The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิชาวรรณคดีไทยปริทัศน์ อยุธยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chateelovepong, 2023-06-21 02:44:57

วิชาวรรณคดีไทยปริทัศน์ อยุธยา

วิชาวรรณคดีไทยปริทัศน์ อยุธยา

ความหมายของวรรณคดี วรรณคดีหมายถึง หนังสือที่แต่งขึ้นอย่างมีศิลปะ อาจเป็นร้อยแก้วหรือร้อยกรอง มีความ งดงามทางภาษา ถ่ายทอดความสะเทือนใจ ความนึกคิด และจินตนาการของผู้แต่งออกมา ได้อย่างครบถ้วน ทำให้ผู้อ่านเกิดจินตนาการ มีอารมณ์ร่วมไปกับผู้แต่งด้วย นอกจากนั้น วรรณคดียังต้องเป็นเรื่องที่ดี ไม่ชักจูงจิตใจไปในทางต ่า ทั้งยังแสดงความรู้ ความคิด และ สะท้อนความเป็นไปของสังคมในแต่ละสมัยด้วย


ลักษณะของวรรณคดี วรรณคดีสโมสร ซึ่งจัดตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้กำหนดลักษณะของวรรณคดีไว้ว่า ๑. เป็นหนังสือดี มีประโยชน์ มีสุภาษิตคติสอนใจ ไม่ชักจูงไปในทางที่ผิดหรือ ไปในทางที่ไม่เป็นแก่นสาร ๒. เป็นหนังสือแต่งดี ใช้วิธีการเรียบเรียงที่ดี ถูกต้องตามแบบอย่างภาษาไทย ใช้สำนวนภาษาที่ดี และเป็นแบบอย่างที่ดีได้


สภาพบ้านเมืองสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น (พ.ศ. ๑๘๙๓ – ๒๐๗๒) กรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองหลวงของไทย ก่อตั้งขึ้นโดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง) ใน พ.ศ. ๑๘๙๓ เป็นอาณาจักรที่เข้มแข็ง มั่งคั่ง และบริบูรณ์ด้วย นักปราชญ์ราชบัณฑิต เจริญรุ่งเรืองยาวนานถึง ๔๑๗ ปี จนกระทั่งเสียแก่พม่า ใน พ.ศ. ๒๓๑๐ สมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ เนื ่องจากกรุงศรีอยุธยามีอายุยาวนาน ในการศึกษาวรรณคดีจึงได้แบ ่ง ช่วงเวลาออกเป็น ๓ ช่วง เพื่อให้ง่ายต่อการศึกษาข้อมูล ได้แก่


สมัยอยุธยาตอนต้น เริ่มตั้งแต่สมเด็จพระรามาธิบดี ที่ ๑ ขึ้นครองราชย์ พ.ศ. ๑๘๙๓ ถึงสมัยสมเด็จพระ รามาธิบดีที่ ๒ พ.ศ. ๒๐๗๒ สมัยอยุธยาตอนกลาง ตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม พ.ศ. ๒๑๕๔ ถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พ.ศ. ๒๒๓๑ สมัยอยุธยาตอนปลาย ตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บรมโกศ พ.ศ. ๒๒๗๕ ถึงสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ พ.ศ. ๒๓๑๐


ตามหลักฐานในพงศาวดารกล ่าวว ่า พระเจ้าอู่ทอง เดิมเป็นเจ้าเมืองอู่ทอง ต่อมาได้ อพยพมาตั้งเมืองใหม ่ที ่ตำบลหนองโสน หรือ บึงพระราม ฝั่งทิศตะวันตกของแม่น ้าเจ้าพระยา และได้สถาปนาตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์ ทรง พระนามว่า สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ ทรงขนาน นามเมืองที ่ตั้งขึ้นใหม ่ว ่า กรุงเทพทวารวดีศรี อยุธยา เมื่อ พ.ศ. ๑๘๙๓ และได้พัฒนาบ้านเมือง ให้เป็นปึกแผ่นมั่นคง และมีอำนาจทางการเมือง เหนืออาณาจักรอื่นบริเวณลุ่มแม่น ้าเจ้าพระยา


ความเจริญด้านวรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น สมัยอยุธยาตอนต้น บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองในหลาย ๆ ด้าน เช่นการปกครอง การทหาร การศาสนา การค้าขาย และศิลปกรรม แต่ในด้านวรรณคดีนั้นไม่ค่อยเจริญรุ่งเรืองนักอาจจะเป็นเพราะ บ้านเมืองเกิดศึกสงครามบ่อย ๆ และวรรณกรรมถูกเผาทำลายไป หรือสูญหายไปก่อนที่จะตกทอดมาถึงรุ่น ปัจจุบัน เราจึงไม่มีหลักฐานทางวรรณกรรมให้ได้ศึกษามากนัก จากหลักฐานเท่าที่พบทราบว่า วรรณคดีสำคัญในสมัยอยุธยาตอนต้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ศาสนา พิธีกรรม และพระมหากษัตริย์ คล้ายคลึงกับสมัยสุโขทัยแต่แต่งด้วยร้อยกรองโดยมีคำประพันธ์ทั้ง โคลง ฉันท์ กาพย์ ร่าย และลิลิต ยกเว้นกลอนไม่พบหลักฐานว่ามี วรรณคดีที่สำคัญ มีดังนี้


ลิลิตโองการแช่งน ้า


ผู้แต่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรง ราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าอาจแต่งในสมัย สมเด็จพระรามาธิบดีที ่ ๑ (พระเจ้าอู ่ทอง) ผู้แต่งคงจะเป็นผู้รู้พิธีพราหมณ์และรู้วิธีการ ประพันธ์ของไทยเป็นอย่างดี ประวัติ ต้นฉบับที่เหลืออยู่เขียนด้วยอักษรขอม นับเป็น วรรณคดีเรื่องแรกของไทยที่แต่งเป็นร้อยกรอง อย ่างสมบูรณ์แบบ เรียกว ่าโองการแช ่งน ้า บ้าง ประกาศแช่งน ้าโคลงห้าบ้าง ต้นฉบับที่ ถอดเป็นอักษรไทยจัดวรรคตอนการประพันธ์ ค่อนข้างสับสน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัวทรงสอบทานและทรงพระราชวินิจฉัย เรียบเรียงวรรคตอนขึ้นใหม่ ทำนองแต่ง แต่งด้วยลิลิต คือ มีร่ายกับโคลงสลับกัน ร่ายเป็น ร่ายดั้นโบราณ โคลงเป็นโคลงแบบโคลงห้าหรือ มณฑกคติ ภาษาที่ใช้เป็นคำไทยโบราณ คำเขมร และคำบาลีสันสกฤตปะปนอยู่ด้วย ความม ุ ่ งหมาย ใ ช ้ อ ่านในพระราชพ ิ ธ ี ถ ื อ น ้าพระพิพัฒน์สัตยาหรือพระราชพิธีศรีสัจจปาน กาลเพื่อแสดงความจงรักภักดี คุณค่าของวรรณคดี ๑ ) ว ั ฒ น ธ ร ร ม ป ร ะ เ พ ณ ี พ ร ะ ร า ช พ ิ ธ ี ถ ื อ น ้าพระพิพัฒน์สัตยา เป็นพิธีกรรมสำคัญที่สืบเนื่อง มาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ ทอง) โดยได้รับอิทธิพลมาจากขอม คือ เป็นพิธี ศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดกันมาจนกระทั่งยกเลิกไปหลัง เ ป ล ี ่ ย น แ ป ล ง ก า ร ป ก ค ร อ ง พ . ศ. ๒ ๔ ๗ ๕ ๒) ด้านความเชื่อ เป็นการแสดงความเชื่อตามคติ ของพราหมณ์ที่เชื่อว่าพระพรหมเป็นผู้สร้างโลก ให้ กำเนิดมนุษย์และสรรพสิ่ง


ลิลิตยวนพ่าย


ผู้แต่ง ไม่ปรากฏผู้แต่ง ประวัติ สันนิษฐานว่าแต่งในรัชกาลสมเด็จพระบรม ไตรโลกนาถ ราว พ . ศ. ๒๐๑๗ แต ่ก็มี ความเห็นอีกฝ่ายหนึ่งที่สันนิษฐานว่าแต่งใน ร ั ช ส ม ั ย ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ร า ม า ธ ิ บ ด ีท ี ่๒ พ.ศ. ๒๐๓๒–๒๐๗๒ คำว่า “ยวน” ในลิลิต เรื่องนี้หมายถึง โยนกหรือชาวล้านนา คำว่า “ยวนพ่าย” จึงหมายถึง “ชาวล้านนาแพ้” เนื้อ เรื่องของลิลิตยวนพ่ายจึงกล่าวถึงชาวล้านนา ในสมัยพระเจ้าติโลกราช ซึ่งพ่ายแพ้แก่กรุง ศรีอยุธยาในรัชกาลสมเด็จพระบรมไตร โลกนาถ ทำนองแต่ง แต่งเป็นลิลิตดั้น ประกอบด้วยร่ายดั้น ๒ บทกับโคลงดั้นบาทกุญชร และโคลงดั้น วิวิธมาลี ๒๙๖ บท รวมทั้งหมด ๒๙๘ บท (ฉบับองค์การค้าของคุรุสภา ๒๕๒๔) คุณค่าของวรรณคดี ลิลิตยวนพ ่ายมีคุณค ่าทางประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ การรบทัพจับศึก ค้านิยมทาง สังคม และหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา สม ั ยกร ุ งศร ี อ ย ุ ธยาต อน ต ้น อย ่า งย ิ ่ ง นอกจากนี้ลิลิตยวนพ ่ายที ่ตกทอดมาถึง ปัจจุบัน ซึ่งเป็นวรรณกรรมเก่าที่สมบูรณ์ไม่ ชำรุดหรือถูกแต ่งเติม ยังมีคุณค ่าด้าน ภาษาศาสตร์ทำให้ได้เห็นถึงวิธีการใช้ ภาษา คำสำนวน โวหาร ของกว ีสม ัย โบราณ และเป็นแบบอย ่างของวรรณคดี ประเภทสดุดี


เป็นยุคทองของวรรณคดีมีกวีและวรรณคดี เกิดขึ้นมากมาย ลักษณะคำประพันธ์นิยมใช้ โคลงมากที่สุด ฉันท์และกาพย์มีบ้าง ไม่ปรากฏ คำประพันธ์ประเภทกลอน มีแบบเรียนภาษาไทย กำเนิดขึ้นด้วยคือเรื่อง “จินดามณี”วรรณคดีสมัย อยุธยาตอนกลาง มีดังนี้


ผู้แต่ง ไม่ทราบแน่ชัด ระยะเวลาในการแต่ง อาจเป็นรัชกาลสมเด็จพระบรมไตร โลกนาถ(พ.ศ.๒๐๑๗)หรือสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.๒๒๐๕) ลักษณะคำประพันธ์ เป็นลิลิตสุภาพ ประกอบด้วยร่าย สุภาพและโคลงสุภาพเป็นส่วนใหญ่ บางโคลงมีลักษณะ คล้ายโคลงดั้นและโคลงโบราณ และร่ายบางบทเป็นร่าย โบราณและร่ายดั้น วรรณคดีสโมสรให้เป็น ยอดของลิลิต ความมุ ่งหมาย แต่งถวายพระเจ้าแผ่นดิน เพื ่อให้เป็นที่ สำราญหฤทัย คุณค ่า ด้านสังคม และวัฒนธรรม เป็นนิยายพื้นบ้านที่ สะท้อนชีวิตทั้งด้านการปกครอง ประเพณี วัฒนธรรม และ ความเชื่อต่างๆ


จินดามณี


ผู้แต่ง พระโหราธิบดี คำประพันธ์ เป็นร้อยแก้ว มีตัวอย่างคำประพันธ์ต่างๆ วัตถุประสงค์ สมเด็จพระนารายณ์โปรดให้นักปราชญ์แต่งหนังสือเรียนภาษาไทย เพื่อไม่ให้เด็กไทยหันไปเรียนและไปนับถือศาสนาคริสต์ สาระสำคัญ กล่าวถึงอักษรศัพท์ เป็นคำศัพท์ที่มีเสียงคล้ายๆ กัน วิธีใช้อักษร ต่างๆ การผันอักษร กำเนิดตัวอักษร วิธีแต่งคำประพันธ์ชนิดต่าง ๆ คุณค่า เป็นตำราเรียนภาษาไทยเล ่มแรก เป็นหนังสือค้นคว้าอ้างอิง เกี่ยวกับภาษาไทยที่ดีที่สุด


ใช้คำประพันธ์ทุกชนิดทั้ง โคลง ฉันท์ กาพย์ ร่าย ยุคนี้มี การใช้กลอน มีทั้งวรรณคดีและกวีสำคัญเกิดขึ้นมากมาย กวีมีตั้งแต่ พระมหากษัตริย์ จนถึงพระภิกษุ มีวรรณคดี ประเภทละครเกิดขึ้นด้วยมีคำหลวง เกิดขึ้น ๒ เรื่อง


ผู้แต่ง : พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ลักษณะคำประพันธ์: โคลงสี่สุภาพ วัตถุประสงค์: บันทึกเหตุการณ์และวิธีการที่สามารถ ชะลอพระพุทธไสยาสน์ สาระสำคัญ : เป็นบันทึกเรื่องราวการชะลอพระพุทธ ไสยาสน์มายังสถานที่ใหม่แล้วได้ก่อสร้าง พระวิหาร อุโบสถ เจดีย์ กุฏิ ศาลาการเปรียญ จนครบ จบด้วย การอัญเชิญพระพุทธรูป คุณค่า : ทำให้ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับการปฏิสังขรณ์ พระรูปสำคัญ นอกจากนั้นยังแสดงให้เห็นถึงความ ศรัทธาในพระพุทธศาสนาอีกด้วย


ผู้แต่ง เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง) ลักษณะคำประพันธ์ร่ายยาว ตอนท้ายเป็นโคลงกระทู้ สาระสำคัญ เป็นการกล่าวถึงพระพุทธเจ้าโปรดให้ พระโมคคัลลาน์ เหาะขึ้นไปทรมานพระยา นันโทปนันทนาคราช จนกระทั่งต้องยอมแพ้แล้วพระ พุทธองค์ก็ทรงเทศน์สอน คุณค่า เป็นการแสดงความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ภาษาที่ใช้เป็นคำศัพท์สูง เป็นภาษาบาลี สันสกฤต เขมร และมีการแผลงคำอย่างไพเราะ


สรุปความรู้ วรรณคดีในสมัยอยุธยา มีประวัติความเป็นมาตาม คติ ความเชื่อ ของคนในสมัยนั้นโดยส่วน ใหญ่เราจะเห็นได้ว่า แต่ละเรื่องจะเกี่ยวข้องกับหลักความเชื่อทางศาสนา พระมหากษัตริย์และ พิธีกรรมต่างๆ โดยนับตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น อยุธยาตอนกลาง และอยุธยาตอนปลาย จะมี การเปลี่ยนแปลงในด้านวิถีชีวิตและประเพณีต่างๆเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยของตนเอง ทั้งนี้ ดังที่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ตรัสไว้ว่า สิ่งใดเกิดขึ้นย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้ศิลปะวัฒนธรรมต่างๆที่เก่าแก่เริ่มเลือนหายไปบ้าง แล้ว ในฐานะที่เราเป็นลูกหลานและชนรุ่นหลังจึงควรอนุรักษ์ ศิลปะวัฒนธรรมเก่าแก่ไว้เพื่อให้ เป็นความรู้แก่ชนรุ่นหลังถัดไป


Click to View FlipBook Version