47
เฉลย
ใบงาน
เรอ่ื ง การบวก ลบ คณู หาร เลขนยั สาคญั
คาชแี้ จง : จงตอบคําถามตอ่ ไปน้ีเรอ่ื งเลขนัยสําคัญ
ข้อ โจทย์ ผลลัพธ์
1 9.01 + 10.12 – 12.034 + 14.324 21.42
2 15.321 – 12.875 + 15.726 + 2.5 20.7
3 0.0024 + 0.005 + 0.5282 – 0.0851 0.451
4 0.314 + 0.21 + 35.5 – 10.224 25.8
5 9.873 + 10.23 +15.6 – 14.32 21.4
6 12.87 ÷ 14.2 x 12.5 11.3
7 15.92 ÷ 12 x 18 24
8 1.4 x 42.5 x 3.2
9 19.87 ÷ 45.5 x 12.87 1.9 × 102
10 0.002 x 0.008 ÷ 0.00258 5.62
0.006
48
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 3
รหัสวิชา ว 31221 รายวิชา เพ่มิ เตมิ วิทยาศาสตร์ (เคมี 1) ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่ือง ความปลอดภยั และทักษะในการปฏิบัติการเคมี เวลา 10 ช่วั โมง
เร่ือง หนว่ ยวดั
เวลา 2 ช่ัวโมง
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 ผู้สอน นางสาวอรัญญา ชนะบญุ
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนโนนสงู พิทยาคาร
1. มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชวี้ ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้ (สาระเพมิ่ เติมเคมี)
ข้อ 3 เข้าใจหลักการทําปฏบิ ัติการเคมี การวัดปรมิ าณสาร หน่วยวัดและการเปลี่ยนหน่วยการคํานวณ
ปริมาณของสาร ความเข้มข้นของสารละลาย รวมท้ังการบูรณากา รความรู้และทักษะในการอธิบาย
ปรากฏการณใ์ นชวี ติ ประจาํ วนั และการแก้ปญั หาทางเคมี
ตัวช้ีวดั
ม.4/3 ระบหุ นว่ ยวัดปริมาณต่าง ๆ ของสาร และเปลีย่ นหน่วยวดั ให้เปน็ หน่วยในระบบเอสไอด้วยการ
ใช้แฟกเตอรเ์ ปลี่ยนหน่วย
ผลการเรียนรู้
ระบหุ น่วยวัดปรมิ าณตา่ ง ๆ ของสาร และเปลยี่ นหนว่ ยวดั ใหเ้ ป็นหนว่ ยในระบบเอสไอด้วยการใช้แฟก
เตอรเ์ ปล่ยี นหน่วย
2. สาระสาคญั
ในการทําปฏิบัติการเคมีความน่าเช่ือถือของข้อมูลพิจารณาได้จากความเที่ยงและความแม่น
ซ่ึงสําหรับการวัดน้ันความน่าเชื่อถือข้ึนกับทักษะของผู้ทําปฏิบัติการและความละเอียดของเครื่องมือ และ
อุปกรณ์ทีใ่ ช้ การบอกปรมิ าณของสารอาจระบุอยู่ในหนว่ ยต่าง ๆ ดังนัน้ เพ่ือใหเ้ กิดความเข้าใจที่ตรงกันจึงมีการ
กาํ หนดหน่วยในระบบเอสไอให้เปน็ หน่วยสากล ผู้ทําปฏบิ ตั กิ ารควรมีทักษะการเปล่ียนหน่วยเพ่ือให้เป็นหน่วย
สากลโดยการใชแ้ ฟกเตอร์เปลีย่ นหน่วย
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้สู่ตัวช้ี
ดา้ นความรู้ (K)
1. ระบหุ น่วยวดั ปรมิ าณต่าง ๆ ของสารได้
2. เปลย่ี นหนว่ ยวดั ให้เปน็ หน่วยในระบบเอสไอด้วยการใช้แฟกเตอรเ์ ปลีย่ นหน่วยได้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
3. คํานวณของหน่วยวัดทางเคมไี ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
ด้านคุณลกั ษณะ (A)
4. ทาํ งานร่วมกับผ้อู ่ืน มสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เห็นภายในกลุม่ ยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็
ของผูอ้ ื่น และรับผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ีทไี่ ด้รบั มอบหมาย
4. สมรรถนะ 49
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด สญั ลกั ษณ์ของหนว่ ย
1) ทกั ษะการสงั เกต m
2) ทักษะการสาํ รวจคน้ หา kg
3) ทกั ษะการวเิ คราะห์ s
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี A
K
5. สาระการเรียนรู้ cd
หน่วยวดั ทางเคมี mol
1. หนว่ ยในระบบเอสไอ ช่อื หนว่ ย สญั ลักษณ์ของหนว่ ย
ตารางท่ี 2.1 หนว่ ยเอสไอพ้นื ฐาน เมตร (meter) m3
กโิ ลกรมั (kilogram)
ปริมาณ วนิ าที (second) mol/m3
ความยาว แอมแปร์ (ampere) kg/m3
เคลวิน (kelvin)
มวล แคนเดลา (candeta)
เวลา โมล (mole)
กระแสไฟฟาู
อุณหภูมิ
ความเข้มของการส่องสวา่ ง
ปริมาณของสาร
ตารางที่ 2.2 ตัวอย่างหน่วยเอสไออนุพทั ธ์
ปริมาณ ช่ือหนว่ ย
ปริมาตร ลูกบาศก์เมตร (cubic meter)
ความเขม้ ขน้ โมลต่อลกู บาศก์เมตร
(mol per cubic meter)
ความหนาแนน่ กิโลกรมั ต่อลกู บาศกเ์ มตร
(kilogram per cubic meter)
50
2. หน่วยนอกระบบเอสไอ
ตารางท่ี 2.3 ตวั อย่างหนว่ ยนอกระบบเอสไอที่ใชใ้ นทางเคมี
ปรมิ าณ ชื่อหน่วย สัญลักษณ์ ค่าทเี่ ทยี บกับ
ของหนว่ ย หนว่ ยเอสไอ
1 L = 10-3 m3
ปรมิ าตร ลติ ร (litter) L หรอื l 1 g = 10-3 kg
1 Da = 1.66 x 10-27 kg
มวล กรมั (gram) g 1 u = 1.66 x 10-27 kg
ดอลตนั (Dalton) Da
1 bar = 10-5 Pa
มวล หน่วยมวลอะตอม u 1 mmHg = 133.32 Pa
(unified atomic mass 1 atm = 1.013 x 10-5
Pa
unit)
(1 atm ~ 1 bar)
ความดนั บาร์ (bar) bar 1 = 10-10 m
1 cal = 4.2 J
มลิ ลเิ มตรปรอท mmHg °C = K - 273
(millimetre of mercury)
บรรยากาศ atm
(atmospheric pressure)
ความยาว อังสตรอม (angstrom) cal
พลังงาน แคลอรี (calorie) °C
อณุ หภูมิ องศาเซลเซยี ส
(degree Celsius)
6. จดุ เนน้ สู่การพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น
6.1 ความสามารถและทักษะ (ม.ปลาย)
- มีความสามารถในการแสวงหาความรเู้ พือ่ การแกป้ ัญหา
- มคี วามสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพอ่ื การเรยี นรู้
- ทกั ษะการส่ือสารอยา่ งสร้างสรรคต์ ามช่วงวัย
6.6 คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
- ม่ังมั่นในการทาํ งาน
- มีวนิ ยั
- ใฝุเรยี นรู้
6.7 ความสามารถและทักษะของผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs 2Ls)
- R1- Reading (อ่านออก)
51
- C1-Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและ
ทักษะในการแกป้ ญั หา)
- C4-Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทํางาน
เปน็ ทมี และภาวะผูน้ ํา)
- C5-Communications, Information and Media Literacy (ทักษะด้านการสื่อสาร
สารสนเทศและรเู้ ทา่ ทันสือ่ )
- C6-Computer and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสือ่ สาร)
- L1-Learning (ทกั ษะการเรียนร)ู้
- L2-Leadership (ทักษะความเป็นผู้นํา)
7. สาระการเรยี นรสู้ กู่ ารบรู ณาการ
- เปน็ ความรู้ทน่ี าํ ไปปรบั ใช้ในชวี ติ ประจาํ วนั ได้
8. ชน้ิ งานหรือภาระงาน (หลักฐาน/รอ่ งรอยแสดงความรู้)
- ใบงาน เรื่องแฟกเตอร์การเปลี่ยนหนว่ ย
9.กิจกรรมการเรียนรู้ วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
ข้ันที่ 1 ขัน้ สร้างความสนใจ (Engagement)
1.1 นักเรียนนําไม้บรรทัดวัดความยาวของสิ่งของ 1 ช้ินบนโต๊ะของนักเรียนโดยวัดความยาวในหน่วย
เซนตเิ มตร
1.2 ครูยกตัวอย่างการวัดปริมาณสิ่งของที่พบในชีวิตประจําวัน ซ่ึงวัดปริมาณเดียวกันแต่ใช้หน่วยท่ี
แตกต่างกัน เช่น การวัดมวลท่ีรายงานด้วยหน่วยปอนด์และกิโลกรัม จากนั้นให้นักเรียนยกตัวอย่างอื่น ๆ
เพม่ิ เติม (ตัวอย่าง : หนว่ ยทางเคมี เช่น หน่วยมวลและนํ้าหนัก หน่วยอุณหภูมิ หน่วยปริมาณของสาร หน่วย
ปรมิ าตร เปน็ ต้น สาํ หรบั ในปฏิบัติการเคมจี ะเก่ยี วขอ้ งกับการวดั มวลของสารเคมี มักใช้หน่วยน้ําหนักในระบบ
เมตริก เช่น กิโลกรัม (kg) กรัม (g) หน่วยปริมาตร เช่น ลิตร (L) มิลลิลิตร (mL) หน่วยของอุณหภูมิในระบบ
เอสไอ คือ เคลวิน (K) สว่ นหนว่ ยทน่ี ิยม คือ องศาเซลเซียส (°C) และองศาฟาเรนไฮต์ (°F) เป็นต้น)
1.3 ครูให้ความรู้เพิ่มเติมว่า การรายงานค่าปริมาณเดียวกันแต่ใช้หน่วยวัดที่แตกต่างกันอาจก่อให้เกิด
ความเข้าใจไมต่ รงกนั ได้ ดงั นนั้ จึงมกี ารกําหนดระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศหรือหน่วยเอสไอ ซึ่งเป็นหน่วย
สากลที่เข้าใจได้ตรงกัน โดยหน่วยวัดในระบบเอสไอ มาจากภาษาฝร่ังเศสคําว่า Sysème International
d’Unités ซึ่งดดั แปลงมาจากหนว่ ยในระบบเมตริก ดังนี้
เมตร (m) เปน็ หน่วยวัดความยาว
กโิ ลกรมั (kg) เป็นหน่วยวัดนํา้ หนกั
วินาที (s) เปน็ หน่วยเวลา
แอมแปร์ (A) เป็นหนว่ ยวัดกระแสไฟฟูา
52
เคลวิน (K) เปน็ หน่วยวัดอณุ หภูมิทเี่ ร่มิ ตน้ จากศูนย์สมั บรู ณ์
แคนเดลา (cd) เป็นหน่วยวัดแสง
โมล (mol) เป็นหนว่ ยวัดขนาดของสาร
ขั้นที่ 2 ข้นั สารวจและค้นหา (Exploration)
2.1 นักเรียนแบง่ กลมุ่ กลุม่ ละ 6-7 คน จากน้นั แต่ละกลุม่ ร่วมกนั วเิ คราะห์เกย่ี วกับหนว่ ยทีใ่ ชใ้ น
ปฏบิ ัติการเคมี วา่ มีหนว่ ยอะไรบา้ ง จากแหลง่ การเรียนร้ตู ่าง ๆ เช่น หนังสือเรยี น อินเทอรเ์ น็ต
2.2 นกั เรยี นแตก่ ล่มุ รว่ มกันวิเคราะหผ์ ลการทดลองจากการปฏบิ ัติการเคมีว่า นักเรียนได้ใชห้ นว่ ย
อะไรบา้ ง
ข้นั ที่ 3 ขน้ั อธบิ ายและหาข้อสรุป (Explanation)
3.1 ครูสุ่มนักเรียนจากกลุ่มต่าง ๆ เพ่ือนําเสนอผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลเก่ียวกับระบบหน่วยท่ีใช้
ในทางเคมี
3.2 นกั เรียนและครูรว่ มกนั อภปิ รายเพอื่ ใหไ้ ดข้ ้อสรปุ ว่า หน่วยในระบบเอสไอ หรือ หน่วยเอสไอ ใช้เป็น
หนว่ ยกลางทีท่ ุกประเทศใชเ้ ป็นมาตรฐานในการระบหุ น่วยการวดั ทางวิทยาศาสตร์
3.3 นกั เรยี นและครูรว่ มกนั อภิปรายต่อว่า หน่วยท่ีใช้ในห้องปฏิบัติการเคมี มีอยู่ 4 หน่วย ได้แก่ หน่วย
มวลและนํา้ หนัก หนว่ ยอุณหภูมิ หน่วยปรมิ าณของสาร และหนว่ ยปรมิ าตร
3.4 ครอู ธิบายเพม่ิ เติมทีละหน่วย เพอื่ ใหน้ กั เรยี นเกดิ ความเขา้ ใจมากย่ิงขน้ึ ดงั น้ี
• หน่วยมวล (mass; m) เปน็ ปรมิ าณของสารในวตั ถใุ ด ๆ หน่วยในระบบเอสไอ คือ กิโลกรัม
(kg) ในวิชาเคมมี กั ใชม้ วลของสารทีม่ ีหน่วยเปน็ มิลลิกรัม กรัม และกิโลกรมั สาํ หรับมวลของอะตอมจะใช้หน่วย
ท่เี รียกว่า หนว่ ยมวลอะตอม (atomic mass unit, amu) ซ่ึงได้จากการเปรียบเทียบมวลของธาตุกับมวลของ
ธาตุมาตรฐาน ปจั จบุ นั ใช้ C-12 โดยกําหนดให้ 1 อะตอมของ C-12 มมี วลเท่ากบั 12 หนว่ ยมวลอะตอม
• หนว่ ยอณุ หภูมิ (temperature; T) เปน็ การวัดค่าเฉล่ียของพลังงานจลน์ของอนุภาคในสาร
ใด ๆ หรืออาจกลา่ วได้ว่าเป็นปริมาณท่ีบอกถึงความร้อนของสารน้ัน เคร่ืองมือท่ีใช้วัดอุณหภูมิ เรียกว่า เทอร์
มอ-มิเตอร์ โดยใช้วัดระดับความร้อน หรืออุณหภูมิของสิ่งต่าง ๆ ซ่ึงสามารถวัดได้ถูกต้องกว่าการวัดโดยใช้
ประสาทสัมผัส หน่วยของอุณหภูมิในระบบเอสไอ คือ เคลวิน (K) ส่วนหน่วยท่ีนิยม คือ องศาเซลเซียส (°C)
และองศาฟาเรนไฮต์ (°F)
• หน่วยปรมิ าณของสาร (amount of substance; n) ในระบบเอสไอมีหน่วยเป็นโมล (mol)
โดย 1 โมล หมายถงึ ปรมิ าณสารทมี่ ีจาํ นวนอนุภาคเท่ากับจํานวนอะตอมของ C-12 ที่มีมวล 12 กรัม ซึ่งมีค่า
6.02 × 1023 อะตอม ค่าตัวเลขนี้ เรียกวา่ เลขอาโวกาโดร (Avogadro’s number) ในการวัดปริมาณของสาร
จากมวลของสาร โดยปริมาณของสาร 1 โมล มีมวลเท่ากับมวลอะตอมหรือมวลโมเลกุลของสารนั้นในหน่วย
กรัม เช่น คาร์บอนมีมวลอะตอม 12.0108 ดงั นน้ั คารบ์ อน 1 โมล มมี วล 12.0108 กรัม
• หน่วยปริมาตร (volume; V) เป็นปริมาณของพื้นที่ในสามมิติ ซึ่งวัตถุในสถานะใด ๆ หรือ
รูปทรงใดยึดครองอยู่หรือบรรจุอยู่ โดยท่ัวไปปริมาตรของสารในสถานะของเหลวจะได้จากการวัดปริมาตร
53
โดยตรง หน่วยของปรมิ าตรในระบบเอสไอ คือ ลูกบาศก์เมตร (m3) แต่นิยมใช้หน่วยในระบบเมตริก คือ ลิตร
(L) และมิลลิลิตร (mL) ซึ่งเมื่อเทียบกับหน่วยเอสไอจะเท่ากับลูกบาศก์-เดซิเมตร (dm3) และลูกบาศก์
เซนตเิ มตร (cm3) ในการทดลองทางเคมี การวัดปริมาตรสารท่มี สี ถานะของเหลว จะใช้เครื่องมือวัดปริมาตรได้
หลายชนดิ เชน่ กระบอกตวง ขวดวดั ปริมาตร บวิ เรต บีกเกอร์ เปน็ ต้น
ขั้นท่ี 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 ครูส่งเสริมใหน้ ักเรยี นไดเ้ ขา้ ใจในเร่อื งหนว่ ยทบ่ี อกปรมิ าณต่าง ๆ และการเปลี่ยนหน่วยมากข้ึน โดย
ยกตวั อย่างวิธกี ารเทียบหนว่ ย ดงั นี้
สารละลายกรดไฮโดรคลอรกิ มวล 20 กรัม ความหนาแน่น 1.18 กรัมต่อลูกบาศก์-เซนติเมตร มี
ปริมาตรเทา่ ใด
ปริมาตรของกรดไฮโดรคลอรกิ = 20 g solution x
= 16.95 cm3
4.2 นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ ศึกษาใหไ้ ดม้ าซงึ่ คําตอบจากตัวอยา่ งที่ครแู สดง โดยให้นักเรียนได้วิเคราะห์โจทย์
ตามขัน้ ตอนการแกโ้ จทยป์ ัญหา ดังนี้
• ขั้นที่ 1 ทําความเข้าใจโจทย์ตวั อย่าง
• ขั้นท่ี 2 สง่ิ ทีโ่ จทย์ตอ้ งการถามหา และจะหาสงิ่ ทีโ่ จทยต์ ้องการต้องทาํ อย่างไร
• ขน้ั ที่ 3 ดาํ เนนิ การหาคําตอบ
• ข้ันที่ 4 ตรวจสอบคาํ ตอบของโจทยต์ ัวอย่าง
ตัวอยา่ งโจทย์ปัญหา
54
4.3 ครูตรวจสอบการแทนค่า การเปล่ียนหน่วย การคํานวณของนักเรียนว่าตรงกับ
ทโ่ี จทย์กําหนดใหห้ รอื ไม่ และคําตอบถกู หรือไม่
ขัน้ ท่ี 5 ขนั้ ประเมินผล (Evaluation)
5.1 ครนู าํ นักเรยี นอภปิ รายและสรปุ เกีย่ วกับหน่วยวัดทางเคมี ดังนี้
- ในการวัดปรมิ าณใด ๆ จาํ เป็นตอ้ งระบุหน่วยของการวัด เพื่อใช้แสดงประเภทของปริมาณท่ีวัด
ได้ เช่น อุณหภูมิอาจใชห้ นว่ ยเป็นองศาเซลเซียส หรือองศาฟาเรนไฮต์ มวลของสารอาจใช้หน่วยเป็นมิลลิกรัม
หรอื กรมั เปน็ ตน้
- การใช้หน่วยที่แตกต่างกัน ทําให้ยากต่อการสื่อสารและการเปรียบเทียบ จึงได้มีการกําหนด
หน่วยของการวดั ใหเ้ ปน็ มาตรฐานสากล หรอื ทีเ่ รียกวา่ หน่วยเอสไอ (SI Units)
5.2 นักเรยี นเล่นเกม “เอสไอมีคะแนน” โดยใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มตอบคาํ ถามเกี่ยวกบั หน่วยเอสไอ โดย
การขูดทกี่ ระดาษคาํ ตอบถ้ามดี าวแสดงว่าข้อน้ันถูกต้อง กลุ่มที่ได้คะแนนมากที่สุดสมาชิกภายในกลุ่มจะได้รับ
คะแนนเตม็ 5 คะแนน และกลุม่ ทเ่ี หลือจะไดค้ นละ 3 คะแนน
ตัวอย่างคาถาม
- ลวดแมกนีเซียมหนา 0.1 มิลลิกรัม สามารถเขียนแสดงความหนาให้อยู่ในรูปสัญกรณ์
วิทยาศาสตรใ์ นหน่วยเอสไอไดเ้ ป็นเท่าใด
- ปริมาตรน้ําที่ได้จากปิเปตต์ 10.00 ลูกบาศก์เซนติเมตร สามารถเขียนแสดงปริมาตรให้อยู่ใน
รูปสญั กรณ์วิทยาศาสตรใ์ นหน่วยเอสไอได้เปน็ เทา่ ใด
- จงเปลย่ี นหน่วย 59.2 cm ใหเ้ ปน็ หน่วย dm
- จงเปลย่ี นหนว่ ย 3.2 g/mL ให้เปน็ หน่วย Kg/ dm3
- นํ้าบรสิ ทุ ธ์ิปรมิ าตร 50.0 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร ท่ีอุณหภูมิ 20.5 องศาเซลเซียส มีมวลเท่าใด เมื่อ
ความหนาแนน่ ของนา้ํ ที่อุณหภูมิ 20.5 องศาเซลเซียส เท่ากับ 0.998099 กรัมตอ่ ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร
- สารละลายกรดซัลฟิวริกเข้มข้นร้อยละ 24 โดยมวล มีความหนาแน่น 1.2 กรัมต่อลูกบาศก์
เซนตเิ มตร ถา้ สารละลายกรดซัลฟวิ รกิ 200 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร จะมกี รดซลั ฟิวริกกี่กรมั
- ถ้าทองเหลือง 12 กรัม ต้องใช้ทองแดง 9.0 กรัม มีต้นทุนราคาของทองแดงกิโลกรัมละ 200
บาท หากตอ้ งการทองเหลอื ง 300 กรัม ต้องซอ้ื ทองแดงก่ีบาท
10. ส่ือการเรยี นรู้และแหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์เพ่มิ เตมิ เคมี ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 เลม่ 1
2. Power point เร่ือง หนว่ ยวัด
55
11. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
จุดประสงค์ วิธีวัด เครือ่ งมือ เกณฑ์การประเมิน
- ถามตอบ รอ้ ยละ 70 ผา่ นเกณฑ์
ด้านความรู้ (K) - เกมเอสไอมคี ะแนน
รอ้ ยละ 70 ผ่านเกณฑ์
1. ระบหุ นว่ ยวดั ปริมาณตา่ ง ๆ - การตอบคําถาม - เกมเอสไอมคี ะแนน
ได้เกณฑ์ในระดบั
ของสารได้ - ตรวจใบงาน - แบบสังเกต ดีข้นึ ไป
พฤตกิ รรม
2. เปลีย่ นหนว่ ยวัดใหเ้ ป็นหนว่ ย การทาํ งาน
ในระบบเอสไอด้วยการใช้แฟก
เตอรเ์ ปลีย่ นหน่วยได้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
3. คํานวณของหน่วยวัดทางเคมี - ตรวจใบงาน
ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
4. ทํางานรว่ มกบั ผ้อู น่ื มีส่วนร่วม - สงั เกตพฤติกรรม
ในการแสดงความคิดเหน็ ภายใน การทํางาน
กล่มุ ยอมรับฟังความคดิ เห็นของ
ผู้อ่นื และรบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ที่ท่ี
ได้รับมอบหมาย
12. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
56
57
58
59
60
แบบประเมินผลการทาแบบฝึกหัด
คาช้ีแจง ให้ผู้ประเมินกรอกคะแนนในช่องรายการท่ีประเมินโดยพิจารณาตามคําอธิบายคุณภาพท่ีกําหนด
โดยใสต่ วั เลข 1-3 ลงในชอ่ งท่ตี รงกบั ระดับคะแนน
เกณฑ์การประเมิน ผูเ้ รียนตอ้ งไดค้ ะแนนตง้ั แต่ 5 คะแนน จึงผ่านเกณฑ์
รายการประเมิน
เลข ชือ่ -สกุล ความ ูถก ้ตองของเ ื้นอหา รวม ค่า
ท่ี ความ ิคดส ้รางสรรค์ เฉล่ีย สรปุ คุณภาพ
ความตรง ่ตอเวลา
(3) (3) (3)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
61
รายการประเมนิ
เลข ชอื่ -สกลุ ความ ูถก ้ตองของเ ื้นอหา รวม ค่า สรปุ คุณภาพ
ท่ี ความ ิคดส ้รางสรรค์ เฉล่ีย
ความตรง ่ตอเวลา
(3) (3) (3)
22
23
24
25
26
27
28
29
30
ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอรญั ญา ชนะบุญ)
............./.................../..............
62
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมนิ แบบฝกึ หัด/ใบงาน/ชน้ิ งาน
รายการประเมิน 3 เกณฑ์การใหค้ ะแนน 1
2
1. ความถูกตอ้ ง เน้ือหาสาระของผลงาน เนอื้ หาสาระของผลงาน เนอื้ หาสาระของผลงาน
ของเนอื้ หา ถูกต้องครบถว้ น ถูกต้องเปน็ สว่ นใหญ่ ถูกต้องเปน็ บางส่วน
2. ความคดิ ผลงานแสดงออกถงึ ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมคี วามนา่ สนใจ
สร้างสรรค์
ความคดิ สร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ แตย่ ังไมม่ คี วามแปลก
3. ความตรงตอ่
เวลา แปลกใหม่และเป็น แปลกใหมแ่ ตไ่ มเ่ ป็น ใหม่
ระบบ ระบบ
สง่ ชิน้ งานภายในเวลาที่ สง่ ชนิ้ งานชา้ กว่าเวลาท่ี ส่งช้นิ งานช้ากวา่ เวลาท่ี
กําหนด กําหนด 1 วนั กาํ หนด 2 วันข้ึนไป
เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
0 - 2 คะแนน หมายถงึ 0 (ปรับปรงุ )
3 - 4 คะแนน หมายถงึ 1 (พอใช้)
5 - 7 คะแนน หมายถงึ 2 (ด)ี
8 - 9 คะแนน หมายถึง 3 (ดีเยย่ี ม)
63
แบบประเมินพฤติกรรมระหวา่ งเรยี นตามคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
คาชแี้ จง ให้ผ้ปู ระเมนิ กรอกคะแนน ในช่องท่ตี รงกับความเปน็ จรงิ
เกณฑ์การประเมนิ ผู้เรยี นต้องไดค้ ะแนนตั้งแต่ 5 คะแนน จงึ ผา่ นเกณฑ์
รายการประเมิน
เลขที่ ช่ือ-สกลุ ใฝ่เรียน ู้ร รวม คา่ สรปุ
ุ่มง ั่มนในการทางาน เฉล่ยี คณุ ภาพ
ทางาน ่รวม ักบผู้อื่นไ ้ด
(3) (3) (3)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
64
รายการประเมิน
เลขที่ ชอื่ -สกุล ใฝ่เรียน ู้ร รวม ค่า สรปุ
ุ่มง ั่มนในการทางาน เฉลย่ี คณุ ภาพ
ทางาน ่รวม ักบผู้อื่นไ ้ด
(3) (3) (3)
23
24
25
26
27
28
29
30
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวอรญั ญา ชนะบุญ)
............./.................../..............
65
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมนิ คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์
รายการประเมนิ 3 เกณฑ์การให้คะแนน 1
2 ตงั้ ใจเรยี น สนใจเรยี น
กลา้ ซักถาม ไมช่ ัดเจน
1. ใฝเุ รยี นรู้ ตง้ั ใจเรยี น สนใจเรยี น ตง้ั ใจเรียน สนใจเรียน
กลา้ ซกั ถาม ปรากฎ กล้าซกั ถาม ปานกลาง
ชดั เจน
2. มงุ่ ม่นั ในการ ต้งั ใจและรับผิดชอบใน ตั้งใจและรับผดิ ชอบใน ตัง้ ใจและรับผดิ ชอบใน
ทํางาน
การปฏบิ ัติหน้าที่ทไี่ ดร้ ับ การปฏบิ ตั ิหน้าที่ทไี่ ด้รับ การปฏิบัติหน้าท่ีท่ไี ดร้ ับ
มอบหมายให้สาํ เรจ็ มอบหมายให้สําเร็จ มอบหมายให้สําเร็จลุล่วง
ลลุ ว่ งทกุ ครง้ั ลลุ ่วงเปน็ สว่ นใหญ่ เปน็ บางครั้ง
3. ทํางานร่วมกับ สามารถปฏิบัติหน้าท่ีที่ สามารถปฏิบัติหนา้ ท่ี สามารถปฏิบตั หิ นา้ ท่ีท่ี
ผู้อ่ืนได้ ไดร้ บั มอบหมายรว่ มกับ ท่ไี ด้รับมอบหมาย ไดร้ บั มอบหมายรว่ มกับ
ผอู้ นื่ ไดไ้ ด้สาํ เร็จลุลว่ ง ร่วมกบั ผ้อู นื่ ได้ได้สาํ เร็จ ผอู้ ื่นไดไ้ ดส้ ําเร็จลุล่วง
ทกุ ครัง้ ลุลว่ งเปน็ ส่วนใหญ่ เปน็ บางครง้ั
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ หมายถึง 0 (ปรบั ปรุง)
0 - 2 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช)้
3 - 4 คะแนน หมายถึง 2 (ด)ี
5 - 7 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยย่ี ม)
8 - 9 คะแนน
66
ใบงาน
เร่ือง แฟกเตอรเ์ ปลยี่ นหน่วย
1.จงแสดงวธิ ีการเปลี่ยนหนว่ ยไปเปน็ หน่วยใหมท่ ี่ตอ้ งการ
ขอ้ ปรมิ าณและหน่วย หนว่ ยใหม่ท่ี วธิ ีทาํ
เริม่ ต้น ตอ้ งการ
1.1 20 cm3 dm3
1.2 0.500 L mL
1.3 300 g kg
1.4 10 J Cal
2. ของเหลวชนิดหน่ึงมีปริมาตร 20.0 cm3 ถ้าของเหวชนิดนี้มีความหนาแน่น 0.780 g/cm3
ของเหลวชนิดนี้จะมมี วลกก่ี รัม
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
67
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4
รหัสวิชา ว 31221 รายวชิ า เพ่มิ เตมิ วิทยาศาสตร์ (เคมี 1) ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรื่อง ความปลอดภยั และทกั ษะในการปฏิบัติการเคมี เวลา 10 ชั่วโมง
เรอื่ ง วิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์ เวลา 2 ชั่วโมง
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ผสู้ อน นางสาวอรัญญา ชนะบญุ
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นโนนสูงพิทยาคาร
1. มาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ช้ีวดั
มาตรฐานการเรยี นรู้ (สาระเพม่ิ เตมิ เคม)ี
ขอ้ 3 เขา้ ใจหลักการทาํ ปฏิบตั ิการเคมี การวัดปริมาณสาร หน่วยวัดและการเปลยี่ นหน่วยการคํานวณ
ปรมิ าณของสาร ความเข้มขน้ ของสารละลาย รวมทัง้ การบรู ณาการความรแู้ ละทกั ษะในการอธบิ าย
ปรากฏการณใ์ นชีวติ ประจาํ วนั และการแก้ปัญหาทางเคมี
ตวั ชี้วัด
ม.4/4 นําเสนอแผนการทดลอง ทดลองและเขยี นรายงานการทดลอง
ผลการเรียนรู้
นําเสนอแผนการทดลอง ทดลองและเขียนรายงานการทดลอง
2. สาระสาคญั
วิธีทางวิทยาศาสตร์เปน็ วธิ ีการหาความรทู้ างด้านวทิ ยาศาสตรท์ ่ีเปน็ ระบบ มี 5 ขน้ั คอื กาํ หนดปญั หา
ตั้งสมมติฐาน เก็บรวบรวมขอ้ มลู วเิ คราะหข์ อ้ มูล และสรุปผล สว่ นทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรม์ ี 13
ทักษะท่ีตอ้ งฝกึ ฝนใหช้ ํานาญ จะช่วยให้การทําปฏิบัตกิ ารไมผ่ ดิ พลาดและเป็นไปตามเปูาหมาย เม่ือทาํ การ
ทดลองเสร็จตอ้ งเขียนรายงานแสดงขั้นตอนการทดลอง ผลการทดลอง การวิเคราะห์ และสรุปผลการทดลอง
ตามรปู แบบการเขียนรายงานการทดลอง
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้สูต่ ัวช้วี ดั
ดา้ นความรู้ (K)
1. นําเสนอแผนการทดลอง ทดลอง และเขยี นรายงานการทดลองได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
2. ใชเ้ คร่อื งมอื และอุปกรณท์ างวิทยาศาสตรไ์ ด้อย่างถกู ต้องเหมาะสมกับวธิ ีการทดลอง รวมท้ัง
ทําการทดลอง แปรผล สรปุ ผล และเสนอผลการทดลองไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม
ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)
3. ทํางานรว่ มกบั ผอู้ น่ื มสี ่วนรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็ ภายในกลุม่ ยอมรับฟงั ความคดิ เหน็
ของผ้อู นื่ และรับผิดชอบต่อหนา้ ท่ีทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
68
4. สมรรถนะ
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการสังเกต
2) ทกั ษะการสํารวจค้นหา
3) ทกั ษะการวิเคราะห์
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. สาระการเรียนรู้
วธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร์
1. วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (scientific method) เป็นกระบวนการศึกษาหาความรู้ทาง
วิทยาศาสตรท์ ่มี แี บบแผนขน้ั ตอน โดยภาพรวมสามารถทาํ ไดด้ งั นี้
1.1 การสังเกต เป็นจุดเริ่มตน้ ของการได้ข้อมูลเก่ียวกบั สิง่ ท่ีตอ้ งศึกษา โดยอาศัยประสาทสัมผัสถ
ท้ัง5 คือ การมองเห็น การฟังเสียง การไดก้ ลิ่น การรบั รส และการสมั ผสั
1.2 การตง้ั สมมตฐิ าน เปน็ การคาดคะเนคาํ ตอบของคําถามหรอื ปญั หา
1.3 การตรวจสอบสมมติฐาน เป็นกระบวนการหาคําตอบของสมมติฐาน โดยมีการออกแบบการ
ทดลองให้มกี ารควบคุมปัจจัยตา่ ง ๆ ท่มี ผี ลต่อการทดลอง
1.4 การรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ผล เป็นการนําข้อมูลที่ได้จากการสังเกตการตรวจสอบ
สมมตฐิ านมารวบรวม วิเคราะห์ และอธบิ ายขอ้ เท็จจริง
1.5 การสรปุ ผล เป็นการสรปุ ความรู้หรอื ข้อเท็จจริงท่ีได้จากการตรวจสอบสมมติฐาน และมีการ
เปรยี บเทยี บกบั สมมตฐิ านที่ตั้งไวก้ ่อนหน้า
2. การเขียนรายงานการทดลอง เป็นการสรุปหรือรายงานผลการทดลองที่ได้จากการตรวจสอบ
สมมตฐิ าน เพื่อนาํ เสนอขอ้ มลู ที่ได้ โดยหวั ขอ้ ทค่ี วรมีในรายงานการทดลอง มดี งั น้ี
2.1 ชอ่ื การทดลอง 2.5 วิธกี ารทดลอง
2.2 จุดประสงค์ 2.6 ผลการทดลอง
2.3 สมมตฐิ านและการกําหนดตัวแปร 2.7 อภปิ รายและสรุปผลการทดลอง
2.4 อปุ กรณแ์ ละสารเคมี
6. จดุ เนน้ สกู่ ารพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น
6.1 ความสามารถและทักษะ (ม.ปลาย)
- มีความสามารถในการแสวงหาความรู้เพ่อื การแก้ปัญหา
- มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรยี นรู้
- ทกั ษะการสื่อสารอยา่ งสร้างสรรคต์ ามชว่ งวัย
6.8 คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
69
- มั่งมัน่ ในการทาํ งาน
- มวี นิ ัย
- ใฝเุ รียนรู้
6.9 ความสามารถและทกั ษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 (3Rs 8Cs 2Ls)
- R1- Reading (อา่ นออก)
- C1-Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะด้านการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณและ
ทักษะในการแกป้ ัญหา)
- C4-Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทํางาน
เปน็ ทมี และภาวะผนู้ ํา)
- C5-Communications, Information and Media Literacy (ทักษะด้านการสื่อสาร
สารสนเทศและรูเ้ ท่าทันส่อื )
- C6-Computer and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการส่ือสาร)
- L1-Learning (ทักษะการเรียนร)ู้
- L2-Leadership (ทกั ษะความเป็นผ้นู ํา)
7. สาระการเรียนรู้สู่การบรู ณาการ
- เป็นความรู้ที่นําไปปรับใช้ในชวี ิตประจาํ วนั ได้
8. ช้ินงานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน/รอ่ งรอยแสดงความร)ู้
- ใบงานการออกแบบกิจกรรมการทดลอง
9. กจิ กรรมการเรยี นรู้ วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
ขนั้ ที่ 1 ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูนาํ ตวั อย่างภาพกจิ กรรมการทดลองมาให้นักเรียนสังเกต
โดยครูถามคําถามกระตุ้นความคดิ ดังนี้
70
- จากภาพผลการทดลองเป็นเรื่องเกีย่ วกบั อะไร (การใส่ปุ๋ยกับการเจรญิ เตบิ โตของพชื )
- นกั เรียนจะตัง้ สมมตฐิ านการทดลองนว้ี ่าอย่างไร (การใสป่ ยุ๋ มผี ลต่อการเจรญิ เติบโตของพืช)
- หากจะทําการทดลองดงั ภาพ จะมีวิธกี ารดําเนินการทดลองอยา่ งไรบา้ ง
- ออกแบบการทดลอง
- มีวัสดุอปุ กรณอ์ ะไรบ้าง
- มวี ิธกี ารทดลองอย่างไร
1.2 ครพู ดู เชื่อมโยงเขา้ สเู่ น้ือหาเร่อื งวธิ กี ารทางวิทยาศาสตร์ พรอ้ มแจ้งจุดประสงค์ในการเรยี นวนั น้ี
(วิธกี ารทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละการเขยี นรายงานการทดลอง)
ข้ันที่ 2 ขน้ั สารวจคน้ หา (Exploration)
2.1 ครใู หค้ วามร้เู กีย่ วกบั หัวข้อทคี่ วรมใี นการเขียนรายงานการทดลอง จากน้ันนักเรียนแบ่งกลุ่ม
กลมุ่ ละ 4 คน
2.2 ครถู ามคาํ ถามกระตนุ้ ความคิดนักเรยี นวา่ นาํ้ อดั ลมทแี่ ช่เย็นหรือน้ําอัดลมท่ีไม่แช่เย็นมีความ
ซ่ามากกวา่
2.3 นักเรียนศึกษาความเข้มข้นของกรดคาร์บอนิกท่ีอยู่ในนํ้าอัดลม พร้อมท้ังออกแบบการ
ทดลอง และเขยี นรายงานการทดลอง ลงในใบบันทึกกิจกรรม
ขนั้ ที่ 3 ขน้ั อธิบายความรู้ (Explain)
3.1 นักเรยี นแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมารายงานผลการศึกษาหน้าช้ันเรียน จากน้ันให้เพ่ือนใน
ชั้นเรียนร่วมวิเคราะห์ว่า การเขียนรายงานดังกล่าวสามารถเข้าใจได้ชัดเจนหรือไม่ อย่างไร เพ่ือช่วยกัน
ปรับปรงุ และแกไ้ ขใหส้ มบูรณย์ งิ่ ขน้ึ โดยมีรายละเอยี ด ดังนี้
- การออกแบบการทดลองสอดคล้องกบั สมมติฐานท่ีตงั้ ไวห้ รอื ไม่ อย่างไร
(แนวตอบ : สอดคล้อง เน่อื งจาก pH เปน็ ค่าที่บอกความเข้มขน้ ของกรดในสารละลายการ
เปรยี บเทียบคา่ pH จึงสามารถบอกความเขม้ ขน้ ของกรดคาร์บอนิกทีอ่ ยู่ในน้าอัดลม)
- การสรุปผลการทดลองสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ได้จากการตรวจสอบสมมติฐานหรือไม่
อย่างไร
(แนวตอบ : สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ระบุว่าน้า อัดลมท่ีแช่เย็นมีความเข้มข้นของกรด
คาร์บอนกิ มากกวา่ แต่ไมส่ อดคลอ้ งกับข้อเท็จจริงท่ีสรุปว่าน้าอัดลมที่แช่เย็นมีความซ่ามากกว่า เนื่องจากเป็น
การสรปุ ทเี่ กินกวา่ ขอ้ เทจ็ จรงิ ทีไ่ ดจ้ ากการตรวจสอบ)
- สมมติฐานท่ีต้ังไว้สอดคล้องกับส่ิงที่สังเกตได้ว่านํ้าอัดลมท่ีแช่เย็นมีความซ่ามากกว่า
น้ําอัดลมที่ไม่แชเ่ ยน็ หรอื ไม่ อยา่ งไร
(แนวตอบ : ไม่สอดคลอ้ งกบั ขอ้ สังเกตเน่ืองจากไม่ทราบความสัมพันธ์ระหว่างความซ่ากับ
ความเขม้ ข้นของกรดคารบ์ อนกิ )
71
- ถ้าต้องการออกแบบการทดลองเพื่อตอบคําถามว่า เพราะเหตุใดเม่ือดื่มน้ําอัดลมท่ีแช่เย็น
จะร้สู กึ ว่ามคี วามซ่ามากกวา่ นา้ํ อดั ลมทไี่ มแ่ ช่เยน็ ควรมขี ้อมลู ใดเพ่มิ เติมบา้ ง
(แนวตอบ : องค์ประกอบในนา้ อดั ลม ปัจจัยทท่ี ้าใหเ้ กิดความซ่า)
3.2 นกั เรยี นและครูร่วมกันสรปุ วิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์ ดังนี้
วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย 5 ข้ัน ได้แก่ ข้ันกําหนดปัญหา ขั้นตั้งสมมติฐาน ข้ัน
ตรวจสอบสมมติฐาน ขัน้ วเิ คราะห์ข้อมูล และขัน้ สรปุ ผล
ขัน้ ท่ี 4 ขั้นขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
4.1 นกั เรียนและครูอภปิ รายและสรุปเก่ียวกับการเขียนรายงานการทดลอง ดงั นี้
• ชื่อการทดลอง
• ชอ่ื ผทู้ ําการทดลอง พรอ้ มรายช่อื ผรู้ ่วมการทดลอง
• วัตถปุ ระสงคข์ องการทําการทดลอง
• วธิ กี ารทดลอง โดยอธบิ ายถึงขัน้ ตอนการทําการทดลองตามความเปน็ จริง
• ผลการทดลอง โดยแสดงข้อมลู ตา่ ง ๆ ท่ไี ด้จากการทดลอง อาจจัดอยูใ่ นรูปของตาราง
• วจิ ารณ์ผลการทดลอง โดยผลการทดลองน้ันสอดคล้องกับทฤษฎีหรือไม่ หากไม่สอดคล้อง
ให้อธบิ ายถึงสาเหตุท่ที าํ ใหผ้ ลการทดลองคลาดเคลือ่ น
• สรปุ ผลการทดลอง โดยกลา่ วถงึ สาระสําคัญท่ีได้จากผลการทดลอง ซึ่งอาจมีค่าทางสถิติมา
ชว่ ยวิเคราะห์ผลการทดลอง
• ขอ้ เสนอแนะต่าง ๆ เพื่อใชป้ รบั ปรุงการทดลองในครั้งตอ่ ไป
4.2 นักเรียนทบทวนความรู้เก่ียวกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แล้วครูให้ความรู้
เพ่มิ เตมิ เก่ยี วกบั จติ วทิ ยาศาสตร์ จากนั้นใหน้ กั เรยี นตอบคําถาม ดงั นี้
- จากการทํากิจกรรมออกแบบและทดลองเปรียบเทียบความเข้มข้นของกรดคาร์บอนิกที่อยู่
ในน้ําอัดลม นักเรียนได้ใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ใดบ้าง (แนวตอบ : ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ คือ การสังเกต การวัด การต้ังสมมติฐาน การก้าหนดและควบคุมตัวแปร
การจัดกระท้าและส่ือความหมายข้อมูล และการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป จิตวิทยาศาสตร์ที่ใช้ คือ
ความอยากรู้อยากเหน็ ความซ่อื สตั ย์ ความรอบคอบ)
ข้ันท่ี 5 ขัน้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
5.1 นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับประโยชน์จากการปฏิบัติการทดลอง และการนํา
ความรูท้ ่ีไดร้ บั ไปใชใ้ นชวี ิตประจําวนั
5.2 นักเรียนเล่นเกมตอบคําถามเก่ียวกับวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ผ่านโปรแกรม Quizizz
นกั เรียนทไ่ี ดค้ ะแนนสูงสุด 3 ลําดบั จะได้รับรางวลั จากครู
10. ส่ือการเรียนรู้และแหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์เพ่มิ เติม เคมี ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 4 เลม่ 1
72
2. Power point เร่ือง วธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์
4. Quizizz
11. การวดั และการประเมินผล
จดุ ประสงค์ วิธีวัด เครื่องมอื เกณฑ์การประเมิน
- ถามตอบ รอ้ ยละ 70 ผา่ น
ดา้ นความรู้ (K) - ใบบนั ทึกกิจกรรม เกณฑ์
1. นําเสนอแผนการทดลอง - การตอบคําถาม - แบบประเมนิ การ ได้เกณฑใ์ นระดบั
ปฏิบตั ิการ ดีข้ึนไป
ทดลอง และเขยี นรายงาน - ตรวจใบบนั ทกึ
- แบบสังเกต ได้เกณฑใ์ นระดับ
การทดลองได้ กจิ กรรม พฤติกรรม ดขี ึน้ ไป
การทาํ งาน
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
2. ใช้เครอื่ งมือและอุปกรณ์ - ประเมนิ การ
ทางวิทยาศาสตรไ์ ดอ้ ย่าง ปฏบิ ัติการ
ถกู ต้องเหมาะสมกับวธิ กี าร
ทดลอง รวมทั้งทําการทดลอง
แปรผล สรปุ ผล และเสนอผล
การทดลองไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
เหมาะสม
ด้านคณุ ลักษณะ (A)
3. ทํางานรว่ มกับผอู้ ่นื - สงั เกต
มสี ่วนร่วมในการแสดง พฤตกิ รรมการ
ความคดิ เหน็ ภายในกลุ่ม ทาํ งาน
ยอมรับฟงั ความคิดเห็นของ
ผู้อ่ืน และรบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ี
ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
12. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
73
74
75
76
77
แบบประเมินผลการทาแบบฝกึ หดั
คาช้ีแจง ให้ผู้ประเมินกรอกคะแนนในช่องรายการท่ีประเมินโดยพิจารณาตามคําอธิบายคุณภาพท่ีกําหนด
โดยใส่ตัวเลข 1-3 ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
เกณฑก์ ารประเมนิ ผเู้ รยี นตอ้ งได้คะแนนต้งั แต่ 5 คะแนน จึงผ่านเกณฑ์
รายการประเมนิ
เลข ชอ่ื -สกลุ ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า
ท่ี ความ ิคดส ้รางสรร ์ค เฉลี่ย
ความตรง ่ตอเวลา สรปุ คณุ ภาพ
(3) (3) (3)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
78
รายการประเมนิ
เลข ชอื่ -สกลุ ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม คา่ สรุปคุณภาพ
ท่ี ความ ิคดส ้รางสรร ์ค เฉลี่ย
ความตรง ่ตอเวลา
(3) (3) (3)
22
23
24
25
26
27
28
29
30
ลงชือ่ ...................................................ผูป้ ระเมิน
(นางสาวอรญั ญา ชนะบุญ)
............./.................../..............
79
เกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมนิ แบบฝกึ หัด/ใบงาน/ชน้ิ งาน
รายการประเมนิ 3 เกณฑ์การใหค้ ะแนน 1
2
1. ความถูกตอ้ ง เนอื้ หาสาระของผลงาน เนอื้ หาสาระของผลงาน เนอื้ หาสาระของผลงาน
ของเนือ้ หา ถูกต้องครบถว้ น ถูกต้องเปน็ สว่ นใหญ่ ถูกต้องเปน็ บางส่วน
2. ความคดิ ผลงานแสดงออกถงึ ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมคี วามนา่ สนใจ
สร้างสรรค์
ความคดิ สร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ แตย่ ังไมม่ คี วามแปลก
3. ความตรงต่อ
เวลา แปลกใหม่และเป็น แปลกใหมแ่ ตไ่ มเ่ ป็น ใหม่
ระบบ ระบบ
ส่งชน้ิ งานภายในเวลาที่ สง่ ชนิ้ งานชา้ กว่าเวลาท่ี ส่งช้นิ งานช้ากวา่ เวลาท่ี
กําหนด กําหนด 1 วนั กาํ หนด 2 วันข้ึนไป
เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
0 - 2 คะแนน หมายถงึ 0 (ปรับปรงุ )
3 - 4 คะแนน หมายถงึ 1 (พอใช้)
5 - 7 คะแนน หมายถงึ 2 (ดี)
8 - 9 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยย่ี ม)
80
แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรยี นตามคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
คาชแี้ จง ให้ผ้ปู ระเมนิ กรอกคะแนน ในช่องทตี่ รงกับความเป็นจริง
เกณฑ์การประเมนิ ผู้เรยี นต้องไดค้ ะแนนตั้งแต่ 5 คะแนน จึงผา่ นเกณฑ์
รายการประเมนิ
เลขที่ ชือ่ -สกลุ ใฝ่เ ีรยน ู้ร รวม คา่ สรปุ
ุ่มง ่ัมนในการทางาน เฉลยี่ คณุ ภาพ
1 ทางาน ่รวม ักบผู้อื่นไ ้ด
2 (3) (3) (3)
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
81
รายการประเมนิ
เลขที่ ชอื่ -สกุล ใฝ่เ ีรยน ู้ร รวม ค่า สรุป
ุ่มง ่ัมนในการทางาน เฉลย่ี คณุ ภาพ
ทางาน ่รวม ักบผู้อื่นไ ้ด
(3) (3) (3)
23
24
25
26
27
28
29
30
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวอรัญญา ชนะบญุ )
............./.................../..............
82
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมนิ คุณลกั ษณะที่พึงประสงค์
รายการประเมนิ 3 เกณฑ์การใหค้ ะแนน 1
2 ตงั้ ใจเรยี น สนใจเรยี น
กลา้ ซักถาม ไมช่ ัดเจน
1. ใฝเุ รียนรู้ ตง้ั ใจเรยี น สนใจเรยี น ต้งั ใจเรียน สนใจเรียน
กลา้ ซกั ถาม ปรากฎ กล้าซกั ถาม ปานกลาง
ชดั เจน
2. มงุ่ ม่นั ในการ ต้งั ใจและรับผิดชอบใน ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบใน ตัง้ ใจและรับผดิ ชอบใน
ทํางาน
การปฏิบัติหน้าที่ทไี่ ดร้ ับ การปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ที่ไดร้ บั การปฏิบัติหน้าท่ีท่ไี ดร้ ับ
มอบหมายให้สาํ เรจ็ มอบหมายให้สาํ เรจ็ มอบหมายให้สําเร็จลุล่วง
ลลุ ว่ งทกุ ครง้ั ลลุ ่วงเปน็ สว่ นใหญ่ เปน็ บางครั้ง
3. ทํางานร่วมกับ สามารถปฏิบัตหิ น้าท่ีที่ สามารถปฏิบัติหนา้ ท่ี สามารถปฏิบตั หิ นา้ ท่ีท่ี
ผู้อ่ืนได้ ไดร้ บั มอบหมายรว่ มกับ ท่ไี ด้รับมอบหมาย ไดร้ บั มอบหมายรว่ มกับ
ผอู้ นื่ ได้ได้สาํ เร็จลุลว่ ง ร่วมกบั ผอู้ นื่ ไดไ้ ด้สาํ เร็จ ผอู้ ื่นไดไ้ ดส้ ําเร็จลุล่วง
ทกุ ครัง้ ลุลว่ งเปน็ ส่วนใหญ่ เปน็ บางครง้ั
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ หมายถึง 0 (ปรบั ปรุง)
0 - 2 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช)้
3 - 4 คะแนน หมายถึง 2 (ด)ี
5 - 7 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ย่ยี ม)
8 - 9 คะแนน
83
ใบบันทึกกิจกรรมการทดลอง
เรอื่ ง การเปรยี บเทยี บความเขม้ ข้นของกรดคาร์บอนิกท่ีอยูใ่ นนา้ อดั ลม
จดุ ประสงค์การทดลอง
1. ออกแบบและทดลองเปรียบเทยี บความแม่นในการวดั ปริมาตรนา้ํ ดว้ ยกระบอกตวงท่ีมขี นาดตา่ งกนั
2. นําเสนอการออกแบบการทดลองและเขียนรายงานการทดลอง
วิธที ดลอง
1. ออกแบบและนําเสนอการออกแบบการทดลองเปรียบเทยี บความแม่นในการวดั ปรมิ าตรนาํ้ ด้วย
กระบอกตวงทม่ี ีขนาดต่างกัน
2. ทําการทดลองเพอ่ื เปรยี บเทียบความแม่นในการวัดปริมาตรนาํ้ ด้วยกระบอกตวงทม่ี ขี นาดต่างกัน
3. เปน็ รายงานการทดลอง
ชอ่ื การทดลอง
................................................................................................................................................................
ชอ่ื ผู้รว่ มทาปฏิบัติการทดลอง
1 ) ...........................................................เลขท่ี........... 2 ) .............................................................เลขที.่ ...........
3 ) ...........................................................เลขท.ี่ .......... 4 ) ..............................................................เลขท่ี...........
กลุม่ ที่ : ……………………หอ้ ง : ........................ วัน/เดือน/ปี : …………………….. สถานที่ : ………………….
วตั ถปุ ระสงคข์ องการทดลอง
3.1...............................................................................................................................................
3.2...............................................................................................................................................
สมมตฐิ านและการกาหนดตัวแปร
4.1...............................................................................................................................................
4.2...............................................................................................................................................
ตวั แปรในการทาการทดลอง
5.1 ตัวแปรต้น......................................................................................................................................
5.2 ตัวแปรตาม ...................................................................................................................................
5.3 ตัวแปรควบคุม .............................................................................................................................
อุปกรณแ์ ละสารเคมี
1.) …………………………………….....…… 2.) ...........................................................
3.) .................................................... 4.) ...........................................................
84
วธิ ีการทดลอง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ผลการทดลอง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
อภิปรายผลการทดลอง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
85