The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.1-2 ครูบุญญิศา อินอ่วม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bunyisa2529, 2022-04-19 02:02:39

หลักสูตรเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.1-2 ครูบุญญิศา อินอ่วม

หลักสูตรเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.1-2 ครูบุญญิศา อินอ่วม

บทนำ

ในปี พ.ศ. 2551กระทรวงศกึ ษาธกิ ารประกาศใช้หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน ซ่ึงกาหนด
มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ช้วี ัดช้ันปี ตวั ชี้วัดชว่ งชัน้ และสาระการเรยี นร้แู กนกลาง ให้สถานศกึ ษาและทอ้ งถิน่
นาไปใชเ้ ปน็ แนวทางในการจัดทาหลักสูตร โดยสาระเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารเป็นสาระที่ 3 ใน
กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชพี และเทคโนโลยี การจัดทาตัวช้ีวดั ชั้นปแี ละตวั ชี้วดั ช่วงช้นั สาหรับสาระนีไ้ ดน้ า
มาตรฐานการเรียนรชู้ ่วงชน้ั เดิม จากหลกั สูตร ปี พ.ศ. 2544 มาพจิ ารณาและจดั แบง่ เนือ้ หาแต่ละช้ันปี ตาม
ความยากงา่ ยและ ศักยภาพของเดก็ ในแตล่ ะชว่ งวัย เน้นใหผ้ ้เู รยี นนาเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารไป
ประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจาวนั สามารถคน้ หาขอ้ มูลและสร้างช้นิ งานได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ มีจรยิ ธรรม

และมีความรพู้ ้ืนฐานดา้ นการเขียนโปรแกรมเพอื่ การศกึ ษาตอ่ ในระดบั ท่ีสงู ข้ึน ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั
สถานการณท์ ี่เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเรมิ่ เข้ามามีบทบาทกบั การทางานและการดาเนิน
ชวี ติ ประจาวนั มากขน้ึ

ปจั จุบันเศรษฐกจิ สงั คมโลกเปลย่ี นแปลงไปจากเดมิ มาก มีการนาเทคโนโลยีมาประยกุ ต์ ใช้ใน
ชวี ิตประจาวัน และใชใ้ นดา้ นอตุ สาหกรรมการผลติ การบริการ เพอ่ื ยกระดบั คณุ ภาพชีวิต ให้ดีขน้ึ สง่ ผลให้
เกิดการเปลยี่ นแปลงวถิ ชี วี ิต สังคม มีการทาธรุ กรรมออนไลน์ การเข้าถึงติดตอ่ ส่ือสาร นาเสนอข้อมลู ข่าวสาร
ผ่านสือ่ ตา่ งๆ ส่วนการพฒั นาด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และการสอ่ื สารกไ็ ด้รบั การนาไปใช้เปน็ เครอื่ งมอื ช่วย
ในการทางานการศกึ ษา การเรยี นรูใ้ หม้ ี ประสิทธิภาพและสะดวกสบายมากข้นึ

เปำ้ หมำยของหลกั สูตร

การจดั การเรียนการสอนวิชาวิทยาการคานวณ มีเปา้ หมายที่สาคญั ในการพฒั นาผ้เู รียน ดังนี้

1.เพอื่ ใชท้ ักษะการคิดเชงิ คานวณในการคิดวิเคราะห์ แกป้ ัญหาอย่างเปน็ ข้นั ตอนและ เป็นระบบ
2.เพ่อื ใหม้ ีทักษะในการคน้ หาขอ้ มลู หรอื สารสนเทศ ประเมินจัดการ วเิ คราะห์ สังเคราะห์ และนา
สารสนเทศไปใช้ในการแกป้ ัญหา
3.เพอ่ื ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพวิ เตอร์ สื่อดจิ ิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศ และการ
สอ่ื สาร ในการแกป้ ญั หาในชวี ิตจริง การทางานรว่ มกนั อยา่ งสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ ตอ่ ตนเองหรือสังคม
4.เพ่อื ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารอยา่ งปลอดภัย รู้เท่าทัน มีความรับผดิ ชอบมจี ริยธรรม
สาระการเรียนรู้เทคโนโลยี(วิทยาการคานวณ) มงุ่ หวังใหผ้ ู้เรียนไดเ้ รยี นรแู้ ละมีทกั ษะ การคดิ เชงิ คานวณ การ
คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเปน็ ขน้ั ตอนและเปน็ ระบบ ประยกุ ต์ใช้ความรู้ ด้านวทิ ยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี
สารสนเทศและการส่ือสาร ในการแกป้ ญั หาทพี่ บในชีวิตจริง ได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ โดยได้กาหนดสาระสาคญั
ดังนี้ วทิ ยาการคอมพิวเตอร์ การแก้ปัญหาอย่างเป็นข้ันตอนและเป็นระบบ การใชแ้ นวคดิ เชิงคานวณในการ
แกป้ ญั หาในชีวติ ประจาวัน การบูรณาการกบั วิชาอ่นื การเขยี นโปรแกรม การคาดการณ์ผลลพั ธ์ การตรวจหา
ข้อผิดพลาด การพัฒนาแอปพลิเคชันหรือพฒั นาโครงงาน อย่างสร้างสรรค์เพื่อแกป้ ญั หาในชีวิตจรงิ เทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร การรวบรวมข้อมูล การประมวลผล การประเมนิ ผล การนาเสนอข้อมูลหรือ
สารสนเทศเพอื่ แกป้ ัญหาในชวี ิตจริง การคน้ หาข้อมลู และแสวงหา ความรูบ้ นอินเทอรเ์ นต็ การประเมนิ ความ
น่าเชือ่ ถอื ของขอ้ มูล การเลือกใชซ้ อฟต์แวร์หรอื บริการบนอินเทอร์เนต็ ข้อตกลงและขอ้ กาหนดในการใชส้ ่อื
หรอื แหลง่ ข้อมลู ต่างๆ หลกั การ ทางานของคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีการสอ่ื สาร การร้ดู จิ ทิ ัล การใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารอย่างปลอดภยั การจัดการ อตั ลกั ษณ์ การรูเ้ ท่าทันสือ่ กฎหมายเกี่ยวกบั
คอมพิวเตอร์ การใช้ลขิ สิทธข์ องผู้อน่ื โดยชอบธรรม นวัตกรรมและผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สอ่ื สารต่อการดาเนินชีวติ อาชีพ สังคม และวัฒนธรรม

มำตรฐำนกำรเรยี นรู้
ว4.2 เข้าใจ และใช้แนวคดิ เชิงคานวณในการแกป้ ัญหาทพี่ บในชีวิตจริงอยา่ งเปน็ ข้ันตอน และเปน็

ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารในการเรียนรู้การทางาน และการแก้ปญั หา ไดอ้ ยา่ งมี
ประสิทธิภาพ รเู้ ทา่ ทัน และมีจรยิ ธรรม

คณุ ภำพผ้เู รียน

จบช้ันประถมศกึ ษำปีท่ี 3

แก้ปัญหาอยา่ งง่ายโดยใช้ขน้ั ตอนการแกป้ ญั หา มที ักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการ
สื่อสารเบ้อื งต้น รกั ษาขอ้ มูลสว่ นตวั

จบชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ 6

ค้นหาข้อมลู อย่างมปี ระสิทธภิ าพและประเมินความน่าเช่ือถอื ตัดสินใจเลอื กข้อมูล ใช้เหตุผลเชิง
ตรรกะในการแก้ปญั หา ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารในการทางาน ร่วมกนั เขา้ ใจสิทธิและหน้าท่ี
ของตน เคารพสิทธขิ องผู้อ่นื

จบชนั้ มธั ยมศึกษำปีท่ี 3

นาข้อมลู ปฐมภูมเิ ขา้ ส่รู ะบบคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์ ประเมนิ นาเสนอขอ้ มูลและ สารสนเทศได้
ตามวตั ถปุ ระสงค์ ใช้ทกั ษะการคดิ เชงิ คานวณในการแก้ปญั หาท่พี บในชวี ติ จริง และเขียนโปรแกรมอยา่ งง่าย
เพ่อื ชว่ ยในการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการ สอ่ื สารอย่างรเู้ ท่าทันและรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม

รำยวชิ ำเพมิ่ เติม คำอธิบำยรำยวิชำ

ช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 1 ว11201 วทิ ยำศำสตร์เพมิ่ เตมิ

กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ วทิ ยำศำสตร์

เวลำ 40 ชั่วโมง

ศึกษาการแกป้ ัญหาอยา่ งง่ายโดยใชก้ ารลองผดิ ลองถูก เปรียบเทียบแสดงลาดบั ขนั ตอนการทางาน
หรือการแกป้ ัญหาอยา่ งงา่ ยโดยใชภ้ าพ สัญลักษณ์ หรื อข้อความเขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้
ซอฟต์แวร์หรือสื่อใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดเก็บเรียกใช้ข้อมูลตามวตั ถุประสงค์ใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศอยา่ งปลอดภยั ปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลงในการใชค้ อมพวิ เตอร์ร่วมกนั ดูแลรักษาอุปกรณ์เบ้ืองตน้ ใช้
งานอยา่ งเหมาะสม โดยใชก้ ารแกป้ ัญหาอยา่ งง่ายตามข้นั ตอนการแกป้ ัญหา มีทกั ษะในการใชเ้ ทคโนโลยี
สารสนเทศและการส่ือสารเบ้ืองตน้ เพอื่ ใหผ้ เู้ ขียนมีความกระตือรือรน้ สนใจทจี ะเรียนรู้มีความคดิ สรา้ งสรรค์
เกี่ยวกบั เรื่องท่ีจะศึกษา ตามท่ีกาหนดให้หรือตามความสนใจ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและ
ยอมรับฟังความคิดเห็นผอู้ ่ืน แสดงความรับผิดชอบดว้ ยการทางานท่ีไดร้ ับมอบหมายอยา่ งมุ่งมนั่ รอบคอบ
ประหยดั ซ่ือสตั ย์ จนงานลุล่วงเป็นผลสาเร็จและทางานร่วมกบั ผอู้ ่ืนอยา่ งมีความสุข

ผลกำรเรียนรู้
1.แกป้ ัญหาอยา่ งงา่ ยโดยใชก้ ารลองผดิ ลองถูกการเปรียบเทยี บสาระการเรียนรู้แกนกลาง
2. แสดงลาดบั ข้นั ตอนการทางานหรือการแกป้ ัญหา
3. เขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ยโดยใชซ้ อฟตแ์ วร์หรือส่ือ
4.ใชเ้ ทคโนโลยใี นการสรา้ งจดั เก็บ เรียกใชข้ อ้ มูล
5. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั ปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลงในการใชค้ อมพวิ เตอร์ ร่วมกนั ดูแล

รักษาอุปกรณ์เบ้ืองตน้ ใชง้ านอยา่ งเหมาะสม

6

ตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง

กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระเทคโนโลยี ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 1
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี

มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใชแ้ นวคิดเชิงคานวณในการแกป้ ัญหาที่พบในชีวติ จริงอยา่ งเป็นข้นั ตอนและเป็ น
ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทางานและการแกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งมี
ประสิทธิภาพรูเ้ ทา่ ทนั และมีจริยธรรม
ช้นั ป.1 ตวั ช้ีวดั
1.แกป้ ัญหาอยา่ งง่ายโดยใชก้ ารลองผดิ ลองถูกการเปรียบเทียบสาระการเรียนรู้แกนกลาง

• การแกป้ ัญหาใหป้ ระสบความสาเร็จทาไดโ้ ดยใชข้ ้นั ตอนการแกป้ ัญหา
• ปัญหาอยา่ งง่าย เช่น เกมเขาวงกต เกมหา จดุ แตกต่างของภาพ การจดั หนงั สือใส่กระเป๋ า
2. แสดงลาดบั ข้นั ตอนการทางานหรือการแกป้ ัญหา
• การแสดงข้นั ตอนการแกป้ ัญหาทาไดโ้ ดยการอยา่ งงา่ ยโดยใชภ้ าพสญั ลกั ษณ์หรือขอ้ ความเขียน บอก
เล่า วาดภาพ หรือใชส้ ญั ลกั ษณ์
• ปัญหาอยา่ งงา่ ย เช่น เกมเขาวงกต เกมหา จุดแตกตา่ งของภาพ การจดั หนงั สือใส่กระเป๋ า
3. เขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ย โดยใชซ้ อฟตแ์ วร์หรือส่ือ

• การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลาดบั ของคาสง่ั ใหค้ อมพวิ เตอร์ทางาน
• ตวั อยา่ งโปรแกรม เช่นเขียนโปรแกรมส่งั ใหต้ วั ละครยา้ ยตาแหน่ง ยอ่ ขยายขนาดเปลี่ยนรูปร่าง
• ซอฟตแ์ วร์หรือส่ือท่ีใชใ้ นการเขยี นโปรแกรมเช่น ใชบ้ ตั รคาสง่ั แสดงการเขยี นโปรแกรม,Code.org
4.ใชเ้ ทคโนโลยใี นการสรา้ งจดั เก็บ เรียกใชข้ อ้ มูล

• การใชง้ านอุปกรณ์เทคโนโลยเี บ้อื งตน้ เช่น ตามวตั ถุประสงค์ การใชเ้ มาส์ คียบ์ อร์ด จอ
สมั ผสั การเปิ ด-ปิ ด

อุปกรณ์เทคโนโลยี
• การใชง้ านซอฟตแ์ วร์เบ้ืองตน้ เช่น การเขา้ และออกจากโปรแกรม การสรา้ งไฟล์ การจดั เก็บ
การเรียกใชไ้ ฟลท์ าไดใ้ นโปรแกรมเช่นโปรแกรมประมวลคา โปรแกรมกราฟิกโปรแกรมนาเสนอ
• การสร้างและจดั เก็บไฟลอ์ ยา่ งเป็นระบบจะทาใหเ้ รียกใช้ คน้ หาขอ้ มูลไดง้ ่ายและรวดเร็ว
5. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั ปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลงในการใชค้ อมพวิ เตอร์ ร่วมกนั ดูแลรักษาอุปกรณ์

เบ้ืองตน้ ใชง้ านอยา่ งเหมาะสม
• การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั เช่น รู้จกั ขอ้ มูลส่วนตวั อนั ตรายจากการเผยแพร่

ขอ้ มูลส่วนตวั และไม่บอกขอ้ มูลส่วนตวั กบั บุคคลอื่นยกเวน้ ผปู้ กครองหรือครูแจง้ ผูเ้ ก่ียวขอ้ งเม่ือตอ้ งการความ
ช่วยเหลือเก่ียวกบั การใชง้ าน

• ขอ้ ปฏบิ ตั ิในการใชง้ านและการดูแลรกั ษาอุปกรณ์เช่นไม่ขีดเขียนบนอุปกรณ์ ทาความสะอาดใช้

อุปกรณ์อยา่ งถูกวธิ ี
• การใชง้ านอยา่ งเหมาะสม เช่น จดั ทา่ นงั่ ใหถ้ กตอ้ งการพกั สายตาเมื่อใชอ้ ุปกรณ์เป็นเวลา ระมดั ระวงั
อุบตั เิ หตุจากการใชง้ าน

โครงสร้ำงรำยวชิ ำวทิ ยำศำสตร์เพมิ่ เตมิ ป.1

รำยวชิ ำเพมิ่ เติม กล่มุ สำระวทิ ยำศำสตร์

ช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 1 จำนวน 40 ชั่วโมง

ลำดับที่ ช่ือหน่วยกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำรเรียนรู้ สำระกำรเรียนรู้ เวลำเรียน

และตวั ชีว้ ดั (ชม.)

1 การแกป้ ัญหา ว 4.2 ป.1/1, ป.1/2 -การแกป้ ัญหาใหป้ ระสบความสาเร็จทาไดโ้ ดย 4

ใชข้ ้นั ตอนการแกป้ ัญหา

-ปัญหาอยา่ งง่าย เช่นเกมเขาวงกต เกมหา จดุ

แตกต่างของภาพการจดั หนงั สือใส่กระเป๋ า

-การแสดงข้นั ตอนการแกป้ ัญหา ทาไดโ้ ดยการ

เขยี นบอกเล่า วาดภาพหรือใชส้ ญั ลกั ษณ์

-ปัญหาอยา่ งง่าย เช่น เกมเขาวงกต เกมหา จดุ

แตกตา่ งของภาพ การจดั หนงั ส่ือใส่กระเป๋ า

2 ขอ้ มูลและ ว 4.2 ป.1/5 -การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั เช่น 6

สารสนเทศ รู้จกั ขอ้ มูลส่วนตวั อนั ตรายจากการเผยแพร่

ขอ้ มูลส่วนตวั และไม่บอกขอ้ มูลส่วนตวั กบั

บคุ คลอ่ืนยกเวน้ ผปู้ กครองหรือครู แจง้

ผเู้ ก่ียวขอ้ งเมื่อตอ้ งการความช่วยเหลือเก่ียวกบั

การใชง้ าน

-ขอ้ ปฏิบตั ใิ นการใชง้ านและการดูแลรักษา

อุปกรณ์ เช่นไม่ขีดเขียนบนอุปกรณ์ทาความ

สะอาดใชอ้ ุปกรณ์อยา่ งถูกวธิ ี

-การใชง้ านอยา่ งเหมาะสมเช่นจดั ท่านง่ั ใหถ้ ูก

ตอ้ งการพกั สายตาเมื่อใชอ้ ุปกรณ์เป็นเวลานาน

ระมดั ระวงั อุบตั ิเหตจุ ากการใชง้ าน

ลำดับท่ี ชื่อหน่วยกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำรเรียนรู้ สำระกำรเรียนรู้ เวลำเรียน
และตวั ชี้วดั (ชม.)
3 ความรู้เบ้อื งตน้ -การใชง้ านอุปกรณ์เทคโนโลยเี บ้ืองตน้ เช่น
เกี่ยวกบั อุปกรณ์ ว 4.2 ป.1/4 การใชเ้ มาสค์ ียบ์ อร์ดจอสมั ผสั การเปิ ด-ปิ ด 6
สารสนเทศ อุปกรณ์เทคโนโลยี
ว 4.2 ป.1/3 -การใชง้ านซอฟตแ์ วร์เบ้ืองตน้ เช่นการเขา้ 2
4 การเขยี น และออกจากโปรแกรม การสร้างไฟล์ การ
โปรมแกรม ว 4.2 ป.1/5 จดั เก็บ การเรียกใช้ ไฟล์ ทาไดใ้ นโปรแกรม เช่น 2
โปรแกรมประมวลคาโปรแกรมกราฟิ ก
5 การใชง้ านและการ โปรแกรมนาเสนอ
ดูแลรกั ษาอุปกรณ์ -การสร้างและจดั เกบ็ ไฟลอ์ ยา่ งเป็ นระบบจะทา
ใหเ้ รียกใชค้ น้ หาขอ้ มูลไดง้ ่ายและรวดเร็ว
-การเขยี นโปรแกรมเป็นการสร้างลาดบั ของ
คาสง่ั ใหค้ อมพวิ เตอร์ทางาน
-ตวั อยา่ งโปรแกรมเช่นเขยี นโปรแกรมใหต้ วั
ละครยา้ ยตาแหน่งยอ่ ขยายขนาดเปล่ียนรูปร่าง--
-ซอฟตแ์ วร์หรือสื่อท่ใี ช้ ในการเขยี นโปรแกรม
เช่น ใช้ บตั รคาสง่ั แสดงการเขียนโปรแกรม
,Code.org
-การใชเ้ ทคโนโลยี สารสนเทศอยา่ งปลอดภยั
เช่นรู้จกขอ้ มูลส่วนตวั อนั ตรายจากการเผยแพร่
ขอ้ มูลส่วนตวั และไม่บอกขอ้ มูลส่วนตวั กบั
บคุ คลอ่ืนยกเวน้ ผปู้ กครองหรือครูแจง้
ผเู้ กี่ยวขอ้ งเมื่อตอ้ ความช่วยเหลือเก่ียวกบั การใช้
งาน
-ขอ้ ปฏิบตั ิในการใชง้ านและการดูแลรกั ษา
อุปกรณ์ เช่น ไม่ขดู เขยี นบนอุปกรณ์ทาความ
สะอาดใชอ้ ุปกรณ์อยา่ งถูกวธิ ี
-การใชง้ านอยา่ งเหมาะสม เช่น จดั ท่านง่ั ใหถ้ ูก
ตอ้ งการพกั สายตาเม่ือใชอ้ ุปกรณ์เป็นเวลานาน
ระมดั ระวงั อุบตั เิ หตุจากการใชง้ าน

รำยวชิ ำเพม่ิ เตมิ คำอธิบำยรำยวชิ ำ
วทิ ยำศำสตร์
ว12201 วทิ ยำศำสตร์เพม่ิ เติม
ช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 2
กล่มุ สำระกำรเรียนรู้

เวลำ 20 ชั่วโมง

ศึกษาการแสดงลาดบั ข้นั ตอนการท างานหรือการแกป้ ัญหาอยา่ งงา่ ย โดยใชภ้ าพ สัญลกั ษณ์ หรือขอ้ ความ
ตลอดจนการ เขียนโปรแกรมสร้างลาดบั ของคาสง่ั ให้คอมพวิ เตอร์ทางาน และตรวจหาขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม
ศึกษาการใชง้ านซอฟตแ์ วร์ เบ้อื งตน้ การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในการสรา้ ง และจดั การกบั ขอ้ มูลอยา่ งเป็ นระบบ
รวมถึงการใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศ อยา่ งปลอดภยั

โดยอาศยั กระบวนการเรียนรู้โดยใชป้ ัญหาเป็นฐาน (Problem–Based Learning) เพอื่ เนน้ ใหผ้ เู้ รียนเกิดการ
เรียนรู้จาก การฝึกแกป้ ัญหาตา่ ง ๆ ผา่ นกระบวนการคดิ การปฏิบตั อิ ยา่ งมีระบบ และสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หม่จากการใช้
ปัญหาท่เี กิดข้นึ จริงใน ชีวติ ประจาวนั ได้

เพอื่ ใหผ้ เู้ รียนมีความรู้ ความเขา้ ใจ มีทกั ษะการคดิ เชิงคานวณ การคดิ วเิ คราะห์ แกป้ ัญหาเป็นข้นั ตอนและ
เป็นระบบ มีทกั ษะการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ รักษาขอ้ มูลส่วนตวั และการสื่อสารเบ้อื งตน้ ในการแกป้ ัญหาที่
พบในชีวติ จริงไดอ้ ยา่ งมี ประสิทธิภาพ ตลอดจนนาความรู้ความเขา้ ใจในวิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยไี ปใช้ให้
เกิดประโยชน์ตอ่ สงั คม และการดารงชีวิต จนสามารถพฒั นากระบวนการคดิ และจินตนาการ ความสามารถในการ
แกป้ ัญหา การจดั การทกั ษะในการสื่อสาร ความสามารถใน การตดั สินใจ และเป็ นผูม้ ีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม
จริยธรรม และค่านิยมในการใชว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยอี ยา่ งสร้างสรรค์

ตวั ชี้วดั รวม 4 ตวั ชี้วดั
ว. 4.2 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4

โครงสร้ำงรำยวชิ ำพืน้ ฐำน วทิ ยำศำสตร์เพม่ิ เตมิ ป.2

รำยวชิ ำพนื้ ฐำน กล่มุ สำระวทิ ยำศำสตร์

ช้ันประถมศึกษำปี ที่ 2 จำนวน 20 ชั่วโมง

ลำดบั ชื่อหน่วยกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำร สำระสำคญั เวลำ คะแนน
ท่ี เรียนรู้/ (ช่ัวโมง)
ตวั ชี้วัด
1 กำรแก้ปัญหำอย่ำง เป็ น การแก้ปัญหาเป็ นส่ิงที่เกิดข้ึนใน 4
ข้นั ตอน ว 4.2 ป.2/1 ชีวิตประจาวนั เช่น การแกป้ ัญหา
การเดินทางไปโรงเรี ยน การทา
การบา้ น การเล่นเกม ดงั น้นั จึงตอ้ ง
เรียนรู้ข้นั ตอนการ แกป้ ัญหาเพอื่ ให้
สามารถแกป้ ัญหาที่เกิดข้ึนไดอ้ ยา่ ง
ถูกต้องและรวดเร็ว ข้ันตอนของ
การแก้ปัญหามี 4 ข้ันตอน ดังน้ี
พิจารณาและทาความเขา้ ใจปัญหา
คือ การทาความเขา้ ใจปัญหา โดย
วิเคราะห์ปัญหาน้ัน วางแผนการ
แก้ปัญหา คือ การกาหนดและ
จัดลาดับ ข้ันตอนของส่ิงท่ีต้อง
กระทาเพื่อแก้ปัญหาจากขอ้ มูลที่
ได้รับ ลงมือแก้ปัญหา คือ การ
กระทาตามข้นั ตอนที่ได้ วางแผน
เพื่อให้ประสบความสาเร็ จตาม
เ ป้ า ห ม า ย ที่ ก า ห น ด ไ ว้ แ ล ะ
ตรวจสอบผลการแก้ปัญหา คือ
ก า ร ต ร ว จ ส อ บ ผ ล ลัพ ธ์ ที่ ไ ด้
ดาเนินการว่าตรงตาม แนวทางที่จะ
แกไ้ ขหรือไม่ โดยผลลพั ธ์ท่ีเกิดข้ึน
อาจจะ ไม่เป็นไปตามแนวทางการ
แกป้ ัญหาท่ีวางไว้ ซ่ึงอาจจะ ตอ้ ง
ปรับปรุงแกไ้ ขอีกคร้ัง

ลำดับ ชื่อหน่วยกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำร สำระสำคญั คะแนน
ท่ี เรียนรู้/ เวลำ
(ช่ัวโมง)
ตัวชี้วดั

2 กำรตรวจหำ ข้อผดิ พลำดของ ว 4.2 ป.2/2 การเขียนโปรแกรม คือ การเขียน 3
โปรแกรม ชุดคาสั่งให้ คอมพิวเตอร์ทางาน 8
ตามเงื่อนไขที่กาหนด การเขียน
3 กำรจัดกำรบนไฟล์ อย่ำงมี ว 4.2 ป.2/3 โปรแกรมแบบวนซ้า เป็ นการเขียน
ระบบ โปรแกรมทางานซ้ากนั หลายรอบ
การตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาดจากการ
เขียนโปรแกรม เป็ นข้นั ตอนหน่ึงท่ี
สาคัญในการเขียนโปรแกรม ซ่ึง
จะตอ้ งตรวจสอบว่าไดผ้ ลลพั ธ์ตรง
ตามที่

ตอ้ งการ หรือไม่ โดยขอ้ ผดิ พลาดท่ี
เกิดข้ึนมี 2 ลกั ษณะ คือ ขอ้ ผดิ พลาด
ท่ีเกิดจากการเขียนคาส่ังผิด และ
ข้ อ ผิ ด พ ล า ด ที่ เ กิ ด จ า ก ก า ร เ ขี ย น
คาสั่งผิดรู ปแบบ แบ่งเป็ นการ
ตรวจสอบคาสงั่ ข้นั ตอนการท างาน
ของ โปรแกรม การตรวจสอบคาสั่ง
ผดิ รูปแบบทลี ะคาส่งั

การใช้งานซอฟต์แวร์เบ้ืองตน้ ซ่ึง
ซ อ ฟต์แว ร์ เ ป็ น ชุ ดค า ส่ังห รื อ
โ ป ร แ ก ร ม ท่ี ใ ช้ ส่ั ง ง า น ใ ห้
คอมพิวเตอร์ ทางาน ซอฟต์แวร์จึง
หมายถึงลาดบั ข้นั ตอนการ ท างาน
ที่ เ ขี ย น ข้ึ น ด้ ว ย ค า สั่ ง ข อ ง
คอมพิวเตอร์ คาสั่ง เหล่าน้ีเรียงกนั
เป็ นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การ
นาเสนอขอ้ มูลโดยใชโ้ ปรแกรมต่าง
ๆ เช่น โปรแกรมกราฟิ ก ซ่ึงเป็ น
โปรแกรมท่ีใชใ้ นการวาดภาพ หรือ
อ อ ก แ บ บ ก ร า ฟิ ก บ น เ ค รื่ อ ง
คอมพิวเตอร์ ซ่ึงได้แก่โปรแกรม
เพนต์ การสร้างและการจดั เกบ็ ไฟล์

ลำดับ ช่ือหน่วยกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำร สำระสำคญั คะแนน
ที่ เรียนรู้/ เวลำ
(ช่ัวโมง)
ตวั ชี้วัด

ดว้ ย โปรแกรมกราฟิ ก การเรียกใช้
โปรแกรมกราฟิก การ แกไ้ ขตกแต่ง
เอกสารดว้ ยโปรแกรมกราฟิก การ
นาเสนอข้อมูลด้วยโปร แก รม
นาเสนอ การจดั การไฟล์เป็นการ
จัดระเบียบไฟล์งานบน เคร่ื อง
ค อ มพิว เ ตอ ร์ ต้ังแต่ ก า ร สร้าง
คดั ลอก ยา้ ย ลบ เปลี่ยนช่ือ และจดั
หมวดหมู่ เพือ่ ใหส้ ะดวกรวดเร็วใน
การใชง้ าน

4 กำรใช้เทคโนโลยี สำรสนเทศ ว 4.2 ป.2/4 ในสภาพสังคมท่เี ทคโนโลยเี ขา้ มามี 5
อย่ำง ปลอดภยั บทบาทมาก การรู้จกั ขอ้ มูลส่วนตวั
ของตนเอง และการขอความ
ช่ ว ย เ ห ลื อ เ มื่ อ พ บ ปั ญ ห า จ า ก ก า ร
เผยแพร่ขอ้ มูล ส่วนตวั เป็นวิธีหน่ึง
ที่ จ ะ ช่ ว ย ท า ใ ห้ ส า ม า ร ถ ใ ช้
เทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่าง
ปลอดภยั นอกจากน้ี การเรียนรู้ขอ้
ปฏิบัติ การดูแลรักษ าอุปกรณ์
เทคโนโลยี และการใชง้ านอุปกรณ์
เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสม จะช่วย
ยืดอายุการใช้งานของอุ ปกรณ์
เทคโนโลยีให้ใช้ งานไดน้ านมาก
ข้ึน ตลอดจนสามารถใช้งานได้
อยา่ งมี ประสิทธิภาพ



นำงสำวบญุ ญิศำ อนิ อว่ ม


















Click to View FlipBook Version