รายงาน ความรู้เ รู้ บื้อบื้งต้นเกี่ยวกับกิจการอุตสาหกรรม และสมุดรายวันวัเฉพาะ โดย นายกฤษณพงศ์ อินทร์คร์ง เสนอ อาจารย์โย์สพิศพิพิไพิล ทองใส รายงานนี้เป็น ป็ ส่ว ส่ นหนึ่ง นึ่ ของ วิชวิาหลักการบัญบัชี ภาคการเรียรีนที่2 ปีกปีารศึกษา 2565
คำ นำ กิจการอุตสาหกรรมเป็นกิจการที่นำ วัถุดิบมาแปรสภาพให้เป็นสินค้าสำ เร็จรูปในการประกอบธุรกิจสามารถ ดำ เนินกิจการในรูปกิจการเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วน และบริษัทจำ กัด ต้นทุนในการผลิต ของกิจการ อุตสาหกรรม คือ วัถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายในการผลิต ดั้งนั้น จึงต้องมีการคำ นวณ ต้นทุนสินค้าที่เกิดขึ้นจากการผลิต ซึ่งต่างกับกิจการซื้อขายสินค้าที่จะซื้อสินค้าสำ เร็จรูปมาจำ หน่าย ทำ ให้เเตก ต่างกันในเรื่องของสินค้าคงเหลือ การจัดหาสินค้า และการจัดทำ รายงานต้นทุนการผลิต คืองบต้นทุนการผลิต ซึ่งกิจการซื้อขายสินค้าจะไม่มีการจัดทำ สมุดรายวันเฉพาะเป็นสมุดบัญชีที่ช่วยให่เกิดความรวดเร็วในการทํารายการค้าที่ซ้ํากันเป็นจํานวนมากซึ่ง นักวิชาการได้ให้ความหมายของสมุดรายวันเฉพาะ(special journal)ไว้ดังนี้ สมุดรายวันเฉพาะ หมายถึง สมุดบัญชีขั้นต้นประเภทหนึ่งที่กิจการจะใช้ทําการ บันทึกรายการธุรกิจที่เกิดขึ้น ในแต่ละวัน เช่นเดียวกับสมุดรายวันทั่วไป แต่สมุดรายวันเฉพาะแต่ละเล่มจะใช้บันทึกรายการเฉพาะเรื่องนั้น ๆ เพื่อก่อใหเกิดความสะดวกและรวดเร็วในการ บันทึกบัญชี (กัลยาภรณ? ปานมะเริง เบอร์ค, 2546, หน้า 107) รายงานเล่มนี้่่จัดทำ ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ วิชาหลักการบัญชีเพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับ กิจการอุตสาหกรรมและสมุดรายวันเฉพาะและได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์กับการเรียน ผู้จัดทำ หวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา ที่กำ ลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หาก มีข้อแนะนำ หรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำ ขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ผู้จัดทำ นายกฤษณพงศ์ อินทร์คง
สา ร บั ญ เ รื่ อ ง ห น้ า กิ จ ก า ร อุ ต สา ห ก ร ร ม 1 - 1 1 ส มุ ด ร า ย วั น เ ฉ พ า ะ 1 2 - 2 3
1.ความหมายของกิจการอุตสาหกรรม กิจการอุตสาหกรรม (Manufacturing Firm) หมายถึงการประกอบธุรกิจประเภทหนึ่งที่มีการนำ วัตถุดิบมาแปรสภาพ โดยใช้แรงงานคน หรือเครื่องจักรเพื่อ ให้ได้สินค้าสำ เร็จรูปสำ หรับจำ หน่ายลูกค้า โดยตรง หรือส่งต่อใหธุรกิจอื่นนำ ไปจำ หน่ายต่อ รูปแบบการประกอบกิจการอุตสาหกรรม 2.ในการประกอบกิจการอุตสาหกรรมผลิตสินค้า มีรูปแบบในการประกอบกิจการคล้ายกับกิจการซื้อ ขาย สินค้าหรือกิจการบริการ สามารถจำ แนกได้ 3 รูปแบบ ดั้งนี้ 2.1รูปแบบของกิจการเจ้าของคนเดียว (Single Proprietorship) คือกิจการที่มีบุคคลคนเดียวเป็น เจ้าของหรือลงทุนคนเดียว ควบคุมการดำ เนินงานเองทั้งหมด เป็นธุรกิจขนาดเล็ก 2.2รูปแบบของกิจการห้างหุ้นส่วน (Partnership) คือกิจการที่มีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปร่วมกันลงทุน และดำ เนินกิจการ โดยมีวัตถุประสงคเ์พื่อแบ่งผลกำ ไรที่ได้จากการดำ เนินงาน ซึ่งธุรกิจประเภทนี้ อาจจะสืบ ต่อมาจากธุรกิจเจ้าของคนเดียว 2.3รูปแบบกิจการบริษัทจำ กัด (Limited Company) คือ บริษัท ประเภทซึ่งตั้งขึ้นด้วยการแบ่งทุน เป็นหุ้นมีมูลค่าหุ้นเท่าๆกัน โดยผู้ถือหุ้นต่างรับผิดจำ กัดเพียงไม่เกินจำ นวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่า หุ้นที่ตนถือ 1 กิจการอุตสาหกรรม
3.ลักษณะของการประกอบกิจการอุตสาหกรรม กิจการอุตสาหกรรมมีลักษณะการประกอบกิจการโดยการจัดหาวัตถุดิบเพื่อนำ มาผ่านการแปรสภาพให้ เป็นสินค้าสำ เร็จรูป โดยขั้นตอนการแปรสภาพจะต้องมีต้นทุนของแรงงานและค่าใชจ่ายต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้สินค้าสำ เร็จรูปที่จะนำ ไปจำ หน่ายเป็นรายได้ใ้ห้กับกิจการเช่น โรงงานผลิตกระดาษ โรงงานผลิต อาหารกระป๋อง โรงงานผลิตเครื่องดื่ม ภาพตัวอย่าง กิจการอุตสาหกรรม ในการผลิตสินค้านั้น เมื่อผลิตเสร็จพร้อมที่จะนำ ออกจำ หน่ายจะได้สินค้าสำ เร็จรูป (Finished Goods) แต่อาจจะมีสินค้าบางส่วนที่ยังผลิตไม่เสร็จเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี จึงต้องนำ ไปผลิตต่อ ในรอบระยะเวลา บัญชีหน้า เรียกว่าสินค้าระหว่างผลิต (Goods in Process) หรืองานระหว่างทำ (Work in Process) ภาพแสดงขั้นตอนการผลิตสินค้า วัตถุดิบทางตรง + ค่าแรงงานทางตรง + ค่าใช้จ่ายในการผลิต สินค้าสำ เร็จรูป สินค้าระหว่างผลิต 2
จากลักษณะการประกอบการของกิจการอุตสาหกรรมนั้น การปฏิบัติงานบัญชีเริ่มต้นต้ังแต่ การจัดหา วัตถุดิบ คำ นวณ บันทึกบัญชี การคำ นวณค่าแรงงาน บันทึกบัญชีและจ่ายค่าแรงงาน การบันทึกค่าใช้จ่าย ในการผลิต การคำ นวณหาต้นทุนสินค้าสำ เร็จรูป และจัดทำ งบต้นทุนการผลิต คำ นวณต้นทุน สินค้าที่ ขายจากการจำ หน่ายสินค้า จัดทำ งบการเงิน คือ งบกำ ไรขาดทุน และงบแสดงฐานะการเงิน ภาพเเผนผังการปฎิบัติงานบัญชีของกิจการอุตสาหกรรม 4.ความหมายงบต้นทุนการผลิตหรือรายงานต้นทุนการผลิต (Cost of Production Reports) งบในการดำ เนินธุรกิจในการแปรรูปวัตถุดิบมาเป็นสินค้าและผลิตภัณฑ์ ซึ่งงบต้นทุนการ ผลิตประกอบไปด้วย วัตถุดิบทางตรง ค่าแรงทางตรง และค่าใช้จ่ายในโรงงานหรือค่าใช้จ่ายใน การผลิต 5.ส่วนประกอบของงบต้นทุนผลิต 5.1วัตถุดิบทางตรงใช้ไป 5.2ค่าเเรงงานทางตรง 5.3ค่าใช้จ่ายในการผลิต 5.4สินค้าระหว่างผลิต 3
4 6.องค์ประกอบของต้นทุนการผลิตประกอบด้วย 6.1วัตถุดิบทางตรง (Raw Materials) หมายถึงของที่ซื้อมาเพื่อใช้เป็นส่วนผสมหรือส่วน ประกอบที่สำ คัญในการผลิตสินค้าสำ เร็จรูป 6.2ค่าแรงงานทางตรง (Direct Labor) หมายถึงค่าแรงงานของคนงานที่ทำ หน้าที่ในการ ผลิตสินค้าโดยการเปลี่ยนสภาพวัตถุดิบให้เป็นสินค้าสำ เร็จรูปโดยตรง 6.3ค่าใช้จ่ายการผลิต (Manufacturing Overhead) หมายถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆที่เกิดขึ้นใน ระหว่างการผลิตสินค้า ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ต้นทุนสินค้าสำ เร็จรูป = สินค้าระหว่างผลิตต้นงวด + ต้นทุนผลิตที่เกิดในงวดบัญชี - สินค้าระหว่างผลิตปลายงวด
5 7.ตั ว อ ย่ า ง ง บ ต้ น ทุ น ผ ลิ ต
6 8.สินค้าคงเหลือมีอะไรบ้าง สินค้าคงเหลือเป็นสินทรัพย์ที่มีตัวตนอย่างหนึ่งซึ่งกิจการมีวัตถุประสงค์ของการถือครองไว้เพื่อขายใน กิจกรรมการดำ เนิน โดยปกติของธุรกิจ หรือมีวัตถุประสงค์ในอีกลักษณะหนึ่งเพื่อการนำ ไปใช้ผลิตเป็น สินค้าหรือการบริการนำ เสนอต่อลูกค้า ต่อไป อย่างไรก็ตาม เรามาดูกันว่า รายการใดบ้างที่ควรรวมเป็นสินค้า 8.1สินค้าสำ เร็จรูป (Finished goods) เป็นสินค้าที่ถือไว้เพื่อการจำ หน่ายต่อในการดำ เนินงานโดยปกติของธุรกิจ สินค้าประเภทนี้จะได้มาในสภาพ ที่เสร็จสมบูรณ์และพร้อมที่จะถูกนำ ไปขายต่อได้ในทันทีโดยปราศจากกระบวนการผลิตต่อ ตัวอย่างเช่น เสื้อผ้าสำ เร็จรูป เครื่องใช้ในครัวเรือน รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำ อาง สินค้าอุปโภคหรือสินค้าบริโภคทั่วไป เป็นต้น 8.2วัตถุดิบคงเหลือ (Raw materials inventory) เป็นสินค้าที่จัดหามาไว้เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อแปรสภาพให้เป็นงานระหว่างทำ และสินค้าสำ เร็จรูป ต่อไป ตัวอย่าง เช่น หนังสัตว์ พีวีซี เชือก กาว เป็นวัตถุดิบของธุรกิจอุตสาหกรรมผลิตกระเป๋า ผ้า กระดุม ซิป ด้าย เป็นวัตถุดิบของธุรกิจอุตสาหกรรมผลิตเสื้อผ้าสำ เร็จรูป เป็นต้น ซึ่งตัวอย่างของวัตถุดิบต่างๆ ดัง กล่าวข้างต้นยังคงรายงานเป็นต้นทุนวัตถุดิบต่อไปจนกว่าจะถูกเบิกไปใช้ในการผลิต 8.3งานระหว่างทำ คงเหลือ (Raw materials inventory) เป็นสินค้าที่อยู่ระหว่างกระบวนการผลิตเพื่อแปรสภาพให้เป็นสินค้าสำ เร็จรูปแต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ถ้าเสร็จ สมบูรณ์เมื่อใดจะเรียกว่า สินค้าสำ เร็จรูป ตัวอย่างเช่น ผ้าที่ตัดเป็นชิ้นตัวเสื้อ แขน ปก เย็บเข้ากันเรียบร้อย แล้ว แต่ยังไม่ได้เจาะรังดม ติดกระดุมให้เรียบร้อย งานที่ค้างดังกล่าวเป็นงานระหว่างทำ ของธุรกิจผลิตเสื้อผ้า สำ เร็จรูป เป็นต้น 8.4สินค้าสำ เร็จรูปคงเหลือ (Finished goods inventory) เป็นสินค้าที่ผลิตเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยพร้อมที่จะขายได้ในทันที ธุรกิจอุตสาหกรรมจะทำ การแปรสภาพจาก วัตถุดิบเป็นงานระหว่างทำ จากงานระหว่างทำ เป็นสินค้าสำ เร็จรูป ตัวอย่างเช่น เสื้อผ้าสำ เร็จรูป โต๊ะ และ เก้าอี้สำ เร็จรูป เป็นต้น
7 9.ร ะ บ บ ก า ร บั น ทึ ก บั ญ ชี สำ ห รั บ กิ จ ก า ร อุ ต สา ห ก ร ร ม ซึ่ ง บั น ทึ กไ ด้ 2 วิ ธี คื อ 9.1 ร ะ บ บ ก า ร บั น ทึ ก บั ญ ชี แ บ บ ต่ อ เ นื่ อ ง 9.2 ร ะ บ บ ก า ร บั น ทึ ก บั ญ ชี เ มื่ อ สิ้ น ง ว ด 9.1 วิ ธี ก า ร บั น ทึ ก บั ญ ชี สิ น ค้ า เ มื่ อ สิ้ น ง ว ด
8 ต่ อ
9 ต่ อ
1 0 9.2 วิ ธี ก า ร บั น ทึ ก บั ญ ชี สิ น ค้ า แ บ บ ต่ อ เ นื่ อ ง
1 1 ต่ อ
1.ความหมายของสมุดรายวันเฉพาะ สมุดรายวันเฉพาะ หมายถึง สมุดรายวันเฉพาะ หมายถึง สมุดรายวันขั้นต้นประเภทหนึ่ง ซึ่งเหมาะ สำ หรับกิจการที่มีรายการค้าเกิดขึ้นจำ นวนมากสมุดรายวันเฉพาะ หมายถึง สมุดขั้นต้นที่ใช้บันทึกรายการค้า ที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันไว้ด้วยกันจากความหมายของสมุดรายวันเฉพาะดังกล่าวข้างต้นสรุปได้ว่า สมุด รายวันเฉพาะ หมายถึง สมุดบันทึกรายการขั้นต้น ที่ใช้สำ หรับบันทึกรายการประเภทใดประเภทหนึ่งโดย เฉพาะ ซึ่งรายการนั้นมักเกิดขึ้นบ่อย ๆ หรือมีจำ นวนมาก วิธีนี้จะช่วยลดงาน และยังสามารถแบ่งงานให้เจ้า หน้าที่แต่ละคนรับผิดชอบได้ 2.ประโยชน์ของสมุดรายวันเฉพาะ 2.1รายการค้าที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และเป็นประเภทเดียวกันจะถูกจัดเรียงลำ ดับไว้ในสมุดรายวันเล่ม เดียวกัน เพื่อประหยัดเวลาในการบันทึกบัญชี 2.2ประหยัดเวลาในการผ่านรายการไปยังบัญชีแยกประเภท เพราะเวลาผ่านบัญชีไม่ต้องผ่านทุกวัน เหมือนสมุดรายวันทั่วไป แต่จะใช้ยอดรวมผ่านทุกสิ้นเดือน หรือทุก 15 วัน 2.3เพื่อให้มีระบบการควบคุมภายในที่ดีในการป้องกันการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้น โดยแบ่งแยกหน้าที่ใน การบันทึกบัญชีในสมุดรายวันเฉพาะแต่ละประเภท 3.ประเภทของสมุดรายวันเฉพาะ 3.1สมุดรายวันเฉพาะ(Special Journal)คือ สมุดรายวันหรือสมุดบัญชีขั้นต้นที่ใช้บันทึกรายการค้าที่ เกิดขึ้นเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ 3.1.1สมุดรายวันรับเงิน (Cash Received Journal) เป็นสมุดรายวันที่ใช้บันทึกรายการค้าที่เกี่ยว กับการรับเงินเท่านั้น เช่น การรับรายได้ การรับชำ ระหนี้ เป็นต้น 3.1.2สมุดรายวันจ่ายเงิน (Cash Payment Journal) เป็นสมุดรายวันที่ใช้บันทึกรายการค้าที่เกี่ยว กับการจ่ายเงินเท่านั้น เช่น จ่ายค่าใช้จ่าย ซื้อสินทรัพย์ จ่ายเงินชำ ระหนี้ เป็นต้น 3.1.3สมุดรายวันซื้อ ( Purchases Journal ) เป็นสมุดรายวันที่ใช้บันทึกรายการค้าที่เกี่ยวกับการ ซื้อสินค้าเป็น เงินเชื่อเท่านั้น 12 สมุดรายวันเฉพาะ
3.1.4สมุดรายวันขาย (Sales Journal) เป็นสมุดรายวันที่ใช้บันทึกรายการค้าที่เกี่ยวกับการขายสินค้า เป็นเงินเชื่อเท่านั้น 3.1.5สมุดรายวันส่งคืนสินค้า (Purchases Returns and Allowance Journal) เป็นสมุดรายวันที่ใช้ บันทึกรายการค้าที่เกี่ยวกับการส่งคืนสินค้าที่ซื้อมาเป็นเงินเชื่อเท่านั้น 3.1.6สมุดรายวันรับคืนสินค้า (Sales Returns and Allowance Journal) เป็นสมุดรายวันที่ใช้ บันทึกรายการค้าที่เกี่ยวกับการรับคืนสินค้าที่ขายเป็นเงินเชื่อเท่านั้น 3.2สมุดรายวันทั่วไป (General Journal) คือ สมุดบัญชีขั้นต้นหรือสมุดรายวันที่ใช้จดบันทึกรายการค้าที่ เกิดขึ้นทุกรายการ ถ้ากิจการนั้นไม่มีสมุดรายวันเฉพาะ แต่ถ้ากิจการนั้นมีการใช้สมุดรายวันเฉพาะ สมุดรายวัน ทั่วไปก็จะมีไว้เพื่อบันทึกรายการค้าอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นและไม่สามาถนำ ไปบันทึกในสมุดรายวันเฉพาะเล่มใดเล่ม หนึ่งได้ 4.ผังบัญชี (Chart of Accounts) การกำ หนดเลขที่บัญชีหรือ “ ผังบัญชี” ซึ่งจะกำ หนดอย่างมีระบบตามมาตรฐานโดยทั่วไปแล้ว เลขที่ บัญชีจะถูกกำ หนดตามหมวด บัญชี ซึ่งแบ่งออก 5 หมวด ดังนี้ ภาพผังบัญชี 13
เลขที่บัญชีจะมีจำ นวนกี่หลักนั้น ขึ้นอยู่กับกิจการแต่ละแห่ง ถ้าเป็นกิจการขนาดเล็กที่มีจำ นวน บัญชีต่าง ๆไม่มาก ก็อาจจะใช้เลขที่ บัญชี จำ นวน 2 หลัก แต่ถ้าหากเป็นกิจการขนาดใหญ่และบัญชีต่างๆ เป็นจำ นวนมากก็อาจจะกำ หนดเลขที่บัญชีให้มีหลายหลัก อาจจะเป็น 3 หรือ 4 หลักหรือมากกว่านั้น เลขที่บัญชีหลักแรก แสดงถึงหมวดของบัญชี และหลักหลังแสดงถึงบัญชีต่าง ๆ ในหมวดนั้น ๆ ซึ่ง ในแต่ละหมวดจะถูกกำ หนดด้วยหลักเกณฑ์แตกต่างกันไป โดย - หมวดสินทรัพย์ หลักหลังของเลขที่บัญชีจะเรียงตามสภาพคล่องของสินทรัพย์ โดยเรียงจากสภาพคล่องมาก ไปสภาพคล่องน้อย เช่น เลขที่บัญชีของเงินสด จะมาก่อนเลขที่บัญชีของลูกหนี้ เป็นต้น - หมวดหนี้สินก็จะเรียงตามสภาพคล่องของหนี้สิน เช่น เลขที่บัญชีของเจ้าหนี้จะมาก่อนเลขที่บัญชีของเงินกู้ ระยะยาว เป็นต้น - หมวดส่วนของเจ้าของ หลักหลังของเลขที่บัญชีจะเรียงตามการเกิดขึ้นก่อนหลัง เช่น การที่นำ สินทรัพย์มา ลงทุนทำ ให้เกิดบัญชีทุนก่อนที่เจ้าของ กิจการจะมีการถอนใช้ส่วนตัว จึงทำ ให้เลขที่บัญชีทุนมาก่อนเลขที่ บัญชีถอนใช้ส่วนตัว - หมวดรายได้ หลักหลังของเลขที่บัญชีจะเรียงความสำ คัญของรายได้ -หมวดค่าใช้จ่าย หลักหลังของเลขที่บัญชีจะเรียงความสำ คัญของค่าใช้จ่าย 14
ตั ว อ ย่ า ง ก า ร กำ ห น ด เ ลข ที่ บั ญ ชี 1 5
5.หลักการบันทึกรายการในสมุดรายวันทั่วไป 5.1หลักการบัญชีเดี่ยว (Single-entry book-keeping) เป็นหลักการบันทึกบัญชีอย่างง่ายเพียงแค่จด บันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นเท่านั้น เช่น นายดำ รงนำ เงินสดมาลงทุน 50,000 บาท ก็สามารถบันทึกตาม รายการนี้ได้เลย ซึ่งทำ ให้ไม่สามารถทราบว่ากิจการมีผลการดำ เนินงานและฐานะทางการเงินเป็นอย่างไรบ้าง ดังนั้นหลักการบัญชีเดี๋ยวจึงเป็นหลักการบัญชีที่ไม่นิยมใช้และถือเป็นหลักการบัญชีที่ไม่สมบูรณ์แบบ 5.2หลักการบัญชีคู่ (Double-entry book - keeping) เป็นหลักการบัญชีที่สมบูรณ์แบบ และใช้กัน โดยทั่วไปในปัจจุบัน รวมถึงเป็นหลักการบัญชีที่ใช้ในการศึกษาวิชาบัญชีต่าง ๆ 1. ด้านเดบิต (Debit) จะใช้ตัวย่อว่า Dr. คือด้านซ้ายของสมการบัญชี ดังนั้นด้านเดบิตจึง เป็นด้านที่ใช้บันทึกรายการบัญชีที่ทำ ให้ด้านซ้ายของสมการบัญชีเพิ่มขึ้นหรือรายการบัญชีที่ทำ ให้ด้านขวาของ สมการบัญชีลดลง คือการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ การลดลงของหนี้สินและการลดลงของส่วนของเจ้าของ 2. ด้านเครดิต (Credit) จะใช้ตัวย่อว่า Cr. คือ ด้านขวาของสมการบัญชี ดังนั้นด้าน เครดิตจึงเป็นด้านที่ใช้บันทึกรายการบัญชีที่ทำ ให้ด้านขวาของสมการบัญชีเพิ่มขึ้นหรือรายการบัญชีที่ทำ ให้ ด้านซ้ายของสมการบัญชีลดลง คือ การลดลงของสินทรัพย์ การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน และการเพิ่มขึ้นของส่วนของ เจ้าของ 16
6.การบันทึกบัญชีตามหลักการบัญชีคู่ในสมุดรายวันทั่วไป รายการค้าที่บันทึกบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. รายการเปิดบัญชี (Opening Entry) 2. รายการปกติของกิจการ (Journal Entry) 1. การบันทึกรายการเปิดบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป รายการเปิดบัญชี (Opening Entry) หมายถึง รายการแรกของการบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป ซึ่งอาจ จะเกิดจากมีการลงทุนครั้งแรก หรือเมื่อมีการ เริ่มรอบระยะเวลาบัญชีใหม่ 1.1 การลงทุนครั้งแรกมี 3 กรณี ดังนี้ กรณีที่ 1 การนำ เงินสดมาลงทุนเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างที่ 1 นายอยู่สุขเปิดกิจการอู่ซ่อมรถ โดยเริ่มกิจการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2550 และนำ เงินสดมาลงทุนในกิจการจำ นวน 100,000 บาท 17
18 กรณีที่ 2 การนำ เงินสด และสินทรัพย์อื่นมาลงทุน ตัวอย่างที่ 2 นายแดน เปิดกิจการร้านเสริมสวย"แดนบิวตี้"เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2550 โดยนำ เงินสด 80,000 บาท เงินฝากธนาคาร 140,000 บาท อุปกรณ์ 80,000 บาท มาลงทุน
19 กรณีที่ 3 การนำ เงินสด สินทรัพย์อื่น และหนี้สินมาลงทุน ตัวอย่างที่ 3 นางสาวลาล่า เปิดร้านสปาเพื่อสุขภาพ ในวันที่ 1 มกราคม 2550 ได้นำ เงินสดจำ นวน 70,000 บาท เงินฝากธนาคาร 30,000 บาท อุปกรณ์ 60,000 บาท อาคาร 400,000 บาท และเจ้า หนี้การค้า 40,000 บาท มาลงทุน
20 1.2 เริ่มรอบระยะเวลาบัญชีใหม่ (งวดบัญชีใหม่) การบันทึกรายการในสมุดรายวันทั่วไปเหมือนกรณีการลงทุนครั้งแรก คือต้องบันทึกในสมุดราย วัน ทั่วไปแบบรวม (Compound Journal Entry) โดยเขียนเงินสด สินทรัพย์อื่นให้หมดก่อน แล้วจึงเขียน หนี้สินให้ หมด (ถ้ามี) ตามด้วยทุนเป็นลำ ดับสุดท้ายและขียนคำ อธิบายรายการว่าบันทึกสินทรัพย์ หนี้สิน และทุนที่มีอยู่ ณ วันเปิดบัญชี การบันทึกรายการเปิดบัญชี เมื่อเริ่มรอบระยะเวลาบัญชีใหม่นี้ อาจจะใช้สมุดรายวันทั่วไปและบัญชี แยกประเภทเล่มเดิม เพื่อบันทึกรายการต่อไป หรือจะใช้สมุดเล่มใหม่ก็ได้ แล้วแต่กิจการ รอบระยะเวลาบัญชี หมายถึง ช่วงระยะเวลาหนึ่งที่ต้องแสดงผลการดำ เนินงานและฐานะทาง การ เงินของกิจการ เช่น 3 เอือน 6 เดือน หรือ 12 เดือน ก็ได้ ขึ้นอยู่กับกิจการแต่ละแห่ง ตัวอย่างที่ 4 ต่อไปนี้เป็นรายการค้าของร้านนครชัยการช่าง ระหว่างเดือนมกราคม 2550 ม.ค. 1 นายนครเปิดร้านบริการซ่อมวิทยุ โทรทัศน์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ โดยนำ เงินสด 40,000 บาท เงิน ฝากธนาคาร 60,000 บาท อาคาร 400,000 บาท อุปกรณ์การซ่อม 50,000 บาทและ เจ้าหนี้ 60,000 บาท มาลงทุน 5 รับเงินค่าซ่อมโทรทัศน์ 3,000 บาท 8 ซื้ออุปกรณ์ในการซ่อมเป็นเงินเชื่อ จากร้านโกมล 12,000 บาท 11 จ่ายค่าเช่าอาคารเพิ่มเติมเนื่องจากพื้นที่คับแคบ 12,000 บาท 15 ซ่อมพัดลมให้โรงเรียนเก่งวิทยา 35,000 บาท ยังไม่ได้รับเงิน 20 รับชำ ระหนี้จากโรงเรียนเก่งวิทยาตามรายการวันที่ 15 ม.ค. 25 จ่ายชำ ระหนี้ให้ร้านโกมล 12,000 บาท 28 กู้เงินจากธนาคารไทย 80,000 บาท 29 นายนครถอนเงินไปใช้ส่วนตัว 14,000 บาท 31 จ่ายเงินเดือนให้คนงาน 28,000 บาท
2 1 ใ ห้ ทำ บั น ทึ ก ร า ย ก า รใ น ส มุ ด ร า ย วั น ทั่ วไ ป
22
23 2. การบันทึกรายการปกติของกิจการในสมุดรายวันทั่วไป รายการปกติของกิจการ (Journal Entry) เป็นการบันทึกรายการค้าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหลัง จากมีการลงทุน หรือเริ่มระยะเวลาบัญชีใหม่แล้ว ในแต่ละวัน โดยการบันทึกรายการค้าปกติของกิจการจะบัน ทึกโดยเรียงตามลำ ดับ ก่อนหลังของการเกิดรายการค้า ซึ่งจะมีลักษณะเหมือนกับการ บันทึกรายการในสมุด รายวันทั่วไปตัวอย่างที่ 4 ข้างต้น
อ้างอิง http://www.pakho.ac.th/images/FILE/Unit%201.pdf http://www.jarataccountingandlaw.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=494885 https://www.pw.ac.th/emedia/media/tech/accounting1/lesson4.php