แบบฝึกทกั ษะทางวิชาการ
เพ่ือยกระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น
ภาคเรียนท่ี 1 ประจ�ำปี 2564
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ส�ำนักงานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยจังหวัดเลย
สำ� นกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั
สำ� นักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงศกึ ษาธิการ
คำ� น�ำ
เอกสารพฒั นาทกั ษะวชิ าการผเู้ รยี นรายบคุ คลฉบบั นี้ เปน็ เอกสารทจ่ี ดั ทำ� ขนึ้ โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ใหผ้ เู้ รยี น
ไดศ้ กึ ษาเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง ใหเ้ กดิ การพฒั นาทกั ษะทางวชิ าการ และยกระดบั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นในการเรยี นรตู้ าม
หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 มรี ายละเอยี ดสรปุ เน้อื หาตามสาระการ
เรยี นรแู้ บบทดสอบหลงั เรยี นและแบบบนั ทกึ การพฒั นาทกั ษะวชิ าการผเู้ รยี นรายบคุ คล เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นไดป้ ระเมนิ และ
พฒั นาตนเองอย่างต่อเนอ่ื งใหม้ ีพนื้ ฐานความรเู้ พยี งพอกบั การศึกษาตามระดับ
คณะผู้จดั ท�ำหวงั เป็นอยา่ งยงิ่ วา่ เอกสารเลม่ นจี้ ะเป็นประโยชน์ตอ่ นักศึกษาในการศกึ ษาเรยี นรตู้ ามหลกั สูตร
การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 และขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการท�ำ
เอกสารเลม่ น้ใี ห้ส�ำเรจ็ ลุลว่ งด้วยดี
ส�ำนกั งาน กศน.จงั หวดั เลย
สารบัญ
เรือ่ ง หนา้
คำ� นำ� 1
สารบัญ 1
คำ� ชีแ้ จงการใช้เอกสารพฒั นาทักษะวิชาการผู้เรยี นรายบุคคล 2
1. รายวิชา การพัฒนาตนเองชุมชนสงั คม รหัสวิชา สค31003 5
สรุปเน้ือหาส�ำคัญจากบทเรียน 5
แบบทดสอบรายวิชาการพฒั นาตนเองชมุ ชนสังคม รหัสวชิ า สค31003 7
2. รายวิชา พฒั นาอาชพี ใหม้ ีความม่นั คง รหัสวิชา อช31003 10
สรปุ เนอ้ื หาส�ำคญั จากบทเรียน 10
แบบทดสอบรายวิชาพัฒนาอาชพี ให้มคี วามมัน่ คง รหัสวิชา อช31003 13
3. รายวชิ า ศาสนาและหนา้ ท่ีพลเมอื ง รหัสวชิ า สค31002 16
สรปุ เนอ้ื หาส�ำคญั จากบทเรียน 16
แบบทดสอบรายวิชาศาสนาและหน้าที่พลเมือง รหัสวิชา สค31002 18
4. รายวชิ า สงั คมศึกษา รหัสวิชา สค31001 21
สรุปเนอ้ื หาส�ำคัญจากบทเรยี น 21
แบบทดสอบรายวิชาสงั คมศกึ ษา รหสั วชิ า สค31001 24
5. รายวชิ า ทักษะการเรยี นรู้ รหสั วชิ า ทร31001 27
สรุปเนอ้ื หาส�ำคญั จากบทเรยี น 27
แบบทดสอบรายวิชาทกั ษะการเรียนรู้ รหสั วชิ า ทร31001 30
6. รายวิชา สุขศกึ ษา พลศึกษา รหัสวชิ า ทช31002 33
สรปุ เนอ้ื หาส�ำคญั จากบทเรยี น 33
แบบทดสอบรายวชิ าสขุ ศกึ ษา พลศกึ ษา รหัสวิชา ทช31002 34
7. รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา พท31001 37
สรุปเนอ้ื หาส�ำคัญจากบทเรียน 37
แบบทดสอบรายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา พท31001 40
8. รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ รหัสวชิ า พว31001 43
สรุปเนือ้ หาสำ� คัญจากบทเรียน 43
แบบทดสอบรายวิชาวทิ ยาศาสตร์ รหัสวิชา พว31001 45
9. รายวิชา ศิลปศกึ ษา รหสั วชิ า ทช31003 48
สรุปเนื้อหาส�ำคัญจากบทเรียน 48
แบบทดสอบรายวิชาศิลปศกึ ษา รหสั วชิ า ทช31003 50
10.รายวิชา เศรษฐกิจพอเพยี ง รหัสวชิ า ทช31001
สรปุ เนื้อหาสำ� คัญจากบทเรยี น
แบบทดสอบรายวิชาเศรษฐกจิ พอเพียง รหสั วชิ า ทช31001
สารบญั (ตอ่ )
เรอ่ื ง หน้า
11. รายวิชา ชอ่ งทางการขยายอาชพี รหสั วชิ า อช31001 53
สรุปเนอื้ หาส�ำคัญจากบทเรยี น 53
แบบทดสอบรายวชิ าชอ่ งทางการขยายอาชีพ รหัสวชิ า อช31001 55
12. รายวิชา ทักษะการขยายอาชีพ รหสั วชิ า อช31002 58
สรปุ เนื้อหาสำ� คญั จากบทเรียน 58
แบบทดสอบรายวิชาทกั ษะการขยายอาชีพ รหัสวิชา อช31002 61
13. รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อชวี ิตและสังคม รหัสวชิ า พต31001 64
สรปุ เนอ้ื หาส�ำคญั จากบทเรยี น 64
แบบทดสอบรายวชิ าภาษาองั กฤษเพอ่ื ชีวิตและสงั คม รหัสวิชา พต31001 68
14. รายวชิ า คณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า พค31001 71
สรุปเน้ือหาส�ำคัญจากบทเรยี น 71
แบบทดสอบรายวิชาคณิตศาสตร์ รหัสวิชา พค31001 76
เฉลยแบบทดสอบ 81
แบบบนั ทกึ การพัฒนาการเรยี นรู้ รายวิชาบงั คับ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 85
เกณฑก์ ารประเมินผลการพัฒนาทักษะวชิ าการผู้เรียนรายบคุ คล ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 86
บรรณานกุ รม 87
คณะผจู้ ัดท�ำ 89
ค�ำชี้แจงการใชเ้ อกสารพฒั นาทักษะวชิ าการผูเ้ รียนรายบุคคล
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ปีการศึกษา 2564
เอกสารพฒั นาทกั ษะวชิ าการผเู้ รยี นรายบคุ คล ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ปกี ารศกึ ษา 2564 เลม่ นจ้ี ดั ทำ� ขน้ึ
เพอ่ื พฒั นาผเู้ รยี น ใหม้ คี วามรคู้ วามสามารถทางดา้ นวชิ าการในรายวชิ าบงั คบั ตามหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั
การศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 ในการศกึ ษาเอกสารเล่มน้ี ผู้เรยี นควรปฏบิ ตั ิ ดังนี้
1. ผู้เรยี นส�ำรวจวิชาทีต่ นเองลงทะเบียนเรยี นในปีการศกึ ษา 2564
2. ผู้เรียนศึกษาเนื้อหารายวิชาทต่ี นเองลงทะเบียนเรยี น หรือรายวิชาอ่ืน ๆ ทตี่ ้องการเรยี นรู้
3. หลงั จากศกึ ษาในรายวิชานน้ั ๆ แลว้ ผเู้ รียนตอ้ งท�ำแบบทดสอบ แลว้ นำ� มาเฉลยแบบทดสอบ
4. ผู้เรยี นบนั ทกึ คะแนนผลการทดสอบรายวชิ าในแบบบันทึกการพฒั นาทกั ษะวชิ าการผเู้ รียนรายบคุ คล
(อยทู่ า้ ยเล่ม) เพอ่ื เป็นแนวทางในการพฒั นาตนเองต่อเนอื่ ง
5. ให้ผ้เู รยี นศกึ ษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมในรายวชิ าตา่ ง ๆ ไดจ้ ากแบบเรยี นตามหลกั สูตรการศกึ ษา
นอกระบบระดบั การศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลายไดจ้ ากแหล่งเรียนรู้และ
สอ่ื ออนไลน์อนื่ ๆ
สรุปเน้อื หารายวิชาการพัฒนาตนเองชุมชนสงั คม
รหสั วิชา สค31003
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นักศกึ ษามคี วามรูค้ วามเข้าใจหลักการพฒั นาสังคม ชุมชน
2. นักศกึ ษาสามารถบอกความหมายและความสำ� คัญของแผนชีวิตและสังคม ชมุ ชน
3. นกั ศึกษาสามารถวเิ คราะห์และน�ำเสนอขอ้ มลู ตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน สังคมดว้ ยเทคนคิ และวิธกี ารท่ี
หลากหลาย
4. นกั ศึกษาเหน็ ความส�ำคญั และมสี ่วนรว่ มในการจัดท�ำแผนชวี ติ และแผนชมุ ชน สงั คมได้
5. นกั ศึกษาสามารถอธิบาย บทบาท หนา้ ทขี่ องผู้น�ำชุมชนและผู้ตามทดี่ ใี นชุมชนได้
6. นักศึกษาสามารถบอกวิธีการขบั เคล่ือนแผนพัฒนาตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน สงั คม ได้อยา่ งเหมาะสมกบั
ท้องถิ่นและสังคม
ขอบเขตเน้อื หา
การพฒั นาตนเองเปน็ การพฒั นาความสามารถของตนเองใหม้ ศี กั ยภาพ สมรรถนะทท่ี นั ตอ่ สภาพความจำ� เปน็
ตามความกา้ วหนา้ และการเปลยี่ นแปลงของสงั คมเพอ่ื ใหต้ นเองมชี วี ติ ทดี่ ขี นึ้ การทจ่ี ะพฒั นาตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน
และสงั คมจะตอ้ งมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจหลกั การพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม ความสำ� คญั ของขอ้ มลู ประโยชนข์ องขอ้ มลู
ในดา้ นต่าง ๆ รวู้ ิธกี ารจดั เก็บวเิ คราะหข์ อ้ มลู ด้วยวธิ กี ารทีห่ ลากหลายและการเผยแพร่ขอ้ มูลและการเผยแพร่ข้อมูล
การมสี ว่ นรว่ มในการวางแผนพฒั นาตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน สงั คม รเู้ ทคนคิ การมสี ว่ นรว่ มในการจดั ทำ� แผนครอบครวั
ชมุ ชน สงั คม เขา้ ใจบทบาทหนา้ ทข่ี องผนู้ ำ� ชมุ ชน ในฐานะผนู้ ำ� และผตู้ ามในการจดั ทำ� และขบั เคลอื่ นแผนพฒั นาตนเอง
ชมุ ชนและสังคม ท้งั ในปจั จุบนั และอนาคต
บทที่ 1 การพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม
บทที่ 2 ขอ้ มูลตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน สงั คม
บทท่ี 3 การจัดเก็บข้อมูล และวเิ คราะหข์ ้อมลู
บทท่ี 4 การมสี ่วนรว่ มในการวางแผนพัฒนาตนเอง ครอบครวั ชุมชน สงั คม
บทท่ี 5 เทคนคิ การมีสว่ นรว่ มในการจดั ท�ำแผน
บทที่ 6 บทบาท หน้าท่ีของผูน้ ำ� สมาชกิ ทีด่ ขี องชุมชนสงั คม
หมายเหตุ : ใหน้ กั ศกึ ษา ไดศ้ กึ ษาเพม่ิ เตมิ จากหนงั สอื แบบเรยี นรายวชิ าการพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม สค31003
แบบฝึกทักษะทางวชิ าการเพื่อยกระดบั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น ภาคเรยี นที่ 1 ประจำ� ปี 2564 1
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
แบบทดสอบรายวิชาการพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม
รหสั วิชา สค31003
จงเลือกคำ� ตอบท่ีถกู ต้องที่สดุ เพียงคำ� ตอบเดียว
1. ขอ้ ใดอธิบายความสำ� คัญของการพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คมไดถ้ กู ตอ้ ง
ก. พร้อมรับสถานการณ์ทีเ่ กิดขน้ึ
ข. การน�ำไปสูก่ ารหาแนวทางแกไ้ ขข้อบกพร่องของตนเองตอ่ ไป
ค.การเลอื กวธิ ีการแก้ไขให้เหมาะสมกบั ตนเอง พรอ้ มกำ� หนดข้นั ตอนการด�ำเนินการ
ง. ด�ำเนนิ ชีวติ ตามทต่ี อ้ งการและคาดหวังได้ สามารถพฒั นาตนเองไดท้ ันทกี บั สงั คมท่ีเปล่ยี นไป
2. ขอ้ ใดคอื หลกั การของการพัฒนาตนเอง ชุมชน สงั คม
ก. การอยคู่ นเดียว
ข. การประสานความรว่ มมือ
ค. การเลือกคบเพ่ือนในหอ้ งเรียน
ง. การใชช้ วี ิตประจ�ำวัน แบบตามใจชอบ อยากท�ำอะไรกท็ ำ�
3. แนวทางในการพัฒนาตนเองอันดับแรก คอื อะไร
ก. ปลกุ ใจตนเอง
ข. สำ� รวจตนเอง
ค. ลงมือพัฒนาตนเอง
ง. ปลกู คณุ สมบตั ทิ ี่ดีงาม
4. ขอ้ ใด ยกตัวอย่างประโยชนท์ ่ีไดร้ ับจากการ พฒั นาตนเอง ชมุ ชน สังคม
ก. รู้จักเหตผุ ล
ข. เสมอตน้ เสมอปลาย
ค. ไม่กลัวความยากลำ� บาก
ง. สรา้ งความรกั ใคร่ สามัคคแี กช่ มุ ชน
5. ข้อใดให้ความหมายของ “ขอ้ มลู ” ได้ถกู ต้องที่สุด
ก. ขา่ วสาร ข้อมลู ของส่งิ ตา่ งๆ ท่ีอยรู่ อบตัวเรา
ข. สัญลักษณ์ ตัวเลข ขอ้ ความ ภาพหรอื เสียงที่ไดม้ าจากวิธกี ารต่างๆ
ค. ขา่ วสารทีเ่ กดิ ขึน้ ทเี่ ปน็ ขอ้ ความ ภาพหรอื เสียงทไี่ ดม้ าจากวิธกี ารตา่ งๆ
ง. ข่าวสารหรือขอ้ เทจ็ จริงท่เี กดิ ขึน้ กับสิ่งต่างๆ ท่ีเปน็ สัญลกั ษณ์ ตัวเลข ขอ้ ความ ภาพหรอื เสียงท่ีได้มา
จากวธิ กี ารต่างๆ
6. ขอ้ ใดไมใ่ ชป่ ระโยชนข์ องการทำ� ขอ้ มูลการพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สงั คม
ก. เพอ่ื ใหช้ ุมชนยกยอ่ ง
ข. เพ่อื ใช้ในการตดั สินใจ
ค. เพ่อื เปน็ แนวทางในการพฒั นาดา้ นต่างๆ
ง. เพ่อื การสื่อสาร
2 แบบฝึกทกั ษะทางวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน ภาคเรยี นที่ 1 ประจ�ำปี 2564
ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
7. ข้อมลู ทีม่ ีลักษณะเป็นตัวเลข เป็นขอ้ มลู ชนิดใด
ก. ขอ้ มูลเชงิ เดยี่ ว
ข. ขอ้ มูลเชงิ คุณภาพ
ค. ขอ้ มูลเชิงปรมิ าณ
ง. ข้อมูลเชิงประจกั ษ์
8. “แหลง่ เรียนร้ใู นชมุ ชน การใช้ทรัพยากร การใชภ้ ูมปิ ญั ญา” เป็นขอ้ มูลที่เก่ยี วข้องกบั การพฒั นาชุมชนในด้านใด
ก. ขอ้ มูลด้านสงั คม
ข. ขอ้ มูลดา้ นเศรษฐกจิ
ค. ข้อมลู ดา้ นประเพณแี ละวฒั นธรรม
ง. ข้อมลู ด้านระบบนเิ วศและสิง่ แวดลอ้ ม
9. การเก็บรวบรวมข้อมลู วิธใี ดนิยมใช้มากท่ีสุด
ก. การสังเกตการณ์
ข. การเกบ็ รวบรวมข้อมลู โดยวธิ สี ำ� รวจ
ค. การบนั ทึกข้อมลู จากการวดั หรือนับ
ง. การเกบ็ รวบรวมข้อมูลโดยวิธสี �ำมะโน
10. = 118 x100 =18.15% คอื การวเิ คราะห์ขอ้ มูลแบบใด
650
ก. คา่ เฉลย่ี
ข. สดั ส่วน
ค. ยอดรวม
ง. อัตราร้อยละหรือเปอร์เซน็ ต์
11. การจดั เก็บขอ้ มูล โดยวธิ ีการสังเกตการณ์ โดยสังเกตจากอะไร
ก. ปฏิกิรยิ า ทา่ ทางหรือเหตกุ ารณ์
ข. ทา่ ทาง การหวั เราะ และร้องไห้
ค. ทา่ ทาง การนอน การยืนและนง่ั
ง. เหตกุ ารณ์อดตี ปจั จบุ ัน และอนาคต
12. กระบวนการวางแผนควรทำ� สิง่ ใดเป็นขน้ั ตอนแรก
ก. แสวงหาทางเลอื ก
ข. ประเมินทางเลือก
ค. พจิ ารณาขอ้ จำ� กัด
ง. ก�ำหนดวัตถปุ ระสงค์
13. ข้อใดไม่จดั อยใู่ นหลักพืน้ ฐานการวางแผน
ก. ลดขั้นตอนการทำ� งานทซี่ ้ำ� ซอ้ นกนั
ข. ต้องคำ� นึงถงึ ประสทิ ธิภาพของแผนงาน
ค. เป็นงานอนั ดบั แรกของกระบวนการจัดการ
ง. สนับสนุนเป้าหมาย วตั ถปุ ระสงค์ขององค์กร
แบบฝกึ ทกั ษะทางวชิ าการเพอ่ื ยกระดบั ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น ภาคเรยี นท่ี 1 ประจำ� ปี 2564 3
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
14. การกระตุ้นให้ผ้เู ข้ารว่ มอภิปรายมีส่วนร่วมในการแกปัญหาจดั อยใู่ นขนั้ ตอนใด
ก. บอกวตั ถุประสงค์
ข. การทำ� ความรู้จักกัน
ค. การอภปิ รายประเดน็
ง. การเกริ่นน�ำเขา้ สูป่ ระเดน็
15.การจดั ทำ� เวทีประชาคมทกุ คนในที่ประชาคมมีสทิ ธเิ ทา่ เทียมกันหรือไม่
ก. ใช่ เพราะทกุ คนในทป่ี ระชาคมมีสทิ ธเิ ทา่ เทยี มกันไมแ่ บง่ ชนชัน้
ข. ไมใ่ ช่ เพราะเราทกุ คนต้องรบั ฟังจากผนู้ �ำแลว้ สามารถนำ� ไปปฏบิ ัติได้
ค. ไม่ใช่ เพราะต้องฟังทกุ อยา่ งจากทางรัฐบาลก�ำหนดมาเทา่ น้ัน
ง. ถูกทกุ ขอ้
16.การตัดสนิ ใจเลอื กใชแ้ นวทางปฏิบตั ิงานในอนาคตคือแนวทางใด
ก. การสมั มนา
ข. จัดทำ� แผน
ค. ประชาพจิ ารณา
ง. การสำ� รวจประชามติ
17.หลงั จากทีเ่ ราจัดเวทปี ระชาคมเสร็จสิน้ แลว้ เราควรทำ� อย่างไรตอ่ ไป
ก. ตดิ ตามและประเมลิ ผล
ข. ปลอ่ ยใหเ้ ปน็ ไปตามนโยบายของรฐั บาล
ค. มอบใหผ้ นู้ ำ� ชุมชนรับผิดชอบดแู ล
ง. ถูกทกุ ขอ้
18.ข้อใดคือองค์ประกอบของความเปน็ ผู้นำ�
ก. ความร้ ู ความสามารถ ความมน่ั คง ความม่งั ค่ัง
ข. ความร ู้ ความคิดและจิตใจ บคุ ลกิ ภาพ ความสามารถ
ค. ความสามารถ ความมน่ั คง บุคลิกภาพ การตดั สินใจ
ง. ความสามารถ ความม่ันคง ความม่งั ค่ัง ความย่งั ยืน
19.ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่บทบาทหน้าที่ผู้นำ� ชุมชนในด้านเศรษฐกิจ
ก. ท�ำใหค้ รวั เรอื นสามารถพ่งึ พาตนเองได้
ข. ส่งเสริมอาชพี ทตี่ อบสนองตอ่ ความตอ้ งการของชมุ ชน
ค. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนตามความเหมาะสม
ง. การจัดสวสั ดิการชมุ ชน
20.บทบาทของผู้นำ� ทดี่ ีควรปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ใด
ก. กระตนุ้ ใหส้ มาชกิ ท�ำสิง่ ท่มี ปี ระโยชนต์ อ่ ชุมชน
ข. สง่ เสรมิ อาชีพให้กบั สมาชิกในชุมชนที่ตนเองพอใจ
ค. กระตุน้ ให้สมาชกิ ท�ำสิง่ ที่มีประโยชนต์ ่อตนเอง
ง. เปิดโอกาสให้สมาชกิ ในชุมชนเขา้ รว่ มประชมุ แทน
4 แบบฝึกทกั ษะทางวิชาการเพื่อยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น ภาคเรยี นท่ี 1 ประจำ� ปี 2564
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
สรุปเน้ือหารายวชิ าพฒั นาอาชพี ใหม้ ีความม่ันคง
รหสั วชิ า อช 31003
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นกั ศกึ ษามคี วามรู้ ความเขา้ ใจ การพฒั นาอาชพี ใหม้ คี วามมนั่ คง การวเิ คราะหศ์ กั ยภาพทางธรุ กจิ และธรุ กจิ
ในธรุ กิจต่าง ๆ ได้
2. นกั ศกึ ษามคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ของแผนธรุ กจิ การตลาด ความสำ� คญั แผนพฒั นาการตลาด กลยทุ ธ์ เปา้ หมาย
เพอื่ พฒั นาใหอ้ าชพี มคี วามมั่นคง
3. นักศึกษามคี วามรู้ ความเขา้ ใจ การพัฒนาการผลติ สนิ คา้ และการบริการ สามารถท�ำแผนพฒั นาการผลติ
สินคา้ และการบรกิ ารได้
4. นักศกึ ษามีความรู้ ความเขา้ ใจ ธุรกิจเชงิ รกุ ความจ�ำเป็นของแผนธรุ กิจ คุณภาพของสินค้า เพ่อื สรา้ งอาชีพ
ใหม้ คี วามม่ันคง
5. นกั ศึกษามีความรู้ ความเขา้ ใจ การเขยี นโครงการพัฒนาอาชพี ได้ และสามารถปรบั ปรงุ การพฒั นาอาชพี ได้
ขอบขา่ ยเนื้อหา
การพัฒนาสินค้าและบริการ สร้างรายได้พอเพียงต่อการด�ำรงชีวิต เกิดความม่ันคง โดยมีแนวทางการใน
การพัฒนาประกอบด้วย การวิเคราะหศ์ กั ยภาพธุรกิจ การจัดท�ำแผนพฒั นาการตลาด การจดั ทำ� แผนพัฒนาการผลติ
การพฒั นาธรุ กจิ เชิงรุก โครงการพฒั นาอาชพี เพือ่ ให้มีความม่ันคง
บทที่ 1 ศักยภาพธรุ กจิ
การพฒั นาอาชีพ หมายถึง การประกอบอาชีพทีม่ กี ารพฒั นาสนิ ค้าให้ตรงกับความตอ้ งการของผู้ประกอบการ
ไดอ้ ยา่ งมน่ั คงในอาชพี การพฒั นาอาชพี มคี วามสำ� คญั คอื เพอ่ื สนองความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภค สรา้ งรายไดแ้ กก่ จิ การ
พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชนในชุมชน เกิดนวัตกรรมในการผลิกเพื่อสร้างคุณภาพ เป็นแนวทางในการพัฒนาสู่
เป้าหมาย ลดความเส่ียง และปรบั ปรงุ ส่งิ ทป่ี กพรอ่ ง
ศักยภาพธรุ กจิ หมายถึง ธรุ กจิ แตล่ ะบคุ คลมีทักษะ ความสามารถ ประสบการณ์ ความช�ำนาญในการพัฒนา
สนิ ค้าและบรกิ าร การวเิ คราะห์ศักยภาพธรุ กิจ
บทที่ 2 การจัดทำ� แผนพฒั นาการตลาด
การกำ� หนดทิศทางการตลาด หมายถงึ การกำ� หนดความต้องการทางการตลาดของธุรกจิ ที่ต้องการจะพฒั นา
อาชพี ใหม้ คี วามมมนั่ คงในอนาคต โดยการกำ� หนดเปา้ หมายการตลาด เป้าหมายของธรุ กิจท่ีดมี ี 3 ประการ คือ มี
ความเปน็ ไปได้ สามารถเปน็ รูปธรรม เป็นไปในทางทศิ เดยี วกัน
การก�ำหนดกลยุทธ์สเู่ ปา้ หมาย คอื กำ� หนดรูปแบบของเทคนิควิธีการต่าง ๆ ทำ� ใหผ้ ลการดำ� เนินธรุ กิจมกี าร
เจริญเตมิ โตอย่างชัดเจน ตามเปา้ หมายของพัฒนาอาชพี ใหม้ ีความมน่ั คง
บทท่ี 3 แผนการพฒั นาการผลิตหรือการบรกิ าร
คุณภาพ คือ ความสามารถของผลผลิตหรือการบริการท่ีสามารถท�ำงานได้ตามหน้าท่ี และตอบสนองความ
ต้องการของลกู ค้าไดด้ ี
แบบฝกึ ทกั ษะทางวชิ าการเพอ่ื ยกระดบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น ภาคเรียนที่ 1 ประจ�ำปี 2564 5
ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
แนวคิดเก่ียวกับคุณภาพ คือ ตรงตามมาตรฐาน ตรงตามประโยชน์ใช้สอย ราคาแหมาะสม ตรงตามความ
ต้องการของลูกคา้ โดนการปรบั ปรุงคณุ ภาพก่อให้เกดิ ลดค่าใชจ้ ่าย ผลผลติ เพ่ิมข้ึน ส่วนแบง่ ตลาดเพ่มิ ขึ้น โดยใช้
หลัก PDCA
บทท่ี 4 การพัฒนาธรุ กจิ เชงิ รกุ
ธุรกิจเชิงรุก หมายถึง การจัดกิจกรรมใหม่ๆ ท่ีก่อให้เกิดการผลิตสินค้าและบริการ โดนก�ำหนดกลยุทธ์ที่
สอดคล้องกับเปา้ หมาย เพ่อื สร้างความพึงพอใจให้กบั ผบู้ ริโภค
ปัจจัยทม่ี ีความสำ� คัญตอ่ การพัฒนาธรุ กิจเชงิ รกุ คือ การแข่งขันทางธุรกจิ นวัตกรรมและเทคโนโลยี
พฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภค คือ พฤติกรรมของแต่ละบคุ คลในการเลือกสนิ้ ค้าและบริการ
การพัฒนาอาชพี ให้มคี วามมน่ั คง เข้มแขง็ ยงั่ ยนื คอื การพัฒนาอาชีพทีม่ กี ารพัฒนาสิน้ ค้าและบรกิ ารให้ตรง
กบั ความตอ้ งการของลูกคา้ อย่ตู ลอดเวลา โดยผปู้ ระกอบการควรยึดหลักต่อไปนี้ เป็นผ้มู ีความรแู้ ละแสวงหาความรู้
อยตู่ ลอดเวลา มคี ุณธรรม มเี หตุผล และมี ภูมคิ มุ้ กนั
บทท่ี 5 โครงการพฒั นาอาชีพ
การวิเคราะหค์ วามเป็นไปไดข้ องแผนการตลาด และการผลิตหรือการบรกิ ารผู้ประกอบการต้องมีความรแู้ ละ
ประสบการณเ์ ปน็ อยา่ งดี มขี อ้ มลู เกยี่ วกบั ตลาด การแขง่ ขนั สว่ นผสมการตลาด ผลติ ภณั ฑ์ ราคา การจดั จำ� หนา่ ย และ
การสง่ เสรมิ การตลาด ขอ้ มลู ลกู คา้ เป้าหมาย เพือ่ ใหแ้ ผลการตลาดสามารถน�ำสนิ คา้ เขา้ สตู่ ลาด กลุ่มเปา้ หมาย ท�ำให้
ตลาดมีความมง่ั คงยั่งยืน การวิเคราะหค์ วามเปน็ ไปไดข้ องแผนการผลิต ต้องมีข้อมูล รูปแบบวธิ ีการผลติ ท่ีเหมาะสม
กบั การผลิต ทำ� เลทีต่ ้ัง ปจั จัยการผลติ การจดั การก�ำจัดของเสีย เทคนิคการสงั่ ซื้อ การวิเคราะหท์ ำ� ใหท้ ราบตน้ ทนุ
การผลิต จดุ คุ้มทนุ เพ่อื สามารถรองรบั การเปล่ยี นแปลง ลดต้นทนุ การผลิต
โครงการพัฒนาอาชีพ หมายถึง การเขยี นโครงการแผนกำ� เนินงาน ในการใช้ทรพั ยากรที่มอี ย่อู ย่างจ�ำกดั เพื่อ
ท�ำการผลิตสินค้าหรือบริการ ลักษณะของโครงการ ต้องมีระบบ มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน สามารถด�ำเนินการตาม
แผนได้ เปน็ การทำ� งานชว่ั คราว กำ� หนดระยะเวลาทแ่ี นน่ อน ลกั ษณะเปน็ งานทเี่ รง่ ดว่ น มตี น้ ทนุ ตำ่� เปน็ การรเิ รมิ่ หรอื
พฒั นางานใหเ้ จริญก้าวหน้า
7
6จแงบเบลรแอืทบะกบดดฝบัคึกสมทำัธอักตยษบมะอทศรบากึางษวทยิชาาถ่ีวตกกูอาิชรนทเาพปอ่ืพส่ี ลยุดากัฒยรเะพนดบั ยีาผลองสคาัมำฤชทตพีธอิ์ทใาบงหกเา้มดรเคีรียยี ววน าภามคเมรียนั่ นทค่ี 1งประรจหำ� ปสัี 2ว56ิช4า อช 31003
1. ข้อใดคอื ควำมหมำยของกำรพัฒนำอำชีพ
แบบทดสอบรายวิชาพัฒนาอาชพี ให้มคี วามมนั่ คง
รหสั วิชา อช 31003
จงเลือกคำ� ตอบที่ถูกทสี่ ุดเพียงค�ำตอบเดยี ว
1. ขอ้ ใดคือความหมายของการพฒั นาอาชพี
ก. การประกอบอาชพี ที่ไม่ตรงกับความตอ้ งการของลูกคา้
ข. การประกอบอาชพี ท่ไี ม่มีการพฒั นาสินคา้ ให้ตรงกับต้องการของลกู คา้
ค. การประกอบอาชีพทม่ี กี ารพฒั นาแต่ไมต่ รงกบั ความตอ้ งการของลกู ค้า
ง. การประกอบอาชพี ที่มกี ารพัฒนาสนิ คา้ ให้ตรงกบั ความต้องการของลูกค้าตลอดเวลา
2. ช่วงระยะการด�ำเนินการวิเคราะห์ต�ำแหน่งธรุ กจิ ต้องเริ่มต้นจากชว่ งระยะใด
ก. ระยะทรงตัว ข. ระยะเร่ิมตน้
ค. ระยะสร้างตวั ง. ระยะต่ำ� หรอื สูงข้ึน
3. ขอ้ ใดไม่ใชห่ ลักวเิ คราะหศ์ ักยภาพของพน้ื ทเ่ี พื่อการพัฒนาอาชพี ให้มคี วามมงั่ คง
ก. การวิเคราะหท์ รพั ยากรมนษุ ย์ในแตล่ ะพื้นที่
ข. การวิเคราะหพ์ นื้ ทีต่ ามลกั ษณะดินฟา้ อากาศ
ค. การวิเคราะห์ทรัพยากรธรรมชาติในแตล่ ะพื้นท่ี
ง. การวิเคราะห์ทไี่ ม่คำ� ถึงศิลปะ วฒั นธรรม ประเพณ ี และวิถชี ีวติ ของแต่ละพืน้ ที่
4. ขอ้ ใดกล่าวถึงกลยุทธท์ างการตลาดโดยคลอบคลมุ
ก. การบริการธรุ กจิ โดยรวมของฝา่ ยการตลาด
ข. วธิ กี ารและกระบวนการบรหิ ารสว่ นผสมทางการตลาด 4Ps
ค. การตลาดแนวใหม่ Customer RelationshipMarketing
ง. แผนการดำ� เนนิ งานทั้งหมดเพื่อใหบ้ รรลวุ ตั ถุประสงคท์ างการตลาด
5. ขอ้ ใดไม่ใช่หลักเกณฑ์ของแนวความคิดทางการตลาด
ก. ก�ำไร ข. ลูกคา้
ค. ยอดขาย ง. แผนการตลาด
6.ข้อใดเปน็ การเพ่มิ มูลคา่ ผลติ ภัณฑ์
ก. สินค้ามคี ณุ ภาพ
ข. บรรจภุ ณั ฑม์ ีความโดดเดน่
ค. สนิ ค้าปรบั เปลย่ี นทัศนคติผ้บู รโิ ภคได้
ง. สินค้าราคาถกู สอดคลอ้ งกบั คุณภาพของสนิ คา้
7.ข้อใดไม่เกยี่ วกบั กลยุทธท์ างการตลาด
ก. กลยทุ ธเ์ กยี่ วกบั ราคา
ข. กลยุทธเ์ กยี่ วกบั ผลิตภัณฑ์
ค. กลยทุ ธเ์ ก่ียวกบั การสง่ เสริมการขาย
ง. กลยุทธเ์ ก่ียวกับการส่งเสรมิ การตลาด
แบบฝกึ ทกั ษะทางวชิ าการเพ่ือยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ภาคเรียนท่ี 1 ประจำ� ปี 2564 7
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
8. ขอ้ ใดหมายถึงกลยุทธ์
ก. วธิ ีการทำ� งานให้บรรลเุ ป้าหมาย
ข. การแบ่งตลาดท่ีมีการแขง่ ขันออกจากกนั
ค. การสรา้ งความแตกต่างทต่ี ้องอาศยั หลักการจิตวทิ ยา
ง. การท�ำก�ำไรใหส้ งู สดุ ได้โดยการพยายามลดต้นทุนการผลิต
9 .ส่วนผสมทางการตลาดมงุ่ เนน้ ข้อใดเป็นส�ำคญั
ก. ลกู คา้ ข. ความพงึ พอใจ
ค. การตอบสนอง ง. ยอดขายและกำ� ไร
10. คณุ สมบตั แิ ละลักษณะโดยรวมของผลิตภัณฑหรอื บริการทแ่ี สดงใหเ ห็นวา มคี วามสามารถทก่ี อใหเกดิ ความ
พึงพอใจไดต รงตอความตอ งการที่ไดระบุไว ขอ ความดังกลา วตรงกบั ขอใด
ก. มาตรฐาน
ข. คณุ ภาพ
ค. ความพึงพอใจของผูใชบ รกิ าร
ง. ระบบควบคุมคณุ ภาพและการบริการ
11. คณุ ภาพของสนิ คา้ โดยทว่ั ไปหมายถึงขอ้ ใด
ก. สนิ คา้ ทีไ่ มม่ ขี อ้ บกพรอ่ ง
ข. สนิ คา้ ท่ีเหนอื กวา่ คู่แขง่ ขัน
ค. สนิ คา้ ทล่ี กู คา้ ต้องการ
ง. สินค้าที่ผผู้ ลติ เปน็ ผ้กู ำ� หนดขน้ึ เอง
13. เร่ืองสาํ คัญอันดบั แรกของการวางแผนดาํ เนินธรุ กิจคอื
ก. โอกาสสรางฐานะจากการทําธรุ กจิ
ข. ตนทุนและผลกําไรจากการทําธรุ กิจ
ค. จดั ระบบการผลิตและควบคุมการผลติ ใหไ ดผลผลิตท่มี คี ณุ ภาพ
ง. การศกึ ษาความตอ งการคณุ ภาพสินคา และการบริการ
14 คณุ ภาพแบงเปน 3 ลักษณะคือ
ก. คณุ ภาพการผลติ คุณภาพการบรกิ าร คณุ ภาพตามลกั ษณะภายใน
ข. คุณภาพตามลกั ษณะภายนอก คณุ ภาพตามลกั ษณะภายใน คุณภาพตามหนาท่ี
ค. คณุ ภาพตามหนาท่ี คุณภาพตามลักษณะภายนอก คณุ ภาพการบริการ
ง. คณุ ภาพตามภาระงาน คณุ ภาพการบริการ คณุ ภาพตามลักษณะภายใน
15. การวัดและประเมินผลผลติ ภัณฑเ พ่ือวตั ถุประสงคใ ด
ก. เพอื่ คน หาจุดออ นและเสริมจดุ แขง็
ข. เพ่ือผลิตสินคา ใหต รงกบั ความตอ งการของผใู ชบ รกิ าร
ค. เพ่ือลดตนทุนการผลติ เพอื่ จะมกี าํ ไรมากข้นึ
ง. เพอื่ ตรวจสอบคณุ ภาพของผลิตภัณฑ
8 แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการเพ่ือยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน ภาคเรียนที่ 1 ประจ�ำปี 2564
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
14. การปรับปรงุ กระบวนการบริหารงานคณุ ภาพเพือ่ วัตถุประสงคใ ดสาํ คญั ที่สุด
ก. ความตองการของลกู คา
ข. การจดั การทรพั ยากร
ค. ความรบั ผดิ ชอบดา นการบริหาร
ง. ความพึงพอใจของลกู คา
16. ความจำ� เปน็ ที่ต้องใชธ้ รุ กจิ เชงิ รกุ เข้ามาใชใ้ นการพัฒนาอาชีพ คอื ขอ้ ใด
ก. การแขง่ ขันท่ีไร้พรมแดน
ข. พยากรณ์สภาพการณใ์ นอนาคต
ค. การเปล่ยี นแปลงทางนวัตกรรม เทคโนโลยี
ง. ถกู ทัง้ ขอ้ ก และ ค
17. ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้ คอื การแทรกแซงความนยิ มเขา้ สคู่ วามตอ้ งการของผบู้ รโิ ภค เกย่ี วกบั อาหารไทยใหก้ บั ผบู้ รโิ ภคทว่ั โลก
ก. การชูเอกลกั ษณด์ ้านรสชาติของอาหารไทย
ข. การนำ� เสนอความหลายหลายของอาหารไทย ทง้ั อาหารคาวและหวาน
ค. การเนน้ เร่ืองสมนุ ไพร และเครอ่ื งเทศทเ่ี ปน็ เครื่องปรุงเพื่อสง่ เสรมิ ด้านสขุ ภาพของผ้บู ริโภค
ง. ถูกทกุ ข้อ
18. ขอ้ ใดต่อไปน้ี ไม่ใช่ ลกั ษณะของการพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ใหม่ หรือผลติ ภณั ฑใ์ หม ่
ก. ผลิตภณั ฑป์ รบั ปรุงใหม ่
ข. ผลิตภัณฑ์ลอกเลียนแบบ
ค. ผลติ ภัณฑ์ที่ขายไมห่ มด แลว้ น�ำมาเปล่ียนราคาใหม่
ง. ผลิตภณั ฑน์ วตั กรรมใหม่ ท่ไี มเ่ คยมมี ากอ่ นในตลาด
19. ความม่นั คงของอาชพี ข้ึนอยู่กบั องคป์ ระกอบดังตอ่ ไปน้ี ยกเวน้ ข้อใด
ก. การยึดหลักคณุ ธรรม
ข. ความม่งุ มน่ั พฒั นาอาชพี
ค. การลดความเส่ียงในผลผลติ
ง. การลงทนุ สูงและเน้นกำ� ไรสูงที่สดุ
20 ข้อใดอยใู่ นสว่ นนำ� ของโครงการ
ก ชอื่ โครงการ
ข เป้าหมายของโครงการ
ค ขัน้ ตอนการด�ำเนินงาน
ง วนั เวลา และสถานท่ีในการดำ� เนินงาน
แบบฝึกทักษะทางวิชาการเพ่อื ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น ภาคเรียนท่ี 1 ประจำ� ปี 2564 9
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
สรุปเนอื้ หารายวิชาศาสนาและหนา้ ท่พี ลเมือง
รหสั วิชา สค31002
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นกั ศกึ ษาสามารถบอกประวัติความเปน็ มาของศาสตรท์ ี่ส�ำคัญตา่ งๆ ในโลกได้
2. นักศึกษาสามารถอธิบายถงึ หลกั ธรรมค�ำสอนทสี่ ำ� คัญของศาสนาต่างๆ ได้
3. นกั ศึกษาบอกวธิ ีการอยู่รว่ มกนั กบั บคุ คลในศาสนาอ่ืนๆได้
4. นักศึกษาสามารถบอกประเพณี วัฒนธรรมทส่ี �ำคัญของไทยและทส่ี ำ� คญั ในโลกได้
5. นกั ศึกษาสามารถบอกวิธีการประพฤตปิ ฏิบัตติ ามค่านิยมทพ่ี ึงประสงคข์ องสงั คมโลกได้
ขอบเขตเน้อื หา
ประวตั คิ วามเป็นมา หลักธรรม ค�ำสอน ของศาสนาตา่ งๆ ในโลก การฝึกปฏบิ ัติพัฒนาจติ ใจ และประเพณี
วฒั นธรรมสำ� คัญต่างๆ ในโลกและค่านิยมท่พี งึ ประสงคข์ องสงั คมโลก รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550
และกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง บทบาทหนา้ ทขี่ ององคก์ ารตามรฐั ธรรมนญู และการตรวจสอบอำ� นาจรฐั หลกั สทิ ธมิ นษุ ยชน
และการปฏบิ ตั ติ ามหลกั สทิ ธมิ นษุ ยชน
บทท่ี 1 ศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี
1. ศาสนาพุทธ
พระพทุ ธเจา้ ตรสั รอู้ ะไร พระสทิ ธตั ถะ ทรงใชว้ ธิ บี ำ� เพญ็ เพยี รทางจติ เพอื่ แสวงหาหนทางดบั ทกุ ขแ์ ละประสบ
ผลสำ� เรจ็ ด้วย “อรยิ สัจ 4” ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ ทุกข์ สมทุ ัย นิโรธ มรรค คัมภีรใ์ นพระพทุ ธศาสนา คือ
การรวบรวมหลกั คำ� สอนของพระศาสดาไวเ้ ปน็ หมวดหมู่ และบนั ทกึ ไวเ้ ปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษร เรยี กวา่ “พระไตรปฎิ ก”
คมั ภรี ์นกิ ายสำ� คัญในพระพุทธศาสนา นิกายใหญ่ๆ 2 นกิ ายดังนี้
1. เถรวาท (หรอื หนิ ยาน) เป็นนกิ ายท่ีมีมาแตเ่ ดมิ ในหลกั ค�ำสอนของพระองคพ์ ระศาสดาโดยเคร่งครัดใน
ปจั จจุบันนิกายเถรวาทเจริญรงุ่ เร่ืองในประเทศศรีลังกา ไทย พมา่ กมั พูชาและลาว
2. นิกายอาจรยิ วาท (หรอื มหายาน) ในปัจจุบัน ประเทศท่ีนับถือนิกายมหายาน ไดแ้ ก่ จีน เกาหลี ญี่ป่นุ
และธิเบต
2. ศาสนาพราหมณ์ – ฮนิ ดู
ศาสนาพราหมณ์ - ฮินด ู เป็นศาสนาท่ีเก่าแก่ทีส่ ดุ ในชมพูทวปี หรอื ปจั จบุ ันคืออนิ เดยี เมอ่ื ประมาณ 1,000 ปี
กอ่ นพทุ ธศักราช ศาสนาพราหมณ์เป็นศาสนาของพวกอริยกะหรือารยนั พวกอารยันเปน็ เหตุให้เกิดระบบวรรณะขน้ึ
ในอนิ เดีย โดยแบง่ เปน็ 4 วรรณะ คือ
1. วรรณะพราหมณ์ ได้แก่ กลุ่มบุคคลผู้ท�ำหน้าที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและถือว่าเป็นผู้ที่อยู่ใน
วรรณะสูงสดุ
2. วรรณะกษัตรยิ ์ ได้แก่ ทำ� หน้าท่ปี กครองบา้ นเมือง
3. วรรณะแพทย์หรือไวศยะ ได้แก่ บุคคลสว่ นใหญข่ องสังคม ซึง่ มีอาชีพทางการคา้ ขาย
4. วรรณศทู ร ได้แก่ บคุ คลท่เี ป็นกรรมกรผ้ใู ชแ้ รงงาน
นอกจากนยี้ งั มกี ลมุ่ นอกวรรณะ คอื ผทู้ เี่ กดิ จากบดิ า มารดา ตา่ งวรรณะกนั เรยี กวา่ “จณั ฑาล” นกิ ายสำ� คญั
ของศาสนาพราหมณ-์ ฮนิ ดู
10 แบบฝกึ ทกั ษะทางวิชาการเพือ่ ยกระดบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน ภาคเรียนที่ 1 ประจำ� ปี 2564
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
1. นกิ ายพรหม เปน็ นิกายท่ีมมี าตง้ั แตเ่ ดิมและเกา่ แก่ทส่ี ุด นบั ถอื พระพรหมเป็นเทพเจา้ สูงสดุ ในฐานะ
ผู้สรา้ งทุกสรรพส่งิ ในโลก
2. นกิ ายไศยะ นกั ถอื พระศวิ ะ (หรอื อศิ วร) เปน็ เทพเจา้ สงู สดุ โดยมคี วามเชอื่ วา่ เปน็ ผสู้ รา้ งโลก (อวยั วะเพศชาย)
ซงึ่ เป็นเคร่ืองหมายของ “ผสู้ ร้าง”
3. ศาสนาคริสต์
ศาสนาครสิ ต์ หรอื ครสิ ตศ์ าสนาไดพ้ ฒั นาการมาจากศาสนายวิ หรอื ยดู า มพี ระเยซเู ปน็ ศาสนาของศาสนาครสิ ต์
พระเยซู ประกาศเผยแพรศ่ าสนาได้ 3 ป ี สามารถประสบความส�ำเรจ็ อยา่ งดี จนกระท่งั พระเยซูถกู ทหารจับและถูก
ตดั สนิ ประหารชวี ติ โดยทท่ี หารโรมนั ไดใ้ หพ้ ระเยซแู บกไมก้ างเขน ตะปตู อกตรงึ พระเยซไู วก้ บั ไมก้ างเขนนนั้ พระเยซู
ส้ินชีพขณะทมี่ อี ายุได้ 32 พรรษา คมั ภีร์ของศาสนา ศาสนาคริสตร์ วบรวมคำ� สอนไว้ในคัมภรี ์ “ไบเบิล” (Biblel)
นิกายสำ� คญั ของศาสนาคริสต์
1. นกิ ายโรมนั คาทอลกิ เปน็ นกิ ายทย่ี ดึ มน่ั ในหลกั คำ� สอนของพระเยซโู ดยเครง่ ครดั มศี นู ยก์ ลางอยทู่ น่ี ครวาตกิ นั
(ใจกลางกรงุ โรม ประเทศอติ าล)ี มีพระสันตะปาปาหรือโป๊ป (Pope) เปน็ ประมุข
2. นกิ ายออรโ์ ธดอ็ กซ ์ มหี ลกั คำ� สอนทเี่ หมอื นกบั นกิ ายโรมนั คาทอลกิ แทบทกุ ประการ แตม่ คี วามแตกตา่ ง
ในด้านรปู แบบของพิธกี รรมและระเบียบปฏบิ ตั ิของนกั บวช
3. นิกายโปรเตสแตนต์เป็นนิกายท่ีแยกออกจากนิกายโรมันคาทอลิก เนื่องจากมีความเห็นเกี่ยวกับหลัก
ค�ำสอนในคมั ภรี ไ์ บเบิลท่ีแตกตา่ งกันและการปฏิบตั ิในพธิ ีกรรมก็ไมเ่ หมือนกนั
4. ศาสนาอิสลาม
ศาสนาอิสลามเกิดขึ้นที่นครเมกกะในประเทศซาอุดิอาระเบีย ปัจจุบันหลังพุทธศักราช 1,113 ปี หรือหลัง
คริสต์ศักราช 570 ปี ชาวมุสลิม นับถือพระผู้เป็นเจ้าท่ียิ่งใหญ่แต่เพียงองค์เดียว ทรงพระนามว่า “อัลเลาะห์”
หลักศาสนาทส่ี ำ� คัญผู้นบั ถืออิสลามถือวา่ “คัมภรี อ์ ลั - กรุ อาน โกหร่าน” เปน็ คมั ภรี ์ท่ีสำ� คัญทีส่ ุด เพราะเป็นทั้ง
บทบัญญตั ิทางศาสนาและเป็นกฎหมายไปด้วย
นกิ ายสำ� คญั ของศาสนาอสิ ลาม
1. นิกายซะนนะหห์ รือซนุ นี (คนไทยเรียกวา่ สหุ น่ี) เน้นการปฏิบัตติ ามคัมภรี อ์ ัล-กรุ อาน และค�ำสอนของ
ศาสดา มสุ ลมิ สว่ นใหญใ่ นโลก รวมทั้งในไทยนบั ถอื นิกายน้ี
2. นิกายชีอะห ์ มคี วามเช่ือวา่ ผ้ดู �ำรงต�ำแหนง่ ประมขุ ต่อจากทา่ นศาสดาจะต้องเปน็ ทายาทหรอื ผูส้ ืบเช้อื
สายจากท่านศาสดาเทา่ นนั้ ในปัจจบุ นั นกิ ายชอี ะห์ส่วนใหญ่จะพบในประเทศอหิ รา่ น อริ กั เยเมน และอนิ เดีย
3. นกิ ายคอวารจิ ญ ์ มคี วามเหน็ วา่ ผทู้ จี่ ะทำ� หนา้ ทเี่ ปน็ ผนู้ ำ� ของโลกมสุ ลมิ ตอ่ จากทา่ นศาสดาจะตอ้ งมาจาก
การเลอื กตง้ั จะพบในประเทศอัลจเิ รยี และโอมาน
4. นิกายวาฮาบ ี ถอื ว่าคัมภีร์อัล-กุรอาน มคี วามสำ� คัญ บริสทุ ธ์ิ และมีความศักดสิ์ ทิ ธ์สิ งู สดุ ผู้นับถอื นกิ าย
นม้ี ไี มม่ ากนกั ส่วนใหญจ่ ะอยู่ในดนิ แดนตะวันออกกลางและแอฟริกาตะวนั ออก
บทที่ 2 หนา้ ที่พลเมือง
วธิ ปี ฏบิ ัตติ นตามรฐั ธรรมนูญและกฎหมาย
รัฐธรรมนูญและกฎหมายอ่ืนๆ กฎหมายรัฐธรรมนูญนับเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐ มีฐานะเหมือนบรรดา
กฎหมายและกฎเกณฑ์ท้ังปวงภายในประเทศ ดังน้ันบทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อ
รัฐธรรมนูญบทบัญญัตนิ ้ันเปน็ อันใชบ้ ังคับ
แบบฝกึ ทักษะทางวชิ าการเพือ่ ยกระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น ภาคเรียนท่ี 1 ประจำ� ปี 2564 11
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
การมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การมีส่วนร่วมทางการเมืองแบบเป็น
ทางการและการมสี ่วนรว่ มทางการเมืองแบบไมเ่ ปน็ ทางการ ดังนี้
1. การมสี ว่ นรว่ มทางการเมืองแบบเปน็ ทางการ
1.1 การออกเสยี งเลือกต้ัง
1.2 การแสดงความคิดเห็นทางการเมือง
1.3 การออกเสียงประชามติ
1.4 การใชส้ ทิ ธเิ สนอรา่ งกฎหมาย สทิ ธแิ กผ่ มู้ สี ทิ ธเ์ิ ลอื กตงั้ จำ� นวนไมน่ อ้ ยกวา่ 10,000 คน ในการเขา้ ชอื่ รอ้ ง
1.5 การมสี ทิ ธิในการถอดถอน
1.6 การทำ� ประชาพจิ ารณ์
การเลอื กตง้ั แบง่ ไดด้ งั น้ี
1. การเลอื กตงั้ ระดบั ประเทศ สภาผู้แทนราษฎรและวฒุ ิสภา
2. การเลือกต้ังระดับท้องถ่ินการปกครองแบบกระจายอ�ำนาจให้ประชาชนในท้องถิ่นปกครองตนเอง
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนต�ำบล กรงุ เทพมหานคร และเมืองพัทยา
บทบาทตัวแทนปวงชนในระดบั ประเทศ
1. สมาชกิ สภาพผแู้ ทนราษฎร มหี นา้ ทใ่ี นการรวบรวมปญั หาของประชาชนมาเสนอ รฐั สภารบั ทราบ เสนอ
ใหร้ ฐั สภารบั ทราบ เสนอรา่ งกฎหมาย รา่ งพระราชบญั ญตั ิ รว่ มแปรบญั ญตั ิ เพอ่ื ขอแกไ้ ขกฎหมายควบคมุ
การบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ โดยมีการตรวจสอบฝ่ายบรหิ าร
2. สมาชกิ วฒุ สิ ภา มหี นา้ ทใ่ี นการพจิ ารณากลนั่ กรองรา่ งกฎหมาย ควบคมุ การบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ หลกั
สทิ ธมิ นุษยชนและบทบาทหน้าท่ี ความรับผิดชอบของคณะกรรมการสิทธิ์
สทิ ธมิ นษุ ยชน: การปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยมหี ลกั การทสี่ ำ� คญั อยา่ งหนงึ่ วา่ จะตอ้ งใหป้ ระชาชน
ทกุ คนมสี ทิ ธิ เสรภี าพ ความเสมอภาค และศกั ดศ์ิ รคี วามเปน็ มนษุ ย์ แตต่ อ้ งไมล่ ะเมดิ สทิ ธิ เสรภี าพ ของ
บคุ คลอืน่ และสว่ นรวม
หาข้อมลู เพม่ิ เตมิ ไดจ้ าก หนงั สอื เรียน วชิ า ศาสนาหนา้ ทพี่ ลเมอื ง ม.ปลาย
12 แบบฝกึ ทกั ษะทางวิชาการเพื่อยกระดบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน ภาคเรยี นท่ี 1 ประจ�ำปี 2564
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
แบบทดสอบรายวชิ าศาสนาและหน้าที่พลเมือง
รหสั วิชา สค31002
จงเลือกคำ� ตอบทถ่ี ูกตอ้ งทส่ี ดุ เพียงคำ� ตอบเดยี ว
1. ข้อใดคือความส�ำคญั ของศาสนาทกุ ศาสนา
ก. สอนให้คนเป็นคนดี
ข. สอนใหย้ ึดมัน่ ในตนเอง
ค. สอนให้เช่ือถือในพระเจ้า
ง. สอนใหเ้ ชอ่ื ถอื ในสิ่งศักดส์ิ ทิ ธิ์
2. หลักธรรมของทุกศาสนามลี กั ษณะสอดคลอ้ งกันในเรอื่ งใด
ก. การกินดีอยดู่ ี
ข. ไม่มคี วามโลภความโกรธความหลง
ค. ไม่เบยี ดเบียนซง่ึ กนั และกนั
ง. การอยู่ร่วมกนั อยา่ งสนั ติ
3. ข้อใดคือหลกั ธรรมที่จะน�ำไปสู่ความสำ� เรจ็ ในการทำ� งาน
ก. อรยิ สัจ4 ข. อทิ ธิบาท 4
ค. สังคหวตั ถุ 4 ง. พรหมวิหาร 4
4. มาลแี สดงความยินดีแกผ่ อู้ ื่นด้วยความจริงใจแสดงว่ามาลนี �ำหลกั ธรรมใดมาใชใ้ นการด�ำเนินชีวติ
ก. อรยิ สจั 4 ข. อิทธิบาท 4
ค. สังคหวตั ถุ 4 ง. พรหมวิหาร 4
5. ศาสนาใดมคี วามเชื่อเรื่องการเวียนวา่ ยตายเกิด
ก. ศาสนาพราหมณ์ฮนิ ด ู ข. ศาสนาอสิ ลาม
ค. ศาสนาคริสต์ ง. ศาสนาพุทธ
6. ข้อใดเปน็ เอกลักษณข์ องวฒั นธรรมไทย
ก. ภาษา ข. สถาบันครอบครัว
ค. วฒั นธรรมพน้ื บ้าน ง. ศิลปกรรม
7. ข้อใดเปน็ การอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมอันดงี ามของสังคมไทย
ก. การรับนอ้ งใหม่ของนักศึกษา
ข. การใช้โทรศพั ท์ติดตอ่ สื่อสารของครูและนกั ศกึ ษา
ค. การส่งงานทางอนิ เตอร์เน็ตของนกั ศึกษา
ง. การนุงผ้าซิน่ ไหมไปเรียนทุกวันศุกรข์ องนกั ศึกษา
8. ข้อใดคือการถา่ ยทอดสบื สานวฒั นธรรม โดยการเรียนรู้จากงานทางวัฒนธรรมหรือประเพณีที่สัง่ สมจาก
บรรพบรุ ุษ
ก. การจดั ต�ำราวิชาการ
ข. ภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ
ค. การจัดกิจกรรมประกวดการแตง่ กายชดุ ไทย
ง. การสง่ เสรมิ ประเพณีโดยการจดั ตั้งชมรมอนรุ กั ษไ์ ทย
แบบฝกึ ทักษะทางวชิ าการเพอื่ ยกระดบั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน ภาคเรยี นที่ 1 ประจำ� ปี 2564 13
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
9. บุคคลใดนำ� วัฒนธรรมต่างชาตมิ าปรบั ใชใ้ นชีวติ ประจ�ำวันได้อยา่ งเหมาะสม
ก. อำ� พรใชก้ ระเป๋าแบรนดเ์ นมของแท้
ข. จ�ำปานยิ มซ้ือเสื้อกันหนาวทม่ี ีขนระบาย
ค. พรชัยใช้บตั รเครดติ แทนเงินสด
ง. สมชายสวมสูทไปรว่ มงานแตง่ ที่โรงแรม
10. ค่านิยมส�ำคญั ทคี่ นไทยควรนำ� ไปใชใ้ นการปฏบิ ัตงิ านคือข้อใด
ก. ความซื่อสตั ยส์ จุ ริต ข. การนยิ มของไทย
ค. ความกตญั ญกู ตเวท ี ง. ความเอื้อเฟอ้ื เผื่อแผ่
11. คา่ นิยมจากตา่ งประเทศในข้อใดทีไ่ มเ่ หมาะสมกบั สังคมไทย
ก. ความเสมอภาคระหวา่ งหญิงกบั ชาย
ข. การมอบดอกกุหลาบในวนั แห่งความรกั
ค. วยั รนุ่ ท่อี ยู่กนิ ด้วยกนั ก่อนวันแต่งงาน
ง. การรบั ประทานอาหารที่น�ำเขา้ มาจากต่างประแทศ
12. ขอ้ ใดเป็นวฒั นธรรมประเพณีทส่ี ง่ เสริมให้ลกู หลานแสดงความกตัญญกู ตเวทตี ่อผ้ใู หญ่
ก. วนั ข้นึ ปีใหม่ ข. วันวสิ าขบูชา
ค. วนั สงกรานต ์ ง. วันลอยกระทง
13. ข้อใด ไมใ่ ช่ สาเหตุการเปลย่ี นแปลงของรัฐธรรมนญู ไทย
ก. รฐั ธรรมนญู ใช้ครบวาระ
ข. กลมุ่ ผูน้ �ำมคี วามคดิ เห็นไม่ตรงกนั
ค. กลมุ่ ผู้น�ำเหน็ ว่ารฐั ธรรมนญู ที่ใช้อยไู่ ม่เหมาะสม
ง. ภาวะเศรษฐกิจ สงั คม การเมอื ง ท�ำให้ต้องเปลย่ี นแปลงรัฐธรรมนูญ
14. ขอ้ ใด แสดงถึงการวางรากฐาน การปกครองระบอบประชาธิปไตย ในประเทศไทย
ก. การเลกิ ทาส
ข. การจดั ตงั้ สขุ าภบิ าล
ค. การจดั ต้ังคณะรัฐมนตรี
ง. การจัดตั้งเมอื งดุสติ ธานี
15. ข้อใดไม่ใช่หนา้ ทขี่ องพลเมอื ง ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปี พ.ศ.2560
ก. บุคคลมีหน้าที่พทิ กั ษ์ไวซ้ ่งึ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
ข. บุคคลมหี น้าทีป่ ้องกนั ประเทศ รักษาผลประโยชน์ของชาติ
ค. บุคคลมีหนา้ ทชี่ ว่ ยเหลือป้องกัน และบรรเทาภยั พบิ ัตสิ าธารณะ
ง. บคุ คลมหี นา้ ท่ีประพฤติตนไม่ให้เสื่อมเสียเกยี รติยศศักดศ์ิ รอี นั ดงี ามแหง่ ตน
16. ขอ้ ใดคือบทบาทหน้าทค่ี ณะกรรมการการเลือกต้งั (กกต.)
ก. สรรหาผูล้ งสมัครรบั เลอื กตัง้
ข. คัดเลอื กผู้ลงสมคั รรับเลือกตั้ง
ค. รบั สมัครผ้ลู งสมคั รรบั เลือกตง้ั
ง. ควบคมุ และด�ำเนินการจดั ใหม้ ีการเลอื กต้งั
14 แบบฝึกทักษะทางวชิ าการเพอื่ ยกระดบั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น ภาคเรยี นท่ี 1 ประจำ� ปี 2564
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
17. องคก์ รอิสระตามรฐั ธรรมนญู ข้อใด มอี �ำนาจตรวจสอบแสดงทรัพยส์ นิ ของผบู้ รหิ ารระดับสงู หรอื ข้าราชการ ซ่ึง
ด�ำรงต�ำแหนง่ ผอู้ �ำนวยการหรอื เทียบเทา่ ข้ึนไปรำ�่ รวยผดิ ปกติ
ก. ผู้ตรวจการแผ่นดิน
ข. คณะกรรมการการเลือกต้งั
ค. คณะกรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดิน
ง. คณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจริตแหง่ ชาติ
18. ผู้ทป่ี ระกอบอาชีพเปน็ ลูกจ้างอยู่ในความคุม้ ครองของกฎหมายใด
ก. กฎหมายแพ่ง
ข. กฎหมายอาญา
ค. กฎหมายครอบครัว
ง. กฎหมายประกันสังคม
19. ข้อใดเป็นสาระส�ำคญั เกีย่ วกับกฎหมายระหวา่ งประเทศทวี่ ่าดว้ ยการคมุ้ ครองสิทธิดา้ นบุคคลทีจ่ ะได้รบั
ประโยชน์จากรัฐ
ก. การนับถอื ศาสนา
ข. การแสดงความคิดเห็น
ค. การค้มุ ครองชวี ิตและร่างกาย
ง. การรกั ษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย
20. ข้อใดเป็นการปฏิบตั ติ นตามหลักสิทธมิ นุษยชน
ก. การยอมรับเสยี งข้างมาก
ข. การเคารพในสิทธิเสรภี าพของผู้อื่น
ค. การใหค้ วามช่วยเหลอื ซ่ึงกนั และกัน
ง. การไมใ่ ส่ใจคนรอบข้างเพราะติดภารกจิ
แบบฝกึ ทกั ษะทางวชิ าการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน ภาคเรยี นท่ี 1 ประจำ� ปี 2564 15
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
สรุปเนอื้ หารายวชิ าสังคมศึกษา
รหัสวชิ า สค31001
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นกั ศึกษามคี วามรเู้ ก่ียวกบั ภมู ิศาสตร์ ประวัตศิ าสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครองทเ่ี ก่ียวข้องกับ
ประเทศตา่ งๆ ในโลกได้
2. นักศึกษาสามารถวิเคราะห์ เปรียบเทียบสภาพภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง
การปกครองของประเทศตา่ งๆ ในโลกได้
3. นักศึกษาสามารถตระหนักและคาดคะเนสถานการณ์ระหว่างประเทศทางด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์
เศรษฐศาสตร์ การเมอื ง การปกครองทีม่ ีผลกระทบตอ่ ประเทศไทยและโลก ในอนาคต
4. นกั ศกึ ษาสามารถเสนอแนะแนวทางในการแกป้ ญั หา การปอ้ งกนั และการพฒั นาทางดา้ นการเมอื ง การปกครอง
เศรษฐกิจและสงั คมตามสภาพปญั หาทเี่ กิดขึ้นเพอื่ ความมนั่ คงของชาติได้
ขอบเขตเนื้อหา
สภาพภมู ศิ าสตรก์ ายภาพ ของประเทศทอี่ ยใู่ นทวปี ตา่ งๆ และปรากฏการณท์ างธรรมชาตทิ ส่ี ำ� คญั ๆ ปญั หาการ
ทำ� ลายทรพั ยากร การจดั ลำ� ดบั ความสำ� คญั ของปญั หา และการแบง่ ยคุ สมยั ทางประวตั ศิ าสตรแ์ หลง่ อารยะธรรมโลก
บคุ คลสำ� คญั ของโลก เหตกุ ารณส์ ำ� คญั ของโลกทม่ี ผี ลตอ่ ปจั จบุ นั ระบบเศรษฐกจิ สถาบนั การเงนิ และการเงนิ การคลงั
ของประเทศไทย ระบบเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ และการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจของประเทศตา่ งๆ การพัฒนาการ
การเมอื ง การปกครอง ของประเทศไทย และเหตุการณ์ส�ำคญั ทางการเมอื งการปกครองของโลกทส่ี ง่ ผลกระทบตอ่
ประเทศไทย
บทท่ี 1 ภูมิศาสตรก์ ายภาพ
สภาพแวดล้อมทางกายภาพของประเทศไทยประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมีท่ีตั้ง
อยูบริเวณตอนกลางของคาบสมุทรอินโดจีน จากการท่ีประเทศไทยมีท่ีตั้งเปนคาบสมุทรจึงไดรับอิทธิพลจากทะเล
อันดามนั และทะเลจีนใต ภายในแผนดินมีลกั ษณะภมู ปิ ระเทศแตกตางกนั ไปตามภาค เชน ท่ีราบภเู ขาชายทะเล และ
จากการมที ตี่ งั้ ในเขตภมู อิ ากาศแบบรอ นชน้ื มลี มมรสมุ พดั ผา น จงึ ทาํ ใหม พี ชื พรรณธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ มหลากหลาย
เอือ้ ตอ การตงั้ ถิน่ ฐานและการดํารงชวี ิตของมนษุ ย
บทที่ 2 ประวัตศิ าสตร ์
การแบงชวงเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร ยุคสมัยประวัติศาสตรมีความสําคัญตอการศึกษา
ประวัตศิ าสตรเ นอ่ื งจากเปนการแบง ชว งเวลาในอดตี อยา งเปนระบบโดยพิจารณาจากหลักฐานท่เี หลืออยูในปจจุบัน
ซง่ึ จะนาํ ไปสู การวเิ คราะหเ หตกุ ารณต า ง ๆ อยา งมเี หตผุ ล โดยตระหนกั ถงึ ความสาํ คญั ของความตอ เนอื่ ง ของชว งเวลา
จะทาํ ใหก ารลาํ ดบั เปรยี บเทยี บเรอ่ื งราวทางประวตั ศิ าสตรม ี ความชดั เจนขน้ึ ตาม การแบง ชว งเวลา มพี น้ื ฐานมาจากยคุ
สมยั ทางศาสนา แบง ออกเปน การแบง ชว งเวลาตามประวตั ศิ าสตรไ ทยและการแบง ชว งเวลาตามประวตั ศิ าสตรส ากล
คอื ยคุ กอนประวัตศิ าสตร และ ยุคหนิ เปน ยคุ ทีม่ นุษยร ูจกั นําหนิ มาดดั แปลงเปนเคร่อื งมือเครื่องใช โดยมีววิ ฒั นาการ
ดงั น้ี 1. ยุคหินเกา 2. ยคุ หินกลาง 3. ยุคหนิ ใหม ่
16 แบบฝึกทักษะทางวิชาการเพือ่ ยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน ภาคเรยี นท่ี 1 ประจำ� ปี 2564
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
บทที่ 3 เศรษฐศาสตร์
ระบบเศรษฐกจิ หมายถงึ กลมุ บคุ คลของสังคมที่รวมตัวกนั เปนกลมุ ของสถาบันทาง เศรษฐศาสตร ซ่งึ ยดึ ถือ
แนวปฏบิ ตั แิ นวทางเดยี วกนั ในการประกอบกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ เพอื่ ใหส ามารถบาํ บดั ความตอ งการแกบ คุ คลตา งๆ
ความหมายระบบเศรษฐกจิ - รัฐเขา มาดําเนินการจัดระเบยี บทางเศรษฐกจิ ของประเทศ โดยกําหนดวา กิจกรรมทาง
เศรษฐกจิ ชนดิ ใดรฐั จดั ทาํ กจิ กรรมใดใหเ อกชนดาํ เนนิ การ - การรวมกนั ของหนว ยเศรษฐกจิ (หนว ยธรุ กจิ /หนว ยครวั
เรือน) เพ่อื ดําเนินกิจกรรม ทางเศรษฐกิจ โดยมกี ารกาํ หนดหนา ทข่ี องหนว ยเศรษฐกจิ ตางๆ
การพฒั นาเศรษฐกจิ หมายถงึ การเปลยี่ นแปลงโครงสรางทางสังคม การเมอื งและ เศรษฐกจิ ใหอ ยใู นภาวะ
ที่เหมาะสม เพ่ือทําใหรายไดที่แทจริงเฉล่ียตอบุคคลเพ่ิมข้ึนอยางตอเน่ือง อันเปนผลทําใหประชากรของประเทศมี
มาตรฐานการครองชีพสูงข้นึ
ระบบเศรษฐกจิ (Economic System) หมายถงึ กลุมบุคคลของสังคมทรี่ วมตัวกันเปน กลุมของสถาบนั ทาง
เศรษฐกจิ ตา งๆ เชน สถาบนั การผลติ สถาบนั การเงนิ การธนาคาร สถาบนั การคา สถาบนั การขนสง สถาบนั การประกนั
ภยั ฯลฯ ซึ่งยดึ ถือแนวปฏบิ ัติแนวทางเดยี วกันใน การประกอบกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ โดยมีวัตถปุ ระสงคร วมกันคอื
อาํ นวยความสะดวกในการท่ี จะแกไ ขปญหาพ้นื ฐาน ทางเศรษฐกจิ เพื่อใหส ามารถบาํ บดั ความตองการใหแกบคุ คล
ตางๆท่ีอยู รว มกนั ในสังคมนัน้ ใหไดร ับประโยชนม ากที่สุด เกดิ ประสิทธภิ าพสูงสุด
บทที่ 4 การเมอื งการปกครอง
การปกครองระบอบประชาธิปไตย เปนระบอบการปกครองซึ่งประชาชนมีอํานาจสูงสุด โดยจะเห็นวาการ
ปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตยในปจ จบุ นั นน้ั จะแยกออกเปน 2 แบบ คอื ระบอบประชาธปิ ไตยแบบมพี ระมหากษตั รยิ
เปนประมขุ และระบอบประชาธิปไตยแบบมีประธานาธิบดีเปนประมขุ
หมายเหตุ : ให้นกั เรยี นไดศ้ ึกษาเพิม่ เติมจากหนังสอื แบบเรียนรายวิชาสังคมศกึ ษา สค31001
แบบฝึกทักษะทางวิชาการเพือ่ ยกระดบั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น ภาคเรยี นท่ี 1 ประจ�ำปี 2564 17
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
แบบทดสอบรายวชิ าสังคมศกึ ษา
รหัสวิชา สค31001
จงเลือกค�ำตอบทถี่ ูกตอ้ งท่สี ุดเพียงค�ำตอบเดียว
1. ขอ้ ใดอธิบายถงึ ภมู ปิ ระเทศของประเทศไทยไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ?
ก. ประเทศไทยแบง่ ออกเป็นจำ� นวน 4 ภูมภิ าค
ประกอบด้วย ภาคเหนอื ภาคอสี าน ภาคกลาง และภาคใต้
ข. ประเทศไทยแบ่งออกเปน็ จ�ำนวน 4 ภมู ิภาค
ประกอบดว้ ย ภาคเหนอื ภาคตะวนั ตก ภาคตะวันออก และภาคใต้
ค. ประเทศไทยแบง่ ออกเปน็ จำ� นวน 6 ภูมภิ าค ประกอบด้วย ภาคเหนอื
ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ภาคตะวันตก ภาคกลาง ภาคตะวนั ออกอีสาน และภาคใต้
ง. ประเทศไทยแบ่งออกเป็นจำ� นวน 6 ภมู ิภาค ประกอบด้วย ภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ ภาคตะวันตก ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้
2. เครอื่ งมอื ทางภมู ศิ าสตรท ี่มคี วามสาํ คัญมากในปจ จบุ ันคือ ?
ก. ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร (GIS)
ข. ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร (GPS)
ค. ระบบสารสนเทศภมู ิศาสตร (PIS)
ง. ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร (PGS)
3 . ผลกระทบตอระบบนิเวศ มลภาวะเปนพษิ หมายถึงข้อใด ?
ก. ออกซิเจนในอากาศมปี ริมาณเพม่ิ ข้นึ
ข. คารบ อนไดออกไซดในอากาศมปี รมิ าณเพิม่ ข้ึน
ค. ออกซิเจนในอากาศมีปริมาณเทาเดิม
ง. คารบ อนไดออกไซดในอากาศมีปรมิ าณนอ ยลง
4. ขอ้ ใดคือการแก้ปัญหาการท�ำลายทรัยกรธรรมชาติท่ีเกดิ จากมนษุ ย์
ก. การเผาป่า
ข. การปลูกต้นไม้
ค. ทง้ิ ขยะลงแม่น�ำ้
ง. การตดั ไมท้ ำ� ลายปา่
5. ขอ้ ใดเป็นการอนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาติท่ีดที ี่สุด
ก. การบุกเบกิ ปา่ ชายเลนเพอ่ื เพ่มิ พ้นื ที่เพาะเล้ยี งสตั วน์ ำ�้ ชายฝง่ั
ข. การเพมิ่ ผลผลิตของเกษตรกรโดยใชป้ ุ๋ยเคมใี นปรมิ าณมากติดตอ่ กนั
ค. การปฏบิ ัตติ ามผงั เมืองเพ่อื รองรับการขยายตวั ของประชากรที่เพิ่มมากขึน้
ง. การปล่อยปา่ ไมใ้ หอ้ ยู่ตามธรรมชาติ โดยไมม่ ีการตัดเลย เพ่อื เปน็ การรักษาตน้ นำ�้ ล�ำธาร
6. การแบ่งยุคสมัยทางประวตั ศิ าสตรแ์ บ่งเปน็ กย่ี ุค
ก. 2 ยุค ข. 3 ยุค
ค. 4 ยุค ง. 5 ยุค
18 แบบฝึกทักษะทางวชิ าการเพ่ือยกระดบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน ภาคเรียนท่ี 1 ประจ�ำปี 2564
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
7. ประเทศไทยเปล่ียนแปลงการปกครองเปน็ ระบบประชาธิปไตยในปี พ.ศ.ใด
ก. 2457 ข. 2475
ค. 2471 ง. 2550
8. ขอ้ ใดคอื การปกครองสมยั กรุงธนบรุ ี
ก. ในสว่ นกลางมตี ำ� แหนง่ อคั รมหาเสนาบดมี ี 2 ต�ำแหน่ง
ข. มกี ารปกครองแบ่งเปน็ กระทรวง กรม
ค. มกี ารปกครองระบอบประชาธิปไตย
ง. ไมม่ ขี ้อถกู
9. สงครามท่รี ุนแรงและทำ� ใหเ้ กิดความสญู เสยี ครงั้ ใหญส่ ดุ ในประวตั ิศาสตรโ์ ลก คอื
ก. สงครามโลกครง้ั ท่ี 1
ข. สงครามโลกคร้งั ที่ 2
ค. สงครามเศรษฐกิจ
ง. สงครามเย็น
10. ขอ้ ใดคือเหตุการณ์ทีเ่ กดิ ขนึ้ ในสมยั รัชกาลที่ 5
ก. จัดต้งั สภาทปี่ รกึ ษาราชการแผ่นดนิ
ข. มีการปกครองแบบประชาธปิ ไตย
ค. จัดตัง้ กองเสือปา่
ง. เทศบาล
11. หลกั การส�ำคัญในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยคือขอ้ ใด
ก. หลกั การเหตผุ ลในการตดั สินใจ
ข. หลักสิทธิและเสรีภาพของพลเมือง
ค. หลักความเสมอภาคทางการเมอื ง
ง. หลกั อำ� นาจอธิปไตยเป็นของประชาชนไม่แบ่งฝ่าย
12. ปี พ.ศ.ใด ทป่ี ระเทศไทยมกี ารเปลีย่ นแปลงการปกครองเปน็ ระบอบประชาธิปไตย
ก. 2457 ข. 2467 ค. 2475 ง. 2485
13. ข้อใดเป็นลักษณะของการปกครองระบอบแบบเผด็จการ
ก. ยกย่องอ�ำนาจและความสำ� คัญของประชาชนเหนือรฐั บาล
ข. ยึดหลักรวมอ�ำนาจการปกครองไว้ทสี่ ่วนกลางของประเทศ
ค. ประชาชนสามารถครอบครองหรอื ได้รับประโยชน์จากกจิ การทีท่ �ำอย่างเต็มท่ี
ง. ประชาชนทุกคนมีส่วนในการปกครองและเป็นเจ้าของอ�ำนาจสงู สุดของประเทศ
14. ประเทศชิลมี ีภูมอิ ากาศแบบใด
ก. ทงุ่ หญา้ ก่ึงทะเลทราย ข. เมดิเตอรเ์ รเนียน
ค. ภาคพนื้ สมทุ ร ง. ป่าดบิ ช้นื
15. การเปิดเผยข้อมลู ขา่ วสารอยา่ งตรงไปตรงมาและตรวจสอบไดต้ รงกับหลักธรรมาภิบาลข้อใด
ก. คุณธรรม ข. ความคมุ้ คา่
ค. ความโปรง่ ใส ง. การมีสว่ นรว่ ม
แบบฝกึ ทักษะทางวชิ าการเพื่อยกระดบั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น ภาคเรยี นท่ี 1 ประจ�ำปี 2564 19
ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
16. อารยธรรมจนี ในเรอ่ื งใดทม่ี ีอิทธิพลตอ่ การสือ่ สารของมนษุ ยใ์ นปจั จุบนั
ก. ระบบตัวอกั ษรยอ่
ข. การผลติ กระดาษและน้�ำหมึก
ค. การคิดคน้ ระบบส่งสัญญาณระยะไกล
ง. การผลติ วตั ถนุ ำ� พาเคลอ่ื นสญั ญาณ
17. เหตุใดปรชั ญาขงจ๊ือจึงมอี ทิ ธิพลต่อชาวจีนมากกว่าปรัชญาอ่นื
ก. มกี ารสอนในโรงเรียน
ข. กล่าวถงึ การบชู าบรรพบรุ ษุ
ค. เข้าใจงา่ ยกวา่ ปรชั ญาอนื่
ง. กลา่ วถงึ หลักความสัมพนั ธ์ของคนในสงั คม
18. การแลกเปลี่ยนอารยธรรมสง่ ผลตอ่ การเปลีย่ นแปลงของโลกอยา่ งไร
ก. ทำ� ให้มนุษย์มีความเจริญก้าวหนา้ เท่าเทียมกนั
ข. เกดิ การพฒั นาความเจริญก้าวหนา้ อยา่ งรวดเร็ว
ค. ก่อใหเ้ กดิ ความขัดแย้งทางวฒั นธรรมในประเทศต่างๆ
ง. ขาดการพัฒนาอารยธรรมของตน แต่รอรับอารยธรรมจากภายนอก
19. การที่เราสามารถวางแผนการท�ำงานในอนาคตไดเ้ พราะเราอาศัยอารยธรรมโบราณในเรื่องใด
ก. ตัวอกั ษรท�ำนายของจนี
ข. ค�ำพยากรณใ์ นพระคมั ภีร์
ค. ระบบตวั เลขคณิศาสตร์
ง. ปฏทิ นิ สุริยคตแิ ละจนั ทรคติ
20. อตุ สาหกรรมอัญมณีในปจั จุบันเป็นผลมาจากกิจกรรมใดในสมัยโบราณ
ก. การท�ำเครอื่ งประดับ
ข. การผลติ เสื้อผา้ ส�ำเร็จรูป
ค. การหลอมแร่ธาตตุ ่างๆ
ง. การทำ� พธิ ีบวงสรวงเทพเจ้า
20 แบบฝกึ ทักษะทางวชิ าการเพอื่ ยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น ภาคเรียนที่ 1 ประจำ� ปี 2564
ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
สรปุ เนอ้ื หารายวชิ าทกั ษะการเรยี นรู
รหสั วชิ า ทร31001
จุดประสงคก ารเรียนรู
1. นักศกึ ษาสามารถบอกความหมายและความสําคญั ของการเรียนรดู วยตนเองได
2. นักศึกษาสามารถกาํ หนดเปาหมายและวางแผนการเรียนรดู ว ยตนเอง บนทกั ษะของการแสวงหา
ความรทู กั ษะ ในการแกปญหา และเทคนคิ การเรยี นรูด วยตนเองได
3. นักศึกษามเี จตคตทิ ด่ี ตี อการเรยี นรูดว ยตนเองและบอกปจ จัยท่ที ําใหสามารถเรียนรดู ว ยตนเองใหป ระสบ
ความสาํ เรจ็ ได้
ขอบขา่ ยเนือ้ หา
การเรยี นรใู นสาระทกั ษะการเรยี นรู เปน สาระเกย่ี วกบั รายวชิ าการเรยี นรดู ว ยตนเอง รายวชิ า การใชแ หลง เรยี นรู
รายวชิ าการจดั การความรรู ายวชิ าการคดิ เปน และรายวชิ าการวจิ ยั อยา งงา ย ในสว นของรายวชิ า การเรยี นรดู ว ยตนเอง
เปน สาระการเรียนรูเกีย่ วกบั การพัฒนาทกั ษะการเรยี นรู ในดานการเรียนรูดวยตนเอง เปดโอกาสใหผูเรียนไดศึกษา
คนควา ฝกทักษะในการเรียนรูดวยตนเอง เพ่ือมุ่งเสริมสร้างให้ผู้เรียนมีนิสัยรักการเรียนรู้ซึ่งเป็นทักษะพ้ืนฐานของ
บคุ คล แหง การเรยี นรทู ย่ี ง่ั ยนื เพอ่ื ใชเ ปน เครอื่ งมอื ในการชนี้ าํ ตนเองในการเรยี นรไู ดอ ยา งตอ่ เนอื่ งตลอดชวี ติ การเรยี นรดู ว ย
ตนเอง (Self-Directed Learning) เปนแนวทางการเรียนรูหนง่ึ ทีส่ อดคลอ งกบั การเปลย่ี นแปลงของสภาพปจจบุ นั ๆ
ไดดวยตนเอง เพื่อท่ตี นเองสามารถดํารงชวี ิตอยูในสังคมท่ีมกี ารเปล่ียนแปลงอยตู ลอดเวลาไดอ ยางเปนปกตสิ ขุ
บทท่ี 1 การเรียนรูดว ยตนเอง
การเรยี นรดู ว ยตนเอง (Self-Directed Learning) เปน แนวทางการเรยี นรหู นงึ่ ทสี่ อดคลอ งกบั การเปลยี่ นแปลง
ของสภาพปจ จุบัน
การเรียนรูดวยตนเอง เปนหลักการทางการศึกษาที่มีแนวคิดพ้ืนฐานมาจากทฤษฎีของกลุ่มมนุษยนิยม
(Humanism) ซึง่ เชอื่ วา มนุษยทกุ คนมีธรรมชาตเิ ปน คนดี มเี สรีภาพและความเปน ตนเอง มีความเปน ปจ เจกชน มี
ศักยภาพ และ การรับรูตนเอง มคี วามเปนจริงในสิง่ ท่ีตนสามารถเปน ได มกี ารรบั รู มคี วามรับผดิ ชอบและความเปน
มนุษย ดงั นั้น การท่ี ผเู รียนสามารถเรียนรดู ว ยตนเองไดน บั วาเปนคุณลกั ษณะท่ีดี ซึ่งมอี ยูในตวั บุคคลทุกคน ผเู รียน
ควรจะมคี ุณลกั ษณะของ การเรียนรูดวยตนเอง การเรยี นรดู วยตนเองจัดเปน กระบวนการเรียนรตู ลอดชีวิต ยอมรบั
ในศักยภาพของผูเรียนวาผูเรียน ทุกคนมีความสามารถท่ีจะเรียนรูส่ิงตางๆ ไดดวยตนเอง เพื่อท่ีตนเองสามารถที่
ดํารงชีวติ อยใู นสังคมทม่ี กี ารเปลีย่ นแปลง อยูตลอดเวลาไดอ ยา ง เปนปกติสขุ
บทที่ 2 การใชแ หลง เรยี นรู
ความรูหรือขอมูลสารสนเทศเกิดขึ้นและพัฒนาอยางตอเนื่องตลอดเวลา และมีการเผยแพรถึงกัน โดยใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศภายในไมก ว่ี ินาที ทาํ ใหมนุษยต องเรยี นรูกับสง่ิ ที่เปล่ียนแปลงใหมๆ เพือ่ ให สามารถรเู้ ทาทนั
เหตุการณ และนํามาใชใ หเกดิ ประโยชนต อ การดาํ รงชวี ิตไดอยา งมีความสขุ
ความหมายของแหลง เรยี นรแู หลง เรยี นรู หมายถงึ บรเิ วณศนู ยร วมบอ เกดิ แหง หรอื ทมี่ สี าระเนอ้ื หาเปน ขอ มลู
ความรคู วามสาํ คัญของแหลง เรียนรู แหลง เรียนรูมบี ทบาทสาํ คญั ในการพฒั นาคุณภาพชีวติ ของประชาชนเปน แหลง
ทม่ี ีขอ มลู ความรู ตามวตั ถุประสงคของแหลงเรยี นรนู ้ัน เชน สวนสัตว ใหค วามรูเ รอื่ งสัตว พพิ ธิ ภัณฑใ หค วามรเู รื่อง
แบบฝกึ ทักษะทางวชิ าการเพือ่ ยกระดบั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน ภาคเรียนท่ี 1 ประจำ� ปี 2564 21
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
โบราณวตั ถสุ มยั ตา งๆ และเปน สอื่ การเรยี นรสู มยั ใหมท ค่ี วามรกู อ ใหเ กดิ ทกั ษะ และชว ยการเรยี นรสู ะดวกรวดเรว็ เชน
อนิ เทอรเ น็ต
บทที่ 3 การจดั การความรู
แนวคดิ เกยี่ วกบั การจดั การความรู ความหมายของการจดั การความรู การจดั การ (Management) หมายถงึ
กระบวนการในการเขาถึงความรู และการถายทอด ความรูที่ตองดําเนินการรวมกันกับผูปฏิบัติงาน ซ่ึงอาจเริ่มตน
จากการบง ชค้ี วามรทู ตี่ อ งการใชก ารสรา งและแสวงหาความรกู ารประมวลเพอ่ื กลน่ั กรองความรู การจดั การความรู
ใหเปนระบบ การสรางชองทางเพ่ือการสื่อสารกับผูเกี่ยวของ การแลกเปล่ียนความรู การจัดการสมัยใหมกระบวน
การทางปญ ญา เปน สงิ่ สาํ คญั ในการคดิ ตดั สนิ ใจ และสง ผลใหเ กดิ การกระทาํ การจดั การจงึ เนน้ ไปทก่ี ารปฏบิ ตั คิ วามรู
(Knowledge) หมายถงึ ความรทู คี่ วบคกู บั การปฏบิ ตั กิ ารจดั การความรู เปน การเรยี นรจู ากการปฏบิ ตั ิ นาํ ผลจากการ
ปฏบิ ตั มิ าแลกเปลย่ี นเรยี นรกู นั เสรมิ พลงั ของการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ ดว ยการชน่ื ชม ทาํ ใหเ ปน กระบวนการแหง ความสขุ
ความภมู ใิ จ และการเคารพ เหน็ คณุ คา ซงึ่ กนั และกนั ทกั ษะเหลา นไี้ ปสกู ารสรา้ งนสิ ยั คดิ บวก มองโลกในแงด ี และสรา ง
วัฒนธรรมในองคก ร ที่ผคู นสมั พันธกนั ดวยเร่อื งราวดี ๆ
บทที่ 4 คิดเปน
การคดิ เปน คอื การใชข อ มลู อยา งนอ ย 3 ประการมาประกอบการตดั สนิ ใจ ขอ มลู ดา นวชิ าการ ขอ มลู เกยี่ วกบั
ตนเอง ขอ มูลเก่ยี วกบั สังคมและสิ่งแวดลอมการท่ีเปน ผูรูจักปญหา เร่อื งทุกข รูจักสาเหตแุ หงทุกข ซึ่งมีอยใู นตนเอง
และสภาพแวดลอ ม รจู กั คดิ วเิ คราะหห าวธิ บี าํ บดั ทกุ ข และใชว ธิ ที เ่ี หมาะสมในการดบั ทกุ ขจ งึ จะเกดิ ความสขุ แนวความ
คิด เร่อื งคิดเปน มีองคประกอบทสี่ ําคญั ในเชงิ ปรัชญา 3 สวน กลา วคอื เปาหมายสูงสดุ ของชีวติ มนุษย คือความสุข
มนษุ ย จงึ แสวงหาวธิ กี ารตา ง ๆ เพอื่ ทจี่ ะมงุ ไปสคู วามสขุ นน้ั แตเ นอื่ งจากมนษุ ยม คี วามแตกตา งกนั โดยพนื้ ฐานทงั้ ทาง
กายภาพ อารมณ สังคม จติ ใจและสภาวะแวดลอ ม ทาํ ใหความตอ งการของคนแตล ะคนมีความแตกตางกัน การให
คณุ คา และความหมายของความสขุ ของมนษุ ยจ งึ แตกตา งกนั การแสวงหาความสขุ ทแี่ ตกตา งกนั นนั้ ขน้ึ อยกู บั การตดั สนิ ใจ
ของคนแตละคน การตัดสินใจน้ันจําเปนจะตองใชขอมูลอยางรอบดาน ซ่ึงโดยหลักการของการคิดเปน มนุษยควร
จะใชข อมลู อยางนอย 3 ดา น คือ ขอมลู ตนเอง ซงึ่ เปนขอ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง ทงั้ ทางดาน 3 กายภาพ สขุ ภาพอนามัย
ความพรอมตาง ๆ
ขอมลู สังคม ซึง่ เปนขอ มลู เกี่ยวกับสภาพแวดลอม ครอบครัว สังคมวฒั นธรรม ความเชอ่ื ประเพณี คา นิยม
ตลอดจนกรอบคณุ ธรรม จริยธรรม และขอมลู ทางวชิ าการ คือความรูทเ่ี กี่ยวขอ งกบั เรือ่ งที่ตอ งคิด ตดั สินใจนน้ั ๆ วา
มหี รือไมเพียงพอทจี่ ะนําไป ใชห รือไม การใชขอ มูลอยางรอบดานน้ี จะชว ยใหการคดิ ตัดสินใจเพอื่ แสวงหาความสุข
ของมนุษยเปนไปอยา งรอบคอบ เรยี กวธิ ีการคดิ ตัดสนิ ใจนว้ี า “คดิ เปน ” และเปนความคดิ ทีม่ ีพลวัต คอื ปรบั เปล่ียน
ไดเ สมอ เมอ่ื ขอ มูลเปล่ยี นแปลงไปเปาหมายชวี ติ เปลย่ี นไป
บทท่ี 5 ความหมาย ความสําคญั ของการวิจยั
ความหมาย ความสาํ คญั ของการวจิ ยั เมือ่ ไดย ินคําวา “การวิจยั คนสว นใหญจ ะรสู กึ วาเปนเรื่องที่ทาํ ยาก มี
ขน้ั ตอนมาก ตอ งใชเ วลานาน ตอ งมคี วามรใู นการสรา งเครอื่ งมอื การวจิ ยั และการใชส ถติ ติ า งๆ ทาํ ใหห ลายคนไมอ ยาก
ทําวจิ ัย ขอเท็จจรงิ คอื การวิจัยมหี ลายระดบั ต้งั แตระดับยากๆ ซบั ซอน ท่ีตองใชความรูทางวชิ าการดานตา งๆ และ
ใชเ วลาเปน ป ในการทําวจิ ยั แตละเรื่องจนถึงการวิจยั ทง่ี า ย ดงั น้ันการวิจัยจงึ ไมใ ชเรือ่ งยาก อยางท่คี ดิ เสมอไปคาํ ถาม
คือ การวิจัยคือ อะไร ทําไมตองทําวิจัย ทําแลว ไดป ระโยชนอยางไร การวิจัยเปน การหาคําตอบที่อยากรทู ่ีสงสัยท่ี
22 แบบฝึกทกั ษะทางวิชาการเพอ่ื ยกระดบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน ภาคเรียนท่ี 1 ประจ�ำปี 2564
ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
เปนปญหาขอของใจ แตคําตอบนั้นตองเช่ือถือได ไมใชการคาดเดา หรือคิดสรุปไปเองโดยใชความรูสึกวิธี การหา
คาํ ตอบจงึ ตองเปน กระบวน การขน้ั ตอน อยา งเปน ระบบ ผลทีไ่ ดจากการทาํ วจิ ัย นอกจากจะไดร บั คําตอบทต่ี อ งการ
รูแลว ผูวจิ ัยเองกไ็ ดป ระโยชน จากการทาํ วิจยั คือ การเปนคนชา งคิด ชา งสงั เกต ศกึ ษาคนควาหาความรแู ละเขียน
เรียบเรียงอยางเปนระบบ
หมายเหตุ : ใหน กั ศกึ ษา ไดศ ึกษาเพิ่มเติมจากหนงั สือแบบเรียนรายวิชาทกั ษะการเรียนรู ทร31001
แบบฝึกทกั ษะทางวิชาการเพอื่ ยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น ภาคเรียนท่ี 1 ประจำ� ปี 2564 23
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
แบบทดสอบรายวิชาทกั ษะการเรยี นรู
รหัสวิชา ทร31001
จงเลอื กค�ำตอบทถี่ ูกต้องทสี่ ดุ เพยี งค�ำตอบเดยี ว
1. การเรยี นร้ดู ว้ ยตนเองสามารพฒั นาและเพิ่มศกั ยภาพของผเู้ รยี นโดยการคน้ พบในเรือ่ งใด
ก. ความรู้ ความสามารถ
ข. ความสามารถ การวิเคราะห์
ค. ความสามารถทีม่ ีการพัฒนาแล้วใหด้ ียง่ิ ข้นึ
ง. ความสามารถและสง่ิ ท่มี ีคณุ ค่าในตนเองท่ีเคยมองขา้ ม
2. ในการเรยี นรู้ “แบบผเู้ รยี นไม่ไดต้ ง้ั ใจทจ่ี ะเรียนร้”ู เป็นการเรยี นโดยสถานการณ์ใด
ก. การเรียนรโู้ ดยกลุ่ม ข. การเรียนรูโ้ ดยบังเอิญ
ค. การเรียนรูโ้ ดยตนเอง ง. การเรียนรูโ้ ดยสถาบัน
3. การเรียนรู้ด้วยตนเองมคี วามแตกตา่ งจากการเรียนรโู้ ดยวธิ กี ารเรยี นรจู้ ากผอู้ ืน่ หรอื ไมเ่ พราะเหตุใด
ก. ไม่ เพราะเป็นการเรียนรเู้ หมือนกัน
ข. ไม่ เพราะวิธกี ารเรียนรเู้ กดิ จากผ้เู รียนเหมอื นกัน
ค. แตกต่าง เปน็ การเรยี นร้ดู ว้ ยความตัง้ ใจของผู้เรยี นเอง
ง. แตกตา่ ง เป็นการเรยี นรู้จากสถานการณ์ทผ่ี เู้ รียนสร้างข้นึ เอง
4. การเรยี นรู้ดว้ ยตนเองเปน็ ตัวอย่างของการเรียนรใู้ นลักษณะใด
ก. การเรียนรทู้ ีท่ ำ� ให้เกดิ การเรยี นร้อู ยา่ งถาวร
ข. การเรียนรู้ทีท่ �ำให้เกดิ การเรยี นรตู้ ลอดชีวิต
ค. การเรยี นรทู้ ีท่ ำ� ให้เกิดการเรียนรอู้ ยา่ งชั่วคราว
ง. การเรยี นรทู้ ีท่ �ำให้เกิดการเรียนรูอ้ ยตู่ ลอดเวลาและมชี ่วงเวลา
5. การเรยี นรูด้ ว้ ยตนเองแบบ กศน. คอื การเรียนในขอ้ ใด
ก. มีแรงจงู ใจอยากเรยี นก็เรียน ข. แสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเองท้ังหมด
ค. มีการวางแผนและใช้สัญญาการเรยี นร ู้ ง. ผู้เรียนตอ้ งบริหารเวลารบั ผิดชอบตนเองทัง้ หมด
6. การเรียนร้ทู ี่สามารถน�ำไปใช้ได้ดีกวา่ และยาวนานกว่าคนทเ่ี รียนโดยเป็นเพียงผรู้ ับ ตอ้ งเรยี นรู้ด้วยวิธีใด
ก. การเรยี นรู้ด้วยการเรียนจากแบบอย่าง
ข. การเรยี นรทู้ ี่มผี ชู้ กั นำ� และต้องการผลลัพธ์
ค. การเรยี นรโู้ ดยการตอ้ งการเปน็ ผู้นำ� และผู้ตาม
ง. การเรยี นรดู้ ้วยการริเรม่ิ ของตนเองด้วยความตัง้ ใจ
7. แหลง่ เรียนรู้หมายถงึ ข้อใด
ก. สถานทใ่ี หค้ วามรู้ตามอธั ยาศยั
ข. แหลง่ ค้นควา้ เพ่ือประโยชน์ในการพฒั นาตนเอง
ค. แหล่งรวบรวมความร้แู ละข้อมูลเฉพาะสาขาวิชาใดวชิ าหน่ึง
ง. แหลง่ ข้อมลู และประสบการณ์ที่ส่งเสรมิ ให้ผ้เู รยี นแสวงหาความรแู้ ละเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง
24 แบบฝึกทักษะทางวิชาการเพอ่ื ยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น ภาคเรียนที่ 1 ประจำ� ปี 2564
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
8.ความสำ� คญั ของหอ้ งสมุดข้อใดทชี่ ่วยใหผ้ ้ใู ชบ้ รกิ ารมจี ิตสำ� นกึ ทด่ี ตี อ่ สว่ นรวม
ก. ชว่ ยให้รจู้ ักแบง่ เวลาในการศึกษาหาความรู้
ข. ช่วยให้มคี วามร้เู ทา่ ทันโลกยคุ ใหม่ตลอดเวลา
ค. ช่วยใหม้ นี ิสยั รักการค้นควา้ หาความรู้ดว้ ยตนเอง
ง. ช่วยให้ระวังรกั ษาทรพั ยส์ ิน ส่งิ ของของหอ้ งสมุด
9.การจดั การความรู้เรยี กสนั้ ๆ วา่ อะไร
ก. MK ข. KM ค. LO ง. QA
10.ระบบท่ีใชต้ วั เลขอาราบคิ เปน็ สญั ลักษณแ์ ทนหมวดหมู่สารสนเทศคือระบบของใคร
ก. ระบบโรมนั ข. ระบบดิวอ้ี
ค. ระบบอังกฤษ ง. ระบบรฐั สภาอเมริกัน
11.เว็บเพจเปรยี บไดก้ ับข้อใด
ก. ลิน้ ชกั ข. หนงั สอื
ค. แฟม้ เอกสาร ง. หน้าหนังสือ
12.เวบ็ ไซตท์ ไ่ี มเ่ คยใช้ในประเทศไทย
ก. www.yahoo.com ข. www.google.com
ค. www.sanook.com ง. www.UNSCO-ci.org
13.ความรู้ทีใ่ ช้ในการพฒั นาองค์กรได้แก่
ก. ความรใู้ นคน ข. ความรู้เด่นชัด
ค. ความรู้ทว่ั ไป ง. ความรู้ในกระดาษ
14.การนำ� ความรูจ้ ากการจดั การความรมู้ าใช้ในการปฏิบัติงานไดท้ นั ทที �ำใหเ้ กดิ ประโยชนใ์ นด้านใด
ก. การพฒั นาองคก์ ร ข. การพฒั นาบุคลากร
ค. ผลสมั ฤทธ์ขิ องงาน ง. การแลกเปลี่ยนเรยี นรู้
15.การแลกเปลยี่ นเรียนรูข้ องรูปแบบปลาทูอยูท่ ่สี ่วนใด
ก. ทัง้ ตัวปลา ข. สว่ นหวั ปลา
ค. ส่วนตวั ปลา ง. สว่ นหางปลา
16.การเผยแพร่ความรูใ้ นการจัดการความรูต้ อ้ งด�ำเนินการอยา่ งไร
ก. จดบนั ทึกไว้อย่างละเอียด
ข. จัดระบบการบรหิ ารใหท้ ันสมัย
ค. จดั องคค์ วามร้ใู หเ้ ป็นหมวดหมู่
ง. จดั เก็บให้เปน็ ระบบและนำ� มาใชไ้ ดง้ า่ ย
17.ความพร้อมในการเรยี นรู้ดว้ ยตนเองจะต้องมีทกั ษะใด
ก. มีเวลามากมเี งนิ มาก
ข. มีเวลามากมคี วามตง้ั ใจมาก
ค. มีความตั้งใจมากรักการเรียนรู้
ง. มเี งนิ มากอยูใ่ นแหล่งเรียนรู้สะดวก
แบบฝกึ ทักษะทางวิชาการเพ่ือยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ภาคเรยี นท่ี 1 ประจำ� ปี 2564 25
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
18.การปฏิบตั ิงานท่สี ่งผลเปน็ เลศิ (best practice) เกิดจาก
ก. การท�ำงานรว่ มกนั อยา่ งสรา้ งสรรค์
ข. การทำ� งานโดยมีเป้าหมายเดยี วกัน
ค. การสร้างนวัตกรรมทีจ่ ำ� เปน็ ในการทำ� งาน
ง. การทดลองและการเรยี นรู้การปฏิบตั ใิ นเรอ่ื งตา่ งๆ
19.องค์ความรทู้ เ่ี กิดจากการปฏบิ ตั ิท่ไี ด้ผลเรยี กว่า
ก. ขอ้ มลู
ข. ความรู้
ค. ปรชั ญา
ง. สารสนเทศ
20.ในการจัดการความรดู้ ว้ ยตนเองควรด�ำเนนิ งานในขน้ั ตอนใดก่อน
ก. ข้ันการเรยี นรู้
ข. ขัน้ บง่ ช้คี วามรู้
ค. ขัน้ การเขา้ ถงึ ความรู้
ง. ขน้ั สรา้ งและแสวงหาความร ู้
26 แบบฝกึ ทักษะทางวิชาการเพอื่ ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น ภาคเรียนที่ 1 ประจำ� ปี 2564
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
สรุปเนอื้ หารายวิชาสุขศึกษา พลศึกษา
รหสั วชิ า ทช31002
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายการท�ำงานของระบบตา่ งๆ ในรา่ งกายไดถ้ กู ตอ้ ง
2. วางแผนเป้าหมายชีวติ ตลอดจนเรอื่ งปญั หาเกีย่ วกบั เพศศกึ ษาได้
3. เรยี นรเู้ รื่องการวางแผนในการสร้างเสรมิ สุขภาพเก่ียวกับอาหาร
4. อธบิ ายถึงโรคทถี่ า่ ยทอดทางพนั ธุกรรมได้
5. วางแผนปอ้ งกนั เกย่ี วกบั อุบัตเิ หตุ อุบัตภิ ยั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
6. มคี วามรใู้ นการพัฒนาทักษะชีวติ ใหด้ ีได้
ขอบเขตเนือ้ หา
ศึกษา ฝกึ ปฏิบัติ และประยุกต์ใช้เกีย่ วกับสุขศกึ ษา พลศกึ ษา เรื่องเกย่ี วกับระบบต่างๆ ของรา่ งกาย เปา้ หมาย
ชวี ติ ปญั หาเก่ยี วกบั เพศศึกษา อาหารและโภชนาการ เสริมสร้างสขุ ภาพ โรคท่ถี า่ ยทอดทางพนั ธกุ รรม ปลอดภยั จาก
การใช้ยา ผลกระทบจากสารเสพติด อันตรายรอบตัว และทักษะชีวติ เพ่ือสุขภาพจิต เพ่อื ใช้ประโยชนใ์ นการวางแผน
พฒั นาสขุ ภาพของตนเองและครอบครวั นำ� ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำ� วนั ในการดำ� เนนิ ชวี ติ ของตนเอง และครอบครวั
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ปลอดภัย
บทที่ 1 ระบบต่างๆ ของร่างกาย
1.1 โครงสร้าง หนา้ ท่ี และการท�ำงานของระบบอวยั วะทส่ี ำ� คัญของรา่ งกาย 5 ระบบ
- ระบบหายใจ
- ระบบย่อยอาหาร
- ระบบสืบพันธ์ุ
- ระบบตอ่ มไรท้ ่อ
- ระบบประสาท
1.2 การดแู ลรกั ษาการป้องกนั ความผิดปกติของระบบอวยั วะสำ� คญั 5 ระบบ
2. ปัญหาเพศศกึ ษา
2.1 การสื่อสาร/การตอ่ รองและการหาความช่วยเหลือเก่ยี วกบั ปัญหาทางเพศ
2.2 การจดั การกับอารมณแ์ ละความต้องการทางเพศ
2.3 ความเช่อื ผดิ ๆ เรอ่ื งเพศทสี่ ง่ ผลต่อสขุ ภาพทางเพศ
2.4 ส่อื ตา่ ง ๆ ทีส่ ง่ ผลให้เกิดปญั หาทางเพศ
2.5 กฎหมายท่ีเกีย่ วขอ้ งกับการลว่ งละเมดิ ทางเพศ
3. อาหารและโภชนาการ
3.1 โรคขาดสารอาหาร ไดแ้ ก่ โรคลักปดิ ลกั เปิด โรคคอหอยพอก โรคเออ๋ โรคตาฟาง โรคโลหติ จาง ฯลฯ
3.2 หลกั การสุขาภบิ าลอาหาร
- การปนเป้อื น
- การปรงุ และจำ� หน่าย
แบบฝึกทกั ษะทางวิชาการเพ่อื ยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น ภาคเรยี นที่ 1 ประจำ� ปี 2564 27
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
- ผู้ประกอบการ จ�ำหนา่ ยอาหาร
- สุขลักษณะทัว่ ไปของแผงจ�ำหน่าย
- สขุ ลกั ษณะอาหารถุง
- ขอ้ สังเกตอาหารเส่ือมคณุ ภาพ เน่าเสีย
3.3 การจัดโปรแกรมอาหารที่เหมาะสมกับบคุ คลกลุม่ ต่าง ๆ
- ตนเองและครอบครวั
- ผู้สงู อายุ
- ผ้ปู ว่ ย ฯลฯ
บทที่ 4 การเสรมิ สรา้ งสขุ ภาพ
มีความรู้ในเร่ืองการวางแผนพัฒนาและเสริมสร้างสุขภาพของตนเอง และครอบครัว ตลอดจนร่วมกิจกรรม
เสริมสร้างสขุ ภาพของชุมชนอย่างสม่ำ� เสมอ และสามารถบอกถงึ หลักการและรปู แบบของวธิ ีการออกกำ� ลังกายของ
ตนเอง ผอู้ ืน่ และชมุ ชนได้อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม มีขอบขา่ ยเนอ้ื หาดงั น้ี
1. การรว่ มกลุ่มเพือ่ เสรมิ สร้างสุขภาพในชุมชน
2. การออกกำ� ลังกายเพื่อสขุ ภาพ
บทที่ 5 โรคที่ถา่ ยทอดทางพันธุกรรม
มีความรู้และสามารถปฏิบัติตนในการป้องกันโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ สามารถแนะนำ� ข้อมูลข่าวสาร
และแหล่งบรกิ ารเพ่อื ป้องกนั โรคแกค่ รอบครวั และชมุ ชนได้ มขี อบขา่ ยเนือ้ หา ดงั นี้
1. โรคที่ถ่ายทอดทางพนั ธกุ รรม
2. โรคทางพันธกุ รรมทสี่ ำ� คัญ
บทท่ี 6 ความปลอดภัยจากการใชย้ า
มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ เกยี่ วกบั หลกั การและวธิ กี ารใชย้ าทถ่ี กู ตอ้ ง สามารถจำ� แนกอนั ตรายทเ่ี กดิ จากการใชย้ าได้
รวมทง้ั วิเคราะหค์ วามเชอื่ และอนั ตรายจากยาประเภทต่าง ๆ เชน่ ยาบ�ำรุงก�ำลงั ยาดองเหลา้ ตลอดจนการปอ้ งกนั
และชว่ ยเหลือเมอื่ เกิดอันตรายจากการใชย้ าได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
บทที่ 7 ผลกระทบจากสารเสพตดิ
มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุและผลกระทบจากการแพร่ระบาดของสารเสพติดได้
มีส่วนรว่ มในการปอ้ งกนั ส่ิงเสพตดิ ในชุมชน และเผยแพรค่ วามรู้ด้านกฎหมายท่เี กย่ี วขอ้ งกับสารเสพติดแกผ่ ู้อน่ื ได้ มี
ขอบข่ายเนอ้ื หา ดังน้ี
1. ปัญหาการแพรร่ ะบาดของสารเสพติดในปัจจบุ ัน
2. แนวทางการป้องกันการแพรร่ ะบาดของสารเสพตดิ
3. กฎหมายที่เกยี่ วกบั สารเสพติด
28 แบบฝกึ ทักษะทางวิชาการเพ่ือยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น ภาคเรยี นที่ 1 ประจ�ำปี 2564
ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
บทท่ี 8 ทักษะชวี ติ เพ่ือสุขภาพจติ
มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความส�ำคัญของทักษะชีวิตท้ัง 10 ประการ และสามารถน�ำความรู้ไปประยุกต์
ใช้ในชีวิตประจ�ำวันในการท�ำงาน การแก้ปัญหาชีวิตครอบครัวของตนเองได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนสามารถน�ำ
กระบวนการทักษะชวี ติ ไปใช้ในการแก้ปญั หาแกค่ รอบครัวผู้อน่ื ได้ ซึ่งมีขอบข่ายเนือ้ หา ดงั น้ี
1. ความหมาย ความส�ำคญั ของทกั ษะชีวิต
2. ทักษะในการตระหนักในการรูต้ น
3. ทกั ษะการจดั การกับอารมณ์
4. ทกั ษะการจดั การความเครยี ด
บทท่ี 9 อาชพี จ�ำหน่ายอาหารสำ� เรจ็ รปู ตามสขุ าภิบาล
1. ลกั ษณะธรุ กิจผลิตอาหารส�ำเร็จรปู
2. วธิ ีการดำ� เนินงานของธรุ กิจผลิตและจำ� หน่ายอาหารส�ำเร็จรูป
3. คณุ สมบัตริ ้านอาหารหรอื สถานที่จ�ำหนา่ ยอาหารสำ� เรจ็ รูปตามหลกั สขุ าภบิ าล
หมายเหตุ : ใหน้ กั ศึกษา ได้ศึกษาเพิ่มเตมิ จากหนงั สอื แบบเรียนรายวิชาสขุ ศกึ ษา พลศกึ ษา ทช31002
แบบฝกึ ทักษะทางวิชาการเพือ่ ยกระดบั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น ภาคเรียนท่ี 1 ประจำ� ปี 2564 29
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
แบบทดสอบรายวชิ าสขุ ศกึ ษา พลศึกษา
รหสั วชิ า ทช31002
จงเลอื กคำ� ตอบทถ่ี ูกตอ้ งท่ีสดุ เพียงข้อเดียว
1.อวยั วะใดไม่จดั อยู่ในโครงสรา้ งของระบบยอ่ ยอาหาร
ก. กระเพาะอาหาร ข. หลอดอาหาร
ค. หลอดลม ง. ลำ� ไส้เลก็
2. ข้อใดไมจ่ ัดเป็นอวยั วะกำ� จดั ของเสยี
ก. ไต ข. ปอด
ค. ผวิ หนัง ง. กระเพาะปัสสาวะ
3. ระบบประสาทของมนุษย์แบ่งออกเปน็ กี่สว่ น
ก. 1 ส่วน คือ ระบบประสาทส่วนกลาง
ข. 2 สว่ น คือ ระบบประสาทสมองและไขสันหลัง
ค. 2 ส่วน คือ ระบบประสาทส่วนกลางและสว่ นปลาย
ง. 3 ส่วน คือ ระบบประสาทส่วนกลาง สมองและไขสันหลงั
4. การจดั การกับอารมณแ์ ละความต้องการทางเพศท่ถี ูกต้อง
ก. ขม่ ใจ ควบคมุ จิตใจ จนเข้าส่ภู าวะปกติ
ข. หลีกเลีย่ งจากสง่ิ เรา้ เชน่ สื่อลามกอนาจาร
ค. เบย่ี งเบนอารมณโ์ ดยการออกกำ� ลงั กาย
ง. ถูกทกุ ขอ้
5. ปญั หาความรุนแรงทางเพศ ข่าวอาชญากรรมเป็นผลมาจากปจั จัยใด
ก. สภาพแวดล้อม ข. ลัทธคิ วามเชอื่
ค. สภาพการเมอื ง ง. อทิ ธิพลของส่อื ตา่ ง ๆ
6. การมีเพศสัมพนั ธ์ในขอ้ ใดที่ถงึ แม้มคี วามยนิ ยอมแตม่ ีโทษและมคี วามผดิ
ก. หญงิ น้นั อายุไม่เกนิ 20 ปี
ข. หญิงนน้ั อายไุ ม่เกนิ 13 ปี
ค. หญงิ นน้ั อายุ 15 ปีขนึ้ ไป
ง. ภรรยาท่จี ดทะเบียนสมรส
7. ปัจจบุ ันประเทศไทยมปี ัญหาเกีย่ วกบั โรคขาดสารอาหารหลายโรค ที่สำ� คญั คอื โรคใด
ก. โรคน่วิ
ข. โรคเหน็บชา
ค. โรคคอพอก
ง. โรคขาดโปรตีนและแคลอร่ี
8. โรคตาฟางเกิดจากการท่รี ่างกายขาดสารอาหารใด
ก. วิตามินเอ ข. ไอโอดนี
ค. วิตามินซ ี ง. แคลเซยี ม
30 แบบฝึกทักษะทางวชิ าการเพือ่ ยกระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน ภาคเรยี นที่ 1 ประจ�ำปี 2564
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
9. ข้อใดคือวิธีการออกก�ำลังกายที่ง่ายและสะดวกท่ีสุด
ก. ว่ายน้ำ� ข. การเดิน
ค. ยกนำ�้ หนกั ง. วิ่งมาราธอน
10. ขอ้ ใดไม่ใชป่ ระโยชน์ของการออกก�ำลังกาย
ก. กลา้ มเน้อื สามารถทนความเจบ็ ปวดไดด้ ี
ข. หลอดเลือดมีความเหนยี วและยดื หยนุ่ ได้ดี
ค. ช่วยทำ� ใหอ้ ยากอาหารเพิ่มมากขึน้
ง. ปอดมีขนาดใหญแ่ ละจไุ ดม้ ากขนึ้
11. ข้อใดเปน็ การวางแผนการสง่ เสริมสขุ ภาพของบุคคลในครอบครวั ทีเ่ หมาะสม
ก. พาลกู หลานไปวิ่งเล่นใกล้ๆ กนั
ข. ชวนลูกเลน่ กีฬาท่ชี อบดว้ ยกนั
ค. พาลูกไปชมรมกีฬาเพื่อฝึกซอ้ ม
ง. พาลกู ไปชมการแขง่ ขนั กีฬาทกุ ประเภทเทา่ ที่จะท�ำได้
12. ขอ้ ใดไมเ่ หมาะสมในการรวมกลุ่มเพือ่ เสริมสร้างสขุ ภาพในชุมชน
ก. รวมกลมุ่ ดูแลผสู้ ูงอาย ุ ข. ท�ำบุญไหว้พระทกุ วนั พระ
ค. แข่งขนั กีฬาระหว่างชมุ ชน ง. ปลกู ต้นไม้ในทสี่ าธารณะ
13. หลักการออกกำ� ลังกายเพอื่ สขุ ภาพทด่ี ที ่สี ดุ คือข้อใด
ก. ออกก�ำลงั กายอยา่ งหนักทุกวนั
ข. ออกกำ� ลังกายจากหนักไปหาเบา
ค. ออกก�ำลังกายเมอ่ื มีเวลาวา่ งเท่าน้นั
ง. ออกก�ำลงั กายอย่างสม่ำ� เสมอ หรือ 3 วันตอ่ คร้ัง
14. ขอ้ ใดเปน็ โรคถ่ายทอดทางพนั ธุกรรม
ก. โรคงูสวัด ข. โรคตาบอดสี
ค. โรคลกั ปดิ ลกั เปดิ ง. โรคน้ำ� ในหไู ม่เท่ากัน
15. ปัสสาวะในเวลากลางคนื บ่อย กินเก่งแต่น้ำ� หนกั ลด แผลหายชา้ เปน็ อาการของโรคใด
ก. โรคภมู ิแพ้ ข.โรคเบาหวาน
ค. โรคธารสั ซีเมยี ง.โรคขาดสารไอโอดนี
16. ข้อใดต่อไปนีเ้ ปน็ การปฎบิ ตั ิเก่ยี วกับการใช้ยาทถี่ กู ต้องที่สดุ
ก. ญาญ่า ใช้ยาเสรมิ ความงามจากการโฆษณาขายทางเฟซบ๊กุ
ข. โชติกา ใช้ผลิตภณั ฑเ์ สริมสุขภาพราคาแพงจากบริษัทชอ่ื ดังมารบั ประทานเอง
ค. เมธี ซ้อื ผลติ ภัณฑเ์ สริมสขุ ภาพจากเภสชั กรรา้ นขายยาในตลาด
ง. สนธยา ปรกึ ษาแพทยเ์ ม่ือพบปญั หาดา้ นสขุ ภาพรับประทานยาตามแพทย์สง่ั
17. บคุ คลใดปฏิบตั ติ นไม่ถกู ต้องเก่ียวกับการใช้ยา
ก. ด�ำรง อ่านฉลากยา ก่อนกินยาทุกครั้ง
ข. สกุ จิ กนิ ยาตามขนาดที่ระบุไว้บนซอง
ค. ฟา้ ใส เกบ็ ยาท่ใี ชภ้ ายใน และภายนอกแยกจากกัน
ง. นกน้อย ลมื รับประทานยาจงึ นำ� ยาไปรบั ประทานรวมกับมอ้ื ตอ่ ไป
แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการเพ่ือยกระดบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น ภาคเรียนท่ี 1 ประจ�ำปี 2564 31
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
18. ขอ้ ใดบอกถงึ ความสำ� คญั ของทกั ษะการจัดการอารมณ์ได้
ก. ท�ำใหร้ ู้วิธกี ารจัดการความโกรธ ความเศรา้ และมสี ติร้ตู ัวอยเู่ สมอ
ข. ทำ� ใหจ้ ดั การปญั หาทเี่ กิดขนึ้ ในชวี ติ ได้อยา่ งเป็นระบบแบบแผนท้งั กายและจิต
ค. ท�ำให้จัดการตดั สินใจเรือ่ งราวต่างๆ ในชีวิตไดอ้ ย่างมรี ะบบ
ง. ท�ำใหร้ ับรถู้ งึ สาเหตุของความเครยี ดและแนวทางในการควบคุม
19. ข้อใดบอกถึงความหมายของการจำ� หนา่ ยอาหารส�ำเรจ็ รปู ได้อย่างถูกตอ้ ง
ก. กระบวนการเคลอื่ นย้ายผลิตภัณฑ์จากผ้ผู ลิตอาหารสำ� เรจ็ รปู ไปยังผบู้ ริโภคโดยคำ� นงึ ถงึ หลกั สขุ าภบิ าล
ข. กระบวนการผลิตอาหารสำ� เรจ็ รปู ระหวา่ งพ่อค้าคนกลางกบั ผบู้ รโิ ภค
ค. กระบวนการผลติ อาหารสำ� เรจ็ รปู พร้อมจ�ำหนา่ ยได้ทันที
ง. กระบวนการซ้ือ – ขายสนิ คา้ อาหารส�ำเรจ็ รูปในตลาด
20. ข้อใดเป็นการจดั วางสนิ ค้าตามหลกั สขุ าภิบาล
ก. วางสนิ ค้าใหม่และเกา่ ไว้คกู่ นั และท�ำให้ดสู ะอาดตา
ข. วางสนิ คา้ ใหมไ่ ว้แถวหน้าสินคา้ เก่าและทำ� ให้ดสู ะอาดตา
ค. วางสินคา้ เกา่ และใหมป่ ะปนกนั ไป และทำ� ให้สะอาดเหมือนสนิ คา้ ใหม่
ง. วางสนิ ค้าเก่าไว้แถวหนา้ สินค้าใหม่ และท�ำให้สะอาดเหมือนสนิ ค้าใหม่
32 แบบฝึกทักษะทางวิชาการเพ่อื ยกระดบั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ภาคเรียนท่ี 1 ประจำ� ปี 2564
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
สรุปเน้อื หารายวชิ าภาษาไทย
รหสั วิชา พท31001
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นกั ศกึ ษาบอกความสาํ คญั และบอกคณุ คา่ ของสอื่ ในการฟงั การดแู ละการพดู ในการเรยี นและในชวี ติ ประจาํ วนั ได้
2. นกั ศึกษาสามารถวิจารณค์ วามสมเหตสุ มผล การลาํ ดับความและความเป็นไปได้ของเรอ่ื งที่ฟัง การดูและ
การพดู ได้
3. นกั ศึกษาสามารถนําเสนอความรู้ ความคิดเหน็ ทไี่ ด้จากการฟัง การดแู ละการพดู ได้
4. นกั ศึกษาบอกศลิ ปะการพูดท่ีเปน็ ทางการและไม่เปน็ ทางการได้อย่างเหมาะสมกับโอกาสและบคุ คล
5. นักศึกษาสามารถวิเคราะห์ ประเมนิ ค่าการใชภ้ าษาพดู จากสอ่ื ตา่ ง ๆ ได้
6. นกั ศกึ ษาบอกวิธีปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้มีมารยาทในการฟงั การดูและการพดู ในโอกาสต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและ
สามารถนําไปใชใ้ นการเรียนและในชวี ติ ประจําวนั ได้
ขอบเขตเนอื้ หา
ภาษาไทยเปน็ ภาษาท่บี ่งบอกถงึ เอกลักษณ์ความเป็นไทยมาชา้ นานตั้งแตโ่ บราณจนถงึ ปจั จบุ ัน ภาษาไทยเปน็
ภาษา ท่ีสุภาพไพเราะ อ่อนหวาน และสิ่งทสี่ าํ คญั คือ เป็นภาษาทใี่ ชใ้ นการส่ือสารของมนุษยใ์ นชวี ติ ประจาํ วัน หาก
มีการพดู ภาษาไทย ให้ถูกต้องเหมาะสมตามกาลเทศะแลว้ จะแสดงถงึ กิรยิ ามารยาท ทเี่ รยี บร้อย นอบน้อม มสี ัมมา
คารวะ จะทําให้คนอืน่ มคี วามรกั ใครใ่ นตัวเรานอกจากนี้ ภาษาไทยยังสามารถนาํ มาดดั แปลงแตง่ เป็นคาํ กลอน แตง่
เป็นเพลงได้อย่างไพเราะ เพราะพริ้ง ฉะน้ัน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะอย่างถูกต้องและเหมาะสมในการสื่อสารกับ
ผอู้ น่ื อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพรจู้ กั แสวงหา ความรแู้ ละประสบการณ์ รกั การอา่ นการเขยี น การพดู การบนั ทกึ ความรแู้ ละ
ข้อมูลข่าวสารที่ได้รับเกิดความภาคภูมิใจ ในความเป็นเจ้าของภาษา และเห็นคุณค่าของบรรพบุรุษที่ได้สร้างสรรค์
ผลงานไว้ผู้เรียนควรทีจ่ ะรู้ซ้ึงถึงคณุ ค่า ตลอดจน รกั และหวงแหนภาษาไทยเพอ่ื ให้คงอยคู่ ่กู บั คนไทยตลอดไป
หมายเหตุ : ให้นักศกึ ษา ได้ศึกษาเพม่ิ เตมิ จากหนังสือแบบเรยี นรายวชิ าภาษาไทย พท31001
แบบฝกึ ทกั ษะทางวชิ าการเพ่อื ยกระดบั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น ภาคเรยี นท่ี 1 ประจำ� ปี 2564 33
ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
แบบทดสอบรายวชิ าภาษาไทย
รหัสวชิ า พท31001
จงเลอื กคําตอบท่ถี กู ตอ้ งทส่ี ุดเพียงคําตอบเดยี ว
ขอ้ ท่ี 1. สื่อประเภทใดทผี่ ฟู้ ังต้องรู้จุดมงุ่ หมาย
ก. สือ่ โฆษณา ข. สอ่ื เพ่ือความบนั เทงิ
ค. ขา่ ว ง. สนุ ทรพจน์
ข้อท่ี 2. การวิเคราะห์ หมายถึง
ก. การพจิ ารณาเร่อื งอยา่ งไตร่ตรอง
ข. การแยกแยะประเภท ลกั ษณะ
ค. การพจิ ารณาอยา่ งมีหลักเกณฑใ์ นเรื่องทฟี่ งั และดู
ง. การฟงั และดู
ข้อที่ 3.การวจิ ารณ์ หมายถงึ
ก. การพิจารณาเรอื่ งอย่างไตร่ตรอง
ข. การแยกแยะประเภท ลักษณะ
ค. การพิจารณาอย่างมหี ลกั เกณฑ์ในเรอ่ื งทีฟ่ ังและดู
ง. การฟงั และดู
ขอ้ ท่ี 4.มารยาทในการฟังและดูในท่ปี ระชมุ ควรปฏบิ ตั ติ ามข้อใด
ก. ขณะทผี่ ูอ้ ่ืนพูดเราต้องต้ังใจฟงั และด ู
ข. ไม่ควรพดู แซงขึน้
ค. ควรฟังและดูจนจบ
ง. ถูกทกุ ข้อ
ขอ้ ท่ี 5.ข้อใดคอื มารยาทในการดทู ่ีเราควรปฏบิ ตั ิ
ก. ต้ังใจดูอยา่ งสงบ ข. ไม่พูดคยุ กัน
ค. ไม่ลุกจากท่ีเดนิ ไปมา ง. ถูกทุกข้อ
ขอ้ ท่ี 6. คณุ ธรรมในการพูดหมายถึงข้อใด
ก. ผู้พูดต้องมบี คุ ลิกภาพท่ดี ี
ข. เนอื้ หาทีด่ ีตอ้ งตรงตามจุดม่งุ หมายของผู้พูด
ค. มคี วามรับผิดชอบในค�ำพดู
ง. ผพู้ ดู ตอ้ งมศี ิลปะในการใชถ้ ้อยค�ำ
ข้อท่ี 7. การอภปิ รายหมายถึงการพดู แบบใด
ก. การที่บคุ คลคณะหน่ึงจ�ำนวนตคตั้งแต่ 2 คนข้ึนไปร่วมกันพูดแสดงความคิดเหน็
ข. การพดู รายงานหนา้ ชน้ั เรียน
ค. การสอ่ื สารดว้ ยการพูดทางโทรศัพท์
ง. การพูดบรรยายความรู้สกึ
34 แบบฝึกทักษะทางวชิ าการเพ่ือยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น ภาคเรยี นที่ 1 ประจ�ำปี 2564
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ขอ้ ที่ 8. ใครใช้วิจารณญาณในการอา่ นได้ถูกต้อง
ก. แดงแปลความบทรอ้ ยแกว้
ข. ดำ� ใชค้ วามคิด วเิ คราะห์ข้อความในการอ่าน
ค. เขยี วอา่ นข่าวได้ไพเราะนา่ ฟงั
ง. สม้ มงุ่ ค้นหาสาระของเรอ่ื งที่อา่ น
ขอ้ ที่ 9. วรรณคดคี ือหนังสอื ท่มี ลี ักษณะเด่นในด้านใด
ก. หนงั สือท่มี รี ปู เลม่ สวยงาม
ข. นวนยิ ายอิงประวตั ศิ าสตร์
ค. หนังสือนทิ านตา่ งๆ
ง. หนังสือท่ไี ด้รับการยกยอ่ งวา่ แตง่ ดี
ขอ้ ที่ 10. หนงั สอื ทเ่ี ปน็ วรรณคดีมลี กั ษณะอยา่ งไร
ก. มีโครงเรื่องด ี ชวนอา่ น
ข. แต่งไดถ้ ูกต้องตามลักษณะคำ� ประพันธ์
ค. มีรสแหง่ วรรณคดีท่ผี อู้ ่านคล้อยตาม
ง. ถกู ทกุ ขอ้
ขอ้ ท่ี 11.ความหมายของการเขยี นทีถ่ ูกตอ้ งที่สดุ คอื ขอ้ ใด
ก. เครอ่ื งมอื สอ่ื สารอย่างหน่งึ ของมนษุ ย์ ที่ตอ้ งการถา่ ยทอดความคดิ ความเขา้ ใจ
ข. เปน็ การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
ค. การถ่ายทอดความรู้สกึ นกึ คิดและความตอ้ งการของบุคคลออกมาเป็นสัญลักษณ์ คอื ตวั อกั ษร
ง. ความคดิ ค�ำนงึ ท่เี กิดขน้ึ ในจิตของมนษุ ยโ์ ดยอาศยั ประสบการณเ์ ปน็ พืน้ ฐาน
ขอ้ ที่12.รูปแบบการเขียนมกี ร่ี ปู แบบ อะไรบ้าง
ก. 2 รปู แบบ รอ้ ยแก้ว ร้อยกรอง
ข. 2 รปู แบบ พรรณนาโวหาร บรรยายโวหาร
ค. 2 รปู แบบ เรยี งความ จดหมาย
ง. 2 รูปแบบ ร้อยแก้ว เรยี งความ
ข้อท่ี 13.เรียงความทดี่ มี ีลักษณะตรงตามขอ้ ใด
ก. ขอ้ ความกระชับ ชัดเจน
ข. ไม่เขียนนอกเรื่อง
ค. เป็นเอกภาพ สัมพนั ธภาพ และสารตั ถภาพ
ง. ถกู ทัง้ ขอ้ ก และขอ้ ข
ข้อ 14 .เปน็ การน�ำความคิดเรอื่ งใดเรอ่ื งหนึ่ง ท่ผี ้เู ขียนสนใจนำ� มาเรยี บเรยี งอยา่ งชัดเจนให้น่าสนใจโดยอาศัย
ขอ้ เท็จจริง ขอ้ ใดถูกต้อง
ก. ยอ่ ความ
ข. เรยี งความ
ค. จดหมาย
ง. สำ� นวน
แบบฝกึ ทกั ษะทางวิชาการเพือ่ ยกระดบั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน ภาคเรยี นที่ 1 ประจ�ำปี 2564 35
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ขอ้ 15 มารยาทในการเขยี นทถี่ กู ตอ้ งท่สี ุดคือขอ้ ใด
ก. ตอ้ งบอกแหลง่ ท่มี าของขอ้ มูลใหม่เสมอ
ข. เขยี นโดยใช้อารมณส์ ่วนตวั
ค. เขียนเพ่อื สร้างผลประโยชน์ให้แกต่ น
ง. ไม่เขยี นเรือ่ งทส่ี ่งผลกระทบตอ่ ความมั่นคงของชาติหรอื สถาบันเบือ้ งสงู
ข้อที่ 16. การโฆษณาในขอ้ ใดมีความนา่ เช่อื ถอื ทสี่ ุด
ก. คอลลาเจนแคป คอลลาเจนจากปลาทะเลนำ้� ลึกชว่ ยลดอาการปวดข้อปวดเขา่ และชะลอรว้ิ รอยแห่งวัย
เพียงวนั ละ 2 แคปซูลต่อวนั รบั ประทานต่อเนื่องตามค�ำแนะน�ำขา้ งกลอ่ ง
ข. ยูธครีม ครมี บ�ำรุงผิวหน้า หน้ากระจ่างใส ลดฝ้า ลดกระ ลดริ้วรอยเหยี่ วย่น ผลติ จากดินใต้ทะเลลึก
ค. ซุปเปอร์ครอป เอสเซน็ สห์ ยดสที องเพยี ง 1 หยดลดเลือนรว้ิ รอยไดภ้ ายใน 1 สัปดาห์
ง. วอสซ์ ผงซกั ฟองพลังซกั ซุปเปอร์ซกั ผา้ ไดข้ าวหมดจดแมค้ ราบเลอื ด
ขอ้ ท่ี 17.ขอ้ ใดเปน็ การแสดงข้อคิดเหน็
ก. มีขอ้ มลู วา่ ทกุ วนั นมี้ นษุ ยล์ ะเลยการดูแลธรรมชาตริ อบตวั
ข. สาเหตุหลายประการทีท่ �ำใหโ้ ลกร้อนขน้ี ๆ คอื การเผาป่า เผาขยะ
ค. มกี ารใช้ถุงพลาสตกิ ทย่ี อ่ ยสลายยากมากเกนิ ไปรวมถึงการท�ำลายปา่ ไมด้ ้วย
ง. ถึงเวลาแลว้ ท่ีทุกคนต้องร่วมมือกนั ดแู ลธรรมชาติเพ่ือลดปญั หาสง่ิ แวดลอ้ ม
ข้อท่ี 18.ขอ้ ใดเปน็ การพดู แสดงความคิดเห็นในเชงิ บวก
ก. เส้อื สวยก็เหมาะกบั คนสวย ๆ ถ้ามน่ั ใจจะซื้อไปกไ็ ดแ้ ต่ไม่รบั คนื
ข. ไม่ไดเ้ จอกันนาน เธอดูสมบูรณ์ขนึ้ และสวยภมู ฐิ าน
ค. บ้านหลงั ใหม่ของเธอถึงจะเปน็ บ้านสองช้ันแตก่ แ็ คบ
ง. รองเท้าสวยและเกม๋ าก แตไ่ มเ่ หมาะกับวัยอยา่ งเราๆ นัก
ขอ้ ท่ี 19.หนอ่ ยตดั สนิ ใจเลกิ ใชถ้ งุ พลาสตกิ หลงั จากฟงั รายการวทิ ยุ เรอ่ื ง วธิ ลี ดภาวะโลกรอ้ น หนอ่ ยปฏบิ ตั ติ นตามขอ้ ใด
ก. การพจิ ารณาเหตุผลจากสิง่ ท่ีฟงั
ข. การประเมินค่าสิง่ ท่ีได้จากการฟงั
ค. การปฏบิ ัติตามข้อมลู ท่ไี ด้จากการฟงั
ง. การนำ� แนวทางจากส่งิ ทฟ่ี งั ไปประยกุ ตใ์ ช้
ข้อที่ 20.ขอ้ ใดเปน็ ข้อคิดเห็น
ก. แสงแดดมีทง้ั ความรอ้ นและแสงสว่าง
ข. ดวงอาทติ ย์ข้ึนจากทางตะวันออก ตกทางทิศตะวนั ตก
ค. สงั เกตวา่ คนจะอว้ นจะผอมขน้ึ อยูก่ ับการกนิ เป็นส่วนใหญ่
ง. จากการศกึ ษาขอ้ มลู ทางวทิ ยาศาสตรใ์ นปจั จบุ นั พบวา่ สง่ิ ทท่ี ำ� ใหม้ นษุ ยเ์ ราสามารถมอี ายยุ นื ยาวมี 4 ปจั จยั
คอื กรรมพันธ์ุ สิง่ แวดลอ้ ม โภชนาการและการออกกำ� ลังกาย
36 แบบฝึกทกั ษะทางวิชาการเพ่อื ยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน ภาคเรยี นท่ี 1 ประจำ� ปี 2564
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
สรปุ เนื้อหารายวิชาวทิ ยาศาสตร์
รหัสวิชา พว31001
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง ธรรมชาติของ
วิทยาศาสตร์ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เจตคติ
ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และโครงงานวทิ ยาศาสตร์
2. นกั ศึกษามีความรู้ ความเขา้ ใจเรอ่ื งสิ่งมชี ีวติ และสิ่งแวดล้อม เรื่อง เซลล์ พนั ธุกรรมและความหลากหลาย
ทางชีวภาพเทคโนโลยีชีวภาพ ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม
3. นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจเร่ืองสารเพื่อชีวิต เรอ่ื ง ธาตุและสมบัตขิ องธาตุ กมั มันตภาพรงั สีสมการเคมี
และปฏกิ ริ ยิ าเคมี โปรตีน คารโ์ บไฮเดรตและไขมัน ปิโตรเลยี มและพอลิเมอร์ สารเคมกี ับส่ิงมีชีวติ และสง่ิ แวดลอ้ ม
4. นักศกึ ษามีความรู้ ความเขา้ ใจเรื่องแรงและพลงั งานเพ่ือชวี ติ เรือ่ ง แรงและการเคลอ่ื นท่ี
5. นักศกึ ษามคี วามรู้ ความเขา้ ใจเร่อื งดาราศาสตร์เพอ่ื ชีวติ เร่ือง เทคโนโลยอี วกาศ
ขอบเขตเนอื้ หา
การเรยี นรใู้ นสาระความรพู้ นื้ ฐาน รายวชิ า วทิ ยาศาสตร ์ เปน็ สาระการเรยี นรเู้ พอื่ ใหผ้ เู้ รยี นมคี วามรู้ ความเขา้ ใจ
ทักษะ และเหน็ คณุ คา่ เก่ียวกบั กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิง่ มชี วี ิต ระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดลอ้ ม ในทอ้ งถ่นิ ประเทศและโลก สาร แรง พลังงาน กระบวนการเปลย่ี นแปลงของโลก และดาราศาสตร์
มจี ิตวิทยาศาสตรแ์ ละนำ� ความรไู้ ปใชป้ ระโยชนใ์ นการด�ำเนนิ ชีวิต
บทท่ี 1 ทกั ษะทางวิทยาศาสตร์
ระดบั ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรข์ น้ั พนื้ ฐาน 8 ทกั ษะ เปน็ ทกั ษะเพ่ือการแสวงหาความร้ทู ั่วไป
บทที่ 2 โครงงานวิทยาศาสตร์
โครงงานวทิ ยาศาสตร์ หมายถงึ กจิ กรรมทางวทิ ยาศาสตรท์ นี่ กั เรยี นคดิ ลงมอื ปฏบิ ตั ิ เรยี นรตู้ อบปญั หาทสี่ งสยั
อยากรู้ โดยนำ� วธิ ีการวิทยาศาสตรท์ ักษะกระบวนการวทิ ยาศาสตรเ์ จตคตทิ างวทิ ยาศาสตรม์ าใชจ้ นงานส�ำเร็จ
บทที่ 3 เซลล์
ความหมายและชนิดของเซลล์
เซลล์ (cell) เป็นโครงสร้างและหน่วยท�ำงานท่ีเล็กท่ีสุดของส่ิงมีชีวิตแทบทุกชนิด ในบางคร้ัง อาจเรียกว่า
หนว่ ยทเี่ ปน็ องค์ประกอบของชีวติ (“building blocks of life”) สิ่งมชี วี ิตบาง ชนดิ เชน่ แบคทีเรยี ประกอบด้วย
เซลล์เพียง 3 เซลล์ (unicellular) แตส่ ัตวห์ ลายชนิด เชน่ มนษุ ย์เปน็ สง่ิ มชี ีวติ หลายเซลล์ (multicellular) (มนุษยม์ ี
เซลลอ์ ย่ปู ระมาณ 100 ลา้ น ล้าน หรอื 1014 เซลล์)
บทที่ 4 พันธกุ รรมและความหลากหลายทางชีวภาพ
ความหลากหลายทางชวี ภาพ (Biodiversity) คอื การมสี ิง่ มีชวี ิตนานาชนิด นานาพันธใ์ุ นระบบนเิ วศอันเป็น
แหลง่ ทอี่ ยูอ่ าศัย ซึง่ มีมากมายและแตกตา่ งกันทวั่ โลก ความหลากหลายทางชวี ภาพเกิดจากการสะสมความแตกตา่ ง
แบบฝึกทักษะทางวิชาการเพอื่ ยกระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น ภาคเรยี นที่ 1 ประจำ� ปี 2564 37
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ของสง่ิ มีชีวิตแต่ละชนิด ในระยะเวลานานและเป็นผลจากการเกดิ วิวฒั นาการของส่งิ มีชีวิต โดยการเกิดความหลาก
หลายทางชวี ภาพเรมิ่ จากการเกดิ ความหลากหลายทางพนั ธกุ รรม เปน็ ผลใหเ้ กดิ ความหลากหลายทางสปชี สี ์ บนความ
แตกต่างหลากหลายของระบบนิเวศ ดังน้ันหากจะกล่าวถึงความหลากหลายทางชีวภาพนักเรียนต้องเข้าใจเกี่ยวกับ
ความหลากหลายทางพนั ธุกรรม ความหลากหลายทางสปีชีส์ และความหลากหลายทางนิเวศวิทยา
บทท่ี 5 เทคโนโลยีชีวภาพ
เทคโนโลยีชีวภาพ คอื เทคโนโลยซี ึง่ น�ำเอาความรูท้ างด้านต่าง ๆ ของวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กบั สงิ่ มีชวี ิต
หรือชิ้นส่วนของสิ่งมีชีวิต หรือผลผลิตของสิ่งมีชีวิต เพ่ือเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นทางการผลิตหรือทาง
กระบวนการของสินคา้ หรอื บรกิ าร เพอื่ ใชป้ ระโยชนเ์ ฉพาะอยา่ งตามทีเ่ ราตอ้ งการ โดยสามารถใชป้ ระโยชนท์ างด้าน
ต่าง ๆ
บทท่ี 6 ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม
สิ่งแวดล้อมมีทั้งส่ิงท่ีมีชีวิตและไม่มีชีวิตเกิดจากการกระท�ำของมนุษย์หรือมีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น อากาศ
ดิน หิน แร่ธาตุ น�้ำ ห้วย หนอง คลอง บงึ ทะเลสาบ ทะเล มหาสมุทร พืชพรรณสัตวต์ า่ ง ๆ ภาชนะเครื่องใชต้ า่ ง ๆ
ฯลฯ สิ่งแวดล้อมดังกล่าวจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยเฉพาะมนุษย์เป็นตัวการส�ำคัญยิ่งที่ท�ำให้สิ่งแวดล้อม
เปลี่ยนแปลงทงั้ ในทางเสรมิ สร้างและท�ำลาย จะเหน็ ว่า ความหมายของทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม มีความ
สมั พนั ธก์ นั อย่างใกลช้ ดิ ต่างกันท่ีส่งิ แวดล้อมน้ันรวมทกุ สงิ่ ทุกอยา่ งทป่ี รากฏอยู่รอบตัวเรา สว่ นทรพั ยากรธรรมชาติ
เนน้ สิง่ ที่อำ� นวยประโยชนแ์ ก่มนุษยม์ ากกว่าส่งิ อ่นื
บทที่ 7 ธาตุ สมบัติของธาตุและธาตกุ ัมมนั ตภาพรังสี
ธาตุ คือ สารชนดิ เดียวทีไ่ มส่ ามารถแยกหรือสลายออกไปเปน็ สารอนื่ ได้ แบ่งออกเปน็ 2 กล่มุ ตามแหล่งทม่ี า
ไดแ้ ก่ ธาตทุ เี่ กดิ ขน้ึ เองในธรรมชาตมิ อี ยู่ 92 ธาตุ และธาตทุ น่ี กั วทิ ยาศาสตรส์ งั เคราะหข์ นึ้ ในหอ้ งทดลองอกี หลายธาตุ
บทท่ี 8 สมการเคมแี ละปฏกิ ริ ยิ าเคมี
การเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี หมายถงึ การทส่ี ารสรา้ งพนั ธะเคมตี อ่ กนั แลว้ ไดส้ ารใหมท่ มี่ สี มบตั ติ า่ งไปจากสารเดมิ อาจ
สงั เกตไดจ้ ากการเกิดตะกอน การเกิดกา๊ ซ การเปล่ยี นสี และความเปน็ กรด-เบสของสารเปล่ยี นไป
บทท่ี 9 โปรตนี คาร์โบไฮเดรตและไขมัน
สารอาหาร คอื สารเคมที เ่ี ปน็ สว่ นประกอบในอาหารทเี่ รารบั ประทานเขา้ ไป มมี ากมายหลายชนดิ การจำ� แนก
สารอาหารตามหลกั โภชนาการจะพิจารณาจากปรมิ าณของสารอาหารทมี่ ีอยใู่ นอาหารน้นั ๆ มากที่สดุ เป็นหลกั ซ่งึ
สามารถแบง่ ได้เปน็ 5 หมู่ ดงั น้ี คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ
บทที่ 10 ปิโตเลียมและพอลเิ มอร์
ปิโตรเลียม เป็นสารผสมของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและสารอินทรีย์หลายชนิดที่เกิดขึ้นตาม ธรรมชาติ
ปรากฏอยูท่ งั้ ในสถานะของเหลวและแก๊ส ในสถานะของเหลว
พอลเิ มอร์ (Polymer) คอื สารประกอบทมี่ โี มเลกลุ ขนาดใหญ่ และมมี วลโมเลกลุ มากประกอบดว้ ยหนว่ ยเลก็ ๆ
ของสารท่อี าจจะเหมอื นกันหรือตา่ งกันมาเช่อื มตอ่ กนั ด้วยพันธะโควาเลนต์
38 แบบฝกึ ทักษะทางวิชาการเพ่อื ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น ภาคเรยี นท่ี 1 ประจำ� ปี 2564
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
บทท่ี 11 สารเคมีกับชีวิตและสิ่งแวดลอ้ ม
• ในชวี ิตประจำ� วนั เราจะต้องเกย่ี วข้องกับสารหลายชนดิ ซง่ึ มีสารเคมเี ป็นองคป์ ระกอบ
• เราสามารถจ�ำแนกเป็นสารสังเคราะห์และสารธรรมชาติ เช่น สารปรุงรสอาหาร สารแต่งสีอาหาร สารท�ำ
ความสะอาด สารก�ำจดั แมลงและสารก�ำจดั ศัตรพู ืช เปน็ ตน้
บทที่ 12 แรงและการเคล่อื นท่ี
แรง (force) เปน็ สงิ่ ทที่ ำ� ใหว้ ตั ถเุ ปลย่ี นรปู รา่ ง เปลย่ี นทศิ ทาง เกดิ การเคลอ่ื นทห่ี รอื หรอื หยดุ นงิ่ ได้ แรงสามารถ
เปล่ียนความเรว็ ของวัตถไุ ด้ หรือกล่าวได้ว่าแรงท�ำให้วัตถุเกิดความเร่ง
บทท่ี 13 เทคโนโลยีอวกาศ
เทคโนโลยีอวกาศ (Space Technology) หมายถึง การนำ� องคค์ วามรู้ วิธกี าร และเคร่อื งมอื ทางวิทยาศาสตร์
มาประยุกตใ์ ชใ้ นการศึกษาดาราศาสตรแ์ ละหว้ งอวกาศทีอ่ ยนู่ อกเหนอื อาณาเขตของโลกอย่างเหมาะสม ทัง้ เพอื่ การ
เรยี นรแู้ ละการท�ำความเข้าใจตอ่ จกั รวาล ปรากฏการณ์ และดวงดาวต่าง ๆ ยงั รวมไปถึงการศกึ ษาคน้ คว้าเพอ่ื พัฒนา
นวตั กรรมและเทคโนโลยตี ่าง ๆ ท่เี ปน็ ประโยชนแ์ ก่มนุษยชาติ ไมว่ ่าจะเป็นการสำ� รวจทรัพยากรธรรมชาติ การสร้าง
เครือข่ายติดตอ่ สื่อสาร หรือ การเตือนภัยพิบตั ิตา่ ง ๆ
เน้อื หาเพิม่ เติม รายวชิ า พว 31001 วทิ ยาศาสตร์
แบบฝกึ ทักษะทางวชิ าการเพื่อยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ภาคเรียนที่ 1 ประจำ� ปี 2564 39
ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
แบบทดสอบรายวชิ า วิทยาศาสตร์
รหสั วิชา พว31001
จงเลือกคำ� ตอบท่ีถูกต้องท่สี ดุ เพยี งคำ� ตอบเดยี ว
1. โครงงานวิทยาศาสตรท ่ีถกู ตองสมบรู ณตองเปน อยา งไร
ก. ใชท กั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ข. ใชว ธิ หี าคําตอบจากการซกั ถามผรู ู
ค. ใชว ธิ คี นควาจากหองสมดุ
ง. ใชวธิ ตี ง้ั สมมตฐิ าน
2.อปุ กรณตอไปน้ขี อใดเปน็ อุปกรณส ําหรบั หาปริมาตรของสาร
ก. หลอดฉดี ยา ข. กระบอกตวง
ค. เคร่ืองช่ังสองแขน ง. ถูกท้ังขอ ก. และ ขอ ข.
3. ในการออกแบบการทดลองจะตองยดึ อะไรเป็นหลัก
ก. สมมตุ ิฐาน ข. ปญหา
ค. ขอมูล ง. ขอเท็จจริง
4. สง่ิ ใดบงบอกวา่ โครงงานวิทยาศาสตรท่ีจดั ทาํ นนั้ มีคุณคา
ก. ประโยชนท ีไ่ ดรบั ข. ขนั้ ตอนการทำ� งาน
ค. ใบเขียนรายงาน ง. ขอเสนอแนะ
5. การบ�ำบัดน�้ำเสีย โดยใช้จลุ ินทรีย์ จดั อยู่ในเทคโนโลยีชวี ภาพประเภทใด
ก. เทคโนโลยสี ง่ิ แวดล้อม
ข. เทคโนโลยีพลงั งาน
ค. เทคโนโลยชี วี ภาพการหมัก
ง. เทคโนโลยดี ้านการเกษตร
6. การใชเ้ ทคโนโลยีชวี ภาพใดทอี่ าจส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
ก. การใชพ้ ันธุวิศวกรรมในการผลิตอาหารเสรมิ
ข. การผลติ พืช GMO ทีต่ า้ นทานโรคและแมลง
ค. การผลิตฮอร์โมนเรง่ การเจริญเติบโตของสัตวใ์ ช้เนื้อเปน็ อาหาร
ง. การผลิตแอลกอฮอล์จากการใช้จลุ นิ ทรยี ใ์ นการแปรรปู กากน�ำ้ ตาล
7. อะไรเปน็ ปัจจัยของการเกิดแผน่ ดินถลม่
ก. การเกดิ นำ�้ ผดุ ในดนิ
ข. ระดบั น�้ำใตฝ้ ัง่ ดินสูงขึ้น
ค. ฝนตกหนักน�ำ้ ซึมลงไปในดนิ
ง. ดนิ ท่ลี าดเขาชนั ผุพังและมีการเปล่ยี นแปลงสภาพป่า
8. นักศึกษามวี ิธแี ก้ปัญหาโลกร้อนได้อย่างไร
ก. ปลูกตน้ ไม้ ข. ลดการปรงุ อาหาร
ค. ควบคมุ การเล้ยี งสตั ว์ ง. ดำ� รงชีวติ ตามเศรษฐกจิ พอเพยี ง
40 แบบฝึกทักษะทางวิชาการเพอื่ ยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ภาคเรียนท่ี 1 ประจำ� ปี 2564
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
9. ขอ้ ใดกล่าวถึงธาตุและสารประกอบได้ถกู ตอ้ ง
ก. โมเลกุลของธาตุประกอบด้วย 1 อะตอม
ข. สารประกอบและธาตมุ ีลักษณะเนอ้ื สารต่างกนั
ค. โมเลกุลของธาตมุ ขี นาดเลก็ กวา่ โมเลกลุ ของสารประกอบ
ง. ไม่มีขอ้ ใดถูกต้อง
10. สารคูใ่ ดตอ่ ไปนีป้ ระกอบดว้ ยธาตุมากกวา่ 2 ชนดิ
ก. น้�ำตาลและหินปูน
ข. โซดาไฟ และลูกเหม็น
ค. น�้ำและคาร์บอนไดออกไซด ์
ง. เกลือโซเดยี มคลอไรด์ และปูนขาว
11. ข้อใดเปน็ ปฏกิ ิรยิ าเคมี
ก. การฉีกกระดาษ ข. น�ำ้ โคลนตกตะกอน
ค. การระเหิดของการบูร ง. การเกดิ หินงอกหินยอ้ ย
12.ปฏิกริ ิยาเคมใี ดทท่ี �ำใหเ้ กิดแกส๊ ทที่ ำ� ให้โลกรอ้ นและเป็นตวั การทำ� ใหเ้ กดิ ฝนกรด
ก. ปฏิกริ ิยาการเผาไหม้ ข. ปฏกิ ริ ยิ าการเกดิ สนิม
ค. ปฏกิ ิรยิ าการเกิดหินงอกหนิ ย้อย ง. ปฏิกิริยาของ CFC กบั แกส๊ โอโซน
13. หน่วยยอ่ ยของโปรตนี คืออะไร
ก. กลโู คส ข. กรดอนิ ทรีย์
ค. กรดไขมัน ง. กรดอะมโิ น
14. จงเรียงล�ำดบั ผลติ ภณั ฑ์ท่ไี ดจ้ ากการแยกนำ้� มนั ดบิ จากจดุ สุดยอดของหอกล่ันลงมา
1. ก๊าซหุงต้ม 2. นำ้� มนั ก๊าด 3. น�ำ้ มนั เตา 4. น้ำ� มนั เบนซนิ 5. น�้ำมนั ดเี ซล 6. ยางมะตอย
ก. 13 5 2 4 6
ข. 1 4 2 5 3 6
ค. 1 2 3 4 5 6
ง. 1 2 3 5 4 6
15. คณุ ลกั ษณะใดของเอนไซมท์ ่ีส�ำคญั ตอ่ การเกิดปฏกิ ิริยาเคมี
ก. เป็นโปรตีน
ข. ท�ำงานไดด้ ีท่ีอุณหภูมิจำ� กดั
ค. ท�ำงานไดด้ ใี นสภาพทเ่ี ป็นกลาง
ง. ชว่ ยใหเ้ กดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมไี ด้งา่ ยข้นึ
16.ขอ้ ใดกลา่ วถูกต้องเกีย่ วกับแรงลพั ธ์
ก. ผลของแรงทุกแรงทกี่ ระท�ำต่อวัตถุ
ข. ผลรวมของแรงทีม่ ีค่าเปน็ ศนู ย์
ค. ผลของแรงน�ำมาหักลา้ งกนั
ง. ผลของแรงน�ำมาบวกกนั
แบบฝึกทักษะทางวิชาการเพ่อื ยกระดับผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน ภาคเรยี นที่ 1 ประจ�ำปี 2564 41
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
17. ข้อความใดกลา่ วผดิ
ก. เซลลท์ ีย่ ังมชี วี ิตจะตอ้ งมีโพรโทพลาซมึ เสมอ
ข. เซลล์เปน็ หน่วยพื้นฐานท่ีเลก็ ท่ีสุดของสิง่ มีชีวติ
ค. เซลลม์ ีรปู ร่างแตกตา่ งกนั เซลลพ์ ชื โดยมากจะมีรปู ร่างเป็นเหลย่ี ม
ง. เซลล์ท่มี ขี นาดใหญ่มองเหน็ ไดด้ ว้ ยตาเปลา่ ไดแ้ ก่ เซลล์ ของสัตว์ปีก
18. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประโยชนจ์ ากดาวเทยี ม
ก. สำ� รวจโลก
ข. ส�ำรวจข้อมูลในทะเล
ค. เปลี่ยนทศิ ทางของพายุ
ง. การพยากรณ์อากาศแม่นยำ� ขนึ้
19. ลกั ษณะใดในมนษุ ยท์ ีส่ งิ่ แวดลอ้ มมอี ิทธพิ ลมากกวา่ ลักษณะทางพันธกุ รรม
ก. ถนดั ซา้ ยหรอื ถนดั ขวา
ข. โรคเบาหวาน
ค. ตาบอดสี
ง. หมู่เลอื ด
20. ความสมั พนั ธ์ของส่งิ มชี ีวิตในระบบนิเวศนท์ ม่ี ีการกนิ ตอ่ กนั เป็นทอดๆ เรียกความสมั พนั ธน์ ี้วา่ อะไร
ก. หว่ งโซค่ วามสัมพันธร์ ะหวา่ งส่งิ มีชีวิต
ข. สายใยความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสิ่งมีชีวิต
ค. หว่ งโซอ่ าหาร
ง. สายใยอาหาร
42 แบบฝึกทักษะทางวชิ าการเพื่อยกระดบั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน ภาคเรียนท่ี 1 ประจ�ำปี 2564
ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
สรปุ เนอ้ื หารายวชิ าศลิ ปศกึ ษา
รหสั วชิ า ทช 31003
จุดประสงคก ารเรียนรู้
1. นักศกึ ษาสามารถบอกความหมายและความส�ำคัญของทัศนศิลปะได้
2. นกั ศึกษาสามารถบอก จดุ เส้น สี แสง – เงา รูปร่างและรปู ทรง ทม่ี ีต้อความรสู้ ึกและทศั นคติของงานทศั น
ศิลปะได้
3. นกั ศกึ ษาสามารถเปรยี บเทยี บ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์ วจิ ารณ์ เกย่ี วกบั ความคดิ สรา้ งสรรคใ์ นการประดบั ตกแตง่
ในงานทศั นศลิ ปะสากลได้
ขอบเขตเนื้อหา
ความหมาย ความสำ� คญั และความเปน มาของทศั นศลิ ปส ากลในดา นจติ รกรรม ประตมิ ากรรม สถาปต ยกรรม
ภาพพมิ พ องคป ระกอบจดุ เสน สี แสง – เงา รปู รา งและรปู ทรง การวพิ ากษว จิ ารณ งานทศั นศลิ ปแ ละงานทศั นศลิ ป
ที่มคี ณุ คา ตอ
บทท่ี 1 ทัศนศลิ ป
จุด คือ องคประกอบที่เล็กที่สุดจุดเปนส่ิงท่ีสามารถบอกต�ำแหนงและทิศทางโดยการน�ำจุดมาเรียงต่อกัน
ใหเปนเสนการรวบรวมกันของจุดจะเกิดน�้ำหนักที่ใหปริมาตรแกรูปทรงเปนตน เสน หมายถึง จุดหลาย ๆ จุด ท่ี
เรียงชิดติดกันเปนแนวยาวโดยการลากเสนจากจุดหน่ึงไปยังอีกจุดหน่ึงในทิศทางท่ีแตกตา งกัน โดยจ�ำแนกออกได
เปน ลักษณะใหญๆ คือ เสน ตงั้ เสน นอน เสนเฉยี ง เสนโคง เสนหยัก เสน ซกิ แซก สี หมายถึง หลักวิชาในเรื่องของสที ่ี
สามารถมองเหน็ ไดด ว ยตาและเมอ่ื สามรอ ยกวา ปท ผี่ า นมาไอแซก แสงสขี าวจะกระจายออกเปน สรี งุ เรยี กวา สเปคตรมั
มี 7 สี ไดแก มวง คราม น�ำ้ เงิน เขยี ว เหลือง สม แดง และไดกำ� หนดใหเปนทฤษฎสี ี ของแสง แสงและเงา หมายถึง
แสงทสี่ อ งมากระทบพนื้ ผวิ ทม่ี สี อี อ นแกแ ละพนื้ ผวิ สงู ตำ�่ โคง นนู เรยี บ หรอื ขรขุ ระ ทำ� ให ปรากฏแสงและเงาแตกตา งกัน
ศลิ ปะ หมายถึง ผลแหง ความคิดสรางสรรคข องมนษุ ยท่แี สดงออกมาในรูปลักษณตา ง ๆ ใหป รากฏซงึ่ ความ
บทท่ี 2 ดนตรีสากล
ประวตั คิ วามเปนมาของดนตรสี ากล ดนตรีสากลเปนมรดกทางวฒั นธรรมของชาตติ ะวันตก ในระยะเร่มิ แรกมี
การน�ำดนตรีสาสกลมาใชในกิจกรรมทางศาสนาเพอื่ สรางศรทั ธาเชือ่ ในพระผเู ปน เจา ตอ มาดนตรถี กู น�ำมาใชใ นชวี ิต
ประจำ� วนั มากขนึ้ มกี ารขบั รองและนำ� เครอ่ื งดนตรมี าเลน เพอื่ ปลกุ ปลอบความรสู กึ และเพอื่ ความบนั เทงิ ดนตรีสากล
ประเภทตา ง ๆ เทคนคิ และวธิ กี ารเลน การเทยี บเสียงในวงดนตรปี ระเภทตาง ๆ
บทท่ี 3 นาฏศิลป
นาฏยนยิ ม หมายถึง ค�ำอธิบาย คำ� จ�ำกัดความ ขอบเขต บทบาท และรปู ลักษณะ ของนาฏศลิ ปซ ึง่ แสดง
ความหมายของนาฏยศลิ ป ทห่ี ลากหลาย อนั เปนเครอ่ื งบงชีว้ า นาฏยศลิ ป มคี วามส�ำคญั เก่ียวของกบั ชีวิต และสังคม
มาตงั้ แตอ ดตี กาล สนุ ทรยี ะทางนาฏศลิ ปส ากล หมายถงึ ความวจิ ติ รงดงามของการแสดงนาฏศลิ ปส ากล ซง่ึ ประกอบไป
ดวย ระบำ� รำ� ฟอ น ละครอันมลี ีลาทา รำ� และการเคล่อื นไหวทีป่ ระกอบดนตรี บทรอ งตามลักษณะและชนดิ ของการ
แสดงแตล ะประเภทละครทไี่ ดร บั อทิ ธพิ ลของวฒั นธรรมตะวนั ตกการละครมมี าตงั้ แตส มยั ดกึ ดำ� บรรพค กู บั มนษุ ยชาติ
ทุกชาติ ทุกภาษา จัดการแสดงเพื่อเปนการสรรเสริญพระผูเปนเจาและยอพระเกียรติพระมหากษัตริย ชาติท่ีมี
แบบฝกึ ทักษะทางวชิ าการเพอื่ ยกระดับผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น ภาคเรยี นที่ 1 ประจำ� ปี 2564 43
ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย