The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การขับร้องและบรรเลงดนตรี-รวม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Angkana La-or, 2020-05-15 16:53:22

การขับร้องและบรรเลงดนตรี

การขับร้องและบรรเลงดนตรี-รวม

การขบั รอ้ งและ
บรรเลงดนตรี

ตวั ชีว้ ดั ร้องเพลง เลน่ ดนตรเี ด่ยี วและรวมวง โดยเนน้ เทคนิคการร้อง
การเล่น การแสดงออกและคณุ ภาพเสียง (ศ ๒.๑ ม.๓/๒)

ผงั สาระการเรียนรู้ เทคนิคและการแสดงออก
ในการบรรเลงดนตรีเด่ียว
เทคนคิ และการแสดงออก
ในการขบั ร้องเดี่ยว

เทคนคิ และการแสดงออก การขบั ร้อง เทคนคิ และการแสดงออก
ในการขบั รอ้ งเดย่ี วและหมู่ และบรรเลงดนตรี ในการบรรเลงดนตรีเดีย่ ว

และรวมวง

เทคนคิ และการแสดงออก เทคนิคและการสดงออก
ในการขับรอ้ งหมู่ ในการบรรเลงดนตรรี วมวง

การขบั ร้องเด่ยี ว

เทคนคิ และการแสดงออกในการขบั ร้องเด่ยี วและหมู่

การขับรอ้ ง คอื การสร้างเสียงดนตรจี ากการเปลง่ เสียงของมนุษย์
โดยการรอ้ งจะมเี คร่อื งดนตรปี ระกอบหรือไม่มเี ครอ่ื งดนตรีประกอบก็ได้
หรือจะเปน็ การรอ้ งคนเดียวหรอื รอ้ งกนั เปน็ กล่มุ กไ็ ดเ้ ช่นกัน
การขบั รอ้ งแบง่ ออกไดเ้ ปน็

๑. การขบั ร้องเด่ยี ว

คอื การรอ้ งเพลงคนเดียว ซงึ่ อาจจะเป็นการร้องบน
เวที การรอ้ งเล่น ๆ ในห้องนา้ กไ็ ด้ อาจจะมีดนตรี
ประกอบหรอื ไมม่ ดี นตรปี ระกอบก็ได้

กนั เดอะสตาร์ ศลิ ปินเด่ียวชายท่ีได้รับรางวัลชนะเลศิ
การแข่งขันจากรายการเดอะสตาร์เปน็ ผู้มีนํ้าเสยี งท่ไี พเราะ

การขับรอ้ งประสานเสยี ง

๒. การขบั รอ้ งหมู่

คอื การร้องเพลงร่วมกนั ของบคุ คล ๒ คนขึนไป ซึ่งจะมดี นตรีประกอบ
หรอื ไมม่ ีดนตรปี ระกอบกไ็ ด้ มกี ารรอ้ งร่วมกนั ตังแต่กล่มุ เลก็ ๆ ๒ - ๓ คน
ไปจนถึงกลุ่มใหญ่ ๆ ๔๐ - ๕๐ คน และสามารถรวมกลมุ่ กันระหว่างคน
เพศเดียวกันหรือตา่ งเพศก็ได้

การขบั ร้องหมู่

นอกจากนยี งั มีการจา้ แนกชว่ งเสียงของผขู้ ับรอ้ งออกเป็น ๔ ชว่ งเสียงอีกดว้ ย
เพ่อื ใหง้ า่ ยในการแยกเสยี งและจดั กลมุ่ ผขู้ ับร้องใหเ้ หมาะสมกบั บทเพลง ดังนี

๑. เสียงโซปราโน ๒. เสยี งอลั โต ๓. เสียงเทนเนอร์ ๔. เสยี งเบส

(Soprano) (Alto) (Tenor) (Bass)
คอื เสยี งของผูห้ ญิงท่ี คือเสยี งของผหู้ ญงิ คอื เสียงของผู้ชาย คอื เสียงของผชู้ าย
สามารถรอ้ งใน ท่ีสามารถรอ้ งใน ท่ีสามารถรอ้ งใน ทส่ี ามารถรอ้ งใน
ช่วงเสียงกลางถึง ชว่ งเสยี งตา่้ ถงึ ช่วงเสยี งกลางถงึ ช่วงเสียงต้า่ ถึง
ชว่ งเสยี งสูง ชว่ งเสยี งกลาง ช่วงเสียงสูง ช่วงเสียงกลาง

๑. เทคนิคและการแสดงออกในการขบั ร้องเด่ยี ว

ตอ้ งฝกึ ออกเสียงให้ชดั เจนในทกุ คา้ ทุกอักขระ และออกเสียงใหเ้ ต็มเสยี ง

ต้องมกี ารฝกึ ซ้อมในทกุ รายละเอยี ดมาเปน็ อยา่ งดี
ตอ้ งมคี วามม่ันใจท่ีจะแสดงและถา่ ยทอดบทเพลงให้กบั ผู้ชม
ต้องมคี วามเขา้ ใจในบทเพลงเปน็ อยา่ งดี เพ่อื ท่จี ะถา่ ยทอดออกมาใหผ้ ้ฟู งั
เขา้ ใจในบทเพลงได้
ต้องมีความพรอ้ มทังรา่ งกายและจติ ใจ ควบคมุ อารมณ์ทจ่ี ะเกิดขึนในชว่ งก่อน
ขึนแสดงใหไ้ ด้
ต้องฝึกซอ้ มทา่ ทางขณะร้องเพลงให้เหมาะสมกับเนอื เพลงและดูเป็นธรรมชาติ

๒. เทคนิคและการแสดงออกในการขบั ร้องหมู่

การขบั รอ้ งหมู่ หรือการประสานเสียง หมายถึง การร้องเพลงตงั แต่
๒ คนขนึ ไป อาจมดี นตรปี ระกอบหรือไมม่ กี ไ็ ด้ ซ่ึงการขับร้องแบบหมนู่ ี
อาจจะรอ้ งแบบเป็นทา้ นองเดียวกัน ขบั รอ้ งดว้ ยคนหลายคน ซึ่งแต่ละคนนัน
จะขับรอ้ งด้วยระดบั เสยี งเดียวกัน หรอื แนวเสียงเดียวกันตลอดทังเพลงตงั แต่
เรม่ิ ต้นจนจบเพลงหรอื รอ้ งแบบประสานเสียงกันได้

การขบั ร้องเพลงประสานเสยี ง เป็นศลิ ปะทีเ่ กดิ ขึนมาช้านานพดู ไดว้ า่
การขับร้องเพลงประสานเสยี ง เกดิ ขนึ พรอ้ มกับสมยั กอทกิ (gothic) ในศตวรรษ
ท่ี ๑๒ และ ๑๓ ท่เี รยี กว่า “คอรลั มิวสกิ ” (Choral Music) ซึ่งเปน็ การร้อง
ประสานเสยี งในพิธีทางศาสนาของวงนักร้องประสานเสยี งหรอื ทเ่ี รยี กว่า
“ไควเออ” (Choir)

๓. การหายใจสําหรบั การขบั ร้อง

ลมหายใจเป็นหวั ใจส้าคญั ส้าหรับการฝกึ รอ้ งเพลง การหายใจ
อยา่ งถูกวธิ ีจัดไดว้ ่ามีความสา้ คญั มาก เพราะนนั่ หมายถึงการทา้ ใหเ้ กดิ พลงั
การขบั ร้อง

การหายใจสา้ หรับการขบั รอ้ งไม่ไดม้ ีความยากล้าบากเกนิ กวา่
จะปฏิบัติได้ เพียงแตร่ ะบบการหายใจของการรอ้ งเพลงนนั มใิ ชเ่ ป็นเพียง
การสูดลมหายใจเข้าออกตามปกติเท่านนั แตต่ ้องหายใจใหล้ กึ ถงึ กะบังลม
การหายใจโดยทวั่ ไปมี ๒ วธิ ี คือ

๑. การหายใจระดบั ทรวงอก เปน็ การหายใจของคนโดยทัว่ ๆไป
คือ การหายใจเขา้ ถึงทรวงอก ขณะหายใจทรวงอกจะยกสูงขึน เพื่อใหล้ ม
เขา้ ปอดได้อย่างเตม็ ที่

๒. การหายใจถึงกะบงั ลม เปน็ การหายใจโดยใช้กะบังลมและ
กล้ามเนือหน้าทอ้ งเป็นทก่ี ักเก็บลม เปน็ วธิ หี ายใจเพ่อื ใช้ในการขบั รอ้ งเพลง
เม่ือหายใจเขา้ กะบังลมจะเคลอื่ นหดตวั ลงทา้ ใหเ้ กิดท่ีว่างบริเวณทรวงอก
อากาศจากภายนอกจะผา่ นเขา้ ทางปากและจมูกเข้าไปทางหลอดลม แล้วจงึ
เข้าสู่ปอดท้าใหห้ นา้ ท้องขยายมากขนึ ช่วงอกจะกวา้ งขึน ทา้ ใหป้ อดขยายตวั
ไดเ้ ตม็ ที่ และไปกา้ กับการท้างานของกะบังลมให้มาชว่ ยผลักลมออกจากปอด
ใหม้ ีพลงั เพิม่ ขนึ เม่อื ลมออกจากปอด กล้ามเนือหน้าท้องกจ็ ะเกดิ การหดตัว
กะบงั ลมคลายตัวกลับเข้าที่ ชว่ งอกจะเลก็ ลง อากาศภายในปอดจะถูกปลอ่ ย
ออกมาทังทางจมกู และปาก การหายใจวิธีนแี บ่งออกเป็น ๔ ระยะ คอื

การฝกึ การหายใจถึงกะบงั ลมเพอื่ ขับร้องเพลง

๒.๑ การหายใจเข้า

๒.๒ การกกั เกบ็ ลมหายใจ และพยุงไวช้ ั่วขณะหน่งึ
เปน็ การเปดิ เส้นเสยี ง และรอไวเ้ พื่อดา้ เนินในขนั ตอ่ ไป

๒.๓ ปลอ่ ยลมออกในขณะเดยี วกัน การฝกึ การหายใจถงึ กะบงั ลม
กับการร้องเพลงจนจบวรรค เพื่อขับรอ้ งเพลง

๒.๔ การเรมิ่ ต้นรอ้ งในวรรคตอ่ ไปโดยการบังคับกลา้ มเนือ
ใหก้ ลับมาท้างานในระบบเดิมตอ่ ไปอย่างรวดเร็ว

การบรรเลงดนตรี
การบรรเลงดนตรีเด่ยี ว

เทคนคิ และการแสดงออก
ในการบรรเลงดนตรเี ดย่ี วและรวมวง

๑. เทคนิคและการแสดงออกในการบรรเลงดนตรเี ดยี่ ว

การบรรเลงเดี่ยว คือ การบรรเลงด้วย การบรรเลงเดี่ยว
เครื่องดนตรีชนิ เดียว เปน็ การบรรเลงคนเดียว แซก็ โซโฟน
เพ่อื แสดงถงึ ความสามารถของผูบ้ รรเลงใน
เร่ืองความแม่นย้าในด้านจงั หวะ ทา้ นองเพลง

การบรรเลงเด่ยี ว
ซอสามสาย

การบรรเลงเดยี่ วนัน้ มจี ดุ มุ่งหมายในการบรรเลง ดงั นี้

๑. เพอื่ แสดงถึงความสามารถของผูบ้ รรเลงในดา้ นการบรรเลง การจดจา้
จงั หวะ ทา้ นองของบทเพลง และบรรเลงได้ไพเราะไม่ผิดพลาด

๒. เพอื่ แสดงถงึ ทางเพลงวา่ มีความไพเราะ เหมาะสมมากเพยี งใด
การบรรเลงเดย่ี วสามารถบรรเลงไดท้ งั เครื่องดนตรไี ทยและสากล
ซง่ึ เทคนิคท่สี ้าคญั ทใ่ี ช้ในการบรรเลงมี ดงั นี

การเด่ยี วระนาดเอก การเด่ยี วเปยี โน

๑. ผ้บู รรเลงตอ้ งมี ๒. ผบู้ รรเลงตอ้ งฝกึ ๓. ผ้บู รรเลงต้องฝกึ
ความสามารถและ จดจา้ จังหวะ ทา้ นอง อ่านตวั โน้ตกอ่ นการ
ฝีมอื ในการบรรเลง ของบทเพลง เพ่อื ให้
บรรเลงได้ถกู ตอ้ ง บรรเลงเสมอ

เทคนคิ ท่ีสาํ คัญท่ใี ช้ในการบรรเลงดนตรีเด่ยี ว

๔. ผ้บู รรเลงต้องมีสมาธิในการ ๕. ผบู้ รรเลงต้องมีปฏภิ าณไหวพริบในการ
บรรเลงบทเพลง เพอื่ ให้บรรเลง บรรเลง เพราะการบรรเลงเดยี่ วบางครังเป็น
ได้ถูกต้องตามจังหวะและ การบรรเลงประชันฝีมอื กนั ดงั นนั ผู้บรรเลง
จงึ ต้องมีความสามารถในการที่จะบรรเลง
ทา้ นองของบทเพลง
ตอบโต้คู่ต่อสใู้ ห้มที างเพลงทเ่ี หนือชนั กวา่

การบรรเลงดนตรี
การบรรเลงดนตรรี วมวง

๒. เทคนิคและการแสดงออกในการบรรเลงดนตรรี วมวง

การบรรเลงรวมวง หรอื การผสมวง เป็นการบรรเลงพร้อม ๆ กนั
ทังวงดนตรี โดยน้าเอาเครอ่ื งดนตรแี ตล่ ะประเภทมาบรรเลงร่วมกันเป็นวง
ซึง่ ในการผสมวงจะต้องเลอื กเคร่ืองดนตรีท่มี คี วามเหมาะสมกลมกลืนกนั
มีเสยี งใกล้เคียงกนั ไม่ดังหรอื เบาไปกว่ากนั

การบรรเลงวงออรเ์ คสตรา

๑. ฝึกฟงั จังหวะเพือ่ ให้ ๒. ผ้บู รรเลงจะตอ้ งฝกึ ๓. ผู้บรรเลงจะตอ้ งมี
สามารถบรรเลงดนตรี การอ่านโน้ตเพลงทจ่ี ะ ความรบั ผดิ ชอบตอ่
ได้ถกู ต้องตามจงั หวะ บรรเลงเพอ่ื ใหบ้ รรเลง กลุม่ ในการบรรเลง
ไดถ้ ูกต้อง ดนตรรี ว่ มกนั

เทคนคิ ท่ีใช้ในการบรรเลงดนตรี

๔. ฝึกฟงั ทา้ นองเพลงแนวอื่น ๆ ๕. ขณะบรรเลงผูบ้ รรเลงต้องมี
เพ่อื ใหท้ ราบถงึ การเรียบเรยี งเสียง ความม่ันใจ และบรรเลงไดเ้ ข้า
ประสานและบรรเลงได้หลากหลาย จังหวะ ท้านองกับผบู้ รรเลงอ่ืน
เข้าใจบทเพลงได้ง่ายขนึ

ผงั สรปุ สาระสาํ คัญ

การขับร้องและบรรเลงดนตรี

เทคนิคและการแสดงออก เทคนิคและการแสดงออก
ในการขับร้องเด่ียวและหมู่ ในการบรรเลงดนตรีเด่ียวและรวมวง

การขบั ร้องเดยี่ ว ผู้ขับร้องควรมเี ทคนคิ การบรรเลงดนตรีเดี่ยวเปน็ การแสดง
ในการขับร้อง มนี า้ เสียงไพเราะจะท้าให้ ความสามารถทังจงั หวะ ทา้ นอง ฝมี อื
ขับร้องบทเพลงไดไ้ พเราะ และการ ผ้บู รรเลง ซง่ึ ตอ้ งมคี วามแมน่ ยา้ ในตวั โนต้
ขบั รอ้ งหมู่ ผู้ขบั ร้องจะตอ้ งร้องด้วย มีเทคนคิ ในการบรรเลง และการบรรเลง
ความพร้อมเพรยี งกัน และใช้เทคนคิ ใน ดนตรีรวมวง ผู้บรรเลงต้องมคี วามเข้าใจ
การขับร้อง เพ่อื ใหข้ บั ร้องได้ไพเราะน่าฟัง ตัวโน้ต จงั หวะ บทเพลงบรรเลงได้
พร้อมเพรยี งกนั จะทา้ ให้บทเพลงมีความ
ไพเราะ


Click to View FlipBook Version