The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มที่ 1 - พัฒนาการประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ต ตัวจริง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jsweet197854, 2020-06-28 22:45:33

เล่ม 1 พัฒนาประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ต

เล่มที่ 1 - พัฒนาการประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ต ตัวจริง

+

เล่มที่ 1 พัฒนาการประวตั ิศาสตร์เมอื งภูเกต็

คานา

หนังสอื อา่ นเพิ่มเติม เรื่อง “ประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ต” จัดทาข้ึนเพื่อใช้เป็นส่ือ
การเรียนการสอนเสริมกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ในรายวิชา ประวัติศาสตร์ (ส 15102) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาล
ปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ฯ สังกัดสานักการศึกษา เทศบาลนครภูเก็ต อาเภอเมือง
ภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ซึ่งรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย ได้แก่ การสัมภาษณ์
การสอบถาม การศึกษาและการจดบันทึกจากสถานที่จริง รวบรวมข้อมูลจาก
วิทยานพิ นธ์ ขอ้ มลู ของท้องถ่ิน ขอ้ มูลพื้นฐานของจังหวัดภเู ก็ต สบื คน้ จากหลักฐานทาง
ประวัติศาสตร์ หนังสือประวัติศาสตร์ท่ีเขียนโดยกลุ่มผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ต
และสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต โดยหนังสืออ่านเพิ่มเติม เร่ือง ประวัติศาสตร์เมือง
ภเู กต็ น้ี แบ่งเนื้อหาออกเปน็ 6 เล่ม ประกอบด้วย

เลม่ ที่ 1 พัฒนาการประวัตศิ าสตรเ์ มอื งภเู กต็
เล่มที่ 2 ศกึ ถลาง 2328
เลม่ ท่ี 3 ภูเกต็ เมืองแหง่ พระราชทรัพยข์ องแผ่นดิน
เลม่ ที่ 4 บรรพชนผู้สร้างเมืองภูเกต็
เล่มท่ี 5 ภเู กต็ ดินแดนแหง่ อารยธรรม
เล่มที่ 6 โบราณสถาน โบราณวตั ถุ เมอื งภูเก็ต
ผ้จู ัดทาหวงั เป็นอย่างยิ่งว่า หนังสืออา่ นเพิม่ เตมิ เรื่อง ประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ต
เล่มน้ีจะเป็นประโยชน์แก่ผู้เรียนในเรื่องต่างๆ เช่น พัฒนาการของประวัติศาสตร์เมือง
ภูเก็ต การทาศึกถลาง ปี พ.ศ.2328 การทาเหมืองแร่ดีบุก อารยธรรมในด้านต่างๆ
รวมท้ังแหล่งโบราณสถาน โบราณวัตถุของเมืองภูเก็ต ท่ีทรงคุณค่าบอกเล่าเร่ืองราว
ความเปน็ มาในครั้งอดตี สร้างความภาคภมู ิใจ รักและหวงแหนในความเปน็ ทอ้ งถิ่นตน
ผู้จัดทาขอขอบพระคุณผู้ที่ให้ความช่วยเหลือในการจัดทาหนังสือเล่มน้ี
ผู้เช่ียวชาญและผู้ท่ีเก่ียวข้องทุกท่านท่ีให้คาแนะนาในการพัฒนาหนังสือ คณะครูและ
นักเรียนท่ีให้ความร่วมมือในการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม คณะครูผู้ร่วมเผยแพร่ผลงาน
ทางวชิ าการและนาไปใช้กับนักเรียนในโรงเรียนต่างๆ

จันทนา ภมุ มาบุตร

หนังสืออ่านเพม่ิ เตมิ : ประวตั ศิ าสตร์เมอื งภเู กต็ จนั ทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ที่ 1 พฒั นาการประวตั ศิ าสตร์เมืองภเู กต็ ก

สารบัญ หน้า

เร่ือง ง
คาชีแ้ จง จ
คาแนะนาสาหรับครู ฉ
คาแนะนาสาหรับนักเรียน 1
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั /จุดประสงค์การเรียนรู้ 4
แบบทดสอบก่อนเรยี น 5
พัฒนาการประวตั ศิ าสตร์เมอื งภเู กต็ 8
8
สมัยกอ่ นประวตั ศิ าสตร์ 10
ยุคตามพรลงิ ค์-ศิริธรรมนคร 12
สมยั สุโขทยั 21
สมัยอยธุ ยา-ธนบุรี 26
สมยั รตั นโกสินทร์ 29
ทมี่ าของชอ่ื ถลาง ภูเก็จ ภเู กต็ 30
ใบกิจกรรมที่ 1 31
แบบฝกึ หดั ท่ี 1 32
ใบกจิ กรรมท่ี 2 33
แบบฝึกหดั ที่ 2 34
ใบกจิ กรรมที่ 3 37
แบบฝึกหดั ท่ี 3
แบบทดสอบหลงั เรียน 39
บรรณานุกรม 40
ภาคผนวก 41
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 42
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน 43
เฉลยแบบฝึกหัดที่ 1 44
เฉลยแบบฝกึ หดั ที่ 2
เฉลยแบบฝกึ หัดที่ 3
ประวตั ิผู้จัดทา

หนงั สืออ่านเพม่ิ เตมิ : ประวตั ศิ าสตรเ์ มืองภเู ก็ตจันทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ที่ 1 พัฒนาการประวตั ศิ าสตร์เมอื งภูเกต็ ข

คาชี้แจง
การใช้หนงั สอื อ่านเพ่ิมเติม

ความเปน็ มา

การเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สาระที่ 4
ประวัติศาสตร์ โรงเรียนเทศบาลปลกู ปญั ญา ในพระอุปถัมภฯ์ มีนโยบายให้นักเรียนได้
เรียนประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพ่ิมเติมตามความเหมาะสมในหน่วยการเรียนรู้ เพื่อเสริม
เน้ือหาของหลักสูตรแกนกลาง ผู้จัดทาเล็งเห็นว่านักเรียนในวัยนี้ ควรจะได้รับทราบ
เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับท้องถ่ินของตนเองในประเด็นต่างๆ ที่ไม่ยากนัก
และน่าสนใจ เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจ และเป็นผู้ให้ข้อมูลท้องถิ่นท่ีถูกต้องแก่ผู้
ทสี่ นใจได้ ผู้จัดทาจึงศึกษาค้นคว้าข้อมูลเก่ียวกับประวัติความเป็นมาของเมืองภูเก็ตใน
ประเด็นด้านต่างๆ นักเรียนสามารถศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล สร้างองค์ความรู้
เกีย่ วกบั ประวัตศิ าสตร์ของเมืองภูเก็ตได้ด้วยตนเอง และนาความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ให้
เกิดประโยชนไ์ ด้

วัตถปุ ระสงค์

1. เพือ่ เปน็ สอ่ื นวัตกรรมทม่ี ีเนื้อหาชดั เจนถูกตอ้ ง น่าสนใจและสะดวกในการใช้
2. เพอ่ื ส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถ่ิน ของนักเรียน

ในรายวิชา ประวัติศาสตร์ (ส 15102) ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5

ขอบขา่ ยและสว่ นประกอบ

หนงั สืออ่านเพิม่ เติม เรื่อง ประวตั ศิ าสตร์เมืองภูเก็ต ประกอบด้วย
เลม่ ท่ี 1 พฒั นาการประวัติศาสตร์เมืองภูเกต็
เลม่ ท่ี 2 ศึกถลาง 2328
เล่มที่ 3 ภูเก็ตเมืองแห่งพระราชทรัพย์ของแผน่ ดนิ
เล่มท่ี 4 บรรพชนผู้สร้างเมอื งภเู ก็ต
เลม่ ที่ 5 ภูเกต็ ดนิ แดนแหง่ อารยธรรม
เลม่ ท่ี 6 โบราณสถาน โบราณวตั ถุ เมอื งภูเก็ต

หนังสอื อ่านเพมิ่ เตมิ : ประวตั ศิ าสตรเ์ มอื งภเู ก็ตจนั ทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ที่ 1 พฒั นาการประวตั ิศาสตร์เมอื งภเู กต็ ค

แต่ละเล่มประกอบด้วย เนื้อหา ภาพประกอบ ใบกิจกรรม แบบฝึกหัด เฉลย
แบบฝึกหดั แบบทดสอบ เฉลยแบบทดสอบ บรรณานุกรมและประวัติผูจ้ ดั ทา

การนาหนังสอื อ่านเพ่ิมเตมิ ไปใช้

ผู้จัดทาไดก้ าหนดแผนการจดั การเรยี นรู้ จานวน 16 ช่ัวโมง เพื่อใช้สาหรับการ
เรียนการสอนประกอบ หนังสืออ่านเพิ่มเติม เร่ือง ประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ต สาหรับ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งแสดงข้ันตอนการดาเนินกิจกรรม วิธีการ
ประเมินผล เกณฑ์การประเมนิ ผล ส่อื การเรียนการสอนและแหลง่ เรยี นรู้

ประโยชน์ต่อนักเรียน

1. นักเรยี นได้รับทราบขอ้ มูลเกี่ยวกบั ประวัตศิ าสตรเ์ มอื งภูเก็ตท่ีถูกต้อง
2. ส่งเสริมใหน้ กั เรยี นมนี ิสัยรกั การอา่ นและใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์
3. นกั เรียนเกดิ ความภาคภูมิใจ รัก และหวงแหนความเปน็ ท้องถนิ่ ตนเอง
4. นกั เรยี นประยุกต์ความรู้ทีไ่ ดร้ บั ไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ได้

ประโยชน์ต่อผสู้ อน

1. ผู้สอนมีส่ือนวัตกรรมประเภท “หนังสืออ่านเพิ่มเติม”สาหรับใช้ในการ
จดั การเรยี นการสอน

2. ผู้สอนทราบความก้าวหน้าของนักเรียน โดยการตรวจจากการทาใบ
กิจกรรม แบบฝึกหัด การทาแบบทดสอบแต่ละเร่ืองทเ่ี รยี น

3. ผู้สอนสามารถจดั กิจกรรมการเรียนการสอนตามแนวปฏิรูปการเรียนรู้ที่ยึด
ผู้เรยี นเปน็ สาคัญ เนน้ การเรยี นรปู้ ระวตั ศิ าสตรข์ องทอ้ งถ่นิ และให้นักเรียน
ศกึ ษาหาความร้ไู ด้ด้วยตนเอง

หนงั สืออา่ นเพิม่ เตมิ : ประวตั ิศาสตร์เมืองภเู ก็ตจนั ทนา ภมุ มาบตุ ร

เล่มท่ี 1 พัฒนาการประวตั ิศาสตร์เมอื งภูเกต็ ง

คาแนะนาสาหรบั ครู

หนังสืออ่านเพ่ิมเติม เรื่อง ประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ต สาหรับนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีท่ี 5 เป็นหนังสืออ่านเพิ่มเติม ท่ีจัดทาข้ึนเพื่อใช้เป็นเครื่องมือสาหรับ
การเรียนการสอนให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ต ให้มีการ
พัฒนา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นสูงข้ึน บรรลุตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้

ในการเรยี นการสอนโดยใช้หนังสืออา่ นเพิม่ เตมิ ครูผสู้ อนควรปฏิบัตดิ ังนี้
1. ครูผู้สอนอ่านคาช้ีแจงของหนังสืออ่านเพิ่มเติม และทาความเข้าใจก่อนท่ี

จะนามาใช้ กบั ผเู้ รียน
2. หนังสืออ่านเพิม่ เติม เล่มท่ี 1 พัฒนาการประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ต ใช้คู่กับแผน

การจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น แผนที่ 2–4
ครผู ู้สอนควรศกึ ษาและปฏิบัติตามแผนการจดั การเรยี นรู้
3. ครูผู้สอนอธิบายวิธีการเรียนรู้โดยใช้หนังสืออ่านเพ่ิมเติม เรื่อง ประวัติศาสตร์
เมืองภูเก็ต ให้นักเรียนเข้าใจในกระบวนการจัดการเรียนรู้ การปฏิบัติกิจกรรม
ก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน เกณฑ์การให้คะแนน และการ
ประเมินผลการเรยี นรู้
3. ก่อนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยหนังสืออ่านเพ่ิมเติม เร่ือง ประวัติศาสตร์เมือง
ภูเก็ต ในแต่ละเล่ม ครูผู้สอนต้องให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน
(Pre-test) จานวน 10 ข้อ ตรวจคาตอบจากเฉลยแล้วจึงแบ่งกลุ่มนักเรียนให้
ศึกษาหนังสืออ่าน เพิ่มเติม แลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างกัน จากนั้นให้นักเรียน
ปฏิบัติงานกลุ่มตามใบกิจกรรม แบบฝึกหัด โดยครูคอยช้ีแนะให้ความ
ช่วยเหลอื ในการปฏิบตั ิกจิ กรรมตา่ งๆ และคอยสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของ
นักเรียน หลังจากน้ันให้นักเรียน ทาแบบทดสอบหลังเรียน (Post-test)
จานวน 10 ขอ้
4. หนังสืออ่านเพ่ิมเติม เร่ือง ประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ต สาหรับนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 5 ฉบับน้ี นอกจากจะใช้จัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการ
เรียนรู้แล้ว ยังสามารถใช้สอนเสริมนอกเวลาเรียนปกติ และใช้เป็นแนวทางใน
การศึกษาหาความรเู้ พ่มิ เตมิ เกย่ี วกบั ท้องถนิ่ ได้ตามความเหมาะสม

หนังสอื อา่ นเพ่มิ เตมิ : ประวตั ิศาสตร์เมอื งภเู กต็ จันทนา ภุมมาบตุ ร

เล่มที่ 1 พัฒนาการประวตั ศิ าสตร์เมอื งภเู กต็ จ

คาแนะนาสาหรบั นักเรยี น

หนังสืออ่านเพ่ิมเติม เรื่อง ประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ต สาหรับนักเรียน
ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 ในรายวิชาประวตั ิศาสตร์ (ส15102) เป็นหนังสืออ่านเพ่ิมเติมท่ี
จดั ทาข้ึนเพื่อให้นักเรียนไดศ้ กึ ษาดว้ ยตนเอง โดยผู้เรียนจะได้รับความรู้ตามจุดประสงค์
ทว่ี างไว้ ดงั นัน้ เพ่ือประสทิ ธิภาพในการจดั การเรียนรู้ นักเรียนควรศึกษาคาแนะนาและ
ปฏิบัติตามคาแนะนาดงั นี้

1. นักเรียนควรศึกษาคาส่ัง คาช้ีแจงต่างๆในหนังสืออ่านเพิ่มเติม เร่ือง
ประวัติศาสตรเ์ มอื งภูเกต็ เล่มนีใ้ ห้เข้าใจ

2. นักเรียนควรทาแบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน ในแต่ละเล่มด้วยความ
ตงั้ ใจและมคี วามซอื่ สัตย์

3. นกั เรยี นต้องใชก้ ระดาษท่ีครูแจก ในการทาแบบทดสอบ แบบฝกึ หดั
กิจกรรมและไม่ขดี เขยี นขอ้ ความใดๆ ลงในหนังสอื อ่านเพม่ิ เติม เร่อื ง
ประวัติศาสตรเ์ มืองภเู กต็

4. นักเรียนควรศึกษาหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง ประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ต
แต่ละเล่มให้เข้าใจ เพ่ือให้สามารถนาความรู้ที่ได้ไปร่วมกันอภิปราย
แลกเปล่ียนเรียนรู้กันกับเพ่ือนสมาชิก และเพ่ือให้สามารถปฏิบัติกิจกรรม
แบบฝกึ หดั ในแตล่ ะเลม่ ได้ถกู ตอ้ ง

5. นักเรียนควรสอบถามครูผู้สอนเม่ือมีปัญหาหรืออุปสรรคในการปฏิบัติ
กจิ กรรมการเรยี นรู้

เด็กดีต้องปฏบิ ตั ติ ามคาแนะนา
และมคี วามซอื่ สัตย์...
นะครบั

หนงั สอื อา่ นเพม่ิ เตมิ : ประวตั ศิ าสตรเ์ มืองภเู ก็ตจนั ทนา ภมุ มาบตุ ร

เล่มที่ 1 พัฒนาการประวตั ิศาสตร์เมอื งภูเกต็ ฉ

พฒั นาการประวตั ิศาสตรเ์ มอื งภูเกต็

สาระสาคญั
ภูเก็ตเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และหลักฐานหลายประการที่บ่งบอกถึง

พัฒนาการท่ีสาคัญ ต้ังแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน ซ่ึงแสดงให้เห็นว่าภูเก็ต
เป็นเมืองที่ความสาคัญมาต้ังแต่สมัยอดีตกาล เราจึงควรศึกษาเพื่อทราบถึงความ
เปน็ มาและรากเหงา้ ของทอ้ งถน่ิ รักและหวงแหนในความเป็นทอ้ งถิ่นตน

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 4.1 เขา้ ใจความหมาย ความสาคญั ของเวลาและยุคสมยั ทาง

ประวตั ศิ าสตร์ สามารถใช้วธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์มาวิเคราะหเ์ หตกุ ารณต์ ่างๆ อย่าง
เป็นระบบ

ตวั ชี้วดั
ป.5/1 สืบคน้ ความเปน็ มาของทอ้ งถิน่ โดยใช้หลกั ฐานที่หลากหลาย
ป.5/2 รวบรวมขอ้ มลู จากแหลง่ ตา่ งๆ เพื่อตอบคาถามทางประวตั ิศาสตร์อย่าง

มเี หตุผล
ป.5/3 อธบิ ายความแตกตา่ งระหว่างความจริงกบั ขอ้ เทจ็ เกี่ยวกบั เรื่องราวในทอ้ งถิ่น

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. จาแนกประเภทของหลกั ฐานที่เก่ียวกบั พัฒนาการประวตั ศิ าสตรเ์ มอื งภเู กต็
2. อธบิ ายความสาคญั ของหลักฐานที่เกยี่ วกบั พฒั นาการประวตั ศิ าสตร์
เมืองภูเกต็
3. รวบรวมข้อมลู จากแหล่งต่างๆ เพ่ือตอบคาถามเกย่ี วกับพฒั นาการเมืองภเู ก็ต

4. สบื ค้นความเป็นมาเกี่ยวกับพัฒนาการประวัตศิ าสตร์เมอื งภเู กต็ ได้
5. อธิบายความแตกต่างระหว่างความจริงกับข้อเท็จจริงเก่ยี วกับพฒั นาการ

ประวตั ิศาสตรเ์ มอื งภูเก็ตได้

หนังสืออ่านเพิ่มเตมิ : ประวตั ิศาสตรเ์ มอื งภเู กต็ จนั ทนา ภมุ มาบตุ ร

เล่มท่ี 1 พฒั นาการประวตั ิศาสตร์เมืองภูเกต็ ช

สาระการเรียนรู้

1. เมืองภเู กต็ สมยั กอ่ นประวัติศาสตร์
2. เมอื งภเู ก็ตยุคตามพรลงิ ค์-ศิรธิ รรมนคร
3. เมืองภเู กต็ สมัยสโุ ขทยั
4. เมอื งภูเกต็ สมัยอยุธยา-ธนบรุ ี
5. เมืองภเู ก็ตสมัยรัตนโกสินทร์
6. ท่ีมาของช่อื ถลาง ภเู กจ็ ภูเกต็

หนังสืออา่ นเพ่มิ เตมิ : ประวตั ิศาสตรเ์ มอื งภเู ก็ตจนั ทนา ภุมมาบตุ ร

เล่มท่ี 1 พฒั นาการประวตั ศิ าสตร์เมืองภเู กต็ 1

แบบทดสอบกอ่ นเรียน
เร่ือง พัฒนาการประวตั ิศาสตรเ์ มืองภเู กต็

คาช้แี จง ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบท่ถี กู ตอ้ งเพียงคาตอบเดียว (10 ขอ้ : 10 คะแนน)

1. ถา้ ท้องถ่ินมหี ลักฐานสาคัญทางประวตั ิศาสตร์นกั เรียนควรปฏิบตั ิตามขอ้ ใด
ก. ศกึ ษาประวตั ิ
ข. ถา่ ยภาพเกบ็ ไว้
ค. เล่าให้เพ่ือนฟัง
ง. ชว่ ยทาการบูรณะ

2. หลกั ฐานทางประวัติศาสตร์เมอื งภเู ก็ตข้อใดมีความน่าเชือ่ ถอื มากที่สดุ
ก. อนสุ าวรีย์หลกั 60 ปี
ข. ตานานรกั สารสิน
ค. จดหมายเหตเุ มืองถลาง
ง. ภาพจติ รกรรมศึกถลาง

3. ข้อใดจัดเป็นหลักฐานชั้นต้น

ก. ข. ค. ง.

หนงั สอื อ่านเพ่ิมเตมิ : ประวตั ศิ าสตร์เมืองภเู ก็ตจันทนา ภุมมาบตุ ร

เล่มที่ 1 พฒั นาการประวตั ิศาสตร์เมืองภูเกต็ 2

4. จากรปู หลกั ฐานชน้ิ นี้มคี วามสาคญั กับเมอื งภูเกต็ ในขอ้ ใด

ก. เกาะภูเกต็ เดมิ มชี ่ือเรียกว่า “จงั ซลี อน”
ข. เป็นอาวุธของชนเผ่าด้งั เดมิ ภเู กต็
ค. ภูเก็ตเป็นจงั หวดั ทอ่ี ดุ มสมบูรณด์ ว้ ยทรพั ยากรแรด่ บี ุก
ง. ยุคกอ่ นประวตั ิศาสตร์ภูเก็ตมมี นษุ ย์อาศยั อยู่ โดยมกี ารใชเ้ ครอื่ งมอื หนิ
5. ภเู ก็ตในสมัยอดตี เป็นเมอื งท่ีมคี วามสาคญั ในเรอื่ งใดมากทส่ี ดุ
ก. การทาประมง
ข. การทาสวนยางพารา
ค. การขดุ หาแร่ดีบกุ
ง. เปน็ ท่พี ักจอดเรือสินค้าของชาวตา่ งชาติ
6. ชาติตะวนั ตกชาตแิ รกท่เี ขา้ มายงั เกาะภูเกต็ คอื ข้อใด
ก. อังกฤษ
ข. ฮอลันดา
ค. โปรตุเกส
ง. ฝรง่ั เศส
7. โศกนาฏกรรมของเมอื งภูเกต็ ข้อใดท่ีทาให้เกดิ ความสญู เสียมหาศาล
ก. เคร่อื งบินวนั ทโู กตก
ข. คลนื่ ยักษส์ ึนามิ
ค. การประท้วงปดิ สนามบินภูเก็ต
ง. เกิดพายนุ ากีส
8. ขอ้ ใดคือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฒั นาการประวัตศิ าสตร์เมืองภูเกต็
ก. ชาวเลส่วนใหญม่ ักต้ังถ่นิ ฐานอยู่บรเิ วณชายฝัง่ ทะเล
ข. สงคราม 9 ทัพ เกิดขน้ึ ในสมยั รตั นโกสินทร์
ค. ปี พ.ศ.2449 พระยารัษฎานุประดษิ ฐ์ จัดต้งั ธนาคารชาร์เตอร์ที่ภูเก็ต
ง. ตราประทับประจามณฑล เขยี น “มณฑลภูเก็จ”ท่ีสะกดดว้ ย จ จาน

หนงั สืออ่านเพิม่ เตมิ : ประวตั ศิ าสตร์เมืองภเู ก็ตจนั ทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ที่ 1 พฒั นาการประวตั ิศาสตร์เมืองภูเกต็ 3

9. ข้อใดคือความจริงเกี่ยวกับพฒั นาการประวตั ิศาสตรเ์ มอื งภเู กต็
ก. พระยารัษฎานุประดิษฐเ์ ปน็ ผูพ้ ัฒนาภเู กต็ ให้เจริญกา้ วหน้าในทกุ ด้าน
ข. จดหมายของทา้ วเทพกระษตั รี มไี ปถึงกัปตันฟรานซสิ ไลท์ได้
กลา่ วถงึ “เมืองภูเก็จ”
ค. ภเู ก็ตในสมัยอดีตนนั้ เปน็ เมอื งทม่ี คี วามสาคัญในการขดุ หาแร่ดีบุก
ง. ภเู กต็ ได้รบั การขนานนามวา่ เปน็ เมอื งแหง่ พระราชทรพั ย์ของแผ่นดิน

10. ข้อใดกลา่ วถกู ตอ้ งเก่ยี วกบั พฒั นาการประวัติศาสตรเ์ มืองภเู ก็ต
ก. พ.ศ. 2532 ภูเกต็ ได้รับเลอื กใหเ้ ปน็ เมืองคแู่ ฝดกบั เมอื งนีซ
เมืองตากอากาศระดับโลกของประเทศฝร่งั เศส
ข. ในสมยั สโุ ขทัยภเู ก็ตมีบทบาทสาคัญในการส่งแร่ดบี ุกไปเปน็ ส่วย
เพ่ือใชผ้ สมเปน็ สารดิ ไว้หล่อพระพุทธรปู
ค. ในสมัยรัตนโกสินทร์ภูเก็ตเกิดศึกใหญ่กับพม่าซ่ึงประวัติศาสตร์ไทยเรียก
สงครามครง้ั นว้ี า่ สงครามเกา้ ทัพ
ง. ถกู ทุกขอ้

โชคดีในการทาแบบทดสอบ
อยา่ ลืมซ่อื สตั ยต์ ่อตนเอง

นะครบั ...

หนงั สืออา่ นเพ่มิ เตมิ : ประวตั ศิ าสตรเ์ มอื งภเู ก็ตจันทนา ภุมมาบตุ ร

เล่มท่ี 1 พฒั นาการประวตั ิศาสตร์เมืองภเู กต็ 4

วนั นี้ผมจะพาเพื่อนๆ
ไปเรยี นรพู้ ฒั นาการทาง
ประวัติศาสตร์เมอื งภูเกต็
กันนะครบั ...

ผมก็อยากรู้เหมอื นกันครบั
กอ่ นจะไปเรียนร้เู รามาอ่าน
คาขวญั ของจังหวัดภเู ก็ตไป

พร้อมๆกันกอ่ นนะครับ

คาขวญั จงั หวดั ภูเกต็
ไข่มกุ อันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสที อง

สองวรี สตรี บารมหี ลวงพอ่ แช่ม

หนังสอื อ่านเพ่ิมเตมิ : ประวตั ิศาสตรเ์ มืองภเู ก็ตจนั ทนา ภมุ มาบตุ ร

เล่มที่ 1 พัฒนาการประวตั ศิ าสตร์เมอื งภูเกต็ 5

พัฒนาการประวัติศาสตร์เมอื งภูเกต็

ภูเก็ตเป็นเมืองประวัติศาสตร์ท่ีมีอายุนับพันปี และเป็นเมืองเล็กๆที่มีสภาพ
เป็นเกาะที่ใหญ่ท่ีสุดของประเทศไทย มีทรัพยากรธรรมชาติท่ีอุดมสมบูรณ์
มีอารยธรรมท่ีเก่าแก่ ภูเก็ตเป็นเมืองท่ีความสาคัญมาต้ังแต่สมัยอดีตกาล ในอดีตถือ
ได้ว่าเป็นเมืองแห่งพระราชทรัพย์ของแผ่นดิน มีเหตุการณ์ที่สาคัญเกิดข้ึนมากมาย
การกล่าวถึงพัฒนาการทางประวัติศาสตรเ์ มอื งภเู ก็ตทีส่ าคัญมดี งั้ นี้

ยคุ ก่อนประวัตศิ าสตร์

การค้นหาร่องรอยมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ในภูเก็ต ไม่ได้พบร่องรอยของ
สถานทีพ่ กั อาศยั เช่น ถา้ หรอื เพิงผาทีจ่ ะเปน็ ทอ่ี าศัยของมนษุ ย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์
คงพบแต่ เครื่องมือหนิ โดยเฉพาะขวานหนิ ทมี่ ีลักษณะไม่สมบูรณ์มากนัก และขวาน
หินน้ีได้ถูกขุดพบจากขุมเหมืองแร่และใต้พื้นดินที่ถูกทับถมอยู่นาน ขวานหิน ท่ีขุด
พบบรเิ วณบา้ นกมลา อาเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ชาวบ้านมักเรียกกันว่า หินขวานฟ้า
ชาวบ้านบอกว่าฟ้าผ่าทีไร แล้วลงไปสารวจที่ตรงนั้นก็จะพบขวานประเภทน้ี
สันนิษฐานได้ว่า อย่างน้อยเมื่อ 3,000 ปีท่ีแล้วก็มีมนุษย์อาศัยอยู่บนเกาะภูเก็ตนี้
โดยมีการใช้เครอ่ื งมือหิน ซ่งึ คงจะใชใ้ นการทามาหากินอะไรอยา่ งหนงึ่

น่นั ไง! ขวานหินที่ขดุ พบ
บรเิ วณบา้ นกมลา แสดงว่าเมอื งภเู ก็ต
แหง่ นจี้ ะตอ้ งมีมนษุ ย์อาศยั อยตู่ ัง้ แต่
สมยั กอ่ นประวตั ิศาสตรแ์ นๆ่ เลย

ขวานหินโบราณ

ท่มี า : ภูเกต็ . (2543). กรงุ เทพฯ: สารคดี.

หนงั สืออ่านเพม่ิ เตมิ : ประวตั ิศาสตรเ์ มืองภเู ก็ตจนั ทนา ภมุ มาบตุ ร

เลม่ ที่ 1 พฒั นาการประวตั ิศาสตร์เมอื งภเู กต็ 6

ชนเผ่าด้ังเดมิ ของภเู ก็ต

ตามหลักฐานประวัติศาสตร์ไทย ในหนังสือชื่อ “เค้าเงื่อนประวัติศาสตร์
ถลาง” ของ จี.อี. เจรินี กล่าวว่า ชนกลุ่มแรกที่อาศัยอยู่ในบริเวณเกาะภูเก็ต คือ
พวกซาไก (Sakai) ต่อมาได้มีชาติมอญจากพะโค คือ พวกเซลัง (Selang ) กลุ่ม
คนพวกนีช้ านาญในการดาน้า จงึ เรยี กวา่ พวกชาวนา้ (C’hau Num) หรือชาวเล

ปัจจุบันพวกซาไกไม่ปรากฏอยู่ในภูเก็ตเนื่องจากชนเผ่านี้รักสงบกลัวคน
แปลกหน้าฉะน้ันเม่ือภูเก็ตมีคนต่างเผ่าพันธุ์ ต่างถิ่น อพยพเข้ามาอาศัยมากขึ้น พวก
ซาไกก็ถอยร่นหนีเข้าป่าลึก ในท่ีสุดก็ข้ามภูเขาไปยังแผ่นดินใหญ่ฟากตะวันออก
ได้แก่ ตรัง พัทลุง ยะลา และนราธิวาส ภูเก็ตคงเหลือชนเผ่าดั้งเดิมเพียงชาวน้าท่ี
ยังคงใช้ชีวิตผันแปรไปตามความเปลยี่ นแปลงของสงั คมต่อไป

ผมเป็นซาไก
พวกเราเป็นชนเผา่ แรก
ของเกาะภูเก็ตนะครบั

ซาไก (Sakai)

ท่ีมา : ประสทิ ธ์ิ ชินการณ์. (2548). ถลาง ภูเกจ็ และภูเกต็ . กรุงเทพฯ: โอ เอ็น จี.

ชาวน้า (C’hau Num) หรือ ชาวเล

ท่มี า : นฤมล อรุโณทยั . (2557). ทักษะวัฒนธรรมชาวเล ร้อยเรอื่ งราวชาวเล.
กรงุ เทพฯ: ศูนยม์ านุษยวทิ ยาสิรนิ ธร.

หนงั สอื อ่านเพ่มิ เตมิ : ประวตั ิศาสตรเ์ มอื งภเู ก็ตจันทนา ภุมมาบตุ ร

เล่มท่ี 1 พฒั นาการประวตั ศิ าสตร์เมอื งภเู กต็ 7

ใครคอื ชาวเล ชาวเลคอื ใคร?

คาว่า ชาวเล เป็นคาไทยปักษ์ใต้ท่ีย่นย่อมาจาก ชาวทะเล คาว่า ชาวเล หาก
ใช้ในความหมายทั่วๆไปก็ หมายถึง ผู้คนท่ีอยู่อาศัยแถบชายฝ่ังทะเล หรือตามเกาะ
น้อยใหญ่และวิถีชีวิตผูกพันกับทะเล หากใช้ในความหมายเฉพาะ คาว่า ชาวเล
หมายถึง กลุ่มคนชาติพันธ์ุหรือชนพื้นเมืองที่มีภาษาและวัฒนธรรมเฉพาะท่ีมี
จุดเกาะเกยี่ วกบั ทะเลและวิถีชวี ติ ชายฝง่ั

ปัจจุบันชาวเลส่วนใหญ่มักตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณชายฝ่ังหรือบนเกาะท่ีอุดม
สมบูรณ์ ในแถบทะเลอันดามัน ยึดอาชีพที่เกี่ยวกับทะเล เช่น ดาน้าหาหอย กุ้ง ปู
ตกปลา ทาลอบหรือลงอวนดักปลา ชาวเลท่ีอาศัยอยู่บนเกาะภูเก็ต คือ ชาว
อูรักลาโว้ย (Urak Lawoi) ซ่ึงจะอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลที่บ้านสะปาบ้าน
แหลมตุ๊กแก เกาะสิเหร่ และหาดราไวย์

ชาวเล กลุ่ม อรู ักลาโวย้ (Urak Lawoi) ท่ีอาศัยอยู่ชายฝงั่ ทะเลของจังหวดั ภเู กต็

ทมี่ า : นฤมล อรุโณทัย. (2557). ทักษะวฒั นธรรมชาวเล รอ้ ยเร่อื งราวชาวเล.
กรุงเทพฯ: ศนู ยม์ านษุ ยวทิ ยาสริ นิ ธร.

ไม่วา่ จะเปน็ ชาไกหรอื ชาวเล
พวกเราก็รกั เกาะภูเกต็

นะครับ…

หนังสอื อา่ นเพม่ิ เตมิ : ประวตั ิศาสตรเ์ มืองภเู กต็ จนั ทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ที่ 1 พฒั นาการประวตั ศิ าสตร์เมอื งภเู กต็ 8

ยคุ ตามพรลิงค์-ศิรธิ รรมนคร

อาณาจักรตามพรลิงค์และศิริธรรมนคร หรอื ทเี่ คยกล่าวขานกันว่า“ศรวี ชิ ยั ”
น้ัน มีความสาคญั เกี่ยวกบั ภเู ก็จค่อนข้างมาก เนื่องจากศูนย์กลางแห่งอาณาจักรนี้อยู่
ที่ นครศรีธรรมราช ซึ่งมีอานาจครอบคลุมคาบสมุทรมลายูโดยตลอด (รวมถึงเกาะภู
เก็จ) เปน็ ระยะเวลาร่วม 600 ปี ระหว่างพทุ ธศตวรรษท่ี 12-18

จากหลกั ฐานทางโบราณคดีตา่ งๆ ไดร้ ะบุว่าบรรดาเมืองบริวารอันเรยี กว่า
“เมืองสิบสองนักษัตร” ของนครศรีธรรมราชโบราณ น่ัน “เมืองตะกั่วถลาง” เป็น
เมืองลาดับที่ 11 ชื่อว่า “เมืองสุนัขนาม” หรือเมืองประจาปีจอ มีตราประจาเมือง
เป็น รูปสุนัขนาม ภูเก็ตในสมัยนั้นเป็นเมืองที่มีความสาคัญในการขุดหาแร่ดีบุก
จอดพักเรือสินค้า ลาเลียงน้าจืด และซ้ือหาของปา่ กับของทะเลเท่านน้ั

ตราสบิ สองนักษัตร

ท่ีมา: ฤดี ภูมิภถู าวร.(2550). ภเู ก็ต. พมิ พ์ครง้ั ที่ 9. ภเู ก็ต: ภูเก็ตบลู เลทิน.

สมัยสุโขทัย

ในสมัยพอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช กษัตริย์แห่งกรุงสโุ ขทัยขึ้นครองราชย์ ในปี
พ.ศ. 1820 ทรงแผ่พระราชอาณาเขตออกกว้างขวาง ครอบคลุมพ้ืนท่ีประเทศไทย
แลว้ แผ่อานาจลงมาทางใต้ และมีชัยชนะเหนือศิริธรรมนคร ใน พ.ศ. 1823 ภูเก็จซ่ึง
เป็นเมืองบริวารของนครศรีธรรมราช ลาดับที่ 11 ก็ต้องตกอยู่ภายใต้อานาจของ
สโุ ขทัย เช่นเดียวกับเมอื งอื่นๆ ในภาคใต้ ตลอดคาบสมทุ รมลายู

หนังสืออ่านเพิ่มเตมิ : ประวตั ศิ าสตร์เมืองภเู ก็ตจนั ทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ท่ี 1 พัฒนาการประวตั ิศาสตร์เมืองภูเกต็ 9

สุโขทัยปกครองนครศรีธรรมราชในลักษณะของ “เมืองประเทศราช”
กล่าวคือนครศรีธรรมราชและภูเก็จ จะต้องส่ง“ส่วย”เป็นบรรณาการต่อกรุงสุโขทัย
อยา่ งสม่าเสมอ “สว่ ย” ท่มี ีความสาคัญมากในสมัยนั้น คือ “ดีบุก”ซ่ึงสุโขทัยมีความ
ตอ้ งการเปน็ จานวนมากในการใช้หลอ่ พระพทุ ธรูปและเทวรูปทองสัมฤทธิ์อันสวยงาม
ทรงคุณคา่ และมีชอ่ื เสียงสบื ทอดมาจนถงึ ปัจจุบนั

พระพุทธรปู ในสมยั สโุ ขทัยที่หล่อด้วยสารดิ (ดีบุกผสมทองแดง)

ท่มี า : https://www.amuletsale4u.comhttp://
www.finearts.go.th/ramkhamhaengmuseum/index.

ทองสมั ฤทธิ์ ทใ่ี ช้หล่อพระพทุ ธรูปและเทวรูปต่างๆในสมยั สุโขทยั น้ันตอ้ งใชด้ บี ุกผสม
ทองแดง (บางโอกาสก็มีทองคาผสมด้วย)

แร่ดีบุกส่วนผสมทใี่ ช้หล่อพระพทุ ธรปู

ทม่ี า : ภเู กต็ . (2543). กรุงเทพฯ: สารคด.ี

หนังสอื อา่ นเพมิ่ เตมิ : ประวตั ศิ าสตรเ์ มืองภเู ก็ตจนั ทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ที่ 1 พฒั นาการประวตั ิศาสตร์เมอื งภเู กต็ 10

ผลจากการที่สุโขทัยมีอานาจเหนืออาณาจักรศิริธรรมนคร และเมืองบริวาร
รวมทั้งเกาะภูเกต็ ในฐานะเมอื งประเทศราช จาก พ.ศ. 1823 จนถึง พ.ศ. 1921 รวม
เวลาประมาณ 98 ปี ก่อให้เกิดการผสมผสานทางด้านวัฒนธรรม ผสมกลมกลืนกัน
มากข้ึนตามลาดับเป็นพื้นฐานให้สามารถรวมกันเข้าเป็นราชอาณาจักรไทยอันหน่ึง
อันเดียวกันได้ ตลอดจนการค้าขายและเปลี่ยนได้เพ่ิมมูลค่าและปริมาณมากข้ึน
ทาให้ ภูเกจ็ หรือเกาะถลาง ในสมยั นน้ั เปน็ ที่รู้จักและสนใจของชาวไทย ชาวต่างชาติ
และก้าวสู่ยุคพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ท้ังด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมใน
เวลาต่อมา

สมยั อยุธยา

กรุงสุโขทัย มีอานาจปกครองเหนือดินแดนนครศรีธรรมราชและหัวเมือง
ต่างๆทางคาบสมุทรมลายูอยู่เพียง 98 ปี ก็เสียเอกราชให้แก่กรุงศรีออยุธยา เกาะ
ภูเก็จหรือเกาะถลางซ่ึงเป็นบริวารของนครศรีธรรมราช ก็ตกอยู่ภายใต้การปกครอง
ของกรงุ ศรอี ยธุ ยาเชน่ เดยี วกับหัวเมืองอืน่ ๆ ในภาคใต้ ได้เกดิ การเปลี่ยนแปลงในด้าน
พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ สรุปได้ว่า มีการเข้ามาของชาวต่างประเทศหลายครั้ง
และส่วนมากมักจะเกี่ยวข้องกับเมืองถลางในการค้าขายสินค้าต่างๆ แลกเปลี่ยนกับ
แร่ดีบุกและของป่านานาประเภท รวมทั้งทรัพยากรทางทะเล เช่น อาพันทอง ไข่มุก
เป็นตน้ ชาวต่างประเทศท่เี ข้ามายังเกาะถลาง ไดแ้ ก่

ชาวจีน ได้เข้ามายังเกาะถลางเมื่อใดไม่ปรากฏชัด แต่สันนิษฐานว่าในยุคที่
อาณาจักรพรลงิ ค์กาลังเจรญิ รุ่งเรืองเพราะดินแดนคาบสมทุ รมลายูเป็นศูนย์กลางของ
การตดิ ต่อค้าขายระหวา่ งจนั กบั อินเดีย คนจนี จึงรู้จกั เกาะถลางตัง้ แต่สมัยน้ัน

ชาวโปรตุเกส ได้เข้ามาสู่ราชอาณาจักรไทยเม่ือ พ.ศ. 2054 ตรงกับรัชสมัย
สมเด็จพระรามาธิบดีท่ี 2 ซึ่งมีจดหมายเหตุของชาวฝรั่งเศส ระบุว่า มีมิชช่ันนารี
คนหนง่ึ ไดเ้ ขา้ มาอยูท่ ่เี มืองภูเก็ต 3 ปี

ชาวฮอลันดา ได้เข้ามาสู่ราชอาณาจักรไทยในปี พ.ศ.2146 ตรงกับสมัย
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เข้ามาเปิดสถานีการค้าข้ึนท่ีเกาะถลาง โดยรับซื้อ
แร่ดีบุก แต่การซื้อขายแร่ดีบุกของชาวฮอลันดาในภูเก็ตนั้นเป็นไปอย่างขาดความ
เป็นธรรม จงึ ถูกชาวเมืองภเู ก็ตต่อต้าน เผาสถานีการค้าส่งผลทาให้ชาวฮอลันดาออก
จากภเู ก็ตไปตง้ั แต่น้นั เป็นต้นมา

หนงั สอื อ่านเพม่ิ เตมิ : ประวตั ิศาสตร์เมืองภเู กต็ จนั ทนา ภุมมาบตุ ร

เล่มท่ี 1 พฒั นาการประวตั ศิ าสตร์เมอื งภูเกต็ 11

ชาวอังกฤษ ได้เข้ามาเม่ือปี พ.ศ. 2160 แต่ไม่ปรากฏว่าได้ทาการค้าขายท่ี
เมืองถลางแต่อย่างใด อังกฤษมีบทบาทสาคัญในเมืองถลาง เม่ือครั้งกัปตัน
ฟรานซสิ ไลท์ ไดเ้ ขา้ มาตั้งสถานกี ารคา้ ข้นึ ท่บี า้ นท่าเรอื ในสมัยกรงุ ธนบุรี

ชาวฝรั่งเศส เข้ามาในประเทศไทยเม่ือปี พ.ศ.2216 ในรัชสมัยสมเด็จพระ
นารายณ์มหาราชทรงแต่งต้ังชาวฝรั่งเศส ชื่อ ชาร์บอนโน (Charbonneau) มาเป็น
เจ้าเมืองถลางคนแรกในปี พ.ศ.2224 ด้วยเหตุผลเพราะเป็นคนสร้างป้อมบริเวณ
พรมแดนไทยติดกับพะโคได้สาเร็จและทรงให้ฝร่ังเศสมาสร้างห้างและผูกขาดค้าแร่
ดีบกุ ทถ่ี ลาง ตอ่ มาถกู ยกเลิกไปในสมัยสมเด็จพระเพทราชา

จากเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นพอสรุปได้ว่า เมืองถลางหรือเกาะถลางเป็น
เมืองท่ีมคี วามสาคญั อย่างยิ่ง ในฐานะเมืองทีอ่ ดุ มไปดว้ ยแรด่ ีบุกในช่วงสมัยอยุธยา

สมยั ธนบุรี

ต่อมาในปี พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าอาณาจักรล่มสลาย เมือง
ถลางก็ข้ึนตรงต่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แห่งกรุงธนบุรี เหตุการณ์สาคัญ
ในช่วงนี้ได้มี กัปตันฟรานซิส ไลท์ ชาวอังกฤษเข้ามาต้ังสถานีการค้าแร่ดีบุกท่ีบ้าน
ท่าเรือนานถึง 15 ปี และมีความสนิทสนมอย่างมากกับเจ้าเมืองถลาง ทาให้ภูเก็ตใน
สมัยน้ันเจริญรุ่งเรืองมีการแลกเปล่ียนสินค้าด้วยแร่ดีบุก ถือได้ว่า “ภูเก็ตเป็นเมือง
แหง่ พระราชทรพั ยข์ องแผ่นดิน”และเปน็ ศนู ย์กลางการค้าทางทะเลอีกด้วย

กัปตันฟรานซิส ไลท์ ชาวอังกฤษทต่ี ิดต่อคา้ ขายแร่ดีบกุ กับเมืองถลาง

ท่ีมา : https://cyleow.blogspot.com

หนงั สอื อา่ นเพ่มิ เตมิ : ประวตั ศิ าสตรเ์ มอื งภเู กต็ จันทนา ภมุ มาบตุ ร

เล่มที่ 1 พัฒนาการประวตั ิศาสตร์เมอื งภเู กต็ 12

สมัยรัตนโกสินทร์

ในปี พ.ศ. 2328 หลังจากทีพ่ ระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช
ทรงสถาปนากรุง รัตนโกสินทร์ ได้ 3 ปี ก็เกิดศึกใหญ่กับพม่าซึ่งประวัติศาสตร์ไทย
เรียกสงครามคร้ังน้ีว่า สงครามเก้าทัพ การรบกับพม่าครั้งน้ี มิได้รบเฉพาะที่เมือง
หลวงเท่าน้ันแต่พม่าได้ยกทัพมาโจมตีหัวเมืองต่างๆของไทยรวมถึงหัวเมืองปักษ์ใต้
ท้งั หมดด้วย พระเจ้าปดุงกษัตริย์พม่าเห็นว่าไทยกาลังอยู่ในระยะเปล่ียนแผ่นดินใหม่
การป้องกันประเทศคงจะไม่เข้มแข็งเท่าท่ีควร พระองค์เลยต้องการขยายอาณาจักร
พระองค์ให้กว้างขวาง จึงจัดทัพของพม่าเป็น 9 ทัพใหญ่มีกาลังพล 144,000 คน
มาตีไทย โดยทัพที่ 1 ยกมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้รวมท้ังเมืองถลางด้วย แต่เมืองถลาง
สามารถต่อสู้กับพม่าจนพม่าพ่ายแพ้กลับไป โดยการนาของคุณหญิงจัน คุณหญิงมุก
แห่งเมืองถลางร่วมกันต้ังกาลังป้องกันข้าศึกอย่างเข้มแข็ง โดยใช้ยุทธวิธี
แผนพิรุณสังหาร (แผนพิรุณสังหาร คือ การระดมยิงเข้าไปในกองทัพพม่าราวกับ
ห่าฝน) จนได้รับพระราชทานตาแหน่งเป็นท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ถือได้ว่า
เป็นบุคคลที่สาคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทย สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวภูเก็ต
ตราบจนทกุ วนั น้ี

ภาพจิตรกรรมศกึ ถลาง : ภาพที่ 3 ออกศึก
ของท่านผหู้ ญิงจนั และคุณมกุ นาทพั ถลางสู้กับพม่า เม่อื ปี พ.ศ. 2328

หนงั สอื อา่ นเพิม่ เตมิ : ประวตั ศิ าสตร์เมอื งภเู กต็ จนั ทนา ภมุ มาบตุ ร

เล่มที่ 1 พฒั นาการประวตั ิศาสตร์เมืองภูเกต็ 13

ปี พ.ศ. 2329 อังกฤษเช่าเกาะปีนัง โดยมีกัปตันฟรานซิส ไลท์ เป็นเจ้าเมือง
และยังคงติดต่อค้าขายแร่ดีบุกกับถลาง ปีนังมีความเจริญกลายเป็นตลาดการค้า
สาคัญและเปน็ ตน้ แบบการสรา้ งเมืองภเู ก็ต

ปี พ.ศ.2352 พม่ายกทพั มาตีเมอื งถลางอีกคร้ัง เกดิ ศกึ ถลางครั้งที่ 2 กองทัพ
พม่าใช้กลอุบายเผาค่ายของตนเอง ถลางแพ้พม่าอย่างยับเยิน เมืองถลางถูกท้ิงร้าง
อยู่เปน็ ระยะเวลา 18 ปี

ปี พ.ศ.2370 ร.3 โปรดเกล้าฯให้สร้างเมืองใหม่ ทรงเห็นความสาคัญของ
เมืองถลาง ทเ่ี คยรุ่งเรืองและมั่งคั่งสมบรู ณ์มาก่อนเนื่องจากเป็นแหล่งแร่ดีบุกท่ีสาคัญ
สามารถเป็นสนิ คา้ ขาออกท่นี าผลประโยชน์มาสู่ประเทศได้เป็นอย่างดี และเวลานั้นมี
การขดุ พบสายแร่แหลง่ ใหม่ทบ่ี า้ นทุ่งคา (อาเภอเมืองภูเกต็ ) ในเมืองถลาง

ปี พ.ศ.2368 ไทยสาสนธิสัญญาเบอร์นีกับอังกฤษ ส่งผลให้เกิดการค้าขาย
โดยตรงกับเมืองท่าต่างๆ ทาให้กิจการเหมืองแร่เจริญขึ้น มีชาวจีนอพยพเข้ามาทา
เหมอื งแรม่ ากข้นึ

ปี พ.ศ.2382 ปเี ตอร์ ดรู องต์ ชาวองั กฤษ ค้นพบวิธีทาเหล็กวิลาศ แร่ดีบุกจึง
เป็นที่ต้องการของตลาดโลก ภูเก็ตเริ่มเจริญกว่าถลาง เพราะมีแหล่งแร่ที่อุดม
สมบูรณ์ และในสมัยนั้นมีการขุดแร่ดีบุกด้วยวิธีการ “ร่อนแร่” ตามแม่น้าลาธาร ใช้
คนนอ้ ยและเครือ่ งมอื งา่ ยๆ สว่ นเจา้ เมืองทาเหมอื งแลน่ และเมืองครา

แรด่ บี กุ ในจงั หวดั ภเู กต็ การร่อนแร่ดีบกุ โดยใชเ้ ลียงร่อนแร่

ทมี่ า: http://www.siamsouth.com ทมี่ า: http://transbordernews.in.th
http://www.siamsouth.com

หนงั สืออ่านเพ่มิ เตมิ : ประวตั ศิ าสตร์เมอื งภเู กต็ จนั ทนา ภมุ มาบตุ ร

เล่มท่ี 1 พัฒนาการประวตั ิศาสตร์เมืองภเู กต็ 14

ปี พ.ศ.2396 ภูเกต็ ได้รบั การยกฐานะเป็นเมืองเท่ากับเมอื งถลาง
ปี พ.ศ.2398 ชาวจีนอพยพเข้ามาต้ังหลักแหล่งท่ีกะทู้จานวนมากและเป็น
ช่วงเหตุการณ์ที่ไทยทาสนธิสัญญาเบาวริงกับอังกฤษ เศรษฐกิจขยายตัว การค้าแร่
ดบี กุ ขายคลอ่ ง และมีพอ่ คา้ จากยุโรปหลงั่ ไหลเข้ามารับซ้ือแรด่ ีบุก

เซอร์จอห์น เบาวรงิ

ที่มา: http://www.travelprothai.com

ปี พ.ศ. 2410 คนจีนเกาะกลุ่มรวมพวกเป็น “อ้ังยี่” ก่อการทะเลาะฆ่าฟัน
กันเรื่องแย่งชงิ สายแร่จนกลายเปน็ จลาจล รฐั บาลปราบปรามจนสาเร็จ

ปี พ.ศ. 2419 ราคาดบี กุ ตกตา่ กอปรกับความขัดแย้งระหว่างอ้ังยี่ด้วยกันจึง
เกิดจลาจลอีกครั้ง ลุกลามฆ่าฟันราษฎรไทย หลวงพ่อแช่มกับชาวบ้านจึงลุกขึ้นสู้จน
เหตกุ ารณ์คลคี่ ลายไปในทางทด่ี ี

หลวงพอ่ แช่ม

https://sites.google.com

หนังสอื อ่านเพมิ่ เตมิ : ประวตั ศิ าสตร์เมืองภเู ก็ตจันทนา ภุมมาบตุ ร

เล่มที่ 1 พัฒนาการประวตั ิศาสตร์เมอื งภูเกต็ 15

ปี พ.ศ.2435 ปฏิรูปการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ตั้ง “มณฑล
ตะวันตก”ขึ้นท่ีภูเก็ต และยุบเมืองถลางเป็น อ.ถลาง ทาให้ตาแหน่งเจ้าเมืองยุติลง
และมกี ารนาชาวจนี จากเมอื งจีนเขา้ มาเปน็ แรงงานเหมืองโดยตรง

ปี พ.ศ.2437 เปล่ียนช่ือมณฑลตะวันตกเป็น “มณฑลภูเก็จ” ข้ึนตรงกับ
กระทรวงมหาดไทย

ตรายางประทับของกระทรวงมหาดไทย“มณฑลภเู กจ็ ”

ที่มา: วัฒนธรรม พฒั นาการทางประวัตศิ าสตร์ เอกลกั ษณแ์ ละภมู ิปัญญา จงั หวัดภูเกต็ .
(2544). กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.

ปี พ.ศ. 2444 แต่งต้ังพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้
ณ ระนอง) เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็จ (พ.ศ.2444-2456) ซ่ึงได้รับการยกย่อง
ว่า เป็นผู้พัฒนาภูเก็ตให้เจริญก้าวหน้าในทุกด้าน มีการตัดถนนหลายสาย มีการ
ตราพระราชบัญญัติเหมืองแร่ข้ึนคร้ังแรกและจัดหาเรือไปรับกุลีจีนจากเมืองจีนเข้า
มาช่วยกจิ การเหมอื งแร่

พระยารัษฎานปุ ระดิษฐม์ หศิ รภกั ดี (คอซิมบ้ี ณ ระนอง)

ท่ีมา: https://phukettoday.com

หนงั สืออา่ นเพิม่ เตมิ : ประวตั ศิ าสตรเ์ มืองภเู ก็ตจนั ทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ที่ 1 พัฒนาการประวตั ิศาสตร์เมืองภูเกต็ 16

ปี พ.ศ. 2449 พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบ้ี ณ ระนอง)
ตัง้ ธนาคารชารเ์ ตอรแ์ บงก์ทภ่ี ูเกต็

ธนาคารชาเตอร์แบงก์ ธนาคารชาเตอรแ์ บงก์ (ภาพอดีต)

ทมี่ า: https://www.thairath.co.th ทีม่ า: http://www.smartandaman.com

ปี พ.ศ. 2450 มีการนาเรือขุดแร่มาใช้ครั้งแรกที่ อ่าวทุ่งคา ในนามบริษัท
ทุ่งคาฮาเบอร์ ถือเป็นการทาเหมืองแร่ทางทะเล โดยใช้เรือขุดแร่คร้ังของโลก ธุรกิจ
การทาเหมอื งแร่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก

ภาพอดีต

กัปตนั เอ็ดเวดิ ที.ไมล์ ผสู้ ร้างเรือขุดแร่ดบี ุกลาแรกของโลกในอ่าวภเู ก็ต ภาพปัจจบุ นั
ถ่ายภาพร่วมกับพนกั งานบรษิ ทั ทงุ่ คาฮาเบอร์ ปี พ.ศ.2452

ที่มา: http://www.phuketdata.net อนุสาวรยี ห์ ลัก 60 ปี เป็นรปู ลูกเชอ(กะพ้อ)ตกั แร่

สร้างเพ่อื เป็นทร่ี ะลกึ ว่ามเี รือขุดแรด่ บี กุ ลาแรก
ของโลกมาอา่ วภูเกต็

หนงั สืออา่ นเพิ่มเตมิ : ประวตั ศิ าสตรเ์ มืองภเู กต็ จันทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ที่ 1 พัฒนาการประวตั ศิ าสตร์เมืองภูเกต็ 17

ปี พ.ศ. 2451 พระยารัษฎานปุ ระดษิ ฐ์มหิศรภกั ดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) นา
ต้นยางพารามาทดลองปลูกทีต่ รัง แลว้ ขยายมาปลกู ที่ภูเก็ตและเมืองอื่นๆ

ยางพารา สวนยางพารา

ทม่ี า: http://oknation.nationtv.tv ท่ีมา: https://www.matichon.co.th

ปี พ.ศ. 2454 จัดตั้งโรงเรียนสอนภาษาจีนเป็นแห่งแรกของประเทศ และ
ต่อมาไดพ้ ัฒนาขึ้นเปน็ โรงเรียนฮว่ั บนุ๋ ก่อนจะมาเปน็ โรงเรยี นภูเก็ตไทยหัว

โรงเรียนภูเกต็ ไทยหวั

ทมี่ า: http://www.smartandaman.com

หนงั สืออ่านเพม่ิ เตมิ : ประวตั ศิ าสตร์เมืองภเู กต็ จนั ทนา ภมุ มาบตุ ร

เลม่ ที่ 1 พัฒนาการประวตั ศิ าสตร์เมืองภูเกต็ 18

ปี พ.ศ. 2476 คณะราษฎรเปลยี่ นแปลงการปกครอง ภเู ก็ตจดั ต้ังเป็นจงั หวดั
ปี พ.ศ.2508 สร้างสะพานสารสิน ทาให้การเดินทางระหว่างภูเก็ตกับต่างจังหวัดมี
ความสะดวกยง่ิ ข้ึน

สะพานสารสนิ ในอดีต สะพานสารสนิ ในปัจจบุ ัน

ที่มา: http://jokertheshock.blogspot.com ท่มี า: https://live.phuketindex.com

ปี พ.ศ. 2515 เปน็ ตน้ มาธรุ กิจเหมอื งแร่ในภูเก็ตเร่มิ มีแนวโนม้ ทีจ่ ะถดถอยลง
เนื่องจากแหล่งแร่ท่ีอุดมสมบูรณ์ถูกใช้หมดส้ินไปในการทาเหมืองแร่มานับหลาย
ศตวรรษ เหลือเพียงแหล่งแร่ท่ีด้อยคุณค่า มีปริมาณแร่น้อย ภูเก็ตซ่ึงเคยเติบโตด้วย
อตุ สาหกรรมเหมอื งแรด่ ีบุก จาเป็นต้องปรบั เปลีย่ นวถิ ีชวี ิตและอาชีพให้สอดคล้องกับ
ผันแปรของโลก

ปี พ.ศ.2520 รัฐบาลได้จัดตั้งสานักงานการท่องเท่ียวแห่งประเทศไทยข้ึนใน
จังหวัดภูเก็ต และได้วางแผนพัฒนาการการท่องเท่ียวของจังหวัดภูเก็ตขึ้นเป็น
ข้นั ตอนตามความเหมาะสม เพ่ือรกั ษาสภาพการเปน็ เมอื งท่องเท่ยี วแบบยง่ั ยนื

ปี พ.ศ. 2532 ภูเก็ตได้รับเลือกให้เป็นเมืองคู่แฝดกับเมืองนีซ เมืองตาก
อากาศระดับโลกในประเทศฝรง่ั เศส

ตราประจาจังหวดั ภูเกต็ ตราประจาเมืองนีซ (ฝรั่งเศส)

ทีม่ า: https://hunhan2558.wordpress.com ทีม่ า : ภเู กต็ . (2543). กรุงเทพฯ: สารคดี.

หนงั สอื อ่านเพิม่ เตมิ : ประวตั ศิ าสตรเ์ มืองภเู ก็ตจันทนา ภุมมาบตุ ร

เล่มที่ 1 พฒั นาการประวตั ศิ าสตร์เมอื งภูเกต็ 19

ปี พ.ศ. 2533 ภูเก็ตถูกกาหนดให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวนานาชาติ
และมีการพัฒนาการท่องเท่ียวเก่ียวกับธรรมชาติและวัฒนธรรมที่เหมาะสมทาให้
ภเู ก็ตมคี วาม เจริญร่งุ เรอื ง ม่งั คัง่ และย่ังยืนจนถงึ ปจั จบุ นั

แหลมพรหมเทพ จ.ภูเก็ต หาดป่าตอง จ.ภเู กต็

ทีม่ า: https://plus.google.com ทมี่ า: https://sites.google.com

ปี พ.ศ.2547 ภูเก็ตประสบภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ ส่งผลกระทบอย่างมาก
ต่อจังหวัดสร้างความเสียหายด้านเศรษฐกิจคือ อุตสาหกรรมการท่องเท่ียว และเป็น
จังหวัดท่ีมีจานวนนักท่องเที่ยวเสียชีวิตและบาดเจ็บมากที่สุด แหล่งท่องเท่ียวได้รับ
ความเสียหาย เป็นจานวนมาก ถือได้ว่าเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของจังหวัดภูเก็ต
ทาคนไทยพบกับความสูญเสียมหาศาล ไม่ทันต้ังตัว ท้ังชีวิต ทรัพย์สินของประชาชน
และนักท่องเทยี่ ว

ภาพความเสียหายหลังเกดิ คลืน่ ยักษส์ นึ ามิ จ.ภเู ก็ต

ท่มี า: https://www.thairath.co.th, http://www.saveoursea.net

หนงั สืออา่ นเพ่มิ เตมิ : ประวตั ศิ าสตร์เมอื งภเู กต็ จนั ทนา ภมุ มาบตุ ร

เล่มที่ 1 พฒั นาการประวตั ศิ าสตร์เมืองภูเกต็ 20

สรุปได้ว่าเมืองภูเก็ต เป็นเมืองประวัติศาสตร์ท่ีมีอายุนับพันปีควบคู่กับเมือง
“สิบสองนักษัตร”อ่ืนๆในภาคใต้ ภายใต้การปกครองของอาณาจักรตามพรลิงค์
ศิริธรรมนคร มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ในอดีตมีช่ือสียงเกี่ยวกับการทา
เหมอื งแร่ดบี ุก มีไขม่ กุ และอาพัน อันเป็นทรัพยากรทางทะเล เป็นศูนย์กลางของการ
ทอ่ งเท่ยี วทเี่ ลื่องลือท่ัวโลก ภูเก็ตได้ถูกพัฒนาเป็นเมืองสมัยใหม่ มีความเจริญรุ่งเรือง
แบบกา้ วกระโดดอย่างรวดเรว็ เป็นเมืองท่ีมีเสน่ห์ตามธรรมชาติชวนให้ท่องเที่ยวและ
ชวนให้ศกึ ษา

มาดูหลักฐานเกี่ยวกบั ที่มาของ
ชื่อจงั หวัดภูเกต็ ในสมัยอดีต...

กันนะครบั

หนงั สืออ่านเพมิ่ เตมิ : ประวตั ศิ าสตร์เมอื งภเู กต็ จนั ทนา ภมุ มาบตุ ร

เล่มที่ 1 พฒั นาการประวตั ศิ าสตร์เมืองภเู กต็ 21

ตามหลักฐานจากการบันทึกของชาวต่างชาติ เม่ือปี พ.ศ.700 นักภูมิศาสตร์
และนักเดินเรือชาวกรีก ชื่อ ปโตเลมี ได้เดินทางผ่านมาและเรียกผืนแผ่นดินใน
บรเิ วณนีว้ า่ “แหลมตะโกลา”ต่อมามหี ลกั ฐานการกล่าวถึงผืนแผ่นดินในบริเวณนี้อีก
ครั้ง ปรากฏในการบันทึกและแผนท่ีการเดินเรือของชาติยุโรป ระหว่าง พ.ศ.2054-
2397 เรียกผืนแผ่นดินนี้ว่า “จังซีลอน”(Junk Ceylon) หมายถึง เกาะท่ีเคยเป็น
แหลมมาก่อน จากกระบวนการกัดเซาะของน้าทะเลทาให้ส่วนที่เป็นแหลมขาดจาก
แผ่นดินใหญก่ ลายเป็นเกาะภเู กต็ ในที่สดุ

แผนทีฝ่ ร่งั เศสเรียกวา่ “จังซลี อน”
ทม่ี า: Junkseilon.(1775). สบื ค้นเม่อื 15 พฤษภาคม 2559,

จาก https://www.geographicus.com

ในสมัยอดีตภูเก็ตมักเป็นที่รู้จักของนักเดินเรือและพ่อค้าชาวต่างชาติท่ีมักจะ
มาแวะพักจอดเรือ เพ่ือกาบังเคลื่อนลมในหน้ามรสุมและช่ือเรียก เกาะถลาง หรือ
เมืองถลาง นั้นมีปรากฏข้ึนในสมัยอยุธยาจากเอกสารของต่างชาติ และเอกสาร
ของไทย คือ จดหมายเหตุเมืองถลาง ซึ่งมีไปถึง กัปตันฟรานซิส ไลท์ ต้ังแต่ปี
พ.ศ. 2320-2335

หนงั สอื อ่านเพิ่มเตมิ : ประวตั ิศาสตรเ์ มอื งภเู กต็ จันทนา ภุมมาบตุ ร

เล่มที่ 1 พฒั นาการประวตั ศิ าสตร์เมืองภเู กต็ 22

จดหมายเหตเุ มอื งถลาง ท่ีมาของชือ่ เมอื งถลาง

จดหมายเหตเุ มืองถลาง
ทีม่ า: ประสิทธิ์ ชิณการณ.์ (2557). จดหมายเหตเุ มอื งถลาง.

พมิ พ์ครงั้ ท่ี 2. กรงุ เทพฯ: มลู นิธทิ ้าวเทพกระษัตรที ้าวศรีสนุ ทร.

ส่วนช่ือเรียก“ภูเก็จ”หรือ“ภูเก็ต” เพิ่งมาปรากฏในสมัยธนบุรีและ
รัตนโกสินทร์ ซึ่งปรากฏเป็นหลักฐานในเอกสารเมืองถลาง ตั้งแต่ พ.ศ. 2328
นอกจากนีย้ งั มหี ลักฐานอ่นื ๆทอี่ า้ งอิงถึงการใชช้ ือ่ ภเู ก็จ “จ จาน”สะกด ดังนี้

1) จดหมายของท้าวเทพกระษัตรี มีไปถึงกปั ตนั ฟรานซสิ ไลท์ได้
กล่าวถึง “เมืองภูเก็จ” (ตาแหน่งของคุณเทียน บุตรท้าวเทพกระษัตรี) อันหมายถึง
ตาแหน่งผูค้ รองเมืองภูเขาแกว้ นนั่ เอง

จดหมายของทา้ วเทพกระษตั รี มไี ปถงึ กปั ตนั
ฟรานซสิ ไลท้ ์ ได้กลา่ วถึง “เมอื งภเู ก็จ”
ทีม่ า: ประสทิ ธ์ิ ชณิ การณ์.(2557). จดหมายเหตุ
เมืองถลาง. พิมพ์ครัง้ ที่ 2. กรุงเทพฯ:
มลู นธิ ทิ า้ วเทพกระษัตรที า้ วศรสี นุ ทร.

หนงั สืออา่ นเพ่ิมเตมิ : ประวตั ิศาสตร์เมืองภเู ก็ตจนั ทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ที่ 1 พัฒนาการประวตั ศิ าสตร์เมืองภเู กต็ 23

2) ตราประทับกระทรวงมหาดไทย ประจามณฑล เขียน “มณฑลภเู ก็จ”

ตรายางประทับของกระทรวงมหาดไทย“มณฑลภูเก็จ”

ทมี่ า: วฒั นธรรม พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์ เอกลกั ษณแ์ ละภมู ปิ ญั ญา จงั หวดั ภูเกต็ .
(2544). กรุงเทพฯ: กรมศลิ ปากร.

3) พระราชหัตเลขาของพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยูห่ วั ทรงกราบ
บงั คมทลู รายงานตอ่ พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เม่ือคร้ังเสด็จหัวเมือง
ปกั ษ์ใต้ ร.ศ.128 ทรงเขยี นว่า “มณฑลภูเก็จ”

พระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยู่หัว รชั กาลที่ 6 เขียน “มณฑลภูเก็จ”
ท่มี า: ฤดี ภูมิภถู าวร.(2550). ภูเก็ต. พมิ พ์ครงั้ ที่ 9. ภเู กต็ : ภูเกต็ บลู เลทิน.

หนังสอื อา่ นเพิ่มเตมิ : ประวตั ิศาสตร์เมืองภเู ก็ตจันทนา ภมุ มาบตุ ร

เลม่ ท่ี 1 พัฒนาการประวตั ศิ าสตร์เมืองภูเกต็ 24

4) เคร่ืองบินประจามณฑล เขียนขา้ งเครือ่ งบินวา่ “มณฑลภเู ก็จ”

เครอ่ื งบนิ ประจามณฑลภเู กจ็

ทมี่ า: ฤดี ภูมิภถู าวร.(2550). ภูเกต็ . พมิ พค์ รั้งท่ี 9. ภเู กต็ : ภูเกต็ บลู เลทิน.

5) ภาพแผนทรี่ ะวาง ซ่งึ เขียนโดยกรมแผนทท่ี หาร กใ็ ช้คาวา่ “ภเู ก็จ”

แผนทรี่ ะวางที่ดิน เขียน “เมอื งภเู ก็จ”

ท่มี า: ฤดี ภูมภิ ูถาวร.(2550). ภูเกต็ .
พมิ พ์ครั้งท่ี 9. ภเู กต็ : ภูเก็ตบลู เลทนิ .

6) บันทกึ ของสาธารณสุขมณฑล เขยี น “มณฑลภเู ก็จ”

เอกสารสาธารณสขุ เขยี น “มณฑลภเู ก็จ”

ทมี่ า: ฤดี ภูมิภูถาวร.(2550). ภเู ก็ต.
พมิ พค์ รัง้ ท่ี 9. ภเู ก็ต: ภเู ก็ตบูลเลทิน.

หนงั สืออ่านเพิม่ เตมิ : ประวตั ศิ าสตรเ์ มอื งภเู ก็ตจนั ทนา ภมุ มาบตุ ร

เลม่ ท่ี 1 พฒั นาการประวตั ศิ าสตร์เมืองภูเกต็ 25

จากหลกั ฐานอา้ งองิ ดังกล่าวข้างต้น ทาให้เขา้ ใจว่าเมื่อก่อนมีการใช้ช่ือจังหวัด
ภูเก็ตว่า “ภูเก็จ”(จ จานสะกด) และต่อมาได้มีการเรียกขานกันเร่ือยๆ มาจน
กลายเป็น“ภเู ก็ต”(ต เตา่ สะกด) ซ่ึงปรากฏในราชกิจจานุเบกษา มาต้ังแต่พ.ศ. 2450
เปน็ ตน้ มา

ไม่วา่ จะเปน็ ชื่อ จังซลี อน ถลาง ภเู ก็จ และภูเก็ต ต่างเป็นชื่อทใ่ี ชเ้ รียก ภเู ก็ต
ทงั้ สิน้ เพยี งแต่เป็นช่อื ท่ใี ช้เรียกในเวลาท่ีตา่ งกนั เทา่ นั้น สิ่งสาคัญคือ การมีจิตสานึกท่ี
ดีต่อบรรพชนท่ีได้ปกป้องแผ่นดินน้ีด้วยเลือดและปัญญา เพ่ือรักษาดินแดนแห่งน้ีไว้
ให้ลูกหลานได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข มาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน เราควรภาคภูมิใจ
รักและหวงแหนทอ้ งถน่ิ ของตน

เพื่อนๆ เห็นไหมละครบั วา่ ท้องถ่ินของเรามี
พัฒนาการทางประวัติศาสตรท์ ี่น่าภาคภูมิใจ

เราทุกคนควรรักและหวงแหนความเป็น
ท้องถน่ิ ของตนเองนะครบั

เมอื่ ศึกษาพฒั นาการประวัติศาสตร์เมอื งภเู ก็ต
กนั เข้าใจแลว้ เพอื่ นๆ ลองทากจิ กรรม
เพ่อื การเรยี นรู้กันนะครบั ...

หนงั สอื อา่ นเพิ่มเตมิ : ประวตั ศิ าสตร์เมืองภเู ก็ตจันทนา ภมุ มาบตุ ร

เลม่ ที่ 1 พัฒนาการประวตั ศิ าสตร์เมอื งภูเกต็ 26

กจิ กรรมที่ 1 หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรเ์ มอื งภูเกต็

ตอนที่ 1 ศกึ ษาการจาแนกหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์
คาชแ้ี จง ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มศึกษาความรู้เกยี่ วกบั การจาแนกหลกั ฐานทาง

ประวัติศาสตร์ แล้วทากิจกรรมตอ่ ในตอนที่ 2

การจาแนกหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์

หลกั ฐานจาแนกตามความสาคญั ดงั น้ี
1. หลกั ฐานชัน้ ต้น หมายถึง คาบอกเล่าหรือบันทึกของผู้พบเห็นเหตุการณ์หรือผู้ที่
เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดยตรง ได้แก่ บันทึกการเดินทาง จดหมายเหตุ จารึก
รวมถึงสิ่งก่อสร้าง หลักฐานทางโบราณคดี โบราณสถาน โบราณวัตถุ เช่น โบสถ์
เจดีย์ วหิ าร พระพุทธรูป รปู ปนั้ หม้อ เปน็ ตน้
2. หลกั ฐานช้นั รอง หมายถึง ผลงานท่ีเขียนข้ึนหรือเรียบเรียงขึ้นภายหลังจากเกิด
เหตุการณ์นน้ั แล้ว โดยอาศยั คาบอกเล่าหรือจากหลกั ฐานชน้ั ต้นต่างๆ ได้แก่ ตานาน
วิทยานพิ นธ์ เปน็ ตน้
หลกั ฐานจาแนกตามการบันทึกหรือการใชอ้ กั ษรเปน็ ตัวกาหนด ดงั นี้
1. หลักฐานท่ีเป็นลายลักษณ์อักษร หมายถึง หลักฐานที่มีการบันทึกเป็น ลาย
ลักษณ์อักษรบอกเล่าเร่ืองราวต่างๆ ได้แก่ ศิลาจารึก พงศาวดาร ใบลาน จดหมาย
เหตุ วรรณกรรม ชีวประวัติ หนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร รวมถึง การบันทึกไว้
ตามสิ่งก่อสร้าง โบราณสถาน โบราณวัตถุ แผนท่ี หลักฐานประเภทนี้จัดว่าเป็น
หลักฐานสมยั ประวตั ศิ าสตร์
2. หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร หมายถึง สิ่งที่มนุษย์สร้างข้ึนท้ังหมดที่ไม่
เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ส่ิงก่อสร้าง โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปะการแสดง
คาบอกเล่า จติ รกรรม เปน็ ตน้

หนงั สืออ่านเพมิ่ เตมิ : ประวตั ิศาสตรเ์ มืองภเู ก็ตจันทนา ภมุ มาบตุ ร

เล่มที่ 1 พัฒนาการประวตั ศิ าสตร์เมืองภเู กต็ 27

ตอนที่ 2 สบื คน้ หลักฐานทางประวัตศิ าสตรเ์ มอื งภูเกต็

คาชี้แจง แต่ละกลุ่มสืบค้นหลักฐานทางประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ต โดยใช้หนังสือ
อ่านเพิ่มเติม เล่มท่ี 1 พัฒนาการประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ต ศึกษาความสาคัญของ
หลักฐานทางประวตั ิศาสตรเ์ มืองภเู กต็ แล้วเติมคาตอบใหถ้ ูกตอ้ ง

1. ช่ือหลกั ฐาน.......................................
จาแนกตามความสาคัญ
จดั เปน็ หลักฐานประเภท.........................
จาแนกตามการบันทึก
จัดเป็นหลักฐานประเภท.........................

ความสาคัญของหลกั ฐาน
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................

2.ชอื่ หลกั ฐาน..........................................
จาแนกตามความสาคัญ
จดั เป็นหลักฐานประเภท..........................
จาแนกตามการบันทึก
จัดเปน็ หลักฐานประเภท..........................

ความสาคญั ของหลักฐาน
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................

หนังสืออ่านเพิม่ เตมิ : ประวตั ศิ าสตร์เมืองภเู ก็ตจันทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ที่ 1 พัฒนาการประวตั ศิ าสตร์เมอื งภเู กต็ 28

3. ชอื่ หลักฐาน........................................
จาแนกตามความสาคัญ
จดั เปน็ หลักฐานประเภท..........................
จาแนกตามการบนั ทกึ
จัดเปน็ หลกั ฐานประเภท..........................
ความสาคัญของหลกั ฐาน

.....................................................................................................................................

.....................................................................................................................................

.....................................................................................................................................

4. ชอ่ื หลักฐาน........................................
จาแนกตามความสาคญั
จัดเป็นหลักฐานประเภท..........................
จาแนกตามการบันทกึ
จัดเปน็ หลักฐานประเภท.........................

ความสาคัญของหลักฐาน

.....................................................................................................................................

.....................................................................................................................................

.....................................................................................................................................

(แนวคำตอบอยู่ในดลุ ยพินจิ ของครูผู้สอน)

หนงั สอื อา่ นเพิ่มเตมิ : ประวตั ิศาสตรเ์ มอื งภเู ก็ตจนั ทนา ภุมมาบตุ ร

เล่มท่ี 1 พฒั นาการประวตั ิศาสตร์เมอื งภเู กต็ 29

แบบฝกึ หดั ท่ี 1 หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์เมอื งภูเกต็

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. จาแนกประเภทของหลกั ฐานทางพัฒนาการประวัติศาสตร์เมอื งภูเก็ตได้
2. สบื คน้ และอธิบายความสาคญั ของหลักฐานทางพัฒนาการประวัตศิ าสตร์
เมืองภเู ก็ตได้

คาชี้แจง ให้นักเรียนใส่เครอ่ื งหมาย หน้าขอ้ ความท่เี หน็ ว่าถูกและใส่เครอ่ื งหมาย
 หนา้ ข้อความ ที่เห็นว่าผดิ (10 ขอ้ : 10 คะแนน)

...........1. เครื่องบินประจามณฑลภเู กจ็ จัดเปน็ หลักฐานชนั้ ต้นทีใ่ ช้ศกึ ษาขอ้ เท็จจรงิ
เกีย่ วกบั ช่อื จงั หวัดภูเกต็ ในสมัยอดตี

...........2. ขวานหนิ ทข่ี ุดพบในเขตอาเภอกะทู้แสดงใหเ้ หน็ วา่ เมอื งภูเก็ตมีมนุษยอ์ าศยั
อยู่ต้ังแตย่ ุคก่อนประวัติศาสตร์

...........3. อนุสาวรีย์หลกั 60 ปี จดั เปน็ หลกั ฐานชนั้ ตน้ ทางประวัตศิ าสตร์
...........4. หลกั ฐานช้นั ตน้ เป็นหลักฐานทเี่ กิดข้ึนหลังเกิดเหตุการณน์ ั้นๆ
...........5. จดหมายเหตเุ มอื งถลางจดั เปน็ หลักฐานประเภทลายลักษณ์อกั ษร
...........6. จากบนั ทึกของหนงั สอื “เค้าเงอื่ นประวตั ศิ าสตรถ์ ลาง” ของ จ.ี อี. เจรินี

ทาให้ทราบว่าชนกลุ่มแรกทอี่ าศัยอยู่ในบริเวณเกาะภเู กต็ คือ พวกซาไก
...........7. อนุสาวรีย์หลกั 60 ปี สรา้ งไว้เพื่อระลึกถงึ กปั ตัน เอส เวริ ด์ โทมัส ไมล์

ท่ไี ดน้ าเรอื ขุดแร่ลาแรกของโลกมาส่ภู ูเกต็
...........8. หลกั ฐานช้ันต้นมีความนา่ เช่ือกวา่ หลักฐานช้นั รอง
...........9. ตรายางประทับของกระทรวงมหาดไทย“มณฑลภูเกจ็ ” บอกให้ทราบว่าใน

สมัยอดตี ภูเกต็ มีการปกครองแบบมณฑล
..........10. ถา้ ทอ้ งถิน่ มีหลักฐานสาคญั ทางประวตั ศิ าสตรน์ กั เรยี นควรศกึ ษาข้อมูล

ให้ถูกตอ้ ง

หนงั สืออ่านเพม่ิ เตมิ : ประวตั ิศาสตร์เมอื งภเู กต็ จันทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ท่ี 1 พัฒนาการประวตั ศิ าสตร์เมอื งภเู กต็ 30

กจิ กรรมที่ 2 การสบื ค้นความเป็นมาของพฒั นาการเมืองภเู ก็ต

คาชี้แจง ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นความเป็นมาเก่ียวกับพัฒนาการเมืองภูเก็ต
จากหนังสืออ่านเพ่ิมเติม เล่มที่ 1 พัฒนาการประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ต ในแต่ละยุค
สมัย แล้วสร้างแผนท่ีความคิด พร้อมสรุปความสาคัญของพัฒนาการเมืองภูเก็ตใน
แตล่ ะดา้ นมาพอสงั เขป

สมยั รัตนโกสินทร์ สมัยสโุ ขทัย

สรุปความสาคญั ของพฒั นาการเมอื งภูเก็ตในแต่ละดา้ น

พัฒนาการดา้ นการปกครอง……………………………………………........................
…………………………………………………………………………………………………….…….
พฒั นาการดา้ นเศรษฐกจิ ………………………………………………..........................
……………………………………………………………………………………………………….….
พฒั นาการดา้ นการคมนาคม……………………………………………….....................
…………………………………………………………………………………………………….…….

(แนวคาตอบอยู่ในดุลยพินจิ ของครผู ู้สอน)

หนงั สอื อา่ นเพมิ่ เตมิ : ประวตั ศิ าสตร์เมืองภเู กต็ จันทนา ภมุ มาบตุ ร

เล่มที่ 1 พัฒนาการประวตั ศิ าสตร์เมืองภูเกต็ 31

แบบฝกึ หดั ท่ี 2 สืบคน้ ความเป็นมาของพัฒนาการเมืองภูเกต็

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. รวบรวมขอ้ มูลจากแหล่งตา่ งๆเพ่ือตอบคาถามเก่ียวกับพัฒนาการเมืองภเู กต็
2. สืบคน้ ความเปน็ มาเกย่ี วกับพฒั นาการเมืองภเู ก็ตได้ถูกตอ้ ง
3. เหน็ คุณค่าและความสาคัญของเมืองภเู กต็

คาชแ้ี จง นาตวั อักษรหน้าขอ้ ความท่ีกาหนดให้เติมลงในช่องวา่ งหน้าข้อให้
สมั พนั ธ์กัน (10 ข้อ : 10 คะแนน)

ก. ยคุ ก่อนประวตั ศิ าสตร์ ง. สมัยอยุธยา

ข. ยุคพรลิงค-์ ศิรธิ รรมนคร จ. สมยั ธนบุรี

ค. สมยั สุโขทยั ฉ. สมัยรัตนโกสนิ ทร์

1. ขุดพบขวานหินหรือท่ีชาวบ้านเรียกว่า หินขวานฟ้า ที่ อ.กะทู้ เป็นการ
บ่งบอกใหท้ ราบวา่ เกาะภเู กต็ แห่งนีเ้ คยมีมนุษยย์ ุคหนิ อาศยั อยู่

2. โปรตุเกสเป็นชาตติ ะวนั ตกชาตแิ รกทเ่ี ดินทางเขา้ มาเมอื งภูเกต็
3. ภูเก็ตเกิดศกึ ใหญ่กับพม่าในสงครามเกา้ ทัพ
4. มีการแตง่ ตั้ง ชารบ์ อนโน เป็นเจา้ เมอื งถลางคนแรกในปี พ.ศ. 2224
5. เมืองถลางเป็นเมืองบริวารอันเรียกว่า “เมืองสิบสองนักษัตร” มีตรา

ประจาเมอื งเป็นรปู สนุ ัขนาม
6. ภูเก็ตเป็นเมืองประเทศราชจะต้องส่ง “ส่วย” คือ ดีบุก เพื่อนาไปใช้ผสม

เป็นทองสมั ฤทธิ์ ในการหลอ่ พระพุทธรูป
7. ปี พ.ศ 2419 หลวงพ่อแช่มกบั ชาวบ้านลุกขนึ้ สกู้ ับอั้งยีจ่ นไดร้ บั ชัยชนะ
8. มีการนาเรอื ขุดแรล่ าแรกของโลกมาใช้ในการทาธรุ กิจเหมืองแรด่ ีบุก
9. กัปตันฟรานซิส ไลท์ ได้เข้ามาต้ังสถานีการค้าแร่ดีบุกและมีความสนิท

สนมกับเจ้าเมืองถลาง ทาให้ภูเก็ตในสมัยนั้นเจริญรุ่งเรืองมีการ
แลกเปลีย่ นสินคา้ ด้วยแร่ดบี ุก
10. ภเู กต็ ไดส้ รา้ งสะพานสารสนิ ทาให้การเดินทางมคี วามสะดวกยงิ่ ขน้ึ

หนังสืออ่านเพ่มิ เตมิ : ประวตั ศิ าสตรเ์ มอื งภเู กต็ จนั ทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ท่ี 1 พัฒนาการประวตั ิศาสตร์เมอื งภเู กต็ 32

กจิ กรรมที่ 3
ความจริงและขอ้ เท็จจริงเกี่ยวกบั พฒั นาการประวัตศิ าสตร์เมืองภเู กต็

คาช้ีแจง ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นความจริงและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพัฒนาการ
ประวัตศิ าสตรเ์ มืองภูเกต็ จากหนังสืออา่ นเพิม่ เติม เล่มที่ 1 พัฒนาการประวัติศาสตร์
เมอื งภูเก็ต แลว้ นาข้อมลู มาสรา้ งเป็นแผนทีค่ วามคิด (Mind Map)

ความจรงิ

เกย่ี วกับประวตั ิศาสตร์
เมืองภูเกต็

ความจริงและขอ้ เท็จจริง
เกย่ี วกบั ประวัตศิ าสตร์เมอื งภูเก็ต

ข้อเท็จจริง
เกย่ี วกบั ประวตั ศิ าสตร์

เมืองภูเก็ต

สมาชิกกลุ่มที.่ .......ช่อื กลุ่ม........................................................หอ้ ง..............
1.................................................................................
2.................................................................................
3…………………………………………………………………...…
4………………………………………………………………..……

(แนวคาตอบอยู่ในดลุ ยพินจิ ของครูผู้สอน)

หนังสืออ่านเพ่มิ เตมิ : ประวตั ิศาสตร์เมืองภเู กต็ จันทนา ภุมมาบตุ ร

เล่มท่ี 1 พัฒนาการประวตั ศิ าสตร์เมอื งภเู กต็ 33

แบบฝึกหดั ที่ 3 ความจริงและขอ้ เทจ็ จรงิ ทางประวตั ิศาสตรเ์ มอื งภเู กต็

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายความแตกต่างระหวา่ งความจรงิ กบั ข้อเท็จจรงิ เก่ียวกับพัฒนาการ
ประวตั ศิ าสตร์เมอื งภเู กต็
2. สบื ค้นความจรงิ กับข้อเท็จจรงิ เก่ียวกบั พัฒนาการประวัตศิ าสตรเ์ มืองภเู ก็ต

คาชีแ้ จง พจิ ารณาข้อความทกี่ าหนดให้วา่ ขอ้ ความใดเปน็ ความจริง หรอื เปน็
ข้อเท็จจรงิ ทางประวตั ศิ าสตรเ์ มืองภเู กต็ และขีด ลงในตาราง(10 ข้อ :10 คะแนน)

ท่ี ข้อความ ความจรงิ ข้อเท็จจรงิ

1 จดหมายท้าวเทพกระษัตรี มีไปถึงกัปตัน ฟรานซิส
ไลท์ ไดก้ ลา่ วถึง “เมืองภเู กจ็ ”

2 พระยารัษฎานุประดิษฐ์เป็นผู้พัฒนาภูเก็ตให้มีความ
เจริญก้าวหน้าในทุกๆดา้ น

3 สมัยสุโขทัยภูเก็ตมีบทบาทสาคัญในการส่งส่วย คือ
แร่ดีบกุ เพ่อื นาไปใชใ้ นการหล่อพระพทุ ธรปู

4 ศึกถลาง เกิดข้ึนสมัยรตั นโกสนิ ทร์ในสงคราม 9 ทพั

5 ภูเก็ตได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งพระราช
ทรัพย์ของแผน่ ดนิ

6 ชาวเลเป็นชนเผ่าดั้งเดิมของภูเก็ตซึ่งปัจจุบันมัก
ตัง้ ถน่ิ ฐานอยู่บริเวณชายฝงั่ ทะเล

7 จากหลักฐานโบราณคดีระบุว่า เมืองตะก่ัวถลาง เป็น
เมืองลาดับท่ี 11 ช่ือ “เมืองสุนัขนาม” อันเป็นเมือง
บรวิ ารของ “เมอื งสบิ สองนกั ษัตร”ในยุคศริ ธิ รรมนคร

8 ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงแต่งต้ัง
ชาวฝร่ังเศส ช่ือ ชาร์บอนโน(Charbonneau) มาเป็น
เจา้ เมอื งถลางคนแรกในปี พ.ศ.2224

9 ปี พ.ศ. 2410 เกดิ กบฏอ้ังย่ี ทีเ่ มืองภเู กต็

10 ปี พ.ศ. 2547 ภูเกต็ ประสบภัยพิบตั คิ ล่นื ยกั ษ์สึนามิ

หนงั สอื อา่ นเพิ่มเตมิ : ประวตั ิศาสตรเ์ มอื งภเู ก็ตจนั ทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ท่ี 1 พัฒนาการประวตั ิศาสตร์เมืองภูเกต็ 34

แบบทดสอบหลงั เรยี น
เรื่อง พฒั นาการประวตั ิศาสตรเ์ มอื งภเู ก็ต

คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนเลือกคาตอบท่ถี กู ตอ้ งเพยี งคาตอบเดียว (10 ข้อ :10 คะแนน)

1. ขอ้ ใดจัดเปน็ หลักฐานช้นั รอง

ก. ข. ค. ง.

2. ข้อใดคอื ความจริงเกี่ยวกบั พฒั นาการประวตั ิศาสตร์เมืองภูเกต็
ก. พระยารัษฎานปุ ระดิษฐ์เป็นผู้พัฒนาภเู ก็ตให้เจรญิ ก้าวหนา้ ใน
ทุกด้าน
ข. จดหมายของท้าวเทพกระษตั รี มไี ปถงึ กปั ตนั ฟรานซสิ ไลท์ได้
กล่าวถึง “เมอื งภูเก็จ”
ค. ภูเก็ตในสมัยอดีตนนั้ เปน็ เมอื งทม่ี ีความสาคญั ในการขดุ หาแรด่ ีบุก
ง. ภเู กต็ ไดร้ ับการขนานนามว่าเป็นเมอื งแหง่ พระราชทรัพย์ของแผ่นดิน

3. ข้อใดกล่าวถกู ตอ้ งเก่ียวกับพัฒนาการประวตั ศิ าสตร์เมืองภเู กต็
ก. พ.ศ. 2532 ภเู กต็ ได้รบั เลือกใหเ้ ปน็ เมืองคู่แฝดกับเมอื งนซี
เมืองตากอากาศระดับโลกของประเทศฝร่ังเศส
ข. ในสมยั สุโขทัยภูเกต็ มบี ทบาทสาคัญในการสง่ แรด่ บี กุ ไปเป็นสว่ ย
เพ่อื ใชผ้ สมเปน็ สาริดไวห้ ล่อพระพทุ ธรูป
ค. ในสมยั รตั นโกสนิ ทรภ์ เู ก็ตเกดิ ศกึ ใหญก่ บั พมา่ ซึ่งประวัตศิ าสตรไ์ ทย
เรียกสงครามครั้งนีว้ ่า สงครามเก้าทัพ
ง. ถกู ทุกข้อ

หนังสอื อ่านเพิ่มเตมิ : ประวตั ศิ าสตรเ์ มอื งภเู ก็ตจนั ทนา ภมุ มาบตุ ร

เลม่ ท่ี 1 พฒั นาการประวตั ศิ าสตร์เมืองภูเกต็ 35

4. ถา้ ท้องถน่ิ มหี ลกั ฐานสาคัญทางประวัติศาสตรน์ ักเรียนควรปฏิบัตติ ามขอ้ ใด
ก. ศกึ ษาประวัติ
ข. ถ่ายภาพเก็บไว้
ค. เลา่ ให้เพื่อนฟงั
ง. ช่วยทาการบูรณะ

5. หลกั ฐานทางประวัติศาสตรเ์ มืองภูเก็ตขอ้ ใดมคี วามน่าเช่อื ถอื มากท่ีสุด
ก. อนสุ าวรีย์หลกั 60 ปี
ข. ตานานรกั สารสนิ
ค. จดหมายเหตุเมืองถลาง
ง. ภาพจิตรกรรมศึกถลาง

6. จากรูปหลักฐานช้นิ นม้ี คี วามสาคญั กบั เมืองภูเกต็ ในขอ้ ใด

ก. เกาะภเู กต็ เดิมมีช่อื เรียกว่า “จังซลี อน”
ข. เปน็ อาวุธของชนเผา่ ด้ังเดมิ ภูเกต็
ค. ภูเกต็ เปน็ จงั หวดั ที่อดุ มสมบรู ณ์ดว้ ยทรัพยากรแร่ดบี ุก
ง. ยุคกอ่ นประวตั ศิ าสตรภ์ ูเก็ตมีมนุษยอ์ าศยั อยู่ โดยมีการใช้

เครือ่ งมอื หนิ
7. ภูเก็ตในสมยั อดีตเปน็ เมอื งทม่ี ีความสาคัญในเรือ่ งใดมากทส่ี ดุ

ก. การทาประมง
ข. การทาสวนยางพารา
ค. การขุดหาแรด่ ีบกุ
ง. เปน็ ทพ่ี กั จอดเรอื สินค้าของชาวต่างชาติ
8. ข้อใดคือข้อเท็จจรงิ เกี่ยวกับพฒั นาการประวตั ศิ าสตร์เมอื งภเู ก็ต
ก. ชาวเลส่วนใหญม่ กั ตัง้ ถิน่ ฐานอยบู่ ริเวณชายฝั่งทะเล
ข. สงคราม 9 ทัพ เกิดข้ึนในสมัยรตั นโกสินทร์
ค. ปีพ.ศ.2449 พระยารษั ฎานุประดิษฐ์ จดั ต้งั ธนาคารชารเ์ ตอร์ท่ีภเู ก็ต
ง. ตราประทับประจามณฑล เขยี น “มณฑลภเู ก็จ”ท่ีสะกดดว้ ย จ จาน

หนงั สอื อา่ นเพม่ิ เตมิ : ประวตั ศิ าสตร์เมืองภเู กต็ จันทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ท่ี 1 พฒั นาการประวตั ิศาสตร์เมอื งภเู กต็ 36

9. ชาติตะวนั ตกชาติแรกท่ีเข้ามายังเกาะภูเกต็ คอื ข้อใด
ก. อังกฤษ
ข. ฮอลันดา
ค. โปรตุเกส
ง. ฝรั่งเศส

10. โศกนาฏกรรมของเมืองภเู ก็ตขอ้ ใดทที่ าให้เกิดความสูญเสียมหาศาล
ก. เครอื่ งบนิ วันทูโกตก
ข. คลน่ื ยกั ษ์สนึ ามิ
ค. การประท้วงปิดสนามบินภูเก็ต
ง. เกดิ พายุนากีส

โชคดีในการทาแบบทดสอบ
อยา่ ลืมซอ่ื สัตย์ตอ่ ตนเอง

นะครบั ...

หนังสืออา่ นเพ่มิ เตมิ : ประวตั ศิ าสตร์เมอื งภเู ก็ตจันทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ท่ี 1 พฒั นาการประวตั ศิ าสตร์เมืองภูเกต็ 37

บรรณานกุ รม

ถนอม พนู วงศ.์ (2556). ประวตั ศิ าสตร์เมืองภเู ก็ต. กรงุ เทพฯ: โอเดยี นสโตร์.
ประสทิ ธิ์ ชิณการณ.์ (2548). ถลาง ภูเกจ็ และภเู กต็ .กรุงเทพฯ: โอ เอ็น จ.ี
ประสทิ ธิ์ ชิณการณ.์ (2557). จดหมายเหตุเมอื งถลาง. พิมพ์คร้งั ท่ี 2. กรงุ เทพฯ:

มลู นธิ ทิ ้าวเทพกระษตั รีทา้ วศรีสุนทร.
นฤมล อรโุ ณทยั . (2557). ทกั ษะวฒั นธรรมชาวเล ร้อยเรือ่ งราวชาวเล.

กรุงเทพฯ: ศนู ยม์ านุษยวิทยาสิรนิ ธร.
ฤดี ภูมิภถู าวร.(2550). ภเู ก็ต. พิมพ์ครัง้ ที่ 9. ภเู กต็ : ภเู ก็ตบูลเลทนิ .
ลิวลั ย์ เกรี้ยงสง.(2543). ภูเกต็ . กรงุ เทพฯ: องคก์ ารคา้ คุรุสภา.วัฒนธรรม
พฒั นาการทางประวัตศิ าสตร์ เอกลกั ษณ์และภมู ปิ ญั ญา จังหวัดภูเกต็ .

(2544). กรงุ เทพฯ: กรมศิลปากร.
สถาบันทักษณิ คดศี กึ ษา.(2529). สารานุกรมวฒั นธรรมภาคใต้ เล่มที่ 10.

กรงุ เทพฯ: มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ สงขลา.
สดุ ารา สจุ ฉายา.(2543). ภูเกต็ . กรงุ เทพฯ: สารคดี

หนังสอื อ่านเพิม่ เตมิ : ประวตั ิศาสตร์เมืองภเู ก็ตจันทนา ภมุ มาบตุ ร

เล่มที่ 1 พฒั นาการประวตั ศิ าสตร์เมอื งภเู กต็ 38

ภาคผนวก

หนังสืออ่านเพิ่มเตมิ : ประวตั ศิ าสตรเ์ มอื งภเู กต็ จนั ทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ท่ี 1 พัฒนาการประวตั ศิ าสตร์เมืองภเู กต็ 39

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน
เรื่อง พัฒนาการประวตั ศิ าสตรเ์ มอื งภเู ก็ต

ข้อ คาตอบ
1ก
2ค
3ข
4ง
5ค
6ค
7ข
8ก
9ข
10 ง

หนงั สอื อ่านเพ่ิมเตมิ : ประวตั ิศาสตร์เมืองภเู กต็ จันทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ท่ี 1 พัฒนาการประวตั ศิ าสตร์เมืองภูเกต็ 40

เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
เรื่อง พฒั นาการประวตั ศิ าสตรเ์ มืองภูเกต็

ขอ้ คาตอบ
1ค
2ข
3ง
4ก
5ค
6ง
7ค
8ก
9ค
10 ข

หนังสืออ่านเพิ่มเตมิ : ประวตั ิศาสตรเ์ มืองภเู กต็ จนั ทนา ภุมมาบตุ ร

เลม่ ท่ี 1 พัฒนาการประวตั ศิ าสตร์เมอื งภูเกต็ 41

แบบฝกึ หดั ท่ี 1 หลักฐานทางประวตั ิศาสตรเ์ มอื งภูเกต็

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. จาแนกประเภทของหลักฐานทางพฒั นาการประวัติศาสตร์เมอื งภเู ก็ตได้
2. สืบคน้ และอธิบายความสาคัญของหลักฐานทางพัฒนาการประวตั ิศาสตร์
เมอื งภเู ก็ตได้

คาชแ้ี จง ให้นกั เรียนใส่เครอื่ งหมาย หน้าข้อความทเี่ หน็ ว่าถกู และใสเ่ ครอื่ งหมาย
 หน้าข้อความ ทเี่ หน็ ว่าผดิ (10 ข้อ: 10 คะแนน)

...........1. เคร่ืองบนิ ประจามณฑลภเู ก็จจัดเป็นหลักฐานชน้ั ต้นทใ่ี ช้ศกึ ษาข้อเท็จจริง
เก่ยี วกับช่ือจงั หวดั ภเู กต็ ในสมยั อดตี

...........2. ขวานหินท่ีขดุ พบในเขตอาเภอกะทแู้ สดงใหเ้ หน็ วา่ เมอื งภเู กต็ มมี นุษย์อาศยั
อย่ตู ้ังแตย่ คุ กอ่ นประวัตศิ าสตร์

...........3. อนุสาวรียห์ ลกั 60 ปี จัดเปน็ หลักฐานชั้นต้นทางประวัติศาสตร์
...........4. หลักฐานช้ันตน้ เป็นหลกั ฐานทีเ่ กิดขน้ึ หลงั เกดิ เหตุการณ์นนั้ ๆ
...........5. จดหมายเหตุเมืองถลางจดั เปน็ หลกั ฐานประเภทลายลักษณ์อกั ษร
...........6. จากบนั ทกึ ของหนังสอื “เคา้ เงื่อนประวัตศิ าสตร์ถลาง” ของ จี.อี. เจรนิ ี

ทาให้ทราบวา่ ชนกลุ่มแรกทีอ่ าศัยอยู่ในบริเวณเกาะภูเก็ต คอื พวกซาไก
...........7. อนุสาวรียห์ ลัก 60 ปี สรา้ งไวเ้ พ่อื ระลกึ ถึงกปั ตนั เอส เวิรด์ โทมัส ไมล์

ท่ไี ด้นาเรอื ขุดแรล่ าแรกของโลกมาสภู่ เู ก็ต
...........8. หลักฐานช้นั รองมีความนา่ เชื่อถอื กว่าหลกั ฐานช้นั ตน้
...........9. ตรายางประทับของกระทรวงมหาดไทย“มณฑลภเู ก็จ” บอกให้ทราบว่าใน

สมัยอดตี ภูเก็ตมกี ารปกครองแบบมณฑล และช่ือภเู กต็ สะกดดว้ ย จ จาน
..........10. ถ้าทอ้ งถ่นิ มีหลักฐานสาคญั ทางประวัตศิ าสตร์นักเรียนควรศึกษาขอ้ มลู

ใหถ้ กู ต้อง

หนงั สืออ่านเพิ่มเตมิ : ประวตั ศิ าสตรเ์ มืองภเู กต็ จนั ทนา ภุมมาบตุ ร


Click to View FlipBook Version