โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง 1
ชุดท่ี 7
ชดุ กจิ กรรมวทิ ยาศาสตร์
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 เรื่อง สารและการเปลย่ี นแปลง
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 5
หน่วยย่อยท่ี 2 การเปลยี่ นแปลงของสาร
เรื่อง 2.1 การเปลย่ี นสถานะของสาร
จัดทาโดย
นางกลั ยานี แพงจันทร์
ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ
โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อาเภอเมือง จงั หวดั อุดรธานี
สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1
ก
คานา
ชุดกิจกรรมวทิ ยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ 5 ท่ีจดั ทาข้ึนใชเ้ ป็นเครื่องมือประกอบการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
กลุ่มวชิ าวทิ ยาศาสตร์ โดยใหน้ กั เรียนไดเ้ รียนรู้ ท้งั หมด 5 หน่วยยอ่ ย ไดแ้ ก่ เร่ือง
สารรอบตวั เรา การเปลี่ยนแปลงของสาร การจาแนกประเภทของสาร การแยกสาร
และ ผลของสารต่อชีวติ และสิ่งแวดลอ้ ม
ภายในชุดกิจกรรมวทิ ยาศาสตร์น้ี จะมีแบบทดสอบก่อนเรียน ใบความรู้
ใบกิจกรรม และแบบฝึ กหดั ทา้ ยกิจกรรมท่ีหลากหลายและน่าสนใจและทาใหน้ กั เรียน
อยากศึกษา คน้ ควา้ และมีแบบทดสอบหลงั เรียนเพอ่ื ใหน้ กั เรียนไดว้ ดั ความรู้หลงั จากท่ี
ไดศ้ ึกษาจากชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์แลว้ โดยมุ่งหวงั ใหน้ กั เรียนมีความคิดริเริ่ม
สร้างสรรค์ เป็นส่ิงท่ีช่วยใหน้ กั เรียนพฒั นาทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ข้นั
พ้นื ฐาน และความรู้ในเน้ือหาวทิ ยาศาสตร์ ตลอดจนทาใหก้ ารจดั กิจกรรมการเรียนการ
สอนของครูประสบผลสาเร็จตามจุดมุ่งหมายของหลกั สูตร
กลั ยานี แพงจนั ทร์
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง
ข
สารบญั
หน้า
คาช้ีแจงการใชช้ ุดกิจกรรมวทิ ยาศาสตร์……………………………………...1
มาตรฐานการเรียนรู้ /ตวั ช้ีวดั …………………….…………………………...2
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้………………………………………………………..2
เวลาในการทากิจกรรม……………………………………………………….2
ส่ือ วสั ดุ อุปกรณ์ และสารเคมี……………………………………………...3
แบบทดสอบก่อนเรียน……………………………………………………….4
ใบความรู้ท่ี 1 การเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร……...………………………7
ใบกิจกรรมท่ี 1 การทดลองน้าเปลี่ยนแปลงสถานะ…………………...…….8
ใบความรู้ที่ 2 รูปแบบการเปล่ียนแปลงสถานะของสาร..…………………...11
ใบกิจกรรมท่ี 2 แบบฝึ กหดั ทา้ ยกิจกรรม……………………………………15
บทสรุป การเปลี่ยนแปลสถานะของสาร……………………….…………..16
แบบทดสอบหลงั เรียน ……………………………………………………...17
บรรณานุกรม………………………………………………………………...20
ภาคผนวก……………………………………………………...…………….21
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง
1
คาชี้แจงการใช้ชุดกจิ กรรมวทิ ยาศาสตร์
1. ใหน้ กั เรียนทาความเขา้ ใจสาระสาคญั จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ในแต่ละเร่ืองให้
เขา้ ใจอยา่ งชดั เจน
2. ก่อนศึกษาชุดกิจกรรมวทิ ยาศาสตร์ ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน
แลว้ ตรวจคาตอบจากเฉลยในภาคผนวก
3. ศกึ ษาและทาความเขา้ ใจเน้ือหาในแต่ละเรื่องจากใบความรู้ แลว้ ทากิจกรรม
และตรวจคาตอบจากแนวคาตอบหรือเฉลยในภาคผนวกโปรดอยา่ ขา้ มเน้ือหาเร่ืองใด
เร่ืองหน่ึงไปโดยที่ยงั ไม่เขา้ ใจ และไม่ควรดูเฉลยก่อน
4. ถา้ นกั เรียนทากิจกรรมไดถ้ ูกตอ้ ง ใหศ้ ึกษาใบความรู้ต่อไปใหค้ รบทุก
ใบความรู้ ถา้ นกั เรียนทาไม่ถูกตอ้ งใหย้ อ้ นกลบั ไปศึกษาและทาความเขา้ ใจเน้ือหา
อีกคร้ัง
5. การตรวจคาตอบใบกิจกรรมถา้ เป็นคาถามปลายเปิ ดท่ีมีคาตอบหลากหลาย
ใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน
6. เม่ือศึกษาจนครบทุกเรื่องแลว้ ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียนและ
ตรวจคาตอบจากเฉลยในภาคผนวก
7. ถา้ นกั เรียนเกิดปัญหาในการใชช้ ุดกิจกรรมวทิ ยาศาสตร์ ใหป้ รึกษาครูผสู้ อน
อ่านคาช้ีแจงการใช้
ชุดกิจกรรมวทิ ยาศาสตร์เขา้ ใจแลว้
ไปเร่ิมศึกษาไดเ้ ลยครับ
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง
2
มาตรฐานการเรียนรู้ /ตวั ชี้วดั
ว 3.2 (1) ทดลองและอธิบายสมบตั ิของสารเม่ือสารเกิดการละลายและ
เปล่ียนสถานะ
ว 8.1 (1)-(8) บูรณาการลงสู่การจดั การเรียนการสอน
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกลกั ษณะของสารเมื่อเกิดการเปลี่ยนสถานะได้
2. บอกปัจจยั ท่ีมีผลต่อการเปลี่ยนสถานะของสารได้
3. บอกประโยชนข์ องการเปลี่ยนสถานะของสารในชีวติ ประจาวนั ได้
4. ยกตวั อยา่ งการเปลี่ยนสถานะของสารในชีวติ ประจาวนั ที่มีผลกระทบต่อ
ส่ิงมีชีวติ และสิ่งแวดลอ้ มได้
เวลาในการทากจิ กรรม
1 ชั่วโมง
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง
3
ส่ือ วสั ดุ อุปกรณ์ และสารเคมี
ส่ือทใ่ี ช้ ไดแ้ ก่ ชุดกิจกรรมวทิ ยาศาสตร์ ชุดที่ 7 เรื่อง การเปล่ียนสถานะ
ของสาร
วสั ดุ อปุ กรณ์ ไดแ้ ก่ เทอร์มอมิเตอร์ บิกเกอร์ แท่งแกว้ คนสาร
ขาต้งั พร้อมไมห้ นีบ ชุดตะเกียงแอลกอฮอล์ น้า
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง
4
แบบทดสอบก่อนเรียน
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 สารในชีวติ ประจาวนั
เร่ือง การเปลย่ี นสถานะของสาร
คาชี้แจง จงกาเคร่ืองหมาย ( ) ทบั ตวั อกั ษร ก, ข, ค, หรือ ง ที่เห็นวา่ เป็นคาตอบ
ที่ถูกตอ้ ง
1. คากล่าวใดต่อไปน้ีถูกตอ้ ง
ก. น้าเดือดท่ีอุณหภูมิหอ้ ง (25 oC) และกลายเป็นไอท่ีอุณหภูมิ 100 oC
ข. การกลายเป็นไอของน้าเกิดที่อุณหภูมิต่ากวา่ จุดเดือด
ค. การเดือดและการกลายเป็นไอเกิดท่ี อุณหภูมิ 100 oC
ง. การเดือดและการกลายเป็นไอเกิดข้ึนที่อุณหภูมิหอ้ ง (25 oC)
2. ขอ้ ใดเกิดข้ึนท่ีอุณหภูมิ 0 oC
ก. น้าเดือดท่ีจุดเดือดของน้า
ข. น้าแขง็ หลอมเหลวที่จุดหลอมเหลวของน้า
ค. น้าระเหย
ง. แอลกอฮอลแ์ ขง็ ตวั
3. น้าระเหยกลายเป็นไอน้า กระบวนการท่ีตรงขา้ มกบั การระเหยคือ
ก. การเยอื กแขง็
ข. การหลอมเหลว
ค. การควบแน่น
ง. การระเหิด
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง 5
4. การเปลี่ยนสถานะของขอ้ ใดแตกต่างจากขอ้ อ่ืน
ก. ลูกเหมน็
ข. เกลือแกง
ค. การบูร
ง. น้าแขง็ แหง้
5. ขอ้ ใดเป็นปรากฏการณ์ที่เก่ียวขอ้ งกบั การเปล่ียนแปลงสถานะของสารในธรรมชาติ
ก. การเกิดฝน
ข. การเกิดน้าท่วม
ค. การเกิดวาตภยั
ง. การเกิดลมพดั
6. การท่ีสารเปลี่ยนสถานะจากของแขง็ เป็นแก๊สเรียกวา่
ก. การระเหย
ข. การระเหิด
ค. การหลอมเหลว
ง. การเดือด
7. ขอ้ ใดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
ก. การจุดไฟเผากระดาษ
ข. การเกิดสนิมของเหลก็
ค. การตม้ น้าจนเดือดกลายเป็นไอ
ง. หยดกรดใส่แผน่ สังกะสีแลว้ เกิดฟองฟ่ ู
8. เม่ือนาน้าแขง็ ใส่แกว้ ทิ้งไว้ 45 นาที จะเกิดหยดน้าขา้ งแกว้ จากผลการทดลองทาให้
นกั เรียนทราบอะไร
ก. น้าแขง็ หลอมเหลว
ข. มีไอน้าในอากาศ
ค. ปริมาตรของน้าเพ่มิ ข้ึน
ง. ของแขง็ เปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว
6
9. ขอ้ ใด คือ น้าแขง็ แหง้
ก. ออกซิเจนแขง็
ข. แก๊สออกซิเจน
ค. แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์
ง. คาร์บอนไดออกไซดแ์ ขง็
10. ต่อไปน้ีเป็นประโยชนข์ องการเปลี่ยนสถานะของสารยกเว้นขอ้ ใด
ก. การทาไอศกรีม
ข. การทาน้าแขง็ แหง้
ค. การเกิดลูกเห็บขนาดใหญ่
ง. การหล่อข้ีผ้งึ ทาเทียนพรรษา
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง
ไปศกึ ษาเน้ือหาจาก
ใบความรู้และทากิจกรรมใน
ใบกิจกรรมกนั เลย
7
ใบความรู้ที่ 1 การเปลย่ี นแปลงสถานะของสาร
สารท่ีอยใู่ นสถานะใดสถานะหน่ึง ถา้ อุณหภูมิหรือ
ความดนั เปลี่ยนไป อาจมีผลทาใหส้ ารน้นั เปล่ียนสถานะได้
น้นั กค็ ือ สารสามารถเปลี่ยนสถานะจากสถานะหน่ึงไปเป็น
อีกสถานะหน่ึงได้ เรียกว่า การเปลย่ี นแปลงสถานะของสาร
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง
เทียนไขมีสถานะเป็นของแขง็ เม่ือไดร้ ับความร้อนกจ็ ะเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว
เรียกการเปล่ียนแปลงน้ีวา่ การหลอมเหลว และเมื่อเทียนท่ีหลอมเหลวเยน็ ลงกจ็ ะเปล่ียน
สถานะเป็นของแขง็ เหมือนเดิม การเพม่ิ หรือลดอุณหภูมิของสารจนถึงระดบั หน่ึง ทาให้
สารเปลี่ยนสถานะและทาใหร้ ูปร่างของสารเปลี่ยนแปลงไป แต่สามารถทาใหก้ ลบั เป็น
สถานะเดิมไดส้ ถานะเดิมได้
ของแขง็ แผนภาพแสดงการเปล่ียนสถานะของสาร แก๊ส
ของเหลว
รับความร้อน
คายความร้อน
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง 8
ใบกจิ กรรมที่ 1 การทดลองนา้ เปลยี่ นแปลงสถานะ
จุดประสงค์การทดลอง
เพอื่ ศกึ ษาการเปลี่ยนแปลงสถานะของน้า
ปัญหาการทดลอง ...........................................................................................................
สมมติฐาน .......................................................................................................................
อปุ กรณ์การทดลอง
1. เทอร์มอมิเตอร์
2. บีกเกอร์
3. แท่งแกว้ คนสาร
4. ขาต้งั พร้อมไมห้ นีบ
5. ชุดตะเกียงแอลกอฮอล์
6. น้าและน้าแขง็
ข้นั ตอนการทดลอง (ตอนที่ 1)
1. ใส่น้าลงในบีกเกอร์ประมาณ 3 ส่วนของบีกเกอร์
2. หนีบเทอร์มอมิเตอร์ติดกบขาต้งั
3. จุ่มเทอร์มอมิเตอร์ลงในบีกเกอร์ (ดงั ภาพ)
4. นาตะเกียงแอลกอฮอลม์ าวางใตบ้ ีกเกอร์แลว้ นาที่ก้นั ลมมาวางก้นั ลมให้
ตะเกียง
5. จุดไฟตะเกียงแอลกอฮอล์ สงั เกตอุณหภูมิที่เทอร์มอมิเตอร์ทุก 1 นาที และ
บนั ทึกผลการทดลองจนครบ 10 นาที
ตารางบันทกึ ผลการทดลอง
นาทีท่ี 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
อุณหภูมิ ( องศาเซลเซียส )
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง 9
คาถามหลงั การทดลอง
1. ในช่วง 1-2 นาทีแรก น้าในบีกเกอร์มีลกั ษณะอยา่ งไร
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
2. ในช่วงนาทีที่ 7-8 น้าในบีกเกอร์มีลกั ษณะอยา่ งไร
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
3. ขณะที่น้าเดือด บริเวณดา้ นบนของบีกเกอร์มีการเปล่ียนแปลงอยา่ งไร
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
4. ขณะที่นาตะเกียงมาใหค้ วามร้อนกบั น้าอุณหภูมิของน้ามีการเปลี่ยนแปลงอยา่ งไร
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
สรุปผลการทดลอง
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
จากการทากิจกรรม
น้าเปล่ียนแปลงสถานะเพือ่ นๆ ได้
ขอ้ สรุปอะไรบา้ งไปดูกนั ต่อเลย
10
เม่ือเราใหค้ วามร้อนแก่น้า อุณหภูมิของน้าจะสูงข้ึนเรื่อยๆ จนกระทง่ั น้าเดือด
เราเห็นฟองแก๊สผดุ ข้ึนอยา่ งรวดเร็วและปริมาณน้าลดลง เรามองเห็นไอลอยอยเู่ หนือ
บีกเกอร์ เราเห็นอุณหภูมิท่ีน้าเดือดประมาณ 99 องศาเซลเซียส และน้ากลายเป็นไอ
แสดงวา่ เม่ือน้าเดือดจะเปล่ียนสถานะจากของเหลวกลายเป็นสถานะแก๊ส อุณหภูมิที่
น้าเดือด เราเรียกวา่ จุดเดือด น้าบริสุทธ์ิมีจุดเดือด 100 องศาเซลเซียส และการที่
น้าเปล่ียนสถานะจากของเหลวเป็นแกส๊ เม่ืออุณหภูมิเพม่ิ ข้ึน เรียกวา่ การระเหย
ส่วนน้าเม่ือเป็นของแขง็ จะมีรูปร่างแน่นอน และจะเปลี่ยนรูปร่างเม่ือมีแรง
มากระทา หรือมีการเปล่ียนสถานะ เม่ือนาน้าแขง็ ใส่แกว้ ต้งั ทิง้ ไว้ น้าแขง็ จะเริ่ม
หลอมเหลวเปล่ียนสถานะเป็นของเหลวและขณะที่มีอุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส
หลงั จากน้าแขง็ เปล่ียนสถานะกลายเป็นของเหลวหมดแลว้ อุณหภูมิของน้าแขง็ จะ
เพม่ิ ข้ึนจาก 0 องศาเซลเซียส แสดงวา่ น้าเปล่ียนสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิ
0 องศาเซลเซียส ดงั น้นั น้าจึงมี จุดหลอมเหลว 0 องศาเซลเซียส
เพือ่ นๆ ไปทากิจกรรมท่ี 2 ลองคิด
ลองทาตอ่ เลยครับ
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง
11
ใบความรู้ท่ี 2 รูปแบบการเปลยี่ นแปลงสถานะของสาร
1. การเปลยี่ นสถานะของสารจากของแขง็ เป็ นของเหลว เนื่องจากไดร้ ับ
ความร้อนทาใหโ้ มเลกลุ กจ็ ะเคลื่อนที่ห่างออกจากกนั แรงยดึ เหนี่ยวนอ้ ยลง เรียกวา่
การละลาย การหลอมเหลว หรือ การหลอมละลาย เช่นน้าแขง็ ไดร้ ับความร้อนจะเกิด
การละลายเป็ นน้ า
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์งเกลือละลายน้าน้าแขง็ เกิดการหลอมเหลม
2. การเปลย่ี นสถานะจากของเหลวเป็ นแก๊ส เกิดจากอนุภาคไดร้ ับความร้อนทา
ใหอ้ นุภาคห่างกนั จนไม่มีแรงยดึ เหน่ียวระหวา่ งกนั เรียกวา่ การระเหย การระเหยจะ
เกิดข้ึนท่ีผวิ ของของเหลว เราเรียกวา่ การเดือด การระเหยของของเหลวเกิดข้ึนได้
ตลอดเวลาแต่จะเกิดข้ึนเร็วหรือเกิดชา้ ข้ึนอยกู่ บั ความร้อน ลม และพ้นื ท่ีสัมผสั
เช่น การตากผา้ เม่ือน้าท่ีแทรกอยใู่ นเน้ือผา้ มีสถานะเป็นของเหลว เมื่อไดร้ ับความร้อน
จากแสงแดดกจ็ ะเปลี่ยนเป็นไอน้า ซ่ึงมีสถานะเป็นแกส๊ ทาใหผ้ า้ แหง้ เร็ว
ไอน้าระเหยจากการหุงตม้ ไอน้าระเหยจากการตม้ ไอน้าระเหยจากแหลง่ น้า
12
3. การเปลย่ี นสถานะจากของเหลวเป็ นของแขง็ น้ามีสถานะเป็นของเหลวถา้
ตอ้ งการใหน้ ้ากลายเป็นน้าแขง็ เราทาไดโ้ ดยการนาน้าไปแช่ในช่องแช่แขง็ ของตูเ้ ยน็ ท่ี
อุณหภูมิต่า ซ่ึงทาใหน้ ้าคายความร้อนออกจนกระทงั่ น้ามีอุณหภูมิต่าจนถึงจุดเยือกแขง็
ของน้า (0 องศาเซลเซียส) เรียกวา่ เกิดการแขง็ ตวั
น้าแขง็ หลอด
น้ าหวานกลายเป็ นน้ าแขง็
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง
4. การเปลย่ี นสถานะจากของแขง็ เป็ นแก๊ส เกิดจากอนุภาคไดร้ ับความร้อน
สูง จนแรงยดึ เหน่ียวหลุดจากกนั เรียกวา่ การระเหิด เช่น ลูกเหมน็ การบูร พมิ เสน
ถา้ ต้งั ทิง้ ไวน้ านๆ จะมีขนาดเลก็ ลงเพราะเกิดการระเหิดลอยหายไปในอากาศ
การบูร ลูกเหมน็
5. การเปลย่ี นสถานะจากแก๊สเป็ นของเหลว ถา้ ราตม้ น้าจนเดือดเราเห็นไอน้า
ออกจากพวยกา แสดงวา่ น้าเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นแก๊ส ถา้ เราใชจ้ านมารับ
ไอน้า จะเห็นหยดน้าเกิดข้ึนที่จาน แสดงวา่ ไอน้าซ่ึงมีสถานะแก๊สเมื่อมากระทบจานที่มี
อุณหภูมิต่า จึงคายความร้อนแก่จาน ทาใหอ้ ุณหภูมิของจานลดลง แลว้ เปล่ียนสถานะ
จากแกส๊ เป็นของเหลว คือ หยดน้า เรียกวา่ เกิด การควบแน่น
ไอน้าจากการน่ึงขา้ วควบแน่น
เป็ นหยดน้ าเกาะที่ฝาหมอ้
13
6. การเปลยี่ นสถานะจากแก๊สเป็ นของแขง็ น้าแขง็ แหง้ หรือคาร์บอนไดออกไซดใ์ น
สถานะของแขง็ อุณหภูมิประมาณ - 78 องศาเซลเซียส เรียกอีกชื่อหน่ึงวา่
คาร์บอนไดออกไซด์แขง็ เกิดจากแก๊สคาร์บอนไดออกไซดเ์ ปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว
แลว้ เปลี่ยนเป็นของแขง็ ในท่ีสุด เรียกวา่ การระเหดิ กลบั น้าแขง็ แหง้ เมื่อไดร้ ับความ
ร้อนจะระเหิดเป็ นแก๊ส
ก้อนนา้ แขง็ แห้ง นา้ แขง็ แห้งระเหิด
การเปลี่ยนแปลงสถานะของสารทาใหร้ ูปร่างโรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง
และขนาดของสารเปล่ียนแปลงไปแต่ยงั คงเป็น
สารเดิมอยู่ การเปล่ียนแปลงลกั ษณะน้ีเป็น
การเปลย่ี นแปลงทางกายภาพ
ประโยชน์ของการเปลยี่ นสถานะ โทษของการเปลยี่ นสถานะ
1. ทาไอศกรีม 1. การเกิดลูกเห็บขนาดใหญ่ทาให้
2. การทาน้าแขง็ สิ่งมีชีวติ ไดร้ ับอนั ตราย
3. การทาน้าแขง็ แหง้ 2. ถา้ หยดน้าที่เกาะบนตน้ ไม้ พชื ผกั
4. การหล่อข้ีผ้งึ เทียนพรรษา แขง็ ตวั เป็นน้าแขง็ จะมีผลต่อการหายใจ
5. การเกิดฝนโดยการควบแน่นของไอน้า ของพชื อาจทาใหพ้ ืชตายไดถ้ า้ ปกคลุม
6. การเกิดน้าคา้ งแขง็ หรือแม่คนิ้ง เป็น
แหล่งท่องเท่ียวสร้างรายไดใ้ หช้ ุมชน เป็ นเวลานาน
ฯลฯ 3. การละลายของธารน้าแขง็ ทาให้
ระดบั น้าทะเลของโลกสูงข้ึน และเกิด
ปัญหาน้าท่วม
ฯลฯ
14
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์งการเกิดน้าคา้ งแขง็ หรือแม่คนิ้งน้าแขง็ ข้วั โลกละลาย
ฝนลูกเห็บ
การเกิดหิมะปกคลุม
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง 15
ใบกจิ กรรมที่ 2 แบบฝึ กหดั ท้ายกจิ กรรม
คาชี้แจง ตอบคาถามต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ งและสมบูรณ์ท่ีสุด (ขอ้ ละ 2 คะแนน)
1. การหลอมเหลว หมายถึงอะไร
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
2. การระเหย หมายถึงอะไร
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
3. การแขง็ ตวั หมายถึงอะไร
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
4. การระเหิด หมายถึงอะไร
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
5. การควบแน่น หมายถึงอะไร
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
6. บอกประโยชนข์ องการเปลี่ยนสถานะของสาร มา 2 ขอ้
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
7. บอกผลเสียของการเปลี่ยนสถานะของสาร มา 2 ขอ้
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ชื่อ – สกลุ ........................................................................ ช้นั ................ เลขที่ ............
คะแนนเตม็ 10 คะแนน คะแนนที่ได.้ ................................คะแนน
16
บทสรุป การเปลยี่ นแปลงสถานะของสาร
การเปล่ียนแปลงสถานะของสาร คือ การที่สารเปลี่ยนสถานะจากสถานะหน่ึง
ไปเป็นอีกสถานะหน่ึง ซ่ึงสามารถเปล่ียนกลบั ไปกลบั มาไดโ้ ดยการเพม่ิ หรือลด
อุณหภูมิ เป็นการเปลย่ี นแปลงทางกายภาพ ซ่ึงมีลกั ษณะการเปล่ียนแปลงดงั น้ี
1. พลงั งานความร้อนเป็นปัจจยั สาคญั ที่ทาใหเ้ กิดการเปลี่ยนสถานะ
2. การเปลี่ยนสถานะของสารจากของแขง็ เป็นของเหลว เรียกวา่
การหลอมเหลว
3. การเปล่ียนสถานะจากของเหลวเป็นแก๊ส เรียกวา่ การระเหย
4. การเปล่ียนสถานะจากของเหลวเป็นของแขง็ เรียกวา่ การแขง็ ตวั
5. การเปล่ียนสถานะจากของแขง็ เป็นแก๊ส เรียกวา่ การระเหิด
6. การเปลี่ยนสถานะจากแก๊สเป็นของเหลว เรียกวา่ การควบแน่น
7. การเปลี่ยนสถานะจากแก๊สเป็นของแขง็ เรียกวา่ การระเหิดกลบั
ศกึ ษาเขา้ ใจแลว้ ไปทา
แบบทดสอบหลงั เรียนไดเ้ ลย
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง
17
แบบทดสอบหลงั เรียน
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สารในชีวติ ประจาวนั
เร่ือง การเปลยี่ นแปลงสถานะของสาร คะแนนเตม็ 10 คะแนน
คาชี้แจง จงกาเคร่ืองหมาย ( ) ทบั ตวั อกั ษร ก, ข, ค, หรือ ง ท่ีเห็นวา่ เป็นคาตอบ
ที่ถูกตอ้ ง
1. ขอ้ ใดเกิดข้ึนที่อุณหภูมิ 0 oC
ก. น้าเดือดท่ีจุดเดือดของน้า
ข. น้าแขง็ หลอมเหลวที่จุดหลอมเหลวของน้า
ค. น้าระเหย
ง. แอลกอฮอลแ์ ขง็ ตวั
2. น้าระเหยกลายเป็นไอน้า กระบวนการที่ตรงขา้ มกบั การระเหยคือ
ก. การเยอื กแขง็
ข. การหลอมเหลว
ค. การควบแน่น
ง. การระเหิด
3. คากล่าวใดต่อไปน้ีถูกตอ้ ง
ก. น้าเดือดที่อุณหภูมิหอ้ ง (25 oC) และกลายเป็นไอที่อุณหภูมิ 100 oC
ข. การกลายเป็นไอของน้าเกิดท่ีอุณหภูมิต่ากวา่ จุดเดือด
ค. การเดือดและการกลายเป็นไอเกิดที่ อุณหภูมิ 100 oC
ง. การเดือดและการกลายเป็นไอเกิดข้ึนท่ีอุณหภูมิหอ้ ง (25 oC)
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง 18
4. ขอ้ ใดเป็นปรากฏการณ์ที่เก่ียวขอ้ งกบั การเปล่ียนแปลงสถานะของสารในธรรมชาติ
ก. การเกิดฝน
ข. การเกิดน้าท่วม
ค. การเกิดวาตภยั
ง. การเกิดลมพดั
5. การเปลี่ยนสถานะของขอ้ ใดแตกต่างจากขอ้ อื่น
ก. ลูกเหมน็
ข. เกลือแกง
ค. การบูร
ง. น้าแขง็ แหง้
6. เมื่อนาน้าแขง็ ใส่แกว้ ทิง้ ไว้ 45 นาที จะเกิดหยดน้าขา้ งแกว้ จากผลการทดลองทาให้
นกั เรียนทราบอะไร
ก. น้าแขง็ หลอมเหลว
ข. มีไอน้าในอากาศ
ค. ปริมาตรของน้าเพม่ิ ข้ึน
ง. ของแขง็ เปล่ียนสถานะเป็นของเหลว
7. การท่ีสารเปล่ียนสถานะจากของแขง็ เป็นแกส๊ เรียกวา่
ก. การระเหย
ข. การระเหิด
ค. การหลอมเหลว
ง. การเดือด
8. ขอ้ ใดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
ก. การจุดไฟเผากระดาษ
ข. การเกิดสนิมของเหลก็
ค. การตม้ น้าจนเดือดกลายเป็นไอ
ง. หยดกรดใส่แผน่ สงั กะสีแลว้ เกิดฟองฟ่ ู
19
9. ต่อไปน้ีเป็นประโยชนข์ องการเปลี่ยนสถานะของสารยกเว้นขอ้ ใด
ก. การทาไอศกรีม
ข. การทาน้าแขง็ แหง้
ค. การเกิดลูกเห็บขนาดใหญ่
ง. การหล่อข้ีผ้งึ ทาเทียนพรรษา
10. ขอ้ ใด คือ น้าแขง็ แหง้
ก. ออกซิเจนแขง็
ข. แกส๊ ออกซิเจน
ค. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
ง. คาร์บอนไดออกไซดแ์ ขง็
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง
ไปตรวจดูเฉลยแบบทดสอบ
หลงั เรียนในภาคผนวก กนั เลย
20
บรรณานุกรม
กระทรวงศึกษาธิการ. (2549). คู่มือครูสาระการเรียนรู้พืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ กล่มุ สาระ
การเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พค์ ุรุสภาลาดพร้าว.
สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี (2547). หนังสือกจิ กรรมสาระ
การเรียนรู้พืน้ ฐาน เร่ือง สารและสมบัติของสาร กล่มุ สาระการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์ ช่วงช้ันที่ 2 ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 4 – 6. กรุงเทพฯ : คุรุสภา
ลาดพร้าว.
. (2549). หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ กล่มุ สาระการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6. กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพร้าว.
สมศกั ด์ิ สินธุระเวชญ,์ อรุณี ลิมศริ ิ และคณะ. (2548). สื่อการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
สมบูรณ์แบบ ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 ตามหลกั สูตรการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน
พทุ ธศักราช 2544. กรุงเทพ: วฒั นาพานิช.
สาลี รักสุทธี และ สุวรีย์ เวยี งนนท.์ (2548). แผนการจดั การเรียนรู้กล่มุ สาระ
การเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ป.6 ภาคเรียนที่ 2 ตามหลกั สูตรการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน
พทุ ธศักราช 2544. กรุงเทพฯ : พฒั นศกึ ษา.
เสียง เชษฐศิริพงศ.์ (2551). ติวโจทย์เตรียมสอบวทิ ยาศาสตร์ ป.6 และสอบเข้า ม. 1.
กรุงเทพฯ : นิพนธ.์
เอกรินทร์ ส่ีมหาศาล, รุจิร์ ภู่สาระ และ สุรดิษฐ์ ทองเปรม. (ม.ป.ป.). สื่อการเรียนรู้
สาระพืน้ ฐาน แม่บทมาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.6. กรุงเทพฯ : อกั ษรเจริญทศั น.์
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง
โรงเกรัลียยนาบนา้ ี นแหพมงาจกันแทขรง้ ์ 21
ภาคผนวก
22
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนโรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง
1. ข
2. ข
3. ค
4. ข
5. ก
6. ข
7. ค
8. ข
9. ง
10. ค
ตอบผดิ ไม่เป็นไร ไปศึกษาเน้ือหา
แลว้ ทาแบบทดสอบหลงั เรียนกนั ใหม่
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง 23
แนวคาตอบ ใบกจิ กรรมท่ี 1
จุดประสงค์การทดลอง
เพ่ือศกึ ษาการเปล่ียนแปลงสถานะของน้า
ปัญหาการทดลอง น้ามีการเปล่ียนแปลงสถานะอยา่ งไร
สมมติฐาน เม่ือน้าไดร้ ับความร้อนจะมีการเปลี่ยนแปลงสถานะ
ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง
นาทีท่ี 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
อุณหภูมิ ( องศาเซลเซียส ) 25 36 39 56 65 75 87 88 93 100
คาถามหลงั การทดลอง
1. ในช่วง 1-2 นาทีแรก น้าในบีกเกอร์มีลกั ษณะอยา่ งไร
เร่ิมมีไอน้าเกิดข้ึนบริเวณเหนือผวิ น้า
2. ในช่วงนาทีท่ี 7-8 น้าในบีกเกอร์มีลกั ษณะอยา่ งไร
น้าเร่ิมเดือดและมีไอน้าเกิดข้ึนบริเวณเหนือผวิ น้ามากข้ึน
3. ขณะที่น้าเดือด บริเวณดา้ นบนของบีกเกอร์มีการเปลี่ยนแปลงอยา่ งไร
มีไอน้าเกิดข้ึนบริเวณดา้ นบนของบีกเกอร์
4. ขณะท่ีนาตะเกียงมาใหค้ วามร้อนกบั น้าอุณหภูมิของน้ามีการเปล่ียนแปลงอยา่ งไร
น้ามีอุณหภูมิเพ่มิ ข้ึน
สรุปผลการทดลอง
น้าซ่ึงมีสถานะเป็นเหลวเมื่อไดร้ ับความร้อนจะเปล่ียนเป็นไอน้าซ่ึงมีสถานะเป็น
แก๊ส
24
แนวคาตอบใบกจิ กรรมท่ี 2
1. การหลอมเหลว หมายถึงอะไร
การเปลี่ยนสถานะของสารจากของแขง็ เป็นของเหลว
2. การระเหย หมายถึงอะไร
การเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็ นแกส๊
3. การแขง็ ตวั หมายถึงอะไร
การเปล่ียนสถานะจากของเหลวเป็ นของแขง็
4. การระเหิด หมายถึงอะไร
การเปล่ียนสถานะจากของแขง็ เป็นแก๊ส
5. การควบแน่น หมายถึงอะไร
การเปล่ียนสถานะจากแก๊สเป็ นของเหลว
6. บอกประโยชนข์ องการเปล่ียนสถานะของสาร มา 2 ขอ้
1. ทาไอศกรีม
2. การหล่อข้ีผ้งึ เทียนพรรษา
7. บอกผลเสียของการเปล่ียนสถานะของสาร มา 2 ขอ้
1. การเกิดลูกเห็บขนาดใหญ่ทาใหส้ ่ิงมีชีวติ ไดร้ ับอนั ตราย
2. ถา้ หยดน้าท่ีเกาะบนตน้ ไม้ พชื ผกั แขง็ ตวั เป็นน้าแขง็
โรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง
25
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียนโรงเ ักรีลยยนา ้บนีานแหพมงาจักนแท้ขร์ง
1. ข
2. ค
3. ข
4. ก
5. ข
6. ข
7. ข
8. ค
9. ค
10. ง
ลองเปรียบเทียบคะแนน
ก่อนเรียนกบั หลงั เรียนวา่ ได้
เพม่ิ ข้ึนก่ีคะแนน
โรงเกรัลียยนาบนา้ ี นแหพมงาจกันแทขรง้ ์
26