The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

new technique of Ikat design. designed by Sombat Prajonsant

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sombat_pra, 2022-04-20 23:42:38

The Blurred motifs of Ikat Handbook

new technique of Ikat design. designed by Sombat Prajonsant

Keywords: design,Ikat,Textile,motif,silk,Mudmee

ชุดโครงการ วช. 63 สร้างสรรค์งานศลิ ป์

สนบั สนนุ โดยสานักงานการวจิ ยั แหง่ ชาติ (วช.)

Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

รองศาสตราจารย์สมบตั ิ ประจญศานต์
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั บุรีรัมย์



คานา

โครงการเทคนิคการออกแบบลายแบบพรา่ เลือนในงานไหมมัดหม่ีน้ีได้รับ
ทุนสนับสนุนการวิจัยจากชุดโครงการ วช. 63 สร้างสรรค์งานศิลป์ ของสานักงาน
การวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประจาปีงบประมาณ 2563 ได้ดาเนินการสาเร็จลุล่วง
ด้วยดี ผู้เขียนขอขอบพระคุณผู้ทรงคุณวุฒิของสานักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ในการให้คาแนะนาที่เป็นประโยชน์ย่ิงต่อการดาเนินโครงการ รวมถึงบุคลากรของ
สานกั งานการวจิ ยั แหง่ ชาติ (วช.) ในการอานวยความสะดวกประสานงานโครงการ
ด้วยดี ขอบพระคุณรายการหัวใจในลายผ้า สถานีโทรทัศน์ Thai PBS ในการ
เผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน และขอบพระคุณกลุ่มผู้ผลิตผ้าทอพื้นบ้านจังหวัด
บุรีรัมย์ทุกกลุ่มท่ีให้ความอนุเคราะห์ร่วมดาเนินการพัฒนาผลงานตลอดโครงการ
รวมถึงสานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ในความอนุเคราะห์ร่วมให้คาแนะนา
และประสานงานกับกลุ่มผ้ผู ลิตดว้ ยดี

ผู้เขยี นหวงั เป็นอย่างยิ่งว่า คู่มอื ถ่ายทอดองค์ความรู้สูก่ ารผลติ ฉบบั น้ีจะ
อานวยประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการ นักศึกษา นักออกแบบและผู้สนใจให้นาไปสู่
การสร้างสรรค์ต่อยอดการพัฒนาผลติ ภณั ฑผ์ ้าไหมมัดหมี่ให้มคี วามงดงาม อนั เปน็
การสืบสาน รักษา และต่อยอดภูมปิ ัญญาท้องถิน่ ด้านการออกแบบและผลิตผ้า
มดั หมีท่ อมือใหด้ ารงคงอยู่เป็นมรดกงานหตั ถศลิ ป์ของชาติสบื ไป

สมบัติ ประจญศานต์
2564

1

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพรา่ เลือนในงานไหมมัดหมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

สารบัญ หนา้
1
คานา 2
สารบัญ 3
บทคดั ย่อ
4
1. ความนา 8
2. ความพร่าเลือนท่ีเคยมใี นงานมัดหมี่ 11
3. การกาหนดแนวคดิ ในการออกแบบ 23
4. เทคนคิ การสรา้ งลายแบบพรา่ เลอื น 32
5. ผลงานออกแบบสร้างสรรค์ผา้ ไหมมัดหมลี่ ายแบบพร่าเลอื น
45
บรรณานกุ รม 46
ประวัตผิ ู้เขียน

2

เทคนิคการออกแบบลายแบบพร่าเลอื นในงานไหมมัดหม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

บทคดั ย่อ

“พร่าเลอื น” เป็นสภาวะทคี่ ลมุ เครอื ไม่อาจมองเห็นได้อย่างชัดเจน ซ่ึงเกิดจากเหตุ
ทางกายหรือทางจิตใจ คาน้ีมีการนาไปใช้ในหลากหลายแวดวง รวมท้ังการสร้างสรรค์งาน
ศลิ ปะ ซึ่งในการผลิตสรา้ งผา้ ไหมมัดหม่ีทอมอื แม้จะมกี ารสรา้ งสรรคด์ ว้ ยเทคนิคพร่าเลือนอยู่
บ้าง แต่ยังไม่มีการอธิบายความ หรือออกแบบเทคนิคแบบใหม่จากที่มีอยู่แล้วถอดเป็นองค์
ความรู้ จงึ เกดิ โครงการวจิ ัยเทคนิคการออกแบบลายแบบพรา่ เลอื นในงานไหมมดั หมี่ครง้ั นโ้ี ดย
มีวัตถุประสงค์ของโครงการเพ่ือออกแบบและจัดแสดงนิทรรศการผลงานผ้าไหมมัดหม่ีท่ีใช้
เทคนิคการสรา้ งลายแบบพรา่ เลอื น และถอดเปน็ องคค์ วามร้นู าไปส่กู ารจัดทาคู่มือในการผลิต
เทคนิคการออกแบบลายพร่าเลือนในงานไหมมัดหมี่เพื่อใช้ในการถ่ายทอดบริการวิชาการสู่
ชุมชน โครงการนี้โดยมีแผนการทางาน จานวน 9 ขั้นตอนคือ 1) การกาหนดแนวคิดในการ
ออกแบบ 2) การออกแบบร่าง 3) การพัฒนาต้นแบบจากแบบร่าง 4) การประกอบสร้าง
ผลิตผ้าไหมมัดหม่ี 5) การเก็บรายละเอียด 6) การเปรียบเทียบผลงานท่ีได้กับแบบ 7)
จัดทาสูจิบัตร 200 เล่มประกอบการแสดงผลงานสร้างสรรค์ในรูปนิทรรศการ 8) จัดทาคู่มือ
การอบรม 200 เล่มเพื่อจัดการอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนให้กับกลุ่มผู้ผลิต 10 กลุ่ม
จานวน 50 คน และ 9) ถอดองค์ความรู้ เขียนรายงานฉบับสมบูรณ์ ผลของการวิจัยได้เสนอ
เทคนิคการสร้างลายแบบพร่าเลือนในงานไหมมัดหมี่ 6 วิธี ได้แก่ พร่าเลือนด้วยการทาให้
เสียหาย พร่าเลือนด้วยการแทรกแซง พร่าเลือนด้วยการกระจัดกระจาย พร่าเลือนด้วยการ
ทับซ้า พร่าเลือนดว้ ยความคลุมเครือ และพรา่ เลอื นด้วยการทับซ้อน เกิดผลผลิตเป็น 1) คู่มือ
องค์ความรู้เพื่อการถ่ายทอด จานวน 200 เล่ม 2) แบบลายใหม่ จานวน 6 แบบ และ 3)
ตน้ แบบผา้ ไหมมัดหมล่ี ายใหม่ จานวน 20 ผืน ผลลัพธข์ องโครงการทาให้เกิดการพฒั นาทกั ษะ
ดา้ นการออกแบบและผลิตผ้าไหมมดั หมี่ลายพร่าเลือน สามารถผลิตเป็นสินค้าทางวัฒนธรรม
ของจังหวัดบุรีรัมย์ต่อไป โดยเทคนิคการทับซ้า เทคนิคการทับซ้อนและเทคนิคการทาให้
เสยี หายแบบการล้างสีสามารถใชแ้ ก้ไขผ้าผืนที่มีตาหนิของลายหรือสไี ด้
คาสาคญั : ออกแบบ, ไหม, มดั หมี่, ลาย ,พร่าเลือน

3

เทคนิคการออกแบบลายแบบพรา่ เลอื นในงานไหมมดั หม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

1. ความนา

มัดหม่ี (Mudmee, Ikat) เป็นเทคนิคการสร้างลวดลายให้เกิดข้ึนกับ
เส้นด้ายทางเส้นพุ่ง หรือเส้นยืน หรือท้ังเส้นพุ่งและเส้นยืน โดยท่ีมีการค้นหม่ีเพ่ือ
ทบเส้นด้ายและแยกเส้นด้ายเป็นกลุ่ม ๆ เรียกว่า “ลา” ตามการซ้าของลาย
(Repeat) จากนน้ั ทาการมัดด้วยเส้นเชือกในตาแหน่งสีของลายเป็นเปลาะเพื่อกัน
สที จี่ ะทาการย้อมไม่ให้ซึมเข้าไปในเส้นด้ายที่มัดเชือกไว้ โดยมัดเก็บในตาแหน่งสี
ของลายท่ียอ้ มไดใ้ นแต่ละคร้ัง ทลี ะสี ๆ จนไดส้ สี ันของด้ายในตาแหน่งของลายผ้า
ทั้งหมด ในขนั้ ตอนน้จี งึ ต้องมีการวางแผนจัดลาดับให้มีการมัด การโอบ การย้อมสี
การแก้หม่ี (ตัดเชือกที่มัดเป็นเปลาะ) หลายครั้งขึ้นอยู่กับจานวนสีของลายที่ได้
ออกแบบไว้ จากนั้นนาเส้นด้ายน้ันไปทอให้เป็นผืนผ้า โดยจัดเรียงลายมัดหมี่ใน
เสน้ ดา้ ยให้ตรงตาแหน่งของลาย จึงจะได้ผ้ามัดหมี่ที่สวยงาม ถือเป็นงานหัตถศิลป์
ดังนั้นผู้สร้างสรรค์งานไหมมัดหมี่ย่อมถือเป็นช่างศิลป์ เป็นศิลปินท่ีผลิตผลงานท่ี
เครอื่ งจักรอตุ สาหกรรม หรือปญั ญาประดิษฐ์ยงั ไมส่ ามารถกระทาแทนได้

เทคนิคมัดหม่ีนี้ถือเป็นองค์ความรู้ส่วนหนึ่งของภูมิปัญญาการผลิตผ้าทอ
มือต้ังแต่การปลูกหม่อนเล้ียงไหม การสาวไหม การฟอก การย้อมสี การค้นหมี่
การสืบหูก การมัดหม่ี การทอ การตกแต่งสาเร็จ (Finishing) รวมถึงการแปรรูป
ผลิตภัณฑ์ ดังภาพที่ 1-2 จึงถือว่างานไหมมัดหม่ีเป็นผลผลิตแห่งภูมิปัญญาท่ีมี
คณุ คา่ และมลู คา่ สามารถผลติ เป็นสนิ คา้ ทางวัฒนธรรมตามแนวทางของเศรษฐกิจ
สร้างสรรคไ์ ด้ ทาใหเ้ กิดคุณค่าทางสังคมและมลู ค่าทางเศรษฐกิจ

4

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพรา่ เลอื นในงานไหมมดั หม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ภาพที่ 1 การปลูกหมอ่ นเลยี้ งไหมเพ่ือผลิตผา้ ไหมมดั หมี่ทอมอื ในจังหวัดบุรรี มั ย์

ภาพที่ 2 การมัดหมี่

5

เทคนิคการออกแบบลายแบบพร่าเลือนในงานไหมมัดหม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

สมบัติ ประจญศานต์ (2558 : 103-111) เสนอแนวคิดการวิเคราะห์ถึง
ภูมิปัญญาท้องถ่ินในการเลือกใช้สีในผ้าไหมมัดหมี่ พบว่า ส่วนใหญ่จะออกแบบ
โดยใช้สีของลายเป็นสีน้าเงิน เหลือง แดง เขียว ดา และขาว ลายดังกล่าวจะวาง
บนพื้นสีหนึง่ โดยเลอื กใช้สเี ปลี่ยนไปในแตล่ ะผนื ดังภาพท่ี 3 อาจเป็นเพราะว่าช่าง
ยอ้ มจะทาตามตัวอย่าง แบบแผนของบรรพบุรุษซึ่งเดิมย้อมสีไหมด้วยธรรมชาติซ่ึง
มพี ืช หรอื สัตว์ที่ให้สีหลัก ได้แก่ ครามให้สีน้าเงิน เขหรือขนุนให้สีเหลือง ครั่งให้
สีแดง เปลือกหรือใบพืชหลายชนิดให้สีเขียว มะเกลือให้สีดา และการมัดเก็บ
ไหมโดยไม่ให้ถูกสีย้อมจะได้สีขาว เมื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาและแบบแผนการ
เลือกใช้สีมาดังน้ีเม่ือมีการใช้สีเคมีในการย้อมก็ยังคงยึดถือแบบแผนน้ีสืบมาไม่
เปล่ียนแปลง เมื่อทดลองนาสีของลายผ้าไหมมัดหมี่ท่ีบรรพชนนิยมใช้คือสีน้าเงิน
เหลือง แดง เขียว มาจัดเรียงตามค่าน้าหนักของสีในวงจรสีที่แบ่งค่าน้าหนักจาก
น้าหนักเข้มสุดคือสีม่วง (ระดับ 1) ไปหาน้าหนักเบาสุดคือสีเหลือง (ระดับ 7)
ภาพที่ 4 สามารถถอดรหัสภูมิปัญญาการเลือกใช้สีในงานมัดหม่ีจะใช้สีลายมัดหม่ี
ท่ีมคี ่าน้าหนัก 3, 5 และ 7 กลา่ วคอื สีน้าเงินกับสีแดง มีค่าน้าหนัก 3 สีเขียว มี
ค่าน้าหนัก 5 และสีเหลือง มีค่าน้าหนัก 7 ซึ่งเป็นสีท่ีมีค่าน้าหนักไม่ชิดกันทาให้
เกิดความแตกต่างของน้าหนักสีส่งผลให้สีของลวดลายมีความเปรียบต่างกับสีของ
พ้นื ทาให้เกิดความคมชดั ของลาย แลเห็นว่างามตา

ภาพที่ 3 การออกแบบสขี องลายในงานมัดหม่ีดั้งเดิมเพื่อให้เกดิ ความคมชัดของลาย

6

เทคนิคการออกแบบลายแบบพรา่ เลือนในงานไหมมัดหม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

1 35 7

ค่าน้าหนกั ของสใี นวงจรสจี ากน้าหนักเข้มสดุ คือสมี ว่ ง (ระดับ 1)
ไปหาน้าหนกั เบาสดุ คอื สเี หลือง (ระดับ 7)

ภาพที่ 4 คา่ นา้ หนักของสีในวงจรสี
ทม่ี า : สมบตั ิ ประจญศานต์. 2558 : 103

งานมัดหมี่เดิมส่วนใหญ่นิยมให้ได้ลวดลายมองเห็นได้อย่างชัดเจน หากมี
การมัดย้อมได้ลายท่ีไม่คมชัด หรือความไม่สม่าเสมอของลวดลายซ้าท้ังผืนผ้าน้ัน
ถือว่าเป็นตาหนิของผ้าผืนนั้น แต่ผู้วิจัยเห็นว่าลายพร่าเลือนเป็นเทคนิคใหม่ ซึ่ง
เทคนิคพร่าเลือนน้ีได้เป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินอื่นสร้างสรรค์งานมาแล้วท้ังงาน
จิตรกรรม และประยกุ ตศ์ ิลป์ เช่น ผ้าพิมพ์ลาย ภาพถ่าย ภาพพิมพ์ เรขศิลป์ ฯลฯ
รวมถงึ งานผ้าไหมมัดหมี่ทอมือได้มีการสร้างสรรค์บางเทคนิคแล้ว เช่น การมัดหม่ี
สองทางของประเทศญ่ีปุ่น หรืออินโดนีเซีย แต่ยังไม่มีการริเริ่มสร้างสรรค์เทคนิค
พรา่ เลอื นให้แตกแขนงออกไป รวมถงึ มีการบนั ทึกองค์ความรู้เชิงวิชาการ หากได้มี
การวิจัยดังกล่าว จะทาให้เกิดแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมมัดหม่ีทอมือ
ทท่ี รงคุณค่าทางภูมปิ ญั ญา ให้เกดิ คณุ ค่าทางวิชาการงานศิลป์และเพ่มิ มลู คา่ ได้

7

เทคนิคการออกแบบลายแบบพรา่ เลือนในงานไหมมดั หม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

2. ความพร่าเลอื นทเ่ี คยมีในงานมดั หมี่

จากการศึกษาลวดลายมัดหมี่ตามภูมิปัญญาท้องถิ่นดั้งเดิม ด้วยเทคนิค
การทามัดหม่ีแบบสองทาง (Double Ikat) เช่น ผ้ากาซือริ (Gasuri) เป็นงาน
มัดหม่ีสองทางของชาวญ่ีปุ่น ดังภาพที่ 5 ผ้ามัดหม่ีของชาวอินเดีย (Purva
Khurana, Suman Pant and Chanchai. 2016 : 167-172) ดังภาพที่ 6 หรือ
ผา้ มัดหมี่สองทางของชาวบาหลี อินโดนีเซียท่ีมีการมัดหมี่ท่ีเส้นยืนนามาทอขัดกับ
เส้นพุ่งที่มีการมัดหมี่ทาให้เกิดการซ้อนทับกันของลาย ทาให้เกิดการพร่าเลือนได้
หรือผ้ามัดหมี่ลายอัมปรม ท่ีมีการมัดย้อมให้เป็นจุดประสีขาวเด่นขึ้นจากพ้ืนแดง
ในตารางสี่เหล่ียมเล็ก ๆ (อัจฉรา ภาณุรัตน์ และคณะ. ม.ป.ป. : 7) และโฮลของ
ชาวไทยเขมร ในแถบจงั หวัดบุรีรัมย์หรือจงั หวัดสรุ นิ ทร์ ทีม่ ีลักษณะการมัดหม่ีและ
ใชก้ ารแต้มหมเี่ ปน็ จดุ ด้วยสตี า่ ง ๆ บนเส้นไหม ดังภาพท่ี 7

ภาพที่ 5 ผา้ มดั หมแ่ี บบสองทางของชาวญี่ปุ่น

8

เทคนิคการออกแบบลายแบบพร่าเลอื นในงานไหมมัดหมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ภาพท่ี 6 ผ้ามดั หมี่แบบสองทางของชาวอนิ เดีย
ทม่ี า : Purva Khurana, Suman Pant and Chanchai. 2016 : 170

ภาพท่ี 7 ผ้ามดั หมแ่ี บบลายอัมปรมและโฮลของชาวไทยเขมร

9

เทคนิคการออกแบบลายแบบพรา่ เลอื นในงานไหมมดั หมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

งานออกแบบของศศิวรรณ ดารงศิริ แห่งบริษัท ชบาติก ณ มิ่งเมือง
จากัด ได้นาเทคนิคการมัดหมี่แบบสองทางมาใช้ในงานมัดหม่ีของไทย โดยมีการ
มัดหม่ีที่เส้นด้ายยืนนามาทอขัดกับเส้นด้ายพุ่งที่มีการมัดหมี่ทาให้เกิดการซ้อนทับ
กันของลาย บางครั้งเรียกว่า “หมี่ซ้อน” ซ่ึงการทามัดหมี่แบบสองทางเป็น
เทคนคิ หนง่ึ ทสี่ ามารถสรา้ งลายแบบพรา่ เลือนได้

ภาพที่ 8 ผ้ามัดหม่ีแบบสองทางของบรษิ ัท ชบาติก ณ มงิ่ เมอื ง จากดั
ทีม่ า : ชบาตกิ . 2558

ชนัษฎา จุลลัษเฐียร (2560 : 320,331) ได้ออกแบบเทคนิคแต้มหม่ีแทน
การมดั หม่ี ดว้ ยสรี แี อคทีฟชนิดระบายบนโฮงมัดหมที่ กุ สีพร้อมกันในคร้ังเดียวแทน
การมัดหมี่แบบเดิมร่วมกับขั้นตอนการแช่สารกันสีตกเคลือบด้วยซิลิเกตกันสีตก
ซ่ึงสามารถลดระยะเวลาในการผลิตผ้าไหมทอมือลายมัดหมี่ลงได้ โดยยังใช้
อุปกรณ์เดิม สามารถสร้างลายมัดหมี่ได้ง่ายข้ึน การแต้มสีบนโฮงค้นหมี่ยังมี
ข้อจากัดอยู่ประการหน่ึงคือขนาดของลวดลายโดยพบว่าลวดลายท่ีสามารถทาได้
ด้วยวิธีการแต้มหมี่นั้นเป็นลายท่ีต้องมีขนาดใหญ่ใหญ่พอสมควร เนื่องจากการ

10

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพรา่ เลือนในงานไหมมดั หม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

แต้มสีหมี่แต่ละข้อเพื่อให้สีติดได้ท่ัวถึงจะต้องมีการขย้ีด้วยปลายน้ิวมือให้สีแทรก
ซึมให้ทวั่ เสน้ ด้ายทุกเส้นทีอ่ ยู่ในแตล่ ะลาเพ่อื ใหไ้ ดล้ วดลายท่ีชัดเจนเวลาทาการทอ

ภาพที่ 9 ลวดลายผา้ ไหมแตม้ หมที่ ่ีชนษั ฎา จุลลษั เฐียร ออกแบบสรา้ งสรรค์ขึน้
ทมี่ า : ชนษั ฎา จุลลษั เฐยี ร. 2560 : 335,330

3. การกาหนดแนวคิดในการออกแบบ

จากทุนทางวฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาท้องถิ่นในการผลิตศลิ ปหัตถกรรมผ้า
มัดหมที่ อมอื นามาสู่การออกแบบสร้างสรรคผ์ ้ามดั หม่ีลวดลายแบบพร่าเลือน เพื่อ
สร้างสรรค์ให้เป็นสิ่งใหม่ (New Finding) โดยจากการศึกษา ทบทวนวรรณกรรม
งานออกแบบสร้างสรรค์ และงานวิจัยที่เก่ียวข้อง โดยคาว่า “พร่าเลือน” ถือเป็น
คาสาคัญในการสืบค้นทงั้ ในสาขาภาษาศาสตร์ รัฐศาสตร์ ศลิ ปกรรมศาสตร์ แพทย์
ศาสตร์ ไปสู่การค้นหาเทคนิคที่ทาให้เกิดความพร่าเลือน สามารถกาหนดกรอบ

11

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพรา่ เลอื นในงานไหมมัดหมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

แนวคิดในการออกแบบจากคาสาคัญสู่เทคนิคการผลิต โดยถอดรหัสจาก
ความหมายของคาสู่เทคนิคการสร้างลายแบบพร่าเลือนไดห้ ลายแบบ/เทคนิค ดังน้ี

ความหมายของคา (Meaning)

ทาให้เสยี หาย กระจดั กระจาย บดบงั ทับซ้อน

โฟกสั ผดิ พลาด การละลายฉากหลัง โบเก้ (Bokeh) เบลอ การสั่น
ซบั ซ้อน คลุมเครอื การฟุง้ ไหว มองไมช่ ดั ลกั ษณะลื่นไหล

ความไม่ชดั เจนแบบการต่อโมเสก ความรู้สึกท่ีสับสน ลืม ไม่มีสมาธิ

สญั ญาณรบกวนดจิ ิตอล เกดิ จดุ สขี น้ึ ในภาพ การกระจายตวั
แทรกแซงกจิ การภายในของกนั และกนั

ถอดรหัสความหมาย จากความหมายของคา นามาถอดรหัสไดด้ งั นี้
พร่า เลอื น  พรา่ เลอื นด้วยทาให้เสียหาย

 พร่าเลอื นดว้ ยการแทรกแซง
 พรา่ เลอื นดว้ ยการกระจัดกระจาย
 พร่าเลอื นดว้ ยความคลุมเครือ
 พร่าเลอื นด้วยการทับซ้อน
 พรา่ เลอื นด้วยการทับซ้า

12

เทคนิคการออกแบบลายแบบพรา่ เลอื นในงานไหมมัดหมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

แนวความคิดของเทคนิคการสรา้ งลายแบบพร่าเลือน (Fuzzy Blurry
Motif Techniques Idea) จากการถอดรหัสความหมายของคาสเู่ ทคนิคการสรา้ ง
ลายแบบพรา่ เลือนไดด้ ังนี้

เทคนคิ การทาโครงสร้างของผา้
ใหเ้ สยี หาย

พรา่ เลอื น เทคนิคการออกแบบลายแปรเปลยี่ น
ดว้ ยการทาให้ องค์ประกอบท่ีมองเหน็ ไดเ้ ป็น
องค์ประกอบในความนึกคดิ
เสียหาย
เทคนคิ การกดั /ลา้ ง/ลบบางส่วนของ
ลายมัดหมี่ออกดว้ ยเคมภี ณั ฑ์

พรา่ เลือน เทคนคิ การสร้างภาพซอ้ น
ด้วยการแทรกแซง (ทอคั่นสลับกนั สองลาย)

เทคนคิ การทอแทรกเสน้ พงุ่
ดว้ ยวัสดุอื่น

พรา่ เลือน เทคนิคค้นหม่ีด้วยจานวนรอบ
ดว้ ยการ ทไี่ ม่เทา่ กัน

กระจดั กระจาย เทคนิคออกแบบลายให้
เคลือ่ นจากตาแหนง่

13

เทคนิคการออกแบบลายแบบพร่าเลอื นในงานไหมมดั หมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

พร่าเลือน เทคนคิ การแต้มหมี่ทบั การมดั หมี่
ดว้ ยการทับซ้อน เทคนิคการพมิ พล์ าย (Silkscreen)

พรา่ เลอื น ทับการมดั หม่ี
ดว้ ยความคลมุ เครือ เทคนคิ การมัดหม่ีสองทาง
เทคนิคการพมิ พ์ด้วยวัสดธุ รรมชาติ
หรอื การมัดย้อม ทับบนผา้ มัดหมี่

เทคนคิ การออกแบบลายศลิ ปะ
แบบติดปะตอ่ (Collage Art)

เทคนคิ ออกแบบสแี บบผสานสีทาง
สายตาโดยการใชโ้ ครงสีแบบคู่

ประกอบ หรือแบบตระกูลสเี ดยี วกนั
หรอื วรรณะเดยี วกนั

พรา่ เลือน เทคนิคการกลบกลนื ใหเ้ ลือนราง
ด้วยการทบั ซา้ ด้วยการย้อมสที ับผา้ มดั หม่ี

14

เทคนิคการออกแบบลายแบบพรา่ เลือนในงานไหมมดั หม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ในภูมิปัญญาการออกแบบสร้างสรรค์ผ้าไหมมัดหมี่ทอมือท่ีทาให้เกิดลาย
คมชดั ในทางกลบั กนั หากต้องการหาเทคนิคการสร้างลายให้เกิดความพร่าเลือน
ให้เป็นส่ิงใหม่ (New Finding) จาเป็นต้องคิดกระบวนการที่ต่างจากกระบวนการ
ดง้ั เดมิ ผวู้ ิจยั สามารถนาเสนอรายละเอียดเป็นเทคนิคการสร้างลายแบบพร่าเลือน
ไดด้ งั นี้

1. การค้นหม่ีด้วยจานวนรอบท่ีไม่เท่ากัน ซ่ึงเป็นการเตรียมจานวน
เส้นด้ายพุ่งให้แต่ละลามีจานวนเส้นด้ายไม่เท่ากัน ย่อมส่งผลต่อขนาดของลายใน
แต่ละลามีขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน ทาให้ลายท่ีได้เกิดความไม่คงที่ ไม่สม่าเสมอ
ตลอดทัง้ ผนื ทาใหเ้ กิดการพรา่ เลอื นแบบกระจดั กระจาย

2. การมัดหมี่
2.1 การมดั หมี่ท่ีใช้เชือกโอบมดั เส้นดา้ ยไมแ่ น่น ทาให้สีย้อมสามารถ

ซึมเข้าไปในตาแหน่งท่ีมีเชือกโอบมัดไว้ จึงเกิดการเจือปนของสีในตาแหน่งลาย
หรือการย้อมหมีไ่ มเ่ ข้าข้อ ย่อมสรา้ งความพรา่ เลือนแบบทาให้เสียหายขึ้นได้

2.2 การมัดหมี่ร่วมกับการแต้มหม่ี วิธีการนี้เป็นเทคนิคแบบด้ังเดิม
ของภูมิปัญญาท้องถ่ินในสมัยโบราณท่ีนิยมการแต้มหม่ี หรือการระบายสีย้อมลง
ในตาแหน่งของเส้นด้ายพุ่งที่มีการค้นลาหมี่ไว้แล้ว แต่หากต้องการให้มีการสร้าง
ลายแบบพร่าเลอื น สามารถนามาประยุกต์ใช้ได้โดยหลังจากมีการมัดหม่ีเสร็จแล้ว
ให้แก้เชือกออก ขึงกับโฮงหมี่แล้วทาการแต้มหม่ีหรือระบายสีด้วยพู่กันเป็นลาย
ซ้อนทบั ลงไปดว้ ยสีบาติกย้อมไหมหรือสีรแี อคทีฟและแช่สารซลิ เิ กตกนั สตี ก

2.3 การมัดหม่ีสองทาง เป็นมัดหม่ีท่ีเส้นด้ายพุ่งและเส้นด้ายยืน เมื่อ
มีการทอขัดกันทาให้เกิดการซ้อนทับของลายมัดหม่ีเส้นด้ายพุ่งและเส้นด้ายยืนทา
ให้เกิดความพร่าเลือน วิธีการนี้เป็นเทคนิคแบบดั้งเดิมของภูมิปัญญาท้องถ่ินโดย

15

เทคนิคการออกแบบลายแบบพรา่ เลือนในงานไหมมัดหมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

เฉพาะที่ประเทศญ่ีปุ่น หรืออินโดนีเซีย ทาให้เกิดการซ้อนทับของลายเป็นความ
พร่าเลือนจากการทับซ้อน แต่ในประเทศไทยไม่นิยมแพร่หลาย แต่ในช่วง 10-20
ปีท่ีผ่านมาบริษัทเอกชนมีการผลิตออกมาเป็นสินค้าเพ่ือจาหน่ายแล้ว จึงไม่ใช่
เทคนิควิธีใหม่ แต่สามารถพัฒนาเทคนิคใช้ร่วมกับวิธีการอื่น เช่น การค้นหม่ีด้วย
รอบทไี่ มเ่ ทา่ กัน หรอื การแตม้ หม่ี เป็นต้น จะไดค้ วามพรา่ เลอื นแบบใหม่

3. การลา้ ง
3.1 การล้างในขั้นตอนของการมัดหมี่ ในการย้อมสีเคมีจะต้องมีการ

ล้างสีย้อมท่ี 1 ในตาแหน่งท่ีไม่ต้องการออกก่อนด้วยเคมีภัณฑ์จากนั้นจะทาการ
ย้อมสที ี่ 2 แล้วนาไปมัดโอบเก็บลายตามตาแหน่งของสีที่ 2 ต่อไป ซึ่งในการล้างสี
ออกนี้ หากล้างไมป่ ระณีตจะทาใหส้ ีท่ี 1 ออกไมห่ มด ย่อมทาให้เกิดคราบสีที่ 1 ไป
แทรกแซงสีของลายทาให้เกิดความพรา่ เลือนได้

3.2 การล้างหลังจากมัดหมี่แล้วเสร็จ นาเส้นด้ายพุ่งที่ทาการมัดหม่ี
เสร็จแล้ว ห่อหุ้มบางส่วนด้วยถุงพลาสติกแล้วพันมัดให้แน่น นาไปลงแช่ในน้า
เดอื ดท่ีผสมสารเคมีภัณฑ์ในการล้างสี ท้ิงระยะเวลาตามต้องการแล้วนาข้ึนล้างน้า
จนสะอาด หากทงิ้ การลา้ งสี ไว้เป็นเวลานาน สขี องลายมัดหม่ีท่ีอยู่นอกถุงก็จะเจือ
จางลงจนเป็นสีขาวและสามารถย้อมสีใหม่ได้ตามต้องการ หรืออาจล้างทั้งผืนโดย
ไมต่ ้องมกี ารห่อหมุ้ ดว้ ยถุงพลาสตกิ ก็ทาใหล้ ายมัดหมี่เจอื จางลงได้

3.3 การล้างหลังจากทอเป็นผืนแล้วเสร็จ นาผ้าไหมมัดหม่ีลงนาไป
ลงแช่ในน้าเดือดท่ีผสมสารเคมีภัณฑ์ในการล้างสี ท้ิงระยะเวลาตามต้องการแล้ว
นาผ้าข้นึ ลายทไี่ ดจ้ ะเจือจางลง หรือนาไปยึดขอบบนกรอบไม้ให้ผ้าตึงแล้วใช้พู่กัน
ขนาดใหญร่ ะบายสีบาตกิ ยอ้ มไหม หรือสีรีแอคทีฟในผืนผ้าท่ีมีการล้างสีในพ้ืนที่ท่ี
เราต้องการใช้จานวนสีตามแต่เห็นงาม จากน้ันแช่สารซิลิเกตกันสีตกแล้วล้างน้า

16

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพร่าเลอื นในงานไหมมัดหมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

จนสะอาด ทาให้ไดค้ ลา้ ยผา้ มดั ย้อมที่มีลายมัดหม่ีเจือจางซ่อนอยู่ ซึ่งเทคนิคนี้กลุ่ม
ผ้ผู ลิตจากบา้ นนาโพธิ์ อาเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรรี ัมยไ์ ด้ผลิตเป็นสินค้าแล้ว จึงไม่ถือ
ว่าเป็นเทคนิคใหม่ เช่นเดียวกับในปี พ.ศ. 2554 ช่วงสถานการณ์น้าท่วมคลังเก็บ
ผ้าของศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ผ้าไหมมัดหม่ีที่เก็บวางซ้อนกันมีการตกสีในผืน
เดียวกัน และตกสไี ปยงั ผืนอน่ื จึงเสมอื นงานมัดยอ้ มทับลายมดั หมี่

4. การออกแบบสี
4.1 ออกแบบสขี องลายให้ไม่มีความเปรียบต่างกับสีของพื้น การใช้

สีแบบเอกรงค์ (Monochrome) ในส่วนสีของลาย หรือสีของลายกับสีของพ้ืน
หรือการเลือกใช้น้าหนักของสี (Value) หรือความเข้มอ่อนท่ีใกล้เคียงกัน การใช้
โครงสีแบบพหุรงค์ (Polychromatic) โดยใช้สีที่อยู่ในตระกูลเดียวกัน (Colour
Family) หรือให้อยู่ในวรรณะเดียวกันโดยจะเลือกใช้สีที่เป็นวรรณะร้อน (Hot
Tone) หรือวรรณะเย็น (Cool Tone) และการใช้สีข้างเคียง (Analogous
colours) ยอ่ มทาใหไ้ ดล้ ายท่ีไมค่ มชัดจากสขี องพน้ื หลัง หรือการไม่ใช้สีกลาง เช่น
สีขาว สีดา เข้ามาร่วมกับสีอ่ืนเพื่อไม่สร้างความเด่นชัด วิธีการเหล่านี้จะเกิดการ
กลบกลืนของสี ทาให้เกิดความคลุมเครอื สรา้ งความพร่าเลือนได้

4.2 ออกแบบสีของลายโดยใช้หลักการผสานสีทางสายตา โดยใช้สี
ของเส้นด้ายพุ่งกับเส้นด้ายยืนคนละสี ในเฉดสีท่ีทาให้เกิดการผสานสีทางสายตา
โดยการใช้โครงสีแบบคู่ประกอบ (Complementary Colours) ทาให้บาง
ตาแหน่งของลายมัดหมี่ที่เคยคมชัดในขั้นตอนการมัดหมี่ในเส้นด้ายพุ่ง เมื่อมาทอ
ขัดกับเส้นด้ายยืนจะเกิดการผสานสีทางสายตาจนเกิดการความคลุมเครือของสี
สร้างความพร่าเลอื นได้

5. การออกแบบลายให้ไม่ให้มีความสมบรู ณ์

17

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพร่าเลือนในงานไหมมดั หม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

5.1 การแปรเปล่ียนองค์ประกอบของลาย จากองค์ประกอบที่
มองเห็นได้ (Visual Element) เป็นองค์ประกอบในความนึกคิด (Conceptual
Element) เช่น จากลายรูปร่างแบบปิด แปรเปล่ียนเป็นการใช้เส้นหรือจุดให้ก่อ
รปู เป็นรูปร่างไดใ้ นความนึกคดิ เปน็ ความพร่าเลือนดว้ ยการทาความเสียหายให้แก่
โครงสร้างของลายเดิม จากรูปรา่ งเปน็ จดุ หรอื เปน็ เสน้ แทน

รูปรา่ ง เสน้ กอ่ รูปเป็นรปู รา่ ง จดุ ก่อรูปเปน็ รูปรา่ ง

ภาพท่ี 10 การแปรเปลยี่ นองค์ประกอบของลายจากองค์ประกอบทม่ี องเหน็ ไดเ้ ปน็ องคป์ ระกอบในความนกึ คดิ

5.2 ออกแบบลายให้เคล่ือนจากตาแหน่ง ในข้ันตอนการออกแบบ
ลายในตารางกริดหากมกี ารเลอ่ื นตาแหน่งของลายให้มีการเคล่ือนท่ีในแนวต้ังหรือ
แนวนอน ทาให้รปู แบบของลายส่นั ไหว หรือเคลอ่ื นทจี่ นเกดิ ความพร่าเลอื นได้

รปู รา่ ง เลือ่ นตาแหน่งลายในแนวตัง้ เลือ่ นตาแหน่งลายในแนวนอน
ภาพที่ 11 การเลอ่ื นตาแหน่งลายให้เกิดความพรา่ เลอื นแบบสั่นไหว

18

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพร่าเลือนในงานไหมมัดหมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

5.3 ออกแบบลายศิลปะแบบติดปะต่อ (Collage Art) ในการจัดวาง
องค์ประกอบของลายมัดหม่ีด้ังเดิมอาศัยการซ้าแบบสมมาตรของแม่ลายเพียง
หลายเดียว หรือใช้ลายหลักร่วมกับลายประกอบ เม่ือนาเศษไหมท่ีเหลือจากการ
ทอผ้ามัดหม่ีในแต่ละชุด มาทอต่อกันจะทาให้ได้ศิลปะแบบติดปะต่อหรือการทอ
ค่ันลายสลับกันเป็นลายแถบแนวตั้งหรือตามความกว้างของหน้าผ้า วิธีการน้ีกลุ่ม
ผู้ผลติ มกี ารผลติ เป็นสนิ คา้ แลว้ จึงไม่ใช่เทคนิคใหม่ แต่หากใช้การออกแบบให้ลาย
มลี ักษณะศลิ ปะแบบติดปะตอ่ โดยมีการจัดองค์ประกอบแม่ลายจานวนหลายลาย
ซา้ กันแบบไม่สมมาตรกนั ให้มีการซ้อนทับกัน หรือใช้วิธีการลดรูป (Subtractive)
วิธีการเพ่ิมรูป (Additive) ทาให้รูปแบบของลายเปล่ียนไปจากแม่ลายเดิมต้ังแต่
ตน้ แลว้ ทาการมัดหมี่ ย้อมสตี ามแบบ สามารถสร้างความพร่าเลอื นได้

ภาพที่ 12 การออกแบบลายศิลปะแบบติดปะต่อ

19

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพร่าเลือนในงานไหมมดั หมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

6. การทอ
6.1 การแทรกแซง กระทาโดยการทอเส้นด้ายพุ่งด้วยไหมเปลือก

นอกท่ีมีการย้อมสีกระ หรือสีท่ีไม่สม่าเสมอ หรือวัสดุอื่นแทรกระหว่างการทอ
เส้นด้ายพุ่งท่ีมีลายมัดหม่ี เส้นไหมที่แทรกเข้ามาทาให้ลายมัดหมี่เดิมเกิดความ
พรา่ เลือนได้

6.2 การสร้างภาพซ้อน เป็นการนาเส้นด้ายพุ่งท่ีมีการมัดหม่ี จานวน
2 ชุดขึ้นไปซ่ึงเป็นคนละลายกันนามาทอค่ันสลับกัน เป็นการสร้างภาพซ้อนทาให้
เกดิ การพร่าเลือน

6.3 การทาให้เสียหาย เป็นการทอด้วยการให้มีเส้นด้ายยืนไม่ครบ
ตามจานวนเส้น ในการทอผ้าด้ายกี่พื้นบ้านแบบ 2 ตะกอ ซ่ึงเป็นการทอขัดกัน
พ้ืนฐานระหว่างเส้นด้ายพุ่งกับเส้นด้ายยืนแบบการยกเส้นเว้นเส้น หากไม่มีการ
ร้อยเส้นด้ายยืนทุกซี่ของฟันฟืม ทาให้เส้นด้ายพุ่งในส่วนน้ันมีการหย่อนตัว ย่อม
เกดิ ความเสยี หายของโครงสรา้ งของผา้ จึงได้ลายมดั หม่ีทไ่ี มส่ มบรู ณ์

6.4 การทอยกดอก เป็นการนาเส้นด้ายพุ่งที่มีการมัดหมี่แล้ว นามา
ทอรวมกับเส้นด้ายยืนที่มีการใช้มากกว่า 2 ตะกอ เพ่ือให้เกิดการเหยียบเขายก
เส้นด้ายยืนขึ้นลงเป็นลวดลายยกดอก เช่น ลายลูกแก้ว ลายดอกพริกไทย ลาย
ทางมะพร้าวซ้อนทับกับลายมัดหมี่ สร้างผิวสัมผัสให้กับผืนผ้า ซ่ึงหากมีการใช้
เส้นดา้ ยยนื ตา่ งสกี ันสลับเป็นช่วง ๆ จะยงิ่ สรา้ งให้เกดิ ความพรา่ เลือนให้มากย่งิ ขนึ้

7. การทบั ซอ้ นและการทับซ้า
7.1 การพิมพ์ด้วยวัสดุธรรมชาติทับบนผ้ามัดหมี่ เป็นการพิมพ์ด้วย

ใบไม้ ดอกไม้ท่ีให้สีตามธรรมชาติ เช่น ใบสัก ใบตะขบ ใบสบู่เลือด ดอกดาวเรือง
ดอกอัญชนั ใบปบี เปน็ ตน้ แช่ด้วยนา้ สนมิ แล้วนามาวางบนผืนผ้ามัดหม่ีที่มีการแช่

20

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพร่าเลอื นในงานไหมมดั หม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

นา้ สารส้ม ม้วนให้แน่น นาไปต้ม หรอื น่งึ จะทาให้ลวดลายและสีสันของใบไม้ หรือ
ดอกไม้นัน้ จะพมิ พต์ ดิ ยึดและทับซ้อนกับลายมัดหม่ี

7.2 การพิมพ์ลายทับบนผ้ามัดหม่ี เป็นการใช้เทคนิคการพิมพ์ลาย
หรือซิลค์สกรีน (Silk Screen) ด้วยการทาบล็อกลายและปาดสีสังเคราะห์ให้ติด
ทับบนเส้นด้ายยืน หรือเส้นด้ายพุ่งที่มีลายมัดหมี่ หรือซิลค์สกรีน ลายทับบนผืน
ผา้ ท่ีมกี ารทอเสรจ็ แล้ว ทาให้เกิดการทบั ซ้อนกนั ของลาย

7.3 การยอ้ มสที บั ผ้ามัดหมี่ เปน็ การนาผ้าไหมมัดหมี่ที่ทอเป็นผืนแล้ว
นาไปย้อมทับด้วยสีท่ีมีน้าหนักเข้มให้ทั่วทั้งผืนผ้า หรือบางส่วนของผืนผ้าจะทาให้
เกดิ การทับซา้ สีย้อมใหมจ่ ะกลบกลืนให้ลายมดั หมนี่ น้ั เลอื นรางลง

7.4 การมัดย้อมทับบนผ้ามัดหมี่ เป็นการนาผ้าไหมมัดหมี่ที่ทอเป็น
ผืนแล้วนาไปสร้างลวดลายด้วยการมัดย้อมทับซ้อนอีกครั้งหนึ่ง ท้ังการสร้างลาย
มัดยอ้ มแบบเย็บเนาตามเส้นลายแล้วรดู ดงึ ให้ผ้าย่นหรือโคมัสสึ ชิโบริ (Komusu
shibori) แบบพนั ผา้ รอบแกนหรืออาราชิ ชิโบริ (Arashi Shibori) แบบบิดเกลียว
และรัดหรือแบบคุโม ชิโบริ (Kumo Shibori) รวมทั้งแบบประกบแผ่นไม้มัดให้
แน่นหรืออิตาชเิ มะ ชโิ บริ (Itajime Shiburi) ทาใหเ้ กดิ ลายมดั ยอ้ มทบั ลายมดั หม่ี

ทั้งนี้ จากแนวคิดในการออกแบบได้ผนวกกับเทคนิคการประกอบสร้าง
ลายพร่าเลือน ซ่ึงหมายถึงลวดลายท่ีเกิดข้ึนจากพ้ืนฐานเทคนิคมัดหม่ี แต่มี
ลักษณะพิเศษที่ลายจะมีความพร่าเลือนอันเกิดจากเทคนิคท่ีเป็นผลจากการ
ทดลองสร้างสรรค์ในงานวิจัยครั้งนี้เสนอเป็นเทคนิคได้ 6 เทคนิค ได้แก่
1) พร่าเลือนด้วยการทาให้เสียหาย 2) พร่าเลือนด้วยการกระจัดกระจาย 3) พร่า
เลือนด้วยความคลุมเครือ 4) พร่าเลือนด้วยการทับซ้อน 5) พร่าเลือนด้วยการ
แทรกแซง และ 6) พรา่ เลอื นด้วยการทับซ้า ดงั ภาพท่ี 13

21

เทคนิคการออกแบบลายแบบพรา่ เลอื นในงานไหมมัดหม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

พรา่ เลอื นด้วย พรา่ เลอื น
ดว้ ย
การทาให้
เสยี หาย การทบั ซ้า

พร่าเลอื นด้วย เทคนิคการสร้าง พรา่ เลอื นด้วย
ลายแบบ
การกระจดั พรา่ เลือน การ

กระจาย (Fuzzy Blurry Motif แทรกแซง

Technique)

พร่าเลอื นดว้ ย พร่าเลือน
ดว้ ย
ความ
การทับซ้อน
คลุมเครือ

ภาพท่ี 13 สรปุ เทคนคิ การออกแบบลายมดั หมแี่ บบพร่าเลอื น

22

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพรา่ เลอื นในงานไหมมัดหม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

4. เทคนคิ การสร้างลายแบบพรา่ เลอื น

จากที่มาของแนวคิดในการออกแบบโดยใช้คาว่า “พร่าเลือน ” เป็นคา
สาคัญ ถอดรหัสจากความหมายของคาสู่เทคนิคการสร้างลายแบบพร่าเลือนได้
หลายเทคนคิ โดยขอบเขตการวิจัยได้มกี ารวางแผนให้มีการทดลองสร้างสรรค์ลาย
มัดหม่ีแบบพร่าเลือน จานวน 3 ลาย ใน 3 เทคนิค จึงทาการเลือกเทคนิคพร่า
เลอื นท่ีจะนามาสรา้ งสรรค์ผลงานได้ ดงั น้ี

1. เทคนิคที่ A พร่าเลือนด้วยการทาให้เสียหาย โดยเทคนิคการทอ
ด้วยการใช้เส้นด้ายยืนไม่เต็มทุกรูฟันฟืม มีการเว้นว่างไว้เป็นช่วง ๆ ทาให้เม่ือมี
การทอโดยนาเส้นด้ายพงุ่ ทมี่ กี ารมัดลายหม่ีไว้มาทอขัด จะทาให้ผืนผ้าเกิดความไม่
สมบูรณ์ เส้นด้ายพุ่งในช่วงที่ไม่มีเส้นด้ายยืนจะมีการหย่อนตัว ทาให้ลายมัดหมี่
เกิดความพร่าเลอื นได้

2. เทคนิคที่ B พร่าเลือนด้วยการแทรกแซง โดยเทคนิคการสร้างภาพ
ซ้อน ด้วยการทอลายมัดหมี่สองลายสลับกัน ทาให้ลายมัดหม่ีในแต่ละลายเกิด
ความพรา่ เลอื น

3. เทคนคิ ที่ C พร่าเลอื นด้วยการกระจดั กระจาย โดยเทคนิคค้นหม่ีด้วย
จานวนรอบท่ีไม่เท่ากัน ทาให้จานวนเส้นด้ายในแต่ละลามีจานวนไม่เท่ากัน ส่งผล
ต่อความคงที่ของแต่ละช่องของลายไม่เทา่ กัน จงึ เกิดความพร่าเลอื น

23

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพรา่ เลอื นในงานไหมมัดหม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ลายที่ 1 ช่ือลายเถาผกา ขนาดลายจานวน 39 ลา ค้นหม่ีแบบหม่ีรวด
ลายมีลกั ษณะสะทอ้ นกลับไปมาในแตล่ ะซ้า

ภาพที่ 14 การกาหนดขนาดลาย ลายที่ 1

24

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพร่าเลอื นในงานไหมมัดหมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ลายที่ 2 ชือ่ ลายทิวเรขา ขนาดลายจานวน 36 ลา คน้ หม่ีแบบหม่ีรา่ ย
เปน็ ลายทมี่ ที ิศทางเดยี ว ไม่มีการสะท้อนกลับไปมาในแตล่ ะซ้า

ภาพท่ี 15 การกาหนดขนาดลาย ลายที่ 2

25

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพร่าเลอื นในงานไหมมดั หมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ลายท่ี 3 ช่อื ลายเวหาทศั น์ ขนาดลายจานวน 47 ลา คน้ หมแ่ี บบหมร่ี วด
เป็นลายมีลักษณะสะทอ้ นกลับไปมาในแต่ละซ้า

ภาพที่ 16 การกาหนดขนาดลาย ลายท่ี 3

26

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพร่าเลือนในงานไหมมัดหมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

เทคนคิ B พรา่ เลือนด้วยการแทรกแซง โดยเทคนคิ การสร้างภาพซ้อน
(ทอคั่นสลบั กนั สองลาย)

ภาพท่ี 17 เทคนิค B ลายท่ี 1 ทอสลับกบั ลายท่ี 2

27

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพรา่ เลอื นในงานไหมมัดหมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ลายท่ี 4 ชือ่ ลายไตรทศิ า ขนาดลายจานวน 46 ลา คน้ หมี่แบบหมร่ี ่าย

ภาพท่ี 18 ลายท่ี 4 ลายไตรทศิ า

28

เทคนิคการออกแบบลายแบบพรา่ เลอื นในงานไหมมดั หมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ลายท่ี 5 ชื่อลายแถบเฉลว ขนาดลายจานวน 45 ลา คน้ หม่แี บบหม่ีรวด

ภาพที่ 19 ลายที่ 5 ลายแถบเฉลว

29

เทคนิคการออกแบบลายแบบพรา่ เลือนในงานไหมมดั หม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

สาหรับเทคนิคฺ B จะนาลายท่ี 4 ชื่อลายไตรทิศา ทอสลับกับลายท่ี 5 ทา
ใหเ้ กิดภาพซ้อนสร้างความพร่าเลอื นแบบการแทรกแซง

ภาพท่ี 20 ลายท่ี 4 ทอสลบั กบั ลายท่ี 5

30

เทคนิคการออกแบบลายแบบพร่าเลอื นในงานไหมมัดหมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ลายที่ 6 ช่ือลายเถ้าตระการ จานวน 31 ลา คน้ หม่ีแบบหมี่รวด เทคนิค
ทาลายใหพ้ ร่าเลือนด้วยการผสานสีทางสายตา

ภาพท่ี 21 ลายท่ี 6 ลายเถา้ ตระการ

31

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพร่าเลอื นในงานไหมมัดหม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

5. ผลงานการออกแบบสร้างสรรค์ผ้าไหมมัดหมล่ี ายแบบพรา่ เลอื น

จากท่ีมาของแนวคิดในการออกแบบโดยใช้คาว่า “พร่าเลือน ” เป็นคา
สาคัญ ถอดรหัสจากความหมายของคาสู่เทคนิคการสร้างลายแบบพร่าเลือนได้
หลายเทคนิค โดยขอบเขตการวจิ ยั ไดม้ ีการวางแผนให้มีการทดลองสร้างสรรค์ลาย
มดั หมีแ่ บบพรา่ เลือน จานวน 3 ลาย ใน 3 เทคนิค ได้แก่ พร่าเลือนด้วยการทาให้
เสยี หาย พร่าเลือนด้วยการแทรกแซง พร่าเลือนด้วยการกระจัดกระจาย ร่วมกับ
เทคนิคพร่าเลือนด้วยการทับซ้า พร่าเลือนด้วยความคลุมเครือ พร่าเลือนด้วยการ
ทับซอ้ น เพอื่ นาไปถ่ายทอดองคค์ วามร้สู ู่กลุ่มผู้ผลิตได้ ผลงานสร้างสรรค์จานวน 9
ผืนมีดงั นี้

พรา่ เลือนด้วยการทาให้เสยี หาย พรา่ เลือนด้วยการทบั ซา
พร่าเลือนด้วยการกระจัดกระจาย

พร่าเลอื นดว้ ยความคลมุ เครือ พร่าเลือนด้วยการแทรกแซง

พรา่ เลอื นด้วยการทบั ซอ้ น

32

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพรา่ เลือนในงานไหมมดั หมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ผนื ท่ี 1 ผา้ ไหมมดั หมลี่ ายทิวเรขา
เทคนิค : พร่าเลอื นดว้ ยการทาใหเ้ สียหายใหเ้ กดิ กับโครงสรา้ งของผ้า
ขนาด : 65x200 เซนติเมตร
ผู้ออกแบบ : รองศาสตราจารย์สมบัติ ประจญศานต์
ผผู้ ลติ ฟอก ยอ้ ม มดั หมี่ ทอ ตกแตง่ สาเร็จ : ศนู ย์หตั ถกรรมพ้ืนบา้ นอาเภอนาโพธ์ิ
จงั หวัดบรุ รี มั ย์

ภาพที่ 22 ผลงานการออกแบบสร้างสรรค์ ผนื ที่ 1

33

เทคนิคการออกแบบลายแบบพร่าเลอื นในงานไหมมัดหม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ผืนที่ 2 ผา้ ไหมมดั หมลี่ ายเถาผกา
เทคนคิ : พรา่ เลือนดว้ ยการทาใหเ้ สียหายใหเ้ กดิ กับโครงสรา้ งของผ้า
ขนาด : 65x200 เซนตเิ มตร
ผู้ออกแบบ : รองศาสตราจารยส์ มบัติ ประจญศานต์
ผูผ้ ลติ ฟอก ยอ้ ม มดั หม่ี ทอ ตกแตง่ สาเร็จ : ศนู ย์หตั ถกรรมพ้ืนบา้ นอาเภอนาโพธ์ิ
จงั หวดั บุรรี มั ย์

ภาพที่ 23 ผลงานการออกแบบสร้างสรรค์ ผนื ที่ 2

34

เทคนิคการออกแบบลายแบบพร่าเลอื นในงานไหมมดั หม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ผืนท่ี 3 ผา้ ไหมมดั หมล่ี ายเวหาทศั น์
เทคนิค : พร่าเลือนด้วยการทาใหเ้ สียหายใหเ้ กดิ กบั โครงสรา้ งของผ้า
ขนาด : 65x200 เซนตเิ มตร
ผู้ออกแบบ : รองศาสตราจารยส์ มบัติ ประจญศานต์
ผผู้ ลติ ฟอก ย้อม มดั หม่ี ทอ ตกแต่งสาเรจ็ : ศนู ย์หตั ถกรรมพ้ืนบา้ นอาเภอนาโพธ์ิ
จังหวดั บรุ ีรมั ย์

ภาพที่ 24 ผลงานการออกแบบสรา้ งสรรค์ ผนื ที่ 3

35

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพรา่ เลอื นในงานไหมมดั หมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ผนื ท่ี 4 ผ้าไหมมดั หมลี่ ายทิวเรขาสลบั ลายเถาผกา
เทคนิค : พร่าเลือนด้วยการแทรกแซง ดว้ ยการสร้างภาพซอ้ น
ขนาด : 100x400 เซนตเิ มตร
ผูอ้ อกแบบ : รองศาสตราจารย์สมบตั ิ ประจญศานต์
ผผู้ ลติ ฟอก ยอ้ ม มัดหม่ี ทอ : ศนู ย์หัตถกรรมพน้ื บา้ นอาเภอนาโพธิ์ จงั หวัดบรุ ีรมั ย์
ผตู้ กแตง่ สาเรจ็ : รองศาสตราจารยส์ มบตั ิ ประจญศานต์

ภาพที่ 25 ผลงานการออกแบบสร้างสรรค์ ผนื ท่ี 4

36

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพร่าเลือนในงานไหมมัดหมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ผนื ที่ 5 ผา้ ไหมมดั หมลี่ ายเถาผกาสลับลายเวหาทัศน์
เทคนคิ : พร่าเลือนดว้ ยการแทรกแซง ด้วยการสรา้ งภาพซอ้ น
ขนาด : 100x400 เซนตเิ มตร
ผ้อู อกแบบ : รองศาสตราจารยส์ มบัติ ประจญศานต์
ผูผ้ ลิต ฟอก ยอ้ ม มัดหมี่ ทอ : กลุม่ ทอผา้ ไหมชุมชนสายยาว อาเภอเมอื ง จังหวดั บุรรี ัมย์
ผตู้ กแต่งสาเรจ็ : รองศาสตราจารย์สมบตั ิ ประจญศานต์

ภาพที่ 26 ผลงานการออกแบบสรา้ งสรรค์ ผืนท่ี 5

37

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพรา่ เลือนในงานไหมมดั หมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ผืนที่ 6 ผ้าไหมมดั หมล่ี ายเวหาทัศนส์ ลบั ลายทวิ เรขา
เทคนคิ : พร่าเลือนดว้ ยการแทรกแซง ดว้ ยการสร้างภาพซ้อน
ขนาด : 100x400 เซนตเิ มตร
ผอู้ อกแบบ : รองศาสตราจารยส์ มบัติ ประจญศานต์
ผผู้ ลิต ฟอก ย้อม มดั หมี่ ทอ : กลุม่ ทอผ้าไหมชมุ ชนสายยาว อาเภอเมือง จงั หวัดบุรรี มั ย์
ผตู้ กแต่งสาเรจ็ : รองศาสตราจารยส์ มบตั ิ ประจญศานต์

ภาพท่ี 27 ผลงานการออกแบบสรา้ งสรรค์ ผืนท่ี 6

38

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพรา่ เลอื นในงานไหมมดั หม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ผนื ท่ี 7 ผา้ ไหมมดั หมล่ี ายทวิ เรขา
เทคนคิ : พร่าเลอื นดว้ ยการกระจดั กระจาย ร่วมกบั พรา่ เลอื นดว้ ยการทาให้เสยี หาย
ขนาด : 100x200 เซนตเิ มตร
ผอู้ อกแบบ : รองศาสตราจารยส์ มบัติ ประจญศานต์
ผผู้ ลติ ฟอก ยอ้ ม มดั หม่ี ทอ : กลมุ่ ทอผ้าไหมบ้านโคกเมือง หมู่ที่ 6 อาเภอประโคนชยั

จงั หวัดบุรีรัมย์

ผู้ตกแตง่ สาเรจ็ : รองศาสตราจารย์สมบตั ิ ประจญศานต์

ภาพท่ี 28 ผลงานการออกแบบสรา้ งสรรค์ ผนื ที่ 7

39

เทคนิคการออกแบบลายแบบพรา่ เลือนในงานไหมมัดหม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ผืนที่ 8 ผา้ ไหมมดั หมล่ี ายเถาผกา
เทคนิค : พรา่ เลอื นด้วยการกระจดั กระจาย รว่ มกับพรา่ เลือนด้วยการทับซา้
ขนาด : 100x200 เซนตเิ มตร
ผอู้ อกแบบ : รองศาสตราจารย์สมบตั ิ ประจญศานต์
ผผู้ ลติ ฟอก ยอ้ ม มดั หม่ี ทอ : กลุม่ ทอผา้ ไหมบา้ นโพธไ์ิ ทร อาเภอประโคนชยั
จังหวดั บุรรี มั ย์
ผตู้ กแตง่ สาเรจ็ : รองศาสตราจารยส์ มบตั ิ ประจญศานต์

ภาพที่ 29 ผลงานการออกแบบสรา้ งสรรค์ ผืนที่ 8

40

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพรา่ เลือนในงานไหมมดั หมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ผืนที่ 9 ผา้ ไหมมดั หมล่ี ายเวหาทศั น์
เทคนคิ : พร่าเลอื นด้วยการกระจดั กระจาย ดว้ ยการค้นหมร่ี อบไมเ่ ท่ากัน
ขนาด : 100x400 เซนตเิ มตร
ผ้อู อกแบบ : รองศาสตราจารยส์ มบตั ิ ประจญศานต์
ผู้ผลติ ฟอก ยอ้ ม มดั หมี่ ทอ : กลมุ่ ทอผ้าไหมบา้ นโพธไิ์ ทร อาเภอประโคนชยั
จังหวัดบุรรี มั ย์
ผ้ตู กแต่งสาเรจ็ : รองศาสตราจารยส์ มบตั ิ ประจญศานต์

ภาพที่ 29 ผลงานการออกแบบสรา้ งสรรค์ ผนื ที่ 9

41

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพร่าเลือนในงานไหมมัดหม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ภาพท่ี 31 การผลิตผลงานผา้ ไหมมัดหมลี่ ายพร่าเลือน
ณ ศนู ย์หัตถกรรมพื้นบ้านอาเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรมั ย์

42

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพร่าเลอื นในงานไหมมดั หม่ี : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

การถา่ ยทอดองคค์ วามรู้บริการวชิ าการสูช่ ุมชน ดาเนินการใหแ้ ก่ 10 กลมุ่ ดังน้ี

1. กลุ่มทอผา้ ไหมบ้านโพธ์ไิ ทร หม่ทู ี่ 7 ตาบลละเว้ีย อาเภอประโคนชยั
2. กลุม่ ทอผา้ ไหมบ้านโนนสว่าง หมู่ท่ี 5 ตาบลเขาคอก อาเภอประโคนชัย
3. กลมุ่ ทอผ้าไหมชุมชนสายยาว ตาบลถลงุ เหลก็ อาเภอเมือง
4. กลุม่ วิสาหกจิ ชมุ ชนทอผา้ บา้ นกลนั หมู่ท่ี 4 ตาบลเมอื งไผ่ อาเภอกระสัง
5. กลุม่ ทอผา้ บา้ นหนองตาดน้อย บา้ นหนองตาดนอ้ ย ตาบลชุมเหด็ อาเภอเมือง
6. กลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหม หมทู่ ่ี 11 ตาบลถาวร อาเภอเฉลิมพระเกยี รติ
7. กลมุ่ ทอผ้าไหมบ้านโคกเมือง หมู่ที่ 6 บ้านโคกเมือง ตาบลจรเขม้ าก อาเภอประโคนชัย
8. กลุ่มพฒั นาสตรีบา้ นโคกเมือง (บารายไหมไทย) หม่ทู ี่ 9 ตาบลจรเขม้ าก อาเภอประโคนชยั
9. วิสาหกจิ ทอผา้ ไหมบา้ นโคกเมอื ง หมทู่ ี่ 15 บ้านโคกเมือง ตาบลจรเขม้ าก อาเภอประโคนชัย
10. กลุ่มผา้ บารายพนั ปีบา้ นโคกเมอื ง หมูท่ ่ี 18 บา้ นโคกเมอื ง ตาบลจรเข้มาก อาเภอประโคนชยั

ภาพที่ 32 การถา่ ยทอดองค์ความรสู้ กู่ ลมุ่ ผผู้ ลิต ผู้ประกอบการในชมุ ชน จงั หวดั บรุ ีรมั ย์

43

เทคนิคการออกแบบลายแบบพรา่ เลอื นในงานไหมมดั หมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ภาพท่ี 33 การถา่ ยทอดองคค์ วามรูส้ ู่กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการในชมุ ชน จังหวัดบรุ ีรมั ย์

44

เทคนิคการออกแบบลายแบบพร่าเลอื นในงานไหมมดั หมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

บรรณานุกรม

ชนษั ฎา จลุ ลษั เฐยี ร. (2560). ไหมแตม้ หม:ี่ จากภมู ปิ ญั ญาสู่นวตั กรรมการผลิตผา้ ทอมือลายมดั หมี่. วารสาร
ศลิ ปกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น. 9(1). หนา้ 320-340.

ชบาตกิ . (2558). หม่ซี ้อน. [ออนไลน์]. คน้ จาก https://www.chabatik.com. เมอ่ื 13 มถิ นุ ายน 2563.

สมบัติ ประจญศานต์. (2560ก). โครงการวิจัยออกแบบผ้าไหมมัดหมี่โดยการเปล่ียนค่าน้าหนักของสีด้วย
เส้นยืนสกี ลาง. รายงานวจิ ัยฉบบั สมบรู ณ์เสนอตอ่ สานักงานคณะกรรมการการวจิ ัยแหง่ ชาติ (วช.).
บุรรี ัมย์ : มหาวิทยาลัยราชภัฏบรุ รี มั ย์.

สมบตั ิ ประจญศานต์. (2560ข). โครงการวิจัยออกแบบผ้ามดั หม่ีโดยการผสานสีด้วยสายตา. รายงานวจิ ยั
ฉบับสมบูรณ์เสนอต่อสานักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ (วช.). บุรีรัมย์ : มหาวิทยาลัย
ราชภฏั บรุ รี มั ย.์

________. (2559ก). โครงการวิจัยการพัฒนาสินค้าผ้าไหมมัดหม่ีเพ่ือการท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ :
อิทธิพลของสีไหมเส้นยืนในงานผ้าไหมมัดหม่ี. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์เสนอต่อเครือข่าย
สถาบนั อดุ มศกึ ษาภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ. บรุ ีรัมย์ : มหาวทิ ยาลัยราชภัฏบรุ ีรมั ย์.

________. (2559ข). “การก่อรูปลวดลายในงานผ้ามัดหมี่”. วารสารวิชาการ AJNU ศิลปะ
สถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. 7(1). หนา้ ท่ี 173-183.

________. (2558). โครงการวิจัยการออกแบบโครงสีในผ้าไหมมัดหม่ีร่วมสมัย. รายงานวิจัยฉบับ
สมบูรณ์เสนอตอ่ สานักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ (วช.). บุรีรัมย์ : มหาวิทยาลัยราชภัฏ
บุรีรมั ย.์

อัจฉรา ภาณุรตั น์ และคณะ. (ม.ป.ป.). ผ้าไหมในวถิ ีชีวิตไทยกูยและไทยเขมร. สุรินทร์ : รงุ่ ธนเกยี รติ ออฟ
เซท็ การพมิ พ์.

Conway, Susan. (1992). Thai Textiles. Bangkok : Asia books.
Purva Khurana, Suman Pant and Chanchai. (2016). Telia Rumal, double Ikat fabric of Andhra

Pradesh. Indian Journal of Traditional Knowledge. 15(1): pp.167-172.
Sombat Prajonsant. (2016). The Design of Mud-mee Silk from Graphic Pattern of Khmer

Sanctuary Plan in the Lower Northeastern Part, Thailand. Silpakorn university
journal of social sciences, humanities, and arts. 16(3). pp. 115-132.

45

เทคนิคการออกแบบลายแบบพรา่ เลอื นในงานไหมมัดหมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

ประวตั ิผเู้ ขียน

รองศาสตราจารย์สมบัติ ประจญศานต์

e-mail: [email protected]

ภูมิลาเนาเกิดที่จังหวัดนครราชสีมา สาเร็จการศึกษา
ได้รับปริญญาครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต (สถาปัตยกรรม เกียรตินิยม
อันดับ 1) และปริญญาครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต (สถาปัตยกรรม) จากสถาบัน
เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ปัจจุบันรับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน
ในสถาบันอุดมศึกษา สายผู้สอนประจาสาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม คณะเทคโนโลยี
อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มีผลงานทางวิชาการกว่า 50 เร่ือง ท้ังงานวิจัยท่ี
เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรมพ้ืนถิ่น การจัดการสถาปัตยกรรมเพ่ือการท่องเที่ยว การจัดการ
เรียนการสอนแบบบูรณาการ การพัฒนาชุมชน ภูมิปัญญาท้องถ่ิน รวมถึงการออกแบบและ
พัฒนาผลติ ภัณฑ์ชุมชนโดยเฉพาะผ้าทอมอื

บันทกึ เพมิ่ เตมิ

………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………….

46

เทคนคิ การออกแบบลายแบบพรา่ เลือนในงานไหมมดั หมี่ : Fuzzy Blurry Motif Technique of Mudmee Silk Design

พร่าเลือน พร่าเลอื นด้วย
ด้วยการท้า
ให้เสยี หาย การทบั ซา้

พรา่ เลือนด้วย เทคนิคการสร้างลาย พรา่ เลอื นด้วย
แบบพรา่ เลอื น การแทรกแซง
การกระจัด
กระจาย (Fuzzy Blurry Motif
Technique)

พร่าเลือนด้วย พร่าเลือนดว้ ย
ความคลุมเครือ
การทบั ซ้อน

“...การทอผา้ มดั หม่ีเป็นศลิ ปะเก่าแก่อยา่ งหน่ึงของโลก มัดหม่ีของ
แตล่ ะประเทศกม็ ีลวดลายและความงามแตกตา่ งกนั ออกไป เฉพาะ
มดั หมไี่ ทยเท่าทศ่ี ลิ ปาชีพไดร้ วบรวมไวม้ ไี ม่น้อยกวา่ 200 ลายแลว้

และอาจจะมีลายใหม่ ๆ เกิดขนึ้ ไดเ้ สมอ เพราะคนไทย
เราเป็นศลิ ปนิ ช่างคิด ชา่ งประดษิ ฐ.์ ..”

พระราชดารสั สมเด็จพระนางเจ้าสริ กิ ิติ์ พระบรมราชนิ นี าถ
พระราชดารสั เมื่อวนั ที่ 4 สงิ หาคม พ.ศ. 2535
ณ ศาลาดสุ ดิ าลัยพระราชวังดสุ ิต

พิมพ์ครง้ั ที่ 1 พ.ศ. 2564 จานวน 200 เล่ม
บริษัท โรงพิมพว์ นิ ัย 2509 จากดั จงั หวัดบรุ รี มั ย์


Click to View FlipBook Version