The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 65302010046, 2024-02-13 20:18:28

อากรแสตมป์

อากรแสตมป์

Keywords: อากรแสตมป์,ภาษีอากร

อากรแสตมป์ Stamp Duty


สาระการเรียนรู้ 1. ผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์และตราสารที่ต้องเสียอากรแสตมป์ 2. การยกเว้นอากรแสตมป์ 3. หน้าที่ของผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์ 4. การชำ ระอากรเป็นตัวเงิน 5. การคำ นวณและการบันทึกบัญชีอากรแสตมป์ 6. บทกำ หนดโทษเกี่ยวกับอากรแสตมป์ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์และตราสารที่ต้องเสียอากรแสตมป์ได้ 2. บอกการยกเว้นอากรแสตมป์ได้ 3. บอกหน้าที่ของผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์ได้ 4. อธิบายการชำ ระอากรเป็นตัวเงินได้ 5. คำ นวณและการบันทึกบัญชีอากรแสตมป์ได้ 6. บอกบทกำ หนดโทษเกี่ยวกับอากรแสตมป์ได้ หน่วยที่ 9 อากรแสตมป์


1. สัญญาจ้างทำ ของที่ทำ กับ จำ นวนเท่าไหร่ขึ้นไปต้องชำ ระอากรเป็นตัวเงิน ก. 100,000 บาท ข. 200,000 บาท ค. 500,000 บาท ง. 1,000,000 บาท 2. นายคำ กู้ยืมเงินจากธนาคารเป็นเงิน 1,000,000 บาท สัญญากู้ยืมเงินต้องติดอากรแสตมป์ เท่าไหร่ ก. 200 บาท ข. 300 บาท ค. 400 บาท ง. 500 บาท 3. สัญญาสัญญาใดต่อไปนี้ไม่ต้องติดอากรแสตมป์ ก. สัญญาจ้างเหมาแรง ข. สัญญาซื้อขาย ค. สัญญาเช่าที่ดิน ง. สัญญาเช่าซื้อ 4. ตราสารสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ที่กรมสรรพากรประกาศให้ชำ ระอากรแทนตัวเงินผ่านระบบ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากรคือตราสารใดต่อไปนี้ยกเว้นข้อใด ก. สัญญาเช่า ข. สัญญาจ้างทำ ของ ค. ใบมอบอำ นาจ ง. สัญญากู้ยืมเงิน แบบทดสอบก่อนเรียน


5. แบบที่ใช้ยื่นยื่นขอชำ ระอากรเป็นตัวเงินคือข้อใด ก. แบบ อ.ส.1 ข. แบบ อ.ส.2 ค. แบบ อ.ส.3 ง. แบบ อ.ส.4 6. สัญญาจ้างทำ ของทั่วไปจำ นวนเงินตามสัญญาเท่าไหร่ขึ้นไป สามารถชำ ระอากรตัวเงินได้ ก. 200,000 บาท ข. 500,000 บาท ค.1,000,000 บาท ง. 2,000,000 บาท 7. บริษัทขายสินค้าโดยทำ สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ มูลค่า 50,000 บาท สัญญาดังกล่าวต้องเสีย อากรหรือไม่ ถ้าเสียต้องเสียเท่าใด ก. ไม่ต้องเสีย ข. เสียอากรแสตมป์ 25 บาท ค. เสียอากรแสตมป์ 50 บาท ง. เสียอากรแสตมป์ 100 บาท 8. กิจการซื้อแสตมป์ปิด 1000 บาท และบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อซื้อ เมื่อกิจการเบิกใช้อากร แสตมป์ 200 บาท จะบันทึกบัญชีอย่างไร ก. ไม่บันทึกบัญชี ข. เดบิต อากรแสตมป์ใช้ไป 200 เครดิต อากรแสตมป์ 200 ค. เดบิต อากรแสตมป์ 200 เครดิต อากรแสตมป์ใช้ไป 200 ง. เดบิต อากรแสตมป์ใช้ไป 800 เครดิต อากรแสตมป์ 800


9. ความรับผิดของผู้ที่ไม่ออกใบรับคือข้อใด ก. ปรับไม่เกิน 500 บาท ข. ปรับไม่เกิน 500 บาท หรือจำ คุกไม่เกิน 1 เดือน ค. ปรับไม่เกิน 500 บาท หรือจำ คุกไม่เกิน 3 เดือน ง. ปรับไม่เกิน 2,000,000 บาท 10. ตราสารที่ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ ถ้าเกิน 90 วัน จะเสียเงินเพิ่มเท่าใด ก. 2 เท่าหรือ 4 บาท แล้วแต่จำ นวนใดมากกว่า ข. 4 เท่าหรือ 15 บาท แล้วแต่จำ นวนใดมากกว่า ค. 5 เท่าหรือ 10 บาท แล้วแต่จำ นวนใดมากกว่า ง. 6 เท่าหรือ 25 บาท แล้วแต่จำ นวนใดมากกว่า


อากรแสตมป์เป็นอากรตามประมวลรัษฎากรประเภทหนึ่ง จัดเก็บจาก การกระทำ ตราสาร 28 ลักษณะตามที่กำ หนดไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ซึ่ง โดยหลักแล้วอากรแสตมป์จะเกี่ยวข้องกับการทำ สัญญา การออกตราสาร ดัง นั้นผู้ใดประสงค์จะทำ สัญญาหรือออกตราสารต่าง ๆ ต้องตรวจสอบ ดูว่าเข้าข่าย ที่จะต้องติดอากรแสตมป์หรือไม่ เพื่อความถูกต้องและความสมบูรณ์ของตราสาร สัญญาที่จัดทำ จะทำ ให้เกิดข้อผูกพ้นตามข้อบังคับของกฎหมายอย่างสมบูรณ์ 1. ผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์และตราสารที่ต้องเสียอากรแสตมป์ ประมวลรัษฎากรได้กำ หนดตัวผู้มีหน้าที่เสียอากรไว้ในบัญชีอากร แสตมป์ และต้องปิด อากรแสตมป์บริบูรณ์ ตามอัตราที่กำ หนดไว้ในบัญชีอัตรา อากรแสตมป์ ดังนี้ หน่วยที่ 9 อากรแสตมป์


บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร ค่าอากร แสตมป์ ผู้ที่ต้อง เสียอากร ผู้ที่ต้องขีด ฆ่าแสตมป์ 1. เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นหรือแพ ทุกจำ นวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของเงิน 1,000บาท แห่งค่า เช่าหรือเงินกินเปล่า หรือทั้งสองอย่างรวมกันตลอดอายุการเช่า หมายเหตุ (1) ถ้าสัญญาเช่ามิได้กำ หนดอายุการเช่าให้ถือว่ามีกำ หนด 3 ปี (2) ถ้าสัญญาเช่าฉบับใดครบกำ หนดอายุการเช่าหรือครบกำ หนด 3 ปี ตาม (1) แล้วผู้เช่ายังคง ครองทรัพย์สินอยู่และให้ผู้เช่ารู้ความนั้นแล้ว ไม่ทักท้วง ทั้งมิได้ทำ สัญญาใหม่ให้ถือว่าสัญญาเช่าเดิมนั้นได้เริ่มทำ กัน ใหม่ โดยไม่มีกำ หนดอายุการเช่า และต้องเสียอากรภายในสามสิบวัน นับ แต่วันที่ถือว่าเริ่มทำ สัญญาใหม่นั้น ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร เช่าทรัพย์สินใช้ในการทำ นา ไร่ สวน 1 บาท ผู้ให้เช่า ผู้เช่า 2. เช่าซื้อทรัพย์สิน ทุกจำ นวนเงิน 1,000 บาทหรือเศษของเงิน 1,000บาท แห่งราคา ทั้งหมด ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร เช่าซื้อทรัพย์สินใช้ในการทำ นา ไร่ สวน 1 บาท ผู้ให้เช่า ผู้เช่า 3. รับจ้างทำ ของ ทุกจำ นวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท แห่งสินจ้างที่ กำ หนดไว้ หมายเหตุ (1) ถ้าในเวลากระทำ สัญญาจ้างทำ ของไม่ทราบจำ นวนสินจ้างว่าเป็น ราคาใด ให้ประมาณจำ นวนสินจ้างตามสมควรแล้วเสียอากรตามจำ นวนสิน จ้างที่ประมาณนั้น (2) ถ้ามีการรับเงินสินจ้างเป็นคราว ๆ และอากรที่เสียไว้เติมยังไม่ ครบ ให้เสียอากรเพิ่มเติมให้ครบตามจำ นวนที่ต้องเสียทุกครั้งในทันทีที่มี การรับเงิน (3) เมื่อการรับจ้างทำ ของได้สิ้นสุดลงแล้ว และปรากฏ ว่าได้เสียอากร เกินไป ให้ขอคืนตามมาตรา 122 ได้ ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร สัญญาที่ทำ ขึ้นนอกประเทศไทยและการปฏิบัติตามข้อ สัญญานั้น มิได้ทำ ในประเทศไทย 1 บาท ผู้รับจ้าง ผู้รับจ้าง


บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร ค่าอากร แสตมป์ ผู้ที่ต้องเสีย อากร ผู้ที่ต้องขีดฆ่า แสตมป์ 4. กู้ยืมเงิน หรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจาก ธนาคาร ทุกจำ นวนเงิน 2,000 บาท หรือเศษของเงิน 2,000บาท แห่ง ยอดเงินที่กู้ยืมหรือตกลงให้เบ็กเกินบัญชี ค่าอากรตามลักษณะแห่ง ตราสารนี้ เมื่อคำ นวณแล้วถ้าเกิน 10,000บาท ให้เสีย 10,000 บาท ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร การกู้ยืมเงินซึ่งสมาชิกกู้ยืมจากสหกรณ์หรือสหกรณ์ กู้ยืมจาก สหกรณ์ หรือจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร 1 บาท ผู้ให้กู้ ผู้กู้ 5. กรมธรรม์ประกันภัย (ก) กรมธรรม์ประกันวินาศภัย ทุก 250 บาท หรือเศษของ 250 บาท แห่งเบี้ย ประกันภัย (ข) กรมธรรม์ประกันชีวิต ทุก 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท แห่งจำ นวนเงินที่เอา ประกันภัย (ค) กรมธรรม์ประกันภัยอื่น ๆ ทุก 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท แห่งจำ นวนเงินที่เอา ประกัน (ง) กรมธรรม์เงินปี ทุก 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท แห่ง ต้นทุนเงินปีนั้น หรือถ้าไม่ปรากฏต้นทุนให้คิด ทุก 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท แห่ง 33 1/3 เท่าของ รายได้ประจำ ปี (จ) กรมธรรม์ประกันภัยซึ่งผู้รับประกันภัยนำ ไป ให้ผู้อื่นประกันอีกต่อ หนึ่ง (ฉ) บันทึกการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยเดิม ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร (ก) การประกันภัยสัตว์พาหนะซึ่งใช้ในการ เกษตรกรรม (ข) บันทึกประกันภัยหรือกรมธรรม์ประกันภัยชั่วคราว ซึ่งรับรองจะ ออกกรมธรรม์ประกันภัยตัวจริง แต่ถ้าผู้ทรงจะเรียกร้องเอาสิทธิอย่างอื่น นอกจากให้ส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยตัวจริงแล้วต้องปิดแสตมป์เสียก่อน เช่นเดียวกับที่จะต้องปิดสำ หรับประกันภัยตัวจริง 1 บาท 1 บาท 1 บาท 1 บาท 1 บาท กึ่งอัตรา ซึ่งเรียก เก็บ สำ หรับ กรม ธรรม์ เดิม ผู้รับประกัน ภัย ผู้รับประกัน ภัย ผู้รับประกัน ภัย ผู้รับประกัน ภัย ผู้รับประกัน ภัย ผู้รับประกัน ภัย ผู้รับประกัน ภัย ผู้รับประกัน ภัย ผู้รับประกัน ภัย ผู้รับประกัน ภัย ผู้รับประกัน ภัย ผู้รับประกัน ภัย


บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร ค่าอากร แสตมป์ ผู้ที่ต้องเสีย อากร ผู้ที่ต้องขีดฆ่า แสตมป์ 6. ใบมอบอำ นาจ คือ ใบตั้งตัวแทนซึ่งมิได้กระทำ ในรูป ลักษณะ ตราสารสัญญารวมทั้งใบตั้งอนุญาโตตุลาการ (ก) มอบอำ นาจให้บุคคลคนเดียวหรือหลายคน การทำ การครั้งเดียว (ข) มอบอำ นาจให้บุคคลคนเดียวหรือหลายคน ร่วมกระทำ การ มากกว่าครั้งเดียว (ค) มอบอำ นาจให้กระทำ การมากกว่าครั้งเดียว โดยให้บุคคลหลาย คนต่างคนต่างกระทำ กิจการแยกกันได้ คิด ตามรายตัวบุคคลที่รับมอบ คนละ หมายเหตุ ถ้าผู้มอบอำ นาจมีหลายคน แต่มีได้เป็นผู้มีอำ นาจร่วมกันแล้วมอบ อำ นาจในตราสารฉบับเดียวกัน ต้องคิดตามรายตัว บุคคลผู้มอบคนหนึ่ง เป็นเรื่องหนึ่ง ตามมาตรา 108 ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร (1) ใบแต่งทนายและใบมอบอำ นาจซึ่งทนายความให้แก่เสมียน ของตนเพื่อเป็นตัวแทนดำ เนินคดีในศาล (2) ใบมอบอำ นาจให้โอนหรือให้กระทำ การใด ๆเกี่ยวด้วยสัตว์ พาหนะตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ (3) ใบมอบอำ นาจให้รับเงินหรือสิ่งของแทน (4) ใบมอบอำ นาจซึ่งสหกรณ์เป็นผู้มอบและใบมอบอำ นาจตั้ง สหกรณ์เป็นตัวแทนจัดการให้สหกรณ์ได้รับ สิทธิในอสังหาริมทรัพย์ 10 บาท 30 บาท 30 บาท ผู้มอบอำ นาจ ผู้มอบอำ นาจ ผู้มอบอำ นาจ ผู้รับมอบ อำ นาจ ผู้รับมอบ อำ นาจ ผู้รับมอบ อำ นาจ 7. ใบมอบฉันทะสำ หรับให้ลงมติในที่ประชุมของบริษัท (ก) มอบฉันทะสำ หรับการประชุมครั้งเดียว (ข) มอบฉันทะสำ หรับการประชุมกว่าครั้งเดียว 20 บาท 100 บาท ผู้มอบฉันทะ ผู้มอบฉันทะ ผู้มอบฉันทะ ผู้มอบฉันทะ


บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร ค่าอากร แสตมป์ ผู้ที่ต้องเสีย อากร ผู้ที่ต้องขีดฆ่า แสตมป์ 8. โอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ พันธบัตรและใบรับรองหนี้ ซึ่งบริษัท สมาคม คณะบุคคลหรือองค์การใด ๆ เป็นผู้ออก คิดตามราคาหุ้นที่ชำ ระแล้วหรือตามราคาในตราสารแล้วแต่อย่างใด จะมากกว่า ทุกจำ นวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ก. โอนพันธบัตรของรัฐบาลไทย ข. โอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ และใบรับรองหนี้ซึ่งสหกรณ์ หรือธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเป็นผู้ออก 1 บาท ผู้โอน ผู้รับโอน 9. (1) ตั๋วแลกเงินหรือตราสารทำ นองเดียวกับที่ใช้อย่าง ตั้วแลกเงิน ฉบับละ (2) ตั๋วสัญญาใช้เงินหรือตราสารทำ นองเดียวกับที่ใช้อย่างตั๋วสัญญาใช้ เงิน ฉบับละ ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ถ้าตั๋วออกเป็นสำ รับและฉบับแรกในสำ รับนั้นปิดแสตมป์บริบูรณ์ แล้ว ฉบับอื่น ๆ ไม่ต้องปิดอีก แต่ต้องสลักหลังฉบับนั้น ๆ ไว้ว่า"ได้ เสียอากรแล้ว" 3 บาท 3 บาท ผู้สั่งจ่าย ผู้ออกตั๋ว ผู้สั่งจ่าย ผู้ออกตั๋ว 10. บิลออฟเลดิง หมายเหตุ ถ้าออกเป็นสำ รับให้ปิดแสตมป์ตามอัตราทุกฉบับ 2 บาท ผู้กระทำ ตราสาร ผู้กระทำ ตราสาร 11. (1) ใบหุ้น หรือใบหุ้นกู้ หรือใบรับรองหนี้ของบริษัท สมาคม คณะ บุคคล หรือองค์การใด ๆ (2) พันธบัตรของรัฐบาลใด ๆ ที่ขายในประเทศไทย ทุกจำ นวนเงิน 100 บาท หรือเศษของ 100 บาท ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ใบหุ้นใบหุ้นกู้ หรือใบรับรองหนี้ของสหกรณ์ 5 บาท 1 บาท ผู้ทรง ตราสาร ผู้ทรง ตราสาร ผู้ทรงตราสาร ผู้ทรงตราสาร 12. เช็ค หรือหนังสือคำ สั่งใด ๆ ซึ่งใช้แทนเช็ค ฉบับละ 3 บาท ผู้สั่งจ่าย ผู้สั่งจ่าย


บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร ค่าอากร แสตมป์ ผู้ที่ต้องเสีย อากร ผู้ที่ต้องขีดฆ่า แสตมป์ 13. ใบรับฝากเงินประเภทประจำ ของธนาคารโดย มีดอกเบี้ย 5 บาท ผู้รับฝาก ผู้รับฝาก 14. เลตเตอร์ออฟเครดิต (ก) ออกในประเทศ - เงินต่ำ กว่า 10,000 บาท - เงินตั้งแต่ 10,000 บาท ขึ้นไป (ข) ออกในต่างประเทศและให้ชำ ระเงินในประเทศไทย คราวละ หมายเหตุ ตราสารเลตเตอร์ออฟเครดิตที่ออกในประเทศไทย และให้ชำ ระเงิน ในต่างประเทศ ต้องทำ สำ เนาเก็บไว้ในประเทศไทย ส่วนการเสียอากร ให้ปิดแสตมป์บริบูรณ์เฉพาะในฉบับสำ เนาดังกล่าวนั้น 20 บาท 30 บาท 20 บาท ผู้ออกตราสาร ผู้ออกตราสาร ผู้ทรงคนแรก ใน ประเทศไทย ผู้ออกตราสาร ผู้ออกตราสาร ผู้ทรงคนแรก ใน ประเทศไทย 15. เช็คสำ หรับผู้เดินทาง (ก) ออกในประเทศ ฉบับละ (ข) ออกในต่างประเทศ แต่ให้ชำ ระในประเทศไทย ฉบับละ 3 บาท 3 บาท ผู้ออกเช็ค ผู้ทรงคนแรก ใน ประเทศไทย ผู้ออกเช็ค ผู้ทรงคนแรก ใน ประเทศไทย 16. ใบรับของ ซึ่งออกให้เนื่องในกิจการรับขนสินค้าโดยทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ คือ ตราสารซึ่งลงลายมือชื่อพนักงานหรือนายสินค้าของ ยานพาหนะรับขนส่ง ซึ่งออกรับของดังระบุไว้ใน ใบรับนั้น เมื่อไม่ได้ ออกบิลออฟ เลดิง ฉบับละ หมายเหตุ ถ้าออกเป็นสำ รับให้ปิดแสตมป์ตามอัตราทุกฉบับ 1 บาท ผู้ออกใบรับ ผู้ออกใบรับ


บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร ค่าอากร แสตมป์ ผู้ที่ต้องเสีย อากร ผู้ที่ต้องขีดฆ่า แสตมป์ 17. ค้ำ ประกัน (ก) สำ หรับกรณีที่มิได้จำ กัดจำ นวนเงินไว้ (ข) สำ หรับจำ นวนเงินไม่เกิน 1,000 บาท (ค) สำ หรับจำ นวนเงินเกิน 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 10,000 บาท (ง) สำ หรับจำ นวนเงินเกิน 10,000 บาท ขึ้นไป ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร (ก) ค้ำ ประกันหนี้เนื่องแต่การที่รัฐบาลให้ราษฎรกู้ยืมหรือยืมเพื่อ การบริโภคหรือการเกษตรกรรม (ข) ค้ำ ประกันหนี้เนื่องแต่การที่สหกรณ์ให้สมาชิกกู้ยืมหรือยืม 10 บาท 1 บาท 5 บาท 10 บาท ผู้ค้ำ ประกัน ผู้ค้ำ ประกัน ผู้ค้ำ ประกัน ผู้ค้ำ ประกัน ผู้ค้ำ ประกัน ผู้ค้ำ ประกัน ผู้ค้ำ ประกัน ผู้ค้ำ ประกัน 18. จำ นำ จำ นวนหนี้ทุก 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท ถ้าการจำ นำ มิได้จำ กัดจำ นวนหนี้ไว้ ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร (ก) ตั๋วจำ นำ ของโรงรับจำ นำ ที่ได้รับอนุญาตตาม กฎหมาย (ข) จำ นำ อันเกี่ยวกับกู้ยืมซึ่งได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ตามข้อ 5 1 บาท 1 บาท ผู้รับจำ นำ ผู้รับจำ นำ ผู้รับจำ นำ ผู้รับจำ นำ 19. ใบรับของคลังสินค้า 1 บาท นายคลัง สินค้า นายคลัง สินค้า 20. คำ สั่งให้ส่งมอบของ คือ ตราสารซึ่งบุคคลผู้ปรากฏชื่อในตราสารนั้น หรือซึ่งบุคคลผู้นั้นตราชื่อไว้ หรือผู้ทรงมีสิทธิที่จะรับมอบสินค้าอันอยู่ใน อู่ หรือเมืองท่า หรือคลังสินค้าซึ่ง รับเก็บหรือรับฝากโดยเรียกเก็บค่าเช่า หรือรับสินค้าอันอยู่ที่ท่า สินค้าโดยที่เจ้าของลงลายมือชื่อ หรือมีผู้อื่นลง ลายมือชื่อแทนในเมื่อขายหรือโอนทรัพย์สินอันปรากฏในตราสารนั้น 1 บาท ผู้ออกคำ สั่ง ผู้ออกคำ สั่ง 21. ตัวแทน (ก) มอบอำ นาจเฉพาะการ (ข) มอบอำ นาจทั่วไป ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร การตั้งตัวแทนในกรณีสหกรณ์เป็นตัวการ 10 บาท 30 บาท ตัวการ ตัวการ ตัวการ ตัวการ


บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร ค่าอากร แสตมป์ ผู้ที่ต้องเสีย อากร ผู้ที่ต้องขีดฆ่า แสตมป์ 22. คำ ชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ (ก) ในกรณีซึ่งพิพาทกันด้วยจำ นวนเงินหรือราคาทุกจำ นวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท (ข) ในกรณีอื่นซึ่งไม่กล่าวถึงจำ นวนเงินหรือราคา 1 บาท ผู้โอน ผู้รับโอน 23. คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร คือ ตราสารซึ่งมีข้อความอย่างเดียวกันกับต้นฉบับ หรือ ต้นสัญญาและผู้ กระทำ ตราสารได้ลงลายมือชื่อไว้อย่างเดียว กับต้นฉบับ (ก) ถ้าต้นฉบับเสียอากรไม่เกิน 5 บาท (ข) ถ้าเกิน 5 บาท ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ถ้าฝ่ายที่ต้องเสียอากรเป็นสหกรณ์ 1 บาท 5 บาท (1)ถ้าไม่มี บุคคลอีก ฝ่ายหนึ่ง เป็นคู่สัญญา คนที่เสีย อากรสำ หรับ ต้นฉบับเป็น ผู้เสีย (2)ถ้ามี บุคคลอีก ฝ่ายหนึ่ง เป็นคู่สัญญา บุคคลอีก ฝ่ายหนึ่งนั้น ต้องเป็นผู้ เสียอากร คนเดียวกับผู้ ขีดฆ่า ต้นฉบับ คนเดียวกับผู้ ขีดฆ่า ต้นฉบับ 24. หนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทจำ กัดที่ส่งต่อนายทะเบียน 200 บาท ผู้เริ่มก่อการ ผู้เริ่มก่อการ 25. ข้อบังคับของบริษัทจำ กัดที่ส่งต่อนายทะเบียน 200 บาท กรรมการ กรรมการ 26. ข้อบังคับใหม่หรือสำ เนาหนังสือบริคณห์สนธิหรือ ข้อบังคับของ บริษัทจำ กัดซึ่งเปลี่ยนแปลงใหม่ที่ส่งต่อ นายทะเบียน 50 บาท กรรมการ กรรมการ


บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร ค่าอากร แสตมป์ ผู้ที่ต้องเสีย อากร ผู้ที่ต้องขีดฆ่า แสตมป์ 27. หนังสือสัญญาห้างหุ้นส่วน (ก) หนังสือสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน (ข) หนังสือสัญญาที่แก้ไรสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน 100 บาท 50 บาท ผู้เป็นหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วน 28. ใบรับ เฉพาะตามที่ระบุต่อไปนี้ (ก) ใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล (ข) ใบรับสำ หรับการโอนหรือก่อตั้งสิทธิใด ๆ เกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย์ ในเมื่อนิติกรรมที่เป็นเหตุให้ออกใบรับนั้นมี การจด ทะเบียนตามกฎหมาย (ค) ใบรับสำ หรับการขาย ขายฝาก ให้เช่าซื้อ หรือโอนกรรมสิทธิ์ยาน พาหนะ ทั้งนี้เฉพาะยานพาหนะซึ่งมีการจดทะเบียนตามกฎหมายว่า ด้วยยานพาหนะนั้น ๆ ถ้าใบรับตาม (ก) (ข) หรือ (ค) มีจำ นวนเงินตั้งแต่ 200 บาท ขึ้นไปทุก 200 บาทหรือเศษของ 200 บาท ยกเว้นไม่ต้องเสียอากรใบรับ สำ หรับจำ นวนเงินที่ผู้รับต้องเสีย 1 บาท ผู้ออกใบรับ ผู้ออกใบรับ ในกรณีที่ตราสารทำ ขึ้นนอกประเทศ ให้เป็นหน้าที่ของผู้ทรงตราสารคน แรก ในประเทศเป็น ผู้เสียอากรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับตราสารนั้น ถ้าหากไม่ได้ปฏิบัติตาม ผู้ทรงคนใดคนหนึ่งต้องเสียอากรแล้วจึงยื่นตราสารเพื่อ ให้จ่ายเงิน รับรอง สลักหลัง โอนหรือถือเอาประโยชน์ได้ 2. การยกเว้นอากรแสตมป์ การยกเว้นอากรแสตมป์นอกจากจะได้กำ หนดไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ตามลักษณะตราสาร แล้วยังมีการยกเว้น ดังนี้


1. ยกเว้นอากรตามประมวลรัษฎากร 2. ยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกา 3. ยกเว้นตามกฎหมายอื่น ๆ 1. ยกเว้นอากรตามประมวลรัษฎากร ยกเว้นการเสียอากรตามประมวลรัษฎากร ดังต่อไปนี้ (1) ตราสารที่ระบุยกเว้นในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เช่น ตราสารกู้ยืม เงิน ให้ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร สำ หรับการกู้ยืมซึ่งสมาชิกกู้ยืมจากสหกรณ์ ตราสารใบรับ ให้ยกเว้นสำ หรับจำ นวนเงินที่ผู้รับ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ (2) ยกเว้นตามมาตรา 121 หากฝ่ายที่ต้องเสียอากรเป็น 1) รัฐบาล 2) เจ้าพนักงานผู้กระทำ งานของรัฐบาลโดยหน้าที่ 3) บุคคลผู้กระทำ การในนามของรัฐบาล 4) องค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น 5) สภากาชาตไทย 6) วัตวายาราม 7) องค์การศาสนาใดๆ ในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นนิติบุคคล ข้อยกเว้นไม่ต้องเสียอากรนี้ มีให้ใช้แก่องค์การของรัฐบาลที่ใช้ทุน หรือทุนหมุนเวียน เพื่อประกอบการพาณิชย์ หรือการพาณิชย์ซึ่งองค์การบริหาร รายการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดทำ


2. ยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกา ยกเว้นอากรให้แก่ 1) ธนาคารแห่งประเทศไทย 2) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 3) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 4) ผู้ประกอบการขนส่งเฉพาะการรับเงินที่เป็นค่ารับขนส่งคนโดยสาร 5) บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 6) บรรษัทตลาดรองสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย 7) ผู้ค้ำ ประกันเฉพาะการค้ำ ประกันหนี้เนื่องแต่การที่ธนาคารเพื่อ การเกษตรและสหกรณ์ การเกษตรให้กู้ยืมหรือให้ยืม 8) ผู้ออกใบรับ เฉพาะการรับเงินที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตรให้กู้ยืม หรือให้ยืม 9) การเคหะแห่งชาติ 10) ผู้โอนเฉพาะโอนหลักทรัพย์จดทะเบียน หรือหลักทรัพย์รับอนุญาตที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียนสำ หรับการโอนหลักทรัพย์ นั้น 11) ผู้โอน เฉพาะการโอนพันธบัตรธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ธนาคาร แห่งประเทศไทย เป็นนายทะเบียนสำ หรับการโอนพันธบัตรนั้น 12) ตราสารใบรับ ซึ่งสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยและองค์การ สาธารณะอื่นที่เป็น นิติบุคคลลึ่งมีวัตถุประสงค์ทำ นองเดียวกันเป็นผู้ออก 13) บุคคลตามข้อผูกพันที่ประเทศไทยมีอยู่ตามสัญญาว่าด้วยความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจหรือทางเทคนิคระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศ


14) องค์การสหประชาชาติ ทบวงการชำ นัญพิเศษของสหประชาชาติ และ เจ้าหน้าที่หรือ ผู้เขี่ยวชาญขององค์การหรือทบวงการดังกล่าว ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ ในประเทศไทย ในเมื่อประเทศไทยมีข้อ ผูกพันให้ยกเว้นตามอนุสัญญาหรือ ความตกลง 15) สถานเอกอัคราชทูต สถานทูต สถานกงสุลใหญ่ สถานกงสุล บุคคล ในคณะทูต บุคคลในคณะกงสุล และบุคคลที่ถือว่าอยู่ในคณะทูตตามความ ตกลง ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่อกัน 16) ผู้โอนเฉพาะการโอนหุ้นกู้ 17) ผู้โอนหุ้นในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ 18) รัฐวิสาหกิจ เฉพาะการกระทำ ตราสารอันเนื่องมาจากการนำ ทุนบาง ส่วนหรือทั้งหมดมาเปลี่ยนสภาพ เป็นของบริษัท จำ กัด หรือบริษัท มหาชน จำ กัด ตามกฎหมายว่าด้วยทุนรัฐวิสาหกิจ 19) อนุญาโตตุลาการ เฉพาะตราสารคำ ชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ 20) สถาบันพัฒนาองค์การชุมชน (องค์การมหาชน) 21) ผู้ที่ต้องเสียอากร เฉพาะตราสารที่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ ใน กิจการซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาซื้อขายคืน เฉพาะในส่วนของหลัก ทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำ หนด 22) กองทุนบำ เหน็จบำ นาญช้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุน บำ เหน็จบำ นาญข้าราชการ เฉพาะการกระทำ ตราสารในการให้กู้ยืมเงินแก่ สมาชิกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2545 เป็นต้นไป


23) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิเรียกร้องที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ว่าด้วยหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ 24) ผู้ชาย เฉพาะการกระทำ ตราสารอันเนื่องมาจากการขาย อสังหาริมทรัพย์ดังต่อไปนี้ (ก) บ้าน โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ซึ่งโดยปกติใช้ประโยชน์ เพื่อเป็นที่อาศัย (ข) อสังหาร์มทรัพย์ตาม (ก) พร้อมที่ดิน (ค) ห้องชุดสำ หรับการอยู่อาศัยในอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วย อาคารชุด ทั้งนี้ เฉพาะสำ หรับกรณีการทำ สัญญาซื้อชายอสังหาริมทรัพย์ซึ่งผู้ โอนได้ใช้เป็นที่อยู่ อาศัยอันเป็นแหล่งสำ คัญ โดยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตาม กฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้มา ซึ่งกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์นั้น ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำ หนด การได้รับยกเว้นตามวรรคหนึ่ง ต้องปรากฏว่าภายในกำ หนดเวลา หนึ่งปีก่อนหรือนับ ตั้งแต่วันที่ทำ สัญญาซื้อขายอสังหารีมทรัพย์ดังกล่าว ผู้ชาย ได้ทำ สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์แห่งใหม่ซึ่ง มีลักษณะตาม (ก) (ข) หรือ (ค) เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของตน และให้ได้รับยกเว้นเท่ากับค่าอากรแสตมป์ที่ คำ นวณได้จากจำ นวนมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว แต่ไม่เกินจำ นวนมูลค่า ของอสังหาริมทรัพย์แห่งใหม่ 25) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เฉพาะการโอนกรรมสิทธิ์ใน อสังหาริมทรัพย์ให้แก่ ผู้รับโอนเนื่องจากการให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ของ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย


26) ธนาคารพัฒนาวิสาหก็จขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ตามกฎหมายว่าด้วย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่ง ประเทศไทย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2545เป็นต้นไป 27) ผู้ออกใบรับสำ หรับการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองใน อสังหาริมทรัพย์โดยไม่มี ค่าตอบแทนให้แก่สภากาชาดไทย 28) สถาบันคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก 29) กองทุนบริหารเงินกู้ เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ และพัฒนา ตลาดตราสาร หนี้ในประเทศ ตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ 3. ยกเว้นตามกฎหมายอื่น ๆ ยกเว้นอากรแสตมป์โดยกฎหมายที่จัดตั้งนิติบุคคลนั้น เช่น 1) พระราชบัญญัติจัดทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตรีย์ 2) พระราชบัญญัติธนาคารออมสิน 3) พระราชบัญญัติการท่าเรือประเทศไทย 4) พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย 5) พระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย 6) พระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทำ สวนยาง 7) พระราชบัญญัติสูกเสือ 3. หน้าที่ของผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์ ประมวลรัษฎากรได้กำ หนดหน้าที่ของผู้เสียอากรแสตมป์ ไว้ดังต่อไปนี้ 1. การปิดแสดมป์บริบูรณ์ 2. การออกใบรับ 3. การออกใบส่งของ


1. การปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้เสียอากรมีหน้าที่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามอัตราที่กำ หนดในบัญชีอัตรา อากรแสตมป์ การปิดแสตมป์บริบูรณ์ ปัจจุบันมี 2 วิธีดังนี้ 1) แสตมป์ปิตทับ คือ การได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ทับกระดาษก่อน กระทำ หรือในทันที ที่ทำ ตราสารเป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียและได้ขีด ฆ่าแสตมป์นั้นแล้ว หรือ 2) การชำ ระอากรเป็นตัวเงิน คือ การได้เสียอากรเป็นตัวเงินเป็นราคา ไม่น้อยกว่าอากร ที่ต้องเสียตามบทบัญญัติในประมวลรัษฎากร หรือตาม ระเบียบที่กรมสรรพากรจะได้กำ หนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี การขีดฆ่า แสตมป์หมายความว่า การกระทำ เพื่อมิให้ใช้แสตมป์ได้อีก โดยในกรณีแสตมป์ปิด ทับ ได้ลงลายมือชื่อหรือลงชื่อห้างร้านบนแสตมป์ หรือ ซีดเส้นคร่อมม่าแสตมป์ที่ปิดทับกระดาษ และลงวันเดือน ปี ที่กระทำ สิ่งเหล่านี้ ด้วย 2. การออกใบรับ การออกใบรับ มีรายละเอียดดังนี้ 1) การออกใบรับ ผู้ขาย ผู้ให้เช่าซื้อ ผู้รับเงิน หรือผู้รับชำ ระราคาต้อง ออกใบรับให้แก่ผู้ซื้อ ผู้เช่าซื้อ ผู้จ่ายเงิน หรือชำ ระราคาในทันทีทุกคราวที่รับ เงินหรือรับชำ ระราคาไม่ว่าจะมีการเรียกร้องให้ออกใบรับหรือไม่ก็ตาม


2) การรับเงินหรือรับชำ ระราคาจากการขายสินค้า หรือการให้บริการของผู้ ประกอบการ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และการรับเงินหรือชำ ระราคาจากการก ระทำ กิจการของผู้ประกอบกิจการที่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะที่ต้องเสียภาษี ธุรกิจเฉพาะ ซึ่งรวมเงินหรือราคาที่ได้รับชำ ระแต่ละครั้งเกินจำ นวนเงินตามที่ อธิบดีกรมสรรพากรกำ หนด แต่อธิบดีกรมสรรพากรจะกำ หนดกำ หนดเกิน 1,000 บาทไม่ได้ ปัจจุบันกำ หนดให้ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือการให้บริการ รวมเงิน หรือราคาที่ได้รับ ชำ ระแต่ละครั้งเกิน 100 บาท ต้องออกใบรับเสมอ 3) การรับเงินหรือรับชำ ระราคาในกรณีอื่น ซึ่งรวมเงินหรือราคาที่ได้รับ ชำ ระแต่ละครั้งเกิน จำ นวนเงินตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำ หนด แต่อธิบดีกรม สรรพากรจะกำ หนดเกิน 10,000 บาทไม่ได้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งได้ออกใบกำ กับภาษีที่มี ข้อความแสดงว่าได้รับ เงินหรือรับชำ ระราคาแล้ว จะถือเอาใบกำ กับภาษีนั้นเป็น ใบรับที่ต้องออกก็ได้ คำ ว่า"ใบรับ"หมายความว่า (1) บันทึก หรือหนังสือใด ๆ ที่เป็นหลักฐานแสดงว่าได้รับ ได้รับฝาก หรือได้รับชำ ระเงิน หรือตั๋วเงิน หรือ (2) บันทึก หรือหนังสือใด ๆ ที่เป็นหลักฐานแสดงว่าหนี้หรือสิทธิเรียก ร้องได้ชำ ระหรือปลด ให้แล้ว บันทึกหรือหนังสือที่กล่าวนั้นไม่จำ เป็นต้องมี ลายมือชื่อของบุคคลใด ๆ


ใบรับที่ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ แม้ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องออกใบรับ แต่เมื่อผู้มีส่วนได้เสีย เรียกร้อง ผู้มีหน้าที่ออกใบรับต้องออกให้ในทันทีที่ถูก เรียกร้อง ใบรับและต้นชั้วหรือสำ เนาใบรับต้องมีตัวเลขไทยหรืออารบิก และ อักษรไทยให้ปรากฏ ข้อความต่อไปนี้ 1) เลขประจำ ตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออกใบรับ 2) ชื่อ หรือยี่ห้อของผู้ออกใบรับ 3) เลขลำ ดับของเล่มและของใบรับ 4) วัน เดือน ปี ที่ออกใบรับ 5) จำ นวนเงินที่รับ 6) ชนิด ชื่อ จำ นวน และราคาสินค้า ในกรณีการขายหรือให้เช่าซื้อ สินค้าเฉพาะชนิดที่มีราคา ตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป ในกรณีผู้ผลิต ผู้นำ เข้า หรือผู้ขายส่ง ขายสินค้าให้แก่ผู้ซึ่งทำ การค้า สินค้าประเภทเดียวกับ สินค้าที่ขายนั้น ใบรับที่ออกต้องแสดงชื่อหรือยี่ห้อ และ ที่อยู่ของผู้ซื้อด้วยทุกคราวที่ได้รับชำ ระเงินหรือรับชำ ระราคา ข้อความในใบรับ เช่นว่านี้ถ้าทำ เป็นภาษาต่างประเทศต้องมีภาษาไทยกำ กับ ในการออกใบรับ ให้ผู้มีหน้าที่ออกใบรับ เฉพาะผู้ซึ่งกระทำ เป็นปกติ ธุระ ทำ ต้นขั้วหรือสำ เนา ใบรับ และเก็บต้นขั้วหรือสำ เนาใบรับดังกล่าวไว้เป็น เวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่ออกใบรับ


3. การออกใบส่งของ ในการขายสินค้าให้ผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิต ผู้นำ เข้า ผู้ส่งออกหรือผู้ ขายส่ง กฎหมายกำ หนดให้ต้องออกใบส่งของให้แก่ผู้ซื้อและทำ สำ เนาเก็บไว้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่ออกใบส่งของใบส่งของและสำ เนาอย่าง น้อยต้องมีข้อความเป็นอักษรไทยรวมถึงตัวเลขไทยหรืออารบิก ดังต่อไปนี้ 1) ชื่อหรือยี่ห้อ และเลขประจำ ตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ขาย 2) ชื่อหรือยี่ห้อของผู้ซื้อ 3) เลขลำ ดับของเล่ม (ถ้ามี) และของใบส่งของ 4) วัน เดือน ปีที่ออกใบส่งของ 5) ชนิด ชื่อ จำ นวน และราคาของสินค้าที่ขาย ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งได้ออกใบกำ กับภาษีที่มี ข้อความแสดงว่าได้ส่ง สินค้าให้แก่ผู้ซื้อแล้ว จะถือเอาใบกำ กับภาษีนั้นเป็นใบ ส่งของที่ต้องออกก็ได้ 4. การชำ ระอากรเป็นตัวเงิน การชำ ระอากรเป็นตัวเงิน คือ การนำ สัญญาหรือตราสารที่ลงนามไปยัง สำ นักงานสรรพากรหรือสถานที่ใดที่สรรพากรมอบหมาย เพื่อชำ ระค่าอากรเป็น ตัวเงินตามอัตรา และภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำ หนดไว้ ผู้เสียภาษีซึ่งเป็นผู้กระทำ ตราสารหรือทำ สัญญาที่กำ หนดไว้ 28 ลักษณะ ไม่อาจเลือกเสียอากรแสตมป์โดยซื้ออากรมาปิดทับหรือนำ สัญญาไปชำ ระอากร เป็นตัวเงินที่กรมสรรพากรทุกกรณี เพราะมีบางกรณีมีกฎหมายกำ หนดให้ ตราสารบางประเภท ผู้เสียภาษีต้องชำ ระอากรเป็นตัวเงินเท่านั้น ดังนั้นการกระ ทำ ตราสารบางกรณีผู้เสียภาษีไม่มีสิทธิเลือกซื้ออากรแสตมป์มาปิดเองในภาย หลัง


การขอเสียอากรเป็นตัวเงิน ใช้แบบ อ.ส.4 (แบบขอเสียอากรแสตมป์เป็น ตัวเงิน) ยื่นต่อสำ นักงานสรรพากรพื้นที่สาขา โดยแนบตราสารที่ขอเสียอากรไป ด้วย ตราสารที่สามารถชำ ระอากรเป็นตัวเงิน มีดังนี้ (1) ตราสารเช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพที่มีค่าเช่า ตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไป หรือ รัฐบาล องค์การของรัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้เช่า (2) ตราสารเช่าซื้อทรัพย์สิน เฉพาะที่นิติบุคคลหรือสถาบันการเงินหรือผู้ ประกอบธุรกิจสินเชื่อ ส่วนบุคคลภายใต้การกำ กับเป็นผู้ให้เช่าซื้อทรัพย์สินนั้น (3) ตราสารจ้างทำ ของที่มีค่าตอบแทนหรือสินจ้างตามสัญญาตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไปหรือ องค์การของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือ องค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น เป็นผู้ว่าจ้างและ มีสินจ้างตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป (4) กู้ยืมเงิน หรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร (5) กรมธรรม์ประกันภัย (6) โอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ พันธบัตร และใบรับรองหนี้ ซึ่งบริษัท สมาคม คณะบุคคล หรือองค์การใด ๆ เป็นผู้ออก (7) ใบมอบอำ นาจ (8) ใบมอบฉันทะสำ หรับให้ลงมติในที่ประชุมบริษัท (9) ตั๋วแลกเงินหรือตราสารทำ นองเดียวกันที่ใช้อย่างตั๋วแลกเงิน (10) ตั๋วสัญญาใช้เงินหรือตราสารทำ นองเดียวกันที่ใช้อย่างตั๋วสัญญาใช้ เงิน (11) บิลออฟเลดิง


(12) ใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้ หรือใบรับรองหนี้ของบริษัท สมาคม คณะบุคคล หรือองค์การใด ๆ (13) พันธบัตรของรัฐบาลที่ขายในประเทศไทย (14) เช็ค หรือหนังสือคำ สั่งใดๆ ที่ใช้แทนเช็ค (15) ใบรับฝากเงินประเภทเงินฝากประจำ ของธนาคารโดยมีดอกเบี้ย (16) เลตเตอร์ออฟเครดิต (17) เช็คสำ หรับผู้เดินทาง (18) ใบรับของ เฉพาะกิจการรับขนส่งทางอากาศที่กระทำ โดยผู้ประกอบ การที่เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย (19) ค้ำ ประกัน เฉพาะที่สถาบันการเงิน แต่ไม่รวมถึงบริษัทประกันภัย เป็นคู่สัญญา (20) จำ นำ (21) ใบรับของคลังสินค้า (22) คำ สั่งให้ส่งมอบของ (23) ตัวแทน (24) คำ ชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ (25) คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร เฉพาะที่ต้นฉบับแห่งตราสารนั้น ต้อง ชำ ระอากรแสตมป์เป็น ตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากร (26) หนังสือสัญญาห้างหุ้นส่วน (27) ใบรับสำ หรับการขาย ขายฝาก ให้เช่าซื้อ หรือโอนกรรมสิทธิ์ ยาน พาหนะ ทั้งนี้ เฉพาะยานพาหนะซึ่งมีการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยาน พาหนะนั้น ๆ เฉพาะที่นิติบุคคลเป็นผู้ขายและ ผู้ให้เช่าซื้อยานพาหนะนั้น ทั้งนี้ ไม่รวมถึงยานพาหนะที่ใช้แล้ว


(28) ใบรับสำ หรับการขายเรือกำ ปั่น เรือที่มีระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป เรือ กลไฟ หรือเรือยนต์ที่มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป (29) ใบรับเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล อากรแสดมป์สำ หรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ (E -Stamp) ปัจจุบันมีการทำ ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น กรมสรรพากรจึงได้ออก ประกาศให้ตวาสาร นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส 5 ประเภท ชำ ระอากรแสดมปีเป็น ตัวเงินได้ ได้แก่ 1. สัญญาจ้างทำ ของ 2 สัญญากู้ยืมเงินหรือทำ การตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร 3. ใบมอบอำ นาจ 4. ใบมอบฉันทะ สำ หรับใช้ลงมดีในที่ประชุม 5. สัญญาค้ำ ประกัน ตราสารข้างตันสามารถชำ ระอากรแสดมป์เป็นตัวเงินได้ผ่านระบบเครือช่า ยอินเทอร์เน็ต (แบบอ.ส.9) ได้ที่ www.rd.go.th


5. การคำ นวณและการบันทึกบัญชีอากรแสตมป์ การคำ นวณอากรแสตมปีที่ต้องเสีย ให้พิจารณาว่าตราสารที่จัดทำ เข้าช่ายที่ ต้องเสียอากร แสตมป์หรือไม่ หากไม่เข้าช่ายก็ไม่ต้องเสียอากร เช่น การทำ สัญญาซื้อขาย เป็นต้น ตัวอย่างที่ 9.1 สัญญาเช่าตึกหลังหนึ่งราคาตามสัญญาเช่าเตือนละ 20,000 บาท กำ หนดสัญญาเช่า 1 ปี เงินกินเปล่า 50,000 บาท ต้องเสียอากร แสตมป์เท่าใด จำ นวนเงินตามสัญญาเช่า = 50,000 +(20000x12) = 290.000 สัญญาเช่าทุกจำ นวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของเงิน 1,000 บาท เสีย อากร 1 บาท ค่าอากรแสตมป์ = 290,000/1,000 = 290 บาท การบันทึกบัญชีอากรแสตมป์ การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับอากรแสตมป์แบ่งเป็น 2 กรณีดังนี้ 1. กรณีอากรแสตมป์ปิตทับ 2. กรณีการชำ ระอากรเป็นตัวเงิน 1. กรณีอากรแสตมป์ปิดทับ เมื่อซื้ออากรแสตมป์ (บันทึกเป็นสินทรัพย์) Dr.อากรแสตมป์ xx Cr.เงินสด xx


เมื่อเบิกใช้อากรแสตมป์ Dr.ค่าอากรแสตมป์ xx Cr.อากรแสตมป์ xx เมื่อซื้ออากรแสตมป์ (บันทึกเป็นค่าใช้จ่าย) Dr.ค่าอากรแสตมป์ xx Cr.เงินสด xx เมื่อเบิกใช้อากรสแตมป์ -ไม่บันทึกในวันสิ้นงวดบัญชี ให้ทำ การตรวจนับแสตมป์คงเหลือ และทำ การปรับปรุงอากร แสตมป์คงเหลือ Dr.อากรแสตมป์ xx Cr.ค่าอากรแสตมป์ xx 2. กรณีการชำ ระอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน Dr. ค่าอากรแสตมป์/อากรแสตมป์ใช้ไป xx Cr. เงินสด xx กรณีนี้จะไม่มีอากรแสตมป์คงเหลือ


ตัวอย่างที่ 9.2 บริษัท น้ำ ทิพย์ จำ กัด ซื้อแสตมปี เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 25x1 ไว้ ในกิจการ 2,000 บาท บันทึกไว้ในบัญชีสินทรัพย์ ต่อมาได้เบิกใช่ในวันที่ 5 ก.ค. 25x1 เพื่อใช้ในการทำ สัญญาจ้างคนงานเดือนละ 15,000 บาท เป็น เวลา 1 ปี วันที่ 10 ส.ค. 25x 1 เบิกใช้แสตมป์เพื่อกระทำ หนังสือมอบอำ นาจ 30 บาท การบันทึกบัญชี เป็นดังนี้ 10 มิ.ย. 25X1 Dr.อากรแสตมป์ 2,000 Cr.เงินสด 2,000 5 ก.ค. 25x1 สัญญาจ้างทำ ของทุกจำ นวนเงิน 1,000 บาท หรือเศนของเงิน 1,000 บาท เสียอากร 1 บาท มูลค่าสัญญาจ้าง = 15,000X12 ค่าอากรแสตมป์ = 180,000/1,000 = 180 บาท Dr.ค่าอากรสแตมป์/อากรแสตมป์ใช้ไป 180 Cr.อากรแสตมป์ 180 10 ส.ค. 25x1 เบิกใช้แสตมป์เพื่อกระทำ หนังสือมอบอำ นาจ 30 บาท Dr. อากรแสดมป์ใช้ไป 30 Cr. อากรแสตมป์ 30


ตัวอย่างที่ 9.3 บริษัท ไทย จำ กัด เช่าอาคารสำ นักงานจาก บริษัท พัฒนา จำ กัตเพื่อใช้เป็น สถานประกอบการ ระยะเวลาการเช่า 3 ปี ค่าเช่าทั้งสิ้น 1.000.000 บาท โดยได้ทำ สัญญาและลง ลายมือชื่อ ในวันที่ 14 กันยายน 25x1 ค่าเช่าทั้งสิ้น = 1,000,000 บาท สัญญาเช่าทุกจำ นวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของเงิน 1,000 บาท เสียอากร 1 บาท ค่าอากรแสตมป์ = 1,000,000 บาท /1,000 = 1,000 บาท ผู้ให้เช่า(บริษัท พัฒนา จำ กัด) มีหน้าที่ต้องยื่นขอชำ ระอากรเป็นตัวเงิน โตยใช้แบบ อ.ส.4 เนื่องจากสัญญาเช่าที่มีจำ นวนเงิน 1,000.,000 บาทขึ้น ไป ต้องชำ ระอากรเป็นตัวเงิน ณ สำ นักงานสรรพากร พื้นที่สาขา ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันทำ กระทำ ตราสารนั้น 14 ก.ย. 25X1 Dr. ค่าอากรแสตมป์ 1,000 Cr.เงินสด/ธนาคาร 1,000


6. บทกำ หนดโทษเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ประมวลรัษฎากรไต้กำ หนดโทษเรื่องอากรแสตมป์ดังนี้ ทางแพ่ง 1. ถ้าตราสารที่มิได้ปิดแสตมปับริบูรณ์ ถ้าเกิน 15 วัน แต่ไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันที่ต้องปิด แสตมป์บริบูรณ์ ให้เรียกเก็บเงินเพิ่มเป็น 2 เท่าจำ นวน อากรหรือเป็นเงิน 4 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า 2. ถ้าตราสารที่มิได้ปิดแสตมป๊บริบูรณ์ ถ้าเกิน 90 วัน นับแต่วันที่ต้องปิด แสตมบีบริบูรณ์ ให้เรียกเก็บเงินเพิ่มเป็น 5 เท่าจำ นวนอากรหรือเป็นเงิน 10 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า 3. ถ้าเจ้าพนักงานตรวจพบต้องเสียเงินเพิ่มเป็น 6 เท่าจำ นวนอากรหรือ เป็นเงิน 25 บาท แล้ว แต่อย่างใดจะมากกว่า ทางอาญา 1. ผู้ใดมีหน้าที่เสียอากร หรือขีดฆ่าแสตมป์ เพิกเฉย หรือปฏิเสธไม่เสีย อากร หรือไม่ขีดฆ่า แสตมป์ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท 2. ผู้ใดออกใบรับไม่ถึง 10 บาท สำ หรับมูลค่าตั้งแต่ 10 บาทขึ้นไป หรือ แบ่งแยกมูลค่าที่ได้รับชำ ระนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียอากรก็ดี จงใจกระทำ หรือ ทำ ตราสารให้ผิดความจริงเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวดอากร แสตมป์ มีความผิดต้องระวังโทษปรับไม่เกิน 200 บาท 3. ผู้ใดจงใจลงวันเดือนปีที่ขีดฆ่าแสตมป์เป็นเท็จ ต้องระวังโทษปรับไม่ เกิน 500 บาท หรือจำ คุกไม่เกิน 3 เดือน หรือทั้งจำ ทั้งปรับ 4. ผู้ใดไม่ทำ หรือไม่เก็บบันทึกตาม หรือไม่ออก ใบรับให้ทันทีที่ถูกเรียก ร้องตามมาตรา 106 หรือออกใบรับซึ่งไม่ผิดแสตมป์ตามจำ นวนอากรที่ต้องเสีย ต้องระวังโทษปรับไม่เกิน 500 บาท


5. ผู้ใดโดยตนเองหรือสมทบกับผู้อื่นทำ ให้ไม่มีการออกใบรับหรือออก ใบรับให้ทันทีทันทีที่รับเงินหรือชำ ระราคาตาม หรือออกใบรับเป็นจำ นวนเงิน น้อยกว่าที่รับเงินหรือรับชำ ระราคาจริง ต้องระวังโทษปรับไม่เกิน 500 บาท หรือ จำ คุกไม่เกิน 1 เดือนหรือทั้งจำ ทั้งปรับ 6. ผู้ใดโดยรู้อยู่แล้วไม่อำ นวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือนาย ตรวจในการปฏิบัติตามหน้าที่ หรือโดยรู้อยู่แล้วหรือจงใจไม่ปฏิบัติตามคำ เรียก หรือไม่ยอมให้ยึดตราสารหรือเอกสารหรือไม่ปฏิบัติตามหมายของพนักงานเจ้า หน้าที่หรือนายตรวจ หรือไม่ยอมตอบคำ ถามเมื่อซักถามหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติ มาตรา 105 ทวิ มาตรา 105 จัตวา หรือมาตรา 123 ทวิ มีมีความผิดต้องระวัง โทษปรับไม่เกิน 500 บาท 7. ผู้ใดโดยเจตนาทุจริตมีแสตมป์ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นแสตมป์ปลอมก็ดี หรือ ค้าแสตมป์ที่ใช้แล้วหรือที่มีกฎกระทรวงประกาศให้เลิกใช้เสียแล้วก็ดี ผู้นั้นมี ความผิดต้องระวังโทษปรับไม่เกิน 500 บาท หรือจำ คุกไม่เกิน 3 ปี หรือทั้งจำ ทั้งปรับ


สรุป อากรแสตมปีเป็นภาษีตามประมวสรัษฎากรประเภทหนึ่ง จัดเก็บจาก การกระทำ ตราสาร 28 ลักษณะ ตามที่กำ หนดไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ได้แก่ ตราสารเช่าที่กับโรงเรือน เช่าซื้อทรัพย์สิน จ้าง มี2 วิธีคือ วิธีแสตมปีปิด ทับ การปิดแสตมปับริบูรณ์คือการได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ทั ทำ ของ กู้ยืม เงิน ฯลฯ วิธีการเสียอากรแสตมป์สำ หรับการทำ ตราสาร เรียกว่า"ปิดแสตมป์ บริบูรณ์"ก่อนกระทำ หรือในทันทีที่ทำ ตราสารเป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้อง เสียและได้ขีดฆ่าแสตมปีนั้นแล้ว และ วิธีชำ ระเป็นตัวเงิน คือการได้เสียอากร เป็นตัวเงิน เป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียตามบทบัญญัติใน หมวดอากร แสตมปี หรือตามระเบียบที่อธิบดีจะไต้กำ หนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำ เนา ตราสารนั้นเป็นพยาน หลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะไต้เสียอากรโดยปิด แสตมป์ครบจำ นวนอัตราในบัญชีท้าย หมวดอากร แสตมป์ และขีดฆ่าแล้วแต่ ทั้งนี้ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากร นอกจากนั้นกฎหมายยังห้ามเจ้าพนักงานรัฐบาลลงนามรับรู้ยอมให้ทำ หรือ บันทึกสิ่งใด ๆ ใน ตราสารดังกล่าวด้วย จนกว่าจะได้มีการเสียอากรให้ครบถ้วน เสียก่อน


แบบฝึกทักษะ 1. บริษัท ไทย จำ กัด ซื้ออากรแสตมป์เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 25x1 มาใช้ในกิจการ 500 ดวง ๆ ละ 10 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 25x1 เบิกใช้แสตมป์ในการทำ สัญญาจ้าง 50,000 บาท ติด อากรแสตมป์จำ นวน 50 บาท ให้บันทึกบัญชีเกี่ยวกับอากรแสตมป์ วิธีการคำ นวณ 1. กรณีอากรแสตมป์ปิดทับ เมื่อซื้ออากรแสตมป์ (บันทึกเป็นสินทรัพย์) เมื่อซื้ออากรแสตมป์ (บันทึกเป็นค่าใช้จ่าย) 10 พ.ย. 25X110 พ.ย. 25X1 เดบิต ............................. เดบิต .................................... เครดิต.................................... เครดิต ................................... เมื่อเบิกใช้อากรแสตมป์ เมื่อเบิกใช้อากรแสตมป์ 14 ธ.ค. 25X114 ธ.ค. 25X1 เดบิต ......................... เครดิต ...................... 50 ในวันสิ้นงวดบัญชี ให้ทำ การตรวจนับแสตมป์ คงเหลือ คงเหลือ และทำ การปรับปรุงอากรแสตมป์ เดบิต .............................................. เครดิต ...............................................


2. บริษัท มานี จำ กัด เช่าอาคารสำ นักงานจาก บริษัท มานา จำ กัดเพื่อใช้เป็นสถาน ประกอบการ ระยะเวลาการเช่า 3 ปี ค่าเช่าทั้งสิ้น 500,000 บาท โดยได้ทำ สัญญา และลงลายมือชื่อ ในวันที่ 14 กันยายน 25x1 ค่าเช่าทั้งสิ้น = ......................... สัญญาเช่าทุกจำ นวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของเงิน 1,000 บาท เสียอากร 1 บาท ค่าอากรแสตมป์ = .............................. = .............................. ผู้ให้เช่า (บริษัท พัฒนา จำ กัด) มีหน้าที่ต้องยื่นขอชำ ระอากรเป็นตัวเงิน โดยใช้แบบ อ.ส.4เนื่องจากสัญญาเช่าที่มีจำ นวนเงิน 500,000 บาทขึ้นไป ต้องชำ ระอากรเป็นตัว เงิน ณ สำ นักงานสรรพากร พื้นที่สาขา ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันทำ กระทำ ตราสารนั้น 14 ก.ย. 25x1 เดบิต ............................................................ เครดิต ..................................................


3. บริษัท สมคิด จำ กัด ซื้อแสตมป์ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 25x1 ไว้ในกิจการ 3,000 บาท บันทึกไว้ในบัญชีสินทรัพย์ ต่อมาได้เบิกใช้ในวันที่ 5 ก.ค. 25x1 เพื่อใช้ในการทำ สัญญาจ้างคนงานเดือนละ 13,000 บาท เป็นเวลา 1 ปี วันที่ 10 ส.ค. 25x1 เบิกใช้ แสตมป์เพื่อกระทำ หนังสือมอบอำ นาจ 50 บาทการบันทึกบัญชี เป็นดังนี้ 10 มิ.ย. 25x1 เดบิต ..................................... เครดิต ....................................... 5 ก.ค. 25x1 สัญญาจ้างทำ ของทุกจำ นวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของเงิน 1,000 บาท เสียอากร 1 บาท มูลค่าสัญญาจ้าง = ....................... ค่าอากรแสตมป์ = ........................ = ....................... เดบิต ........................................... เครดิต ........................................ 10 ส.ค. 25x1 เบิกใช้แสตมป์เพื่อกระทำ หนังสือมอบอำ นาจ 50 บาท เดบิต ................................. เครดิต .............................


แบบทดสอบหลังเรียน 1. ตราสารที่ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ ถ้าเกิน 90 วัน จะเสียเงินเพิ่มเท่าใด ก. 2 เท่าหรือ 4 บาท แล้วแต่จำ นวนใดมากกว่า ข. 4 เท่าหรือ 15 บาท แล้วแต่จำ นวนใดมากกว่า ค. 5 เท่าหรือ 10 บาท แล้วแต่จำ นวนใดมากกว่า ง. 6 เท่าหรือ 25 บาท แล้วแต่จำ นวนใดมากกว่า 2. ความรับผิดของผู้ที่ไม่ออกใบรับคือข้อใด ก. ปรับไม่เกิน 500 บาท ข. ปรับไม่เกิน 500 บาท หรือจำ คุกไม่เกิน 1 เดือน ค. ปรับไม่เกิน 500 บาท หรือจำ คุกไม่เกิน 3 เดือน ง. ปรับไม่เกิน 2,000,000 บาท 3. สัญญาจ้างทำ ของทั่วไปจำ นวนเงินตามสัญญาเท่าไหร่ขึ้นไป สามารถชำ ระอากร ตัวเงินได้ ก. 200,000 บาท ข. 500,000 บาท ค.1,000,000 บาท ง. 2,000,000 บาท 4. สัญญาสัญญาใดต่อไปนี้ไม่ต้องติดอากรแสตมป์ ก. สัญญาจ้างเหมาแรง ข. สัญญาซื้อขาย ค. สัญญาเช่าที่ดิน ง. สัญญาเช่าซื้อ


5. ตราสารสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ที่กรมสรรพากรประกาศให้ชำ ระอากรแทนตัวเงิน ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากรคือตราสารใดต่อไปนี้ยกเว้นข้อใด ก. สัญญาจ้างทำ ของ ข. ใบมอบอำ นาจ ค. สัญญากู้ยืมเงิน ง. สัญญาเช่า 6. นายคำ กู้ยืมเงินจากธนาคารเป็นเงิน 1,000,000 บาท สัญญากู้ยืมเงินต้องติด อากรแสตมป์เท่าไหร่ ก. 200 บาท ข. 300 บาท ค. 400 บาท ง. 500 บาท 7. สัญญาจ้างทำ ของที่ทำ กับ จำ นวนเท่าไหร่ขึ้นไปต้องชำ ระอากรเป็นตัวเงิน ก. 100,000 บาท ข. 200,000 บาท ค. 500,000 บาท ง. 1,000,000 บาท 8. บริษัทขายสินค้าโดยทำ สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ มูลค่า 50,000 บาท สัญญาดังกล่าว ต้องเสียอากรหรือไม่ ถ้าเสียต้องเสียเท่าใด ก. ไม่ต้องเสีย ข. เสียอากรแสตมป์ 25 บาท ค. เสียอากรแสตมป์ 50 บาท ง. เสียอากรแสตมป์ 100 บาท


9. แบบที่ใช้ยื่นยื่นขอชำ ระอากรเป็นตัวเงินคือข้อใด ก. แบบ อ.ส.1 ข. แบบ อ.ส.2 ค. แบบ อ.ส.3 ง. แบบ อ.ส.4 10. กิจการซื้อแสตมป์ปิด 1000 บาท และบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อซื้อ เมื่อกิจการ เบิกใช้อากรแสตมป์ 200 บาท จะบันทึกบัญชีอย่างไร ก. ไม่บันทึกบัญชี ข. เดบิต อากรแสตมป์ใช้ไป 200 เครดิต อากรแสตมป์ 200 ค. เดบิต อากรแสตมป์ 200 เครดิต อากรแสตมป์ใช้ไป 200 ง. เดบิต อากรแสตมป์ใช้ไป 800 เครดิต อากรแสตมป์ 800


Click to View FlipBook Version