แบบฝกึ เสรมิ ทักษะการเขียนภาพจิตรกรรมไทย เลม่ ท่ี ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
หมวดกระหนก
แบบฝกึ เสรมิ ทักษะการเขียนภาพจติ รกรรมไทย เลม่ ท่ี ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
คำนำ
แบบฝึกเสรมิ ทักษะการเขยี นภาพจติ รกรรมไทยชุดนี้ จัดทำข้ึนเพือ่ ใชป้ ระกอบการ
เรียนการสอน กลุ่มสาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ (ทัศนศลิ ป)์ ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๔ มงุ่ ให้ผเู้ รยี นใช้
ประกอบการฝึกปฏิบัติ โดยศึกษาจากใบความรู้ ตัวอยา่ งวิธกี าร นำมาประมวลกับ
ประสบการณเ์ ดิม ให้เกิดทักษะความชำนาญทางศิลปะ สามารถสรา้ งผลงานของตนข้ึนมา
ใหม่ ประกอบด้วยแบบฝกึ เสริมทักษะการเขยี นภาพจิตรกรรมไทยชุด จำนวน ๔ เลม่ ดังน้ี
เลม่ ท่ี ๑ แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะการเขียนภาพลายไทยหมวดกระหนก
เลม่ ที่ ๒ แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะการเขยี นภาพลายไทยหมวดนารี
เล่มท่ี ๓ แบบฝกึ เสริมทกั ษะการเขยี นภาพลายไทยหมวดกระบี่
เล่มที่ ๔ แบบฝึกเสริมทกั ษะการเขยี นภาพลายไทยหมวดคชะ
สำหรบั แบบฝึกเสริมทักษะเลม่ น้ี เปน็ เลม่ ที่ ๑ ลายไทยหมวดกระหนก มุ่งให้นกั เรียน
ไดฝ้ ึกทกั ษะการใช้เขยี นเส้นและการวาดภาพลายไทย ในประเภทของลายพนื้ ฐานหรอื ลาย
แมบ่ ท ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างย่งิ ว่า แบบฝึกเสริมทกั ษะน้ี จะอำนวยประโยชนต์ อ่ ผทู้ ม่ี สี ว่ น
เกย่ี วข้องในการจัดการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศิลปะ (ทศั นศลิ ป)์ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๔
ใหเ้ กิดประสิทธิภาพสูงสดุ
นายศุภโชค ฉางสวุ รรณ
แบบฝกึ เสริมทักษะการเขียนภาพจติ รกรรมไทย เล่มที่ ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก หนา้
สารบญั ก
ข
คำนำ ๑
สารบญั ๒
คำแนะนำในการใชแ้ บบฝึกเสริมทักษะสำหรบั ครู ๓
คำแนะนำในการใชแ้ บบฝึกเสริมทักษะสำหรบั นักเรยี น ๔
ข้ันตอนการใช้แบบฝึกเสริมทกั ษะ ๕
มาตรฐานการเรียนรู้ ๖
จุดประสงค์การเรียนรู้ ๘
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ๙
ใบความรู้ ประวัตคิ วามเปน็ มาของศิลปะะไทย ๑๐
ใบความรู้ ลกั ษณะของงานจิตรกรรมไทย ๑๑
ใบความรู้ หมวดหมู่ของศลิ ปะไทย ๑๔
แบบฝกึ ท่ี 1 - ๓ ๑๕
งานทม่ี อบหมาย ๑๙
แนวคำตอบแบบฝึก ๒๑
แบบทดสอบหลังเรยี น ๒๑
เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น ๒๒
แบบบนั ทกึ คะแนนการทดสอบ
บรรณานุกรม
แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะการเขียนภาพจิตรกรรมไทย เล่มท่ี ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
คำแนะนำในการใช้แบบฝกึ เสรมิ ทักษะสำหรับครู
แบบฝกึ เสรมิ ทักษะการเขียนภาพลายไทยหมวดกระหนก กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ
(ทศั นศิลป์) ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๔ ประกอบดว้ ยคำแนะนำขัน้ ตอนการใช้ มาตรฐานการ
เรียนรู้/จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ใบความรู้ แบบฝกึ ใบงาน แบบทดสอบกอ่ นเรยี น/หลังเรียน
และแนวคำ/เฉลย ในการใชแ้ บบฝึกเสรมิ ทกั ษะ ครูผู้สอนควรปฏิบตั ิตามขั้นตอน ดังตอ่ ไปน้ี
1. ศึกษาคมู่ อื การใช้ และจดั เตรียมแบบฝึกเสริมทกั ษะใหพ้ ร้อมรวมท้ังทำความ
เขา้ ใจกิจกรรมการฝกึ ท้งั สื่อการเรยี นรู้ และเครื่องมือวดั ผลประเมนิ ผล
2. ช้แี จงจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ขน้ั ตอนการใชแ้ บบฝกึ เสรมิ ทักษะใหน้ ักเรียนทราบ
เพื่อทำความเขา้ ใจกอ่ น
3. ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน กอ่ นศึกษาเน้ือหาจากใบความร้แู ละปฏิบตั ิ
กิจกรรมตามขัน้ ตอนในแบบฝึกเสริมทกั ษะ
4. ดแู ลใหน้ ักเรยี นปฏบิ ัตติ ามขนั้ ตอน และใหค้ ำแนะนำเมอ่ื นกั เรยี นพบปญั หา
5. ประเมินผลการเรียนของนักเรียนอยา่ งต่อเนือ่ ง และใหแ้ รงเสรมิ ในการปฏิบัติ
กจิ กรรมของนักเรยี น
6. ให้นักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน เมื่อศึกษาเนอ้ื หาและปฏิบตั ิกิจกรรมในแบบ
ฝึกเสรมิ ทกั ษะเสรจ็ ส้ิน
7. บันทึกผลการประเมนิ หลงั การจัดการเรียนรโู้ ดยใชแ้ บบฝึกเสริมทักษะทกุ ครัง้
แบบฝกึ เสรมิ ทักษะการเขียนภาพจติ รกรรมไทย เล่มที่ ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
คำแนะนำในการใชแ้ บบฝกึ เสรมิ ทักษะสำหรบั นักเรียน
แบบฝกึ เสริมทกั ษะการเขียนภาพลายไทยหมวดกระหนก กลุ่มสาระการเรยี นรู้
ศลิ ปะ(ทศั นศิลป)์ ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๔ นกั เรียนสามารถศึกษาได้ดว้ ยตนเอง โดยให้
นกั เรียนอ่านคำแนะนำและปฏบิ ัตติ ามขั้นตอน ดังนี้
1. ศึกษาจุดประสงค์การเรยี นรู้ เพือ่ ให้ทราบว่าเมอื่ จบการเรยี นแลว้ นักเรยี น
สามารถเรยี นรู้อะไรได้บ้าง
2. ทำแบบทดสอบก่อนเรยี น เพ่อื ให้รวู้ า่ นกั เรียนมีความรู้พืน้ ฐานเกีย่ วกบั เรอื่ งที่
ศึกษามากนอ้ ยเพยี งใด
3. ศกึ ษาเนอ้ื จากใบความรูแ้ ละทำกิจกรรมในแบบฝึกตามท่กี ำหนดโดยไม่ควร
เปดิ ดแู นวคำตอบระหว่างทำกจิ กรรมแบบฝึกเสริมทักษะ
4. ทำแบบทดสอบหลังเรยี น ตรวจคำตอบจากเฉลย บันทึกคะแนนการทดสอบ
เพ่อื ประเมนิ ความก้าวทา้ ยเล่ม
5. หากไมเ่ ข้าใจ เกิดขอ้ สงสัย นักเรยี นสามารถสอบถามจากครูผู้สอน
แบบฝกึ เสรมิ ทักษะการเขยี นภาพจติ รกรรมไทย เลม่ ท่ี ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
ข้ันตอนการใชแ้ บบฝกึ ทกั ษะ
อ่านคำแนะนำ
ทดสอบกอ่ นเรียน
ศึกษาใบความรู้
ทำแบบฝึกเสรมิ ทกั ษะ
ทำใบงาน
ทดสอบหลังเรียน
ตรวจคำตอบ/บนั ทึกคะแนน
แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะการเขยี นภาพจิตรกรรมไทย เลม่ ท่ี ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
มาตราฐานการเรยี นรู้
แบบฝึกเสริมทกั ษะการเขียนภาพจติ รกรรมไทย เล่มที่ ๑
หมวดลายกระหนก
สาระที่ ๑ ทศั นศิลป์
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรคง์ านทศั นศิลป์ตามจินตนาการ และ
ความคิดสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณค์ ุณคา่ งานทัศนศลิ ป์
ถ่ายทอดความรู้สึก ความคดิ ต่องานศลิ ปะอยา่ งอิสระชน่ื ชม และ
ประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวัน
ตัวชว้ี ัดที่ ม.๔-๖/๑๐ สรา้ งสรรค์งานทศั นศลิ ป์ไทย สากลโดย
ศึกษาแนวคิดและวธิ ีการสร้างงานของศิลปินท่ตี นชื่นชอบ
สาระที่ ๑ ทัศนศิลป์
มาตรฐาน ศ ๑.๒ เข้าใจความสัมพันธร์ ะหว่างทัศนศลิ ป์
ประวตั ิศาสตร์ และวฒั นธรรม เหน็ คณุ ค่างานทศั นศลิ ปท์ ี่เป็น
มรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่นิ ภูมิปัญญาไทย และสากล
ตัวชวี้ ดั ท่ี ม.๔-๖/๓ งานทศั นศลิ ปก์ ับการสะทอ้ นคณุ ค่าของ
วัฒนธรรม
สาระการเรยี นรู้
ศลิ ปะไทย ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิน่
แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะการเขยี นภาพจติ รกรรมไทย เล่มท่ี ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะการเขยี นภาพจิตรกรรมไทย เล่มที่ ๑
หมวดลายกระหนก
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. บอกความเป็นมาของงานจติ รกรรมไทยได้
๒. รู้เข้าใจลักษณะงานจิตรกรรมไทยประเภทตา่ งๆ
๓. รเู้ ข้าใจการใช้วสั ดุอุปกรณใ์ นการสร้างงานจิตรกรรมไทย
๔. สามารถสร้างสรรคผ์ ลงานจติ รกรรมไทยได้
สาระสำคัญ
ประวัติความเปน็ มาของงานจิตรกรรมไทย รูปแบบวธิ ีการวัสดุ
อุปกรณ์ และเทคนิคการใชส้ ร้างสรรคง์ านจิตรกรรมไทย ฝกึ ปฏิบัติการ
สร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณี และ จิตรกรรมไทย
ประยุกต์ มีส่วนรว่ มในการอนุรกั ษ์ผลงานจิตรกรรมไทยอันเปน็ มรดกทาง
วัฒนธรรม
แบบฝกึ เสริมทกั ษะการเขียนภาพจติ รกรรมไทย เลม่ ท่ี ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
แบบทดสอบก่อนเรียน
แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะการเขียนภาพจติ รกรรมไทย เล่มท่ี ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
คำช้ีแจง : เขยี นเครื่องหมาย X ทับตวั อักษรหนา้ คำตอบท่ถี ูกตอ้ งทีส่ ุด
๑. จิตรกรรม คืออะไร ? ข. ภาพถา่ ย
ก. ภาพวาด ง. ความรู้สึกทางใจ
ค. รปู ปั้น
๒. ผู้สรา้ งงานจิตรกรรมเราเรียกว่าอะไร ? ข. ประตมิ ากร
ก. จิตรกร ง. ทนิ กร
ค. กรรมกร
๓. ขอ้ ใดบง่ บอกถึงลกั ษณะเดน่ ของจิตรกรรมไทย ?
ก. เปน็ ภาพเหมือนจริงตามธรรมชาติ ข. เป็นภาพ 2 มติ ิ ใชก้ ารตดั เสน้
ค. ระบายสเี รยี บไม่มีแสงเงา ง. ขอ้ ข. และข้อ ค. ถกู
๔. ศิลปะไทยหรอื ลายไทยแบ่งออกเปน็ กห่ี มวด ?
ก. 2 หมวด ข. 3 หมวด
ค. 4 หมวด ง. 5 หมวด
๕. ข้อใดเปน็ เปน็ ลายไทยในหมวดกระหนก ? ข. กินรี
ก. ประจำยาม ง. หนุมาน
ค. พระราม
๖. ลายกระจังตาอ้อย ได้แรงบนั ดาลใจในการเขียนลายมาจากสง่ิ ใด ?
ก. ใบโพธ์ิ ข. ตาตน้ ออ้ ย
ค. ดอกบัว ง. ใบเทศ
แบบฝกึ เสริมทักษะการเขียนภาพจติ รกรรมไทย เล่มที่ ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
๗. ในการจดั หมวดหมู่ของงานจติ รกรรมไทยเราแบ่งออกได้เป็นก่หี มวดอะไรบา้ ง ?
ก. 1 หมวด ไดแ้ ก่ ลายเสน้
ข. 2 หมวด ไดแ้ ก่ หมวดสิ่งมีชีวติ , หมวดส่ิงไม่มีชีวติ
ค. 3 หมวด ไดแ้ ก่ หมวดเทพ , หมวดมาร , หมวดสัตว์
ง. 4 หมวด ได้แก่ กระหนก , นารี , กระบ่ี , คชะ
๘. ลายกนก หมายความวา่ อย่างไร ? ข. ผูป้ ระกาศข่าว
ก. ลวดลายทองคำ ง. เป็นรว้ิ เปน็ เส้น
ค. รามเกยี รต์ิ
๙. ศลิ ปะไทยนยิ มใชใ้ นงานสถาปัตยกรรมประเภทใดมากท่สี ดุ ?
ก. วดั ข. บา้ นพักอาศยั
ค. โรงเรียน ง. สถานท่รี าชการ
๑๐. จติ รกรรมไทยตา่ งกบั จิตรกรรมตะวนั ตกอย่างไร?
ก. จติ รกรรมไทยเน้นลายเสน้ เป็นการเขียนภาพ ในอุดมคตขิ องจติ รกรหรือศิลปินผู้
สร้างสรรคผ์ ลงาน จิตรกรรมตะวันตกเนน้ มติ ิแสงเงาและการลอกเลียนแบบจาก
ธรรมชาติ
ข. จิตรกรรมไทยไม่เนน้ สีจิตรกรรมตะวนั ตกเน้นการให้สีในการเขียนภาพ
ค. จติ รกรรมไทยเน้นแสงเงาจติ รกรรมสากลไม่เน้นแสงเงา
ง. จิตรกรรมไทยและจิตรกรรมสากลไมม่ คี วามแตกตา่ งกันแตอ่ ยา่ งใด
แบบฝกึ เสรมิ ทักษะการเขยี นภาพจติ รกรรมไทย เล่มที่ ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
ศลิ ปะไทยได้รบั อทิ ธิพลจากตา่ งชาติมาช้านานและได้พฒั นาสบื เนือ่ งผสมกบั ความ
เช่อื ท้องถิน่ จนกลายเปน็ ศลิ ปะท่เี ป็นเอกลกั ษณข์ องตนเอง ราว พ.ศ. 300 จนถึง พ.ศ.
1111 พระพทุ ธศาสนานำเข้ามาโดยชาวอนิ เดยี แสดงให้เหน็ อิทธิพลทมี่ ีตอ่ ศลิ ปะไทยในยุค
หลังทงั้ ดา้ นภาษา วรรณกรรม ศิลปกรรม โดยกระจายเปน็ กลุม่ ศิลปะสมัยตา่ ง ๆ เริม่ ตั้งแต่
สมยั ทวาราวดี ศรีวชิ ัย ลพบรุ ี เมอ่ื กลมุ่ คนไทยตงั้ ตวั เปน็ ปกึ แผน่ แลว้ ศิลปะดงั กล่าวจึงมี
อทิ ธิพลตอ่ ศลิ ปะไทย ช่างไทยพยายามสรา้ งสรรค์ให้มลี กั ษณะพิเศษกวา่ งานศลิ ปะของชาติ
อ่ืน ๆ มกี ารประดิษฐ์ลวดลายไทยเปน็ เครอ่ื งตกแต่งทำให้ลักษณะศิลปะไทยมรี ูปแบบเฉพาะ
และได้สอดแทรกวฒั นธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณแี ละความรู้สึกของคนไทยไว้ในงาน
เหล่าน้ัน ดังจะเห็นได้จากภาพฝาผนงั ตามวดั วาอารามต่าง ๆ ปราสาทราชวัง ตลอดจน
เครื่องประดบั และเคร่ืองใช้ทัว่ ไป
แบบฝกึ เสริมทกั ษะการเขยี นภาพจติ รกรรมไทย เล่มที่ ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
ศิลปะไทยได้รับอทิ ธพิ ลจากประเพณแี ละวัฒนธรรมในสังคมไทย เชน่ ความเป็นอยแู่ ละการ
ดำรงชีวิตของคนไทยที่ไดส้ อดแทรกไว้ในผลงานทส่ี รา้ งสรรคข์ ึน้ โดยเฉพาะศลิ ปกรรมที่เกี่ยวกบั
พระพทุ ธศาสนา อาจกล่าวได้ว่าศิลปะไทยสร้างข้ึนเพือ่ ส่งเสรมิ พุทธศาสนา เป็นการเชื่อมโยงและ
โน้มน้าวจติ ใจของประชาชนให้เกิดความเลอื่ มใสศรทั ธาในพุทธศาสนา
จิตรกรรมไทย จัดเปน็ ภาพเลา่ เรอ่ื งทีเ่ ขียนข้ึนดว้ ยความคดิ จินตนาการของคนไทย มีลกั ษณะ
ตามอุดมคติของกระบวนงานชา่ งไทย คือ
1. เขียนสีแบน ไมค่ ำนงึ ถงึ แสงและเงา นยิ มตัดเสน้ ใหเ้ หน็ ชัดเจน และเสน้ ทใ่ี ช้ จะแสดง
ความรสู้ กึ เคลื่อนไหวนมุ่ นวล
2. เขยี นตัวพระ-นาง เปน็ แบบละคร มลี ลี า ท่าทางเหมอื นกนั ผิดแผกแตกตา่ ง กนั ด้วย
สีรา่ งกายและเครอ่ื งประดับ
3. เขยี นแบบตานกมอง หรือเปน็ ภาพตำ่ กว่าสายตา โดยมุมมองจากทสี่ ูงลงสู่ ลา่ ง จะ
เห็นเปน็ รูปเร่อื งราวได้ตลอดภาพ
4. เขียนตดิ ตอ่ กนั เป็นตอน ๆ สามารถดจู ากซ้ายไปขวาหรอื ล่างและบนไดท้ ่วั ภาพ โดย
ขั้นตอนภาพดว้ ยโขดหนิ ต้นไม้ กำแพงเมอื ง และเสน้ สนิ เทาหรอื คชกรดิ เปน็ ต้น
5. เขียนประดบั ตกแต่งด้วยลวดลายไทย มสี ีทองสรา้ งภาพให้เด่นเกดิ บรรยากาศ สขุ
สว่างและมีคณุ ค่ามากขน้ึ
ลายไทย เปน็ ลายทป่ี ระดษิ ฐข์ นึ้ โดยมีธรรมชาติมาเป็นแรงบนั ดาลใจ โดยดดั แปลงธรรมชาติ
ให้เปน็ ลวดลายใหม่ เชน่ ตาออ้ ย กา้ มปู เปลวไฟ รวงข้าว และดอกบัว ฯลฯ ลายไทยเดมิ ทเี ดยี ว
เรียกกนั วา่ "กระหนก" หมายถงึ ลวดลาย เช่น กระหนกลาย กระหนกก้านขด ตอ่ มามีคำใชว้ า่
"กนก" หมายถึง ทอง กนกปดิ ทอง กนกตลู้ ายทอง แตจ่ ะมีใช้เมอื่ ใดยงั ไม่มีหลักฐานแนช่ ัด ซ่งึ คำ
เดมิ "กระหนก" น้เี ขา้ ใจเป็นคำแต่สมัยโบราณที่มีมาต้ังแตส่ มยั ทวาราวดี โดยเรยี กติดต่อกนั จนเปน็
คำเฉพาะ หมายถงึ ลวดลายก้านขด ลายกา้ นปู ลายก้างปลา ลายกระหนกเปลว เปน็ ตน้ ลายไทยท่ี
จัดเปน็ แม่บทใช้ในการเขยี นภาพมี 4 ลาย คือลายกระหนก ลายนารี ลายกระบี่และลายคชะ
แบบฝกึ เสริมทักษะการเขียนภาพจิตรกรรมไทย เล่มที่ ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
หมวดหมขู่ องศิลปะไทย
ช่างไทยโบราณแบง่ หมวดหมูข่ องศิละไทยออกได้ 4 หมวดด้วยกัน คือ หมวดกระหนก หมวดนารี
หมวดกระบี่ และหมวดคชะ หรอื ทช่ี า่ งไทยรวมเรียกว่า กระหนก นาง ช้าง ลงิ แตล่ ะหมวดก็จะมี
รายละเอียดปลกี ย่อยลงไป ดงั ต่อไปนี้
1. กนก ภาษาสันสกฤต แปลว่า “หนาม”สำหรับชา่ งเขียนโบราณ กนก คอื ดงปา่ ดงไม้ มี
แบบฟอร์มคือเปลวไฟเปน็ รูปสามเหลี่ยม การฝึกร่างลวดลาย ให้รูจ้ กั ความประสาน
สมั พนั ธ์กันของเสน้ ที่ผูกรวมกันเป็นลายไทย โดยเฉพาะกนกแบบตา่ งๆ เชน่ กนกสามตัว
กนกใบเทศ กนกเปลว ถอื เปน็ ปฐมบททต่ี ้องฝึกฝนใหช้ ำนาญก่อนทจี่ ะทำการช่างอยา่ ง
อ่นื ต่อไป
2. นารี คือ การเรียนรูฝ้ กึ ฝนเกย่ี วกับการเขยี นหน้ามนษุ ย์ เทวดา นางฟ้า พระ และนางทัง้
ดา้ นหนา้ ตรงและดา้ นหน้าเพล่ ซ่งึ ถอื ว่าเปน็ ภาพหลักของภาพไทย เมอ่ื เขียนได้
คล่องแคลว่ ดีแลว้ จงึ ฝกึ เขยี นท้ังตัวในอริยาบถตา่ ง ๆ ภาพเหลา่ นี้จะแสดงอารมณด์ ้วย
กิรยิ า ใบหนา้ ของตัวภาพจะไม่แสดงอารมณ์ตามแบบแผนของศิลปะไทย นอกจากการฝึก
เขียนตวั ภาพหลกั ดงั กลา่ วแล้ว ยงั ต้องฝกึ การเขียนภาพกากหรอื ตัวภาพที่เปน็ คนธรรมดา
และการเขียนภาพจบั สำหรับเขียนเรอ่ื งรามเกยี รต์ิใหเ้ กิดความชำนาญด้วย
3. กระบ่ี คอื การฝึกเขียนภาพอมนุษยต์ า่ ง ๆ ได้แก่ พวกยักษ์ วานร เป็นต้น ในการฝึก
จะต้องฝึกจากภาพลงิ หรอื กระบีเ่ ป็นอนั ดบั แรก เมือ่ เขยี นได้แม่นยำแลว้ จงึ ฝึกเขยี นภาพ
อ่ืนต่อไป การฝึกเขียนภาพหมวดนจี้ ะเปน็ ประโยชนใ์ นการเขยี นภาพเรอ่ื งรามเกยี รต์ิ
4. คชะ คือ การฝกึ เขยี นภาพสัตวส์ ามัญและภาพสัตว์ประดิษฐต์ า่ งๆ โดยเร่ิมจากคชะหรอื
ช้างซึง่ เปน็ สตั วใ์ หญก่ ่อน แล้วจึงฝึกเขยี นภาพสัตว์เลก็ ๆ ตอ่ ไป ในหมวดนจ้ี ะแบ่งสตั วท์ ี่
เขียนเป็นสองประเภท ประเภทแรกคือสตั ว์ที่มอี ยบู่ นโลกมนษุ ย์ เช่น ช้าง ม้า วัว นก เป็น
ต้น ประเภทท่ีสอง คอื สตั ว์ประดษิ ฐห์ รือสตั ว์หิมพานต์ เช่น กนิ รี ราชสิงห์ เป็นตน้
แบบฝกึ เสริมทักษะการเขียนภาพจติ รกรรมไทย เลม่ ที่ ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
คำสั่ง : ใหน้ กั เรยี นฝึกปฏิบัติลากเส้นหางไหลกลายร่างเป็นกระหนกตามแบบที่กำหนดให้
แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะการเขยี นภาพจิตรกรรมไทย เลม่ ท่ี ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
คำสง่ั : ให้นกั เรียนฝกึ ปฏบิ ัติเขยี นลายประจำยามจากโครงรา่ งสเี่ หลยื่ มตามแบบที่กำหนดให้
แบบฝกึ เสริมทักษะการเขียนภาพจติ รกรรมไทย เล่มท่ี ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
คำสั่ง : ใหน้ กั เรยี นฝึกปฏิบตั ิเขยี นลายกระหนกสามตวั แบบแบง่ ส่วนตามแบบทก่ี ำหนดให้
แบบฝึกเสริมทกั ษะการเขียนภาพจติ รกรรมไทย เลม่ ที่ ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
คำสั่ง : ใหน้ ักเรยี นฝึกปฏบิ ัติการผูกลายหรือการประกอบลายโดยการนำลายพน้ื ฐานหรอื
ลายแม่บทท่ีนกั เรยี นฝกึ ปฏิบัตมิ าประกอบกนั ให้เกิดลายไทยแบบใหม่
แบบฝกึ เสริมทักษะการเขียนภาพจติ รกรรมไทย เลม่ ที่ ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
คำสั่ง : ใหน้ กั เรยี นฝึกปฏิบัติลากเส้นหางไหลกลายร่างเป็นกระหนกตามแบบที่กำหนดให้
แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะการเขยี นภาพจิตรกรรมไทย เลม่ ท่ี ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
คำสง่ั : ให้นกั เรียนฝกึ ปฏบิ ัติเขยี นลายประจำยามจากโครงรา่ งสเี่ หลยื่ มตามแบบที่กำหนดให้
แบบฝึกเสริมทกั ษะการเขียนภาพจิตรกรรมไทย เลม่ ที่ ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
คำสั่ง : ใหน้ กั เรยี นฝกึ ปฏบิ ัติเขียนลายกระหนกสามตวั แบบแบง่ ส่วนตามแบบทก่ี ำหนดให้
แบบฝึกเสริมทกั ษะการเขียนภาพจติ รกรรมไทย เลม่ ที่ ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
คำสั่ง : ใหน้ ักเรยี นฝึกปฏบิ ัติการผูกลายหรือการประกอบลายโดยการนำลายพน้ื ฐานหรอื
ลายแม่บทท่ีนกั เรยี นฝกึ ปฏิบัตมิ าประกอบกนั ให้เกิดลายไทยแบบใหม่
แบบฝกึ เสรมิ ทักษะการเขียนภาพจิตรกรรมไทย เลม่ ที่ ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะการเขียนภาพจติ รกรรมไทย เลม่ ที่ ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
คำชี้แจง : เขียนเคร่อื งหมาย X ทบั ตัวอักษรหนา้ คำตอบท่ีถูกตอ้ งทสี่ ดุ
๑. ผู้สร้างงานจติ รกรรมเราเรียกว่าอะไร ? ข. ประตมิ ากร
ก. จติ รกร ง. ทนิ กร
ค. กรรมกร
๒. จิตรกรรม คอื อะไร ? ข. ภาพถา่ ย
ก. ภาพวาด ง. ความรู้สึกทางใจ
ค. รปู ปั้น
๓. ศลิ ปะไทยหรือลายไทยแบง่ ออกเป็นกีห่ มวด ?
ก. 2 หมวด ข. 3 หมวด
ค. 4 หมวด ง. 5 หมวด
๔. ข้อใดบง่ บอกถึงลกั ษณะเด่นของจติ รกรรมไทย ?
ก. เป็นภาพเหมือนจรงิ ตามธรรมชาติ ข. เป็นภาพ 2 มติ ิ ใช้การตัดเสน้
ค. ระบายสีเรยี บไมม่ แี สงเงา ง. ข้อ ข. และขอ้ ค. ถูก
๕. ลายกระจงั ตาอ้อย ได้แรงบนั ดาลใจในการเขียนลายมาจากสิ่งใด ?
ก. ใบโพธ์ิ ข. ตาตน้ ออ้ ย
ค. ดอกบวั ง. ใบเทศ
๖. ขอ้ ใดเปน็ เปน็ ลายไทยในหมวดกระหนก ?
ก. ประจำยาม ข. กนิ รี
ค. พระราม ง. หนมุ าน
๗. ลายกนก หมายความว่าอย่างไร ? ข. ผปู้ ระกาศข่าว
ก. ลวดลายทองคำ ง. เป็นริ้วเป็นเส้น
ค. รามเกียรต์ิ
แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะการเขียนภาพจติ รกรรมไทย เลม่ ที่ ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
๘. ในการจดั หมวดหมขู่ องงานจิตรกรรมไทยเราแบง่ ออกได้เปน็ ก่ีหมวดอะไรบ้าง ?
ก. 1 หมวด ได้แก่ ลายเสน้
ข. 2 หมวด ไดแ้ ก่ หมวดสิ่งมีชวี ิต , หมวดสิ่งไม่มชี วี ติ
ค. 3 หมวด ได้แก่ หมวดเทพ , หมวดมาร , หมวดสัตว์
ง. 4 หมวด ไดแ้ ก่ กระหนก , นารี , กระบี่ , คชะ
๙. จติ รกรรมไทยต่างกบั จิตรกรรมตะวันตกอย่างไร ?
ก. จิตรกรรมไทยเน้นลายเส้นเปน็ การเขียนภาพ ในอดุ มคตขิ องจิตรกรหรือศิลปนิ ผู้
สร้างสรรค์ผลงาน จติ รกรรมตะวนั ตกเน้นมิติแสงเงาและการลอกเลียนแบบจาก
ธรรมชาติ
ข. จติ รกรรมไทยไมเ่ นน้ สีจิตรกรรมตะวันตกเน้นการใหส้ ีในการเขียนภาพ
ค. จิตรกรรมไทยเนน้ แสงเงาจิตรกรรมสากลไมเ่ น้นแสงเงา
ง. จิตรกรรมไทยและจิตรกรรมสากลไมม่ คี วามแตกต่างกนั แต่อย่างใด
๑๐. ศิลปะไทยนยิ มใชใ้ นงานสถาปตั ยกรรมประเภทใดมากทสี่ ุด ?
ก. วัด ข. บ้านพกั อาศยั
ค. โรงเรยี น ง. สถานท่รี าชการ
แบบฝกึ เสริมทกั ษะการเขยี นภาพจติ รกรรมไทย เลม่ ท่ี ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
แบบฝึกเสริมทกั ษะการเขียนภาพจิตรกรรมไทย เล่มที่ ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
ก่อนเรียน ก หลังเรยี น
ก
๑ ง ๑ก
๒ ค ๒ก
๓ ก ๓ค
๔ ข ๔ง
๕ ง ๕ข
๖ ก ๖ก
๗ ก ๗ก
๘ ก ๘ง
๙ ๙ก
๑๐ ๑๐ ก
คะแนนก่อนเรยี น แบบบนั ทกึ การใหค้ ะแนน ค่าความกา้ วหน้า
เลม่ ที่ ๑
คะแนนหลงั เรยี น
แบบฝกึ เสริมทกั ษะการเขียนภาพจติ รกรรมไทย เลม่ ท่ี ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. ตัวชว้ี ัดและสาระการเรยี นร้แู กนกลาง กลุม่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ
กรงุ เทพฯ : ชุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย, 2551.
คณะกรรมการเฉพาะกจิ จัดทำหนงั สือเมอื งไทยของเรา เลม่ 2. เมอื งไทยของเรา ฉบบั ท่ี
สอง. สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิกานายกรฐั มนตรี , หน้า
44 , 2535
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์
การเกษตรแห่งประเทศไทย , 2551.
จุฬารตั น์ ศรสี วุ ฒั นานนั ท์. น้ำหนกั สีสร้างสรรค์ , โรงเรยี นวัดพระปฐมเจดยี ์ , นครปฐม
สิทธโิ ชค ไทรนิ่มนวล. ลายกระหนก หรอื ลายกนก พืน้ ฐานสำคัญของลายไทย. , ๒๕๕๓
แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะการเขยี นภาพจติ รกรรมไทย เล่มท่ี ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก
แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะการเขยี นภาพจติ รกรรมไทย เล่มท่ี ๑ ลายไทยหมวดลายกระหนก