40 7. วิเคราะห์รายข้อ เพื่อหาค่าอำนาจจำแนก (1) โดยหาค่าความสัมพันธ์รายข้อกับคะแนน รวมข้ออื่น ๆ ที่เหลือ คัดเลือกข้อสอบที่มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 20 ขึ้นไปได้จำนวน 30 ข้อ 8. นำแบบวัดที่คัดเลือกไว้ในข้อ 7 มาวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์แอลฟาของ ครอนบัด (Cronbach's AIpha) ได้ค่าเท่ากับ 875 ซึ่งมีความเชื่อมั่นสูงเพียง พอที่จะนำมาใช้ในการวิจัยได้ 9. จัดทำเป็นแบบวัดความสามารถทางการพูดฉบับสมบูรณ์ และจัดทำคู่มือแบบวัดความสามารถ 10. จัดทำเกณฑ์การประเมินผล 10.1 แบบวัดพัฒนาการด้านการพูดคำศัพท์จำนวน 10 ข้อๆ ละ 3 คะแนน คะแนนเต็ม 30 คะแนน เกณฑ์ประเมินระดับพัฒนาการด้านการพูดคำศัพท์ 20 - 30 คะแนน มีพัฒนาการด้านการพูดคำศัพท์ อยู่ในระดับ ดี 10 - 20 คะแนน มีพัฒนาการด้านการพูดคำศัพท์ อยู่ในระดับ ปานกลาง 0 - 10 คะแนน มีพัฒนาการด้านการพูดดำศัพท์ อยู่ในระดับ ควรปรับปรุง 10.2 แบบวัดพัฒนาการด้านการพูดเป็นประโยคจำนวน 10 ข้อ ข้อละ 3 คะแนน คะแนน เต็ม 30 คะแนน เกณฑ์ประเมินระดับพัฒนาการด้านการพูดเป็นประโยค 21 - 30 คะแนน มีพัฒนาการด้านการพูดเป็นประโยคอยู่ในระดับ ดี 11 - 20 คะแนน มีพัฒนาการด้านการพูดเป็นประโยค อยู่ในระดับ ปานกลาง 0 - 10 คะแนน มีพัฒนาการด้านการพูดเป็นประโยค อยู่ในระดับ ควรปรับปรุง 10.3 แบบวัดพัฒนาการด้านการพูดเป็นเรื่องราวจำนวน 10 ข้อ ข้อละ 3 คะแนน คะแนน เต็ม 30 คะแนน เกณฑ์ประเมินระดับพัฒนาการด้านการพูดเป็นเรื่องราว 21 - 30 คะแนน มีพัฒนาการด้านการพูดเป็นเรื่องราวอยู่ในระดับ ดี 11 - 20 คะแนน มีพัฒนาการด้านการพูดเป็นเรื่องราวอยู่ในระดับ ปานกลาง 0- 10 คะแนน มีพัฒนาการด้านการพูดเป็นเรื่องราวอยู่ในระดับ ควรปรับปรุง 10.4 แบบวัดรวมพัฒนาการด้านการพูดทุกด้าน คะแนนเต็ม 90 คะแนน เกณฑ์ประเมิน ระดับรวมพัฒนาการด้านการพูดทุกด้าน 65 - 90 คะแนน มีพัฒนาการด้านการพูดเป็นเรื่องราวอยู่ในระดับ ดี 45 - 64 คะแนน มีพัฒนาการด้านการพูดเป็นเรื่องราวอยู่ในระดับ ปานกลาง 0 - 44 คะแนน มีพัฒนาการด้านการพูดเป็นเรื่องราวอยู่ในระดับ ควรปรับปรุง ขั้นตอนในการสร้างแบบวัดความสามารถทางการพูด ผู้วิจัยได้ดำเนินการส้รางตามลำดับ ดังแสดงในภาพที่ 3 ขั้นตอนในการสร้างแบบวัดความสามารถทางการพูด
41 ศึกษาเอกสาร ตำรา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแบบวัดความสามารถทางการพูด ของเด็กของเด็กปฐมวัย สร้างแบบวัดความสามารถทางการพูด จำนวน 30 ข้อ ประกอบไปด้วย 1. แบบวัดความสามารถด้าน การรู้คำศัพท์จำนวน 10 ข้อ 2. แบบวัดความสามารถด้านการพูดเป็นประโยคจำนวน 10 ข้อ 3. แบบวัดความสามารถด้านการพูดเป็นเรื่องราว จำนวน 10 ข้อ นำแบบวัดความสามารถทางการพูด และคู่มือดำเนินการวัดที่สร้างขึ้น เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ ด้านการศึกษาปฐมวัย เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงตามข้อคำถาม จำนวน 3 ท่าน หาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบวัดความสามารถทางการพูด โดยนำแบบวัดความสามารถ ทางการพูดไปให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน พิจารณาลงความเห็นและให้คะแนน นำแบบวัดความสามารถทางการพูดที่ผ่านการปรับปรุงแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ไปทดลองใช้ นำแบบวัดความสามารถทางการพูดที่ผ่านการทดลองใช้ มาตรวจให้คะแนนตามกฎเกณฑ์ วิเคราะห์รายข้อ เพื่อหาค่าอำนาจจำแนก นำแบบวัดที่คัดเลือกไว้มาวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์แอลฟาของ ครอนบัด จัดทำเป็นแบบวัดความสามารถทางการพูดฉบับสมบูรณ์ และจัดทำคู่มือแบบวัดความสามารถ จัดทำเกณฑ์การประเมินผล ภาพที่ 3 ขั้นตอนในการสร้างแบบวัดความสามารถทางการพูด
42 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล แบบแผนการทดลองและวิธีการดำเนินการทดลอง การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง (Quasi Experimental Design) ผู้วิจัยได้ ดำเนินการทดลองโดยอาศัยการวิจัยแบบ One-Group Pretest - Posttest Design (ล้วน สายยศ; และ อังคณา สายยศ. 2538: 249; อ้างถึงใน ณัฐวดี ศิลากรณ์. 2556: 49) ตามตาราง 2 ดังนี้ ตาราง 2 แบบแผนการทดลองแบบ One - Group Pre-test Post-test Design กลุ่ม Pre-test Treatment Post-test ทดลอง X สัญลักษณ์ที่ใช้ในแบบแผนการศึกษาคันคว้า หมายถึง การทดสอบก่อนเรียน X หมายถึง การจัดกิจกรรมเล่านิทานพื้นบ้าน หมายถึง การทดสอบหลังเรียน วิธีดำเนินการทดลอง การทดลองครั้งนี้ ดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ดังนี้ 1. ขอความร่วมมือกับผู้บริหารโรงเรียนในการทำวิจัย 2. กำหนดกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่ายมา 1 ห้องเรียน จาก 2 ห้องเรียน 3. สุ่มนักเรียนจำนวน 10 คน จาก 16 คน มาเป็นกลุ่มทดลอง โดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย 4. นักเรียน 10 คน ใช้เป็นกลุ่มตัวอย่างในการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบหุ่น 5. ผู้วิจัยทำการดำเนินการทดลอง โดยเล่านิทานสัปดาห์ละ 1 เรื่อง ใช้เวลาทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วันๆ ละ 30 - 35 นาที รวมทั้งสิ้น 24 ครั้ง โดยใช้ช่วงกิจกรรมก่อนกลับบ้านเวลา 9.30 – 10.00 น. 6. สร้างความคุ้นเคยกับเด็กในกลุ่มตัวอย่าง และจัดเตรียมสภาพแวดล้อม ภายในสถานที่ ที่ทำการทดลองให้เหมาะสม เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ 7. ผู้วิจัยนำแบบวัดความสามารถทางการพูดมาวัดก่อนการทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง 8. ผู้วิจัยดำเนินการทดลองด้วยการจัดกิจกรรมการเล่านิทานพื้นบ้าน ใช้ระยะเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วันๆ ละ 30 - 35 นาที ในช่วงเวลา 9.30 – 10.00 น. ดังปรากฎใน ตาราง ที่ 3
43 ตารางที่ 3 กำหนดการทดลอง สัปดาห์ที่ วันที่ทำการทดลอง ชื่อนิทาน รายละเอียดของนิทาน 9. ผู้วิจัยดำเนินการทดลองจนครบ 8 สัปดาห์ จากนั้นทำการวัดความสามารถทางการพูด (Post-test) หลังการทดลอง ซึ่งใช้แบบวัดชุดเดียวกันกับที่ใช้ทดสอบครั้งก่อนการทดลอง แล้วนำมา ตรวจให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนด 10. นำข้อมูลที่ได้จากการวัดความสามารถทางการพูด ไปวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการทางสถิติ 1 จันทร์ พุธ ศุกร์ ท้าวสะลุ่นกุ้น อุสาบารส ผาแดง นางไอ่ นิทานพื้นบ้านอำเภอบ้านผือ นิทานพื้นบ้านอำเภอบ้านผือ นิทานพื้นบ้านอำเภอกุมภวาปี 2 จันทร์ พุธ ศุกร์ นางอินทวา เชียงงาม เชียงมัง นิทานพื้นบ้านอำเภอวังสามหมอ นิทานพื้นบ้านอำเภอหนองหาน นิทานพื้นบ้านอำเภอหนองหาน 3 จันทร์ พุธ ศุกร์ นางเพ็ญ ศรีธาตุ พยานรัก พญาคันคาก นิทานพื้นบ้านอำเภอเพ็ญ นิทานพื้นบ้านอำเภอศรีธาตุ นิทานพื้นบ้านอำเภอกู่แก้ว 4 จันทร์ พุธ ศุกร์ พระยาโพธิ ท้าวอุ่นวัวทอง หูตสามเปา นิทานพื้นบ้านอำเภอเมืองอุดรธานี นิทานพื้นบ้านอำเภอโนนสะอาด นิทานพื้นบ้านอำเภอนายูง 5 จันทร์ พุธ ศุกร์ พระธาตุโพนทอง ผีชะโหนด บุญข้าวสาก นิทานพื้นบ้านอำเภอเมืองอุรธานี นิทานพื้นบ้านอำเภอบ้านดุง นิทานพื้นบ้านอำเภอสร้างคอม 6 จันทร์ พุธ ศุกร์ ท้าวหน้าลาย ท้าวดาวเรือง จำปาสี่ต้น นิทานพื้นบ้านอำเภอน้ำโสม นิทานพื้นบ้านอำเภอพิบูลย์รักษ์ นิทานพื้นบ้านอำเภอทุ่งฝน 7 จันทร์ พุธ ศุกร์ หลงวิชัย คาวี นางหมาขาว นางนกกระจาบ นิทานพื้นบ้านอำเภอกุดจับ นิทานพื้นบ้านอำเภอประจักษ์ศิลปาคม นิทานพื้นบ้านอำเภอหนองแสง 8 จันทร์ พุธ ศุกร์ เห็ดดอกเดียว บุญบักแปก นางแตงอ่อน นิทานพื้นบ้านอำเภอหนองวัวซอ นิทานพื้นบ้านอำเภอไชยวาน นิทานพื้นบ้านอำเภอสร้างคอม
44 5. การวิเคราะห์ข้อมูล หลังจากการทดลองเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ได้สิ้นสุดและเด็กได้รับการทดลองหลังการ ทดลอง (Posttest) และผู้วิจัยนำข้อมูลที่ได้จากการทดลองไปวิเคราะห์ด้วยสถิติ ดังนี้ 6. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพของเครื่องมือ 1.1 หาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบวัดความสามารถทางการพูด โดยใช้ดัชนี ความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ (บูญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. 2526: 89; อ้างถึงใน ณัฐวดี ศิลากรณ์. 2556: 52) โดยคำนวณจากสูตร เมื่อ แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างแบบวัดกับจุดประสงค์ แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญ 1.2 หาค่าอำนาจจำแนกของแบบวัดรายข้อ โดยใช้การวิเคราะห์สหสัมพันธ์รายข้อกับ คะแนนข้ออื่น ๆ ที่เหลือจากสูตร (บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. 2526: 258; อ้างถึงใน ณัฐวดี ศิลากรณ์. 2556: 52) ดังนี้ เมื่อ แทน ค่าอำนาจจำแนกรายข้อ l แทน คะแนนรายข้อ t แทน คะแนนรวมของข้ออื่นๆ ที่เหลือ
45 1.3 หาค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดความสามารถทางการพูด โดยใช้สูตรสัมประสิทธ์แอลฟา ของครอนบัด (Cronbach's AIpha) (บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. 2521: 291; อ้างถึงใน ณัฐวดี ศิลา กรณ์. 2556: 52) ดังนี้ เมื่อ แทน ความเชื่อมั่นของแบบวัด k แทน จำนวนข้อของแบบวัดทั้งหมด แทน ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบวัดรายข้อ แทน คะแนนความแปรปรวนของแบบวัดทั้งฉบับ 2. สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมุติฐาน เปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยจากแบบวัดความสามารถทางการพูด ก่อน และหลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบหุ่นโดยใช้สถิติ t - test แบบ Dependent Sample (บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. 2526: 99; อ้างถึงใน ณัฐวดี ศิลากรณ์. 2556: 53) โดยใช้สูตร เมื่อ t แทน ค่าสถิติที่ใช้ใน t - distribition D แทน ค่าความแตกต่างของคะแนน N แทน จำนวนคู่ของคะแนน แทน ค่าเฉลี่ยของคะแนนความแตกต่าง แทน ค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของคะแนนความแตกต่าง
46 บทที่ 4 ผลการวเิคราะห ์ ข ้ อมูล การศึกษาคร้ังน้ีมีวัตถุประสงค์ ผู้วิจัยนําเสนอผลการเปรียบเทียบความสามารถด้านการพูดของ เด็กปฐมวยัช้นัอนุบาลปีที่3/1 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้น โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 72 (เทศบาล 8) อําเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566จาํนวนท้งัสิ้น 16คน โดยเลือกแบบเจาะจง ผู้วิจัยจึงได้กําหนดสัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลและการนําเสนอผลการ วิเคราะห์ข้อมลตามลําดบัดงัน้ี สัญลกัษณ ์ ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห ์ ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลและแปลผลความหมายการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้กําหนดสัญลักษณ์ ต่าง ๆ ที่ใชแ้ทนความหมายดงัน้ี N แทน จํานวนนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง X แทน คะแนนเฉลี่ย S.D. แทน ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน t แทน ค่าสถิติที่ใช้ในการพิจารณา t – distribution การวิเคราะห ์ ข้อมูล การวิจยัคร้ังน้ีผวู้ิจยัไดเ้สนอผลการวิเคราะห์ขอ้มูลตามลาํดบัดงัน้ี ตอนที่ 1ผลการเปรียบเทียบความสามารถทางการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมเล่า นิทานพ้ืนบา้น ท้งั 3 ด้าน ตอนที่ 2ผลการเปรียบเทียบความสามารถทางการพูดของเด็กปฐมวัยระหวา่งก่อนและหลงัการ จัดกิจกรรมที่ได้รับโดยใช้กิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้น
47 ผลการวิเคราะห ์ ข้อมูล การวิจยัคร้ังน้ีผวู้ิจยัไดเ้สนอผลการวิเคราะห์ขอ้มูลตามลาํดบัดงัน้ี ตอนที่ 1ผลการเปรียบทียบความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการ จดักิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้น ผู้วิจัยได้นําคะแนนความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวยัก่อนและหลงัการจดักิจกรรมการเล่า นิทานพ้ืนบา้น มาหาค่าสถิติพ้ืนฐาน คือค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนปรากฏ ดังตารางที่ 4 ตารางที่ 4ผลการเปรียบเทียบความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยก่อนและหลงัการจดักิจกรรม การเล่านิทานพ้ืนบา้น จากตารางที่ 3 พบวา่คะแนนความสามารถดา้นการพูดของเด็กปฐมวยัก่อนไดร้ับการจดักิจกรรม การเล่านิทานพ้ืนบา้น มีค่าเฉลี่ยเท่ากบั 27.75และหลงัไดร้ับกิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้น มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 75.94 ตามลําดับ ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบคะแนนความสามารถดา้นการพูดของเด็กปฐมวยัก่อนและหลงัการ จดักิจกรรมการเล่านานพ้ืนบา้น ผู้วิจัยได้นําคะแนนความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยระหวา่งก่อนและหลงัได้รับการจัด กิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้น มาหาค่าสถิติพ้ืนฐานและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มาเปรียบเทียบกันโดย ใช้สถิติ (t-test for Dependent Sample) ปรากฏดังตารางที่ 4 ระยะการจัดกิจกรรม N X S.D. ก่อนการจัดกิจกรรม 16 27.75 3.15 หลังจัดกิจกรรม 16 75.94 6.63
48 ตารางที่ 5ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวยัระหว่างก่อนและหลงั การจัดกิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้น จากตารางที่ 4 พบว่า เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้น มีคะแนนความสามารถด้านการพูดหลงัการจดักิจกรรมสูงกวา่ก่อนการจดักิจกรรม ก่อนการจดักิจกรรม มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 27.75และหลังการจัดกิจกรรมมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 75.94คะแนนส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานก่อนการจดักิจกรรมเท่ากบั 3.15และหลังการจัดกิจกรรมเท่ากับ 6.63 อย่างมีนัยสําคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 ผู้เรียน คะแนนก่อนเรียน คะแนนหลังเรียน คนที่ 1 24 68 คนที่ 2 25 70 คนที่ 3 25 70 คนที่ 4 25 71 คนที่ 5 25 74 คนที่ 6 27 69 คนที่ 7 30 82 คนที่8 31 87 คนที่ 9 33 87 คนที่ 10 34 87 คนที่ 11 28 79 คนที่ 12 25 74 คนที่ 13 30 78 คนที่ 14 25 74 คนที่ 15 29 73 คนที่ 16 28 72 ค่าเฉลี่ย(X) 27.75 75.94 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 3.15 6.63
49 บทที่ 5 สรุปผลอภิปรายผลและข ้ อเสนอแนะ การวิจยัคร้ังน้ีเป็ นการวิจัยแบบทดลอง ที่ใช้กลุ่มตัวอย่างเดียว ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับความสามารถ ทางการพูดของเด็กปฐมวัย ที่ไดร้ับการจดักิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้น ซึ่งมีลําดบัข้นัตอนของการวิจยั และผลของการศึกษา ค้นคว้า โดยสรุป ดงัน้ี วัตถุประสงค ์ ของการวิจัย การวิจยัคร้ังน้ีผวู้ิจยัไดก้าํหนดวตัถุประสงคข์องการวิจยัดงัน้ี 1. เพื่อศึกษาความสามารถดา้นการพูดของเด็กปฐมวยัก่อนและหลงัที่ไดร้ับการจดักิจกรรมการ เล่านิทานพ้ืนบา้น 2. เพื่อเปรียบเทียบความสามารถดา้นการพูดของเด็กปฐมวยัก่อนและหลงัไดร้ับการจดักิจกรรม การเล่านิทานพ้ืนบา้น สมมติฐานของการวิจัย การวิจยัคร้ังน้ีผวู้ิจยัไดก้าํหนดสมมติฐานการวิจยัดงัน้ี เด็กปฐมวยัที่ไดร้ับการจดักิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้นมีความสามารถดา้นการพูดหลงั การจดักิจกรรมสูงกวา่ก่อนจดักิจกรรม ขอบเขตของการวิจัย การวิจยัคร้ังน้ีผวู้ิจยัมีขอบเขตของการวิจยัดงัน้ี 1. กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมายที่ใชใ้นการศึกษาคร้ังน้ีคือ นกัเรียนช้นัอนุบาลปี ที่ 3/1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 72 เทศบาล 8 อําเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จํานวน 16 คน
50 2. ตัวแปรที่ศึกษา 2.1 ตัวแปรต้น คือ กิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้น 2.2 ตัวแปรตาม คือ ความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย 2.2.1 ด้านการรู้คําศัพท์ 2.2.2 ด้านการพูดเป็ นประโยค 2.2.3 ด้านการพูดเป็ นเรื่องราว 3. ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย การวิจยัคร้ังน้ีผู้วิจัยดําเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566 ทําการทดลองเป็ น ระยะเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30 นาที 9.30-10.00 น.รวมท้งัสิ้น 24 คร้ัง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. แผนการจดักิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้น 2. แบบวัดความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการรู้คําศัพท์ 2.2 ด้านการพูดเป็ นประโยค 2.3 ด้านการพูดเป็ นเรื่องราว วิธีด าเนินการวิจัย การวิจยัคร้ังน้ีดาํเนินการในภาคเรียนที่2 ปี การศึกษา 2566 เป็ นเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30 นาที รวม 24 วัน ระหว่างเวลา 9.30-10.00 น.โดยมีลาํดบัข้นัตอนดงัน้ี 1. ทําการทดสอบเด็กกลุ่มตัวอย่างด้วยแบบวัดความสามารถด้านพูดของเด็กปฐมวัยเป็ นการ สอบก่อนการทดลอง 2. สร้างความคุ้นเคยกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างในห้องเรียน เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ 3. ดําเนินการทดลองโดยใช้การเล่านิทานพ้ืนบาน เป็ ้นระยะเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน คือวันจันทร์วันพุธ และวันศุกร์ วนัละ1คร้ังคร้ังละ30 นาทีต้งัแต่เวลา 9.30-10.00 น. รวมการทดลองท้งัสิ้นจาํนวน 24คร้ัง 4. หลังการทดลองทําการทดสอบวัดความสามารถด้านการพูด ด้วยแบบวัดความสามารถการด้าน การพูดของเด็กปฐมวยัฉบบัเดียวกบัก่อนการทดลอง 5. นําข้อมูลที่ได้จากแบบทดสอบในข้อที่ 1และข้อที่ 4 มาตรวจให้คะแนน แล้วนําข้อมูลที่ได้ไป วิเคราะด้วยวิธีการทางสถิติ
51 การวิเคราะห ์ ข้อมูล การวิจยัคร้ังน้ีเป็นวิจยัทดลองซ่ึงผูว้ิจยัไดร้วบรวมขอ้มูลจากผลการจดักิจกรรมการเล่านิทาน พ้ืนบา้น ของนกัเรียนช้นัอนุบาลปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 72 (เทศบาล8) ซึ่งมีหลักการดําเนินงานดงัน้ี 1. ผู้วิจัยทําการทดสอบความสามารถด้านการพูดของนักเรียนช้ันอนุบาลปีที่3โรงเรียน ไทยรัฐวิทยา 72 (เทศบาล8) โดยใช้แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการพูด ก่อนทดลองกับกลุ่ม ตัวอย่างจํานวน 16คน 2. ผู้วิจัยดําเนินการทดลองโดยใช้แผนการสอนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้นจํานวน 24แผน โดยมีระยะเวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน (จันทร์ พุธ ศุกร์) ในแต่ละวันทําการ ทดลอง 1คร้ังคร้ังละ30 นาที 3. ผู้วิจัยนําขอ้มูลที่ไดจ้ากการทดลองไปวิเคราะห์ตามวิธีการตามสถิติโดยหาค่าเฉลี่ยก่อน และหลงัการจดักิจกรรม และเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลงัการจดักิจกรรม ช่วงระยะเวลา 8 สัปดาห์ จํานวน 24คร้ัง สรุปผลการวิจัย เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้น มีความสามารถด้านการพูดของเด็ก ปฐมวยัหลงัการจดักิจกรรมสูงกวา่ก่อนการจดักิจกรรมอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 อภิปรายผลของการวิจัย การวิจยัคร้ังน้ีมีจุดมุ่งหมายเพื่อเปรียบเทียบความสามารถทางด้านการพูดของเด็กปฐมวยัก่อน และหลังได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้น ผลการวิจัยสามารถอภิปรายผลได้ดงัน้ี ความสามารถทางด้านการพูดของเด็กปฐมวัย พบว่าความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย โดยรวมสูงข้ึน ท้งัน้ีอาจเนื่องมาจากการใชก้ิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้นเป็นการจดัประสบการณ์ตรงที่ เปิ ดโอกาสให้เด็กแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางภาษา เปิ ดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกอย่างอิสระจากการ ไดฟ้ ังนิทานพ้ืนบา้น ทาํให้จาํง่าย เขา้ใจความหมายของคาํและยงัไดร้ับความสนุกสนานเพลิดเพลินอีก ดว้ย นบัเป็นการเพิ่มเติมประสบการณ์การเรียนรู้ทางภาษาใหก้บัเด็ก
52 ซึ่งสอดคล้องกับ กุลยา ตันติผลาชีวะ (2551: 146) ได้กล่าวว่า การฟังของเด็กเป็ นการรับรู้เรื่องราวด้วย ประสาทสัมผัสทางหูที่เด็กสะสมและนําไปสร้างเสริมพัฒนาการทางภาษามากกว่าการใช้เพื่อพัฒนา ปัญญา เด็กจะเก็บคาํพูด จงัหวะเรื่องราวจากสิ่งที่ฟังมาสานต่อเป็นคาํศพัท์เป็นประโยคที่ถ่ายทอดไปสู่ การพูด ถ้าเรื่องราวที่เด็กได้ฟังมีความชัดเจนง่ายต่อการเข้าใจเด็กจะได้คําศัพท์และมีความสามารถ เพิ่มข้ึน จากการวิจยัคร้ังน้ีพบว่า เด็กปฐมวยัที่ไดร้ับการจดักิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้น มีพฒันาการ ความสามารถด้านการพูดโดยรวมสูงข้ึน แสดงให้เห็นว่า การจดักิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้นเป็นอีก กิจกรรมหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการดด้านการพูดได้เป็ นอย่างดี ครูจึงมีบทบาทสําคัญในการช่วย กระตุน้คอยช้ีแนะ ชมเชยให้เด็กได้แสดงออกอย่างอิสระในด้านการพูด โดยจัดสภาพแวดล้อมใน ห้องเรียนที่เอ้ืออํานวยต่อการเรียนรู้ ตามความสนใจของเด็กจะช่วยส่งผลให้การเรียนรู้ได้อย่างมี ความสุข ขณะเล่านิทานหากเด็กไม่เข้าใจข้อความบางตอนหรือศัพท์บางคําเด็กก็อาจจะถามหรือให้เล่า ซ้าํพฤติกรรมเช่นน้ีจะทาํเด็กเป็นคนที่กลา้ถาม กลา้แสดงออกทาํให้เด็กเขา้ใจสิ่งต่าง ๆ รอบตวัมากข้ึน ไปทาํใหเ้ด็กมีความฉลาดทางปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์กิจกรรมการเล่านิทานคร้ังน้ีมุ่งเน้นการ พัฒนาความสามารถด้านการพูดเมื่อเด็กไดฟ้ ังนิทาน จะนงั่นิ่ง ๆ และสนใจฟังแสดงถึงการมีสมาธิและ มีมารยาทในการฟังครูได้เสริมแรงด้วยการแสดงความชื่นชมเด็กที่มารยาทในการฟังให้เพื่อน ๆ ได้ร่วม ชื่นชม และเป็ นตัวอย่างที่ดีในการฟังเมื่อเด็กมีข้อสงสัย ให้ยกมือเพื่อขอซักถาม ซึ่งเด็ก ๆ ทุกคนปฏิบัติ ตามด้วยดี การเปรียบเทียบความสามารถด้านการพูดของเด็กอนุบาลช้นัที่3 ที่ได้รับจากการจัดกิจกรรม การเล่านิทานพ้ืนบา้น หลังจากการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ .05 ท้งัน้ีสามารถอภิปรายผลไดด้งัน้ี 1. ความสามารถด้านการพูดในด้านการพูดคําศัพท์ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมเล่านิทาน พ้ืนบาน ปรากฏว่ ้ าหลังการทดลองเด็กมีพัฒนาการด้านการพูดเข้าใจความหมาย สูงกว่าก่อนการทดลอง ท้งัน้ีอาจเป็นเพราะเด็กมีโอกาสพูดคุย ซักถาม และแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระในคําศัพท์เด็กได้รับ ประสบการณ์ตรงจากการพูดจึงทําให้เกิดการเรียนรู้และการพัฒนาความสามารถทางด้านภาษา 2. ความสามารถด้านการพูดเป็ นประโยคและพูดเป็นเรื่องราว ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมเล่า นิทานพ้ืนบาน ปรากฏว่ ้ าหลังการทดลองเด็กมีความสามารถด้านการพูดเป็ นประโยคสูงกว่าก่อนการ ทดลอง ท้งัน้ีอาจจะเป็นเพราะว่าเด็กสามารถคิดคําและรู้จักใช้คํา วลีจากประโยคที่เคยได้ยินมาจึงทําให้ เด็กมีพัฒนาการด้านการพูดเป็ นประโยคและพูดเป็ นเรื่องราวสูงข้ึน
53 ดงัน้นักิจกรรมเล่านิทานพ้ืนบาน้ โดยใช้บรรยากาศและสิ่งแวดลอ้มที่เอ้ือต่อการเรียนรู้จะช่วย ส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้อย่างไม่เคร่งเครียด เด็กสามารถพูดสร้างประโยคจากสิ่งที่เห็นในภาพไดจาก้ ประสบการณ์เดิมและประสบการณ์ใหม่ในสิ่งที่ชอบดวยคําพูดของเด็กเอง ซึ่งจะช่ ้ วยส่งผลให้เด็กพูด เป็นประโยคสมบูรณ์ได้ต่อไปอีก ข้อสังเกตที่ได้จากการวิจัย 1. ในระยะแรกของการจดักิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้น พบว่าเด็กไม่ค่อยกล้าแสดงออกและ สนทนาซักถามมากนัก เนื่องจากเด็กขาดทักษะด้านการพูดและการตอบคําถาม 2. เมื่อผ่านสัปดาห์ที่ 3 เด็กเริ่มคุน้เคยกับการร่วมกิจกรรมในการเล่านิทานพ้ืนบา้นเด็กเริ่มสนใจ กล้าพูดออกเสียง เลียนแบบท่าทาง กล้าพูดเป็ นประโยค สื่อสารเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เคย พบเห็นภาพในสถานที่ต่างๆ ตามภาพประกอบในนิทาน เด็กร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆได้อย่างสนุกสนาน นอกจากน้ีเด็กยังผ่อนคลายความตึงเครียดมีอารมณ์ร่าเริงจาการเล่านิทานพ้ืนบา้น 3. การจัดกิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้นทําให้เด็กพูดแสดงความคิดเห็นร่วมกัน มีปฏิสัมพันธ์กับ ผอู้ื่น มีการโตต้อบในสิ่งที่ครูถามกระตุน้ระหวา่งการทาํกิจกรรม แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบันิทาน ตัวละครต่างๆ ร่วมกับเพื่อนในช้นัเรียน 4. เด็ก ๆ มีความเข้าใจและสามารถพัฒนาการพูดในด้านการรู้คําศัพท์ ด้านการพูดเป็นประโยค และด้านการพูดเป็ นเรื่องราว จากประสบการณ์ในระหว่างทํากิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้นและ จินตนาการหลังการจัดกิจกรรม ข้อเสนอแนะ จากการศึกษาความสามารถด้านการพูดของนกัเรียนช้นัอนุบาล3 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 72 (เทศบาล 8) โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้น ผวู้ิจยัมีขอ้เสนอแนะ ดงัน้ี 1. ข้อเสนอแนะจากการวิจัยครั้งนี้ 1.1ควรศึกษาทําความเขา้ใจข้นัตอนการจดักิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้น ก่อนการนาํไปใช้ เพื่อเป็ นการนําไปใช้เสริมสร้างความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและ สามารถประยุกต์ใช้กับหน่วยการเรียนรู้อื่นที่เหมาะสมกับบริบทสถานศึกษา และวัยของเด็กที่แตกต่าง กัน
54 1.2 ควรให้ความสําคัญกับความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็กและคํานึงถึงการเรียนรู้ โดย เปิ ดโอกาสให้เด็กเลือกและตัดสินใจด้วยตนเอง ครูควรมีบทบาทในการคอยใช้คําถามกระตุ้น สร้างบรรยากาศ ให้คําแนะนําและช่วยเหลือเด็กในจังหวะที่เหมาะสม 1.3อาจมีการพัฒนากิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้นโดยเสริมกิจกรรมอื่น ๆ เช่น กิจกรรม บทบาทสมมติให้เด็กได้ปฏิบัติเล่นบทบาทสมมติตามนิทานพ้ืนบา้นที่ฟัง จะเป็ นการเชื่อมโยงทักษะ การพูดและการใช้ภาษาไปสู่ทักษะอื่น ๆ เช่น ทักษะทางด้านร่างกายและยังเป็ นกิจกรรมที่สนุกสนานอีก ด้วย 2. ข้อเสนอแนะในการท าวิจัยครั้งต่อไป 2.1ควรมีการศึกษาความสามารถทางด้านการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่า นิทานพ้ืนบา้นกบัระดบัช้นัอื่นๆ เช่น ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา และอุดมศึกษา เป็นต้น 2.2ควรมีการจัดกิจกรรม การเล่านิทานพ้ืนบา้น ศึกษาตัวแปรอื่นนอกเหนือจากความ ความสามารถทางด้านการพูด เช่น ความสามารถทางด้านการฟัง ทักษะทางสังคม ความคิดสร้างสรรค์ เป็ นต้น 2.3 ควรมีการเปรียบเทียบความสามารถด้านการพูดโดยใช้กิจกรรมอื่น ๆ เช่น กิจกรรมศิลปะ กิจกรรมบทบาทสมมติและกิจกรรมสร้างสรรค์ เป็ นต้น
55 เอกสารอ้างอิง
56 เอกสารอ้างอิง กรมวิชาการ. (2540). คู่มือหลักสูตรก่อนประถมศึกษาพุทธศักราช 2540 (อายุ 3 - 5 ปี). กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. กรมวิชาการ. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพร้าว. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2541). การเล่านิทาน. วารสารการศึกษาปฐมวัย, 18(4), 10-9. . . (2548). การเลือกนิทานสอนเด็ก. การศึกษาปฐมวัย 9 (1): 30-37. เกษรินทร์ ก้องเมือง. (2551). การพัฒนาความสามารถด้านการจับใจความของนักเรียนชั้นอนุบาล ปีที่ 2 ด้วยกิจกรรมการเล่านิทานแบบเล่าเรื่องซ้ำ. วิทยานิพนธ์กศ.ม. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. เกริก ยุ้นพันธ์. (2538). การเล่านิทาน. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. . (2539). การเล่านิทาน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาสัน. . (2543). การเล่านิทาน. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. ขวัญนุช บุญยู่ฮง. (2546). การส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย โดยการเล่า"นิทานคณิต". ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิขาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. จุฬารัตน์ อินนุพัฒน์. (2543). พัฒนาการทางการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประลบการณ์ การเล่นมุมบล็อก. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย). 'กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ณัฐวดี ศิลากรณ์. (2556). ความสามารถทางการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมเล่า นิทานประกอบหุ่น. ปริญญานิพนธกศ.ม. (การศึกษา ปฐมวัย). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ตันสนีย์ ฉัตรคุปต์. (2542). สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้สร้างสมองเด็กให้ฉลาดได้อย่างไร. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา. ตรียว นิยมธรรม; และ ประภัสสร นิยมธรรม. (2541). พัฒนาการทางภาษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: ภาฒิวิชาการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ตำรา ณ เมืองใต้. (2536). นิทานอีสป. กรุงเทพฯ: รวมสาส์น. นงเยาว์ คลิกคลาย. (2543). ความลามารถด้านการฟังและพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัด
57 กิจกรรมเสริมประสบการณ์โดยใช้เพลงประกอบ. กรุงเทพฯ: ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษา ปฐมวัย) บัณฑิตวิทยายมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. เนื้อน้อง สนับบุญ. (2541). ความสามารถทางภาษาของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์ การเล่านิทาน. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. เบญจมาศ พระธานี. (2538). ความผิดปกติทางการพูดและภาษา. ขอนแก่น: ภาควิชาโสด ดอนาสิก ลาริงซ็วิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ประภาพิศ ดวงคำจันทร์. (2555). ผลของการเล่านิทานสร้างสรรค์ภาพสามมิติเสริมด้วยคำถาม ปลายเปิดต่อความคิดสร้างสรรค์และความรับผิดชอบของเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ปริญญา ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี. ประคอง นิมมานเหมินทร์. (2538) . นิทานพื้นบ้าน. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (2545). นิทานพื้นบ้านศึกษา. กรุงเทพฯ : โครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปราณี ปริยวาที. (2551). การพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยด้วยการเล่านิทานและติดตามผล. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ศรีนครนทรวิโรฒ. ปริศนา สิริอาชา. (2537). เตรียมตัวเตรียมใจก่อนไปโรงเรียน. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดบูเดชั่น (มหาชน). พัชรี สวนแก้ว. (2545). การแนะแนวผู้ปกครองเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ: ภาควิชาโรงเรียนสาธิต คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎสวนดุสิต. ศูนย์การพิมพ์ดวงกมล. พัณณ์ชิตา สิรภัทรศรีเสมอ. (2555). ผลการจัดกิจกรรมการล่านิทานประกอบภาพที่มีต่อการรับรู้ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเด็กปฐมวัย. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา หลักสูตรและการสอน (แขนงวิชาการศึกษาปฐมวัย). มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์. พิชญาดา ธาตุอินจันทร์. (2551). การใช้นิทานภาพเพื่อพัฒนาทักษะการฟังและการพูดของเด็ก ปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ ศศ.ม. (ประถมศึกษา) กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. ไพพรรณ อินทนิล. (2534). เทคนิคการเล่านิทาน. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. ภารดี ศรีประยูร. (2542). รูปแบบการเล่านิทานทางโทรทัศน์ที่ส่งผลต่อความสามารถในการฟัง และความคงทนในการจำของนักเรียนชั้นประถมมศึกษาปีที่ 2. ปริญญานิพนธ์การศึกษา มหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ภรณี คุรุรัตนะ. (2535). การเล่นของเด็ก. ในเอกสารคำสอนวิชาปว.333. กรุงเทพฯ: ภาควิชา
58 หลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. (2542) การเรียนรู้ของ เด็กปฐมวัย. กรุงเทพช: สำนักนายกรัฐมนตรี. สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. มานิต ปริญญานนท์. (2549). การพัฒนาเด็กปฐมวัย. อุดรธานี: คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎ อุดรธานี. รัชนี ศรีไพวรรณ. (2516). การเล่านิทานและเล่าเรื่อง. วารสารสื่อ ภาษชุมชน ภาษาไทย ของคุรุสภา, 3 (3), 37-41. รจนา ทรรทรานนท์. (2537). รวมบทความทางวิชาการเรื่องปัญหาทางการพูดและวิธีการแก้ไข. กรุงเทพฯ: คลีนิคโสตสัมผัสและการพูด ภาดวิชานาสิก โสต ดอ ลาริงซ์วิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. ลัดดา นีละมณี. (2527). สื่อการเล่าเรื่องและนิทานสำหรับเด็กปฐมวัย. เอกสารการสอนวิชาสื่อการ สอนระดับเด็กปฐมวัย หน่วยที่ 7 เล่ม 1. นนทบุรี: ฝ่ายการพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. วรรณี ศิริสุนทร. (2532). การเล่านิทาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ภาพพิมพ์. วรางคณา เครือพิลา. (2558). ผลการเล่านิทานเสริมด้วยการพับกระดาษต่อความสามารถด้านมิติ สัมพันธ์และความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กของเด็กปฐมวัย. ปริญญาครุศาสตรมหา บัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอนมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี อุดรธานี: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี. วิเชียร เกษประทุม. (2541). นิทานพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์พัฒนาศึกษา. วงพักตร์ ภู่พันธ์; และ ศรีนันท์ ดำรงผล. (2532), จิตวิทยาพัฒนาการและการศึกษา. กรุงเทพฯ: ภาควิชาจิตวิทยา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ศศิพรรณ สำแดงเดช. (2553). ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัด กิจกรรมการทดลองหลังการฟังนิทาน. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษา ปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2546), คู่มือการฝึกพูดเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. สิริมา ภิญโญอนันตพงษ์. (2545). การวัดและการประเมินแนวใหม่. : เด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ: ภาควิชาหลักสูตรและการสอน สาขาการศึกษาปฐมวัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2540), ทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อพัฒนากระบวนการคิด. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.
59 สมศักดิ์ ปริปุรณะ. (2542). นิทานความสำคัญและประโยชน์. ราชบุรี: สถาบันราชภัฎหมู่บ้านจอม. สุรี แซ่บู. (2550). การใช้การเล่านิทานเพื่อเพิ่มทักษะทางคณิตศาสตร์ในเด็กที่มีความบกพร่องทาง สติปัญญา. ปริญญานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (การศึกษาพิเศษ) เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. สุภัสสร วัชรคปต์. (2453). ชุดการสอนการอ่านจับใจความโดยใช้นิทานชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการประถมศึกษา. มหาวิทยาลัยบูรพา. สุภาวดี ศรีวรรธนะ. (2542). พัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัยและวิธีการส่งเสริม. นครสวรรด์: เจ. กรุ๊ป แอดเวอร์ไทซิ่งอินทนนท์การพิมพ์. Pine, J.M.; Liven, Elena V. M.; & Rowland, C.F. (1997, October). Single - world Stage: Relations between Maternal Speech Characteristics and Children's VocabularyComposition and Usage. Child Development. 68(5): 807 – 819
60 ภาคผนวก
61 ภาคผนวก ก รายช ื่อผ ู้เช ี่ยวชาญตรวจเคร ื่องม ื อ
62 รายช ื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจเคร ื่องม ื อ 1. นายชูกิจ ผลทิพย์ ผู้อํานวยการ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 72 (เทศบาล8) สํานักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี 2. นางสาวจันทราพร หว้านเครือ ครู โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 72 (เทศบาล8) สํานักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี 3. อาจารย์กัลยกร ภักดี อาจารย์ประจําสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
63 ภาคผนวก ข -ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบทดสอบ วัดความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย
64 ตารางที่ 6 ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบทดสอบวัดความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย แบบทดสอบ ความสามารถ ด้านการพูด ข้อที่ประเมิน ความคิดเหน ็ ของ ผู้เชี่ยวชาญ ∑ IOC คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ชุดที่ 1 ความสามารถ ทางการรู้ ค าศัพท์ ข้อที่ 1 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 2 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 3 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 4 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 5 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 6 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 7 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 8 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 9 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 10 +1 +1 +1 3 1.0 ชุดที่ 2 ความสามารถ ทางด้านการพูด เป็นประโยค ข้อที่ 11 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 12 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 13 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 14 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 15 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 16 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 17 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 18 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 19 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 20 +1 +1 +1 3 1.0
65 ตารางที่ 6 ดัชนีความสอดคล้อง(IOC) ของแบบทดสอบวัดความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย แบบทดสอบ ความสามารถ ด้านการพูด ข้อที่ประเมิน ความคิดเหน ็ ของ ผู้เชี่ยวชาญ ∑ IOC คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ชุดที่ 3 ความสามารถ ทางด้านการพูด เป็นเรื่องราว ข้อที่ 21 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 22 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 23 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 24 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 25 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 26 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 27 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 28 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 29 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 30 +1 +1 +1 3 1.0
66 ภาคผนวก ค -ตารางการจัดกิจกรรมการเล่านิทานพื้นบ้าน -ตัวอย่างแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานพื้นบ้าน
67 ตารางที่ 7 ตัวอย่างตารางการจัดกิจกรรมการเล่านิทานพื้นบ้าน สัปดาห์ วันจันทร์ วันพุธ วันศุกร์ 1 ขั้นน า ครูนําโดยการร้องเพลง และทําท่าทางประกอบ ขั้นสอน -ครูเล่านิทานพ้ืนบา้น โดยใช้หนังสือภาพมา ประกอบการเล่า -ครูใช้คําถามปลายเปิ ด เพื่อกระตุ้นความคิดของ เด็ก -เมื่อครูเล่านิทานพ้ืนบา้น เสร็จ ครูให้เด็กร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น กันในการทํากิจกรรม ข้ันสรุป ครูให้เด็กร่วมกันแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับตัว ละครในเนื้อในเรื่องว่า เป็นอย่างไร ระหว่าง ปฏิบัติกิจกรรมเกิด ปัญหาอะไรและช่วยกัน แก้ปัญหาอย่างไร ขั้นน า ครูนําโดยการท่องคํา คล้องจองเพื่อให้เด็กเกิด ความพร้อมก่อนเขา้สู่ กิจกรรม ขั้นสอน -ครูเล่านิทานพ้ืนบา้น โดยใช้หนังสือภาพมา ประกอบการเล่า -ครูใช้คําถามปลายเปิ ด เพื่อกระตุ้นความคิดของ เด็ก -เมื่อครูเล่านิทานพ้ืนบา้น เสร็จ ครูให้เด็กร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น กันในการทํากิจกรรม ข้ันสรุป ครูและเด็กร่วมกันสรุป กิจกรรมการเล่านิทาน พ้ืนบาน้ โดยครูใช้คําถาม เพื่อกระตุ้นให้เด็กคิดและ ได้แสดงความคิดเห็น ขั้นน า ครูนําโดยการใช้ปริศนาคํา ทายเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิด ความสนใจ ขั้นสอน -ครูเล่านิทานพ้ืนบา้น โดย ใช้หนังสือภาพมา ประกอบการเล่า -ครูใช้คําถามปลายเปิ ดเพื่อ กระตุ้นความคิดของเด็ก -เมื่อครูเล่านิทานพ้ืนบา้น เสร็จ ครูให้เด็กร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ในการทํากิจกรรม ข้ันสรุป ครูและเด็กและร่วมกันสรุป เน้ือเรื่องนิทานพ้ืนบาน้ ว่ามี ใครทําอะไร ที่ไหนและผล ที่เกิดข้ึนเป็นอย่างไร
68 ตัวอย่างตารางการจัดกิจกรรมการเล่านิทานพื้นบ้าน (ต่อ) สัปดาห์ วันจันทร์ วันพุธ วันศุกร์ 2 ขั้นน า ครูนําโดยการร้องเพลง และทําท่าทางประกอบ ขั้นสอน -ครูเล่านิทานพ้ืนบา้น โดยใช้หนังสือภาพมา ประกอบการเล่า -ครูใช้คําถามปลายเปิ ด เพื่อกระตุ้นความคิดของ เด็ก -เมื่อครูเล่านิทานพ้ืนบา้น เสร็จ ครูให้เด็กร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น กันในการทํากิจกรรม ข้ันสรุป ครูให้เด็กร่วมกันแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับตัว ละครในเนื้อในเรื่องว่า เป็นอย่างไร ระหว่าง ปฏิบัติกิจกรรมเกิด ปัญหาอะไรและช่วยกัน แก้ปัญหาอย่างไร ขั้นน า ครูนําโดยการท่องคํา คล้องจองเพื่อให้เด็กเกิด ความพร้อมก่อนเขา้สู่ กิจกรรม ขั้นสอน -ครูเล่านิทานพ้ืนบา้น โดยใช้หนังสือภาพมา ประกอบการเล่า -ครูใช้คําถามปลายเปิ ด เพื่อกระตุ้นความคิดของ เด็ก -เมื่อครูเล่านิทานพ้ืนบา้น เสร็จ ครูให้เด็กร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น กันในการทํากิจกรรม ข้ันสรุป ครูและเด็กร่วมกันสรุป กิจกรรมการเล่านิทาน พ้ืนบาน้ โดยครูใช้คําถาม เพื่อกระตุ้นให้เด็กคิดและ ได้แสดงความคิดเห็น ขั้นน า ครูนําโดยการใช้ปริศนาคํา ทายเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิด ความสนใจ ขั้นสอน -ครูเล่านิทานพ้ืนบา้น โดย ใช้หนังสือภาพมา ประกอบการเล่า -ครูใช้คําถามปลายเปิ ดเพื่อ กระตุ้นความคิดของเด็ก -เมื่อครูเล่านิทานพ้ืนบา้น เสร็จ ครูให้เด็กร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ในการทํากิจกรรม ข้ันสรุป ครูและเด็กและร่วมกันสรุป เน้ือเรื่องนิทานพ้ืนบาน้ ว่ามี ใครทําอะไร ที่ไหนและผล ที่เกิดข้ึนเป็นอย่างไร
69 ตัวอย่างตารางการจัดกิจกรรมการเล่านิทานพื้นบ้าน (ต่อ) สัปดาห์ วันจันทร์ วันพุธ วันศุกร์ 3 ขั้นน า ครูนําโดยการร้องเพลง และทําท่าทางประกอบ ขั้นสอน -ครูเล่านิทานพ้ืนบา้น โดยใช้หนังสือภาพมา ประกอบการเล่า -ครูใช้คําถามปลายเปิ ด เพื่อกระตุ้นความคิดของ เด็ก -เมื่อครูเล่านิทานพ้ืนบา้น เสร็จ ครูให้เด็กร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น กันในการทํากิจกรรม ข้ันสรุป ครูให้เด็กร่วมกันแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับตัว ละครในเนื้อในเรื่องว่า เป็นอย่างไร ระหว่าง ปฏิบัติกิจกรรมเกิด ปัญหาอะไรและช่วยกัน แก้ปัญหาอย่างไร ขั้นน า ครูนําโดยการท่องคํา คล้องจองเพื่อให้เด็กเกิด ความพร้อมก่อนเขา้สู่ กิจกรรม ขั้นสอน -ครูเล่านิทานพ้ืนบา้น โดยใช้หนังสือภาพมา ประกอบการเล่า -ครูใช้คําถามปลายเปิ ด เพื่อกระตุ้นความคิดของ เด็ก -เมื่อครูเล่านิทานพ้ืนบา้น เสร็จ ครูให้เด็กร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น กันในการทํากิจกรรม ข้ันสรุป ครูและเด็กร่วมกันสรุป กิจกรรมการเล่านิทาน พ้ืนบาน้ โดยครูใช้คําถาม เพื่อกระตุ้นให้เด็กคิดและ ได้แสดงความคิดเห็น ขั้นน า ครูนําโดยการใช้ปริศนาคํา ทายเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิด ความสนใจ ขั้นสอน -ครูเล่านิทานพ้ืนบา้น โดย ใช้หนังสือภาพมา ประกอบการเล่า -ครูใช้คําถามปลายเปิ ดเพื่อ กระตุ้นความคิดของเด็ก -เมื่อครูเล่านิทานพ้ืนบา้น เสร็จ ครูให้เด็กร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ในการทํากิจกรรม ข้ันสรุป ครูและเด็กและร่วมกันสรุป เน้ือเรื่องนิทานพ้ืนบาน้ ว่ามี ใครทําอะไร ที่ไหนและผล ที่เกิดข้ึนเป็นอย่างไร
70 ตัวอย่างแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานพื้นบ้าน ช้ันอนุบาล3 กิจกรรมการเล่านิทานพื้นบ้านเรื่องพระธาตโพนทองุระยะเวลา 30 นาที จุดประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยมีความสามารถด้านการพูด ดังต่อไปน้ี 1. การพูดคําศัพท์ 2. การพูดเป็นประโยค 3. การพูดเป็นเรื่องราว กจิกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า ครูนําเด็กเข้าสู่บทเรียน โดยการร้องเพลงประกอบท่าทาง ใช้ท่าทางเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดความ สนใจ และมีความพร้อมในการปฏิบัติกิจกรรม -ครูอธิบายขอ้ตกลงร่วมกนั ในการฟังนิทานพ้ืนบา้น ขั้นกิจกรรม 1ครูเล่านิทานพ้ืนบา้น โดยใชห้นงัสือภาพมาประกอบการเล่านิทานพ้ืนบา้นโดยใชห้นงัสือภาพ ในระหวา่งการเล่านิทาน เด็กจะสามารถสนทนาซกัถามเน้ือหาเกี่ยวกบันิทานได้ 2.ครูใช้คําถามปลายเปิ ดเพื่อกระตุ้นความคิดของเด็ก 3. เมื่อครูเล่านิทานพ้ืนบา้นเสร็จครูใหเ้ด็กร่วมกนัแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกนั ในการทาํกิจกรรม 4. ขณะที่เด็กทํากิจกรรมครูให้คําแนะนําหรือให้ความช่วยเหลือเมื่อเด็กต้องการ ข้ันสรุป ครูและเด็กร่วมกันสรุปกิจกรรมการเล่านิทานพ้ืนบา้น โดยครูใช้คําถามเกี่ยวกับเหตุการณ์และตัว ละครในนิทานเพื่อกระตุ้นให้เด็กคิดและได้แสดงความคิดเห็น สื่อและอุปกรณ์ - หนงัสือนิทานพ้ืนบา้น
71 การประเมิน สังเกตพฤติกรรมทางด้านการพูดของเด็กปฐมวัย -การพูดคําศัพท์ -การพูดเป็นประโยค -การพูดเป็นเรื่องราว
72 ภาคผนวก ง -คู่มือแบบทดสอบวัดความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย -ตัวอย่างแบบทดสอบวัดความสามารถด้านการพูด -แบบบันทึกการให้คะแนนความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย
73 คู่ม ื อการใช้แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการพดูของเด็กปฐมวัย แบบทดสอบวัดทักษะความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย เป็ นแบบทดสอบเพื่อประเมินทักษะ ความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย ซึ่งผู้สอนได้กําหนดแนวทางอย่างเจาะจง เพื่อให้การประเมิน ที่ชัดเจน วิธีการประเมินโดยใช้ภาพเพื่อกระตุ้นให้เด็กแสดงความสามารถด้านการพูดผ่านแบบทดสอบ ที่ครูเตรียมไว้ โดยทดสอบเป็ นรายบุคคลประกอบด้วย ความสามารถทางการพูด 3 ดา้น ไดแ้ก่การพูด เป็ นคําศัพท์ การพูดเป็ นประโยค การพูดเป็ นเรื่องราว แต่ละด้านมีข้อคําถาม ด้านละ 10ข้อ รวมแบบทดสอบชุดน้ีมีจาํนวน 30ข้อ วิธีการด าเนินการทดสอบ การดําเนินการทดสอบแบบทดสอบวัดความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวยัดงัน้ี 1. ผดู้าํเนินการทดสอบศึกษาแบบทดสอบและเกณฑก์ารใหค้ะแนน ข้นัตอนในการดาํเนินการสอบที่ เข้าใจ และใช้ภาพที่มีรายละเอียดชัดเจน 2. จัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ให้พร้อม 3. ผู้ดําเนินสร้างบรรยากาศที่ดี โดยการสนทนาเพื่อให้เด็กผ่อนคลายและสร้างความคุน้เคยก่อน ดําเนินการทดสอบ 4. ดําเนินการทดสอบเป็นรายบุคคล พร้อมท้งัใหค้ะแนนตามเกณฑก์ารใหค้ะแนน โดยการใชเ้วลาใน การทดสอบข้อละ 1 นาที 5.ให้เด็กคิดและตอบจากการดูภาพในแบบทดสอบจากสิ่งที่เด็กรู้ประสบการณ์เดิมของเด็กเอง และจากจินตนาการของเด็กในการเล่าจากภาพในแบบทดสอบ เกณฑ์การให้คะแนน ใชเ้กณฑด์งัน้ี 1คะแนน แทน ตอบไม่ได้หรือไม่ตอบแม้มีผู้ช้ีแนะ 2คะแนน แทน ตอบได้โดยมีผู้ช้ีแนะ 3 คะแนน แทน ตอบได้ด้วยตนเอง
74 แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย ช้ันอนุบาลปีที่3/1 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 72 (เทศบาล8) ชุดที่1 แบบทดสอบวัดความสามารถทางด้านการรู้ค าศัพท์ จุดประสงค์ ข้อทดสอบ คะแนน 3 2 1 เพื่อประเมินทักษะ การพูดเป็นคำ 1.คำชี้แจงให้เด็กดูภาพแล้วพูดเป็นคำจากภาพที่เห็น 2.คำชี้แจงให้เด็กดูภาพแล้วพูดเป็นคำจากภาพที่เห็น 3.คำชี้แจงให้เด็กดูภาพแล้วพูดเป็นคำจากภาพที่เห็น
75 จุดประสงค์ ข้อทดสอบ คะแนน 3 2 1 เพื่อประเมินทักษะ การพูดเป็นคำ 4.คำชี้แจงให้เด็กดูภาพแล้วพูดเป็นคำจากภาพที่เห็น 5.คำชี้แจงให้เด็กดูภาพแล้วพูดเป็นคำจากภาพที่เห็น
76 ชุดที่2แบบทดสอบวัดความสามารถทางด้านการพูดเป็นประโยค จุดประสงค์ ข้อทดสอบ คะแนน 3 2 1 เพื่อประเมินทักษะ การพูดเป็นประโยค 1.คำชี้แจงให้เด็กพูดเป็นประโยคเกี่ยวกับภาพที่เห็นได้สมบูรณ์ถูกต้องมากที่สุด 2.คำชี้แจงให้เด็กพูดเป็นประโยคเกี่ยวกับภาพที่เห็นได้สมบูรณ์ถูกต้องมากที่สุด 3.คำชี้แจงให้เด็กพูดเป็นประโยคเกี่ยวกับภาพที่เห็นได้สมบูรณ์ถูกต้องมากที่สุด
77 จุดประสงค์ ข้อทดสอบ คะแนน 3 2 1 เพื่อประเมินทักษะ การพูดเป็นประโยค 4.คำชี้แจงให้เด็กพูดเป็นประโยคเกี่ยวกับภาพที่เห็นได้สมบูรณ์ถูกต้องมากที่สุด 5.คำชี้แจงให้เด็กพูดเป็นประโยคเกี่ยวกับภาพที่เห็นได้สมบูรณ์ถูกต้องมากที่สุด
78 ชุดที่3 แบบทดสอบความสามารถทางด้านการพูดเป็นเรื่องราว จุดประสงค์ ข้อทดสอบ คะแนน 3 2 1 ทักษะการพูดเล่า เรื่องจากภาพ 1.คำชี้แจงให้เด็กพูดเล่าเรื่องจากภาพให้ครูฟังเป็นประโยคที่สมบูรณ์ให้ถูกต้อง 2.คำชี้แจงให้เด็กพูดเล่าเรื่องจากภาพให้ครูฟังเป็นประโยคที่สมบูรณ์ให้ถูกต้อง 3.คำชี้แจงให้เด็กพูดเล่าเรื่องจากภาพให้ครูฟังเป็นประโยคที่สมบูรณ์ให้ถูกต้อง
79 จุดประสงค์ ข้อทดสอบ คะแนน 3 2 1 ทักษะการพูดเล่า เรื่องจากภาพ 4.คำชี้แจงให้เด็กพูดเล่าเรื่องจากภาพให้ครูฟังเป็นประโยคที่สมบูรณ์ให้ถูกต้อง 5.คำชี้แจงให้เด็กพูดเล่าเรื่องจากภาพให้ครูฟังเป็นประโยคที่สมบูรณ์ให้ถูกต้อง
80 ตารางที่ 8คะแนนแบบทดสอบวดัความสามารถดา้นการพูดของเด็กปฐมวยัก่อน-หลัง การจัดกิจกรรม การเล่านิทานพ้ืนบา้น คะแนน เลขที่ 30 30 30 ก่อน 30 30 30 หลัง 1 9 7 8 24 21 23 24 68 2 8 8 9 25 23 24 23 70 3 8 8 9 25 21 23 26 70 4 9 9 7 25 22 24 25 71 5 8 9 8 25 23 25 26 74 6 9 10 8 27 21 23 25 69 7 12 10 8 30 26 27 29 82 8 11 10 10 31 29 29 29 87 9 12 10 11 33 30 29 28 87 10 13 11 10 34 30 29 28 87 11 10 9 9 28 27 26 26 79 12 9 8 8 25 24 25 25 74 13 10 11 9 30 25 26 27 78 14 9 9 7 25 24 25 25 74 15 16 11 10 10 9 8 9 29 28 25 23 24 24 24 25 73 72
81 ภาคผนวก จ ตัวอย่างภาพกิจกรรมการเล่านิทานพื้นบ้าน
82 ตัวอย่างภาพกิจกรรมการเล่านิทานพื้นบ้าน ครูนําเด็กเข้าสู่บทเรียน โดยการร้องเพลงประกอบท่าทาง ครูนําเด็กเข้าสู่บทเรียน โดยการเคลื่อนไหวและจังหวะ
83 ตัวอย่างภาพกิจกรรมการเล่านิทานพื้นบ้าน ครูเล่านิทานพ้ืนบา้น โดยใชห้นงัสือภาพประกอบ ครูใช้คําถามใหเ้ด็กเล่าเรื่องราวที่ไดฟ้ ังจากนิทานพ้ืนบา้น
84 ตัวอย่างภาพกิจกรรมการเล่านิทานพื้นบ้าน ครูเล่านิทานพ้ืนบา้นเสร็จครูใหเ้ด็กมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ครูสรุปกิจกรรมการเล่านิทานโดยใช้คําถามให้เด็กออกมาแสดงความคิดเห็น
85 ประวัติผู้วิจัย
86 ประวัติผู้วิจัย ชื่อ-นามสกุล นางสาวทอฝัน คําพลงาม ที่อยู่ บ้านเลขที่ 28 หมู่ 1 บ้านคําตากล้า ตําบลคําตากล้า อําเภอคําตากล้า จังหวัดสกลนคร 47250 ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2562 จบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนมัธยมวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ปัจจุบันกําลังศึกษาระดับปริญญาตรี เอกการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี สถานที่ฝึ กสอน โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 72 เทศบาล 8 ตําบลบ้านเลื่อม อําเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี