The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผ่นพับฐานการเรียนรู้ การละหมาด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by lahanyingo123, 2022-06-14 09:31:12

แผ่นพับฐานการเรียนรู้ การละหมาด

แผ่นพับฐานการเรียนรู้ การละหมาด

ฐานการเรียนรู้ การละหมาด

ความเปน็ มาและความสำคญั

อิสลามเป็นวิถีชีวิต หรือระบอบการดำเนินชีวิตที่มุสลิมทุกคนจะต้องเรียนรู้และปฏิบัติ เพื่อการดำรง
ชวี ติ ประจำวันในฐานะปจั เจกบุคคล และการอยรู่ ว่ มกันในสงั คม การเรยี นรู้เกี่ยวกบั ศาสนาอิสลาม หรอื อิสลาม
ศึกษา หรือศาสตรต์ ่าง ๆ เพ่ือการดำรงชีพอย่โู ลกน้ีอยา่ งสันติสุข ถอื เปน็ หน้าที่ของมุสลิมทุกคนท่ีจะต้องศึกษา
และปฏิบัติตั้งแต่อยูใ่ นเปลจนถึงหลุมฝ่ังศพ โดยไม่ต้องพะวงถึงปัจจัย ระยะเวลา อุปสรรค และสถานที่ ถึงแม้
จะไกลหรือยากเพียงใดก็ต้องขวนขวานมาให้ได้ เพราะสรรพสิง่ ที่อัลลอฮฺ สบุ หานะฮวู ะตะอาลา ทรงสร้างไว้ทั้ง
ปวงลว้ นเป็นขุมพลงั แหง่ ความรทู้ ่มี ากมายมหาศาล ซึ่งประชาชาตทิ ง้ั มวลต้องแสวงหา ดังนน้ั การเรยี นร้ศู าสตร์
ต่าง ๆ ที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา กำหนดไว้ จึงถือเป็นภารกิจของปัจเจกบุคคลและอเนกบุคคลที่จะ
หลีกเลี่ยงไม่ได้ อันจะก่อให้เกิดการพัฒนาทางด้านกาย วาจาและใจของผู้ศรัทธาให้ดำรงอยู่ในฐานะบ่าวที่
ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา อย่างมั่นคง ปฏิบัติและมีคุณธรรม จริยธรรมที่ก่อให้เกิดความสุขแก่
ตนเองและส่วนรวมที่ศาสนากำหนดพัฒนาการท่ีเกิดจากกระบวนการเรียนรู้นี้ จะสร้างความเป็นภารดรภาพ
ความสันติสุขในหมู่ประชาชาติของนบีมูฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวาสัลลัม ทุกชาติ ภาษาและเผ่าพันธุ์ ใน
โลกปัจจุบนั และอาคเิ ราะฮอฺ ยา่ งแน่นอน

การละหมาด คือ ศาสนกิจอย่างหน่งึ ในศาสนาอสิ ลาม มเี วลาละหมาด 5 เวลาตอ่ วนั เป็นการ
แสดงออกถึงความเคารพตอ่ อัลลอฮทฺ ง้ั ทางรา่ งกายและจติ ใจ ดว้ ยความสงบและความสำรวม อกี ท้ังยังนบั วา่
เปน็ ศาสนกิจประจำวันทสี่ ำคัญทส่ี ดุ ในศาสนาอสิ ลามด้วย อัลลอฮฺไดท้ รงบัญญตั ิข้อปฏบิ ัตเิ ก่ียวกบั เวลา
ละหมาดไวใ้ นคัมภรี ์อลั กรุ อา่ น มใี จความสำคัญวา่ ก่อนเริ่มการละหมาดจะตอ้ งอาบนำ้ ละหมาดทกุ ครัง้ แต่หาก
ในกรณีท่ีไม่มนี ำ้ สามารถใช้ ตายัมมมุ คือ ฝุ่นดินท่ีมีความสะอาดทดแทนได้ ละหมาด มีความหมายถึงการขอ
พร ซง่ึ ในทางศาสนาแลว้ การละหมาด หมายถึง การกลา่ วและการกระทำอนั ประกอบไปดว้ ยการตักบีร และจบ
ลงดว้ ยสะลาม การละหมาดเป็นการสร้างความเปน็ อันหน่งึ อนั เดยี วกันของมสุ ลมิ ทั่วโลก

การละหมาดมวี ตั ถุประสงค์

1. เพื่อเครารพภักดี ต่ออัลลอฮ
2. เพ่อื ระลึกถึง ต่ออลั ลอฮ
3. เพือ่ ยนื ยนั การ ศรทั ธาต่ออัลลอฮ

การละหมาด แบง่ ออกไดเ้ ปน็ 2 ประเภท

1. ละหมาดฟรั ดู (ละหมาดบังคับ) ไดแ้ ก่ ละหมาดประจำวัน วันละ 5 เวลา, ละหมาดวันศุกร์ (บังคับเฉพาะ
เพศชาย) และละหมาดจนี าซะฮ์ ( สำหรับผูท้ ี่ถงึ แก่กรรม ) การละหมาดภาคบงั คับในมุสลมิ จะปฏบิ ตั กิ นั ต้งั แต่บรรลุ
นิติภาวะ จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ในเพศหญิงจะได้รับการยกเว้นในขณะที่มีรอบเดือน หรือมีเลือดหลังคลอด
บตุ ร แตจ่ ะตอ้ งทำการละหมาดชดเชยเมื่อเข้าสู่สภาพปกติ

2. ละหมาดซุนนะฮ์ (ละหมาดที่ไม่บังคับ) เชื่อกันว่าหากปฏิบัติจะได้บุญ แต่หากไม่ปฏิบัติก็ไม่บาป ได้แก่
ละหมาดในวันตรุษอีดิลิฏรี ละหมาดขอพร ฯลฯ สถานที่ที่ทำการละหมาดเป็นที่ใดก็ได้แต่จะต้องสะอาด หาก
ละหมาดในช่วงเวลาวนั ศกุ รใ์ หก้ ระทำที่มสั ยิด โดยหันหน้าไปทางทศิ ตะวนั ตก ซง่ึ เป็นทีต่ ั้งของ กะบะฮ์ หนิ ศกั ด์ิสิทธ์ิ
ทต่ี ้ังอยใู่ นนครเมกะ ประเทศซาอุดอิ าระเบยี

คุณสมบัตขิ องผู้ท่ีตอ้ งละหมาด

1. เปน็ มสุ ลมิ
2. บรรลศุ าสนภาวะ
3. มสี ติสมั ปชญั ญะ
4. ปราศจากหัยฎฺ นิฟาส หรือ วิลาดะฮฺ

การปฏิบัติละหมาด

การละหมาดนั้นชาวมุสลิมจะเริ่มต้นปฏิบัติตั้งแต่อายุได้ 7 ขวบ เป็นการละหมาดฟัรดู 5 เวลา คือ ซุบฮิ
ดุฮรี อสั ริ มกั รบิ และอีซา โดยมจี ำนวนรอกาอตั ทแี่ ตกตา่ งกนั คอื 2, 4, 4, 3 และ 4 รอกาอัต ซง่ึ รอกาอตั หมายถงึ
1 หน่วยของกริยาการทำละหมาด ตั้งแต่ยืน โค้ง(รูกูอ) ท่าก้มกราบ(สุญูด) และท่านั่ง ให้ปฏิบัติด้วยความสงบ
สำรวม มสุ ลิมจะกม้ กราบไดเ้ ฉพาะพระอัลลอฮฺองค์เดยี วเท่านัน้ ในขณะทท่ี ำการละหมาดให้หันหน้าไปทางกิบละอ
ซ่งึ อยทู่ างทศิ ตะวันตกของไทย

การละหมาดญุมอะฮ หรือที่ชาวไทยมุสลิมเรียกว่า การละหมาดวันศุกร์ เป็นละหมาดฟัรดูที่จำเป็น และบังคับ
สำหรับผู้ชายที่จะต้องไปปฏิบัติรวมกัน โดยมีอิหม่ามเป็นผู้นำละหมาด มีจำนวน 2 รอกาอัต ปฏิบัติหลังจากการ
กล่าวคุฎบะฮ หรือคำอบรมของอิหม่าม สถานที่ที่ปฏิบัติ คือ มัสยิด หรือหากในบริเวณนั้นไม่มีมัสยิ ดก็ให้รวมกัน
ละหมาดในพื้นท่ีทส่ี ะอาด ซึ่งมผี ูท้ ำหนา้ ที่ คอื มอุ ัซซิน เป็นผู้กลา่ วคฎุ บะฮและนำละหมาด

การละหมาดฟรั ฎู อลั ลอฮทฺ รงกำหนดให้มุสลิมทำการละหมาด วันละ 5 เวลา คือ
1. ละหมาดศบุ หฺ มี 2 ร็อกอะฮฺ เวลา เรม่ิ ตงั้ แต่ฟา้ สางจนถึงก่อนดวงอาทติ ยข์ ึ้น
2. ละหมาด ซฮุ ฺริ มี 4 รอ็ กอะฮฺ เวลา เรม่ิ ตงั้ แต่ดวงตะวนั คลอ้ ย จนเงาของสงิ่ หนึ่งส่ิงใด ทอด

ยาวออกไปเท่าตัว
3. ละหมาดอศั รฺ มี 4 ร็อกอะฮฺ เวลา เรม่ิ ตงั้ แตเ่ มื่อเงาของสง่ิ หนงึ่ สง่ิ ใด ยาวกวา่ เท่าตวั ของมนั

เอง จนถึงดวงอาทิตย์ตกดิน
4. ละหมาดมกั รบิ มี 3 ร็อกอะฮฺ เวลา เรมิ่ ตงั้ แต่ดวงอาทิตยต์ กดนิ จนสน้ิ แสงอาทิตย์ คอื เวลา

พลบคำ่
5. ละหมาดอิชาอฺ มี 4 ร็อกอะฮฺ เวลา เริ่มต้งั แต่เวลาค่ำจนถงึ ก่อนฟา้ สาง

เงอ่ื นไขของการละหมาด

นอกจากจะต้องปฏิบตั ิตามกฎเกณฑ์ขา้ งต้นแลว้ ผู้ละหมาดยงั ต้องคำนึงถงึ เงอื่ นไขอีก 8 ประการที่สำคัญ
อนั ได้แก่

1. ต้องปราศจากหะดษั ใหญ่และหะดัษเล็ก คือ ต้องไม่มญี ะนาบะฮฺ หยั ฎู นิฟาส หรือ วลิ าดะฮฺ และต้อง
มีนำ้ ละหมาด

2. รา่ งกาย เครื่องนุง่ ห่ม และสถานที่ละหมาด ต้องสะอาด
3. ต้องปกปิดเอาเราะฮฺ กล่าวคือ ผชู้ ายต้องปดิ ต้งั แต่สะดือถึงหวั หวั เขา่ ผู้หญิงจะตอ้ งปกปิดท่ัวร่างกาย
ยกเวน้ มอื และใบหนา้
4. ต้องหนั หนา้ ไปทางกบิ ละฮฺ
5. ต้องร้วู ่าได้เวลาละหมาดแล้ว
6. ต้องรบั ว่ามุสลิมทกุ คนต้องปฏิบตั ิการละหมาด
7. ต้องไม่ตั้งใจเปลีย่ นการละหมาดเปน็ อยา่ งอืน่
8. ต้องห่างไกลจากสิง่ ท่ที ำให้เสียละหมาด

ความสำคญั ของการละหมาด

ชาวไทยท่นี บั ถอื ศาสนาอิสลามทุกคนต้องปฏิบตั ิศาสนกจิ อย่างเคร่งครัด เพราะการละหมาดเป็นศาสนกจิ
เพื่อเข้าเฝา้ ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระผู้เป็นเจ้า อลั ลอฮฺ(ซุบฮาฯ) ด้วยความสงบ สำรวม จงุ เปน็ หนา้ ที่ของมุสลมิ
ทกุ คนทีจ่ ะต้องปฏิบัติเปน็ กจิ วตั รประจำวนั วันละ 5 เวลาตลอดไป

ข้นั ตอนการละหมาด

การละหมาดประกอบด้วยหนว่ ยย่อยเรยี กร๊อกอะห์ (หรือร่อกอัต ร๊อกอะห์) การละหมาดในโอกาสตา่ ง ๆ
มจี ำนวนรอ๊ กอะหต์ ่างกนั ไป เช่นละหมาดวนั ศุกรม์ ี 2 ร๊อกอะหฺ ละหมาดเวลากลางคืนมี 4 ร๊อกอะหฺ ละหมาดตะรอ
วีฮฺ ในคืนของเดือนถือศลี อดมี 40 ร๊อกอะหฺ เป็นตน้
ละหมาด 1 รอ๊ กอะหฺ ประกอบด้วย

- มเี จตนาแน่วแน่

- ยกมอื ระดบั บ่า กล่าวตักบีร อัลลอฮูอกั บรั

ซง่ึ เปน็ การสดดุ ีพระอัลลอฮฺ แลว้ ยกมือมากอดอก (ตามทัศนะซุนนยี )์ หรอื ปล่อยมือลง (ตามทัศนะซีอะหฺ และ

ซุนนยี ส์ ำนกั มาลกี ีย์)

และบางบท - ยนื ตรง อ่านอลั กรุ อ่าน ซูเราะหอฺ ลั ฟาตีฮะหฺ
ตามตอ้ งการ

- กม้ ลง สองมอื จับเขา่ ศรษี ะอยใู่ นแนวตรงกับสันหลงั กล่าว “ซบุ ฮานะ รอ่ บยัลอะซีมวิ ะบิฮมั ดหิ ”ฺ อย่าง
นอ้ ย 3 ครงั้

- ยืนตรง กล่าว “สะมิอัลลอฮลุ ิมนั ฮะมิดะห”์

- ก้มลงกราบ ให้หน้าผากและจมูกจดพ้นื
มอื วางบนพนื้ ให้ปลายนวิ้ สัมผสั พื้น หัวเขา่ จด
พ้นื กล่าววา่ “ซบุ ฮานะ รอ่ บยลั อะซมี ิ
วะบฮิ ัมดหิ ฺ” อยา่ งน้อย 3 คร้งั

- อา่ นบทขอพร
- กม้ กราบครง้ั ที่ 2

การละหมาดท่ีมี 2 รอ๊ กอะหฺ เมื่อลุกขึ้นจากการกราบครั้งท่ี 2 จะอ่านตะนียะหฺ หรือเรียนว่า ตะซะหหฺ ุด สว่ นการ
ละหมาดที่มมี ากกวา่ 2 ร๊อกอะหฺ จะอ่านตะฮยี ะหอฺ ีกครงั้ ในรอ๊ กอะหสฺ ุดท้าย เม่อื เสร็จส้นิ การกล่าวตะฮียะหฺจะเป็น
การกล่าวสลาม คือกลา่ ววา่ “อัสลามอุ ะลัยกุม วะเราะฮฺมาตลุ ลอห”ฺ พร้อมกับเหลียวไปทางขวาครั้งหนึ่ง กลา่ วอีก

พรอ้ มเหลียวไปทางซ้าย แลว้ ยกมอื ลูบหน้า เป็นอัน
เสร็จส้นิ การละหมาด

ประโยชนข์ องการละหมาด

1. ป้องกนั การกระทำความช่วั

ไม่มีทางเป็นไปได้ทีจ่ ะหลีกเล่ยี งความช่วั ร้าย หากปราศจากการขอความช่วยเหลอื จากอลั ลอฮฺ
อลั ลอฮฺทรงตรัสวา่ “แทจ้ รงิ การละหมาดน้ันจะยับยั้งการทำลามกและความช่วั …” (ซเู ราะฮฺ อัลอังกะบูต อายะฮฺท่ี
45) แลว้ จะทำบาปได้อยา่ งไร หากคณุ เต็มใจยืนอยูต่ อ่ หน้าอัลลอฮฺ 5 เวลาตอ่ วนั

2. ทำใหจ้ ิตใจของคุณดีขึ้น

การละหมาดตอบสนองความต้องการทางด้านจิตใจ ในการตดิ ต่อสัมพันธก์ ับผ้สู ร้าง นีจ่ ะทำใหจ้ ิตใจของ
คณุ สงบและมคี วามพงึ พอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้วยกบั รูปแบบการดำเนินชวี ิตทว่ี ุ่นวาย อลั ลอฮฺทรงตรัสวา่ “พึง
ทราบเถดิ ดว้ ยการรำลึกถงึ อลั ลอฮเฺ ท่านน้ั ทำให้จิตใจสงบ” (ซเู ราะฮฺ อรั เราะอดฺ ุ อายะฮฺท่ี 28)

3. ทำใหค้ ณุ เป็นผู้ทม่ี คี วามอ่อนน้อมถ่อมตน

ความเย่อหย่งิ และยโสจะถูกกำจดั ออกโดยการรำลึกถึงความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺและการพึ่งพาพระองค์ ซึ่ง
ในละหมาด มุสลมิ ต้องวางศรี ษะ ซึง่ เป็นอวยั วะทีส่ ูงทส่ี ดุ ของรา่ งกายและแหล่งที่มาของสตปิ ัญญาลงบนพื้นพร้อม
กับกล่าวว่า “ มหาบรสิ ทุ ธแิ์ ด่พระผู้อภบิ าลของฉันผทู้ รงสูงส่งยง่ิ และการสรรเสรญิ เปน็ สิทธิ์แด่พระองค์”
พระองค์ตรสั วา่ “แนน่ อนบรรดาผศู้ รทั ธาประสบความสำเร็จแล้ว บรรดาผู้ที่พวกเขาเปน็ ผู้นอบนอ้ มถอ่ มตนในเวลา
ละหมาดของพวกเขา” (ซเู ราะฮฺ อัลมุอฺมนิ นู อายะฮฺที่ 1-2) แนน่ อนว่า สงิ่ นจี้ ะสัมฤทธิผล/บรรลุไดต้ อ่ เมือ่ คณุ เข้าใจ
วา่ อะไรคือสง่ิ ทถ่ี ูกสาธยายและมุ่งความสนใจด้วยกบั ความอ่อนน้อมถ่อมตน

4. ชำระล้างบาป/ขจดั บาป

ทกุ คนลว้ นกระทำบาป อยา่ งไรก็ตาม อลั ลอฮทฺ รงเตรยี มวธิ ีการขจัดบาปเหลา่ น้ันผ่านการละหมาดอัลลอ
ฮฺทรงตรัสว่า “และเจา้ จงดำรงไว้ซง่ึ การละหมาด…แทจ้ ริงความดที ้งั หลายยอ่ มลบลา้ งความช่ัวทงั้ หลาย…” (ซูเราะฮฺ
ฮูด อายะฮฺที่ 114) ท่านรอซูล ซ.ล. ได้ยกตัวอยา่ งท่ีสวยงาม เมือ่ ทา่ นไดก้ ล่าวต่อบรรดาศอฮาบะฮวฺ า่ “พวกทา่ น
ลองนึกซวิ า่ หากหน้าประตบู ้านของคนๆหนึ่งในหม่พู วกทา่ นมีแม่นำ้ ไหลผ่าน เขาได้อาบน้ำในแม่นำ้ น้ันวนั ละหา้
ครง้ั จะเหลอื สิง่ สกปรกใดๆอีกไหม?” พวกเขากลา่ ววา่ ไมเ่ หลือส่งิ สกปรกใดๆอีก ทา่ นนบกี ็กลา่ วว่า “เชน่ น้ันแหละ
คือการเปรยี บเทยี บการละหมาดห้าเวลา อัลลอฮฺให้มนั ทำการลบลา้ งบาปตา่ งๆ” (เศาะฮีห์ อัล-บุคอรีย์ และมสุ ลิม)

5. แกไ้ ขปัญหาของคณุ

หากคุณกระชบั ความสัมพนั ธก์ บั อลั ลอฮฺ อัลลอฮรฺ วมทง้ั สงิ่ ถกู สรา้ งทเี่ หลอื ก็จะกระชับความสมั พันธก์ บั
คุณดว้ ยเช่นกัน ผา่ นการละหมาด อลั ลอฮฺ ผู้ทรงอำนาจจะทรงแกป้ ัญหาทุกอย่างของคุณ อัลลอฮทฺ รงตรัสวา่ “จง
อาศัยการอดทนและการละหมาดเถดิ ” (ซเู ราะฮฺ อัล-บะเกาะเราะฮฺ อายะฮทฺ ี่ 153)

6. รวมมุสลมิ ให้เปน็ อันหนึ่งอนั เดียวกัน

การละหมาดญุมอะฮฺปลูกฝังความเป็นภารดรภาพ ความเท่าเทียม และความอ่อนน้อมถ่อมตนระหว่าง
มุสลิมด้วยกัน โดยผูท้ ำอิบาดะฮฺยืนเป็นแถวเดียวกนั ดั่งเรือนรา่ งเดียวกัน ไหล่เคียงไหล่ ปราศจากการแบ่งแยกทาง
เผ่าพันธุ์ เชื้อชาติ สีผิว ความมั่งมี วงศ์ตระกูล หรือสถานภาพ การแสดงออกซึ่งความเป็นเอกภาพนี้ช่วยทำลาย
กำแพงท้งั หมดทกี่ ้นั ระหวา่ งกนั

การปฏิบตั ิตนของผ้ลู ะหมาดท้ังหญงิ – ชาย กอ่ น – หลงั การละหมาด

กอ่ นการละหมาดจะตอ้ งทำความสะอาดชำระรา่ งกายเบื้องต้น ดงั น้ี การชำระรา่ งกาย ใหส้ ะอาดโดยชาย
ต้องขับอสจุ ิออกมา สว่ นผ้หู ญงิ หา้ มมีประจำเดือน สว่ นหลงั การละหมาดจะไม่มีขอ้ กำหนดใดไ วิธีทำละหมาด ให้
เริ่มด้วยการชำระรา่ งกายให้สะอาด และอาบน้ำละหมาดตามขั้นตอนดังน้ี

การอาบน้ำละหมาด

1. Make niyyah (Intention) to perform “ข้าพเจ้าอาบน้ำละหมาด ซ่ึงเป็นฟัรฏู

washing. เพื่ออลั ลอฮฺ ตะอาลา”

ตัง้ เจตนาหรอื เนยี ตในใจ วา่

2. focusing on the phrase "Bismillah" (In "‫"بسم الهل‬
the name of Allah)
“บสิ มลิ ลาฮฺ” "Bismillah"
กลา่ วเริ่มต้นด้วยพระนามของอลั ลอฮฺ
“ดว้ ยพระนามของอัลลอฮฺ” (In the name of Allah)

3. Wash your hands.

ลา้ งมอื ท้ังสองข้าง 3 ครง้ั

4. Take water into your mouth , Inhale
water into your nose.
บ้วนปากและสดู น้ำเข้าจมูก 3 คร้งั โดยใช้มอื
ซ้ายเวลาส่ังน้ำออกจากโพรงจมูก

5. Wash your face.
ลา้ งใบหนา้ ใหท้ ่วั 3 ครัง้ เริ่มจากขอบหูขวาถงึ
ขอบหซู ้ายในแนวขวาง และเรม่ิ จากขอบเสน้
ผมจรดสุดปลายคางในแนวตงั้

6. Wash your lower arms from wrists to
elbows, leaving no part dry.
ล้างแขน 3 ครัง้ เร่มิ จากปลายนวิ้ มอื ถึงขอ้ ศอก
เริ่มขา้ งขวากอ่ น แลว้ ตามดว้ ยขา้ งซา้ ย

7. Clean your head.
ลูบศีรษะ 1 คร้ัง ลบู ด้วยมือทีเ่ ปยี กนำ้ จาก
ด้านหนา้ ถงึ ท้ายศรี ษะดา้ นหลังและวกกลับมา
ด้านหนา้ อกี คร้ัง

8. Wipe your ears inside and out.
ลบู ใบหูทั้งสองข้าง 1 ครั้ง โดยใชน้ ิว้ ชีแ้ หย่ในรู
หแู ละใชห้ วั แม่มือลูบหลงั ใบหู

9. Wash each of your feet.
ลา้ งเท้าทัง้ สองขา้ ง 3 คร้ัง เริ่มจากปลายน้วิ เท้า
ถึงตาต่มุ เรม่ิ ขา้ งขวาก่อนแลว้ ตามดว้ ยขา้ งซา้ ย

อาบนำ้ ละหมาดก็ใหส้ วมเสื้อผ้าทสี่ ะอาด และปิดอวัยวะสงวนโดย
- ผชู้ ายตอ้ งปดิ ระหว่างสะดอื กับหวั เข่า
- ผูห้ ญิงปิดท้งั รา่ ง ยกเวน้ ใบหนา้ และฝา่ มือ

การปฏบิ ตั ิต่อผู้ทีก่ ำลังละหมาด
สำรวมและไมส่ ง่ เสียงหรือกระทำกริยาทเ่ี ปน็ การรบกวน

ลกั ษณะการแตง่ กายในการละหมาด

มสุ ลมิ ผลู้ ะหมาดจะแตง่ ด้วยชดุ ใดกไ็ ด้ที่ตนเองชอบ โดยไมม่ ีข้อห้ามใด ๆ จากการแต่งกาย
นอกจากดว้ ยสาเหตุท่มี ีข้อห้ามในตวั ของเคร่ืองแตง่ กายเอง เช่น ห้ามสวมใส่ผา้ ไหมสำหรบั ผูช้ าย หรอื ห้ามสวม
เสื้อผา้ ทม่ี ีรูปภาพของสงิ่ ของที่มชี ีวิตทั้งผ้ชู ายและผ้หู ญงิ หรือดว้ ยสาเหตทุ ่ีมีข้อหา้ มในลักษณะของเครื่องแต่ง
กาย เชน่ การละหมาดของชายคนหน่ึงดว้ ยการสวมใส่เสื้อผ้าผูห้ ญงิ หรอื การสวมใสเ่ สอื้ ผ้าทต่ี ำ่ กวา่ ตาตุ่ม (อสิ
บาล) หรือด้วยสาเหตทุ ี่มีข้อห้ามในการได้มาของเครื่องแตง่ กาย เช่น สวมใส่เส้อื ผา้ ทีป่ ลน้ หรอื ขโมยมาเปน็ ตน้

การทำความสะอาดตามศาสนบญั ญัติ

อั้ตตอฮาเราะห์ คือ การทำความสะอาดตามศาสนบัญญัติ ที่อนุญาติให้ทำละหมาดได้ ได้แก่ การ
อาบน้ำละหมาด การอาบนำ้ วายบิ การตะยำมุม และการขจัดน่ายสิ

กล่าวคือ คนหนึ่งถูกห้ามไม่ใหเ้ ข้าสู่ละหมาด ก่อนที่เขาจะทำความสะอาดตามศาสนบัญญตั ิ เมื่อเขาได้
ทำการอาบน้ำละหมาด หรืออาบน้ำวายิบ หรือตะยัมมุม และการขจัดน่ายิสออกจากร่างกาย และเสื้อผ้าของ
เขา ศาสนากอ็ นุมตั ิใหเ้ ขาเข้าสูก่ ารละหมาดได้

ฮิกมะห์ของการทำความสะอาด
การทำความสะอาดได้ถูกวางบทบัญญัติข้นึ มาเพ่ือส่งเสรมิ ให้ผู้ศรทั ธามีความสะอาดทั้งร่างกาย เสื้อผ้า

และสถานที่ เช่นเดียวกับการที่ผู้ศรัทธาจะต้องมีหัวใจที่สะอาดด้วยกับการอีหม่านและอิคล้าส คือสะอาดท้ัง
ภายนอกและภายใน เพ่อื ให้เขาเข้าเฝ้าพระองค์อลั ลอฮฺ(ซ.บ.) ด้วยกบั ลักษณะที่สมบูรณ์

น้ำที่สามารถใชใ้ นการทำความสะอาดตามศานบัญญตั ิได้มี 7 นำ้ ไดแ้ ก่

1. ‫ َماءه ال َّس َما هء‬นำ้ ฝน นำ้ คา้ ง
2. ‫ال َّن ْهره‬ ‫َماءه‬ นำ้ แมน่ ้ำ
3. ‫ا ْل َب ْح هر‬ ‫َما هء‬ น้ำทะเล
4. ‫ َما هء ا ْلب ْئ هر‬น้ำบ่อ
5. ‫ َما هء ا ْلعَ ْينه‬น้ำตานำ้
6. ‫ َما هء ا ْل َب َرده‬นำ้ ลกู เหบ็
7. ‫ َماءه الثَّ ْلجه‬น้ำหมิ ะ

นำ้ ยงั สามารถแบง่ ได้ตามลกั ษณะและฮกุ่ ่มของน้ำได้อกี 4 ประเภท

1. ‫ اَ ْل َماءه ا ْلم ْط َلقه‬คือน้ำที่สะอาดในตัวของมัน สามารถทำความสะอาดสิ่งอื่นได้โดยไม่มักโรห์ใช้ใน
ร่างกาย เช่นการอาบน้ำละหมาด การอาบน้ำวายิบ การล้างน่ายิสออกจากร่างกาย เป็นต้น ได้แก่น้ำที่ไม่มีชื่อ
พ่วงทา้ ย หรือมชี อื่ พ่วงท้ายทีเ่ กี่ยวกบั ท่ีอยขู่ องนำ้ เชน่ น้ำทง้ั 7 ชื่อท่ไี ดก้ ลา่ วผา่ นมาแลว้
สว่ นนำ้ ทม่ี ีชือ่ พ่วงท้าย เชน่ นำ้ สม้ นำ้ ชา นำ้ องนุ่ เป็นต้น ไม่ถือวา่ เปน็ นำ้ มุตลกั ดังนั้นจึงไม่สามารถเอามาทำ
ความสะอาดตามศาสนบญั ญัติได้

2. ‫ ا ْل َماءه ا ْلم َش َّم هس‬คือน้ำทีส่ ะอาดในตัวของมนั สามารถทำความสะอาดส่งิ อื่นได้ แตม่ กั โระห์ใช้ใน
ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำละหมาด การอาบน้ำวายิบ หรือการล้างน่ายิสที่ร่างกาย แต่ไม่มักโระห์ใช้กับ
เสอื้ ผ้า เช่นการเอามาซักผ้า เป็นต้น ไดแ้ ก่ นำ้ ทต่ี ากแดด แตก่ ารมกั โระหน์ ้ันจะต้องขนึ้ อยกู่ บั เงื่อนไขตอ่ ไปน้ี

(1) ต้องอยู่ในฤดรู ้อน
(2) ต้องอยู่ในภาชนะที่สามารถขน้ึ สนิมได้
(3) ตอ้ งอยูในเมืองทีร่ ้อน
(4) ใชน้ ำ้ ในตอนที่มนั ยงั รอ้ นอยู่
(5) ใช้น้ำกับรา่ งกาย
(6) สามารถท่จี ะหาน้ำอน่ื ได้
(7) ไม่กลัววา่ จะเกิดอันตราย แตถ่ า้ หากเขาคาดว่าจะต้องเกิดอันตรายแน่ ฮะรอมท่ีจะใชน้ ้ำมชุ ัมมซั

3. ‫ ا ْل َماءه ا ْلم ْستَ ْع َم هل‬คือน้ำที่สะอาดในตัวของมัน แต่ไม่สามารถทำความสะอาดส่ิงอื่นได้ กล่าวคือไม่
สามารถเอามาอาบน้ำละหมาด อาบน้ำวายิบและลา้ งน่ายิสไดแ้ ลว้ ได้แกน่ ้ำท่ีถูกใชใ้ นการทำความสะอาดท่ีเป็น
ฟรั ดู เชน่ นำ้ ทีใ่ ชใ่ นการอาบน้ำละหมาด อาบน้ำวายบิ เป็นตน้ และนำ้ มุสตะม้ัลยังมีอีกประเภทหนึ่ง คือ น้ำที่
ใช้ราดผา่ นนา่ ยิสซงึ่ ปริมาณของน้ำไมเ่ พ่ิมข้ึนหลังจากราดไหลผา่ นไปแล้ว
ยังมีอีกประเภทหนึ่งที่อยู่ในประเภทของน้ำมุสตะมั้ล คือน้ำที่เปลี่ยนแปลง สี กลิ่น หรือรสด้วยกับสิ่งที่มา
ปนกับน้ำ ซึ่งไม่สามารถแยกออกจากน้ำได้ เช่น น้ำผึ้ง น้ำหอม หรือสีต่างๆที่มาผสมกับน้ำ ดังนั้นน้ำที่
เปล่ยี นแปลงดังกล่าวนีส้ ะอาดในตวั ของมนั แตไ่ ม่สามารถนำมาทำความสะอาดตามศาสนบญั ญัติได้

ส่วนน้ำที่เปลี่ยนแปลงสี กลิ่น หรือรส ด้วยกับสิ่งที่สะอาดที่แช่อยู่ในน้ำ แต่สามารถเอาออกจากน้ำได้
เช่น ท่อนไม้ เป็นต้น นำ้ ประเภทน้ยี งั สามารถนำมาทำความสะอาดตามศาสนบัญญตั ิได้
ขอ้ ควรจำ สามารถทำความสะอาดตามศาสนบัญญัตดิ ว้ ยกับน้ำท่เี ปล่ยี นแปลงดว้ ยกบั ส่ิงที่นำ้ ไม่สามารถ
หลกี เลยี่ งไดเ้ ชน่ ดนิ จอก แหน เปน็ ตน้

4. ‫ َما هء َنجسه‬คอื นำ้ ท่ีมนี า่ ยิสเจอปนอยู่ในน้ำ แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท

ประเภทแรก คือ น้ำที่น้อยกว่า 2 กุลละห์ ( 216 ลิตร) ที่มีน่ายิสตกลงไป จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ก็ตาม ถือ
ว่าเป็นนำ้ นา่ ยสิ
ประเภททส่ี อง คือ น้ำท่มี ากกวา่ 2 กุลละหข์ ้นึ ไป ที่มนี า่ ยิสตกลงไป แลว้ ทำใหน้ ำ้ ดงั กลา่ วเปลีย่ นแปลง

การกระทำทีน่ ่ารังเกยี จ (มกั โรฮ)ฺ ในการอาบนำ้ ละหมาดหลายประการ ได้แก่

1. ใช้นำ้ มากหรอื น้อยเกนิ ไป
2. กระทำขา้ งซ้ายก่อนขา้ งขวา
3. การซบั หรอื เช็ดนำ้ ท่ีตดิ อยูก่ บั อวัยวะส่วนที่อาบนำ้ ละหมาดใหแ้ ห้ง นอกจากจำเป็น
4. สาดนำ้ ใส่หนา้ เพราะถือเปน็ การไมใ่ หเ้ กยี รติ
5. ทำเกินกว่าสามครงั้ หรือน้อยกวา่ สามคร้ัง
6. ขอให้ผู้อ่นื ชว่ ยล้างอวยั วะใหต้ นโดยไมม่ ีเหตุอนั ควร
7. บว้ นปากและสดู นำ้ เข้าจมูกลึกเกนิ ไปสำหรับผถู้ ือศลี อด


Click to View FlipBook Version