-45-
4. กระตุ้นชี้แนะ ให้เกิดควำมอยำกรู้ อยำกเห็น สร้ำงควำมแปลกใหม่ ( ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ )
ทั้งเครื่องเล่น หนังสือเด็ก โดยกำรชี้แนะ และส่งเสริมให้มีกิจกรรมต่ำง ๆ ที่สนุกสนำนพร้อมกับ
ควำมเพลิดเพลินอยู่เสมอ โดยครูต้องเป็นคนที่ให้ควำมสนใจในกำรแสดงออกของเด็ก และส่งเสริม
กำรแสดงออกอย่ำงกว้ำงขวำง
ประโยชน์ของการเขียนเชิงสร้างสรรค์
ทัศนีย์ พฤกษชลธำร (2517 : 12) ได้กล่ำวถึงประโยชน์ของกำรเขียนเชิงสร้ำงสรรค์ ไว้ว่ำส ำหรับ
เด็กๆ ของเรำ กำรสอนเขียนเชิงสร้ำงสรรค์ จะให้คุณประโยชน์หลำยประกำร เช่น
1. เป็นกำรฝึกทักษะและพัฒนำกำรใช้ภำษำในกำรถ่ำยทอดควำมรู้สึกนึกคิด ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม
ของเด็ก
2. เป็นกำรช่วยให้เด็กรู้จักวงศัพท์มำกขึ้น ก่อให้เกิดควำมฉลำด ในกำรเลือกใช้ถ้อยค ำส ำนวน
ที่ก่อให้เกิดควำมสนุกสนำน มีชีวิตชีวำแก่ผู้อ่ำนและก่อควำมสุขเพลิดเพลินในกำรเขียน
3. ท ำให้เด็กรักกำรเขียน
4. เป็นกำรใช้เวลำว่ำงให้เป็นประโยชน์
5. เด็กๆ จะแสดงควำมรู้สึกนึกคิด แสดงปัญหำที่พบออกมำในกำรเขียน ท ำให้ครูรู้จักและเข้ำใจ
เด็กในแต่ละคนมำกขึ้น
6. กำรเขียนแบบสร้ำงสรรค์ จะช่วยพัฒนำบุคลิกภำพของผู้เรียน ให้มีควำมนับถือยอมรับตนเอง
ให้ภูมิใจในตนเองและรู้จักยอมรับผู้อื่น
7. กำรสอนกำรเขียนแบบสร้ำงสรรค์ จะเป็นกำรฝึกให้เด็ก ใช้ควำมสังเกตธรรมชำติ อำรมณ์
สิ่งแวดล้อม ควำมรู้สึกที่มีต่อสิ่งต่ำงๆ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหำ และควำมรู้สึกอันดีงำม ควำมเห็นอกเห็นใจ
มีควำมรักเพื่อนมนุษย์ สัตว์ ธรรมชำติ
8. กำรเขียนเชิงสร้ำงสรรค์ เป็นงำนที่สนุกสนำนท้ำทำย เพรำะมีกำรวำงแผนกำรหำกลวิธีในกำร
สอน ซึ่งเป็นกำรใช้ควำมคิดริเริ่มสร้ำงสรรค์ ของผู้สอน เป็นงำนที่สร้ำงควำมสุข และก่อให้เกิดควำม
ภำคภูมิใจในกำรสอน เป็นงำนที่สร้ำงควำมเชื่อมั่น และคุณค่ำกับผู้สอนเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับผู้เขียน
การคิดวิเคราะห ์
สุวิทย์ มูลค ำ (สุวิทย์ มูลค ำ. 2543 : 37-40) ได้กล่ำวถึง ควำมหมำย และลักษณะของกำรคิด
วิเครำะห์ ไว้ดังนี้
ความหมายการคิดวิเคราะห์
์
การวิเคราะห หมำยถึง กำรจ ำแนก แยกแยะองค์ประกอบของสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกเป็นส่วนๆ เพื่อ
ค้นหำว่ำมีองค์ประกอบย่อยๆ อะไรบ้ำง ท ำมำจำกอะไร ประกอบขึ้นมำได้อย่ำงไรและมีควำมเชื่อมโยง
สัมพันธ์กันอย่ำงไร
-46-
์
การคิดวิเคราะห หมำยถึง ควำมสำมำรถในกำรจ ำแนก แยกแยะองค์ประกอบต่ำง ๆ ของสิ่งใด
สิ่งหนึ่งซึ่งอำจจะเป็นวัตถุ สิ่งของ เรื่องรำว หรือเหตุกำรณ์ และหำควำมสัมพันธ์ เชิงเหตุผลระหว่ำง
องค์ประกอบเหล่ำนั้น เพื่อค้นหำสภำพควำมเป็นจริง หรือสิ่งส ำคัญของสิ่งที่ก ำหนดให้ กำรคิด
วิเครำะห์จะเกิดขึ้น เมื่อเรำต้องกำรท ำควำมเข้ำใจ และกำรพยำยำมตีควำมข้อมูลที่ได้รับ เมื่อเกิดข้อ
สงสัย สมองจะพยำยำมคิดหำควำมสัมพันธ์เชิงเหตุผลมำอธิบำยถึงเหตุกำรณ์หรือปรำกฏกำรณ์ ที่เกิด
ขึ้น หรือเพื่อประเมินสิ่งต่ำงๆ ที่ต้องตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมำะสมหรือเมื่อต้องกำรเห็นภำพรวมทั้งหมด
คุณสมบัติบุคคลที่เอื้อต่อการคิดวิเคราะห์
1. ควำมรู้ควำมเข้ำใจในเรื่องที่จะวิเครำะห์
กำรคิดวิเครำะห์ที่ดี ผู้คิดจะต้องมีควำมรู้ควำมเข้ำใจพื้นฐำนในเรื่องนั้นเพรำะจะช่วยก ำหนด
ขอบเขตกำรวิเครำะห์ จ ำแนกแจกแจงองค์ประกอบ จัดหมวดหมู่ ล ำดับควำมส ำคัญ หรือหำสำเหตุ
ของเรื่องรำวเหตุกำรณ์ได้ชัดเจน เช่น กำรที่รัฐบำลไทยเปิดกำรค้ำเสรี กับประเทศจีนจะเกิดผลดีต่อ
ประเทศไทยอย่ำงไร เรำไม่ใช่นักเศรษฐศำสตร์ก็อำจไม่สำมำรถวิเครำะห์ได้ว่ำ จะเกิดผลดีผลเสีย
อย่ำงไรบ้ำง
2. ช่ำงสังเกต ช่ำงสงสัย ช่ำงไต่ถำม
ช่ำงสังเกต สำมำรถเห็นหรือค้นหำควำมผิดปกติของสิ่งของหรือเหตุกำรณ์ที่ดูอย่ำงผิวเผินแล้ว
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ช่ำงสงสัย เมื่อเห็นควำมผิดปกติแล้วไม่ละเลย หยุดคิดพิจำรณำ ช่ำงไต่ถำม
ชอบตั้งค ำถำม เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอเพื่อน ำไปสู่กำรขบคิด ค้นหำควำมจริงในเรื่องนั้น ค ำถำม
ที่มักใช้กับกำรคิดวิเครำะห์ คือ 5 W 1 H ประกอบด้วย What (อะไร) Where (ที่ไหน) When
(เมื่อใด) Why (ท ำไม) Who (ใคร) และ How (อย่ำงไร)
3. ควำมสำมำรถในกำรตีควำม
กำรตีควำม เกิดจำกกำรรับข้อมูลเข้ำมำทำงประสำทสัมผัสสมองจะท ำกำรตีควำมข้อมูล โดย
วิเครำะห์เทียบเคียงกับควำมทรงจ ำหรือควำมรู้เดิมที่เกี่ยวกับเรื่องนั้น เกณฑ์ที่ใช้เป็นมำตรฐำนในกำร
ตัดสินจะแตกต่ำงกันไปตำมควำมรู้ ประสบกำรณ์และค่ำนิยมของแต่ละบุคคล เช่น เรำเห็นคนหน้ำบึ้ง
อำจตีควำมว่ำเขำก ำลังอำรมณ์เสีย เห็นคนแต่งตัวมอซอ อำจตีควำมว่ำเขำคงเป็นคนยำกจน
4. ควำมสำมำรถในกำรหำควำมสัมพันธ์เชิงเหตุผล
กำรคิดวิเครำะห์จะเกิดขึ้นเมื่อพบสิ่งที่มีควำมคลุมเครือเกิดข้อสงสัย ตำมมำด้วยค ำถำมต้องค้น
หำค ำตอบหรือควำมน่ำจะเป็น ว่ำมีควำมเป็นมำอย่ำงไร เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น จะส่งผลกระทบอย่ำงไร
ซึ่งสมองจะพยำยำมคิด เพื่อหำข้อสรุปควำมรู้ควำมเข้ำใจอย่ำงสมเหตุสมผล
-47-
กำรคิดวิเครำะห์ มีองค์ประกอบส ำคัญ 3 ประกำร ดังนี้
1. สิ่งที่ก ำหนดให้ เป็นสิ่งส ำเร็จรูปที่ก ำหนดให้วิเครำะห์ เช่น วัตถุ สิ่งของ เรื่องรำว เหตุกำรณ์
หรือปรำกฏกำรณ์ต่ำง ๆ เป็นต้น
2. หลักกำรหรือกฎเกณฑ์ เป็นข้อก ำหนดส ำหรับใช้แยกส่วนประกอบของสิ่งที่ก ำหนดให้ เช่น
เกณฑ์ในกำรจ ำแนกสิ่งที่มีควำมเหมือนกันหรือแตกต่ำงกัน หลักเกณฑ์ในกำรหำลักษณะควำมสัมพันธ์
เชิงเหตุผล อำจจะเป็นลักษณะควำมสัมพันธ์ที่มีควำมคล้ำยคลึงกัน หรือขัดแย้งกัน เป็นต้น
3. กำรค้นหำควำมจริงหรือควำมส ำคัญ เป็นกำรพิจำรณำส่วนประกอบของสิ่งที่ก ำหนดให้ตำม
หลักกำรหรือกฎเกณฑ์ แล้วท ำกำรรวบรวมประเด็นที่ส ำคัญเพื่อหำข้อสรุป
กำรคิดวิเครำะห์ อำจจ ำแนกออกเป็น 3 ลักษณะ คือ
1. การวิเคราะห์ส่วนประกอบ เป็นควำมสำมำรถ ในกำรหำส่วนประกอบที่ส ำคัญของสิ่งของ
หรือเรื่องรำวต่ำง ๆ เช่น กำรวิเครำะห์ส่วนประกอบของพืช สัตว์ ข่ำว หรือเหตุกำรณ์ เป็นต้น
- ส่วนประกอบของพืช มีอะไรบ้ำง
- องค์ประกอบส ำคัญของคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้ำง
- สำระส ำคัญของกำรปฏิรูปกำรเรียนรู้คืออะไร
2. การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ เป็นควำมสำมำรถในกำรหำควำมสัมพันธ์ของส่วนส ำคัญต่ำง ๆ
โดยกำรระบุควำมสัมพันธ์ระหว่ำงควำมคิด ควำมสัมพันธ์ในเชิงเหตุผล หรือควำมแตกต่ำงระหว่ำงข้อ
โต้แย้ง ที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง ตัวอย่ำงเช่น
- กำรที่ครอบครัวมีปัญหำ ส่งผลต่อกำรเรียนของนักเรียนอย่ำงไรบ้ำง
- กำรเกิดภัยธรรมชำติ มีส่วนสัมพันธ์กับระบบนิเวศอย่ำงไรบ้ำง
- กำรพัฒนำประเทศกับกำรศึกษำ มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
3. การวิเคราะห์หลักการ เป็นควำมสำมำรถในกำรหำหลักควำมสัมพันธ์ส่วนส ำคัญในเรื่องนั้นๆ
ว่ำสัมพันธ์กันอยู่โดยอำศัยหลักกำรใด เช่น กำรให้ผู้เรียนค้นหำหลักกำรของเรื่อง กำรระบุจุดประสงค์
ของผู้เรียนประเด็นส ำคัญของเรื่อง เทคนิคที่ใช้ในกำรจูงใจผู้อ่ำน ตัวอย่ำงเช่น
- หลักกำรส ำคัญของกำรบริหำรงำนแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ ได้แก่อะไร
- หลักกำรเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส ำคัญ ได้แก่อะไร
- ควำมมุ่งหมำยของกำรจัดกำรศึกษำ ตำมพระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ. 2542
ประกอบด้วยอะไรบ้ำง
-48-
ชุดฝึกทักษะและการสร้างชุดฝึกทักษะ
สมศักดิ์ สินธุระเวชญ์ ( สมศักดิ์ สินธุระเวชญ์. 2526 : 8-12 ) ได้กล่ำวถึง ชุดฝึกและกำรสร้ำง
ชุดฝึกไว้ดังนี้
ความหมาย
ชุดฝึกทักษะ ซึ่งมีชื่อเรียกว่ำ แบบฝึกบ้ำง แบบฝึกเสริมทักษะบ้ำง ชุดฝึกหมำยถึง สื่อกำรเรียน
กำรสอนที่จัดท ำขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษำ ได้ฝึกทักษะจนเกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ และควำมสำมำรถ
ตำมจุดประสงค์กำรเรียนรู้ของบทเรียนนั้น
ท าไมจึงเลือกสร้างชุดฝึก
กำรเลือกสร้ำงชุดฝึกขึ้นอยู่กับลักษณะวิชำ สำระส ำคัญ และจุดประสงค์ของบทเรียนนั้นเช่น
ลักษณะวิชำ/สำระคณิตศำสตร์ จะต้องมีตัวอย่ำงและฝึกกระท ำซ้ ำ ๆ
กำรสร้ำงแบบฝึกต้องอำศัยทฤษฏีจิตวิทยำกำรเรียนรู้ ทฤษฏีจิตวิทยำที่เกี่ยวข้อง คือ
1. ทฤษฏีกำรลองผิดลองถูกของธอร์นไดค์ สรุปกฎเกณฑ์กำรเรียนรู้ได้ดังนี้
- กฎควำมพร้อม หมำยถึง กำรเรียนรู้จะเกิดขึ้นเมื่อบุคคลพร้อมที่จะท ำ
- กฎผลที่ได้รับ หมำยถึง กำรเรียนรู้จะเกิดขึ้น เพรำะบุคคลกระท ำซ้ ำ และยิ่งท ำมำก
ควำมช ำนำญจะเกิดขึ้นได้ง่ำย
2. ทฤษฎีพฤติกรรมนิยมของสกินเนอร์ พอสรุปได้ว่ำ บุคคลเรียนรู้ได้ด้วยกำรกระท ำโดยมีกำร
เสริมแรงเป็นตัวกำร เมื่อบุคคลตอบสนองกำรเร้ำของสิ่งเร้ำควบคู่กันในช่วงเวลำที่เหมำะสม สิ่งเร้ำนั้น
จะรักษำระดับหรือเพิ่มกำรตอบสนองได้เข้มขึ้น
3. วิธีกำรสอนของกำเย่ ซึ่งมีควำมเห็นว่ำ กำรเรียนรู้มีล ำดับขั้น และผู้เรียนจะต้องเรียนรู้ เนื้อหำ
ที่ง่ำยไปหำยำก
4. แนวคิดของบลูม ซึ่งกล่ำวถึงธรรมชำติของผู้เรียนแต่ละคนว่ำ มีควำมแตกต่ำงกัน ผู้เรียนจะ
สำมำรถเรียนเนื้อหำในหน่วยย่อยต่ำง ๆ ได้ โดยใช้เวลำเรียนที่แตกต่ำงกัน
ลักษณะของชุดฝึกที่ดี
1. ควรมีควำมชัดเจน ทั้งค ำสั่งและวิธีท ำ ค ำสั่งหรือตัวอย่ำงแสดงวิธีท ำที่ใช้ ไม่ควรยำวเกินไป
เพรำะจะท ำให้เข้ำใจยำก
2. ตรงตำมจุดมุ่งหมำยของกำรฝึก
3. ภำษำ และภำพควรเหมำะสมกับวัย และพื้นฐำนควำมรู้ของผู้เรียน
4. ควรฝึกเป็นเรื่อง ๆ แต่ละเรื่องไม่ควรยำวเกินไป มีกิจกรรมหลำยรูปแบบ เพื่อเร้ำควำมสนใจ
5. แบบฝึกต้องมีควำมถูกต้อง อย่ำให้มีข้อผิดพลำด
-49-
6. กำรฝึกแต่ละครั้งต้องให้เหมำะสมกับเวลำ และเร้ำควำมสนใจองผู้เรียน
7. กำรสร้ำงแบบฝึกควรมีหลำย ๆ แบบ เพื่อเร้ำให้ผู้เรียนเกิดควำมสนใจ ได้กว้ำงขวำง และ
ส่งเสริมให้เกิดควำมคิด
8. ควรเปิดโอกำสให้ผู้เรียนได้ศึกษำได้ด้วยตนเอง ให้รู้จักค้นคว้ำ รวบรวมสิ่งที่พบเห็นบ่อย ๆ
หรือสิ่งที่ตัวเองเคยใช้ จะท ำให้ผู้เรียนเข้ำใจเรื่องนั้น ๆ มำกยิ่งขึ้น และสำมำรถน ำควำมรู้ไปใช้
9. ควรจะเป็นแบบฝึกส ำหรับเด็กเก่ง และในขณะเดียวกัน ก็เป็นแบบซ่อมเสริมส ำหรับเด็ก
อ่อนด้วย
หลักกำรสร้ำงชุดฝึกมีหลักดังต่อไปนี้
1. ใช้หลักจิตวิทยำกำรเรียนรู้ของเด็กแต่ละวัย เช่น แบบฝึกส ำหรับเด็กเล็กหรือระดับอนุบำล
และชั้นประถมศึกษำปีที่ 1–2 เน้นภำพมำกกว่ำค ำ เด็กวัย 9–11 ขวบ จะสนใจเรื่องรำวเนื้อหำ
สำระประเภทสำรคดี เรื่องรำวจำกต ำรำ ต ำนำน ค ำบอกเล่ำมำกกว่ำนิทำนวัย 11–16 ปี ชอบ
อ่ำนเรื่องยำว ๆ ต้องเนื้อหำสำระมำกกว่ำรูปภำพ เป็นต้น
2. ใช้ส ำนวนภำษำง่ำย ๆ โดยเฉพำะค ำสั่งต้องกระชับ และชัดเจน ไม่ใช้ศัพท์ยำกเกินไป
3. ให้ควำมหมำยต่อชีวิต หมำยถึง แบบฝึกนั้นมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่ำ ต้องกำรให้ผู้เรียนฝึก
เพื่ออะไร ให้ข้อคิดคติธรรมอะไรแฝงอยู่
4. ฝึกให้คิดได้เร็ว และสนุก ปกติหนังสือเรียนมักจะสร้ำงควำมจ ำเจ ท ำให้ผู้เรียนเบื่อหน่ำยได้
ง่ำย ดังนั้น แบบฝึกจะต้องแตกต่ำงไปจำกหนังสือเรียน หรือแบบฝึกหัดในหนังสือเรียน โดยเน้นให้
ผู้เรียนได้คิดให้เร็วและสนุก โดยมีเกมหรือมีกิจกรรมหลำกหลำย
5. ปลุกควำมสนใจ ด้วยรูปภำพ และรูปแบบที่แปลก และแตกต่ำงจำกที่ผู้เรียนเคยเห็น
6. เหมำะสมกับวัย และควำมสำมำรถของนักเรียน แบบฝึกที่ดีไม่ควรมำกเกินไป ท ำให้ผู้เรียน
เบื่อ และไม่สนใจ และไม่ควรมีกิจกรรมซ้ ำ ๆ
7. อำจศึกษำด้วยตนเอง ตำมล ำพัง
ขั้นตอนการสร้างชุดฝึก
1. วิเครำะห์ปัญหำและสำเหตุกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน โดยอำศัยข้อมูลจำก
1.1 ปัญหำที่เกิดขึ้นขณะท ำกำรสอน
1.2 ปัญหำกำรผ่ำนจุดประสงค์ / ผลกำรเรียนรู้ที่คำดหวังของผู้เรียน
1.3 ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน
1.4 ผลจำกกำรสังเกตพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
2. ศึกษำรำยละเอียดของหลักสูตร เพื่อวิเครำะห์เนื้อหำ จุดประสงค์ และกิจกรรม
-50-
3. พิจำรณำแนวทำงกำรแก้ปัญหำที่เกิดขึ้นจำกข้อ 1 โดยกำรสร้ำงแบบฝึกและเลือก เนื้อหำ
ในส่วนที่จะสร้ำงแบบฝึกนั้น ว่ำจะท ำเรื่องใดบ้ำง ก ำหนดเป็นโครงเรื่องไว้
4. ศึกษำรูปแบบของกำรสร้ำงแบบฝึกจำกเอกสำรตัวอย่ำง
5. ออกแบบชุดฝึกแต่ละชุดให้มีรูปแบบหลำกหลำย น่ำสนใจ
่
6. ลงมือสร้ำงแบบฝึกในแต่ละชุด พร้อมทั้งข้อทดสอบกอนเรียน และหลังเรียนให้สอดคล้อง
กับเนื้อหำ และจุดประสงค์กำรเรียนรู้
7. ส่งให้ผู้เชี่ยวชำญตรวจสอบ
8. น ำไปทดลองใช้ แล้วบันทึกผลเพื่อน ำมำปรับปรุงแก้ไขส่วนที่บกพร่อง
9. ปรับปรุงจนมีประสิทธิภำพตำมเกณฑ์ที่ตั้งไว้
10. น ำไปใช้จริง และเผยแพร่ต่อไป
ข้อเสนอแนะในการสร้างชุดฝึก
1. ในแต่ละชุดฝึกอำจมีเนื้อหำสรุปย่อ หรือเป็นหลักเกณฑ์ไว้ให้ผู้เรียนได้ศึกษำทบทวนก่อน
2. ต้องให้ผู้เรียนศึกษำเนื้อหำก่อนใช้ชุดฝึก
3. ควรสร้ำงชุดฝึกให้ครอบคลุมเนื้อหำ และจุดประสงค์ที่ต้องกำร และไม่ยำกหรือง่ำยเกินไป
4. ค ำนึงถึงหลักจิตวิทยำกำรเรียนรู้ของเด็กให้เหมำะสมกับวุฒิภำวะและควำมแตกต่ำงของผู้เรียน
5. ควรศึกษำแนวกำรสร้ำงชุดฝึก ให้เข้ำใจก่อนปฏิบัติกำรสร้ำง อำจน ำหลักกำรของผู้อื่น หรือ
ทฤษฎีกำรเรียนรู้ของนักกำรศึกษำ หรือนักจิตวิทยำมำประยุกต์ใช้ให้เหมำะสมกับเนื้อหำ และสภำพ
กำรณ์ได้
ื่
6. ควรมีคู่มือกำรใช้ชุดฝึก เพื่อให้ผู้สอนคนอนน ำไปใช้ได้อย่ำงกว้ำงขวำง หำกไม่มีคู่มือต้องมีค ำ
ชี้แจงขั้นตอนกำรใช้ที่ชัดเจน แนบไปในแบบฝึกด้วย
7. กำรสร้ำงชุดฝึกควรพิจำรณำรูปแบบให้เหมำะสมกับธรรมชำติของแต่ละเนื้อหำวิชำ
8. กำรออกแบบชุดฝึกควรมีควำมหลำกหลำย ไม่ซ้ ำซำก ไม่ใช้รูปแบบเดียว เพรำะจะท ำให้
ผู้เรียนเกิดควำมเบื่อหน่ำย ควรมีแบบฝึกหลำย ๆ แบบ เพื่อฝึกให้ผู้เรียนได้เกิดทักษะอย่ำงกว้ำงขวำง
และส่งเสริมควำมคิดสร้ำงสรรค์อีกด้วย
9. กำรใช้ภำพประกอบเป็นสิ่งส ำคัญที่จะช่วยให้ชุดฝึกนั้นน่ำสนใจ
10. ชุดฝึกต้องมีควำมถูกต้อง อย่ำให้มีข้อผิดพลำดโดยเด็ดขำด เพรำะผู้เรียนจะจ ำในสิ่งที่ผิด ๆ
ตลอดไป
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ผู้วิจัยได้ศึกษำงำนวิจัยที่เกี่ยวข้องกับกำรสร้ำงแบบฝึกหรือชุดฝึกทักษะคณิตศำสตร์ และงำน
วิจัยที่เกี่ยวกับกำรแก้โจทย์ปัญหำ ดังนี้
-51-
นภดล ฤทธิโสม (2537 : 68) ได้ศึกษำผลของกำรฝึกโจทย์ปัญหำ ด้วยแบบทดสอบแบบ
ตอบสั้น และแบบเลือกตอบต่อควำมคิดสร้ำงสรรค์ทำงคณิตศำสตร์ ผลกำรวิจัยพบว่ำ นักเรียนที่ได้รับ
กำรฝึกโจทย์ปัญหำด้วยแบบทดสอบแบบตอบสั้น นักเรียนที่ได้รับกำรฝึกโจทย์ปัญหำด้วยแบบทดสอบ
แบบเลือกตอบ และนักเรียนที่ไม่ได้รับกำรฝึกโจทย์ปัญหำ มีควำมคิดสร้ำงสรรค์ทำงคณิตศำสตร์แตก
ต่ำงกันอย่ำงมีนัยส ำคัญทำงสถิติที่ระดับ .01 โดยนักเรียนที่ได้รับกำรฝึกโจทย์ปัญหำ ด้วยแบบทดสอบ
แบบตอบสั้น มีควำมคิดสร้ำงสรรค์ทำงคณิตศำสตร์แตกต่ำงจำกนักเรียนที่ได้รับกำรฝึกโจทย์ปัญหำด้วย
แบบทดสอบแบบเลือกตอบ และนักเรียนที่ไม่ได้รับกำรฝึกโจทย์ปัญหำ นักเรียนที่ได้รับกำรฝึกโจทย์
ปัญหำ ด้วยแบบทดสอบแบบเลือกตอบ มีค่ำคะแนนเฉลี่ยจำกแบบทดสอบควำมคิดสร้ำงสรรค์ทำง
คณิตศำสตร์ ไม่แตกต่ำง กับนักเรียนที่ไม่ได้รับกำรฝึกโจทย์ปัญหำ
เพลินพิศ กำสลัก (2542 : บทคัดย่อ) ได้สร้ำงแบบทดสอบที่ใช้ในกำรฝึกควำมสำมำรถใน
กำรแก้ปัญหำโจทย์คณิตศำสตร์ เรื่องกำรหำปริมำตรและพื้นที่ผิว ส ำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2
ของโรงเรียนประชำรำษฎร์บ ำเพ็ญ โดยมีแบบทดสอบที่ใช้ในกำรฝึก 4 ฉบับ ประกอบด้วย ฉบับที่ 1
กำรหำปริมำตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉำก ฉบับที่ 2 กำรหำปริมำตรของทรงปริซึม ฉบับที่ 3 กำรหำ
ปริมำตรจำกหน่วยกำรตวง ฉบับที่ 4 กำรหำพื้นที่ผิวของทรงสำมมิติ ผลกำรวิจัยพบว่ำ มีควำม
แตกต่ำงของค่ำเฉลี่ยก่อนกำรฝึก และหลังกำรฝึก อย่ำงมีนัยส ำคัญทำงสถิติที่ระดับ .01 แสดงว่ำแบบ
ทดสอบ ที่ใช้ในกำรฝึกควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำโจทย์คณิตศำสตร์ เรื่อง กำรหำปริมำตร และ
พื้นที่ผิว มีประสิทธิภำพ สำมำรถท ำให้นักเรียนมีกำรพัฒนำกำรเรียนรู้ และมีควำมสำมำรถในกำร
แก้ปัญหำโจทย์คณิตศำสตร์ได้มำกกว่ำเดิม
อังศุมำลิน เพิ่มผล (2542 : บทคัดย่อ) ได้สร้ำงแบบฝึกทักษะกำรค ำนวณวิชำคณิตศำสตร์
เรื่องวงกลม ส ำหับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3 ของโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ผลกำรวิจัยพบว่ำ
แบบฝึกทักษะ มีประสิทธิภำพตำมเกณฑ์มำตรฐำนร้อยละ 80/80 แสดงว่ำแบบฝึกมีประสิทธิภำพ
คะแนนก่อนฝึก และหลังฝึกด้วยแบบฝึกทักษะกำรค ำนวณวิชำคณิตศำสตร์ เรื่องวงกลม แตกต่ำงกัน
อย่ำงมีนัยส ำคัญทำงสถิติที่ระดับ .01 แสดงว่ำหลังกำรใช้แบบฝึกนักเรียนมีกำรพัฒนำควำมรู้เพิ่มขึ้น
เตือนใจ ตรีเนตร (2544 : บทคัดย่อ) ได้ท ำกำรศึกษำผลกำรใช้แบบฝึกกำรแก้โจทย์ปัญหำ
คณิตศำสตร์ เรื่องพื้นที่ ส ำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ที่ให้นักเรียนแสดงขั้นตอนกำรแก้ปัญหำ
ผลกำรวิจัย พบว่ำ หลังกำรใช้แบบฝึกกำรแก้โจทย์ปัญหำคณิตศำสตร์ เรื่องพื้นที่ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์
ทำงกำรเรียนหลังฝึกสูงกว่ำก่อนฝึกอย่ำงมีนัยส ำคัญทำงสถิติที่ระดับ .05 และแบบฝึกที่ใช้มีประสิทธิภำพ
เท่ำกับ 84.34 / 82.20
เกศินี มีคุณ (2547 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษำกำรใช้แบบฝึกกำรแก้โจทย์ปัญหำทศนิยม ส ำหรับ
นักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4 ของโรงเรียนรำชินี โดยแบบฝึกที่สร้ำงขึ้นมี 5 ฉบับ ได้แก่ แบบฝึกที่ 1
-52-
กำรแก้โจทย์ปัญหำกำรบวก และกำรลบทศนิยมหนึ่งต ำแหน่ง แบบฝึกที่ 2 กำรแก้โจทย์ปัญหำกำรคูณ
และกำรหำรทศนิยมหนึ่งต ำแหน่ง แบบฝึกที่ 3 กำรแก้โจทย์ปัญหำกำรบวกและกำรลบทศนิยมสองต ำแหน่ง
แบบฝึกที่ 4 กำรแก้โจทย์ปัญหำกำรคูณและกำรหำรทศนิยมสองต ำแหน่ง แบบฝึกที่ 5 กำรแก้โจทย์ปัญหำ
ระคน ผลกำรวิจัยพบว่ำ ประสิทธิภำพของแบบฝึกมีคุณภำพดังนี้ เกณฑ์ควำมสัมพันธ์ ระหว่ำงกระบวนกำร
(E ) และผลลัพธ์ (E ) โดยเฉลี่ยของแบบฝึกที่ 1-2 เท่ำกับ 81.78 / 82.05 และแบบฝึกที่ 3-5 เท่ำกับ
2
1
80.08 / 81.23 และหลังกำรใช้แบบฝึกกำรแก้โจทย์ปัญหำทศนิยม นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนสูง
กว่ำก่อนกำรใช้แบบฝึกอย่ำงมีนัยส ำคัญทำงสถิติที่ระดับ .01
จำกกำรศึกษำงำนวิจัยที่กล่ำวมำแล้วนั้นสรุปได้ว่ำ ได้มีกำรศึกษำกำรใช้แบบฝึกในลักษณะต่ำงๆ
รวมถึงกำรศึกษำเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนระหว่ำงกลุ่มของนักเรียนที่ใช้และไม่ใช้แบบฝึก ซึ่งผล
กำรวิจัยพบว่ำ ส่วนใหญ่กำรฝึกไม่ว่ำจะเป็นกำรฝึกลักษณะใด ก็สำมำรถช่วยส่งเสริมและพัฒนำผลสัมฤทธิ์
ทำงกำรเรียน ของนักเรียนให้สูงขึ้น โดยเฉพำะในวิชำคณิตศำสตร์ซึ่งเป็นวิชำทักษะที่ต้องอำศัยกำรฝึกฝน
อย่ำงสม่ ำเสมอ จึงท ำให้ผู้วิจัยมีควำมสนใจที่จะแก้ปัญหำและพัฒนำผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนคณิตศำสตร์
ในด้ำนกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 และได้แนวทำงในกำรตั้งสมมติฐำน ดังนี้
สมมติฐานการวิจัย
ผู้เรียนที่ได้รับกำรจัดกิจกรรมตำมแผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 เรื่อง
อัตรำส่วนและร้อยละ ที่เน้นกำรใช้ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ มีทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำ
ร้อยละสูงขึ้น อย่ำงมีนัยส ำคัญทำงสถิติที่ระดับ .01
บทที่ 3
วิธีด าเนินการศึกษาค้นคว้า
ประชากร
ประชำกรที่ใช้ในกำรศึกษำ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ของโรงเรียนบ้ำนดงเจริญ
โรงเรียนบ้ำนค ำม่วง และโรงเรียนบ้ำนโซงเหล่ำโป่วิทยำ ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถม-
ศึกษำยโสธร เขต 1 อ ำเภอค ำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2559
กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่ำงที่ใช้ในกำรศึกษำเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ของโรงเรียนบ้ำนดงเจริญ
โรงเรียนบ้ำนค ำม่วง และโรงเรียนบ้ำนโซงเหล่ำโป่วิทยำ ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถม-
ศึกษำยโสธร เขต 1 อ ำเภอค ำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2559
จ ำนวน 60 คน ซึ่งเลือกมำ โดยใช้วิธีสุ่มอย่ำงง่ำย (Simple Random Sampling) แยกตำม
จุดประสงค์ในกำรใช้ ดังนี้
ตำรำง 1 จ ำนวนกลุ่มตัวอย่ำงของกำรทดลองแยกตำมจุดประสงค์ในกำรใช้
โรงเรียน จ ำนวน ปีกำรศึกษำ จุดประสงค์ในกำรใช้
กลุ่มตัวอย่ำง (คน)
บ้ำนค ำม่วง 20 2559 หำคุณภำพและประสิทธิภำพ
ของเครื่องมือ ครั้งที่ 1
บ้ำนโซงเหล่ำโป่วิทยำ 20 2559 หำคุณภำพและประสิทธิภำพ
ของเครื่องมือ ครั้งที่ 2
บ้ำนดงเจริญ 20 2559 ทดสอบสมมติฐำน
-54-
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า
1. แผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม : ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำ
ร้อยละ) เรื่อง อัตรำส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2
2. ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำบทร้อยละ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์
ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 จ ำนวน 4 เล่ม คือ
2.1 เล่ม 1 เรื่อง ควำมเข้ำใจในเนื้อหำ
2.2 เล่ม 2 เรื่อง ค ำนวณค่ำให้ช ำนำญ
2.3 เล่ม 3 เรื่อง รวดเร็วพลันล้วนหลำกหลำย
2.4 เล่ม 4 เรื่อง วิเครำะห์ง่ำยแล้วแก้โจทย์
3. แบบทดสอบทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำ ร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2
วิธีด าเนินการสร้างแผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (แผนการใช้นวัตกรรม : ชุดฝึกทักษะการ
แก้โจทย์ปัญหาร้อยละ) เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ข้ำพเจ้ำได้ด ำเนินกำรสร้ำงแผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ ที่เน้นกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้
เพื่อส่งเสริมและแก้ปัญหำผู้เรียนในด้ำนทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำ ดังนี้
1. วิเครำะห์หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช 2551 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
คณิตศำสตร์ โดยกำรศึกษำ โครงสร้ำง อัตรำเวลำเรียน เนื้อหำ สำระ และมำตรฐำนกำรเรียนรู้
ของ ระดับชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ร่วมกับกำรวิเครำะห์ผู้เรียน สื่อและแหล่งเรียนรู้ต่ำง ๆ เพื่อน ำมำ
ใช้ในกำรวำงแผนแก้ปัญหำ
2. ศึกษำเอกสำรหลักสูตร ได้แก่ กำรศึกษำคู่มือครู คู่มือกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ เอกสำร
กำรวัดผลประเมินผล เพื่อน ำมำใช้ในกำรออกแบบ และวำงแผนกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ ที่
ถูกต้องและเหมำะสมต่อไป
3. ศึกษำควำมหมำย ทฤษฎี หลักกำรและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยกำรศึกษำเนื้อหำเกี่ยวกับ
กำรพัฒนำศักยภำพทำงคณิตศำสตร์ คุณลักษณะของครูผู้สอน และแนวกำรจัดกิจกรรมกำรเรียน
่
กำรสอนคณิตศำสตร์ ลักษณะของนักเรียนที่เรียนออนทำงคณิตศำสตร์ แนวคิดพื้นฐำนทำงด้ำน
จิตวิทยำกำรเรียนรู้ ลักษณะของโจทย์ปัญหำ กระบวนกำรจัดกำรเรียนกำรสอน แก้โจทย์ปัญหำ
องค์ประกอบที่จ ำเป็นในกำรแก้โจทย์ปัญหำ เทคนิคกำรฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำ เทคนิค
กำรใช้ค ำถำมต่อเนื่อง ควำมหมำยของควำมคิดสร้ำงสรรค์ ทฤษฎีเกี่ยวกับควำมคิดสร้ำงสรรค์
-55-
ลักษณะของควำมคิดสร้ำงสรรค์ องค์ประกอบของควำมคิดสร้ำงสรรค์ ควำมส ำคัญของควำม
คิดสร้ำงสรรค์ กำรคิดวิเครำะห์ ควำมหมำยของชุดฝึกทักษะ ลักษณะของชุดฝึกทักษะ ขั้นตอน
กำรสร้ำงชุดฝึก ข้อเสนอแนะในกำรสร้ำงชุดฝึก และงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อน ำผลกำรศึกษำมำ
ใช้ในกำรก ำหนดนิยำมเชิงปฏิบัติกำร ของทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำ ส ำหรับน ำไปใช้ในกำรออก
แบบกิจกรรมกำรฝึกทักษะด้ำนนี้ ในแผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ ต่อไป
4. ออกแบบกำรจัดกำรเรียนรู้และเขียน แผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์
ข้ำพเจ้ำได้วำงแผนกำรส ำรวจ จัดท ำ และจัดหำสื่อกำรเรียนรู้ เครื่องมือวัดและประเมินผล
ในกลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 และจำกกำรศึกษำควำมรู้ในข้อ 1-3
ได้วิเครำะห์ และเขียนแผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ เพื่อแก้ปัญหำด้ำนทักษะกำรแก้โจทย์
ปัญหำของเนื้อหำเรื่อง “อัตรำส่วนและร้อยละ” ซึ่งเป็นเนื้อหำตำมหลักสูตรในภำคเรียนที่ 1 โดย
แบ่งเป็นแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ได้ 16 แผน (เวลำเรียน 16 ชั่วโมง) ตำมสำระกำรเรียนรู้ ดังนี้
แผนที่ 1 : เนื้อหานี้ที่สัมพันธ์
-อัตรำส่วนและสัดส่วน
-โจทย์ปัญหำเกี่ยวกับอัตรำส่วนและสัดส่วน
-เศษส่วน ทศนิยม และร้อยละ
-กำรเปรียบเทียบเศษส่วน ทศนิยม และร้อยละ
แผนที่ 2 : เข้าใจกันค าพื้นฐาน
-ประโยคภำษำ
-ก ำไร และขำดทุน
แผนที่ 3 : วิเคราะห์ทันเปรียบเทียบหา
-ประโยคภำษำที่สอดคล้องกับรำคำขำย รำคำทุน และลดรำคำ
-กำรเปรียบเทียบหรือบัญญัติไตรยำงศ์
แผนที่ 4 : แต่งโจทย์มาตีความได้
-กำรแต่งโจทย์ปัญหำ
-โจทย์ปัญหำร้อยแก้ว
แผนที่ 5 : แปลงโจทย์ให้ก่อนค านวณ
-ควำมรู้ควำมเข้ำใจในโจทย์ปัญหำ
-กำรแปลงโจทย์ปัญหำร้อยละเป็นประโยคสัญลักษณ์
-56-
แผนที่ 6 : ฝึกทบทวนหาค าตอบ
-ประโยคสัญลักษณ์
-กำรบวกและกำรหำร
-กำรลบและกำรหำร
-กำรคูณและกำรหำร
-กำรบวก กำรหำร และกำรคูณ
-กำรลบ กำรหำร และกำรคูณ
แผนที่ 7 : คิดรอบคอบอย่างเข้าใจ
-ประโยคภำษำร้อยละของจ ำนวน
-ประโยคภำษำของก ำไร , ขำดทุน
-กำรคูณเศษส่วน
แผนที่ 8 : ค านวณง่ายมีคุณค่า
- ประโยคภำษำเพื่อหำรำคำขำย และรำคำทุน
-ประโยคภำษำเกี่ยวกับกำรลดรำคำ
-ประโยคภำษำเกี่ยวกับดอกเบี้ย
แผนที่ 9 : บอกประโยคมาล้วนหลากหลาย
-เศษส่วน ทศนิยม และร้อยละ ที่มีค่ำเท่ำกัน
-ประโยคสัญลักษณ์ที่มีค ำตอบเท่ำกัน
แผนที่ 10 :รวดเร็วไวคิดสร้างสรรค์
-ประโยคสัญลักษณ์ที่มีค ำตอบเท่ำกัน
-ควำมคิดสร้ำงสรรค์ทำงคณิตศำสตร์
แผนที่ 11 : ฝึกคิดกันประโยคภาษา
-ประโยคภำษำที่สอดคล้องกับก ำไร ขำดทุนและลดรำคำ
-ควำมคิดสร้ำงสรรค์ทำงคณิตศำสตร์
-57-
แผนที่ 12 : ค านวณหาโจทย์ก าไร
-โจทย์ปัญหำเชิงเดี่ยวที่ต้องกำรหำก ำไร
-กำรวิเครำะห์โจทย์และแสดงวิธีแก้โจทย์ปัญหำ
แผนที่ 13 :คิดตอบได้โจทย์ขาดทุน
-โจทย์ปัญหำเชิงเดี่ยวที่ต้องกำรหำขำดทุน
-กำรวิเครำะห์โจทย์และแสดงวิธีแก้โจทย์ปัญหำ
แผนที่ 14 : อีกต้นทุนฝึกคิดตอบ
-โจทย์ปัญหำเชิงเดี่ยวที่ต้องกำรหำรำคำทุน
-กำรวิเครำะห์โจทย์และแสดงวิธีแก้โจทย์ปัญหำ
แผนที่ 15 : คิดรอบคอบราคาขาย
-โจทย์ปัญหำเชิงเดี่ยวที่ต้องกำรหำรำคำขำย
-กำรวิเครำะห์โจทย์และแสดงวิธีแก้โจทย์ปัญหำ
แผนที่ 16 : แสนสบายโจทย์เชิงซ้อน
-โจทย์ปัญหำเชิงซ้อนร้อยละ
-กำรวิเครำะห์โจทย์และแสดงวิธีแก้โจทย์ปัญหำ
เขียนแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ตำมจุดประสงค์กำรเรียนรู้ ที่ได้วิเครำะห์จำกผลกำรเรียนรู้ที่
คำดหวัง ให้มีควำมสอดคล้องของจุดประสงค์กำรเรียนรู้ กิจกรรมกำรเรียนรู้ กำรวัดและ
ประเมินผล แล้วจัดท ำเป็นรูปเล่ม โดยเรียงล ำดับขององค์ประกอบ ในคู่มือกำรใช้ชุดฝึกทักษะ
ดังนี้ คือ ปกหน้ำ ค ำน ำ สำรบัญ ค ำชี้แจงส ำหรับครู ตอนที่ 1 (หลักสูตรกลุ่มสำระกำรเรียนรู้
คณิตศำสตร์ หลักกำรสอน และจิตวิทยำกำรเรียนรู้) ตอนที่ 2 (โจทย์ปัญหำ ควำมคิดสร้ำงสรรค์
และชุดฝึกทักษะ) ตอนที่ 3 (วิเครำะห์หลักสูตรสู่แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ : กล่ำวถึงผังมโนทัศน์
สำระกำรเรียนรู้ เรื่อง อัตรำส่วนและร้อยละ กำรวิเครำะห์ตัวชี้วัดชั้นปี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2
และควำมสัมพันธ์ของแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ กับชุดฝึกทักษะคณิตศำสตร์) ตอนที่ 4 (แผนกำร
จัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ แผนที่ 1-16) บรรณำนุกรม รำยชื่อผู้เชี่ยวชำญ ประวัติย่อผู้จัดท ำ
และภำคผนวก
-58-
5. หำคุณภำพในด้ำนควำมเที่ยงตรง (Validity) น ำแผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำร
ใช้นวัตกรรม : ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ) เรื่องอัตรำส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2
ที่จัดท ำขึ้น ไปหำค่ำดัชนีควำมสอดคล้อง ( IOC) โดยให้ผู้เชี่ยวชำญจ ำนวน 5 ท่ำน พิจำรณำควำม
สอดคล้องขององคประกอบในคมือกำรใช้ชุดฝึกทักษะ กับรำยกำรประเมินในแบบประเมิน ซึ่งผลกำร
์
ู่
พิจำรณำ ปรำกฏเป็นค่ำ IOC ในแต่ละข้อรำยกำรดังนี้
ตำรำง 2 ค่ำดัชนีควำมสอดคล้อง (IOC) ของควำมคิดเห็นของผู้เชี่ยวชำญที่มีต่อแผนกำรจัดกำรเรียนรู้
คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 เรื่อง อัตรำส่วนและร้อยละ
ข้อที่ รำยกำร ระดับควำมคิดเห็นคนที่ IOC
1 2 3 4 5
รูปแบบของคู่มือการใช้ชุดฝึกทักษะ
1. มีองค์ประกอบสมบูรณ์ เหมำะสม…................ +1 +1 +1 +1 +1 1.00
จุดประสงค์ของแผนการจัดการเรียนรู้
2. จุดประสงค์ในกำรใช้แผนมีควำมชัดเจน
สอดคล้องกับปัญหำผู้เรียน……….…………………. +1 +1 +1 +1 +1 1.00
3. จุดประสงค์ในแผนมีควำมชัดเจน
สอดคล้องกับกิจกรรมในบทเรียน…..…............. +1 +1 +1 +1 +1 1.00
4. จุดประสงค์ในแผนมีควำมครอบคลุม
พฤติกรรมผู้เรียนทั้ง 3 ด้ำน……………………...... 0 +1 +1 +1 +1 0.80
สาระ/เนื้อหาของคู่มือการใช้ชุดฝึกทักษะ
5. มีประโยชน์ในกำรน ำไปใช้ …................………... +1 +1 +1 +1 +1 1.00
6. ท ำควำมเข้ำใจได้โดยง่ำย …………...………………. +1 +1 +1 +1 +1 1.00
7. จัดล ำดับเนื้อหำได้เหมำะสม ………………….……. +1 +1 +1 +1 +1 1.00
กิจกรรมของแผนการจัดการเรียนรู้
8. กิจกรรมสอดคล้องกับจุดประสงค์ ………………. +1 +1 +1 +1 +1 1.00
9. มีควำมกระชับ ชัดเจนสอดคล้องกับ
หลักกำรสร้ำงแผนกำรจัดกำรเรียนรู้..…………..… +1 +1 +1 +1 +1 1.00
10. ท ำให้ผู้เรียนบรรลุจุดประสงค์ได้โดยง่ำย ............ +1 +1 +1 +1 +1 1.00
-59-
จำกตำรำง 2 แสดงให้เห็นว่ำ แผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม : ชุดฝึกทักษะ
กำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ) เรื่องอัตรำส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 มีคุณภำพในด้ำนควำมเที่ยง
ตรงสูง เป็นที่น่ำเชื่อถือ เนื่องจำกมีค่ำ IOC ในแต่ละข้อรำยกำรตั้งแต่ 0.8 ขึ้นไป
6. น ำแผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ ไปทดลองใช้และเผยแพร่ต่อไป
ข้ำพเจ้ำได้น ำ แผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม) ไปทดลองใช้กับโรงเรียนใน
กลุ่มตัวอย่ำง ได้แก่โรงเรียนบ้ำนดงเจริญ โรงเรียนบ้ำนค ำม่วง และโรงเรียนบ้ำนโซงเหล่ำโป่วิทยำ ส ำนักงำน
เขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำยโสธร เขต 1 อ ำเภอค ำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ
2559 เพื่อหำประสิทธิภำพของนวัตกรรม และน ำไปเผยแพร่ให้โรงเรียนอื่นๆ ได้น ำไปทดลองใช้เพื่อ
แก้ปัญหำผู้เรียนต่อไป
วิธีด าเนินการสร้างชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
กำรแก้ปัญหำผู้เรียนในครั้งนี้ ข้ำพเจ้ำได้สร้ำง และพัฒนำชุดฝึกทักษะคณิตศำสตร์ เพื่อใช้แก้ปัญหำ
ผู้เรียน โดยใช้ควบคู่กับ แผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม : ชุดฝึกทักษะกำรแก ้
โจทย์ปัญหำร้อยละ) เรื่องอัตรำส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ซึ่งมีวิธีด ำเนินกำรสร้ำงดังนี้
1. วิเครำะห์หลักสูตร
วิเครำะห์เนื้อหำ มำตรฐำน/ตัวชี้วัด และผู้เรียน เพื่อท ำให้มีควำมเข้ำใจ มีควำมชัดเจนในกิจกรรม
กำรวัดและประเมินผล ที่สอดคล้องและสัมพันธ์กัน อันจะเป็นประโยชน์ในกำรก ำหนด เนื้อหำ รูปแบบของ
กิจกรรมในชุดฝึกทักษะ ตลอดจนวิธีกำรประเมินผล ที่ถูกต้องและเหมำะสมของพฤติกรรม ในชุดฝึกทักษะ
คณิตศำสตร์
2. ศึกษำเอกสำรหลักสูตร
ศึกษำคู่มือครู แผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ เอกสำรกำรวัดผลประเมินผล เพื่อน ำมำใช้ในกำร
ออกแบบและวำงแผนกำรจัดกิจกรรมในชุดฝึกทักษะที่ถูกต้องและเหมำะสม
3. ศึกษำควำมหมำย ทฤษฎี หลักกำรและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง
โดยศึกษำเนื้อหำเรื่อง กำรพัฒนำศักยภำพทำงคณิตศำสตร์ คุณลักษณะของครูผู้สอนและแนวกำร
่
จัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน คณิตศำสตร์ ลักษณะของนักเรียนที่เรียนออนคณิตศำสตร์ แนวคิดพื้นฐำน
ทำงด้ำนจิตวิทยำกำรเรียนรู้ ลักษณะของโจทย์ปัญหำ กระบวนกำรจัดกำรเรียนกำรสอน แก้โจทย์ปัญหำ
องค์ประกอบที่จ ำเป็นในกำรแก้โจทย์ปัญหำ เทคนิคกำรฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำ เทคนิคกำรใช้ค ำถำม
ต่อเนื่อง ควำมหมำยของควำมคิดสร้ำงสรรค์ ทฤษฎีเกี่ยวกับควำมคิดสร้ำงสรรค์ ลักษณะของควำมคิด
-60-
สร้ำงสรรค์ องค์ประกอบของควำมคิดสร้ำงสรรค์ ควำมส ำคัญของควำมคิดสร้ำงสรรค์ กำรคิดวิเครำะห์
ควำมหมำยของชุดฝึกทักษะ ลักษณะของชุดฝึกทักษะ ขั้นตอนกำรสร้ำงชุดฝึก ข้อเสนอแนะในกำร
สร้ำงชุดฝึก และงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง
เพื่อน ำผลกำรศึกษำมำใช้ในกำรก ำหนดนิยำมเชิงปฏิบัติกำรของพฤติกรรมและทักษะที่ใช้ ในกำร
สร้ำงนวัตกรรมได้แก่ ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2
4. ออกแบบและสร้ำงชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ
ก ำหนดรูปแบบของชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ โดยกำรเรียงล ำดับตำมขั้นตอนของ
กระบวนกำรแก้โจทย์ปัญหำ ซึ่งมีลักษณะและส่วนประกอบของชุดฝึกทักษะแบ่งได้เป็น 4 เรื่อง ดังนี้
4.1 ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ เล่ม 1 เรื่อง “ควำมเข้ำใจในเนื้อหำ” ประกอบด้วย
ชุดฝึกทักษะย่อย 15 ชุดฝึก คือ
ชุดฝึกที่ 1 : ร้อยละกับเศษส่วน
ชุดฝึกที่ 2 : ร้อยละกับทศนิยม
ชุดฝึกที่ 3 : ปริมำณที่ต่ำงจำกพวก
ชุดฝึกที่ 4 : ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับร้อยละ
ชุดฝึกที่ 5 : ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับก ำไร
ชุดฝึกที่ 6 : ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับขำดทุน
ชุดฝึกที่ 7 : ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับรำคำขำย
ชุดฝึกที่ 8 : ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับรำคำทุน
ชุดฝึกที่ 9 : ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับลดรำคำ
ชุดฝึกที่ 10 : ฝึกคิดเปรียบเทียบ
ชุดฝึกที่ 11 : แต่งโจทย์ปัญหำ
ชุดฝึกที่ 12 : ตีควำมโจทย์ร้อยแก้ว
ชุดฝึกที่ 13 : ตีควำมโจทย์ร้อยกรอง
ชุดฝึกที่ 14 : ถำมต่อเนื่องเรื่องโจทย์ปัญหำ
ชุดฝึกที่ 15 : แปลงโจทย์ปัญหำเป็นประโยคสัญลักษณ์
4.2 ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ เล่ม 2 เรื่อง “ค ำนวณค่ำให้ช ำนำญ” ประกอบด้วย
ชุดฝึกทักษะย่อย 15 ชุดฝึก คือ
ชุดฝึกที่ 1 : กำรบวกและกำรหำร
ชุดฝึกที่ 2 : กำรลบและกำรหำร
ชุดฝึกที่ 3 : กำรคูณและกำรหำร
-61-
ชุดฝึกที่ 4 : กำรบวก กำรหำรและกำรคูณ
ชุดฝึกที่ 5 : กำรลบ กำรหำรและกำรคูณ
ชุดฝึกที่ 6 : ร้อยละของจ ำนวนนับ
ชุดฝึกที่ 7 : เปอร์เซ็นต์ของจ ำนวนนับ
ชุดฝึกที่ 8 : ค ำนวณหำก ำไร
ชุดฝึกที่ 9 : ค ำนวณหำขำดทุน
ชุดฝึกที่ 10 : ค ำนวณหำรำคำขำย (1)
ชุดฝึกที่ 11 : ค ำนวณหำรำคำขำย (2)
ชุดฝึกที่ 12 : ค ำนวณหำรำคำทุน (1)
ชุดฝึกที่ 13 : ค ำนวณหำรำคำทุน (2)
ชุดฝึกที่ 14 : ค ำนวณเกี่ยวกับกำรลดรำคำ
ชุดฝึกที่ 15 : ค ำนวณเกี่ยวกับดอกเบี้ย
4.3 ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ เล่ม 3 เรื่อง “รวดเร็วพลันล้วนหลำกหลำย”
ประกอบด้วย ชุดฝึกทักษะย่อย 12 ชุดฝึก คือ
ชุดฝึกที่ 1 : ปริมำณที่เท่ำกัน
ชุดฝึกที่ 2 : ค ำตอบที่เท่ำกัน (1)
ชุดฝึกที่ 3 : ค ำตอบที่เท่ำกัน (2)
ชุดฝึกที่ 4 : ค ำตอบที่เท่ำกัน (3)
ชุดฝึกที่ 5 : ค ำตอบที่เท่ำกัน (4)
ชุดฝึกที่ 6 : ค ำตอบที่เท่ำกัน (5)
ชุดฝึกที่ 7 : ค ำตอบที่เท่ำกัน (6)
ชุดฝึกที่ 8 : ค ำตอบที่เท่ำกัน (7)
ชุดฝึกที่ 9 : ค ำตอบที่เท่ำกัน (8)
ชุดฝึกที่ 10 : ประโยคภำษำของก ำไร
ชุดฝึกที่ 11 : ประโยคภำษำของขำดทุน
ชุดฝึกที่ 12 : ประโยคภำษำของลดรำคำ
4.4 ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ เล่ม 4 เรื่อง “วิเครำะห์ง่ำยแล้วแก้โจทย์”
ประกอบด้วย ชุดฝึกทักษะย่อย 19 ชุดฝึก คือ
ชุดฝึกที่ 1 : โจทย์เชิงเดี่ยว (หำก ำไร)
ชุดฝึกที่ 2 : โจทย์เชิงเดี่ยว (หำก ำไร)
ชุดฝึกที่ 3 : โจทย์เชิงเดี่ยว (หำก ำไร)
-62-
ชุดฝึกที่ 4 : โจทย์เชิงเดี่ยว (หำก ำไร)
ชุดฝึกที่ 5 : โจทย์เชิงเดี่ยว (หำขำดทุน)
ชุดฝึกที่ 6 : โจทย์เชิงเดี่ยว (หำขำดทุน)
ชุดฝึกที่ 7 : โจทย์เชิงเดี่ยว (หำขำดทุน)
ชุดฝึกที่ 8 : โจทย์เชิงเดี่ยว (หำขำดทุน)
ชุดฝึกที่ 9 : โจทย์เชิงเดี่ยว (หำรำคำทุน)
ชุดฝึกที่ 10 : โจทย์เชิงเดี่ยว (หำรำคำทุน)
ชุดฝึกที่ 11 : โจทย์เชิงเดี่ยว (หำรำคำทุน)
ชุดฝึกที่ 12 : โจทย์เชิงเดี่ยว (หำรำคำทุน)
ชุดฝึกที่ 13 : โจทย์เชิงเดี่ยว (หำรำคำขำย)
ชุดฝึกที่ 14 : โจทย์เชิงเดี่ยว (หำรำคำขำย)
ชุดฝึกที่ 15 : โจทย์เชิงเดี่ยว (หำรำคำขำย)
ชุดฝึกที่ 16 : โจทย์เชิงเดี่ยว (หำรำคำขำย)
ชุดฝึกที่ 17 : โจทย์เชิงซ้อน (หำก ำไร)
ชุดฝึกที่ 18 : โจทย์เชิงซ้อน (หำขำดทุน)
ชุดฝึกที่ 19 : โจทย์เชิงซ้อน (หำรำคำขำย)
5. หำคุณภำพในด้ำนควำมเที่ยงตรง (Validity) น ำชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำบทประยุกต์
ทั้ง 4 เล่ม ที่ได้จัดท ำขึ้น ไปหำค่ำดัชนีควำมสอดคล้อง ( IOC) โดยให้ผู้เชี่ยวชำญจ ำนวน 5 ท่ำนพิจำรณำ
ควำมสอดคล้องขององค์ประกอบในชุดฝึกทักษะ กับรำยกำรประเมินในแบบประเมิน ซึ่งผลกำรพิจำรณำ
ปรำกฏเป็นค่ำ IOC ในแต่ละข้อรำยกำรดังนี้
ตำรำง 3 ค่ำดัชนีควำมสอดคล้อง (IOC) ของควำมคิดเห็นของผู้เชี่ยวชำญ ที่มีต่อชุดฝึกทักษะกำร
แก้โจทย์ปัญหำร้อยละ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2
ข้อที่ รำยกำร ระดับควำมคิดเห็นคนที่ IOC
1 2 3 4 5
1. มีส่วนประกอบตำมลักษณะของชุดฝึกที่ดี
ถูกต้องและเหมำะสม.……………………….…….. +1 +1 +1 +1 +1 1.00
-63-
ตำรำง 3 (ต่อ)
ข้อที่ รำยกำร ระดับควำมคิดเห็นคนที่ IOC
1 2 3 4 5
2. ชุดฝึกมีควำมสอดคล้องกับจุดประสงค์
ของหลักสูตร………………………………………. +1 +1 +1 +1 +1 1.00
3. มีควำมครอบคลุมพฤติกรรมของผู้เรียน
ทั้ง 3 ด้ำน คือ พุทธิพิสัย ทักษะพิสัย
และจิตพิสัย……………………………............... +1 +1 +1 +1 +1 1.00
4. มีควำมชัดเจน ไม่เขียนคลุมเครือ………...... +1 +1 +1 +1 +1 1.00
5. ผู้สอนสำมำรถน ำไปปฏิบัติได้จริง…………... +1 +1 +1 +1 +1 1.00
6. เนื้อหำในชุดฝึกมีควำมสอดคล้อง
กับจุดประสงค์ของบทเรียน………..…………. +1 +1 +1 +1 +1 1.00
7. มีควำมถูกต้องตำมหลักกำรสร้ำง…………... +1 +1 +1 +1 +1 1.00
8. มีควำมครอบคลุมมำกพอที่จะท ำให้
ผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้………….……………..…. +1 0 +1 +1 +1 0.80
9. รูปเล่มน่ำสนใจ……………………………………. +1 +1 +1 +1 +1 1.00
10. ขนำดตัวหนังสือเหมำะสม…………………….. +1 +1 +1 +1 +1 1.00
จำกตำรำง 3 แสดงให้เห็นว่ำชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์
ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ทั้ง 4 เล่ม มีคุณภำพในด้ำนควำมเที่ยงตรงสูง เป็นที่น่ำเชื่อถือ เนื่องจำกมีค่ำ IOC
ในแต่ละข้อรำยกำรตั้งแต่ 0.8 ขึ้นไป
-64-
6. หำประสิทธิภำพของชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ ครั้งที่ 1
ปรับปรุงชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ ทั้ง 4 เล่ม ในด้ำนภำษำและลักษณะ
ค ำถำม แล้วน ำไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่ำง จ ำนวน 20 คน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 โรงเรียนบ้ำน
ค ำม่วง ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2559 เพื่อค ำนวณค่ำประสิทธิภำพ ดังในตำรำง 4
ตำรำง 4 ร้อยละของคะแนนกำรท ำชุดฝึกทักษะย่อยและคะแนนกำรทดสอบหลังเรียนของ
ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 โรงเรียนบ้ำนค ำม่วง
คนที่ เล่ม 1 เล่ม 2 เล่ม 3 เล่ม 4
ย่อย หลัง ย่อย หลัง ย่อย หลัง ย่อย หลัง
(250) (20) (470) (20) (435) (20) (190) (20)
1 238 18 435 18 415 17 166 18
2 221 13 412 15 372 15 145 14
3 215 15 415 14 368 15 153 15
4 212 14 411 16 367 14 151 14
5 217 14 404 15 369 14 167 16
6 221 16 410 16 409 17 168 16
7 225 17 411 16 410 17 171 18
8 231 17 427 18 411 16 174 17
9 235 18 425 18 415 17 176 18
10 211 14 416 15 413 16 155 14
11 216 15 402 14 376 15 159 13
12 226 18 422 19 403 18 168 17
-65-
ตาราง 4 (ต่อ)
คนที่ เล่ม 1 เล่ม 2 เล่ม 3 เล่ม 4
ย่อย หลัง ย่อย หลัง ย่อย หลัง ย่อย หลัง
(250) (20) (470) (20) (435) (20) (190) (20)
13 213 16 421 17 380 16 164 16
14 218 17 418 17 378 17 173 18
15 215 15 407 15 368 14 164 14
16 231 18 425 18 412 18 168 17
17 222 16 413 15 411 17 163 16
18 229 17 414 16 409 17 158 15
19 214 15 408 14 365 15 156 13
20 216 14 404 15 364 14 157 14
เฉลย % 88.52 79.25 88.29 80.25 89.82 79.75 85.68 78.25
ี่
จำกตำรำง 4 แสดงให้เห็นว่ำ ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
คณิตศำสตร์ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ทั้ง 4 เล่ม มีประสิทธิภำพเท่ำกับ 88.52/79.25, 88.29/80.25
89.82 / 79.75 และ 85.68 / 78.25 ตำมล ำดับ ซึ่งไม่มีประสิทธิภำพตำมเกณฑ์ 80 / 80
7. หำประสิทธิภำพของชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ ครั้งที่ 2
ปรับปรุงชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ ทั้ง 4 เล่ม ในด้ำนภำษำและลักษณะค ำถำม
แล้วน ำไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่ำง จ ำนวน 20 คน ของชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 โรงเรียนบ้ำนโซงเหล่ำโป่
วิทยำ ภำคเรียนที่ 2 ปีกำรศึกษำ 2559 เพื่อค ำนวณค่ำประสิทธิภำพ ดังตำรำง 5
-66-
ตำรำง 5 ร้อยละของคะแนนกำรท ำชุดฝึกทักษะย่อยและคะแนนกำรทดสอบหลังเรียนของชุดฝึก
ทักษะกำรแก้โจทย์ร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 โรงเรียนโซงเหล่ำโป่วิทยำ
คนที่ เล่ม 1 เล่ม 2 เล่ม 3 เล่ม 4
ย่อย หลัง ย่อย หลัง ย่อย หลัง ย่อย หลัง
(250) (20) (470) (20) (435) (20) (190) (20)
1 236 16 450 17 412 17 179 18
2 241 17 448 18 420 18 180 18
3 240 18 443 19 417 17 175 17
4 235 16 446 17 415 18 173 17
5 218 13 423 14 402 16 166 16
6 220 14 431 15 385 15 164 16
7 227 15 432 16 391 17 179 18
8 224 14 446 15 387 15 158 15
9 216 16 450 15 384 16 162 17
10 238 18 443 18 390 17 171 18
11 234 17 447 18 396 18 175 19
12 241 16 442 17 402 18 181 19
13 243 17 443 17 426 19 173 17
14 244 18 451 19 416 18 178 18
15 240 18 448 17 409 18 168 17
16 214 14 411 14 383 14 155 13
-67-
ตาราง 5 (ต่อ)
คนที่ เล่ม 1 เล่ม 2 เล่ม 3 เล่ม 4
ย่อย หลัง ย่อย หลัง ย่อย หลัง ย่อย หลัง
(250) (20) (470) (20) (435) (20) (190) (20)
17 219 13 417 15 387 15 159 14
18 221 17 438 18 395 17 167 17
19 232 18 441 17 402 18 173 18
20 236 18 447 19 411 18 171 17
ี่
เฉลย % 92.38 80.75 93.58 81.25 92.29 84.75 89.65 84.75
จำกตำรำง 5 แสดงให้เห็นว่ำ ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
คณิตศำสตร์ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ทั้ง 4 เรื่อง มีประสิทธิภำพเท่ำกับ 92.38 / 80.75
93.58 / 81.25 92.29 / 84.75 และ 89.65 / 84.75 ตำมล ำดับ
แสดงว่ำ ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์
ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ทั้ง 4 เรื่อง มีประสิทธิภำพจริง เนื่องจำกมีค่ำประสิทธิภำพสูงกว่ำเกณฑ ์
ประสิทธิภำพ (80 / 80)
8. น ำชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ ไปใช้ และเผยแพร่
ปรับปรุงชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ โดยกำรตรวจสอบคุณภำพควำมถูกต้อง
ด้ำนภำษำแล้วจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มให้เพียงพอ เพื่อน ำไปทดลองใช้ในห้องเรียนและเผยแพร่ให้โรงเรียน
ต่ำง ๆ ไปใช้แก้ปัญหำร่วมกับแผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม : ชุดฝึกทักษะ
กำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ) เรื่อง อัตรำส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ในล ำดับต่อไป
-68-
วิธีด าเนินการสร้างแบบทดสอบทักษะการแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในกำรตรวจสอบสมมติฐำนกำรวิจัย นั่นคือกำรหำประสิทธิภำพของ
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม : ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ)
เรื่อง อัตรำส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ซึ่งเน้นกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึก
ทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ
ข้ำพเจ้ำจึงได้ด ำเนินกำรสร้ำงเครื่องมือได้แก่ แบบทดสอบทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ
ซึ่งมีวิธีด ำเนินกำร ดังนี้
1. ก ำหนดจุดมุ่งหมำยในกำรสร้ำงแบบทดสอบ
เพื่อให้แบบทดสอบมีควำมชัดเจนในสิ่งที่ต้องกำรวัด จึงได้ก ำหนดจุดมุ่งหมำย ดังนี้
1.1 เพื่อสร้ำงแบบทดสอบทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2
ฉบับที่ 1 : ควำมรู้ควำมเข้ำใจ ( 30 ข้อ )
1.2 เพื่อสร้ำงแบบทดสอบทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2
ฉบับที่ 2 : กำรแก้โจทย์ปัญหำ (20 ข้อ)
2. วิเครำะห์หลักสูตรกลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ ช่วงชั้นที่ 2
ศึกษำมำตรฐำนกำรเรียนรู้ มำตรฐำน / ตัวชี้วัด และสำระกำรเรียนรู้เนื้อหำ ในเรื่อง
“อัตรำส่วนและร้อยละ” ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ตลอดจนกำรให้ค ำนิยำมควำมหมำยของทักษะกำร
แก้โจทย์ ปัญหำ เพื่อท ำให้แบบทดสอบมีควำมเที่ยงตรง ดังนี้
ทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำ หมำยถึง พฤติกรรมหรือควำมสำมำรถในกำรแก้โจทย์ปัญหำ
ได้ถูกต้อง ซึ่งจะแสดงออกได้โดยกำรตอบค ำถำม จำกสถำนกำรณ์ปัญหำ ที่ก ำหนดให้ทั้งกำรบอก
ปริมำณเป็นตัวเลข และหน่วยกำรวัดได้ถูกต้อง ทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำนี้ จะต้องอำศัยพื้นฐำน
ในด้ำนควำมรู้ควำมเข้ำใจ เกี่ยวกับเนื้อเรื่องในโจทย์ และกำรตีควำมโจทย์ เพื่อโยงไปสู่กำรสร้ำง
ควำมสัมพันธ์ของข้อมูล หรือตัวเลขในโจทย์ปัญหำ ตลอดจนควำมสำมำรถในกำรคิดค ำนวณตำม
ที่โจทย์ต้องกำรทรำบได้ถูกต้อง
3. สร้ำงตำรำงวิเครำะห์ข้อสอบ ( Table of Classification Tests)
ศึกษำรูปแบบและโครงสร้ำงของเนื้อหำ กิจกรรม และลักษณะค ำถำมในชุดฝึกทักษะ
ทั้ง 4 เรื่อง เพื่อท ำกำรสุ่มจ ำนวนข้อ (Items) ของสมรรถภำพที่ต้องกำรวัด แล้วจึงค ำนวณ
สัดส่วนของจ ำนวนข้อสอบในแต่ละฉบับ ดังนี้
-69-
ฉบับที่ 1 (ควำมรู้ควำมเข้ำใจ) ฉบับที่ 2 (กำรแก้โจทย์ปัญหำ)
-ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับร้อยละ -โจทย์เชิงเดี่ยว (หำก ำไร) 4 ข้อ
ก ำไร ขำดทุนและลดรำคำ 10 ข้อ -โจทย์เชิงเดี่ยว (หำขำดทุน) 2 ข้อ
-ควำมเข้ำใจในโจทย์ 11 ข้อ -โจทย์เชิงเดี่ยว (หำรำคำทุน) 3 ข้อ
-โจทย์เชิงเดี่ยว (หำรำคำขำย) 4 ข้อ
-กำรแปลงโจทย์
-โจทย์เชิงเดี่ยว (หำลดรำคำ) 1 ข้อ
เป็นประโยคสัญลักษณ์ 9 ข้อ
-โจทย์เชิงเดี่ยว (ดอกเบี้ย) 2 ข้อ
-โจทย์เชิงซ้อน 4 ข้อ
รวม 30 ข้อ รวม 20 ข้อ
4. เขียนข้อสอบ
เขียนข้อสอบตำมนิยำมทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำ และตำรำงโครงสร้ำงของข้อสอบโดยให้
มีจ ำนวนข้อของแต่ละฉบับ มำกกว่ำตำมตำรำงกำรวิเครำะห์ข้อสอบ แล้วจัดท ำเป็นรูปเล่มให้
เพียงพอกับจ ำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่ำงที่จะน ำไปทดลองเพอหำคุณภำพต่อไป
ื่
5. หำคุณภำพของข้อสอบรำยข้อ
น ำแบบทดสอบที่สร้ำงขึ้นไปทดลอง (Try Out) กับนักเรียนโรงเรียนบ้ำนค ำม่วง ภำคเรียน
ที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2559 ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำยโสธร เขต 1 จ ำนวน 20 คน
เพื่อหำคุณภำพด้ำนควำมเป็นปรนัย (ควำมชัดเจนของข้อค ำถำม) โดยน ำผลกำรสอบมำหำคุณภำพ
รำยข้อ ได้แก่กำรค ำนวณค่ำควำมยำกง่ำย ( p ) และค่ำอ ำนำจจ ำแนก ( r )
ปรับปรุงคุณภำพของแบบทดสอบสอบทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ โดยกำรคัดเลือก
ข้อสอบที่มีค่ำอ ำนำจจ ำแนก ( r ) ตั้งแต่ 0.2 ขึ้นไป และค่ำควำมยำกง่ำย ( p ) ระหว่ำง 0.2 - 0.8
เอำไว้ ซึ่งได้จ ำนวนแบบทดสอบในแต่ละฉบับ ดังนี้
-70-
ฉบับที่ 1 : ควำมรู้ควำมเข้ำใจ เป็นแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ (4 ตัวเลือก) 30 ข้อ
(จำกข้อ 1-30) ซึ่งประกอบด้วยควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับร้อยละ ก ำไร ขำดทุน และลดรำคำ
ควำมเข้ำใจในโจทย์ และกำรแปลงโจทย์ ตำมสัดส่วนในตำรำงวิเครำะห์ข้อสอบ
ฉบับที่ 2 : กำรแก้โจทย์ปัญหำ เป็นแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ ( 4 ตัวเลือก )
(จำกข้อ 31-50) วัดทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำ โดยให้หำค ำตอบตำมที่โจทย์ต้องกำรทรำบ
จัดพิมพ์แบบทดสอบ ที่ได้คัดเลือกคุณภำพรำยข้อแล้ว เป็นรูปเล่ม ประกอบด้วยปกหน้ำ
ค ำชี้แจง แบบทดสอบ และปกหลัง โดยให้มีจ ำนวนเพียงพอกับจ ำนวนนักเรียนกลุ่มตัวอย่ำง
ที่จะน ำไปหำคุณภำพต่อไป
6. หำคุณภำพของข้อสอบทั้งฉบับ
น ำแบบทดสอบที่ปรับปรุงแล้ว จำกข้อ 5 ไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่ำง ได้แก่ นักเรียน
โรงเรียนบ้ำนโซงเหล่ำโป่วิทยำ ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำยโสธร เขต 1 ภำคเรียนที่ 1
ปีกำรศึกษำ 2559 จ ำนวน 20 คน เพื่อหำคุณภำพของแบบทดสอบทั้งฉบับ ในด้ำนค่ำควำมเชื่อมั่น
(Reliability) โดยใช้สูตรของคูเดอร์-ริชำร์ดสัน (KR-20) และได้ค่ำควำมเชื่อมั่นของแบบทดสอบ
เท่ำกับ 0.89
7. น ำแบบทดสอบไปทดลองใช้และเผยแพร่
น ำแบบทดสอบไปทดลองใช้ร่วมกับคู่มือกำรใช้ชุดฝึกทักษะคณิตศำสตร์ และชุดฝึกทักษะ
กำรแก้ปัญหำบทประยุกต์ ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 ทั้ง 4 เรื่อง เพื่อตรวจสอบสมมติฐำนกำรวิจัย
และเผยแพร่ให้โรงเรียนอื่นๆ น ำไปใช้ต่อไป
วิธีด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล
ข้ำพเจ้ำวำงแผนกำรเก็บรวบรวมข้อมูลของกำรวิจัยครั้งนี้ โดยใช้แบบแผนกำรทดลองแบบ
One Group Pretest-Posttest Design ดังรำยละเอียดของกำรด ำเนินกำร ดังนี้
1. นักเรียนกลุ่มตัวอย่ำงทดสอบก่อนเรียน โดยใช้แบบทดสอบทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำ
ร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 (ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จ ำนวน 50 ข้อ)
2. จัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ ตำมแผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม :
ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ) เรื่อง อัตรำส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2
3. นักเรียนกลุ่มตัวอย่ำงทดสอบหลังเรียน โดยใช้แบบทดสอบทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำ
ร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 (ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จ ำนวน 50 ข้อ)
-71-
การวิเคราะห์ข้อมูล
ข้ำพเจ้ำได้ด ำเนินกำรวิเครำะห์ข้อมูล เพื่อตรวจสอบสมมติฐำนกำรวิจัย ดังนี้
1. หำค่ำสถิติพื้นฐำน ได้แก ค่ำร้อยละ ค่ำคะแนนเฉลี่ย ค่ำส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน เพื่อน ำ
่
มำใช้ในกำรค ำนวณหำประสิทธิภำพของชุดฝึกทักษะและคุณภำพของแบบทดสอบ
2. เปรียบเทียบควำมแตกต่ำงของกำรทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน จำกคะแนนผลกำร
จัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ตำมแผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม : ชุดฝึกทักษะ
กำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ) เรื่อง อัตรำส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 โดยใช้สถิติกำร
ทดสอบแบบที ( t-test for Dependent Observation )
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
1. ค ำนวณค่ำดัชนีควำมสอดคล้อง ( IOC ) เพื่อหำคุณภำพในด้ำนควำมเที่ยงตรงของ แผนกำร
จัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม : ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ) เรื่อง
อัตรำส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 โดยใช้สูตรของโรวิเนลลี และแฮมเบิลตัน (บุญเชิด
์
ภิญโญอนันตพงษ. 2527 : 69)
R
IOC
N
ื
เมื่อ IOC แทน ดัชนีควำมสอดคล้องของคู่มอกำรใช้ชุดฝึกทักษะและ
ชุดฝึกทักษะกับข้อรำยกำรในแบบประเมิน
R แทน ผลรวมคะแนนควำมคิดเห็นของผู้เชี่ยวชำญทั้ง 5 ท่ำน
N แทน จ ำนวนผู้เชี่ยวชำญ
2. ค ำนวณค่ำประสิทธิภำพของชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
คณิตศำสตร์ ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 โดยใช้เกณฑ์มำตรฐำน 80 / 80 (บุญชม ศรีสะอำด. 2541
: 82-83)
X 1 100
N
E 1 / E 2 1
X 2 100
N 2
-72-
E 1 = ค่ำเฉลี่ยร้อยละของคะแนนจำกกำรท ำกิจกรรมย่อยของชุดฝึกทักษะ
E 2 = ค่ำเฉลี่ยร้อยละของคะแนนทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ (หลังเรียน)
X 1 , X 2 = คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมดจำกกำรท ำกิจกรรมย่อยและกำรทดสอบหลังเรียน
N 1 = คะแนนเต็มจำกกิจกรรมย่อยทั้งหมดของชุดฝึกทักษะ
N 2 = คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน
3. เปรียบเทียบคะแนนทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ หลังเรียน และก่อนเรียนตำมแผนกำร
จัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม : ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ) เรื่อง
อัตรำส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ใช้สถิติกำรทดสอบแบบที (t-test for Dependent
Observation) (บุญชม ศรีสะอำด. 2532 : 216)
D
t
N D 2 ( ) D 2
N 1
เมื่อ แทน ผลรวมของผลต่ำงของคะแนนหลังเรียนและก่อนเรียน
D
่
D 2 แทน ผลรวมของผลต่ำงของคะแนนหลังเรียนและกอนเรียนแต่ละตัวยกก ำลังสอง
N แทน จ ำนวนนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่ำง
4. หำคุณภำพของข้อสอบเป็นรำยข้อด้ำนควำมยำกง่ำยและอ ำนำจจ ำแนกใช้เทคนิค 50%
์
โดยกำรค ำนวณค่ำ p และ r (บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ. 2539 : 219)
U U
p H L
N N L
H
U U U U
r H L หรือ H L
N H N L
-73-
เมื่อ p , r แทน ค่ำควำมยำกง่ำย และอ ำนำจจ ำแนก
U H แทน จ ำนวนคนที่ตอบถูกในกลุ่มสูง (50%)
U L แทน จ ำนวนคนที่ตอบถูกในกลุ่มต่ ำ (50%)
N H แทน จ ำนวนคนในกลุ่มสูง
N L แทน จ ำนวนคนในกลุ่มต่ ำ
5. หำคุณภำพของแบบทดสอบทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำบทประยุกต์ ทั้งฉบับโดยใช้
สูตรคูเดอร์-ริชำร์ดสัน (KR-20) (ล้วน สำยยศ และอังคณำ สำยยศ. 2541 : 26)
n pq
r 1
tt
n 1 s i 2
เมื่อ r tt แทน ค่ำควำมเชื่อมั่นแบบ KR-20
n แทน จ ำนวนข้อของแบบทดสอบ
p แทน สัดส่วนของผู้ท ำได้ในข้อหนึ่ง ๆ
q แทน สัดส่วนของผู้ท ำผิดในข้อหนึ่งๆ
S i 2 แทน ควำมแปรปรวนของคะแนนทั้งหมด
บทที่ 4
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
สัญลักษณ์และอักษรย่อที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
เพื่อให้เกิดควำมเข้ำใจตรงกัน ข้ำพเจ้ำจึงได้ก ำหนดสัญลักษณ์และอักษรย่อที่ใช้ในกำวิเครำะห์
ข้อมูล ดังนี้
N แทน จ ำนวนกลุ่มตัวอย่ำงที่ใช้ในกำรทดลอง
X 1 แทน คะแนนทดสอบก่อนเรียนตำมแผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์
(แผนกำรใช้นวัตกรรม : ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ)
X 2 แทน คะแนนทดสอบหลังเรียนตำมแผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์
(แผนกำรใช้นวัตกรรม : ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ)
D แทน ผลต่ำงของคะแนนหลังเรียนและก่อนเรียน
D 2 แทน ผลต่ำงของคะแนนหลังเรียนและก่อนเรียนแต่ละตัวยกก ำลังสอง
D แทน ผลรวมของผลต่ำงของคะแนนหลังเรียนและก่อนเรียน
D 2 แทน ผลรวมของผลต่ำงของคะแนนหลังเรียนและก่อนเรียนแต่ละตัวยกก ำลังสอง
t แทน ค่ำสถิติกำรแจกแจงแบบที ( t-test for Dependent Observation )
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ผลกำรวิเครำะห์ข้อมูลในกำรศึกษำค้นคว้ำครั้งนี้ ผู้วิจัยได้น ำเสนอเป็น 2 ตอน คือ ตอนที่ 1
คะแนนกำรทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 โรงเรียนบ้ำนดงเจริญ
ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2559 และ ตอนที่ 2 กำรเปรียบเทียบทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ
ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 โรงเรียนบ้ำนดงเจริญ ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2559
-75-
ตอนที่ 1 คะแนนการทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
โรงเรียนบ้านดงเจริญ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559
ข้ำพเจ้ำได้น ำนวัตกรรมได้แก่ แผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ เรื่องอัตรำส่วนและร้อยละ
และชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ ไปทดลองกับนักเรียน ปรำกฏเป็นคะแนนดังนี้
ตำรำง 6 คะแนนกำรทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียนตำมแผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์
ที่ ชื่อ – สกุล X 1 2 D D 2
X
1. เด็กชำยทีปกร อ้อยแขม 36 42 6 36
2. เด็กชำยธีรภัทร ดวงศรี 32 40 8 64
3 เด็กชำยธรรมนูญ สืบวงศ์ 30 35 5 25
4. เด็กชำยปุรเชษฐ์ มงคล 38 44 6 36
5. เด็กชำยศักดำ ชูรัตน์ 31 36 5 25
6. เด็กชำยชยำกร ตุ้มทอง 32 36 4 16
7. เด็กชำยอิศรพงศ์ แสงงำม 35 38 3 9
8. เด็กชำยสุทัศน์ วันโท 36 42 6 36
9. เด็กชำยณัฐพงศ์ นำคกำสี 30 36 6 36
10. เด็กชำยยศธร แก้วศิริ 33 40 7 49
11. เด็กหญิงจีรนันท์ ประสงค์แก้ว 32 38 6 36
12. เด็กหญิงดวงพร อินทรเสน 29 36 7 49
13. เด็กหญิงณัฐณิชำ แก้วพิลึก 30 35 5 25
14. เด็กหญิงจันทรำทิพย์ จันชุลี 34 37 3 9
15. เด็กหญิงนพเก้ำ สุวรรณ์ 33 38 5 25
16. เด็กหญิงเบญจวรรณ ใหญ่ล้ ำ 29 35 6 36
-76-
ตำรำง 6 (ต่อ)
ที่ ชื่อ – สกุล X 1 2 D D 2
X
17. เด็กหญิงณัฐชยำ สิทธิลัย 34 41 7 49
18. เด็กหญิงณัฐชำ สิทธิลัย 35 42 7 49
19. เด็กหญิงชนิดำ ดวงศรี 31 37 6 36
20. เด็กหญิงศิริรัตน์ โลนุช 35 43 8 64
116 710
ตอนที่ 2 การเปรียบเทียบทักษะการแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนบ้านดงเจริญ
หลังจำกนักเรียนกลุ่มตัวอย่ำงจ ำนวน 20 คน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 โรงเรียนบ้ำนดงเจริญ
ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2559 ได้ทดสอบก่อนและหลังกำรจัดกิจกรรม ตำมแผนกำรจัดกำร
เรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม : ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ ผู้วิจัยน ำคะแนน
ก่อนเรียนและหลังเรียน มำเปรียบเทียบโดยใช้สถิติ t-test for Dependent Observation ปรำกฏ
ดังในตำรำง 7
ตำรำง 7 กำรเปรียบเทียบทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2
โรงเรียนบ้ำนดงเจริญ ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2559
วิธีทดลอง N D D 2 t p
(treatment)
ก่อนเรียน 20 116 710 18.539 *** <.001
หลังเรียน 20
*** มีนัยส ำคัญทำงสถิติที่ระดับ .001
-77-
จำกตำรำง 7 แสดงให้เห็นว่ำ คะแนนทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษำ
ปีที่ 2 ก่อนและหลังกำรจัดกิจกรรม ตำมแผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม : ชุดฝึก
ทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ) แตกต่ำงกันอย่ำงมีนัยส ำคัญทำงสถิติที่ระดับ .001 นั่นคือ แผนกำร
จัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม : ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ) ท ำให้ผู้เรียนมี
ทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ สูงขึ้นจริง
บทที่ 5
สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า
1. เพื่อสร้ำงและพัฒนำแผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม : ชุดฝึกทักษะ
กำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ) เรื่อง อัตรำส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2
2. เพื่อสร้ำงและพัฒนำชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
คณิตศำสตร์ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2
3. เพื่อเปรียบเทียบทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2
ก่อนและหลังกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ตำมแผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม
: ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ) เรื่อง อัตรำส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2
กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่ำงที่ใช้ในกำรศึกษำครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ของโรงเรียนบ้ำนดงเจริญ
โรงเรียนบ้ำนค ำม่วง และโรงเรียนโซงเหล่ำโป่วิทยำ อ ำเภอค ำเขื่อนแก้ว ส ำนักงำนเขตพื้นทีกำรศึกษำ
ประถมศึกษำยโสธร เขต 1 ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2559 ซึ่งเลือกมำโดยวิธีสุ่มอย่ำงง่ำย (Simple
Random Sampling) จ ำนวน 60 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า
1. แผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม : ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำ
ร้อยละ) เรื่อง อัตรำส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2
2. ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำบทร้อยละ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์
ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 จ ำนวน 4 เล่ม คือ
2.1 เล่ม 1 เรื่อง ควำมเข้ำใจในเนื้อหำ
2.2 เล่ม 2 เรื่อง ค ำนวณค่ำให้ช ำนำญ
2.3 เล่ม 3 เรื่อง รวดเร็วพลันล้วนหลำกหลำย
2.4 เล่ม 4 เรื่อง วิเครำะห์ง่ำยแล้วแก้โจทย์
3. แบบทดสอบทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2
-79-
วิธีด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล
ข้ำพเจ้ำวำงแผนกำรเก็บรวบรวมข้อมูลของกำรวิจัยครั้งนี้ โดยใช้แบบแผนกำรทดลองแบบ
One Group Pretest-Posttest Design ดังรำยละเอียดของกำรด ำเนินกำร ดังนี้
1. นักเรียนกลุ่มตัวอย่ำงทดสอบก่อนเรียน โดยใช้แบบทดสอบทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำ
ร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 (ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จ ำนวน 50 ข้อ)
2. จัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ตำมแผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม :
ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ) เรื่อง อัตรำส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2
3. นักเรียนกลุ่มตัวอย่ำงทดสอบหลังเรียน โดยใช้แบบทดสอบทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำ
ร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 (ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จ ำนวน 50 ข้อ)
สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล
1. การหาคุณภาพและประสิทธิภาพของนวัตกรรม
1.1 แผนกำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม : ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์
ปัญหำร้อยละ) เรื่อง อัตรำส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ที่สร้ำงขึ้น มีคุณภำพในด้ำนควำม
เที่ยงตรงสูงเชื่อถือได้ เนื่องจำกมีค่ำดัชนีควำมสอดคล้อง ( IOC ) ของแต่ละข้อรำยกำรในแบบประเมิน
ตั้งแต่ .80 ขึ้นไป
1.2 ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ที่สร้ำงขึ้นทั้ง 4 เรื่อง มี
คุณภำพในด้ำนควำมเที่ยงตรงสูง เชื่อถือได้ เนื่องจำกมีค่ำดัชนีควำมสอดคล้อง ( IOC ) ของแต่ละข้อ
รำยกำรในแบบประเมิน ตั้งแต่ .80 ขึ้นไป
1.3 ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ที่สร้ำงขึ้น ทั้ง 4 เรื่อง
ได้แก่ ควำมเข้ำใจในเนื้อหำ ค ำนวณค่ำให้ช ำนำญ รวดเร็วพลันล้วนหลำกหลำย และวิเครำะห์ง่ำย
แล้วแก้โจทย์ มีประสิทธิภำพสูงกว่ำเกณฑ์คือเท่ำกับ 92.38 / 80.75, 93.58 / 81.25, 92.29 / 84.75
และ 89.65 / 84.75 ตำมล ำดับ
2. การเปรียบเทียบคะแนนทักษะการแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ ก่อนและหลังการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (แผนการใช้นวัตกรรม)
คะแนนทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ก่อนและหลังเรียนแตกต่ำง
กัน อย่ำงมีนัยส ำคัญทำงสถิติที่ระดับ .001
-80-
อภิปรายผล
1. แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ และชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
คณิตศำสตร์ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 เป็นนวัตกรรมที่มีควำมเที่ยงตรงและมีประสิทธิภำพ เนื่องจำก
ผู้วิจัยได้ด ำเนินกำรสร้ำง ตำมหลักกำรและขั้นตอนที่ถูกต้อง ตลอดจนมีกำรปรับปรุงและพัฒนำให้
เหมำะสมสอดคล้องกับจุดประสงค์ โครงสร้ำงและกลุ่มของผู้เรียน
2. แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ และชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
คณิตศำสตร์ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ท ำให้ผู้เรียนมีทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำบทประยุกต์สูงขึ้น ทั้งนี้
เนื่องจำกว่ำ เป็นนวัตกรรมที่ผ่ำนกระบวนกำรสร้ำงตำมขั้นตอน ถูกต้องตำมหลักวิชำและสอดคล้อง
กับทฤษฎีของกำรสร้ำงชุดฝึกทักษะ จึงท ำให้เป็นนวัตกรรมที่มีประสิทธิภำพน่ำเชื่อถือ ดังนั้นเมื่อน ำ
ไปจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ จึงส่งผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนสูงขึ้น ซึ่งก็สอดคล้องกับ นภดล
ฤทธิ์โสม (2537 : 68) ได้ศึกษำผลของกำรฝึกโจทย์ปัญหำ ด้วยแบบทดสอบแบบตอบสั้น และแบบ
เลือกตอบต่อควำมคิดสร้ำงสรรค์ทำงคณิตศำสตร์ ผลกำรวิจัยพบว่ำนักเรียนที่ได้รับกำรฝึกโจทย์ปัญหำ
ด้วยแบบทดสอบแบบตอบสั้น นักเรียนที่ได้รับกำรฝึกโจทย์ปัญหำด้วยแบบทดสอบแบบเลือกตอบ และ
นักเรียนที่ไม่ได้รับกำรฝึกโจทย์ปัญหำมีควำมคิดสร้ำงสรรค์ทำงคณิตศำสตร์แตกต่ำงกันอย่ำงมีนัยส ำคัญ
ทำงสถิติที่ระดับ .01 เพลินพิศ กำสลัก (2542 : บทคัดย่อ) ได้สร้ำงแบบทดสอบที่ใช้ในกำรฝึกควำม
สำมำรถในกำรแก้ปัญหำโจทย์คณิตศำสตร์ เรื่องกำรหำปริมำตรและพื้นที่ผิว โดยมีแบบทดสอบที่ใช้ใน
กำรฝึก 4 ฉบับ ประกอบด้วย ฉบับที่ 1 กำรหำปริมำตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉำก ฉบับที่ 2 กำรหำ
ปริมำตรของทรงปริซึม ฉบับที่ 3 กำรหำปริมำตรจำกหน่วยกำรตวง ฉบับที่ 4 กำรหำพื้นที่ผิวของทรง
สำมมิติ ผลกำรวิจัยพบว่ำ มีควำมแตกต่ำงของค่ำเฉลี่ยก่อนกำรฝึกและหลังกำรฝึก อย่ำงมีนัยส ำคัญ
ทำงสถิติที่ระดับ .01 อังศุมำลิน เพิ่มผล (2542 : บทคัดย่อ) ได้สร้ำงแบบฝึกทักษะกำรค ำนวณวิชำ
คณิตศำสตร์ เรื่อง วงกลม ส ำหับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3 ผลกำรวิจัยพบว่ำ แบบฝึกทักษะมี
ประสิทธิภำพตำมเกณฑ์มำตรฐำนร้อยละ 80/80 แสดงว่ำแบบฝึกมีประสิทธิภำพ คะแนนก่อนฝึกและ
หลังฝึกด้วยแบบฝึกทักษะกำรค ำนวณวิชำคณิตศำสตร์ เรื่องวงกลม แตกต่ำงกันอย่ำงมีนัยส ำคัญทำง
สถิติที่ระดับ .01 แสดงว่ำหลังกำรใช้แบบฝึกนักเรียนมีกำรพัฒนำควำมรู้เพิ่มขึ้น เตือนใจ ตรีเนตร
-81-
(2544 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษำ ผลกำรใช้แบบฝึกกำรแก้โจทย์ปัญหำคณิตศำสตร์ เรื่อง พื้นที่ ส ำหรับ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ที่ให้ นักเรียนแสดงขั้นตอนกำรแก้ปัญหำ ผลกำรวิจัยพบว่ำหลังกำรใช้
แบบฝึกกำรแก้โจทย์ปัญหำคณิตศำสตร์เรื่องพื้นที่ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนหลังฝึกสูงกว่ำก่อน
ฝึกอย่ำงมีนัยส ำคัญทำงสถิติที่ระดับ .05 และแบบฝึกที่ใช้มีประสิทธิภำพเท่ำกับ 84.34 / 82.20 และ
เกศินี มีคุณ (2547 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษำผลกำรใช้แบบฝึกกำรแก้โจทย์ปัญหำทศนิยม ส ำหรับนักเรียน
ชั้นประถมศึกษำปีที่ 4 โดยแบบฝึกที่สร้ำงขึ้นมี 5 ฉบับ ได้แก่ แบบฝึกที่ 1 กำรแก้โจทย์ปัญหำกำรบวก
และกำรลบทศนิยมหนึ่งต ำแหน่ง แบบฝึกที่ 2 กำรแก้โจทย์ปัญหำกำรคูณ และกำรหำรทศนิยมหนึ่ง
ต ำแหน่ง แบบฝึกที่ 3 กำรแก้โจทย์ปัญหำกำรบวกและกำรลบทศนิยมสองต ำแหน่ง แบบฝึกที่ 4 กำร
แก้โจทย์ปัญหำกำรคูณ และกำรหำรทศนิยมสองต ำแหน่ง แบบฝึกที่ 5 กำรแก้โจทย์ปัญหำระคน ผล
กำรวิจัยพบว่ำ ประสิทธิภำพของแบบฝึกมีคุณภำพดังนี้ เกณฑ์ควำมสัมพันธ์ ระหว่ำงกระบวนกำร (E1)
และผลลัพธ์ (E2) โดยเฉลี่ยของแบบฝึกที่ 1-2 เท่ำกับ 81.78 / 82.05 และแบบฝึกที่ 3-5 เท่ำกับ
80.08 / 81.23 และหลังกำรใช้แบบฝึกกำรแก้โจทย์ปัญหำทศนิยม นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน
สูงกว่ำก่อนกำรใช้แบบฝึกอย่ำงมีนัยส ำคัญทำงสถิติที่ระดับ .01
ข้อเสนอแนะ
1. กำรศึกษำแนวคิดและทฤษฎีในกำรสร้ำง ตลอดจนหลักจิตวิทยำกำรเรียนรู้ เป็นสิ่งส ำคัญในกำร
สร้ำงชุดฝึกทักษะคณิตศำสตร์ เพื่อแก้ปัญหำผู้เรียนที่ครูผู้สอนจะต้องค ำนึงถึง และยึดเป็นหลักเกณฑ์
เบื้องต้นเสมอ จึงจะท ำให้ชุดฝึกทักษะที่สร้ำงขึ้นนั้น มีคุณภำพเป็นที่น่ำเชื่อถือ
2. กำรน ำชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ ชั้นมัธยมศึกษำ-
ปีที่ 2 ทั้ง 4 เรื่อง ไปใช้ ครู และผู้เรียนควรทรำบบทบำทของตนเอง โดยกำรศึกษำ แผนกำรจัดกำร
เรียนรู้คณิตศำสตร์ (แผนกำรใช้นวัตกรรม : ชุดฝึกทักษะกำรแก้โจทย์ปัญหำร้อยละ) เรื่อง อัตรำส่วนและ
ร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 ตลอดจนครูต้องวำงแผนกำรจัดกิจกรรม เพื่อวำงแผนเตรียมสื่อและ
เครื่องมือต่ำงๆ ที่เกี่ยวข้องให้พร้อม จึงจะท ำให้กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้บรรลุตำมวัตถุประสงค์
บรรณานุกรม
กำรฝึกหัดครู, กรม. รายงานการวิจัยเรื่องความคิดสร้างสรรค์ของเด็กไทย ในระดับชั้น
อนุบาล-ป.4. หน่วยศึกษำนิเทศก์, 2521.
เกศินี มีคุณ. การสร้างแบบฝึกการแก้โจทย์ปัญหาทศนิยม ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4.
ปริญญำนิพนธ์ กศ.ม. (กำรวัดผลกำรศึกษำ). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยำลัย มหำวิทยำลัย
ศรีนครินทรวิโรฒ, 2547.
ฉวีวรรณ กีรติกร. “โจทย์ปัญหา : สัมฤทธิ์ผลและขั้นตอนการสอน” สารพัฒนาหลักสูตร.
กรกฎำคม 2537 (71) : 10-20.
ฉวีวรรณ เศวตมำลย์. ศิลปะการสอนคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ : สุวีริยำสำร์น, 2543.
เชิดศักดิ์ ศรีสง่ำชัย. การประมาณค่าหรือการสร้างขอบเขตค าตอบของโจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์
: สารพัฒนาหลักสูตร. 8-9 (สิงหำคม 2532) : 48-50.
เตือนใจ ตรีเนตร. การสร้างแบบฝึกการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ เรื่องพื้นที่ ส าหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. ปริญญำนิพนธ์ กศ.ม. (กำรวัดผลกำรศึกษำ). กรุงเทพฯ : บัณฑิต
วิทยำลัย มหำวิทยำลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2544.
ทัศนีย์ พฤกษชลธำร. การสร้างแบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ทางวทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้น
ิ
มัธยมศึกษาตอนต้น. วิทยำนิพนธ์ปริญญำโท, จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย, กรุงเทพฯ : 2517.
นภดล ฤทธิโสม. ผลการฝึกโจทย์ปัญหาด้วยแบบทดสอบแบบตอบสั้น และแบบเลือกตอบที่ม ี
ต่อความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์. ปริญญำนิพนธ์ กศ.ม. (กำรวัดผลกำรศึกษำ).
กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยำลัย มหำวิทยำลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2537.
นิเทศและพัฒนำมำตรฐำนกำรศึกษำ, ส ำนัก. โปรแกรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนานักเรียนที่มีความ
สามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภำลำดพร้ำว, 2544.
บุญชม ศรีสะอำด. การพัฒนาการสอน. กรุงเทพฯ : ชมรมเด็ก, 2541.
. วิธีการทางสถิติส าหรับการวิจัย เล่ม 1. มหำสำรคำม : คณะศึกษำศำสตร์
มหำวิทยำลัยมหำสำรคำม, 2532.
-83-
์
บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ. การวัดและประเมินผลการศึกษา ทฤษฎีและการประยุกต์.
กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์, 2527.
. การวัดและประเมินผลการศึกษา ทฤษฎีและการประยุกต์. กรุงเทพฯ:อักษรเจริญทัศน์,
2539.
ปณัฏฐำ ศรเดช. การศึกษาผลการสอนการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยสอดแทรกคุณธรรม
ด้านความซื่อสัตย์ ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วิทยำนิพนธ์ กศ.ม.
(หลักสูตรและกำรสอน). ชลบุรี : บัณฑิตวิทยำลัย มหำวิทยำลัยบูรพำ, 2544.
เพลินพิศ กำสลัก. การสร้างแบบทดสอบที่ใช้ในการฝึกความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหา
คณิตศาสตร์ เรื่องการหาปริมาตรและพื้นที่ผิว ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2.
ปริญญำนิพนธ์ กศ.ม. (กำรวัดผลกำรศึกษำ) กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยำลัย
มหำวิทยำลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2542.
ยุบล บุญชื่น. ความสัมพันธ์ระหว่างแบบการคิด ความคิดสร้างสรรค์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอัมพวันวิทยาลัย จังหวัด
สมุทรสงคราม. วิทยำนิพนธ์ปริญญำโท, มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์, กรุงเทพฯ : 2525.
ยุพิน พิพิธกุล. การเรียนการสอนคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ : บพิธกำรพิมพ, 2530
์
. การเรียนการสอนคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ : เอดิสัน เพรส โพรดักส์ จ ำกัด, 2537.
ล้วน สำยยศ และอังคณำ สำยยศ. เทคนิคการสร้างและสอบ ข้อสอบความถนัดทางการเรียน.
์
กรุงเทพฯ : สุวีริยสำส์นกำรพิมพ, 2541.
วิชำกำร, กรม. ความคิดสร้างสรรค์ หลักการ ทฤษฎี การเรียนการสอน การวัดผลประเมินผล.
โรงพิมพ์คุรุสภำลำดพร้ำว, กรุงเทพฯ : 2534.
. คู่มือการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์
์
องค์กำรรับส่งสินค้ำและพัสดุภัณฑ, 2551.
. แผนการสอนโจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์
คุรุสภำลำดพร้ำว, 2539.
-84-
สมศักดิ์ สินธุระเวชญ์. แบบฝึกความคิดสร้างสรรค์. กรุงเทพฯ : บริษัทส ำนักพิมพ์วัฒนำพำณิช
จ ำกัด, 2526.
สิริพร ทิพย์คง. ทฤษฎีและวิธีสอนคณิตศาสตร์ : เอกสารประกอบการสอนวิชา กศ.คณ. 522.
คณะศึกษำศำสตร์ มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์, 2530.
สุโขทัยธรรมำธิรำช, มหำวิทยำลัย. เอกสารการสอนชุดวิชาการสอนคณิตศาสตร์ หน่วยที่ 1-7.
กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย, 2526.
สุมำลี กำญจนชำตรี. การศึกษาพัฒนาการความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียน
อายุ 11-15 ปี ในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยำนิพนธ์ปริญญำโท, มหำวิทยำลัย
เกษตรศำสตร์, กรุงเทพฯ : 2525.
สุวิทย์ มูลค ำ. กลยุทธ์การสอนคิดวิเคราะห์ และการสอนคิดสังเคราะห. อักษรเจริญทัศน์,
์
กรุงเทพฯ : 2543.
อังศุมำลิน เพิ่มผล. การสร้างแบบฝึกทักษะการคิดค านวณวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องวงกลม
ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. สำรนิพนธ์ กศ.ม. กรุงเทพฯ : บัณฑิต
วิทยำลัย มหำวิทยำลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2542.
อำรี รังสินันท์. ความคิดสร้างสรรค์. ห้ำงหุ้นส่วนจ ำกัด ธนกำรพิมพ, กรุงเทพฯ : 2527.
์
Anderson, H.H. Creativity and Its Cultivation. New York : Harper, 1970.
Getzels, J.W. and Jackson, P.W. Creative and Intelligence. London and New York,
John Wiley and Sons, Inc., 1962.
Guilford, J.P. The Nature of Human Intelligence. New York : McGraw – Hill
Book Co., 1959.
Torrance, E.P. Rewarding Creative Behavior. Englewood Cliffs, N.J. : Prentice
Hall, 1963.