The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กฎหมายเกี่ยวกับการค้าปลีกและค้าส่ง หน่วยที่10

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pimwipa56789, 2019-01-16 06:16:27

กฎหมายเกี่ยวกับการค้าปลีกและค้าส่ง หน่วยที่10

กฎหมายเกี่ยวกับการค้าปลีกและค้าส่ง หน่วยที่10

รายงาน
เรื่อง กฎหมายเกย่ี วกบั การค้าปลกี และค้า

ส่ ง
เสนอ
อาจารย์ วงเดือน
พูนสวสั ด์ิ
รายงานเล่มนีเ้ ป็ นส่วนหน่ึงของรายวชิ า
การบริการการค้าปลกี และการค้าส่ง
ภาคเรียนที่ 2/2561
วทิ ยาลยั เทคนิคระยอง

คาํ นํา

รายงานเล่มน้ ีเป็ นส่วนหน่ึงของรายวิชาการบริ หาร
การคา้ และการคา้ ส่งจดั ทาํ ข้ึนมาเพื่อการศึกษาคน้ ควา้ และ
สามารถนาํ ใหร้ ุ่นตอ่ ไปไดศ้ ึกษาต่อ หวงั วา่ รายงานเล่นน้ี
ช่วยในการศึกษาไม่มากกน็ อ้ ย

นางสาว พิมพว์ ภิ า พรมอินทร์
นางสาว พรี ัชฌา วงศช์ อุ่ม

นางสาว รัชนีวรรณ พิทกั ษว์ งษ์

สารบญั หนา้
4
เรื่อง 9
แนวทางในการร่าง พ.ร.บ. ธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง 15
แนวทางการจดั การธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง 23
พระราชบญั ญตั ิวา่ ดว้ ยราคาสินคา้ และบริการ 25
พระราชบญั ญตั ิเครื่องหมายการคา้ 38
พระราชบญั ญตั ิลิขสิทธ์ิ 39
พระราชบญั ญตั ิสิทธิบตั ร
พระราชบญั ญตั ิการแขง่ ขนั ทางการคา้

กฎหมายเกย่ี วกบั การค้าปลกี ค้าและค้าส่ง

แนวทางในการร่าง พ.ร.บ. ธุรกจิ ปลกี ค้าส่ง

ประชาชาติธุรกจิ - 1 ก.พ. 50

ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง พ.ศ. ...ไดแ้ บ่งออกเป็น 5
หมวด ประกอบไปดว้ ยหมวด 1 คณะกรรมการกาํ กบั ดูแลธุรกิจคา้ ปลีก
คา้ ส่ง, หมวด 2 สาํ นกั งานคณะกรรมการกาํ กบั ดูแลธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง,
หมวด 3 การจดั ระบบธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง, หมวด 4 การอุทธรณ์ และ
หมวด 5 บทกาํ หนดโทษ โดยแต่ละหมวดมีสาระสาํ คญั ของกฎหมาย
ดงั ตอ่ ไปน้ี

นิยามคา้ ปลีก หมายถึง การประกอบธุรกิจโดยการขายแก่ผบู้ ริโภค
โดยตรง ส่วนนิยามคา้ ส่ง หมายถึง การประกอบธุรกิจโดยการขายแก่ผู้
ซ้ือท่ีนาํ ไปขายหรือใหบ้ ริการต่อ และใหห้ มายความรวมถึงการขายเป็น
จาํ นวนมากตามท่ีคณะกรรมการส่วนจงั หวดั กาํ กบั ดูแลธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง
ประกาศกาํ หนด

ขาย หมายถึง การโอนกรรมสิทธ์ิในสินคา้ ใหแ้ ก่บุคคลอื่นและให้
หมายความรวมถึงการใหบ้ ริการ

หมวด 1 คณะกรรมการกาํ กบั ดูแลธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง มาตรา 6 ใหม้ ี

คณะกรรมการดูแลธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง หรือ กกค. มีรัฐมนตรีวา่ การ
กระทรวงพาณิชยเ์ ป็นประธาน ปลดั กระทรวงพาณิชย-์ มหาดไทย-
อุตสาหกรรม-สาธารณสุข, ผวู้ า่ ราชการกรุงเทพ, ผแู้ ทน สภาหอฯ/สภา
อุตฯ, ผแู้ ทนสมาคมคุม้ ครอง ผบู้ ริโภค, ผทู้ รงคุณวุฒิ (ไม่นอ้ ยกวา่ 4 แต่
ไมเ่ กิน 6 คน) มีอธิบดีกรมการคา้ ภายในเป็นเลขานุการ มาจากการ
แตง่ ต้งั ของ ครม. มีวาระคราวละ 2 ปี

มาตรา 16 กกค.มีอาํ นาจและหนา้ ท่ีกาํ หนดนโยบายและแผนงานกาํ กบั
ดูแลการประกอบธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง มีอาํ นาจดงั ต่อไปน้ี

(1) กาํ หนดใหธ้ ุรกิจประเภทหน่ึงประเภทใดท่ีมีลกั ษณะหรือขนาดของ
ธุรกิจตามที่กาํ หนดเป็นธุรกิจที่ถูกควบคุมตามมาตรา 28

(2) กาํ หนดหลกั เกณฑ์ วธิ ีการและเง่ือนไขในการขออนุญาตต้งั หรือ
ขยายสาขาและการจดั ทาํ รายงานการวเิ คราะห์ผลกระทบตามมาตรา 32

(3) กาํ หนดหลกั เกณฑก์ ารลงโทษทางปกครองตามมาตรา 45

(4) สัง่ ให้ กจค.ทบทวนการใชอ้ าํ นาจตามมาตรา 19

(5) เชิญบุคคลหน่ึงบุคคลใดมาใหข้ อ้ เทจ็ จริง คาํ อธิบาย คาํ แนะนาํ หรือ
ความเห็น แล

(6) ปฏิบตั ิการอ่ืนใดตามที่กฎหมายกาํ หนดใหเ้ ป็ นอาํ นาจหนา้ ที่ของ
กกค.

มาตรา 17 ใหม้ ีคณะกรรมการส่วนจงั หวดั กาํ กบั ดูแลธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง
หรือ กจค. ในเขตกรุงเทพฯ/ นนทบุรี ให้ กกค.ทาํ หนา้ ที่คณะกรรมการ
ส่วนจงั หวดั ในเขตจงั หวดั อ่ืน ใหผ้ วู้ า่ ราชการจงั หวดั เป็ นประธาน
กรรมการ พาณิชยจ์ งั หวดั เป็ นเลขานุการ และหวั หนา้ สาํ นกั งานการคา้
ภายในจงั หวดั เป็นผชู้ ่วยเลขานุการ

หมวด 2 สาํ นกั งานคณะกรรมการกาํ กบั ดูแลธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง มาตรา

22 ใหก้ รมการคา้ ภายในทาํ หนา้ ที่เป็นสาํ นกั งานเลขานุการของ
คณะกรรมการกลางกาํ กบั ดูแลธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง

หมวด 3 การจดั ระบบธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่งมาตรา 28 ให้ กกค.มี

อาํ นาจประกาศกาํ หนดใหก้ ิจการในทางพาณิชยกรรมหรือบริการประเภท
หน่ึงประเภทใดที่มีลกั ษณะหรือขนาดของธุรกิจตามท่ีกาํ หนดเป็น ธุรกิจ
คา้ ปลีกหรือคา้ ส่งท่ีถูกควบคุม
มาตรา 30 เม่ือมีการประกาศควบคุมธุรกิจคา้ ปลีกหรือคา้ ส่งตามมาตรา
28 แลว้ ให้ กกค.มีอาํ นาจกาํ หนดมาตรการกาํ กบั ดูแลธุรกิจคา้ ปลีกคา้
ส่งดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) กาํ หนดใหก้ ารต้งั หรือขยายสาขาของธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่งตอ้ งขอ
อนุญาตก่อนดาํ เนินการ

(2)กาํ หนดใหธ้ ุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่งต้งั ในบริเวณหรือพ้นื ท่ีที่กาํ หนด
รวมท้งั หา้ มขายในบริเวณหรือพ้ืนที่ท่ีกาํ หนด ไม่วา่ จะเป็นการขายโดย
ลกั ษณะวธิ ีการวางสินคา้ ในท่ีหน่ึงท่ีใดเป็นปกติหรือเร่ขาย ท้งั น้ีให้
คาํ นึงถึงจาํ นวนประชากร จาํ นวนร้านคา้ หรือระยะห่างระหวา่ งร้านคา้
หรือพ้ืนท่ีอยอู่ าศยั การ กระจุกตวั ของธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง และการใช้
ประโยชน์ในที่ดิน รวมท้งั ปัจจยั อื่นที่จาํ เป็น

(3)กาํ หนดจาํ นวนธุรกิจคา้ ปลีกหรือคา้ ส่งหรือขนาดของพ้นื ที่ในการ
ประกอบธุรกิจ

(4)กาํ หนดใหม้ ีการแบง่ แยกประเภทของธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่งและสั่งให้
ประกอบธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่งประเภทหน่ึง ประเภทใดเพียงประเภทเดียว
หรือทุกประเภท รวมท้งั กาํ หนดหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ แลเง่ือน ไขการ
ประกอบธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง

(5) ใหผ้ ปู้ ระกอบธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่งแจง้ แผนการต้งั หรือขยายสาขาของ
ธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง

(6)กาํ หนดหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเงื่อนไขในการจาํ หน่ายหรือมิใหม้ ี
การเอารัดเอาเปรียบผบู้ ริโภค หรือคูแ่ ข่งขนั หรือสร้างอาํ นาจตอ่ รองทาง
ธุรกิจท่ีไม่เป็ นธรรม

(7)กาํ หนดวนั เวลาและชว่ั โมงในการเปิ ดปิ ด

(8)กาํ หนดมาตรการดูแลการเรียกเกบ็ คา่ ธรรมเนียมหรือคา่ ใชจ้ า่ ยท่ีไม่
เป็นธรรม หรือสูงเกินสมควรและการกระทาํ ท่ีก่อให้เกิดความไดเ้ ปรียบ
เสียเปรียบระหวา่ งธุรกิจ

(9)สั่งใหผ้ ปู้ ระกอบธุรกิจคา้ ปลีกหรือคา้ ส่งเกบ็ สินคา้ หรือหา้ มขาย กรณี
ท่ีมีเหตุอนั เชื่อไดว้ า่ สินคา้ น้นั อาจก่อเกิดอนั ตรายแก่สุขภาพหรือไม่
ปลอดภยั ในการอุปโภค/บริโภค

(10)กาํ หนดใหผ้ ปู้ ระกอบการดาํ เนินการป้องกนั หรือแกไ้ ขผลกระทบที่
เกิดจากการประกอบธุรกิจ

มาตรา 32 กรณี กจค. (คณะกรรมการกาํ กบั ส่วนจงั หวดั ฯ) ใชอ้ าํ นาจ
ตามมาตรา 30(1) การต้งั หรือขยายสาขาตอ้ งขออนุญาต ผขู้ ออนุญาต
ตอ้ งยน่ื คาํ ขอและจดั ทาํ รายงานการวเิ คราะห์ผลกระทบธุรกิจใกลเ้ คียง
ชุมชน ส่ิงแวดลอ้ ม รวมท้งั แผนการแกไ้ ขผลกระทบและการพฒั นา
ชุมชน ส่ิงแวดลอ้ ม ตามหลกั เกณฑว์ ธิ ีการและเง่ือนไขท่ี กกค.กาํ หนด

หมวด 4 การอุทธรณ์ มาตรา 38 ใหม้ ีคณะกรรมการการพจิ ารณา

อุทธรณ์ ประกอบดว้ ยผทู้ รงคุณวฒุ ิ มีจาํ นวนไม่เกิน 6 คน ครม.เป็ นผู้
แต่งต้งั แต่ตอ้ งมีเลขานุการ/ผชู้ ่วยเป็นขา้ ราชการของกรมการคา้ ภายใน
แต่งต้งั โดยอธิบดีกรมการคา้ ภายใน มาตรา 41 คณะกรรมการพิจารณา
อุทธรณ์มีหนา้ ท่ีพจิ ารณาวนิ ิจฉยั อุทธรณ์ตามคาํ สง่ั ของ กจค.ใหเ้ สร็จสิ้น
ภายใน 30 วนั คาํ วนิ ิจฉยั ถือเป็นที่สุด

หมวด 5 บทกาํ หนดโทษ มาตรา 44 โทษทางปกครอง มีท้งั โทษจาํ

และโทษปรับ

แนวทางการจดั การธุรกจิ ค้าปลกี ค้าส่ง

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางการจดั การธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่งตามที่
กระทรวงพาณิชยเ์ สนอ ท้งั น้ี กระทรวงพาณิชยเ์ ห็นวา่ กิจการคา้ ปลีกคา้
ส่ง ซ่ึงเป็นภาคธุรกิจท่ีสาํ คญั ต่อระบบเศรษฐกิจและการจา้ งงานโดยรวม
ของประเทศ ขณะน้ีประสบปัญหาการแข่งขนั ท่ีรุนแรงจากการขยายตวั
ของธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่งขนาดใหญ่ประเภทดิสเคานทส์ โตร์
(Discount Store) อยา่ งมาก และประมาณการวา่ จะมีส่วนแบ่ง
การตลาดเป็ นจาํ นวนร้อยละ 25 ของยอดขายในภาคการคา้ ปลีกคา้ ส่ง
ท้งั หมด ทาํ ใหธ้ ุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่งขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีเงินทุน
นอ้ ย ขาดมาตรฐานในการบริหารจดั การแบบใหม่ ไม่อาจแขง่ ขนั กบั
ธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่งขนาดใหญ่ประเภทดิสเคานทส์ โตร์ได้ และจะไดร้ ับ
ความเดือดร้อน อนั เป็นการกระทบตอ่ เศรษฐกิจ เน่ืองมาจากการกระจุก
ตวั ของผปู้ ระกอบการรายใหญใ่ นแตล่ ะทอ้ งที่ เพือ่ ใหเ้ กิดการแข่งขนั
อยา่ งเป็นธรรม รวมท้งั ให้โอกาสแก่ร้านท่ีมีทุนนอ้ ย โดยคาํ นึงถึง
ประโยชน์ต่อผบู้ ริโภค เศรษฐกิจของชาติ และเอกชนทุกระดบั ซ่ึง
แนวทางการจดั การธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง มีดงั น้ี

1. ด้านกฎหมาย

ดาํ เนินการยกร่างกฎหมายวา่ ดว้ ยการคา้ ปลีกคา้ ส่ง ท่ีมุง่ เนน้ ใหธ้ ุรกิจคา้
ปลีกคา้ ส่งทุกขนาด และทุกประเภท รวมถึงการคา้ บริการใหส้ ามารถอยู่
ร่วมกนั ได้ โดยใหม้ ีสดั ส่วนของร้านคา้ ขนาดต่าง ๆ ท้งั ขนาดเล็ก ขนาด
กลาง และขนาดใหญ่ ตามความจาํ เป็นของสภาพเศรษฐกิจ และเมือง
และชุมชน ซ่ึงขณะน้ีไดย้ กร่างกฎหมายใกลจ้ ะเสร็จเรียบร้อยแลว้ เพ่ือ
นาํ เสนอคณะรัฐมนตรีใหค้ วามเห็นชอบหลกั การของกฎหมาย ซ่ึงมี
สาระสาํ คญั สรุปได้ ดงั น้ี

1.1 กาํ หนดใหธ้ ุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง ซ่ึงเขา้ ข่ายควบคุมตอ้ งปฏิบตั ิตาม
และอยภู่ ายใตห้ ลกั เกณฑ์ เง่ือนไขท่ีกฎหมายจะกาํ หนด เช่น การอนุญาต
ต้งั ขยาย หรือยา้ ยสาขา กาํ หนดสถานท่ีหรือพ้นื ที่ต้งั จาํ นวนหรือ
ขนาดของพ้ืนที่ การประกอบธุรกิจ กาํ หนดวนั เวลา และชวั่ โมงใน
การเปิ ดปิ ด กาํ หนดใหม้ ีสัดส่วนพ้นื ที่จาํ หน่ายสินคา้ ท่ีผลิต
ภายในประเทศต่อพ้นื ท่ีรวมของธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง และเงื่อนไขอื่น ๆ ที่
จาํ เป็น

1.2 โครงสร้างขององคก์ รที่จะกาํ กบั ดูแลธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่งประดว้ ย
คณะกรรมการกลางกาํ กบั ดูแลธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่ง คณะกรรมการส่วน
จงั หวดั กาํ กบั ดูแลธุรกิจคา้ ปลีกคา้ ส่งและคณะกรรมการพจิ ารณาอุทธรณ์

1.3 กาํ หนดมาตรฐานของร้านคา้ ปลีกคา้ ส่ง เพ่ือคุม้ ครองผบู้ ริโภคใน
ตวั กฎหมาย เพื่อคุม้ ครองมิใหป้ ระชาชนซ้ือสินคา้ ที่มีคุณภาพต่าํ หรือ
ถูกหลอกลวงในเร่ืองราคา

1.4 สาํ หรับโทษที่จะกาํ หนดตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการประกอบธุรกิจคา้
ปลีกคา้ ส่ง จะมีท้งั โทษทางปกครอง เช่น การตาํ หนิต่อสาธารณะ การ
ปรับทางปกครอง โทษทางอาญา ไดแ้ ก่ จาํ คุกหรือปรับ

2. ด้านการปฏบิ ัติ

2.1 มาตรการส่งเสริมร้านคา้ ปลีกคา้ ส่งขนาดกลางและขนาดเลก็ และ
ร้านคา้ ชุมชน

กระทรวงพาณิชยเ์ ห็นวา่ มีความจาํ เป็นจะตอ้ งส่งเสริมใหร้ ้านคา้ ปลีกคา้
ส่งขนาดกลางและขนาดเล็กมีความแขง็ แรง เพื่อท่ีจะสามารถแข่งขนั กบั
ร้านประเภทดิสเคานทส์ โตร์ รวมท้งั การจดั ต้งั ร้านคา้ ปลีกชุมชนตาม
หลกั การดงั ต่อไปน้ี

1) สาํ รวจร้านคา้ ปลีกคา้ ส่งขนาดกลางและขนาดเลก็ ท่ีจาํ หน่ายสินคา้
อุปโภคบริโภค ท้งั ในส่วนกลางและภูมิภาค เพอ่ื ทราบจาํ นวนและ
ปัญหาที่แทจ้ ริงจากผลกระทบของการขยายตวั ของร้านคา้ ดิสเคานท์
สโตร์ รวมท้งั สอบถามความตอ้ งการท่ีจะใหท้ างราชการช่วยเหลือ เช่น
ดา้ นเงินทุน ดา้ นบริหารการจดั การ ดา้ นการซ้ือสินคา้ จากผผู้ ลิตโดยตรง
เป็นตน้ พร้อมกนั น้ีจะไดข้ ้ึนทะเบียนร้านคา้ ปลีกคา้ ส่งเหล่าน้ี เพื่อเป็น
ขอ้ มูลในการช่วยเหลือต่อไป

2) จดั ต้งั และสนบั สนุนร้านคา้ ปลีกชุมชน โดยจะเร่ิมจากชุมชนนอก
เมืองก่อน แลว้ ขยายเขา้ มาสู่ในเมืองของแต่ละจงั หวดั ท้งั น้ี เพ่ือ
ป้องกนั ไม่ใหร้ ้านดิสเคานทส์ โตร์เขา้ มาแขง่ ขนั ในชุมชนได้ กระทรวง
พาณิชยจ์ ะจดั ทาํ รูปแบบร้านคา้ ปลีกเป็น 2 ขนาด คือ ขนาดเลก็ และ
ขนาดกลาง เพื่อรองรับในแตล่ ะชุมชน โดยทางราชการอาจจดั หาแหล่ง
เงินทุนใหก้ ยู้ มื ในอตั ราดอกเบ้ียต่าํ หรืออาจเขา้ ร่วมถือหุน้ ในร้างคา้ ปลีก
ชุมชนตามความเหมาะสม และเม่ือร้านเหล่าน้ีมีความเขม้ แขง็ แลว้ ก็
สามารถซ้ือหุน้ คืนไปไดท้ ้งั หมด

3) ไดจ้ ดั อบรมใหค้ วามรู้ดา้ นการบริหารจดั การร้านคา้ สมยั ใหม่ และ
จดั ทาํ คู่มือ "เคล็ดลบั สูตรสําเร็จร้านคา้ ปลีก" เผยแพร่ใหร้ ้านคา้ ปลีก
ไดป้ รับตวั ใหม้ ีการจดั การท่ีทนั สมยั อนุญาตใหร้ ้านคา้ ที่มีมาตรฐานได้
ใชเ้ คร่ืองหมายรับรองของกระทรวงพาณิชย์ เพ่อื จูงใจให้ผบู้ ริโภคมาใช้
บริการเพิม่ มากข้ึน

4) สร้างเครือขา่ ยร้านคา้ ปลีก โดยเช่ือมโยงผผู้ ลิต ผแู้ ทนจาํ หน่าย ผคู้ า้
ส่งกบั ร้านคา้ ปลีกท่ีข้ึนทะเบียน และร้านคา้ ปลีกชุมชนที่จดั ต้งั ข้ึน
เพือ่ ใหไ้ ดส้ ินคา้ ในราคาถูกสาํ หรับบริการแก่ผบู้ ริโภค

2.2 มาตรการสร้างความสมดุลของธุรกิจ1) เพือ่ ใหเ้ กิดความสมดุลยใ์ น
เรื่องการประกอบธุรกิจและการแข่งขนั ของร้านคา้ ปลีกคา้ ส่ง ท้งั ขนาด
เลก็ ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ กระทรวงพาณิชยจ์ ึงประสานงานโดย
ประชุมหารือกบั หน่วยงานต่าง ๆ ของกระทรวงมหาดไทย เพ่ือนาํ
กฎหมายที่ใชอ้ ยใู่ นปัจจุบนั มาควบคุมการเปิ ดหรือขยายสาขาของธุรกิจ
ดิสเคานทส์ โตร์ โดยใหร้ ัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทยออกประกาศ
กระทรวงมหาดไทยในเร่ืองการก่อสร้าง ดดั แปลง หรือเปล่ียนการใช้
อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในบริเวณพ้นื ที่ตา่ ง ๆ เพ่ือเปิ ดเป็นธุรกิจ
ดิสเคานทส์ โตร์ แต่กใ็ หส้ ามารถเปิ ดสาขาใหม่ไดใ้ นทอ้ งท่ีห่างจากตวั
เมือง ซ่ึงจะไม่กระทบกระเทือนต่อร้านคา้ ปลีกคา้ ส่งขนาดกลางและ
ขนาดเล็ก ประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบบั น้ีจะมีผลบงั คบั ใชไ้ ดเ้ พยี ง
1 ปี นบั แตว่ นั ที่ประกาศ

2) ในระหวา่ งท่ีประกาศกระทรวงมหาดไทยตามขอ้ 1) มีผลบงั คบั
หากมีความจาํ เป็นตอ้ งควบคุมการต้งั หรือขยายสาขาของธุรกิจดิสเคานท์
สโตร์ตอ่ ไปอีก กใ็ หก้ ระทรวงมหาดไทยใชอ้ าํ นาจตามมาตรา 8(10)
แห่งกฎหมายวา่ ดว้ ยการควบคุมอาคารออกเป็นกฎกระทรวงตอ่ ไป

พระราชบัญญตั วิ ่าด้วยราคาสินค้าและบริการ

๑. หลกั การและเหตุผล เหตุผลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ิฉบบั น้ี
คือ โดยที่กฎหมายวา่ ดว้ ยการกาํ หนดราคาสินคา้ และป้องกนั การผกู ขาดท่ี
ใชบ้ งั คบั อยใู่ นปัจจุบนั มีความไมเ่ หมาะสม เพราะมีสาระเป็นสองส่วน
คือ การกาํ หนดราคาสินคา้ และการป้องกนั การผกู ขาด ซ่ึงท้งั สองส่วนมี
วตั ถุประสงคใ์ นการบงั คบั ใชก้ ฎหมายแตกต่างกนั แตม่ ีองคก์ รที่ทาํ หนา้ ท่ี
ตามกฎหมายฉบบั น้ีเพยี งองคก์ รเดียว ดงั น้นั สมควรแยกบทบญั ญตั ิและ
องคก์ รท่ีทาํ หนา้ ที่ตามกฎหมายเกี่ยวกบั การกาํ หนดราคาสินคา้ และการ
ป้องกนั การผกู ขาดออกจากกนั เพือ่ ใหก้ ารดาํ เนินการตามกฎหมายเป็นไป
อยา่ งมีประสิทธิภาพ ประกอบกบั บทบญั ญตั ิเดิมในส่วนของการกาํ หนด
ราคาสินคา้ ยงั ไม่ชดั เจนและเหมาะสม สมควรปรับปรุงเสียใหมใ่ หช้ ดั เจน
ข้ึน

๒. สาระสําคัญ

๒.๑ คาํ นิยามศพั ทท์ ่ีสาํ คญั (มาตรา ๓ )

สินคา้ หมายความวา่ ส่ิงของที่อาจใชใ้ นการอุปโภคหรือบริโภค รวมท้งั
เอกสารแสดงสิทธิในส่ิงของ

บริการ หมายความวา่ การรับจดั ทาํ การงาน การใหส้ ิทธิใดๆ การใหใ้ ช้
หรือใหป้ ระโยชน์ในทรัพยส์ ินหรือกิจการใดๆ โดยเรียกค่าตอบแทนเป็น
เงิน หรือผลประโยชน์อ่ืน

จาํ หน่าย หมายความวา่ ขาย แลกเปลี่ยน ให้ จ่ายแจก โอนสิทธิการ
ครอบครองสินคา้ ใหแ้ ก่บุคคลอื่น หรือใหบ้ ริการ

ราคา หมายความรวมถึง ค่าตอบแทนสาํ หรับการจาํ หน่ายดว้ ย

๒.๒ คณะกรรมการวา่ ดว้ ยราคาสินคา้ และบริการ

พระราชบญั ญตั ิน้ีกาํ หนดใหม้ ีคณะกรรมการกลางวา่ ดว้ ยราคาสินคา้ และ

บริการ เรียกโดยยอ่ วา่ “กกร.” ข้ึน มีอาํ นาจหนา้ ที่ในทุกทอ้ งท่ีทว่ั
ราชอาณาจกั ร โดยมีอาํ นาจหนา้ ท่ีดงั ต่อไปน้ี (มาตรา ๙)

(๑) ประกาศกาํ หนดใหส้ ินคา้ หรือบริการใดเป็นสินคา้ หรือบริการ
ควบคุม เพอื่ ป้องกนั การกาํ หนดราคาซ้ือ ราคาจาํ หน่าย หรือการกาํ หนด
เงื่อนไข และวธิ ีปฏิบตั ิทางการคา้ อนั ไมเ่ ป็นธรรม

(มาตรา ๒๔)

(๒) กาํ หนดมาตรการท่ีใชส้ าํ หรับสินคา้ หรือบริการควบคุม เช่น การ
กาํ หนดราคาซ้ือหรือราคาจาํ หน่ายสินคา้ หรือบริการควบคุม,กาํ หนด
หลกั เกณฑ์ มาตรการ และเงื่อนไขเกี่ยวกบั การนาํ เขา้ และส่งออก,
กาํ หนดใหแ้ จง้ ปริมาณ สถานท่ีเกบ็ ตน้ ทุน คา่ ใชจ้ ่าย แผนการผลิต
แผนการนาํ เขา้ มาในราชอาณาจกั ร แผนการส่งออกไปนอกราชอาณาจกั ร
แผนการซ้ือ แผนการจาํ หน่าย แผนการเปลี่ยนแปลงราคาหรือรายการอ่ืน
ใดหรือส่วนลดในการจาํ หน่าย กระบวนการผลิต และวธิ ีการจาํ หน่าย
สินคา้ หรือบริการควบคุมต่อพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี,กาํ หนดใหม้ ีการเก็บหรือ
เพิม่ ปริมาณการเกบ็ สาํ รองสินคา้ ควบคุมและกาํ หนดทอ้ งท่ีและสถานท่ีให้
เก็บสาํ รองสินคา้ ควบคุม,หา้ มหรืออนุญาตใหม้ ีการส่งออกไปนอกหรือ
นาํ เขา้ มาในทอ้ งท่ีใดทอ้ งที่หน่ึงซ่ึงสินคา้ ควบคุม,หา้ มจาํ หน่าย ให้ ใชเ้ อง
ยกั ยา้ ย หรือเปลี่ยนสภาพซ่ึงสินคา้ หรือบริการควบคุมเกินปริมาณที่
กาํ หนด,กาํ หนดมาตรการเพือ่ ป้องกนั การกกั ตุนสินคา้ ควบคุมหรือการ
ครอบครองสินคา้ ควบคุมเกินปริมาณที่กาํ หนด,กาํ หนดมาตรการเพ่อื
ป้องกนั การกกั ตุนสินคา้ ควบคุมหรือการครอบครองสินคา้ ควบคุมเกิน
ปริมาณที่กาํ หนด เป็นตน้ (มาตรา ๒๕)

(๓) สง่ั ใหผ้ ผู้ ลิตหรือผจู้ าํ หน่ายสินคา้ หรือบริการควบคุมแจง้ ขอ้ เทจ็ จริง
เรื่องชื่อ ราคาซ้ือ ราคาจาํ หน่าย มาตรฐาน คุณภาพ ขนาด ปริมาณ
น้าํ หนกั ต่อหน่วย รวมท้งั ช่ือและปริมาณวตั ถุอนั เป็นส่วนประกอบของ
สินคา้ หรือบริการน้นั และอาจหา้ มไมใ่ หผ้ ผู้ ลิต ผจู้ าํ หน่าย ผซู้ ้ือเพ่ือ
จาํ หน่าย หรือผูน้ าํ เขา้ เพื่อจาํ หน่ายรายน้นั จาํ หน่ายสินคา้ หรือบริการใน
ลกั ษณะที่ตา่ งไปจากรายการตามท่ีแจง้ ไว้ (มาตรา ๒๖)

(๔) กาํ หนดหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเงื่อนไขในการแสดงราคาสินคา้
หรือบริการ

(๕) กาํ หนดหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการท่ีถือวา่ เป็นการทาํ ใหร้ าคาต่าํ เกิน
สมควร หรือสูงเกินสมควร หรือทาํ ใหเ้ กิดความป่ันป่ วนซ่ึงราคาของ
สินคา้ หรือบริการ

(๖) เขา้ กาํ กบั ดูแลและสั่งการเท่าท่ีจาํ เป็นเพ่ือใหก้ ารผลิต หรือการ
จาํ หน่ายสินคา้ หรือบริการควบคุมมีเพียงพอแก่ความตอ้ งการของ
ประชาชน

(๗) พจิ ารณาเร่ืองท่ีมีการร้องเรียนวา่ ไดร้ ับความเดือดร้อนหรือเสียหาย
เนื่องจากการกระทาํ อนั มีผลกระทบกระเทือนต่อราคา

๒.๓ คณะกรรมการส่วนจงั หวดั วา่ ดว้ ยราคาสินคา้ และบริการ

พระราชบญั ญตั ิน้ีกาํ หนดใหม้ ีคณะกรรมการส่วนจงั หวดั วา่ ดว้ ยราคา
สินคา้ และบริการ เรียกโดยยอ่ วา่ “กจร.” ใหม้ ีอาํ นาจในจงั หวดั น้นั ใน
เร่ืองการกาํ หนดราคาซ้ือหรือราคาจาํ หน่ายสินคา้ หรือบริการควบคุม
รวมถึงการกาํ หนดหลกั เกณฑอ์ ่ืนๆ เก่ียวกบั ราคาสินคา้ และบริการ และ
พจิ ารณาเร่ืองท่ีมีการร้องเรียนวา่ ไดร้ ับความเดือดร้อนหรือเสียหาย
เนื่องจากการกระทาํ อนั มีผลกระทบกระเทือนต่อราคา โดยการใชอ้ าํ นาจ
ของกจร. น้นั จะขดั หรือแยง้ กบั กรณีที่ กกร. กาํ หนดไมไ่ ด้

๒.๔ สาํ นกั งานคณะกรรมการวา่ ดว้ ยราคาสินคา้ และบริการและ
สาํ นกั งานคณะกรรมการส่วนจงั หวดั วา่ ดว้ ยราคาสินคา้ และบริการ

ใหจ้ ดั ต้งั สาํ นกั งานคณะกรรมการวา่ ดว้ ยราคาสินคา้ และบริการ เรียกโดย
ยอ่ วา่ “สาํ นกั งานกกร.” ข้ึนในกรมการคา้ ภายใน กระทรวงพาณิชย์ และ
จดั ต้งั สาํ นกั งานคณะกรรมการส่วนจงั หวดั วา่ ดว้ ยราคาสินคา้ และบริการ
เรียกโดยยอ่ วา่ “สาํ นกั งานกจร.” ข้ึนในทุกจงั หวดั ท้งั สองสาํ นกั งานน้ี
จะดาํ เนินงานธุรการของกกร.และกจร. ตามลาํ ดบั โดยจะทาํ งาน
ประสานซ่ึงกนั และกนั รวมถึงการศึกษา วเิ คราะห์และวจิ ยั เก่ียวกบั สินคา้
หรือบริการ ราคาและการประกอบธุรกิจ รวมท้งั เสนอโครงการ แผนงาน
หรือมาตรการเก่ียวกบั การกาํ หนดราคาสินคา้ และบริการ,ติดตามความ
เคลื่อนไหวของราคาสินคา้ หรือบริการควบคุม และสอดส่องพฤติการณ์
ของผปู้ ระกอบธุรกิจรวมถึงรับเร่ืองที่มีการร้องเรียนวา่ ไดร้ ับความ
เดือดร้อนหรือเสียหายเน่ืองจากการกระทาํ อนั มีผลกระทบกระเทือนต่อ
ราคาดว้ ย

๒.๕ อาํ นาจของพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี

(๑) พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีมีอาํ นาจเรียกใหบ้ ุคคลมาใหถ้ อ้ ยคาํ แจง้
ขอ้ เทจ็ จริง หรือส่งเอกสารหลกั ฐานใดๆ เกี่ยวกบั ราคาสินคา้ และบริการ
เพื่อประกอบการพิจารณาใดๆ ตามท่ีกฎหมายกาํ หนด

(๒) เขา้ ไปในสถานที่ทาํ การ สถานที่ผลิต สถานที่จาํ หน่าย สถานที่รับ
ซ้ือ สถานท่ีเกบ็ สินคา้ ของผปู้ ระกอบธุรกิจหรือของบุคคลใด หรือสถานท่ี
อื่นท่ีมีเหตุอนั ควรสงสยั วา่ จะมีการฝ่ าฝืนบทบญั ญตั ิแห่งพระราชบญั ญตั ิน้ี
เพ่อื ตรวจคน้ ตรวจสอบ และยดึ พยานหลกั ฐานท่ีอาจยดึ ได้ หรือจบั กมุ ผทู้ ี่
กกั ตุนสินคา้ ควบคุม ท่ีมีสินคา้ ควบคุมไวใ้ นครอบครองเกินปริมาณท่ี
กาํ หนดไว้ หรือเก็บสินคา้ ควบคุมไว้ ณ สถานที่อ่ืนนอกจากสถานท่ีเกบ็
ตามท่ีไดแ้ จง้ ตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ที่ หรือไม่นาํ สินคา้ ควบคุมที่มีไวเ้ พื่อ
จาํ หน่ายออกจาํ หน่าย หรือเสนอขายตามปกติ หรือปฏิเสธการจาํ หน่าย
หรือการส่งมอบสินคา้ ควบคุมโดยไมม่ ีเหตุผลอนั สมควร หรือในกรณีที่ผู้
ประกอบธุรกิจบริการควบคุมหยดุ การใหบ้ ริการตามปกติ หรือปฏิเสธการ
ใหบ้ ริการโดยไมม่ ีเหตุผลอนั สมควร โดยในการจบั กุมดงั กล่าวสามารถ
จบั กุมโดยไมม่ ีหมายคน้ ไดใ้ นกรณีท่ีเป็ นความผดิ ซ่ึงหนา้ หรือเมื่อมีความ
สงสยั วา่ พยานหลกั ฐานหรือทรัพยส์ ินที่อาจริบไดอ้ ยใู่ นสถานท่ีดงั กล่าว
หรือเม่ือผจู้ ะตอ้ งถูกจบั น้นั เป็ นเจา้ ของสถานที่ (มาตรา ๑๘)

เพอ่ื ประโยชนใ์ นการจบั กุมผูก้ ระทาํ ความผดิ ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี ให้
พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีเป็นพนกั งานฝ่ ายปกครองหรือตาํ รวจตามประมวล
กฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา (มาตรา ๒๓)

๒.๖ บทกาํ หนดโทษ

ผทู้ ี่ไมป่ ฏิบตั ิตามบทบญั ญตั ิตามพระราชบญั ญตั ิน้ี เช่น ไม่ปฏิบตั ิตาม
หนงั สือเรียกของพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี,ขดั ขวางการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีของ
พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี,ไม่อาํ นวยความสะดวกแก่พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี,ฝ่ าฝืน
หรือไมป่ ฏิบตั ิตามประกาศของคณะกรรมการ,จาํ หน่ายสินคา้ หรือบริการ
ในลกั ษณะที่แตกตา่ งไปจากรายการตามที่ไดแ้ จง้ ไว,้ ไมแ่ สดงราคาหรือไม่
ปฏิบตั ิตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเงื่อนไขที่กาํ หนด,ดาํ เนินการใดๆ โดย
จงใจท่ีจะทาํ ใหร้ าคาต่าํ เกินสมควร หรือสูงเกินสมควร หรือทาํ ใหเ้ กิด
ความปั่นป่ วนซ่ึงราคาของสินคา้ หรือบริการ,กกั ตุนสินคา้ ควบคุมโดยมี
สินคา้ ควบคุมเกินปริมาณท่ีกฎหมายกาํ หนด,หยดุ การใหบ้ ริการตามปกติ
หรือปฏิเสธการใหบ้ ริการ หรือประวงิ การใหบ้ ริการโดยไมม่ ีเหตุผลอนั
สมควร จะตอ้ งไดร้ ับโทษตามที่กฎหมายกาํ หนด

๓. ผู้รักษาการตามกฎหมายและวนั บังคบั ใช้ ให้รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงพาณชิ ย์รักษาการตามพระราชบัญญตั นิ ี้ (มาตรา ๖)

พระราชบญั ญตั ิวา่ ดว้ ยราคาสินคา้ และบริการ พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖ ตอนที่ ๒๒ก หนา้ ๒๓ ลงวนั ที่ ๓๑
มีนาคม ๒๕๔๒ พระราชบญั ญตั ิน้ีใหใ้ ชบ้ งั คบั ต้งั แตว่ นั ถดั จากวนั
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นตน้ ไป (มาตรา ๒)

พระราชบญั ญัตเิ ครื่องหมายการค้า

เครื่องหมายการคา้ เป็ นทรัพยส์ ินทางปัญญาประเภทหน่ึงที่ไดร้ ับความ
คุม้ ครองตามพระราชบญั ญตั ิเคร่ืองหมายการคา้ พ.ศ. 2534 แกไ้ ข
เพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิเคร่ืองหมายการคา้ (ฉบบั ที่ 2 ) พ.ศ.
2543

0. 1.ลกั ษณะทวั่ ไปของเครื่องหมายการคา้

0. เคร่ืองหมายการท่ีจะไดร้ ับความคุม้ ครองตามพระราชบญั ญตั ิ
เครื่องหมายการคา้ พ.ศ. 2535 แกไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญตั ิ
เครื่องหมายการคา้ (ฉบบั ท่ี 2 ) พ.ศ. 2543 ตอ้ งมีลกั ษณะอยา่ งใด
อยา่ งหน่ึงหรือหลายอยา่ งรวมกนั ของ “เครื่องหมาย” ซ่ึงไดแ้ ก่ ภาพถ่าย
ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ ตรา ช่ือ คาํ ขอ้ ความ ตวั หนงั สือ ตวั เลข ลายมือ
ชื่อ กลุ่มของสี รูปร่างหรือรูปทรงของวตั ถุ

0. 2.ประเภทของเครื่องหมาย

0. กฎหมายใหค้ วามคุม้ ครองเคร่ืองหมายท้งั หมด 4 ประเภท คือ

0. 2.1 เครื่องหมายการคา้

0. หมายถึง เครื่องหมาย หรือยหี่ ้อ หรือตราท่ีใชก้ บั สินคา้ เพ่อื แสดงวา่
สินคา้ ที่ใชเ้ คร่ืองหมายการคา้ น้นั แตกต่างไปจาสินคา้ ของบุคคลอ่ืน

2.2 เครื่องหมายบริการ

หมายถึง เครื่องหมาย หรือยห่ี อ้ หรือตราท่ีใชก้ บั บริการเพ่อื แสดงวา่ ริการ
ที่ที่ใชเ้ ครื่องหมายบริการน้นั แตกต่างไปจากบริการของบุคคลอื่น

2.3 เคร่ืองหมายรับรอง

หมายถึง เครื่องหมายที่เจา้ ของเคร่ืองหมายรับรองใชร้ ับรองเกี่ยวกบั
แหล่งกาํ เนิด ส่วนประกอบ วธิ ีการผลิต คุณภาพ หรือคุณลกั ษณะอ่ืนใด
ของสินคา้ ของบุคคลอ่ืน หรือใชร้ ับรองเกี่ยวกบั สภาพ คุณภาพ ชนิด
หรือคุณลกั ษณะของบริการของบุคคลอ่ืน 2.4 เครื่องหมายร่วม

หมายถึง เคร่ืองหมายการคา้ หรือเครื่องหมายบริการที่ใชใ้ นบริษทั เดียวกนั
หรือใชใ้ นองคก์ ารเดียวกนั

พระราชบัญญตั ลิ ขิ สิทธ์ิ

พ.ศ. 2537
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วนั ท่ี 9 ธันวาคม พ.ศ. 2537
เป็ นปี ท่ี 49 ในรัชกาลปัจจุบนั
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช
โองการโปรดเกลา้ ฯ ใหป้ ระกาศวา่
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายวา่ ดว้ ยลิขสิทธ์ิ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบญั ญตั ิข้ึนไวโ้ ดย
คาํ แนะนาํ และยนิ ยอมของรัฐสภา ดงั ต่อไปน้ี

มาตรา 1 พระราชบญั ญตั ิน้ีเรียกวา่ พระราชบญั ญตั ิลิขสิทธ์ิ พ.ศ.

2537

มาตรา 2 พระราชบญั ญตั ิน้ีใหใ้ ชบ้ งั คบั เม่ือพน้ กาํ หนดเกา้ สิบวนั นบั แต่

วนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นตน้ ไป

มาตรา 3 ใหย้ กเลิกพระราชบญั ญตั ิลิขสิทธ์ิ พ.ศ.2521

มาตรา 4 ในพระราชบญั ญตั ิน้ี

ผสู้ ร้างสรรค์ หมายความวา่ ผทู้ าํ หรือผกู้ ่อใหเ้ กิดงานสร้างสรรคอ์ ยา่ งใด
อยา่ งหน่ึง ที่เป็ นงานอนั มีลิขสิทธ์ิ ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี

ลิขสิทธ์ิ หมายความวา่ สิทธิแตผ่ เู้ ดียวท่ีจะทาํ การใด ๆ ตาม
พระราชบญั ญตั ิน้ีเกี่ยวกบั งานท่ีผสู้ ร้างสรรคไ์ ดท้ าํ ข้ึน

วรรณกรรม หมายความวา่ งานนิพนธ์ที่ทาํ ข้ึนทุกชนิด เช่น หนงั สือ จุล
สาร ส่ิงเขียน ส่ิงพิมพ์ ปาฐกถา เทศนา คาํ ปราศรัย สุนทรพจน์ และให้
หมายความรวมถึงโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ดว้ ย

โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หมายความวา่ คาํ ส่งั ชุดคาํ ส่งั หรือส่ิงอ่ืนใดที่
นาํ ไปใชก้ บั เครื่องคอมพวิ เตอร์ เพ่ือให้เคร่ืองคอมพิวเตอร์ทาํ งานหรือ
เพ่ือใหไ้ ดร้ ับผลอยา่ งหน่ึงอยา่ งใด ท้งั น้ี ไมว่ า่ จะเป็ นภาษาโปรแกรม
คอมพวิ เตอร์ในลกั ษณะใด

นาฏกรรม หมายความวา่ งานเกี่ยวกบั การรํา การเตน้ การทาํ ทา่ หรือการ
แสดงท่ีประกอบข้ึนเป็นเรื่องราว และใหห้ มายความรวมถึงการแสดงโดย
วธิ ีใบด้ ว้ ย

ศิลปกรรม หมายความวา่ งานอนั มีลกั ษณะอยา่ งหน่ึงอยา่ งใดหรือหลาย
อยา่ งดงั ต่อไปน้ี

(1) งานจิตรกรรม ไดแ้ ก่ งานสร้างสรรคร์ ูปทรงที่ประกอบดว้ ยเส้น แสง
สี หรือส่ิงอื่น อยา่ งใดอยา่ งหน่ึงหรือหลายอยา่ งรวมกนั ลงบนวสั ดุอยา่ ง
เดียวหรือหลายอยา่ ง

(2) งานประติมากรรม ไดแ้ ก่ งานสร้างสรรคร์ ูปทรงท่ีเก่ียวกบั ปริมาตร
ท่ีสมั ผสั และจบั ตอ้ งได้

(3) งานภาพพิมพ์ ไดแ้ ก่ งานสร้างสรรคภ์ าพดว้ ยกรรมวธิ ีทางการพิมพ์
และหมายความ รวมถึงแมพ่ ิมพ์ หรือแบบพมิ พท์ ี่ใชใ้ นการพมิ พด์ ว้ ย

(4) งานสถาปัตยกรรม ไดแ้ ก่ งานออกแบบอาคารหรือส่ิงปลูกสร้าง
งานออกแบบตกแต่งภายในหรือภายนอก ตลอดจนบริเวณของอาคารหรือ
สิ่งปลูกสร้าง หรือการสร้างสรรคห์ ุ่นจาํ ลองของอาคารหรือส่ิงปลูกสร้าง

(5) งานภาพถ่าย ไดแ้ ก่ งานสร้างสรรคภ์ าพท่ีเกิดจากการใชเ้ ครื่องมือ
บนั ทึกภาพโดยใหแ้ สงผา่ นเลนซ์ไปยงั ฟิ ลม์ หรือกระจก และลา้ งดว้ ยน้าํ ยา
ซ่ึงมีสูตรเฉพาะ หรือดว้ ยกรรมวธิ ีใด ๆ อนั ทาํ ใหเ้ กิดภาพข้ึน หรือการ
บนั ทึกภาพโดยเครื่องมือหรือวธิ ีการอยา่ งอื่น

(6) งานภาพประกอบ แผนที่ โครงสร้าง ภาพร่าง หรืองานสร้างสรรค์
รูปทรงสามมิติอนั เก่ียวกบั ภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ หรือวทิ ยาศาสตร์

(7) งานศิลปประยกุ ต์ ไดแ้ ก่ งานท่ีนาํ เอางานตาม (1) ถึง (6) อยา่ งใด
อยา่ งหน่ึงหรือหลายอยา่ งรวมกนั ไปใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งอ่ืน นอกเหนือจาก
การชื่นชมในคุณคา่ ของตวั งานดงั กล่าวน้นั เช่น นาํ ไปใชส้ อย นาํ ไป
ตกแตง่ วสั ดุหรือส่ิงของอนั เป็ นเคร่ืองใช้ หรือนาํ ไปใชเ้ พอ่ื ประโยชน์ทาง
การคา้

ท้งั น้ี ไมว่ า่ งานตาม (1) ถึง (7) จะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่ และให้
หมายความรวมถึง ภาพถ่ายและ แผนผงั ของงานดงั กล่าวดว้ ย

ดนตรีกรรม หมายความวา่ งานเก่ียวกบั เพลงท่ีแต่งข้ึนเพื่อบรรเลงหรือขบั
ร้อง ไม่วา่ จะมีทาํ นอง และคาํ ร้อง หรือมีทาํ นองอยา่ งเดียว และให้
หมายความรวมถึงโนต้ เพลงหรือแผนภูมิเพลงท่ีไดแ้ ยกและเรียบเรียงเสียง
ประสานแลว้

โสตทศั นวสั ดุ หมายความวา่ งานอนั ประกอบดว้ ยลาํ ดบั ของภาพโดย
บนั ทึกลงในวสั ดุไมว่ า่ จะมีลกั ษณะอยา่ งใด อนั สามารถที่จะนาํ มาเล่นซ้าํ
ไดอ้ ีกโดยใชเ้ คร่ืองมือท่ีจาํ เป็ นสาํ หรับการใชว้ สั ดุน้นั และใหห้ มายความ
รวมถึงเสียงประกอบงานน้นั ดว้ ย ถา้ มี

ภาพยนตร์ หมายความวา่ โสตทศั นวสั ดุอนั ประกอบดว้ ยลาํ ดบั ของภาพ
ซ่ึงสามารถนาํ ออกฉายต่อเนื่องไดอ้ ยา่ งภาพยนตร์ หรือสามารถบนั ทึกลง
บนวสั ดุอ่ืน เพอ่ื นาํ ออกฉายต่อเน่ืองไดอ้ ยา่ งภาพยนตร์ และให้
หมายความรวมถึง เสียงประกอบ ภาพยนตร์น้นั ดว้ ย ถา้ มี

ส่ิงบนั ทึกเสียง หมายความวา่ งานอนั ประกอบดว้ ยลาํ ดบั ของเสียงดนตรี
เสียงการแสดง หรือเสียงอ่ืนใด โดยบนั ทึก ลงในวสั ดุ ไม่วา่ จะมีลกั ษณะ
ใด ๆ อนั สามารถท่ีจะนาํ มาเล่นซ้าํ ไดอ้ ีกโดยใชเ้ ครื่องมือท่ีจาํ เป็นสาํ หรับ
การใชว้ สั ดุน้นั แต่ท้งั น้ี มิให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์
หรือเสียงประกอบโสตทศั นวสั ดุอยา่ งอ่ืน

นกั แสดง หมายความวา่ ผแู้ สดง นกั ดนตรี นกั ร้อง นกั เตน้ นกั รําและผู้
ซ่ึงแสดงทา่ ทาง ร้อง กล่าว พากย์ แสดงตามบทหรือในลกั ษณะอื่นใด

งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หมายความวา่ งานที่นาํ ออกสู่สาธารณชนโดยการ
แพร่เสียงทางวทิ ยกุ ระจายเสียง การแพร่เสียงและหรือภาพทางวทิ ยุ
โทรทศั น์ หรือโดยวธิ ีอยา่ งอ่ืนอนั คลา้ ยคลึงกนั

ทาํ ซ้าํ หมายความรวมถึง คดั ลอกไมว่ า่ โดยวธิ ีใด ๆ เลียนแบบ ทาํ สาํ เนา
ทาํ แม่พมิ พ์ บนั ทึกเสียง บนั ทึกภาพ หรือบนั ทึกเสียงและภาพ จาก
ตน้ ฉบบั จากสาํ เนา หรือจากการโฆษณาในส่วนอนั เป็นสาระสาํ คญั ท้งั น้ี
ไม่วา่ ท้งั หมดหรือบางส่วน สาํ หรับในส่วนท่ีเกี่ยวกบั โปรแกรม
คอมพิวเตอร์ใหห้ มายความถึง คดั ลอกหรือทาํ สาํ เนาโปรแกรม
คอมพวิ เตอร์จากสื่อบนั ทึกใด ไม่วา่ ดว้ ยวธิ ีใด ๆ ในส่วนอนั เป็น
สาระสาํ คญั โดยไม่มีลกั ษณะเป็นการจดั ทาํ งานข้ึนใหม่ ท้งั น้ี ไม่วา่
ท้งั หมดหรือบางส่วน

ดดั แปลง หมายความวา่ ทาํ ซ้าํ โดยเปล่ียนรูปใหม่ ปรับปรุง แกไ้ ขเพิ่มเติม
หรือจาํ ลองงานตน้ ฉบบั ในส่วนอนั เป็น สาระสาํ คญั โดยไมม่ ีลกั ษณะเป็น
การจดั ทาํ งานข้ึนใหม่ ท้งั น้ี ไม่วา่ ท้งั หมดหรือบางส่วน

(1) ในส่วนที่เก่ียวกบั วรรณกรรม ให้หมายความรวมถึง แปล
วรรณกรรม เปลี่ยนรูปวรรณกรรม หรือรวบรวมวรรณกรรม โดยคดั เลือก
และจดั ลาํ ดบั ใหม่

(2) ในส่วนที่เกี่ยวกบั โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ ใหห้ มายความรวมถึง
ทาํ ซ้าํ โดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุง แกไ้ ข เพ่มิ เติม โปรแกรมคอมพวิ เตอร์
ใ นส่วนอนั เป็นสาระสาํ คญั โดยไม่มีลกั ษณะเป็นการจดั ทาํ ข้ึนใหม่

(3) ในส่วนที่เก่ียวกบั นาฏกรรม ใหห้ มายความรวมถึง เปล่ียนงานท่ีมิใช่
นาฏกรรมใหเ้ ป็ นนาฏกรรม หรือเปลี่ยนนาฏกรรม ใหเ้ ป็ นงานท่ีมิใช่
นาฏกรรม ท้งั น้ี ไม่วา่ ในภาษาเดิมหรือตา่ งภาษากนั

(4) ในส่วนท่ีเกี่ยวกบั ศิลปกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่เป็น
รูปสองมิติหรือสามมิติ ใหเ้ ป็ นรูปสามมิติ หรือสองมิติ หรือ ทาํ
หุ่นจาํ ลองจากงานตน้ ฉบบั

(5) ในส่วนท่ีเกี่ยวกบั ดนตรีกรรม ให้หมายความรวมถึง จดั ลาํ ดบั เรียบ
เรียงเสียงประสาน หรือเปล่ียนคาํ ร้องหรือทาํ นองใหม่

เผยแพร่ตอ่ สาธารณชน หมายความวา่ ทาํ ใหป้ รากฏต่อสาธารณชน โดย
การแสดง การบรรยาย การสวด การบรรเลง การทาํ ใหป้ รากฏ ดว้ ยเสียง
และหรือภาพ การก่อสร้าง การจาํ หน่าย หรือโดยวธิ ีอ่ืนใดซ่ึงงานที่ได้
จดั ทาํ ข้ึน

การโฆษณา หมายความวา่ การนาํ สาํ เนาจาํ ลองของงานไม่วา่ ในรูปหรือ
ลกั ษณะอยา่ งใดท่ีทาํ ข้ึนโดยความยนิ ยอม ของผสู้ ร้างสรรคอ์ อกจาํ หน่าย
โดยสาํ เนาจาํ ลองน้นั มีปรากฏตอ่ สาธารณชนเป็นจาํ นวนมากพอสมควร
ตามสภาพของงานน้นั แตท่ ้งั น้ีไมห่ มายความรวมถึง การแสดงหรือการ
ทาํ ใหป้ รากฏซ่ึงนาฏกรรม ดนตรีกรรม หรือภาพยนตร์ การบรรยายหรือ
การปาฐกถาซ่ึงวรรณกรรม การแพร่เสียงแพร่ภาพเกี่ยวกบั งานใด การนาํ
ศิลปกรรมออกแสดงและการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม

พนกั งานเจา้ หนา้ ที่ หมายความวา่ ผซู้ ่ึงรัฐมนตรีแต่งต้งั ให้ปฏิบตั ิการตาม
พระราชบญั ญตั ิน้ี
อธิบดี หมายความวา่ อธิบดีกรมทรัพยส์ ินทางปัญญา และใหห้ มายความ
รวมถึง ผซู้ ่ึงอธิบดีกรมทรัพยส์ ินทางปัญญา มอบหมายดว้ ย

คณะกรรมการ หมายความวา่ คณะกรรมการลิขสิทธ์ิ

รัฐมนตรี หมายความวา่ รัฐมนตรีผรู้ ักษาการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี

มาตรา 5 ใหร้ ัฐมนตรีวา่ การกระทรวงพาณิชยร์ ักษาการตาม
พระราชบญั ญตั ิน้ี และใหม้ ีอาํ นาจแต่งต้งั พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี กบั ออก
กฎกระทรวงเพ่ือปฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี

หมวด 1

ลิขสิทธ์ิ

ส่วนที่ 1

งานอนั มลี ขิ สิทธ์ิ

มาตรา 6 งานอนั มีลิขสิทธ์ิตามพระราชบญั ญตั ิน้ี ไดแ้ ก่งานสร้างสรรค์
ประเภทวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทศั นวสั ดุ
ภาพยนตร์ ส่ิงบนั ทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอ่ืนใดใน
แผนกวรรณคดี แผนกวทิ ยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ ของผสู้ ร้างสรรคไ์ ม่
วา่ งานดงั กล่าวจะแสดงออกโดยวธิ ีหรือรูปแบบอยา่ งใด
การคุม้ ครองลิขสิทธ์ิไม่คลุมถึงความคิด หรือข้นั ตอน กรรมวธิ ีหรือระบบ
หรือวธิ ีใชห้ รือทาํ งาน หรือแนวความคิด หลกั การ การคน้ พบ หรือทฤษฎี
ทางวทิ ยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์

มาตรา 7 สิ่งต่อไปน้ีไมถ่ ือวา่ เป็นงานอนั มีลิขสิทธ์ิตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
(1) ขา่ วประจาํ วนั และขอ้ เทจ็ จริงต่าง ๆ ที่มีลกั ษณะเป็นเพยี งขา่ วสาร
อนั มิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวทิ ยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(2) รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(3) ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ประกาศ คาํ ส่งั คาํ ช้ีแจง และหนงั สือโตต้ อบของ
กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอ่ืนใดของรัฐหรือของทอ้ งถ่ิน
(4) คาํ พิพากษา คาํ สัง่ คาํ วนิ ิจฉยั และรายงานของทางราชการ

(5) คาํ แปลและการรวบรวมสิ่งตา่ ง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ท่ีกระทรวง
ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของทอ้ งถ่ินจดั ทาํ ข้ึน

ส่วนท่ี 2

การได้มาซ่ึงลขิ สิทธ์ิ

มาตรา 8 ใหผ้ สู้ ร้างสรรคเ์ ป็ นผมู้ ีลิขสิทธ์ิในงานท่ีตนไดส้ ร้างสรรคข์ ้ึน
ภายใตเ้ งื่อนไขดงั ต่อไปน้ี

(1) ในกรณีท่ียงั ไมไ่ ดม้ ีการโฆษณางาน ผสู้ ร้างสรรคต์ อ้ งเป็นผมู้ ีสญั ชาติ
ไทยหรืออยใู่ นราชอาณาจกั ร หรือเป็นผมู้ ีสัญชาติหรืออยใู่ นประเทศท่ี
เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาวา่ ดว้ ยการคุม้ ครองลิขสิทธ์ิซ่ึงประเทศไทยเป็น
ภาคีอยดู่ ว้ ย ตลอดระยะเวลาหรือเป็นส่วนใหญ่ในการสร้างสรรคง์ านน้นั

(2) ในกรณีท่ีไดม้ ีการโฆษณางานแลว้ การโฆษณางานน้นั ในคร้ังแรก
ไดก้ ระทาํ ข้ึนในราชอาณาจกั รหรือใน ประเทศ ท่ีเป็นภาคี แห่ง
อนุสัญญาวา่ ดว้ ยการคุม้ ครองลิขสิทธ์ิซ่ึงประเทศไทยเป็นภาคีอยดู่ ว้ ย หรือ
ในกรณีท่ีการโฆษณาคร้ังแรกไดก้ ระทาํ นอก ราชอาณาจกั ร หรือใน
ประเทศอ่ืนที่ไม่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาวา่ ดว้ ยการคุม้ ครองลิขสิทธ์ิซ่ึง
ประเทศไทยเป็นภาคีอยดู่ ว้ ย หากไดม้ ีการ โฆษณางานดงั กล่าวใน
ราชอาณาจกั รหรือในประเทศท่ีเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาวา่ ดว้ ยการคุม้ ครอง
ลิขสิทธ์ิซ่ึงประเทศไทยเป็นภาคีอยดู่ ว้ ยภายในสามสิบวนั นบั แต่วนั ท่ีไดม้ ี
การโฆษณาคร้ังแรก หรือผสู้ ร้างสรรคเ์ ป็นผมู้ ีลกั ษณะตามท่ีกาํ หนดไวใ้ น
(1) ในขณะที่มีการโฆษณางานคร้ังแรก

ในกรณีท่ีผสู้ ร้างสรรคต์ อ้ งเป็ นผมู้ ีสญั ชาติไทย ถา้ ผสู้ ร้างสรรคเ์ ป็นนิติ
บุคคล นิติบุคคลน้นั ตอ้ งเป็นนิติบุคคล ท่ีจดั ต้งั ข้ึนตาม กฎหมายไทย

มาตรา 9 งานท่ีผสู้ ร้างสรรคไ์ ดส้ ร้างสรรคข์ ้ึนในฐานะพนกั งานหรือ
ลูกจา้ ง ถา้ มิไดท้ าํ เป็นหนงั สือตกลงกนั ไวเ้ ป็นอยา่ งอ่ืน ใหล้ ิขสิทธ์ิในงาน
น้นั เป็นของผสู้ ร้างสรรค์ แต่นายจา้ งมีสิทธินาํ งานน้นั ออกเผยแพร่ตอ่
สาธารณชน ไดต้ ามท่ีเป็นวตั ถุประสงค์ แห่งการจา้ งแรงงานน้นั

มาตรา 10 งานท่ีผสู้ ร้างสรรคไ์ ดส้ ร้างสรรคข์ ้ึนโดยการรับจา้ งบุคคลอ่ืน
ใหผ้ วู้ า่ จา้ งเป็นผมู้ ีลิขสิทธ์ิในงานน้นั เวน้ แตผ่ สู้ ร้างสรรคแ์ ละผวู้ า่ จา้ งจะ
ไดต้ กลงกนั ไวเ้ ป็นอยา่ งอ่ืน

มาตรา 11 งานใดมีลกั ษณะเป็นการดดั แปลงงานอนั มีลิขสิทธ์ิตาม
พระราชบญั ญตั ิน้ีโดยไดร้ ับอนุญาตจากเจา้ ของลิขสิทธ์ิ ใหผ้ ทู้ ี่ไดด้ ดั แปลง
น้นั มีลิขสิทธ์ิในงานท่ีไดด้ ดั แปลงตามพระราชบญั ญตั ิน้ี แตท่ ้งั น้ีไม่
กระทบ กระเทือนสิทธิ ของเจา้ ของลิขสิทธ์ิ ที่มีอยใู่ นงาน ของผู้
สร้างสรรคเ์ ดิมท่ีถูกดดั แปลง

มาตรา 12 งานใดมีลกั ษณะเป็นการนาํ เอางานอนั มีลิขสิทธ์ิตาม
พระราชบญั ญตั ิน้ี มารวบรวมหรือประกอบเขา้ กนั โดยไดร้ ับอนุญาตจาก
เจา้ ของลิขสิทธ์ิ หรือเป็ นการนาํ เอาขอ้ มูลหรือส่ิงอื่นใดซ่ึงสามารถอา่ น
หรือถ่ายทอดไดโ้ ดยอาศยั เครื่องกลหรืออุปกรณ์อื่นใดมารวบรวมหรือ
ประกอบเขา้ กนั หากผทู้ ี่ไดร้ วบรวมหรือประกอบเขา้ กนั ไดร้ วบรวมหรือ
ประกอบเขา้ กนั ซ่ึงงานดงั กล่าวข้ึนโดยการคดั เลือกหรือจดั ลาํ ดบั ใน
ลกั ษณะซ่ึงมิไดล้ อกเลียนงานของบุคคลอ่ืน ให้ผทู้ ี่ไดร้ วบรวมหรือ
ประกอบเขา้ กนั น้นั มีลิขสิทธ์ิในงานท่ีไดร้ วบรวมหรือประกอบเขา้ กนั ตาม
พระราชบญั ญตั ิน้ี แต่ท้งั น้ี ไม่กระทบ กระเทือน สิทธิของเจา้ ของลิขสิทธ์ิ
ที่มีอยใู่ นงาน หรือขอ้ มูล หรือสิ่งอ่ืนใดของผสู้ ร้างสรรคเ์ ดิมท่ีถูกนาํ มา
รวบรวมหรือประกอบเขา้ กนั

มาตรา 13 ใหน้ าํ มาตรา 8 มาตรา 9 และมาตรา 10 มาใชบ้ งั คบั แก่
การมีลิขสิทธ์ิตามมาตรา 11 หรือมาตรา 12 โดยอนุโลม

มาตรา 14 กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอ่ืนใดของรัฐหรือของ
ทอ้ งถ่ิน ยอ่ มมีลิขสิทธ์ิในงานท่ีได้

พระราชบญั ญัตสิ ิทธิบตั ร

พระราชบญั ญตั ิสิทธิบตั ร พ.ศ. 2552

พระราชบญั ญตั ิฉบบั น้ีมีวตั ถุประสงคเ์ พอื่ ใหค้ ุม้ ครองการประดิษฐแ์ ละ
การออกแบบผลิตภนั ฑ์ โดยใหค้ วามคุม้ ครอง 3 ประการคือ สิทธิบตั ร
การประดิษฐ์ (Patent for Innovation), การออกแบบ
ผลิตภณั ฑ์ (Product Design) และ อนุสิทธิบตั รการประดิษฐ์
(Petty Patent) โดยผปู้ ระดิษฐแ์ ละผอู้ อกแบบผลิตภณั ฑจ์ ะไดร้ ับ
ความคุม้ ครองต่อเม่ือไดท้ าํ การจดสิทธิบตั รตามหลกั เกณฑข์ อง
พระราชบญั ญตั ิน้ี เมื่อจดแลว้ จะไดร้ ับสิทธิรวมรวมถึงผลประโยชน์แต่
เพียงผเู้ ดียวในการแสวงหาประโยชน์จากผลผลิตทางปัญญาของตน เพอื่
ส่งเสริมใหม้ ีการวจิ ยั และพฒั นาทาํ ใหเ้ กิดเทคโนโลยใี หม่ๆเพ่มิ ข้ึน

พระราชบญั ญตั กิ ารแข่งขนั ทางการค้า

๑. หลกั การและเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญตั ินี้

โดยที่ไดม้ ีการยกเลิกกฎหมายวา่ ดว้ ยการกาํ หนดราคาสินคา้ และป้องกนั
การผกู ขาดที่ใชบ้ งั คบั อยใู่ นปัจจุบนั ซ่ึงมีบทบญั ญตั ิท้งั ในส่วนการ
กาํ หนดราคาสินคา้ และการป้องกนั การผกู ขาดรวมอยใู่ นฉบบั เดียวกนั
สมควรปรับปรุงหลกั เกณฑเ์ กี่ยวกบั การป้องกนั การผกู ขาดและตราเป็ น
กฎหมายวา่ ดว้ ยการแขง่ ขนั ทางการคา้ ข้ึนไวโ้ ดยเฉพาะ เพื่อใหม้ ี
บทบญั ญตั ิเกี่ยวกบั การป้องกนั การกระทาํ อนั เป็นการผกู ขาด ลด หรือ
จาํ กดั การแข่งขนั ในการประกอบธุรกิจอยา่ งเป็ นระบบอนั จะเป็นการ
ส่งเสริมใหก้ ารประกอบธุรกิจเป็นไปอยา่ งเสรีและป้องกนั มิใหเ้ กิดการ
กระทาํ อนั ไมเ่ ป็ นธรรมในการประกอบธุรกิจ จึงจาํ เป็นตอ้ งตรา
พระราชบญั ญตั ิน้ี

๒. สาระสําคญั ของพระราชบัญญตั กิ ารแข่งขนั ทางการค้า มีดังต่อไปนี้

“การแข่งขนั ทางการคา้ ” ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี หมายถึงการท่ีผปู้ ระกอบ
ธุรกิจแตล่ ะราย ซ่ึงอาจเป็นผจู้ าํ หน่าย ผผู้ ลิต ผสู้ ่งหรือผนู้ าํ เขา้ มาใน
ราชอาณาจกั ร ผซู้ ้ือเพ่อื ผลิตหรือจาํ หน่ายสินคา้ หรือบริการอยา่ งหน่ึงอยา่ ง
ใด สามารถท่ีจะกาํ หนดราคาหรือปริมาณการขายสินคา้ หรือบริการได้
โดยไม่ถูกจาํ กดั ดว้ ยขอ้ ตกลงหรือเง่ือนไขใดๆไมว่ า่ โดยทางตรงหรือ
ทางออ้ มให้ตอ้ งระงบั ลด หรือจาํ กดั การบริการ การผลิต การจาํ หน่าย
หรือส่งมอบใหต้ ่าํ กวา่ ความตอ้ งการของตลาดและไม่ถูกแทรกแซงในการ
ประกอบธุรกิจซ่ึงมีผลทาํ ใหร้ าคาสินคา้ และบริการเป็ นไปตามความความ
ตอ้ งการของตลาดและผบู้ ริโภคหรือผใู้ ชบ้ ริการมีอิสระในการเลือกซ้ือ
สินคา้ และบริการไดอ้ ยา่ งเตม็ ที่ตามความตอ้ งการของตนเอง

กาํ หนดใหม้ ี “คณะกรรมการการแข่งขนั ทางการคา้ ” มีอาํ นาจและหนา้ ที่
ท่ีสาํ คญั คือ เสนอแนะรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง ประกาศกาํ หนด
ส่วนแบง่ ตลาดและยอดเงินขายของธุรกิจใดเพื่อถือเป็ นเกณฑใ์ นการ
ตดั สินวา่ ผปู้ ระกอบธุรกิจน้นั เขา้ หลกั เกณฑเ์ ป็นผปู้ ระกอบธุรกิจซ่ึงมี
อาํ นาจเหนือตลาด พิจารณาเร่ืองร้องเรียนในกรณีบุคคลใดอา้ งวา่ ไดม้ ีการ
ฝ่ าฝืน พ.ร.บ.น้ี กาํ หนดหลกั เกณฑเ์ กี่ยวกบั การเก็บหรือนาํ สินคา้ ไปเป็น
ตวั อยา่ งเพื่อตรวจสอบหรือตรวจวเิ คราะห์เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกนั
การใชอ้ าํ นาจเหนือตลาด การรวมธุรกิจและการจาํ กดั การแข่งขนั ทาง
การคา้ พจิ ารณาดาํ เนินคดีอาญาตามที่ผูเ้ สียหายร้องทุกขใ์ นกรณีไดร้ ับ
ความเสียหายจากการกระทาํ อนั มีลกั ษณะผกู ขาดทางการคา้

รัฐมนตรีผรู้ ักษาการมีอาํ นาจแต่งต้งั ขา้ ราชการซ่ึงเรียกวา่ “พนกั งาน
เจา้ หนา้ ท่ี”ใหม้ ีอาํ นาจออกหนงั สือหรือเรียกบุคคลมาใหถ้ อ้ ยคาํ แจง้
ขอ้ เทจ็ จริง เขา้ ไปในสถานที่ใดๆ เพื่อตรวจสอบ ตรวจคน้ และยดึ
พยานหลกั ฐานหรือทรัพยส์ ิน เกบ็ หรือนาํ สินคา้ ในปริมาณพอสมควรไป
เป็นตวั อยา่ ง เพ่ือตรวจสอบ ตรวจวเิ คราะห์ อายดั เอกสาร บญั ชี ทะเบียน
หรือหลกั ฐานเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและดาํ เนินคดีตาม พ.ร.บ.
น้ี และเพอ่ื ประโยชน์ในการจบั กมุ ผกู้ ระทาํ ความผดิ ตามพ.ร.บ.น้ีให้
พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีมีอาํ นาจเช่นเดียวกบั พนกั งานฝ่ ายปกครองหรือตาํ รวจ
ตามความในประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา

โดยท่ีพระราชบญั ญตั ิการแข่งขนั ทางการคา้ เป็ นกฎหมายท่ีมี
วตั ถุประสงคห์ ลกั เพอื่ ป้องกนั การผกู ขาดทางการคา้ ดงั น้นั กฎหมายฉบบั
น้ีจึงไดก้ าํ หนดบทบญั ญตั ิเกี่ยวกบั การป้องกนั การผกู ขาดทางการคา้ ซ่ึงอยู่
ในหมวด ๓ ของพระราชบญั ญตั ิน้ีโดยมีสาระสาํ คญั คือ

การกระทาํ อนั มีลกั ษณะเป็นการผกู ขาดทางการคา้ หมายถึง การที่ผู้
ประกอบธุรกิจกาํ หนดหรือรักษาระดบั ราคาซ้ือหรือขายสินคา้ หรือบริการ
อยา่ งไม่เป็นธรรม กาํ หนดเงื่อนไขอยา่ งไม่เป็ นธรรมใหผ้ ปู้ ระกอบธุรกิจ
ซ่ึงลูกคา้ ของตนตอ้ งจาํ กดั การบริการ การผลิต การซ้ือ หรือการจาํ หน่าย
สินคา้ หรือตอ้ งจาํ กดั โอกาสในการเลือกซ้ือหรือขายสินคา้ ระงบั ลด
จาํ กดั การบริการ การผลิต การซ้ือ การจาํ หน่าย การส่งมอบ การนาํ เขา้ มา
ในราชอาณาจกั รโดยไม่มีเหตุผลอนั สมควร และการแทรกแซงการ
ประกอบธุรกิจของผอู้ ื่นโดยไมม่ ีเหตุผลอนั สมควรในกรณีดงั กล่าวขา้ งตน้
พระราชบญั ญตั ิการแขง่ ขนั ทางการคา้ จึงกาํ หนดมาตรการเพอื่ ป้องกนั การ
ผกู ขาดทางการคา้ โดยหา้ มมิใหผ้ ปู้ ระกอบธุรกิจซ่ึงมีอาํ นาจเหนือตลาดกด็ ี
ผปู้ ระกอบธุรกิจใดซ่ึงร่วมกบั ผปู้ ระกอบธุรกิจอ่ืนก็ดี ผปู้ ระกอบธุรกิจซ่ึง
มีความสัมพนั ธ์ทางธุรกิจซ่ึงอยนู่ อกราชอาณาจกั รกด็ ี กระทาํ การใดๆอนั
เป็นการผกู ขาด ลดการแขง่ ขนั จาํ กดั การแขง่ ขนั ในตลาดสินคา้ หรือ
บริการหรือกระทาํ การอื่นใดอนั มิใช่การแขง่ ขนั โดยเสรีอยา่ งเป็นธรรม
รวมท้งั กระทาํ การรวมธุรกิจอนั อาจก่อให้เกิดการผกู ขาด หรือความไม่
เป็นธรรมในการแขง่ ขนั และมีผลเป็นการทาํ ลาย ทาํ ใหเ้ สียหาย ขดั ขวาง
กีดกนั จาํ กดั การประกอบธุรกิจ เวน้ แตจ่ ะไดร้ ับอนุญาตจาก
คณะกรรมการการแข่งขนั ทางการคา้

ในกรณีท่ีตอ้ งขออนุญาตจากคณะกรรมการการแข่งขนั ทางการคา้ ก่อน
กระทาํ การดงั กล่าวขา้ งตน้ ถา้ ผปู้ ระกอบธุรกิจประสงคจ์ ะกระทาํ การอนั
ก่อใหเ้ กิดการผกู ขาดหรือความไมเ่ ป็นธรรมในการแขง่ ขนั จะตอ้ งยน่ื คาํ
ขอตามแบบ หลกั เกณฑ์ วธิ ีการและเงื่อนไขท่ีคณะกรรมการการแข่งขนั
ทางการคา้ ประกาศกาํ หนด โดยคณะกรรมการตอ้ งพิจารณาคาํ ขอใหเ้ สร็จ
ภายในกาํ หนด ๙๐ วนั นบั แตไ่ ดร้ ับคาํ ขอ และในกรณีจาํ เป็นอาจขยาย
เวลาออกไปไดไ้ มเ่ กิน ๑๕ วนั โดยบนั ทึกเหตุผลและความจาํ เป็นไว้ ซ่ึง
คณะกรรมการมีอาํ นาจส่งั อนุญาตหรือไม่อนุญาตกไ็ ดโ้ ดยส่งคาํ ส่งั
ดงั กล่าวเป็นหนงั สือไปยงั ผปู้ ระกอบธุรกิจ โดยในคาํ สง่ั น้นั ตอ้ งระบุ
เหตุผล ปัญหาขอ้ เทจ็ จริง

ขอ้ กฎหมาย และลงลายมือช่ือกรรมการท่ีพิจารณาไวด้ ว้ ย ในกรณีน้ีผู้
ประกอบธุรกิจซ่ึงไดร้ ับคาํ ส่งั และไมเ่ ห็นดว้ ยกบั คาํ ส่งั มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ
คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในสามสิบวนั นบั แตท่ ราบคาํ สง่ั ของ
คณะกรรมการการแขง่ ขนั ทางการคา้

นอกจากน้ีในกรณีท่ีคณะกรรมการการแข่งขนั ทางการคา้ เห็นวา่ ผู้
ประกอบธุรกิจกระทาํ การฝ่ าฝืนมาตรการป้องกนั การผกู ขาดทางการคา้
ตามท่ีบญั ญตั ิไวใ้ นหมวด ๓ ของพ.ร.บ.คณะกรรมการการแข่งขนั ทาง
การคา้ มีอาํ นาจสั่งใหผ้ ปู้ ระกอบธุรกิจระงบั หยดุ หรือแกไ้ ขเปล่ียนแปลง
การกระทาํ ดงั กล่าวไดแ้ ละถา้ ผปู้ ระกอบธุรกิจซ่ึงไดร้ ับคาํ สง่ั ไมเ่ ห็นดว้ ย
กบั คาํ สง่ั ดงั กล่าวมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์คาํ ส่งั ของ
คณะกรรมการการแขง่ ขนั ทางการคา้ ใหย้ นื่ ต่อคณะกรรมการพิจารณา
อุทธรณ์ภายใน ๓๐ วนั นบั แต่วนั ที่ไดร้ ับทราบคาํ สัง่ ของคณะกรรมการ

คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตอ้ งพิจารณาให้เสร็จสิ้นภายใน ๙๐ วนั
นบั แต่ไดร้ ับคาํ อุทธรณ์ แลว้ แจง้ เป็นหนงั สือไปยงั ผอู้ ุทธรณ์ และคาํ
วนิ ิจฉยั ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด

ในกรณีมีบุคคลซ่ึงไดร้ ับความเสียหายเน่ืองจากผปู้ ระกอบธุรกิจกระทาํ
การผกู ขาดหรือจาํ กดั การแขง่ ขนั โดยไม่เป็ นธรรม มีสิทธิฟ้องคดีเรียก
คา่ เสียหายโดยใหค้ ณะกรรมการคุม้ ครองผบู้ ริโภคหรือสมาคมตาม
กฎหมายวา่ ดว้ ยการคุม้ ครองผบู้ ริโภค มีอาํ นาจฟ้องคดีเรียกคา่ เสียหาย
แทนผบู้ ริโภคหรือสมาชิกของสมาคมได้ การฟ้องคดีตอ้ งกระทาํ ภายใน
๑ ปี นบั แต่วนั ที่ผไู้ ดร้ ับความเสียหายรู้เหตุดงั กล่าว

นอกจากน้ียงั ไดก้ าํ หนดโทษทางอาญาแก่บุคคลผกู้ ระทาํ การฝ่ าฝืน
บทบญั ญตั ิตา่ งๆตามที่พ.ร.บ.น้ีไดก้ าํ หนดไว้ ท้งั น้ีเพ่อื ให้กฎหมายใช้
บงั คบั ไดจ้ ริงและบรรลุผลตามความ

มุง่ หมายของกฎหมาย

๓. ผู้รักษาการตามพระราชบัญญตั นิ ี้และวนั ใช้บงั คบั กฎหมาย

ใหร้ ัฐมนตรีวา่ การกระทรวงพาณิชยร์ ักษาการตาม พ.ร.บ. น้ีเวน้ แต่ใน
ส่วนท่ีเป็นกิจการในทางการเงิน ใหร้ ัฐมนตรีวา่ การกระทรวงพาณิชยแ์ ละ
รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงการคลงั รักษาการร่วมกนั และใหม้ ีอาํ นาจแตง่ ต้งั
พนกั งานเจา้ หนา้ ที่กบั ออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบตั ิการตาม พ.ร.บ.น้ี และ
ออกประกาศตามบทบญั ญตั ิแห่ง พ.ร.บ.น้ี

โดย พ.ร.บ. ดงั กล่าวไดใ้ หค้ วามหมาย “การเงิน” หมายความวา่ การ
ธนาคารพาณิชย์ ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน
และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์และธุรกิจหลกั ทรัพยต์ ามกฎหมายวา่ ดว้ ย
หลกั ทรัพยแ์ ละตลาดหลกั ทรัพย์

บรรณานุกรม

https://www.ryt9.com/s/cabt/27343
6
http://www.ftawatch.org/node/1064
0
http://web.krisdika.go.th/data/lawab
out/lawdetail/lawdetail_009.htm
https://ictlawcenter.etda.or.th/laws

ประวตั ผิ ู้จัดทาํ

นาวสาว พมิ พ์วภิ า พรมอนิ ทร์
ชื่อเล่น ฝน

กาํ ลงั ศึกษาอยู่วทิ ยาลยั เทคนิคระยอง ปวส.1/2
Facebook : Pimwipa Promin

ID : Fon_dokfin1999
เบอร์ติดต่อ 090 – 5826281 /098 - 6728791

ประวตั ผิ ู้จดั ทํา

นางสาว พรี ัชฌา วงศ์ชอุ่ม
กาํ ลงั ศึกษาอยู่วิทยาลยั เทคนิคระยอง ปวส.1/2

ชื่อเล่น ปาล์ม
Fb: peeratcha palm wongcha-um

เบอร์ติดต่อ 0805654335

ประวตั ผิ ู้จัดทํา

นางสาว รัชนีวรรณ พทิ กั ษ์วงษ์
กาํ ลงั ศึกษาอยู่วิทยาลยั เทคนิคระยอง ปวส.1/2

Fb:Jassygaa
Id:Jas_19

เบอร์ติดต่อ 0949167467


Click to View FlipBook Version