The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by junlajoem Surivong, 2019-03-28 23:24:56

Binder2

Binder2

เสีย ทาลายเอน็ ไซม์ สารพิษ พยาธิท่ไี มท่ นต่อความร้อน การแปรรปู โดยใชค้ วามร้อน กระทาได้ 2 วธิ ี คอื
1. การพาสเจอร์ไรซ์ คอื วิธีทถ่ี นอมอาหาร โดยใชค้ วามร้อนท่ีอุณหภมู ิไมส่ ูงมากนักเพื่อทาลายแบคทีเรยี พวกท่ี

ไม่สร้างสปอร์ และพวกทก่ี ่อใหเ้ กิดโรคแก่คน สว่ นจลุ นิ ทรยี ์อ่นื ๆ ทที่ นความร้อนระดบั พาสเจอรไ์ รซ์ จะเปน็ สาเหตุทาให้
อาหารเสยี ได้ ดงั น้ัน อาหารท่ีผา่ นการพาสเจอรไ์ รซต์ ้องอาศัยความเย็นชว่ ยเกบ็ รักษา

2. การสเตอริไลซ์ คอื วิชาการถนอมอาหารโดยใช้ความร้อนทอี่ ุณหภมู ิสูงกว่าการพาสเจอร์ไรซ์ ซงึ่ อาจเปน็
อุณหภมู ิสงู กวา่ นา้ เดือด เพ่ือทาลายจุลินทรีย์ทงั้ หมดรวมท้ังสปอรอ์ าหารที่ไดจ้ ากการสเตอริไลซ์ จึ ึงเปน็ อาหารปลอดเชือ้
เกบ็ รักษาไวไ้ ด้นาน โดยไม่ต้องใชค้ วามเยน็ ช่วย การสเตอริไลซ์นา้ นมววั กระบวนการ UHT (Ultra high temperature)
นยิ มใช้อุณหภูมิ 135 – 150 องศาเซลเซยี ส นาน 1-4 วินาที ซ่งึ มวี ธิ ีให้ความร้อน 2 แบบ คือ

ก. ทางออ้ ม เปน็ การใหค้ วามรอ้ นผา่ นแผน่ แลกเปลย่ี นความรอ้ น
ข. ทางตรง เป็นการใชไ้ อน้าร้อนจดั เป็นตัวกลางให้ความร้อน โดยอัดลงไปในอาหารโดยตรง แลว้ จึงผ่านไปยงั
เครอื่ งระเหยนา้ ส่วนท่ีเกินออกไปภายใต้ภาวะสญู ญากาศ

หนว่ ยที่ ๙
การจดั จาหนา่ ยและทาบัญชี
การทาการเกษตรถอื เป็นธุรกิจอยา่ งหน่ึง ซึ่งมีเป้าหมายสดุ ท้ายคือได้กาไรสงู สุด เพือ่ ท่ีจะทาให้ฐานะความ
เปน็ อยดู่ ี การดาเนินกิจการฟาร์มพชื ผกั ให้ประสบผลสาเร็จได้นัน้ เกษตรกรจะต้องวางแผนการทาฟารม์ พชื ผกั ของตนเอง
โดยอาศัยประสบการณ์ที่ผ่านมา ความรู้ที่ได้รับจากเพื่อนบ้าน เจา้ หน้าทข่ี องรบั หรือขา่ วสารต่างๆ นามาประกอบในการ
พจิ ารณาวางแผนการผลติ ใหเ้ ป็นผลสาเรจ็ สามารถท่จี ะกาหนดวา่ ผลผลติ จะออกมาสู่ตลาดในเวลาไหนถงึ จะขายได้ราคา
ดที ่สี ดุ
ปัญหาท่สี าคญั ของเกษตรกรของประเทศไทย คือ เกษตรกรไมม่ ีการจดบันทึกหรือลงบัญชีส่วนใหญ่จะอาศยั
ความจา หรอื ประสบการณเ์ ท่าทผี่ ่านมาเป็นพืน้ ฐาน การเกษตรทาการแตล่ ะปเี คยทามาอยา่ งไร ก็ทาไปอย่างนนั้ ซึง่ ทาให้
การวางแผนผดิ พลาด และทาให้ดาเนินกจิ การไมป่ ระสบผลสาเรจ็
ดังนนั้ วิธีทีจ่ ะชว่ ยใหเ้ กษตรกรมีข้อมลู ท่ีถกู ต้องไว้ประกอบการวางแผนการทาฟารม์ ผักได้ถูกต้องคือเกษตกร
ต้องม ีการจดบนั ทึกและลงบัญชีของฟาร์ม เชน่ รายได้ รายจา่ ย เนื้อที่ปลกู ผลผลิต ราคา ทรัพยส์ ินฟาร์ม เป็นตน้ ข้อมลู
จากการบันทึกย่งิ ไดร้ ายละเอียดมาก การวางแผนทาฟาร์มผักกจ็ ะถูกต้องมากย่งิ ข้ึนเท่าน้ัน
๑. การบนั ทกึ การปฏบิ ตั งิ าน
๒. การทาบญั ชี
ระบบบญั ชี คือ ระบบการจัดเกบ็ ข้อมูลอันประกอบด้วยแบบฟอร์ม หรอื เอกสารตา่ งๆ บันทกึ ทางการบัญชี
รายงาน ตลอดจนวิธีการและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ไดน้ ามาใชใ้ นการรวบรวมข้อมลู เก่ียวกบั การดาเนินงานและการเงนิ ของ
กิจการแหง่ ใดแห่งหนึ่งใหแ้ กฝ่ ่ายจัดการ เพื่อช่วยใหฝ้ ่ายจดั การสามารถปฏิบัตหิ น้าท่อี ันอยใู่ นความรับผิดชอบของตนให้
ลุล่วงไปดว้ ยดี และเพื่อเสนอข้อมลู แก่บคุ คลภายนอก ผู้ที่มีสว่ นเก่ยี วขอ้ งกับกจิ การน้นั ๆ เชน่ เจา้ หน้ี และสว่ นราชการ
เปน็ ตน้
ประโยชนข์ องการจัดทาบญั ชี
1. เกษตรกรจะทราบว่ารายได้และค่าใช้จ่ายในการทาฟาร์มพชื ผักเปน็ จานวนมากน้อยเพียงใด
2. เกษตรทาการผลติ อะไรได้บา้ ง และมีผลกาไรหรอื ขาดทุนจากการปลกู ในฟาร์มพืชผกั นน้ั มากน้อยแค่ไหน
3. ผลติ ผลฟาร์มพืชผักทนี่ ามาบริโภคในครัวเรือนเปน็ จานวนและมูลคา่ เทา่ ใด
4. ผลิตผลท่ีไดร้ บั จากการปลูกพชื ผกั เป็นไปตามแผนการผลิตท่วี างไว้หรือไม่ควรจะปรับปรงุ การผลิตดา้ นไหน
5. การบนั ทึกของเกษตรกรแต่ละคนจะใชเ้ ป็นข้อมลู พื้นฐานในการเพิ่มผลผลิตระดับชาติหรือกาหนดราคาพยุง
กาหนดราคาประกนั ใหก้ บั สนิ คา้ เกษตร
6. ใช้เปน็ แบบแสดงฐานะทางการเงนิ วา่ เกษตรกรเคยมีรายไดร้ ายจา่ ยทัง้ ในปจั จบุ นั และอดีตเท่าใด ตลอดจน
ทรพั ยส์ นิ หมุนเวียน ทรัพยส์ ินถาวร เป็นมลู ค่าเทา่ ใด ควรจะใหก้ ู้ไดก้ ่ีเทา่ ของมลู ค่าทรัพย์สนิ ท่เี กษตรกรมีอยู่
7. ให้เปน็ หลกั ในการวางแผนและงบประมาณฟารม์ ผักในปีตอ่ ๆ ไป เพราะถา้ มีการผลติ และขยายเนื้อที่การ
ผลิตจะไดท้ ราบถึงการใช้ปจั จยั ในกจิ การตา่ งๆ วา่ เปน็ เท่าใด จะได้วางแผนมาหาใชใ้ หเ้ พียงพอแต่เนนิ่ ๆ

รปู แบบบนั ทกึ การปฏบิ ตั งิ านและการทาบญั ชรี ายรบั -รายจา่ ย

1. หมวดรายรบั รายจากฟารม์ ทเ่ี ปน็ เงนิ สด

หมวดนี้แยกออกเป็น 2 หมวดยอ่ ย หรอื รวมเป็นหมวดเดียวกันก็ได้แลว้ แต่ขนาดของฟาร์ม ถา้ ฟาร์มเล็กก็ไม่

จาเปน็ ต้องแยก ถ้าเป็นฟารม์ พชื ผกั ใหญท่ าการผลิตหลายกิจการ แต่ละกจิ การกใ็ หญ่พอจึงควรแยกลกั ษณะของบญั ชหี รือ

การบันทกึ นั้น ข้อเสนอดงั นี้

ตารางท่ี 1 หมวดรายรับจากพชื ผกั และผลิตภัณฑ์พชื ผักทีเ่ ปน็ เงินสด

วนั เดือน ปี รายการ จานวน ราคา บาท/หน่วย บาท

รวมทง้ั สิน

ตารางที่ 2 หมวดรายรับจากการขายหรอื ใหเ้ ชา่ ทรัพยส์ นิ จากฟาร์มพชื ผกั อย่างอ่ืนทเ่ี ป็นเงนิ สด

วนั เดือน ปี รายการ จานวน ราคา บาท/หน่วย บาท

รวมทั้งสิน

2. หมวดรายจา่ ยของฟารม์ พืชผกั ทเี่ ปน็ เงนิ สด
หมวดนี้แยกเปน็ 2 หมวดย่อย คือ
ก. หมวดรายจา่ ยผนั แปรของฟารม์ พชื ผกั ทีเ่ ป็นเงนิ สด (Viable costs) ซึ่งก็มีรายจา่ ยทางพชื ที่เป็นเงินสด

เช่น ค่าจา้ งไถ พันธ์ุ ปลูกดูแลรักษา คา่ สารเคมีป้องกนั กาจัดศัตรูพชื ปยุ๋ ปูนขาว ค่าจ้างเกบ็ เกย่ี ว ฯลฯ
ข. หมวดคา่ ใชจ้ า่ ยคงที่ (fixed costs) ก็มี ภาษีทดี่ นิ คา่ ประกันภยั ค่าประกันราคาพชื ผล คา่ เช่า ซ่ึงหมวดน้ี

ไมจ่ าเป็นต้องมีบัญชลี งรายการแยกออกไปต่างหาก แต่มีบันทกึ ไว้ตอนท้ายบัญชกี ็ได้

ตารางท่ี 3 หมวดรายจา่ ยของฟาร์มพืชผักท่เี ปน็ เงินสด

วนั เดอื น ปี รายการ จานวน ราคา บาท/หนว่ ย บาท

ข.1. รายจ่ายผันแปรของฟาร์มพชื

ผักทเ่ี ป็นเงนิ สด

รวม

ข.2. ค่าใช้จ่ายคงท่ีซ่ึงเป็นเงินสด
ภาษีท่ีดนิ
คา่ เบี้ยประกนั
ค่าเช่า

รวม ข.1 ,ข.2

3. หมวดหนส้ี นิ ฟารม์ พชื ผัก
หมวดนี้ได้แก่ รายการขายเงนิ เช่ือ ซื้อเงนิ เชื่อ การกกู้ ารยืม การขาย ผลผลิต ทรัพยส์ นิ ฟาร์มพชื ผกั ที่ไม่ได้

เงินสด การใหเ้ งินฟารม์ พืชผกั กู้ หรอื การไปก้เู งนิ มาซื้อแทรกเตอร์ เคร่ืองสบู นา้ ปุย๋ ค่าจ้างแรงงาน ค่าขนสง่ ใหล้ งบญั ชีน้ี
เม่อื การชาระเงนิ เกดิ ขน้ึ ก็ใหล้ งหมายเลขวา่ ชาระแล้ว พร้อมกบั ลงวันท่ีกากับด้วย ถา้ เป็นการกยู้ ืมเงินมากล็ งให้แน่ว่ากมู้ า
เพ่อื วตั ถุประสงค์อะไร



ลาดับขอ้ กาหนด เกณฑ์ที่กาหนด

1. แหลง่ นา้ - นา้ ทีใ่ ช้ต้องไดจ้ ากแหลง่ ทไี่ ม่มีสภาพแวดลอ้ มซ
อันตรายและจุลนิ ทรีย์
2. พนื้ ที่ปลูก
- ต้องเป็นพ้ืนทท่ี ี่ไม่มวี ตั ถุอนั ตรายและจุลนิ ทรียท์
3. การใช้วัตถุอันตรายทาง ปนเปอ้ื นในผลติ ผล
การเกษตร
- หากมีการใชส้ ารเคมใี นกระบวนการผลติ ให้ใชต้
4. การเกบ็ รกั ษาและการขนย้าย คาแนะนาของกรมวิชาการเกษตร หรอื ตามฉลา
ผลติ ผลภายในแปลง เกษตร กระทรวงเกษตร-และสหกรณ์ - ตอ้ งใชส้
- หา้ มใชว้ ตั ถอุ นั ตรายทีร่ ะบุในทะเบียนวัตถุอันต

- สถานที่เก็บรักษาต้องสะอาด อากาศถา่ ยเทได้ด
ปนเปื้อนของวัตถุแปลกปลอม วัตถอุ ันตรายและ
และพาหะในการขนยา้ ยต้องสะอาดปราศจากกา
ความปลอดภัยในการบริโภค
- ต้องขนย้ายผลติ ผลอย่างระมัดระวงั

5. การบนั ทึกข้อมลู - ต้องมกี ารบนั ทึกข้อมูลท่เี กยี่ วกับการใชว้ ตั ถุอัน
การบันทกึ ขอ้ มลู การสารวจและการป้องกันจากดั
ขอ้ มูลการจัดการเพ่ือให้ไดผ้ ลิตผลคุณภาพ

6. การผลติ ให้ปลอดภัยจากศัตรพู ืช - ผลติ ผลที่เกบ็ เกีย่ วแลว้ ตอ้ งไมม่ ีศตั รูพชื ติดอยูถ่

ด วิธกี ารตรวจประเมิน

ซ่งึ ก่อใหเ้ กิดการปนเปอ้ื นวัตถุ - ตรวจพนิ ิจสภาพแวดล้อมหากอย่ใู นสภาวะเสยี่ งให้
ตรวจสอบและวิเคราะห์คณุ ภาพนา้

ท่ีจะทาให้เกิดการตกค้างหรอื - ตรวจพนิ จิ สภาพแวดลอ้ ม หากอยใู่ นสภาวะเสย่ี งให้
ตรวจสอบและวเิ คราะห์คุณภาพดิน

ตามคาแนะนาหรอื อ้างองิ - ตรวจสอบสถานทเ่ี ก็บรักษาวัตถอุ ันตรายทางการเกษตร
ากท่ีขน้ึ ทะเบยี นกับกรมวิชาการ - สารเคมที ่ปี ระเทศคู่คา้ อนญุ าตให้ใชต้ รวจบนั ทกึ ข้อมลู
สารเคมีให้สอดคล้องกับรายการ การใชว้ ัตถอุ ันตรายทางการเกษตร และส่มุ ตัวอย่าง
ตรายทางการเกษตรทหี่ า้ มใช้ วิเคราะหส์ ารพิษตกคา้ งในผลิตผลกรณมี ีข้อสงสัย

ดีและสามารถปอ้ งกันการ - ตรวจพนิ ิจสถานที่ อปุ กรณ์ ภาชนะบรรจุข้ันตอนและ

ะสัตว์พาหะนาโรค - อุปกรณ์ วิธีการขนยา้ ยผลติ ผล

ารปนเปื้อนส่ิงอนั ตรายที่มีผลต่อ

นตรายทางการเกษตร - ตอ้ งมี - ตรวจบันทกึ ขอ้ มูลของเกษตรกรตามแบบบนั ทึกขอ้ มลู
ดศัตรูพืช - ตอ้ งมีการบนั ทกึ

ถา้ พบต้องตัดแยกไวต้ ่างหาก - ตรวจสอบบนั ทกึ ข้อมูลการสารวจศัตรูและการป้องกัน
กาจดั - ตรวจพนิ ิจผลการคัดแยก

7. การจัดการกระบวนการผลิต - การปฏบิ ัติและการจัดการตามแผนควบคมุ การ
เพ่อื ให้ไดผ้ ลิตผลคุณภาพ คณุ ภาพไว้ตา่ งหาก

8. การเกบ็ เก่ยี ว และการปฏิบตั ิหลัง - เกบ็ เกี่ยวผลในระยะทเี่ หมาะสมตามเกณฑใ์ นแ
การเก็บเกี่ยว ใชใ้ นการเกบ็ เกี่ยว ภาชนะบรรจุและวิธกี ารเก็บเ
อนั ตรายต่อคณุ ภาพของผลผลิต และปนเปอ้ื นสิ่ง
ปลอดภัยในการบริโภค

รผลติ - คัดแยกผลิตผลดอ้ ย - ตรวจสอบบันทกึ ข้อมลู การปฏบิ ัตแิ ละการจดั การเพื่อให้
ไดผ้ ลติ ผลคุณภาพ - ตรวจพินิจผลการคดั แยก

แผนควบคมุ การผลิต - อุปกรณ์ที่ - ตรวจสอบบันทึกการเก็บเกี่ยวและการปฏบิ ตั ิหลังการ

เกี่ยวต้องสะอาดไมก่ ่อให้เกดิ เก็บเกยี่ ว - ตรวจพนิ จิ อปุ กรณ์ ภาชนะบรรจุ ขนั้ ตอนและ

งอันตรายทม่ี ผี ลต่อความ วธิ กี ารเกบ็ เกี่ยว

ใบงานที่ ๑
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑
ความรเู้ บอ้ื งตน้ เกย่ี วกบั พชื ผกั
วชิ า : การผลติ พชื ผัก ระดบั ชนั้ ปวช. ๑

คาสงั่ : ใหน้ ักศกึ ษาอธิบายความสาคญั ของผักในด้านต่างๆ ดังน้ี
๑. ความสาคัญด้านคณุ คา่ ทางอาหารพรอ้ มยกตัวอย่างประกอบอยา่ งน้อย ๕ ชนดิ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๒. ความสาคัญด้านเศรษฐกิจพรอ้ มยกตวั อย่างประกอบ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ใบงานท่ี ๒
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๒
เร่อื ง : การตลาดขายพชื ผกั และมาตรฐานการผลติ พชื ผกั ตามระบบเกษตรดที ีเ่ หมาะสม(GAP)
วชิ า : การผลติ พชื ผัก ระดบั ชนั้ ปวช. ๑

คาสงั่ : ให้นกั ศึกษาอธิบายความหมายและความสาคัญของ “ระบบเกษตรดีทเี่ หมาะสม(GAP)”
............................................................................................................................. ............................................................
.........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. ............................................................
.........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. ............................................................
........................................................................................................................................................ .................................
.................................................................................................. .......................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. ............................................................
................................................................................................................................................................................... ......
............................................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. ............................................................
........................................................................................................................................ .................................................
.........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. ............................................................
................................................................................................................................................................... ......................
............................................................................................................ .............................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. ............................................................
.........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. ............................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ใบงานท่ี ๓
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๓
เร่อื ง : การจาแนกพชื ผกั
วชิ า : การผลติ พชื ผัก ระดบั ชน้ั ปวช. ๑

คาสงั่ : ให้นกั ศกึ ษาอธบิ ายการจาแนกพืชผกั ตามหลกั การต่างๆได้
๑. การจาแนกตามหลกั พฤกษศาสตร์(Botanical classification)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๒. การจาแนกตามสภาพอากาศทเ่ี หมาะสมต่อการเจริญเติบโต(Classification based on hardiness) พร้อม
ยกตวั อย่าง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. จาแนกตามสว่ นตา่ งๆ ทีใ่ ช้บรโิ ภค(Classification based on parts used as food) พรอ้ มยกตัวอยา่ งประกอบ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. การจาแนกตามวิธกี ารปลูก (Classification based on methods of culture) พร้อมยกตวั อยา่ งประกอบ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๕. การจาแนกตามฤดูกาล(Classification based on season growth) พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ใบงานที่ ๔
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๔
เรื่อง : การจาแนกประเภทของสวนผัก
วชิ า : การผลิตพชื ผัก ระดบั ชน้ั ปวช. ๑

คาสง่ั : ให้นักศกึ ษาอธบิ ายการจาแนกประเภทของสวนผักชนิดต่างๆได้
๑. สวนหลังบา้ นหรอื สวนครัว (Home gardening)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. สวนผกั ส่งตลาดทอ้ งท่ี (Market gardening)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. สวนผักการค้าขนาดใหญ่(Truck gardening)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. สวนผกั เพอื่ ส่งโรงงานแปรรปู (Vegetable production for processing)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๕. สวนผกั ควบคมุ สภาพแวดลอ้ ม(Vegetable forcing)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๖. สวนผักเพือ่ ผลติ เมลด็ พนั ธ์ุ(Vegetable growing for seed production)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยรี ะนอง
ตาบลราชกรูด อาเภอเมือง จงั หวดั ระนอง
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

แบบทดสอบ วชิ าการผลติ พชื ผกั
รหสั วชิ า ๒๕๐๑ –๒๒๐๓ ระดบั ชนั้ ปวช.๑

ภาคเรยี นท่ี ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๑
คาชแ้ี จง

๑. ขอ้ สอบมที ั้งหมด ๕ หนา้ จานวน ๔๒ ข้อ ๒๐ คะแนน ใช้เวลา ๑.๓๐ ชั่วโมง
๒. ให้เขยี นช่ือ-นามสกุล เลขท่ี วนั /เวลา/สถานทีส่ อบลงในกระดาษคาตอบใหส้ มบรู ณ์
๓. ใหท้ าเครอ่ื งหมายกากบาท (×) ลงใน ช่องตวั เลอื ก ก ข ค ง ทีถ่ กู ต้องทสี่ ุดเพียงข้อเดียว

เมื่อตอ้ งการเปล่ยี นคาตอบ ให้ทาเครื่องหมายเท่ากับ(=)ทับเครอ่ื งหมายกากบาทในกระดาษคาตอบ
๔. หา้ มขดี เขียนหรือทาเครื่องหมายใดๆ ลงในกระดาษคาถาม
๕. ห้ามนาขอ้ สอบและกระดาษคาตอบออกจากห้องสอบ
๖. ไมอ่ นญุ าตให้ผู้เขา้ สอบออกจากห้องสอบก่อนหมดเวลา

คาชแ้ี จงในการทาแบบทดสอบ
ตอนที่ ๑. เป็นแบบทดสอบปรนยั ชนดิ ๔ ตวั เลอื ก ใหท้ าเครื่องหมายกากบาท(×)ลงในกระดาษคาตอบท่ีถกู ต้อง

ทส่ี ุดเพยี งขอ้ เดยี วต้ังแตข่ ้อ ๑-๔๐ จานวน ๔๐ ข้อ คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน
ตอนท่ี ๒. เป็นข้อสอบแบบอัตนยั จานวน ๒ ข้อ รวม ๕ คะแนน

วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยรี ะนอง

ข้อสอบปลายภาค วชิ า การผลติ พืชผัก ( รหัสวชิ า ๒๕๐๑ – ๒๒๐๓ ) ระดับช้นั ปวช.๑
สาขาวิชาการเกษตร เวลา ๑ ชัว่ โมง (คะแนนเตม็ ๔๐ คะแนน)
............................................................................................................................. .......................................................
ตอนท่ี ๑ ข้อสอบแบบเลือกตอบ มีทั้งหมด ๔๐ ข้อ
คาชแ้ี จง : จงทาเครอื่ งหมายกากบาท (×) ในชอ่ งวา่ ง ก ข ค ง ในกระดาษคาตอบ ท่เี หน็ วา่ เปน็ คาตอบท่ี
ถูกต้องทีส่ ุดเพยี งข้อเดยี ว

๑. ข้อใดให้ความหมายของคาวา่ “พืชผกั ” ไดช้ ัดเจนท่ีสุด
ก. พชื ทีม่ นุษย์ใชบ้ ริโภคเป็นอาหารประจาวนั
ข. พืชท่ีให้คุณค่าทางอาหารครบถ้วน ( คารโ์ บไฮเดรท,ไขมัน ) ให้พลงั งานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย
ค. ใหว้ ติ ามนิ และเกลอื แรท่ ่ีชว่ ยทาใหร้ า่ งกายแขง็ แรงปุ๋ยยูเรีย ง. ถูกทุกข้อ

๒. ขอ้ ใดตอ่ ไปนเี้ ป็นลักษณะเด่นของพชื ผกั
ก. ให้พลงั งานและความอบอุ่นแกร่ า่ งกาย ข. ชว่ ยซ่อมแซมสว่ นทีส่ ึกหรอ
ค. เสริมสร้างใหร้ า่ งกายเติบโต แขง็ แรง ง. มเี ส้นใยสูงช่วยทาให้ระบบขบั ถา่ ยทางานเป็นปกติ

๓. ผักชนิดใดต่อไปนีม้ ีแคโรตีนสงู ท้งั หมด
ก. ฟักทอง,แครอท,มันเทศ ข. แครอท,มันฝรัง่ ,ตาลงึ ค. มนั เทศ,ฝักทอง,ตาลึง ง. ถูกทกุ ข้อ

ตวั เลือกตอ่ ไปนใ้ี ชเ้ ลอื กตอบในขอ้ ๔-๗

ก. วติ ามนิ บี ๑ ข. วติ ามนิ บี ๒ ค. วติ ามนิ เอ ง. วติ ามิน ซี

๔. รา่ งกายแคระแกรน็ ฟันผุ เป็นหวัดง่าย ตาอกั เสบ แสดงว่าขาดวิตามนิ ใดต่อไปนี้

๕. เบอื่ อาหาร นอนไมห่ ลับ หงดุ หงิด อ่อนเพลีย แสดงว่าขาดวิตามินใดต่อไปนี้

๖. เปน็ โรคปากนกกระจอก ล้นิ อักเสบ เหงือกอักเสบ ผิวหนงั แห้ง ผิวลอก ขนรว่ ง แสดงว่าขาดวติ ามินใดต่อไปนี้

๗. เป็นโรคโลหติ จาง ซีดเซยี ว เลือดออกตามไรฟนั และเป็นหวดั ง่าย แสดงวา่ ขาดวติ ามินใดตอ่ ไปน้ี

๘. ข้อใดคือความหมายของพืชผกั สวนครวั

ก. ผักท่ีปลูกไวเ้ พ่อื จาหน่าย ข. ผกั ท่ีปลูกไว้ประดบั บา้ น

ค. ผกั ทป่ี ลูกไวเ้ พอ่ื แจกจ่ายเพื่อนบา้ น ง. ผักที่ปลูกไวร้ ับประทานในครอบครวั

๙. พืชชนิดใดต่อไปนนี้ ามาสกัดสารใหส้ ีได้

ก. ใบเตย/ขม้นิ ชนั ข. อญั ชัน/กระเจีย๊ บ

ค. ไมม่ ขี ้อถูก ง. ถูกทุกข้อ

๑๐. ถา้ เราจะทาขนมเปียกปูนให้มกี ลนิ่ หอมและสีสนั สดใสน่ารบั ประทานจะใชพ้ ชื ชนิดใดตอ่ ไปนี้ในการผสมแปง้

ก. ขมนิ้ ชนั ข. ดอกอญั ชัน ค. ดอกกระเจ๊ียบ ง. ใบเตย

๑๑. ถา้ เราต้องการทาน้าสมนุ ไพรรบั ประทานท่มี ีสรรพคณุ ช่วยขับลมจะใชพ้ ืชชนิดใด

ก. ใบเตย ข. ดอกอัญชนั ค. ตระไคร้ ง. ถูกทุกขอ้

๑๒. เราควรเลือกรบั ประทานผักชนิดใดที่ปลอดภยั จากสารเคมมี ากทสี่ ุด

ก. ชะอม ข. คะนา้ ค. กะหล่าปี ง. ผกั กาดขาว

๑๓. พืชผกั ชนดิ ใดทป่ี ลูกได้ทุกฤดกู าล

ก. มะเขือเปราะ ข. กะหล่าปลี ค. มะเขือเทศ ง. ถว่ั ลนั เตา

๑๔. สถานทีใ่ ดเหมาะกับการปลูกพืชผกั สวนครวั มากที่สดุ

ก. มรี ม่ เงาจากตน้ ไม้ใหญ่ ข. เปน็ ทรี่ าบลมุ่ นา้ ทว่ มถึง

ค. อยูห่ า่ งไกลจากท่ีพักอาศยั ง. ใกลท้ ีพ่ ักและแหลง่ น้า

๑๕. ดนิ ทีเ่ หมาะสมกับการปลูกพชื ผกั สวนครัว ควรมีลักษณะอยา่ งไร

ก. เนือ้ ดนิ หยาบ นา้ ซมึ ผา่ นได้เร็ว ข. ดนิ ท่กี ักเก็บน้าไดด้ ี น้าซมึ ผ่านได้ยาก

ค. ดนิ ที่มีหนา้ ดนิ ตนื้ มีอนิ ทรียวัตถนุ อ้ ย ง. ดินทมี่ ีเน้อื ดนิ ร่วนซุย มีอินทรีย์วตั ถมุ าก

๑๖. . เมลด็ พนั ธผุ์ กั ลกั ษณะใดท่คี วรคดั เลือกไว้ขยายพนั ธุ์

ก. เมล็ดท่ีอ่อนนุม่ ข. เมล็ดทแี่ ก่จัด เนื้อแนน่ แข็ง

ค. เมลด็ ทม่ี ลี ักษณะเบา ง. เมล็ดท่ยี ังไม่แก่เต็มท่ี

๑๗. ข้ันตอนแรกในการเตรยี มดนิ ปลูกผัก คือข้อใด

ก. ยอ่ ยดนิ ให้ร่วนซยุ ข. ขดุ ดินและเก็บวัชพืช

ค. ใสป่ ๋ยุ หมกั หรอื ปุ๋ยคอก ง. ตากดนิ เพื่อฆา่ เชื้อโรค

๑๘. รากพชื บริเวณใดจะดูดน้าไปใชไ้ ด้มากท่ีสุด

ก. บริเวณปลายราก

ข. รากท่ีอยู่ถดั จากโคนต้นลงมา

ค. รากบรเิ วณโคนต้นรอบทรงพุ่ม

ง. รากทกุ บรเิ วณสามารถดดู น้าไปใชไ้ ม่เท่ากนั

๑๙. แปลงผกั มักทาดินหลงั แปลงนนู โคง้ เล็กนอ้ ย เพื่ออะไร

ก. เพ่ือให้แสงแดดส่องถงึ ข. เพือ่ สะดวกในการปฏิบัตงิ าน

ค. เพ่อื รักษาความชุม่ ช้นื ให้กับพืช ง. เพือ่ ระบายน้าออกจากแปลงไดส้ ะดวก

๒๐. พชื ชนิดใดนยิ มเพาะกล้ากอ่ นนาไปปลกู ในแปลง

ก. พริก ข. ผกั บุง้ ค. ขา้ วโพด ง. สะระแหน่

๒๑. การยา้ ยกลา้ เพื่อปลูกในแปลง ลักษณะใดเหมาะสมท่ีสดุ

ก. ควรยา้ ยเมอ่ื ตน้ กลา้ มีอายุมาก ข. ควรยา้ ยกลา้ ในเวลาเท่ยี งวัน

ค. ควรยา้ ยกล้าโดยวิธกี ารดึงหรือถอน ง. ควรย้ายกลา้ เมอื่ มใี บจริง ๓-๔ ใบ

๒๒. พืชผกั ชนิดใดทป่ี ลูกด้วยวิธหี ยอดเมล็ดลงหลมุ

ก. ขา่ ข. ผกั ชี ค. คะน้า ง. ฟกั ทอง

๒๓. ชาวสวนทวั่ ไปนิยมใหน้ ้าแบบใด

ก. การใหน้ า้ แบบหยด ข. การให้นา้ แบบพ่นฝอย

ค. การใหน้ ้าแบบคนั ดินรอบต้น ง. การใหน้ ้าแบบใชส้ ายยางรด

๒๔. ตน้ กล้าท่คี วรถอนทิ้งเป็นอนั ดบั แรก คอื ข้อใด

ก. ต้นกล้าที่เป็นโรค ข. ต้นกล้าทีม่ ขี นาดเล็ก

ค. ต้นกล้าท่ีมขี นาดใหญ่ ง. ต้นกลา้ ทมี่ แี มลงกัดกิน

๒๕. เราควรทารม่ บงั แดดให้กับพชื ผกั สวนครวั เม่ือใด

ก. เมอื่ พืชแก่จัด ข. เมอื่ พชื ออกดอก ค. เมอ่ื ยา้ ยกล้าใหม่ ง. เมือ่ พืชแตกใบใหม่

๒๖. การพรวนดินใกล้โคนตน้ มากเกินไปจะเกิดผลเสียอย่างไรกับพืช

ก. ทาใหร้ ากพชื ขาดนา้ ข. ทาให้ดินอมุ้ น้าไดน้ ้อย

ค. แมลงศตั รูพืชทาลายไดง้ ่าย ง. ทาใหน้ ้าขงั รอบโคนตน้

๒๗. วธิ รี ักษาความชมุ่ ช้นื และควบคมุ วัชพืชในแปลงผกั ที่เหมาะสม คือข้อใด

ก. งดการให้น้า ข. ลดการใสป่ ุ๋ยคอก

ค. ท้อลดการใสป่ ยุ๋ หมกั ง. ใช้ฟางคลมุ แปลง

๒๘. พืชชนดิ ใดเหมาะสาหรบั ทาป๋ยุ พชื สดได้ดีทสี่ ุด

ก. อ้อย ข. ข้าวโพด ค. มันเทศ ง. ถ่วั เขียว

๒๙. การใสป่ ยุ๋ เคมีติดต่อกนั เป็นเวลานาน มผี ลเสียตอ่ ดนิ อย่างไร

ก. ดินอุม้ น้าได้ดขี น้ึ ข. ดินมคี วามอดุ มสมบรู ณ์เพ่ิมมากขึ้น

ค. ดินมสี ภาพเหมาะสมต่อการปลกู พชื ง. ดนิ เสื่อมสภาพลง

๓๐. การปลูกพืชผักสวนครัวโดยใชส้ ารเคมกี าจดั แมลง มผี ลเสียอยา่ งไร

ก. ทาลายส่งิ แวดลอ้ ม ข. ผลผลติ เพม่ิ มากข้ึน

ค. พืชผกั เจริญเตบิ โตสมบรู ณ์ ง. ป้องกันผลผลติ ไมใ่ ห้เสียหาย

๓๑. ขอ้ ใดเป็นวธิ กี ารเกบ็ เกี่ยวผักคะนา้ ท่ีถูกต้อง

ก. ใชก้ รรไกรตัด ข. ใช้มีดคมๆ ตดั ค. ใช้มอื ถอนทั้งต้น ง. ใช้มือเด็ดจากตน้

๓๒. ข้อใดต่อไปนี้เป็นพืชกระกูลแตงทัง้ หมด

ก. แตงกวา/แตงไทย/แตงโม ข. ฟักทอง/บวบ/น้าเตา้ /มะระ

ค. แตงโม/ฟกั ทอง/มะระ ง. ถกู ทกุ ข้อ

ตวั เลอื กต่อไปนใ้ี ชเ้ ลอื กตอบในขอ้ ๓๓-๓๖ ง. ๖๐-๗๕ วนั
ก. ๑๕-๒๐ วนั ข. ๔๕-๖๐ วัน ค. ๕๐-๖๐ วัน

๓๓. มะเขอื เทศมีอายกุ ารเก็บเก่ยี วกว่ี นั หลงั ยา้ ยกลา้
๓๔. พริกและมะเขือมีอายกุ ารเก็บเกยี่ วกี่วนั หลงั ยา้ ยกล้า
๓๕. ผักชีมอี ายุเกบ็ เกย่ี วกว่ี ันหลงั จากหวา่ นเมล็ดลงแปลง
๓๖. ผกั บุ้งมีอายุเกบ็ เกยี่ วกีว่ ันหลงั หว่านเมล็ดลงแปลง

ตวั เลือกตอ่ ไปนใ้ี ชเ้ ลอื กตอบในขอ้ ๓๗-๔๐ ง. ขมิ้น,ขงิ
ก. เผอื ก ข. มนั ฝรง่ั ค. แครอท,มนั แกว

๓๗. พชื ทีใ่ ชส้ ่วนลาตน้ ใต้ดนิ (Rhizome) มารบั ประทาน
๓๘. พชื ทใ่ี ช้ส่วนของรากใต้ดนิ (Root) มารับประทาน
๓๙. พืชท่ีใชส้ ว่ นของลาตน้ ใตด้ ิน(Tuber) มารบั ประทาน
๔๐. พืชท่ใี ชส้ ่วนของหวั ใต้ดิน(Corm) มารับประทาน

วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยรี ะนอง

ข้อสอบปลายภาค วชิ าการผลติ พชื ผกั รหัสวชิ า ๒๕๐๑ – ๒๒๐๓ ระดบั ชน้ั ปวช. ๑
สาขางานการเกษตร เวลา ๓๐ นาที คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน

ตอนที่ ๒ ขอ้ สอบอัตนยั ๒ ข้อ (ทาลงในกระดาษคาถาม)
คาชแ้ี จง : ๑ ให้นกั เรียนอธิบายการขยายพนั ธ์ุพชื ผักด้วยวิธกี าร......พรอ้ มยกตวั อยา่ งชนิดของพืช (คนละ ๑ วธิ ี )

๑. เพาะเมล็ด ๒. การแบง่ และการแยกส่วน ๆ ของพืช
๓. การตอน ๔. การปกั ชา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
............................................................................................................................. .......................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๒. ให้นกั เรยี นอธบิ ายความหมายและความสาคญั ของเกษตร GAP ให้ชดั เจน
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................................ ............................
....................................................................................................... .............................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................................................................ ........
........................................................................................................................... .........................................................
............................................................................................................................. .......................................................
................................................................................................................................................ ....................................

ชอ่ื .........................................................................


Click to View FlipBook Version