The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dlit06 spm26, 2021-04-27 01:32:38

รายงานวิจัยในชั้นเรียน

เพื่อศึกษาและพัฒนา

ÃÒ§ҹ

¡ÒÃÇÔ¨ÑÂ㹪Ñé¹àÃÕ¹

1

รายงานการวิจยั ในชน้ั เรยี น

ผลการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้คณติ ศาสตรโ์ ดยใชส้ อ่ื ประสม
ทมี่ ตี อ่ ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นวชิ าคณติ ศาสตรข์ องนกั เรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5

ผวู้ จิ ยั
นางสาวลำยวน ไวทำ

ครู

กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ปกี ารศกึ ษา 2563

โรงเรียนบรบอื วทิ ยาคาร
สงั กดั สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษามหาสารคาม

CLASSROOM ACTION RESEARCH
EFFECTS OF ORGANIZING MATHEMATICS LEARNING ACTIVITIES

WITH MULTIMEDIA ON MATHEMATICAL ACHIEVEMENT

LAMYUAN WAITHAM
Department of Mathematics
Borbeuwittayakhan School

หวั ขอ้ วจิ ยั ในชน้ั เรยี น ผลการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้คณิตศาสตรโ์ ดยใชส้ ่ือประสมท่ีมีตอ่ ผลสมั ฤทธ์ิ
ทางการเรียนคณติ ศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5

ผวู้ จิ ยั นางสาวลำยวน ไวทำ ครู กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

บทคดั ยอ่
การวิจัยในครง้ั นม้ี วี ตั ถุประสงค์คือ 1) เพ่ือเปรียบเทียบผลสัมฤทธิท์ างการเรียนวิชาคณติ ศาสตร์ เรอ่ื ง

ลำดบั เลขคณิต ของนักเรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาที่ได้รับการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้โดยใช้สื่อประสมกบั เกณฑร์ อ้ ยละ

50 2) เพื่อเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนวชิ า คณติ ศาสตร์ ของนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาที่ได้รับการจดั

กิจกรรมการเรียนรูโ้ ดยใช้สอ่ื ประสมในช่วงก่อนเรียนและหลังเรียน

กลมุ่ ตวั อยา่ งทใ่ี ช้ในการวิจัย คอื นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 5/8 โรงเรยี นบรบอื วิทยาคาร ภาคเรยี นที่
2 ปกี ารศึกษา 2563 จำนวน 34 คน ได้รบั การจัดกิจกรรมการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ เร่ือง ลำดับเลขคณิต โดยใช้
สอ่ื ประสม เครื่องมือที่ใชใ้ นการวจิ ัยคอื แบบวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนรทู้ างคณิตศาสตร์ออนไลน์ เรอื่ ง ลำดับ
เลขคณิต เครื่องมอื ทีใ่ ช้ในการทดลองคือ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรคู้ ณิตศาสตรโ์ ดยใช้ส่อื ประสม เรือ่ ง
ลำดบั เลขคณติ ซึ่งผู้วจิ ัยสร้างขนึ้ เอง วเิ คราะหข์ ้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน และ
การทดสอบค่าที (t-test)

ผลการวจิ ยั สรุปพบวา่ 1) นักเรยี นที่ไดร้ ับการจดั กิจกรรมการเรียนรู้คณติ ศาสตร์โดยใช้สอ่ื ประสมมี
ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนวิชาคณติ ศาสตร์ เรื่อง ลำดบั เลขคณิต สงู กวา่ รอ้ ยละ 50 อยา่ งมีนัยสำคญั ทางสถิตทิ ี่
ระดับ 0.05 และ 2) นกั เรียนทไ่ี ดร้ บั การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้คณติ ศาสตรโ์ ดยใช้สื่อประสมมผี ลสัมฤทธ์ิทางการ
เรียนวิชา คณติ ศาสตร์ เรื่อง ลำดบั เลขคณติ ในช่วงหลังเรียนสงู กว่าชว่ งกอ่ นเรียนอยา่ งมนี ัยสำคัญทางสถิติท่ี
ระดบั 0.05

สารบญั

บทท่ี 1 บทนำ หนา้
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจยั ท่ีเกี่ยวข้อง 1
บทที่ 3 วธิ ีดำเนนิ การวจิ ัย 4
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 6
บทท่ี 5 อภิปรายผลการวิจัย 11
บรรณานุกรม 13
รายการอา้ งองิ 15
16

1

บทท่ี 1
บทนำ

ความเป็นมาและความสำคญั
คณิตศาสตร์มคี วามสำคญั ต่อการดำรงชวี ติ การพฒั นาความรูค้ วามคดิ และการแกป้ ญั หาตา่ ง ๆ ใน

ชวี ติ ประจำวัน (สายพิณ ลำ้ เลิศ, 2559) แต่ในปัจจบุ นั การจัดกจิ กรรมการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ยงั ไม่ประสบ
ผลสำเร็จเท่าท่คี วร ดังเหน็ ได้จากคะแนนสอบกลางภาคเรยี นของนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5 ทีผ่ า่ น
มา นกั เรียนโรงเรยี นบรบือวิทยาคาร มคี ะแนนสอบกลางภาคเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์เฉลย่ี อยูท่ ี่
6.30 คะแนน ซึ่งนอ้ ยกวา่ เกณฑผ์ า่ นข้ันต่ำร้อยละ 50 (คะแนนเต็ม 20 คะแนน) ซึง่ ผลการทดสอบชีใ้ ห้เห็นว่า
นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 มปี ัญหาในการเรียนรู้วชิ าคณิตศาสตร์

ในการเรยี นการสอนคณิตศาสตร์ วธิ กี ารหนึ่งทจี่ ะช่วยใหน้ กั เรียนประสบความสำเร็จในการเรยี น
คอื การให้นักเรียนไดเ้ รียนรู้ และปฏิบตั กิ จิ กรรมการเรียนรู้ดว้ ยตนเองมากขึ้น ซึ่งถา้ นำนวัตกรรมและ
เทคโนโลยีทางการศึกษา เขา้ มาใชใ้ นการจัดกระบวนการเรียนการสอนแลว้ จะสามารถทำให้กระบวนการเรียน
การสอน เกิดประสิทธิภาพมากยง่ิ ขึ้น ดังนน้ั ครคู วรเลือกใช้สื่อการเรยี นรู้ท่ีมคี วามเหมาะสมเพือ่ เป็นเคร่ืองมือท่ี
ชว่ ยให้ การสอนของครูและการเรียนของนักเรียนบรรลตุ ามจุดมงุ่ หมายทีว่ างไว้ (จริ าวรรณ เทพจนิ ดา, 2551)

ลกั ษณะของสอื่ การเรยี นร้ทู ่จี ะนำมาใช้ในการจัดการเรยี นรู้ควรมคี วามหลากหลาย ทง้ั สื่อ
ธรรมชาติ สอ่ื ส่งิ พมิ พ์ สื่อเทคโนโลยี และสือ่ อื่นๆ ซง่ึ ช่วยส่งเสริมใหส้ อ่ื การเรียนรู้เป็นไปอย่างมคี ณุ ค่า น่าสนใจ
ชวนคดิ ชวนติดตาม เข้าใจได้ง่าย และรวดเรว็ ขนึ้ รวมทั้งกระตนุ้ ใหผ้ เู้ รียนรู้จกั วธิ ีการแสวงหาความรู้ เกดิ การ
เรียนรู้ อย่างกวา้ งขวาง ลึกซ้งึ และต่อเน่ืองตลอดเวลา (กระทรวงศึกษาธกิ าร, 2545) ซงึ่ ส่ือการเรยี นรแู้ ตล่ ะ
ชนิดให้ ความรแู้ ละประสบการณก์ ารเรียนแกผ่ เู้ รียนทีแ่ ตกต่างกันตามลักษณะของส่ือ ดงั นั้นการนำสือ่ การ
เรียนรู้หลาย ชนดิ มาประสมกันอย่างเปน็ ระบบระเบยี บและสมั พันธ์กันอย่างต่อเน่ืองย่อมกอ่ ใหเ้ กิดการเรียนรู้
และ ประสบการณ์หลายอย่างพรอ้ มๆ กนั

จากข้างต้นจะเห็นได้วา่ การนำส่อื ประสม มาจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนในวิชาคณิตศาสตรน์ ้นั จะ
เป็นการสร้างประสบการณ์การเรยี นรู้ท่ีดแี กผ่ เู้ รยี น ทำให้ผ้เู รยี นเกดิ การเรียนรดู้ ว้ ยการตัง้ ใจ ซงึ่ นำไปสู่
ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนทีด่ ใี นวิชาคณติ ศาสตรด์ ังนน้ั ผู้วจิ ัยจึงสนใจท่จี ะนำสื่อประสมมาจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
เพ่อื ช่วยพฒั นาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนวชิ าคณิตศาสตร์ รวมถงึ เปน็ แนวทางในการจดั กจิ กรรมการเรยี นร้ใู น
สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ต่อไป

2

วตั ถปุ ระสงคข์ องการวจิ ยั

1) เพื่อเปรยี บเทียบผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นวิชาคณิตศาสตร์ เรือ่ ง ลำดบั เลขคณติ ของนักเรยี นช้ัน
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ที่ได้รบั การ จดั กิจกรรมการเรียนรโู้ ดยใช้ส่อื ประสมกับเกณฑ์ร้อยละ 50

2) เพ่ือเปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นวชิ าคณิตศาสตร์ เรอ่ื ง ลำดบั เลขคณิต ของนักเรียนช้นั
มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ที่ไดร้ บั การ จัดกจิ กรรมการเรียนรู้โดยใช้สอ่ื ประสมในช่วงก่อนเรยี นและหลังเรยี น

สมมติฐาน
จากการศึกษางานวจิ ัยท่ีเก่ยี วข้องกบั การจัดกิจกรรมการเรียนรโู้ ดยใชส้ ่ือประสม มีรายละเอียดดังน้ี
จิราวรรณ เทพจินดา (2551) ศกึ ษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่อื งทฤษฎีบทพีทา

โกรัส โดยการใช้สอ่ื ประสม ของนักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดเขาศรวี ิชัย จงั หวดั สรุ าษฎร์ธานี
พบว่า ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องทฤษฎบี ทพที าโกรสั ของนักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2
ทเ่ี รียน โดยใชส้ อื่ ประสม หลงั เรียนสงู กวา่ ก่อนเรียน และ สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 60 อย่างมีนยั สำคัญทางสถิตทิ ี่
ระดบั 0.01

สลุ ักขณา คุ้มทรัพย์ (2555) ได้ศกึ ษาผลการจัดกจิ กรรมการเรียนร้โู ดยใชส้ อ่ื ประสมเชื่อมโยงกบั
สถานการณ์จรงิ เร่ือง วิธีเรยี งสบั เปลีย่ นและวิธีจัดหมู่ ทม่ี ตี ่อความสามารถในการวเิ คราะห์และแรงจงู ใจใฝ่
สมั ฤทธทิ์ างการเรยี นวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 พบวา่ แรงจูงใจใฝส่ ัมฤทธ์ิทางการเรียน
วิชาคณติ ศาสตรห์ ลงั ทดลองสูงกวา่ ก่อนทดลองอย่างมนี ัยสำคัญทร่ี ะดับ 0.01

ผวู้ ิจัยจงึ ตัง้ สมมติฐานในการวิจยั ครง้ั น้วี ่า

1) นักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5/8 ทไ่ี ดร้ บั การจัดกจิ กรรมการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ เร่ือง ลำดบั เลขคณติ
โดยใชส้ ือ่ ประสม มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ สงู กวา่ เกณฑร์ ้อยละ 50 อยา่ งมนี ัยสำคญั ทางสถติ ิท่ี
ระดับ 0.05

2) นักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5/8 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ เรื่อง ลำดับเลขคณิต
โดยใชส้ ื่อประสม มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นวชิ าคณติ ศาสตร์ในชว่ งหลงั เรยี นสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมนี ยั สำคัญ
ทางสถิตทิ ี่ระดบั 0.05

ขอบเขตของการวจิ ยั
1) ประชากรที่ใช้ในการวจิ ยั ครั้งนี้ เปน็ นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5/8 โรงเรียนบรบือวทิ ยาคาร
2) เน้อื หาทใี่ ช้ในการวจิ ัย เปน็ ส่วนหนึง่ ของหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐานพุทธศักราช 2551

(ปรบั ปรุง 2560) รายวชิ าคณิตศาสตร์พ้ืนฐาน ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 เร่ือง ลำดับเลขคณิต
3) ตัวแปรทท่ี ำการศึกษา ไดแ้ ก่

3

ตวั แปรตน้

การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้คณิตศาสตร์โดยใช้ส่อื ประสม
ตวั แปรตาม
ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นวิชาคณิตศาสตร์
นยิ ามศัพทเ์ ฉพาะ
การจดั กจิ กรรมการเรียนรคู้ ณติ ศาสตรโ์ ดยใชส้ อื่ ประสม หมายถึง การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ ท่ีใช้สื่อการสอนท่ีหลากหลายประกอบการสอนอยา่ งมรี ะบบสัมพนั ธส์ อดคล้องกนั ท่ีผู้วิจยั สร้าง ขน้ึ
เช่น สื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ พรเี ซนทเ์ ทชนั ประกอบการสอน ใบงาน ใบกจิ กรรม แบบฝกึ หดั และ
แบบทดสอบ ผา่ นชั้นเรียน Google Classroom เป็นต้น
ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นวชิ าคณิตศาสตร์ หมายถงึ ผลการเรียนรู้ทางคณติ ศาสตร์ เร่อื ง ลำดบั เลข
คณติ ของนักเรยี นช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 5 ท่ีไดจ้ ากแบบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนวชิ าคณติ ศาสตร์ฉบบั ก่อน
เรียนและหลงั เรียน

4
บทท่ี 2

เอกสารและงานวจิ ยั ทเี่ กยี่ วขอ้ ง

ในการวจิ ัยผลการจดั กจิ กรรมการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์โดยใช้สอ่ื ประสมที่มีต่อผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น
วิชาคณิตศาสตร์ของนักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ผวู้ จิ ยั ได้รวบรวมเอกสารและงานวิจัยท่เี ก่ยี วข้องดังนี้

1) สือ่ ประสม (Multimedia)
2) ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน
3) งานวิจัยทเี่ ก่ียวข้อง

1) สอ่ื ประสม (Multimedia)

ความหมายของสอ่ื ประสม
อรี ิคสนั (Erickson, 1968) กล่าวถงึ ส่ือประสมว่า การใช้โสตทัศนปู กรณ์และประสบการณ์ ต่าง ๆ

สัมพนั ธ์กับวัสดุการเรียนการสอนอ่ืน ๆ เพ่อื เปน็ การเสริมคา่ ซง่ึ กนั และกัน สื่อบางอยา่ งอาจใช้เพอ่ื กระตนุ้ ความ
สนใจ ส่ือบางอยา่ งอาจใชเ้ พ่ือสร้างมโนทศั น์ทางการเรยี นเพ่ือใหผ้ ้เู รยี นเข้าใจย่งิ ข้นึ เป็นต้น

ก๊ดู (Good, 1973) ได้ใหค้ วามหมายว่า การใชโ้ สตทศั นปู กรณ์หลาย ๆ อยา่ งเพื่อนำมาสัมพนั ธ์
กบั การเรียน โดยใช้สื่อมากกว่าหนง่ึ อย่างเพ่อื สอนเน้ือหา

มหาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช (2554) ได้ให้ความหมายไวว้ ่า สอ่ื ประสม หมายถงึ การนำส่ือ
การสอนหลาย ๆ ประเภทมาสมั พันธก์ ันและมีคุณคา่ ที่ส่งเสริมกนั

สุลกั ขณา คุ้มทรัพย์ (2555) ไดใ้ ห้ความหมายไวว้ า่ สอื่ ประสม หมายถงึ การนำเอาสื่อการสอน
หลาย ๆ อย่างมาใชใ้ นการจัดการเรยี นการสอนอยา่ งเปน็ ระบบ

จากขา้ งตน้ ผู้วจิ ัยจงึ สรุปความหมายของสื่อประสมไดว้ า่ สือ่ ประสม คือ การใช้สือ่ การสอนท่ี
หลากหลายประกอบการสอนอย่างมีระบบสมั พนั ธ์สอดคล้องกัน

ประโยชนข์ องสอื่ ประสม
ยพุ ิน พพิ ธิ กลุ (2545) ได้กล่าวคุณค่าของสื่อประสมไวว้ า่
1) ทำให้นักเรยี นเกิดความสนใจ ไมเ่ บ่ือหน่าย เพราะมีการเปล่ยี นสงิ่ เร้าอยตู่ ลอดเวลา
2) ทำให้นักเรยี นไดร้ บั ความรู้กว้างขวางและเขา้ ใจบทเรยี นมากยง่ิ ขน้ึ
3) เป็นการประหยัดเวลา ทำให้นักเรียนเกดิ ความรู้ได้รวดเร็ว เพราะได้เรียนจากสอื่ การสอนท่ี
แตกต่างกนั หลาย ๆ อย่าง

4) เป็นแนวทางในการปรับปรุงการเรียนการสอนท้งั วิธีสอน กลวธิ ี และการเลอื กใชส้ ือ่ การเรียน
การสอนที่ผสมผสานกนั

5

ชยั ยงค์ พรหมวงค์ (2556) สื่อประสมจะช่วยให้ ผูเ้ รียนมปี ระสบการณ์ได้ค้นพบวิธีการทจี่ ะเรียนในส่ิง
ทต่ี อ้ งการได้ดว้ ยตนเองมากยิ่งขึ้น นอกจากน้นั ยังทำให้ผ้เู รียนเกิดการเรยี นร้แู บบค่อยเป็นคอ่ ยไป

2) ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน

ความหมายของผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น
วิลสัน (Wilson, 1971) ได้กล่าวว่า ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นวิชาคณติ ศาสตร์น้นั
หมายถงึ ความสามารถทางสติปัญญาในการเรยี นร้วู ชิ าคณิตศาสตร์ สามารถจำแนกได้ 4 ระดับ คอื
1) ความรคู้ วามจำด้านการคำนวณ
2) ความเข้าใจ
3) การนำไปใช้
4) การวิเคราะห์

มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราช (2559) ได้ใหค้ วามหมายว่า ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหรือผลการ
เรียนรู้ หมายถงึ ความรู้หรือทักษะทไ่ี ด้จากการเรียนรู้ในรายวิชาตา่ ง ๆ ทก่ี ำหนดไว้ในหลักสูตรเพอ่ื ให้ผู้เรียนมี
ความร้คู วามสามารถและนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้

จากขา้ งต้น ผ้วู ิจัยจึงสรุปความหมายของผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นไดว้ ่าผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนของ
นักเรยี นคือ ผลการเรยี นร้ขู องนกั เรยี น

3) งานวจิ ยั ทเี่ กย่ี วขอ้ ง

จิราวรรณ เทพจนิ ดา (2551) ศกึ ษาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนวชิ าคณติ ศาสตร์ เรื่อง ทฤษฎีบทพีทา
โกรสั โดยการใช้สอ่ื ประสม ของนกั เรยี นช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรยี นวดั เขาศรวี ชิ ยั จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบวา่
ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนวชิ าคณติ ศาสตร์ เร่ือง ทฤษฎีบทพีทาโกรสั ของนักเรยี นช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 2 ทเ่ี รยี นโดย
ใชส้ ือ่ ประสมหลงั เรยี นสงู กวา่ กอ่ นเรยี น และสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 60 อย่างมนี ยั สำคัญทางสถติ ทิ ่ี ระดับ 0.01

มยุรตั น์ ธนิ ะ (2552) ศึกษาการพัฒนาความรู้สึกเชงิ ปริภูมขิ องนกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1 โดยการ
ใชส้ ่อื ประสม พบว่า ความรสู้ ึกเชิงปรภิ มู ิของนักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ในช่วงหลังเรียนสงู กว่าช่วงกอ่ นเรยี ง
อย่างมนี ัยสำคญั ทางสถิตทิ ร่ี ะดบั 0.05

สุลักขณา คุ้มทรัพย์ (2555) ได้ศึกษาผลการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้โดยใชส้ ือ่ ประสมเชื่อมโยงกบั
สถานการณ์จริง เรื่อง วธิ ีเรียงสบั เปลย่ี นและวิธีจัดหมู่ ทม่ี ตี ่อความสามารถในการวเิ คราะหแ์ ละแรงจงู ใจใฝ่
สมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นวชิ าคณิตศาสตรข์ องนักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 พบว่า แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิท์ างการเรยี น
วชิ าคณติ ศาสตรห์ ลังทดลองสูงกวา่ ก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทร่ี ะดับ 0.01

จากการศึกษาเอกสารและงานวจิ ยั ทเ่ี กีย่ วข้องพบวา่ การใช้สื่อประสมสามารถพัฒนาผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี นวชิ าคณติ ศาสตร์ได้ ผวู้ จิ ยั จึงสนใจทจ่ี ะนำมาใช้พฒั นาผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นของนักเรียนช้นั
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5

6

บทที่ 3
วธิ ดี ำเนินการวจิ ยั

การวิจยั เรอ่ื ง ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้คณิตศาสตรโ์ ดยใช้ส่ือประสมที่มตี ่อผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนวชิ าคณติ ศาสตรข์ องนักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ผวู้ ิจัยไดด้ ำเนินการวิจัยตามข้นั ตอนดงั ต่อไปนี้

1. การศกึ ษาเอกสาร ตำรา และรายงานการวิจัยท่ีเกยี่ วข้อง
2. การออกแบบการวจิ ยั
3. การกำหนดประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง
4. การพฒั นาเคร่ืองมือที่ใชใ้ นการวิจัย
5. การดำเนินการทดลองและเกบ็ รวบรวมข้อมลู
6. การวิเคราะห์ข้อมูล
ซง่ึ แตล่ ะขน้ั ตอนมรี ายละเอยี ดดงั ตอ่ ไปน้ี

1. การศกึ ษาเอกสารตำราและรายงานการวจิ ยั ที่เกย่ี วขอ้ ง
ผู้วจิ ัยไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ เอกสารและงานวิจยั ท่ีเก่ียวข้องทง้ั ในประเทศและต่างประเทศเพ่ือเปน็ ข้อมลู

และแนวทางในการทำวจิ ัย ดังนี้
1.1 ศกึ ษาเอกสาร วารสาร ตำรา ขอ้ มูลจากหอ้ งสมดุ และอินเตอรเ์ นต็ งานวิจยั ทเ่ี กี่ยวขอ้ งทงั้ ใน

ประเทศและต่างประเทศเพอ่ื วิเคราะห์ประเด็นทเ่ี ป็นปัญหาในการทำวจิ ยั และศกึ ษาแนวทางดำเนนิ การ
วิจัย พรอ้ มทั้งศึกษาการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้คณิตศาสตรโ์ ดยส่ือประสม และแนวทางการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนวิชาคณติ ศาสตร์

1.2 ศกึ ษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ศกึ ษาขอ้ มลู เก่ียวกบั มาตรฐานการเรียนรู้
ตัวช้ีวดั สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์พน้ื ฐาน ระดบั มัธยมศึกษาชน้ั ปที ่ี 5 เร่ือง ลำดับเลขคณติ หนังสอื อ่าน
ประกอบอืน่ ๆ เพ่ือเป็นแนวทางในการจดั ทำแผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์

1.3 ศึกษาเอกสาร วารสาร ตำรา และข้อมลู จากอินเตอร์เนต็ ท่ีเกย่ี วข้องกับวิธกี ารวิจยั หลกั การวดั
และประเมินผลการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ งานวจิ ยั ที่เกีย่ วข้องกบั หลกั การและวิธีสรา้ งแบบวดั ผลสมั ฤทธ์ิ
ทางการเรียนวชิ าคณิตศาสตร์ และเกณฑ์การประเมินเพ่ือเป็นแนวทางในการสร้างแบบวัดผลสัมฤทธท์ิ างการ
เรียนวชิ าคณติ ศาสตร์

7

2. การออกแบบการวจิ ยั

การวจิ ัยครัง้ น้ใี ช้ระเบยี บวิธีการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi Experimental Study) ทป่ี ระกอบดว้ ยกลุม่
ทดลอง 1 กลุ่ม โดยมแี บบแผนการทดลองมลี ักษณะดังนี้

ตารางที่ 2 แบบแผนการทดลอง

กลมุ่ ทดสอบกอ่ นการทดลอง ทดลอง ทดสอบหลงั การทดลอง
ตวั อยา่ ง

E - ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนวชิ า X - ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น
คณติ ศาสตร์ เรื่อง ลำดบั เลขคณติ วชิ า คณิตศาสตร์ เรอื่ ง ลำดบั เลขคณิต

สญั ลกั ษณท์ ใี่ ชใ้ นรปู แบบการวจิ ยั
E แทน กลมุ่ ทดลอง (Experimental Group)
C แทน กลุ่มควบคมุ (Control Group)
X แทน การจดั กิจกรรมการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์โดยใช้ส่อื ประสม

3. การกำหนดประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง
ประชากรท่ีใช้ในการวิจัยคร้งั น้ี เปน็ นักเรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 โรงเรยี นบรบอื วิทยาคาร

กลมุ่ ตัวอย่างท่ใี ช้ในการวจิ ัยคร้งั นี้ ใช้การเลอื กแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เป็นนกั เรียนชั้น
มัธยมศึกษาปที ี่ 5/8 ท่กี ำลงั ศึกษาอย่ใู นภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2563 โรงเรยี นบรบือวิทยาคาร

4. การพฒั นาเครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั
เครอื่ งมอื ท่ีใชใ้ นการวจิ ัยมี 2 ชนิด คือ แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นเรียนรโู้ ดยใช้รูปแบบการสอน

คณติ ศาสตร์ท่เี นน้ ความเขม้ ข้นของมโนทศั น์ และแผนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตรแ์ บบปกตแิ ละ
เครอื่ งมอื ท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมขอ้ มูล ประกอบดว้ ย แบบวดั มโนทศั น์ทางคณติ ศาสตร์และแบบวัด
ความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้ทางคณติ ศาสตรจ์ ำนวน 2 ฉบับ

4.1 การพฒั นาเครอ่ื งมอื ท่ใี ชใ้ นการทดลอง
4.1.1 แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตรโ์ ดยใชร้ ปู แบบการสอนคณติ ศาสตรท์ ่เี นน้

ความเขม้ ขน้ ของมโนทัศน์
แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนร้คู ณิตศาสตรโ์ ดยใชส้ ือ่ ประสม ผูว้ ิจัยดำเนินการสร้าง ดงั นี้

8

4.1.1.1 ศกึ ษาแนวคิด ทฤษฎี จากเอกสารและงานวิจัยทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั การจัดกจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยใช้
สอื่ ประสม ซ่งึ ในการวจิ ยั ครั้งนี้ผวู้ ิจยั จัดกจิ กรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยมีขั้นตอนในการจัดกจิ กรรม ดงั นี้

ขั้นเตรยี มความพรอ้ มสรา้ งแรงจูงใจ
เป็นขัน้ ทท่ี ำให้ผูเ้ รียนเกดิ แรงจงู ใจทีด่ ตี ่อการเรียน มีความใฝ่เรียน มกี ารใชส้ ่ือประสมอาจ

เริ่มจากส่ือทที่ ำให้นักเรียนเกิดการคล้อยตามอยากจะศึกษาบทเรียน หรอื อาจเกิดจากการเลน่ เกมสเ์ ปน็ ตน้
สอ่ื ท่ใี ช้ zoom, พรเี ซนทเ์ ทชัน, Quizizz , ส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์, DLIT, facebook เปน็ ต้น

ขั้นจดั กจิ กรรม

เปน็ ขน้ั ท่ที ำให้ผเู้ รยี นเกดิ การเรียนรู้ โดยใชส้ อื่ ท่ที ำใหผ้ ู้เรียนสามารถสร้างความรู้ได้ และ
ไดร้ ับความรูจ้ ากการบรโิ ภคสื่อนน้ั และมีการฝกึ ใชค้ วามรทู้ ่ีได้ในคาบเรยี น
สอ่ื ทีใ่ ช้ zoom, พรเี ซนท์เทชัน, Quizizz , สือ่ อิเลก็ ทรอนิกส์, DLIT, เอกสารประกอบการเรียน, ใบงาน
google classroom, , facebook เป็นต้น

ข้ันสรปุ ความรู้
เปน็ ข้นั ทน่ี กั เรยี นรว่ มสรุปความรูท้ ี่ได้รบั ร่วมกับครู โดยครมู ีหนา้ ท่ีคอยชว่ ยเหลือและแก้ไข

ขอ้ บกพร่องท่เี กิดขึ้นในคาบเรียน
4.1.1.2 ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนบรบอื วทิ ยาคาร ที่พฒั นาตามหลักสูตรแกนกลาง

การศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ รวมถงึ ศึกษา
มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชวี้ ดั จดุ ประสงค์การเรียนรู้ รายละเอยี ดของเน้ือหาวิชา กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้การ
วัดและประเมินผล และแบ่งเนื้อหาให้เหมาะสมกบั เวลาที่จะดำเนนิ การสอน

4.1.1.3 วิเคราะห์จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม สำหรับเนื้อหาที่จะใช้ในการทดลองซ่ึงประกอบด้วย
เร่อื ง ลำดับเลขคณติ

4.1.1.4 เขียนแผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูท้ ่ผี วู้ จิ ัยสร้างขน้ึ ครอบคลุมเน้ือหาเร่อื ง ลำดับเลขคณิต
จำนวน 6 แผน ใชส้ อน 8 คาบ โดยแผนการจัดการเรียนรู้แตล่ ะแผนระบรุ ายละเอยี ดหัวข้อเรื่อง มาตรฐานการ
เรียนรู้ ตัวชี้วัด จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ กจิ กรรมการเรียนรู้คณติ ศาสตรโ์ ดยใชส้ ่ือ
ประสม ส่ือการเรยี นรู้ และการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้

4.2 การพฒั นาเครอื่ งมอื ท่ีใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู

เครอื่ งมือที่ใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ประกอบด้วย

4.2.1 แบบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นวชิ าคณิตศาสตร์ ซ่ึงเป็นข้อสอบชนดิ เลือกตอบ 4
ตวั เลือก จำนวน 10 ข้อ มี 2 ฉบบั โดยฉบับกอ่ นเรยี นและหลังเรียนครอบคลุมเนื้อหา ลำดับเลขคณิต เกณฑ์
การใหค้ ะแนนคือ คำตอบทถี่ ูกข้อละ 1 คะแนน คำตอบทีผ่ ิดขอ้ ละ 0 คะแนน ซงึ่ มรี ายละเอยี ดวิธีการสร้างแบบ
วัดมโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์ ดงั ต่อไปนี้

9

4.2.1.1 ศึกษาวิธีการสรา้ งแบบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนวชิ าคณิตศาสตรจ์ ากตำรา
เอกสาร และงานวจิ ยั ที่เกี่ยวข้อง เพ่ือกำหนดกรอบแนวคิดและรูปแบบที่เหมาะสมในการสร้างแบบวัด
ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นวิชาคณิตศาสตร์เร่ืองลำดบั เลขคณิต

4.2.1.2 ศึกษาเนื้อหาคณติ ศาสตร์เรื่อง ลำดบั และอนกุ รม จากหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษา
ข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)

4.2.1.3 สรา้ งแบบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตรเ์ รื่องลำดับเลขคณิต
จำนวน 10 ขอ้ ผา่ นออนไลน์ โดยใช้แอปพลิเคชน่ั Quizizz แล้วนำไปใช้

5) การดำเนนิ การทดลองและการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู

ในการวจิ ยั ครง้ั นีผ้ วู้ ิจยั ทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลดังน้ี

คาบกจิ กรรม
คาบที่ 1 - ดำเนินการทดสอบกอ่ นเรียนโดยใชแ้ บบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวชิ า คณติ ศาสตร์
เรื่อง ลำดับเลขคณติ จำนวน 20 ข้อ รวบรวมคะแนน
คาบที่ 2 - แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1 ความหมายของลำดับเลขคณิต
คาบที่ 3 - แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 การหาพจน์ท่วั ไปของลำดบั เลขคณิต1
คาบท่ี 4 - แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 การหาพจน์ทวั่ ไปของลำดับเลขคณิต2
คาบที่ 5 - แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4 การหาพจน์ทั่วไปของลำดบั เลขคณิต3
คาบท่ี 6 - แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 5 การหาจำนวนพจน์ของลำดับเลขคณิต
คาบที่ 7 - แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 6 การประยุกตล์ ำดบั ในชวี ิตจริง
คาบท่ี 8 - ดำเนินการทดสอบหลังเรียนโดยใชแ้ บบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นวิชา คณิตศาสตร์
เรื่อง ลำดบั เลขคณติ จำนวน 20 ขอ้ และรวบรวมคะแนน

6. การวเิ คราะหข์ อ้ มลู

ผวู้ ิจัยนำผลการทดสอบจากแบบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นวชิ าคณิตศาสตรเ์ ร่ือง ลำดับเลขคณติ
มาตรวจใหค้ ะแนนแล้ววิเคราะหข์ ้อมลู โดยทำการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ดังน้ี

6.1 เปรยี บเทียบผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นของนักเรียนกบั เกณฑข์ น้ั ต่ำรอ้ ยละ 50 โดยใชค้ ะแนนที่ได้
จากแบบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นวชิ าคณติ ศาสตร์เร่อื ง ลำดับเลขคณิต มาหาคา่ เฉล่ียเลขคณติ คา่ สว่ น
เบีย่ งเบน มาตรฐาน และทดสอบค่าเฉล่ียเลขคณิตแบบเทยี บเกณฑ์ (one sample t-test)

10
6.2 เปรียบเทียบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรยี นระหว่างก่อนการทดลองและหลังการทดลอง
โดยใช้คะแนนที่ได้จากการทำแบบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนวิชาคณติ ศาสตร์ฉบับก่อนการทดลองและหลังการ
ทดลอง มาหาค่าเฉลย่ี เลขคณิต ค่าสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกตา่ งของค่าเฉล่ียเลขคณติ
ดว้ ยการทดสอบคา่ ที (t-test dependent)

11

บทที่ 4

ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู

การวจิ ยั เรอ่ื ง ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรคู้ ณติ ศาสตรโ์ ดยใช้สอ่ื ประสมที่มตี ่อผลสัมฤทธ์ิทางการ

เรียนวชิ าคณติ ศาสตรข์ องนักเรยี นช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยข้อมูลท่ีได้จากการเกบ็ รวบรวมผู้วิจยั นำมา

วิเคราะห์ สามารถนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมลู ดงั นี้

ตอนท่ี 1 ผลการเปรยี บเทยี บผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นของนักเรยี นกับเกณฑร์ ้อยละ 50 ในการ

เปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนของนักเรยี นของนักเรียนทีไ่ ด้รับการจดั กิจกรรมการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์

เร่อื ง ลำดบั เลขคณติ โดยใช้ส่ือประสมกบั เกณฑร์ ้อยละ 50 ผวู้ จิ ัยนำคะแนนจากแบบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน

ไปหาค่าเฉล่ียเลขคณิตและส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลแสดงไดด้ ังนี้

ตารางท่ี 1 แสดงคา่ เฉล่ียเลขคณติ ( ̅) สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าที (One Sample t-test )

ของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นฉบับหลังเรยี นเทียบกับเกณฑร์ ้อยละ 50

กลมุ่ ตวั อยา่ ง n ( ̅) (S.D.) t

กลมุ่ ทดลอง 34 8.15 2.41 7.602*

*p<.05
จากตารางท่ี 1 พบวา่ คะแนนค่าผลสัมฤทธิ์ทางคณติ ศาสตร์ เรื่อง ลำดบั เลขคณติ ของนกั เรียนมคี ่าเฉล่ีย

เลขคณิตเท่ากบั 8.15 จากคะแนนเตม็ 10 คะแนน สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.40 และเม่ือทดสอบ
สมมติฐานโดยใช้การ ทดสอบความแตกตา่ งระหว่างคา่ เฉลี่ยเทียบเกณฑ์ (One Sample t-test) พบวา่ คะแนน
ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรยี นวิชาคณติ ศาสตร์ของนักเรียนทีเ่ รียนดว้ ยการจัดกจิ กรรมการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์เรื่อง
ลำดับเลขคณติ โดยใชส้ ่ือประสมสงู กวา่ เกณฑร์ ้อยละ 50 (10 คะแนน) อย่างมีนยั สำคัญทางสถิติที่ระดบั 0.05

ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในช่วงก่อนเรยี นและหลงั เรยี น

ในการเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนของนกั เรียนที่ได้รับการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

คณติ ศาสตร์ เรื่อง ลำดับเลขคณติ โดยใชส้ ื่อประสมในชว่ งก่อนเรียนและหลงั เรยี น ผ้วู ิจยั นำคะแนนจากแบบ

วดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการ เรียนทั้งสองฉบับ ไปหาคา่ เฉลยี่ เลขคณิตและส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน ผลการวเิ คราะห์

ขอ้ มลู แสดงได้ดังนี้

ตารางที่ 2 แสดงคา่ เฉลี่ยเลขคณติ ( ̅) สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าที (t-Paired

Sample Test) ของคะแนนผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นในช่วงก่อนเรียนและหลงั เรยี น

กลุ่มตัวอยา่ ง n ( ̅) (S.D.) t

กอ่ นเรยี น 34 3.79 2.40 16.751*

หลังเรียน 34 8.15 2.41

*p<.05

12

จากตารางที่ 2 พบวา่ คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวชิ าคณติ ศาสตรก์ ่อนเรียนของนักเรียนมีคา่ เฉลย่ี
เลขคณติ เท่ากับ 3.79 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากบั 2.40 และคะแนน
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นวชิ าคณิตศาสตรห์ ลังเรียนของนักเรียน มคี ่าเฉลี่ยเลขคณิตเท่ากบั 8.15 จากคะแนน
เต็ม 10 คะแนน ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐานเทา่ กับ 2.41 และเม่อื ทดสอบสมมติฐานโดยใช้การทดสอบความ
แตกตา่ งระหว่างค่าเฉลีย่ สองค่าท่ไี ด้จากกล่มุ ตวั อยา่ งสองกลมุ่ ท่ไี ม่เปน็ อิสระจากกนั (t-Paired Sample
test) พบวา่ คะแนนผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นวิชาคณิตศาสตรข์ องนักเรียนกลมุ่ ที่เรียนดว้ ยการจัดกจิ กรรมการ
เรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ เรื่อง ลำดับเลขคณิต โดยใชส้ ือ่ ประสมในชว่ งหลงั เรยี นสงู กวา่ ก่อนเรียนอย่างมีนยั สำคญั
ทางสถติ ทิ ร่ี ะดับ 0.05

13

บทท่ี 5

อภปิ รายผลการวจิ ยั

การวิจยั เรือ่ งผลการจัดกิจกรรมการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์โดยใชส้ ื่อประสมท่ีมีตอ่ ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น
วชิ าคณติ ศาสตรข์ องนักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 มวี ัตถปุ ระสงค์ของการวจิ ัยดังน้ี

1) เพ่ือเปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณติ ศาสตร์ เรื่อง ลำดับเลขคณิต ของนักเรียนช้นั
มธั ยมศึกษาปีท่ี 5/8 ที่ไดร้ ับการจัดกิจกรรมการเรยี นรโู้ ดยใชส้ ่อื ประสมกับเกณฑร์ ้อยละ 50

2) เพ่ือเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นวชิ า คณติ ศาสตร์ เรอ่ื ง ลำดบั เลขคณติ ของนักเรยี นชั้น
มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5/8 ท่ไี ด้รบั การจัดกจิ กรรมการเรยี นร้โู ดยใช้ส่อื ประสมในชว่ งก่อนเรยี นและหลงั เรียน

ประชากรทใี่ ชใ้ นการวจิ ยั ครง้ั นี้ เปน็ นักเรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5/8 โรงเรยี นบรบือวิทยาคาร กลุ่ม
ตัวอยา่ งท่ใี ช้ในการวจิ ัยครัง้ น้ี ใช้การเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เป็นนักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปี
ที่ 5/8 ที่กำลงั ศึกษาอยู่ในภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563 โรงเรียนบรบอื วิทยาคาร ผลการวจิ ยั สรุปพบว่า
1) นกั เรียนท่ีไดร้ ับการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ เร่ือง ลำดบั เลขคณิต โดยใชส้ ื่อประสมมีผลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี นวิชาคณิตศาสตร์สงู กวา่ ร้อยละ 50 อย่างมีนัยสำคัญทางสถติ ทิ ร่ี ะดับ 0.05 และ 2) นักเรียนที่
ไดร้ ับการจดั กจิ กรรมการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ เร่ือง ลำดบั เลขคณติ โดยใชส้ อื่ ประสมมผี ลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น
วิชาคณิตศาสตรใ์ นช่วงหลังเรียนสงู กวา่ ช่วงก่อนเรยี น อยา่ งมนี ยั สำคัญทางสถติ ทิ ี่ระดบั 0.05

อภปิ รายผลการวจิ ยั

จากผลการวจิ ยั ทไี่ ด้ว่า นกั เรยี นท่ีได้รบั การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ เร่ือง ลำดับเลขคณิต
โดยใชส้ อ่ื ประสมมผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นวิชาคณติ ศาสตร์สูงกว่าร้อยละ 50 อย่างมีนัยสำคญั ทางสถติ ทิ ี่ระดบั
0.05 และนักเรียนที่ได้รับการจดั กจิ กรรมการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ เรื่อง ลำดับเลขคณติ โดยใช้สอ่ื ประสมมี
ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนวชิ าคณติ ศาสตรใ์ นช่วงหลังเรยี นสงู กวา่ ชว่ งกอ่ นเรยี น สามารถอภิปรายผลได้ดงั น้ี

1) สือ่ ประสม เปน็ การนำสอื่ การสอนที่หลากหลายมาใช้ในการจดั การเรียนการสอน เช่น พรีเซนทเ์ ท
ชนั (Powerpoint), Quizizz, ส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์, DLIT หรอื Youtube ผ่าน Platform ทางการศึกษาของ
Google Classroom เปน็ ต้น ซึง่ ทำใหผ้ เู้ รียนเขา้ ถึงบทเรียน จากการใชส้ ือ่ ที่ผสมผสานกนั ซงึ่ สอดคล้องกับ
แนวคิดของ ชยั ยงค์ พรหมวงค์ (2556) วา่ สอื่ ประสมจะช่วยให้ ผเู้ รยี นมปี ระสบการณ์ได้คน้ พบวิธกี ารท่จี ะเรยี น
ในสิ่งทีต่ ้องการได้ด้วยตนเองมากยิ่งขนึ้ นอกจากนั้นยังทำให้ผ้เู รียนเกิดการเรียนรูแ้ บบค่อยเป็นค่อยไป

2) การนำสื่อหลากหลายมาใช้ในการจัดการเรยี นการสอนทำให้นักเรียนเกดิ การเรยี นร้อู ย่างมี
ความหมายและส่งผลใหม้ ีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นทส่ ูงขึน้ ซงึ่ สอดคล้องงานวิจัยของสลุ ักขณา คมุ้ ทรัพย์
(2555) ซง่ึ ศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรโู้ ดยใชส้ ื่อประสมเช่อื มโยงกับสถานการณจ์ ริง เรื่อง วิธีเรยี ง
สบั เปลย่ี นและวิธีจัดหมู่ ท่ีมีต่อความสามารถในการวิเคราะห์และแรงจงู ใจใฝ่สัมฤทธ์ทิ างการเรียนวิชา
คณติ ศาสตร์ของนกั เรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 พบวา่ แรงจูงใจใฝส่ มั ฤทธทิ์ างการเรยี น วิชาคณติ ศาสตรห์ ลัง
ทดลองสูงกวา่ กอ่ นทดลองอย่างมนี ัยสำคัญทร่ี ะดบั 0.01

14

ขอ้ เสนอแนะที่ไดจ้ ากงานวจิ ยั
1) นอกจากสือ่ ประสมทค่ี รนู ำไปใช้แล้ว อกี ประเด็นท่ีครคู วรตระหนกั ถึงคือรปู แบบการสอนทีค่ รูใช้

สอนควรเอ้ือให้นกั เรียนสรา้ งความรู้ด้วยตนเอง เพอื่ ทำให้ความรู้ท่นี ักเรยี นสร้างมีความคงทน
2) การนำส่อื ประสมไปใชใ้ นห้องเรยี นนั้น ถ้าเปน็ สื่อประเภทวดี ที ัศน์ สิง่ ท่คี รูควรตระหนักคือ สื่อไมใ่ ช่

ครู ไม่สามารถแทนครไู ด้ ดังนั้น ครจู ำเป็นทจี่ ะต้องเช่ือมโยงความรู้ มกี ารอธบิ ายเพ่ิม หรือบรรยายประกอบ
พรอ้ มเป็นผชู้ ้แี นะและให้คำปรึกษาแก่นกั เรยี นได้

15

บรรณานกุ รม

ภาษาไทย

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2560). หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 และมาตรฐาน

การเรยี นรแู้ ละตัวชี้วดั ฯ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560). กรงุ เทพฯ: ครุ สุ ภา ลาดพรา้ ว

จริ าวรรณ เทพจินดา. (2551). การศกึ ษาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนวชิ าคณิตศาสตร์ เรือ่ งทฤษฎบี ทพีทาโกรสั
โดยการใช้สอื่ ประสมของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรยี นวัดเขาศรวี ิชยั จังหวัดสรุ าษฎร์ธานี.
วทิ ยานิพนธม์ หาบณั ฑิต. มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.

ชยั ยงค์ พรหมวงค.์ (2556). ระบบสอื่ การสอน. กรงุ เทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปรียาพร วงศ์
อนุตรโรจน์. (2543). จติ วทิ ยาการศึกษา. กรงุ เทพฯ: พิมพด์ ี.
มยุรัตน์ ธนิ ะ. (2552).การพฒั นาความร้สู กึ เชงิ ปริภมู ิของนักเรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 โดยการใชส้ ่อื ประสม.

วิทยานพิ นธ์มหาบณั ฑิต. มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่.
มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธิราช. (2554). เทคโนโลยแี ละสื่อการสอน หนว่ ยท่ี 1-7. กรงุ เทพฯ:

มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช.
ยพุ ิน พิพิธกลุ . (2545). การเรียนการสอนคณติ ศาสตร์. กรงุ เทพฯ: บพธิ การพิมพจ์ ากดั .
สายพณิ ล้ำเลิศ. (2559).ผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้กระบวนการ RMT ร่วมกับ แนวคิด

การเสริมต่อการเรยี นรูท้ ่ีมีตอ่ มโนทัศนแ์ ละความสามารถในการแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ของ นักเรยี น
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 3. วทิ ยานพิ นธ์มหาบณั ฑิต. จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สลุ กั ขณา คุ้มทรพั ย์. (2555). ผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้โดยใชส้ ือ่ ประสมเชื่อมโยงกบั สถานการณจ์ ริง เรอ่ื ง
วธิ ีเรยี งสบั เปลี่ยนและวธิ จี ัดหมู่ ที่มีต่อความสามารถในการวเิ คราะห์และแรงจงู ใจใฝส่ มั ฤทธ์ทิ างการ
เรยี นวิชาคณติ ศาสตร์ของนักเรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์มหาบณั ฑติ .
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ภาษาองั กฤษ
Erickson. (1968). Administering Instruction Media Program. New York: Macmillan Company.
Good. (1973). Dictionary of Education. 3 rd ed. New York: Mc Graw-hill Book Company.
Wilson. (1971). Evaluation of Learning in Secondary School Mathematics. Handbook on

Formative and Summative Evaluation of Student Learning.

ภาคผนวก

ภาคผนวก ก.
การจดั กจิ กรรมในชน้ั เรยี น











ภาคผนวก ข.
คะแนนนักเรยี น

คะแนนผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นของนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5/8

ลำดบั ท่ี รหสั นกั เรยี น ชอ่ื – สกลุ กอ่ นเรยี น หลงั เรยี น

1 25541 นายศุภชนะ สวุ รรณ์ 03

2 25699 นายเกรกิ เกียรติ แสนสุรนิ ทร์ 2 9

3 25750 นายปริญญา แก้วกนั ยา 39

4 25783 นายฟงธวนิ พรมทอง 49

5 25785 นายสิริวัช แซ่โกย 04

6 25824 นายอสิ รายทุ ธ นพู ิมพ์ 5 10

7 25864 นายศุภกฤษ หมายดี 03

8 25982 นายสทิ ธิกร แสงสุข 15

9 27584 นายปยิ วัฒน์ พลกนั ยา 5 10

10 27585 นายภรู ภิ ทั ร บญุ ประคม 03

11 27586 นายวรเมธ ไตรสุนทร 06

12 25602 นางสาวกญั ยารัตน์ ไปได้ 49

13 25690 นางสาวภีรดา นาถเหนอื 2 10

14 25794 นางสาวธรี าภรณ์ ปะฏโิ ก 6 10

15 25796 นางสาวนริ ัญรกั ษ์ นนทะเสน 7 10

16 25805 นางสาววรฐิตา พเิ มย 46

17 25813 นางสาวโสวิภา ศรีพระนาม 7 10

18 25827 นางสาวจนั ทกานต์ กจิ พทิ กั ษ์ 3 9

19 25830 นางสาวณชิ านันท์ ทวยมาตร 04

ลำดบั ที่ รหสั นักเรยี น ชอ่ื – สกลุ กอ่ นเรยี น หลงั เรยี น

20 25832 นางสาวธนพร นราศร 3 10

21 25833 นางสาวธญั ญลกั ษณ์ ชมเชย 3 7

22 25834 นางสาวธิมาพร ทบึ หลวง 48

23 25835 นางสาวนนั คณา ลาฝอย 47

24 25841 นางสาววณติ ตา สุดาเดช 69

25 25853 นางสาวอนธุ ิดา ศรีพฤกษภ์ ูมิ์ 5 10

26 25872 นางสาวนรุณี ทศราช 5 10

27 25875 นางสาวปริยากร ยอดแคลว้ 6 10

28 25876 นางสาวพรชนติ ว์ สันโดษ 7 10

29 25884 นางสาวอาภสั รา เครอื ฟ้า 5 10

30 26540 นางสาวศศมิ าพร จันทรส์ ด 3 8

31 26560 นางสาวกาญจนา กุลสวุ รรณ 4 10

32 27587 นางสาวชลธชิ า เกดิ หาญ 6 10

33 27588 นางสาวภาณุมาศ พาหุพนั ธโ์ุ ต 7 10

34 27589 นางสาวรัญธดิ า อาสาทำ 89






Click to View FlipBook Version