นางนพมาศในหนังสือนางนพมาศ หรือ ตำ รับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือ เรวดีนพมาศ นั้นเป็นธิดาของพระศรีมโหสถและนางเรวดี นางนพมาศเป็นผู้มีรูปสมบัติ และคุณสมบัติที่งดงาม ได้รับการอบรมจากบิดา มีความรู้ทางอักษรศาสตร์ พุทธศาสนา ศาสนาพราหมณ์ การช่างของสตรี ตลอดจนการขับร้องดนตรี นางนพมาศได้ถวายตัวเป็นสนม ทำ หน้าที่ขับร้องถวาย ได้เป็นพระสนมเอก ตำ แหน่งท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เรื่องนางนพมาศ มีชื่อเรียกกันอยู่ ๓ ชื่อ คือ นพมาศ เรวดีนพมาศ และตำ รับทางศรีจุฬาลักษณ์ เป็นหนังสือที่มี ที่ มีปัญหาเกี่ยวกับสมัยที่แต่ง นักวรรณคดีมีความเห็นแตกต่างกันเป็น ๒ กลุ่ม
กลุ่มที่ ๑ มีความเห็นว่า ตำ รับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นหนังสือที่ไที่ ม่ได้แต่งในสมัยกรุงสุโขทัย คงแต่งในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำ รงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า “จะเห็นได้ง่ายว่าเป็นหนังสือแต่งในครั้งกรุงรัตนโกสินทร์นี้เอง แต่งระหว่างรัชกาลที่ ๒ ก่อน หน้านั้น และไม่เป็นสำ นวนภายหลังนั้นลงมาแน่นอน” กลุ่มที่ ๒ มีความเห็นว่า ตำ รับท้าวศรีจุฬาลักษณ์อ ณ์ าจแต่งในสมัยกรุงสุโขทัย เพราะมีเค้าความคิด และถ้อยคำ สมัยกรุงสุโขทัยแต่มาแต่งเติมในชั้นหลังมากกว่า อย่างไรก็ตาม ทั้ง ๒ กลุ่มก็มีความเห็นตรงกันว่า ตำ รับท้าวศรีจุฬาลักษณ์เป็นหนังสือที่แต่งเติมหรือแต่ง ใหม่ใม่นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยใช้เค้าเรื่องเดิม ทั้งนี้เ นี้ พราะมีเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เช่น การกล่าวถึงชนชาติอเมริกัน การกล่าวถึงปืนใหญ่ ซึ่งยังไม่มีในสมัยนั้น ถ้อยคำ สํานวนเป็นถ้อยคำ ใหม่ มีคำ กลอนซึ่งเกิดขึ้นหลังสมัยกรุงสุโขทัยด้วย
สมัยที่แต่ง สันนิษฐานว่า แต่งในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พระยาลิไท) ผู้แต่ง เชื่อกันว่าเป็นกวีหญิง ชื่อ นพมาศ หรือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์พ ณ์ ระสนมเอกของพระยาลิไท นางนพมาศ ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นธิดาของพระศรีมโหสถ มารดาชื่อนาง เรวดี ได้รับการสั่งสอนจากบิดา มีความรู้สูงในด้านภาษาไทย ภาษาสันสกฤต ศาสนาพุทธ ศาสนาพราหมณ์ การแต่งคำ ประพันธ์ โหราศาสตร์ การขับร้องและการช่างสตรี มีความงามเลื่องลือทั้งคุณสมบัติดีเลิศ ต่อมาได้เป็นพระสนม เคยจัดดอกไม้ประดับขันหมากรับรองแขกเมือง ประดิษฐ์โคมลอยพระประทีป ต่อมาได้รับบรรดาศักดิ์เป็นท้าวศรีจุฬาลักษณ์ตำ แหน่งพระสนมเอกด้านวรรณคดี เป็นผู้เขียนหนังสือ นางนพมาศ หรือตำ รับท้าวศรีจุฬาลักษณ์
กล่าวกันว่า นางนพมาสหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์เขียนหนังสือเรื่องนี้ขึ้น เพื่อเล่าประวัติของตนเอง ในฐานะที่เป็นพระสนมเอกของพระร่วงเจ้า และเพื่อแสดงความเป็นมาของวัฒนธรรมและพิธีกรรม บางอย่างที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น นอกจากนั้นบรรดานิทานต่าง ๆ ที่แต่งแทรกอยู่ในหนังสือเล่มนี้ล้วนเ ป็นนิทานที่ผู้แต่งยกมาประกอบการอบรมสั่งสอนผู้หญิงทั้งหลายให้อยู่ในความประพฤติที่ดีงาม จึงนับว่าเป็นวรรณคดีคำ สอนเล่มหนึ่ง จุดมุ่งหมายในการแต่ง ลักษณะคำ ประพันธ์ เป็นความเรียงทำ นองชีวประวัติ มีคำ ประพันธ์ร้อยกรองแทรกบางตอน ได้แก่ โคลงสี่สุภาพและ กลอนดอกสร้อย เป็นต้น
เนื้อเรื่อง เนื้อเรื่อง เนื้อหาแบ่งเป็น ๒ ตอน คือ ตอนที่ ๑ ว่าด้วยชีวประวัตินางนพมาศ ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเข้ารับราชการฝ่ายใน ในราชสำ นัก ของพระร่วงเจ้าและได้เลื่อนขึ้นเป็นพระสนมเอกในรัชกาลนั้น และกล่าวถึงพิธีต่าง ๆ ที่ปฏิบัติกันอยู่ เป็นประเพณีตลอด 8 เดือน เช่น พิธีเผาข้าว พิธีจรดพระนังคัล พิธีวิสาขะ พิธีอาสวยุช (แข่งเรือ) พิธีจองเปรียงลอยพระประทีป เป็นต้น ตอนที่ ๒ อาจถือเป็นภาคผนวก หรือเป็นตอนที่ผู้อื่นแต่งเติมเข้ามาก็ได้ เพราะมีนิทานต่าง ๆ แทรกอยู่หลายเรื่อง ซึ่งไม่ค่อยเกี่ยวกับเนื้อหาสาระเท่าใดนัก นิทานที่แทรกในหนังสือเล่มนี้ เป็นเรื่องนิทานสอนผู้หญิงในแง่ต่าง ๆ ให้เห็นลักษณะของการ ประพฤติชั่วว่ามีโทษอย่างไร และการทำ ดีมีผลสนองอย่างไร เช่น นิทานเรื่องนางนกกระต้อยตีวิดโลเล นางช้างแสนงอน นางนกกระเรียนคบนางนกไส้ช่างยุ เป็นต้น
คุณค่าของหนังสือ ๑. ด้านวัฒนธรรม ทำ ให้รู้เรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีในพระราชสำ นัก ได้แก่ ประเพณีลอย กระทง การปฏิบัติตัว ของหญิงชาววัง เช่น ตำ แหน่งหน้าที่ของนางนพมาศ และการศึกษาของเด็กไทย สมัยก่อน ตลอดจน ขนบธรรมเนียมการรับราชการบางประการในราชสำ นัก เช่น กล่าวว่า “แม้จะทำ กิจราชการเฝ้าแหน จงประพฤติจริตกิริยาหมอบคลานให้เรียบร้อย ต้องที่ต้องทาง อย่าทำ รี ๆ ขวาง ๆ ให้เขาว่า” และการ ลอยกระทงซึ่งสืบทองมาจนถึงทุกวันนี้ ๒. ด้านสังคม ให้ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติสตรีและค่านิยมทางสังคม ได้แก่ ความประพฤติ ความขยัน รวมทั้งวิชาทางช่าง ทำ ให้มองเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคมในสมัยของพระยาลิไท ประชาชนมีความเป็นอยู่สมบูรณ์พูนสุข มีความสนุกสนานรื่นเริง และมีใจบุญสุนทาน
๓. ด้านภาษา มีคุณค่าทางอักษรศาสตร์และวรรณคดีเรื่องนี้ใช้โวหารเชิงพรรณนาได้อย่างดียิ่งมีความไพเราะ ทำ ให้อ่านเข้าใจง่าย ๔. ด้านโบราณคดี ให้ความรู้ทางโบราณคดี เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบพระราชพิธีต่าง ๆ รัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชนิพนธ์พระราชพิธีสิบสองเดือน ก็อาศัยหลักการค้นคว้าจากตำ รับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ๕. ด้านอิทธิพลต่อวรรณคดีอื่น ตำ รับท้าวศรีจุฬาลักษณ์มีอิทธิพลต่อวรรณคดียุคหลัง คือ พระราชพิธี ๑๒ เดือน ซึ่งพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้น ได้ทรงใช้หนังสือเล่มนี้ค้นคว้า ประกอบการพระราชนิพนธ์ และมีการกล่าวอ้างถึงนางนพมาศในพระราชนิพนธ์นี้ด้วย
สมาชิกในกลุ่ม ๑.นางสาวซุไฮลา สะนิ ๒.นางสาวนูรฟาตีฮะห์ จะปะกิยา ๓.นางสาวนิสาฟีนา คาร์เด ๔.นางสาวนาเดีย อุมาเจะแต ๕.นายอาลามีน สะแปะอิง ๖.นางสาวนูรมีย์ มาสอ ๗.นายพิสิฐ นุ้ยแม้น ๘.นางสาวนีสริน มามะสาแน ๙.นางสาวนัทธพร อาแวกะจิ 406501006 406501007 406501012 406501015 406501016 406501025 406501026 406501027 406501031