แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ รายวชิ า ว 30102 วิทยาศาสตร์เคมพี ืน้ ฐาน
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 อะตอมและตารางธาตุ จานวน 3 ช่ัวโมง
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 เรื่อง โครงสร้างอะตอมและสัญลกั ษณน์ ิวเคลียร์ ผู้สอน ศิวกร เสริมประเสริฐ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 3 สารและสมบัตขิ องสาร
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจสมบัติของสาร ความสัมพันธร์ ะหวา่ งสมบัติของสารกับโครงสรา้ งและแรงยึดเหน่ียวระหว่าง
อนุภาค มกี ระบวนการสืบเสาะหาความรูแ้ ละจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารส่งิ ทเี่ รียนรูแ้ ละนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
สาระที่ 8 ธรรมชาตขิ องวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 8.1 ใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและจิตวิทยาศาสตรในการสืบเสาะหาความรู การแกปญหา
รูวาปรากฏการณทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นสวนใหญมีรูปแบบที่แนนอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได ภายใตขอมูล
และเคร่อื งมือทมี่ อี ยูในชวงเวลานั้นๆ เขาใจวา วิทยาศาสตร เทคโนโลยี สังคม และส่ิงแวดลอมมคี วามเกย่ี วของสัมพันธ
กนั
2. ตัวชี้วดั
ตวั ชีว้ ัดที่ 1 ว 3.1 ม.4-6/1 สืบคน้ ขอ้ มูลและอธิบายโครงสรา้ งอะตอมสัญลักษณน์ วิ เคลยี ร์ของธาตุ
ว 8.1 ม.4-6/4 เลือกวัสดุ เทคนิควิธี อุปกรณที่ใชในการสังเกต การวัด การสารวจตรวจสอบอยางถูกตอง ท้ัง
ทางกวางและลึกในเชิงปริมาณและคณุ ภาพ
3. สาระสาคญั
อะตอม เป็นอนุภาคท่ีเล็กท่ีสุดของธาตุที่ยังคงแสดงสมบัติของธาตุน้ัน โดยท่ัวไปอะตอมมักไม่อยู่เป็นอิสระแต่
จะต้องรวมกับอะตอมของธาตุอืน่ โดยมแี รงยึดเหน่ียวเกดิ เปน็ สารประกอบ
แบบจาลองอะตอม หมายถึง มโนภาพหรือแบบจาลองเกี่ยวกับอะตอม ของนักวิทยาศาสตร์ท่ีได้มาจากการนา
ข้อมูลที่ได้จากการทดลอง และการศึกษาโดยใช้เครื่องมือบางชนิดมาสร้างเป็นมโนภาพของแบบจาลองอะตอม ซึ่ง
สามารถเรยี งตามวิวัฒนาการได้ ดังน้ี แบบจาลองของดอลตัน ทอมสัน รัทเทอร์ฟอร์ด นีลส์ โบห์ร แบบจาลองอะตอม
ทม่ี ีนวิ ตรอนและแบบกลุ่มหมอก
สัญลกั ษณ์นิวเคลียร์ เปน็ สญั ลักษณ์ทเี่ ขียนแสดงสญั ลักษณ์ของธาตุ เลขมวล และเลขอะตอมของธาตุ
4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) นักเรยี นสามารถ
1. อธบิ ายโครงสรา้ งอะตอมสญั ลกั ษณ์นวิ เคลียร์ของธาตุ
4.2 ทักษะกระบวนการ (P) นักเรยี นสามารถ
1. สืบค้นข้อมูลโครงสร้างอะตอมสัญลักษณ์นิวเคลยี ร์ของธาตุ
4.3 คุณลกั ษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) นกั เรยี นมี
คุณลักษณะอันพงึ ประสงคต์ ามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อย่อู ย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สจุ ริต
มงุ่ มั่นในการทางาน มวี ินัย รักความเปน็ ไทย
ใฝ่เรยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ
ด้านสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ความสามารถในการสือ่ สาร : สามารถอธบิ ายความรแู้ ละตอบคาถามจากเรือ่ งทเี่ รียนได้ถูกต้อง
ความสามารถในการคดิ : สามารถตอบคาถามและเสนอแนวความคิดไดอ้ ย่างถูกต้อง
ความสามารถในการแกป้ ัญหา :
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต :
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : สามารถหาความรูเ้ พม่ิ เติมและทบทวนความรู้ได้จาอินเทอร์เน็ตได้
การบูรณาการ
บรู ณาการภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้ สาขาวิชาคณติ ศาสตร์
5. สาระการเรยี นรู้
1. แบบจาลองอะตอม
2. สญั ลักษณน์ วิ เคลยี ร์
6. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ในการสอนครั้งนี้ใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning)
โดยใช้เทคนิค Group Investigation (GI) โดยมขี ้ันตอนการจดั กจิ กรรมดังนี้
6.1) ขั้นนาเข้าส่บู ทเรียน
- ครูนาเข้าสู่บทเรียนโดยการแสดงกล่องปริศนาหน้าชั้นเรียนซ่ึงภายในบรรจุสิ่งของไว้ในกล่อง และให้
นักเรียนทานายวา่ ในกลอ่ งบรรจอุ ะไรอย่โู ดยไม่ใหน้ ักเรยี นเปดิ กล่อง
- หลังจากนักเรียนทานายของที่บรรจุอยู่ในกล่อง ครูจึงสรุปว่า อะตอมคือส่ิงท่ีเล็กมากและไม่สามารถ
มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเปรียบได้กับของที่บรรจุภายในกล่อง ซึ่งนักเรียนอาจใช้วิธีการต่างๆเพ่ือที่
จะทราบว่าภายในกล่องบรรจุส่ิงใดเอาไว้เช่นเดียวกับนักวิทยาศาสตร์ท่ีได้พยายามทาการทดลอง
เพ่ือคาดเดาว่าอะตอมมีลักษณะอย่างไร จึงเป็นที่มาของแบบจาลองอะตอมแบบต่างๆ นักวิทยาศาสตร์
คนแรกที่ได้เสนอแนวความคิดเก่ียวกับอะตอมคือ ดิโมคริตุส (นักปราชญช์าวกรีก) ได้เสนอความคิดว่า
“ถ้ าแบ่ งส าร ให้ มี ข น าด เล็ ก ล งเร่ื อ ย ๆ ใน ท่ี สุ ด จ ะ ได้ ห น่ ว ย ย่ อ ย ซ่ึ งไม่ ส าม าร ถ แบ่ งให้ เล็ กล งไป ได้ อี ก
หน่วยย่อยนี้เรียกว่า อะตอม (atom)” ความรู้เกี่ยวกับอะตอมจึงได้มาจากการแปรผลข้อมูลท่ีได้จาก
การทดลองและนามาสร้างเป็นแบบจาลอง ซึ่งมีวิวัฒนาการดังทจ่ี ะได้ศกึ ษากันในวนั นี้
6.2) ขั้นสอน
- ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละเท่าๆกัน โดยให้นักเรียนแต่ละคนศึกษาแบบจาลองอะตอม
แบบต่างๆจากหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1
โครงสร้างอะตอม และอภิปรายผลที่ได้จากการศึกษาร่วมกันพร้อมสรุปลงในแบบสรุปกิจกรรมกลุ่มท่ี 1
“ค้นหาวิวฒั นาการของแบบจาลองอะตอม” ดงั น้ี
คนท่ี 1 ศึกษาแบบจาลองอะตอมของดอลตนั
คนท่ี 2 ศกึ ษาแบบจาลองอะตอมของทอมสนั
คนท่ี 3 ศกึ ษาแบบจาลองอะตอมของรทั เทอร์ฟอร์ด
คนท่ี 4 ศกึ ษาแบบจาลองอะตอมท่ีมีนิวตรอน
คนท่ี 5 ศึกษาแบบจาลองอะตอมของนลี ส์ โบหร์
คนที่ 6 ศกึ ษาแบบจาลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก
- หลงั จากท่นี ักเรยี นแต่ละกลุม่ ศึกษาแบบจาลองอะตอมของนักวิทยาศาสตร์เสรจ็ แลว้ ครใู หน้ กั เรยี นออกมา
นาเสนอหนา้ ชัน้ เรียนกลมุ่ ละ 5 นาที
- หลังจากนักเรยี นแต่ละกลุ่มนาเสนองานที่ศึกษาเสร็จแล้ว ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปแบบจาลองอะตอม
ของนักวทิ ยาศาสตร์แตล่ ะคนดังนี้
แบบจาลองอะตอม ลกั ษณะ
แบบจาลองอะตอมของดอลตนั - ธาตุประกอบด้วยอนุภาคเล็ก ๆ เรียกว่า “อะตอม” ซึ่งแบ่งแยกไม่ได้
แบบจาลองอะตอมของทอมสนั และทาใหส้ ูญหายไม่ได้
- อะตอมของธาตุชนดิ เดยี วกันมีสมบตั เิ หมือนกนั
แบบจาลองอะตอม - อะตอมของธาตตุ ่างชนดิ กันรวมกันเปน็ สารประกอบ
ของรัทเทอร์ฟอร์ด - อะตอมมีลักษณะเป็นทรงกลม มีอนุภาคโปรตอนซ่ึงมีประจุเป็นบวก
แบบจาลองอะตอมของโบหร์
และอนุภาคอเิ ล็กตรอนท่ีมีประจเุ ป็นลบกระจายอยู่ทั่วไปอย่างสม่าเสมอ
อะตอมในสภาพที่เป็นกลางทางไฟฟ้าจะมีจานวนประจุบวกและ
ประจลุ บเทา่ กัน
- อะตอมประกอบด้วยนิวเคลียสที่มีโปรตอนรวมกันอยู่ตรงกลาง
นิวเคลียสมีขนาดเล็กแต่มีมวลมากและมีประจุบวก ส่วนอิเล็กตรอนซ่ึงมี
ประจุลบและมมี วลนอ้ ยมากจึงอย่รู อบนิวเคลยี สเปน็ บรเิ วณกวา้ ง
- อิเล็กตรอนว่ิงอยู่รอบนิวเคลียสจะว่ิงเป็นชั้นๆหรือเป็นระดับพลังงาน
โดยชั้นหรอื ระดับพลงั งานที่ใกล้นิวเคลียสมากท่ีสุดจะมีพลังงานต่าที่สุด
คอื ช้นั K และชน้ั ถัดไปเป็น L M N …… ตามลาดบั
แบบจาลองอะตอม ลกั ษณะ
แบบจาลองอะตอม - อเิ ลก็ ตรอนมขี นาดเล็กมากและเคลอ่ื นทอ่ี ย่างรวดเรว็ ตลอดเวลาไปท่ัว
แบบกลมุ่ หมอก
ทั้งอะตอมจึงไม่สามารถบอกตาแหนง่ ที่แนน่ อนของอะตอมได้
- มโี อกาสทจี่ ะพบอิเล็กตรอนรอบนวิ เคลยี สบางบริเวณเท่านั้น ทาให้
สร้างมโนภาพไดว้ ่าอะตอมประกอบด้วยกลมุ่ หมอกของอิเล็กตรอน
รอบ ๆ นวิ เคลยี ส
- บรเิ วณที่กลุม่ หมอกทึบแสดงว่าโอกาสทจ่ี ะพบอเิ ลก็ ตรอนได้มากกวา่
บริเวณท่ีมกี ล่มุ หมอกจาง
- ครูถามนักเรียนว่า “จากการที่นักเรียนได้ศึกษาแบบจาลองอะตอมของนักวิทยาสาสตร์หลายๆท่าน
นักเรียนสามารถบอกได้หรือไม่ว่าอะตอมน้ันประกอบไปด้วยอนุภาคใดบ้าง”(โปรตอน นิวตรอนและ
อิเลก็ ตรอน)
- จากนั้นครอู ธิบายให้ความรูใ้ นเร่ืองของอนภุ าคมูลฐานของอะตอม ดงั ตาราง
อนภุ าค สญั ลกั ษณ์ ชนดิ ประจไุ ฟฟ้า มวล (kg)
อเิ ล็กตรอน
โปรตอน e- -1 9.109 x 10–31
นิวตรอน p+ +1 1.672 x 10–27
n 0 1.674 x 10–27
- จากน้ันครูอธิบายให้ความรู้ในเรื่องของสญั ลักษณน์ ิวเคลียร์ ดังน้ี
สญั ลกั ษณ์นิวเคลียร์ คอื สัญลักษณ์ที่เขียนแสดงช่ือของธาตุ เลขมวล และเลขอะตอมของธาตุ
โดยเราสามารถใช้เลขมวลและเลขอะตอมในการหาองค์ประกอบในอะตอมของธาตตุ ่างๆได้
เมอ่ื X คือ สญั ลกั ษณ์ของธาตุ
A คือ เลขมวล โดยเลขมวลจะแสดงผลรวมของจานวนโปรตอนและจานวนนิวตรอน ซ่ึง
เลขมวลจะมีค่าใกล้เคียงกับมวลอะตอม (Atomic mass) แต่เลขมวลเป็นเลขจานวนเต็มเสมอ ส่วน
มวลอะตอมอาจเป็นจานวนเต็มหรือทศนิยมก็ได้ และเลขมวลไม่เป็นค่าเฉพาะสาหรับธาตุ
ธาตุตา่ งชนิดกนั อาจมเี ลขมวลเทา่ กนั ได้
Z คือ เลขอะตอมเป็นตัวเลขที่แสดงจานวนโปรตอนของธาตุ เลขอะตอมเป็นค่าเฉพาะสาหรับ
ธาตหุ น่ึง ๆ ธาตุแต่ละชนิดมีเลขอะตอมไม่ซา้ กนั ดงั นน้ั เลขอะตอมจงึ บอกชนดิ ของธาตไุ ด้ โดย
จานวนโปรตอน =Z
จานวนอิเล็กตรอน = จานวนโปรตอน = Z
จานวนนิวตรอน = A – Z = เลขมวล – เลขอะตอม
เลขมวล
เลขอะตอม
- ครยู กตัวอยา่ งสญั ลกั ษณ์นิวเคลียร์
แสดงวา่ จานวนโปรตอน = เลขอะตอม = 19
จานวนอเิ ลก็ ตรอน = จานวนโปรตอน = 10
จานวนนิวตรอน = เลขมวล – เลขอะตอม = 39-19 = 20
แสดงวา่ จานวนโปรตอน = เลขอะตอม = 17
= 17
จานวนอเิ ลก็ ตรอน = จานวนโปรตอน
จานวนนิวตรอน = เลขมวล – เลขอะตอม = 35-17 = 18
+ แสดงวา่ จานวนโปรตอน = เลขอะตอม = 19
จานวนอเิ ลก็ ตรอน = 19 - 1 = 18
จานวนนิวตรอน = เลขมวล – เลขอะตอม = 39-19 = 20
- ครูถามนักเรียนว่า “จากตัวอย่างสัญลักษณ์นิวเคลียร์ข้อที่ 3 ธาตุเกิดการสูญเสียอิเล็กตรอนไป
กอี่ ิเลก็ ตรอน และกลายเป็นไอออนใด” (สญู เสยี อิเลก็ ตรอนไป 1 อิเล็กตรอน และกลายเปน็ ไอออนบวก)
- แสดงว่า จานวนโปรตอน = เลขอะตอม = 17
จานวนอเิ ล็กตรอน = 17 + 1 = 18
จานวนนิวตรอน = เลขมวล – เลขอะตอม = 35-17 = 18
- ครูถามนักเรียนว่า “จากตัวอย่างสัญลักษณ์นิวเคลียร์ข้อท่ี 4 ธาตุได้รับอิเล็กตรอนเพิ่มเข้ามา
กอี่ ิเลก็ ตรอน และกลายเป็นไอออนใด” (รับอิเล็กตรอนมา 1 อิเลก็ ตรอน และกลายเปน็ ไอออนลบ)
- ครูกาหนดสญั ลกั ษณน์ ิวเคลียร์ของธาตุ ใหน้ ักเรียนหาจานวนของอนภุ าคมลู ฐาน ดงั นี้
สัญลกั ษณน์ วิ เคลียร์ จานวนโปรตอน จานวนนวิ ตรอน จานวนอเิ ลก็ ตรอน
53 74 53
36 48 36
สญั ลักษณ์นวิ เคลียร์ จานวนโปรตอน จานวนนิวตรอน จานวนอเิ ลก็ ตรอน
2+ 16 121 14
- 85 125 86
- ครูถามนักเรยี นว่า “ธาตุทุกชนิดจะสามารถมีจานวนโปรตอน นิวตรอน หรืออิเล็กตรอนเท่ากันหรอื ไม่”
(ไมจ่ าเป็นตอ้ งมีจานวนโปรตอน นิวตรอนและอิเลก็ ตรอนเท่ากัน)
- ครอู ธบิ ายให้ความร้ใู นเร่ืองของไอโซโทป ไอโซโทน ไอโซบาร์ ดงั น้ี
1. ไอโซโทป (Isotope) หมายถึง อะตอมของธาตุชนดิ เดียวกนั ที่มโี ปรตอนเทา่ กนั (เลขอะตอมเท่ากัน)
แตม่ จี านวนนิวตรอนแตกต่าง(เลขมวลต่างกัน) เชน่ ธาตไุ ฮโดรเจนอาจมีสัญลกั ษณน์ วิ เคลียร์ได้ดงั ต่อไปน้ี
เรียกวา่ ไฮโดรเจน (H)
เรยี กว่า ดิวทเี รยี ม (D)
เรยี กวา่ ทริเทยี ม (T)
2. ไอโซโทน (Isotone) หมายถึง ธาตุต่างชนิดกันที่มีจานวนนิวตรอนเท่ากัน แต่มีจานวนโปรตอน
ต่างกัน เช่น และ ซึ่งธาตุทั้งสองมีจานวนนิวตรอนเท่ากันคือ 6 แต่มีจานวนโปรตอน
ตา่ งกันคอื 6 และ 5 ตามลาดับ
3. ไอโซบาร์ (Isobar) หมายถึง ธาตุต่างชนิดกันท่ีมีเลขมวลเท่ากัน แต่มีจานวนโปรตอนและ
นิวตรอนแตกต่างกัน เช่น และ จะเห็นว่าธาตุท้ังสองมีเลขมวลเท่ากันคือ 30 แต่มี
จานวนโปรตอนและนวิ ตรอนไมเ่ ทา่ กนั
6.3) ข้นั สรปุ
- ครูและนักเรียนอภิปรายและสรุปร่วมกันจากเน้ือหาท่ีได้เรียนเรื่องแบบจาลองอะตอม และ
สัญลกั ษณ์นิวเคลยี ร์
- ครใู ห้นกั เรยี นทาใบกิจกรรมท่ี 1.1 เร่อื ง แบบจาลองอะตอมและสญั ลกั ษณ์นิวเคลียร์
- ครใู ห้นักเรยี นทากจิ กรรมพัฒนาทักษะที่ 1.1 จากหนังสอื เรียนรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ สารและสมบตั ิ
ของสาร หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 โครงสรา้ งอะตอม หน้าท่ี 9 ส่งในคาบต่อไป
7. สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
7.1 สื่อท่ีใชใ้ นการจดั การเรียนการสอน
- สื่อพาวเวอรพ์ อยท์ (Power point)
- กิจกรรม “กล่องปริศนา”
- แบบสรปุ กจิ กรรมกลุม่ ท่ี 1 “ค้นหาววิ ัฒนาการของแบบจาลองอะตอม”
- ใบกจิ กรรมที่ 1.1 เรือ่ ง แบบจาลองอะตอมและสญั ลักษณน์ ิวเคลยี ร์
- กิจกรรมพัฒนาทักษะท่ี 1.1 จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 โครงสรา้ งอะตอม หน้าท่ี 9
7.2 แหล่งการเรียนรู้เพม่ิ เตมิ
- หนังสอื เรียนรายวชิ าพืน้ ฐาน วิทยาศาสตร์ สารและสมบตั ิสาร ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4-6
- ห้องสมดุ
- โปรแกรม search energy ทั้งหลาย เชน่ google
(http://www.rmutphysics.com/charud/oldnews/47/electron/Untitled/atom_stru.html ,
http://www.nakhamwit.ac.th/pingpong_web/AtomStruct.htm ) youtube
(http://www.youtube.com/playlist?list=PLeJGvKa_RJ_YXyiNVXLMLnzpA_XEw4Ng2)
8. การวดั ผลและประเมนิ ผล
8.1 วัดผลตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั โดยพิจารณาจากการรว่ มอภปิ ราย
8.2 เคร่ืองมอื วัดผล
8.2.1 แบบประเมนิ พฤตกิ รรมรายบคุ คล
8.2.2 แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุม่
8.2.3 แบบประเมนิ ใบกิจกรรม/แบบสรุปกจิ กรรม
8.3 เกณฑ์การวดั ผล
8.3.1 ควรได้คะแนนประเมินจากใบกิจกรรมมร้อยละ 70
8.3.2 ควรไดค้ ะแนนประเมนิ พฤติกรรมรายบุคคลในระดับ 3
8.3.3 ควรได้คะแนนประเมนิ พฤติกรรมการทางานภายในกลมุ่ ในระดบั 3
ตาราง การประเมนิ ระหวา่ งการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
การวดั ผล /ประเมนิ ผลด้าน วิธกี ารวดั เครอื่ งมือทใ่ี ช้วัด เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ดา้ นความรู้ ความเข้าใจ - การถามตอบ - คาถามในชั้นเรยี น ผ่าน ไดค้ ะแนนมากกวา่
1. อธิบายโครงสรา้ งอะตอม - การตรวจใบกจิ กรรมท่ี - แบบประเมินใบ รอ้ ยละ 70
สัญลักษณน์ วิ เคลียรข์ องธาตุ 1.1 กิจกรรมที่ 1.1 ไม่ผา่ น ได้คะแนนต่ากวา่
- การตรวจแบบสรุป - แบบประเมินแบบสรุป รอ้ ยละ 70
กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมที่ 1
2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ - สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ ผ่าน ไดค้ ะแนนในระดับ 3 (ดี)
1. สืบค้นข้อมลู โครงสร้างอะตอม รายบุคคล พฤติกรรมรายบคุ คล ไม่ผา่ น ไดค้ ะแนนตา่ กวา่ ใน
สญั ลกั ษณน์ วิ เคลียรข์ องธาตุ (ดา้ นสมรรถนะสาคัญ
ของผเู้ รยี น) ระดบั 2
3.ด้ าน คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ เจ ต ค ติ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ ผา่ น ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี)
ไม่ผา่ น ได้คะแนนต่ากว่าใน
คา่ นยิ ม รายบคุ คล พฤติกรรมรายบุคคล
ระดับ 2
ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ - สงั เกตพฤติกรรมกลมุ่ (ด้านคุณลักษณะ
- มงุ่ มั่นในการทางาน เจตคติ ค่านิยม)
- มีวินยั - แบบประเมิน
- ใฝเ่ รยี นรู้ พฤติกรรมการทางาน
- มจี ิตสาธารณะ ภายในกล่มุ
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
- ความสามารถในการ
ส่อื สาร
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี
แบบประเมินพฤติกรรมรายบคุ คล (ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน)
รายวชิ า ว30102 วิทยาศาสตรเ์ คมีพ้นื ฐาน ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6/……
พฤติกรรมท่สี ังเกต
เลขที่ ชือ่ -นามสกุล ความสามารถใน ความสามารถ ความสามารถใน รวม (9)
การสื่อสาร ในการคิด การใชเ้ ทคโนโลยี
321321321
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งบางครง้ั ให้ 1 คะแนน
ไมป่ ฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรม
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
9-7 ดี
6-4
ต่ากว่า 4 พอใช้
ปรับปรงุ
รายละเอยี ดเกณฑ์การประเมินพฤตกิ รรมรายบุคคล (ด้านสมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น)
Rubric Assessment
พฤตกิ รรมการเรียน ระดบั คะแนน ปรบั ปรงุ
(1)
ดี พอใช้
(3) (2) ไมส่ ามารถอธบิ าย
ความรจู้ ากเร่ือง
สามารถอธบิ ายความร้แู ละ สามารถอธบิ าย ทเี่ รยี นได้
ความสามารถในการสอื่ สาร ตอบคาถามจากเรือ่ ง ความรจู้ ากเร่ือง
ทเ่ี รียนไดค้ รบถว้ น ทีเ่ รยี นได้
ความสามารถในการคดิ สามารถตอบคาถามและ สามารถตอบคาถาม ไมส่ ามารถตอบ
เสนอความคิดจากเร่ือง จากเรื่องท่ีเรยี นได้ คาถามได้
ทีเ่ รยี นไดค้ รบถ้วน
ความสามารถในการใช้ สามารถหาความรู้เพมิ่ เตมิ สามารถหาความรู้ ไม่สามารถหาความรู้
เทคโนโลยี และทบทวนความรไู้ ด้จาก เพมิ่ เติมจาก เพ่ิมเติมจาก
อนิ เทอร์เนต็ ได้ครบถว้ น อินเทอรเ์ น็ตได้ อินเทอรเ์ น็ตได้
แบบประเมินพฤติกรรมรายบุคคล (คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์)
รายวิชา ว30102 วิทยาศาสตร์เคมีพืน้ ฐาน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6/……
พฤตกิ รรมท่สี ังเกต
เลขที่ ชื่อ-นามสกุล ม่งุ มั่นใน มวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ มจี ติ รวม (12)
การทางาน สาธารณะ
321321321321
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างบางครัง้
ไมป่ ฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรม
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
12 - 9 ดี
8-5
ตา่ กว่า 6 พอใช้
ปรบั ปรุง
รายละเอยี ดเกณฑ์การประเมินพฤตกิ รรมรายบุคคล (คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์)
Rubric Assessment
พฤตกิ รรมการเรยี น ดี ระดับคะแนน ปรับปรุง
(3) (1)
พอใช้
(2)
ม่งุ มน่ั ในการทางาน ต้ังใจปฏิบัติกิจกรรมและ ต้ังใจปฏิบัติกิจกรรมและ ไม่ต้ังใจปฏิบัติกจิ กรรม
ผลงาน มีความเรียบร้อย ผลงาน มีความเรียบร้อย
และถูกต้องครบถ้วน เสร็จ และถูกตอ้ ง
ตรงต่อเวลาทกี่ าหนด
สามารถควบคุมอารมณ์ สามารถควบคุมอารมณ์ ไม่สามารถควบคุมอารมณ์
มวี ินัย ตนเองได้ ปฏิบัติตนตาม ตนเองได้ ปฏิบัติตนตาม ตนเองได้
กฎระเบียบ มีจิตสานึกใน กฎระเบียบ
ตนเอง
ใฝเ่ รยี นรู้ มคี วามกระตือรือร้น สนใจ มีความกระตือรอื รน้ สนใจ ไม่มีความกระตอื รือรน้
ซกั ถามข้อสงสยั ศึกษา ซกั ถามข้อสงสัย ศกึ ษา สนใจ ซักถามขอ้ สงสัย
ค้นคว้าเพ่ิมเติม และเขา้ รว่ ม คน้ คว้าเพ่ิมเติม
กิจกรรมทุกครัง้
มีจติ สาธารณะ ความรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง มีคุณธรรมและจรยิ ธรรม ไม่รจู้ ักเสยี สละเพ่ือ
และสมาชิกภายในกล่มุ มี ร้จู ักเสยี สละเพ่ือสว่ นรวม ส่วนรวม
คุณธรรมและจรยิ ธรรม รู้จัก
เสยี สละเพ่อื สว่ นรวม
แบบประเมินพฤติกรรมการทางานภายในกลุม่
รายวชิ า ว30102 วิทยาศาสตร์เคมีพ้ืนฐาน ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 6/……
พฤตกิ รรมท่ีสังเกต
กลมุ่ ท่ี ทางานตามที่รับ ยอมรับฟงั ตรงต่อเวลา ดูแลและเกบ็
มอบหมาย ความคดิ เหน็ อุปกรณ์ในการ รวม (12)
ทากจิ กรรมกลุ่ม
จากผอู้ ่ืน
321321321321
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งบางครัง้
ไมป่ ฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรม
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12 - 9 ดี
8-5
ตา่ กวา่ 6 พอใช้
ปรบั ปรงุ
รายละเอียดเกณฑก์ ารประเมินพฤติกรรมการทางานภายในกลุ่ม
Rubric Assessment
พฤตกิ รรมการเรียน ดี ระดบั คะแนน ปรับปรุง
(3) (1)
พอใช้
(2)
ทางานตามท่ีรับ มีความตง้ั ในการทางาน มีความตั้งในการทางาน ไมม่ ีความตงั้ ในการทางาน
มอบหมาย และมกี ารวางแผนในการ
และมีการวางแผนในการ และมกี ารวางแผนในการ ทางาน
ทางานทุกคร้งั ทางานบางครงั้
ยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ยอมรบั ฟังความคิดเห็น ยอมรับฟังความคดิ เหน็ ไมย่ อมรับฟังความคดิ เหน็
จากผูอ้ น่ื จากสมาชิกภายในกลุ่ม จากสมาชกิ ภายในกลุ่ม จากสมาชกิ ภายในกลมุ่
เสมอ บางครง้ั
ทางานเสร็จตรงตามเวลา ทางานเสรจ็ ชา้ กวา่ เวลาที่ ทางานเสร็จชา้ กว่าเวลาที่
ตรงตอ่ เวลา ทกี่ าหนด กาหนด 5 นาที กาหนด 10 นาที
ดแู ลและเกบ็ อปุ กรณใ์ น มกี ารดแู ล เก็บและรักษา มกี ารดูแล ไมเ่ กบ็ และ ไม่มีการดูแล และไม่รักษา
การทากจิ กรรมกลุ่ม อุปกรณ์ทใี่ ช้ในการ รกั ษาอปุ กรณ์ที่ใช้ในการ อุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการทางาน
ทางานทุกครั้ง ทางาน
แบบประเมนิ ใบกิจกรรม
รายวชิ า ว30102 วิทยาศาสตร์เคมีพนื้ ฐาน ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 6/……
พฤตกิ รรมทส่ี ังเกต
เลขท่ี ชือ่ -นามสกุล ความ ความสะอาด ตรงต่อเวลา รวม (12)
ถูกตอ้ ง เรยี บร้อย
32132 1 321
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างบางครงั้
ไม่ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรม
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
9-7 ดี
6-4
ต่ากว่า 4 พอใช้
ปรับปรงุ
รายละเอยี ดเกณฑก์ ารประเมินใบกจิ กรรม
Rubric Assessment
พฤตกิ รรมการเรยี น ดี ระดบั คะแนน ปรบั ปรงุ
(3) (1)
พอใช้
(2)
ความถกู ต้อง ภาษาท่ีใช้ถูกต้องเหมาะสม ภาษาที่ใชถ้ ูกตอ้ ง แสดง ภาษาท่ใี ชถ้ ูกตอ้ ง ไม่
และแสดงวิธกี ารหาคาตอบ วิธกี ารหาคาตอบไดถ้ ูกต้อง สามารถแสดงวิธีการหา
ถูกต้องครบถ้วน บางสว่ น คาตอบได้
ใบกจิ กรรมสะอาด และมี ใบกจิ กรรมสะอาด แต่ไม่มี ใบกิจกรรมไม่มีความ
ความสะอาดเรียบรอ้ ย ความเรยี บรอ้ ยมาก
ความเรยี บร้อย เรยี บร้อย
ตรงตอ่ เวลา ส่งงานตรงตามเวลาท่ี สง่ งานช้ากวา่ เวลาที่กาหนด ส่งงานชา้ กว่าเวลาที่
กาหนด 1 วนั กาหนดมากกวา่ 1 วนั
ใบกจิ กรรมท่ี 1.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 โครงสรา้ งอะตอม เรอ่ื ง แบบจาลองอะตอมและสญั ลักษณ์นิวเคลียร์
ชื่อ.....................................................ชัน้ ...................เลขท.่ี ..............วันที่.........................
คาชีแ้ จง จงจับคู่ภาพแบบจาลองอะตอมของนักวิทยาศาสตร์ในกรอบส่เี หลี่ยมทางดา้ นซ้ายมอื ให้
สอดคลอ้ งกบั คาอธิบายลักษณะอะตอมทางดา้ นขวามอื
"อะตอม ประกอบด้วยอนภุ าคโปรตอนซง่ึ มีประจุบวก และ
อิเลก็ ตรอนซึง่ มปี ระจุลบกระจายอยทู่ ่ัวไปอยา่ งสม่าเสมอ
อะตอมในสภาพท่เี ปน็ กลางทางไฟฟ้า จะมจี านวนประจุ
บวก เทา่ กับจานวนประจุไฟฟ้า"
ดอลตัน
"อเิ ล็กตรอน จะเคลื่อนท่ีรอบนิวเคลยี ส เป็นวงคลา้ ยวงโคจร
ของดาว เคราะหร์ อบดวงอาทิตย์ แต่ละวงจะมีระดบั
พลังงาน เฉพาะ ตัวและเรียกระดบั พลงั งานของอเิ ลก็ ตรอน
ทอมสัน ที่อยใู่ กลน้ ิวเคลยี ส ท่สี ดุ ซึง่ มีระดบั พลงั งานตา่ ทส่ี ดุ ว่า
ระดบั พลังงาน K และ ระดบั พลงั งานท่ีอยถู่ ัดออกมาเปน็ L,
M, N...... ตามลาดับ"
รัทเทอรฟ์ อร์ด "อะตอมประกอบดว้ ย โปรตอน และนวิ ตรอน รวมกนั เปน็
โบห์ร นวิ เคลียส และอเิ ล็กตรอนเคล่ือนท่ีอยูท่ ั่วไป ใน อะตอม
บริเวณใกล้นิวเคลียสจะมีกลมุ่ หมอกอิเลก็ ตรอนหนา แน่น
กลุ่มหมอก กวา่ บริเวณทหี่ ่างออกไป"
"อะตอมมีลักษณะเป็นรูปทรงกลมขนาดเล็ก มาก ไม่
สามารถแบ่งแยกได้อีก
"อะตอมประกอบดว้ ยนวิ เคลยี ส ท่ีมีขนาดเลก็ มาก อยู่ตรง
กลาง มปี ระจุไฟฟา้ เป็นบวก โดยมีอิเลก็ ตรอนวง่ิ อย่รู อบๆ"
คาชีแ้ จง เติมคาตอบท่ถี ูกต้องลงในช่องวา่ ง
อนภุ าคมูลฐาน หมายถึง ……………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
อนุภาค สัญลกั ษณ์ ประจุ มวล (g) มวลเปรียบเทียบ
กบั มวลอิเลก็ ตรอน
โปรตอน ………………... ………. 1.673 x 10-24 1,836
นวิ ตรอน ……………….. ………. 1.675 x 10-24 1,839
อเิ ล็กตรอน ……………….. ………. 9.109 x 10-28 1
สัญลกั ษณน์ วิ เคลียร์
1. ตัวเลขแสดงจานวนโปรตอนเรียกวา่ ____________________________________________________
2. ตัวเลขแสดงผลบวกของโปรตอนและนวิ ตรอนเรยี กว่า_______________________________________
3. อะตอมของธาตชุ นดิ เดยี วกัน แตม่ ีเลขมวลตา่ งกันเรยี กว่า____________________________________
4. จากสญั ลักษณ์นิวเคลียร์ แสดงว่านวิ เคลียสของคาร์บอนน้มี ีอนภุ าคใด และมจี านวนเทา่ ใด
________________________________________________________________________________
สัญลักษณน์ ิวเคลียร์ จานวนโปรตอน จานวนนิวตรอน จานวนอเิ ล็กตรอน
5.
ใบกจิ กรรมท่ี 1.1
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 โครงสรา้ งอะตอม เรอ่ื ง แบบจาลองอะตอมและสญั ลกั ษณน์ วิ เคลียร์
ช่ือ.....................................................ชนั้ ...................เลขท.่ี ..............วันท่ี.........................
คาชแี้ จง จงจบั คภู่ าพแบบจาลองอะตอมของนักวิทยาศาสตร์ในกรอบส่ีเหลีย่ มทางด้านซ้ายมอื ใหส้ อดคล้องกบั
คาอธบิ ายลกั ษณะอะตอมทางด้านขวามอื
"อะตอม ประกอบดว้ ยอนุภาคโปรตอนซ่งึ มีประจบุ วก และ
อเิ ล็กตรอนซึง่ มปี ระจุลบกระจายอยู่ทวั่ ไปอยา่ งสม่าเสมอ
อะตอมในสภาพที่เปน็ กลางทางไฟฟ้า จะมจี านวนประจุ
บวก เท่ากบั จานวนประจุไฟฟ้า"
ดอลตนั
"อเิ ลก็ ตรอน จะเคลื่อนท่ีรอบนิวเคลียส เป็นวงคลา้ ยวงโคจร
ของดาว เคราะหร์ อบดวงอาทิตย์ แตล่ ะวงจะมีระดบั
พลงั งาน เฉพาะ ตวั และเรียกระดับพลังงานของอิเล็กตรอน
ท่อี ย่ใู กล้นิวเคลียส ท่ีสุด ซงึ่ มีระดบั พลังงานต่าทส่ี ดุ วา่
ทอมสัน ระดบั พลังงาน K และ ระดบั พลังงานที่อยถู่ ัดออกมาเป็น L,
M, N...... ตามลาดับ"
รัทเทอร์ฟอร์ด
"อะตอมประกอบดว้ ย โปรตอน และนวิ ตรอน รวมกันเป็น
นิวเคลียส และอเิ ล็กตรอนเคลื่อนท่ีอยู่ทวั่ ไป ใน อะตอม
บริเวณใกล้นวิ เคลียสจะมีกลุ่มหมอกอเิ ลก็ ตรอนหนา แนน่
กวา่ บรเิ วณทห่ี ่างออกไป"
โบห์ร "อะตอมมีลักษณะเป็นรปู ทรงกลมขนาดเล็ก มาก ไม่
สามารถแบง่ แยกไดอ้ ีก
"อะตอมประกอบดว้ ยนิวเคลยี ส ท่มี ขี นาดเลก็ มาก อยู่ตรง
กลาง มปี ระจุไฟฟา้ เป็นบวก โดยมีอิเล็กตรอนวง่ิ อย่รู อบๆ"
กลุม่ หมอก คาชีแ้ จง เติมคาตอบท่ถี ูกต้องลงในชอ่ งว่าง
อนุภาคมลู ฐาน หมายถงึ ………...................อนุภาคทเ่ี ล็กทีส่ ดุ ในอะตอม ได้แก่ โปรตอน(proton) นวิ ตรอน
(neutron) และ อิเล็กตรอน(electron)…………………………………………………………………………………………
อนุภาค สญั ลักษณ์ ประจุ มวล (g) มวลเปรียบเทียบ
กับมวลอิเลก็ ตรอน
โปรตอน … p+…... บวก 1.673 x 10-24 1,836
นิวตรอน ……n…… กลาง 1.675 x 10-24 1,839
อเิ ล็กตรอน ……e-…… ลบ 9.109 x 10-28 1
สญั ลกั ษณ์นวิ เคลียร์
เลขมวล สัญลักษณข์ องธาตุ
เลขอะตอม
1. ตวั เลขแสดงจานวนโปรตอนเรียกว่า_________________เลขอะตอม_______________________
2. ตัวเลขแสดงผลบวกของโปรตอนและนิวตรอนเรียกวา่ ______________เลขมวล_______________
3. อะตอมของธาตชุ นดิ เดยี วกัน แตม่ ีเลขมวลตา่ งกันเรียกว่า_____________ไอโซโทป______________
4. จากสัญลักษณน์ ิวเคลียร์ แสดงว่านิวเคลียสของคารบ์ อนนมี้ อี นภุ าคใด และมจี านวนเทา่ ใด
________มจี านวนโปรตอน 6 โปรตอน__และมีจานวนนวิ ตรอน 6 นวิ ตรอน________________
5.
สัญลกั ษณ์นวิ เคลียร์ จานวนโปรตอน จานวนนิวตรอน จานวนอเิ ลก็ ตรอน
17 18 17
11 12 11
53 74 54
20 20 18
แบบสรปุ กิจกรรมกลุ่มที่ 1 “คน้ หาวิวฒั นาการของแบบจาลองอะตอม”
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 โครงสรา้ งอะตอม เร่อื ง แบบจาลองอะตอม
ชือ่ .....................................................ชน้ั ...................เลขท่ี...............วันท่ี
.........................
คาช้ีแจง ให้นกั เรียนออกแบบ Mind mapping จากการศึกษาเนื้อหาเร่อื ง “แบบจาลองอะตอม”
แบบสรุปกิจกรรมกลมุ่ ที่ 1 “คน้ หาววิ ฒั นาการของแบบจาลองอะตอม”
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 โครงสร้างอะตอม เรอ่ื ง แบบจาลองอะตอม
ช่ือ.....................................................ชั้น...................เลขท.่ี ..............วนั ท่ี
.........................
คาชแี้ จง ใหน้ กั เรียนออกแบบ Mind mapping จากการศึกษาเน้ือหาเรอ่ื ง “แบบจาลองอะตอม”
แบบจาลองอะตอม
ดอลตนั
ทอมสัน
รทั เทอร์ฟอร์ด
แซดวคิ
นลี ส์ โบห์ร
กลุ่มหมอก