The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือ งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63 นาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sathaporn Sattarat, 2026-02-26 04:50:23

วารสาร พัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63

หนังสือ งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63 นาย

ภูม ิท ัศน์จ ังหว ัดพ ัทล ุงม ีความหลากหลายและโดดเด่นเนื่องด้วยภูมิศาสตร์ของจังหวัดตั้งอยู่ในต�ำแหน่งที่เป็นรอยต่อของระบบนิเวศ (Ecotone) ที่ส�ำคัญในระดับโลก โดยพื้นที่ภูเขาและที่ราบสูงทางด ้านทิศตะวันตกของจังหวัดตามแนวเทือกเขาบรรทัดเป ็นเขตซ ้อนทับของกลุ ่มพรรณพฤกษชาติ(Floristic Region) 2 กลุ ่ม (Indo-Chinese elements และMalaysian elements) ที่มีความหลากหลายของพันธุ์พืช โดยเฉพาะพืชสมุนไพรที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต ่โบราณกาล ในขณะที่ทางทิศตะวันออกเป ็นลุ ่มน�้ำทะเลสาบสงขลาที่มีระบบทะเลสาบแบบลากูน (Lagoon)ขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวของไทย และ 1 ใน 117 แห่งของโลก ท�ำหน้าที่เป็นพื้นที่ชุ่มน�้ำรองรับน�้ำจืดจากแผ่นดินและมีน�้ำเค็มจากทะเลไหลเข้ามาผสมผสาน ก่อเกิดเป็นรอยต่อของระบบนิเวศ 3 น�้ำ คือ น�้ำเค็มน�้ำกร่อย และน�้ำจืด ความเป ็นเมืองแห ่งรอยต ่อของระบบนิเวศที่หลากหลายและแตกต ่างเหล ่านี้ ส ่งผลให ้จังหวัดพัทลุงมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงเป ็นอันดับต ้น ๆ ของโลก เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2541 พรุควนขี้เสียนในพื้นที่เขตห ้ามล ่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่ช ุ่มน �้ำท ี่ม ีความส �ำค ัญระหว่างประเทศ (RamsarSite)แห่งแรกของประเทศไทย และล�ำดับที่ 948 ของโลก เนื่องจาก พื้นที่ดังกล ่าวมีความส�ำคัญในแง ่ของการเป ็นแหล ่งที่อยู ่อาศัยแหล ่งสืบพันธุ ์ แหล ่งพักพิง แหล ่งสร ้างรังวางไข ่ และแหล่งหาอาหารของนกน�้ำ ทั้งนกประจ�ำถิ่นและนกอพยพไม ่ต�่ำกว่า 187 ชนิดพัทลุงดินแดนแห่ง 3 มรดกโลก ต�ำแหน ่งที่เป ็นรอยต ่อของธรรมชาติเป ็นรากฐานส�ำคัญให ้เกิดรอยต ่อของวัฒนธรรมจากผู ้คนหลายเชื้อชาติ ทั้งจากทางบกและทางทะเล ทั้งสยาม จีน แขกมลายูแขกเปอร ์เซีย และหลากศาสนา ผีพุทธ มุสลิม ท�ำให ้พัทลุงเป ็นสังคมพห ุว ัฒนธรรม (MulticulturalSociety)ที่มีความหลากหลายทางด ้านขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษาวัฒนธรรม ศาสนา ความเชื่อรวมถึงวิถีชีวิต เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ประกาศรับรองขึ้นทะเบียน “โนรา” (Nora) เป็นมรดกดร.เชิดศักดิ์ เกื้อรักษ์งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  43


ภูมิป ัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต ้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ส�ำหรับชาวใต้โนราไม ่ได ้เป ็นเพียงแค ่ศิลปะการแสดงเพื่อความบันเทิงรื่นเริงใจเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีในภาคของพิธีกรรม “โนราโรงครู/โนราลงครู” ที่มีมิติทับซ ้อนทางด ้านวิถีวัฒนธรรมความเชื่อและความศรัทธา ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีที่ผูกพันกับโนราอย่างแนบแน่น ส�ำหรับหนึ่งในพิธีโนรา โรงครูอันลือลั่นของดินแดนด้ามขวานก็คือ“โนราโรงครูวัดท่าแค” อ�ำเภอเมืองจังหวัดพัทลุง เนื่องจากเชื่อกันว ่าวัดท่าแคเป็นต้นก�ำเนิดของพิธีโนราโรงครู นอกจากนี้ ความหลากหลายของฐานทรัพยากรของจังหวัดพัทลุงส่งผลต่อนิเวศบริการและภูมิปัญญาการใช ้ประโยชน ์ที่เป ็นอัตลักษณ ์โดดเด่นมากมาย อาทิ ภูมิป ัญญาการท�ำนาริมเล การประมงยอยักษ ์หัตถกรรมจักสานจากกระจูด ฯลฯเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565“วิถีชีวิตการเลี้ยงควายปลักในพื้นที่ชุ่มน�้ำทะเลน้อย” ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตร (Global ImportantAgricultural HeritageSystems หรือ GIAHS)ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)และนับเป็นพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตรแห่งแรกของประเทศไทย เนื่องจาก วิถีการเลี้ยงควายในพื้นที่ชุ่มน�้ำทะเลน้อยเป็นผลมาจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างคน - ควาย - สิ่งแวดล ้อม ที่มีมายาวนานมากกว ่า 250 ป ีโดยวิถีการเลี้ยงควายได ้หล ่อหลอมและอนุรักษ ์ความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิทัศน ์พื้นที่ชุ ่มน�้ำ ในขณะเดียวกันควายสามารถปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่ถูกน�้ำท่วมเป็นเวลาเกือบห้าเดือนในแต่ละปี เช่น การด�ำน�้ำกินหญ้าเป็นเวลานาน การว ่ายน�้ำเป็นระยะทางไกล 2-3 กิโลเมตรต่อวัน เป็นต้น มรดกโลกทางการเกษตรในพื้นที่ชุ่มน�้ำทะเลน้อยเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการจัดการเชิงปรับตัวของทรัพยากรชีวภาพและทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนวิวัฒนาการร ่วมบนพื้นฐานความรู ้เชิงลึกด ้านสิ่งแวดล ้อมที่ได ้รับการปกป ้องโดยชุมชนท ้องถิ่น ประกอบด ้วยแนวทางปฏิบัติต ่าง ๆที่สนับสนุนร ่วมกัน เช่น ภูมิป ัญญาการจัดการฝูงสัตว ์ การประมง การปลูกพืชน�้ำ การเก็บเกี่ยวผลิตภัณฑ์จากป่าที่ไม่ใช่เนื้อไม้ และการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรากฐานส�ำหรับความมั่นคงด ้านอาหารและการด�ำรงชีวิตในท ้องถิ่น การอนุรักษ ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และความสามัคคีระหว่างชุมชนท้องถิ่น โดยสรุป จังหวัดพัทลุงไม ่ได ้เป ็นเมืองรองตามมุมมองของหลาย ๆ คนอีกต่อไป แต่ปัจจุบัน พัทลุงกลับกลายเป็นหมุดหมายที่ส�ำคัญของโลก โดยเฉพาะในด ้านการท ่องเที่ยวและแหล ่งเรียนรู ้ที่ชาวพัทลุงทุกคนควรภาคภูมิใจในดินแดนแห ่ง3 มรดกโลก และช่วยกันดูแลสืบสานให้มีความยั่งยืนต่อไปขอแสดงความอ่อนน้อมต่อธรรมชาติและผู้คน ดร.เชิดศักดิ์ เกื้อรักษ์ เลขาธิการมูลนิธิพื้นที่ชุ่มน�้ำทะเลน้อย 25 ตุลาคม 2567 44  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  45จะกล่าวกลับจับความไปตามเรื่อง ตอนไปเมืองศรีลังกาน�้ำตาไหลเพราะสงสารอุศเรนทร์เชนทร์ไพร อกแตกตายเพราะรักหนักอุราทศกัณฑ์ก็รัญจวนถึงนวลน้อง อกกลัดหนอง เพราะพิษรักเป็นหนักหนาทรามสงวนรูปทองน้องสีดา แต่กายาร้อนดังไฟ จับไม่ลงอสุราพญายักษ์รักรันทด ร้อนไปหมดทั้งเรือนกาย ไม่วายหลงจับกระบองฟาดก้องวัง เพื่อหวังปลง แต่โฉมยงสีดา..ไม่สากลัวศรีลังกา หรือลงกาไปมาแล้ว ไปดูแนวจองถนน... บางคนหัว (เราะ)รามเกียรติ์, พระอภัยมณี ไม่มีตัว อย่าได้กลัวทศกัณฑ์ มันไม่จริงที่ยกกลอนขึ้นมากล่าวท้าวความหลัง เพื่อมุ่งหวังให้สมหมายทั้งชายหญิงศรีลังกา หรือลังกา นั้นมีจริง ขอน�ำสิ่งที่พบพานให้ท่านฟังผมเป็นนักกฎหมาย ทนายน้อย อายุเพิ่งครึ่งร้อย ไม่ถอยหลังความเก่าแก่เกาะกายไม่หยุดยั้ง เครารุงรังก็เริ่มขาวดูวาวแววพอแก่ตัวกลัวตาย ไม่ประมาท หากเกิดพลาด ตายไป ไม่ทิ้งแถวกิจกรรมที่ท�ำไว้ สบายแล้ว คงทิ้งแนว ทิ้งนามไว้ ให้โลกชมศรีลังกา...กลอนพาไป ศรีลังกา หรือกรุงลงกาในเรื่องรามเกียรติ์ หรือเมืองสิงหลของอุศเรนทร ์ในเรื่องพระอภัยมณี มีพื้นที่เป ็นเกาะอยู ่ในมหาสมุทรอินเดียห่างจากแผ่นด ินใหญ่อ ินเด ีย ประมาณ ๓๐ ไมล์ รู้จ ักก ันในหมู่ประเทศย ุโรปว่า ซีลอน มีประชากรประมาณ ๑๗ ล้านคน ซึ่งประกอบด้วย ชนเผ่าสิงหลหรือ ซิงฮาลี และทมิฬ มีกรุงโคลัมโบ เป็นเมืองหลวง เกาะศรีลังกามีขนาดยาว ๒๗๐ ไมล์ กว้าง ๑๔๐ ไมล์ ประชาชนเป็นเกษตรกรพืชหลักที่ขึ้นชื่อคือ ชา พงศาวดารทางปักษ์ใต้อ้างว่าจันทภาณุราชาแห่งเมืองนครศรีธรรมราชได้ยกทัพไปตีลังกาและกวาดต้อนผู้คนมาด้วย พวกหนึ่งได้มาตั้งรกราก ที่ “ท่ามิหร�ำ” พัทลุง ผู้เขียนเคยทราบจากอาจารย์อาทิตย์ สุภาไชยกิจว่าท่ามิหร�ำนั้น เดิมเรียกว่า“ทมิฬนครัม”ซึ่งเป็นภาษาทมิฬ ผู้เขียนพยายามสอบถามคนพื้นเมืองที่เป็นทมิฬ แต่พวกเขาพยายามหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับว่าเป็นคนทมิฬ แต่เมื่อถามว่า ทมิฬนครัม แปลว่าอะไร เขาตอบว่า “เมืองของชาวทมิฬ” และข ้อเท็จจริงเป ็นที่ประจักษ ์แล ้วว ่าพี่น ้องพัทลุงแถวท ่ามิหร�ำ ส ้มตรีด หัวยาง ท่าแค ปรางหมู ่มีหน้าตาเดียดไปทางลังกา ไปศรีลังกาเพื่อร่วมประชุมกับสมาชิกสมาคมนักกฎหมายแห่งเอเชียแปซิฟิก ระหว่างวันที่๑๒-๑๖ กันยายน ๒๕๓๖ ตกดึกนอนไม่หลับก็เปิดไฟใส่กลอนลุกขึ้นมาเขียนกลอนไว้เป็นที่ระลึกจึงขอน�ำมาให้อ่านเพื่อความบันเทิงโดยทั่วกันสมนึก อมรเดโชงานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  45


46  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63 งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63ศรีลังกาไปครานั้นที่มั่นหมาย เพื่อประชุมกฎหมาย สบายผมลอว์เอเชียของเอเชียที่นิยม เป็นสมาคมนักกฎหมาย ทนายความเขาประชุมกันสนุกทุกสองปี ค่าใช้จ่ายนี่ซี...ที่เข็ดขามเพราะต้องชัก ควักออกมา...ค่าว่าความ ครั้งละสาม สี่หมื่น สะอื้นทรวงขึ้นเครื่องบิน พอสิ้นสามชั่วโมงเศษ ก็เข้าเขตกรุงลังกา...ที่น่าห่วงไม่เจริญเพลินตา..คิดว่าภาพลวง มีมะม่วง มะพร้าว ดุจราวไพรลงจากเครื่อง คนเมือง เข้ามารับ ลอว์เอเชีย...ใช่ไหมครับ เขาปราศรัยเชิญทางนี้ ขอพาสปอร์ตมาไวไว เขารับไปจัดการ ผ่านเข้าเมืองออกจากด่านภาษี ก็มีตรวจ ช่างเร็วรวดรวบรัดไปทุกเรื่องนั่งรถบัสจัดมาพาเข้าเมือง วาดมาดเขื่อง...ดุจราวเจ้าเมืองลุงมองสองข้างทางผ่าน มีบ้านช่อง มีข้าวของวางขาย เห็นหลายถุงส่วนผู้คนก็ละม้าย คล้ายเมืองลุง นุ่งผ้าถุงผิวกายก็คล้ายกันมีต้นโพธิ์อยู่ทั่วไปใช่เรื่องแปลก โพธิ์ต้นแรกที่องค์พระอรหันต์ประทับใต้ต้นโพธิ์โสดาบัน โพธิ์ต้นนั้น...อยู่ที่ไหนไม่รู้เลยถึงโรงแรมฮิลตันที่ฉันพัก พนักงานพร้อมพรัก ไม่นิ่งเฉยขนกระเป๋า..ลงจากรถ ขึ้นห้องเลย ส่งค่าทิปเอ่ยวาจาว่า “แท็งคิว”อยู่บนห้องมองเห็นมหาสมุทร กว้างไกลสุดขอบฟ้า น่าสยิวน�้ำสีครามงามระยังฟองคลื่นพลิ้ว ละลอกลิ่วแลสลับกับอัมพรจับปากกาหากระดาษวาดทิวทัศน์ ไม่สันทัดตาวาดได้ ตามครูสอนไม่สนุกสุขใจ...จึงเขียนกลอน อนุสรณ์ให้กับตนไปจนตายเขียนกลอนติด บิดขี้เกียจ เดินเฉียดตู้ เหล้าวางอยู่บนชั้น ดั่งมั่นหมายเป็นเหล้านอกบอกยี่ห้อ พอสบาย สามครึบได้ดีกรี..มีพลังเข้าห้องสรงลงกลอนนอนแช่น�้ำ ให้วาบหวามหวั่นไหวในความหลังหากยาหยีของพี่ญามากับบัง ช่วยถูหลังนวดขาน่ายินดีพอจะหลับลงกับอ่างข้างล่างเรียก เป็นส�ำเนียกภาษา สิงหะหลีให้ไปรับสาราบรรดามี ณ สถานที่ประชุม อย่ากลุ้มใจรีบจัดแจงแต่งองค์ลงจากห้อง ชุดล�ำลองแสนสง่ากว่าชายไหนหนวดบางๆ เคราคางแพะดูแก่ไป ทนายไทยวัยเลขห้าพาร่างจรห้องประชุมคนรุมรับเอกสาร เป็นหลักฐานอ้างอิงเมืองสิงขรกระเป๋าถือมีชื่อ... นามกร พร้อมขั้นตอนข้อกฎหมายไว้ครบครันณ ห้องรับเอกสารเสียงฉานจ้า หลายภาษาเป็นส�ำเนียงเสียงขบขันฝรั่งแขกแปลกตาสารพัน ทั้งอินโดฯ มาลายัน จีน ไทย ญวนพอเจอกัน สนทนา ภาษาอังกฤษ ดังฟุดฟิดฟอไฟในค�ำศรวญฮัลโหล...มายเดียร์เฟรนเจนพอควร เป็นส�ำนวนที่ฟังได้สบายใจ


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63 งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  47เพื่อนบางคนที่พบฉันในวันแรก คิดว่า “แขก” ไปได้ ให้สงสัยอันคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นมันอย่างไร ฉันก็ไทยเหมือนกันเหมือนกันพันเปอร์เซ็นต์ตอนประชุมก็กลุ้มใจเรื่องภาษา เขาพูดจาเป็นอังกฤษและคิดเห็นแขกพูดรัวกลัวคนนั่งฟังไม่เป็น ยกประเด็นกฎหมายมา..สัมนากันอันว่าการประชุมสัมนา เขาน�ำชมพารากันทั้งนั้นซิตตี้ทัวร์เป็นหัวข้อ พอรู้กัน เป็นเชิงชั้นขั้นตอนให้ผ่อนคลายวันแรกเขาพาเที่ยวเมืองหลวงเก่า อยู่บนเขาชื่อ “แคนดี้” มีความหมายวัดพระทนต์คนบูชาทั้งหญิงชาย ประดิษฐานที่เมืองนี้พันปีแล้วพุทธองค์ทรงสร้างทางพบสุข นิราศทุกข์รอบข้างเป็นทางแถวแม้นชีพลับดับขรรค์มานานแล้ว แต่ธรรมะยังเป็นแก้วประจ�ำใจศรีลังกาลือเลื่องเป็นเมืองพุทธ บริสุทธิ์โสภากว่าเมืองไหนไทยได้สืบศาสนามาครองใจ จนเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ..สุดบูชามีต�ำนานอ่านพบเรื่องรบศึก ครั้งคราดึกด�ำบรรพ์นานนักหนาจันทภาณุจอมกษัตริย์ขัตติยา ยกทัพตีลังกา..ไม่ฆ่าแกงแต่กวาดต้อนผู้คนสิงหลชาติ กลับนครศรีธรรมราช..ชาดก�ำแหง“ท่ามิหร�ำ”ที่บ้านเราเขาชี้แจง เป็นถิ่นแห่งทมิฬชาติ..ที่ได้กวาดต้อนมาท่ามิหร�ำหรือ ทมิฬนัคคะร�ำ ชาวทมิฬผิวด�ำข�ำสง่าจมูกโด่ง สูงโปร่ง ตั้งพารา อยู่ที่ท่ามิหร�ำ..ดังค�ำลือมองผู้คนบ้านเราเดาไม่ผิด เชื้อทมิฬยังใกล้ชิด..จะผิดหรือจมูกโด่ง ผิวด�ำ ผมหยิกยือ คนนี้คือเชื้อสาย ฝ่ายทมิฬไปลังกาครานี้มิเสียเที่ยว ได้ขันเกลียวประวัติคนพลัดถิ่นพวกทมิฬหินชาติ..ใช่ทมิฬ ไม่โหดร้ายใจหินดังยินยลเมืองแคนดี้ที่น�ำเที่ยวม้วนเดียวจบ ใจอยากพบผู้หญิงเมืองสิงหลที่งามเหมือนนางละเวงนิรมล แต่ไม่พบสักคนให้จนใจอันบ้านเรือนโรงร้านในบ้านนี้ คงมีแต่แก่เก่า ไม่เอาไหนถนนแคบ คนยากจนทุกหนไป มอเตอร์ไซต์ในเมืองนี้ไม่มีเลยชาวพาราปลูกใบชา ท�ำนาไร่ สุขสบายตามแนวพุทธ..ชอบหยุดเฉยแต่วัดวาอารามนะ ทรามเชย แทบไม่พานพบเลย..เป็นอย่างไรเป็นชาวพุทธใช่สิ้นสุดที่ก่อสร้าง วัดกว้างขวาง..คิดอีกที..ดีตรงไหนพุทธองค์ทรงสอนก่อนอื่นไซร้ “รู้จักใช้ปัญญา” รักษาตนอันความทุกข์ของมนุษย์พุทธตรัส หรือความทุกข์ของสัตว์ทุกแห่งหน“คือโง่เขลาเบาปัญญา” น่ากังวล ที่พาตนพลาดสุข..พบทุกข์แทนไปลังกาที่ได้มาคือสติ ตรองให้ดีมีค่ากว่าเงินแสนขอจบกลอนตอนรุ่งสางในต่างแดน อักษรแทนวาจา..สาหวัดดี


48  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63ที่มาและความหมายของ “นาโหนด”“นา” เป ็นพื้นราบท�ำเป ็นคัน แบ่งเป็นแปลง ๆ ส�ำหรับปลูกข ้าว หรือพื้นที่ที่มีลักษณะคล ้ายนาส�ำหรับท�ำประโยชน์อื่น ๆ เรียกตามสิ่งที่ท�ำ เช่น นาเกลือ นากุ้ง นาแห้ว ฯลฯ“โหนด” เป็นชื่อต้นไม้ ภาคกลางเรียก “ต้นตาล” ภาคใต้เรียก “ต้นโหนด” เป็นไม้ยืนต้นเนื้อแข็งสมัยก่อนเป็นไม้เศรษฐกิจ ใช้ประโยชน์ได้หมด สวย ทนทานให้ร่มเงา ล�ำต้นสร้างบ้านได้ ใบใช้มุงหลังคาเครื่องจักสาน จาว-งวง ให ้น�้ำตาล ลูกตาลสดกินอร ่อย ลูกตาลสุกใช ้ท�ำขนม มีค ่าอเนกประสงค ์ยิ่ง สรุปว่า “นาโหนด” คือ การท�ำนาที่มีต้นโหนดปลูกตามคันนาหรือปนอยู่ในทุ่งนาทางภาคใต้ หาดูได้เมืองพัทลุงเก่าสทิงพระ ระโนด เมืองเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์จะมีต้นตาลโหนดหลายจังหวัด นั่งรถไฟสายใต้ย่านเพชรบุรี ราชบุรี จะเห็นมากมายและจังหวัดอื่น ๆ เช่น สุพรรณบุรี อยุธยา ชัยนาท สุโขทัย ฯลฯนาโหนดปัจจุบัน นาโหนด เป ็นต�ำบลหนึ่ง ในจ�ำนวน ๖๕ ต�ำบลของจังหวัดพัทลุง อยู ่ในเขตอ�ำเภอเมือง แบ่งเป็น๑๑ หมู่บ้าน เรียงล�ำดับดังนี้ ๑ นาโหนด ๒ โคกทราย ๓ หัวหมอน ๔ ตรอกปด ๕ เกาะทัง ๖ ปลายนา(ศาลาน�้ำตก) ๗ โคกว่าว ๘ วังปริง ๙ บ่วงช้าง ๑๐ เกาะโจด ๑๑ ต้นไทร มีเนื้อที่ประมาณ ๔๐ ตร.กม.หรือ ๒๔,๙๒๖ ไร่ ระยะทางจากอ�ำเภอเมืองถึงเทศบาลต�ำบลนาโหนด ๒๒ กิโลเมตร อยู ่ไกลสุดของอ�ำเภอ ไกลกว ่าบางอ�ำเภอของจังหวัดพัทลุง อ.ศรีนครินทร ์ (๑๖) อ.ควนขนุน (๑๙) อ.เขาชัยสน(๒๐ ทางรถไฟ) มีอาณาเขตติดต ่อกับ ๒ อ�ำเภอ คือเขาชัยสนและกงหรา และติดต ่อ ๖ ต�ำบล ได้แก่ท่าแค ควนขนุน (ทะเลพระ) โคกม่วง คลองเฉลิม สมหวัง ชะรัดต�ำนานชื่อบ้านประวัติศาสตร์ อายุกว่า ๕๑๐ ปี จากหนังสือ “พงศาวดารเมืองพัทลุง” เลขหมู่หนังสือ ๙๕๙.๓ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.๒๔๖๒ ค้นคว้าได้จากหอสมุดแห่งชาติ กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์กรมศิลปากร ได้เขียนบันทึกไว้พอสรุปเนื้อความ ดังนี้ “ตอนที่ ๒ สมัยกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.๒๐๕๗ พระธรรมรังคัล เจ ้าเมืองพัทลุงตั้งเมืองที่สทิงพระฝ่ายปละท่า (ฝั่ง) ตะวันตก ที่บ ้านสทัง ในแผ ่นดินพระมหาจักรพรรดิราช เจ ้าอินท ์อุปสมบทเป ็นภิกษุเรียนรู ้ทางไสยศาสตร ์และอรรถธรรมแล ้วเข ้าไปกรุง ครั้งนั้นที่กรุงมีศึกมาล ้อมเมืองอยู ่ เห็นจะเป ็นศึกพระเจ้าหงสาวดี (ลิ้นด�ำ) หรือที่เรียกว่า “พระเจ้าชนะสิบทิศ” พระภิกษุอินท ์ รับอาสาขอม ้าตัวหนึ่งกับคน ๕๐๐ บวชเป็นปะขาว ออกท�ำเวทย์มนต์ ให ้ข ้าศึกงวยงง และมีความกลัว ยกทัพกลับไป พระภิกษุอินท์มีความชอบ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพี่ พระครูอินทโมฬีศรีนันทราชฯ คณะป่าแก้วหัวเมืองพัทลุง ได้เบิกวัดทั้งแขวงเมืองนครศรีธรรมราชและเมืองพัทลุง ๒๙๘ วัดมาขึ้นแก่วัดเขียนและวัดสทัง หมู่หัวสิบหัวงานตามท้องพระต�ำรานี้ ก็ให้ขึ้นกับวัดทั้งสองนี้ทั้งสิ้นนาโหนดมีอะไรดี สิ่งดี ๆ มากกว่าที่คิด.... สุทธิชัย หนูนวล48  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  49 วัดสทัง นั้นมีเลณฑุมาต คืออาณาเขตแต ่ล�ำน�้ำบางแก ้ว แล ่นไป (จาก-ถึง) ท ่าแม ่นางสีพรมแล่นไปหลาวหลูด ๆ แล่นไปห่านกลุตงๆ แล่นไปควนชัง ๆ แล่นไปหลักชุมแสง ๆ แล่นไปม่วงเถ้านาโหนด ๆแล่นไปควนยาน ๆ แล ่นไปควนกระทุ ๆ แล ่นไปก�ำมะไสย ๆ แล่นไปเปรวชะเมา ๆ แล่นไปปากแว ตีนทะเลสาบเป็นแดน” ตั้งแต่ พ.ศ.๒๐๕๗ ถึงปัจจุบัน พ.ศ.๒๕๖๗ นาโหนดมีอายุได้ ๕๑๐ ปี พอดี ส�ำหรับชื่อบ้านบางชื่อยังเรียกเหมือนเดิม บางชื่อเปลี่ยนใหม่ บางชื่อไม่รู้อยู่บริเวณใด• ท่าแม่นางสีพรม ปัจจุบันเรียก “ท่านางพรม”• หลาวหลูด ปัจจุบันอยู่บริเวณใด (ผู้รู้ช่วยแจ้งด้วย)• ห่านกลุตง ปัจจุบันเรียก “นาคันตง” บ้านนาคันตง-ป่าเลอยู่บริเวณขอบทะเลพระ บ้านนาทาบ-สามโพธิ์• ควนชัง ปัจจุบันเรียก “ควนชัง”• หลักชุมแสง ปัจจุบันชื่ออะไร อยู่บริเวณใด• ม่วงเถ้านาโหนด ตัดม่วงเถ้าเหลือ “นาโหนด” ยังอยู่ที่เดิม• ควนยาน ปัจจุบันเรียก “ควนยาน” สถานีรถไฟบ้านต้นโดน• ควนกระทุ ปัจจุบันเรียก “ควนโท่”• ก�ำมะไสย ปัจจุบันเรียก “ไสในขัน - ไสยนายขัน”• เปรวชะเมา ป่าช้าชะเมา ปัจจุบันอยู่บริเวณใด ชื่ออะไร• ปากแว ปัจจุบันเรียก “ปากแว” ตีนทะเลสาบ เป็นสถานที่รับซื้อปลา กุ้ง หอย จากทะเลสาบเช่นเดิมสิ่งศักดิ์สิทธิ์นาโหนด๑. ตาหมอโหล่ ตาหมอเทพ เรื่องเล่าขานในต�ำนาน “ควนนาโหนด” ว่ามีผู้วิเศษ ๒ คน ต่างคนต่างเก่ง ท ่านที่หนึ่งชื่อ “ตาหมอโหล่” มีอาชีพท�ำนา และเป ็นหมอรักษาคนป ่วยไข ้ (แพทย์แผนโบราณ)รักษาคนผีเข ้ารวมทั้งผู ้ที่ถูกคุณไสยต ่าง ๆ มีวิชาอาคม เวทย์มนต์คาถา วันหนึ่งขณะที่ก�ำลังไถนามีผู้วิเศษอีกท่านหนึ่งเดินทางมาจากไหน ไม่ปรากฏหลักฐาน ชาวบ้านเรียก “ตาหมอเทพ” เป็นหมอควาญช้างเดินทางตามหาช ้าง เมื่อพบกับตาหมอโหล ่ พูดคุยกันอย ่างสนิทสนมชนิดที่เรียกว ่า “ถูกอกถูกใจ” เกิดประลองก�ำลังกัน ตาหมอเทพได ้ใช ้ตะขอช ้างป ักลงคันนาแล ้วลอยตัวขึ้นนั่งบนตะขอนั้น ส่วนตาหมอโหล่ก็แสดงความสามารถใช ้ไม ้เรียวเฆี่ยนวัวป ักลงบนคันนา แล ้วลอยตัวขึ้นไปนั่งบนไม ้เรียวเช ่นกัน ต่างคนต่างมีดี ทั้งสองจึงสาบานเป็นเพื่อนเกลอกันได้ขึ้นไปบ�ำเพ็ญญาณที่ยอดควนนาโหนด ตาหมอโหล่เปลี่ยนร่างเป็น “เสือ” ส่วนตาหมอเทพ เปลี่ยนร ่างเป ็น “ช้าง” ชาวบ ้านเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของท ่านทั้งสองจึงได ้ร ่วมกันสร ้างรูปป ั ้นเป ็นรูปเสือและรูปช ้างบนยอดควนนาโหนด และกราบไหว ้บูชาจนถึงป ัจจุบันถึงเดือนเมษายนวันสงกรานต์จะรับมโนราแสดงแก้บนทุกปี๒. หลวงพ่อด�ำวัดหัวหมอน หลวงพ่อด�ำเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดหัวหมอน ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของจังหวัดพัทลุง สร้าง พ.ศ.๒๔๒๒ สมัยรัชกาลที่ ๕ อยู ่เขตหมู ่ ๓ ต�ำบลนาโหนด หลวงพ ่อด�ำเชี่ยวชาญด ้านคาถาอาคมเหรียญเป ็นที่นิยมบูชาของศิษย ์ บ ้านหัวหมอน วัดหัวหมอน ได ้ชื่อมาจากการท�ำไม้หมอน ไปกั้นคลองเพื่อน�ำน�้ำไปท�ำนา โผยนาโหนดที่เขียนข ่าวสังคมในหนังสือ “พัทลุงสามัคคี”ก็เป็นคนหัวหมอนแห่งนี้งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  49


50  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63ของดีนาโหนด ความโชคดีของพี่น้อง “นาโหนด” จุดเด่น จุดส�ำคัญ อยู่ที่บริเวณหลัก กม.๑๘-๑๙ ถนนเพชรเกษม(ทางหลวงหมายเลข ๔) กรมทางหลวงแผ ่นดิน ได ้ขยายถนนช ่องนี้กว ้างถึง ๘ ช่องจราจร สะดวกต่อการจอดรถ พักรถ ทั้งขาขึ้นและขาล่องตลอดวันตลอดคืน มีแสงสว่างอ�ำนวยความสะดวกรถทุกประเภทรถทัวร์ รถประจ�ำ ทางรถตู้ ร ถส่วนบุคคล รถพ่วง รถบรรทุก จอดแวะพักรับประทานอาหาร กินข้าวแกงดื่มกาแฟ ได้อย่างปลอดภัยและสุขใจของดีนาโหนดที่ลือชื่อและมีชื่อเสียงระดับชาติ-ระดับโลก ดังนี้ ก. อาหารลือชื่อ “พุงวัวใต้โด” เฉพาะร้าน “ใต้โด” ขายมานานกว่า ๖๐ ป ี ทั้งสองฝ ั ่งถนนมีร้านขายพุงวัว (เครื่องในวัว) กว่า ๒๐ ร้านค้า ข. สินค ้าระดับห ้าดาว ระดับชาติและโลก เกิดขึ้นที่นาโหนดเป ็นแห ่งแรกของประเทศและโลกคือ “เห็นทอดนาโหนด” อายุการผลิตนานกว่า ๒๐ ปี ค. สวนกาแฟเดอร์ลอง ตั้งอยู ่เยื้องกับวัดอุทัยธรรมาราม (ควนนาโหนด) เป ็นจุดพักรถ ดื่มกาแฟระดับสากล มีสินค้าหลากหลาย “กาแฟข้างสังข์หยด” “เห็ดทอดนาโหนด”แหล่งท่องเที่ยว/สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ แผนพัฒนาท ้องถิ่นของเทศบาลต�ำบลนาโหนด ได ้ก�ำหนดไว ้ร ่วมกับจังหวัด เพื่อเป ็นที่พักผ ่อนหย่อนใจ ของนักท่องเที่ยว เสริมรายได้ให้แก่ชุมชน ได้แก่“ควนนาโหนด” ป ัจจุบันเป ็นสถานที่ตั้งวัดอุทัยธรรมาราม (ควนนาโหนด) ก�ำลังท�ำบันไดขึ้นเพื่อบูชา ตาหมอโหล่-ตาหมอเทพ และจุดชมวิว ดูวิวทิวทัศน์ได้ ๓๖๐ องศา“พรุหารบัว” เป็นแหล่งน�้ำธรรมชาติ มีเนื้อที่กว่า ๓๐๐ ไร่ มีถนนรอบสระ นั่งชมวิวได้ตลอดเวลา “เขาหลักโค” ส�ำนักสงฆ์/ส�ำนักปฏิบัติธรรม ที่ร่มรื่นสวยงาม ส�ำหรับวัดที่อยู่ในเขตต�ำบลนาโหนดมีวัดหัวหมอน ต้นไทร บ่วงช้าง ที่พักสงฆ์ทรายทองแป้งนาโหนดประวัติศาสตร์ซ�้ำรอย แป้งนาโหนด ไม่ใช่แป้งม ันส �ำปะหล ัง ไม่ใช่แป้งสาคูและไม่ใช่แป้งทาต ัวแต่แป้งนาโหนดเป็นน ักโทษที่สามารถแหกคุก (เรือนจ�ำ) ออกมาได้ส�ำเร็จ เหมือนโจรร้าย พลเมืองพัทลุงที่ผ่านมา พ.ศ.๒๔๖๐-๒๔๖๖ สมัยรัชกาลที่ ๖ ชุมโจรควนขนุน รุ ่งดอนทรายเคยแหกคุกนครศรีฯ ส�ำเร็จได้ต�ำแหน่ง “ขุนพัท” ขุนพัทลุง ๑๐๐ ปีผ่าน พ.ศ.๒๕๓๖ โจรเรียกไถ ่ “ไข ่หมูก” ก็สามารถแหกคุกจากนครศรีฯ ได ้ส�ำเร็จมาแล ้วเหมือนกันทิ้งห่าง ๗๐ ปี พ.ศ.๒๕๖๖ แป้ง นาโหนด นักโทษเด็ดขาดก็สามารถหนีคุกได ้จากนครศรีธรรมราช ได ้ส�ำเร็จเช่นรุ่นพี่ คดีห่างจากไข่หมูก ๓๐ ปี ท่านที่เคารพ “งานพัทลุงสามัคคี”ของทุกปี เป็นสัญญาณบอกความเปลี่ยนแปลงเวลา พ.ศ.๒๕๖๗พัทลุงสามัคคีครั้งที่ ๖๓ ทุกคนหวังว ่าเป ็นป ีมังกรทอง ชีวิตจะได ้ร�่ำรวย รุ ่งเรือง เฟ ื ่องฟูแต ่ก็ไม ่ได ้เป ็นไปตามที่คิด ปีมะเส็งงูเล็ก ขอให้ทุกท่าน “มีสุขภาพดีถ้วนหน้าปี ๒๕๖๘” ตลอดปี ตลอดไป สวัสดี/ขอบคุณ50  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  51ประวัติความเป็นมาถ�้ำน�้ำเขาเมืองพัทลุงโดย กิตติพันธ์ ทองดีเพ็งงานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  51ถ�้ำน�้ำ เป็นถ�้ำใหม่ล่าสุดที่มีการค้นพบ และส�ำรวจภายในถ�้ำโดยนักด�ำน�้ำ มีภาพอดีตที่ต้องย้อนรอย จากค�ำบอกเล่าของหมอพื้นบ้าน นายแดง ไข่ทองแก้ว กล่าวไว้ว่า ถ�้ำน�้ำมีชื่อเรียกมาก่อนนี้ว่า ถ�้ำพระเดมีย์ มีการปิดปากถ�้ำไว้จริง เมื่อก่อนมีไม้แก่นเสาหลักปักอยู่หน้าถ�้ำหนึ่งต้น ต่อมา เมื่อมีคนเข้าไปภายในถ�้ำชั้นล่างเพื่อค้นหาสมบัติเพราะเขานั่งทางในรู้ ได้พบถ้วยชามโบราณจ�ำนวนมาก ส�ำหรับ นายสมหมาย หมุนเกตุ ผู ้หาของป ่าเป ็นอาชีพในอดีตบนเขาเมืองพัทลุง เล่าว่าเมื่อก่อนมีการไล่ล่าสัตว์ป่า เม่น อีแกะ ผู้คนที่ตามล่าเห็นสัตว์เหล่านี้เดินทางเข้ารูถ�้ำมากตัว จึงเกิดความสงสัยได ้ลอดรูติดตามเข ้าไปดูข ้างใน จึงรู ้ว ่าสัตว ์เข ้าไปดื่มกินน�้ำในถ�้ำชั้นล ่างนั้นเอง สามารถจับสัตว์ได้จ�ำนวนมาก เพราะเมื่อสัตว์เข้าไปแล้วจะหนีไปไหนก็ไม่ได้ ถูกปิดกั้นด้วยถ�้ำน�้ำซึ่งน�้ำลึกมาก ส ่วนความทรงจ�ำของผู ้สูงวัยในชุมชน สมหวัง เนตรนพรัตน ์ และพระครูจิต ธีปธมฺโมให ้สัมภาษณ ์ กล ่าวถึงเรื่องราวที่เป ็นลาง หรือเป ็นสัญญาณบอกเหตุของทะเลเขาเมืองพัทลุงนี้ว ่าเลบ ้าเขาเมือง ต ่างกล ่าวเป ็นเสียงเดียวกันว ่า ช ่วงเดือนสิบสองจนถึงเดือนอ ้ายจะได ้ยินเสียงดังคร ืน ๆๆ คร ึม ๆ หวูๆ คล้ายก ับเส ียงคล ื่นซ ัดในทะเลด ังแว่วมาจากยอดเขาเม ือง ทางด้านท ิศเหน ือและทิศตะวันออก ได้ยินเสียงดังทั้งกลางวันและกลางคืนโดยเฉพาะ ในฤดูท�ำนาและทงเบ็ดตอนกลางคืนเสียงดังของทะเลบ้าถูกเล่าขานกันมาคราวปู่ ย่า ตายาย เป็นสัญญาณเตือนชุมชนรอบเขาเมืองพัทลุงว่า อีกวันถึงสองวัน ฝนจะตกหนัก น�้ำจะท่วมใหญ่ แต่ปัจจุบันเสียงแว่วดัง ดั่งกล่าวเงียบหายไป ต�ำนานและความเชื่อ เรื่องคนธรรพ ์ประจ�ำเขาเมือง ที่กล ่าวไว ้ในตอนต ้น บ ่งบอกให ้ผู ้คนทราบว่า เขาเมืองพัทลุงเป็นที่สิงสถิตของเทวดา หรือ คนธรรพ์ ซึ่งเป็นผู้ทรงศีล พูดความสัตย์ ไม่พูดโกหก อยู ่อาศัยประจ�ำเขาเมืองพัทลุง เช ่นเดียวกับโลงทองของพระเดมีย ์ เป ็นภูมิป ัญญาฉลาดของผู ้เฒ ่าในการสั่งสอนให ้ลูกหลานเชื่อ และศรัทธาในเขาเมืองพัทลุง ว ่าเป ็นที่สิงสถิตดวงจิตวิญญาณของพระพุทธเจ้าเพื่อมิให้ลูกหลานมองข้ามคุณค่า ความส�ำคัญของเขาเมืองพัทลุง ให้ร่วมกันอนุรักษ์ไว้จึงสอนไว้เป็นต�ำนาน เล่าขานสืบต่อกันมาว่าเป็น ทะเลเขาเมืองพัทลุง จากอดีต ถ�้ำน�้ำยังไม่มีผู้ใดลงส�ำรวจสภาพทั่วไปภายในถ�้ำ และไม่สามารถส่องไฟสว่างเข้าไปถึงด้านในได้ เน ื่องจากถูกปิดก ั้นด้วยผน ังถ �้ำอย่างม ีเจตนาของธรรมชาต ิ เพ ื่อปกปิดส ิ่งเร้นล ับเอาไว้ภายใน


52  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63ลักษณะส�ำคัญของถ�้ำน�้ำ ถ�้ำน�้ำเขาเมืองพัทลุงมีลักษณะเป ็นถ�้ำหินปูนมีความยาวประมาณ 45 เมตร มีส่วนประกอบ 3 ส่วนคือปากประตูถ�้ำ เป ็นช ่องหินขนาดตัวคนลอดเข ้าได ้ช่องหินมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ฟุตครึ่ง ความสูง1ช่วงศอก ปากประตูถ�้ำ ต้องลอดคลานจึงเข้าสู่ช่องทางเข้าไปยังตัวถ�้ำด้านในถ�้ำน�้ำชั้นล่าง มีลักษณะพื้นถ�้ำลาดต�่ำลงจากปากประตูถ�้ำ มีซอกถ�้ำทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ห้องถ�้ำยาว 20 เมตร สูง 15 เมตร กว้างสุด 18 เมตร บริเวณส่วนที่ต�่ำสุดจะเป็นแอ่งน�้ำส�ำหรับสัตว์ภูเขาเข้ามาดื่มกินจัดเป ็นระบบนิเวศบนเขาสูงที่สมดุลยิ่ง สัตว ์ป ่ามิต ้องลงมาดื่มน�้ำยังล�ำคลองเบื้องล่าง สามารถมองเห็นรอยฝ่าเท้าพวก เม่น อีแกะได้ชัดเจนบนพื้นดินริมแอ่งน�้ำถ�้ำน�้ำชั้นบน หรือตัวถ�้ำน�้ำ จากห ้องถ�้ำชั้นล ่าง กระทั่ง ปี 2545 คณะนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทักษิณ ตามโครงการเรียนรู้ร่วมกันสรรค์สร้างชุมชน ได้ส�ำรวจ ศึกษาข้อมูลชุมชนชัยบุรีในทุกด้าน ร่วมกับคณะผู้น�ำในชุมชน ครูอาจารย์ โรงเรียนพรหมพ ิน ิตช ัยบ ุร ี ให้การช่วยเหล ือ สน ับสน ุน ก �ำหนดการส �ำรวจถ �้ำน �้ำเขาเม ืองพ ัทล ุง ร่วมก ัน เก ิดความชัดเจนในเรื่องราวของถ�้ำน�้ำในระดับที่น่าพึงพอใจ ดังจะกล่าวต่อไปการส�ำรวจ ค้นหาความจริงถ�้ำน�้ำครั้งแรก การส�ำรวจถ�้ำน�้ำครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2545 โดยความร่วมมือของผู้น�ำชุมชนเจ้าหน้าที่วนอุทยานเมืองเก่าชัยบุรี ครูอาจารย์โรงเรียนพรหมพินิตชัยบุรีและคณะนักศึกษามหาวิทยาลัยท ักษ ิณ ตามโครงการเร ียนรู้ร่วมก ันสรรค์สร้างช ุมชนรวม 30 คน ได้ค้นพบความล ึกล ับ ความแปลกใหม่ของธรรมชาติ ภายในถ�้ำน�้ำอย่างไม่น่าเชื่อในสายตาต้องปีนบันไดไม้สูง 3 เมตร ผ่านไปแล้วก็ต้องท�ำตัวลีบเดินผ่านซอกหินแคบ ๆ เป็นทางชันสูง 6 เมตรอย่างระมัดระวังตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า ใครไม่ระวังอาจลื่นล้มเป็นอันตรายได้ แล้วจึงถึงขอบถ�้ำริมพื้นน�้ำมีที่ว ่างให ้ทีมส�ำรวจยืนได ้เพียง 7-8 คน เป ็นห ้องน�้ำกว ้างพอเหมาะไม ่ใหญ ่นัก ความโล่งใจของการเดินทางที่แสนระทึกใจก็พบกับค�ำว่า มาถึงถ�้ำน�้ำเขาเมืองเข้าแล้ว 52  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  53หินย้อยคอยยาย เป็นหินย้อยที่เกิดจากหยดน�้ำหินปูนยื่นย้อยลงสู่พื้นน�้ำภายในถ�้ำน�้ำ ลักษณะย้อยเป็นท่อนกลมกลึงจ�ำนวนมากขนาดยาวและสั้นแตกต่างกันส่วนล่างสุดของท่อนกลมกลึงคล้ายศิวลึงค์ของเพศชายจึงงดงามอย่างน่าทึ่ง เปรียบประดุจบรรพบุรุษ ปู่ ทวดผู ้คงแก ่ธรรมะยอมสละตนเพื่อบ�ำเพ็ญเพียรอยู ่ประจ�ำเขาเมืองพัทลุง แล้วมีปาฏิหาริย์ เกิดส�ำแดงในคุณงามความดีเป ็นสัญลักษณ ์รูปหินย ้อย รอคอยคุณยายคู่ช ีว ิตมานานแสนนานเพ ื่อการพบก ันในภพหน ึ่ง ภพใดจึงขนานนามว่า หินย้อยคอยยาย ซึ่งมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นการเกิดหินงอก หินย้อย ลักษณะโดดเด่น เป ็นเอกลักษณ ์เฉพาะที่ จึงเป ็นความโชคดีของท้องถ ิ่นท ี่แสนจะว ิเศษทางธรรมชาต ิ ได้ม ีผู้กล่าวว่าถ�้ำกว ่าจะพัฒนาจนก ่อรูปเป ็นประติมากรรมธรรมชาติงานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  53 เมื่อคณะส�ำรวจ ถึงตัวถ�้ำน�้ำพร ้อมอุปกรณ ์ที่จ�ำเป็น ทุกคนให ้ก�ำลังใจกับหน ่วยกล ้าตายทั้งสองคน คือ ตัวผู้เขียนกับผู้ใหญ่บ้าน สมหวัง เนตรนพรัตน์ ทั้งสองตัดสินใจลงน�้ำส�ำรวจถ�้ำน�้ำครั้งแรกพร้อมด้วยอุปกรณ์ยางในรถยนต์สูบลม ผูกติดเชือกไนล่อน มีไฟแบตเตอรี่ใช้ส่องสว่าง 1 ดวง แม้นว่าความตื่นกลัวกับความตื่นเต ้นจะมีมาก ทีมส�ำรวจได ้อาศัยที่พึ่งทางจิตใจ ภาวนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได ้คุ้มครองผองภัย พร้อมกับถ่ายภาพความงดงามของถ�้ำน�้ำไว้ทุกแง่ทุกมุม ผู้เขียนได้บันทึกความทรงจ�ำไว ้ว ่าเป ็นความตื่นเต ้น บนความมหัศจรรย ์ใจที่ประหลาดที่สุดในชีวิต เพราะลงน�้ำลอยตัวเข ้าไปด ้านในถ �้ำน ั้น ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรข้างล่างน �้ำล ึกมากจนเป็นส ีคราม มองด้านบนม ืดม ิด มองซ้ายมองขวาเห ็นฝาผนังถ�้ำ หลืบถ�้ำ ขณะลอยตัวเข้าไปด้านในถึงระยะ8 เมตรและ10 เมตร ความตื่นกลัวลดลงไปมากเพราะเมื่อส่องไฟขึ้นบนเพดานถ�้ำซึ่งสูงจากระดับน�้ำ 2 เมตร สายตาพบกับหินย้อยที่แสนมหัศจรรย์ใจและม ีมนต์ขล ัง ให้กล ับมานอนใช้ความค ิดอยู่สองค ืนจ ึงให้ช ื่อห ินย้อยด ังกล่าวว่า ห ินย้อยเพดานสวรรค์และหินย้อยคอยยาย เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นได้รับการยอมรับจากชุมชนด้วยดีคุณค่าและความมหัศจรรย์หินงอกหินย้อยงดงามล�้ำค่าเกินบรรยายหินย้อยเพดานสวรรค์ เป็นลักษณะหินย้อยทรงกลมขนาดเส้นศูนย์กลาง 2 เมตร ยื่นย้อยลงจากเพดานถ�้ำสู ่พื้นน�้ำ คล ้ายกลดของพระธุดงค ์ เป ็นหินย ้อยงอกต�่ำลงมาพบกับพื้นน�้ำในอดีตก่อเกิดเพดานหินที่มีแนวเสมอกัน มีลวดลายสวยงามอย่างแปลกตายิ่งนัก เปรียบดัง เพดานสวรรค์วิมานของเทวดา คนธรรพ์ ประจ�ำเขาเมืองพัทลุง ซึ่งมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น


54  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63ขุมทรัพย์ เก็บสิ่งมีค่า มหัศจรรย์อย่างพระพุทธรูปโบราณสมัยเมืองเก ่าพัทลุงเขาชัยบุรี หรือไม ่ ค�ำถามคาใจดังกล่าว จะได้รับค�ำตอบจากทีมนักด�ำน�้ำโดยแน่แท้ วันจันทร ์ที่ 25 สิงหาคม 2546 เวลา 09.00 น.คณะท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงและนักด�ำน�้ำจ�ำนวน8 คน น�ำโดย คุณพลศิริ ศุภศรี จากบริษัท ตรัง สคูบ้าไดฟ์ ได้ออกเดินทางจากจวนผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง54  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63ให ้มนุษย ์ได ้ชื่นชมต ้องใช ้เวลานับหมื่นนับแสนป ี (ปิยะฤทัย ปิโยพีระพงศ์. 2540 : 114) ส่วนความสวยงามของฝาผนังถ�้ำน�้ำ มองเห็นเกล็ดหินปูนเป็นสีเหลือง งามเรืองรอง ที่แตกต่างกันไป คล้ายเสาต้นใหญ่เป็น หลืบถ�้ำ เป็นนิ้วหินปูน และที่ส�ำคัญความคมของเกล็ดหินปูนสามารถบาดผิวหนังได้ง่ายพื้นน�้ำมีสีครามเข ้มเพราะความลึก น�้ำใสเป็นกระจก ระดับน�้ำลึก 6-9 เมตร ตามฤดูกาล ช ่วงเวลาที่ระดับน�้ำสูงสุดจะอยู่ปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม อุณหภูมิ 27องศาเซลเซียส คุณภาพน�้ำมีความเป็นกระด้างซึ่งมีหินปูนสูงรู้จักถ�้ำน�้ำแพร่หลาย จากข ้อมูลการส�ำรวจถ�้ำน�้ำเขาเมืองพัทลุง ได ้มีการเผยแพร ่เป ็นครั้งแรกโดยคุณครูกิตติพันธ ์ทองดีเพ็ง เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2545 ณ โรงเรียนพรหมพินิตชัยบุรี ในงานวันเลี้ยงส่งคณะนักศึกษาออกค่าย โครงการเร ียนรู้ร่วมก ันสรรค์สร้างช ุมชน โดยการน �ำเสนอบนเวท ี พ ิมพ์เอกสารแจกจ �ำนวนหน ึ่งแก ่ตัวแทนจังหวัดพัทลุง อ�ำเภอเมืองพัทลุง ผู ้น�ำ อบต.ชัยบุรี ผู ้น�ำชุมชน และคณะนักศึกษารวม200 คน อัดขยายภาพถ�้ำน�้ำเผยแพร่จัดนิทรรศการทั้งระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด และในงานเสมา’ 45ณ เมืองทองธานี เป ็นล�ำดับต ่อมา ในนามศูนย ์ศิลปวัฒนธรรมชัยบุรี ศูนย ์สิ่งแวดล ้อมจังหวัดพัทลุงรวมทั้งลงตีพิมพ์ในวารสาร อ.ส.ท. ฉบับ(แทรก)แนะน�ำจังหวัดพัทลุง ปี 2545 โดยได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากบุคคล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างดียิ่ง ด ้วยคุณค ่าของสิ่งดีที่มีอยู ่คู ่เขาเมืองพัทลุง ท�ำให ้ผู ้น�ำทุกภาคส ่วนทั้งในระดับชุมชน ระดับอ�ำเภอ และระดับจังหวัดพัทลุง โดยเฉพาะการได้รับความกรุณาอย่างสูงจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง นายอ�ำนวย สงวนนาม และท่านนายอ�ำเภอเมืองพัทลุง นายสุธร ศรีโยธา ทั้งการประสานงานของส �ำน ักงานจ ังหว ัดพ ัทล ุง ร่วมก ับผู้น �ำในช ุมชนจ ึงได้เก ิดการจ ัดคณะน ักน ักด �ำน �้ำ ส �ำรวจถ �้ำน �้ำบนเขาเมืองพัทลุง บรรลุผลส�ำเร็จอย่างสูง เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2546นักด�ำน�้ำผู้เก่งกล้าลงส�ำรวจถ�้ำน�้ำ ชุมชนท ้องถิ่นชัยบุรี รู ้สึกซาบซึ้งและกราบขอบพระคุณอย ่างสูง นายอ�ำนวย สงวนนามนายสุธร ศรีโยธาได้กรุณาจัดหาคณะนักด�ำน�้ำจากจังหวัดตรัง และกระบี่ มาด�ำน�้ำส�ำรวจถ�้ำน�้ำเขาเมืองพัทลุงได้ทราบข้อมูลสภาพท ั่วไปภายในถ �้ำน �้ำว่า เป็นพ ื้นน �้ำกว้างไกลเป็นทะเลจร ิง หร ือไม่ ใต้ก้นถ �้ำน �้ำจะเป็น


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63 งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  5555ถึงหน้าท�ำนบคลองเมือง เขตเมืองเก่าพัทลุงเขาชัยบุรี สมทบกับคณะผู้น�ำชุมชน จัดแบก ขนอุปกรณ์การด�ำน�้ำขึ้นสู ่ถ�้ำน�้ำ ท�ำพิธีเคารพสถานที่เพื่อขอขมา และขอความคุ ้มครองให ้ปลอดภัย จากนั้นจัดเตรียมติดตั้งอุปกรณ์การด�ำน�้ำ เวลา 13.35 น. คณะนักด�ำน�้ำลงส�ำรวจถ�้ำน�้ำรอบที่สอง ต ้องการส�ำรวจโพรงถ�้ำ 2- 3 โพรงที่เชื่อมต ่อกัน โพรงด ้านตะวันออกมีความกว ้างไกลมาก แต ่กระแสน�้ำไหลไป ไหลมา ตลอดเวลาสภาพน�้ำมีความขุ ่นมาก จึงไม ่สามารถผ ่านโพรงถ�้ำไปได้ ด ้วยกลัวอันตราย นักด�ำน�้ำตัดสินใจขึ้นจากถ�้ำน�้ำอีกครั้งเพื่อรอให้น�้ำภายในถ�้ำหายขุ่นข้น ถึงเวลาบ่าย 3โมงเย็น น�้ำก็ยังไม่หายขุ่นจึงตัดใจลงน�้ำส�ำรวจรายละเอียดต่างๆของถ�้ำน�้ำแทนไม่ส�ำรวจผ่านโพรงถ�้ำไปยังพื้นน�้ำที่กว้างไกล ดังค�ำให้สัมภาษณ์ของ คุณพลศิริ ศุภศรี ที่เล่าว่า ถ้าส�ำรวจกันจริง ๆ ต้องใช้เวลานับเดือน เพราะน�้ำลึกมาก มีความกว้างไกล มีโพรงถ�้ำย่อย ๆแยกออกไปทั้งใต ้บันไดลงถ�้ำด ้านใต ้ห ้องถ�้ำผลึกมหาสมบัติ (ถ�้ำดิน) และด ้านตะวันออกมีโพรงถ�้ำรูปสามเหลี่ยมยาวไกล และกระแสน�้ำไหลแรงมาก โพรงถ�้ำจะแยกจากตัวถ�้ำน�้ำด้านข้าง ฝาผนังถ�้ำมีกระแสน�้ำไหลไป ไหลมา ตลอดแนวเป็นระยะ ๆ มีตะกอนดินเหลวก้นถ�้ำ ลึกประมาณ 1 เมตร ใต้น�้ำพบว่ามีเฉพาะหนอนน�้ำ ยังไม่พบสัตว์ชนิดอื่น ๆ การวัดระยะที่ส�ำคัญ ๆ จากระดับผิวน�้ำ ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2546 ซึ่งระดับน�้ำจะลดต�่ำลงจากระดับน�้ำที่ส�ำรวจครั้งแรก เมื่อ 25 เมษายน 2545 เกิน 2 เมตร มีรายละเอียด คือ ถ�้ำน�้ำมีความยาวสุด 12.10 เมตร วัดจากตะวันตกโค้งอ้อมขวาถึงยาวสุด หินย้อยเพดานสวรรค์อยู ่ที่ระยะ 8 เมตร หินย ้อยคอยยาย อยู ่ที่ระยะ 10 เมตร ถ�้ำน�้ำกว้าง 6 เมตร มีลักษณะกว ้างแล ้วเว้าแคบลง 2.40 เมตร ที่ระยะ 5 เมตร กว้าง 3.30 เมตร ที่ระยะ 8 เมตร (ตรงหินย้อยเพดานสวรรค์)ความกว้างน้อยที่สุด 1 เมตร ที่ระยะ 12 เมตร ความล ึกน �้ำ ว ัดจากระด ับผ ิวน �้ำ ณ ว ันท ี่ 25 ส ิงหาคม 2546 ด้านตะว ันตกห่างฝาผน ังถ �้ำ 1 เมตรมีระดับน�้ำลึก 5 เมตร กลางถ�้ำที่ระยะยาว 4 เมตร ระดับน�้ำลึก 5.40 เมตร ส ่วนด ้านตะวันออกสุดที่ระยะยาว 12 เมตร ระดับน�้ำลึก 4 เมตร ลักษณะของถ�้ำน�้ำ พื้นถ�้ำด้านล่างเป็นตะกอนดินเหลว ลึก 1 เมตร มีรากไม้ทั่วบริเวณ มีหลืบถ�้ำ 3-5 โพรงอุณหภูมิของน�้ำ 27องศาเซลเซียส กระแสน�้ำไหลไปไหลมาตลอดภายใต้ถ�้ำน�้ำ ลักษณะของน�้ำเป ็นน�้ำกระด้าง ไม ่มีแสงสว ่างส ่องถึง ท ้องถ�้ำเป ็นรูปก ้นกระทะ ลักษณะถ�้ำเช ่นนี้ เรียกกันว ่า ถ�้ำเป็นห้องถ�้ำผลึกมหาสมบัติ การส�ำรวจถ�้ำน�้ำครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2545 คณะส�ำรวจยังไม ่สามารถพบเห็นโพรงถ�้ำอื่น หรือปากห ้องถ�้ำผลึกมหาสมบัติได ้เพราะอยู ่ใต ้ระดับผิวน�้ำ มา ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2546ระดับของผิวน�้ำภายในถ�้ำน�้ำลดต�่ำลงเกิน 2 เมตร ก ่อให ้เกิดผลดีสามารถค ้นพบห ้องถ�้ำสาขาเพิ่มขึ้นจึงสามารถเข้าไปชมความแปลกใหม่ได้อีกรูปแบบหนึ่ง คือ พบเป็นลักษณะถ�้ำดิน ปากประตูถ�้ำกว้าง


กระทรวงมหาดไทย ประกาศให้ถ�้ำน�้ำเข้าเมืองพัทลุง เป็นแหล่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อประกอบพิธีพลีกรรมตักน�้ำ ในวโรกาศมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 รัชกาลที่ 9 เป็นต้นมาเมื่อปี 2562 ถ�้ำน�้ำเขาเมืองพัทลุง เป็นแหล่งน�้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเตรียมน�้ำอภิเษกและสรงน�้ำพระมุรธาภิเษก ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 รัชกาลที่ 10 จังหวัดพัทลุง มีแหล่งน�้ำศักดิ์สิทธิ์ 3 แหล่ง1. บ่อน�้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดมหาธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว2. น�้ำศักดิ์สิทธิ์วัดดอนศาลา3. น�้ำศักดิ์สิทธิ์บนหุบเขาชัยบุรีเมื่อ 2567 ถ�้ำน�้ำเขาเมืองพัทลุงเป็นแหล่งน�้ำศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา รัชกาลที่ 10 วันที่ 8 กรกฎาคม 25671 เมตรครึ่ง สูง 1 เมตร ภายในถ�้ำมีพื้นถ�้ำลาดชันอันเกิดจากการไหลของน �้ำห ินย้อยภายในห้องถ �้ำ ไหลลงสู่ต ัวถ �้ำน �้ำด้านล่าง มีความกว้าง 10 เมตร ตัวถ�้ำยาว16 เมตร ความสูง4 - 8 เมตรด้วยความงดงาม แสนมหัศจรรย์ใจอีกทั้งมีคุณค่ามหาศาลของผลึกหินปูน (แคลเซียมคาร์บอเนต) รูปแบบต่างๆที่หาดูได ้ยาก มีคุณค ่าทางธรรมชาติที่ประมาณค ่าเป ็นเงินตรามิได้ จึงให้ชื่อถ�้ำสาขานี้ว่า “ห้องถ�้ำผลึกมหาสมบัติ” ความงดงามแสนมหัศจรรย์ ห้องถ�้ำผลึกมหาสมบัติ มีความงดงามแสนมหัศจรรย์และมีคุณค่ามหาศาลของผลึกหินปูน แคลเซียมคาร์บอเนตในรูปแบบต่างๆ กว่าจะเกิดเป็นหินงอก หินย้อยในรูปแบบสีสันต่าง ๆ ต้องใช้เวลานานแสนนาน สามารถพบผลึกของหินปูนแปลกใหม่ได้เฉพาะถ�้ำ ที่อยู่ใต้ทะเล หรือใต้น�้ำเท่านั้นเพราะห ้องถ�้ำถูกป ิดปากถ�้ำไว ้ด ้วยพื้นน�้ำ อุณหภูมิภายในจึงคงที่และสม�่ำเสมอเป็นเวลายาวนาน ข้อส�ำคัญ ถ้ามีคนใช้มือจับต้องผลึกดังกล่าวจะท�ำให้ผลึกตาย ไม่งอกอีกเลย ด้วยมือคนมีความเป็นมันท�ำให้ผลึกไม่ก่อตัวอีก จึงต้องระวัง และท�ำความเข้าใจ กับผู้ที่เข้ามาเที่ยวชมถ�้ำ สอดคล้องกับบทความ ที่ว่าหินงอกหินย้อย ท ี่ม ีหยดน �้ำเกาะพราวแสดงให้เห ็นว่า หินย้อยนั้นยังมีชีวิต อันหมายถึงการเจริญเติบโตและมีการเปลี่ยนแปลงรูปทรง การเอานิ้วมือไปแตะปลายหินย้อยที่มีหยดน�้ำเกาะอยู่ ไขมัน ที่มีอยู่ที่นิ้วมือจะไปอุดตันการไหลของน�้ำ แล้วจะไม่มีหยดน�้ำเกาะตรงหินย้อยนั้นอีก จะกลายเป็นหินย้อยที่ตายแล้ว (ปิยะฤทัย ปิโยพีระพงศ์. 2540 : 115) ความงดงาม และมีคุณค่าของผลึกหินปูนภายในห้องถ�้ำสาขา ผลึกมหาสมบัติ ได้แก่ ผลึกและเกล็ดแร่บนเพดานถ�้ำ บนฝาผนังถ�้ำ มีลักษณะเป็นหินย้อยสีขาวบริสุทธิ์ เช่น รูปเจดีย์ทรงคว�่ำแตกแขนงคล้ายปะการัง เป็นเม็ด ๆ มีสีที่แตกต่างกัน มีความวาววับ เปล่งประกายผลึกบนพื้นถ�้ำอันเกิดจากหยดน�้ำหินปูนจากเพดานถ�้ำ เมื่อตกผลึกมีลักษณะสีใสคล้ายเทียนไข เป็นหินงอกดูคล้ายกับหยดน�้ำตาเทียน เป็นเกล็ดแฉก ๆ ส�ำหรับผลึกบนพื้นถ�้ำสีนวลใสไหลเป็นทางจากที่สูงลงสู่ที่ต�่ำ มีความใสมองเห็นพื้นดินชัดเจน56  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63


ขอสนับสนุนงานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63ประจ�ำปี 2567นายทวี สกุลเวชอดีตผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานทางหลวงชนบทที่ 12


ขอสนับสนุนงานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63ประจ�ำปี 2567นายวิจิตร สุวรรณภักดีประธานชมรมผู้สูงอายุชาวพัทลุง


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  59ดร.ประยูร อัครบวร (Unknown Phattalung)สิ่งที่ยังไม่รู้เกี่ยวกับพัทลุงค�ำโฆษณาการท่องเที่ยว ค�ำว่า “Unseen” ซึ่งหมายถึง แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดจากการรังสรรค์ของธรรมชาติ เป็นที่เที่ยวที่เพิ่งค้นพบที่แปลกตาที่คนส่วนใหญ่ยังไม่เคยไป อย่างพัทลุงก็มี Unseen หลายแห่ง ไม่ว่าทะเลสาบน�้ำกร่อยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ควายน�้ำที่ทะเลน้อย ยกยอที่ปากประ หรือ “เขาอ้อ” ตักศิลาสายคาถาอาคม ฯลฯ แต ่ส�ำหรับสิ่งที่ยังไม ่รู ้เกี่ยวกับพัทลุง (Unknown) ซึ่งหลายคนคงไม ่รู ้และยังไม ่รู ้ ส ่วนที่รู ้แล ้วก็ต้องขออภัยที่ต้องฉายหนังซ�้ำ “พัทลุง” ชื่อนี้ปรากฏชัดครั้งแรกในฐานะเมืองชั้นตรี ในสมัยพระบรมไตรโลกนาถที่ปรับเปลี่ยนการปกครองมาเป ็นแบบจตุสดมภ ์ (เวียง วัง คลัง นา) ซึ่งได ้ออกกฎหมาย“พระอัยการนาทหารหัวเมือง พ.ศ.1998” ซึ่งครอบคลุมทั้ง 2 ฝั่งทะเลสาบพัทลุงอย ่างวัดจะทิ้งพระ วัดสีหยัง วัดดีหลวง ต ่างอยู ่ในแผนที่กัลปานาทหารหัวเมืองพัทลุงตั้งแต่ต้น แต่ที่น่าเสียดายเป็นแค่ความเชื่อว่าจะทิ้งพระเป็นที่ตั้งตัวเมืองพัทลุงมาก ่อนนั้นไม ่มีการหาหลักฐานมายืนยันว ่าตั้งอยู ่ตรงไหน แต่ด้วยโครงสร้างสถาปัตยกรรมวัดจะทิ้งพระ วัดสีหยัง ยังมีร่องรอยที่น่าศึกษา ที่ส�ำคัญพัทลุงเป ็นที่ตั้งของ “วัดเขียนบางแก ้ว” หรือ วัดพระบรมธาตุเจดีย ์เขียนบางแก ้วก่อต ั้งในปี พ.ศ.1482 ม ีมหาเจด ีย์รูประฆ ังคว �่ำสร้างเสร ็จในปี พ.ศ.1493และวัดเขียนบางแก้วนี้เป็นที่ตั้งของคณะป่าแก้วที่ดูแลก�ำกับวัดจะทิ้งพระที่สร้างขึ้นใน พ.ศ.1542 วัดนี้ตั้งอยู ่ในชุมชนเก ่าแก ่มาตั้งแต ่ยุค “ศรีวิชัย” ในราวพุทธศตวรรษที่ 13-14จึงไม่น่าแปลกใจถ้าจะกล่าวว่าวัดพระเขียนบางแก้วเป ็นศูนย ์กลางของวัดรอบทะเลสาบยุคนั้น ซึ่งน ่าสังเกตุว ่าเจดีย ์รูประฆังคว �่ำน ี้ ไม่ว่าจะเป็นเจด ีย์พระธาต ุนครศร ีธรรมราชเจด ีย์ว ัดเข ียนบางแก้วและเจดีย ์วัดจะทิ้งพระต ่างมีอายุกว ่า 1 พันป ี ในประวัติศาสตร ์ของชาติไทยนั้นที่ตั้งเมืองจะมีวัดที่ส�ำคัญ ๆและวัดที่คนให้ความเคารพมาก ต่างม ีประอร ิยสงฆ์เป็นองค์รวมของความศร ัทธา ในพ ัทล ุงก ็เช ่นกันมีพระที่ควรแก ่การน ่ายกย ่องหลายท ่าน แต่ ณ ที่นี้ที่ผมได้ศึกษาและสัมผัส ขอยกตัวอย่างมาดังนี้ 1. “หลวงพ่อทวด” ที่คนมักเรียกกันว่า “หลวงพ่อทวดเหยียบน�้ำทะเลจืด” เป ็นพระที่คนศรัทธามาเป ็นหนึ่งในสองของพระเกจิอาจารย ์ของเมืองไทยคู ่กับพระสมเด็จพุทธาจารย ์ (โต พรหมรังสี)


60  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63ที่คนเคารพทั่วประเทศ หลวงพ่อทวด หรือสมเด็จพระราชมุนีสามีรามคณูปมาจารย์เกิด พ.ศ.2125ตรงกับสมัยสมเด็จพระธรรมราชา ท่านได้เข้าบวชเป ็นสามเณรเมื่ออายุ 14 ป ี ที่วัดดีหลวง หรือวัดกะดีหลวง และได ้ศึกษาธรรมทศชาติต ่อที่วัดสีหยัง ซึ่งวัดดีหลวงและวัดสีหยังต ่างปรากฏหลักฐานในแผนที่กัลปนาเมืองพัทลุง ทั้งยังเป ็นวัดที่ขึ้นกับวัดเขียนบางแก้วคณะหัวป่าเมืองพัทลุง ส ่วนวัดพะโคะนั้นได ้ถูกบูรณะเมื่อ พ.ศ.2153 โดยหลวงพ ่อทวดซึ่งท�ำความดีความชอบต ่อสมเด็จพระเอกาทศรถ จึงได ้พระราชทานนาม“สมเด็จพระราชมุนีสามีรามคณูปมาจารย์”อีกทั้งถวายราชทรัพย ์เป ็นป ัจจัยในการบูรณะวัดพะโคะในวาระที่ถวายบังคมลากลับบ้านเกิด จากหลักฐานกัลปนาทหารหัวเมือง พ.ศ.1988จะเห็นได้ว่าเมืองและชุมชนรอบทะเลสาบต่างอยู่ในเขตพัทลุงแต่ถ้าจะพูดแบบทะเบียนบ้านในปัจจุบันเราต้องบอกว่า“หลวงพ่อทวด” เป็นชาวเมืองพัทลุงโดยก�ำเนิด 2. หลวงพ่อสอน (สอน ศิริกุล) หรือพระอุดมปิฎก (สอน พุทธสโร) เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ชาวพัทลุงที่ใฝ่ในการเล่าเรียนพระพุทธศาสนามีความรู ้เฉลียวฉลาดสามารถสอบเปรียญธรรม9 ประโยคในวันเดียว ซึ่งสมัยนั้นการสอบเปรียญธรรมของพระภิกษุใช้วิธีการสอบปากเปล่าต่อหน้าพระที่นั่งพระเจ ้าแผ ่นดิน จึงเป ็นที่โปรดปรานของรัชกาลที่ 3 ตั้งแต่สมัยยังเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร ์ และด ้วยความสามารถนี้ท่านได้เป็นเจ้าอาวาสว ัดหงษ์ร ัตนารามรูปท ี่ 5 สม ัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล ้านภาลัย และมีความรู ้แตกฉานด ้านปริยัติธรรมจนเป ็นที่โปรดปรานไว้วางพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล ้าเจ ้าอยู ่หัว ท ่านได ้ปฏิบัติศาสนกิจเพื่อจรรโลงพุทธศาสนา เช่น เป็นประธานฝังหลักเมืองสงขลาเมื่อ พ.ศ. 2385 ดังปรากฏหลักฐานในพงศาวดารเมืองสงขลา ประชุมพงศาวดารภาคที่ 53ได้ระบุว่ารัชกาลที่3โปรดเกล้าฯ พระราชทานเทียนชัยหลักชัยพฤกษ์ กับเครื่องไทยทาน และได้อาราธนาสมเด็จเจ้าเจ้าอุดมปิฎก หรือพระอุดมปิฎก เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นอกจากน ี้ ร ัชกาลท ี่ 3 ย ังพระราชทานทร ัพย์ส ่วนพระองค ์ในการบูรณะวัดสุนทราวาส ต�ำบลควนปันแต อ�ำเภอควนขนุน เป ็นวัดเก ่าแก ่ที่สร ้างมายาวนาน มาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยพระอุโบสถนี้ได ้รับอิทธิพลสถาป ัตยกรรมและศิลปะแบบจีนคล้ายกับวัดพิเรนทรวัดมหรรณพาราม และอุโบสถว ัดหงส์ร ัตนาราม กร ุงเทพฯ ดูได้จากหล ังคาประด ับด ้วยสิงโตจีน 2 ตัว ตัวอาคารหันหน ้าไปทางทิศตะวันออก มีก�ำแพงแก้วล้อมรอบ ใบเสมาเป็นรูปปั้นลวดลายพรรณพฤกษา พระอุดมปิฎกกล้าหาญทางจริยธรรมในเรื่องกล ้าแย ้งกล ้าขัดในเรื่องการตั้ง “คณะธรรมยุติ” ซึ่งพระอุดมป ิฎกเห็นว ่ามี “คณะมหานิกาย” ท ี่มีสถานภาพเป ็นคณะสงฆ ์ “สยามวงศ์” อยู ่แล ้วจึงไม่ควรตั้งนิกายใหม่ขึ้นมาเมื่อรัชกาลที่ 3 สวรรคตท่านก ็บ ังเก ิดความกร ิ่งเกรงว่าราชภ ัยอาจบ ังเก ิดข ึ้นจึงได ้หลบหนีออกจากวัดหงษ ์รัตนารามไปอย ่างเงียบ ๆ และไปจ�ำพรรษาที่วัดสุนทราวาส ต ่อมาเมื่อรัชกาลที่ 4 ขึ้นครองราชย ์ ก็ทรงหาคนขัดคอไม ่ได ้จะทรงหันไปทางไหนก็มีแต ่คนเห็นดีเห็นงามล ้วนกลายเป ็นลูกขุนพลอยพยัก“พะย่ะค่ะๆๆ” ไปเสียทั้งหมด พระองค์จึงทรงคิดถึงพระอุดมป ิฎก จึงโปรดให ้คนค ้นหาและส ่งหมายก�ำหนดการสารตรานิมนต ์พระอุดมป ิฎกไปร ่วมพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา และพระองค ์ได ้ทรงปฏิสันถาร และทรงกล ่าวสัมโมทนียกถาตาม


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  61พระราชอัธยาศัย แล ้วจึงตรัสนิมนต ์ว ่า “ภันเต, ท่านเจ้าคุณ ! หายหน้าไปอยู่เสียห่างไกล ไม่ได้พบหน้ากันมาเสียนาน วันนี้ เป็นวันพระราชสมภพของโยม ขอท่านเจ้าคุณผู้เป็นสังฆมิตตา ได้ให้พรแก่โยมให้เป็นที่ชื่นใจของโยมเถิด” ได้ฟังดังนั้น ท่านเจ้าคุณปิฎกก็ยิ้มด้วยความปิติตั้งพัดยศขึ้น แล้วถวายพระพรด้วยปฏิภาณโวหารเป็นภาษาบาลีว่า“อดิเรก วสุสต์ ชีว (ตุ) อดิเรก วสุสต์ ชีว (ตุ) อดิเรก วสุสต์ ชีว (ตุ); ทีฆายุโก โหตุ, อโรโค โหตุ ทีฆายุโก โหตุ, อโรโค โหตุ สุขิโต โหตุ, ปรมินุท มหาราชา สิทธิ กิจจ, กมม สิทธิ ลาโภ, ชโย นิจจ ปรมินุท มหาราช วรสุส; ภวตุ สพุพ ทา, ขอถวายพระพร ฯ” ซึ่งค�ำถวายพระพรนี้ยังคงใช้มาถึงปัจจุบัน3. หลวงพ่อเพียร ฤทธิเดช (พระธรรมปัญญาบดี) ท่านเป็นเจ้าคณะภาค 18 ที่ประกอบด ้วย สงขลา พัทลุง สตูล ป ัตตานี ยะลา และนราธิวาส และเป ็นเจ ้าอาวาสวัดคูหาสวรรค ์ เป็นวัดที่ตั้งอยู ่กลางเมือง มีภูเขาเล็ก ๆ เป ็นฐานตั้งอยู ่อย ่างสง ่า ที่ส�ำคัญของวัดคือมีพระคุณเจ ้าที่ยกระด ับจ ิตใจให้ปัญญาเพ ื่อนมน ุษย์ซ ึ่งหลวงพ่อเพ ียรหรือ ตาหลวงเพียร ท่านใช้เป็นวิถีปฏิบัติไม่ยึดติดผลประโยชน์ เป็นพระที่ให้ความรู้ทางธรรมและให้โอกาสทางโลก ท ่านได ้ชี้เส ้นทางสว ่างให ้คนมีความทุกข ์อย่างแม่ของผมเป็นหม้ายในวัย 36 ปี มีลูก 7 คนไปท�ำบุญที่วัด ท ่านกลับเรียกแม ่ผมมาสอนว ่า“ไพวรรณเฮอ สูไปเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีอย่าให้เป็นเด็กเกเร ส่งลูกให้เรียนหนังสือสูง ๆ นั่นก็เป็นการท�ำบุญแล้ว” เมื่อลูกศิษย ์อย ่างผมต ้องถูกกล ่าวหาว ่าเป ็นกบฏภายในราชอาณาจักรมีการกระท�ำอันเป ็นคอมมิวนิสต์ ฯลฯ ในคดี 6 ตุลาคม 2519 ต้องขึ้นศาลทหารในยามสงครามท ่านเมตตาไปเยี่ยมผมที่คุกชั่วคราวโรงเรียนต�ำรวจบางเขน และภายหลังได้รับอิสรภาพแล ้วท ่านยังเมตตาเป ็นพระอุป ัชฌาให ้ผมความร ่มเย็นภายใต ้ร ่มกาสาวพัสตร ์ และด้วยส�ำนึกในพระคุณ ผมจึงขอเขียนโคลงเพื่อร�ำลึกถึงท่านเมื่อ 2 พ.ย.2563 ดังนี้ คุณพระ ๛โยมอย่าถวายเงิน ของมาก เกินเหตุวัดไม่ล�ำบาก ยากไร้แม้มีวิบาก ในใครล้วนเกิดมาได้ ชดใช้เวรกรรมธรรมดุจประทีป เฉิดฉายค�ำปลอบหญิงหม้าย ทุกข์ล้นท�ำใจให้สบาย อย่าลนเลี้ยงลูกรอดพ้น เรื่องร้ายเสียศูนย์เพิ่มพูนความรู้ ให้ลูก เล่าเรียนค�ำพระพันผูก ถูกด้านสอนสั่งฝังปลูก ต้องทางผลบุญสะท้าน เกียรติก้องช้องคุณ๛


62  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63แหล่งที่มา : 1. https://www.silpa-mag.com2. ประชุมพระต�ำราบรมราชูทิศเพื่อกัลปนา สมัยอยุธยาภาคที่ 1, โดยคณะกรรมการจัดพิมพ ์ เอกสารตามประวัติศาสตร์วัฒนธรรม และโบราณคดี ส�ำนักนายกรัฐมนตรี 1 มกราคม 25103. กฎหมายพระอัยการนา ทหารหัวเมืองพัทลุง พ.ศ.19984. สุภัทร สุคนธาภิรมย ์ ณ พัทลุง. พระอุดมป ิฎก แห ่งวัดสนทรา, ศิลปวัฒนธรรมฉบับเดือน กรกฎาคม 25384. เมื่อพูดถึงพระนักเทศน์ที่เรืองนามในหลายทศวรรษที่ผ่านมาชื่อ “หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ” (พระพรหมมังคลาจารย์) ท ่านเป ็นชาวพัทลุงได ้บวชสามเณร ณ วัดอุปนันทนาราม จังหวัดระนองและมาอ ุปสมบทเป็นพระท ี่ว ัดนางลาด อ �ำเภอเม ืองพัทลุง พ.ศ. 2474 ท่านได้ไปแสวงบุญและบอกบุญไปทั่วโลก ซึ่งผมนั้นได้มีโอกาสพบท่านในช่วงไปจ�ำวัดที่ว ัดชลประทานช่วงส ั้น ๆว ัดน ี้สอนให้รู้ว่า “ก ินอย่างแมวและนอนอย่างคนตาย” นั้นเป็นอย่างไร ความที่มีชื่อเสียงในการแพร่ศาสนาของท่านนั้นไม ่ต ้องไปหาใครมารับรอง แต ่ที่ผมประทับใจเมื่อครั้งหลวงพ ่อป ัญญาท ่านไปจ�ำวัดและเผยแผ ่ศาสนาที่วัดพุทธธรรม รัฐอิลลินอยส ์ (Illinois)ประเทศสหรัฐอเมริกา ผมได้มีโอกาสขับรถให้ท่านไปเยี่ยมชมบ้านประธานาธิบดีอับลาฮัม ลินคอล์นที่เมือง Springfield เมืองหลวงของรัฐอิลลินอยส ์เตียงนอนของท ่านลินคอล ์นนั้นสั้นกว ่าความสูงของตัวท ่าน อีกทั้งประธานาธิปดีลินคอล ์นเป ็นผู ้ประกาศเลิกทาสในสหรัฐอเมริกาและเป ็นผู ้สร ้างวาทะส�ำคัญ “ประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน” เมื่อการได้สนทนากับตาหลวงปัญญา(หลวงตาของคนกรุงเทพฯ)และการสนทนาที่ผมคิดว่าอาจารย์รัฐศาสตร ์ที่ศึกษาจากตะวันตกไม ่สามารถตอบให ้เข ้าใจได ้อย ่างง ่ายและกระชับกว ่า โดยผมถามหลวงตาว่า “ท ่านคิดว ่าการเมืองคืออะไร” และท่านตอบแบบปราดเปรื่องว่า “Home Work” น ั้นคือการบ้านต้องท�ำที่บ้าน แต่การเมืองเป็นเรื่องของบ้านของเมือง ดูแค ่กองขยะกองเต็มถนนนั้นใครจะไปจัดการ ซึ่งนิยามการเมืองของท ่านนี้เป ็นบทสรุปที่ควรค ่าแก ่การจดจ�ำและน�ำไปอ ้างอิงนอกจากเป็นเจ้าอาวาสวัดชลประทาน เป็นรองเจ้าคณะภาค 18 แล ้วท ่านยังเป ็นผู ้สนับสนุนให ้การศึกษาพระสงฆ ์ในการสร ้างมหาจุฬาลงกรณ ์ราชวิทยาลัยที่ ต�ำบลล�ำไทร อ�ำเภอวังน ้อย จังหวัดอยุธยาพัทลุงเป ็นเมืองโบราณเมืองหนึ่งและเป ็นที่ก�ำเนิดอริยสงฆ ์นับตั้งแต ่หลวงพ ่อทวด (สมเด็จพระราชมุนีสามีรามคณูปมาจารย์), หลวงพ่อสอน(พระอุดมปิฎก), หลวงพ่อเพียร (พระธรรมปัญญาบดี),หลวงพ่อปัญญาน ันทภ ิกข ุ (พระพรหมม ังคลาจารย์)ต ่างมีคุณูปการที่ผมคิดว ่าความส�ำคัญน�ำมาเขียน “สิ่งที่ยังไม่รู้เกี่ยวกับพัทลุง (Unknown Phattalung)” ที่ต้องจดจ�ำ และใครคิดว่าพัทลุงมีเรื่องน่าค้นคว้าอีกก็ควรช่วยกันเขียนต่อ ๆ ไป


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  631. ชุมชนท่าแคกับความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับโนรา1.1 ชุมชนท่าแคมีความเกี่ยวข้องกับโนราทั้งด้านความเชื่อ และด้านพิธีกรรม โดยชาวบ้านท่าแค เชื่อว ่า คนท ่าแคเป ็นผู ้มีเชื้อสายโนราเป ็นลูกหลานตายายโนรา ซึ่งมีกิจกรรมที่เกี่ยวข ้องกับโนรา โดยเฉพาะการร�ำโนราโรงครู ทั้งโรงครูใหญ ่และโรงครูเล็กกระจายทั่วไปในชุมชน ตามสายครูหมอโนราที่นับถือ โดยเฉพาะครูหมอโนราที่เป ็นครูต ้นของโนรา เชื่อกันว ่า มี 12 องค์ ชาย 6หญิง 6 ฝ่ายชาย ได้แก่ พระเทพสิงหร ขุนศรัทธา หรือขุนศรีศรัทธาพระม่วงทอง หรือตาม่วงทอง หม่อมรอง พระยาสายฟ้าฟาด พรานบุญฝ่ายหญิง ได้แก่ แม่ศรีมาลา แม่นวลทองส�ำลี แม่แขนอ่อนฝ่ายขวาแม่แขนอ่อนฝ่ายซ้าย แม ่ศรีดอกไม ้ แม ่คิ้วเหิน และเชื่อว ่าครูต ้นคนส�ำคัญ คือ ขุนศรัทธา หรือขุนศรีศรัทธา ได้เข้ามาตั้งหลักแหล่งหรือบ ้านเมือง อยู ่ในชุมชนท ่าแค เพื่อฝ ึกร�ำโนรา และเผยแพร่การร�ำโนรา ปรากฏหลักฐานทั้งที่เป ็นต�ำนาน ประวัติความเป ็นมาที่เกี่ยวข ้องกับสถานที่ในชุมชนท ่าแค จนกลายเป ็นความเชื่อ คือความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ต่าง ๆ ความเชื่อเกี่ยวกับโนราโรงครูความเช ื่อเร ื่องครูหมอ ความเช ื่อเร ื่องการต ั้งห ิ้ง ความเช ื่อเร ื่องการบนและการแก้บน ความเชื่อที่มีทั้งหมดนี้ท�ำให้เกิดพิธีกรรมโนราโรงครูขึ้นซึ่งในท ่าแคจะพบโนราโรงครูใหญ ่ที่จัดในวัดท ่าแค และโนราโรงครูตามบ้านที่มีหิ้งตายาย ตามชุมชนท่าแค1.2 สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องโนราโรงครูท่าแค1.2.1 ที่ขุนทาหรือหลักขุนทา ตั้งอยู่ในบริเวณวัดท่าแค ด้านทิศใต้ชาวบ้านต�ำบลท่าแค เชื่อว่า เป็นที่ฝังกระดูกของขุนศรีศรัทธาเมื่อฝ ังกระดูกแล ้วได ้ปลูกต ้นโพธิ์ไว ้ใกล ้หลุมที่ฝ ังนั้น ป ัจจุบันเป ็นประวัติความเป็นมาของโนราโรงครูท่าแคโดยอุไรวรรณ พรหมรัตน์ และคณะผู้วิจัยต้นโพธ ิ์คู่ก ับต้นยอป่าในท ุก ๆ ปีของวันที่ 2 ของการร�ำโนราโรงครูใหญ่วัดท่าแค จะมีการท�ำพิธีเอาผ้าหุ้มโพธิ์ โดยคณะโนราและคนทรงครูหมอโนรา สถานท ี่ดังกล ่าวเป ็นที่เคารพนับถือของคณะโนราและชาวบ้านโดยท ั่วไป และม ีเร ื่องเล่าก ันต่อๆว่า“ในอดีตประมาณ 50 ปี มาแล้วคณะโนราที่เดินทางผ่านวัดท่าแคหรือที่ขุนทาจะต ้องหยุดร�ำถวายหรือประโคม เครื่องดนตรีรูปปั้นขุนศรัทธางานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  63


64  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63สักการบูชา ก ่อนจะเดินทางไปร�ำในที่อื่นต ่อไป มิฉะนั้นแล ้วจะเกิดเหตุร ้ายแก ่โนราคณะนั้น เช่น ล ้มเจ็บป ่วย แขนขาชาร�ำไม่ได้ เป็นต้น” (นางพิน เมืองหนู, ผู้ให้สัมภาษณ์)1.2.2 เขื่อนขุนทา ต ั้งอยู่ในบร ิเวณใกล้ๆ ก ับท ี่ข ุนทาค�ำว่า “เขื่อน” หมายถึงสถานที่ที่เก็บรักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือที่อยู่ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่บรรจุอัฐิหรือเถ้าถ่านของบุคคลส�ำคัญ ซึ่งในที่นี้หมายถึงอัฐิของขุนศรีศรัทธา ในปี พ.ศ. 2514พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลพิฆัมพร ทรงสร้างรูปปั้นขุนศรีศรัทธา โดยน�ำดินส่วนหนึ่งที่ขุดมาจากโคกขุนทามาปั้นด้วย และปั้นพรานบุญไว้ด้วย แล้วสร้างศาลาตรงบริเวณเขื่อนขุนทาน�ำรูปป ั ้นมาประดิษฐานไว ้เป ็นอนุสรณ ์หรืออนุสาวรีย ์ของขุนศรีศรัทธา (แปลก ชนะบาล) เป ็นผู ้ให ้สัมภาษณ ์,(อ้างใน พิทยา บุษรารัตน์ พ.ศ.2535)1.2.3 โคกขุนทา มีลักษณะเป ็นเนินดินหรือโคกสูงกว้างประมาณ 3.5-4 เมตร ตั้งอยู่บนพื้นที่ว่างประมาณ 1 ไร่เศษอยู่ในหมู่ที่ 5 ต�ำบลท่าแค ด้านซ้ายเป็นที่นาและเหมือง ด้านขวาเป ็นหนองน�้ำมีต ้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นหว้า เป็นป่ารก คนกลัวมักจะไม่มีใครเข้าไป ชาวบ้านต�ำบลท่าแค เชื่อกันว่าบริเวณโคกแห ่งนั้นเป ็นสถานที่ที่ขุนศรีศรัทธาครูส�ำคัญของโนราใช ้เป ็นที่ฝ ึกหัดศิษย ์ให ้ร�ำโนราหรือเป ็นโรงร�ำโนราของขุนศรีศรัทธาชาวบ้านบางคนเล่าว่าประมาณปี พ.ศ. 2500 ในช่วงที่ตัวเองยังเป็นเด็กเคยได้เห็นเสาไม้และคิดเสมอว่าเป็นเสาของโรงโนรา ต�ำนานโคกขุนทานั้นมีการเล่าสืบต่อกันมาว่า เจ้าชายอู่หรือทองโอซึ่งเป ็นบุตรของเจ ้านครชั้นผู ้น ้อยที่เป ็นเชื้อสายมาทางคชรัฐและตั้งบ ้านเมืองอยู ่บริเวณบ ้านท ่าแค เกิดได ้เสียกับเจ ้าหญิงศรีคงคาหรือศิริคงคาแห ่งเมืองพัทลุง (บางแก้ว)โดยมิได้ทูลขอให้ถูกต้องตามประเพณีจนในที่สุดนางศรีคงคาต ั้งครรภ์ข ึ้นมา เจ้าทองอู่ก ็ไม่กล้าท ี่จะทูลขออย่างเป็นทางการส่วนเจ้าหญิงศรีคงคาก็ไม่กล้าทูลพระบิดา เช่นเดียวกัน เมื่อความทราบถึงเจ้าเมืองพัทลุงจึงลงโทษด้วยการเนรเทศลอยแพท ั้งสององค์พร้อมก ับเจ้าพ ี่ค ือพระเทพส ิงหร เพราะม ิได้ทรงใฝ่พระทัยในการปกครองมัวแต ่หลงศิลปะการฟ ้อนร�ำ แพของนางศรีคงคาลอยไปติดที่เกาะสีสังข ์ในทะแลสาบสงขลาณ ที่นั้นนางศรีคงคาได ้ประสูติโอรสชื่อ เจ ้าชายราม นางได ้ฝ ึกให ้เจ ้าชายรามร�ำโนราจนช�ำนาญและต่อมานางได้รับนิรโทษกรรมจากพระบิดาเจ้าชายรามก็ได ้รับต�ำแหน ่งเป ็นขุนศรีศรัทธาพระอัยกา โปรดให ้ไปตั้งเมืองอยู ่ที่ท่าแคพร้อมด้วยเจ้าทองอู่ ที่บ้านท่าแคนั่นเองขุนศรีศรัทธาได้ตั้งโรงโนราฝึกหัดศ ิษย์ตรงบร ิเวณท ี่เร ียกว่า“โคกข ุนทา”ในปัจจุบัน จึงท�ำให้โนราในต�ำบลท่าแคได้สืบทอดกันมาจนทุกวันนี้ (เทวสาโร. 2508:7-31)1.2.4 ต้นโพธิ์ในวัดท่าแค ซ ึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่ฝังกระดูกของขุนศรัทธาตามเรื่องเล ่าที่เล ่าต ่อ ๆ กันมา ว่าพ ่อขุนศรัทธาได ้ไปเข ้าฝ ันคนในบ ้านท่าแค ใจความของความฝันนั้นบอกว่าพ ่อขุนศรัทธามาสิ้นบุญที่บ ้านท ่าแคที่เป ็นถิ่นป ่า ให้คนช่วยไปหาให้ด้วยสัญลักษณ ์ที่บอกไว ้คือกลายธาตุเป ็นพรานบุญวัดท่าแค64  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  65ต ้นโพธิ์กับต ้นยออยู ่ด ้วยกัน คนท ่าแคก็ได ้เล ่าความฝ ันให ้กับคนทั่วไปและช่วยกันค้นหาตันโพธิ์อยู่คู่ต้นยอและก็ได้มาเจอว ่ามีจริง คนท ่าแคก็ชวนกันอธิษฐานว ่าถ ้าเป ็นเรื่องจริงให้พ่อขุนศรัทธาเข้าทรงลูกหลานสักคน ใครก็ได้ หลังจากนั้นท่านประทับทรงนายช่วย นวลด้วงจึงได้รู้ว่ามีจริง โดยในขณะที่เข ้าทรงนั้นนายช ่วยก็แสดงท ่าร ่ายร�ำโนราให ้ชาวบ ้านเห็นพ่อขุนศรัทธาได้สั่งความในร่างทรงไว้ว่า อยากให้ลูกหลานที่ท่าแคได้ส ืบทอดท่าร �ำไว้และท่านข ุนศร ัทธาก ็ไม่ได้มาส ิ้นบ ุญที่นี้เพียงคนเดียว ลูกหลานที่มาจากวังก็ได้มาสิ้นบุญที่นี้ด้วยจากนั้นนายดิษฐ ์ที่เป ็นคนท ่าแคก็ได ้ชวนคนมาตั้งวัดท ่าแคตรงนี้ และท ่านก็ได ้บวชเป ็นเจ ้าอาวาสคนแรกของวัดท ่าแคตั้งแต่นั้นมาคนในชุมชนท่าแคก็ได้มีความเชื่อถือและศรัทธาว ่าที่ต ้นโพธิ์นี้เป ็นที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเดินผ ่านหรือมีเรื่องทุกข ์ร ้อนใจก็จะมาบนบานเมื่อประสบความส�ำเร็จก็จะมาแก ้บนจนกระทั่งป ี 2508 ก็ได ้มาตั้งโรงครูที่ใต ้ต ้นโพธิ์เป ็นครั้งแรกที่จัดการโดยโนราแปลก ชนะบาล1.3 ต�ำนานขุนศรัทธาที่เกี่ยวข้องกับชุมชนท่าแค ชุมชนท่าแคมีความเกี่ยวข้องกับโนราทั้งด้านความเชื่อและด ้านพิธีกรรม โดยชาวบ้านท่าแค เชื่อว ่า คนท่าแคเป็นผู ้มีเชื้อสายโนราเป ็นลูกหลานตายายโนรา ซึ่งมีกิจกรรมที่เก ี่ยวข้องก ับโนราโดยเฉพาะการร �ำโนราโรงครูท ั้งโรงครูใหญ่และโรงครูเล ็ก กระจายท ั่วไปในช ุมชน ตามสายครูหมอโนราที่นับถือ โดยเฉพาะครูหมอโนราที่เป็นครูต้นของโนรา เชื่อกันว่า มี 12 องค์ ชาย 6 หญิง 6 ฝ่ายชาย ได้แก่ พระเทพสิงหรขุนศรัทธา หรือขุนศรีศรัทธา พระม ่วงทอง หรือตาม ่วงทองหม่อมรอง พระยาสายฟ้าฟาด พรานบุญ ฝ ่ายหญิง ได้แก่แม่ศรีมาลาแม่นวลทองส�ำลีแม่แขนอ่อนฝ่ายขวาแม่แขนอ่อนฝ่ายซ้าย แม่ศร ีดอกไม้แม่ค ิ้วเห ิน และเช ื่อว่าครูต้นคนส �ำค ัญคือ ขุนศรัทธา หรือขุนศรีศรัทธา ได้เข้ามาตั้งหลักแหล่งหรือบ ้านเมือง อยู ่ในชุมชนท ่าแค เพื่อฝ ึกร�ำโนรา และเผยแพร่การร�ำโนรา ปรากฏหลักฐานดังที่เป ็นต�ำนาน ประวัติความเป ็นมาที่เกี่ยวข ้องกับสถานที่ในชุมชนท ่าแค จนกลายเป็นความเชื่อ คือความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ต่างๆ ความเชื่อเกี่ยวกับโนราโรงครู ความเชื่อเรื่องครูหมอ ความเชื่อเรื่องการตั้งหิ้ง ความเชื่อเรื่องการบนและการแก ้บน ความเชื่อที่มีทั้งหมดนี้ท�ำให ้เกิดพิธีกรรมโนราโรงครูขึ้น ซึ่งในท่าแคจะพบโนราโรงครูใหญ่ที่จัดในวัดท ่าแค และโนราโรงครูตามบ้านที่มีหิ้งตายายที่ฝังกระดูกขุนศรัทธา เป็นไม้หลักปักหมุดหมายอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ในวัดท่าแครูปปั้นขุนศรัทธา มีผู้คนทั่วประเทศมาร�ำแก้บนงานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  65


66  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63พิธีตั้งโรงโนราโรงครู1.4 การเกิดโนราโรงครูท่าแค ชุมชนท ่าแคเป ็นชุมชนที่มีการร�ำและฝึกร�ำโนราและจัดพิธีกรรมโนราโรงครูสืบทอดกันมาเท ่าที่มีข ้อมูลอย ่างน ้อย 100 ป ี มีกระจายอยู ่ทั้งต�ำบล โดยจัดเป็นประจ�ำตามสายครูหมอตายายบางสายปีละครั้ง บางสาย 3 ปี ครั้ง 5 ปีครั้ง หรือ7 ป ีครั้งก็มี จัดตามที่ตกลงกับครูหมอตายายไว ้หรือจัดตามที่บนบานไว้ กรณีที่จัดตามที่สัญญากับครูหมอตายายไว้นั้นก็มีความแตกต่างกันระหว่างสายตระกูลที่มีความพร้อมทั้งการเงิน และความพร้อมด้านการช่วยเหล ือของเคร ือญาต ิ ท ั้งน ี้ ประมาณ 100 ปีที่ผ่านมานั้นการจัดโนราโรงครูท่าแคมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแบ่งได้เป็น 2 ยุค โดยอาศัยโนราใหญ่หรือนายโรงที่มีความสามารถร�ำแก้บนตัดเหมรฺยได้และเป็นที่ยอมรับในสังคมท่าแค คือ ยุคที่ 1 ยุคก่อนโนราโรงครูใหญ ่วัดท ่าแค (ก่อนปี 2508) ยุคที่ 2ยุคโนราโรงครูใหญ่วัดท่าแค (ปี 2508 - ปัจจุบัน)ยุคที่ 1 ยุคก่อนโนราโรงครูใหญ่วัดท่าแค (ก่อน ปี 2508)1.1 ลักษณะสังคมและเศรษฐกิจ ในอดีตชุมชนท ่าแคเป ็นชุมชนที่ร ่มเย็นสงบสุข คนในชุมชนเป็นเครือญาติกันประชากรมีไม่มาก อาคารบ้านเรือนที่อยู่อาศัย จะปลูกสร้างแบบง่าย ๆใช ้ไม ้ท�ำเสาเรือน นิยมท�ำด้วยไม้ทั้งต้นไม่มีการเลื่อยผ่า หลังคามักท�ำด้วยใบไม้ที่นิยม คือใบจากมาเย็บให้เป ็นตับ เชือกที่เย็บท�ำด้วยต้นคล้าบ้านบางหลังก็มุงด้วยใบลาน ใบตาลหรือใบมะพร้าว พื้นบ้านปูด้วยไม้ไผ่ผ่าเป็นซีก ชานบ้านนิยมปูด้วยไม้ไผ่ทั้งกลม อาจปูชิดกัน หรือปูห ่างกันพอประมาณ บันไดก็ท�ำแบบง่าย ๆ ใช้ไม้กลมหรือไม ้ไผ ่ สามารถยกเก็บบนบ ้านเวลากลางคืนประตูบ้านม ีบ้างไม่ม ีบ้างใช้ไม้ไผ่สานแตะปิดเปิดโดยการเลื่อน การกินอยู ่ก็อาศัยพืชผักผลไม ้ในพื้นบ้านมาท�ำกินกัน แต่ละบ้านจะแบ่งกันกินกันใช้ พึ่งพาอาศัยกัน ในการท�ำงาน เช่น ออกปาก(ลงแขก) เกี่ยวข ้าว ไถนา ปลูกบ ้าน หามเรินแสงสว่างในเวลากลางคืน ก็อาศัยตะเกียงน�้ำมันก๊าซ การก่อกองไฟ ไต้ หรือคบไฟ ที่ใช้เปลือกไม้ คลุกน�้ำมันพืช เช ่นน�้ำมันยาง ที่เจาะโพรงใช้ไฟเผา จนมีน�้ำมันออกมาขังในแอ ่งที่เจาะไว ้แล ้วเอาเปลือกไม ้ที่นิ่ม ๆ เช่น เปลือกมะพร ้าวส่วนที่อ่อน ๆ หรือเปลือกต้นสะเม็ด มาคลุกเคล้ากันแล้วห่อด้วยกาบหมากม้วนให้เป็นทรงกระบอกปลายส่วนท้ายเรียว แข็ง ไว้เป็นที่จับ ส่วนปลายบนจุดเกิดเปลวไฟให้แสงสว่างในเวลากลางคืน น�้ำดื่มน�้ำใช้ นิยมใช้ในล�ำน�้ำตามธรรมชาติโดยเฉพาะน �้ำคลองท่าแค ซ ึ่งในอด ีตน �้ำใสสะอาดมีหาดทรายสวยงาม น ่านั่งพักผ ่อน จะอาบน�้ำ ซักผ้า หรือรดน�้ำผัก ใช้น�้ำคลองกันทั้งนั้น น�้ำดื่มก็ใช้น�้ำบ่อที่ขุดดิน เลือกบริเวณดินที่เป็นโคก (เนิน)สูงกว่าบริเวณอื่น เพื่อป้องกันไม่ให้น�้ำบนพื้นดิน66  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  67ซึ่งอาจมีสิ่งสกปรกเจือปน ไหลลงสู่บ่อน�้ำที่ใช้ดื่มได้บ่อน�้ำหนึ่งบ่ออาจะร่วมกันใช้หลายครัวเรือน ชุมชนรอบวัดท ่าแคจะใช ้น�้ำดื่มจากบ ่อน�้ำในวัดท ่าแคซึ่งเป็นบ่อน�้ำที่ขุดไว้ลึกขุดมานานแล้ว ล�ำคลองท่าแคแห ่งนี้แต ่ก ่อนเป ็นเส ้นทางคมนาคม ทางน�้ำที่ประชาชนใช้สัญจรไปมาโดยใช้เรือ ล่องแพจากต้นน�้ำ เพื่อน�ำของจากป ่าที่จะน�ำมาใช้ประโยชน์ เช่นไม้จะสร้างบ้าน ก็จะผูกเป็นแพล่องมาตามล�ำคลองจอดท ่าฝ ั ่งที่ใกล ้บ ้านตนเอง ป ัจจุบันนี้หาดูไม ่ได ้แล้วจะมีก็แค่น�ำเรือลงพายเล่นบริเวณท่าหน้าวัดเท ่านั้น สองฝ ั ่งคลองก็เปลี่ยนแปลง ที่ดินเว ้าเข้าไปในตล ิ่ง หร ือล �้ำออกไปในล �ำคลองหลายแห่งผลิตผลทางเกษตรซึ่งโบราณมีการแบ ่งป ันกันกินด้านแรงงานจากการไหว้วานช่วยเหลือกัน การร�ำโนราที่ปรากฏในวัดท ่าแคเป ็นการประชัน ร�ำแสดงโชว ์เรี่ยไรหาเงิน เดินตามหน ้าโรง เช่น โนราประเสริฐ โสภณศิลป์ บ้านเดิมจากป ่าพะยอมมาตั้งโรงในวัดท ่าแคครั้งละหลายวันมาพักโรงอยู่บ้านผู้ใหญ่ หมู่ 1 หรือบางช่วงขึงผ้าเก็บค ่าผ ่านประตู เล ่ากันว ่าบางคณะโนรามาร�ำหาเงิน มาป ักหลักจนได ้แต ่งงานกับคนในชุมชนเช่นโนราอารอบมาจาก จ.ตร ัง ได้แต่งงานก ับโนราผลคนท่าแค หรือบางคนได้มาเป็นเพื่อนเกลอกับคนในชุมชน1.2 ลักษณะการแพร่กระจายของโนราโรงครูชุมชนท่าแค ในส ่วนของการร�ำโนราในช ่วงนั้นมีแพร ่หลายในพื้นที่ท่าแค มีการฝึกร�ำตามบ้านนายโรงโนรา บางคนก็เลี้ยงวัวไปพลางหัดร�ำโนราไปพลางที่นิยมหัดมากคือที่โคกขุนทา ส่วนโนราโรงครูนั้นมีกระจายตามกล ุ่มสายเคร ือญาต ิโนราหร ือท ี่น ับถ ือครูหมอโนราในพื้นที่ท่าแค โดยเฉพาะการร�ำโรงครูจะจัดที่บ ้านตายายเท ่านั้น ไม ่ได ้จัดในวัดท ่าแคแต ่เดิมจัดอยู ่ไม ่กี่แห ่ง เท ่าที่พอมีข ้อมูลจัดที่บ ้านดังนี้ 1) บ้าน นายหมุน ไข่แก้ว เรียกว่า บ้านยาง2) บ้านนางกลิน เมืองหนูเรียกว่า บ้านสวนออก3) บ้านนางม่อน คงอิ้ว เรียกว ่า บ ้านหัวนอนวัด4) บ้านนายแผ้ว ข�ำณรงค์ เรียกว่า บ้านสวนศพ5) บ้านนายช่วย นวลด้วงเรียกว่าบ้านปากยาง(ต้นปริง)6) บ้านนายหิ้น เพชรศรี เรียกว่าบ้านไพ 7) บ้านนางเพ ียร เพชรย้อย เร ียกว่า บ้านป่าไม้ไผ่ 8) บ้านนางอุ้ย จันทร์เลื่อน หัวนอนวัดท่าแค 9) นายพัน เพ็งมี10) นางจุ้ย ชุมทอง 11) นางซัง กิ้มแก้ว12) นายเอื้อนเกลี้ยงประไพ ต ่อมาการจัดโนราโรงครูตามบ ้านได ้แพร ่กระจายออกไปอีกหลายครัวเรือนเนื่องจากลูกหลานตายายโนราหรือครูหมอโนรา ได้แต่งงานแยกไปตั้งบ ้านเรือนและรับเอาความเชื่อความศรัทธาตายายโนรา (หิ้งตายาย) ไปไว ้ที่บ ้านก็ต ้องจัดโนราโรงครูตามก�ำหนดเวลาที่บนบาน (สัญญา) ไว้กับตายาย ด้วยเหตุดังกล่าวจึงท�ำให้การจัดโนราโรงครูตามบ้านแพร่กระจายไปทั่วต�ำบลท่าแคและที่อื่น ๆส�ำหรับในต�ำบลท่าแคการร�ำโนราโรงครูที่ร�ำมาก่อนแล ้วก็ยังคงอยู ่ ที่เพิ่มจากเดิม เช่น บ ้านนายเส็นจันทร์เลื่อน บ้านควนคง บ้านนายบุญวัน เกลี้ยงเกื้อบ้านหนองบ่อ นางตาด �ำ ย ั่งย ืน นางล่องแทนมากนายพิน คงอิ้ว นางผัน หลิบแก้ว นายเปรื่องแสงเขียวนายนัด พุ่มพูล นางพา บุญมาก หมู่ที่3 นางสุวรรณดีมากมณี หมู่ที่ 2 นางตับ หลิบแก้ว หมู่ 4 นางซิ่นขวัญรอด หมู่4 นายหีด หนูรอด หมู่ที่6 บ้านคลองตีนนางพิน อินฉ�่ำ หมู่ 7 นางชี ขุนจันทร์ บ้านสวนศพหมู่ที่ 6 ท่ามิหร�ำ นางข�ำ ช่วยเกื้อ หมู่ 5 นางมลิวัลย์นางพา บุญมาก หมู่ 7 นายพิณ รัตนานุกูล หมู่ 4 นอกจากการร�ำโรงครูแล้ว ยังพบว่ามีการร�ำเพื่อความบันเทิงของคณะโนราต ่าง ๆ การร�ำประชัน (โนราแข่ง) ตามวัดต ่าง ๆ ร�ำแสดงโชว์งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  67


68  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63เรี่ยไรหาเงิน โดยโนราเดินตามหน้าโรง แล้วคนดูจะให้เงินใส่ขันน�้ำไว้ 1.3 โนราใหญ่ที่มีบทบาทในการท�ำพิธีกรรมโรงครูในชุมชนท่าแค การร�ำโนราโรงครูในชุมชนท ่าแค ที่จัดร�ำโรงครูท ี่บ้าน โนราใหญ่ท ี่สามารถท �ำพ ิธ ีกรรมโนราโรงครูได ้ มีอยู ่หลายคนด ้วยกัน เช่น โนราช่วยนวลด้วง โนราปุ่น นวลด้วง โนราคล้อย บ้านกงหราโนรากลิ่น บ้านหวัง โนรารุ่ง บ้านสมหวัง โนราเลื่อนบ้านทะเลน้อย โนราเล ื่อน บ้านไสนาวจ ังหว ัดตร ังโนราคล้อย บ้านล�ำกะโนราน้อม คงเกลี้ยง บ้านขันโนราแปลก ชนะบาล1.4 วิถีโนรากับกิจกรรมชุมชน ชุมชนท่าแค เป็นชุมชนที่มีความผูกพันกับโนรา มาเป็นเวลายาวนาน ชาวบ ้านทั่วไปนิยมชมชอบการร �ำและการแสดงของคณะมโนรา ถ้าม ีการร �ำโนราท ี่บ้านของใครชาวบ้านท่าแคจะไปชมกันเป ็นจ�ำนวนมาก นอกจากการร�ำโนราโรงครูที่บ้านแล้ว ชาวบ ้านท ่าแคยังรับ (ว่าจ้าง) โนราไปร �ำแก้บน หร ือร ับไปแสดงเม ื่อม ีงานบวชงานร ื่นเร ิงงานศพ ก็จะรับโนราไปร�ำ ในส ่วนการมีกิจกรรมส่วนรวม เช่น งานประจ�ำปีที่จัดในวัดก็จะรับคณะมโนราไปประชันกัน (โนราแข่ง) ตั้งแต่ 2 คณะขึ้นไปจะมีการจัดเป ็นประจ�ำทุกป ี เช่น การแข ่งโนราที่วัดอภยาราม การแข ่งโนราที่วัดท ่าแค จากการพิธีกรรมโนราโรงครูที่คณะมโนรามีการแสดงอยู ่บ ่อยครั้งท�ำให ้มีการฝึกหัดร�ำโนรามากขึ้นจนสามารถเลี้ยงตัวเองและครอบคร ัวได้ ท �ำให้ความส ัมพ ันธ์ว ิถ ีช ีว ิตของโนรากับชุมชนท่าแคสืบทอดกันมาถึงปัจจุบัน มีโนราที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของท้องถิ่นคือโนราช่วย นวลด้วงและโนราปุ่น นวลด้วง บุตรโนราช่วย) ก่อน พ.ศ.2470 มีโนราท่าแค ชื่อนายช่วยนวลด้วง ตั้งบ้านเรือน อยู่ที่บ้านปากยาง ต้นปริงหมู่ที่ 7 ต�ำบลท่าแค อ�ำเภอเมือง จังหวัดพัทลุงร�ำโนราตั้งแต่เยาว์วัยจนแต่งงานกับนางสวยหรือนางเอียด จนมีลูกชายชื่อนายปุ่น นวลด้วง ได้ร�ำโนราสืบทอดจากพ ่อ คือ โนราช่วย มีคณะโนราชื่อโนราปุ่นเจริญศิลป์แต่งงานกับนางม่อน มีลูกสาวชื่อ นางเปียน นวลด้วง ภายหลังได ้แต ่งานกับนายแปลก ชนะบาล หรือโนราแปลก โนราปุ่นเป็นพ่อตาและอาจารย์ของโนราแปลก ภายหลังโนราปุ่นไปมีภรรยาใหม่ที่จังหวัดตรังและร�ำโนราอยู่ในจังหวัดตรัง และจังหวัดใกล้เคียงยุคที่ 2 ยุคโนราโรงครูใหญ่วัดท่าแค (2508-2543)2.1 ลักษณะสังคมและเศรษฐกิจ ยุคนี้การเปลี่ยนแปลงสภาพสังคมค่อย ๆ เปลี่ยน ทั้งในด้านการปกครอง คือมีการขยายหมู ่บ ้านเพิ่มขึ้นเนื่องจากประชากรเพิ่มขึ้น68  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  69ความเป็นอยู่เป็นสังคมเมืองกึ่งชนบท คนส่วนใหญ่ออกไปท�ำงานนอกบ้าน บ้านเรือนสร้างเป็นแบบก ่ออิฐหรือปูน น�้ำใช้ มีการขุดคลองชลประทานท�ำฝายทดน�้ำ ท�ำให้ล�ำคลองท่าแค เปลี่ยนแปลงไปมาก กระแสน �้ำท ี่เคยไหลค่อนข้างแรง กล ับไหลเอ ื่อย และน �้ำน ิ่ง น �้ำท ี่เคยใสกล ับม ีส ีข ุ่น หาดทรายก็หายไป น�้ำในคลองใช ้แค ่รดพืชผักผลไม ้ แต่ถ้าใช้ในบ้านเรือนจะต้องมาท�ำน�้ำประปาที่ผ่านสารส้มและคลอรีน เป ็นประปาหมู ่บ ้าน น�้ำดื่มก็ต ้องซื้อที่ผ ่านการกรองจากร ้านค ้า สภาวะการใช้จ่ายในครอบครัวมีเพิ่มขึ้น 2.2 เงื่อนไขที่ท�ำให้เกิดโนราโรงครูใหญ่วัดท่าแค การร�ำโนราโรงครูตามบ้านมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสถานที่บริเวณบ้านมีเนื้อที่จ�ำกัดเนื่องจากลูกหลานได้สร้างบ้านเพ ิ่มข ึ้นไม่สะดวกในการร �ำโนราโรงครูอีกประการหนึ่งคณะมโนราอื่น ๆ ที่จะมาร่วมพิธีกรรมไม่สามารถเข้าร่วมได้ ด ้วยเหตุผลดังกล ่าวโนราแปลก ชนะบาล จึงมีความคิดที่จะร�ำโนราโรงครูในวัดท่าแค ในปี พ.ศ. 2508 โนราแปลก ชนะบาลพร ้อมญาติพี่น ้องที่มีเชื้อสายโนรา ได ้ร ่วมกันจัดร�ำโนราโรงครูในวัดท่าแค มาจนถึงปัจจุบัน2.3 ลักษณะการแพร่กระจายของโนราโรงครูชุมชนท่าแค การร�ำโนราโรงครูนอกจากที่ต�ำบลท่าแคแล ้วยังกระจายไปถึงต ่างจังหวัดใกล ้เคียงเพราะโนราใหญ ่แต ่ละคนมีลูกศิษย ์มาฝ ึกร�ำโนรามากมาย เช่นโนราแปลก มีลูกศิษย ์มากกว ่า300 คน มาฝึกที่บ้านโนราแปลก ภรรยาของโนราแปลกต ้องหุงข ้าวกะทะใบบัวเลี้ยงลูกศิษย ์ แต่มีคณะโนราที่ดังได ้ไปอยู ่ในหลายจังหวัด เช่น1) โนรากลิ่น พัทลุง 2) โนราเสน่ห์ ชะอวด3) โนราครื้นน้อย ตรัง 4) โนราเพ็ญศรี ยอดระบ�ำ นครศร ีธรรมราช 5) โนราอ �ำนวย นครศร ีธรรมราช6) โนราช่อทิพย์ หัวไทร นครศรีธรรมราช 7) โนรานกน้อย สงขลา 8) โนราส�ำเนาเสน่ห์ศิลป์ ปากพะยูนพัทลุง 9) โนราละไมศิลป์ สงขลา 10) โนราหนูอาบเจร ิญศ ิลป์ พ ัทล ุง 11) โนราอ้อมจ ิต กงหรา พ ัทล ุง12) โนราสมจิต ส้มตรีด พัทลุง 13) โนราพินพันเขาเจียก พัทลุง 14) โนราฮับ จิรพรรณจันทราต้นโดน พัทลุง 15) โนราสมพงศ์ ส.สมบูรณ์ศิลป์หาญโพธิ์ ต้นโดน พัทลุง 16) โนราประเสริฐโสภณศิลป์ 17) โนราแซม เสียงทอง นาปรือพัทลุง18) สมพงษ์น้อย ดาวรุ่ง ท่าแคพัทลุง 19) โนราเกรียงเดชน้อย นวลระหงส์ ท่าแค พัทลุง ปัจจุบันการร�ำโนราเป็นอาชีพหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวและตัวเองได้ ทั้งในส่วนของรายได้เสริม และรายได้หลัก นักเรียนนักศึกษาท ี่เคยเป็นเด ็กในพ ื้นท ี่ เม ื่อออกไปเร ียนต่างจ ังหว ัดก็มีอาชีพเสริมร�ำโนราเช่น 1) นางสาวนันทวัน แก้วสุกป ัจจุบันไปร�ำต่างประเทศ เช่น สิงคโปร ์ เกาหลีใต้หวัน เป็นรายได้หลัก 2) กลุ่มนักเรียนโรงเรียนสตรีพัทลุง เป ็นนักเรียนที่จบจากโรงเรียนท ่าแคแล้วท�ำกิจกรรมในโรงเรียนตามค�ำเชิญจากโรงเรียนให้ไปร�ำในที่ต่างๆรวมทั้งไปร�ำโนรากับคณะโนราเกรียงเดชในยามว่างมี นางสาวกฤษนาอินเหมือนนางสาวศุภกาญจน ์ พริกแก ้ว นางสาวสุภาพรแก้วยก กัณฐ ์ธิกา ช ่วยเกื้อ ตอนนี้เป ็นนักเรียนโรงเรียนสตรี การร้อยลูกปัดขาย ม ีท ั้งเคร ื่องแต่งต ัวโนราและท�ำเป็นของที่ระลึกเพื่อจ�ำหน่าย มี 1) กลุ่มร้อยลูกปัดและเครื่องชุดโนรา หมู่ 4 หนองเพ็ง 2) บ้านคุณวาสนา อินทร ์เหมือน (โนราอ้อย) 3) บ้านท�ำเทริด 4) เครื่องดนตรี บ้านนายบุญวัน เกลี้ยงเกื้อ กลุ่มนักเรียน เยาวชน ที่ฝึกหัดร�ำโนราในที่ต่าง ๆ เช่น ในโรงเรียนบ้านท่าแค (วันครู2500)โรงเรียนวัดอภยาราม กลุ่มเยาวชน คณะโนราเทพศรัทธา (เกรียงเดชน้อย นวลระหงส์)งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  69


70  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63 2.4 โนราใหญ่ที่มีบทบาทในการท�ำพิธีกรรมโรงครูในชุมชนท ่าแค การร�ำโนราโรงครูในชุมชนท่าแค ที่จัดร�ำโรงครูที่วัดท่าแค สามารถท�ำพิธีกรรมโนราโรงครูได้ มี โนราแปลก ชนะบาล โนราสมพงษ์ชนะบาล โนราเกรียงเดช ข�ำณรงค์ บทบาทโนราแปลก ชนะบาล เริ่มตั้ง พ.ศ. 2508-2535 โนราแปลก ชนะบาล บุตรของนายเนตรนางเขียด มีเชื้อสายโนราปุ ่นและโนราช ่วย เป็นชาวบ้านไพ (ใกล้ ๆ วัดอภยาราม) โนราแปลกชอบร�ำตั้งแต ่เด็ก ตามบริเวณบ ้าน ตามทุ ่งหญ ้าที่น�ำวัวไปเลี้ยง พ ่อไม ่ชอบให ้ร�ำโนรา เพราะเห็นว่าต้องร�ำกลางดิน กินกลางทราย เมื่อโนราแปลกเป็นหน ุ่มได้สมรสก ับนางเปล ี่ยน นวลด้วง (ลูกสาวของโนราป ุ่น)จ ึงย้ายบ้านเร ือนมาอยู่ก ินก ับภรรยาในหมู่ที่ 5 ต�ำบลท่าแค อ�ำเภอเมือง จังหวัดพัทลุงทางทิศใต้ของวัดท่าแค ได้รับหิ้งตายายเป็นมรดกของนางเขียด (ไม่มีใครรับดูแล) มาไว้ที่บ้าน จากนั้นโนราแปลกจึงยึดการร�ำโนราเป็นอาชีพ ร�ำตามชุมชนท ่าแค ชุมชนใกล ้เคียง และต ่างถิ่น ตามค�ำรับเชิญ ไปร�ำเพื่อความบันเทิง สนุกสนานบ้างร�ำประชันโรงกับคณะโนราอื่นบ ้าง ร�ำแก้บนบ้างซึ่งถือเป็นโนราโรงครูที่เป็นประเพณีนิยมต่อมา โนราแปลก มีบุตรบุญธรรม 2 คน คือนายผล ข�ำณรงค์และนายผิน ข�ำณรงค์ 2 คนพี่น้องได้ฝึกร�ำตามโนราแปลก จนช�ำนาญ และตั้งชื่อคณะ การตั้งค่าราด การร�ำแก้บนว่า คณะโนราสายศิลป์ 2 รับเชิญไปร�ำตามชุมชนต่าง ๆ ตามค�ำเชิญ นายผล ข�ำณรงค์ สามารถร�ำโรงครูได ้ บางโอกาส ก็ต ้องมาร�ำร ่วมกับคณะโนราแปลก ถึงท่าแค ในสมัยของโนราแปลกได ้ปลูกสร ้างโรงครูแบบโบราณแคบ ๆไม่กว้างขวางและม ีคณะโนรามาร่วมไม่มากมีเฉพาะในจังหวัดพัทลุง ค่าราดไม่มีคนที่มาร ่วมพิธีกรรมจะเป ็นเชื้อสายโนรา หรือนับถือครูหมอโนรา ได ้ร ่วมกันบริจาคน�ำข้าวสารเครื่องครัวมาเองบทบาทโนราสมพงษ์ ชนะบาล โนราสมพงษ์น้อย ดาวรุ่ง เกิดเมื่อ พ.ศ. 2495เป ็นบุตรของนายเป ื ่อม ชนะบาล (พี่ชายของโนราแปลก) และนางม่อน ชนะบาล มีพี่ชายต่างมารดา 1 คน ร่วมบิดามารดา 6 คน โนราสมพงษ์เป็นบุตรคนที่ 5 ของครอบครัว โนราสมพงษ์ เป็นคนที่ถูกครูหมอโนราจองตัวมาตั้งแต ่อยู ่ในท ้องแล้ว (รายละเอียดอยู ่ในเรื่องของความเชื่อ)วัยเด็กชอบตามไปดูโนราแปลก และพยายามหัดร�ำโนรา จากการดูและพี่สาวที่ชื่อละมัยสอนให ้(สอนในขณะที่เข้าทรง)จนสามารถร�ำโนราได้อย่างสวยงามและช �ำนาญ เม ื่อโตข ึ้นก ็เป็นห ัวหน้าคณะ คุณพ ่อเป ื ่อม ตั้งชื่อเพื่อใช ้ในการแสดงว ่า“สมพงษ์น้อย ดาวรุ่ง” เนื่องจากเป็นนายโรงตั้งแต่ยังเด็กมากและเป ็นคนรูปร ่างเล็ก ตอนอายุ 7 ป ีถูกท ้าร�ำโนราและชนะ ต ้องไปร�ำต ่างพื้นที่และ70  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  71พิธีแทงเข้ เป็นส่วนหนึ่งของการร�ำโนราโรงครูงานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  71ต ้องขาดเรียนบ ่อยครั้ง เมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่7ของโรงเรียนบ้านท่าแค อ�ำเภอเมืองจังหวัดพัทลุงหลังจากนั้นก็ทุ่มเทให้กับการแสดงโนราอย่างเต็มที่เรื่อยมาโนราสมพงษ์น้อย ดาวรุ่ง เป็นครูโนราที่ผ่านการผูกผ้าใหญ่ ตัดจุก โดยโนราแปลก ชนะบาล นอกจากร�ำโนราได้สวยงามแล้วโนราสมพงษ์ยังสามารถเล ่นเครื่องดนตรีโนราได ้ทุกชนิด เช่นโหม่ง ฉิ่ง ทับ กลอง หรือเครื่องดนตรีสากล ก็สามารถบรรเลงได้ เพราะคณะมโนราสมพงษ์น้อยดาวรุ่ง เป็นคณะโนราที่มีการแสดงผสมผสานกับวงดนตรี แสดงละครเวทีด้วย โนราสมพงษ์ เป็นโนราใหญ่ในพิธีร�ำโนราโรงครูท ่าแค ร ่วมกับโนราแปลก ชนะบาล จนกระทั่งโนราแปลกชรามากไม่สามารถร�ำได้ โนราสมพงษ ์จึงรับหน ้าที่แทนโดยชวนเชิญตั้งแต ่ป ี2536-2556 โดยมีโนราคนอื่น ๆ เข้ามาร่วมท�ำพิธีด้วย เช่น โนราแซม และต่อมาคือโนราเกรียงเดชในช่วงน ี้ได้ม ีเคร ือข่ายทายาทโนราจากต่างจ ังหว ัดและต่างประเทศเข้ามาร่วมกิจกรรมอย่างมากมายท�ำให ้เศรษฐกิจของชาวท ่าแค จังหวัดพัทลุงดีขึ้นมีรายได ้จากการจัดกิจกรรมโนราโรงครูมากขึ้นม ีกรรมการท ี่ต ั้งข ึ้นมาจากคนในช ุมชนช่วยจ ัดงานบทบาทโนราเกรียงเดช ข�ำณรงค์ โนราเกรียงเดช ข�ำณรงค์ เป ็นบุตรของนายผิน ข�ำณรงค์และนางละมุล ข�ำณรงค์ (ชนะบาล)มีคุณตาชื่อเปี่ยม ชนะบาล ซึ่งเป็นพี่ชายของโนราแปลก เชื่อกันว่า เกรียงเดช ถูกครูหมอโนราจองตัวมาตั้งแต ่เกิด เพราะชอบท�ำท ่าร�ำโนราตั้งแต ่พอหัดเดิน ทั้งในบ้าน ในครัว ถ้าถือมีดก็ตั้งท่าร�ำพร้อมกับพูดว่า ลูกจะร�ำหอกให้พ่อดู(หอกเป็นอาวุธที่ใช้ในพิธีโนราโรงครูใช้แทงจระเข้) ชอบดูโนราแปลกและโนราสมพงษ์ ร�ำ แล้วจดจ�ำมาหัดร�ำโดยตนเองที่บ้านจนอายุได้ ๗ ปี ก็ได้ทรงเครื่องโนรา ร่วมร�ำกับโนราสมพงษ์น้อย ดาวรุ่ง จนเป็นขวัญใจของประชาชนท ี่ชอบชมโนราในนามโนราเปิ้ล (ช ื่อเล่นของโนราเกรียงเดช) พออายุประมาณ 13-15 ป ีตอนเรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ได้เบิกโรงโนราเป็นของตนเองจนเรียนส�ำเร็จระดับปริญญาตรีอายุประมาณ 22 ปี ได้บวชเรียนและเมื่อลาสิกขาบทก็ตั้งชื่อคณะมโนราว่า“เกรียงเดชน้อย นวลระหงส์”ได้พัฒนาการร�ำโนราเป็นแบบสมัยใหม่ แต่ยังคงท่าร�ำแบบฉบับเดิม 12 ท่าไว้ร�ำทั่วไปตามค�ำเชิญ และประชันโรง ร�ำพิธีโรงครูแก้บน แก้เหมฺรย และเข้าร่วมแข ่งขันชิงถ ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ได้รับรางวัลชนะเลิศในขณะนั้นก็เข้าร่วมร�ำโนราโรงครูกับโนราสมพงษ์น้อย ดาวรุ่ง มาตลอดต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2558 สมัครเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันรายการคนไทยขั้นเทพ โนราเกรียงเดชได้เชิญหัวหน้าคณะมโนราที่มีชื่อเสียงมีลีลาการร�ำโนราที่สวยงามหลายคนมาฝึกซ้อม จนเข้าแข่งขันชนะรางวัลที่ 3ของระดับประเทศ ชื่อเสียงโนราดังไปทั่วประเทศ และได้ไปร�ำเผยแพร่ในต่างประเทศ คือ ประเทศบรูไนจนถึง พ.ศ. 2558 โนราสมพงษ์น้อย ดาวรุ ่ง มาเสียชีวิตลง โนราเกรียงเดชน้อย นวลระหงส์ ก็ท�ำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะโนราในการร�ำโนราโรงครูแทนโนราสมพงษ์มาทุกปี จนถึงปัจจุบันนี้ (พ.ศ.2561) โนราเกรียงเดช ได ้ท�ำพิธีโรงครูใหญ ่เมื่อป ี2558 ถึงปัจจุบัน เนื่องจากโนราสมพงษ์น้อย ดาวรุ่งเส ียช ีว ิต และได้ม ีความค ิดท ี่จะท �ำโนราโรงครูโดยยึดแบบโนราโบราณ จึงได้สร้างโรงโนราแบบโบราณขึ้นใหม่เหมือนในยุคของโนราแปลก ชนะบาลที่มาของบทความมาจากงานวิจัยร่วมกับ สกว.


เครือญาติสายจอมเฒ่าหน้าทองจอมเฒ ่าหน ้าทองเป ็นทหารเอกของแม ่ศรีมาลา คนทรงจอมเฒ ่าหน ้าทองที่ท ่าแค คือนางอุ้ย จันทร์เลื่อน ซึ่งมีเครือญาติที่เป็นโนราสืบต่อกันมา ดังนี้ นางอุ้ย จันทร์เลื่อน สกุลเดิม น้อยปาน เป็นชาวท่าแค เป็นคนทรงจอมเฒ่าหน้าทอง ได้แต่งงานกับนายง�ำ จันทร์เลื่อน มีลูกที่สืบทอดเชื้อสายโนรา 2 คน คือ 1) นายเส็น จันทร์เลื่อน และนางแกวดจันทร ์เลื่อน นายเส็น จันทร ์เลื่อน แต ่งงานกับนางเหม แสงสมบูรณ ์ มีลูกร�ำโนราคือนายเช ้าจันทร์เลื่อน 2) นายเคียงจันทร์เลื่อน ได้แต่งงานกับนางพูน มีลูกคือนายประสิทธิ์จันทร์เลื่อน ได้แต่งงานกับนางเยื้อน มีลูก 2 คน คือนางสาวสาริกาและนายศรีกัญญา เป็นโนราทั้งสองคน ได้ตั้งเป็นคณะโนราชื่อ โนราปุ๋ สกิต สาริกา ณ ภิราชศิลป์ รับงานทั่วไป และรับงานร�ำโนราโรงครูลูกอีกคนคือนางแกวดจันทร ์เลื่อน ได ้แต ่งานกับนายเลื่อน เกลี้ยงเกื้อ มีลูกคือนายบูญวรรณ เกลี้ยงเกื้อ ได ้ตั้งโรงงานผลิตเครื่องดนตรีโนรา เช่น กลอง ทับ ปี่ โหม่ง ฯลฯ นางอุ้ย + นายงา น้อยปานนายเส็น จันทร์เลื่อน + นางเหมนายเช้า จันทร์เลื่อน นายเคียง + นางพูนนายประวิทย์+นางเยื้อน จันทร์เลื่อนนายสาริกา นางศรีกัญญานายบุญวัน เกลี้ยงเกื้อนางแกวด +นายเลื่อน เกลี้ยงเกื้อนายเนตร ชนะบาล + นางเขียด ชนะบาลสายโนราช่วย นวลด้วง + นางสวย นวลด้วงนางแจ่ม นายเปี่ยม+นางพ่วน นายเปื่อม + นางคง นายแปลก ชนะบาล นางเปลี่ยน นวลด้วง โนราปุ่น นวลด้วง + นางม่อน นวลด้วงนางมิตร นางละเมียด เกตุชู นายประจวบนายบรรจบ (ออกพราน)นางสมจิตรโนราหนูนิตย์นางสุจินต์ (ทรงแม่แขนอ่อน กับแม่ใจไวนางละเอียดนางแอบนางต้อยนายสมพงษ์ ชนะบาลนางละม้าย นางละมุน+ผิน ข�ำณรงค์นายสมคิดผังตายายโนรา สายโนราแปลก ชนะบาล และสายโนราช่วย โนราปุ่นผังเครืองญาติโนรา (สายนางอุ้ย จันทร์เลื่อน เข้าทรงจอมเฒ่า หน้าทอง)72  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  73มนุษย์หลายเผ่าพันธุ์แพ้ชนะกันทางการเงินเพราะปัจจัยทางวัฒนธรรม สามารถเรียงล�ำดับได้จาก ยิว จีน แขกซิก ญี่ปุ่น เวียตนาม กลุ่มนี้ติดล�ำดับต้น ๆ ของโลก ซาไก ผีตองเหลือง จัณฑาล ชาวเล กลุ่มนี้จะอยู่ท้าย ๆ ของโลก ดังนั้นอยากให้คนไทยทุกคนรู้เท่าทันว่าวัฒนธรรมที่ครอบมนุษย์เผ่าต่าง ๆ มายาวนานโดยที่เราไม่รู้สึกตัวนั้น เป็นปัจจัยส�ำคัญมากในการด�ำเนินชีวิตการสร้างฐานะให้มั่นคงและส่งต่อความมั่งคั่ง ยั่งยืนไปให้กับลูกหลาน การวางแผนทางการเงิน เริ่มจากการ 1) ปรับความคิด 2) การเรียนรู้ 3) การลงมือปฏิบัติขั้นตอนที่ 1 การปรับความคิด เป็นขั้นตอนส�ำคัญที่สุด เพราะเราคิดอย่างไรเราก็จะเป็นอย่างนั้นความคิดของคนปกติมี 2 ระดับ คือ จิตส�ำนึกและจิตใต ้ส�ำนึก คนรวยกล ้าคิดใหญ ่และวางแผนระยะยาว คนจนไม่กล้าฝันไม่วางแผนปล่อยให้สถานการณ์พาไป ไทยเราอยู ่บริเวณเขตร ้อนชื้นข ้อดีมีความอุดมสมบูรณ ์ในน�้ำมีปลา หลังบ ้านและริมรั้วมีของกินได ้ คนชนบทท�ำงานช ่วงป ักด�ำ 1 เดือน เก็บเกี่ยว 1 เดือน ที่เหลือว่าง คนบริเวณเขตร ้อนชื้นจะไม ่วางแผนระยะยาว ต ่างกับคนที่อยู่ในเขตหนาวเขาต้องวางแผนเพื่อให้ชีวิตผ่านหน้าหนาวไปให้ได้จิตส�ำนึก เป็นความค ิดท ี่เราม ีประสบการณ์การเล่น การเรียนรู ้ ความจ�ำ ต ้องใช ้วิธีการฝ ึกฝนและท�ำซ�้ำบ่อย ๆ จนติดเป ็นนิสัย เหมือนนักกีฬาศิลปิน ผู้บริหาร ช่างเทคนิค เรียกว่าพรแสวง เริ่มจากอ่านหนังสือเกี่ยวกับสิ่งที่เราอยากเป็น 10 เล่มสมัยนี้ง ่ายสามารถฟ ังจาก Youtube มีให ้เลือกมากมาย ต้องมีสักเล่มที่ตรงกับจริตของเรา ส�ำหรับผมเองคือหนังสือเกษียณเร็วเกษียณรวย (RetireRichRetire Young) ใช ้การฟ ังในขณะขับรถใช ้รถยนต ์เป็น Learning Machine ฟ ังทุกครั้งที่ขับรถใน 1 ป ีเท่ากับจบปริญญาโทจิตใต้ส�ำนึก เป็นจิตที่ติดตัวเรามาจากเหตุและป ัจจัยหลายประการ เช่น บุญกรรมที่ท�ำมาชะตาชีวิต สิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม เป็นสิ่งที่ฝังรากลึกมาก ยากต่อการเปลี่ยนแปลง แต่ทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงได ้โดยการสร ้างความมุ ่งมั่นที่แรงกล ้า (Passion) เริ่มจากการสะกดจิตตัวเองเช่น เกษียณรวย เป็นคนสุขภาพแข็งแรง เป็นคนดีของชาติ ก ่อนนอนทุกคืนให ้นึกถึงความมุ ่งมั่นท ี่เราอยากจะเป็น ท �ำซ �้ำบ่อย ๆ สร้างบ ุคคลต้นแบบ(Role Model)ขึ้นมาในหัวสมอง เข่น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ดร.ป๋วย คุณธานินทร์ขั้นตอนที่ 2 การเรียนรู้ เริ่มจากการเรียนรู้จากครอบครัว ญาติ ชุมชน สังคม ระดับชาติ และระดับโลก เป ็นขั้นตอนส�ำคัญของชีวิต การเรียนรู ้จากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเป ็นการเรียนรู ้ขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นการเรียนรู้วิธีการเขียน อ่านวิชาความรู ้ที่หลากหลาย การเรียนรู ้วิชาเฉพาะ เช่นวิศวกรรม กฎหมาย แพทย์ การเงิน การเรียนรู้ที่จะมีประโยชน์ส�ำหรับเรามีองค์ประกอบ 3 ประการ 1)เราชอบอะไร 2) เราเก่งอะไร 3) สร้างมูลค่าเพิ่มหรือท�ำเงินได้ การเรียนรู้จากบุคคลที่ประสบความส�ำเร็จซึ่งสามารถเรียนรู้ได้จากอินเตอร์เน็ต Youtube Facebookเงินทองต้องวางแผน การวางแผนเกษียณดร.วิชา จุ้ยชุม


74  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63สหกรณ์ ลบด ้วยเงินสดจ ่าย (Cash out) จากค่าอาหาร ค่าเล่าเรียนลูก ไฟฟ้า ประปา น�้ำมัน ค่าซ่อมรถยนต์ ค่าซ่อมบ้าน ค ่าเดินทาง ค ่าท ่องเที่ยวค ่าประกัน ค ่าดอกเบี้ยจ ่าย ค่าผ่อนบ้าน/รถยนต์ค่าโทรศัพท์ เงินท�ำบุญ ค่าหมอ ค่าภาษีรถยนต์/บ้าน/ที่ดิน จะเหลือเงินสดสุทธิสิ้นเดือน เป็นยอดยกไปควรท�ำไปข้างหน้าอย่างน้อย 12 เดือน ซึ่ง Excelช ่วยให ้ท�ำได้ง่าย เราจะรู ้ได ้ว ่าเงินสดจะติดลบในเดือนไหน ก็ให้วางแผนหาเงินมาเตรียมไว้เพื่อป้องกันปัญหาเศรษฐีหลายคนมีที่ดินเยอะมากแต่ไม่มีเงินสดชีวิตก็จะไม่มีความสุข ควรค�ำนึงคืออย่าไปยืมเงินคนอ ื่นเม ื่อจน คนจนย ืมเง ินคนจะไม่ให้ย ืมเพราะเขากลัวไม่ได้คืน ถ้าคนรวยยืมเงิน 1 ล้านบาท เพื่อนจะให้ย ืมท ันท ีโดยไม่ต้องม ีหล ักทร ัพย์ค �้ำประก ันและได้ดอกเบี้ยใกล้เคียงเงินกู้จากธนาคารการวางแผนทางการเงินมีมานาน พระพุทธเจ ้าให ้แบ ่งเงินเป ็น 4 ส่วน 1) ใช้หนี้เก่าคือดูแลพ่อแม่และผู้มีพระคุณ 2) ใช้หนี้ใหม่คือดูแลลูกหลาน 3) สร ้างอริยะทรัพย ์คือเก็บและท�ำบุญ (25%) 4) ทิ้งเหวคือใช ้จ ่ายกินอยู ่ เป็นการแบ ่งเงินที่ดีมาก ถ ้าชาวพุทธทุกคนปฏิบัติตามค�ำสอนพระพุทธเจ้าทุกคนจะสะดวกสบายและสังคมน ่าอยู ่แน ่นอน มีศีล 5 ป ้องกันความเสี่ยง แต่น่าเสียดายที่เราไปเน้นการท�ำบุญเป็นหลักและละเลยเรื่องการเก็บเงิน TheRichest ManinBabylon(GeorgeS.Clason)ให้แบ่งเงินเป็น 3 ส่วน 1) เก็บและลงทุน 10% 2) ใช้หนี้20% 3) ใช ้จ ่ายในครอบครัว 70% เหมาะส�ำหรับคนรากหญ ้าที่ไม ่มีสมบัติของพ ่อแม ่ต ้องสร ้างด ้วยตนเอง หน ี้ด ีท �ำให้รวยได้ คนรวยใช้หน ี้เป็นเคร ื่องม ือ พ่อรวยสอนลูก (Rich DadPoor Dad :RobertT.Kiyosaki) ให้เก ็บ 10% น �ำเง ินไปลงท ุน ถ้าสามารถลงทุนได ้ผลตอบแทน 20-30% จะเป ็นมหาเศรษฐีสอนให้ท�ำงานเพื่อการเรียนรู้หาประสบการณ์ไม่ใช่Google แล้วน�ำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประยุกต์ใช้ซึ่งความรู้จากการค้นคว้าหาความรู้ (How to Learn)ส�ำคัญกว่าองค์ความรู้ที่เรียนจากมหาวิทยาลัย เพราะความรู้จากมหาว ิทยาล ัยเป็นความรู้ท ี่ไม่ท ันย ุคสม ัยแต่การเร ียนรู้จากเหต ุการณ์จร ิง เช่น ว ิกฤต ิต้มย �ำก ุ้งในปี 2540 (1997) วิกฤติแฮมเบอร ์เกอร ์ในป ี 2551(2008) วิกฤติโควิดในป ี 2562 เป็นการหลอมรวมทั้งทฤษฎีและอารมณ์ของประชาชนขั้นตอนที่ 3 ขั้นตอนลงมือปฏิบัติเม ื่อคิดใคร่ครวญดีแล้วให้จัดท�ำแผนเกษียณ ตั้งเป้าหมายในวันเกษียณเราจะมีเงินจ ่ายเดือนละเท ่าไหร ่ ไม่ควรจะน ้อยกว ่ารายได ้เดือนสุดท ้ายก ่อนเกษียณ(คนส่วนใหญ่วางแผนที่จะจนโดยไม่รู้ตัวเช่น เงินเดือนวันเกษียณ 50,000 บาท เมื่อเกษียณ 30,000 บาทก็พอซึ่งเป็นความคิดที่ท�ำให้ตนเองล�ำบากจากภาษีสังคม เงินเฟ ้อ สร ้างบารมีกับลูกหลาน คนแก่ถ้ามีเงินลูกหลานจะหมั่นมาเยี่ยมเยือน ญาติหมั่นแวะมาหามาคุยด ้วย เพื่อน ๆ ชวนท�ำบุญ ชวนเที่ยวเลี้ยงน�้ำชาเพื่อน ๆ) ต้องใช้เงินทุนเท่าไหร่แตกแผนออกมาเป็นรายปีจัดท�ำบัญชีทรัพย์สิน หนี้สินและทุนต ้องลงมือปฏิบัติ เริ่มจากท�ำสิ่งง ่าย ๆ เช่น เก็บเงินเดือนละ 10 100 300 500 1,000 5,000 บาทเก็บเงินพิเศษที่ได ้มา 50% ท�ำให้ได้อย่างน้อย12 เดือน จะเริ่มกลายเป็นนิสัยอยู่ในจิตใต้ส�ำนึก และควรท�ำงบกระแสเงินสดอย ่างง ่าย เริ่มจากยอดยกมาจากเดือนก่อน บวกกับเงินสดรับ (Cash In) จากบ�ำนาญ ค่าเช่า ดอกเบี้ยรับ ป ันผลหุ ้น ปันผล


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  75ระดับที่ 1 ความมั่นคง เป ็นระดับที่ต ้องมีป ัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ ่งห ่ม ที่อยู ่อาศัยยารักษาโรค บัญชีกลุ่มนี้ดูง่ายได้มา 100 จ่าย 100เป็นไปตาม Parkinson Law คือคนเรามีความสามารถในกานจ่ายเง ินเท่าก ับท ี่หาได้เสมอ ค่อนข้างยากจนแต ่ยังมีเงินใช ้ไม ่ขาดมือ แต ่ถ ้าไม ่ระวังจะน�ำไปสู่ความยากจนคือได้มา100จ่าย 110 การแก้ไข ควรมีเงินเก็บหรือสภาพคล่อง 6 เดือน และเก็บก่อนจ่ายอย่ารอให้เงินเหลือเพราะความในความเป็นจริงเงินไม่เคยเหลือ แผนการเงินคนกลุ่มนี้คือ รายได้ 100เก็บ 10 ใช้หนี้ 20 จ่ายในครอบครัว 70ระดับที่ 2 ความสะดวกสบาย เป็นระดับที่มีเงินเหลือขั้นต�่ำ 10% ใช ้น ้อยกว ่าที่หาได ้เสมอใช้อย่างประหยัด ส่วนใหญ่จะน�ำเงินไปฝากธนาคารไม่กล้าลงทุนมองว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ไม่บริหารภาษี ไม่ลงทุนในสิ่งที่ลดหย่อนภาษีได้ เช่น กองทุนส�ำรองเลี้ยงชีพ กบข. RMF SSF LTF ประกันชีวิตดอกเบ ี้ยบ้าน ซ ึ่งแปลกมากท ี่ยอมให้ร ัฐบาลห ักภาษ ีแทนที่จะน�ำเงินไปลงทุนเพื่อวันเกษียณระดับที่ 3 ความร�่ำรวย เป ็นคนที่มีเงินเหลือเก็บ 20-30% เก็บในบัญชีลงทุน ลงทุนในสิ่งที่ลดหย ่อนภาษีได ้ทุกชนิดเพื่อน�ำเงินที่ประหยัดจากการเสียภาษีไปลงทุน ศึกษาการลงทุนในคอนโดทาวน์เฮ้าส์ บ ้านเดี่ยว ที่ดิน โกดัง หุ ้น ทองค�ำ ค ่าเงิน น�้ำมัน ลิขสิทธิ์ ตั้งบริษัทและทรัพย ์สินอยู ่ในบริษัทที่ปลอดภัยจากการยึดทรัพย์ รู้จักใช้เงินกู้(Other People Money : OPM) รู้จักใช้เวลาคนอื่น(Other People Time : OPT) มาสร้างความร�่ำรวย มีความสามารถในการลงทุนได้ผลตอบแทน 20-30%ระดับที่ 4 ความมั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นคนในระดับ 3 ที่สามารถต่อยอดในกาใช้เงินท�ำงานสร้างทรัพย์สินโดยทีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นในระดับ 10 - 30%ทุกป ี มีแผนพัฒนาลูกหลานให ้ได ้รับการศึกษาดีท ั้งในและต่างประเทศ เน้นให้ลูกหลานเป็นน ักธ ุรก ิจมีความเป ็นผู ้น�ำ สร ้างสายสัมพันธ ์ที่ดีทางธุรกิจท�ำงานเพื่อเงิน สอนให ้เข ้าใจว ่าทรัพย ์สินคือสิ่งที่น�ำเงินเข ้ากระเป ๋า หนี้สินคือสิ่งที่น�ำเงินออกจากกระเป๋าสร้างPassive Income (รายได้จากการลงท ุนมากกว ่าค ่าใช ้จ ่ายประจ�ำเดือน) การลงทุนที่ดีกระแสเงินสดต ้องเป ็นบวก ตัวอย ่าง คอนโดราคา400,000 บาท ซื้อในราคา 300,000 บาท กู้ธนาคาร360,000 บาท ค่าเช่า 2,000 บาท/เดือน ผ่อนธนาคาร1,800 บาท/เดือน มีก�ำไรตั้งแต่วันซื้อ มีเงินสดเหลือ200 บาท/เด ือน ถ้าอยากได้ส ิ่งฟ ุ่มเฟือย เช่น รถยนต์ต้องน�ำเงินไปลงทุน (สร้างแม่ห่านทองค�ำ)แล้วใช้ผลตอบแทนจากการลงท ุน (ไข่ทองค �ำ) ไปผ่อนรถยนต์การสร้างหนี้ก้อนใหญ่ต้องมีรายได้มารองรับหนี้ การวางแผนการเงิน 4 ขั้นตอน 1) หาเงิน2) เก็บเงิน 3) ลงทุน 4) ป้องกันความเสี่ยง รายได้ส�ำคัญต ้องหาให ้พอต ่อการด�ำรงชีวิต คนจนจะใช้เวลาและสาระวนกับการหาเงินให ้พอต ่อการใช ้จ่าย เมื่อได ้เงินส ่วนเกินมาก็ใช ้หมดไม ่คิดจะเก็บไม ่คิดลงทุน เมื่อป ัจจัยสี่พร ้อมแล ้วสิ่งส�ำคัญที่สุดคือรายเหลือ (เงินออม) ต ้องออมหรือจ ่ายตนเองก ่อนแยกบัญชีออกมาก ่อนน�ำเงินไปจ ่ายค ่าใช ้จ ่ายอื่น ๆ มีเงินเดือนหมื่นจ ่ายหมื่น มีแสนจ ่ายแสนไม ่มีความหมาย สุดท ้ายเวลาผ ่านไปไม ่มีเงินเก็บ เท ่ากับเหนื่อยฟรี ป ัจจัยชี้ขาดคือเงินเก็บและผลตอบแทนการลงทุน ดอกเบี้ยทบต ้นคือสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก (ไอน์สไตน์)การวางแผนทางการเงิน มี 4 ระดับ 1) ความมั่นคง 2) ความสะดวกสบาย 3) ความร�่ำรวย 4) ความมั่งคั่งยั่งยืน


76  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63และการเมือง (อยู่เบื้องหลัง) สามารถคาดการณ์วงจรเศรษฐกิจได ้ ทุกวิกฤติคือโอกาสสร ้างความร�่ำรวยมีระบบบริหารความเสี่ยง มีการบริหารความร�่ำรวยข ้ามรุ ่น จากพ ่อแม ่สู ่ลูก สู ่หลาน ผ ่านโครงสร้างการบริหารแบบมืออาชีพ เช่น ตระกูล Rothschildเจียรวนนท ์ จิราธิวัฒน ์ สิริวัฒนภักดี รัตนาวะดีอยู่วิทยา ปราสาททองโอสถ ไชยวรรณ โอสถสภาพรประภาการวางแผนเกษียณ มี 3 ขั้นตอน ข ั้นตอนท ี่ 1 ตรวจสอบข้อมูลท ี่เป็นอยู่ (As Is) ขั้นตอนที่ 2 วางแผนเกษียณ (To Be) ขั้นตอนที่ 3 ลงมือท�ำ (Action)ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบข ้อมูลที่เป ็นอยู ่โดยการท�ำบัญชีทรัพย ์สิน หนี้สินและทุน หรืองบดุล ให้ท�ำอย่างง่าย ๆโดยใช้กระดาษลงรายการหรือใช ้ Excel ให้แบ่งเป็น 3 ส่วน แล้วลงรายการในแต่ละส่วนอย่างละเอียด เช่น ทรัพย์สินประกอบด้วย เง ินฝากธนาคาร เง ินฝากสหกรณ์ บ้าน คอนโดที่ดิน RMF SSF LTF ประกันชีวิต ทองค�ำ หุ้น หุ้นกู้พันธบัตร บริษัท นาฬิกา รถยนต์ และเงินที่ควรได้จากการท�ำงาน เช่น บ�ำนาญ กบข. กองทุนส�ำรองเลี้ยงชีพแล้วขั้นตอนที่ 2 วางแผนเกษียณ โดยการน�ำทรัพย ์สินที่มีอยู ่แต ่ละรายการตามขั้นตอนที่ 1มาประมาณการอัตราการเติบโตในแต ่ละป ี เช่นเงินฝาก 1% หุ้น (ปันผล) 5% ค่าเช่าบ้าน/คอนโด6% ที่ดิน 3% (ขึ้นกับท�ำเลแต่ไม่มีเงินสด) ประกันชีวิต2% ทองค�ำ 10% กองทุน กบข. RMF SSF LTF 3%รถยนต ์ติดลบ 10% นาฬ ิการาคาแพงคงที่ เงินที่เราจะลงทุนเพิ่มในแต ่ละป ีในแต ่ละรายการ แล้วประมาณการไปจนถึงป ีที่เราจะเกษียณ 10 15 2025 30 35 40 ป ี แล ้วแต ่อายุของเรา บวกกับเงินก ้อนที่จะได ้จากการเกษียณ เราก็จะได ้ทรัพย ์สินที่เราจะมี ณ ป ีที่เราจะเกษียณ แล้วประมาณการเงินสดรายเดือน ส�ำหรับคนรับบ�ำนาญก็สามารถประมาณการเงินเดือน ๆ สุดท ้ายแล ้วคิดออกมาเป็นบ �ำนาญรายเด ือนได้เลย เม ื่อได้รายได้รายเด ือนแล้วมาดูว่าใกล้เคียงกับเงินเดือน ๆ สุดท้ายหรือไม่(จะท�ำให้ Life Style ไม ่เปลี่ยน) น�ำหนี้สินที่มีอยู ่แต่ละรายการในขั้นตอนที่ 1 มาประมาณการ โดยต้องรู้อ ัตราดอกเบ ี้ยและเง ินผ่อนช �ำระในแต่ละเด ือนเช่น สหกรณ์ 6% กรุงไทยธนวัฏ 12% บัตรเครดิต16-29% หนี้นอกระบบ 24 - 480% ต้องหาทางลดหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงหรือหนี้น้อยลงก่อน เพื่อลดการไหลออกของกระแสเงินสดและกัดกร ่อนฐานะการเงินของเรา ควรเหลือไว้เฉพาะหนี้ดี เช่น หนี้บ้านคอนโดที่มีค ่าเช ่าสูงกว ่าดอกเบี้ย ระมัดระวัง Life StyleInflflation (ความฟุ้งเฟ้อตาม Parkinson Law เราจะใช ้เงินตามที่หาได ้เสมอ) น�ำทรัพย ์สินลบด ้วยหนี้สินในแต ่ละป ีก็จะได ้ทุนสุทธิของเราจนถึงป ีที่เราเกษียณขั้นตอนที่ 3 ลงมือท�ำ เมื่อเราได้ทรัพย์สินหนี้สินและทุนในแต ่ละป ีจนถึงป ีที่เราจะเกษียณ(เงินเฟ้อประมาณ 3%) ก็ประเมินว่าเราพอใจหรือไม่ควรเผื่อไว ้ให ้ถึงจุดที่ยั่งยืน คือ ใช้เฉพาะดอกผลหรือเงินสดที่ได ้มาในแต ่ละเดือน ถ ้าเงินต ้นไม ่ลดจะดีมาก กรณีที่ยังไม่พอต้องหาทางเก็บและลงทุนเพิ่ม โดยศึกษาหาความรู ้ทางการเงินและโยกย ้ายเงินไปไว้ที่ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น จากเงินฝากไปเป็นทองค�ำหรือหุ้นปันผลเกิน 5% การค�ำนวณเงินในอนาคต (Future Value : FV) = P(Present Value)x (1+i)N i = Interest Rate, N = ปี สูตรนี้มีใน Excelซึ่งในระยะยาวอัตราผลตอบแทนจะมีผลมากที่สุดเพราะฉะนั้นเราต้องพัฒนาทักษะทางการเงิน (FinancialIntelligent) ให ้ได ้ผลตอบแทนสูงด ้วยความเสี่ยงต�่ำ จ�ำไว ้ว ่าการได ้เงินต ้นคืนส�ำคัญกว ่าผลตอบแทนเราสามารถประมาณการได้ว่าเงิน 100 จะเพิ่มเป็น200 ภายในกี่ป ี โดยเอา 72 หารด้วยผลตอบแทนรายปี เช่น ฝากธนาคารผลตอบแทน 1% ใช้เวลา


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  7772 ปี หุ้นปันผล 5% ใช้เวลา 14 ปี ทองค�ำ 10%ใช้เวลา 7.2 ปี ขายฝาก 24% ใช้เวลา 3 ปี รับขายฝากต้องเรียนรู้กฎหมาย การรับขายฝากไม่เกิน 50%ราคาประเมิน จะปลอดภัย แต ่ต ้องระวังบาปถ ้ามีเจตนาไปยึดที่ดินเขา ควรมีเมตตาธรรมคอยก�ำกับ ตัวอย่าง การวางแผนสร้างรายได้หลังเกษียณจากบ้าน/คอนโด ผมซ ื้อบ้านหล ังแรกเม ื่อเร ิ่มท �ำงาน(แฟนบังคับถ ้าไม ่มีบ ้านจะไม ่ยอมแต ่งงาน) เมื่อค ่าเช ่าเท ่ากับค ่าผ ่อนธนาคารผมก็ย ้ายออกไปซื้อบ้านหลังใหม่ที่ใหญ่ขึ้น อยู่ไป 10 ปี ค่าเช่าเท่ากับค ่าผ ่อนธนาคารผมก็ย ้ายออกไปซื้อบ ้านหลังใหม ่(พร ้อมกัน 3 หลัง) ผมลงทุนซื้อคอนโดที่ค ่าเช ่ามากกว่าค่าผ่อนธนาคาร ซื้อครั้งละ 3-6 ห้อง ยื่นกู้ธนาคาร 6 ธนาคารพร้อมกัน (เครดิตบูโรยังไม่ขึ้น)และกู้สหกรณ์ (ไม่เช็คเครดิตบูโร) ท�ำซ�้ำ ๆ อย่างนี้จนผมมีบ้าน คอนโดและอพาร์ตเมนต์ 43 รายการมีPassive Income โดยไม่ต้องท�ำงาน และปรับค่าเช่าขึ้นสู ้เงินเฟ ้อได ้ Key Success Factor คือ CashFlow ต้องเป็นบวก ต้องประมาณการกระแสเงินสดให ้ดีและต ้องมีเงินสดส�ำรองกรณีห ้องว ่าง จากประสบการณ ์การให ้เช ่าซื้อจะท�ำเงินที่แน ่นอนและลูกค้าไม่เปล ี่ยนบ่อยท �ำให้กระแสเง ินสดไม่ม ีปัญหาขณะน ี้ม ีทร ัพย์ส ินธนาคารย่านบางบ ัวทอง ไทรน้อยสามารถสร้างกระแสเงินสดที่เป็นบวกได้ ตอนผมเริ่มซื้อคอนโดติดต่อร้านค้าที่คอนโดเมื่อมีห้องว่างร้านค้าจะแจ้งเรา เขาจะได้ค่านายหน้า 3% จากผู ้ขายผมก็ได้คอนโดโดยคนเช่าเป็นคนจ่ายค่าผ่อนธนาคารณ วันเกษียณ ที่น�ำเงินเข้ากระเป๋าผมทุกเดือนโดยไม่ต้องท�ำงาน ศาสดาของโลกทุกศาสนาสอนคนให้ท�ำบุญท�ำทาน สงเคราะห์คนยากไร้ และเดินสายกลางไม่ขี้เหนียว ไม่สุรุ่ยสุร่าย คนรวยส่วนใหญ่ท�ำบุญในจ�ำนวนเงินที่สูงมาก เช่น Stanford U. และ HarvardU. เกิดจากเงินบริจาค ความเสี่ยงทางการเงินที่ต้องระวัง1) มิจฉาชีพหลอกลวง 2) ญาติและเพื่อนที่ไม่เชี่ยวชาญชวนลงทุนเช่น ชาวนาขอกู้เงินไปท�ำธุรกิจเพชรพลอย 3) ญาติและเพื่อนเดือดร้อนจากดอกเบี้ยนอกระบบขอยืมไปปิดหนี้นอกระบบสุดท้ายไม่ได้คืนเพราะพฤติกรรมใช้เง ินเก ินต ัว 4) ญาต ิและเพ ื่อนขอย ืมเง ินระยะส ั้นไม่ม ีหลักประกัน 5) การลงทุนที่ไม่คุ้นเคย ไม่รู้พื้นฐาน ไม่รู้เทคนิคคอล ไม่รู้วัฏจักรธุรกิจเช่น หุ้นปั่น หุ้นผีบอกหุ้นเก็งก�ำไร 6) เจ้ากรรมนายเวร 7) ลงทุนในสิ่งที่ผลตอบแทนมากเกินจริง เช่น แชร์ลูกโซ่ 8) ท�ำบุญเกินก�ำลัง 9)ซื้อสินค้าแบรนด์ดังราคาแพง เช่น HermesCHANEL Rolex LV Bally Montblanc 10) การพนัน11) ท�ำผิดกฎหมาย เสี่ยงติดคุก โดยเฉพาะยาเสพติด ฆ่าคนตาย 12) โลภไม่ก�ำหนดความรวยที่ชัดเจนเช่น มี 1 ล้านบาท อยากได้ 10 ล้านบาท พอได้ 10ล้านบาท อบากได้ 100 ล้านบาท มี 100 ล้านบาทอยากได้ 1,000 ล้านบาท ความโลภท�ำให้ตัดสินใจที่ผิดจริยธรรมหรือกฎหมาย 13) คบคนชั่วเป็นมิตร14) หลงใหลเพศตรงข้ามเป็นเจ้าบุญทุ่ม 15) สวรรค์ลงโทษหรือผลของกรรมเก่าเช่น เจ็บป่วยร้ายแรงทั้งตนเองและคนในครอบครัว คดีความ อุบัติเหตุ การวางแผนทางการเง ินเป็นส ิ่งประหลาดจะว่ายากก็ไม่ยาก คนไม่จบ ป.4 เป็นเศรษฐีมีมากมายจะว ่าง ่ายก็ไม ่ง ่าย คนมีการศึกษาสูง ยากจนมีให ้เห ็นมากมาย เพราะไม่ม ีการสอนการเง ินในโรงเร ียนไม่มีวัฒนธรรมและค่านิยมที่ดีทางการเงินจากสังคมและเผ่าพ ันธ ุ์ จ ิตใต้ส �ำน ึกเป็นไปตามเหต ุและปัจจ ัยที่สร้างมาให้ยากจนไม่ได้รับการแก้ไขในเวลาที่สมควรดังนั้นควรสอนลูกหลานให ้มีความรู ้และวางแผนทางการเง ินเพ ื่ออนาคตท ี่ด ีและเป็นทร ัพยากรบ ุคคลที่มีคุณภาพของชาติโดย ดร.วิชา จุ้ยชุม อดีต กรรมการผู้จัดการ บริษัท PTT Tank Terminal อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จ�ำกัด (มหาชน)


78  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63 เมืองลุงแดนจรุงแห่งขุนเขาถิ่นล�ำเนาเถือนถ�้ำล�้ำเลอค่าหินงอกย้อยช้อยงามวามจิตราสุดตรึงตราจิตเปี่ยมเมื่อเยี่ยมชม  “ถ�้ำน�้ำลอดเขาแดง” แฝงด้นค้นหาสุดงามตาลอออวยสุดสวยสมเปรียบเยือนใต้พิภพสบโคลนตมโกยทับถมตมทรายกลายถ�้ำทอง  โถงโดมดาวสุกสกาวงามรุจีระบายสีขาวนวลอวลสะสองแต้มสีเขียวขาวนวลน่าชวนมองดุจใบตองแต่งแต้มแย้มดวงมาลย์  “ถ�้ำคูหาสวรรค์”งามบรรพตก้มประณตพุทธคุณบุญสืบสานกราบหลวงปู่ทวดสวดบนบานงามตระการหินงอกย้อยคล้อยลงมา  ตรงปากถ�้ำล�้ำจารึกตรึกพระนามบอกความเสด็จผ่านจารแผ่นผาจปร,ปปร,ภปร, ตรีราชาพระนามา สก.ละออองค์  ถ�้ำน�้ำบนหุบเขาชัยบุรีแอ่งนทีเพ่งพิจจิตประสงค์ถือพิพัฒน์สัตยาเจตจ�ำนงเคยใช้สรงพระราชาคู่ธานี  “ถ�้ำฉัตรทันต์บรรพต”ประณตนอบคนที่ชอบไสยเวทย์วิเศษศรีลงอาคมคงกระพันชาตรีมนต์พิธีวัดเขาอ้ออัศจรรย์  สายธารไหลลัดเลาะเซาะแก่งหินน�้ำไหลรินอาบกินเปลี่ยนแปรผันกลายเป็น“ถ�้ำสุมโน”แห่งไพรวัลย์งามรังสรรค์เย็นสงบพบครองธรรม  เมืองเขาป่านาเลชวนเหหันไปเที่ยวกันเยือนถ�้ำล�้ำบุญหน�ำจิตแจ่มชื่นรื่นด�ำรงทรงหลักธรรมปลดบ่วงกรรมถ�้ำคูหามาเมืองลุง พะยอมวัลย์ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ถ�้ำวิจิตรเมืองลุง78  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63


จากการที่ผมเคยรับราชการเป็นผู้บริหารในหลายต�ำแหน่งหน้าที่ เริ่มต้นเป็นครูใหญ่โรงเรียนบ้านท่ามิหร�ำ ไปจนถึงเป็นรองอธิบดีกรมการศึกษานอกโรงเรียน จึงได้รับประสบการณ์มากมาทั้งในส่วนกลาง และในส่วนภูมิภาค น�ำมาใช้พัฒนาการศึกษาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เรื่องใหญ ่ท�ำให ้เป ็นเรื่องเล็กได ้ เรื่องยากท�ำให้เป็นเรื่องง่ายได้จนได้รับการชื่นชมและเป็นที่ภาคภูมิใจ มีมากมายหลายเรื่อง ที่ไม่มีในต�ำราหรือเอกสารใด ๆไม่มีการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาแต่เป็น “วิชาชีวิต” ซึ่งล้วนเป็นยุทธศาสตร์เฉพาะตัว ได ้คัดเลือกมาน�ำเสนอเพียง 6 เรื่องค ือ 1. นัดพบกันในที่ลับกับความกตัญญู 2. การพัฒนาการศึกษา อ�ำเภอระโนด 3. เพราะเป็นการศึกษาฯจึงเอาตัวรอดมาได้ 4. สุราษฎร์ธานี “เมืองคนดี” ที่แท้จริง 5. ถ้าเราใจสู้ก็อยู่กับเขาได้ 6. การพัฒนาแบบยั่งยืนกับแบบชั่วครั้งชั่วคราว แต่ละเรื่องมีรายละเอียด พร้อมทั้งได้สรุปเป็นข้อคิดไว้ด้วย ดังนี้1. นัดพบกันในทีลับกับความกตัญญู่ ในช ่วงที่ผมเป ็นครูใหญ ่โรงเรียนบ ้านท ่ามิหร�ำ ผู ้ก ่อการร ้ายคอมมิวนิสต ์ในจังหวัดประสบการณ์ “งานชีวิต”พิเชษฐ์ มากช่วยพ ัทล ุง ปฏ ิบ ัต ิการค่อนข้างร ุนแรง ม ีการเผาสถาน ีต�ำรวจ สถานีอนามัย ลอบฆ่าเจ้าหน้าที่ทหาร ต�ำรวจก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ได้เห็นเฮลิคอปเตอร์บินรับผู้บาดเจ็บจากป่ามาส่งโรงพยาบาลเป็นประจ�ำ แม้ในตัวเมืองก็มีการยิงปะทะกันบ่อย วันหนึ่ง ผมได ้รับการติดต ่อจากเพื่อนเก ่าสมัยเป ็นนักเรียนชั้นมัธยม ขอพบกันในที่ลับผมไปคนเดียวเขาก็มาคนเดียวเขาเริ่มกล่าวย้อนอดีตว ่า คุณพ ่อของเขาเป ็นเพื่อนกับคุณพ ่อของผม เคยไปมาหาสู่กันเป็นประจ�ำ รวมทั้งการแวะรับประทานอาหารและพักค้างคืน สาระส�ำคัญในการพูดจากัน เขาเกรงว ่าคุณพ ่อของผมอาจถูกเหมารวมเข ้าไปอยู ่ในกลุ ่มเป ้าหมายด ้วยจึงแนะน�ำว่า จะต้องระวังเนื้อระวังตัวอย่างไร คุณพ ่อของผม จึงไปไหนมาไหนได ้อย ่างปลอดภ ัย ท �ำให้เป็นท ี่แปลกใจก ันว่าเหต ุใดจ ึงได้รับยกเว้น ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ได้มีอ�ำนาจวาสนาอะไรแต่เป็นเพราะเคยพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน จนเกิดความรักความผูกพัน เข้าอกเข้าใจกันเป็นอันดี การพบกันในที่ลับ ได ้พูดจาให ้ค�ำแนะน�ำกันเพื่อความปลอดภัย คุณพ ่อของผมในคราวนั้น เขาย�้ำว ่าเป ็นการตอบแทนบุญคุณตามเจตนารมณ ์ที่คุณพ ่อของเขาคาดหวังและเคยพูดให ้ฟ ังบ ่อย ๆ เมื่อเขาท�ำได้ ก็ถือว ่าได ้ตอบโจทย ์หรือท�ำการบ ้านในวันนั้น เป็นการงานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  79


แสดงความกตัญญูให ้แก ่คุณพ ่อของเขาแล ้วเขาหวังว ่า คุณพ ่อของเขาคงทราบและมีความชื่นใจในความเป็น “ลูกกตัญญู” ของเขา เขาคงมีความสุขในชีวิตอย่างแน่นอน2. การพัฒนาการศึกษา อ�ำเภอระโนด ในวันที่ผมไปรับต�ำแหน่งศึกษาธิการอ�ำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ผมกล้าบอกชาวระโนดว่า“จะตรวจเยี่ยมโรงเรียนให้ครบทุกโรงเรียน” ท�ำให้ชาวระโนดคาดการณ์ว่า ผมคงต้องใช้เวลาถึง 10 ปี เป็นอย่างน้อย ท ้องที่อ�ำเภอระโนดในขณะนั้น ยังกันดารแห้งแล้ง การเดินทางส ่วนใหญ ่ต ้องไปด ้วยเท ้าลัดเลาะไปตามทุ ่งนา ดีขึ้นมาหน ่อยก็ไปด ้วยเรือหางยาว ถ้าเป็นเวลาน�้ำลดก็ต้องลุยโคลนตมไปตามล �ำคลอง ท ี่ก ันดารและห่างไกลมาก ก ็ต้องพักค้างคืน ในเวลา 1 ป ี ผมตรวจเยี่ยมโรงเรียนได ้เกือบหมด คงเหลือแต ่โรงเรียนวัดปากเหมืองเพียงโรงเรียนเดียวอยู่ตรงรอยต่อระหว่างอ�ำเภอระโนดกับอ�ำเภอหัวไทร เหตุผมคือผมเกรงว ่าถ้าตรวจเยี่ยมครบอาจถูกย้ายในเวลาอันรวดเร็ว แต่เมื่อครบ 4 ปี ผมก็ได้รับค�ำสั่งให้ไปเป็นผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัดพัทลุงจึงรีบไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดปากเหมือง ท�ำให้สบายใจ เป็นอันว่าตรวจเยี่ยมได้ครบทุกโรงเรียน ถ ้าใจสู ้ ไม ่ย ่อท ้อต ่อป ัญหาอุปสรรค งานที่ต ้องท�ำหลายป ีใช ้เวลาเพียง 1 ป ี ก็ส�ำเร็จได ้ท�ำอะไรไม่ว่าเป็นโครงการใหญ่แค่ไหน ก็ได ้รับความร่วมมือร่วมใจเกินคาดคิด ผมซาบซึ้งในน�้ำใจของพี่น้องชาวระโนด และยังกล่าวขวัญต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ “ชาวระโนดมีน�้ำใจที่ใสสด เหมือนฝนหยดจากฟากฟ้าเวหาหน”3. เพราะเป็นการศึกษาฯ จึงเอาตัวรอดมาได้ ในช ่วงที่ผมเป ็นศึกษาธิการอ�ำเภอระโนดเช่นกัน การไปราชการจังหวัดสงขลา ต้องอาศัยเร ือยนต์ขนาดใหญ่ออกห ัวค �่ำไปถ ึงห ัวร ุ่งขากล ับลงเรือหัวค�่ำถึงระโนดหัวรุ ่ง ทั้งขาไปและกลับหลับนอนในเรือ ครั้งหนึ่ง ขาไปสงขลา เมื่อเรือแล่นไปใกล้เกาะสี่ เกาะห้า มีชายฉกรรจ์ 3-4 คน ขึ้นมาบนเรือในมือมีทั้งป ืนสั้นป ืนยาว บังคับให ้ผู ้โดยสารทุกคนปลดทรัพย์สิน เงินทองของมีค่า ส่งให้แต่โดยดี มิฉะนั้น “ต้องตาย” หรือไม่ก็ “เจ็บตัว”พอเขาเข้าใกล้ ผมกระซ ิบว่า “น้อง ๆ พี่ศึกษาฯ อ�ำเภอระโนด” มีเสียงตอบรับว่า“งั้นพี่นอนคว�่ำท�ำเป็นตายก็แล้วกัน” จึงรอดชีวิตมาได ้โดยปลอดภัย เพราะโจรกลุ ่มนั้นรู ้ว ่าผมเป ็นศึกษาอ�ำเภอระโนด เป็นผู้ที่สร้างความเจริญให้แก่อ�ำเภอระโนดเป็นอันมาก4. สุราษฎร์ธานี “เมืองคนดี” ทีแท้จริง ่ ในช ่วงที่ผมเป ็นศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร ์ธานี ผู ้ก ่อการร ้ายคอมมิวนิสต ์ ก�ำลังปฏิบัติการขั้นรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่อ�ำเภอนาสาร เวียงสระ เคียนซา พระแสง บ้านตาขุนและคีรีรัฐนิคม หม ่อมเจ ้าหญิงวิภาวดีรังสิต ถูกลอบยิงพระชนม ์ในขณะประทับเฮลิคอปเตอร ์อยู ่เหนือฟ้าบ้านส้อง ท้องที่อ�ำเภอเวียงสระรองผู้ว่าราชการ80  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63


จังหวัด ถูกซุ ่มยิงขณะขับรถจิ๊บอยู ่ในเขตพื้นที่อ�ำเภอพุนพิน ข ้าราชการส ่วนใหญ ่พากันหวาดกลัว ไม่กล้าออกพื้นที่ ผมใจสู้ และต้องแสดงให้เป็นที่รู้กันว่า คนที่อยู่ในรถคันนั้นเป็นศึกษาธิการจังหวัดจึงได ้ทาสีรถยนต ์แลนโรเว ่อร ์เป ็นสีน�้ำเงิน ซึ่งมีคันเดียวในประเทศไทย แต่ก็ต้องหยุดพักไปเป็นระยะ เพื่อให ้เขาได ้ส ่งข ่าวไปล ่วงหน ้าให ้เป ็นที่รู ้กันว่า ศึกษาธิการจังหวัดก�ำลังจะผ่านมา ผมจึงสามารถเข ้าพื้นที่เสี่ยงได ้ รวมไปถึงการไปพักค ้างคืนที่อ�ำเภอคีรีรัฐนิคม นับญาติพี่น้องกับผู้ยิ่งใหญ่ มีผู้คนออกมาให้การต้อนรับได ้ร ่วมกันรับประทานอาหารประเภทพื้นบ ้านขากลับมีผู ้น�ำพืชผัก ผลไม ้มาฝากเต็มคันรถหน ้าตายิ้มแย ้มแจ ่มใส ได ้เห็นความบริสุทธิ์ใจท�ำให้ได้ข้อคิดว่า ถ้าเราท�ำเป็นขลาด ๆ กลัว ๆเหมือนไม ่ไว ้วางใจ หรือมองพวกเขาในแง ่ร ้ายคงไม ่ได ้รับการต ้อนรับเช ่นนั้น และคงไม่ได้ยินเสียง “ขอให้มาบ่อย ๆ นะครับ” จากพวกเขาอย่างแน่นอน เขาได ้แสดงให ้เป ็นที่รู ้กันทั่วไปว ่าสุราษฎร์ธานี “เมืองคนดี” ที่แท้จริง ผมอยู่สุราษฎร์ธานีได้เพียง 1 ปี กระทรวงก็มีค�ำสั่งให้ไปเป็นศึกษาธิการจังหวัดยะลา ท�ำให้เป็นที่แปลกใจกันว่า คนที่ชาวสุราษฎร์ธานีมีความพึงพอใจและเขาได ้ให ้ความร ่วมมือเป ็นอย ่างดีเหตุใดจึงอยู่ได้ไม่นาน เขาตอบโจทย์ได้เองว่า เป ็นเพราะศึกษาธิการจังหวัด ท�ำงานร ่วมกับทุกฝ ่าย ได้เป็นอย ่างดี ควรจะได ้อยู ่ต ่อไปอย ่างน ้อย 3-4 ป ีแต ่จังหวัดยะลาก็มีป ัญหาเกี่ยวกับโจรก ่อการร้าย ส่งผลกระทบต่อวงการศึกษา เมื่อผมแก้ไขที่จังหวัดสุราษฎร ์ธานีได ้แล ้ว ควรจะได้ไปแก้ไขที่จังหวัดยะลาด้วย การแก ้ไขป ัญหาทางการศึกษาท�ำนองนี้มิใช่ใครก็ท�ำได้ เพราะไม่มีในต�ำรา ไม่มีการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย ต้องอาศัยประสบการณ์ใช้กลยุทธ์ “วิชาชีวิต” แท้ ๆ5. ถ้าเราใจสู้ก็อยู่กับเขาได้ ในช ่วนที่ผมเป ็นศึกษาธิการจังหวัดยะลากลุ ่มโจรก ่อการร ้าย จับตัวครูสาวโรงเรียนบ ้านกาตองอ�ำเภอยะหา พาเข้าป่าไปอย่างไร้ร่องรอยคณะครูทั้งอ�ำเภอออกมาชุมนุมประท ้วงอยู ่ที่ศาลาประชาคม ศึกษาธิการจังหวัดไปสังเกตการณ์ทุกวัน พยายามเข ้าใจป ัญหาเหตุผลมิให ้การชุมนุมบานปลาย หรือเกิดเหตุร้ายใด ๆ ขึ้น เมื่อการชุมนุมย ่างเข ้าวันที่ 5 ยังไม ่มีทีท ่าว่าจะยุติ ผมใช้ “วิชาชีวิต” เปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ขับรถยนต์ไปเพียงคนเดียว อุปกรณ์ติดตัวมีแต่ผ้าขาวม้าคาดพุง ตรงไปบ้านก�ำนัน ขออนุญาตพักค้างคืน ก�ำนันจัดเลี้ยงอาหารมื้อเย็น และจัดที่พักให้ ผมบอกก�ำนันว่า “คงต้องอยู่ที่บ้านก�ำนันต่อไปจนกว่าจะได้ตัวครู” ท ่านก�ำนันบอกว ่า“อยู่บ้านผมนี้แหละ ไม่ช้าคงจะได้รับข่าวดี” เช้าวันรุ่งขึ้น มีคนมาบอกก�ำนันว่าโจรปล่อยต ัวครูสาวคนน ั้นออกมาแล้วขณะน ี้อยู่ท ี่โรงเร ียนของเธอจึงออกไปรับ ทุกคนโล่งอก เพราะทุกฝ่ายได้ร่วมด้วยช่วยกัน เป ็นที่ประจักษ ์ว ่า ก�ำนันมีบทบาทส�ำคัญโจรก ่อการร ้ายก็ได ้ชื่อว ่า “โจรใจดี” คณะครูก็เลิกประท้วง ทางราชการก็สั่งให้ครูสาวคนนั้นไปช่วยราชการที่จังหวัดงานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  81


82  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63 ถ ้าเราไม ่ใช ้ยุทธศาสตร ์เช ่นนั้น ก็ไม ่แน ่ใจว่า เรื่องดังกล ่าวจบลงได ้อย ่างไร อาจถึงขั้นที่ใครต่อใครคาดคิดไม่ถึงก็เป็นได้ การใช ้ยุทธศาสตร ์โดยการให ้เกียรติ มองคนในแง่ดี ก็จบลงที่ “โลกนี้สวยงาม”6. การพัฒนาแบบยั่งยืน กับแบบชั่วครังชั ้ ่วคราว ในช ่วงที่ผมเป ็นศึกษาธิการเขต เขตการศึกษา2 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการประกวดหมู ่บ ้านพัฒนาของจังหวัดต ่าง ๆ ทั่วภาคใต้ เมื่อคณะกรรมการไปถึงหมู่บ้านนั้น ๆ ได้เห ็นผลการพ ัฒนาเป็นท ี่น่าช ื่นชม ค่อนข้างม ั่นใจว่า คงจะมีโอกาสได ้รับรางวัลในระดับประเทศแต่เมื่อจบโครงการผลปรากฏว่า หมู่บ้านที่ชนะการประกวดส่วนใหญ่อยู่ในพ ื้นท ี่ภาคอ ีสาน ทางโครงการจึงน�ำคณะกรรมการไปเยี่ยมชมให ้เห็นผลการพัฒนาที่แท้จริง ปรากฏว่า เมื่อไปถึงหมู ่บ ้านนั้น ๆ เพียงแค ่เห็นประตูรั้วบ ้าน ก็รู ้ได ้ว ่า ภายในเขาท�ำกันไว้อย่างไร ไม่ว่าแต่ละครัวเรือน หรือโดยรวมทั้งหมู่บ้าน จ ึงไม่แปลกใจท ี่เขาได้ร ับรางว ัลในระด ับประเทศ คณะกรรมการจึงยอมรับว ่า พี่น ้องชาวอีสานเขาได ้ด�ำเนินการพัฒนาหมู ่บ ้านมานานป ีจนกระทั่งเป็นวิถีชีวิต เป็นที่ประจักษ์ว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ร่วมด้วยช่วยกัน มีความภาคภูมิใจทั่วกันและต ่างก็มุ ่งมั่นพัฒนาต ่อไปโดยไม ่หยุดยั้ง กลับมาดูการพัฒนาหมู ่บ ้านที่ภาคใต ้บ้านเรา มีการเอาจริงเอาจังล ่วงหน ้าก ่อนมีการประกวดใช้เวลาเพ ียง 2-3 ปีและเม ื่อจบโครงการก็จบการพัฒนา ท�ำให ้นึกถึง นักกีฬา นักร ้อง นักแสดงศิลป ิน สาขาต่าง ๆ ฯลฯ ของภาคอีสาน ที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศ ได้พบว่า กว่าเขาจะประสบความส�ำเร็จได ้ เขาฝ ึกซ ้อมกันอย ่างจริงจัง ใช้เวลานานเท่าไรก็ไม่ย่อท้อ จึงไม ่แปลกใจที่ปรากฏว ่า ตามสถานที่หรือเวทีต่าง ๆ ได้เห็นแต่หน้าตา ลูกหลานของพี่น ้องชาวอีสาน แม ้แต ่สินค ้าพื้นบ ้านที่เข ้าขั้นมาตรฐานระดับประเทศ ก็เป็นที่ยอมรับ ทั้งฝีมือและคุณภาพ เป ็นที่ชื่นชมและกล ่าวขวัญกันทั่วไป ชาวอีสานเขามีวันนี้ เพราะเขามีความมุ่งมั่น อดทน เอาจริงเอาจัง ไม่มีค�ำถามว่า“จะจบการพัฒนาเมื่อไร”ประสบการณ์ “งานชีวิต”(สรุป)ประสบการณ์ “งานชีวิต” ประดิษฐ์ถ้อย เรียบเรียงร้อยสร้อยภาษาน�ำพาผลมีงานมากยากอย่างไรไม่กังวล ทุกแห่งหนชนสรรเสริญจ�ำเริญใจเรื่องดีดีมีคุณค่า “ข้อน่าคิด” ชื่นชีวิตศักดิ์สิทธิ์มนต์มงคลใหญ่สู้ปัญหากล้าบากบั่นฝ่าฟันไป ได้ก�ำไรสมใจจิตชีวิต เอย82  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  83แผ่นดินขวานทองนี้ ได้ชื่อว่าเป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง ตั้งอยู่ใจกลางอุษาคเนย์ เต็มไปด้วยทรัพย ์กร, วัตถุโบราณ, อารยธรรม, ศาสนา อันอุดมสมบูรณ ์ มนุษย ์หลายชนเผ ่าอยู ่กันอย ่างเป ็นสุขเป็นที่ต้องการของจักรวรรดินิยมตลอดมา เขาเอาไปได้เพียงนิ้วเท้า นิ้วมือบางส่วน ขวานทองนี้มีเนื้อที่513,988 ตารางกิโลเมตร มีขนาดใหญ่อันดับ 3 รองจากอินโดเนเซียและพม่าลักษณะอากาศ ตั้งอยู่ที่ เส้นละติจูด 5 องศา 37 ลิปดาเหนือ อยู่ใกล้แนวเส้นศูนย์สูตร ท�ำให้อากาศทั่วไปเป ็นแบบอากาศร ้อนชื้น ภาคใต ้ทั้งตะวันออก ตะวันตก มีทะเลอ ่าวไทยและมหาสมุทรอินเดีย มีลมมรสุมพัดผ่าน ไม่ร้อนจัด ไม่หนาวจัด ภาคใต้มีเพียง 2 ฤดูคือ ฤดูร้อน ฤดูฝน ภาคเหนือ,อีสานเพิ่มฤดูหนาว เพราะอิทธิพลอากาศกดต�่ำมาจากจีน เหมาะสมในการด�ำรงชีพของคน, สัตว์ และพืชพันธุ์ธัญญาหารอย่างยิ่งทรัพยากรต่าง ๆ มีความอุดมสมบูรณ ์ เช่น ป่าไม้ ท�ำความร�่ำรวยให ้พ ่อค ้ามีทั้งฝรั่งและจีนแม้ปัจจุบันจะเหลือป่าไม้น้อยแต่ก็ยังมีให้ความชุ่มชื่นแร่ธาตุ ขุดตั้งแต ่สมัยสมเด็จพระนารายณ ์มหาราช จนถึงป ัจจุบันก็ยังไม ่หมด มีทั้งแร ่ดีบุก,วุลแฟรม, ทองค�ำ, เหล็ก, ยิบซั่ม, พลวง, ตะกั่ว, พลอย ฯลฯมีเทือกเขา เป ็นที่เก็บน�้ำและเพิ่มความสวยงามด ้านธรรมชาติ มีอยู ่ทุกภาคของประเทศ คือภาคเหน ือ ม ีเท ือกเขาแดนลาว, เขาถนนธงช ัย, เขาจอมทอง, เขาผ ีปันน �้ำ, เขาข ุนตาล, เขาหลวงพระบางและเขาเพชรบูรณ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเทือกเขาพนมดงรัก, เขาสันก�ำแพง, เขาภูพานภาคกลาง มีเทือกเขาดงพญาเย็น บางส่วนติดต่อกับเทือกเขาเพชรบูรณ์ภาคตะวันออก มีเทือกเขาจันทบุรี, เขาบรรทัดภาคตะวันตก มีเทือกเขาตะนาวศรี ต ่อจากเทือกเขาถนนธงชัย กั้นระหว ่างไทยกับพม ่าตั้งแต่กาญจนบุรี, ราชบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพรภาคใต้มีเทือกเขาภูเก็ต, เขานครศรีธรรมราช, เขาบรรทัด, เขาสันกาลาคีรีแม่น�้ำส�ำคัญ สายน�้ำถือว ่าส�ำคัญยิ่ง สิ่งมีชีวิตมีคน สัตว ์ ต้นไม้ ผัก หญ้า ต ่างอาศัยน�้ำในการด�ำรงชีวิตภาคเหนือ มีแม้น�้ำปิง, วัง, ยม, น่าน, กก, รวก ,อิง, ปาย และแม่น�้ำยวมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแม่น�้ำมูล, ชี, สงครามภาคกลาง มีแม่น�้ำเจ้าพระยา, ท่าจีน, แม่กลอง, บางปะกง, ป่าสัก, สะแกกรังภาคใต้มีแม่น�้ำคีรีรัฐ, ตาปี, หลังสวน, ครัง, ปัตตานี, โกลก, กระบุรี มีแม่น�้ำโขงใช้รวมกันหลายประเทศ มีจีน พม่า ไทย ลาว เขมร และเวียดนามเกาะต่าง ๆ ซึ่งใช ้เป ็นที่อาศัยและท ่องเที่ยว เช่น เกาะภูเก็ต, เกาะสมุย, เกาะพงัน,เกาะอ่างทอง, เกาะใหญ่, เกาะสีชัง, เกาะช้าง, เกาะเต่า, เกาะหลีแปะ เกาะตะรุเตา ฯลฯเมืองไทยในสุวรรณภูมิผศ.เฉลิม จันปฐมพงศ์


84  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63หาดทราย สถานที่ท่องเที่ยว เช่น หาดบางแสน, หาดเจ้าส�ำราญ, หาดกะตะ, หาดเจ้าไหม,หาดสมิหลา, หาดชะอ�ำ, หาดหัวหิน, หาดแหลมสน ฯลฯสัตว์ มีทั้งสัตว์บก สัตว์น�้ำ สัตว์เลี้ยง สัตว์ใช้รับประทาน มีทุกอย่าง สัตว์ป่า เช่น ช้าง, เสือ, แรด, เลียงผา, ลิง, กระรอก, กระแต, เม่น, งู, กะทิง ฯลฯ สัตว์บก เลี้ยงทั้งรับประทานและสวยงาม เช่น ช้าง, ม้า, วัว, ควาย, หมู, เป็ด ไก่, ห่าน,นกชนิดต่าง ๆ กระจง, แย้, กวาง, เก้ง, จิ้งหรีด, แพะ, แกะ ฯลฯสัตว์น�้ำ เช่น ปลาช่อน, ปลาดุก, ปลาสวาย, ปลาหมอไทย, ปลาหมอเทศ, ปลาแรด, ปลาทู,กุ้ง, หอย, หมึก, กั้ง ฯลฯหอย เช่น หอยนางรม, หอยแครง, หอยขม, หอยโข่ง, หอยกาบ, หอยเสียบ, หอยชักตีน,หอยมุก, หอยเบี้ย, หอยจุบแจง, หอยแมลงภู่ ฯลฯวัตถุโบราณ ซึ่งมีอยู่มากมาย คือปรางปราสาท เช่น ปราสาทพนมรุ้ง, ปราสาทหินพิมาย, ปราสาทปรางกู่เจดีย์ เช่น เจดีย์นครปฐม, เจดีย์พระธาตุนครศรีธรรมราช, เจดีย์วัดเขียน, เจดีย์พระธาตุศรีสองรัก,เจดีย์นครพนม, พระปรางวัดอรุณ ฯลฯศาสนสถาน ชนิดพระอุโบสถ เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม,พระอารามหลวงต ่าง ๆ และวัดราษฎร์ซึ่งมีอยู่ทั่วไปสนามบิน ประเทศไทยมีสนามบินดอนเมืองในอุษาคเนย์, สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นสนามบินศูนย์กลางของเอเชียอาหาร ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นเมืองอาหารของโลกวัฒนธรรมอื่น ๆ เช่น แสดงโขน, หนังตะลุง, มโนราห์, ร�ำวง, เพลงไทย, เพลงสากล,เพลงพื้นบ้าน ฯลฯประเพณีต่าง ๆ เช่น ประเพณีบรรพชาอุปสมบท, พระเทศน ์มหาชาติ, ประเพณีวันสารทเดือนสิบ, ประเพณีสงกรานต ์, ประเพณีลอยกระทง, ประเพณีแต ่งงาน, ประเพณีเผาศพ, ประเพณีถวายพระเพลิง, ประเพณีชักพระ ฯลฯพระบรมมหาราชวัง มีพระบรมมหาราชวัง, พระราชวังบางปะอิน, พระราชวังสนามจันทร์อุทยานแห่งชาติมี 87 แห่งวนอุทยาน มีธรรมชาติและทิวทัศน์สวยงาม 65 แห่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 45 แห่งมีเขื่อน 41 แห่งสถาบันอุดมศึกษาของรัฐบาล 24 แห่งสถาบันอุดมศึกษาของเอกชนในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย 42 แห่งสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 41 แห่งสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล 35 แห่งสถาบันอุดมศึกษาที่สังกัดหน่วยราชการอื่น ๆ 5 แห่ง สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงถึงความเจริญ อุดมสมบูรณ์ เป็นประเทศที่น่าอยู่ น่ามาท่องเที่ยว ไม่ด้อยกว่าประเทศใดในโลก ประเทศเรามีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ครบถ้วน ชาวนานาชาติมาเที่ยวอยู่ถาวร มาท�ำงาน โดยเฉพาะพ่อค้าต่างมาท�ำมาหากิน ได้รับความร�่ำรวยไปตาม ๆ กัน


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  85 การปล ่อยก ๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มสูงขึ้นอย ่างต ่อเนื่องก ่อให ้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งมีแนวโน ้มส ่งผลกระทบรุนแรงขึ้นในทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยในปี ค.ศ. 2021 ประเทศที่มีการปล ่อยก ๊าซคาร ์บอนไดออกไซด ์สูงที่สุดในโลก คือ ประเทศจีน รองลงมา คือ สหรัฐอเมริกาคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 30.90 และ 13.49 ตามล�ำดับ ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของทุกประเทศทั่วโลก (ข ้อมูลปริมาณการปล ่อยก ๊าซคาร ์บอนไดออกไซด ์ค�ำนวณจากการใช ้เชื้อเพลิงฟอสซิลและอุตสาหกรรม)ซึ่งทั้งจีนและสหรัฐอเมริกาได้ประกาศเป้าหมายว่าจะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี ค.ศ. 2060 และ 2050 ตามล�ำดับสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของแต่ละประเภท ในช่วงปี ค.ศ. 2001 - 2020อุณหภูมิพื้นผิวโลกเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ย 0.99องศาเซลเซียส (อยู่ในช่วง0.84 - 1.10 องศาเซลเซียส) เทียบกับยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม ส่งผลให้ประเด็นเรื่องอุณหภูมิโลกถูกกล่าวถึงในการประชุม COP26 ในปีเดียวกันว่า “เป็นโอกาสสุดท้าย” ในการรักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ยังมีการเน้นย�้ำในเรื่องการลดระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Emission) ให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2050 ส�ำหรับการประชุม COP27 ในปี 2022 ที่ผ่านมา สาระส�ำคัญของการประชุมยังคงเน้นย�้ำถึงการท�ำตามค�ำสัญญารัฐภาคีที่ให้ไว้เมื่อ COP26 ในเรื่องการระดมเงินทุนเพื่อสนับสนุนกลุ่มประเทศศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล


86  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63ยากจนในการปรับตัวและเพิ่มภูมิคุ ้มกันต ่อผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ รวมถึงเน ้นย�้ำเป้าหมายของข้อตกลงด้านสภาพภูมิอากาศกลาสโกว์ (Glasgow Climate Pact) เพื่อแสดงถึงความมุ ่งมั่นในมาตรการลดการใช ้เชื้อเพลิงถ ่านหิน และเลิกใช ้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่ไม ่มีประสิทธิภาพนอกจากนี้ ยังเน้นย�้ำถึงความพยายามในทุกระดับ เพื่อบรรลุเป้าหมายการรักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเก ิน 1.5องศาเซลเซ ียส เท ียบก ับก่อนย ุคปฏ ิว ัต ิอ ุตสาหกรรม ตามข้อตกลงปาร ีส (ParisAgreement)การตั้งเป้าหมายมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์และแนวทางการด�ำเนินการ ในหลายประเทศ จึงมีความตื่นตัวและพยายามให ้ความร ่วมมือด ้วยการตั้งเป ้าหมายอย ่างเป ็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น จากการเก็บรวบรวมข ้อมูลและติดตามการท�ำงานของประเทศต่าง ๆ โดยEnergy & Climate Intelligence Unit พบว่ากว่า 100 ประเทศทั่วโลกได้มีการออกกฎหมายและก�ำหนดนโยบายเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ยกตัวอย่าง เช่น สหภาพยุโรป ชิลี ไอร์แลนด์และสหรัฐอเมริกา มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรมค่อนข้างสูง เนื่องจากยังมีการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น�้ำมัน ถ่านหินและก ๊าซธรรมชาติ เป ็นเชื้อเพลิงหลัก ส ่งผลให ้แนวทางการจัดการเพื่อเดินหน ้าสู ่ความเป ็นกลางทางคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมของแต่ละประเทศมีความคล้ายคลึงกัน ได้แก่ การลดหรือยกเลิกการใช้ถ่านหินและเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน นอกจากนี้ บางประเทศยังออกมาตรการในการเพิ่มภาษีคาร์บอน การก�ำหนดงบประมาณคาร์บอนเพื่อจ�ำกัดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สามารถปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีการสนับสนุนเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(Carbon Capture and Storage; CCS) และส ่งเสริมให ้มีการปลูกป ่าเพื่อเพิ่มแหล ่งสะสมก ๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามธรรมชาติ (Carbon sink) ส�ำหรับภาคพลังงาน สหภาพยุโรป ชิลี ไอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา มีแนวคิดในการเปลี่ยนจากการใช้เทคโนโลยีดั้งเดิม ซึ่งใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในการเผาไหม้ไปเป็นการใช้พลังงานสะอาดเช่น พลังงานไฮโดรเจน พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานนิวเคลียร์ ในส่วนของภาคการขนส่งของ สหภาพยุโรป ชิลี ไอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา มีแนวทางการจัดการที่คล ้ายกันในการส ่งเสริมและสนับสนุนการใช ้รถยนต ์พลังงานไฟฟ ้า ซึ่งในบางประเทศพบว ่ามีการลดหรือยกเว ้นการเก็บภาษีรถยนต ์พลังงานไฟฟ ้า อีกทั้งยังมีการยกเลิกการเก็บค ่าอัดประจุไฟฟ ้าและค ่าบริการที่จอดรถ รวมไปถึงการการสนับสนุนงบประมาณเพื่อสร ้างสถานีอัดประจุไฟฟ ้า และยังมีการผลักดันให ้มีการใช ้ระบบขนส ่งสาธารณะและปรับปรุงสมรรถนะของยานยนต์ให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีแนวทางการจัดการในภาคเกษตรกรรมที่คล ้ายคลึงกัน ได้แก่ ลดการเผาวัสดุทางการเกษตรและลดการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่ปลูกในฤดูกาลถัดไป สนับสนุนการใช ้พลังงานชีวมวล (Biomass) การปรับปรุงการเกษตรเพื่อลดการเกิดก๊าซมีเทนซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการเลี้ยงปศุสัตว ์ โดยจะต ้องมีการบริหารจัดการมูลสัตว ์ที่เหมาะสม การประยุกต ์ใช ้หลักความสัมพันธ ์ของ


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  87พลังงานและสิ่งแวดล้อม (Energy-Environment nexus) ในการปรับใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิตผลผลิตทางการเกษตร และใช ้ยานพาหนะพลังงานสะอาดในการขนส ่ง อีกทั้งยังส ่งเสริมการจัดการของเสียที่เหมาะสมหลังการใช ้งาน โดยมีจุดประสงค ์เพื่อส ่งเสริมการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน (Sustainable Consumption and Production; SCP) รวมถึงการส่งเสริมการเกษตรอัจฉริยะ(Smart agriculture) ซึ่งเป ็นการเกษตรที่มีการน�ำเทคโนโลยีมาประยุกต ์ใช ้เพื่อเสริมให ้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถควบคุมทุกขั้นตอนด ้วยเทคโนโลยีเพื่อท�ำการตรวจสอบเก็บข ้อมูล วิเคราะห ์ และแก ้ป ัญหาการเพาะปลูกได ้ทันท ่วงที พร ้อมทั้งสามารถแสดงผลข ้อมูลการเจริญเติบโตและคาดการณ์ผลผลิตได้อย่างแม่นย�ำ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตของการเกษตรกรรมอีกด ้วย โดยหากน�ำแนวทางจัดการทั้งหมดนี้มาปรับใช ้ จะส่งผลให้สามารถบรรลุเข ้าสู ่ความเป ็นกลางทางคาร ์บอนได ้ภายในป ีที่ก�ำหนด แนวทางที่ประเทศต ่าง ๆ ใช ้เพื่อขับเคลื่อนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของแต่ละภาคส่วนสามารถสรุปได้ดังนี้


88  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63เป้าหมายและความท้าทายต่อสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ส�ำหรับประเทศไทย ที่มีการประกาศเป ้าหมายความเป ็นกลางทางคาร ์บอน (CarbonNeutrality) ในปี 2050และเป้าหมายการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Emissions)ในปี 2065 ซึ่งมีสถานะในการด�ำเนินการอยู่ในระดับนโยบาย (In policy document) เป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอันดับที่ 21 ของโลก และเป็นอันดับที่ 2 ของอาเซียน รองจากประเทศอินโดนีเซีย โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 0.9% ของโลก หรือคิดเป็นปริมาณ 331 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปี พ.ศ. 2562สัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากแต่ละภาคส่วนของประเทศไทย เมื่อพิจารณาองค ์ประกอบโดยรวมจะประกอบด ้วยสัดส ่วนของภาคพลังงาน 31.9%การเผาไหม ้ในภาคอุตสาหกรรมอื่น 27.7% ภาคการขนส่ง 23.3% ภาคอุตสาหกรรมที่ไม ่มีการเผาไหม้ 9.5% และการใช ้พลังงานภายในอาคาร 7.6% ทั้งนี้ ภาคส ่วนที่ปล ่อยก ๊าซเรือนกระจกไม ่ว ่าจะเป ็นจากภาคพลังงาน การใช ้เชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรมอื่น ภาคการขนส่ง และการใช้พลังงานภายในอาคาร ล ้วนเกิดจากความต ้องการใช ้พลังงานทั้งสิ้นโดยคิดรวมกันเป ็นสัดส ่วนถึง90.5% ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการบริหารจัดการในภาคพลังงาน ภาคการขนส่งและภาคอุตสาหกรรมอาทิ การส ่งเสริมการผลิตไฟฟ ้าด ้วยพลังงานทดแทนหรือเชื้อเพลิงสะอาด เช ่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลดหรือยกเลิกการใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินหรือฟอสซิล การจัดการระบบไฟฟ้าแบบสมาร์ทกริด(Smart grid) และเพิ่มประสิทธิภาพในทุกกระบวนการผลิตไฟฟ้า เป็นต้น


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  89 จากการเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจของโลกในช ่วงป ี ค.ศ. 1933 - 1935 ท�ำให ้เกิดค�ำว่าNew Deal ขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาในช่วงดังกล่าวให้กลับสู ่สภาวะปกติ โดยได ้มีการปฏิรูประบบการเงินการธนาคารของสหรัฐใหม ่ ซึ่งโดยทั่วไปแล ้วภาครัฐจะเข ้ามามีบทบาทในการฟ ื ้นตัวทางเศรษฐกิจผ ่านนโยบายการคลัง (Fiscal Policy) New Dealจึงเป ็นต ้นแบบในการวางแผนฟ ื ้นฟูเศรษฐกิจของประเทศต ่าง ๆ ซึ่งต ่อมาได ้มีแนวคิดที่พัฒนาต ่อยอดในการแก ้ไขวิกฤตด ้านเศรษฐกิจที่จ�ำเป ็นต ้องเพิ่มเติมมิติการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้เกิดความอย่างยั่งยืนโดยไม่เบียดเบียนธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม จึงน�ำมาสู่ค�ำว่า Green New Dealหรือ Green Deal ที่หลายประเทศน�ำมาใช้ในการวางแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจหรือส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยหลายประเทศได้มีการประยุกต์ใช้แนวคิดการพลิกฟื้นและพัฒนาเศรษฐกิจที่ค�ำนึงถึงสิ่งแวดล ้อม (Green recovery) ที่สร ้างสมดุลระหว ่างการฟ ื ้นตัวทางเศรษฐกิจและสังคมที่สมดุลกับการจ�ำกัดผลกระทบสิ่งแวดล ้อม เช่น ประเทศนิวซีแลนด ์ที่มีการส ่งเสริมการใช ้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนในภาคอุตสาหกรรม การลงทุนในโครงสร ้างพื้นฐานที่สนับสนุนการจัดการและใช้ประโยชน์จากของเสีย หรือประเทศมาเลเซียที่สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการผลิตไฟฟ ้าจากพลังงานแสงอาทิตย ์ เป็นต้น โดยหากเป็นไปตามการคาดการณ์ มาตรการที่ค�ำนึงถึงสิ่งแวดล ้อมในระดับปานกลางและเข ้มข ้นจะช ่วยลดปริมาณการปล ่อยก ๊าซคาร ์บอนไดออกไซด ์ลงได ้อย ่างชัดเจน การฟ ื ้นฟูเศรษฐกิจตามแนวคิด Green recovery จึงน ่าจะช ่วยควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให ้เป ็นไปตามเป ้าหมายในความตกลงปารีส (Paris Agreement) ได้ อีกทั้งยังเป ็นการด�ำเนินการต ่อเนื่องในการดูแลสิ่งแวดล ้อมที่เริ่มมีการฟ ื ้นตัวจากการลดลงของกิจกรรมในช่วงควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19


90  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63ประเด็นส�ำคัญและแผนการด�ำเนินงานนโยบาย Green Deal ของสหภาพยุโรป ส�ำหรับสหภาพยุโรป ได ้มีการประกาศแผนการปฏิรูปสีเขียว (European Green Deal)ในปี 2562 เป ็นนโยบายการลดและต ่อสู ้กับสภาวะโลกร ้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อบรรลุเป ้าหมายของสหภาพยุโรปในการปล ่อยก ๊าซเรือนกระจกเป ็นศูนย ์ในป ี ค.ศ. 2050 โดยเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได ้มีแผนการท�ำงานเพื่อสนับสนุนเป ้าหมายดังกล ่าว เกิดเป ็นมาตรการลดคาร ์บอนไดออกไซด ์ลงร ้อยละ 55ในปี ค.ศ. 2030 หรือ Fit for 55 Package ซึ่งเป็นร่างกฎหมายเพื่อรับรองเรื่อง • การปรับปรุงสิทธิการซื้อขายและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก • การส่งเสริมการคมนาคมสีเขียว ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ • การก�ำหนดอัตราภาษีธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม • การก�ำหนดสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน • การตั้งเป้าหมายการดูดซับก๊าซเรือนกระจก • การออกมาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) หรือมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป หนึ่งในการด�ำเนินการเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย Green Dealของสหภาพยุโรป ก็มีการใช้เครื่องมือทางการเงิน โดยการระดมทุนจ�ำนวน 1 แสนล ้านยูโร เพื่อช ่วยเหลือประเทศ ภูมิภาค และภาคธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงและยังต ้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป ็นแหล ่งพลังงานหลัก โดยงบประมาณที่น�ำมาสนับสนุนกองทุนเหล ่านี้ส ่วนหนึ่งมาจากการลดการอุดหนุนฟอสซิลและการจัดเก็บภาษีมลพิษ นอกจากสหภาพยุโรปแล ้ว หลายประเทศได ้ให ้ความส�ำคัญในเรื่องนี้เช ่นกัน อาทิ นโยบายGreen Plan ที่มุ ่งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาและการบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืนของสถาบันต่าง ๆ ในประเทศสิงคโปร ์ นโยบายการพัฒนาโครงสร ้างพื้นฐานเพื่อรองรับยานยนต ์ไร ้คนขับภายใต้ Green New Deal ของเกาหลีใต ้ หรือ Green Growth Strategy ของญี่ปุ ่น เช ่นเดียวกับสหรัฐอเมริกาที่มีการออกนโยบายที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนพลังงานสะอาดและยานยนต ์ไฟฟ ้า การส ่งเสริมการจัดซื้อจัดจ ้างและโครงการก ่อสร ้างของภาครัฐให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเป้าหมายในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี ค.ศ. 2035 ทั้งนี้ นโยบายที่จัดอยู่ในกลุ่ม Green deal เหล่านี้ แม้ว่าจะส่งผลกระทบเชิงบวกในด้านการลดผลกระทบสิ่งแวดล ้อม แต ่ก็ส ่งผลให ้เกิดความท ้าทายต ่อภาคธุรกิจเช ่นเดียวกัน ตัวอย ่างหนึ่งที่เห็นได ้ชัดก็คือ การออกมาตรการปรับราคาคาร ์บอนก ่อนข ้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CarbonBorder Adjustment Mechanism) เพื่อก�ำหนดราคาสินค้าน�ำเข้าบางประเภทป้องกันการน�ำเข้าสินค้าที่ปล ่อยก ๊าซเรือนกระจกสูงเข ้ามาในกลุ ่มประเทศสมาชิก EU รวมไปถึงมาตรการที่เกี่ยวข ้องกับการเรียกภาษีคาร ์บอนข ้ามแดน (Carbon Border Tax) อื่น ๆ ท�ำให ้การผลิตของผู ้ประกอบการใน


งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63  91ประเทศนั้น ๆ มีค ่าใช ้จ ่ายเพิ่มสูงขึ้นและเสียเปรียบประเทศที่ผลิตสินค ้าโดยไม ่เสียภาษีคาร ์บอนจึงจัดเป ็นการกีดกันการน�ำเข ้าสินค ้าและบริการที่ปล ่อยก ๊าซคาร ์บอนไดออกไซด ์สูงจากภายนอกสหภาพยุโรป โดย CBAM EU จะบังคับให ้ผู ้น�ำเข ้าสินค ้าจากภายนอกสหภาพยุโรปซื้อใบรับรองการปล่อยก๊าซคาร์บอน (CBAM certificates) ผ ่านตลาดการค ้าคาร ์บอนภายในของสหภาพยุโรป(Emission Trading System: EU ETS) เพื่อเป ็นการจ ่ายค ่าธรรมเนียมตามปริมาณการปล ่อยก ๊าซเรือนกระจกของสินค ้าน�ำเข ้าบางประเภทที่ปล ่อยก ๊าซเรือนกระจกสูงด ้วยเหตุนี้ ไม ่เพียงแต ่ธุรกิจขนาดใหญ ่ที่ส ่งออกสินค ้าไปยังประเทศใน EU ที่จะต ้องปรับตัวกับการบังคับใช ้เหล ่านี้เท ่านั้นแต่SMEs ที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของธุรกิจใหญ่จะต้องถูกกดดันจากบริษัทใหญ่ทั้งในและต่างประเทศให้ลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่าง ๆ ในการประกอบธุรกิจด้วยเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซเร ือนกระจกจากก ิจกรรมในการด �ำเน ินธ ุรก ิจ นอกจากจะเป ็นการปรับตัวที่จ�ำเป ็นส�ำหรับการหลีกเลี่ยงการกีดกันทางการค ้ากับต ่างประเทศแล ้ว ยังมีข ้อดีในด ้านการเพิ่มโอกาสเข ้าถึงต ้นทุนทางการเงินเนื่องมาจากนโยบายการสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือที่เรียกว ่าการเงินสีเขียว(Green Finance) ซึ่งประกอบไปด ้วยเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย อาทิ ตราสารหนี้สีเขียว(Green bonds) กองทุนรวมตราสารทุนสีเขียว (Green equity funds) การกู้ยืมสีเขียว (Green loans)สินเชื่อสีเขียว (Green credit) เป็นต้น ซึ่งเป ็นเครื่องมือทางการเงินที่ออกแบบมาให ้กับธุรกิจที่ไม ่เคยพัฒนาโครงการที่เป ็นมิตรต ่อสิ่งแวดล ้อมมาก ่อนและได ้รับผลกระทบจากการปรับตัวเพื่อบรรลุเป ้าหมายความเป ็นกลางทางคาร ์บอน เพื่อให ้ผู ้ประกอบการสามารถเข ้าถึงสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยต�่ำ รวมถึงแหล่งเงินทุนจากนักลงทุนที่สนใจการลงทุนอย่างยั่งยืนอ้างอิง : • Cambridge Econometrics. 2020. Assessment of Green Recovery Plans After COVID-19. [Online]. https://www.wemeanbusinesscoalition.org/wp-content/ uploads/2020/10/Green-Recovery-Assessment-v2.pdf • European Commission. Communication from the commission to the European parliament, the council, the European economic and social committee and the committee of the regions. The European Green Deal. COM(2019) 640 Final. 2019. Available online: https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/?uri=CELEX:52019DC0640 (accessed on 12 April 2023).


92  งานพัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 63 • Forster, P.M., Forster, H.I., Evans, M.J. et al.Current and future global climate impacts resulting from COVID-19. Nat.Clim.Chang. 10, 913–919 (2020). https://doi.org/10.1038/ s41558-020-0883-0 • Thailand Industry. (2009) Green New Deal กู ้วิกฤตเศรษฐกิจอย ่างยั่งยืน. [Online] http://www.thailandindustry.com/indust_newweb/news_preview.php?cid=7657 • งานสัมมนาออนไลน์ “จับตากระแส European Green Deal ประเด็นส�ำคัญที่ผู้ส่งออก ไทยต ้องรู ้”. [Online] https://www.setsustainability.com/libraries/1035/item/ european-green-deal • ส�ำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร ์และเทคโนโลยี ประจ�ำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุง บรัสเซลส ์. วารสารข ่าววิทยาศาสตร ์และเทคโนโลยี กรุงบรัสเซลส ์ ฉบับที่ 12 ประจ�ำ เดือนธันวาคม 2562. [Online] https://www.slri.or.th/th/index.php?option=com_ attachments&task=download&id=2288 • ส�ำนักงานส ่งเสริมการค ้าในต ่างประเทศ ณ กรุงสิงคโปร ์. (2564). Singapore Green Plan 2030 วาระแห ่งชาติในการพัฒนาประเทศแบบยั่งยืนของสิงคโปร ์. (Online). Available : https://www.ditp.go.th/contents_attach/723330/723330.pdf • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล. (2565). เกาหลีใต ้เน ้นการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้นโยบาย Green New Deal. (Online). Available : http:// seoul.thaiembassy.org/th/content/เกาหลีใต้เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรม • ศูนย์พัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน. European Green Deal ประเด็นส�ำคัญที่ผู้ส่งออกไทย ต้องรู้. (Online).Available : http://www.setsustainability.com/libraries/1035/item/european- green-deal • รชต สนิท. (2564). เจาะลึกนโยบายสิ่งแวดล้อมอเมริกา ยุคไบเดน เศรษฐกิจเปลี่ยนทิศ ธุรกิจต ้องคิดใหม ่. (Online). Available : https://brandinside.asia/us-climate-policy- biden-era/#:~:text=โจ%20ไบเดน%20มีแผนที่,พัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับแบตเตอรี่


Click to View FlipBook Version