The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทเรียนสำเร็จรูป คำคล้องจอง ท่องสำนวน ชวนอ่านพังเพย ลงเอยสุภาษิต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Wannisa Samakkla, 2023-09-19 09:47:35

บทเรียนสำเร็จรูป คำคล้องจอง ท่องสำนวน ชวนอ่านพังเพย ลงเอยสุภาษิต

บทเรียนสำเร็จรูป คำคล้องจอง ท่องสำนวน ชวนอ่านพังเพย ลงเอยสุภาษิต

บทเรีรี รี ย รี ยนสำสำสำสำเร็ร็ ร็ จ ร็ จรูรู รู ป รู ป คำคำคำคำคล้ล้ล้อล้งจอง ท่ท่ท่อท่งสำสำสำสำนวน ชวนอ่อ่อ่าอ่นพัพัพังพัเพย ลงเอยสุสุ สุ ภ สุ ภาษิษิษิตษิ กลุ่ลุ่ลุ่มลุ่ สาระการเรีรีรียรีนรู้รู้รู้ภรู้ าษาไทย ชั้ชั้ ชั้ น ชั้ นประถมศึศึศึกศึษาปีปีปีที่ปีที่ ที่ที่ ๓ โดย นางวรรณิณิณิสณิา สุสุ สุ ม สุ มหิหิหิรัหิรั รั ญ รั ญ สำ นักนังานเขตพื้นพื้ที่กที่ารศึกษาประถมศึกษาสุรินริทร์ เขต ๑ โรงเรียรีนบ้าบ้นปอยเดินดิ (อนทรศึกษา)


ก คำนำ บทเรียนสำเร็จรูปเรื่อง คำคล้องจอง ท่องสำนวน ชวนอ่านพังเพย ลงเอย สุภาษิต เล่มนี้จัดทำขึ้นสำหรับใช้เสริมทักษะการอ่านและเขียนคำคล้องจอง สำนวน โวหาร คำพังเพย และสุภาษิตระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น ๔ ส่วนคือ แบบทดสอบก่อนเรียน ความรู้คู่ผู้อ่าน แบบฝึกหัดพร้อมเฉลย และแบบทดสอบ หลังเรียนพร้อมเฉลย บทเรียนสำเร็จรูปเล่มนี้ ผู้เรียนสามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง และจะเกิดประโยชน์ เป็นอย่างมาก ถ้าครูผู้สอนคอยให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่นักเรียนในกรณีที่นักเรียนมี ข้อสงสัยเกี่ยวกับบทเรียน ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทเรียนสำเร็จรูปเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการ เรียนรู้และเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้เรื่องคำคล้องจอง สำนวนโวหาร คำพังเพย สุภาษิต กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ให้ได้ผลดียิ่งขึ้น และขอขอบพระคุณผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่ให้คำแนะนำด้วยดีเสมอมา วรรณิสา สุมหิรัญ


ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข คำชี้แจงการใช้บทเรียนสำเร็จรูปสำหรับครูผู้สอน ๑ คำชี้แจงการใช้บทเรียนสำเร็จรูปสำหรับนักเรียน ๒ ขั้นตอนการเรียนรู้ ๓ สาระการเรียนรู้ ๔ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ๕ จุดประสงค์การเรียนรู้ ๖ แบบทดสอบก่อนเรียน ๗ ความรู้คู่ผู้อ่าน ๑๑ คำคล้องจอง ๑๑ แบบฝึกหัดที่ ๑ คู่ฉันอยู่ไหน ๑๒ เฉลยแบบฝึกหัดที่ ๑ คู่ฉันอยู่ไหน ๑๓ แบบฝึกหัดที่ ๒ ฉันควรอยุ่ตรงไหน ๑๔ เฉลยแบบฝึกหัดที่ ๒ ฉันควรอยุ่ตรงไหน ๑๕ สำนวนโวหาร ๑๖ แบบฝึกหัดที่ ๓ ความหมายใดใส่ดีดี ๑๘ เฉลยแบบฝึกหัดที่ ๓ ความหมายใดใส่ดีดี ๑๙ คำพังเพย ๒๐ แบบฝึกหัดที่ ๔ พังเพยหายไป ใส่ต่อให้ด้วย ๒๒ เฉลยแบบฝึกหัดที่ ๔ พังเพยหายไป ใส่ต่อให้ด้วย ๒๓


ค สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า สุภาษิต ๒๔ แบบฝึกหัดที่ ๕ สุภาษิตใด เติมให้สมบูรณ์ ๒๖ เฉลยแบบฝึกหัดที่ ๕ สุภาษิตใด เติมให้สมบูรณ์ ๒๗ แบบทดสอบหลังเรียน ๒๘ เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ๓๒ แบบบันทึกคะแนนการทำแบบฝึกหัด ๓๓ บรรณานุกรม ๓๔


๑ คำชี้แจงการใช้บทเรียนสำเร็จรูปสำหรับครูผู้สอน ๑. ใช้บทเรียนสำเร็จรูป เรื่องเรื่องคำคล้องจอง สำนวนโวหาร คำพังเพย สุภาษิต ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ๒. ใช้บทเรียนสำเร็จรูปเล่มนี้ในการสอนซ่อมเสริมนักเรียน ส่งเสริมนักเรียน ที่เรียนดีและซ่อมเสริมนักเรียนที่เรียนรู้ได้ช้า ๓. ศึกษาบทเรียนสำเร็จรูปตั้งแต่กรอบแรกจนถึงกรอบสุดท้าย ทั้งเนื้อหาและ แบบฝึกหัดให้เข้าใจ ครูต้องแนะนำช่วยเหลือหรือให้คำปรึกษาแนะนำแก่นักเรียน ๔. ชี้แจงให้นักเรียนอ่านคำชี้แจงในการใช้บทเรียนสำเร็จรูปและปฏิบัติตามขั้นตอน การเรียนรู้


๒ คำชี้แจงการใช้บทเรียนสำเร็จรูปสำหรับนักเรียน ๑. นักเรียนต้องศึกษาบทเรียนสำเร็จรูปทีละกรอบ ตามลำดับ ห้ามข้ามกรอบ ใดกรอบหนึ่ง ๒. บทเรียนแต่ละตอนจะอยู่ในกรอบ แต่ละกรอบมีเนื้อหาและคำถาม นักเรียน อ่านคำอธิบายและคำถามช้า ๆ ให้เข้าใจ คิดให้ดีแล้วจึงตอบ ๓. การทำแบบฝึกหัดให้นักเรียนเขียนตอบลงในแบบฝึกหัดและตรวจคำตอบได้ จากกรอบต่อไปแล้วบันทึกคะแนนในแบบบันทึกคะแนนการทำแบบฝึกหัด ๔. ถ้าตอบผิด ให้กลับไปอ่านความรู้คู่ผู้อ่านอีกครั้งแล้วจึงตอบคำถามใหม่ แล้ว ศึกษากรอบต่อไป ๕. หลังจากศึกษาบทเรียนทุกกรอบแล้ว ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน แล้วตรวจคำตอบเพื่อดูความก้าวหน้าของตนเอง



๔ สาระการเรียนรู้ สาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐาน ท ๑.๑ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษา ค้นคว้าอย่าง มีประสิทธิภาพ สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติ ของชาติ


๕ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำาเนิน ชีวิต และมีนิสัยรักการ อ่าน มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๗/ ๑ อ่านออกเสียงคำ ข้อความ เรื่อง สันๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้ถูกต้อง คล่องแคล่ว มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของ ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และ รักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๖ แต่งคำคล้องจองและคำขวัญ


๖ จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. ผู้เรียนสามารถอ่านและเขียนคำคล้องจอง คำพังเพย สำนวนโวหาร และสุภาษิตได้ถูกต้อง ๒. ผู้เรียนรู้และเข้าใจความหมาย คำคล้องจอง คำพังเพย สำนวนโวหาร และสุภาษิตได้ถูกต้อง


๗ แบบทดสอบก่อนเรียน


๘ แบบทดสอบก่อนเรียน ๑.สำนวนในข้อใดที่หมายถึง “ทำงานอย่างหนัก” ก.ปากกัด ตีนถีบ ข.ดินพอกหางหมู ค.กันไว้ดีกว่าแก้ ๒.ถ้อยคำหรือการเล่นถ้อยคำ ที่มีความหมายไม่ตรงตามตัวเสียทีเดียว มีความหมายอื่น แฝงอยู่ แต่ทำให้ภาษาหรือข้อความนั้น มีพลังขึ้น สื่อความหมายได้ง่าย คือ ความหมาย ของข้อใด ก.สำนวนโวหาร ข.คำคล้องจอง ค.คำพังเพย ๓. “ถ้อยคำที่เรียบเรียงขึ้นมาให้มีใจความคล้องจองกัน มีความไพเราะ” คือความหมาย ของข้อใด ก.สำนวนโวหาร ข.คำคล้องจอง ค.คำพังเพย ๔.ถ้อยคำที่ใช้พูดสืบต่อกันมาช้านาน เป็นสำนวนที่มีความหมายลึกซึ้ง มีข้อคิดแฝงอยู่ คือความหมายของข้อใด ก.สำนวนโวหาร ข.สุภาษิต ค.คำพังเพย


๙ แบบทดสอบก่อนเรียน ๕.ข้อความสั้นๆ มีความหมายลึกซึ้งกินใจ เป็นคำสอนผู้คน ให้รุ้จักมีความคิด และมีหลักการ ในการดำเนินชีวิต ก.สำนวนโวหาร ข.สุภาษิต ค.คำพังเพย ๖.สำนวนโวหาร สุภาษิตในข้อใดคล้องจองกัน ก.น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ข.น้ำน้อย ย้อมแพ้ไฟ ค.กันไว้ดีกว่าแก้ ๗. “พอเจอเสือเขาก็กลัวจน……………………………….” ควรเติมคำใดลงในช่องว่าง ก.โง่เง่าเต่าตุ่น ข.ขวัญหนีดีฝ่อ ค.เอวบางร่างน้อย ๘.ฝ่ายที่มีกำลังน้อยกว่า ย่อมพ่ายแพ้ฝ่ายที่มีกำลังมากกว่า เป็นความหมายของสุภาษิตใน ข้อใด ก.แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร ข.รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ค.น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ


๑๐ แบบทดสอบก่อนเรียน ๙.เล็กแต่เก่งกล้าสามารถ หรือมีพิษสง เป็นสำนวนโวหารในข้อใด ก.ตกนรกทั้งเป็น ข.เล็กพริกขี้หนู ค.พูดจนลิงหลับ ๑๐. กวาดบ้านก้ไม่เคยทำ ยังทิ้งเศษขยะรกไปหมด อย่างนี้เรียกว่า……………………………. ก.ฟังหูไว้หู ข.ดินพอกหางหมู ค.มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ


๑๑ ความรู้คู่ผู้อ่าน คำคล้องจอง สำนวนโวหาร คำพังเพย สุภาษิต การรู้จัก คำคล้องจอง สำนวนโวหาร ดำพังเพย สุภาษิต ทำให้เรารู้จักวัฒนธรรม ความคิด ความเชื่อ ประเพณีของชาติเราเอง เมื่อเราเข้าใจชาติของเรา เราก็จะรู้จักอยู่ ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีมิตรไมตรี เข้าใจและให้อภัยกันรวมทั้งมีความคิดลึกซึ้ง มีข้อคิด เตือนใจในการดำเนินชีวิต คำคล้องจอง หมายถึง ถ้อยคำที่เรียบเรียงขึ้นมาให้มีใจความคล้องจองกัน มีความไพเราะ เช่น ขวัญหนีดีฝ่อ พลอยฟ้าพลอยฝน เอวบางร่างน้อย เหงื่อไหลไคลย้อย โง่เง่าเต่าตุ่น ตัวอย่าง คำคล้องจอง พอเจอเสือเขาก็กลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ นิชาเป็นคนเอวบางร่างน้อย ชาวนาทำงานจนเหงื่อไหลไคลย้อย เธอไปว่าเขาโง่เง่าเต่าตุ่นทำไม


๑๒ คำชี้แจง แบบฝึกหัดที่ ๑ คู่ฉัน อันไหน โยงเส้นจับคู่คำคล้องจองที่เข้าคู่กัน (๑๐ คะแนน) ขวัญหนี หมูหมา เอวบาง เหงื่อไคล โง่เง่า ปวดหัว ข้าวยาก หมูเห็ด ตัดญาติ ผัดหน้า เป็ดไก่ ร่างน้อย หมากแพง ตัวร้อน ไคลย้อย ดีฝ่อ เต่าตุ่น กาไก่ ทาแป้ง ขาดมิตร ขวัญหนี ๑. ๕. ๒. ๓. ๔. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐.ใ @Q๐


๑๓ คำชี้แจง เฉลย แบบฝึกหัดที่ ๑ คู่ฉัน อันไหน โยงเส้นจับคู่คำคล้องจองที่เข้าคู่กัน (๑๐ คะแนน) ขวัญหนี หมูหมา เอวบาง เหงื่อไคล โง่เง่า ปวดหัว ข้าวยาก หมูเห็ด ตัดญาติ ผัดหน้า เป็ดไก่ ร่างน้อย หมากแพง ตัวร้อน ไคลย้อย ดีฝ่อ เต่าตุ่น กาไก่ ทาแป้ง ขาดมิตร ขวัญหนี ๑. ๕. ๒. ๓. ๔. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐.ใ @Q๐


๑๔ คำชี้แจง แบบฝึกหัดที่ ๒ ฉันควรอยู่ตรงไหน เลือกคำคล้องจองที่กำหนดให้ เขียนเติมลงในช่องว่างให้ถูกต้อง (๑๐ คะแนน) คะแนน) ขวัญหนีดีฝ่อ


๑๕ คำชี้แจง แบบฝึกหัดที่ ๒ ฉันควรอยู่ตรงไหน เลือกคำคล้องจองที่กำหนดให้ เขียนเติมลงในช่องว่างให้ถูกต้อง (๑๐ คะแนน) คะแนน) โง่เง่าเต่าตุ่น เอวบางร่างน้อย ขวัญหนีดีฝ่อ ขวัญหนีดีฝ่อ เหงื่อไหลไคลย้อย ข้างยากหมากแพง


๑๖ สำนวนโวหาร สำนวนโวหาร หมายถึง ถ้อยคำหรือการเล่นถ้อยคำ ที่มีความหมายไม่ตรงตามตัว เสียทีเดียว มีความหมายอื่นแอบแฝงอยู่ แต่ทำให้ภาษาหรือข้อความนั้นมีพลังขึ้น สื่อ ความหมายได้ง่าย เช่น สำนวนโวหาร ความหมาย กันไว้ดีกว่าแก้ ป้องกันไว้ก่อน ดีกว่ามาแก้ปัญหาทีหลัง ปากกัดตีนถีบ ทำงานอย่างหนัก พูดจนลิงหลับ พูดจายืดยาว ไม่รู้จักความพอดี เล็กพริกขี้หนู เล็กแต่เก่งกล้าสามารถ ฟังหูไว้หู ไม่ควรเชื่ออะไร โดยไม่ได้คิดไตร่ตรอง เรื่องราวที่ได้ยินได้ฟังมาเสียก่อน ตกนรกทั้งเป็น ได้รับความลำบากแสนสาหัส ดินพอกหางหมู ปล่อยให้งานคั่งค้าง เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ สวยแต่รูป จูบไม่หอม รูปร่างงาม แต่ความประพฤติและมารยาทไม่ดี น้ำกลิ้งบนใบบอน คนใจไม่แน่นอน กลับกลอกโดยเฉพาะมุ่งถึงหญิงที่ว่า "น้ำใจหญิงเหมือนน้ำกลิ้งบนใบบอน" น้ำขึ้นให้รีบตัก เมื่อมีโอกาสหรือได้จังหวะ ในการทำมาหากินหรือ ช่องทางที่จะทำให้ได้ผลประโยชน์แก่ตนแล้ว ก็ควรที่ จะรีบคว้าหรือรีบฉวยโอกาสอันดีนี้เสีย อย่าปล่อย โอกาสหรือจังหวะเวลาให้ผ่านพ้นไปอย่างน่าเสียดาย


๑๗ ตัวอย่าง ไข้หวัดใหญ่กำลังระบาด ใส่หน้ากากเสีย กันไว้ดีกว่าแก้นะ แม่ทำงานปากกัดตีนถีบแต่ลูกกลับมัวแต่เล่นเกม เธอพูดจนเพื่อลุกไปหมดแล้ว แบบนี้เขาเรียกว่า พูดจนลิงหลับ เห็นตัวเล็กๆ อย่างนี้นะทำงานหนักได้เหมือน ผู้ใหญ่เล็กพริกขี้หนูจริงๆ รีบทำการบ้านให้เสร็จ เดี๋ยวก็มีการบ้านใหม่มา อีก อย่าปล่อยให้เป็น ดินพอกหางหมู เธอน่ะ หน้าตาก็ดี แต่กิริยามารยาทไม่ดี เขา เรียกว่า สวยแต่รูป จูบไม่หอม


๑๘ ๑.พูดจายืดยาว ไม่รู้จักความพอดี ____________________ ๒.ทำงานอย่างหนัก ____________________ ๓.เล็กแต่เก่งกล้าสามารถ หรือมีพิษสง ____________________ ๔.ป้องกันไว้ก่อน ดีกว่ามาแก้ปัญหาที่หลัง ____________________ ๕.ปล่อยให้การงานดั่งค้าง เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ____________________ ๖.ได้รับความลำบากแสนสาหัส ____________________ ๗.ไม่ควรเชื่อสิ่งใด เพียงเพราะได้ยินได้ฟังมา ____________________ ๘.เธอหน้าตาดี แต่ชอบซุบซิบนินทา ____________________ ๙.คนใจไม่แน่นอน กลับกลอกโดยเฉพาะมุ่งถึงหญิง____________________ ๑๐.เมื่อมีโอกาสหรือได้จังหวะ ก็ควรที่จะ รีบคว้าหรือรีบฉวยโอกาสอันดีนี้เสีย ____________________ คำชี้แจง แบบฝึกหัดที่ ๓ ความหมายใด ใส่ดีดี เลือกสำนวนโวหารที่กำหนดให้ เขียนลงในช่องว่าง ให้ตรงกับความหมาย (๑๐ คะแนน) คะแนน) เล็กพริกขี้หนู ตกนรกทั้งเป็น พูดจนลิงหลับ กันไว้ดีกว่าแก้ สวยแต่รูป จูบไม่หอม ฟังหูไว้หู ดินพอกหางหมู ปากกัดตีนถีบ น้ำกลิ้งบนใบบอน น้ำขึ้นให้รีบตัก


๑๙ ๑.พูดจายืดยาว ไม่รู้จักความพอดี ____________________ ๒.ทำงานอย่างหนัก ____________________ ๓.เล็กแต่เก่งกล้าสามารถ หรือมีพิษสง ____________________ ๔.ป้องกันไว้ก่อน ดีกว่ามาแก้ปัญหาที่หลัง ____________________ ๕.ปล่อยให้การงานดั่งค้าง เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ____________________ ๖.ได้รับความลำบากแสนสาหัส ____________________ ๗.ไม่ควรเชื่อสิ่งใด เพียงเพราะได้ยินได้ฟังมา ____________________ ๘.เธอหน้าตาดี แต่ชอบซุบซิบนินทา ____________________ ๙.คนใจไม่แน่นอน กลับกลอกโดยเฉพาะมุ่งถึงหญิง____________________ ๑๐.เมื่อมีโอกาสหรือได้จังหวะ ก็ควรที่จะ รีบคว้าหรือรีบฉวยโอกาสอันดีนี้เสีย ____________________ คำชี้แจง เฉลยแบบฝึกหัดที่ ๓ ความหมายใด ใส่ดีดี เลือกสำนวนโวหารที่กำหนดให้ เขียนลงในช่องว่าง ให้ตรงกับความหมาย (๑๐ คะแนน) คะแนน) เล็กพริกขี้หนู ตกนรกทั้งเป็น พูดจนลิงหลับ กันไว้ดีกว่าแก้ สวยแต่รูป จูบไม่หอม ฟังหูไว้หู ดินพอกหางหมู ปากกัดตีนถีบ น้ำกลิ้งบนใบบอน น้ำขึ้นให้รีบตัก พูดจนลิงหลับ ปากกัดตีนถีบ เล็กพริกขี้หนู กันไว้ดีกว่าแก้ ดินพอกหางหมู ตกนรกทั้งเป็น ฟังหูไว้หู สวยแต่รูป จูบไม่หอม น้ำกลิ้งบนใบบอน น้ำขึ้นให้รีบตัก


๒๐ คำพังเพย คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำที่ใช้พูดสืบต่อกันมาช้านาน เป็นสำนวนที่มี ความหมายลึกซึ้ง มีข้อคิดแฝงอยู่ เช่น ทำคุณบูชาโทษ ปิดทองหลังพระ สีซอให้ควาย ฟัง คำพังเพย ความหมาย น้ำผึ้งหยดเดียว ใจร้อนวู่วาม จะทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ ขัดแย้งกัน ทำคุณบูชาโทษ ทำดีแต่กลับเป็นร้าย ทำคุณแต่กลับเป็นโทษ ปิดทองหลังพระ ทำดีแต่ไม่ได้รับการยกย่อง ขี่ช้างจับตั๊กแตน ไม่ทำอะไรตามความเหมาะสม การงานจะมีอุสรรคและ ความสำเร็จได้ยาก สีซอให้ควายฟัง แนะนำคนโง่ย่อมไม่เกิดประโยชน์ มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ไม่ช่วยทำงานแล้วยังขัดขวาง ทำให้งานไม่ก้าวหน้า


๒๑ ตัวอย่าง เรื่องแมวเรื่องหมา กลายเป็นน ้าผึ้งหยดเดียว คน ในหมู่บ้านผ่านมาทะเลาะกัน ฉันอุตส่าห์ช่วยเธอ เธอก็อย่าว่าไม่ดี ท าคุณบูชา โทษแท้ๆ ทหารไปรบชายแดนล าบากแต่ไม่มีใครรู้ ท าความ ดีเหมือน ปิดทองหลังพระ หญ้ามันไม่ได้สูงจนต้องใช้บันไดสักหน่อย จะขี่ ช้างจับตั๊กแตน ท าไมกัน อย่าสีซอให้ควายฟัง เลย ปล่อยเขาไปเถอะ พูด อย่างไรเขาก็ไม่ฟังอยู่แล้ว ไม่ช่วยท างานสักอย่าง แล้วยังคอยคัดค้านเพื่อน คนอะไร มือไม่พายเอาเท้าราน ้า


๒๒ ๑.เด็กเล่นกันก็มีเจ็บบ้าง อย่าให้เป็น__________หยดเดียว ทำให้ผู้ใหญ่ โกรธกันเลย ๒.ฉันอุตส่าห์ช่วยเธอ เธอก็ยังว่าไม่ดี ทำคุณ_________________แท้ๆ ๓.ทหารไปรบชายแดน ทำความดีเหมือนปิดทอง_______________ ๔.เอาบันไดมาปีนเก็บดอกมะลิทำไม ทำเหมือนขี่ช้าง_____________ ๕.อย่าสีซอ_______________ เลย พูดอย่างไรเขาก็ไม่ฟังอยู่แล้ว คำชี้แจง แบบฝึกหัดที่ ๔ พังเพยหายไป ใส่ต่อให้ด้วย เขียนคำพังเพยลงในช่องว่างให้ถูกต้องสมบูรณ์ (๑๐ คะแนน) คะแนน)


๒๓ ๑.เด็กเล่นกันก็มีเจ็บบ้าง อย่าให้เป็น น้ำผึ้ง หยดเดียว ทำให้ผู้ใหญ่โกรธ กันเลย ๒.ฉันอุตส่าห์ช่วยเธอ เธอก็ยังว่าไม่ดี ทำคุณ บูชาโทษ แท้ๆ ๓.ทหารไปรบชายแดน ทำความดีเหมือนปิดทอง หลังพระ ๔.เอาบันไดมาปีนเก็บดอกมะลิทำไม ทำเหมือนขี่ช้าง จับตั๊กแตน ๕.อย่าสีซอ ให้ควายฟัง เลย พูดอย่างไรเขาก็ไม่ฟังอยู่แล้ว คำชี้แจง เฉลยแบบฝึกหัดที่ ๔ พังเพยหายไป ใส่ต่อให้ด้วย เขียนคำพังเพยลงในช่องว่างให้ถูกต้องสมบูรณ์ (๑๐ คะแนน) คะแนน)


๒๔ สุภาษิต สุภาษิต หมายถึง ข้อความสั้นๆ มีความหมายลึกซึ้งกินใจ เป็นคำสอนผู้คนให้รู้จัก มีความคิด และมีหลักในการดำเนินชีวิต เช่น น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม สุภาษิต ความหมาย น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า คนเราจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยกัน น้ำน้อย ย่อมแพ้ไฟ ไฟที่มีกำลังน้อยกว่าย่อมพ่ายแพ้ไฟที่มีกำลังมากกว่า แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร ยอมแพ้ทำให้เรื่องสงบดีกว่าเอาชนะ แล้วทำให้เกิด ความวุ่นวาย เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตา ตาม ควรประพฤติตนให้เหมาะสมกับกาลเทศะ เหมาะสม กับโอกาสและสถานที่ รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี จะเลี้ยงดูลูกให้ดี ต้องดูแลไม่ปล่อยปละละเลย เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นสิ่งที่ไม่ดีเป็นดี หรือเห็นสิ่งที่ผิดเป็นถูก, เห็นผิดเป็น ชอบ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทำกรรมดีย่อมได้ผลดีคือ เป็นความสุข เป็นความ เจริญ ทำกรรมชั่วย่อมได้ผลชั่ว คือ ได้ผลในเชิงลบ เป็นความเดือดร้อน เป็นความตกทุกข์ได้ยาก ทั้งทาง กาย ทางใจ สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ ยังรู้พลั้ง คนเราแม้จะมีความรู้สูงอย่างนักปราชญ์ก็อาจ ผิดพลาดได้เหมือนกัน ทุกคนจึงไม่ควรประมาท ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ความสำเร็จในการทำงานใด ๆ หากใช้ความพยายาม อย่างเต็มที่ก็ย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จได้


๒๕ ตัวอย่าง เธอก็รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด ฉันไม่อยากโต้เถียง กับเธอ ถือเสียว่า แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร เขาขอให้ช่วยก็ควรช่วย วันหน้าเราก็อาจต้อง พึ่งเขา เหมือนน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า อยู่ที่ไหน ก็ต้องทำตามธรรมเนียมประเพณี ของที่นั่น เมื่อเข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตา ตาม แม่สอนก็เพราะเป็นห่วงลูกโบราณว่า รักวัว ให้ผูก รักลูกให้ตีนะลูกนะ ชาวบ้านบางระจัน ต่อสู้อย่างกล้าหาญแต่ใน ที่สุด น้ำน้อย ย่อมแพ้ไฟ ต้องพ่ายแพ้แก่ กองทัพพม่า


๒๖ ๑.น้ำพึ่งเรือ___________________ ๒.แพ้เป็นพระ___________________ ๓.น้ำน้อย___________________ ๔.เข้าเมืองตาหลิ่ว___________________ ๕.___________________รักลูกให้ตี ๖.___________________ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ๗.___________________รักชั่วหามเสา ๘.___________________นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ๙.เห็นกงจักร___________________ ๑๐.___________________ทำชั่วได้ชั่ว แบบฝึกหัดที่ ๕ สุภาษิตใด เติมให้สมบูรณ์


๒๗ ๑.น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ๒.แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร ๓.น้ำน้อย ย่อมแพ้ไฟ ๔.เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม ๕.รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ๖.ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ๗.รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา ๘.สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ๙.เห็นกงจักร เป็นดอกบัว ๑๐.ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เฉลยแบบฝึกหัดที่ ๕ สุภาษิตใด เติมให้สมบูรณ์


๒๘ แบบทดสอบหลังเรียน


๒๙ แบบทดสอบหลังเรียน ๑.สำนวนในข้อใดที่หมายถึง “ทำงานอย่างหนัก” ก.ปากกัด ตีนถีบ ข.ดินพอกหางหมู ค.กันไว้ดีกว่าแก้ ๒.ถ้อยคำหรือการเล่นถ้อยคำ ที่มีความหมายไม่ตรงตามตัวเสียทีเดียว มีความหมายอื่น แฝงอยู่ แต่ทำให้ภาษาหรือข้อความนั้น มีพลังขึ้น สื่อความหมายได้ง่าย คือ ความหมาย ของข้อใด ก.สำนวนโวหาร ข.คำคล้องจอง ค.คำพังเพย ๓. “ถ้อยคำที่เรียบเรียงขึ้นมาให้มีใจความคล้องจองกัน มีความไพเราะ” คือความหมาย ของข้อใด ก.สำนวนโวหาร ข.คำคล้องจอง ค.คำพังเพย ๔.ถ้อยคำที่ใช้พูดสืบต่อกันมาช้านาน เป็นสำนวนที่มีความหมายลึกซึ้ง มีข้อคิดแฝงอยู่ คือความหมายของข้อใด ก.สำนวนโวหาร ข.สุภาษิต ค.คำพังเพย


๓๐ แบบทดสอบหลังเรียน ๕.ข้อความสั้นๆ มีความหมายลึกซึ้งกินใจ เป็นคำสอนผู้คน ให้รุ้จักมีความคิด และมีหลักการ ในการดำเนินชีวิต ก.สำนวนโวหาร ข.สุภาษิต ค.คำพังเพย ๖.สำนวนโวหาร สุภาษิตในข้อใดคล้องจองกัน ก.น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ข.น้ำน้อย ย้อมแพ้ไฟ ค.กันไว้ดีกว่าแก้ ๗. “พอเจอเสือเขาก็กลัวจน……………………………….” ควรเติมคำใดลงในช่องว่าง ก.โง่เง่าเต่าตุ่น ข.ขวัญหนีดีฝ่อ ค.เอวบางร่างน้อย ๘.ฝ่ายที่มีกำลังน้อยกว่า ย่อมพ่ายแพ้ฝ่ายที่มีกำลังมากกว่า เป็นความหมายของสุภาษิตใน ข้อใด ก.แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร ข.รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ค.น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ


๓๑ แบบทดสอบหลังเรียน ๙.เล็กแต่เก่งกล้าสามารถ หรือมีพิษสง เป็นสำนวนโวหารในข้อใด ก.ตกนรกทั้งเป็น ข.เล็กพริกขี้หนู ค.พูดจนลิงหลับ ๑๐. กวาดบ้านก้ไม่เคยทำ ยังทิ้งเศษขยะรกไปหมด อย่างนี้เรียกว่า……………………………. ก.ฟังหูไว้หู ข.ดินพอกหางหมู ค.มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ


๓๒ เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ๑.ก.ปากกัด ตีนถีบ ๒.ก.สำนวนโวหาร ๓.ข.คำคล้องจอง ๔.ค.คำพังเพย ๕.ข.สุภาษิต ๖.ก.น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ๗.ข.ขวัญหนีดีฝ่อ ๘.ค.น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ๙.ข.เล็กพริกขี้หนู ๑๐. ค.มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ


๓๓ แบบบันทึกคะแนนการทำแบบฝึกหัด ชื่อ – สกุล…………………………………………………………………………..เลขที่………….. แบบฝึกหัดที่ คะแนนเต็ม ทำได้ ผลการประเมิน คะแนนการ ผ่าน ไม่ผ่าน พัฒนา ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ แบบทดสอบหลังเรียน เกณฑ์การวัดและประเมินผล ได้คะแนน ๘ คะแนนขึ้นไป = ผ่าน


๓๔ บรรณานุกรม บริษัทธารปัญญา จำกัด. (๒๕๖๖). อ่านออกเขียนได้หลักการใช้ภาษาไทย หนังสือเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓. เชียงใหม่ : บริษัทธารปัญญา จำกัด.


สำ นักนังานเขตพื้นพื้ที่กที่ารศึกษาประถมศึกษาสุรินริทร์ เขต ๑ โรงเรียรีนบ้าบ้นปอยเดินดิ (อนทรศึกษา)


Click to View FlipBook Version