The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by irstub2512, 2022-12-24 20:05:34

ใบความรู้ การเลือกซื้อ การใช้และการดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน 22

วิชาการใชพลังงานไฟฟาในชีวิตประจำวัน 3 พว32023




จำนวน 3 หนวยกิต ระดับมธยมศึกษาตอนปลาย


กศน.ตำบลหนองสามวง




ครู ณัฐชุดา บุตรศรี



วิชาการใชพลังงานไฟฟาในชีวิตประจำวัน 3 พว32023 จำนวน 3 หนวยกิต ระดบมัธยมศึกษาตอนปลาย

ใบความรู การเลือกซื้อ การใชและการดูแลรักษาเครื่องใชไฟฟาในบาน
เรื่องที่ 2 การเลือกซื้อ การใช และการดูแลรักษาเครื่องใชไฟฟาภายในบาน
โดยทั่วไป เครื่องใชไฟฟาภายในครัวเรือน มักมีการใชพลังงานสูงแทบทกชนิด ดังนั้นผูใชตองมความรู



เกี่ยวกับการเลือกซอและการใชเครื่องใชไฟฟาแตละชนิดใหเหมาะสมและถกวิธีเพื่อทำใหเกิดความประหยัด
ื้
และคุมคา ในที่นี้จะกลาวถงเครื่องใชไฟฟาทมีการใชทั่วไปในครัวเรือน
ี่

ดังนี้
1. เครื่องทำน้ำอุนไฟฟา
เครื่องทำน้ำอุนไฟฟาเปนอุปกรณที่ทำใหน้ำรอนขึ้น โดยอาศัยการพาความรอนจากขดลวดความรอน

(Electrical Heater) ขณะที่กระแสน้ำไหลผาน สวนประกอบหลักของเครื่องทำน้ำอุนไฟฟา คือ

1) ตัวถังน้ำ จะบรรจุน้ำซึ่งจะถูกทำใหรอน
2) ขดลวดความรอน เปนอุปกรณที่ใหความรอนกับน้ำ




3) อุปกรณควบคมอณหภูมิ จะทำหนาทตัดกระแสไฟฟาเมออณหภูมิของน้ำถงระดับที่ตั้งไว

ื่
ี่

ภาพสวนประกอบตาง ๆ ของเครื่องทำน้ำอุนไฟฟา



การเลือกซื้อและการใชอยางถกวิธีและประหยัดพลังงาน
1) เลือกเครื่องทำน้ำอุนไฟฟาใหเหมาะสมกับการใช สำหรับบานทั่วไปเครื่องทำน้ำอุนไฟฟา ขนาดไมเกิน
4,500 วัตต ก็นาจะเพียงพอ ซึ่งจะชวยทั้งประหยัดไฟฟาที่ใชในเครื่องทำน้ำอุนไฟฟาและปมน้ำ


2) ตั้งอณหภูมิน้ำไมสูงจนเกินไป (ปกติอยูในชวง 35 - 45 ํC)
3) ใชหัวฝกบัวชนิดประหยัดน้ำ จะชวยประหยัดน้ำไดถึง รอยละ 25 - 75

4) ใชเครื่องทำน้ำอุนที่มถังน้ำภายในตัวเครื่องและมีฉนวนหุม เพราะสามารถลดการใชพลังงานไดมากกวาชนิด

ที่ไมมีถังน้ำภายใน รอยละ 10 - 20
5) ปดวาลวน้ำและสวิตชทันทเมื่อเลิกใชงาน


6) ไมเปดเครื่องตลอดเวลาขณะฟอกสบูอาบน้ำ หรือขณะสระผมคาไฟฟาของเครื่องทำน้ำอนไฟฟาขนาดตาง ๆ
ุ
เมื่อใชงานเปนเวลา 1 ชั่วโมงขนาดเครื่องทำน้ำอุนไฟฟา คาไฟฟาตอชั่วโมงโดยประมาณ

ขนาดเล็ก (3,000 - นอยกวา 5,000 วัตต) 13.20 บาท ขนาดกลาง (5,000 - นอยกวา 8,000 วัตต) 18.00

บาท ขนาดใหญ (8,000 วัตต ขึ้นไป) 24.00 บาท
การดูแลรักษาและความปลอดภัย

1) หมั่นตรวจสอบการทำงานของเครื่องใหมีสภาพพรอมใชงานอยูเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่งระบบความ

ปลอดภัยของเครื่อง

2) ตรวจดูระบบทอน้ำและรอยตออยาใหมีการรั่วซึม
3) เมื่อพบความผิดปกติในการทำงานของเครื่อง ควรใหชางผูชำนาญตรวจสอบ

4) ตองมีการตอสายดิน


2. กระติกน้ำรอนไฟฟา
กระติกน้ำรอนไฟฟาเปนอุปกรณในการตมน้ำใหรอน ประกอบดวยขดลวดความรอน(Electrical Heater) อยู 



ดานลางของกระติกน้ำรอนไฟฟา และอุปกรณควบคมอณหภูมิ(Thermostat) เปนอุปกรณควบคุมการทำงาน
เมื่อกระแสไฟฟาไหลผานขดลวด จะเกิดความรอน และถายเทไปยังน้ำภายในกระติกน้ำรอนไฟฟา ทำใหน้ำม ี
อุณหภูมิสูงขึ้นจนถึงจุดเดือด จากนั้นอุปกรณควบคุมอุณหภูมิจะตัดกระแสไฟฟาในวงจรหลักออกไป แตยังคงม ี

กระแสไฟฟาไหลผานขดลวดความรอน และแสดงสถานะนี้ โดยหลอดไฟสัญญาณอุนจะสวางขึ้น เมื่ออุณหภูม ิ
ของน้ำรอนภายในกระติกน้ำรอนไฟฟาลดลงจนถึงจุด ๆ หนึ่ง อุปกรณควบคุมอุณหภูมิจะทำงานโดยปลอยให


กระแสไฟฟาผานขดลวดความรอนเต็มที่ทำใหน้ำเดือดอกครั้งกระติกน้ำรอนไฟฟาโดยทั่วไปที่มีจำหนายใน

ทองตลาดจะมขนาดความจุตั้งแต 2 - 4 ลิตร และใชกำลังไฟฟาระหวาง 500 - 1,300 วัตต


ภาพสวนประกอบหลักของกระติกน้ำรอนไฟฟา



























การเลือกซื้อและการใชอยางถกวิธีและประหยัดพลังงาน
1) เลือกซื้อรุนทมีตรามาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.)
ี่
ี่
2) ใสน้ำใหพอเหมาะกับความตองการหรือไมสูงกวาระดับทกำหนดไว เพราะจะทำใหกระติกน้ำรอนไฟฟาเกิด
ความเสียหาย



3) ระวังอยาใหน้ำแหง หรือปลอยใหระดับน้ำต่ำกวาขดที่กำหนด เพราะจะทำใหเกิดไฟฟาลัดวงจรในกระติกน้ำ
รอนไฟฟา เปนอันตรายอยางยิ่ง

ื่
4) ถอดปลั๊กเมอเลิกใชน้ำรอนแลว เพื่อลดการสิ้นเปลืองพลังงาน ไมควรเสียบปลั๊กตลอดเวลา แตหากมีความ
ตองการใชน้ำรอนเปนระยะ ๆ ติดตอกัน เชน ในททำงานบางแหงที่มีน้ำรอนไวสำหรับเตรียมเครื่องดื่มตอนรับ
ี่



แขก กไมควรถอดปลั๊กออกบอย ๆ เพราะทกครั้งเมื่อดึงปลั๊กออกอุณหภูมิของน้ำจะคอย ๆ ลดลง กระติกน้ำ

ื่
รอนไฟฟาไมสามารถเก็บความรอนไดนาน เมอจะใชงานใหมก็ตองเสียบปลั๊ก และเริ่มตมน้ำใหมซึ่งเปนการ
สิ้นเปลืองพลังงาน
5) อยานำสิ่งใด ๆ มาปดชองไอน้ำออก


6) ตรวจสอบการทำงานของอปกรณควบคมอณหภูมิใหอยูในสภาพใชงานไดเสมอ

7) ไมควรตั้งไวในหองทมีการปรับอากาศ คาไฟฟาของกระติกน้ำรอนไฟฟาขนาดตาง ๆ เมื่อใชงานเปนเวลา 1
ี่


ชัวโมง ขนาดของกระติกน้ำรอนไฟฟา คาไฟฟาตอชั่วโมงโดยประมาณ 2 ลิตร 2.40 บาท
2.5 ลิตร 2.60 บาท 3.2 ลิตร 2.88 บาท
การดูแลรักษา

ึ้
การดูแลรักษากระติกน้ำรอนไฟฟาใหมีอายุการใชงานนานขน ลดการใชพลังงานลงและปองกันอุบัติเหตุ หรือ
อันตรายทอาจจะเกิดขึ้น
ี่


1. หมั่นตรวจดูสายไฟฟาและขั้วปลั๊กใหอยูในสภาพสมบูรณเสมอ
2. ควรนำน้ำที่สะอาดเทานั้นมาตม มิฉะนั้นผิวในกระติกน้ำรอนไฟฟาอาจเปลี่ยนสีเกดคราบสนิมและตะกรัน


3. หมั่นทำความสะอาดตัวกระติกน้ำรอนไฟฟาดานใน อยาใหมีคราบตะกรัน ซึ่งจะเปนตัวตานทาน การถายเท

ความรอนจากขดลวดความรอนไปสูน้ำ ทำใหเวลาในการตมน้ำเพิ่มขึ้นเปนการสูญเสียพลังงานโดยเปลา
ประโยชน

4. เมื่อไมตองการใชกระติกน้ำรอนไฟฟา ควรลางดานในใหสะอาด แลวคว่ำลงใหน้ำออกจากตัวกระติกน้ำรอน

ไฟฟา แลวใชผาเช็ดดานในใหแหง
5. การทำความสะอาดสวนตาง ๆ ของกระติกน้ำรอนไฟฟา

- ตัวและฝากระติกน้ำรอนไฟฟา ใชผาชุบน้ำบิดใหหมาดแลวเช็ดอยางระมัดระวัง
- ฝาปดดานใน ใชน้ำหรือน้ำยาลางจานลางใหสะอาด


- ตัวกระติกน้ำรอนไฟฟาดานใน ใชฟองน้ำชุบน้ำเช็ดใหทั่ว ลางใหสะอาดดวยน้ำโดยอยาราดน้ำ ลงบนสวนอื่น
ของตัวกระติกน้ำรอนไฟฟา นอกจากภายในกระติกน้ำรอนไฟฟาเทานั้น อยาใชของมีคมหรือฝอยขัดหมอขูด

หรือขัดตัวกระติกน้ำรอนไฟฟาดานใน เพราะจะทำใหสารเคลือบหลุดออกได
3. พัดลม พัดลมทใชในบานเปนอุปกรณหลักที่ชวยในการหมุนเวียนอากาศ และระบายความรอนภายในบาน
ี่
ึ้
ซึ่งในปจจุบันพัดลมที่ใชมีหลากหลายลักษณะและประเภทขนอยูกับการใชงานสวนประกอบหลักของพัดลม
ไดแก ใบพัด ตะแกรงคลุมใบพัด มอเตอรไฟฟา สวิตชควบคุมการทำงาน และกลไกควบคุมการหมุนและสาย

ดังรูป
ภาพสวนประกอบหลักของพัดลม


























การเลือกซื้อและการใชอยางถกวิธีและประหยัดพลังงาน

ี่
1. เลือกซื้อพัดลมที่เปนระบบธรรมดา เพราะจะประหยัดไฟกวาระบบทมีรีโมทคอนโทรล หรือระบบไอน้ำ
2. เลือกซื้อยี่หอและรุนที่ไดรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) และมฉลากเบอร 5

3. เลือกที่มขนาดใบพัดและกำลังไฟฟาใหเหมาะสม และตรงกับความตองการใชงาน


4) เลือกใชความแรงของลมใหเหมาะกบความตองการ ความแรงของลมยิ่งมากยิ่งเปลืองไฟ
5) ปดพัดลมทันทีเมื่อไมใชงาน



ิ้
6) ในกรณที่พดลมมีระบบรีโมทคอนโทรลอยาเสียบปลั๊กทงไว เพราะจะมีไฟฟาเลี้ยงอุปกรณตลอดเวลา


ี่
7) ควรวางพัดลมในที่ทมีอากาศถายเทสะดวก เพราะพัดลมใชหลักการดูดอากาศจากบริเวณรอบ ๆ ทาง


ดานหลังของตัวใบพัด แลวปลอยออกสูดานหนา เชน ถาอากาศบริเวณรอบพดลมมีการถายเทดี ไมรอนหรืออับ
ชื้น ก็จะไดรับลมเย็น รูสึกสบาย และยังทำใหมอเตอรสามารถระบายความรอนไดดี เปนการยืดอายุการใชงาน
อีกดวย

การดูแลรักษา

การดูแลรักษาพัดลมอยางสมำเสมอ จะชวยใหพดลมทำงานไดเต็มประสิทธิภาพ และยังชวยยืดอายุการทำงาน

มีขอควรปฏิบัติ ดังนี้
1) หมั่นทำความสะอาดตามจุดตาง ๆ โดยเฉพาะอยางยิ่ง ใบพัด และตะแกรงครอบใบพด อยาใหฝุนละออง

เกาะจับ และตองดูแลใหมีสภาพดีอยูเสมอ อยาใหแตกหัก ชำรุด หรือโคงงอ ผิดสวน จะทำใหลมทออกมาม ี
ี่
ความแรงของลมลดลง
2) หมั่นทำความสะอาดชองลมตรงฝาครอบมอเตอรของพัดลม ซึ่งเปนชองระบายความรอนของมอเตอร อยา

ใหมีคราบน้ำมันหรือฝุนละอองเกาะจับ เพราะจะทำใหประสิทธิภาพของมอเตอรลดลง และสิ้นเปลืองไฟฟา
มากขึ้น

ี่
4. โทรทัศน โทรทัศนเปนอุปกรณที่แปลงสัญญาณคลื่นแมเหล็กไฟฟาเปนภาพดวยวงจรอิเล็กทรอนิกสทม ี

ความซับซอน มีสวนประกอบ ดังนี้

1) สวนประกอบภายนอก คือ ตัวโครงที่หอหุมอุปกรณอิเล็กทรอนิกส จอภาพซึ่งจะมีการเคลือบสารพิเศษ
ทางดานใน ปุมหรือสวิตชตาง ๆ และชองตอสายอากาศ เปนตน




2) สวนประกอบภายใน คอ อปกรณอเล็กทรอนิกส ตัวรับเปลี่ยนสัญญาณที่มาในรูปขอคลื่นแมเหล็กไฟฟา เปน

ภาพและเสียง สวนประกอบของจอภาพและระบบเสียงรวมทั้งลำโพงเปนตน


ภาพการสงสัญญาณโทรทัศนมายังเครื่องรับโทรทศน



ปริมาณพลังงานที่โทรทัศนใชขึ้นอยูกับเทคโนโลยีและขนาดของจอภาพ โดยขนาดจอภาพของโทรทศน


ระบุดวยความยาวเสนทแยงของมุมจอภาพ โทรทศนแตละขนาดและแตละประเภทจะมการใชไฟฟาแตกตาง
กัน ยิ่งขนาดจอภาพใหญก็จะใชกำลังไฟฟามากวัดตามเสนทแยงมุม ชนขอบดำหนวยเปนนิ้ว คาไฟฟาของ

โทรทัศนชนิดและขนาดตาง ๆ เมื่อใชงานเปนเวลา 1 ชั่วโมง ชนิดและขนาดของจอโทรทัศน คาไฟฟาตอชั่วโมง
โดยประมาณ จอแบน 20 นิ้ว 0.28 บาท จอแบน 25 นิ้ว 0.67 บาท จอ LCD 26 นิ้ว 0.35 บาท จอ LCD

46 นิ้ว 0.76 บาท จอ LED 26 นิ้ว 0.20 บาท จอ LED 46 นิ้ว 0.40 บาท
การเลือกซื้อและการใชอยางถูกวิธีและประหยัดพลังงาน

1) การเลือกใชโทรทัศนควรคำนึงถึงความตองการในการใชงาน โดยพิจารณาจากขนาดและการใชกำลังไฟฟา

สำหรับเทคโนโลยีเดียวกัน โทรทัศนที่มขนาดใหญ ยิ่งกินไฟมากขึ้น

2) อยาเสียบปลั๊กทิ้งไว เพราะโทรทัศนจะมไฟฟาหลอเลี้ยงระบบภายในอยูตลอดเวลา ทำใหสิ้นเปลืองไฟ และ



อาจกอใหเกดอันตรายในขณะเกิดฟาแลบได
3) ปดและถอดปลั๊กทันทเมื่อไมมีคนดู หากชอบหลับหนาโทรทัศนบอย ๆ ควรใชโทรทัศน รุนที่ตั้งเวลาปดโดย

ื่
อัตโนมัติ เพอชวยประหยัดไฟฟา


4) หากชมโทรทศนชองเดียวกนควรดูดวยกัน ประหยัดทั้งคาไฟ และอบอุนใจไดอยูดวยกนทั้งครอบครัว


ื่
5) เลิกเปดโทรทศนลวงหนาเพื่อรอดูรายการที่ชื่นชอบ เปดดูรายการเมอถึงเวลา

ออกอากาศ
6) ไมควรปรับจอภาพใหสวางมากเกินไป และไมควรเปลี่ยนชองบอย เพราะจะ ทำใหหลอดภาพมีอายุการใช



งานลดลง และสิ้นเปลืองไฟฟาโดยไมจำเปน
การดูแลรักษา
การดูแลรักษาและใชโทรทัศนใหถูกวิธี นอกจากจะชวยใหโทรทัศนเกิดความคงทน

ภาพที่ไดคมชัด และมีอายุการใชงานยาวนานขึ้น ควรมีขอปฏิบัติ ดังนี้

1) ควรวางโทรทัศนไวในจุดทมีการถายเทอากาศไดดี เพื่อใหเครื่องสามารถระบายความรอนไดสะดวก
ี่
ื่
2) หมั่นทำความสะอาดเปนประจำเพอลดปริมาณฝุนละอองที่เกาะบนจอภาพโดยใชผานุมเช็ดตัวเครื่อง
โทรทัศน สวนจอภาพควรใชผงซักฟอกอยางออน หรือน้ำยาลางจานผสมกับน้ำเช็ดเบา ๆ จากนั้นเช็ดดวยผา

นุมใหแหง และตองถอดปลั๊กออกกอนทำความสะอาดทกครั้ง


5. เตารีดไฟฟา






























เตารีดไฟฟาเปนเครื่องใชไฟฟาที่มีใชกันแทบทกครัวเรือน หากเปรียบเทียบกับเครื่องใชไฟฟาอื่น ๆ เตารีด
จัดเปนเครื่องใชไฟฟาที่ใชกำลังไฟฟาสูง การทราบแนวทางการเลือกซื้อและใชงานอยางถกวิธีจะสามารถลด


การใชไฟฟาลงได ในทองตลาดเตารีดสามารถแบงได3 ลักษณะ คอ เตารีดแบบธรรมดา แบบมีไอน้ำ และแบบ

กดทับ สวนประกอบและการทำงานเตารีดมีสวนประกอบสำคัญ 3 สวน คือ
1) ไสเตารีดไฟฟา ทำมาจากโลหะผสมระหวางนิกเกิลและโครเมียม ทำหนาที่ใหกำเนิดความรอนเมอไดรับ
ื่
กระแสไฟฟา โดยความรอนจะมากหรือนอยขึ้นกับสวนผสมของโลหะและความยาวขดลวด
2) เทอรมอสแตต ทำหนาที่ปรับความรอนของไสเตารีดใหเทากับระดับทไดตั้งไว
ี่
3) แผนโลหะดานลางของเตารีด ทำหนาที่เปนตัวกดทับเวลารีด และกระจายความรอน

แบบธรรมดา แบบไอน้ำ แบบกดทับเตารีดไฟฟาที่มีชนิดและขนาดตางกัน มอัตราการใชกำลังไฟฟาไมเทากัน

ดังนี้

ชนิดของ เตารีดไฟฟา ขนาด แรงกดทบ ลักษณะ กำลังไฟฟา(วัตต) ธรรมดา 1 – 2 กโลกรัม ตัวเตาม ี



อปกรณ 3 ชิ้น คือ แผนโลหะ ดามจับและปุมควบคุมความรอน750 – 1,000ไอน้ำ 1 – 2 กโลกรัม


มีชองไอน้ำทางดานลางเตารีด และวาลวควบคุมการเปดน้ำไหลออก 1,100 – 1,750 ชนิดของเตารีดไฟฟา

ขนาด แรงกดทบ ลักษณะ กำลังไฟฟา (วัตต)กดทับ 40 – 50 กิโลกรัมมีแผนความรอนที่มีขนาดใหญ

กวา เตารีดแบบธรรมดาและแบบไอน้ำ มีคันโยกสำหรับกดทับ 900 – 1,200 การเลือกซื้อและการใชเตารีด
ไฟฟาอยางถกวิธีและประหยัดพลังงานในการใชเตารีดไฟฟาอยางประหยัดพลังงาน เราไมควรที่จะลดปริมาณ


ความรอนทใชในการรีดลง แตควรใชเตารีดไฟฟา รีดผาอยางรวดเร็วที่ระดับความรอนที่เหมาะสมกับความหนา
ี่
และชนิดของผา รวมทั้งควรปฏิบัติดังนี้

1) เลือกซื้อเฉพาะเตารีดไฟฟาที่ไดรับมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) และมฉลากเบอร 5

2) เลือกซื้อขนาดและกำลังไฟฟาใหเหมาะกบความตองการและลักษณะการใชงาน


3) ควรเก็บผาที่รอรีดใหเรียบรอย และใหผายับนอยที่สุด

ื่
4) ควรแยกประเภทผาหนาและผาบาง เพอความสะดวกในการรีด
5) ควรรวบรวมผาที่จะรีดแตละครั้งใหมากพอ การรีดผาครั้งละชุดทำใหสิ้นเปลืองไฟฟามาก


6) ไมควรพรมน้ำมากจนเกินไป เพราะจะทำใหสูญเสียความรอนจากการรีดมาก

7) ควรเริ่มรีดจากผาบาง ๆ หรือตองการความรอนนอยกอน จากนั้นจึงรีดผาที่ตองการความรอนสูง และควร
เหลือผาที่ตองการความรอนนอยสวนหนึ่ง ไวรีดในตอนทาย

ื่

8) ควรถอดปลั๊กกอนเสร็จสิ้นการรีด 3 - 4 นาทีคาไฟฟาของเตารีดไฟฟาชนิดตาง ๆ เมอใชงานเปนเวลา 1
ชัวโมง ชนิดของเตารีดไฟฟา คาไฟฟาตอชั่วโมงโดยประมาณ

เตารีดไฟฟาธรรมดา 4.00 บาท

เตารีดไฟฟาไอน้ำขนาดเล็ก 5.32 บาท
เตารีดไฟฟาไอน้ำขนาดใหญ 7.20 บาท

การดูแลรักษา
1. ตรวจดูหนาสัมผัสเตารีดไฟฟา หากพบคราบสกปรก ใหใชฟองน้ำชุบน้ำยาทำความสะอาดเช็ดออก เพราะ

คราบสกปรกจะเปนตัวตานทานความรอน ทำใหสิ้นเปลืองไฟฟามากขึ้นในการเพิ่มความรอน

2. สำหรับเตารีดไฟฟาไอน้ำ น้ำที่ใชควรเปนน้ำกลั่นเพื่อปองกันการเกิดตะกรัน ซึ่งตะกรันจะเปนสาเหตุของ
การเกิดความตานทานความรอน


ึ่
3. เมื่อเกิดการอดตันของชองไอน้ำซงเกิดจากตะกรัน เราสามารถกำจัดไดโดยเติมน้ำสมสายชูลงในถังเก็บน้ำ
ของเตารีดไฟฟาไอน้ำ แลวเสียบสายไฟใหเตารีดรอนเพอทำใหน้ำสมสายชูกลายเปนไอ จากนั้นเติมน้ำลงไป
ื่
เพื่อลางน้ำสมสายชูออกใหหมด แลวจึงใชแปรงเล็ก ๆทำความสะอาดชองไอน้ำ

4. การใชเตารีดไฟฟาไปนาน ๆ แมวาจะไมเกิดการเสียหายชำรุด ก็ควรมีการตรวจ

หรือเปลี่ยนอุปกรณภายในบางอยาง รวมทั้งสายไฟที่ตอกันอยูซึ่งอาจชำรุด เสื่อมสภาพ ทำใหวงจร



ภายในทำงานไมสมบูรณ


6. ตูเย็น

ื่
ตูเย็น เปนอุปกรณที่มใชแพรหลายในครัวเรือน เปนอุปกรณทำความเย็นเพอถนอมอาหารโดยการลดอุณหภูมิ
ตูเย็นเปนอุปกรณที่ใชพลังงานตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นการเลือกและใชตูเย็นอยางเหมาะสมจะชวยประหยัด

พลังงานไดมาก
ภาพตูเย็น




























อุปกรณหลัก ๆ ที่ทำใหภายในตูเย็นเกิดความเย็น ประกอบดวย
1. คอมเพรสเซอร ทำหนาที่ในการอัดและดูดสารทำความเย็นใหหมุนเวียนในระบบของตูเย็น

2. แผงทำความเย็น มีหนาที่กระจายความเย็นภายในตูเย็น
3. แผงระบายความรอน เปนสวนที่ใชระบายความรอนของสารทำความเย็นแผงระบายความรอนนี้ติดตั้งอยู

ดานหลังของตูเย็น
4. ตัวตูเย็นทำจากโลหะ และอัดฉีดโฟมอยูระหวางกลาง เพื่อทำหนาที่เปนฉนวนกันความรอนจากภายนอก


โดยปกติเราระบุขนาดของตูเย็นเปนคิว หรือลูกบาศกฟต
5. อุปกรณอื่น ๆ เชน อุปกรณควบคุมอุณหภูมิ สวิตชโอเวอรโหลด พัดลมกระจาย ความเย็น ฯลฯความเย็น

ของตูเย็นเกิดขึ้นจากระบบทำความเย็น เมื่อเราเสียบปลั๊กไฟฟาใหกับตูเย็น คอมเพรสเซอรจะดูดและอัดไอสาร

ื่
ึ้
ทำความเย็นใหมีความดันสูงขน และไหลไปยังแผงระบายความรอนเพอถายเทความรอนสูสิ่งแวดลอมภายนอก
จากนั้นจะเปลี่ยนสถานะเปนของเหลวไหลผานวาลวควบคมสารทำความเย็นเพอลดความดัน ไหลตอไปทแผง

ี่
ื่
ทำความเย็นเพื่อดูดความรอนจากอาหารและเครื่องดื่มที่แชอยูในตูเย็น ณ จุดนี้ สารทำความเย็นจะเปลี่ยน

ื่
สถานะกลายเปนไอ และกลับไปยังคอมเพรสเซอรเพอเริ่มวงจรทำความเย็นใหมอกครั้ง



การเลือกซื้อและการใชอยางถกวิธีและประหยัดพลังงาน
1) เลือกซื้อตูเย็นที่ไดรับการรับรองฉลากเบอร 5

2) เลือกซื้อประเภทและขนาดใหเหมาะกับความตองการและลักษณะการใชงาน

3) คาไฟฟาจะเพิ่มตามจำนวนครั้งของการเปด - ปดตูเย็น เพราะเมื่อเปดตูเย็นความรอนภายนอกจะไหลเขา
ื่
ตูเย็น ทำใหคอมเพรสเซอรตองทำงานหนักมากขึ้นเพอรักษาอุณหภูมิภายในตูเย็นใหคงเดิมตามที่ตั้งไว
4) ถาอุณหภูมิโดยรอบสูงขึ้น ปริมาณความรอนจะถูกถายเทเขาไปในตูเย็นมากขึ้นเปนการเพิ่มภาระใหกับ
ระบบทำความเย็น ดังนั้นจึงไมควรติดตั้งตูเย็นใกลกับแหลงกำเนิดความรอนใด ๆ หรือรับแสงอาทิตยโดยตรง


5) ไมเก็บอาหารในตูเย็นมากเกินไป เพราะจะทำใหอุณหภูมในตูเย็นไมสมำเสมอควรใหมีชองวาง เพอให
ื่

อากาศภายในไหลเวียนไดสมำเสมอ

ี่

6) ถานำอาหารทมีอณหภูมิสูงไปแชในตูเย็นจะสงผลกระทบดังนี้
(1) ทำใหอาหารตาง ๆ ที่อยูในบริเวณขางเคียงเสื่อมคุณภาพหรือเสียได
(2) หากตูเย็นกำลังทำงานเต็มที่จะทำใหไอสารทำความเย็นกอนเขาเครื่องอดรอนจนไมสามารถทำหนาที่หลอ

เย็นคอมเพรสเซอรไดเพียงพอ และสงผลใหอายุคอมเพรสเซอรสั้นลง

(3) สูญเสียพลังงานไฟฟามากขึ้น
7) เมื่อดึงปลั๊กออกแลวไมควรเสียบปลั๊กใหมทันที เพราะเมอเครื่องหยุด สารทำความเย็นจากสวนที่มีความดัน
ื่

สูงจะไหลไปทางทมีความดันต่ำจนความดันภายในวงจรเทากัน ดังนั้นถาคอมเพรสเซอรเริ่มทำงานทันที สารทำ
ี่
ื่
ความเย็นยังไหลกลับไมทัน เครื่องจึงตองออกแรงฉุดมากเพอเอาชนะแรงเฉอยและแรงเสียดทาน ซึ่งจะสงผลให

ื่
มอเตอรของเครื่องอัดทำงานหนักและเกิดการชำรุดหรืออายุการใชงานสั้นลงคาไฟฟาของตูเย็นขนาดตาง ๆ
เมื่อใชงานเปนเวลา 1 ชั่วโมง
ขนาดของตูเย็น คาไฟฟาตอชั่วโมงโดยประมาณ 4 คิว 0.21 บาท 6 คิว 0.27 บาท 12 คิว 0.72 บาท

การดูแลรักษา

1. สำหรับตูเย็นที่มีแผงระบายความรอนควรทำความสะอาดแผงระบายความรอน ตูเย็นสม่ำเสมอ ถามีฝุนเกาะ

สกปรกมาก จะระบายความรอนไมดี มอเตอรตองทำงานหนัก เปลืองไฟมากขึ้น

2. อยาใหขอบยางประตูมีจุดชำรุดหรือเสื่อมสภาพ เพราะความรอนจะไหลเขาตูเย็นทำใหมอเตอรตองทำงาน
หนักและเปลืองไฟฟามาก ตรวจสอบโดยเสียบกระดาษระหวางขอบยางประตูแลวปดประตู ถาสามารถเลื่อน

กระดาษไปมาไดแสดงวาขอบยางเสื่อมสภาพ ควรติดตอชางมาเปลี่ยนขอบยาง

3. อุปกรณระบายความรอน จะติดตั้งอยูดานหลังตูเย็น เพอใหสามารถระบายความ
ื่
รอนไดดี ควรวางตูเย็นใหมีระยะหางจากผนังไมนอยกวา 10 ซม. ดานบนอยางนอย 30 ซม. ดานขาง

อยางนอย 2 - 10 ซม.


7. หลอดไฟ































































หลอดไฟ เปนอุปกรณใหแสงสวางที่มีใชกันทกครัวเรือน ถอเปนสิ่งจำเปนสำหรับการดำรงชีวิต นอกจาก



ประโยชนในเรื่องแสงสวางแลว ยังสามารถใชในการตกแตง และสรางบรรยากาศอกดวย โดยหลอดไฟที่ใชกัน


อยูมีหลายชนิด มีคณสมบัติในการใหแสงสวางและทางไฟฟาตางกัน ดังนั้นหากผูใชรูจักเลือกใชหลอดไฟอยาง
เหมาะสม จะทำใหสามารถประหยัดพลังงานไฟฟาและคาใชจายไดมาก เพื่อใหสามารถเลือกซอไดอยางถูกตอง
ื้
ผูใชควรรูจักคุณสมบัติของหลอดไฟกอน ซึ่งคุณสมบัติของหลอดไฟตาง ๆ เหลานี้ สวนมากมักจะมีบอกอยูท ี่

ื้


ขางกลองหรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ กอนซื้อจึงควรมีความเขาใจเกี่ยวกบคุณสมบัติดังกลาว เพื่อเลือกซอ

หลอดไฟประเภทตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ตอไปนี้คอ ชนิด คุณสมบัติและลักษณะการใชของหลอดไฟประเภท
ตาง ๆ ที่นิยมใชในบานพักและอาคารตาง ๆชนิดของหลอดไฟ คณสมบัติและลักษณะการใชหลอดไส มีใชกัน



มาหลายสิบป สมัยกอนนิยมใชกับงานใหแสงสวางในบานพกอาศัย หองอาหาร หองรับแขก แตปจจุบันไมคอย

นิยมเพราะกินไฟมาก คายความรอน เปดใชไมนานหลอดจะรอน อายุการใชงานสั้นตอง มีหลายขนาด เชน 3
วัตต 25 วัตต 40 วัตต 100 วัตต เปนตน ใชคูกับขั้วชนิด E14หรือ E27 แสงของหลอดไสเมื่อสองกับวัตถุตางๆ
แลวสีของวัตถุจะไมผิดเพี้ยน ตามรานเสื้อผา กระเปา รองเทา ของประดับตาง ๆ ชอบใชกันเพราะสีสันของ

สินคาจะไมผิดเพี้ยน และยังควบคุมปรับความเขมของแสงดวยสวิตชหรี่ไฟ(Dimmer) ไดดวยหลอดไส
หลอดฟลูออเรสเซนตหรือหลอดนีออน นิยมใชใหแสงสวางทั่วไปทั้งภายในและภายนอกบาน อายุการใชงาน

ี่
ยาวนานกวา หลอดไส ทจะพบไดบอย เชน
- หลอด T8 ขั้วที่ใชรวมกันจะเปน G13
- หลอดผอมจอมประหยัด T5 เปนหลอดฟลูออเรสเซนต

รุนเล็กที่สุด แตใหแสงสวางเทากับหลอดนีออนทั่วไปและกนไฟนอยกวา มี 3 เฉดสี ไดแก สีเดยไลท สีคูลไวท


และสีวอรมไวท หลอดรุนนี้ใชกับขั้ว G5- หลอดวงกลมเหมอนโดนัท ที่ติดตั้งพรอมโคมเพดาน

มีหลายขนาด เชน 22 วัตต 32 วัตต 40 วัตต เปนตน ใชงานหลอดฟลูออเรสเซนต  พรอมชุดขั้วหลอด

หลอด T8 หลอดวงกลม หลอด T5


ชนิดของหลอดไฟ คุณสมบัติและลักษณะการใช



















ื่
หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต เปนหลอดทพัฒนาขนมาแทนหลอดไส เพอใหกินไฟนอยลง ขนาดเล็ก
ี่
ึ้
ลง แตกำลังสองสวางสูงขึ้น มทั้งหลอดตะเกียบ หลอดเกลียว เปนหลอดที่กินไฟนอยกวาหลอดชนิดอื่น ๆ สวน

ใหญใชงานใหแสงสวางทั่วไปในบานพักอาศัย บริเวณที่ตองเปดไฟทิ้งไวนาน ๆ อายุการใชงานหลอดจะ






ยาวนานกวาหลอดไสถง 8 เทา และยาวนานกวาหลอดนีออน 4 เทา มี 2 แบบ คอ แบบมบัลลาสตภายใน ใช


สวมแทนกับขั้วหลอดไสชนิดเกลียวได และแบบ บัลลาสตภายนอก ตองมขาเสียบกับบัลลาสต เชน หลอด

ตะเกียบหลอดเกลียว หลอดจะมอยูใหเลือก 3 สี ไดแก สีเดยไลท สีคูลไวท และสีวอรมไวท เหมือนหลอด

ฟลูออเรสเซนต หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต หลอด LED (Light Emitting Diodes) เปนหลอดไฟขนาดเล็ก
ที่สุด แตใหแสงสวางสูเทากับหลอดรุนอื่น ๆ หลักการทำงานของหลอด LED ตางจากหลอดไส เนื่องจากเปน
หลอดไมมไส จึงไมมการเผาไสหลอด หลอด LED ถึงไมแผความรอน เพราะพลังงานสวนใหญเปลี่ยนเปนแสง





ไปหมดแลว แลวก็อายุการใชงานของหลอดยาวนานขึ้น ก็เพราะไมมการเผาไหมนั่นเองหลอด LEDนอกจาก

ชนิดของหลอดดังทกลาวมาแลว ยังมีหลอดไฟชนิดอื่น ๆ อกมากมายใหผูใชไดเลือกใชตามลักษณะหรือ
ี่
วัตถุประสงคของงาน เชน ไฟสองสวางในรูปแบบตาง ๆ ไฟประดับและตกแตง เปนตน


การเลือกซื้อและการใชอยางถกวิธีและประหยัดพลังงาน
1) สำรวจรูปทรงของหลอดไฟ เพื่อกำหนดการใชงาน ทิศทางการใหแสง และองศาของแสง
ั้
2) สำรวจขั้วหลอดที่ใช ซึ่งมแบบขั้วเกลียว ขั้วเกลียวเล็ก ขวเข็ม หรือขั้วเสียบ

3) ตรวจสอบวา ตองมอุปกรณใดที่ใชกับหลอดไฟ หรือ โคมไฟ เชน หมอแปลง บัลลาสต สวิตชหรี่ไฟ เปนตน


4) พิจารณาคุณสมบัติของหลอดไฟ ใหเหมาะสมกับการใชงาน โดยคุณสมบัติของหลอดไฟที่ตองนำมาพิจารณา
มีดังนี้
ี่

- คาฟลักซการสองสวาง (Luminous Flux) เปนปริมาณแสงสวางทั้งหมดทไดจากแหลงกำเนิดแสง มีหนวยวัด
เปนลูเมน (lm)

- คาความสวาง (Illuminance) เปนปริมาณแสงสวางทตกกระทบบนวัตถุ(lumen) ตอ 1 หนวยพื้นที่ มีหนวย

ี่
เปน ลูเมนตอตารางเมตร (lm/sq.m.) หรือ ลักซ (Lux) นั่นเองโดยทั่วไป อาจเรียกวา ระดับความสวาง
(Lighting level) จึงเปนตัวทบอกวาแสงที่ไดเพียงพอหรือไม 
ี่
- คาความเขมการสองสวาง (Luminous Intensity) เปนความเขมของแสงที่สองออกมาจากวัตถุ โดยทั่วไปจะ



วัดเปนจำนวนเทาของความเขมที่ไดจากเทียนไข 1 เลม จึงมหนวยเปนแคนเดลา (Candela, cd)

- คาความสองสวาง (Luminance) เปนตัวที่บอกปริมาณแสงที่สะทอนออกมาจากวัตถุ (candela) ตอ 1
หนวยพื้นที่ มีหนวยเปน แคนเดลาตอตารางเมตร (cd/sq.m.) บางครั้งจึงอาจเรียกวา ความจา (Brightness)

- คาประสิทธิผล (Efficacy) เปนปริมาณแสงสวางทออกมาตอกำลังไฟฟาที่ใช มีหนวยวัดเปน ลูเมนตอวัตต
ี่

(lm/w) หลอดที่มีคาประสิทธิผลสูง แสดงวา หลอดนี้ใหปริมาณแสงออกมามากแตใชกำลังไฟฟานอย
ื่

- คาความถกตองของสี (Colour Rendering, Ra หรือ CRI) เปนคาที่ใชบอกวาหลอดไฟประเภทตาง ๆ เมอ

แสงสองสีไปบนวัตถุจะทำใหสีของวัตถุนั้นผิดเพี้ยนจากความเปนจริงมากนอยเพียงใด ไมมีหนวยแตมักเรียก
เปน เปอรเซ็นต (%) ตามคาความถูกตอง เชน แสงอาทิตยม คา Ra = 100 เพราะแสงอาทิตยใหสเปกตรัม

ครบทุกสี เมอสองไปบนวัตถุจะไมเห็นความผิดเพี้ยนของสี เปนตน
ื่



ี่
- คาอุณหภูมิสีของแสง (Color Temperature) สีของแสงทไดจากหลอดไฟเทียบกับสีที่เกดจากการเผาวัตถดำ

อุดมคติใหรอนที่อณหภูมินั้น มีหนวยเปนเคลวิน (K) อุณหภูมิสีเปนตัวที่บอกวาแสงที่ไดมีความขาวมากนอยแค 


ี่
ไหน ถามคาอณหภูมิสีของแสงต่ำแสงทไดจะออกมาในโทนเหลืองหรือแดง ถามคาอณหภูมสีของแสงสูงแสงที ่






ไดจะออกมาในโทนขาวกวา ในทองตลาดทั่วไปมใหเลือก 3 โทนสีนอกจากนี้แลวสิ่งที่ควรรูเพิ่มเติม คือ โทนสี
ื่
ของอุณหภูมิสีของแสง เพอใหสามารถไดแสงตามตองการ โดยโทนสีของหลอดไฟในปจจุบัน มีดังนี้

• สีวอรมไวท (Warm White) ใหแสงสีแดงออกโทนสม เปนโทนสีรอนโทนอบอุน คาอณหภูมิสีของแสงอยูที่
ต่ำกวา 3,000 เคลวิน

• สีคูลไวท (Cool White) ใหแสงสีจะเริ่มออกมาทางสีขาว เปนโทนสีที่ดูเย็นสบายตา ดูคอนขางสวางกวาเมื่อ

เทียบกับสีวอรมไวท คาอุณหภูมิสีของแสงอยูที่ 3,000 - 4,500 เคลวิน


• สีเดยไลท (Day Light) ใหแสงสีโทนออกขาวอมฟา แตคลายแสงธรรมชาติตอนเวลากลางวัน ดังนั้นคาความ

ถูกตองของสีจึงมมากกวาเมอเทียบกับสีวอรมไวทหรือสีคูลไวท 
ื่
คาอณหภูมิสีของแสงอยูที่ 4,500 - 6,500 เคลวิน ขึ้นไป

ี่
5) พิจารณาถึงคาความสวางทเหมาะสม โดยสมาคมไฟฟาและแสงสวางแหงประเทศไทย ไดมีการกำหนดคา
ความสองสวางที่เหมาะสมของแตละหองในบาน ดังตารางตารางความสองสวางในพื้นที่ใชงานตาง ๆ ในบาน

ี่
อยูอาศัยพื้นที่ ความสองสวางที่พื้นท(ลักซ)ความสองสวางรอบขาง(ลักซ)

ทางเขา 150/500 60/100 หองครัว 500/750 250/350 หองรับประทานอาหาร 300 100 หองนั่งเลน
60/300 60 หองทำงาน 300 150 หองน้ำ 500 200 หองน้ำแขก 250 10 หองเปลี่ยนเสื้อผา 500 200

หองนอนใหญ 300/500 100/150 หองนอนเด็ก 300 150 ทางเดิน 150 50 บันได 200 60 ถนนทางเขา

บาน 300 100 ทีมา : สมาคมไฟฟาและแสงสวางแหงประเทศไทย สามารถคำนวณจำนวนหลอดไฟที่ตองติด

ในพื้นที่ตาง ๆ เพอใหไดความสองสวางที่ เหมาะสม ไดดังนี้
ื่
จำนวนหลอดไฟ = คาความสวาง (ลักซ) × พื้นที่รับแสง (ตารางเมตร) อัตราพลังงานแสงที่ตกบนพื้นที่ (ลูเมน)

โดยที่ จำนวนหลอดไฟ คอ จำนวนหลอดไฟที่จะติดในหนึ่งพื้นที่ คาความสวาง (ลักซ) คอ ความสองสวางใน



พื้นที่ใชงานตาง ๆ ในบานอยูอาศัยที่ เหมาะสม (สามารถดูไดจากตารางความสองสวางในพื้นที่ใชงานตาง ๆ ใน
บานอยูอาศัย) พื้นที่รับแสง (ตารางเมตร) คือ พื้นที่รับแสงตอหนึ่งหอง อัตราพลังงานแสงที่ตกบนพื้นที่ (ลูเมน)

คือ คาความสวางของหลอดไฟ (สามารถดูไดจากกลองหลอดไฟ)

6) พิจารณาโดยคำนึงถงการประหยัดพลังงานไฟฟา หลอดไฟแตละชนิดจะใช พลังงานไฟฟาแตกตางกัน โดย

หลอด LED จะประหยัดไฟฟามากที่สุด ซึ่งสามารถเปรียบเทียบการ ใชพลังงานไฟฟาและคาใชจายของ


หลอดไฟทั้ง 3 แบบ ไดดังตาราง

ตารางประสิทธิภาพของพลังงานและคาใชจายจากหลอดไฟแตละประเภท



7) ควรเลือกซื้อหลอด LED หรือหลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต ที่มีฉลากเบอร 5 เนืองจากกินไฟนอย และม ี
อายุการใชงานนาน
8) เลือกใชหลอดไฟทไดมาตรฐาน
ี่
9) ลดจำนวนหลอดไฟในบริเวณที่อาศัยแสงธรรมชาติได

ื่
10) ควรตั้งโคมไฟที่โตะทำงาน หรือติดตั้งไฟเฉพาะจุด แทนการเปดไฟทั้งหองเพอทำงาน
11) ปดสวิตชไฟ เมื่อไมใชงาน

การดูแลรักษา

1) หมั่นทำความสะอาดหลอดไฟ เพราะจะชวยเพิ่มแสงสวาง โดยไมตองใชพลังงาน
มากขึ้น ควรทำความสะอาดอยางนอย 4 ครั้งตอป หรือทุก ๆ 3 เดือน


ี่
ั่
2) สำหรับหลอดไฟที่เก็บไว ควรเก็บในบริเวณทไมมการกระทบกระทงกันจนเกิดการ
ชำรุดเสียหาย


ใบงานเรื่อง การเลือกซื้อ การใชและการดูแลรักษาเครองใชไฟฟาในบาน
ื่



ใหนักศึกษาสรุปการเลือกซื้อ การใชและการดูแลรักษาเครืองใชไฟฟาในบาน

ในรูปแบบ mind mapping


Click to View FlipBook Version