The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Santipong Khirirak, 2024-03-21 12:49:56

เขาช้าง

เขาช้าง

ตำตำตำตำนนาานนเเขขาาช้ช้า ช้ า ช้งงผู้จัดทำ นางสาวกฤษณา อินเหมือน 6401105001010 นางสาวฐิติกา ร่วงเหมือน 6401105001019 นางสาวธัญญารัตน์ หลงสะเตีย 6401105001022 นางสาวสิริวรรณ ฉางทอง 6401105001030 นางสาวหรินรัตน์ สมาคม 6401105001033 นางสาวรุ้งดาวรรณ คงกำ ไร 6401105001214 กลุ่มเรียน 64010.152 นินิ นิ ทนิ ทาานนพื้พื้ พื้ นพื้ นบ้บ้ บ้ า บ้ านนภภาาคคใใต้ต้ ต้ต้


สมุดเล่มเล็กนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ETH0313 โครงงานและ สัมมนา เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านนิทานพื้นบ้านภาคใต้ เรื่อง ตำ นานเขาช้าง จังหวัดพังงา โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความหมาย ลักษณะ ประเภท คุณค่าของ นิทานพื้นบ้าน และนิทานพื้นบ้านภาคใต้ เรื่อง ตำ นานเขาช้าง จังหวัดพังงา ขอขอบคุณ รองศาสตราจารย์ณัฐา วิพลชัย อาจารย์ประจำ รายวิชา ผู้ชี้แนะแนวทางและให้คำ ปรึกษา คณะผู้จัดทำ หวังว่า สมุดเล่มเล็กเล่มนี้จะ เป็นประโยชน์กับผู้อ่านหรือผู้ที่กำ ลังศึกษาพัฒนาทักษะการอ่าน หากมีข้อผิด พลาดประการใดขออภัย ณ ที่นี้ด้วย คณะผู้จัดทำ คำ นำ


ความหมายของนิทานพื้นบ้าน ลักษณะของนิทานพื้นบ้าน ประเภทของนิทานพื้นบ้าน คุณค่าของนิทานพื้นบ้าน นิทานพื้นบ้านภาคใต้ เรื่อง ตำ นานเขาช้าง จังหวัดพังงา เรื่อง หน้า สารบับั บั ญ บั ญ 1 2 3 4 5


เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อน ตรงไปตรงมา และมีการเปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีรูปแบบตายตัว นิทานพื้นบ้าน หมายถึง เรื่องราวต่าง ๆ ที่เล่าสืบต่อกันมาตั้งแต่อดีต ซึ่งถ่ายทอดสู่อนุชนรุ่นหลังด้วยมุขปาฐะ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นต่าง ๆ มีจุดมุ่งหมายเป็นเครื่องบันเทิงใจ และสั่งสอนบุคคลให้กระทำ ความดี อาจเป็น เรื่องที่แฝงความจริงอยู่บ้างหรืออาจเป็นเรื่องที่สมมุติขึ้นก็ได้ และภายหลังมีการ บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรตามเค้าโครงเรื่องเดิม การประดิดิดิษดิฐ์ฐ์ ฐ์ หฐ์ หนันันังนัสืสื สื อสื อเล่ล่ล่มล่เล็ล็ ล็ ก ล็ กเพื่พื่ พื่ อพื่ อส่ส่ส่งส่เสริริริมริการอ่อ่อ่าอ่น นินินิทนิานพื้พื้ พื้ นพื้ นบ้บ้ บ้ าบ้ านภาคใต้ต้ ต้ต้ เรื่รื่ รื่ อรื่ อง ตำตำตำตำนานช้ช้ ช้ าช้ าง จัจัจังจัหวัวัวัดวัพัพัพังพังา ความหมายของนินินิทนิานพื้พื้ พื้ นพื้ นบ้บ้ บ้ าบ้ าน 1 2 3 4 เป็นเรื่องเล่าด้วยถ้อยคำ ธรรมดาเป็นภาษาร้อยแก้ว ถ่ายทอดเรื่องราวโดยการเล่าด้วยปากต่อปาก ไม่ปรากฏว่าผู้เล่าดั้งเดิมเป็นใคร โดยเล่าต่อ ๆ กันมา แม้ภายหลัง มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรก็บันทึกจากเค้าโครงเรื่องเดิม ลัลัลักลัษณะของนินินิทนิานพื้พื้ พื้ นพื้ นบ้บ้ บ้ าบ้ าน


นิทานพื้นบ้านมีทั้งหมด 4 ประเภท ดังนี้ (กุหลาบ มัลลิกะมาส, 2518 : 44) 1. การแบ่งนิทานตามพื้นที่ (Area) เป็นการแบ่งโดยอาศัยเขตแดนทางภูมิศาสตร์ 2.2 นิทานท้องถิ่น (Local tale) มีขนาดสั้นกว่านิทานปรัมปรา เป็นเรื่อง เหตุการณ์เกี่ยวกับความเชื่อขนบธรรมเนียมประเพณีโชคลาง หรือคตินิยมอย่างใด อย่างหนึ่งอันเป็นพื้นฐานของคนในแต่ละท้องถิ่น แม้ว่าจะเป็นเรื่องแปลกพิสดาร หรือพ้นวิสัยความเป็นจริงไปบ้างแต่ก็ยังเชื่อกันว่าเกิดขึ้นจริง มีเค้าความจริง มี สถานที่จริง ที่กำ หนดแน่นอน 2. การแบ่งนิทานตามแบบของนิทาน (Form) แบ่งได้เป็น 5 ประเภท ดังนี้ 2.1 นิทานปรัมปรา (Fairy tale) มีลักษณะเป็นเรื่องค่อนข้างยาว มีสารัตถะ หลายสารัตถะประกอบในนิทานนั้น เป็นเรื่องที่สมมุติว่าเกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่งเนื้อเรื่อง ประกอบด้วยอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น เป็นผู้ มีอํานาจ มีบุญ หรือมีฤทธิ์เดช ประเภทของนินินิทนิานพื้พื้ พื้ นพื้ นบ้บ้ บ้ าบ้ าน 2.3 เทพนิยาย (Myth) เป็นเรื่องเกี่ยวกับเทวดา นางฟ้า หรือเจ้าป่าเจ้าเขา เทพนิยายเหล่านี้มักมีส่วนสัมพันธ์กับความเชื่อทางศาสนาและพิธีกรรมต่าง ๆ ทาง ศาสนา 2.5 นิทานตลกขบขัน (Jest) มักเป็นเรื่องสั้น ๆ จุดสำ คัญอยู่ที่เรื่องซึ่งไม่ น่าจะเป็นไปได้ต่าง ๆ อาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับความโง่และกลโกงการแสดงไหวพริบ การพนันขันต่อการเดินทางการผจญภัย ฯลฯ เช่น เรื่องศรีธนญไชย 3. การแบ่งนิทานตามชนิดของนิทานพื้นบ้าน (Type Index) 2.4 นิทานเรื่องสัตว์ (Animal tale) มีตัวเอกของเรื่องเป็นสัตว์แต่สมมุติว่า มีความคิดและการกระทำ เหมือนคน อาจแสดงให้เห็นความฉลาด ความโง่เขลา ความขบขัน และมักมีคติสอนใจอยู่ด้วย 4. การแบ่งนิทานตามสารัตถะของนิทาน (Motif Index)


คุณค่าของนิทานพื้นบ้าน (วิเชียร เกษประทุม, 2536 : 9 – 10) 1. นิทานให้ความสนุกเพลิดเพลิน 2. นิทานช่วยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว 3. นิทานให้การศึกษาและเสริมสร้างจินตนาการ 4. นิทานให้ข้อคิดและคติเตือนใจ 5. นิทานช่วยสะท้อนให้เห็นสภาพของสังคมในอดีต คุณค่าของนิทานพื้นบ้าน


สองพี่น้อง พี่ชายชื่อ ยมดึง น้องสาวชื่อ ยมโดย ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์


ต่อมานางยมโดยเสียชีวิต ตายมดึงเศร้าโศกมาก จึงละทิ้งถิ่นเดิมไปตามยถากรรม จนถึงปลายคลองแสง อำ เภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี


ตายมดึงอาศัยอยู่กับตาโจงโดงในละแวกบ้านไกรสร ซึ่งมีอาชีพหาน้ำ มันชันจากต้นยาง ตายมดึงเป็นคนขยันจนตาโจงโดงพอใจมาก และยกนางทองตึงให้แก่ตายมดึง


ครั้นอยู่มาวันหนึ่งมีโขลงช้างป่าเข้ามาทำ ลายไร่ข้าว และผักผลไม้ของตายมดึง ไล่ไปแล้วก็กลับมากินอีกเป็นหลายคราว จนนายยมดึงโกรธแค้น จะฆ่าช้างทั้งโขลงนั้นให้ได้


ตางุ้ม เป็นชาวบ้านพุมเรียงอาชีพค้าขาย มีช้างอยู่ 2 เชือก เป็นช้างพังเเละช้างพลาย เพื่อเป็นพาหนะในการบรรทุกสินค้า ต่อมาตางุ้มได้เดินทางไปค้าขายที่เขาพนมและต่อไปยังตะกั่วป่า ขณะนั้นตายมดึงไล่ช้างวิ่งผ่านมา ช้างพลายของตางุ้มก็ตกใจ วิ่งตามช้างป่าไป ฝูงช้างแตกกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง จนเป็นเหตุให้ตายมดึงสำ คัญผิดตามล่าช้างพลายของตางุ้มด้วย


ตายมดึงสะกดรอยตามช้างมาถึงคลองสก ช้างพังตัว หนึ่งกำ ลังท้องแก่ตกใจวิ่งหนีจนพลาดตกคลอง แรงน้ำ กระแทกจนตกลูกช้างออกมา และกลายเป็นหินอยู่ กลางคลองสก เรียกว่า “หินลูกช้าง” ตายมดึงได้ลาก หอกติดตามช้างไปเรื่อย ๆ ทำ ให้ดินและหินเเยกเป็น ทางน้ำ เรียกว่า “บางลากหอก”


ตายมดึงเข้าไปตามช้างจนถึงช่องเขาในป่าลึกในตำ บล คลองสก ซึ่งที่นั้นมีม้าเหลียวมาดูตายมดึง เขาช่องนั้น ชื่อว่า “ช่องม้าเหลียว” ครั้นตายมดึงใช้ดระบอกปืน จ้องยิงแต่กระสุนพลาด จึงเรียกที่นั้นว่า “ช่องลูก ปลาย” และด้วยความโกรธตายมดึงจึงโยนปืน จึงเรียก ภูเขานั้นว่า “เขาโยน”


ตายมดึงเหนื่อยมากจึงให้หมาไล่ช้างไปก่อน หมาไล่ไปพบและคาบหาง ของแลน เเต่เเลนวิ่งลงรู จึงเรียกที่นั้นว่า “แลนคารู” แลนได้หลุดไปหมาก็แหงนดู จึงเรียกบริเวณนั้นว่า “ย่านหมาแหงน” ฝ่ายตายมดึงได้ใช้พร้าขว้างแลนไปถูกภูเขา จนพร้าหัก จึงเรียกที่นั้นว่า “เขาพร้าหัก” ครั้นไล่ต่อไปฝนก็ตกหนักจำ เป็นต้องเอา ดินปืนไว้ในถ้ำ จึงเรียกถ้ำ นั้นว่า “ถ้ำ ดินปืน” ซึ่งช้างพลาย ที่ตายมดึงล่าได้ไปหยุดนอนที่เขตอำ เภอท้ายเมือง จังหวัดพังงา จึงได้ชื่อว่า “บ้านช้างนอน”


ตายมดึงตามช้างไปจนผ่านช่องเขาซึ่งอยู่ระหว่างอำ เภอ ท้ายเมืองและอำ เภอตะกั่วทุ่ง ตายมดึงได้ลับหอกกับหิน นั้น จึงได้ชื่อว่า “เขาหินลับ” ตายมดึงได้ตามล่าจนเข้า เขตเมืองพังงา สถานที่เป็นป่ารกและฝนตกหนัก จึงขึ้น ไปชะโงกบนภูเขาเพื่อนดูช้าง จึงได้ชื่อว่า “ทุ่งคาโงก” ตายมดึงเห็นช้างก็รีบลงมาใช้หอกแทงข้างขาจนช้างเป็น แผลใหญ่ จึงได้ชื่อว่า “บ้านแผล”


ช้างกระเสือกกระสนจนไปหมอบนอนตากแดด จึงเรียกบริเวณนั้น ว่า “บ้านตากแดด” ตายมดึงใช้หอกแทงตรงท้องช้างจนช้างตาย ช้างนั้นกลายเป็นหินจึงเรียกหินนี้ว่า “เขาช้าง” ตรงส่วนท้องของ ช้างมีเลือดไหลออกมากลายเป็นน้ำ ตก และท้องช้างกลายเป็นถ้ำ เรียกว่า “ถ้ำ พุงช้าง” และด้วยคามแค้นของตายมดึงได้ผ่าท้องช้าง มาทำ อาหาร เรียกว่า “วังหม้อแกง” ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับตลาดพังงา และต่อมาคำ ว่า “พิงงา” ได้กลายมาเป็น “พังงา”


ตางุ้มเจ้าของช้าง ตามมาถึงพังงา จึงรู้ว่าช้างถูกฆ่าก็เสียใจ จนขาดใจตายตามช้างไป ร่างของตางุ้มกลายเป็นภูเขาจึง เรียกว่า “เขาตางุ้ม” นั่งเฝ้าอยู่ใกล้ ๆ ซากช้าง คือ “เขาช้าง” นั้นเอง ซึ่งบางตำ นานเล่าว่าช้างของตางุ้มเป็น ช้างพังมีงาเล็ก ๆ เมื่อถูกงาออกจึงเรียกว่า “พังงา”


Click to View FlipBook Version