แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
คำช้แี จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดับคะแนน
ลำดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32
1 การแสดงความคิดเหน็
2 การยอมรับฟังความคดิ เหน็ ของผู้อน่ื
3 การทำงานตามหน้าท่ีทไี่ ด้รบั มอบหมาย
4 ความมีนำ้ ใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงช่อื ................................................... ผปู้ ระเมนิ
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ............/.................../................
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
คำชแ้ี จง : ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
การมี
ลำดบั ท่ี ชื่อ–สกลุ การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมี ส่วนร่วมใน รวม
ของนกั เรียน ความ ฟงั คนอ่ืน ตามท่ไี ดร้ บั นำ้ ใจ การ 15
คิดเห็น มอบหมาย คะแนน
ปรับปรุง
ผลงานกลุ่ม
321321321321321
เกณฑ์การให้คะแนน ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมิน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ............./.................../...............
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรุง
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
คำชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงคด์ ้าน 3 21
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้
กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกจิ กรรมทสี่ รา้ งความสามัคคีปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
ตอ่ โรงเรียน
1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนบั ถอื ปฏิบัติตามหลกั ศาสนา
1.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีเ่ กยี่ วกบั สถาบนั พระมหากษัตริย์ตามท่โี รงเรยี นจดั ขึน้
2. ซื่อสตั ย์ สุจริต 2.1 ใหข้ ้อมลู ท่ถี ูกตอ้ งและเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ตั ิในส่งิ ท่ีถกู ตอ้ ง
3. มวี ินยั รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คับของครอบครัว
มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจำวัน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 ร้จู ักใช้เวลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัติได้
4.2 รจู้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชือ่ ฟังคำสั่งสอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ต้แย้ง
4.4 ตัง้ ใจเรียน
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ย์สินและส่ิงของของโรงเรียนอยา่ งประหยดั
5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรูค้ ุณค่า
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงิน
6. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน 6.1 มีความตัง้ ใจและพยายามในการทำงานที่ได้รบั มอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพอื่ ให้งานสำเรจ็
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มจี ติ สำนกึ ในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รจู้ ักช่วยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน
8.2 รูจ้ กั การดแู ลรกั ษาทรพั ยส์ มบตั ิและสิ่งแวดลอ้ มของห้องเรยี นและโรงเรียน
ลงชือ่ .................................................. ผปู้ ระเมิน
............/.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ัตชิ ัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั ิชัดเจนและบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน 51–60 ดีมาก
พฤติกรรมทีป่ ฏิบตั บิ างคร้งั ให้ 1 คะแนน 41–50 ดี
30–40 พอใช้
ต่ำกว่า 30 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5
รายวิชา เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) รหัสวชิ า ว21182 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 ช่อื หนว่ ย ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี เวลา 11 ชวั่ โมง
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 5 เรอ่ื ง การเลือกใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมือ เวลา 2 ชั่วโมง
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ครูผ้สู อน นายกรกฎ เกษมสนิ ธุ์
1. มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ว 4.1 ม.4/5 ใช้ความรู้ และทักษะที่เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์
เพื่อแก้ปญั หาหรอื พัฒนางานได้อย่างถกู ต้อง เหมาะสม และปลอดภยั
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายและสรปุ การเลือกใช้วสั ดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมือ และการประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ ประจำวันได้ (K)
2. รวบรวม วิเคราะห์ขอ้ มูลการเลือกใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือ และการประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยใี น
ชวี ติ ประจำวันได้ (P)
3. เหน็ ประโยชน์ของการเรยี นวชิ าออกแบบและเทคโนโลยี และตระหนักในคุณคา่ ของความรวู้ วิ ฒั นาการ
ของเทคโนโลยี (A)
3. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิน่
- วัสดุแต่ละประเภทมีสมบตั แิ ตกต่างกัน เช่น ไม้ โลหะ พลาสติก จึงต้องมีการ พจิ ารณาตามหลกั สตู รของ
วเิ คราะห์สมบตั ิ เพอื่ เลอื กใช้ให้เหมาะสมกับลกั ษณะของงาน สถานศกึ ษา
- การสร้างชิ้นงานอาจใช้ความรู้ เรื่อง กลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น LED
บัซเซอร์ มอเตอร์ วงจรไฟฟ้า
- อุปกรณ์และเครื่องมือในการสร้างชิ้นงาน หรือพัฒนาวิธีการมีหลายประเภท
ตอ้ งเลือกใชใ้ หถ้ กู ตอ้ งเหมาะสม และปลอดภยั รวมทง้ั รู้จักเก็บรักษา
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การสร้างผลงานออกแบบและเทคโนโลยี ควรคำนึงถึงวัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้
โลหะ พลาสตกิ จงึ ต้องมกี ารวเิ คราะห์สมบตั ิ เพอื่ เลอื กใช้ใหเ้ หมาะสมกบั ลักษณะของงาน และการสรา้ งชนิ้ งาน
อาจใช้ความรู้ เรื่อง กลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น LED บัซเซอร์ มอเตอร์ วงจรไฟฟ้า ดังนั้น อุปกรณ์และ
เคร่อื งมือในการสร้างชิ้นงาน หรอื พฒั นาวิธีการมีหลายประเภท ตอ้ งเลอื กใช้ให้ถกู ต้องเหมาะสม และปลอดภัย
รวมท้ังรู้จักการเก็บรกั ษาให้ถูกต้อง
5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี นและคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มวี ินัย รบั ผิดชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. ซอ่ื สตั ย์ สุจรติ
3. ใฝ่เรียนรู้
1) ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ 4. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
2) ทกั ษะการคิดอย่างสรา้ งสรรค์
3) ทกั ษะการคดิ อยา่ งเป็นระบบ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)
ชัว่ โมงที่ 1
ข้นั นำ
กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครูเปิดคลิปวีดิโอ นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์สมัยใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า แล้วตั้งคำถามให้นักเรียน
ชว่ ยกันตอบวา่ “การสร้างสรรคเ์ ทคโนโลยี รถยนตไ์ ฟฟ้า มวี ธิ ีการเลอื กใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ อยา่ งไร”
(แนวตอบ : การสร้างสรรค์เทคโนโลยี ควรมีการวิเคราะห์สมบัติของวัสดุท่ีเลือกใช้ เพ่ือให้
เหมาะสมกับลักษณะชิ้นงาน เพื่อให้ชิ้นงานมีคุณภาพและเกิดประโยชน์กับผู้ใช้งาน รถยนต์ไฟฟ้า
โครงสร้างควรเป็นโลหะเพราะมีความแข็งแรงทนทาน ส่วนเคร่ืองยนต์ทำจากเซรามิก เพราะ
น้ำหนักเบา ทนความร้อน ทนต่อการขัดสี ลดการเสียดทาน)
2. ครูสุ่มนักเรียน 3-4 คน ยกตัวอย่าง การสร้างสรรค์นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ พร้อมทั้งบอกการเลือก
วสั ดุ อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมือ และใช้เทคโนโลยีมาชว่ ยอำนวยความสะดวกในการสรา้ งช้นิ งาน
3. ครูใหน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เร่อื ง ผลงานการออกแบบและ
เทคโนโลยี
4. ครูถามคำถามสำคัญประจำหัวข้อกับนักเรียนจากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (การ
ออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน้า 39 ว่า วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือมีความสำคัญในการสร้าง
ช้ินงานอยา่ งไร
(แนวตอบ : วสั ดุ อุปกรณ์ มคี วามสำคัญกับช้ินงานตรงที่ เมือ่ เราเลือกใช้งานของใหถ้ กู วิธี มคี วาม
เหมาะสม กับชิน้ งานทจี่ ะทำ ซึง่ จะชว่ ยให้ช้นิ งานทท่ี ำออกมามีความคงทน และใช้ประโยชนไ์ ดอ้ ย่าง
ถกู วธิ ี)
5. ครูเปิดคลิปวีดิโอ เกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ “ปลั๊กไฟต่อได้แบบเลโก้ หมุนได้ 360 องศา” พร้อมทั้งถาม
คำถามกระตุ้นความคิดให้นักเรียนว่า เคยเห็นสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้หรือไม่ จากนั้นจึงนำภาพปลั๊กไฟ
ตัง้ แตอ่ ดีตถึงปัจจุบันมาให้นักเรียนดู แลว้ บอกว่าส่ิงท่นี ักเรียนเห็นนี้คือผลงานออกแบบและเทคโนโลยี
ทอ่ี าศัยหลักการในการเลือกวสั ดุ อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมอื ใหเ้ หมาะสม
ข้ันสอน
สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครูจดั นกั เรยี นเข้ากลุ่มคละความสามารถ (เก่ง กลาง ออ่ น) กลุ่มละ 4 คน พร้อมตั้งช่ือกลุ่ม โดยสมาชิก
ภายในกลมุ่ จะไดร้ ับมอบหมายใหศ้ ึกษาเน้ือหาคนละ 1 สว่ น และหาคำตอบในประเด็น การเลือกใชว้ ัสดุ
อปุ กรณ์ และเครือ่ งมือ
2. ครูนำประเด็นท่ีต้องการให้นักเรียนศึกษา เรื่อง ประเภทของวัสดุ ไปวางไว้เป็นฐานการเรียนรู้ 4 ฐาน
ได้แก่ วัสดปุ ระเภทโลหะ วัสดุพอลิเมอร์ วสั ดุเซรามกิ และวัสดุผสม โดยสมาชิกของแตล่ ะกลุ่ม แยกย้าย
ไปรวมกบั สมาชกิ กลุ่มอ่ืนตามฐานต่าง ๆ ตง้ั เปน็ กลุ่มผูเ้ ชี่ยวชาญ (expert group) ขึน้ มา และร่วมกันทำ
ความเข้าใจในเน้ือหาอยา่ งละเอียด และรว่ มกันอภปิ รายหาคำตอบประเด็นต่างๆ ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
3. สมาชิกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ กลับไปสู่กลุ่มของตนเอง จากนั้นอธิบายให้ความรู้ และช่วยสอนเพื่อนสมาชิก
ในกลุ่มให้เข้าใจสาระที่ตนได้ศึกษามา แล้วอภิปรายร่วมกัน พร้อมทั้งเปิดโอกาศให้ซักถามข้อสงสัย
ตอบปญั หา ทบทวน ให้เกดิ ความเข้าใจอย่างชดั เจน
4. สมาชิกทุกคนไดเ้ รียนร้ภู าพรวมของสาระท้ังหมด
ช่วั โมงที่ 2
ข้นั สอน
สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครนู ำประเด็น เรื่อง สมบัติและการเลือกใช้วสั ดุ ไปวางไว้เป็นฐานการเรียนรู้ 4 ฐาน คือ สมบัติทางเคมี
สมบัติทางกายภาพ สมบัติเชิงกล และสมบัติเชิงมิติ โดยสมาชิกของแต่ละกลุ่ม แยกย้ายไปรวมกับ
สมาชิกกลุ่มอื่นตามฐานต่าง ๆ ตั้งเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (expert group) เช่นเดมิ ร่วมกันทำความเข้าใจ
ในเนื้อหาอย่างละเอยี ด และรว่ มกันอภิปรายหาคำตอบประเด็นต่าง ๆ ท่ไี ดร้ ับมอบหมาย
2. สมาชกิ กลุม่ ผเู้ ชีย่ วชาญ กลบั ไปสู่กล่มุ ของตนเอง และอธิบายให้ความรู้ รวมทง้ั ช่วยสอนเพื่อนสมาชิกใน
กลุ่ม ให้เข้าใจสาระที่ตนได้ศึกษามา และร่วมกันอภิปราย ซักถามข้อสงสัย ตอบปัญหา ทบทวนให้เกิด
ความเขา้ ใจอย่างชัดเจน
3. สมาชิกทุกคนไดเ้ รยี นรภู้ าพรวมของสาระท้ังหมด
ขน้ั สอน
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า การเลือกวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือ มีความสำคัญในการสร้างชิ้นงาน ควร
วเิ คราะห์สมบตั ขิ องวสั ดุให้เหมาะสมกับชนิ้ งาน
2. ครูส่มุ นักเรียน 3-4 คน ให้ยกตวั อยา่ ง สิง่ ประดษิ ฐ์ การเลือกใชว้ สั ดุ อุปกรณ์และเครื่องมือ
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย เรื่อง การเลือกวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือ เป็นผังมโนทศั น์ ลง
ในกระดาษ A4 เสร็จแลว้ ให้แต่ละกลุ่มออกแบบวิธกี ารนำเสนอผลงาน
4. ครใู ห้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรียน โดยกำหนดเวลาในการนำเสนอ
กลุ่มละ 3 นาที
5. นกั เรียนทำใบงานที่ 1.1 เรือ่ ง การเลือกใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ และเครือ่ งมือ
ข้ันสรุป
ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
1. นกั เรียนอภปิ รายและสรปุ การเลอื กใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครือ่ งมือ ตามประเด็น ดงั น้ี
หลกั การเลอื กใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมือ
ตวั อย่าง วัสดุประเภทพลาสติกและไม้
ประเภทของวัสดุ
สมบัติและการเลอื กใช้วสั ดุ
2. นักเรียนทำ Design Activity จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและ
เทคโนโลยี) ม.1 หน้า 43 แล้วสง่ ครูตรวจในชว่ั โมงถดั ไป
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรอื่ ง ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี
2. ครตู รวจใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง การเลือกใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมอื
3. ครตู รวจผงั มโนทัศน์ เร่อื ง การเลือกใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมอื
4. ครูประเมนิ ผล โดยสงั เกตการตอบคำถาม การรว่ มกนั ทำผลงาน และการนำเสนอผลงาน
7. การวดั และประเมนิ ผล
รายการวดั วธิ ีวัด เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
7.1 การประเมนิ ก่อนเรยี น ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ประเมินตามสภาพ
- แบบทดสอบก่อนเรียน ก่อนเรียน จริง
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3
เรอ่ื ง ผลงานออกแบบ
และเทคโนโลยี
7.2 การประเมินระหว่างการ
จัดกิจกรรม
1) การเลือกวสั ดุ - ตรวจใบงานที่ 1.1 - ใบงานที่ 1.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ น
อุปกรณ์ และ เกณฑ์
เครื่องมือ
2) การนำเสนอผลงาน - ประเมนิ การนำเสนอ - ผลงานท่ีนำเสนอ ระดบั คุณภาพ 2
เกี่ยวกบั การเลือกวัสดุ ผลงาน ผา่ นเกณฑ์
อุปกรณ์ และ
เครอ่ื งมอื
3) พฤติกรรมการทำงาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกต ระดบั คุณภาพ 2
รายบคุ คล การทำงาน พฤติกรรมการทำงาน ผ่านเกณฑ์
รายบคุ คล รายบคุ คล
4) พฤติกรรมการทำงาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกต ระดับคุณภาพ 2
กลุ่ม การทำงานกลุ่ม พฤติกรรมการทำงาน ผา่ นเกณฑ์
กลมุ่
5) คณุ ลกั ษณะ - สังเกตความมวี ินยั - แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2
อนั พงึ ประสงค์ รบั ผิดชอบ ใฝเ่ รยี นรู้ คณุ ลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์
และมุง่ มน่ั ในการ อนั พงึ ประสงค์
ทำงาน
8. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน่วย
การเรียนรทู้ ี่ 3
2) ใบงานท่ี 1.1 เร่อื ง การเลอื กใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และเครือ่ งมอื
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งเรยี น
2) ห้องสมดุ
3) แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
ใบงานที่ 1.1
เรือ่ ง การเลอื กใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมอื
คำช้แี จง : เตมิ ข้อความหรือความหมายของคำลงในช่องว่างใหถ้ กู ต้อง
1. แนวคิดหลกั ของการเลอื กใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมือ คือ
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
2. วัสดุ จำแนกได้เปน็ 4 ประเภท ดงั น้ี จงอธบิ ายความหมาย ลกั ษณะ พร้อมท้ังยกตัวอย่างการนำไปใช้
……………………………………………………………………………………………………… การนาไปใช้ เชน่ ……………….…..……
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… การนาไปใช้ เช่น ……………….…..……
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… การนาไปใช้ เชน่ ……………….…..……
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… การนาไปใช้ เชน่ ……………….…..……
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………
3. สมบัตขิ องวสั ดุ แบ่งออกไดเ้ ป็น 4 ประเภท จงอธิบายลักษณะของแต่ละสมบัติ
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
สมบตั ขิ องวัสดุ
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
…………………………….……………………………………………. …………………………….…………………………………………….
ใบงานท่ี 1.1 เฉลย
เรื่อง การเลอื กใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และเครือ่ งมอื
คำช้ีแจง : เติมข้อความหรือความหมายของคำลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกต้อง
1. แนวคิดหลกั ของการเลอื กใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมือ คอื การสรา้ งชน้ิ งาน ควรมีการวิเคราะหส์ มบัติ
ของวัสดุท่เี ลือกใช้ เพอ่ื ให้เหมาะสม เช่น ความแข็งแรง ทนความรอ้ น นำ้ หนักเบา เป็นต้น…………..…………..……
2. วสั ดุ จำแนกไดเ้ ปน็ 4 ประเภท ดังนี้ จงอธิบายความหมาย ลกั ษณะ พร้อมทั้งยกตัวอยา่ งการนำไปใช้
โลหะ คือ สารอนนิ ทรีย์ทป่ี ระกอบด้วยธาตุทีเ่ ป็นโลหะ มี การนาไปใช้ เชน่ ตวั ถงั รถ สะพาน
โครงสร้างเปน็ ผลึก นาความรอ้ นและไฟฟา้ ที่ดี คอ่ นข้างแข็งแรง กระป๋องเครื่องดมื่ เครื่องประดับ
วัสดุพอลเิ มอร์ คือ สารอนิ ทรยี ์มคี ารบ์ อนเปน็ องคป์ ระกอบ การนาไปใช้ เช่น กลอ่ งพลาสติก
ความแข็งแรงหลากหลาย ความหนาแน่นตา่ นาไฟฟา้ ไม่ดี ขวดน้าพลาสตกิ ซิลโิ คน เมลามนี
วสั ดเุ ซรามกิ คอื สารอนนิ ทรยี ์ มีความแขง็ แรงสูง น้าหนักเบา การนาไปใช้ เชน่ จาน ถ้วย
ทนความรอ้ น ทนตอ่ การเสียดสี ลดการเสยี ดทาน เป็นฉนวน กระเบือ้ งบผุ นังกระสวยอวกาศ
วสั ดผุ สม คือ ของผสมท่ีไดจ้ ากวสั ดุ 2 ชนิด สว่ นมาก การนาไปใช้ เชน่ เสน้ ใยแก้ว
ประกอบดว้ ยสารเตมิ หรือวัสดุเสรมิ แรง มีสมบตั ิตามตอ้ งการ เสรมิ แรง เส้นใยคาร์บอนเสรมิ แรง
3. สมบตั ิของวัสดุ แบ่งออกได้เปน็ 4 ประเภท จงอธิบายลักษณะของแต่ละสมบัติ
สมบัตทิ างเคมี เป็นสมบตั เิ ฉพาะตวั ทเ่ี กยี่ วกบั สมบตั ิทางกายภาพ เปน็ สมบตั ิทเี่ ก่ยี วกบั อัตรา
โครงสร้างและองคป์ ระกอบของธาตุ ทีเ่ ป็น การเกิดปฏิกริ ิยากับพลังงาน เชน่ สี ความ
วสั ดุนน้ั ทราบไดจ้ ากการทดลอง วเิ คราะห์ หนาแน่น การหลอมเหลว สนามไฟฟ้า
สมบัตขิ องวสั ดุ
สมบัตเิ ชงิ กล เปน็ สมบตั ิเฉพาะตัวของวสั ดทุ ี่ สมบัตเิ ชิงมิติ เปน็ สมบตั ิท่จี ะตอ้ งพจิ ารณาใน
ถูกกระทาด้วยแรง เช่น การยดื และหดตัวของ การเลือกใชว้ ัสดุ เชน่ ขนาด รูปรา่ ง ความ
วสั ดุ ความแขง็ การรบั นา้ หนัก ความสกึ หรอ คงทน ลักษณะของผิวหยาบ ละเอยี ด เรยี บ
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
คำช้ีแจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
32
1 ความถกู ต้องของเน้อื หา
2 ความคิดสร้างสรรค์
3 วธิ ีการนำเสนอผลงาน
4 การนำไปใช้ประโยชน์
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชอ่ื ................................................... ผูป้ ระเมนิ
............/................./...................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางสว่ น
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรงุ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
คำช้แี จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดับคะแนน
ลำดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32
1 การแสดงความคิดเหน็
2 การยอมรับฟังความคดิ เหน็ ของผู้อน่ื
3 การทำงานตามหน้าท่ีทไี่ ด้รบั มอบหมาย
4 ความมีนำ้ ใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงช่อื ................................................... ผปู้ ระเมนิ
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ............/.................../................
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
คำชแ้ี จง : ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
การมี
ลำดบั ท่ี ชื่อ–สกลุ การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมี ส่วนร่วมใน รวม
ของนกั เรียน ความ ฟงั คนอ่ืน ตามท่ไี ดร้ บั นำ้ ใจ การ 15
คิดเห็น มอบหมาย คะแนน
ปรับปรุง
ผลงานกลุ่ม
321321321321321
เกณฑ์การให้คะแนน ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมิน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ............./.................../...............
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรุง
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
คำชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงคด์ ้าน 3 21
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้
กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกจิ กรรมทสี่ รา้ งความสามัคคีปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
ตอ่ โรงเรียน
1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนบั ถอื ปฏิบัติตามหลกั ศาสนา
1.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีเ่ กยี่ วกบั สถาบนั พระมหากษัตริย์ตามท่โี รงเรยี นจดั ขึน้
2. ซื่อสตั ย์ สุจริต 2.1 ใหข้ ้อมลู ท่ถี ูกตอ้ งและเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ตั ิในส่งิ ท่ีถกู ตอ้ ง
3. มวี ินยั รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คับของครอบครัว
มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจำวัน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 ร้จู ักใช้เวลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัติได้
4.2 รจู้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชือ่ ฟังคำสั่งสอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ต้แย้ง
4.4 ตัง้ ใจเรียน
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ย์สินและส่ิงของของโรงเรียนอยา่ งประหยดั
5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรูค้ ุณค่า
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงิน
6. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน 6.1 มีความตัง้ ใจและพยายามในการทำงานที่ได้รบั มอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพอื่ ให้งานสำเรจ็
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มจี ติ สำนกึ ในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รจู้ ักช่วยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน
8.2 รูจ้ กั การดแู ลรกั ษาทรพั ยส์ มบตั ิและสิ่งแวดลอ้ มของห้องเรยี นและโรงเรียน
ลงชือ่ .................................................. ผปู้ ระเมิน
............/.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ัตชิ ัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั ิชัดเจนและบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน 51–60 ดีมาก
พฤติกรรมทีป่ ฏิบตั บิ างคร้งั ให้ 1 คะแนน 41–50 ดี
30–40 พอใช้
ต่ำกว่า 30 ปรบั ปรงุ
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 6
รายวชิ า เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี รหัสวิชา ว21182 กล่มุ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 ชอื่ หนว่ ย ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี เวลา 11 ชัว่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 6 เรอื่ ง ศึกษากรณตี วั อย่าง เวลา 4 ชั่วโมง
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ครูผูส้ อน นายกรกฎ เกษมสนิ ธุ์
1. มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ัด
ว 4.1 ม.4/5 ใช้ความรู้ และทักษะที่เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์
เพื่อแกป้ ญั หาหรอื พัฒนางานไดอ้ ยา่ งถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภยั
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายการประยกุ ต์ใชก้ ระบวนการเทคโนโลยีจากกรณีตวั อย่าง (K)
3. อธิบายเกีย่ วกับการแก้ปัญหาจากกรณตี วั อย่างผา่ นกระบวนการเทคโนโลยีได้ (P)
4. วิเคราะหส์ าเหตุ หรือปจั จัยที่ส่งผลตอ่ การแกป้ ญั หาจากกรณีตวั อย่างโดยใชก้ ระบวนการ
เทคโนโลยีได้ (P)
5. เหน็ คณุ ประโยชนข์ องการเรียนวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี และตระหนักในคุณค่าของความรู้ไป
แก้ปัญหาใช้ในชวี ติ ประจาวนั (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิ่น
- วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้ โลหะ พลาสติก จึงต้องมี พจิ ารณาตามหลักสูตรของ
การวิเคราะหส์ มบัติ เพอ่ื เลือกใชใ้ ห้เหมาะสมกับลกั ษณะของงาน สถานศกึ ษา
- การสร้างชิ้นงานอาจใช้ความรู้ เรื่อง กลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น LED
บซั เซอร์ มอเตอร์ วงจรไฟฟ้า
- อุปกรณ์และเครื่องมือในการสร้างชิ้นงาน หรือพัฒนาวิธีการมีหลาย
ประเภท ตอ้ งเลอื กใช้ใหถ้ กู ต้องเหมาะสม และปลอดภัย รวมท้ังรู้จักเกบ็ รักษา
4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
เทคโนโลยีในปัจจุบันมีส่วนช่วยอานวยประโยชน์ให้การดาเนินชีวิตประจาวันของมนุษย์มีความ
สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และมีการพัฒนาผ่านกระบวนการเทคโนโลยีที่เป็นระบบมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้
นามาใชง้ านไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยการนากระบวนการเทคโนโลยีมาใช้ในการสรา้ งสรรคช์ นิ้ งาน
การนาเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาหรือความต้องการผ่านกระบวนการเทคโนโลยี เพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงาน
สามารถศกึ ษากรณตี วั อยา่ ง หมวกจักรยานอจั ฉรยิ ะ และหนุ่ ยนต์ปากกา
5. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี นและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มีวนิ ยั รับผิดชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มั่นในการทางาน
1) ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
2) ทักษะการคิดอย่างสรา้ งสรรค์
3) ทักษะการคิดอย่างเปน็ ระบบ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : ใชป้ ัญหาเปน็ ฐาน (Problem based Learning)
ชั่วโมงที่ 1
ขัน้ นา
1. ครูถามคำถามสำคญั ประจำหัวข้อกับนกั เรียนจากหนงั สอื เรียน รายวชิ าพื้นฐาน เทคโนโลยี
(การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หนา้ 44 วา่ การประยุกต์ใช้กระบวนการเทคโนโลยีสามารถทำได้
อย่างไรบ้าง
(แนวตอบ : การประยุกตใ์ ชก้ ระบวนการเทคโนโลยสี ามารถดาเนินการไดต้ ามขั้นตอน ดงั นี้
ขน้ั ตอนที่ 1 ระบปุ ญั หา หรือความตอ้ งการ
ข้ันตอนที่ 2 รวบรวมขอ้ มูลทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั ปัญหา
ขน้ั ตอนที่ 3 เลอื กวิธกี ารแก้ปัญหา
ขัน้ ตอนท่ี 4 ออกแบบวธิ ีการแก้ปัญหา
ขน้ั ตอนท่ี 5 ทดสอบ
ข้นั ตอนที่ 6 ปรบั ปรงุ แกไ้ ข และประเมนิ ผล
ขน้ั ตอนที่ 7 นาเสนอผลงาน)
2. ครูยกตัวอย่างข่าวสถานการณ์ “รถกระบะชนนักปั่นจักรยานรอบโลกเสียชีวิต” แล้วกระตุ้นความ
สนใจของนักเรยี นโดยการต้งั คาถามว่า จากเหตุการณท์ ีเ่ กิดข้ึนเกิดขึน้ เพราะเหตใุ ด อย่างไร
3. ครถู ามคาถามกระตุ้นความคิด จากข่าวสถานการณ์ตวั อย่าง ปัญหาทีจ่ าเปน็ ตอ้ งแกค้ อื อะไร มวี ิธีการ
แก้ปัญหานั้นอย่างไร และผลต่อการดาเนินชีวิตประจาวันเป็นอย่างไร แล้วให้นักเรียนร่วมกันแสดง
ความคดิ เห็นและตอบคาถาม
(แนวตอบ : ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุจากการปั่นจักรยาน นอกจากความประมาทของผู้ขับขี่
รถยนต์แล้ว อีกเหตุผลหนึ่ง คือ จักยานไมม่ สี ัญญาณไฟท่ีชัดเจน ถา้ ปนั่ ในเวลากลางคนื อาจจะทาให้
คนขับรถมองไม่เห็น และไม่มีสัญญาณไฟเลี้ยวต้องใช้ภาษามือในการส่งสัญญาณ วิธีการในการ
แก้ปัญหา จะต้องอุปกรณ์ที่ให้ความสว่างติดกับตัวจักรยานและนักปั่นมากยิ่งขึ้น หรือประดิษฐ์
อุปกรณ์ที่ช่วยส่งสัญญาณแทนการใช้มือ ถ้าเราสามารถป้องกันอันตรายได้ จะทาให้นักปั่นมั่นใจใน
การป่นั จกั รยานมากขน้ึ )
ข้นั สอน
ขน้ั กาหนดปัญหา
1. ครกู ระตุ้นความสนใจโดยการพานักเรยี นไปสนามฟุตบอล ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุม่ กลมุ่ ละ 3 – 4 คน
2. ครูให้นักเรียนแข่งขันปั่นจักรยานรอบสนามฟุตบอล โดยสร้างด่านวิบาก 2 ด่าน ซึ่งครูเป็นผู้เตรียม
จกั รยาน และอุปกรณป์ อ้ งกันอันตรายให้นักเรียน
3. ครูบอกวตั ถปุ ระสงค์ พร้อมทงั้ บอกกตกิ าการแข่งขันปน่ั จักรยานให้นักเรยี นเขา้ ใจตรงกันว่า ให้นักเรียน
แสดงสญั ญาณการเล้ียวประกอบดว้ ยทุกคร้ัง ครูแนะนาการใส่อุปกรณ์ป้องกันการเกิดอบุ ัติเหตุ และให้
นักเรียนปั่นจักรยานด้วยความไม่ประมาท โดยแต่ละจุดจะมีกรรมการและผู้สังเกตการณ์อยู่เพื่อ
ตรวจสอบความถูกต้อง
4. สมาชกิ ในแต่ละกลุ่มแบ่งหน้าทีก่ ันรบั ผดิ ชอบ คอื ผ้เู ข้ารว่ มแขง่ ขนั ผู้สงั เกตการณ์ กรรมการตดั สนิ
5. ครผู สู้ อนตดิ ตามการแข่งขัน สังเกตพฤตกิ รรมการเล่นของนักเรยี น พรอ้ มท้ังใหค้ าปรึกษา
6. ครูใหร้ างวัลกับกลมุ่ ท่ีชนะการแข่งขัน พรอ้ มทง้ั ชว่ ยนกั เรยี นเก็บอปุ กรณ์แลว้ ข้ึนห้องเรียน
ช่วั โมงที่ 2
ขนั้ สอน
ข้ันทาความเขา้ ใจปญั หา
1. ครตู ้ังคาถามให้นกั เรยี นชว่ ยกนั ตอบ ดงั นี้
ประโยชนข์ องการแข่งขนั ปน่ั จักรยาน
(แนวตอบ : สนุกสนาน ออกกาลังกาย ร่างกายแขง็ แรง)
ปญั หาและอุปสรรคทีเ่ กดิ ข้ึนระหวา่ งการแข่งขันปน่ั จักรยาน
(แนวตอบ : ตอนเลีย้ วรถจกั รยานกตกิ าต้องให้ใช้สญั ญาณทุกคร้ัง โดยผแู้ ขง่ ขันใช้สัญญาณ
มอื ในการส่งสัญญาณเพื่อขอทางก็ต้องปล่อยมือออกจากท่ีจบั จักรยานซึ่งอาจจะทาให้เสียหลักใน
การทรงตัวและล้มลงได้ ดา่ นวิบากกเ็ ป็นอุปสรรคในการทรงตัวของผู้ป่นั จักรยาน เป็นสาเหตุของ
การเกดิ อุบตั ิเหตุได)้
2. ครูนาป้ายคาว่า “หมวกจกั รยานอจั ฉริยะแก้ปัญหาอุบัตเิ หตใุ นการปน่ั จักรยาน” ไปตดิ ไว้ด้านหน้า
หอ้ ง ใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่ม ชว่ ยกันศกึ ษาคน้ คว้า โดยประยุกตใ์ ช้ผา่ นกระบวนการเทคโนโลยี
3. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ระบปุ ัญหาหรอื ความต้องการที่จะสร้างช้นิ งาน “หมวกจักรยานอจั ฉรยิ ะ” พร้อม
ทั้งร่วมกันอภิปราย ตั้งคาถามในประเด็นที่อยากรู้ ระดมสมองอธิบายสถานการณ์ของปัญหา สรุป
ลงในกระดาษ A4 ตามประเด็น ดังนี้
ปัญหาที่จาเป็นตอ้ งแก้คอื อะไร
ใครคอื ผู้ที่เผชิญปญั หาทเี่ ราจาเป็นต้องแก้
เหตุใดปญั หานีจ้ งึ จาเป็นต้องแก้
แล้วร่วมกันออกแบบวธิ ีการนาเสนอผลงานทีน่ ่าสนใจ
4. ครูถามคาถามให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่า จากการทดลองปั่นจักรยานด้วยตนเองแล้ว เรา
สามารถเข้าใจถึงปัญหาของการส่งสัญญาณขณะป่ันจักรยาน ด้วยวิธีการใดบ้าง อย่างไร
(แนวตอบ : 1. การสัมภาษณจ์ ากนักปน่ั จกั รยานผมู้ ีประสบการณ์ในการป่นั จกั ยานสูง
2. สงั เกตวิธกี ารส่งสญั ญาณ ประเมนิ ความเหมาะสมและความปลอดภัย
3. ทดลองป่นั จกั รยานจะไดท้ ราบปญั หาจากประสบการณ์ตรง)
ดาเนินการศึกษาค้นควา้
1. นักเรียนศึกษา แผนผังความเข้าใจ ซึ่งเป็นการสรุปความเข้าใจของปัญหาและการเลือกวิธีการ
แก้ปัญหา จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1
หน้า 45-46
2. ครูนาวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือวางไว้บนโต๊ะในแต่ละฐานของห้องเรียน ให้นักเรียนแต่ละ
กลุ่มแยกย้ายไปศึกษาวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ เช่น หมวกจักรยาน ทรานซิสเตอร์ ตัวต้านทาน
สายไฟ หลอดLED แผงวงจรไฟฟ้า ไม้ โลหะ พลาสติก เป็นต้น
3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษากรณีตัวอย่าง จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (การ
ออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน้า 47-48 แล้วสรุปลงในกระดาษ A4
4. นักเรียนแต่ละคนกลับเข้ากลุ่ม ระดมสมอง ประดิษฐ์หมวกจักรยานอัจฉริยะ ครูกระตุ้นให้
นักเรียนแต่ละกลุ่ม ใช้ทักษะการเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมือ ให้เกิดประโยชน์
ช่ัวโมงท่ี 3
ขั้นสอน
ขั้นสังเคราะห์ความรู้
1. ครแู บ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 3-4 คน อภปิ รายร่วมกนั พรอ้ มท้ังต้ังคาถามเพ่ือสรา้ งความคิดรวบ
ยอดในการศึกษากรณีตัวอย่างการออกแบบสร้างชิ้นงาน “หุ่นยนต์ปากกา” จากหนังสือเรียน
รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน้า 49-56
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มแยกย้ายไปแลกเปล่ียนขอ้ มูล ความคิดเหน็ กับกลุ่มอ่ืน ๆ โดยแต่ละคนนาความรู้
ที่ได้จากการอภิปรายกับกลุ่มอื่น ๆ มานาเสนอภายในกลุ่มตนเอง พร้อมทั้งช่วยกันตรวจสอบ
ความถูกต้อง เหมาะสม และหาความรู้เพมิ่ เตมิ
3. นกั เรยี นแต่ละกลุ่ม อภิปรายร่วมกนั หาวธิ ีการพัฒนาออกแบบการสร้างชนิ้ งาน หุ่นยนตป์ ากกา จาก
กรณีศึกษาตัวอย่าง ให้เพิ่มประโยชน์มากยิ่งขึ้น และลดข้อจากัดให้น้อยลง พร้อมทั้งสรุปลงใน
กระดาษ A4 แลว้ รว่ มกนั ออกแบบวธิ กี ารนาเสนอท่นี า่ สนใจ
4. ครูสุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานตามท่ีได้ออกแบบไว้
ช่ัวโมงท่ี 4
ข้ันสรุป
ขน้ั สรุปและประเมินคา่ ของคาตอบ
1. นักเรียนแต่ละกลุ่ม อภิปรายร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปองค์ความรู้ที่ได้ จากการศึกษากรณีตัวอย่าง
“หมวกจักรยานอัจฉริยะ” และ “หุ่นยนต์ปากกา” แล้วจัดทาเป็นแผนผังความคิด แล้วร่วมกัน
ออกแบบวิธีการนาเสนอทีน่ า่ สนใจ
2. ครูสุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานตามที่ได้ออกแบบเอาไว้ทีละกลุ่ม จนครบทุก
กลมุ่ ขณะทีน่ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอใหค้ รูคอยแนะนาและเสริมข้อมูลที่ถูกต้องให้นักเรียน เม่ือแต่
ละกลมุ่ เสนอผลงานแล้วให้นาผลงานไปตดิ ไวบ้ รเิ วณรอบ ๆ หอ้ งเรียน
3. ครูให้เวลานกั เรียน 3 นาที ในการเดินชมผลงานของกลุ่มอื่น ๆ เพื่อเปรียบเทียบกับผลงานของกลุ่ม
ตนเอง
4. ครูใหน้ ักเรียนทาใบงานท่ี 1.2 เรอื่ ง ศกึ ษากรณตี ัวอย่าง หมวกจักรยานอจั ฉริยะ และหุ่นยนต์ปากกา
จากนั้นครูและนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยคาตอบ
ข้ันนาเสนอและประเมินผลงาน
1. ครตู รวจใบงานท่ี 1.2 เร่อื ง ศกึ ษากรณตี วั อย่าง หมวกจักรยานอัจฉริยะ และหุน่ ยนตป์ ากกา
2. ครูตรวจแผนผงั ความคดิ เร่อื ง ศึกษากรณีตัวอย่าง หมวกจกั รยานอัจฉริยะ และหุน่ ยนตป์ ากกา
3. ครปู ระเมินผล โดยสังเกตการตอบคาถาม การร่วมกนั ทาผลงาน และการนาเสนอผลงาน
7. การวัดและประเมนิ ผล
รายการวัด วิธีวัด เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
7.1 การประเมนิ ระหวา่ งการ - ใบงานท่ี 1.2 รอ้ ยละ 60 ผ่าน
จดั กิจกรรม
1) ศึกษากรณตี ัวอย่าง - ตรวจใบงานท่ี 1.2
หมวกจักรยาน เกณฑ์
อัจฉรยิ ะ และ
หุน่ ยนต์ปากกา
2) การนาเสนอผลงาน - ประเมนิ การ - ผลงานทนี่ าเสนอ ระดับคุณภาพ 2
นาเสนอ ผา่ นเกณฑ์
ผลงาน
3) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกต ระดบั คุณภาพ 2
รายบคุ คล การทางาน พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล การทางาน
รายบุคคล
4) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต ระดบั คุณภาพ 2
กลุ่ม การทางานกลุ่ม พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์
การทางานกลุ่ม
5) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมวี ินยั - แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2
อนั พงึ ประสงค์ รับผิดชอบ ใฝเ่ รียนรู้ คุณลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์
และม่งุ ม่ันในการ อันพงึ ประสงค์
ทางาน
8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.1 หน่วย
การเรียนร้ทู ี่ 3
2) ใบงานท่ี 1.2 เร่อื ง ศกึ ษากรณตี วั อย่าง หมวกจักรยานอจั ฉริยะ และหนุ่ ยนตป์ ากกา
8.1 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งเรียน
2) หอ้ งสมุด
3) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
ใบงานที่ 1.2
เรือ่ ง ศึกษากรณตี วั อยา่ ง หมวกจกั รยานอัจฉรยิ ะ และห่นุ ยนตป์ ากกา
คาชี้แจง : เตมิ ขอ้ ความหรือความหมายของคาลงในช่องว่างให้ถกู ต้อง
1. เทคโนโลยใี นปจั จบุ นั มีความสาคัญอย่างไรในการออกแบบผลงาน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. จากศกึ ษากรณีตัวอยา่ ง หมวกจักรยานอัจฉริยะ และหุ่นยนตป์ ากกา ให้นักเรยี นออกแบบพัฒนา ตอ่ ยอด
ช้นิ งานให้มปี ระโยชนม์ ากขึ้น
ศึกษากรณตี วั อยา่ ง การพัฒนาตอ่ ยอดสิง่ ประดษิ ฐ์
หมวกจกั รยาน การออกแบบแนวทางการพัฒนาตอ่ ยอดส่งิ ประดษิ ฐ์
อจั ฉริยะ
……………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
หนุ่ ยนต์ปากกา การออกแบบแนวทางการพัฒนาตอ่ ยอดส่ิงประดษิ ฐ์
……………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
ใบงานที่ 1.2 เฉลย
เร่ือง ศึกษากรณีตัวอย่าง หมวกจกั รยานอัจฉริยะ และหุ่นยนตป์ ากกา
คาชแี้ จง : เติมข้อความหรือความหมายของคาลงในช่องวา่ งให้ถูกต้อง
1. เทคโนโลยีในปจั จุบนั มคี วามสาคญั อย่างไรในการออกแบบผลงาน
เทคโนโลยมี สี ่วนสาคัญที่ช่วยอานวยประโยชน์ให้การดาเนินชีวิตประจาวนั ของมนุษยม์ ีความสะดวกสบาย
มากยงิ่ ขนึ้ และมีการพฒั นาผา่ นกระบวนการเทคโนโลยีที่เปน็ ระบบมาอยา่ งต่อเนื่องเพ่ือให้นามาใช้งานได้
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ โดยการนากระบวนการเทคโนโลยมี าใชใ้ นการสรา้ งสรรค์ชน้ิ งาน
2. จากศกึ ษากรณตี วั อย่าง หมวกจักรยานอจั ฉรยิ ะ และหุน่ ยนตป์ ากกา ใหน้ ักเรยี นออกแบบพฒั นา ต่อยอด
ชิ้นงานใหม้ ีประโยชนม์ ากข้นึ
ศกึ ษากรณตี วั อย่าง การพฒั นาตอ่ ยอดส่งิ ประดษิ ฐ์
หมวกจักรยานอัจฉริยะ การออกแบบแนวทางการพัฒนาตอ่ ยอดสิ่งประดิษฐ์
1. หมวกจกั รยานที่สามารถส่งสญั ญาณไฟเลย้ี วได้ จะตดิ ตง้ั อุปกรณ์ท่ี
เปลยี่ นจากพลังงานกลจากการป่นั จกั รยานเปน็ พลังงานไฟฟา้ ท่ีสามารถ
ชารต์ แบตเตอรี่ไปในตัวในขณะทีเ่ ราข่ีจักรยาน
2. หมวกจกั รยานทสี่ ามารถส่งสญั ญาณไฟเลีย้ วได้ จะตดิ ตั้งอุปกรณ์
สายไฟต่อกับหูฟงั เวลาป่นั จักรยานเราสามารถฟงั เพลงไปในตัวไดอ้ ีกดว้ ย
หนุ่ ยนต์ปากกา การออกแบบแนวทางการพัฒนาตอ่ ยอดสง่ิ ประดษิ ฐ์
1. ปากกาท่ีสามารถเขียนได้เองตามคาสั่งเสยี ง จะปรบั ปรงุ พฒั นา
ซอฟแวรใ์ หส้ ามารถเขียนตวั อักษรไดห้ ลากหลายภาษามากยิง่ ขนึ้
2 ปากกาทีส่ ามารถเขียนไดเ้ องตามคาส่ังเสยี ง จะปรบั ปรงุ ใหม้ ขี นาดเล็ก
ลงเพื่อการพกพาทง่ี ่ายขนึ้
3. ปากกาทีส่ ามารถเขียนไดเ้ องตามคาสั่งเสียง จะพัฒนาซอฟแวร์ให้มี
การตดิ ตัง้ ทลี่ บคาผิด ไวใ้ นตวั ด้วย
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
คำช้ีแจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
32
1 ความถกู ต้องของเน้อื หา
2 ความคิดสร้างสรรค์
3 วธิ ีการนำเสนอผลงาน
4 การนำไปใช้ประโยชน์
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชอ่ื ................................................... ผูป้ ระเมนิ
............/................./...................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางสว่ น
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรงุ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
คำช้แี จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดับคะแนน
ลำดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32
1 การแสดงความคิดเหน็
2 การยอมรับฟังความคดิ เหน็ ของผู้อน่ื
3 การทำงานตามหน้าท่ีทไี่ ด้รบั มอบหมาย
4 ความมีนำ้ ใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงช่อื ................................................... ผปู้ ระเมนิ
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ............/.................../................
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
คำชแ้ี จง : ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
การมี
ลำดบั ท่ี ชื่อ–สกลุ การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมี ส่วนร่วมใน รวม
ของนกั เรียน ความ ฟงั คนอ่ืน ตามท่ไี ดร้ บั นำ้ ใจ การ 15
คิดเห็น มอบหมาย คะแนน
ปรับปรุง
ผลงานกลุ่ม
321321321321321
เกณฑ์การให้คะแนน ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมิน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ............./.................../...............
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรุง
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
คำชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงคด์ ้าน 3 21
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้
กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกจิ กรรมทสี่ รา้ งความสามัคคีปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
ตอ่ โรงเรียน
1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนบั ถอื ปฏิบัติตามหลกั ศาสนา
1.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีเ่ กยี่ วกบั สถาบนั พระมหากษัตริย์ตามท่โี รงเรยี นจดั ขึน้
2. ซื่อสตั ย์ สุจริต 2.1 ใหข้ ้อมลู ท่ถี ูกตอ้ งและเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ตั ิในส่งิ ท่ีถกู ตอ้ ง
3. มวี ินยั รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คับของครอบครัว
มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจำวัน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 ร้จู ักใช้เวลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัติได้
4.2 รจู้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชือ่ ฟังคำสั่งสอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ต้แย้ง
4.4 ตัง้ ใจเรียน
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ย์สินและส่ิงของของโรงเรียนอยา่ งประหยดั
5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรูค้ ุณค่า
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงิน
6. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน 6.1 มีความตัง้ ใจและพยายามในการทำงานที่ได้รบั มอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพอื่ ให้งานสำเรจ็
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มจี ติ สำนกึ ในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รจู้ ักช่วยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน
8.2 รูจ้ กั การดแู ลรกั ษาทรพั ยส์ มบตั ิและสิ่งแวดลอ้ มของห้องเรยี นและโรงเรียน
ลงชือ่ .................................................. ผปู้ ระเมิน
............/.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ัตชิ ัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั ิชัดเจนและบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน 51–60 ดีมาก
พฤติกรรมทีป่ ฏิบตั บิ างคร้งั ให้ 1 คะแนน 41–50 ดี
30–40 พอใช้
ต่ำกว่า 30 ปรบั ปรงุ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7
รายวชิ า เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี รหสั วชิ า ว21182 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 ช่อื หนว่ ย ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี เวลา 11 ช่วั โมง
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 7 เรอ่ื ง พัฒนาโครงงาน เวลา 5 ชั่วโมง
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ครผู ู้สอน นายกรกฎ เกษมสนิ ธ์ุ
1. มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
ว 4.1 ม.4/5 ใชค้ วามรู้ และทักษะที่เกี่ยวกบั วสั ดุ อปุ กรณ์ เครื่องมอื กลไก ไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์
เพ่ือแกป้ ัญหาหรือพฒั นางานไดอ้ ยา่ งถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภยั
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายการออกแบบพฒั นาโครงงาน ระบุปัญหาที่ตอ้ งการแกห้ รือตอบสนองความต้องการได้ (K)
3. วเิ คราะห์ปญั หา ออกแบบการแกป้ ัญหาผ่านการพัฒนาโครงงานได้ (P)
4. ลงมือปฏบิ ตั พิ ฒั นาโครงงานแก้ปัญหาโดยใช้กระบวนการเทคโนโลยไี ด้ (P)
5. เห็นประโยชน์ของการเรยี นวชิ าการออกแบบและเทคโนโลยี และตระหนักในคุณค่าของความรู้ไปใช้
แก้ปญั หาในชีวิตประจาวนั (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิน่
- วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้ โลหะ พลาสติก จึงต้องมี พจิ ารณาตามหลกั สตู รของ
การวเิ คราะห์สมบัติ เพือ่ เลอื กใชใ้ ห้เหมาะสมกบั ลกั ษณะของงาน สถานศึกษา
- การสร้างชิ้นงานอาจใช้ความรู้ เรื่อง กลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น LED
บัซเซอร์ มอเตอร์ วงจรไฟฟ้า
- อุปกรณ์และเครื่องมือในการสร้างชิ้นงาน หรือพัฒนาวิธีการมีหลาย
ประเภท ตอ้ งเลอื กใชใ้ หถ้ กู ตอ้ งเหมาะสม และปลอดภัย รวมทั้งรู้จกั เก็บรกั ษา
4. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การใช้เทคโนโลยีมาแก้ปัญหาหรือความต้องการผ่านการพัฒนาโครงงาน ทาให้เกิดทักษะสู่การปฏิบัติ
ซึ่งเป็นการศึกษาเรื่องราวด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านทางโครงงานประเภทประดิษฐ์ เป็นการ
ประยุกต์ทฤษฎี หรือหลักการทางวิทยาศาสตร์หรือด้านอื่น ๆ มาประดิษฐ์ของเล่น เครื่องมือ เครื่องใช้หรือ
อุปกรณ์ เพื่อประโยชน์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมให้มี
ประสทิ ธภิ าพมากยิ่งขนึ้ หรือการสรา้ งแบบจาลองเพื่ออธบิ ายแนวคิดต่าง ๆ
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี นและคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มวี นิ ัย รบั ผดิ ชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมั่นในการทางาน
1) ทักษะการคิดวิเคราะห์
2) ทกั ษะการคิดอยา่ งสร้างสรรค์
3) ทักษะการคดิ อยา่ งเปน็ ระบบ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนคิ : ใชโ้ ครงงานเป็นฐาน (Project based Learning)
ช่ัวโมงท่ี 1
ขนั้ นา
ขน้ั ใหค้ วามรพู้ ้นื ฐาน
1. ครูเปิดคลิปวดิ ีโอที่นาเสนอสิ่งประดษิ ฐ์หรือนวัตกรรม เช่น รายการสมรภูมิไอเดีย ตอน ไอเดียไฟฟ้า
ที่ช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น เสนอสิ่งประดิษฐ์ที่มีชื่อว่า “อุปกรณ์เตือนกระแสไฟฟ้าเกินสาหรับปลั๊ก
พว่ ง” แลว้ กระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยการตัง้ คาถามว่า เมอ่ื ได้รับชมแล้ว นักเรียนมีความคิด
อยา่ งไรบ้างกบั ส่ิงประดิษฐช์ ิ้นนี้
2. ครถู ามคาถามกระตุน้ ความคิด จากคลิปวดิ โี อ นักเรยี นสามารถนาเอาหลักการโครงงานวิทยาศาสตร์
มาใช้ในการสร้างพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ได้อย่างไร แล้วให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและตอบ
คาถาม
(แนวตอบ : เทคโนโลยีปัจจุบันก้าวไกลไปมาก การสร้างสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมต่าง ๆ
สามารถเรียนรู้ได้จากโครงงานวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นการศึกษาเรื่องราวด้านวิทยาศาสตร์ โดยใช้
วิธีการทางวิทยาศาสตร์เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา เพื่อใหไ้ ด้ผลงานทมี่ ีความสมบูรณ์ โดยโครงงาน
ประเภทประดิษฐ์ เป็นโครงงานที่เกี่ยวกับการประยุกต์ทฤษฎี หรือหลักการทางวิทยาศาสตร์หรือ
ด้านอื่น ๆ มาประดิษฐ์ของเล่น เครื่องมือ เครื่องใช้ หรืออุปกรณ์ เพื่อประโยชน์ใช้สอยต่าง ๆ ซ่ึง
อาจจะเปน็ ส่ิงประดิษฐใ์ หม่ หรอื ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมให้มีประสทิ ธิภาพมากย่ิงขึ้น หรือการ
สร้างแบบจาลองเพอ่ื อธิบายแนวคิดตา่ ง ๆ)
3. ครูให้ความรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับ จุดมุ่งหมายของการทาโครงงานวิทยาศาสตร์ กล่าวคือ ในการทา
โครงงานวทิ ยาศาสตรม์ จี ดุ มงุ่ หมาย ดังนี้
• เพื่อฝึกให้นักเรียนสามารถนาเอาวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการแก้ปัญหา ศึกษาค้นคว้า
หรือประดิษฐ์คดิ ค้น
• เพื่อให้นักเรียนใช้ความรู้และประสบการณ์เลือกทาโครงงานตามที่สนใจ โดยการประยุกต์ใช้
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีในแตล่ ะท้องถน่ิ
• เพ่อื ให้นกั เรยี นไดศ้ ึกษาค้นคว้าหาความรู้ หาข้อมลู จากแหลง่ ความรูต้ ่าง ๆ ดว้ ยตนเอง
• เพือ่ ให้นักเรียนไดแ้ สดงออกซงึ่ ความคดิ รเิ รมิ่ สร้างสรรค์
• เพอื่ ใหน้ ักเรียนมีเจตคตทิ างวิทยาศาสตร์ เห็นคณุ ค่าของการใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ใน
การแกป้ ัญหา
4. ครูนาโปสเตอร์ ตัวอยา่ งโครงงานวทิ ยาศาสตรป์ ระเภทต่าง ๆ ไปติดไว้ตามฐาน ครใู ห้นกั เรยี น
แบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ 4-5 คน โดยสมาชกิ ในกลมุ่ แยกย้ายไปศึกษาฐานต่าง ๆ
5. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม อภิปรายร่วมกันแล้วสรุปเกี่ยวกับรูปแบบและขั้นตอนการทาโครงงาน
วิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งศึกษา สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม เรื่อง การจัดทาโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์
ตามประเดน็ ทก่ี าหนดให้ ดงั น้ี
• ความหมายและความสาคญั ของโครงงานประเภทสิ่งประดษิ ฐ์
• หลักการออกแบบที่ดีควรคานึงถึงส่ิงใด
• ขัน้ ตอนการทาโครงงานประเภทสิง่ ประดิษฐ์
• การประเมินผลงานโครงงานประเภทสง่ิ ประดษิ ฐ์
ข้ันสอน
ข้นั กระต้นุ ความสนใจ
1. ครูให้นักเรียนค้นหาคลิปวิดีโอ เกี่ยวกับ การแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทสิ่งประดิษฐ์
ระดับประเทศ หรือการแข่งขันการประดิษฐ์หุ่นยนต์ จากนั้นครูถามกระตุ้นความสนใจนักเรียนว่า
จากคลปิ วิดีโอ นกั เรยี นมคี วามคิดสรา้ งสรรค์อยากจะสรา้ งสิ่งประดิษฐใ์ ดบ้าง เพราะเหตใุ ด
2. ครูจัดเตรียมชิ้นงานโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนที่เคยได้รับรางวัลออกมาให้นักเรียน
ศึกษา จากผลงานสิง่ ประดิษฐจ์ ริง พร้อมทั้งเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือตา่ ง ๆ เช่น ไม้ โลหะ
พลาสติกเทอรโ์ มมิเตอร์ ไฮกรอมเิ ตอร์ รอก เชือก สปริง เซนเซอร์วัดคา่ ความช้นื ตวั ต้านทาน สายไฟ
มอเตอร์ วงจรไฟฟา้ เปน็ ตน้
3. ครูถามคาถามนักเรียนวา่ “ ทาไมก่อนฝนตกอากาศจึงร้อนอบอ้าว ” แล้วสุ่มใหน้ ักเรียนตอบ 3-4
คน
(แนวตอบ : อากาศร้อนก่อนฝนตกเนื่องจาก ความชื้นสูงและลักษณะอากาศร้อนจัด
ความชื้นทาให้เราไม่สามารถระบายความร้อนผ่านเหงื่อทางรูขุมขน ทาให้เรารู้สึกร้อนอบอ้าว
ถ้าความชื้นในอากาศมีมาก การระเหยของน้าจากแหล่งต่าง ๆ จะน้อย เสื้อผ้าที่ตากจะแห้งช้า
หรือรู้สึกเหนียวตัวและอึดอัด แต่ถ้าความชื้นในอากาศมีน้อยหรืออากาศแห้ง จะรู้สึกเย็นสบาย
เส้อื ผา้ แห้งง่าย)
4. ครูเตรียมอุปกรณ์ไฮกรอมิเตอร์ ให้แต่ละกลุ่ม ได้ทาการทดลองหา ความชื้นในอากาศ โดยครูเป็น
ผใู้ ห้คาปรกึ ษาและตรวจสอบความถูกต้องของการใช้อุปกรณ์
ชัว่ โมงที่ 2
ข้ันสอน
ขั้นจัดกลมุ่ ร่วมมอื
1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มค้นหาคลปิ วิดโี อ เกย่ี วกับ การเปลย่ี นแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยและ
ต่างประเทศ หรอื อากาศโลกแปรปรวน แลว้ พลดั กันนาเสนอคลิปของกลุ่มตนเอง พร้อมทั้งอภิปราย
ร่วมกัน
2. ครูเป็นผู้กาหนดปัญหา “เนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เราสามารถเก็บผ้าตอนฝนตกในเวลาที่
เราไมอ่ ยู่บา้ นได้อย่างไร” ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มอภปิ รายร่วมกนั หาแนวทางในการแกป้ ญั หา
3. ครูนาข้อความ “ราวตากผ้าอัจฉริยะ” ติดไว้หนา้ ห้องเรียน พร้อมทั้งรูป ราวตากผ้าแบบดั้งเดิม สุ่ม
ถามนกั เรียน 3-4 คน ให้แสดงคิดเหน็ “นกั เรยี นมีวิธีการพฒั นาราวตากผ้าท่ีแกป้ ญั หานี้อย่างไร”
4. นักเรียนแต่ละกลุ่ม ศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกีย่ วกับ โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ในครั้งนี้ ตามหลัก
ขั้นตอนของกระบวนการเทคโนโลยี
5. ครูให้ความรู้เพิ่มเตมิ ในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์ครั้งนี้ พร้อมทั้งให้คาปรึกษา และตรวจสอบความ
ถูกต้องของเนือ้ หาของแตล่ ะกลมุ่
6. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานการออกแบบส่ิงประดิษฐ์ ในรูปแบบของ Storyboard
แสดงขั้นตอนของกระบวนการเทคโนโลยี ตามที่ได้ออกแบบเอาไว้ หลังจากที่นักเรียนแตล่ ะกลุ่ม
นาเสนอผลงานแล้ว ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนกลุ่มอื่นร่วมกันอภิปราย ซักถามข้อสงสัยและ
ขอ้ เสนอแนะรว่ มกัน เมือ่ แต่ละกลุ่มเสนอผลงานแลว้ ใหน้ าผลงานไปตดิ ไว้รอบ ๆ ห้องเรยี น
7. ครูให้เวลานกั เรียน 5 นาที ในการเดินชมผลงานของกลุ่มอื่น ๆ เพื่อเปรียบเทียบกับผลงานของกลมุ่
ตนเอง
ชว่ั โมงที่ 3
ขั้นสอน
ขัน้ แสวงหาความรู้
1. นักเรียนแต่ละกลุ่ม ลงมือปฏิบัติจัดทาโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ “ราวตากผ้าอัจฉริยะ” โดยมี
ครูเป็นท่ีปรึกษา ให้คาแนะนาในการใชอ้ ุปกรณ์ และเครอื่ งมอื
2. นักเรียนปฏิบัติหน้าที่ของตนตามข้อตกลงของกลุ่ม พร้อมทั้งร่วมมือกันปฏิบัติกิจกรรม โดยขอ
คาปรกึ ษาจากครเู ป็นระยะเมอ่ื มขี ้อสงสยั หรือปัญหาเกดิ ขึน้
3. ครูเป็นผู้สังเกตการณ์ ระหว่างที่นักเรียนลงมือปฏิบัติโครงงาน ดูการเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ และ
เครื่องมอื
ชวั่ โมงที่ 4
ขั้นสรปุ
ขน้ั สรุปส่งิ ท่ีเรียนรู้
1. นักเรียนแต่ละกลุ่ม อภิปรายร่วมกันเพื่อจัดทารายงานโครงงานของกลุ่มตนเอง ตามหัวข้อ การ
เขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภทโครงงานประดิษฐ์ ที่มีรายละเอียด ดังน้ี
• บทที่ 1 บทนา
- ท่ีมาและความสาคัญ
- วัตถุประสงค์
- สมมติฐาน
- ตัวแปรที่ศึกษา
- ขอบเขตการทดลอง
- ประโยชน์ท่ีได้รับ
• บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง
• บทที่ 3 วิธีการดาเนินการ
• บทท่ี 4 ผลการทดลอง
• บทที่ 5 สรุปผลและอภิปราย
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกันออกแบบวธิ กี ารนาเสนอผลงานใหน้ า่ สนใจ เช่น นาเสนอโดยใช้ power
point เป็นต้น หลังจากท่ีนักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลงานแล้ว ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนกลุ่มอ่ืน
รว่ มกนั อภปิ ราย ซกั ถามข้อสงสยั และขอ้ เสนอแนะร่วมกนั
ชั่วโมงที่ 5
ขัน้ สรปุ
ข้ันสรปุ ส่งิ ท่เี รียนรู้
1. ครูสรุปเกย่ี วกบั การพฒั นาโครงงานประเภทส่งิ ประดิษฐ์ว่า ปัจจบุ ันความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยี
สามารถ
ช่วยในการแกป้ ัญหา อานวยความสะดวก และตอบสนองความต้องการของมนุษย์ โดยผา่ นการ
เลอื กใช้
วัสดุ อปุ กรณ์และเครื่องมือทีเ่ หมาะสม เช่น การสร้างตกึ สงู 40 ช้นั มีการใช้เครนซึ่งเปน็ เครือ่ งมือที่
ใช้
เทคโนโลยีชว่ ยในการกอ่ สร้าง
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มทา Unit Activity จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบ
และเทคโนโลยี) ม. 1 หนา้ 59 ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่ม กล่มุ ละเทา่ ๆ กนั นักเรียนแต่ละกลุ่มสร้างเครน
จาลองจากวสั ดุอปุ กรณ์ที่ครูจัดเตรยี มไว้ให้ โดยมคี รเู ป็นทปี่ รึกษาและให้คาแนะนาในการใช้อุปกรณ์
เครื่องมือ
3. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มเขียนรายงานลงสมุดรายงาน และส่งครูเพือ่ ตรวจสอบความถกู ต้อง
4. ครูให้นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อวัดความรู้ของนักเรียนหลังการเรียนรู้หน่วยที่ 3 เรื่อง
ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี
ข้ันนาเสนอและประเมินผลงาน
1. ครูตรวจแบบทดสอบหลังเรยี นหน่วยที่ 3 เรือ่ ง ผลงานออกแบบและเทคโนโลยี
2. ครูตรวจใบงานที่ 1.3 เร่ือง พฒั นาโครงงาน
3. ครตู รวจและประเมินผลการนาเสนอชน้ิ งาน เร่ือง รายงานโครงงานวิทยาศาสตร์
4. ครูตรวจและประเมนิ ผลการเขียนรายงาน เรื่อง รายงานโครงงานวิทยาศาสตร์
5. ครูประเมนิ ผล โดยสังเกตการตอบคาถาม การรว่ มกนั ทาผลงาน และการนาเสนอผลงาน
7. การวดั และประเมินผล วิธวี ัด เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบหลงั ประเมนิ ตามสภาพ
รายการวัด หลงั เรยี น เรียน จริง
7.1 การประเมนิ หลังเรยี น
- ตรวจใบงานที่ 1.3 - ใบงานท่ี 1.3 ร้อยละ 60 ผา่ น
- แบบทดสอบหลังเรียน - ประเมนิ การ - ผลงานท่นี าเสนอ เกณฑ์
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 นาเสนอ ระดบั คุณภาพ 2
เรอ่ื งผลงานออกแบบ ผลงาน - แบบสังเกต ผ่านเกณฑ์
และเทคโนโลยี - สังเกตพฤติกรรม พฤติกรรม
การทางาน การทางาน ระดับคุณภาพ 2
7.2 การประเมินระหวา่ งการ รายบคุ คล รายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
จดั กิจกรรม - แบบสงั เกต
1) พฒั นาโครงงาน - สงั เกตพฤติกรรม พฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2
2) การนาเสนอผลงาน การทางานกลุ่ม การทางานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
เกย่ี วกบั โครงงาน - แบบประเมนิ
ส่งิ ประดิษฐ์ - สังเกตความมวี นิ ัย คณุ ลกั ษณะ ระดับคุณภาพ 2
3) พฤติกรรมการทางาน รบั ผิดชอบ ใฝ่ อนั พึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล เรียนรู้ และมงุ่ มัน่
ในการทางาน
4) พฤติกรรมการทางาน
กลุม่
5) คณุ ลักษณะ
อันพึงประสงค์
8. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน การออกแบบและเทคโนโลยี ม.1
2) ใบงานท่ี 1.3 พัฒนาโครงงาน
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องเรยี น
2) แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ
ใบงานที่ 1.3
เรื่อง พัฒนาโครงงาน
คาช้ีแจง : เติมขอ้ ความหรือความหมายของคาลงในช่องว่างให้ถกู ต้อง
1. โครงงานวทิ ยาศาสตร์ แบ่งออกไดเ้ ปน็ 4 ประเภท จงอธิบาย
โครงงานประเภทสารวจ โครงงานประเภทการทดลอง
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
โครงงานประเภทส่งิ ประดิษฐ์ โครงงานประเภททฤษฎี
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………….
2. ขน้ั ตอนการดาเนนิ งานของโครงงานวทิ ยาศาสตร์
……………………… ……………………… ……………………… ………………………
……………………… ……………………… ……………………… ………………………
……………………… ……………………… ……………………… ………………………
……………………… ……………………… ……………………… ………………………
3. จงยกตัวอยา่ งโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์
1) ชอื่ เร่ือง……………………………………………………………………….……………………………………………………………………………….
2) บทคัดย่อ
………………………………………………………………………….……………….………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….……………….……………………………………………………………………….
3) ประโยชน์ในการนาไปใช้
………………………………………………………………………….……………….………………………………………………………………………
………………………………………………………………………….……………….………………………………………………………………………
ใบงานท่ี 1.3 เฉลย
เรอื่ ง พฒั นาโครงงาน
คาช้ีแจง : เตมิ ขอ้ ความหรือความหมายของคาลงในช่องว่างใหถ้ ูกต้อง
1. โครงงานวทิ ยาศาสตร์ แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท จงอธบิ าย
โครงงานประเภทสารวจ โครงงานประเภทการทดลอง
โครงงานประเภทต้องการสารวจและรวบรวมขอ้ มลู แลว้ โครงงานประเภทนเี้ ปน็ โครงงานทมี่ ีการออกแบบการ
นาข้อมูลเหล่านน้ั มาจาแนกเป็นหมวดหมู่ และนาเสนอใน ทดลองเพือ่ ศึกษาผลของตัวแปรหนง่ึ ท่มี ีผลต่อตวั แปรอีก
รปู แบบตา่ งๆ เพอ่ื ใหเ้ ห็นลกั ษณะหรอื ความสัมพันธ์ใน ตัวหนง่ึ ทตี่ ้องการศกึ ษา โดยควบคมุ ตวั แปรอ่นื ๆ ท่อี าจมี
เร่อื งท่ีต้องการศึกษาได้ชดั เจนยงิ่ ขน้ึ ผลต่อตัวแปรทีต่ ้องการศึกษาไว้
โครงงานประเภทสง่ิ ประดิษฐ์ โครงงานประเภททฤษฎี
โครงงานนเ้ี ป็นการประยกุ ต์หลกั การทางวิทยาศาสตร์ มา โครงงานนเ้ี ป็นการนาเสนอทฤษฎี หลกั การหรือแนวคิด
ประดิษฐ์ของเลน่ เคร่ืองมือ อาจเปน็ สิ่งประดษิ ฐใ์ หม่ หรอื ใหมๆ่ อาจจะอยใู่ นรปู ของสตู รสมการ หรือคาอธิบายกไ็ ด้
ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดมิ ทีม่ อี ยู่ หรอื การสร้าง โดยผ้เู สนอไดต้ ั้งกตกิ าขน้ึ มาเอง แล้วนาเสนอทฤษฎี ผล
แบบจาลองเพื่ออธบิ ายแนวคดิ ต่าง ๆ การอธบิ ายอาจจะใหม่ยังไมม่ ีใครคิดมากอ่ น
2. ขนั้ ตอนการดาเนินงานของโครงงานวทิ ยาศาสตร์
กำหนดปัญหำ กาหนด ตัง้ สมมติฐาน ออกแบบกำร
วตั ถปุ ระสงค์ ทดลอง
สรุปและ วิเครำะห์ รวบรวมขอ้ มลู ดำเนนิ กำร
อภปิ รำย ทดลอง
3. จงยกตัวอยา่ งโครงงานประเภทสิง่ ประดิษฐ์
1) ชื่อเร่ือง สอ้ มตะเกยี บ 2in1
2) บทคดั ยอ่
ส้อม ตะเกียบ 2in1 เป็นส่ิงประดษิ ฐท์ ่ีตอบสนองความต้องการในการใชต้ ะเกยี บ และส้อมในเวลา
เดียวกันโดยปลายดา้ นหน่งึ เป็นสอ้ มปลายอีกดา้ นหนึ่งเปน็ ตะเกียบ มีการออกแบบด้วยความคิด
สรา้ งสรรค์
3) ประโยชนใ์ นการนาไปใช้
ช่วยอานวยความสะดวก , เหมาะสมในการพกพา , ประหยัดค่าใชจ้ า่ ย , สามารถตอ่ ยอดจัดจาหน่าย
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
คำช้ีแจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
32
1 ความถกู ต้องของเน้อื หา
2 ความคิดสร้างสรรค์
3 วธิ ีการนำเสนอผลงาน
4 การนำไปใช้ประโยชน์
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชอ่ื ................................................... ผูป้ ระเมนิ
............/................./...................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางสว่ น
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรงุ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
คำช้แี จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดับคะแนน
ลำดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32
1 การแสดงความคิดเหน็
2 การยอมรับฟังความคดิ เหน็ ของผู้อน่ื
3 การทำงานตามหน้าท่ีทไี่ ด้รบั มอบหมาย
4 ความมีนำ้ ใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงช่อื ................................................... ผปู้ ระเมนิ
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ............/.................../................
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
คำชแ้ี จง : ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
การมี
ลำดบั ท่ี ชื่อ–สกลุ การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมี ส่วนร่วมใน รวม
ของนกั เรียน ความ ฟงั คนอ่ืน ตามท่ไี ดร้ บั นำ้ ใจ การ 15
คิดเห็น มอบหมาย คะแนน
ปรับปรุง
ผลงานกลุ่ม
321321321321321
เกณฑ์การให้คะแนน ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมิน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ............./.................../...............
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรุง
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
คำชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงคด์ ้าน 3 21
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้
กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกจิ กรรมทสี่ รา้ งความสามัคคีปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
ตอ่ โรงเรียน
1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนบั ถอื ปฏิบัติตามหลกั ศาสนา
1.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีเ่ กยี่ วกบั สถาบนั พระมหากษัตริย์ตามท่โี รงเรยี นจดั ขึน้
2. ซื่อสตั ย์ สุจริต 2.1 ใหข้ ้อมลู ท่ถี ูกตอ้ งและเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ตั ิในส่งิ ท่ีถกู ตอ้ ง
3. มวี ินยั รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คับของครอบครัว
มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจำวัน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 ร้จู ักใช้เวลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัติได้
4.2 รจู้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชือ่ ฟังคำสั่งสอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ต้แย้ง
4.4 ตัง้ ใจเรียน
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ย์สินและส่ิงของของโรงเรียนอยา่ งประหยดั
5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรูค้ ุณค่า
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงิน
6. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน 6.1 มีความตัง้ ใจและพยายามในการทำงานที่ได้รบั มอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพอื่ ให้งานสำเรจ็
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มจี ติ สำนกึ ในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รจู้ ักช่วยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน
8.2 รูจ้ กั การดแู ลรกั ษาทรพั ยส์ มบตั ิและสิ่งแวดลอ้ มของห้องเรยี นและโรงเรียน
ลงชือ่ .................................................. ผปู้ ระเมิน
............/.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ัตชิ ัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั ิชัดเจนและบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน 51–60 ดีมาก
พฤติกรรมทีป่ ฏิบตั บิ างคร้งั ให้ 1 คะแนน 41–50 ดี
30–40 พอใช้
ต่ำกว่า 30 ปรบั ปรงุ