ตำนาน คติความเชื่อศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ชาวอำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา ชลิตา ดำสนิท ความนำ นายอดิศักดิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่าเจ้าพ่อเขาใหญ่ถือว่าเป็นเทพเจ้าที่ดูแลผืนป่า และเป็นที่เคารพนับถือของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนทั่วทุกสารทิศ จะสังเกตว่ามีประชาชนนำ เครื่องเซ่นไหว้ มาทำพิธีหน้าศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ทุกวันไม่ขาดสาย เช่นผู้ที่จะขับรถเดินทางผ่านหน้าศาลเจ้าพ่อ จะกดแตรรถทุกคันเพื่อขอให้เจ้าพ่อคุ้มครอง แต่ถ้าหากใครทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องในพื้นที่ ก็จะเกิดเหตุการณ์ร้าย ให้เห็นมาโดยตลอด จึงทำให้ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ให้ข้าราชการและประชาชนนับถือ ศาล เจ้าพ่อเขาใหญ่ ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับป่าเขาใหญ่มาอย่างช้านาน ผู้คนที่เดินทางเข้าออกในทางนี้ส่วน ใหญ่จะต้องมาบอกกล่าวและก่อนเข้ามาทุกครั้งจะมีการนำดอกไม้สด พวงมาลัย หมากพลูผลไม้อาหารคาว หวานต่าง ๆ มาถวายอย่างไม่ขาดสายนอกจากนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเหล้าขาว ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องเซ่นไหว้ที่ เจ้าพ่อชื่นชอบเป็นที่สุด ไม่เพียงเท่านั้นยังมีคนมาบนบานศาลกล่าวขอโชคขอชัยขอสารพัด ขอทั้งเรื่องงาน เรื่องทางบ้าน เรื่องความรักก็ยังมีมีคนจำนวนไม่น้อยที่สมหวังตามคำขอของเขา นั่นจึงไม่แปลกที่ชื่อเสียงของ ท่านจะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในละแวกนั้นต่างก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าอิทธิฤทธิ์ของเจ้าพ่อเขาใหญ่นั้น มากล้นจนสามารถดลบันดาลให้คำขอเหล่านั้นสามารถเป็นจริงดังคำขอนั้นได้ แต่ต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้องและผู้ขอ เองนั้นก็จะต้องตั้งอยู่ในศีลธรรม (สยามรัฐ, 2564, ย่อหน้า 3) ภาพที่ 1 ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ถ่ายเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564 ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ คนในท้องถิ่นจะถนัดเรียกศาลแห่งนี้ว่า “ศาลเจ้าพ่อปลัดจ่าง” ด้วยเมื่อครั้งที่ บุคคลผู้นี้ยังมีลมหายใจอยู่ ได้เคยใช้ชีวิตผูกพันกันจนแทบแยกไม่ออกปลัดผู้นี้มีนามจริงว่า นายจ่าง นิสัยสัตย์
เป็นคนบ้านป่าดงซู่ จ.นครนายก ที่รับราชการสังกัดกองทัพไทย เคยสู้รบกับข้าศึกจากประเทศเพื่อนบ้านในยุค นั้น จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นปลัดในเวลาต่อมา ยามว่างงานศึกปลัดจ่างมักจะขี่ม้าออกเยี่ยมลูกน้องกับ ครอบครัวซึ่งสามารถสร้างขวัญกำลังใจได้อย่างมาก ครั้งหนึ่งปลัดจ่างทราบข่าวว่า มีคนใกล้ชิดที่เคยร่วมรบเกิด อุตริไปเป็นโจรร่วมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่หนีคดีอาญาแผ่นดินอยู่บนเขาใหญ่ และถางป่าเป็นผืนนาทำกิน ปลัด จ่างรู้สึกเสียใจจึงได้รีบขึ้นไปขอร้องให้ลูกน้อง รวมถึงหัวหน้าโจร 5 คนหยุดการคุกคามป่าแล้วเคลื่อนย้ายลงไป ทำกินยังพื้นที่ราบแทนเพื่อเก็บรักษาป่าเอาไว้พวกโจรไม่พอใจที่ถูกกดดัน จึงนัดหมายปลัดไปตกลงกันที่ป่า หญ้าคาใกล้หนองเชิงเขาใหญ่ แต่ไม่สัมฤทธิ์ผลจนเกิดการต่อสู้กัน โดยปลัดจ่างสามารถปลิดชีพหัวหน้าโจรได้ สำเร็จ “ป่าเขาใหญ่” จึงปราศจากการคุกคามของกลุ่มโจรเหล่านั้น ทิ้งไว้แต่ป่าหญ้าคาให้เห็นเป็นตำนานเพียง ว่า ตรงนั้นคือพสุธาอันเคยเป็นผืนนาของโจรชั่วกลุ่มนั้นมาก่อน “ปลัดจ่าง” ได้สิ้นลมด้วยโรคไข้ป่าเมื่อวัย 75 ปี ชาวบ้านที่ให้ความศรัทธาจึงพร้อมใจกันสร้างศาลเพียงตาขึ้นใต้ต้นกระเบาใหญ่ ที่วังหนองงูเหลือม จ. นครนายก เพื่อเป็นที่สิงสถิตดวงวิญญาณของผู้มีคุณอนันต์กับป่าเขาใหญ่ และเรียกศาลดังกล่าวนี้ว่า “ศาลเจ้า พ่อปลัดจ่าง” ภาพที่ 2 ภาพภายในศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ถ่ายเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564 หนังสือ "กำเนิดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่" รวบรวมโดย ธนพล สารนาค พูดถึงการจัดตั้งศาลเจ้าพ่อเขา ใหญ่บางตอนว่า หลังจาก จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปตรวจป่าเขาใหญ่ครั้งที่สอง โดย เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ ในเดือนมกราคม ๒๕๐๔ เจ้าพ่อผู้คุ้มครองป่าเขาใหญ่ได้ไปเข้าฝันจอมพล สฤษดิ์ ธนะ รัชต์พลเรือตรี หลวงสุวิชานแพทย์ หรือ อัน สุวรรณภาณุ นายแพทย์ใหญ่ กรมแพทย์ทหารเรือได้นั่งสมาธิ ตรวจดูเหตุการณ์ต่าง ๆ แล้วชี้แนะว่า เพื่อให้การจัดตั้งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พ้นจากอุปสรรคนานาประการ จะต้องตั้งศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ถวายแด่องค์ท่านทันทีต่อมาเมื่อจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ดำเนินการก่อสร้าง ถนนธนะรัชต์ขึ้นสู่เขาใหญ่เพื่อฟื้นฟูอนุรักษ์ไปพร้อมการพัฒนา และได้ทราบถึงเรื่องราวปาฏิหาริย์เจ้าพ่อปลัด จ่าง จึงได้ทำพิธีอัญเชิญวิญญาณดวงนั้นมาประดิษฐานอยู่คู่ศาลแห่งใหม่ และเรียกว่า “ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่”
กับได้กำหนดให้วันที่ 26 มกราคมของทุกปีเป็นวันบวงสรวงดวงวิญญาณเจ้าพ่อปลัดจ่างเรื่องราวของบุคคลผู้นี้ ที่แม้ชีวิตจะหาไม่มานานแล้ว แต่ปรากฏการณ์หลาย ๆ อย่างที่ปรากฏตามมา จากกลุ่มคนที่คิดมิดีมิร้ายกับป่า หรือสัตว์ป่าเขาใหญ่นั้น มักจะถูกสิ่งเลวร้ายตอบกลับมิได้ขาด โดยเชื่อกันว่านั่นคืออิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์จากดวง วิญญาณเจ้าพ่อปลัดจ่าง ที่คอยคุ้มครองทุกสรรพสิ่งบนป่าเขาใหญ่เอาไว้(กรมอุทยานแห่งชาติ, 2560, หน้า 46) บทความนี้เลือกศึกษาเฉพาะตำนานคติความเชื่อศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ของชาวอำเภอปากช่อง จ. นครราชสีมา โดยที่จะมีประเด็นต่าง ๆ ในการศึกษา ดังจะกล่าวต่อไปนี้ ความเป็นมาที่ก่อนที่จะเลือกเจ้าพ่อเขาใหญ่มาคุ้มครองป่า ก่อนที่จะมีพิธีอัญเชิญเจ้าพ่อเขาใหญ่มา สถิตในสวรรค์แห่งใหม่ตอนการตรวจสอบครั้งแรกจะเริ่มคือ อาจารย์ประมวล ท่านได้ตั้งจิตอธิษฐานขอให้สิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษาเขาใหญ่มาอย่างช้านานช่วยดลบันดาลให้ภารกิจในครั้งนั้นสำเร็จตามเวลาที่กำหนด ได้ พบว่าเจ้าหน้าที่น่าจะเป็นเจ้าป่าเขาใหญ่มากที่สุดคือหนึ่งจะพอตาแดงเป็นเจ้าพ่อผู้ที่เป็นที่รู้จักกันมากในแถบ อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรีซึ่งมีพื้นที่ติดกับป่าเขาใหญ่เช่นกันโดยชาวบ้านนับถือเจ้าพ่อตาแดงเป็น อย่างมาก มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าบ่อยครั้งที่ชาวบ้านเขาไปหาของป่าล่าสัตว์หาไม้หอมหรือสมุนไพรในบริเวณ ป่าเขาใหญ่และได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย แต่พอจะมีคนรอดออกมาได้เหมือนกันหรือต่างพูดเป็นเสียง เดียวกันว่า ในขณะที่พวกเขาเดินป่าอยู่ก็เห็นผู้หญิงแปลกหน้าเดินอยู่ในป่าคนเดียว เมื่อพวกเขาเห็นก็เดินตาม ไปแต่ไม่นานผู้หญิงคนนั้นก็หายตัวไป กลายเป็นเสือลายพาดกลอนตัวใหญ่ออกมาแทนกลับมาวิ่งอย่างไม่คิด ชีวิตและไม่รู้ว่าคนที่ไปด้วยกันหายสาบสูญไปไหน ต่อมาจึงมีคำว่าห้ามเดินป่าในแถบนั้นถ้าเห็นผู้หญิงแปลก หน้า เดินอยู่คนเดียวในป่าอย่าได้เดินไปเข้าไปให้เดินเลี่ยงโดยทันทีก่อนที่จะตกเป็นบริวารของเจ้าพ่อตาแดง องค์ที่ 2 น่าจะเป็นเจ้าพ่อองค์ประธานของเจ้าพ่อทั้งหลายที่อยู่ในบริเวณเขาใหญ่ คือเจ้าพ่อเขาเขียว อยู่บริเวณตีนเขาเขียว เป็นปากทางเข้าบ้านพักสำนักนายกรัฐมนตรีจากคำบอกเล่าของชาวบ้าน ระบุว่าจะพ่อ เขาเขียวท่านทำหน้าที่ในอำเภอคลองป่าเขาเขียว โดยในตอนแรกนั้นศาลเจ้าพ่อเขาเขียวเป็นเพียงศาลขนาด เล็ก ต่อมาได้มีการจัดสร้างขึ้นมาใหม่ให้ดูยิ่งใหญ่กว่าเดิม นอกจากนั้นเจ้าพ่อเขาเขียวชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าใน ครั้งที่บริษัทอิตาเลียนไทย ได้เข้ามาสร้างเป็นทางขึ้นเขาเขียวนั้นได้ทำการรวบรวมเจ้าพ่อเขาเขียวเอาไว้ทั้งที่ ชาวบ้านเองเตือนอยู่ก่อนแล้ว หลังจากนั้นไม่นานทางของบริษัทอิตาเลียนไทยคนหนึ่งที่ตายอย่างเป็นปริศนาใต้ ท้องรถขณะที่กำลังซ่อมรถอยู่ ดูสภาพศพปรากฏเป็นรอยเขียวช้ำบริเวณลำคอจากนั้นมาก็ไม่มีผู้ที่กล้าลบหลู่ เจ้าพ่อเขาเขียวอีกหากว่าเป็นภารกิจที่สำคัญและหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็จะทำการบอกกล่าวอย่างถูกต้อง เสียก่อนซึ่งทุกวันนี้ชาวบ้านก็ยังคงกราบไหว้ท่านอยู่ที่ต้องเข้าออกมาเป็นประจำถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ควร ลืมปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง นอกจากที่กล่าวมาแล้วยังมีเจ้าพ่อองค์ที่ 3 นั้นคือเจ้าพ่อปลัดจ่างในจังหวัดนครนายก ซึ่งเจ้าพ่อท่านนี้ แตกต่างจากข้ออื่นตรงที่เคยเป็นคนมาก่อนนอกจากนั้นในช่วงที่มีชีวิตอยู่นั้นก็ได้ทำคุณงามความดีต่อ
ประเทศชาติมาโดยตลอด จนเป็นที่รักใคร่และนับถือของคนในสมัยนั้น ชาวบ้านจำนวนมากที่อยู่บริเวณ โดยรอบเขาใหญ่ต่างยืนยันว่าเจ้าพ่อปลัดจ่างท่านเป็นเจ้าพ่อองค์ประธานของเขาใหญ่จริง ๆ อาจารย์ประมวล หัวหน้าคณะผู้สืบหาความจริงในครั้งนั้นก็ได้เร่งการจัดสร้างศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่จนเสร็จสิ้นลงและก็ได้มีการทำ พิธีอัญเชิญเจ้าพ่อปลัดจ่างมาสถิตในวันที่ 26 มกราคม 2504 และขนานนามว่าเจ้าพ่อเขาใหญ่ในเวลาต่อมา และในวันที่ 26 มกราคมของทุกปีจะมีการรวมกลุ่มเพื่อระลึกถึงบุญคุณของท่านที่ช่วยปกปักรักษาผืนป่าแห่งนี้ มาโดยตลอด เมื่อศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่เสร็จสิ้นตามกำหนดทุกอย่างชาวบ้านทั้งในท้องที่และต่างจังหวัด ต่างก็ แวะเวียนมากราบไหว้สักการะท่านทุกครั้งที่มีโอกาส มีคนนำเข้าของเครื่องใช้อาหารคาวหวานดอกไม้มาลัยมา ถวายกันแน่นขนัด แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยเช่นกันจึงต้องจบชีวิตลงในป่าเขาอย่างเป็นปริศนาเพียงแค่ลบหลู่ ท่านโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์(ธีระวุฒิ, 2563, หน้า 2) ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่กับความศรัทธาของชาวอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เขาใหญ่ป่าดงดิบที่ตั้งตำนานอาถรรพ์สืบทอดกันมายาวนานหลายชั่วอายุคนเป็นที่กล่าวขานกันมา จนถึงทุกวันนี้ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ได้มีโอกาสก้าวย่างเข้าไปในป่าแห่งนี้ต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เหมือนมีสิ่งที่ มองไม่เห็นกำลังจับตามองเราอยู่ทุกฝีก้าว ยิ่งไปกว่านั้นผู้ใดมีสัมผัสไวต่ออำนาจอาถรรพ์ต่าง ๆ ยิ่งจะรู้สึกได้ ชัดเจนกว่าคนปกตินั่น จึงทำให้ในป่าร้อยปีกว่าแห่งนี้ต่างโด่งดังไปทั่วเขาใหญ่และยังกลืนกินชีวิตนักผจญภัยไป ไม่ใช่น้อยจนมีการตั้งศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ขึ้นเพื่อให้ช่วยปกปักรักษาป่าและดูแลไม่ให้เกิดเภทภัยแก่ผู้มาเยี่ยม เยือน (ลำไย กลั่นกลิ่น, 2564) ลานพักแรมตาดตาภู่ เมื่อ 30 กว่าปีก่อนมีผู้คุ้นเคยกับผืนป่าแห่งนี้มานานเล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงปี 2519 มีกลุ่มสื่อมวลชนเดินทางขึ้นไปเก็บข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย และพากันเดินป่าเข้าไปพักแรมค้างคืนที่ บริเวณน้ำตกตาดตาภู่ โดยมีอดีตพรานป่าเป็นผู้นำทางขึ้นไปคืนนั้นพอดื่มกินจนได้ที่ คนพวกนี้ก็พลันเกิด ความคิดจะเข้าไปส่องสัตว์ในป่าละแวกนั้น ซึ่งหากโชคดีอดีตพรานป่าก็อาสาจะลงมือจัดการให้ เผื่อได้อะไร กลับมาปิ้งย่างกินกันต่อ ผลปรากฎคือไม่มีสัตว์ป่าผ่านมาให้เห็นแม้ตัวเดียว แต่คนกลุ่มนั้นกลับหลงป่าหาทาง ออกไม่ได้อยู่นานครึ่งค่อนคืน ด้วยเงาต้นไม้ที่พรานเคยใช้นำทางยามค่ำคืน หรือดาวบนฟ้าก็หาพิกัดไม่ได้ เขา เริ่มรู้เป็นนัยแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นจึงรีบชวนทุกคนยกมือพนมขึ้นเหนือหัว แล้วกล่าวขอขมาต่อเจ้าป่าเจ้าเขากับ เจ้าพ่อปลัดจ่าง เท่านั้นพรานป่าถึงค้นพบทางเดินกลับสู่ตาดตาภู่ได้อย่างปาฏิหาริย์นี่คือเรื่องของคนที่เคย เกิดขึ้นจริงบนป่าเขาใหญ่ (วัชรี รุนากัลป์, 2564) อีกกลุ่มหนึ่งเป็นพวกทำนิตยสารประเภทสยิวที่โด่งดังในยุคนั้น เกิดไอเดียที่มีดีเท่าไรนักนำนางแบบ สาวขึ้นไปเปลือยกายเล่นว่าวถ่ายภาพบนลานสนามกอล์ฟ กับถ่ายกันต่อที่น้ำตกผากล้วยไม้บ่ายวันต่อมาเมื่อ ขับรถกลับลงไปถึงประมาณ กม.ที่ 28-27 คันที่สองปีกนกข้างซ้ายเกิดหักฉับพลันทันใดรถถลาพุ่งชนผนังหิน ซ้ายมือโครมใหญ่ขณะที่ขวามือเป็นเหวลึกสุดลูกตา วิกฤติยามนั้นหนึ่งในคณะตัดสินใจอาศัยรถที่แล่นผ่านมาลง
ไปหารถมาลากจูง ปาฏิหาริย์กลับเกิดขึ้นซ้ำอีก ด้วยพอลงไปถึงตรงเนินก่อนถึงศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ประมาณ 200 เมตร จู่ๆ ไฟป่าลุกพรึบขึ้นบริเวณป่าไผ่ด้านซ้าย กับลมกระหน่ำปรากฏเป็นเปลวเพลิงลามคร่อมถนนไป ติดป่าไผ่ขวามือ ทำเอารถทุกชนิดไม่อาจสัญจรขึ้นลงได้เมื่อชายคนขับรถที่มีจิตอาสารับคนที่ประสบเหตุติดรถ ลงไปด้วย รู้ถึงการกระทำของคนกลุ่มคนนี้ เขาจึงบอกเพียงว่าให้รีบพนมมือกับหันหน้าไปกล่าวคำขอขมาต่อ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ถึงการกระทำที่ไม่ควรแล้วทุกอย่างจะดีเอง ชาวบ้านเล่าว่าชายคนขับรถนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ อยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มานาน รู้ดีว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ ไม่นานจากนั้นไฟป่าถึงได้ดับมอดอย่าง น่าอัศจรรย์นี่คือโลกต่างมิติที่พาให้เชื่อกันว่า “เจ้าพ่อปลัดจ่าง” คอยคุ้มครองป่าเขาใหญ่อยู่ทุกขณะ (สุปราณี นาคแก้ว, 2564) ภาพที่ 3 ดอกไม้ ธูป เทียน ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ถ่ายเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564 ความเชื่อความศรัทธาในการสักการะบูชาเจ้าพ่อเขาใหญ่ ในการสักการะบูชาเจ้าพ่อเขาใหญ่นั้นเมื่อได้ดอกไม้หรือพวงมาลัยแล้ว ก็มาที่จุดสักการะท่านเจ้าพ่อ เขาใหญ่ โดยที่นี่จะมีการไหว้หลัก ๆ สามแบบคือ ไหว้เพื่อขอพรเจ้าพ่อปกติ จุดธูป 5 ดอกในการสักการะ ตามปกติ หากไหว้บนบานเจ้าพ่อ จุดธูป 9 ดอก ส่วนของไหว้ก็จะมีทั้งหัวหมูไก่ต้ม ไข่ไก่ เหล้าขาว ผลไม้และ ดอกไม้แล้วแต่ตามคนขอเมื่อพรที่ขอสำเร็จ จุดธูปแก้บน 16 ดอก นอกจากการสักการะท่านแล้วอีกสิ่งที่สำคัญ ของศาลเจ้าพ่อเข้าใหญ่คือ พิธีบวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่เรียกกันว่าพิธีแสดงเจตนาอันบริสุทธิ์ (สุภาภรณ์ แก้ว มณี, 2564) ภาพที่ 4 พิธีบวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่ ภาพถ่ายของปานนภา ปาซ่อนกลิ่น ถ่ายเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564
ตั้งแต่โบราณมา มนุษย์ให้ความนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพยดา เป็นผู้ชี้ชะตาและนำทางชีวิต ในทุก ๆ การ ตัดสินใจ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อเริ่มต้นสิ่งใหม่ในชีวิต สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ “การบวงสรวง” ต่อ เทวดาฟ้าดินเพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อที่มีสืบต่อกันมา “การบวงสรวง” คือการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลายในลักษณะการอัญเชิญเพื่อให้เกิดสิริมงคลกับตัวเอง กิจการงานต่าง ๆ หรือเป็นการขออนุญาตก่อนจะ เริ่มทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด ซึ่งอาจเป็นการบุกรุก รบกวนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นการแสดงตนว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะลบหลู่ จากการกระทำนั้น ๆ โดยมากจะจัดขึ้นเป็นพิธีอย่างเป็นทางการโดยปกติในพิธีบวงสรวงจะมี “พราหมณ์” เป็น ผู้นำในการทำพิธี เพราะตามแนวคิดทางศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู ถือว่า พราหมณ์เป็นนักบวชผู้สืบทอดวิชา ความรู้ในคัมภีร์ ไตรเวทพิธีกรรม จารีต ประเพณี ศิลปะวัฒนธรรม และคติความเชื่อต่าง ๆ ส่วนเครื่อง บวงสรวงหรือของไหว้ ส่วนใหญ่จะเป็นบายศรีปากชาม มะพร้าวอ่อน กล้วยน้ำว้า อ้อย หัวหมู เป็ด ไก่ ปู กุ้ง ปลา นมเนย ถั่วงา ที่ใช้สำหรับบูชาครูทั่วไป (เทพ, 2560, ย่อหน้า 1) ภาพที่ 5 เครื่องเซ่นไหว้ในพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่ ภาพถ่ายของธิดารัตน์ นามวงษา ถ่ายเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564 ซึ่งในพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่นั้นก็มีการบวงสรวงเช่นเดียวกันทางหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จะจัดงานพิธีบวงสรวง และไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ หน้าด่านทางขึ้นอุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จะมีการทำพิธีในช่วงเช้า ทั้งพิธีทางพราหมณ์และพิธีทาง สงฆ์ และมีกิจกรรมต่าง ๆ และโรงทาน จากผู้ใจบุญ บริเวณหน้าด้านฝั่ง อ.ปากช่อง จัดกันเป็นประเพณี ประจำ ทุกปีโดยจะมีหัวหน้าอุทยานต่าง ๆ ที่เคยเป็นข้าราชการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รวมทั้งอดีตหัวหน้าอุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติข้าราชการ เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงาน ประชาชน ทั้งในและนอกพื้นที่ กลุ่มอนุรักษ์เขาใหญ่ มูลนิธิ สมาคมอนุรักษ์ เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีการ จัดนิทัศน์กาลบริเวณสนามหน้าด่านทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ด้วย
พิธีบวงสรวงศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ : การไม่ตัดไม้ ไม่ล่าสัตว์ ไม่กระทำผิดต่อสภาพสิ่งแวดล้อม ในอดีตมีหัวหน้าอุทยานเขาใหญ่คนหนึ่ง ท่านเป็นคนที่เชื่อในสิ่งลี้ลับ ทุกวันที่ 26 ม.ค.อันเป็นวัน บวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่จะเตรียมเครื่องเซ่นไหว้ 2 ชุดคือชุดแรกเป็นหัวหมู เป็ด ไก่ ที่ปั้นจากแป้งให้เหมือน ของจริง เครื่องดื่มเป็นน้ำแดง น้ำเขียว ชุดที่สองเป็นหัวหมู เป็ด ไก่จริง เครื่องดื่มเป็นเหล้าขาวและเหล้าแดง เหตุผลคือชุดแรกสำหรับเจ้าพ่อเขาใหญ่ ชุดที่สองเป็นของบริเวรของเจ้าพ่อ หลังจากพิธีผ่านไปแล้วตกดึก หัวหน้าอุทยานแห่งชาติจะแอบลงมาเพียงคนเดียวเพื่อสารภาพบาป หรือปรับทุกข์กับเจ้าพ่อเขาใหญ่ เช่นได้ทำ อะไรผิดไป แต่ทำไมต้องทำ ทำเพราะมีแรงกดดันจากผู้ใหญ่สั่งมาเป็นต้น ปรากฏว่าข้าราชการท่านนี้สามารถ ทำงานอยู่บนเขาใหญ่อย่างมีความสุข อาจจะมีปัญหาบ้างแต่ก็ผ่านมาได้นานหลาย ๆ ปี ภาพที่ 6 เครื่องเซ่นไหว้ ภาพถ่ายของแสงระวี อัมพวา ถ่ายเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564 สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่นั่นก็คือเจ้าพ่อเขาใหญ่ ถือเป็นเทวดาที่ ดูแลคุ้มครองผืนป่าดงพญาเย็นเขาใหญ่ เป็นที่สักการบูชาเสื่อมใสของข้าราชการเจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง อุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่ และเป็นที่นับถือเลื่อมใสของประชาชนทั่วไปซึ่งครบ 1 ปี ทุกวันที่ 26 มกราคม ก็จะมีพิธีไหว้ และบวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่ ให้ทุกคนได้ร่วมทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้แก่เจ้าหน้าที่ ที่เสียชีวิตไปแล้ว รวมทั้งประชาชนที่เสียชีวิตในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จุดธูปเทียนบูชาขอขมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคน รวมทั้งประชาชนปลอดภัย และเพื่อให้อนุชนคนรุ่นหลังรับทราบถึงประวัติความเป็นมาของเจ้าพ่อเขาใหญ่ และตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ทั้งนี้ยังมีการปลูกจิตสำนึกในเรื่องป่าไม้ ตลอดจนสัตว์ป่าที่มีอยู่เป็น จำนวนมากบนผืนป่าเขาใหญ่ รวมทั้งกิจกรรมโครงการปลูกไผ่หนามรอบแนวเขตอุทยาน เพื่อป้องกันสัตว์ป่า ออกมากินพืชไร่ และเกิดผลกระทบต่อชุมชน นอกจากนี้แล้วยังมีการรำบวงสรวงจากกลุ่มไผ่หนามด้วย (มนูญ บุญวิเศษ, 2564)
ความเชื่อในการบนบานต่อศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ของชาวอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา หากกล่าวถึงการบนบานแล้วนั้น การบนบาน คือ การขอร้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยจะบนบานศาลกล่าวขอ ความช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ พร้อมให้คำมั่นว่าจะให้สิ่งตอบแทนหรือทำตามสัญญาที่ให้ไว้ ถ้าหากเป็น ผลสำเร็จ คนส่วนใหญ่มักจะพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง สิ่งลี้ลับ เจ้าที่เจ้าทาง ตลอดจนภูติผีวิญญาณ จนกลาย มาเป็นสำนวน “บนบานศาลกล่าว” นั่นเอง คงมีหลายคนที่เคยกล่าวคำบนบานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้สมความ มุ่งมั่นปรารถนา ถึงแม้ตามหลักพระพุทธศาสนาจะสอนให้มนุษย์ทุกคนเชื่อในศักยภาพของตนเอง เพราะ ความสำเร็จต่าง ๆ ล้วนเกิดจากเหตุที่เรากระทำ หาใช่เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่การบนบานศาลกล่าวนั้นก็ยังคง เป็นความเชื่อคู่กับสังคมไทยและปฏิบัติตามกันมาช้านาน ภาพที่ 7 รูปปั้นสัตว์ต่าง ๆ ที่ผู้คนนำมาถวาย ถ่ายเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564 ใกล้บันไดทางขึ้น มีแผ่นป้ายบอกเล่าความเป็นมาของศาล มีของแก้บนวางเรียงราย สารพัดสัตว์ ทั้ง สัตว์ไทยสัตว์ต่างประเทศ แต่ส่วนมากเป็นช้างแกะสลักจากหินทราย มีจำนวนมากมายหลายหลากที่สุด ทั้งช้าง ดำ ช้างเผือก ช้างเหลือง ช้างแดง ช้างยืน ช้างนั่ง ช้างหมอบ ช้างเล็ก ช้างใหญ่ ช้างทรงเครื่อง ต่างกันไป มากมาย แต่ช้างทั้งหลายนั้น เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือ เป็นช้างงาครับ แต่ละตัวงาโง้ง หรืองอนงาม งาหักงา บิ่นก็มีและอีกสิ่งที่ที่คนมักนำมาถวายเยอะอีกเป็นจำนวนหนึ่งคือรูปปั้นไก่ที่เรียงรายอยู่รอบศาล ผู้คนที่มาบน บานศาลกล่าวนั้นต่างมาบนบานกันเพราะนับว่าศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จากที่ได้สอบถาม ชาวบ้านที่ได้เคยมาไหว้และบนบานนั้นทำให้เห็นว่าศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ถือว่าเป็นที่พึ่งทางใจที่สำคัญของชาว อำเภอปากช่องเลยทีเดียว ซึ่งในการการบนบานก็มีข้อดีคือช่วยสร้างแรงจูงใจให้เราสามารถฟันฝ่าอุปสรรคและ ปัญหาต่าง ๆ ได้สำเร็จ เพราะเหมือนกับว่าเรามีสิ่งยึดเหนี่ยวบางอย่าง ทั้งนี้ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่นั้นก็เป็นอีก สถานที่หนึ่งที่มีผู้ที่มาสักการะบูชานั้นก็มักที่จะมาบนบานศาลกล่าวกันเป็นจำนวนมากเนื่องจากเชื่อว่าศาลเจ้า พ่อเขาใหญ่นั้นจะให้พรประสบผลสำเร็จกับสิ่งที่ขอท่านไว้(พรหมณ์มินทร์ กุลชาลี, 2564) สำหรับการไหว้เจ้า พ่อนั้นจะใช้ธูป 5 ดอกในการสักการะตามปกติส่วนในเรื่องของการบนบานจะใช้ธูป 9 ดอกของไหว้ก็จะมีทั้งหัว
หมูไก่ต้ม ไข่ไก่ เหล้าขาว ผลไม้และดอกไม้แล้วแต่ตามคนขอ มาเที่ยวเขาใหญ่แล้วต้องแวะมาสถานที่แห่งนี้ เพราะหากใครไม่มาก็เหมือนว่ามาไม่ถึงเขาใหญ่ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่จังหวัดนครราชสีมา ความเชื่อที่ทุกคนต้อง มาขอพรที่ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่นั้นก็คือการขอลูกนั่นเองซึ่งแต่ละคนก็ยืนยันกันเป็นเสียงเดียวเลยว่าได้สมความ ปรารถนา (เล็ก บัวรอด, 2564) ในบางครั้งผู้ที่มาบนบานนั้นสิ่งที่ผู้คนมักน้ำมาแก้บนคือบุรี่กัญชา ซึ่งเป็นสิ่งที่ เจ้าพ่อเขาใหญ่นั้นชอบและคนที่บนบุหรี่กัญชามักจะได้สมความปารถนา (สายหยุด ดำสนิท, 2564) เห็นได้ว่าสิ่งที่ผู้คนได้ให้ความเห็นเหล่าถือได้ว่าศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่นั้นเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของชาว อำเภอปากช่องได้เป็นอย่างดีและยังเป็นที่พึ่งพาทางใจของชาวอำเภอปากช่องได้อีกด้วย บทบาทตำนานคติความเชื่อศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตำนานคติความเชื่อศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่มีบทบาทที่สำคัญทำหน้าที่ให้การศึกษา คือ มีการอธิบายที่มา และเหตุผลในการทำพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่ว่าจัดขึ้นเพราะเหตุใด และยังทำให้ทราบว่า บรรพบุรุษของ เป็นใคร ท้องถิ่นมีประวัติความเป็นมาอยางไร นอกจากนี้แล้วศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ยังให้ความรู้ในเรื่องประวัติ ของบุคคลสำคัญและให้ความรู้หลายทางในชีวิตประจำวัน เช่น ความรู้เรื่องประเพณีพิธีกรรมบวงสรวงศาลเจ้า พ่อเขาใหญ่ ตลอดจนความเชื่อเพื่อเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติจึงเป็นกลไกลทางสังคมที่ช่วยอบรมสั่ง สอนให้ลูกหลานชาวปากช่องเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม ทั้งนี้แล้วศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ยังมีบทบาทในการ รักษามาตรฐานทางพฤติกรรมที่เป็นแบบแผนของสังคม กล่าวคือ เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เข้าใจสภาพชีวิตของ ชาวอำเภอปากช่องได้เป็นอย่างดี เพราะได้สะท้อนให้เห็นถึงสภาพทางสังคม ชีวิตความ ความเชื่อ ค่านิยม ตลอดจนแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ได้ยึดถือประพฤติปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาจนเป็นแบบอย่างให้ชนรุ่นหลัง ให้จดจำและนำมาปฏิบัติและยังเป็นแหล่งรวมความสามัคคี รวมไปถึงวิถีการดำเนินชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณีซึ่งเป็นลักษณะของการร่วมแรงร่วมใจ เช่นในพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่ ชาวอำเภอปากช่องก็จะ ร่วมแรงร่วมใจแลกเปลี่ยนกันทำงาน หรือในเทศกาลงานบุญต่าง ๆ ชาวบ้านก็จะมาร่วมช่วยกันทำบุญจัดงาน รื่นเริงฉลองกัน ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ไม่เพียงให้ความรู้และแนวในการประพฤติตนที่เป็นแบบแผนในสังคมเท่านั้นแต่ยัง สามารถควบคุมความประพฤติของคนในสังคมให้เป็นที่ยอมรับ อีกทั้งให้กำลังใจแก่บุคคลที่ประพฤติตนตาม แบบอย่างที่สังคมกำหนด เช่น การที่ชาวบ้านไปบนบานแล้วได้สมความปรารถนาก็ถือว่าเป็นกำลังใจที่ทำให้ บุคคลผู้นั้นมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตและเป็นเครื่องเตือนใจให้คนในสังคมยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติ เช่น การไม่ลบหลู่หรือทำอะไรที่ไม่สมควรทำในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกทั้งตำนานเหล่านี้ยังก่อให้เกิดความภูมิใจใน ท้องถิ่นทำให้เห็นความสำคัญของวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณี ๆ ในท้องถิ่นของชาวอำเภอปากช่อง สังเกตได้จากในท้องถิ่นจะมีเรื่องเล่าตำนาน ที่อธิบายถึงประวัติความเป็นมาอันเป็นการสะท้อนให้เห็นระบบ ความคิดของคนโบราณที่ต้องการจะอธิบายท้องถิ่นของตนหรือบางครั้งก็นำไปโยงกับสถานที่ในท้องถิ่นจน
กลายเป็นตำนานประจำถิ่นโดยถือว่าเป็นมรดกอันล้ำค่าที่ทุกคนเป็นเจ้าของซึ่งมรดกนี้ได้มีการสืบทอดมาเป็น ระยะเวลาที่ยาวนานอันก่อให้เกิดความรัก ความหวงแหน และความภาคภูมิใจ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ถือเป็น มรดกหรือสมบัติของชาติ มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง มีการปลูกฝังให้ชนในกลุ่มได้เห็นความสำคัญและให้เกิด ความภาคภูมิใจในขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดทั้งได้ยึดถือปฏิบัติต่อ ๆ กันมา ควรจะช่วยกันอนุรักษ์เพื่อ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม อีกหนึ่งบทบทที่สำคัญของศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่คือเป็นทางออกให้กับความคับข้องใจของบุคคล ด้วย ชาวบ้านและวัฒนธรรมจะมีความสัมพันธ์กัน ดังนั้นศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่จึงช่วยคลี่คลายความคับข้องใจของ มนุษย์ซึ่งจะสังเกตได้จากการที่ผู้คนพากันมากราบไหว้บูชา หรือบนบาน จึงมีส่วนช่วยลดความตรึงเครียดลงได้ เพราะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่พึ่งพาทางใจและสิ่งสุดท้ายที่ขาดไม่ได้นั่นคือบทบาทของศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ที่มีต่อ การจัดการท่องเที่ยวกล่าวคือด้านประโยชน์ของการนำศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่เข้ามามีส่วนในการจัดการท่องเที่ยว คือ การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน การสร้างศักยภาพของชุมชนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และการส่งเสริม เศรษฐกิจระดับชุมชน ดังนั้นในเรื่องตำนาน คติความเชื่อศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ โดยรวมแล้วคือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้ปกปักรักษาสรรพ สิ่งทั้งหลายภายในอาณาบริเวณของเขตวนอุทยานเขาใหญ่ที่บุคคลภายนอกผู้จะผ่านเข้าไปในเขตอุทยานฯ จะต้องแวะขึ้นไปกราบไหว้สักการะ ขออนุญาต หรือขอขมาลาโทษจากการที่เราจะย่างเท้าเข้าไปเหยียบย่ำ ภายในอาณาบริเวณนี้ ทั้งนี้เพื่อความสบายใจและความปลอดภัยแก่ผู้มาเยี่ยมเยือนเอง ซึ่งผู้เขียนและ ครอบครัวก็ได้ปฏิบัติเช่นนี้ทุกครั้งเมื่อได้มาเยือนที่นี่ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่จึงถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวอำเภอ ปากช่อง ที่ชาวปากช่องทุกคนต่างมีความเชื่อความศรัทธาในการสักการะบูชาเจ้าพ่อเขาใหญ่ จนได้เกิด พิธีกรรมคือพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่ เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้แก่เจ้าหน้าที่ ที่ เสียชีวิตไปแล้ว รวมทั้งประชาชนที่เสียชีวิตในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จุดธูปเทียนบูชาขอขมาเพื่อให้ เจ้าหน้าที่ทุกคนรวมทั้งประชาชนปลอดภัย และเพื่อให้อนุชนคนรุ่นหลังรับทราบถึงประวัติความเป็นมาของเจ้า พ่อเขาใหญ่ และตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ทั้งนี้ยังมีการปลูกจิตสำนึกในเรื่องป่าไม้หรือ การไม่ตัดไม้ ไม่ ล่าสัตว์ ไม่กระทำผิดต่อสภาพสิ่งแวดล้อม และศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ยังก่อให้เกิดบทบาทที่สำคัญต่อผู้คนชาว อำเภอปากช่องทั้งทำหน้าที่ให้การศึกษา หรือ เป็นทางออกให้กับความคับข้องใจของบุคคลแล้วยังทำหน้าที่ เป็นแนวทางการประพฤติทางสังคมอีกด้วย
บรรณานุกรม กรมอุทยานแห่งชาติ. (2560). ประวัติศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่. สืบค้นเมื่อ 5 กันยายน 2564, จาก http://park.dnp.go.th/guidebook/B06_013%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A 1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80 %E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%8A. %E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88. pdf เทพ สงวนกิตติพันธุ์. (2560). ความหมายความเชื่อ. สืบค้นเมื่อ 5 กันยายน 2564, จาก https://www.stou.ac.th/offices/rdec/udon/upload/socities9_10.html#a2 สยามรัฐ. (2564). ความสำคัญศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่. สืบคันเมื่อ 3 กันยายน 2564, จาก https://siamrath.co.th/n/214821 สัมภาษณ์ พรหมณ์มินทร์ กุลชาลี. สัมภาษณ์18 กันยายน 2564 เล็ก บัวรอด. สัมภาษณ์18 กันยายน 2564 สายหยุด ดำสนิท. สัมภาษณ์20 กันยายน 2564 ลำไย กลั่นกลิ่น. สัมภาษณ์20 กันยายน 2564 สุภาภรณ์ แก้วมณี. สัมภาษณ์20 กันยายน 2564 มนูญ บุญวิเศษ. สัมภาษณ์20 กันยายน 2564 วัชรี รุนากัลป์. สัมภาษณ์22 กันยายน 2564 สุปราณี นาคแก้ว. สัมภาษณ์22 กันยายน 2564