตอ่ INSTAGRAM รา้ นคา้ ให้จัดการไดใ้ นทเี่ ดยี วกัน
• สำหรบั ข้อน้ี ถ้าหากร้านค้าของคณุ มบี ญั ชี Instagram ด้วย สามารถเชือ่ มบญั ชี Instagram รา้ นค้าเข้ากบั
เพจรา้ นคา้ ของร้านได้ ขอ้ ดีคอื เราสามารถสรา้ งโฆษณาบน Facebook Page ท่ีปรากฎบน Instagram ได้
เลย
• คลิก ‘ต้งั คา่ ’
• เลอื ก Instagram
• คลิกท่ีปมุ่ ‘เช่ือมตอ่ ’
• จากนนั้ ลงช่อื เขา้ ใชบ้ ัญชี Instagram รา้ นคา้ ทเี่ ราตอ้ งการเชอื่ มตอ่
๒๒
๒๓