บึงบอระเพด็
กรอบแนวคิดการพัฒนาท่ดี นิ
กรมพฒั นาที่ดิน
เมษายน
2565
1
1. หลักการและเหตผุ ล
บงึ บอระเพด็ เป็นพ้ืนทช่ี ุ่มน้ำตามมติคณะรฐั มนตรี วนั ท่ี 1 สิงหาคม 2543 มเี นอ้ื ที่ 132,000 ไร่ ต้ังอยู่
ในเขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอชุมแสง และอำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ อยู่ในเขตลุ่มน้ำสาขา
บึงบอระเพ็ด มีลำน้ำสาขาจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์และลพบุรีหลายสาย
พดั พาตะกอนดนิ ลงสบู่ ึงบอระเพด็ ในปี พ.ศ. 2560-2564 กรมชลประทาน ได้มแี ผนทจ่ี ะขดุ ลอกตะกอนดิน
มากถึง 18 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งตะกอนดังกล่าวทำให้บึงบอระเพ็ดตื้นเขิน ลดปริมาณน้ำที่เก็บกักลง
การตน้ื เขินของบึงบอระเพด็ ทำให้มีปญั หาหลักตามมาสองประการ คือ นำ้ ท่วมในฤดูฝน และขาดแคลนน้ำ
ในฤดูแล้ง การขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ทำให้เกิดปัญหาที่สามตามมาก็คือ คุณภาพของน้ำหรือน้ำเสีย
จากชุมชนที่อยู่บรเิ วณริมบงึ บอระเพด็ และจากสารเคมีทีใ่ ช้ในการเกษตรจากพ้ืนท่ีตอนบนของลุ่มน้ำ
ถึงแมว้ า่ ในอดตี จะมีการแก้ไขปัญหาท้ังสามประการนี้มาอยา่ งต่อเน่ือง รวมทัง้ มกี ารศกึ ษาจากองค์กร
ต่าง ๆ มากมาย แต่เป็นการศึกษาที่มุ่งเน้นไปที่บึงบอระเพ็ดเป็นการเฉพาะ มิได้มีการศึกษาและจัดทำ
แผนพัฒนาพืน้ ท่ีลุ่มน้ำสาขาบึงบอระเพด็ ท้ังลมุ่ น้ำ ทัง้ ๆ ทสี่ าเหตขุ องปญั หาทสี่ ำคญั เกิดจากพืน้ ท่ีสูงตอนบน
ของลุ่มน้ำที่ทำการเกษตร โดยปราศจากการอนุรักษ์ดินและน้ำ เกิดการชะล้างพังทลายของดินลงสู่ลำน้ำ
สาขาตา่ ง ๆ ท่ไี หลลงมาทับถมในบงึ บอระเพ็ด กอ่ ใหเ้ กิดปัญหาดังกลา่ วข้างต้นมาอย่างต่อเน่ือง จงึ มีความจำเป็น
ทจี่ ะตอ้ งปรับเปลย่ี นแนวคดิ การพฒั นาบงึ บอระเพ็ดไปเปน็ การแก้ไขปญั หาท้ังลมุ่ น้ำสาขาบึงบอระเพ็ดท่ีรวม
พื้นทจ่ี งั หวดั เพชรบูรณ์ จังหวัดพิจติ ร และจงั หวัดลพบุรี ไปในเวลาเดียวกันโดยผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วม
ของชุมชน (Participatory Rural Appraisal : PRA) เพื่อให้สามารถจัดทำแผนปฏิบัติได้ตรงกับปัญหาท่ี
แทจ้ รงิ ในแตล่ ะพืน้ ที่ รวมทง้ั ความต้องการของชุมชน
2. วตั ถุประสงค์
2.1 สรา้ งกรอบแนวคดิ การพฒั นาบงึ บอระเพด็ โดยยดึ ขอบเขตลุ่มนำ้ สาขาบึงบอระเพ็ดเปน็ หลัก
2.2 ป้องกนั ตะกอนดนิ จากพนื้ ทลี่ ุ่มนำ้ สาขาบึงบอระเพด็ มใิ ห้ไหลลงสูบ่ งึ บอระเพ็ด
2.3 แก้ไขปญั หาน้ำทว่ ม การขาดแคลนนำ้ และน้ำเสยี ในช่วงเวลา (Time line) เดียวกนั
2.4 พัฒนาการใชท้ ่ดี นิ ใหม้ ปี ระสิทธภิ าพสูงขน้ึ ตามความต้องการของชุมชน
2
3. กรอบแนวคดิ
เป็นการแก้ไขปัญหาและพัฒนาลุ่มน้ำสาขาบึงบอระเพ็ดทั้งลุ่มน้ำ โดยการลดตะกอนดินจากพื้นท่ี
ตอนบน ซึ่งเป็นที่มาของปัญหาการตื้นเขินและมีผลตามมา คือ น้ำท่วมในฤดูฝนและแห้งแล้งในฤดูแล้ง
เนื่องจากปริมาณการเก็บกักน้ำของบึงบอระเพ็ดลดลง หากลดตะกอนที่มาทับถมบึงบอระเพ็ดให้ตื้นเขินลงได้
โดยการปลูกป่า สรา้ งฝายชะลอน้ำ ก่อสรา้ งระบบอนรุ ักษ์ดินและน้ำ นอกจากจะลดปญั หาดังกล่าวข้างต้นแล้ว
ยังจะมีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะส่งลงไปสู่พื้นท่ีตอนกลางและตอนล่าง ซึ่งอาจจะมีการพัฒนาการเกษตร
โดยการปรบั เปลย่ี นการใช้ทด่ี ินให้เกดิ ประโยชนส์ ูงสดุ ตามความตอ้ งการของประชาชนได้มากย่ิงขึน้
พน้ื ทีล่ ุ่มน้ำสาขาบงึ บอระเพ็ด
ปลกู ป่า สรา้ งฝายชะลอน้ำ กอ่ สร้างระบบอนรุ ักษ์ดนิ และน้ำ
ลดตะกอนดิน
เพม่ิ ปริมาณน้ำเกบ็ กกั แก้ไขปัญหานำ้ ทว่ ม
สรา้ งทัศนยี ภาพ แก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ
ลดปญั หาความรุนแรงของน้ำเสยี
รปู ที่ 1 กรอบแนวคิดการพฒั นา
3
4. ขอ้ มูลทัว่ ไป
ข้อมูลทั่วไปประกอบด้วย ข้อมูลขอบเขตลุ่มน้ำสาขาบึงบอระเพ็ด แบบจำลองระดับสูงเชิงเลข
(Digital Elevation Model : DEM) การใช้ท่ดี ิน ระบบลำน้ำ ระดบั ความลาดชนั (Slope class) การชะลา้ ง
พังทลายของดิน
4.1 ขอบเขตล่มุ น้ำสาขาบึงบอระเพด็
พื้นทล่ี มุ่ นำ้ สาขาบงึ บอระเพ็ด อย่ใู นจงั หวัดเพชรบูรณ์ 475,147 ไร่ จงั หวัดลพบุรี 187,332 ไร่
จังหวัดพิจิตร 102,243 ไร่ และจังหวัดนครสวรรค์ 2,205,519 ไร่ รวมเนื้อที่ลุ่มน้ำสาขาบึงบอระเพ็ด
2,970,241 ไร่ ดงั รายละเอยี ดในรูปท่ี 2
4.2 แบบจำลองระดบั สงู เชงิ เลข (Digital Elevation Model : DEM) ลุม่ น้ำสาขาบึงบอระเพด็
จากการจัดทำแบบจำลองระดับสงู เชิงเลขของพื้นทีล่ ุ่มน้ำสาขาบึงบอระเพ็ด ได้แสดงถึงระดับ
ตา่ ง ๆ ทจ่ี ะนำมาใชป้ ระกอบในการออกแบบและจัดทำระบบอนรุ ักษ์ดนิ และนำ้ ดงั รายละเอียดในรปู ที่ 3
4.3 การใช้ท่ดี ินในพื้นทลี่ มุ่ น้ำสาขาบงึ บอระเพด็
ในพื้นที่ลุ่มน้ำสาขาบึงบอระเพ็ด มีการใช้ที่ดิน 5 ประเภทหลัก คือ (1) พื้นที่ป่าไม้ (2) พื้นที่
เกษตรกรรม (3) พืน้ ทน่ี ้ำ (4) พน้ื ทช่ี ุมชนและสิง่ ปลกู สรา้ ง (5) พน้ื ท่เี บด็ เตล็ด ดงั รายละเอียดในรูปท่ี 4
4.4 ระบบลำนำ้ ในพน้ื ท่ีล่มุ นำ้ สาขาบึงบอระเพ็ด
ในพนื้ ท่ลี ุ่มนำ้ สาขาบึงบอระเพด็ มลี ำนำ้ สาขาจำนวนมากที่สามารถสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อเพิ่ม
ปรมิ าณนำ้ ในลำนำ้ ตอนบน และบรรเทาปัญหานำ้ ทว่ มบริเวณรอบบึงบอระเพ็ดในชว่ งฤดูฝน ดังรายละเอียด
ในรูปที่ 5
4.5 ระดบั ความลาดชัน (Slope class) ในพน้ื ท่ีลุ่มนำ้ สาขาบงึ บอระเพด็
ความลาดชันในพ้ืนทีล่ ุ่มนำ้ สาขาบึงบอระเพด็ มีระดับความสูง ตัง้ แต่ 2% จนถึงมากกว่า 35%
ดังรายละเอียดในรปู ที่ 6
4.6 การชะล้างพงั ทลายของดินในพ้ืนที่ลมุ่ น้ำสาขาบงึ บอระเพ็ด
การชะล้างพงั ทลายของดินในพ้นื ทล่ี ุม่ น้ำสาขาบงึ บอระเพด็ มีตง้ั แต่ระดับนอ้ ย (0-2 ตัน/ไร่/ปี)
ถงึ ระดบั รุนแรงมากท่สี ุด (>20 ตัน/ไร่/ปี ) ดงั รายละเอยี ดในรูปท่ี 7
4
รูปที่ 2 ขอบเขตลมุ่ น้ำสาขาบึงบอระเพด็
5
รูปที่ 3 แบบจำลองระดับสูงเชิงเลข (Digital Elevation Model : DEM) ลุม่ น้ำสาขาบึงบอระเพด็
6
รูปที่ 4 การใช้ท่ีดินในพนื้ ที่ลุม่ นำ้ สาขาบงึ บอระเพด็
7
รูปที่ 5 ระบบลำนำ้ ในพนื้ ทีล่ ุ่มน้ำสาขาบึงบอระเพด็
8
รูปที่ 6 ระดับความลาดชัน (Slope class) ในพนื้ ที่ลมุ่ น้ำสาขาบงึ บอระเพ็ด
9
รูปที่ 7 การชะล้างพังทลายของดินลุม่ นำ้ สาขาบงึ บอระเพด็
10
5. การแบ่งเขตพฒั นา
5.1 พนื้ ท่ีป่าไม้
จดั ทำแผนปลกู ป่าและฝายชะลอนำ้ โดยกรมปา่ ไมใ้ ชม้ าตรา 19 แห่ง พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ
พ.ศ. 2507 1) มีกรมป่าไมเ้ ป็นเจา้ ของโครงการ ส่วนราชการอ่นื ๆ จัดทำโครงการของแตล่ ะหน่วยงานเขา้ รว่ ม
5.2 พ้นื ท่ีเกษตรกรรมบนพนื้ ท่ีลาดชนั
มกี ิจกรรมท่คี วรดำเนินการ คือ
5.2.1 คูรับน้ำขอบเขา
5.2.2 บ่อดกั ตะกอน
5.2.3 คนั ดิน
5.2.4 ปลกู หญ้าแฝก
5.2.5 ปรับปรุงบำรุงดนิ
5.2.6 การผลิตพชื ผักปลอดภยั
ฯลฯ
กจิ กรรมดังกล่าวน้ี กรมพฒั นาที่ดนิ สามารถดำเนนิ การได้
5.3 พ้ืนทเ่ี กษตรกรรมในพ้นื ทร่ี าบ
มกี จิ กรรมที่ควรดำเนนิ การ คอื
5.3.1 จดั รปู แปลงนา
5.3.2 ปรับปรุงบำรุงดิน
5.3.3 บอ่ นำ้ ในไร่-นา
5.3.4 ปรับปรุงลำน้ำหรอื แหล่งนำ้ ตามธรรมชาติ
5.3.5 การผลิตพืชผักปลอดภัย
5.3.6 เกษตรทฤษฎีใหม่
ฯลฯ
กจิ กรรมดงั กลา่ วน้ี กรมพฒั นาที่ดนิ สามารถดำเนินการได้
1)พระราชบญั ญตั ิปา่ สงวนแหง่ ชาติ พ.ศ. 2507
“มาตรา 19 เพื่อประโยชน์ในการควบคุม ดูแล รักษาหรือบำรุงป่าสงวนแห่งชาติ อธิบดีมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้
พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ กระทำการอย่างใดอย่างหน่ึงในเขตป่าสงวนแห่งชาติได้”
11
6. การขับเคล่อื นของกรมพฒั นาที่ดิน
6.1 ระยะสั้น (เมษายน-กนั ยายน 2565)
ดำเนินการในพืน้ ท่ีตำบลหนองกลบั อำเภอหนองบัว จงั หวดั นครสวรรค์
6.1.1 การประชุมร่วมกับผู้นำชุมชนในพื้นท่ีตำบลหนองกลับ อำเภอหนองบัว จังหวัด
นครสวรรค์ เม่ือวันที่ 21 เมษายน 2565
6.1.2 จัดทำกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน (Participatory Rural Appraisal : PRA) เมื่อ
วนั ท่ี 21 เมษายน 2565
6.1.3 สำรวจและออกแบบระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่บ้านคลองสมอ หมู่ที่ 4 อำเภอ
หนองบวั จงั หวัดนครสวรรค์
6.1.4 กจิ กรรมที่ดำเนินการในแบบ
(1) ขดุ คยู กรอ่ ง
(2) ทางลำเลียงในไร่นา
(3) ทอ่ ลอดทางลำเลียง
(4) บอ่ ดักตะกอน
(5) ปรับระดับพนื้ ทีน่ าแบบมีคูยกรอ่ ง
(6) ฝายชะลอนำ้
(7) ป้ายโครงการ
6.1.5 จำนวนเกษตรกรท่ีเข้าร่วมโครงการ 16 ราย
6.1.6 ดำเนนิ การในเดอื นพฤษภาคม - กันยายน 2565 ดงั รายละเอียดในรูปที่ 8
รูปท่ี 8 โครงการจัดระบบอนุรกั ษด์ นิ และนำ้ ลมุ่ นำ้ สาขาบงึ บอระเพ็ด จงั หวดั นครสวรรค์
12
6.2 ระยะยาว (ตุลาคม 2565-กันยายน 2566)
6.2.1 จดั ทำกระบวนการมสี ว่ นร่วมของชุมชน (Participatory Rural Appraisal : PRA)
6.2.2 จัดทำรายงานแผนการใช้ทีด่ นิ ตำบลทั้งลุ่มน้ำ
6.2.3 จัดทำแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในตำบลและองค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น คือ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือ เทศบาลตำบล (ทต.)
6.2.4 กำหนดกิจกรรมของกรมพัฒนาที่ดินที่จะดำเนินการในแต่ละตำบล ซึ่ง “อาจ”
ประกอบดว้ ย
(1) บ่อน้ำในไรน่ า
(2) การปรับปรุงบำรงุ ดนิ ดว้ ย ปุ๋ยพืชสด หรือวัสดุอืน่ ๆ
(3) การกอ่ สร้างระบบอนุรักษ์ดินและนำ้
(4) การจัดรปู แปลงนา
(5) การปรับปรุงแหล่งน้ำสาธารณะ ฯลฯ
7. แนวคิดการนำเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขยี วมาใช้ในลุ่ม
น้ำสาขาบึงบอระเพด็ (BCG)
7.1 สภาพปัญหา เนื่องจากพน้ื ท่ีตอนบนของล่มุ น้ำสาขาบงึ บอระเพด็ ได้ใชเ้ พอ่ื การเกษตรเป็นส่วนใหญ่
ประมาณร้อยละ 80 โดยไมม่ ีระบบอนุรักษด์ ินและน้ำ และบริเวณรอบบงึ บอระเพ็ดด้านตะวันออกเป็นที่อยู่อาศัย
ที่หนาแนน่ (รูปที่ 9) ปญั หาสำคัญทเี่ กดิ ข้ึนจงึ มี 3 ประการคอื
7.1.1 ตะกอนดินทน่ี ำ้ พามาทบั ถมในบงึ บอระเพด็ จำนวนมาก
7.1.2 สารเคมีจากปุ๋ยเคมีและยากำจัดศัตรูพืชจากพื้นที่การเกษตรที่ปะปนกับลำน้ำต่าง ๆ
ไหลลงสู่บึงบอระเพ็ด
7.1.3 นำ้ เสียจากชุมชนท่อี ยบู่ รเิ วณตะวันออกของบงึ บอระเพ็ด
การนำระบบ BCG มาใช้ในพื้นที่ลุ่มน้ำสาขาบึงบอระเพ็ดจึงต้องแก้ปัญหา 3 ประการน้ี
ไปพร้อมกันเป็นขั้นตอนแรก
13
รูปที่ 9 พน้ื ที่ชุมชนรอบบึงบอระเพด็ ซงึ่ เป็นที่มาของนำ้ เสยี
7.2 กรอบแนวคิด
7.2.1 การแกป้ ัญหาตะกอนดนิ
การแก้ปัญหาตะกอนดินในพน้ื ทบ่ี ึงบอระเพ็ดที่เหมาะสมทสี่ ุดคือการอนรุ ักษ์ดินและน้ำ
ต้งั แตพ่ น้ื ทต่ี น้ น้ำในจงั หวัดนครสวรรค์ ลพบุรี และเพชรบรู ณ์
“การจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำเป็นการพัฒนาในรูปแบบเศรษฐกิจชีวภาพ
(Bioeconomy) เพราะมีผลทางเศรษฐกิจที่ลดการสูญเสียธาตุอาหารในดินจากการถูกชะล้างไปกับน้ำ
รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายในการขุดลอกตะกอนดินในแหล่งน้ำต่าง ๆ เป็นมาตรการที่ทำให้มีการใช้ทรัพยากร
ชวี ภาพอยา่ งคุ้มค่าควบค่ไู ปกบั รักษาสมดุลทางสงิ่ แวดล้อม”
7.2.2 การลดการสะสมสารเคมใี นบึงบอระเพ็ด
ถึงแม้ว่าจะมีการหยุดการใช้สารเคมีที่เป็นยากำจัดวัชพืชแล้วก็ตาม ในพื้นที่การเกษตร
ยังคงใชป้ ุย๋ เคมีและยากำจัดศัตรูพืชอยู่ สารเคมที ่ีตกค้างในดินหรือลงสลู่ ำน้ำต่าง ๆ โดยตรงในระหว่างการใช้
ก็จะไหลไปสะสมในบึงบอระเพ็ด การลดการใช้สารเคมีจึงเป็นทางออกที่จะต้องรณรงค์ให้มากยิ่งขึ้น โดยใช้
วธิ ตี า่ ง ๆ เช่น
(1) ใช้ปุ๋ยเคมีตามผลการวิเคราะห์ดิน
(2) ใช้ปุ๋ยพืชสดในนาข้าวหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุที่ช่วยดูดซึมธาตุ
อาหารตา่ ง ๆ เอาไว้ในดิน รวมทงั้ การไมเ่ ผาฟางขา้ วในนา
(3) ใช้นำ้ สม้ ควนั ไม้แทนสารเคมีกำจดั ศัตรูพชื ใหม้ ากข้นึ
14
ในกรณีใชป้ ๋ยุ พืชสดในนาข้าวน้นั ควรจัดตงั้ ธนาคารปุ๋ยอินทรยี ์ในพื้นที่ตำบลตา่ ง ๆ การ
ปลูกพืชปุ๋ยสดอาจดำเนินการเป็นอาชีพโดยการขายเมล็ดพันธุ์ที่ตลาดต้องการ ส่วนต้นพืชก็ไถกลบลงดิน
จดั เปน็ ส่วนหนง่ึ ของเศรษฐกจิ ชีวภาพ (Bioeconomy)
7.2.3 การใชป้ ระโยชนจ์ ากน้ำเสยี ชมุ ชน
เพื่อลดการสะสมน้ำเสียชุมชนในบึงบอระเพ็ดโดยเฉพาะในปีที่ฝนตกน้อย น้ำใน
บงึ บอระเพ็ดลดระดบั ลง
มีความจำเป็นที่จะต้องลงทุนเพื่อรักษาสภาพบึงบอระเพ็ดไว้ในระยะยาว หากไม่
สามารถโยกย้ายบ้านเรือนที่อยู่ด้านตะวันออกของบึงบอระเพ็ดได้ โดยสร้างโรงงานที่นำน้ำเสียมาเลี้ยงพืช
ประเภทสาหร่าย (Algae) แลว้ นำสาหร่ายไปผลิตเป็นเช้ือเพลิงชีวภาพ (Biofuel) ดงั ตวั อย่างในรูปท่ี 10 ซึ่ง
ดำเนนิ การที่โรงงานไฟฟา้ Redhawk ในเมอื งฟีนกิ ซ์ มลรฐั อรโิ ซนา ประเทศสหรัฐอเมรกิ า
รปู ที่ 9 โรงงานไฟฟ้า Redhawk ในเมอื งฟนี กิ ซ์ มลรฐั อริโซนา ประเทศสหรฐั อเมรกิ า
อนงึ่ การบำบดั น้ำเสยี น้ันตอ้ งใชพ้ ลังงานจำนวนมาก ในอดีตใช้ไฟฟ้าจากน้ำมัน แตใ่ นปัจจุบันมี
ระบบ Solar Cell เข้ามาแทนที่ จะลดต้นทุนในการบำบัดน้ำเสียลง การดำเนินงานในโรงงานบำบัดน้ำเสยี
และโรงงานผลติ ไฟฟ้า Solar Cell จะต้องใช้แรงงานจำนวนหนงึ่ ซ่งึ ควรนำผู้ทอ่ี ยู่อาศัยริมบึงบอระเพ็ดด้าน
ตะวันออกมาเป็นแรงงานและก่อสร้างที่พักให้ในพื้นทีโ่ รงงานให้ลดน้ำเสียชุมชนลงในอนาคต พร้อมทั้งเป็น
การสรา้ งภมู ิทัศนใ์ หส้ วยงามข้นึ ไปพรอ้ มกนั
15
ถึงแม้ว่าการลงทุนในเรื่องทีจ่ ะมมี ูลค่าค่อนขา้ งสูง แต่จะได้ประโยชน์หลายดา้ น คือ (1) ลดน้ำ
เสียชุมชน (2) เสริมภูมิทัศน์ให้ดีขึ้น (3) ลดความขัดแย้งลง (4) มีผลประโยชน์ที่เป็น “เศรษฐกิจหมุนเวียน
(Circular Economy)”
7.3 ตวั อยา่ ง BCG ในพ้นื ทก่ี ารเกษตร
ในกรณีที่เกษตรกรมีความประสงค์จะปรับเปลี่ยนพื้นท่ีส่วนหนึ่งเป็น “ไร่-นา สวนผสม” จะ
เปน็ การประกอบอาชีพในระบบ BCG ดังน้ี
ในพื้นที่ ไร่-นา สวนผสม นั้นจะประกอบดว้ ย พื้นที่ปลูกพืชยืนต้น พืชไร่ พืชผัก เลี้ยงปลา ปศุ
สตั ว์ และสระนำ้ ซ่งึ วสั ดุเหลือใช้ เชน่ ฟางข้าว ซากพืช ใบไม้ นำมาผลติ ปุย๋ หมกั มูลสตั ว์มาเป็นปยุ๋ คอก หรือ
เลี้ยงสัตว์ปีกบนสระน้ำ ใช้มูลสัตว์เป็นอาหารปลา เป็นการใช้ทรัพยากรชีวภาพหมุนเวียน (Circular
Economy) ส่งผลให้เปน็ เศรษฐกิจสีเขยี ว
ตวั อย่างการยกระดับคุณภาพชวี ติ ของเกษตรกรผู้ที่ปรับเปลี่ยนการผลิตจากนาข้าวเป็นเกษตร
ผสมผสาน มรี ายละเอียดในกรอบท่ี 1
16
กรอบที่ 1
เกษตรกรต้นแบบปรบั เปลี่ยนการผลติ จากนาข้าวเป็นเกษตรผสมผสาน
นายพระเนียง มติ ทา เบอร์โทรศพั ท์ 081-9649081
ที่อยู่ บ้านเลขที่ 51 หมู่ 11 บ้านคำรุ่งเรือง ตำบลบ้านโพธ์ิ
อำเภอโพนพิสยั จังหวดั หนองคาย
สภาพพ้ืนท่ี พื้นท่ีทำการเกษตรทั้งหมด 32 ไร่ อยใู่ นพืน้ ท่ไี ม่เหมาะสม
ในการปลูกข้าว จำนวน 30 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 93.75 ของพื้นท่ี
ทั้งหมด และเป็นพื้นที่แหล่งน้ำ จำนวน 2 ไร่ คิดเป็นร้อยละ
6.25 ของพน้ื ทีท่ ง้ั หมด
เหตุจูงใจในการปรบั เปลย่ี นการผลติ
เดิมพื้นที่ในการทำการเกษตรของนายพระเนียง มิตทา เกษตรกรบ้านคำรุ่งเรือง หมู่ 11 ตำบล
บ้านโพธิ์ อำเภอโพนพิสยั จังหวัดหนองคาย เปน็ ลักษณะของการปลูกพืชเชิงเด่ียวทท่ี ำกันมานานหลายปี
ตั้งแต่อดีต โดยเป็นการปลูกข้าวเพียงอย่างเดียว ทำให้เกิดผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น ราคาตาม
ท้องตลาดผันผวน สภาพอากาศที่ไม่เป็นไปตามฤดูกาล กลไกของตลาดที่ไม่เอื้อต่อการลงทุน เป็นต้น
พบว่า การทำการเกษตรเช่นนี้จะก่อให้เกิดอัตราเสี่ยงการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าเกิดขึ้น ทำให้รายได้ไม่สมดุล
ต่อการลงทุน และแรงงานในครัวเรือนอาจต้องมีการโยกย้ายไปทำงานในพื้นที่อื่น ก่อให้เกิดสภาวะ
การขาดแคลนแรงงานทางภาคการเกษตรได้
สถานีพัฒนาที่ดินหนองคาย กรมพัฒนาที่ดิน ได้มีการดำเนินงานโครงการปรับเปลี่ยนพื้นท่ี
การผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสมตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) กิจกรรม
ปรบั เปลี่ยนพ้ืนท่ีปลูกข้าวเพ่ือทำการเกษตรแบบผสมผสาน และพบว่า สภาพพื้นที่ของนายพระเนียง มิตทา
ไมเ่ หมาะสมกับการปลกู ข้าวตามแผนทีเ่ กษตรเพื่อการบรหิ ารจัดการเชิงรุก (Agri-Map)
ผลตอบแทน
1. ความสุขที่เกิดจากการที่ได้ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พออยู่ พอกิน ปลูกไว้กิน
เหลือก็ขาย มีภูมิคุ้มกันในตัวเอง ตามรอยพ่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และการท่ี
ลกู หลานได้อยทู่ ำงานร่วมกัน ไม่ต้องไปเป็นแรงงานพลัดถ่ินในเมือง ก่อให้เกดิ ความอบอุน่ ในครอบครัว
2. สขุ ภาพท่ีดที ่เี กิดจากการไดบ้ รโิ ภคพชื ผกั ผลไม้ ที่มคี วามปลอดภัย มคี วามมัน่ คงทางอาหาร
3. ลดค่าใช้จา่ ยในครวั เรอื นจากการบริโภคพชื ผักท่ีปลกู เองตลอดทัง้ ปี
4. รายไดท้ ี่เพิ่มข้ึนจากการทำการเกษตรแบบผสมผสาน
- ปีแรกมีรายได้เพิ่มขึ้น จากการขายพืชผัก กล้วย ข้าวโพดหลังนา เลี้ยงปลา เป็นต้น คิดเป็น
เงนิ ประมาณ 36,000 บาทต่อปี (3,000 บาทต่อเดือน)
- ปีต่อไปคาดว่าจะได้รายได้เพิ่มข้ึนจากการขายไม้ผลหลากหลายชนิด ได้แก่ มะม่วง มะพร้าว
ฝรง่ั เงาะ ทเุ รียน ส้มโอ เปน็ ตน้
17
กรอบที่ 1 (ต่อ)
ปจั จยั ความสำเร็จ
1. การวางแผนในการปลูกพืชให้เหมาะสม ทำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอทำให้สามารถปลูกพืชได้
หลากหลายชนิดการพัฒนาแหล่งน้ำ และจัดระบบการให้นำ้ ในแปลงปลกู พืชให้มกี ารใช้ประโยชน์ได้สงู สุด
2. การทำการเกษตรผสมผสาน โดยการปลูกพชื หลากหลายชนิดร่วมกบั การเลี้ยงปลา และเลี้ยงวัว
ทำให้เกดิ การสร้างรายไดห้ มนุ เวยี นตลอดทั้งปี ลดความเสี่ยงจากการผันผวนของกฎไกตลาด
3. การที่ดินมคี วามอดุ มสมบรู ณ์จากการปรบั ปรุงบำรงุ ดนิ ดว้ ยอินทรยี วัตถุ
4. การท่มี ีตลาดรองรับผลผลิตจากการปลูกพชื ท่ีมคี วามหลากหลายในแต่ละฤดูกาลตลอดทั้งปี ท้ัง
ตลาดภายในชมุ ชน และตลาดภายนอก
5. การที่มีหน่วยงานภาครัฐให้การสนับสนุนปัจจัยในการผลิตทางการเกษตร และองค์ความรู้
วิชาการด้านต่างๆ ในการการปรับเปล่ยี นพนื้ ท่ปี ลกู ขา้ วเพ่อื ทำการเกษตรแบบผสมผสาน
6. การที่ตัวเกษตรกรเจ้าของพ้ืนทีเ่ องมีความมุ่งมัน่ ตั้งใจแน่วแน่ในการท่ีจะปรบั เปลี่ยนวถิ ีชวี ิตให้
เป็นไปตามแนวทางปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง พออยู่ พอกนิ มีภมู คิ มุ้ กันในตัวเอง
ภาพกจิ กรรมหลังการปรับเปลี่ยน
ทีม่ า : กองนโยบายและแผนการใชท้ ด่ี นิ (2562)
18
เอกสารอา้ งองิ
กรมพฒั นาท่ีดนิ . 2562. เกษตรกรตน้ แบบ ตามโครงการบริหารจัดการพน้ื ท่ีเกษตรกรรม (Zoning by
Agri-Map) ปี 2562. กองนโยบายและแผนการใชท้ ่ีดนิ .
Bourne, J. 2007. Green Dreams. Making Fuel from Crops could be Good for the
Planet-After a Breakthrough or Two. National Geographic October 2007.
Washington D.C. P.41-59.
ภาคผนวก
(1) รายชื่อเกษตรกรที่เขา้ รว่ มโครงการ
(2) การดำเนนิ งานของกรมพัฒนาทดี่ นิ
20
ภาคผนวกท่ี 1
รายชื่อเกษตรกรท่เี ข้าร่วมโครงการ
21
ภาคผนวกที่ 2
การดำเนนิ งานของกรมพัฒนาทีด่ ิน
การพบผู้นำชุมชนเพื่อช้แี จงโครงการ (1)
22
การพบผนู้ ำชมุ ชนเพ่ือชแี้ จงโครงการ (2)
23
การจัดทำกระบวนการมีสว่ นรว่ มของชุมชน (PRA) (1)
24
การจัดทำกระบวนการมีสว่ นรว่ มของชุมชน (PRA) (2)
25
การประชุมในการสำรวจและออกแบบระบบอนรุ กั ษ์ดินและนำ้ (1)
26
การประชุมในการสำรวจและออกแบบระบบอนรุ กั ษ์ดินและนำ้ (2)
ผจู้ ดั ทำ
พมิ พพ์ ร พรพรหมินทร์
วรญั ญู บัวขาว
อนสุ รณ์ ศุภศรี
จันจิรา องอาจ
ดวงสมร เดน่ ดวง
สถานีพฒั นาที่ดนิ นครสวรรค์
สำนกั งานพัฒนาที่ดินเขต 9 จังหวดั นครสวรรค์