1 1. จัดห้องเรียนให้เหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนรู้ 2. ศึกษาเนื้อหาเรื่องที่สอนและวิธีใช้แบบฝึกทักษะให้ละเอียด 3. แจกชุดการสอนให้นักเรียนศึกษา และแนะนำวิธีใช้ชุดการสอน เพื่อให้นักเรียนปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง 4. ชี้แจงให้นักเรียนรู้บทบาทของตนเอง ในการเรียนอย่างละเอียดก่อนถึงคาบสอน เพื่อให้มีเวลาสอน เพียงพอ 5. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบและทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อประเมินความรู้เดิม ของนักเรียน ก่อนเริ่มเรียน 6. ดำเนินการสอนตามกิจกรรมการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ 7. ในขณะที่นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม ครูควรให้การดูแลอย่างทั่วถึงและให้คำแนะนำ กรณีที่นักเรียนไม่ เข้าใจในกิจกรรมต่างๆ และต้องกระตุ้นให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเองมากที่สุด 8. หากมีนักเรียนคนใดเรียนไม่ทัน ครูควรให้คำแนะนำหรือมอบหมายงาน หรือให้นักเรียนฝึกปฏิบัติ และศึกษาเพิ่มเติมในเวลาว่าง 9. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หลังจากที่เรียนโดยใช้ชุดการสอนเสร็จเรียบร้อยในแต่ละชุด 10.ครูควรสรุปผลการใช้ชุดการสอน สภาพปัญหาและข้อเสนอแนะ หลังการใช้ชุดการสอนแต่ละครั้ง เพื่อนำไปปรับปรุงในการใช้ครั้งต่อไป 1. ปฏิบัติกิจกรรมการใช้ชุดการสอน การเป่าขลุ่ยเพียงออขั้นพื้นฐานด้วยความตั้งใจ 2. ปฏิบัติกิจกรรมด้วยความสามารถของตนเองให้เต็มความสามารถ 3. ปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนของชุดการสอนการเป่าขลุ่ยเพียงออขั้นพื้นฐาน 4. ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้สอนในการฝึกปฏิบัติ 5. ทำแบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียนด้วยความตั้งใจ มีความซื่อสัตย์ สุจริต การใช้ชุดการสอน “ การเป่าขลุ่ยเพียงออขั้นพื้นฐาน ” เรียนรู้เรื่องขลุ่ยไทย (ขลุ่ยเพียงออ) คำชี้แจงสำหรับครู คำชี้แจงสำหรับนักเรียน
2 ชุดการสอน การเป่าขลุ่ยเพียงออขั้นพื้นฐาน เรียนรู้เรื่องขลุ่ยไทย(ขลุ่ยเพียงออ) แผนภูมิลำดับขั้นการเรียน อ่านคำชี้แจง ทำแบบทดสอบ ศึกษาบทเรียน ทดสอบหลังเรียน ผ่าน ศึกษาเรื่องใหม่ ไม่ผ่านการทดสอบ
3 1. นักเรียนสามารถบอกที่มาและลักษณะโดยทั่วไปของขลุ่ยไทยได้ 2. นักเรียนสามารถจำแนกชนิดของขลุ่ยไทยได้ 3. นักเรียนสามารถบอกลักษณะและส่วนประกอบของขลุ่ยเพียงออได้ 4. นักเรียนสามารถบอกหน้าที่ของส่วนประกอบต่างๆของขลุ่ยเพียงออได้ 5. นักเรียนสามารถบอกประโยชน์จากเสียงดนตรีได้ 6. นักเรียนสามารถบอกวิธีการดูแลรักษาขลุ่ยเพียงออได้ จุดประสงค์การเรียนรู้
4 คำชี้แจง : ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย x ลงบนคำตอบที่ถูกที่สุด ( 20 คะแนน) ชื่อ................................................................................... ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ .............. เลขที่.............. 1. ขลุ่ยเป็นเครื่องดนตรีโบราณประเภทใด ก. เครื่องเป่า ข. เครื่องดีด ค. เครื่องดีด ง. เครื่องสี 2. การฟังเพลงช่วยให้ทารกในครรภ์มีพัฒนาการทางร่างกายที่ดี เป็นประโยชน์ของเสียงดนตรีในด้านใด ก. ด้านกีฬา ข. ด้านการแพทย์ ค. ด้านการศึกษา ง. ด้านสังคม 3. ข้อใดไม่ใช่ประเภทของขลุ่ยไทย ก. ขลุ่ยหลิบ, ขลุ่ยเพียงออ ข. ขลุ่ยเพียงออ, ขลุ่ยอู้ ค. ขลุ่ยออร์แกน, ขลุ่ยหลิบ ง. ขลุ่ยอ้อ, ขลุ่ยหลิบ 4. ขลุ่ยชนิดใดเมื่อปิดเสียงครบทุกนิ้วจะได้เสียง “ฟา” สูงกว่าขลุ่ยเพียงออ 4 เสียง ก. ขลุ่ยรีคอร์เดอร์ ข. ขลุ่ยเพียงออ ค. ขลุ่ยอู้ ง. ขลุ่ยหลิบ 5. ส่วนประกอบในข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับขลุ่ย ก. ปากนกแก้ว ข. รูค้ำ ค. ดาก ง. ลิ้น แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง เรียนรู้เรื่องขลุ่ยไทย(ขลุ่ยเพียงออ)
5 6. ข้อใดเป็นวัสดุในการทำขลุ่ยที่มีคุณภาพมากที่สุด ก. งาช้าง ข. ไม้ชิงชัน ค. ไม้ไผ่ ง. พลาสติก 7. สิ่งสำคัญของไม้ไผ่ที่ใช้ในการทำขลุ่ยคืออะไร ก. สามารแกะลวดลายได้สวยงาม ข. เป็นรูกระบอกโดยธรรมชาติ ค. เมื่อถูกน้ำสามารถขยายตัวได้ ง. มีข้อทำหน้าที่อุ้มลมและเสียงให้มีความกังวานไพเราะมาก 8. ข้อได้คือลักษณะของขลุ่ยเพียงออ ก. ขนาดปานกลางมีระดับเสียงปานกลางไม่ต่ำไม่สูง ข. มีรูที่ทำให้เกิดเสียง 6 รู ค. นิยมใช้ในวงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ ง. เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องนำ 9. ข้อใดเป็นการดูแลรักษาขลุ่ยเพียงออได้ดีที่สุด ก. เปีย เก็บขลุ่ยไว้ในถุงเก็บขลุ่ยทุกครั้งเมื่อไม่มีการใช้งาน ข. ปอ นำขลุ่ยเพียงออไปตากแดดเพื่อป้องกันมอดและแมลง ค. แป้ง ล้างทำความสะอาดขลุ่ยเพียงออในอ่างน้ำทุกครั้งหลังการใช้งาน ง. เปิ้ล ใช้มีดตกแต่งรูปากนแก้วเพื่อให้ขลุ่ยเพียงออมีเสียงดังกังวานขึ้น 10. ส่วนใดของขลุ่ยเพียงออที่ทำให้เกิดเสียง เทียบได้กับลิ้นของขลุ่ย ก. รูบังคับเสียง ข. รูค้ำ ค. ดาก ง. ปากนกแก้ว 11. ขลุ่ยไทยที่มีขนาดเล็กที่สุดคือขลุ่ยอะไร ก. ขลุ่ยหลิบ ข. ขลุ่ยอู้ ค. ขลุ่ยเพียงออ ง. ถูกทุกข้อ
6 12. ขลุ่ยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือขลุ่ยอะไร ก. ขลุ่ยหลิบ ข. ขลุ่ยอู้ ค. ขลุ่ยเพียงออ ง. ขลุ่ยนกโพรดก 13. ขลุ่ยอะไรที่เป่าแล้วมีเสียงสูงและแหลมที่สุด ก. ขลุ่ยหลิบ ข. ขลุ่ยอู้ ค. ขลุ่ยเพียงออ ง. ขลุ่ยนางกวัก 14. ถ้าเราเปิดรู 2 รู ด้านล่างจะได้เสียงอะไร ก. เสียง โด ข. เสียง เร ค. เสียง มี ง. เสียงฟา 15. ถ้าเราต้องการเป่า “เสียงฟา” จะต้องเปิดนิ้วกี่นิ้ว ก. 1 นิ้ว ข. 2 นิ้ว ค. 3 นิ้ว ง. 4 นิ้ว 16. ถ้าต้องการเป่าให้เสียงต่อเนื่องเรามีวิธีทำอย่างไร ก. เป่าดังๆ หายใจเร็วๆ ข. เป่าเบาๆ หายใจลึกๆ ค. เป่าตามอารมณ์เก็บลมไว้ให้มากที่สุด ง. เก็บลมไว้ให้มากที่สุด 17. รูบังคับสียงมีหน้าที่อย่างไร ก. บังคับเสียง และประคองเลาขลุ่ยในขณะเป่า ข. บังคับให้เสียงของขลุ่ยที่เป่าออกมาเป็นเสียง สูง-ต่ำ ระดับต่าง ๆ ค. รับลมที่ออกมาจากช่องตอนปลายของดากขลุ่ย ง. ช่วยปรับระดับเสียงของขลุ่ย
7 18. ถ้าต้องการเป่าเสียงขลุ่ย โดยเปิดนิ้วหมดยกเว้นนิ้วชี้ มือบน และเปิดรูนิ้วค้ำ จะเป็นเสียงโน้ต ตัวใด ก. เสียง ฟา ข. เสียง โด สูง (ดํ ) ค. เสียง โด ง. เสียง เร 19. โน้ตเพลงไทย 1 บรรทัด แบ่งออกเป็นกี่ห้อง ก. 2 ห้อง ข. 4 ห้อง ค. 6 ห้อง ง. 8 ห้อง 20. โน้ตที่จัดอยู่ในกลุ่มเสียง"แหบ" คือ ก. ด ข. ร ค. ซํ ง. ล
8 ขลุ่ยไทย เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า เป็นเครื่องดนตรีดั้งเดิมของไทย เสียงขลุ่ยจะให้เสียงที่ ใสสะอาด แฝงความนุ่มนวล ให้อารมณ์ที่ซาบซึ้ง โศกเศร้า โหยหวนได้ดี ใช้บรรเลงเดี่ยวก็ไพเราะ หรือใช้ประสมวงดนตรีไทย ก็เดินทำนองและล้อเสียงร้องได้ดี แม้แต่นำไปประสมกับวงดนตรีสากล ก็สร้างสีสันให้กับบทเพลงได้เป็นอย่างดี ภาพ บรรเลงขลุ่ยประสมวงดนตรีไทย วงเครื่องสายมีเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่า (ขลุ่ย) เป็นส่วนประกอบ ที่มา : http://student.nu.ac.th ,สืบค้นวันที่ 20 กรกฎาคม 2557 ใบความรู้ที่ 1 เรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับขลุ่ยไทย ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับขลุ่ย ไทย
9 ภาพ ประเภทของขลุ่ย ที่มา : สิทธิพร พูลอาจ ,สืบค้นวันที่ 20 กรกฎาคม 2557 ประเภทของขลุ่ยไทย ขลุ่ยไทยที่ใช้บรรเลงทำนองได้ ประสมวงดนตรีไทย มี 3 ประเภท โดยแบ่งตามขนาดของขลุ่ย มีชื่อเรียกดังนี้ 1. ขลุ่ยอู้ เป็นขลุ่ยที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ความยาวประมาณ 23 นิ้ว มีระดับเสียงต่ำสุด และมี ลักษณะพิเศษที่ต่างจากขลุ่ยเพียงออ และขลุ่ยหลิบ คือมีรูที่ทำให้เกิดเสียง 6 รู เมื่อปิดนิ้วทุกนิ้ว เป่าแล้วจะได้ เสียง “ซอล”ต่ำกว่าขลุ่ยเพียงออ 3 เสียงนิยมใช้ในวงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ 2. ขลุ่ยเพียงออ เป็นขลุ่ยที่มีขนาดปานกลาง ความยาวประมาณ 16 นิ้ว ระดับเสียงกลางๆ ไม่สูง ไม่ต่ำเกินไป เป็นขลุ่ยที่ผู้นิยมเล่นมากที่สุด นอกจากจะเป่าเพื่อความบันเทิงและความรื่นรมย์เฉพาะตัวแล้ว ขลุ่ยเพียงออยังเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องตาม (เช่นเดียวกับระนาดทุ้ม และ ซออู้) ตามประเพณีนิยม ในวงเครื่องสาย และ วงมโหรี 3. ขลุ่ยหลิบ เป็นขลุ่ยที่มีขนาดเล็กที่สุด ความยาวประมาณ 12 นิ้ว เป็นเครื่องดนตรีประเภท เครื่องนำ (เช่นเดียวกับระนาดเอก และ ซอด้วง) ในวงมโหรีและวงเครื่องสายคู่ และใช้เป็นเครื่องตามในวง เครื่องสายปี่ชวา เมื่อปิดนิ้วหมดทุกนิ้วเป่าแล้วจะได้เสียง “ฟา” สูงกว่าขลุ่ยเพียงออ 4 เสียง ขลุ่ยอู้ ขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยหลิบ
10 ภาพ : ขลุ่ยเพียงออ ลักษณะโดยทั่วไปของขลุ่ยไทย ขลุ่ยโดยทั่วไป ทำจากไม้ไผ่ ซึ่งเป็นไม้ไผ่เฉพาะพันธุ์เท่านั้น ปัจจุบันนี้ไม้ไผ่ที่ทำขลุ่ยส่วนใหญ่ มาจาก สระบุรี และนครราชสีมา นอกจากไม้ไผ่แล้วขลุ่ยอาจทำจากงาช้าง ไม้ชิงชัน หรือไม้เนื้อแข็งอื่นๆ และปัจจุบันมี ผู้น้ำพลาสติกมาทำขลุ่ยกันบ้างเหมือนกัน ในเรื่องคุณภาพนั้น ขลุ่ยที่ทำจากไม้ไผ่จะดีกว่าขลุ่ยที่ทำจากวัสดุอื่นเนื่องจากไม้ไผ่เป็นรูกระบอกโดย ธรรมชาติมีผิวทั้งด้านนอก ด้านในทำให้ลมเดินสะดวก เมื่อถูกน้ำสามารถขยายตัวได้ สัมพันธ์กับดาก ทำให้ ไม่แตกง่าย นอกจากนี้ผิวนอกของไม้ไผ่สามารถตกแต่งลายให้สวยงามได้ เช่น ทำเป็นลายผ้าปูมลายดอก ลายหิน ลายเกร็ดเต่า เป็นต้น อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ ไม้ไผ่มีข้อตามธรรมชาติ ซึ่งโดยทั่วๆ ไป จะเห็นว่า ส่วนปลายของขลุ่ยด้านที่ไม่ใช้เป่านั้นมีข้อติดอยู่ด้วยแต่เจาะเป็นรูสำหรับเป่าเสียงของนิ้วสุดท้ายให้ได้ระดับ ส่วนของข้อที่เหลือจะทำหน้าที่อุ้มลมและเสียง เสียงขลุ่ยมีความกังวานไพเราะมากขึ้น ซึ่งถ้าเป็นขลุ่ย ที่ทำจากวัสดุอื่นโดยการกลึง ผู้ทำอาจไม่คำนึงถึงข้อนี้อาจทำให้ขลุ่ยด้อยคุณภาพไปได้ อีกประการหนึ่งส่ว น ของข้อนี้จะช่วยป้องกันมิให้ขลุ่ยแตกเมื่อสภาพของไม้หรืออากาศมีการเปลี่ยนแปลง
11 คำชี้แจง ให้นักเรียนทำบัตรกิจกรรมที่ 1 ตอนที่ 1 และตอนที่ 2 ให้สมบูรณ์ (10 คะแนน) ตอนที่1 ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์ (5 คะแนน) ใบงานที่ 1 เรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับขลุ่ยไทย ตัวอย่าง ก.ขลุ่ยจัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทใด ตอบ........................................................เครื่องเป่า................................................................................................... 1.เสียงขลุ่ยไทยให้อารมณ์แบบใด ตอบ .................................................................................................................................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 2.ขลุ่ยโดยทั่วไปทำจากวัสดุอะไรบ้าง ยกตัวอย่างมาอย่างน้อย 3 ชนิด ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3.ขลุ่ยควรทำจากวัสดุใดจึงจะมีคุณภาพมากที่สุด ตอบ ............................................................................................................................. ................................................................. .............................................................................................................................................................................................. 4.ขลุ่ยไทยที่เป็นที่นิยม มีกี่ชนิด อะไรบ้าง ตอบ .............................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................. 5.ระดับเสียงกลาง ไม่ต่ำไม่สูง เกินไปเป็นลักษณะของเสียงขลุ่ยชนิดใด ตอบ .............................................................................................................................................. ........................................................ ......................................................................................................................................................................................................................
12 ตอนที่ 2 ให้นักเรียนจำแนกประเภทขลุ่ยไทยที่นิยมในปัจจุบันโดยทำเครื่องหมาย ลงในข้อที่ถูกต้อง (5 คะแนน) ลักษณะขลุ่ยไทย ประเภทขลุ่ยไทย ขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยหลิบ ขลุ่ยอู้ ตัวอย่าง ก. ขลุ่ยที่ขนาดปานกลาง ความยาวประมาณ 16 นิ้ว ระดับเสียงกลางๆ ไม่สูงไม่ต่ำเกินไป 1. ขลุ่ยที่มีขนาดเล็กที่สุด เป็นเครื่องดนตรีประเภท เครื่องนำ เมื่อปิดนิ้วหมดทุกนิ้ว เป่าแล้วจะได้เสียง “ฟา” สุงกว่าขลุ่ยเพียงออ 4 เสียง 2. ขลุ่ยที่มีผู้นิยมเล่นมากที่สุดและเป็นเครื่องดนตรี ประเภทเครื่องตาม 3. เป็นขลุ่ยที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีระดับเสียงต่ำที่สุด 4. เป็นเครื่องดนตรีนำในวงมโหรีและวงเครื่องสาย เครื่องคู่ และใช้เป็นเครื่องตามในวงเครื่องสายปี่ชวา 5. มีลักษณะพิเศษ คือมีรูที่ทำให้เกิดเสียง 6 รู เทื่อปิด นิ้วทุกนิ้ว เป่าแล้วจะได้เสียง’ซอล’ ต่ำกว่าขลุ่ยเพียงออ 3 เสียง นิยมใช้ในวงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์
13 ขลุ่ยที่ผ่านการวิวัฒนาการมาเป็นเวลายาวนาน มาจากปี่อ้อซึ่งตัวปี่หรือเลาทำจากไม้ไผ่ท่อนเดียวไม่มีข้อ และมีลิ้นซึ่งทำด้วยไม้อ้อลำเล็กสำหรับเป่าให้เกิดเสียงหลังจากนั้นจึงปรับเปลี่ยนรูปร่าง และวิธีเป่าจนกลายมา เป็นขลุ่ยอย่างที่เรียกกันในปัจจุบันนี้ว่าเป็น ขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยเพียงออ เป็นเครื่องดนตรีไทย ประเภทเครื่องเป่าชนิดไม่มีลิ้น ทำจากไม้ไผ่ปล้องยาวๆ ด้านหน้า เจาะรูเรียงกัน สำหรับปิดเปิดเพื่อเปลี่ยนเสียง ตรงที่เป่าไม่มีลิ้นแต่มีดาก ซึ่งทำด้วยไม้อุดเหลาเป็นท่อนกลมๆ ยาวประมาณ 2 นิ้ว สอดลงไปอุดที่ปากของขลุ่ยแล้วบากด้านหนึ่งของดากเป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เราเรียกว่า ปากนกแก้ว เพื่อให้ลมส่วนหนึ่งผ่านเข้าออกทำให้เกิดเสียงขลุ่ย ลมอีกส่วนจะวิ่งเข้าไปปลายขลุ่ยประกอบกับนิ้ว ที่ปิดเปิดบังคับเสียงเกิดเป็นเสียงสูงต่ำตามต้องการ ใต้ปากนกแก้วลงมาเจาะรูหนึ่งรู เรียกว่า รูนิ้วค้ำ เวลาเป่า ต้องใช้นิ้วหัวแม่มือค้ำปิดเปิดที่รูนี้ บางเลาด้านขวาเจาะเป็นรูเยื่อ ปลายเลาขลุ่ยมีรู 4 รู เจาะตรงกันข้าม แต่เหลื่อมกันเล็กน้อย ใช้สำหรับร้อยเชือกแขวนเก็บหรือคล้องมือจึงเรียกว่า รูร้อยเชือก รวมขลุ่ยเลาหนึ่งมี 14 รู ด้วยกัน ใบความรู้ที่ 2 เรื่อง ความรู้พื้นฐานเรื่องขลุ่ยเพียงออ ประวัติความเป็นมาของขลุ่ย เพียงออ ลักษณะทั่วไปของขลุ่ยเพียงออ เพียงออ
14 ภาพ : ลักษณะโดยทั่วไปของขลุ่ยไทย ที่มา : http://warinthorn-enz.exteen.com , ส่วนประกอบขลุ่ยเพียงออ เพียงออ เลาขลุ่ย คือ ตัวขลุ่ย มักนิยมประดิษฐ์ลวดลายต่างๆ ลงบนตัวขลุ่ย เช่น ลายดอกพิกุล ลายหินและลายลูกระนาด เป็นต้น * ถ้าเป็นขลุ่ยไม้ไผ่ นิยมจะทำลวดลายลงบนเลาขลุ่ย แต่ถ้าเป็นไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้ชิงชัน ไม้พยุง ไม้งิ้วดำ ฯลฯ จะไม่ นิยมทำลายลงบนเลาขลุ่ย แต่อาจจะมีการลงรัก ประกอบมุก ประกอบงา แทน ดาก คือ ไม้อุดปากขลุ่ย นิยมใช้ในไม้สักทอง เหลากลมให้คับแน่นกับช่องภายในของปากขลุ่ยฝานให้เป็นช่องว่าง ลาดเอียงตลอดชิ้นดาก ให้เป่าลมผ่านได้ ช่องเป่า เป็นรูสำหรับเป่าลมเข้าไป รูปากนกแก้ว เป็นรูที่เจาะร่องรับลมจากปลายดากภายในขลุ่ยอยู่ด้านเดียวกับรูเป่าอยู่สุดปลายดากพอดีเป็นรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้ารูปากนกแก้วนี้ทำให้เกิดเสียงเทียบได้กับลิ้นของขลุ่ย รูเยื่อ เป็นรูสำหรับปิดวัสดุที่ทำให้เสียงสั่นพลิ้ว มักใช้เยื่อไม้ไผ่ หรือเยื่อหัวหอมปิด อยู่ด้านขวามือ * ในปัจจุบันหา ขลุ่ยที่มีรูเยื่อไม่ค่อยได้แล้ว รูค้ำ หรือรูนิ้วค้ำ เป็นรูสำหรับให้นิ้วหัวแม่มือปิดเพื่อบังคับเสียงและประคองเลาขลุ่ยขณะเป่าอยู่ด้านล่างเลาขลุ่ย ต่อจากรูปากนกแก้วไปทางปลายขลุ่ย รูบังคับเสียง เป็นรูที่เจาะเรียงอยู่ด้านบนของเลาขลุ่ยใช้บังคับเสียงเกิดเป็นเสียงสูงต่ำตามต้องการมีอยู่ 7 รู ด้วยกัน รูร้อยเชือก มี 4 รู หรือ 2 รูก็ได้ อยู่ทางส่วนปลายของเลาขลุ่ย โดยการเจาะทะลุบน-ล่าง และ ซ้าย -ขวา ให้เยื้อง กันในแต่ละคู่
15 คำชี้แจง ให้นักเรียนทำบัตรกิจกรรมที่ 2 ตอนที่ 1 และตอนที่ 2 ให้สมบูรณ์ (10 คะแนน) ตอนที่1 ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย หน้าข้อที่ถูก ทำเครื่องหมาย หน้าข้อที่ผิด ให้ถูกต้อง (5 คะแนน) ตัวอย่าง ...........ก.ขลุ่ยเลาหนึ่งมีรูรวมกันทั้งหมด 14 รู ................1. ขลุ่ยเพียงออได้พัฒนาการมาจากปี่อ้อที่มีการปรับเปลี่ยนรูปร่าง และวิธีการเป่า ................2. ขลุ่ยเพียงออ เป็นเครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องเป่าชนิดไม่มีลิ้น ................3. ดากขลุ่ยเพียงออทำด้วยไม้อุดเหลาสอดลงไปอุดที่ก้นของขลุ่ย ................4. ส่วนที่ทำให้เกิดเสียงขลุ่ยได้เทียบกับลิ้นของขลุ่ยคือรูบังคับเสียง ................5. ขลุ่ยเพียงออทำจากไม้ไผ่ท่อนยาวไม่มีข้อ ใบงานที่2 เรื่อง ความรู้พื้นฐานเรื่องขลุ่ยเพียงออ
16 ตอนที่ 2 ให้นักเรียนบอกชื่อส่วนประกอบและหน้าที่ของขลุ่ยเพียงออจากภาพที่กำหนดให้สมบูรณ์ (5 คะแนน) ตัวอย่าง ก.หมายเลข 1 ชื่อ .......ดาก............... มีหน้าที่.........................เป็นช่องว่าง ลาดเอียงตลอดชิ้นดากให้เป่าลมผ่านไปได้........................................... 1. หมายเลข 2 ชื่อ.............................. มีหน้าที่................................................................................................................................................... 2. หมายเลข 3 ชื่อ.............................. มีหน้าที่.................................................................................................................... ............................... 3. หมายเลข 4 ชื่อ.............................. มีหน้าที่.................................................................................................................... ............................... 4. หมายเลข 5 ชื่อ.............................. มีหน้าที่................................................................................................................................................... 5. หมายเลข 6 ชื่อ.............................. มีหน้าที่...................................................................................................................................................
17 ใบความรู้ที่ 3 เรื่อง ประโยชน์จากเสียงดนตรีและวิธีการดูแลรักษาขลุ่ยเพียงออ ประโยชน์จากเสียงขลุ่ย เสียงขลุ่ยเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ เกิดความบันเทิง อีกทั้งยังสามารถขัดเกลาให้มนุษย์มีจิตใจที่ดีงาม เสียง ขลุ่ยไทยมีประโยชน์มากมาย อาทิเช่น ช่วยให้ผ่อนคลาย ทำให้จิตใจร่าเริงแจ่มใส เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ เนื่องจากในการเล่นดนตรีไทย ต้องมีการเล่นหลายๆ คน ต้องมีสมาธิและที่สำคัญต้องมีความสามัคคีกัน เพื่อให้ เกิดการสร้างงานที่มีคุณภาพ
18 ภาพ : ดนตรีบำบัดผู้สูงวัย ห่างไกลอัลไซเมอร์ ด้านการศึกษา การนำเสียงขลุ่ยมาใช้ประกอบในการสอนแบบสร้างสรรค์ทางศิลปะ ผลปรากฏว่าเสียงขลุ่ย สามารถ ส่งเสริมพัฒนาการอารมณ์ ส่งเสริมให้มีความสัมพันธ์ระหว่างประสาทหู กล้ามเนื้อมือ ให้สอดคล้องกับ การใช้ ความคิด ทำให้หายเหนื่อย ด้านการแพทย์ ใช้เสียงดนตรีกระตุ้นทารกในครรภ์มารดา ผลปรากฏว่าเด็กมีปฏิกิริยาตอบรับกับเสียงแพลง ทั้งทาง พฤติกรรมและร่างกายที่ดี เสียงเพลงที่นุ่มนวลจะทำให้เด็กมีอาการสงบเงียบ ร่างกายเจริญเติบโตขึ้นและยังช่วยให้ ระบบหายใจและระบบย่อยอาหารดีขึ้น การนำเสียงดนตรีมาบำบัดรักษาผู้ป่วยปัญญาอ่อน โดยเฉพาะการใช้ดนตรีลดหรือบรรเทาความเจ็บปวด หลังการผ่าตัดของผู้ป่วยใน 48 ชั่งโมงแรก ผลปรากฏว่าช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลายภาวะทางอารมณ์ ได้เป็นอย่างดี ด้านสังคม เสียงดนตรีปลุกเร้าอารมณ์ให้เกิดความรักความสามัคคีในหมู่คณะ เช่น เพลงปลุกใจ เพลงเชียร์ เป็นต้น การใช้เสียงดนตรีเพื่อสร้างบรรยากาศในการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ให้ดูศักดิ์สิทธิ์ เคร่งขรึม น่าเชื่อถือ หรือสื่อ อารมณ์ ความรู้สึกที่ร่าเริง เบิกบาน สนุกสนาน ในงานเลี้ยงสังสรรค์ งานฉลองต่าง ๆ เป็นต้น ด้านจิตวิทยา ใช้ดนตรีปรับเปลี่ยนนิสัยก้าวร้าวของมนุษย์ รักษาโรคสมาธิสั้น โดยเฉพาะเด็กจะทำให้มีสมาธิยาวขึ้น อ่อนโยนขึ้น โดยใช้หลักทฤษฎีอีธอส (Ethos) ของดนตรี ซึ่งเชื่อว่าดนตรีมีอำนาจในการที่จะเปลี่ยนนิสัยของมนุษย์ จนกระทั่งในบางกรณีสามารถรักษาโรคให้หายได้ ด้านกีฬา ใช้ดนตรีประกอบกิจกรรมกีฬา เช่น ยิมนาสติกกิจกรรมเข้าจังหวะ การเต้นแอโรบิค เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมายที่ใช้ดนตรีเป็นส่วนประกอบในการดำเนินการทั้งทางตรงและทางอ้อม อาจกล่าวได้ว่า ดนตรีเป็นส่วนประกอบที่ขาดเสียมิได้ในกิจกรรมของสังคมมนุษย์ ประโยชน์ของดนตรีต่อสังคม มนุษย์
19 วิธีการดูแลรักษาขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ย เป็นเครื่องดนตรีที่ต้องใช้ปากเป่าโดยตรง ฉะนั้นการรักษาความสะอาดจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยมีวิธีการบำรุงรักษาดังนี้ 1. 1. เมื่อซื้อขลุ่ยมาใหม่ ๆ ควรนำขลุ่ยไปแช่น้ำผึ้งหรือน้ำตาลสดหลายๆ วัน จะช่วยรักษา เนื้อไม้ และกันมอดหรือแมลงทำลายขลุ่ย 2. ไม่ควรเก็บขลุ่ยไว้ในที่ร้อนหรือเย็นจัดเกินไป เพราจะทำให้ขลุ่ยแตกร้าว 3. ควรหุ้มขอบปลายด้านบนและด้านล่างของขลุ่ยด้วยโลหะป้องกันการแตกของเนื้อไม้ 4. ไม่ควรนำวัสดุหรือสิ่งใดเขี่ยบริเวณรูปากนกแก้ว เพราะจะทำให้รูปากนกแก้วชำรุด หรือบิ่นได้ 5. หลังจากการเล่นควรเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดบริเวณปากเป่าแต่ห้ามนำไป ล้างในอ่างหน้า หรือจากแสงแดดโดยตรง เพราะจะทำให้เกิดการยืดหรือหดตัวได้ อันเป็นสาเหตุ ทำให้เสียงขลุ่ยเปลี่ยนไป ควรใช้แอลกอฮอล์เช็ดเพื่อฆ่าเชื้อบริเวณที่เป่าด้วย 6. ควรใช้ผ้าหรือหนังเย็บทำถุงขลุ่ย เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับขลุ่ย สะดวกต่อการเดินทาง และจะทำให้คุณภาพเสียงดีอยู่เสมอ
20 คำชี้แจง ให้นักเรียนทำบัตรกิจกรรมที่ 3 ตอนที่ 1 และตอนที่ 2 ให้สมบูรณ์ (10 คะแนน) ตอนที่ 1 ให้นักเรียนอ่านข้อความที่กำหนดให้พร้อมบอกว่าเป็นประโยชน์จากเสียงดนตรีในด้านใด (5 คะแนน) ใบงานที่3 เรื่อง ประโยชน์จากเสียงขลุ่ยและวิธีการ ดูแลรักษา ตัวอย่าง .....ด้านการศึกษา.. ก. การร้องเพลงด้วยความชอบของจังหวะดนตรีซึ่งเนื้อเพลงอาจไม่ใช่ภาษา ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันทำให้ฝึกการใช้ภาษาไปอย่างอัตโนมิติ ............................. 1. เสียงดนตรีบรรเลงช่วยให้ผู้ป่วยช่วยลดความตึงเครียดในผู้ป่วยได้ ............................. 2. การแข่งขันเรือยาวมีการใช้ดนตรีมาเป็นจังหวะในการพายเรือ ............................. 3. ในการใช้ดนตรีการจัดกิจกรรมการสอนวิชาศิลปะช่วยเสริมสร้างความคิดและมี จินตนาการในการสร้างสรรค์ผลงาน ............................. 4. เสียงดนตรีสามารถเปลี่ยนนิสัยก้าวร้าวของมนุษย์และโรคสมาธิสั้นได้ ............................. 5. ในการเล่นกีฬาบางประเภทมีการใช้จังหวะดนตรีประกอบ เช่น กีฬาลีลาส ยิมนาสติกลีลา เป็นต้น
21 ตอนที่ 2 ให้นักเรียนบอกวิธีการดูแลรักษาขลุ่ยเพียงออให้ถูกต้องและสมบูรณ์ (5 คะแนน) การดูแลรักษาขลุ่ยเพียงออ ................................................................................................................................................... ......................... ............................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................... ............................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................... ............................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................... ............................................................................................................................................................................................. ......................................................................................................... ................................................................... ............................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................... ......................... ............................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................ ............................................ ............................................................................................................................................................................................. ...................................................................................................................................................................................................
22 คำชี้แจง : ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย ลงบนคำตอบที่ถูกที่สุด ( 20 คะแนน) ชื่อ ................................................. นามสกุล ......................................... ชั้น .................. เลขที่ .............. --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. การฟังเพลงช่วยให้ทารกในครรภ์มีพัฒนาการทางร่างกายที่ดี เป็นประโยชน์ของเสียงดนตรีในด้านใด ก. ด้านกีฬา ข. ด้านการแพทย์ ค. ด้านการศึกษา ง. ด้านสังคม 2. ขลุ่ยเป็นเครื่องดนตรีโบราณประเภทใด ก. เครื่องเป่า ข. เครื่องดีด ค. เครื่องดีด ง. เครื่องสี 3. ข้อใดเป็นวัสดุในการทำขลุ่ยที่มีคุณภาพมากที่สุด ก. งาช้าง ข. ไม้ชิงชัน ค. ไม้ไผ่ ง. พลาสติก 4. ขลุ่ยชนิดใดเมื่อปิดเสียงครบทุกนิ้วจะได้เสียง “ฟา” สูงกว่าขลุ่ยเพียงออ 4 เสียง ก. ขลุ่ยรีคอร์เดอร์ ข. ขลุ่ยเพียงออ ค. ขลุ่ยอู้ ง. ขลุ่ยหลิบ 5. ข้อใดไม่ใช่ประเภทของขลุ่ยไทย ก. ขลุ่ยหลิบ, ขลุ่ยเพียงออ ข. ขลุ่ยเพียงออ, ขลุ่ยอู้ ค. ขลุ่ยออร์แกน, ขลุ่ยหลิบ ง. ขลุ่ยอ้อ, ขลุ่ยหลิบ แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง เรียนรู้เรื่องขลุ่ยไทย(ขลุ่ยเพียงออ)
23 6. สิ่งสำคัญของไม้ไผ่ที่ใช้ในการทำขลุ่ยคืออะไร ก. สามารแกะลวดลายได้สวยงาม ข. เป็นรูกระบอกโดยธรรมชาติ ค. เมื่อถูกน้ำสามารถขยายตัวได้ ง. มีข้อทำหน้าที่อุ้มลมและเสียงให้มีความกังวานไพเราะมาก 7. ข้อได้คือลักษณะของขลุ่ยเพียงออ ก. ขนาดปานกลางมีระดับเสียงปานกลางไม่ต่ำไม่สูง ข. มีรูที่ทำให้เกิดเสียง 6 รู ค. นิยมใช้ในวงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ ง. เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องนำ 8. ส่วนประกอบในข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับขลุ่ย ก. ปากนกแก้ว ข. รูค้ำ ค. ดาก ง. ลิ้น 9. ส่วนใดของขลุ่ยเพียงออที่ทำให้เกิดเสียง เทียบได้กับลิ้นของขลุ่ย ก. รูบังคับเสียง ข. รูค้ำ ค. ดาก ง. ปากนกแก้ว 10. ข้อใดเป็นการดูแลรักษาขลุ่ยเพียงออได้ดีที่สุด ก. เปีย เก็บขลุ่ยไว้ในถุงเก็บขลุ่ยทุกครั้งเมื่อไม่มีการใช้งาน ข. ปอ นำขลุ่ยเพียงออไปตากแดดเพื่อป้องกันมอดและแมลง ค. แป้ง ล้างทำความสะอาดขลุ่ยเพียงออในอ่างน้ำทุกครั้งหลังการใช้งาน ง. เปิ้ล ใช้มีดตกแต่งรูปากนแก้วเพื่อให้ขลุ่ยเพียงออมีเสียงดังกังวานขึ้น 11. ขลุ่ยไทยที่มีขนาดเล็กที่สุดคือขลุ่ยอะไร ก. ขลุ่ยหลิบ ข. ขลุ่ยอู้ ค. ขลุ่ยเพียงออ ง. ถูกทุกข้อ
24 12. ขลุ่ยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือขลุ่ยอะไร ก. ขลุ่ยหลิบ ข. ขลุ่ยอู้ ค. ขลุ่ยเพียงออ ง. ขลุ่ยนกโพรดก 13. ขลุ่ยอะไรที่เป่าแล้วมีเสียงสูงและแหลมที่สุด ก. ขลุ่ยหลิบ ข. ขลุ่ยอู้ ค. ขลุ่ยเพียงออ ง. ขลุ่ยนางกวัก 14. ถ้าเราเปิดรู 2 รู ด้านล่างจะได้เสียงอะไร ก. เสียง โด ข. เสียง เร ค. เสียง มี ง. เสียงฟา 15. ถ้าเราต้องการเป่า “เสียงฟา” จะต้องเปิดนิ้วกี่นิ้ว ก. 1 นิ้ว ข. 2 นิ้ว ค. 3 นิ้ว ง. 4 นิ้ว 16. ถ้าต้องการเป่าให้เสียงต่อเนื่องเรามีวิธีทำอย่างไร ก. เป่าดังๆ หายใจเร็วๆ ข. เป่าเบาๆ หายใจลึกๆ ค. เป่าตามอารมณ์เก็บลมไว้ให้มากที่สุด ง. เก็บลมไว้ให้มากที่สุด 17. รูบังคับสียงมีหน้าที่อย่างไร ก. บังคับเสียง และประคองเลาขลุ่ยในขณะเป่า ข. บังคับให้เสียงของขลุ่ยที่เป่าออกมาเป็นเสียง สูง-ต่ำ ระดับต่าง ๆ ค. รับลมที่ออกมาจากช่องตอนปลายของดากขลุ่ย ง. ช่วยปรับระดับเสียงของขลุ่ย
25 18. ถ้าต้องการเป่าเสียงขลุ่ย โดยเปิดนิ้วหมดยกเว้นนิ้วชี้ มือบน และเปิดรูนิ้วค้ำ จะเป็นเสียงโน้ต ตัวใด ก. เสียง ฟา ข. เสียง โด สูง (ดํ ) ค. เสียง โด ง. เสียง เร 19. โน้ตเพลงไทย 1 บรรทัด แบ่งออกเป็นกี่ห้อง ก. 2 ห้อง ข. 4 ห้อง ค. 6 ห้อง ง. 8 ห้อง 20. โน้ตที่จัดอยู่ในกลุ่มเสียง"แหบ" คือ ก. ด ข. ร ค. ซํ ง. ล
26 การฝึกปฏิบัติขลุ่ยเพียงออ การปฏิบัติขลุ่ยเพียงออ นิ้วต้อ เสียง ซอล ลา ที โด(สูง) นิ้วต้อเสียง ซอล ลา ที โด (สูง) เกิดจากการเป่าขลุ่ยด้วยลมธรรมดา โดยใช้นิ้วดังนี้ มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างเปิดนิ้วก้อย นิ้วนาง นิ้วกลางและนิ้วก้อย เสียง ซอล มือล่างเปิดทุกนิ้ว มือบนเปิดนิ้วนาง เสียง ลา มือล่างเปิดทุกนิ้ว มือบนเปิดนิ้วนาง และนิ้วกลาง เสียง ที มือล่างเปิดทุกนิ้ว มือบนเปิดนิ้วนาง นิ้วกลาง และนิ้วหัวแม่มือ เสียง โด (สูง) ขั้นที่ 1 ฝึกพื้นฐานขลุ่ยเพียงออนิ้วต้อ มือบน ๔ เสียง ซอล ลา ที และโด (สูง) 1. เสียง “ซอล” การปฏิบัติขลุ่ยเพียงออ
27 2. เสียง “ลา “ 3. เสียง “ที”
28 4. เสียง “โดสูง” (ใช้เปิดรูนิ้วค้ำ) ขั้นที่ 2 ฝึกพื้นฐานขลุ่ยเพียงออนิ้วต้อ ผสม 4 เสียง มือบน เสียง ซอล ลา ที และโด (สูง) 1.
29 2. 3. การปฏิบัติขลุ่ยเพียงออนิ้วต้อ เสียง ฟา มีเร โด นิ้วต้อ ฟา มีเร โด เกิดจากการเป่าขลุ่ยเพียงออด้วยลมธรรมดา โดยใช้นิ้วดังนี้ มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างเปิดนิ้วก้อย นิ้วนาง และนิ้วกลาง เสียง ฟา มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างเปิดนิ้วก้อย และนิ้วนาง เสียง มี มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างเปิดนิ้วก้อย เสียง เร มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างปิดทุกนิ้ว เสียง โด ขั้นที่3 ฝึกพื้นฐานขลุ่ยเพียงออนิ้วต้อ 4 เสียง มือล่าง เสียง ฟา มี เร โด 1. เสียง “ฟา”
30 2. เสียง “มี 3. เสียง “เร” 4. เสียง “ โด”
31 ขั้นที่ 4 ฝึกพื้นฐานขลุ่ยเพียงออนิ้วต้อ ผสม ๔ เสียง ฟา มี เร และ โด 1. 2.
32 3. การปฏิบัติขลุ่ยเพียงออนิ้วแหบ นิ้วแหบ เกิดจากการเป่าขลุ่ยเพียงออด้วยลมแรงกว่าธรรมดา โดยใช้นิ้วดังนี้ มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างปิดทุกนิ้ว เสียง โด มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างเปิดนิ้วก้อย เสียง เร มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างเปิดนิ้วก้อยและนิ้วนาง เสียง มี มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างเปิดนิ้วก้อย นิ้วนางและนิ้วกลาง เสียง ฟา มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างเปิดนิ้วก้อย นิ้วนาง นิ้วกลางและนิ้วก้อย เสียง ซอล ขั้นที่ 6 ฝึกพื้นฐานขลุ่ยเพียงออ นิ้วแหบ 5 เสียง โด เร มี ฟา และซอล 1. เสียง “ โด”
33 2. เสียง “ เร ” 3. เสียง “ มี ” 4. เสียง “ ฟา ”
34 5. เสียง “ซอล ” ขั้นที่ 5 ฝึกพื้นฐานขลุ่ยเพียงออ ผสมเสียงนิ้วแหบ 5 เสียง โด เร มีฟา ซอล 1.
35 2. การปฏิบัติขลุ่ยนิ้วต้อและนิ้วแหบ การเป่าขลุ่ย ไล่เสียง สามารถเป่าด้วยลมธรรมดาและเป่าด้วยลมแรงกว่าธรรมดา เรียงลําดับเสียงจาก ต่ำสุดไปหาเสียงสูงสุด โดยใช้นิ้วดังนี้ มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างปิดทุกนิ้ว เสียง โด มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างเปิดนิ้วก้อย เสียง เร มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างเปิดนิ้วก้อย และนิ้วนาง เสียง มี มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างเปิดนิ้วก้อย นิ้วนาง และนิ้วกลาง เสียง ฟา มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างเปิดนิ้วก้อย นิ้วนาง นิ้วกลางและนิ้วก้อย เสียง ซอล มือล่างเปิดทุกนิ้ว มือบนเปิดนิ้วนาง เสียง ลา มือล่างเปิดทุกนิ้ว มือบนเปิดนิ้วนาง และนิ้วกลาง เสียง ที มือล่างเปิดทุกนิ้ว มือบนเปิดนิ้วนาง นิ้วกลาง และนิ้วหัวแม่มือ เสียง โด (สูง) มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างปิดทุกนิ้ว เสียง โด มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างเปิดนิ้วก้อย เสียง เร มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างเปิดนิ้วก้อย และนิ้วนาง เสียง มี มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างเปิดนิ้วก้อย นิ้วนาง และนิ้วกลาง เสียง ฟา มือบนปิดทุกนิ้ว มือล่างเปิดนิ้วก้อย นิ้วนาง นิ้วกลางและนิ้วก้อย เสียง ซอล ขั้นที่ 6 ฝึกพื้นฐานขลุ่ยเพียงออ ประสมเสียง 12 เสียง ระหว่างเสียง โด เร มี ฟา ซอลลา ที โด (สูง) เร (สูง) มี(สูง) ฟา (สูง) ซอล (สูง)
36
37 แบบฝึก เพลงสำหรับฝึกปฏิบัติขลุ่ยเพียงออ
38 1. เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 2. เฉลยบัตรกิจกรรมที่ 1 3. เฉลยบัตรกิจกรรมที่ 2 4. เฉลยบัตรกิจกรรมที่ 3 5. เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน ภาคผนวก
39 1. ง 6. ค 2. ก 7. ง 3. ข 8. ก 4. ค 9. ง 5. ง 10. ง 11. ก 16. ค 12. ข 17. ก 13. ก 18. ข 14. ค 19. ง 15. ค 20. ค เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เร ื่อง เรียนร ้ เูร ื่องขลุ่ย
40 คำชี้แจง ให้นักเรียนทำบัตรกิจกรรมที่ 1 ตอนที่ 1 และตอนที่ 2 ให้สมบูรณ์ (10 คะแนน) ตอนที่ 1 ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์ (5 คะแนน) เฉลยใบงานที่ 1 เรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับขลุ่ยไทย ตัวอย่าง ก.ขลุ่ยจัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทใด ตอบ..........เครื่องเป่า........................................................................................................ 1.เสียงขลุ่ยไทยให้อารมณ์แบบใด ตอบ..........ให้อารมณ์ที่ซาบซึ้ง โศกเศร้า โหยหวนได้ดี................................................... 2.ขลุ่ยโดยทั่วไปทำจากวัสดุอะไรบ้าง ยกตัวอย่างมาอย่างน้อย 3 ชนิด ตอบ............ไม้ไผ่ ไม้ชิงชัน งาช้าง พลาสติก ฯลฯ............................................................ 3.ขลุ่ยควรทำจากวัสดุใดจึงจะมีคุณภาพมากที่สุด ตอบ...........ไม้ไผ่............................................................................................................... 4.ขลุ่ยไทยที่เป็นที่นิยม มีกี่ชนิด อะไรบ้าง ตอบ............ขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยหลิบ ขลุ่ยอ้อ........................................................................ 5.ระดับเสียงกลาง ไม่ต่ำไม่สูง เกินไปเป็นลักษณะของเสียงขลุ่ยชนิดใด ตอบ.............ขลุ่ยเพียงออ....................................................................................................
41 ตอนที่ 2 ให้นักเรียนจำแนกประเภทขลุ่ยไทยที่นิยมในปัจจุบันโดยทำเครื่องหมาย ลงในข้อที่ถูกต้อง (5 คะแนน) ลักษณะขลุ่ยไทย ประเภทขลุ่ยไทย ขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยหลิบ ขลุ่ยอู้ ตัวอย่าง ก. ขลุ่ยที่ขนาดปานกลาง ความยาว ประมาณ 16 นิ้ว ระดับเสียงกลางๆ ไม่สูงไม่ต่ำเกินไป 1. ขลุ่ยที่มีขนาดเล็กที่สุด เป็นเครื่องดนตรี ประเภทเครื่องนำ เมื่อปิดนิ้วหมดทุกนิ้ว เป่า แล้วจะได้เสียง “ฟา” สุงกว่าขลุ่ยเพียงออ 4 เสียง 2. ขลุ่ยที่มีผู้นิยมเล่นมากที่สุดและเป็นเครื่อง ดนตรีประเภทเครื่องตาม 3. เป็นขลุ่ยที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีระดับเสียงต่ำ ที่สุด 4. เป็นเครื่องดนตรีนำในวงมโหรีและวง เครื่องสายเครื่องคู่ และใช้เป็นเครื่องตามในวง เครื่องสายปี่ชวา 5. มีลักษณะพิเศษ คือมีรูที่ทำให้เกิดเสียง 6 รู เทื่อปิดนิ้วทุกนิ้ว เป่าแล้วขะได้เสียง’ซอล’ ต่ำ กว่าขลุ่ยเพียงออ 3 เสียง นิยมใช้ในวงปี่พาทย์ ดึกดำบรรพ์
42 คำชี้แจง ให้นักเรียนทำบัตรกิจกรรมที่ 2 ตอนที่ 1 และตอนที่ 2 ให้สมบูรณ์ (10 คะแนน) ตอนที่1 ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย หน้าข้อที่ถูก ทำเครื่องหมาย หน้าข้อที่ผิด ให้ถูกต้อง (5 คะแนน) ตัวอย่าง ...........ก.ขลุ่ยเลาหนึ่งมีรูรวมกันทั้งหมด 14 รู ...............1. ขลุ่ยเพียงออได้พัฒนาการมาจากปี่อ้อที่มีการปรับเปลี่ยนรูปร่าง และวิธีการเป่า ...............2. ขลุ่ยเพียงออ เป็นเครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องเป่าชนิดไม่มีลิ้น ................3. ดากขลุ่ยเพียงออทำด้วยไม้อุดเหลาสอดลงไปอุดที่ก้นของขลุ่ย ....... ........4. ส่วนที่ทำให้เกิดเสียงขลุ่ยได้เทียบกับลิ้นของขลุ่ยคือรูบังคับเสียง ...............5. ขลุ่ยเพียงออทำจากไม้ไผ่ท่อนยาวไม่มีข้อ เฉลยใบงานที่ 2 เรื่อง ความรู้พื้นฐานเรื่องขลุ่ยเพียงออ
43 ตอนที่ 2 ให้นักเรียนบอกชื่อส่วนประกอบและหน้าที่ของขลุ่ยเพียงออจากภาพที่กำหนดให้สมบูรณ์ (5 คะแนน) ตัวอย่าง ก.หมายเลข 1 ชื่อ .......ดาก............... มีหน้าที่ ...........เป็นช่องว่าง ลาดเอียงตลอดชิ้นดากให้เป่าลมผ่านไปได้................................... 1. หมายเลข 2 ชื่อ............รูค้ำ........................ มีหน้าที่......ให้หัวนิ้วแม่มือปิด เพื่อบังคับเสียง และประคองเลาขลุ่ยขณะเป่า..................................... 2. หมายเลข 3 ชื่อ...........ช่องเป่า.................... มีหน้าที่......รูสำหรับเป่าลมเข้าไป........................................................................................................... 3. หมายเลข 4 ชื่อ............รูปากนกแก้ว.......... มีหน้าที่......รับลมจากปลายดากภายในขลุ่ยทำให้เกิดเสียง เทียบได้กับลิ้นของขลุ่ย............................. 4. หมายเลข 5 ชื่อ............รูเยื่อ....................... มีหน้าที่......รูสำหรับปิดวัสดุที่ทำให้เสียงสั่นพริ้ว..................................................................................... 5. หมายเลข 6 ชื่อ............รูบังคับ.................. มีหน้าที่......บังคับเสียงเกิดเป็นเสียงสูงต่ำตามต้องการ.......................................................................................
44 คำชี้แจง ให้นักเรียนทำบัตรกิจกรรมที่ 3 ตอนที่ 1 และตอนที่ 2 ให้สมบูรณ์ (10 คะแนน) ตอนที่ 1 ให้นักเรียนอ่านข้อความที่กำหนดให้พร้อมบอกว่าเป็นประโยชน์จากดนตรีในด้านใด (5 คะแนน) ตัวอย่าง เฉลยใบงานที่ 3 เรื่อง ประโยชน์จากเสียงขลุ่ยและวิธีการดูแลรักษา ตัวอย่าง .....ด้านการศึกษา.. ก. การร้องเพลงด้วยความชอบของจังหวะดนตรีซึ่งเนื้อเพลงอาจไม่ใช่ภาษา ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันทำให้ฝึกการใช้ภาษาไปอย่างอัตโนมิติ .....ด้านการแพทย์.... 1. เสียงดนตรีบรรเลงช่วยให้ผู้ป่วยช่วยลดความตึงเครียดในผู้ป่วยได้ .....ด้านการสังคม..... 2. การแข่งขันเรือยาวมีการใช้ดนตรีมาเป็นจังหวะในการพายเรือ .....ด้านการศึกษา..... 3. ในการใช้ดนตรีการจัดกิจกรรมการสอนวิชาศิลปะช่วยเสริมสร้างความคิด และมีจินตนาการในการสร้างสรรค์ผลงาน .....ด้านจิตวิทยา....... 4. เสียงดนตรีสามารถเปลี่ยนนิสัยก้าวร้าวของมนุษย์และโรคสมาธิสั้นได้ .....ด้านกีฬา............. 5. ในการเล่นกีฬาบางประเภทมีการใช้จังหวะดนตรีประกอบ เช่น กีฬาลีลาส ยิมนาสติกลีลา เป็นต้น
45 1. ข 6. ง 2. ก 7. ก 3. ค 8. ง 4. ง 9. ง 5. ค 10. ค 11. ก 16. ค 12. ข 17. ก 13. ก 18. ข 14. ค 19. ง 15. ค 20. ค เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง เรียนรู้เรื่องขลุ่ย
46 กำจร สุนพงษศรี. ศิลปะสมัยใหม่. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, 2520 ไขแสง ศุขะวัฒนะ. สังคัตนิยมว่าด้วยเครื่องดนตรีของวงดุริยางค์. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช, 2519. ธนิต อยู่โพธิ์. เครื่องดนตรีไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2510. ปัญญา รุ่งเรือง. ดนตรีศึกษา 1. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์อักษรเจริญทัศน์, 2548. สันธนะ ประสงค์สุข อัษฎางค์ ชมดี และ พัทธนันท์ โอษฐ์เจษฎา. เพลงชีวิต เพลงปี่อ้อ : สุพิน เครื่องวิชา. เอกสารโครงการสถาบันอุดมศึกษานำร่อง เครือข่ายภูมิปัญญาชาติ. สุรินทร์ : มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์. 2548. สงัด ภูเขาทอง. การดนตรีไทยและการไปสู่ดนตรีไทย. กรุงเทพฯ : วิทยาลัยครูบ้าน สมเด็จเจ้าพระยา. 2554. บรรณานุกรม